ลิลิตพยุหยาตราเพชรพวง

ร่าย ศรีสิทธิวิวิธบวร นครศรีอยุธเยศ อดุลยเดชฟุ้งฟ้า จบแหล่งหล้าฦๅพระยศ เกียรติปรากฏทั่วด้าว ทุกไทท้าวพำนัก เฉกหลักโลกมลังเมลือง เปรมใจเมืองมิ่งเย็น เป็นมงคลจักรพาฬ พิศาลสุขสมบูรณ์ ปูนแมนมารังสฤษดิ์ เพื่อบพิตรเจ้าช้า ยศยิ่งยศฦๅอ้าง อาจให้พึงแสยง ฯ

๏ อยุธยาโสภิศโพ้นมาแปลง เป็นฤๅ
ฤๅว่าบุญเพรงแสดงพระสร้าง
สิงหาศน์พิมานแสยงสยบโลก
แสงสุวรรณพร่างพร้างพะพริ้มพรายตา ฯ
๏ พระมีพระพุทธแก้วมรกต
ศรีพระสุวรรณจรดรุ่งเร้า
พิหารเลื่อนมุขลดรจเลข เรืองแฮ
ไตรโลกเล็งค่ำเช้านอบน้อมกรถวาย ฯ
๏ ปางจอมจักรพรรดิเจ้าจักรพาฬ
เสด็จดลชลพิมานคลาดเคล้า
จากสำนักสถานอยุธเยศ
เป็นพยุหยาตราเต้าแต่งตั้งโดยงาย ฯ
๏ พระหลวงขุนหมื่นถ้วนทุกพรรค์
แหนแห่หน้าหลังกันพรึบพร้อม
โดยเสด็จปิ่นภพจรรโลงโลก
ขนัดขนาดนาเวศห้อมยืดย้ายตามขบวน ฯ
๏ เรือเสือต่ำเตี้ยหน้าซอนซบ
เก็บซากลอยอรรณพกลิ่นกล้า
พนักงานนครบาลพบพานล่อง ลอยนา
แมวหนูสุนัขคว้าใส่สึ้งเรือเอง ฯ
๏ เรือพิฆาตขุนหมื่นหนั้งโรงศาล
หกลำเห็นสาธารณ์เด็ดด้วน
ฝีพายจ้างบ่ายวานยืมเพื่อน กันนา
กูบครอบแคร่แต่ล้วนเหล่าหลุ้นเคียงกัน ฯ
๏ เรือแซพระยาแขกขู้เคียงสอง
ผ้าโพกตาดทอทองแล่งผุ้ง
เสื้อใส่จีบเอวกรองเจียรบาด คาดนา
นายนั่งไฟจ่อจุ้งก่าตั้งสูบพลาง ฯ
๏ แซศักดิ์บวเรศนั้นนครอิน
สมิงเดชแซรสรสินธุ์ฟ่องน้ำ
ตะค่องคุนโทกินอวดโอ่
ดั้งโล่เขนดาบด้ำทอดหน้าเรือเรียง ฯ
๏ พิพัทชลวิ่งหว้ายฤๅลง
พระยาเกียรรามัญวงศ์เทือกท้าว
อนันต์สมุทเสมอหงส์เหิรเห็จ
พระยาพระรามรณห้าวแต่ล้วนลำมอญ ฯ
๏ โชฎึกประดาศักดิ์แล้เศรษฐี
แซบวรวารีรีบเต้า
ท่องสื่อราชเขวีเคยคู่
แซศรีสมุทคลาเคล้าคลาดเต้นตามชล ฯ
๏ แซสินธุ์สวัสดิ์พื้นอรรณพ
แซพิพัทสาครลบแหล่งหล้า
คลังในขนาดขนบขนานคู่ กันนา
เร็วดั่งลมลิ่วฟ้าลัดนิ้วฤๅทัน ฯ
๏ แซไชยานพล้ำลำคอน
แซจบสาครขจรคู่ค้า
บรเทพขี่กูบงอนงามแง่
ไฟกุ่นซุนสูบม้าระกู่ตั้งมากลาง ฯ
๏ ทรเนนโนนาดโอ้อวดสาว
สอดเสื้อครุยขำขาวผ่องแผ้ว
เรือชัยชื่อขันฉาวเคยขี่
ถาดหมากคนโทแพร้วเพริศพร้อมดูงาม ฯ
๏ เทเพนทรามาตย์เชื้อมหาดไทย
นาเวศดาวชมไชยชื่อช้อย
