พระศรีวิชัยชาดก

๏ ศรีสวัสดิวิชัยไกรเกริก เบิกพระยศทศธรรเมศ ปิ่นธเรศทรพิพงศ สุริยวงศวาเวกเอกอัคร์ หลักกรุงเทวะสยาม ฤทธิพ่างรามรอนราพ ปราบบรบรรลัยลาญ ผลาญพม่ามอญลาว กำพุชชาวเชียงเวียงญวน ม้วนทั้งมอญมามือ ปือประนมน้อมมาลย ถวายกฤษดาญชวเลศ เดชวรเดชไกรเกรียง เสียงสะท้านทุกด้าว ท้าวสทศทุกแดน แสนเกษมเปรมประชากร ศรีพระนครสารเศวต ประยุรเพศอิศรพงศ ยงพระยศเฟื่องฟ้า สมบัติสมบูรณ์หล้า เลิศเมืองสวรรค์แฮ ฯ

๏ อัญขยมบรมธาตุเจ้าสนององค์
แสงส่องวรศาสนเรืองแผ่นแผ้ว
ดุจศรีสุคตทรงชนม์ชีพ อยู่นา
ใครนบใครนอบแล้วเลิศสวรรค์ ฯ
๏ ครื้นครื้นเภรีศก้องธรรมา
แปดหมื่นสี่พันขันธ์แจกแจ้ง
ปานอำมฤตยธาราโรยทราบ
นำนิกรสัตวแส้งสู่เกษม ฯ
๏ ธงไชยอรหัตห้องทรงศิล
สังวรวิไลเปรมเปรียบแก้ว
มานคุณอดุลยภิญ-ญาอาสน์
อาจมล้างราคแร้วส่ายสูญ ฯ
๏ นบพระศรีรัตนถ้วนตรีทวาร
ขอเดชพระเพ็ญพูนเกศเกล้า
กำจัดนฤภัยพาลทุกข์เทวษ
นิราศอาตมทุกเช้าค่ำหาย ฯ
๏ อ้าองค์บรเมศเจ้าโสฬส
เชิญพ่อผาดผยองผายสู่หล้า
มาอวยพรพิมตมาโนช
นำนิยมจิตข้าข่มมาร ฯ
๏ ขอหวังวรวัจนแจ้งแจงอรรถ
ศรีวิชัยแสดงสารสืบสร้าง
เป็นศรีบุรีรัตน์กรุงเทพ
ประโยชน์หญิงชายอ้างอ่านแจ้งผลบุญ ฯ

เทวราชะนะนะเหตุยัตตูติ อิทัง สัตถา ปางพระทรงคุณคัมภีร์ ศรีสรรเพชดาญาณ เชตะวะเน วิหะรันโต เสด็จสำราญพุทธอาสน์ ณ เชตุวะนาวาสวิมล ในโกศลบุรีรัตน โปรดบรรพสัษยนรนรา สุรินทรเทวาครรธัพ ด้วยอริยทรัพย์เจ็ดประการ ทานะปาระมึ อารัพภะ กะเถสิ มีศีลทานเป็นอาทิ พระมุนีนาถปรารภทาน แต่อดีตกาลให้เป็นเหตุ จึ่งตรัสสะธรรมเทศนาผล สงฆนิมนต์ด้วยเคารพ พระก็นำอดีตภพมาตรัส เป็นอติทูรัศนิทาน ข้าหึงนานล่วงแล้ว ประทานปานพวงแก้ว เรียบร้อยแสงพรรณ ฯ

อะตีตัง อาหะริ แต่เบื้องบรรพยังมี เจ้าธเรศตรีศรกษัตริย์ เป็นอธิปัติถวัลยราช นามนรนาถอาทิตยวงศ์ ดำรงภพมณฑล สกลกรุงมิถิลา มหาวิเทหะรัฐเป็นแดน พลนับแสนจัตุรงค์ พลคชคงข่มบร งางามงอนเสยส่าย เศิกสู้พ่ายสยบแสยง พลอัศวแข็งควบขับ ธนูสรรพคล่าวคลี ดุจพาชีพระพาย พลรถหลายเหลือนับ สารถีขับขันขยัน แสะผกผันเผ่นผาด ปานรถราชสุริยง สำเนียงกงครึกครื้น ดุจเสียงคลื่นคลั่งสมุทร พลท้าวสุดสังขยา ขามกายากลยักษ์ ดำมักคักมักกะสัน หันเศิกสู้บ่ย่าน ร่านรานเศิกสันทัด ตัดหัวหิ้วโห่ฉาว สำหาวหาญเหลือห้าว ทั่วทุกท้าวเกรงเดช ร้อยบุเรศออกระอา ถวายบรรณาการมาลาช สุวรรณมาศเงินงาม ตามบูรพประเพณี วิมะลาเทวี ปิยามะนาปา ท้าวธมีราชเทพิน โฉมเฉิดฉินเลิศลักษณ์ ประไพพักตรบวร ดุจอัปสรกัลยา นามวิมะลาเอกองค์ ปิ่นอนงคกำนัล หมื่นหกพันสรรสาว ดูดุจดาวเดียรดาษ ล้อมดวงราชศะศิธร ในอัมพรแจ่มฟ้า เกษมสมบูรณ์ถ้วนหน้า ทั่วท้องธรณี ฯ

อะชะนะคะระ ชาวบุรีคิดควร ชวนกันสู่วังราช ซ้องอภิวาทท้าวทูล ว่าบดิสูรยเสวยสวัสดิ์ ในเศวตฉัตรช้านาน ภัยบพานทุกขเทวษ เหตุไฉนฉะนี้พ่อ ไร้พระหน่อสุริยวงศ์ จะสืบประยูรพงศ์ผ่านหล้า เพื่อดั่งนี้ชาวข้า เร่งร้อนอาวรณ์ ฯ

