ตอนที่ ๓ พระอินทร์สาปนางโมราเป็นชะนี

๏ จะกลับกล่าวถึงท้าวหัสเนตร อันเรืองเดชอยู่ในดาวดึงส์สวรรค์
เสด็จยังแท่นรัตน์เวไชยันต์ ระคายคันวรองค์พระอินทรา
จึ่งเผยสิงหพิมานทะยานเยี่ยม เล็งเลียบเลียมทั่วโลกทิศา
เห็นพระจันทโครบกุมารา ที่โจรป่าฟาดฟันให้บรรลัย
เพราะหญิงร้ายรักชายไม่เลือกเช่น มันจึ่งเป็นทุจริตผิดวิสัย
จะสาปซ้ำให้ระยำอยู่กลางไพร แล้วจะไปช่วยชุบกุมารา
อำมรินทร์ตรึกสิ้นดังนั้นเสร็จ ก็เสด็จจากดาวดึงสา
แล้วแปลงกายกลายรูปพระอินทรา เป็นเหยี่ยวร่าร่อนลงที่ริมชล
ทำกินเหยื่อเนื้อย่างให้นางเห็น แล้วโลดเต้นไต่[๑]ไม้แล้วไซ้ขน
สมรมิ่งโมราพิรากล อยู่ฝั่งชลทอดทัศนามา
เห็นเหยี่ยวกินเนื้อย่างแล้วพลางแล นางชะแง้แหงนดูซึ่งปักษา
ด้วยลำบากอดอยากหลายวันมา กัลยาวิงวอนด้วยคำคม
พี่เหยี่ยวเหยื่อเนื้อย่างได้ไหนมา น่ามีรสโอชาประเสริฐสม
น้องนี้อดอาหารมานานนม พี่ทรามชมเอ็นดูด้วยช่วยชีวัง
ขอทานเหยื่อเนื้อย่างให้น้องนิด พอชูจิตชื่นในนํ้าใจหวัง
เอ็นดูได้ก็จงให้เหมือนวาจัง ชีวิตยังก็จะแทนพระคุณไป ฯ
๏ อำมรินทร์อินทราพญาเหยี่ยว ทำกล่าวเกี้ยวล่อหลอกเฉลยไข
พี่เห็นพักตร์ก็ให้รักเจ้าสุดใจ เว้นแต่ไม่แจ้งในนํ้าใจนาง
ถึงก้อนเนื้อเหยื่อเราจะเข้าปาก เจ้าบอกอยากแล้วจะให้ไม่ขัดขวาง
แต่ตัวเราอารมณ์นิยมนาง จะขอบ้างแล้วจะเบือนไม่เหมือนใจ
แม้นอนงค์ปลงรักเหมือนเรียมคิด ถึงดวงจิตก็จะเด็ดให้เจ้าได้
เจ้าตกไหนพี่จะตามเจ้างามไป ไม่อาลัยแก่ชีวิตชีวาวัน ฯ
๏ เยาวมาลย์ฟังสารพญาเหยี่ยว ประโลมเกี้ยวลิ้นลมเจ้าคมสัน
อารมณ์พาลมิได้คิดว่าผิดพรรณ จึ่งเสกสรรตอบสารด้วยมารยา
พี่เหยี่ยวเห็นน้องอยากออกปากขอ จึ่งกล่าวล่อลวงเล่ห์เสน่หา
ถ้าแม้นพี่มีคุณแก่ฉันมา ธรรมดามิทจิตก็มิทใจฯ
๏ เหยี่ยวพระอินทร์ฟังสิ้นสารสวัสดิ์ ก็รู้เชิงประดิพัทธ์พิสมัย
จึ่งแกล้งกล่าวพจมานประจานใจ ซึ่งความในยังไม่แจ้งประจักษ์ความ
แม้นน้องแก้วอนุกูลไม่สูญรัก จงประจักษ์อย่าให้มีราคีขาม
จะโยนเหยื่อเนื้อย่างให้นางงาม จะผ่อนตามหรือที่ว่ายุพาพิน ฯ
๏ นางโฉมฉายอายใจอยู่ในจิต ทำจริตค้อนควักให้ปักษิณ
นี่หากพี่มีเนื้อเป็นเหยื่อกิน มาล่อลิ้นให้ระกำด้วยคำคม
พี่เห็นมีภัคนีที่ไหนมั่ง มานิ่งนั่งให้บุรุษภิรมย์สม
หญิงนี้ควรหรือจะชวนให้ชายชม แต่อารมณ์มิได้ดังเหมือนอย่างคำ ฯ
๏ เหยี่ยวพระอินทร์ฟังจินตนาสาร อีหญิงพาลกาลีไม่มีส่ำ