ขับทรเนนไววางว่อง
ลอยเลื่อนตามชลคล้อยคลาดเคล้าโดยขบวน ฯ
๏ ไชยขันวรรณวาศล้วนวรรณวี
ดำแหน่งอินทรเทพมีขี่แขร้
สุพรรณดาวดาษศรีโสภาคย์
พระพิเรนทร์เรียงแห้งคู่เข้าสองเสมอ ฯ
๏ หลวงทรงพลราชได้นาวี
นามเขจรพาชีใช่ช้า
หลวงปราบพลแสนมีไชยชื่อ นามนา
ศรีอัสดรล่วงหล้าคู่เข้าเสมอกัน ฯ
๏ ขุนช้างก่ำแพงล้ำเลอสาร
ไชยชนะคชกาลชื่อชี้
วังเมืองยิ่งยงหาญไชยชื่อ
ชำนาญคชกรรม์ลี้ลาศเต้าตามขบวน ฯ
๏ กำแพงพลภาพช้างขุนขวา
ไชยชนะฦๅชาเชิดช้อย
วังเมืองอาจไอยราเรือขี่
ไชยฦๅยศคล้อยคลื่นเต้นตามชล ฯ
๏ หลวงศรีกาฬสมุดเชื้อชำนาญ
เรือไชยอธิการยาตรย้าย
ทะยานทิพย์ฝ่าชลธารเรียงร่อ กันนา
หลวงเทพเทพาซ้ายนั่งหน้าเรือรมย์ ฯ
๏ ไชยฦๅเลิศล่องล้ำทองทาม
พระพิไชยสงครามศึกสร้าง
เกดฦๅไชเยศนามนาเวศ
พระรามกำแหงข้างฝ่ายซ้ายอาสา ฯ
๏ พระพิไชยรณฤทธิ์ร้ารณรงค์
เถลิงชัยชำนะยงยิ่งหล้า
สะฦๅไชยพิพัทมง-คลราช
พระพิชิตณรงค์กล้าคู่ข้างเขนทอง ฯ
๏ ไชยเรืองฤทธิ์เร่งเร้าพลพาย
ขุนราชเดโชชายยิ่งผู้
ไชยพิษณุโพรงพรายเพราเพริศ
ท้ายน้ำจำนำขู้เลื่อนหล้องลำลอง ฯ
๏ กรมเมืองตำแหน่งหนั้งนาวี
เรือไชยไหวธรณีแน่น้ำ
ไพศรพกรมสาลีลาลาศ
ไชยนทีหวั่นว้ำวิ่งหว้ายฤๅไหว ฯ
๏ เรือไชยนครคู่ได้กรมวัง
ขจรไชยกรมพระคลังท่านแท้
จัตุรสดมภ์กรมบัง-คมบาท
งามสง่านั่งแขร้เจียดตั้งพานรอง ฯ
๏ อำมาตย์ภิมุขเชื้อมนตรี
เรือสัตว์เศียรราชสีห์แน่งน้อย
พระยาธรรมไตรโลกดีหลกเลิศ
เรือรูปคชสีห์จ้อยแจ่มหน้าเสมอเหมือน ฯ
๏ คชสีห์ยงใหญ่หยิ้งยศมี
กรมกระลาโหมลี-ลาศเต้า
เรือเศียรราชสีห์ศรีเสมอมาศ
นายมหาดไทยเคล้าคู่คล้อยคลอคลา ฯ
๏ วรชุนไชยชาติตั้งต่างประตู
ระวังราชริปุดูเหตุห้าม
เยียงฝาใหญ่ยงตรูตาแต่ง งามนา
ตราตรวจเรือเขนข้ามล่วงล้ำกระบวนใน ฯ
๏ นาวาวลาหกม้าแมนสวรรค์
เป็นทวารวงอรร-ณพท้าว
หลวงราชนิกูลกรรกระบวนนอก นั้นมา
กุมกระสุนแนะน้าวคู่ด้วยวรชุน ฯ
๏ กระบวนนอกบอกจบแจ้งใจความ
โดยขนาดทำตามอย่าเว้น
สำหรับภูวไนยนามนรเทพ
เห็นอย่าเห็นดูเหล้นอ่านแล้วจงจำ ฯ
๏ อังหมะลูกหลังล้วนพลพาย
ขุนอินทร์นาวานายนั่งนั้น
หมู่แมงโห่หิวคลายคลาคลาด
กระทุ่มเสียงโห่หลั้นกึกก้องกตุมภาง ฯ