๏ ภูธรธิราชได้เสาวนา
ยลชอบชาวนัคราพร่ำพร้อง
พระสนองมธุรสาสาธุ สูแฮ
แล้วเสด็จสู่ห้องแท่นแก้วแกมคำ ฯ
๏ นำรสพจนารถแจ้งวิมะลา
อีกสุรางค์กัลยาแน่งน้อย
นุชจงจิตปรารถนาโอรส ธแม่
จักสืบสืบสุริยวงศ์ร้อยชั่วท้าวพันพระยา ฯ

สัพเพ อิตถิโย ตัง สุตวา ฝูงคณานางสดับ รับวโรงการธิราช ซ้องอภิวาทแล้วลา สู่คฤหาแห่งตน บัดบวงบนเทเวศ สรรพเครื่องวิเศษบูชา สุคันธาดวงมาลย ตั้งประณิธานปรารถนา โอรสาสายสวาท จวบตรีมาสล่วงไป สักนางหนึ่งไป่ได้ ลูกน้อยในครรก์ ฯ

วิมะลาเทวี อุโปสะถะ สีลัง รักขะติ ดับนั้นอัครเทวี วิมะลาศรีสุริยวงศ์ ชำระองค์หมดมลทิน สมาทานศิลอุโบสถ ด้วยมะโนรถอุกฤษฏ์ อวยทรัพย์บันดิฐบรรจงทาน แก่ทวิชาจารย์ยาจก ฝูงพรรณิพกหลากหลาย ครั้นสุริยฉายลีลาศ เลี้ยวเมรุมาศศีขะรินทร์ ราชเทพินเสด็จกลับ ถับถึงห้องปรางค์ปราสาท เนาเหนืออาสน์ไพจิตร โอนอัญชลิศเลอเกศ แก่อมรเมศพรหมมินท์ เดชะศิลผลทาน เป็นญาณสัมปะยุตตา อะสังขาริกะธรรโมท ข้าประโยชน์โอรส สืบสมมติสุริยวงศ์ ดำรงพิภพผ่านหล้า จงโสฬสเจ้าฟ้า ช่วยให้ดุจหวัง ฯ

๏ บัลลังก์วชิเรศร้อนบัดดล
พระส่องทิพยเนตรยลเหตุแจ้ง
อ่อโฉมพระนฤมลวิมะเลศ
ทรงศีลบริสุทธิแส้งประโยชน์ด้วยบุตรา ฯ
๏ ปรานีอัคเรศไร้สุริยวงศ์
จำอาตมจะบำรงเรื่องร้อน
ให้สำฤทธิประสงค์สายสวาท
พลางส่องทิพญาณข้อนขอบฟ้าเมืองบน ฯ
๏ ยลพุทธกุเรศไท้อุบัติ
เป็นเทพเสวยสวัสดิบุตรท้าว
จักจากพิมานรัตนรมเยศ
ไปอุบัติเกินก้าวเกือบชั้นฉะกาม ฯ

ตะถา สักกัสสะ เชฏฐปุตโต ตริความเสร็จเสด็จดล เทพดำกลโพธิสัตว์ มีเทวะจรัสบัณฑูร อ้าดูรพ่อผู้นฤทุกข์ ขุกคาบนี้เจ้าจักนาด ขออาราธนิมนต์ ไปปฏิสนธิในครรภ์ วิมะลาสรรค์เอกองค์ อาทิตยวงศ์สุรกษัตริย์ ปิ่นบุรัตมิถิลลา เป็นมหาศุภมงคล บำเบ็ญผลบารมี เทพอัญชลีกรภิวาท รับอาราธนอำมเรศ จุติเพศหายองค์ ลงปะฏิสนธิครรภา พระวิมะลาราชเจ้า สมัยยามรุ่งเร้า เรื่อฟ้าวันดี ฯ

สา คัพภะปะติฏฐิตะภาวัง ญัตวา พระเทวีแจ้งถนัด ว่าเทวะอุบัติในครรภ์ นางกระสันแสนสวาท ทูลบรมราชสามี ท้าวธก็ปรีดาโมทย์ ออกพระโอษฐสำรวล สั่งสงวนคัพโภทร ให้เครื่องบวรประดับองค์ นางลาลงปราสาทรัตน์ ตั้งปฏิบัติถนอมครรภ์ ครบกำหนดวันทศมาส สมภพราชกุมาร วรลักษณปานเทเวศ องค์พระบิตุเรศมาดา ประยูรวงศาพิศวาส จัดนางนาฏพระนม รูปอุดมสำอาง หกสิบสี่นางตระกูล โหราทูลถวายฤกษ์ เบิกมงคลสมโภช อุโฆษด้วยดนตรี ปัญจะดุรีย์นี่นัน เถลิงพระขวัญกุมารา หมู่ทวิชาอวยชัย ทั่วกรุงไกรเกริกหล้า ฝูงประชาชนทั่วหน้า แซ่ซ้องถวายชัย ฯ

๏ ขจรไปทุกด้าวว่าอาทิตยวงศ์ท้าว
ท่านได้บุตรา ฯ 
๏ แต่งบรรณามาให้ของขวัญพระลูกไท้
ธิราชเจ้ามิถิลา ฯ 

