๖ ตำราหน้าที่ตำรวจ

อย่างธรรมเนียมแต่ก่อน ขนบราชการกรมตำรวจในซ้ายขวา กรมตำรวจนอกซ้ายขวา ได้ผลัดเปลี่ยนกันเข้าเวรประจำซองรับราชการตามพนักงาน ถ้ามีการสงครามข้าศึกยกล่วงเข้ามาขอบขัณฑเสมาและเสด็จไปประทับแรมดุจหนึ่งพระบาท เมืองลพบุรีนั้น เพลาค่ำให้เข้ามานอนประจำซองทั้งสี่เวร และ (บรรดา) ประตูเปิดรอบพระราชวังนั้น ชาววังได้เกณฑ์ทนายตำรวจในไปกำกับรักษาประตูตามซ้ายขวา และประตูหน้าฉานนั้น ให้หัวหมื่นพันทนายกำกับทุกๆ เวร และตำรวจในซ้ายขวาได้กำกับชาววังเวรบัญชีผู้นอนเวรประจำซอง ถ้าและไม่เสด็จ ฯ ออกได้ห้ามปากเสียงนอกพระราชฐาน ถ้าทรงพระกรุณาสั่งสิ่งใดเป็นการเร็ว ผู้รับสั่งให้ตำรวจในไป ถ้าทรง ฯ ให้ลงพระราชอาญาผู้กระทำผิดได้ลงพระราชอาญาตามรับสั่ง ทรงพระกรุณาให้ประหารชีวิตส่งไปกรมพระนครบาล และได้ถือตรารับสั่งไปเอากิจราชการและข่าวคราวเป็นการเร็ว และลงพระราชอาญา ณ หัวเมือง

อนึ่งเสด็จออกขุนนาง (เฝ้าที่พระลาน) เจ้ากรมปลัดกรมเฝ้าทูลละอองฯ ล้อมวงอยู่นอกกำแพงนอกระเนียดนอกแผง เกณฑ์ให้หัวหมื่นตัวสีตำรวจเลวรักษาประตูกำแพงแก้วประตูระเนียดแผงลับแลชั้นใน และห้ามปากเสียงอย่าให้แปลกปลอมแอบแฝงอยู่ได้ เพลาค่ำให้ทนายคบเอาคบเข้าปักประตูกำแพงแก้วประตูระเนียดแผงลับแลและหน้าฉานตามซ้ายตามขวา ถ้าทรง ฯ ให้ถามลงพระราชอาญาผู้ใดๆ นั้น ขุนตำรวจได้รับสั่ง แล้วให้คุมเอาตัวผู้นั้นออกไปเสียจากที่เฝ้า ถ้าทรงพระกรุณาสั่งให้เอาตัวผู้ต้องจำต้องถามเข้ามาหน้าพระที่นั่ง ให้คุมตัวผู้นั้นเข้ามา ถ้าทรงพระกรุณาให้หาผู้ใดเข้าไปเฝ้าผิดเวลา แต่คนหนึ่งขึ้นไปนั้น ให้เจ้ากรมปลัดกรมผู้อยู่เวรนั้นเข้าไปเฝ้า ปลัดกรมหัวหมื่นตัวสีด้วย

ถ้าเสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตรการมหรสพนั้น เจ้ากรมปลัดกรมนุ่งสมปักลาย ห่มเสื้อครุย เจ้ากรมตะพายกระบี่ ปลัดกรมขัดดาบ หัวหมื่นตะพายดาบถือหอก ตัวสีคาดดาบ พันทนายนุ่งผ้าแกมไหมชายยามเกี้ยวผ้าเกี้ยวตะพายดาบแห่เสด็จตามกระบวนไป ครั้นถึงพลับพลาทอดพระเนตรการมหรสพนั้น เจ้ากรมปลัดกรมเฝ้าอยู่หน้าพระที่นั่งและหัวหมื่นตัวสีพันทนายนั้น เฝ้าล้อมวงอยู่หน้าฉานตามซ้ายตามขวาเป็นพนักงานขุนตำรวจคอยรับสั่งและเบิกคู่บำรู คู่มวย, คู่ปล้ำ, คู่คลี, โคคน โครอบ โคระแทะ โคแกะชุมภา ไก่ป่า