มัฆวานแกล้งประจานให้เจ็บจำ พี่ขอบคำที่ไม่ขัดให้เคืองใจ
อารมณ์น้องเหมือนหนึ่งท้องทะเลลึก ตามแต่นึกปรารถนาจะอาศัย
อย่าว่าแต่พี่เกี้ยวประเดี๋ยวใจ ถึงสัตว์ใดแต่บรรดาในป่าดอน
ขยับแย้มเจ้าก็เยื้อนไม่เบือนพักตร์ พอบอกรักก็ได้ร่วมสโมสร
มิทันจืดแต่พอจางก็ร้างจร ใจสมรมิได้เลือกสมาคม
แต่ผัวรักแล้วยังยักกระบวนบิด มาปลงจิตให้อ้ายโจรภิรมย์สม
พอโจรจดรู้รสแล้วร้างชม ยังไม่สมสากะใจฤๅไรเจียว
สองมนุษย์แล้วมิหนำยังซ้ำสัตว์ พอแก้ขัดเข็ดฟันที่คันเขี้ยว[๒]
มึงฆ่าผัวเสียจนตัวต้องเดินเดียว จะซ้ำเหยี่ยวเข้าเป็นสามยามกันดาร
กูเป็นเจ้าดาวดึงส์วิมานมาศ อันสัญชาติหญิงร้ายไม่หมายสมาน
กูรู้เช่นอยู่ว่าเป็นกาลีพาล จะประจานไว้ให้แจ้งทั้งโลกา[๓]
ว่าหญิงกาลกินีกาลีทวีป จนสิ้นชีพมิให้ชายปรารถนา
ให้ฝูงค่างกลางดงเป็นภัสดา ชาวโลกาให้เขาเรียกชะนีนาง
ให้สมจิตแพศยาที่ฆ่าผัว ทั้งกายตัวก็ให้คล้ายกับกายค่าง
พอขาดคำอำมรินทร์ที่สาปนาง สารพางค์กายกลับไปฉับพลัน
ทั้งแข้งขาหน้าเนื้อแต่พื้นขน ก็วิ่งวนเข้าป่าพนาสัณฑ์
อันภูษาผ้าผ่อนไม่มีพัน แต่กายนั้นเปลี่ยวเปล่าไปกลางไพร
ให้คลับคล้ายคลับคลาภาษาคน ที่บาปตนฆ่าผัวนั้นนึกได้
ที่เคยมีความอายให้หายไป ขึ้นไต่ไม้ทรมานประจานตัว
ครั้นสิ้นสายสุริยแสงแดงอากาศ รำลึกชาติขึ้นมาได้ว่าเลือดผัว
เที่ยวร่ายไม้ห้อยโหนแล้วโยนตัว ร้องเรียกผัวเสียงชัดภาษาคน
นั่นแลชะนีจึ่งไม่มีตัวผู้ผัว เพราะหญิงชั่วสาระยำทุกแห่งหน
ได้เชยค่างต่างเพศเป็นผัวตน ด้วยเดิมคนต้องคำอำมรินทร์ ฯ
๏ สมเด็จท้าวมัฆวานประธานภพ เลิศลบดินฟ้าชลาสินธุ์
เมื่อเสร็จสาปโมรายุพาพิน อำมรินทร์รีบเหาะระเห็จไป
ครั้นถึงที่กเฬวรากซากอศภ เห็นพระจันทโครบที่ตักษัย
ท้าวโกสินทร์รินน้ำมันออกทันใด แล้วลูบไล้สารพางค์ชะโลมทา
จึ่งซ้ำเสกทิพมนต์สมานจิต ก็กลับติดขึ้นได้ดั่งปรารถนา
อ่อนละมุนอุ่นจิตดั่งนิทรา อำมราตรัสเรียกให้รู้องค์ ฯ
๏ ปางกระษัตริย์ขัตติยาวราเดช เห็นตรีเนตรนั่งชิดพิศวง
เครื่องประดับวับวามอร่ามทรง สำหรับองค์เลิศลํ้าในโลกี
ดั่งนํ้าแก้วมรกตสดสะอาด ภูวนาถมิได้รู้ว่าโกสีย์
แต่มิใช่โจรป่าที่ราวี รัศมีผ่องผิดประชาชน
จึ่งตรัสว่าข้าแต่พระผ่านเกล้า ขอถามท้าวให้แจ้งในเหตุผล
ข้าถึงกาลวิสัญญีไม่มีชนม์ ไฉนพ้นมรณาพิราลัย ฯ
๏ อำมรินทร์อินทร์เจ้าจอมอากาศ จึ่งแย้มเยื้อนเทวราชสนองไข
เราอยู่ดาวดึงสาสุราลัย นามชื่อหัสนัยน์สุเรนทร