ตัง ปะนะ นิมิตตัง อุปาทายะ สีวิชะโย ติสสะ นามัง กะริงสุ พระชนกามาตุราช ประยูรญาติขัตติยา ยลกระษัตราสามนต์ ทั่วมงคลทวีป ร้อนรีบบรรณาการ แจ้งว่ากุมารมีเดช เหตุเมืองศรีวิราชนคร ให้เครื่องบวรเฉลิมมา จึ่งสฤษดิสมญาศรีวิชัย ครั้นเจริญวัยวัฒนา โสฬสวสาสมบูรณ์ หน่อพุทธางกูรทรงเรียน ไตรเพทเพียรเจนจบ ศิลปศาสตร์ครบชำนาญ ยิ่งกุมารทั้งผอง บริวารนองเนืองนันต์ อะเถกะทิวะสัง มะหาสัตโต จินเตสิ อยู่กาลวันหนึ่งพระบาท ศรีวิชัยราชกุมาร ตริกลการปรีชา ว่าท้าวพระยาทศทิศ เห็นจะทำมิตรไมตรี แต่เป็นโลกียจิต ย่อมวิปริตเจตนา เป็นลหุตาปริวัต จะคงธรรมสัจบได้ แม้อาตมจะใช้ชนสนิท ไปสดับกิจคดี ทุกธานีบถนัด แม้ว่าใช้สัตวบินโบย โดยอัมพรประเทศ ไปสังเกตสัตตา จะได้กิจจาง่ายงาม จินฺเตตฺวา ดำริความแล้วสั่ง อำมาตย์ยังสุวโปฎก นำลูกนกมาถวาย พระแย้มพรายเปรมปรีดิ์ ให้วัฒกีทำกรงทอง สนองใส่โปฏกา สมญาเจ้าสุรเสน ฝึกสอนเจนวาจัง ใช้ไปฟังกลกิจ ทั่งทุกทิศใดได้ สำฤทธิปรารถนาไท้ ธิเบศเจ้ากุมาร ฯ

๏ ภูบาลบิตุราชท้าวมารดา
ยลพระโอรสาใหญ่แล้ว
ควรเป็นพระอุปราช์นัคเรศ
ตรัสเรียกพระลูกแก้วนั่งใกล้โอภา ฯ
๏ อ้าดูรสายสวาทล้ำหัททัย
ขวัญพ่อจำเริญวัยแก่กล้า
จักจัดอนงค์ในอภิเษก
มอบสมบัติฝ่ายหน้ากึ่งแคว้นแดนดิน ฯ
๏ ภูมินทรฟังพจน์ท้าวสององค์
ทูลตอบพระบิตุรงค์ผ่านหล้า
สตรีซึ่งมีวงศ์จงจัด
เกลือกไป่สมจิตข้าขุ่นข้องภายหลัง ฯ
๏ หวังเบญจกัลเยศเนื้อนวลผจง
ในประยูรสุริยวงศ์ทุกด้าว
แม้สมดั่งประสงค์จงเจตน์
จักทูลบทเรศท้าวธิราชผู้ทรงคุณ ฯ
๏ พระนุกูลกิจให้เอารส
ตามแต่พระเยาวยศยอดแก้ว
แสวงดูทุกชนบทเวียงราช
แม้สบหฤทัยแล้วพ่อไว้บิดา ฯ

มะหาสัตโต อาปุจฉันโต คัจฉะติ ปาสาทัง พระอำลามาปราสาท สั่งอำมาตย์อันสนิท ไปพินิจบุตรี ตระกูลเศรษฐีพราหมณ์เพศ ทั่วแคว้นเขตมิถิลา หาเบญจกัลยาบพาน พระกุมารจินตนา ว่าในมฌิมาประเทศ เป็นฐานะวิเศษประเสริฐ ที่บังเกิดโพธิสัตว ได้ดำรัสบรมาภิเษก ทั้งพระปัตเยกพุทธัศ บรมจักรวัติวรวงศ ล้อมประยูรพงศไพบูลย์ บห่อนสูญเบญจกัลยางค์ อามันเตสิ สุระเสนะ สุวะโปฏะกัง ดำริพลางบัญชา สุวะโปฏะกาจงไคล ทุกเวียงชัยชมพู ดูนางแก้วอันวิเศษ แม้ได้เหตุจงกลับ สุระเสนรับแล้วลา บินถาบถาอัมพร เที่ยวทุกนครโสฬส บงปรากฏปรางค์ปราสาท ก็โผนผาดจับพุ่มไม้ อันมีใกล้ช่องแกล ทอดตาแลเหลือบหา ดูธิดาท้าวไท้ สักนางหนึ่งบได้ เพริศพร้อมลักษณา ฯ

๏ ตะทา สิวิรัฏเฐ คราขัษนั้นยังมี ราชธานีกรุงกษัตริย์ ชื่อศรีวิรัฐนคร ภูธรเป็นเอกราช นามศรีวิราชราชี องค์มหิษีสุนทรา ชื่อพระอะโนชาโฉมเฉก เอกาธิตา รัญโญ ลักขะณา มีธิดาเอกเอี่ยมองค์ ทรงนามพระศรีไวยกา กอบลักษณวราเบญจางค์ ล้ำโฉมนางในหล้า ดุจชาวฟ้าลงดิน ข่าวระบิลระบือหมด ทุกชนบทประเทศ ทั่วนัคเรศนานา กรุงกษัตราพิศวาส แต่งเครื่องราชบรรณาการ มีคชสารเป็นอาทิ สุวรรณมาลาชรัชฎา กล่าวศรีไวยกายุพิน สมเด็จราชินทร์บิตุราช ไปประสาทแก่ใคร กริ่งกมลในนฤบาล ตริกลการช่างปราสาท แก้วแกมมาศเจ็ดชั้น เชิงบัดนั้นฐานเดียว เยียวบให้ใครกราย นำลูกสายสุดสวาท เนาปรางค์มาศเบื้องบน พี่เลี้ยงคนใจภักดิ์ อยู่บริรักษ์ธิดา ชื่อศะริมานาเรศ เหตุแต่นั้นใครบเห็น เป็นแต่ลือโฉมฉาว ทุกบ่าวสาวเพรียกพร้อง ยอรูปพระธิดาซ้อง แซ่ทั้งแดนดิน ฯ

สุระเสโน สุรเสนบินเที่ยวผับ จับฟังข่าวขวัญเมือง ทุกบุรีเรืองบมี บินมาศรีวิรัฐราช ยลประสาทแสงพราย เจ็ดชั้นฉายชอบตา แบ่งลมราปีกร่อน อ่อนลงจับจอมไม้ ใกล้เฉนียนคงคา เห็นชนมาแน่นนันต์ พร้องวาจรรสรรเสริญ พระธิดาเจริญรุ่นโฉม ควรประโลมกาเมศ ทรงลักษณวเรศเบญจา ร้อยพันพระยามาวอน ราชบิดรบให้ แม้กุศลใครได้ ดังได้นางแมน ฯ