ถ้าเสด็จฯ ไปวัดพระศรีสรรเพ็ชญ์เป็นการปรกตินั้น ให้เจ้ากรมปลัดกรมนุ่งสมปักไหมห่มเสื้อครุยคาดดาบแห่เสด็จฯ แต่ที่ประทับพระเสลี่ยงไป หัวหมื่นถือหอกตัวสีตะพายดาบไปตั้งแห่นอกประตูต้นมะเกลือด้วยเครื่องสูง ครั้นถึงวัดพระศรีสรรเพ็ชญ์แล้ว จึงเกณฑ์ให้หัวหมื่นตัวสีพันทนายตำรวจเลวล้อมวงตามซ้ายขวา ถ้ามีการฉลอง, การออกพระวรรษา, การบวชนาคหลวงนั้น ให้นุ่งสมปักลาย ใส่เสื้อครุย คาดดาบแห่ ถ้าออกวรรษาเสด็จ ฯ ไปถวายบาตรพระ ณ วัดพระศรีสรรเพ็ชญ์นั้นขุนตำรวจ ปลัดตำรวจ ได้เปิดประตูใหญ่พระธรรมศาลาเข้ามาชักพระออกมาให้ข้าทูลละอองฯ ถวายบาตร ถ้ามีพระมหาชาติของหลวงนั้น เจ้ากรมปลัดกรม ซึ่งอยู่เวรนั้นได้ถวายพระทวยเทียนประจำกัณฑ์ มหาดเล็กถวายเทียนฉลองพระหัตถ์ทุกกัณฑ์

ถ้าเสด็จไปทอดพระเนตรช้างผัดพานสนาน การแห่สิ่งใดๆ นั้น เจ้ากรมปลัดกรมนุ่งสมปักลาย ใส่เสื้อครุย คาดดาบ แห่แต่ที่ประทับพระเสลี่ยงไป และหัวหมื่น ตัวสี ทันทนาย ตั้งแห่แต่นอกประตูพรหมทวารด้วยเครื่องสูง ครั้นเสด็จถึงพลับพลาแล้ว เจ้ากรมปลัดกรมหัวหมื่นวิ่งออกไปเฝ้า ณ ท้องสนามนอกกำแพง ขุนตำรวจได้คอยรับสั่งและเกณฑ์ให้ตั้งปะรำช้าง ห้ามปรามตามซ้ายขวา ถ้าทรงพระกรุณาให้เร่งช้างเร่งเกณฑ์แห่ ขุนตำรวจได้รับสั่งแล้วให้หัวหมื่นไปเร่ง

ถ้าเสด็จไปทอดพระเนตรเสือตะรางท้ายสระนั้น เจ้ากรมปลัดกรมนุ่งผ้าไหมเกี้ยวผ้าเกี้ยว ถือหอกแห่เสด็จแต่พระที่นั่งทรงปืนไป ครั้นเสด็จขึ้นพลับพลาแล้ว เจ้ากรมปลัดกรมขึ้นรักษาหน้าที่หน้าพระที่นั่ง ขุนตำรวจได้คอยรับสั่ง และสืบพระราชโองการ และให้หัวหมื่นชักหุ่นล่อเสือ และหัวหมื่นตัวสี พันทนายรักษาหน้าที่ตามซ้ายตามขวาให้ถอดฝักหอกออกไว้ทุกคน

ถ้าเสด็จเป็นการปรกติเป็นกระบวนประพาสและทอดพระเนตรเสือแห่งใดนั้น นุ่งผ้าแถบไหมห่มเสื้อหนาวเกี้ยวผ้าเกี้ยว ถือหอกแห่ตามกระบวน ครั้นเสด็จถึงพลับพลาแล้ว เจ้ากรมปลัดกรมหัวหมื่นตัวสีพันทนาย ขึ้นรักษาหน้าที่คอยรับสั่ง ดุจหนึ่งตะรางเสือท้ายสระ เสด็จทรงพาหนะพระที่นั่งสิ่งใด และเสด็จด้วยฉลองพระบาทก็ดี ทรงตรัสสั่งประการใดมิได้จำเพาะชื่อ ถ้าและในพระราชวัง เป็นพนักงานชาววังรับสั่ง นอกพระราชวังพนักงานขุนตำรวจได้รับสั่ง