๏ ขุนพรหมนาเวศเชื้อดนตรี
เรือราชสุรพิมานมีคู่ต้อง
ตระนาวตระหนักตีโทนเทศ
ตลุบตุบเสียงกลองฆ้องหุ้ยหุ่ยกระหึมเสียง ฯ
๏ ลำดับจับจัดริ้วเรือเรียง
สินธุปักษีเพียงเผ่ยผ้าย
อินทรีย์ทิพย์เคยเคียงมาคู่
ดูดุจผุดโผนหร้ายร่อนขึ้นหนหาว ฯ
๏ วิคาลัยเลิศล้ำลำยอง
รำไพบินผันผยองย่องฟ้า
แลลำเล่ห์ลำทองทาทาบ
พายบ่พายพอหง้าแล่นล้ำลมปลิว ฯ
๏ เสพย์นทีว่องหวิ้งวารี
เสียงศรีสุชลทีฟั่นฟื้น
ปักษาถวิลศรีโสภาคย์
เสมอบินอากาศพื้นแข่งขึ้นเขจร ฯ
๏ อาสาหกเหล่าล้วนตัวนาย
เรือนกภรณตรบายเพริศพริ้ง
ขับเคียงคู่คนพายเป็นหมู่
ต่างประกวดอวดอึ้งโอ่ให้คนชม ฯ
๏ กิเลนแลเล่ห์แท้เทียมสอง
คือดั่งโผนผาดคะนองคลาดแคล้ว
สาครฟั่นฟูมฟองฟัดฝั่ง
แลบ่ทันแลแล้วแล่นล้ำแหลมหลาย ฯ
๏ อุทกธาชื่อชี้ทักทอ
ศรสำแดงฤทธิ์คลอคลาดเต้า
คงคากรินรอเรียงเรียบ กันนา
สิทธิ์กำแหงรณเร้าเร่งร้นพลพาย ฯ
๏ เรือโตมหรรณพแม้นโตตน
โตจบภพไตรกลตื่นเต้น
ลายลาศเล่ห์ลายขนรจเรข
ฝืนฝ่ายสาครเฟ้นฟาดฟุ้งชลธี ฯ
๏ นาคาอุรคราชเรื้องนาคี
นาคนายกศรีมาศแม้น
เพียงผาดเผ่นชลธีธารท่อง
พายประพาสพาแหล้นเล่ห์แหล้นชลคะนอง ฯ
๏ นาคเหราราชหว้ายวนไว
นาควาสุกรีไกรพู่พ้น
ชรล่องชลาลัยวังวาก
พายนทีฤๅท้นแล่นแล้วลาญแล ฯ
๏ มหัศจรรย์มหรรณพหมิ้งมังกรา
เคียงคู่ลอยลำคลาคลาดแคล้ว
กระหนกเลศลีลาลายเลิศ
กลมกรตามแก้วแล่นไหล้ชมชล ฯ
๏ พระตำรวจในนอกซ้ายนายขวา
ตำแหน่งนาวาคลาสี่ไซร้
พระหลวงหมื่นขุนหาตกแต่ง
บอกยุบลจงได้เรื่องรู้เรือกระบวน ฯ
๏ เรือไชยสวัสดิป้องเป็นทวาร
ไชยรัตนพิมานคู่กั้น
พระตำรวจใหญ่พนักงานโดยขนาด
เป็นประตูในชั้นหักห้ามเรือรอ ฯ
๏ ลำดับนาเวศชั้นทวารใน
โดยขนาดตราไตรแต่งตั้ง
ตำรวจสี่เวรระไวระวังราช นั้นนา
เรือกิ่งนำเสด็จตั้งห้าชั้นรายเรียง ฯ
๏ ชลพิมานไชยที่ห้าระหงฉาย
รันทดรันทวยพายตื่นเต้น
กระแหนะกระหนกพรายเพราเพริศ
ลีลาศลอยลำเหล้นแล่นลํ้าใครเสมอ ฯ
๏ ขนดไกรสรมาศเต้าตามชล
บัลลังก์บุษบกบนเพริศแพร้ว
วัลวาดวิเศษกลเวียนแว่น
ภายที่สี่คลาแคล้วคล่องคล้ายชลธี ฯ
๏ ศริพิมานไชยชื่อเพี้ยงพิศวง
เสมอพิมานลอยลงล่องนํ้า
งอนงามวิไลวงวีวาด