๏ สุรเสนแสนฉลาดล้ำสกุณี
สดับศัพทวาทีถ่องถ้อย
สมษาภิรมย์ปรีดิ์ปราโมทย์
บินบนคัคนานต์คล้อยมุ่งไม้มาเมือง ฯ
๏ พอสุริยเรืองเรื่อฟ้าเย็นรอน
ล่วงลุพระนครเขตท้าว
ร่อนลงสู่บัญชรจรจับ
ปีกประนมลูกจ้าวพลอดแจ้งกิจจา ฯ
๏ ข้าลาเลียบสิ้นทุกบุรี
บสบปัญจกัลยาณีเลิศแล้ว
จรไคลสู่กรุงศรี-วิรัฐ โพ้นพ่อ
จึ่งประสบนางแก้วกอบด้วยลักษณา ฯ
๏ ฦๅชาโฉมแม่แม้นแมนสวรรค์
วรลักษณวิไลวรรณแน่งน้อย
โฉมสมรสักหมื่นพันมาเปรียบ
ยังบปูนกึ่งก้อยแม่นั้นสมบูรณ์ ฯ
๏ พิศไอศูรเยศหยิ้งสวรรยา
พิศซึ่งวงศวราเลิศแล้ว
เสมอเหมือนมิถิลลานัคเรศ
ดุจสุพรรณแกมแก้วก่อเกื้อกันมา ฯ
๏ ราชาธิราชร้อยพันเมือง
มากล่าวโฉมบุญเรืองลูกไท้
บรรณาการแน่นนองเนืองนับโกฏิ
ท้าวบอวยเออให้สบสิ้นสามนต์ ฯ

มะหาสัตโต รูปะสัมปะทัง สุตวา พระฟังกลนกกล่าว ฤๅทัยผ่าวพิศวาส ด้วยบุพนิวาสหนหลัง แสนเสน่หังหวงหรรษ์ โสมนัสสันต์ทรับทราบ อาบกรัชกายิน แล้วภูมินทร์ดำริ ด้วยทิฐิขัตติยราช แม้ว่าอาตมจะส่งสาร เครื่องบรรณาการไปวอน เกลือกพระบิดรบให้ ไว้อัประยศชั่ววาย จำเลียบชายเชิงสาร หวานคำวอนศุภสวัสดิ โส ราชะมาเนนะ ถัททัตตา ตริแล้วจัดทูตา ถือสารารีบจร ดลนครศรีวิราช เสวะกามาตยนำเฝ้า เจ้าพิภพปราศัย เสนางค์ในอ่านสาร ว่าพระกุมารศรีวิชัย หน่อภูวไนยอาทิตยวงศ์ ดำรงกรุงมิถิลา ขยมกฤษดาชวเลศ ยังพระปิตุเรศเกศกษัตริย์ ปิ่นศรีวิรัฐพระนคร ฦๅขจรเจริญยศ เกียรติปรากฏกรุงราช ดุจเมรุมาศไศลหลวง สรรพปักปวงพำนัก ข้าไร้อัครวธูสวาท จะขอพระราชธิดา ศรีไวยกาแก่นกษัตริย์ ไปเป็นศรีสวัสดิมิถิลา เย็นประชานรชน ทั่วสกลเสมาอณาเขต เพราะพระเดชท่านไท้ จงอวยอานุญาตให้ ดุจน้ำจิตหวัง ฯ

๏ ฟังศุภสาเรศสิ้นสายสาร
จอมภพภุดาธารหม่นไหม้
ฉะชายอหังการกลกล่าว
บส่งบรรณาไหว้แต่ไหว้คำแคลน ฯ
๏ แสนมหาอิศเรศร้อยนคร ก็ดี
นำสิ่งสุวรรณบวรเลิศแล้ว
จำทูลกล่าวสายสมรเสมอชีพ กูนา
ยังบได้ลูกแก้วพ่อนี้จากเมือง ฯ

ราชา ตํ สุตวา โกธาภิภูโต ท้าวธเคืองขุ่นหมอง ฤๅทัยตรองตริตรัส จรัสราชบัณฑูร เฮยฮาดูรทูตา ผู้พาลาองอาจ จงคืนราชวรนิเวศน์ แจ้งพฤติเหตุศรีวิชัย แม้จงใจประดิพัทธ กษัตริยราชธิดา ศรีไวยกาโกมล เดินภูวดลบให้ ผิวเดินได้อากาศ จะประสาทสมหมาย ทูตถวายอัญชุลี นฤบดีด่วนเดิน โดยพนมเนินมรรคา ลุมิถิลานัคเรศ โอนศิโรเพทชูลิต ทูลกลกิจแจ้งจ้าว ดั่งกรุงศรีวิราชท้าว สั่งสิ้นทุกประการ ฯ

๏ พระกุมารสดับถ้อยมีฤทัยทุกข์ร้อย
ส่วนแท้อาลัย 
๏ มานุษยฤๅเหาะได้ในโลกเว้นไว้
แต่ไท้เทวา 
๏ หากราชบิดาน้องมีกมลขัดข้อง
สั่งแสร้งคำรอน ฯ 
๏ โอสายสมรมิ่งแก้วโกมล พี่เอย
เรียมเลียบจบมงคลทวีปแล้ว
ไป่สบพระโฉมฉงนงามลักษณ ดุจแม่
โฉมแม่กลนางแก้วคู่ด้วยจักรพรรดิ์ ฯ
๏ โอ้ศรีสวัสดิสว่างร้อนเรียมศัลย
ควรฤบิตุรงค์กันเกียจไว้
รอยเวรุมาทันทำโทษ พี่นา
โอ้ไฉนจักได้นุชน้องสมศรี ฯ