ถ้าทรงว่าวเพลาเช้าเพลาเย็นนั้น เจ้ากรมปลัดกรมผู้อยู่เวรเข้ามาคอยกราบทูลพระกรุณาด้วยลมกล้าลมอ่อน ครั้นเสด็จไปทรงว่าวเจ้ากรมปลัดกรม ซึ่งอยู่เวรประณมมือแห่เสด็จไปจนถึงลานทรงว่าว ณ สวนกระต่ายแล้วเฝ้าคอยรับสั่ง ครั้นวิ่งราว (คือวิ่งรอก) เรียกหัวหมื่นตัวสีตำรวจเลวขึ้นไปวิ่งราว และเกณฑ์ให้คอยค้ำสายป่าน ถ้าพานว่าวปักเป้าติดเข้ามานั้น ได้เอาบัญชีกราบทูลพระกรุณาตามชื่อทุกครั้ง

ถ้าทอดพระเนตรการสิ่งใดๆ ดุจแต่งตัวไม้นั้น เจ้ากรมปลัดกรมเฝ้า และตรวจตราดูการ

ถ้าเสด็จออกประตูทิชาย ทอดพระเนตรช้างบำรู ช้างผัดพานถวายตัว ในพระราชวังนั้น เจ้ากรมปลัดกรมนุ่งสมปักไหมห่มเสื้อครุยคาดดาบ แห่เสด็จไปถึงที่ทอดพระเนตร แล้วเฝ้าคอยรับสั่งและหัวหมื่นตัวสีตำรวจเลวคอยห้ามปราม และพันทนายถือส้วมส้าวรักษาพระที่นั่งตามซ้ายตามขวา และเจ้ากรมปลัดกรมตำรวจเฝ้าทูลละออง ฯ อยู่ ณ ที่ใด ๆ และแห่เสด็จก็ดี ถ้าทรงสั่งให้สั่งไปเอาราชการประการใดๆ นั้นขุนตำรวจรับสั่งแล้ว สั่งให้แต่ปลัดตำรวจหัวหมื่นตัวสี ไปตามควรด้วยข้อราชการใหญ่น้อย ถ้าทรงสั่งจำเพาะ จึงให้ขุนตำรวจไปตามรับสั่ง แต่เรือตามเสด็จนั้นมิได้ห้าม

ถ้ารับสั่งใช้และผู้จะไปเอาราชการนั้น ให้กราบสามที แล้วคลานถอยหลังออกไปสุดที่เฝ้า แล้วกราบถวายบังคมอีกสามทีจึงวิ่งไป ถ้าแขกเมืองเข้ากราบถวายบังคม และเจ้ากรมปลัดกรมแห่เสด็จแต่พระที่นั่งบรรยงก์รัตนาสน์ขึ้นไปทรงเครื่อง ณ พระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท เกณฑ์ให้ห้ามปากเสียงต่ำสูงตัดหน้าฉาน มิให้ลุมเล้าแปลกปลอม แต่นอกกำแพงแก้ว หน้าพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาท พิหารสมเด็จออกไปและเกณฑ์ตำรวจเลวไปคอยแขกเมือง ท่าคอยคน ๑ ชีกุนคน ๑ ศาลาลวดสะพานช้างคน ๑ หน้าวังตราคน ๑ ถ้าแขกเมืองมาถึงตำบลใด ผู้คอยวิ่งนำบอกมหาดเล็ก ๆ กราบทูลพระกรุณา ถึงหน้าวังตราแล้วจึงเสด็จขึ้นไปทรงเครื่อง

อนึ่งถ้ามีการโสกันต์ลงสรง เจ้ากรมปลัดกรม นุ่งสมปักลายห่มเสื้อครุย ใส่พอกเกี้ยวตามบรรดาศักดิ์ ถ้าเสด็จเป็นการพยุหบาตรา เจ้ากรมปลัดกรมนุ่งสมปักลาย ห่อเสื้อหนาวเกี้ยวเจียรบาด เจ้ากรมตะพายกระบี่ ปลัดกรมคาดดาบ หัวหมื่นถือหอกตะพายดาบ ตัวสีคาดดาบ พันทนายตะพายดาบแห่ตามกระบวนเกณฑ์ให้จุกช่องแต่ในกรุง