ชั้นที่สามงามลํ้าเลิศด้วยทองเฉลา ฯ
๏ ไกรจักรรัตนมาศแม้นแมนสวรรค์
บุษบกบรรจงบรร-เจิดฟ้า
ทรงพระเทวกรรมกันภัยเภท พระนา
เดินที่สองปองถ้าเรียกฟ้ามาชม ฯ
๏ ศรพรหมไชยกิ่งแก้วกระหนกกรอง
เฉกสุวรรณหงส์ทองท่องน้ำ
บุษบกพิมานรองเรืองโรจน์
ทรงพระไชยไชเยศล้ำอวดโอ้อวยชัย ฯ

ลำทรง

๏ ศรีสามารถเลิศล้ำลำทรง
เหมพิมานบรรยงก์ยาตรเยื้อน
เฉกอาสน์อิศรองค์อมเรศ
จากสถานทิพเหลื้อนล่องฟ้ามาดิน ฯ
๏ ฝีพายพายเพริศพร้อมเพราพราย
พายทอดกรีดกรกายเชิดช้อย
นักสราชโบกธงชัยไกววาก
โดยดำเนินเรือคล้อยนั่งหน้าประนมกร ฯ
๏ ไกรศรมุขมาศแม้นแมนผจง
จัตุรมุขเอกอาสน์องค์แต่งตั้ง
ทอดที่บรรทมทรงไสยาสน์
เป็นที่นั่งรองรั้งสว่างร้อนแรมเสบย ฯ
๏ ลำทรงครุฑพ่าห์ผ้างนฤมิต
เพียงภาพพระพิษณุเผ่ยผ้าย
บุษบกบัลลังก์ทิศไพโรจน์
ดำเนินที่เทียรหว้ายฟากฟ้าโบยบิน ฯ
๏ สุวรรณหงส์เหินเห็จฟ้าชมสินธุ์
ดุจพ่าห์พรหมมินบินฟ่องฟ้อน
จตุรมุขพิมานอินทร์อรอาสน์
เป็นที่นั่งรองร้อนทุเรศร้างวังแรม ฯ
๏ ศรีสุนทรกิ่งแก้วเป็นกัน
พายเทียบพายเทียมทันติดต้อง
ระวังเหตุเภทไภยันดรราช
เคียงที่นั่งลำป้องปิ่นเกล้าเสด็จจร ฯ
๏ ไกรสรจักรคู่ด้วยเป็นสอง
ตรีพิภพยากปองอาจอ้าง
ลอยลาศแล่นลังลองลำเลื่อน แลนา
ดุจดั่งจักรกรดขว้างไล่ล้างภัยพาล ฯ
๏ เรือกันกันรอบริ้วเรียงราย
โขนโขมดยาพายถี่ถ้อง
เกณฑ์หัดอย่างฝรั่งคลายคลอคู่
ซ้ายขวาดาดาษป้องก่อเกล้าระวังองค์ ฯ
๏ อาสาวิเศษซ้ายขวาสอง
ตำรวจใหญ่เรือเรียงรองเร่งรู้
ตำรวจในที่สามสองคลาเคลื่อน
เกณฑ์ประจำคู่ขู้นอกริ้วกงกัน ฯ
๏ เรือทองแขวงฝ่ายบ้านโพเรียง
เสมอหมู่บ้านใหม่เกียงคู่เต้า
ประจำประจามิตรเมียงหมายมุ่ง ร้ายนา
กันองค์อิศรเจ้ารีบร้อนเรือระวัง ฯ
๏ เหินหาวระเห็จห้องอรรณพ
ทานเทียบหลาวทองจบแหล่งหล้า
ตำรวจพิรามรบรักษ์ราช
กุมสาตรโตมรหง้าอยู่ยั้งยืนยง ฯ
๏ เอกไชยไพโรจน์เพี้ยงเหมหงส์
แดงดาษศรีอัสดงแจ่มหล้า
กรมบวรสถานมง-คลราช
โดยเสด็จจอมภพหล้าผ่านเผ้าจรจรัล ฯ
๏ เรือไชยไชเยศแหล้นเลยลม
ดำดาษศรีโสมสมพ่างพื้น
ลูกเธอต่างกรมกรมมามาก
ทรงประพาสคลาขลื้นคลาดเต้าเสด็จตาม ฯ
๏ เรือเตร็จไตรภพหมิ้งมังกร
เคียงจบจักรพาฬจรแล่นลิ้ว