มะหาสัตโต จินเตสิ สิเวยยะกาเทวี พระภูมีครวญคร่ำ ร่ำถึงศรีไวยกา มีนานุประการอเนก วิเวกหวั่นพระองค์ เอนพระกายลงยังเขนย กรก่ายเกยวิลาศ ถอนฤทัยหวาดถวิลหา อัญญัตระ มิตตะสันถะวัง กัตวา พระก็จินตนานึกได้ ว่าเทพไท้สุรารักษ์ เป็นจรรโลงหลักมิถิลา สมญาจิตเสละราช สิงพิมานมาศพระไทร ไกลพระนครคาวุต เรืองฤทธรุตม์วราเดช ชาวนัคเรศชนบท กำหนดสรวงเทพทุกปี ประชาชีเกษมสุข ปราศจากทุกข์ไภยันต์ โรคันตรธาน พระกุมารแจ้งถนัด ใสโสมนัสปราโมทย์ จำสมโภชสุราฤทธิ ให้มีจิตการุญภาพ จึงจะลุลาภสำเร็จ ดำริเสร็จสั่งซ้อม อะมัจจา วันทิตวา โพธิสัตตัง อำมาตย์น้อมนบบาท พาพลลาศลีลา สู่มหานิโครธาง ชำระถากถางแผ้ว ไต่รุกข์แล้วแลสะอาด วาลุกัง การาเปตวา ทรายขาวดาษแดนสถาน ตั้งปราการกอบก่อ เม็ดมุมย่อเฉิดฉาย ฉัตรจรงรายรอบทิศ ธุชชวลิตวิไล โคมเวียนไวยวิโรจน์ ตั้งบัลลังก์โชติวิรัตน์ เครื่องจบหัตถ์วิไล บายศรีประไพวิเลศ สรรพวิเศษสักการ รายโรงงานมหรรสพ จัดแจงจบลีลาศ ทูลนรนาถลูกไท้ แต่สรวงเทวะราชได้ เสร็จสิ้นทุกประการ แลนา ฯ

๏ ราชกุมารสดับทูล พูนกมลช่วงโชติ สะยัง อะลังกะริตะวา อาภะระณัง พระเสด็จโสรจสรงสถาน เสาวคนธารกำจร ทรงราชาภรณ์พิพัฒน์ สำหรับกษัตริย์รพิพงศ์ งามสง่าองค์อำมเรศ เสด็จพระเวศวิไชยรถ งามศรียศบริวาร คมะนาการคระไล ดลพระไทรเทวะสถาน พอสุริยฉานลีลาศ ลับเมรุมาศคิรินทร รัชนิกรแจ่มพโยม พระก็โสมนัสภิวันท์ ด้วยปัญจางค์อะคร้าว องค์จิตรเสลเทพท้าว ธิราชเจ้าเป็นเฉลิม ฯ

๏ เจิมจุดประทีปแก้วเทียนทอง
มาลาชพนมกรองดอกไม้
บายศรีสุกรสองสรวงเทพ
เชิญสุรารักษ์ได้รับข้าพลีกรรม์ ฯ
๏ สิ่งสรรมหรรสพซ้องสมโภช พระนา
เชิญพ่อเงี่ยทิพย์โสตสดับพร้อง
ดุริยางค์อึงอุโฆษฉาบฉิ่ง
แตรสังข์ฆ้องกลองก้องกึกก้องกาหล ฯ

จิตระเสละ เทวะปุตโต ตัง สุตวา บัดดลเทพสดับ สุรเสียงสรรพสมโภช ไพเราะโสตฉ่ำเฉื่อย ระรี่เรื่อยขับครวญ โอดพันหวนบรรเลง ดุจเพลงไกรลาศ ประหลาดหลากอัศจรรย์ เทวัญแหวกบัญชร พิศภูธรงามถงาด เหนือรถราชเรียบพล ดูดำกลแก่เนตร เหตุใดหนอมาสรวง สรรพปักปวงสมโภช เสียงคฤโฆษเนียรนาท ฤๅจอมไกรลาศอิศโร ไยบมีโคระวินทรง มหาภุชงค์สังวาลเวศ ฤๅว่าท้าวกัมเลศครรไล ไยบมีราชวิหคหงศ์ ฤๅพระหริวงศ์วรสังข์ บมีบัลลังก์ภุชเคนท์ ฤๅจอมสุเรนทรอำมเรศ ไยมิประเวศไอยรา เทพตรึกตราเฉาฉงน จินเตสิ สีวิเชยยะ ราชะปุตโต บัดดลแจ้งพระทัย ว่าพระศรีวิชัยเอารส เจ้าชนบทมิถิลา ไยหนอมาเอองค์ เหนือรถทรงสังเวย ตริแล้วเผยพระทวาร ทิพยพิมานแสดงกาย แสงพะพรายเครื่องทรง เห็นวรองค์ประจักษ์ จึ่งสุรารักษ์บรรหาร ราชะปุตตะ อ้าดูรากุมารมีเดช เหตุใดพ่อมาสรวง สรรพทั้งปวงพลีกรรม์ เป็นมหันตโอฬะ จะปรารถนากลใด มะหาสัตโต ตัง กะเถสิ พระศรีวิชัยก็สนอง อันความปองข้าบาท องค์เทวราชช่วยได้ นอกกว่าไซร้เห็นสุด เทพบุตรปุจฉา ซึ่งปรารถนาอย่าอำ เราจะทำสนองคุณ โดยการุญควรชอบ ราชบุตรตอบตามสัจ ข้าตระกัสยินดี ในพระศรีไวยกา องค์ธิดาศรีวิราช วิลาศฦๅโฉมฉาว ดุจอัปสรสาวโสภิต ปลิดปลิวฟ้าลงดิน เทพยอมยินยิ้มรับ กลับกลายองค์ตรธาน เข้าพิมานเสวยสวัสดิ ฝ่ายโพธิสัตว์ก็สมโภช เสียงอุโฆษเครงครื้น เสนาะสนั่นลั่นเหล่าพื้น เขตแคว้นมณฑล ฯ