อนึ่งถ้าทรงปืนนั้น พนักงานตำรวจในซ้ายขวาได้ตั้งป้อมปักเป้าชีไลปอม ถ้าทรงให้ข้าทูลละอองฯ หัดยิงปืนนั้น ตำรวจในก็ได้ตั้งป้อมปักเป้า และเจ้ากรมปลัดกรมผู้อยู่เวรได้ตรวจเอาบัญชีผู้ยิงผิดยิงถูกกราบทูลพระกรุณา

ถ้าเสด็จลงเรือ $\left. \begin{array}{}\mbox{ศรีสักหลาด } \\[1.4ex]\mbox{กราบ }\\[1.4ex]\end{array} \right\}$ ไปแห่งใดนั้น เรือปลัดตำรวจนำเสด็จลำหนึ่งตามเวร เรือเจ้ากรมปลัดกรมทั้งนั้นตามเสด็จสิ้น เรือตามชั้นหนึ่งแต่เรือเจ้ากรมสองลำ และเรือเจ้ากรมปลัดกรมทั้งนั้นอยู่ชั้นสอง ถ้าทรงสั่งใช้เรือชั้นหนึ่งไปลำหนึ่งแล้ว จึงให้เรือชั้นสองรีบขึ้นไปให้คงชั้นหนึ่งสองลำอย่าให้ขาดได้ ถ้าเป็นทางคลองแคบนั้น เกณฑ์หัวหมื่นตัวสีพันทนายถือหอกแห่ทั้งสองฟากคลอง เพลากลางคืนให้เอาคบไปปักวางร้านเพลิงด้วย แต่สะพานหันนั้นเกณฑ์ให้พันทนายคอยจุกช่องทั้งสองฟากสะพาน ถ้าเพลาค่ำให้ทนายคบเอาคบปักข้างละดอก

ถ้าเสด็จไปพระราชทานกฐิน เพลาค่ำนั้นให้เกณฑ์ปลัดตำรวจถือหอกแห่เสด็จขึ้นวัดๆ ละคน และเกณฑ์หัวหมื่นตัวสีพันทนายล้อมวงและค้นวัดทุกวัน ถ้าเสด็จเป็นการพยุหบาตราทรงเรือพระที่นั่งกิ่ง มหาเทพมหามนตรีนุ่งสมปักลายใส่เสื้อครุยใส่พอกเกี้ยว (ไปลง) หน้าเรือพระที่นั่ง บอกมหาดเล็กถือพระแสงคอยตีฆ้องด้วย