เรือนาคจักรธาธรทองทาบ
นาคถบองรัตนริ้วคู่แก้วเป็นสอง ฯ
๏ กำแหงอาทิตย์แท้นามโต
โตฤทธิไชยเดโชคลาดเคล้า
ลำเคียงมหิศโรรังราช
โดยขบวนตราเต้าเรียบร้อยเห็นงาม ฯ
๏ เยียงผาพิศภาพเพี้ยงผันผาย
หมื่นนรินท์เสนีนายอาจอ้าง
เรือราชดุรงค์รายเรียงคู่
หมื่นศรีสหเทพย์ก้างกักกั้นเป็นทวาร ฯ
๏ เรือแซแซร่วมริ้วเรียงกัน
ตามคู่เคียงตามอันดับไว้
ตำรวจหมื่นขุนพันฦๅเลื่อง นามนา
เป็นประจำนำได้ขี่เต้าตามเกณฑ์ ฯ
๏ พิฆาตสองคู่แข้เคียงลำ
เดินระดับจับจำท่อนท้าย
ตำรวจนอกในบำ-เรอบาท
ตำแหน่งตำเนินย้ายสุดสิ้นโดยขบวน ฯ
๏ ศรีเรือพระที่นั่งนั้นสิบเอ็ด
เอกไชยสองเสร็จกิ่งเก้า
หน้าหลังแห่แหนเสด็จโดยขนาด
จำจดบัญชีเข้างบร้อยลำมี ฯ

เสร็จโคลงพยุหยาตราโดยชลมารค เป็นขบวนเรือแต่เพียงเท่านี้

ทีนี้จะตั้งโคลงพยุหยาตราโดยสถลมารคเป็นขบวนคเชนทร์พยุหอัสดรพยุห์สืบไป

๏ เทวาเทเวศไท้เทเวนทร์
องค์อิศรจอมแมนเมรุสี่เกล้า
เชิญพระจากภุชเคนทร์อรอาสน์
มาผ่านจอมภพเผ้าแผ่นแผ้วพงศ์พาล ฯ
๏ เดโชไชเยศเหลื้องเดชา
เกรงเกียรติทุกพาราร่นร้อม
พระนครอยุธยาทวา-ราราช
ทุกสิมามาน้อมนอบเกล้าถวายกร ฯ
๏ ทรงธรรมทรงทศแท้ธรรมา
ธรรเมศมาทเมธาเรื่องรู้
ทรงศีลสัจศรัทธาไททั่ว
ทรงพระพุทธการกกู้ก่อไว้ฤๅวาย ฯ
๏ วิริยาวิริเยศสร้างสมภาร
สมโพธิภิญโญญาณอยู่เกล้า
หวังดายดับกันดารเสร็จสี่ สูญนา
ขนข้ามเวไนยเข้าสู่ซ้องเสวยรมย์ ฯ
๏ แถลงปางจุลจักรเจ้าจอมกษัตริย์
ดำเนินนิกรโดยขนัดช่วงช้าง
ยังคิรีสุวรรณวัศน์หิมเวศ
สถานที่พุทธบาทสร้างสืบไว้แสวงบุญ ฯ
๏ พิริยพลจลโจษเพี้ยงพลพาล
นเรศรณรำบาลรวดเร้า
เทียรทัศทศทวยหาญสุรราช
จับฉลากลาศเต้าเรียบริ้วโดยขบวน ฯ
๏ พันไชยธุชเทพย์หน้านำพล
ธงชัยโบกโบยบนยาตรย้าย
เฉกธงอิสานนนำพยุห์ ยุทธ์แฮ
โคมผูกคันธงคล้ายคลาศคล้อยคลาไคล ฯ
๏ หมื่นสารถีเทพย์เต้าหนขวา
หมื่นพาชีไชยคลาคลาดซ้าย
แต่งตัวเพริศเพราตาขัดดาบ
ขับแสะสวนทางหร้ายรีบริ้วบทจร ฯ
๏ พลายศรีไชยศักดิ์เรื้องบำรู
ผูกกระโจมแดงดูเพริศแพร้ว
ทรงองค์พระไชยชูไชเยศ
หมอประจำคอแคล้วนาดหน้าดำเนิน ฯ
๏ พังคาพิลาศลํ้าหัศดี
ผูกเครื่องเขียวขำขจีแจ่มหล้า
นายกองนุ่งลายมีหมวกฝรั่ง ใส่นา