๏ เทพสดับดนตรีสิ้นตรียาม
ชนสงัดเสียงไอจามร่ำร้อง
เวลามฌันติกะทรามหลับสนิท
ตริเสร็จเสด็จจากห้องเยี่ยมเยื้องครรไล ฯ
๏ ลงในราชรถแก้วเชาวลิต
ยลพระศรีวิชัยนิทรแนบหน้า
อนิจจาพ่อหลับสนิทนอนเทวษ
พลางตระกองกรคว้าโอบอุ้มภูธร ฯ

๏ เหาะเขจรอากาศ งามวิลาศแลโฉม ดุจพโยมแย้มปอง ชมโฉมสองลอยเลื่อน งามเงื่อนองค์เมขลา อุ้มพระมหาชนกจร จากสาครวังวน หนึ่งงามกลเทพบุตร อุ้มอนิรุทเห็จหรร สมอุสาสวรรค์ศรีสวัสดิ เทพพาตระบัดบนาน ดลสถานศรีวิราช ลงปราสาทศรีไวยกา เทวาดาลด้วยฤทธิ์ บัญชรปิดเปิดเอง เทพบเกรงกริ่งภัย พาเข้าในปรางค์มาศ แท่นไสยาสน์เทพี วางพระศรีวิชัยลง ข้างวรองค์ยุพาล อารักษ์ลาญพิศวาส ชมสองราชลืมพรับ เวียนกลอกกลับเกลือกเนตร พิศภูวเรศลืมนาง พิศอนงค์พลางลืมท้าว เทพหน่วงน้าวหฤทัย มัทยัสถ์ในสุจริต ปลุกบพิตรขึ้นสอน อัปปะมัตโต อ้าภูธรอย่าประมาท เทวะราชสั่งแล้วเสร็จ เหาะระเห็จยิ่งหงส์ บัดดลลงนิโครธ ตัสมิง ขะเณ ขัษนั้นโสดพระไทร ลืมไคลเทวะสมาคม เสียอารมณ์โศกเศร้า ละพระศรีวิชัยเจ้า บได้นำพา ฯ

๏ ราชาธิกะราชแจ้งประจักษ์ ใจนา
รอยพระไทรบริรักษ์ร่วมร้อน
เหลือบลงพระองค์อัคร-เยาวเรศ
โฉมแม่หลับยังอ้อนอ่อนเนื้อนวลผจง ฯ
๏ พิศองค์ทรงสมรสิ้นสรรพางค์
พร้อมลักษณเบญจางค์เลิศหล้า
ฤๅอัปสรวรางค์อำมเรศ
หลีกตระหลบฝ่าฟ้าฝึกให้เรียมสงวน ฯ
๏ ควรร้อยบุเรศไหว้วอนขอ แม่นา
บิตุราชควรไป่ยอยกให้
หากเชิญเทพชะลอพาพี่ มาแม่
สองกุศลเราได้ซ่างแล้วสองสม ฯ

ปุพเพ อะชานิคัตตา พระชมชื่นฤๅทัย ขุกคิดไวโดยปราชญ์ แม้ว่าอาตมจะปลุกน้อง ขึ้นพร่ำพร้องสนทนา เกลือกพะงาเฉาฉงน บรู้กลว่าเรียม สุริยวงศ์เทียมทัดกัน จักสำคัญวิปลาศ ร้องหวีดหวาดวุ่นวาย ทำลายรสสามัคคี ด่วนไม่ดีอย่าช้า พระนึกหน้าหน่วงหลัง ทอดทัศนังซ้ายขวา ยลสริยามาวสวัสดิ นิทรห้องถัดแท่นทอง พระปองพี่เลี้ยงถนัด ตระบัดเสด็จมาปลุก สา ปะพุชฌิตวา พี่เลี้ยงลุกลืมเนตร เห็นนฤเบศบดินทร์ หวาดถวิลวอนถาม เทวะ ท่านมีนามกลใด เป็นเทพไทยคนธรรพ์ นาคสุบรรณทานพ ฤๅเจ้าพิภพดาวดิงส์ มะหาสัตโต พระก็แจ้งจริงโดยสัจ เล่ารหัสหนหลัง ให้นางฟังฝากรัก พี่เลี้ยงภักดิภูบาล ก้มกฤษดาญชุลี ปลุกเทพีพลันตื่น ทำหน้าชื่นชอบทูล ว่าบดิสูรย์ศรีวิชัย ผ่านกรุงไกรมิถิลา แสนสิเนหาพระน้อง เสด็จโดยห้องเวหาศ หวังสวาทสวัสดี จวบชีวีวายม้วย จะสู้สนทนาด้วย แม่ได้ปรานี ฯ

๏ โฉมวัยเกษแก้วอำไพ
ฟังพี่เลี้ยงกล่าวในถ่องถ้อย
ออกนามพระศรีวิชัยโฉมชื่น
ความเสน่ห์นั้นร้อยส่วนแท้ยินดี ฯ
๏ ปรีดาโมทยเพี้ยงโกมล
ลอยอยู่เหนือหลังชลกระเผื้อม
ครั้นวายุพานดลแดนระลอก
บัวก็ไหวใจเงื้อมสู่สร้อยสโมสร ฯ
๏ บังอรสั่งพี่เลี้ยงวานไป
เชิญเสด็จพระมาในแท่นน้อง
คิดหวังจักปราศรัยสุภาษิต ดูนา
พระจะเป็นปราชญ์พ้องถี่ถ้อยกลใด ฯ
๏ พี่เลี้ยงไปบช้าทูลเสด็จเจ้าหล้า
พระน้องเชิญไคล 
๏ ภูวไนยฟังพี่เลี้ยงมีฤๅทัยนั้นเพี้ยง
ดั่งได้เสวยสวรรค์ 
๏ ทรงธรรม์ยุรยาตรเต้ายังพระแท่นน้องเหน้า
นั่งเคี้ยเคียงองค์ ฯ 