ด้วยเจ้าเกิดเป็นชายไม่เสียสัจ กรรมวิบัติหนหลังมาสังหรณ์
เอาหญิงกาลกินีเป็นเพื่อนนอน อ้ายโจรจรมันจึ่งล้างให้วางวาย
เป็นเหตุเจ้าเร่าร้อนถึงไสยาสน์ จึ่งจากอาสน์เวไชยันต์แล้วผันผาย
มาชุบช่วยมิให้ม้วยชีวาวาย อันหญิงร้ายแพศยาอย่าอาลัย
เมื่อเจ้าตายโจรร้ายมันร่วมรัก ระยำนักมิได้นับบรรทัดได้
ไม่รักเจ้าแต่สักเท่าหยากเยื่อใย ถึงโจรไพรมันก็ร้างเสียกลางดอน
แต่ตัวนางนั้นไปนั่งยังฝั่งนํ้า เราสาปซํ้าไว้ให้สมอารมณ์สมร
เป็นชะนีหน้าตาเหมือนวานร เที่ยวสมจรอยู่กับค่างที่กลางไพร ฯ
๏ ได้สดับสุนทรอมรแมน ที่ข้อแค้นดาลเดือดนั้นดับได้
ชุลีกรประดิพัทธ์ท้าวหัสนัยน์ พระคุณใครจะเสมอไม่มีปาน
แม้นพระองค์อยู่ในวงศ์ชมพูทวีป จนสิ้นชีพมิได้ลืมพระคุณท่าน
นี่สุดไกลที่จะไปนมัสการ จะเนิ่นนานมิได้กราบพระบาทา
ซึ่งโปรดว่าหญิงร้ายก็หายรัก เสียดายศักดิ์ที่ได้ร่วมเสน่หา
ดั่งชายชั่วมัวเมาในกามา พอเป็นตราตรึงจิตไว้จำความ ฯ
๏ จอมอมรสั่งสอนหน่อกระษัตริย์ เจ้าผู้จัดเจนใจในสนาม
อันใจหญิงยิ่งเพลิงละเลิงลาม ใครผ่อนตามเหมือนหนึ่งแกล้งให้ตัวตาย
จะริรักรอรั้งให้ยั้งหยุด อย่ารักรุดไปให้เกินอารมณ์หมาย
ทั่วทวีปก็จะลือว่าชื่อชาย อันรักตายนั้นต้องตำรามา
เจ้าเคยเจ็บแล้วจงจำเอาคำสอน เราจะจรไปยังดาวดึงสา
จะช่วยชี้เวียงไชยให้ไคลคลา มรคาข้างทิศอุดรตรง
ที่กลางทางมีนางอยู่ในเขา ไปเถิดเจ้าจะได้ชมสมประสงค์
แต่ตัวนางเป็นบุตรท้าวภุชงค์ นามอนงค์วรนุชมุจลินท์
เดิมพญาวาสุกรีอันมีเดช มาสู่สมกินเรศในไพรสิน
กินรีคลอดบุตรชื่อมุจลินท์ ท้าวนาคินมิได้พาไปบาดาล
ให้นางอยู่คูหาพนาสณฑ์ ผูกพยนต์เป็นพิรุณอิสูรหาญ
แต่เบื้องบาทอสุราอยู่บาดาล ศีรษะมารสูงเยี่ยมเทียมเมฆา
อันยักษาผ้าพยนต์พญานาค ยืนอยู่ปากถํ้าแก้วพระคูหา
แม้นใครเป็นคู่สร้างของนางมา สังหารผ้าพยนต์ตายจึ่งได้นาง
อันตัวเจ้าเราก็รู้อยู่เต็มจิต กับมิ่งมิตรมุจลินท์เป็นคู่สร้าง
จงรีบไปเถิดจะได้อนงค์นาง อย่าลืมทางที่เราชี้ตรงนี้ไป
สั่งเสร็จพระเสด็จทะยานเหาะ จำเพาะดาวดึงสาที่อาศัย
ลอยละลิ่วปลิวถึงสุราลัย เข้าเวไชยันต์นุมาศวิมานพราย ฯ

[๑] ต้นฉบับสมุดไทยใช้ “ต่าย” ทุกแห่ง

[๒] สมุดไทยเลขที่ ๑๓ ว่า “พอแก้ขัดมิให้ขาดกระสันเสียว”

[๓] สมุดไทยเลขที่ ๑๓ ว่า “จะประจานไว้ให้ทั่วทั้งโลกา”

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