ถ้าเสด็จทางสถลมารคแห่งใด ๆ มีหลักร้อยหลักกรุย ขุนตำรวจได้ถือระยะทางกราบทูลตามระยะ และพนักงานตำรวจในได้ตีฆ้องขึ้นเกยด้วย ถ้าทรงรถยางโลสงนั้น มหาเทพมหามนตรีได้ขึ้นขับรถคนหนึ่ง ถ้าเสด็จประพาสบัวนั้น เจ้ากรมปลัดกรมไปดูที่บัวแล้วเอามากราบทูล ถ้าเสด็จไปทอดพระเนตรการวัดวาอารามในกรุงนอกกรุง ถ้าในกรุงดุจหนึ่งไปวัดเจ้าปราบนั้น (ทรง) พระเสลี่ยงหลังคา เจ้ากรมปลัดกรมนุ่งสมปักไหมห่มเสื้อครุยคาดดาบแห่เสด็จเข้าที่ประทับพระเสลี่ยงไป และหัวหมื่นตัวสีพันทนายตั้งแห่นอกประตูมหาโภคราชด้วยเครื่องสูง ไปเกณฑ์จุกช่องด้วย ถ้านอกกรุงดุจหนึ่งไปวัดหันตรา วัดพระยาคำนั้นแห่นอก ถ้าเสด็จไปแห่งใดๆ มีที่ประทับร้อนนั้น หัวหมื่นตัวสีพันทนายได้อยู่รักษาประตูล้อมวงตามซ้ายตามขวา ถ้าเสด็จประทับแรมเพลากลางคืนได้ตั้งโคมราย หน้าฉาน ตำรวจในคู่ ๑ ตำรวจใหญ่คู่ ๑ ตำรวจนอกคู่ ๑ รวม ๓ คู่ และได้เอาปืนตาตะ (ฉะบับขาด) ไปตั้ง ตำรวจในซ้ายบอก ๑ ขวาบอก ๑ ตำรวจใหญ่ซ้ายบอก ๑ ขวาบอก ๑ ตั้งรายหน้าฉาน ๔ ทหารในซ้ายบอก ๑ ขวาบอก ๑ ตั้งในประตูหน้าฉาน รวม ๖ บอก ตำรวจในซ้ายขวา ตรวจกองร้อย กองซุ่ม กองคอยเหตุ หญ้าช้าง หญ้าม้า และตำรวจนอกซ้ายขวา ได้ตรวจล้อมวงทหารในล้อมวังอาสาวิเศษ ตั้งกองแทรก เจ้ากรมได้เอาบัญชีกราบทูลเพลาสองทุ่มทุกวัน ถ้าประพาสถ้ำประพาสเขา กรมฝ่ายในพระสนมโดยเสด็จนั้น เจ้ากรมปลัดกรมแห่นอก ชาวที่ขันทีออกไปให้ไกล แต่พอเรียกได้ยินให้ระแวดระวังค้นคว้าดู อย่าให้มีเหตุการณ์ได้ (ตรงนี้สงสัยว่าฉะบับขาด) ให้หัวหมื่นตัวสีพันทนายแห่แซงออกไปชั้นนอก

แต่ตำรวจในซ้ายขวานั้น เรือพระที่นั่งบัลลังก์รัตนาสน์ ๑ เรือพระที่นั่งราชสมเสพ ๑ เรือนาคคู่ ๑ เรือมังกร ๒ คู่ เรือทักทวง (ทักกะทอ) คู่ ๑ เรือวรสิงห์ (นรสิงห์) คู่ ๑ เรือโต ๒ คู่ เรือกิเลนคู่ ๑ เรือโขมดญาคู่ ๑

ตำรวจนอกขวา เรือไชยเหินหาว ๑ ตำรวจนอกซ้าย เรือไชยหลาวทอง ๑ รวม ๒๐ ลำ ออกรับเงินสำหรับเสด็จขึ้นทรงมา

และการพนักงาน หอพระ หอพระมณเฑียรธรรม และหอหนังสือ หอสวด หอพระเทพบิดร หอพระเทพอุกัน ธรรมาสน์ เตียงสวด ที่พระสงฆ์พักมิได้ยกขึ้น

ตำรวจในรวมกับตำรวจใหญ่ พระที่นั่งสุวรรณปฤษฎางค์ พระที่นั่งศรีสักหลาด ๓ ชั้น ชั้นเดียว หลังคาทองพุดตาล ประพาสโถง พระตำหนักและชาลา และโรงสำหรับไว้เกยช้าง และที่ประทับพระเสลี่ยงพลับพลาและที่สรง มหาพิไชยราชรถและรถทรงยางโลสง ฉนวนทางเสด็จโรงแสงใน โรงเครื่องมหาดเล็ก โรงแสงปืนต้นใน ทิมดาบตำรวจใน ทิมดาบชาววังใน โรงอาลักษณ ตึกโรงปืนใหญ่ปืนน้อย โรงมหาพิไชยราชรถ โรงหล่อระฆังหล่อพระ โรงช้างต้น โรงม้าต้น ขนานเรือใส่ช้าง อ่างแก้ว น้ำพุอ่างแก้ว ท่อน้ำ ระหัดน้ำ

ตำรวจนอกรวมกับสนม พระตำหนักเรือนหลังที่ลงพระบังคน พนักงานสนมซ้ายขวา ตำหนักเรือนพระราชทาน พลับพลาข้างในฉนวนทางเสด็จกรมฝ่ายใน คลังฝ่ายในทั้งปวง โรงสะดึง โรงเทียน ทิมนักเทศน์ ทิมขันที ทิมโขลน เรือนเพลิง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