๏ ฝ่ายอนงค์นาเรศ ชายเนตรดูภูธร ยอกระพุ่มกรชวลิต พิศบพิตรพิศวง ทรงยิ่งทรงเทเวศ เนตรยิ่งเนตรลูกทราย ชายนี้ชายชาญปราชญ์ ชาติใช่ชาติแพศยพราหมณ์ จักกล่าวถามปัญหา ดูปัญญาจงถนัด เอตะทะโวจะ ตริแล้วตรัสคำวอน อ้าภูธรเสด็จมา แต่ถานาที่ใด นะชานามิ พระศรีวิชัยก็สนอง พี่บปองเห็นเหตุ ว่ามาประเทศใดเลย นุชเฉลยถามเล่า พระเจ้าเสด็จมาพี่ จะกลับลี้แดนใด พระกล่าวไขไป่แจ้ง นางแสร้งซักเป็นกล ภูวดลบรู้ฤๅ ชานามิ พระว่าอืออ่อทราบ นางกราบทูลว่าแจ้งฤๅ นะชานามิ พระบอกปือปัฏิเสธ เหตุนี้พี่บรู้ สาปิ เอวัง มะหาสัตตัง พระนุชผู้ปรีชา ถามปัญหาสี่ข้อ ย่นย่อบพิสดาร นฤบาลก็วิสัชนา ซึ่งปริศนาเทวี ว่าจรลีมาแต่ใด จะกลับไปดั่งฤๅ ข้อนี้คือพี่บังเกิด บรู้กำเนิดแต่ใด จักอุบัติไปบรู้ภพ หนึ่งทั่วจบสบสัตว์ ย่อมวิบัติบรรลัย ห่อนพ้นภัยมัจจุราช์ หนึ่งบรู้ว่าระวันวาย ว่าเช้าสายภายค่ำ ประถมย่ำจวบรุ่ง มุ่งประมาณมิแท้ เพราะเหตุฉะนี้แล้ จึ่งแจ้งสัตยา ฯ

๏ ราชธิดาได้ฟัง แก้ปัญหังอรรถรส ทั้งสี่บทพิสดาร แจ้งว่าชาญชายปราชญ์ นางประสาทโสมนัส กระพุ่มหัตถ์สาธุการ ชักนิทานเทียบถาม ปุพเพกาเล ยังมีคามชนบท นามปรากฏบาลี มีเศรษฐีสองสหาย รักร่วมกายชีวัน ปฏิญาณกันสิ้นสุด แม้มีบุตรบุตรี จะเษกศรีวิวาห์ อยู่สมัคคาสังวาส เป็นคำขาดสัจจา สองภรรยาเศรษฐี นานมาปีมีครรภ์ สหายหนึ่งผันผลกิจ กังวลติดตัวมาก ยกไปจากคฤหา พาภรรยาทวยทาส สัญจรลาศไพรพนม สู่นิคมคามเขต เนาประเทศที่ไกล มรรคาไลยสามสิบโยชน์ ตัสสะ ปุตโต อุทะปาทิ เศรษฐีนั้นโสดสุขา นางภรรยาคลอดบุตร เป็นชายสุดเสน่ห์นัก จำเนียรสักกึ่งปี ฝ่ายเศรษฐีอันสถิต บ้านเดิมนิตยคลอดบุตร เป็นหญิงสุดโสภาคย์ ไวยวรวาคยจำเริญ พันเอิญชายหนึ่งกล่าว เศรษฐีผ่าวใจผาย คิดถึงสหายเห็นสุด ก็ยกบุตรธิดา ทำวิวาห์เวนให้ ชายนั้นไซร้พิศวาส จักสังวาสสามัคคี จึ่งนารีวัจนา บิดาข้ามีสหาย นางบรรยายปฏิญาณ โดยอาการทั้งมูล จงนุกูลแก่ข้า ลาท่านไปแก้หน้า ปลดเปลื้องปัฏิญาณ ฯ

๏ ชายชาญสัปรุษแท้ 
เสร็จแล้วจรมา ฯ 
๏ เศรษฐีธิดาลาแล้วจัดทรัพย์เงินทองแก้ว
ใส่เช้าครรไล ฯ 

๏ จรไปจากคฤหา โดยมรรคาเดินเดียว เข้าไพรเขียวชื้อชัฏ ด้วยสามรรถสัจจา หลายทิวาราตรี ล่วงวิถีสิบโยชน์ อะเถโก ยักโข ขัษนั้นโสดมียักษ์ เรืองสิทธิศักดิสำหาว สูงเพียงพร้าวพีดำ กายกำยำแยกเขี้ยว วิ่งแล่นเลี้ยวทะลวงมา ยลธิดาเศรษฐี ยักษีเข้าโจมจับ ร้องสำทับกึกก้อง กูอดท้องเจ็ดวัน ทีนี้ครันพออยาก นางประดากตกใจ กล่าวด้วยไวปัญญา ข้าแต่ยักษาสุรศักดิ์ ควรเป็นภักษชอบกาล แต่ปัฏิญาณตูมี ลายักษีเมือก่อน เสร็จแล้วผ่อนเป็นภักษ์ ยักษ์สดับเห็นผล อดโอษฐ์ตนปล่อยนาง จรจรัลทางรีบมา จวบโจราห้าร้อย ทฤษฎีสาวน้อยเดินเดียว โจรไล่เกรียวกรูจับ หวังชิงทรัพย์แบ่งปัน สา เต ทิสวา ตะเถวะ สัพพัง นางรำพันพฤติเหตุ แก่โจเรศทั้งหลาย ดุจบรรยาอสูร พาลแจ้งมูลสัตยา ปล่อยธิดาโดยดี นางจรลีล่วงทุเรศ ลุคามเขตเศรษฐีบุตร จึ่งเข้าหยุดสำนัก เขาก็ทักไต่ถาม แจ้งกลความเสร็จสุด เศรษฐีบุตรอนุญาต นางลาลาศคืนหลัง พบบุรุษลังสวนทาง ชายบงนางโสภิต เดินเข้าชิดทางชม กล่าวคำคมเทียมหยอก นางเบือนบอกวาที สามีมีอย่าทำ ชายเกรงกรรมนรกานต์ ละนงพาลไปพ้น นางรีบสัญจรด้น ป่าไม้กลับมา ฯ

๏ นารีจักสิทธิได้ชายใด
ชายซึ่งวิวาห์ในแรกหั้น
ยักษาและโจรไพรชายกล่าว ก็ดี
อีกบุรุษหลังนั้นจักได้สิทธิใคร ฯ
๏ ภูวไนยอาจแจ้งบทปัญหา
สนองนุชโดยปรีชาเชี่ยวแท้
สี่ชายแลยักษาสุรราช
บยิ่งหย่อนกันแล้กิจนั้นเสมอกัน ฯ
๏ โฉมสวรรค์เสาวภาคย์ได้เสาวนา
พระกล่าวปัญจปัญหาแจ่มแจ้ง
เสมอแสงพระสุริยาสว่างโลก
รอยกุศลหากแสร้งสบท้าวปรีชา ฯ

ตัสสาปะนะอธิปาโย ในพระธิดาอธิบาย ใครว่าสิทธิชายแต่งการ ผู้นั้นภาลโลภราค มักมากดำฤษณา แม้ว่ายักษาเป็นสิทธิ ผู้นั้นจิตโลภาหาร แม้ว่าโจรพาลเป็นเจ้าของ จิตจักปองโลภทรัพย์ แม้นับว่าสิทธิเศรษฐีบุตร บุรุษนั้นโลภภรรยา แม้ว่าสิทธิชายมาภายหลัง จิตจักหวังฝ่ายชู้ ท้าวองค์นี้ยิ่งผู้ กล่าวแก้เลิศชาย ฯ

๏ นางถวายกรกชไหว้บาทบงสุ์
ทูลว่าพระโฉมยงอยู่เกล้า
หน่อนามสุริยวงศ์นัคเรศ ใดพ่อ
มาเพื่อใดพระเจ้าบอกแจ้งโดยจง ฯ
๏ เรียมวงศ์อาทิตย์ท้าวเจษฎา
ผ่านภพมิถิลาเลิศแล้ว
ศรีวิชัยสมญานามพี่
มาประสงค์ดวงแก้วกอบด้วยลักษณา ฯ
๏ เรียมไร้ชาเยศสร้อยเษกศรี
ใช้สุวะโปฎกลี-ลาศเต้า
แสวงหากัลยาณีจบทวีป
กลับไปแจ้งโฉมเจ้าพี่เพี้ยงเสวยสวรรค์ ฯ
๏ นอนวันฝันใฝ่ฟุ้งขวัญเฟือน
หลับมะเมอตนเตือนสวาทน้อง
ชุ่งชุ่งจะเหมือนเหมือนโฉมแม่ ไปนา
แลบเห็นเรียมร้องเรียกแก้วกวักกร ฯ
๏ นอนถวิลเทวษไห้โหยหน อรเอย
มีปีกจะบินบนฟากฟ้า
สมศรีสุดาจนจวบชีพ เรียมนา
มาบได้แต่หน้าคร่ำน้ำตาตรอม ฯ
๏ น้อมสารส่งทูตเต้าต่างตน พี่เอย
ขอพระแก้วโกมลดอกฟ้า
บิตุเรศเคียดคำรนสารสั่ง
เดินดินบให้ถ้าเหาะได้จงหวัง ฯ
๏ เรียมฟังดุจดั่งฟ้าฟาดสาย
นอนนิ่งเนตรแลพรายพร่างพร้อย
รันทดระทวยกายอกหว่า
ชลเนตรไหลกลอ้อยหีบน้ำไหลนอง ฯ
๏ ตรองทุกข์ทุกเช้าค่ำยลเหตุ หนึ่งรา
เรียมจึ่งสรวงเทเวศอะคร้าว
สิ่งสรรพพรรณพิเศษสมโภช ท่านนา
อารักษพาลุด้าวปราสาทแก้วสมสมร ฯ
๏ อ้าอรวรนุชเนื้อนฤมล
เรียมใฝ่มาฝากชนม์ชีพด้วย
ตราบสิ้นสุธาดลอากาศ ก็ดี
สูญสมุทรสุเมรุม้วยไป่ม้วยเสน่ห์นาง ฯ
๏ ตรัสพลางชายเนตรต้องตาสมร
เสียวกระสันเสมอศรเสียบไส้
แดดิ้นดั่งไฟฟอนรสราค
กรตระกองลูบไล้แนบเนื้ออิงองค์ ฯ
๏ บุษบงส่งดอกพ้นชลธาร
พอแสงสุริยฉานจรัสต้อง
คลายคลี่ผกาบานแบะกลีบ
ภุมเรศรู้รสจ้องจรดเคล้าเสาวคนธ์ ฯ
๏ ฝนสวรรค์อั้นอดถ้าฤดูกาล
ครั้นวะลาหกทะยานยั่วฟ้า
เมขลาล่อมณีกาลอสุรโกรธ
ฝนก็ซกเซ็งส้าทั่วท้องธรณี ฯ
๏ คีรีหิมเวศห้วยเหวธาร
สระหนองคลองละหานเปี่ยมน้ำ
พฤกษาชุ่มใบบานเบิกช่อ
จัตุบททวิบาทซ้ำชื่นเต้นตามคะนอง ฯ
๏ สองสมบรมสุขล้ำเปรียบสอง
สองเกษมสมปองเกลือกเคล้า
สองกรสองตระกององค์แอบ กันนา
สองฤๅหยุดยั่วเย้ายิ่งเย้ายวนสม ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