ห่มกุฏไตขอหง้าส่ายเสื้องเทาทาง ฯ
๏ คํ้าหมอประดับดาษด้วยดารา
หมอใส่เสื้อเสนา-กุฎน้าว
กำนันแน่ปืนยายงอยู่ กลางนา
ขับคเชนทร์สาวก้าวส่ายเสื้องเทาทาง ฯ
๏ ช้างปืนปืนหลักช้องโตมร
ปักธุชสามชายสลอนยาบย้าย
หมอควาญเชี่ยวชาญสมรหมวกมาศ
ทนายกลางช้างขวาซ้ายขับขึ้นเคียงกัน ฯ
๏ ขุนโจมพลมิ่งม้าเมืองแมน
ขุนสท้านพลแสนคู่ม้า
ธงฉานผูกโคมแขวนคลาคลาด
นำนิกรไปหน้ารวดริ้วพวงพล ฯ
๏ พลเดินเดินระดับเสื้อนกลาย
ทวิธุชแสรกสามชายแห่หน้า
ถือปืนนกโพรงพรายเพราเพริศ
หมวกมาศลาดลายกล้ากลาดเต้าตามทาง ฯ
๏ ขนัดในประไพพิศเสื้อแดงฉาย
ศรีกรั่วหมวกลายมาศแพร้ว
ซ้ายขวาสี่ริ้วลายในนอก
โดยขนาดฤๅแคล้วแต่งต้องตามกัน ฯ
๏ ขุนอัศว์ขัดดาบดั้งถือทวน
เสื้อเครื่องคาดลายกระบวนเพริศพริ้ง
สองปักรัตคดควรงามแง่
ขับดุรงค์รณหวิ้งหว่างริ้วรายแซง ฯ
๏ ม้าปืนปืนคาดข้างจรลี
ขุนหมื่นกรมพาชีเผ่นผ้าย
นุ่งลายคาดลาดศรีสมสะอาด
เดินกระบวนขวาซ้ายเรียบร้อยตามกัน ฯ
๏ พังจันทร์ประพาสเพี้ยงจันทรา
ผูกเครื่องนิลมะยุรารุ่งเร้า
หมอควาญแต่งตัวตราตรูเตรียบ
ลีลาศลีลาเข้าเรียบริ้วเรียงรมย์ ฯ
๏ พลายศรีสุรคชคํ้าราชกูล
ประดับดาวเหลืองจำรูญเถือกถ้อง
หมอควาญนุ่งสนับหนูนสนองนั่ง งามนา
ทนายถนัดปืนป้องขี่โพ้นมากลาง ฯ
๏ พลธนูยุรยาตรริ้วนอกใน
ม้าหมู่เขนทองไทคลี่เคล้า
ธงชายคู่เคียงไสวไววาก
นำนิกรลาศเต้าพรึบพร้อมเพรางาม ฯ
๏ ม้าห้อเหินเห็จห้าวเหียนหรรษ์
ขัดดาบกุมกุทัณฑ์แน่น้าว
ขับอัศวผาดผันเร็วรวด
ดุจดั่งจักรโจมล้าวไล่มล้างภัยพาล ฯ
๏ ปี่กลองลีลาศล้วนมลายู
พังประภาตามยู-รยาตรเยื้อง
นำสารแล่นแลตรูตราเครื่อง งามนา
ช้างปืนยืนยาตรเยื้องฝ่ายซ้ายขวาขนาน ฯ
๏ มลายูยุรยาตรฆ้องเคียงขนาน
กระทุ่มกลองเสียงบันสารเพร่งพริ้ว
ปี่เปลี่ยวเป่าเสียงหวานเวงเวก
ตามขนัดในริ้วอยู่หน้าพังเดิน ฯ
๏ เทพาลีลาศลํ้าพังคา
ผูกสคนดาวงาลอดเลี้ยว
ลีลาเล่ห์ลีลาหงส์ร่อน
นายนุ่งลายลายเกี้ยวสอดเสื้อดูงาม ฯ
๏ กุญชรไชยชาติเหล้นลำพอง
ดาวกระกูทาทองยิ่งย้อม
ขุนศรสำแดงปองปืนนั่ง กลางนา
นายขี่ศรีสมพร้อมหมวกเสื้อสมกัน ฯ
๏ พังคาลักษณลํ้าหัสดินทร์
เคียงคู่จำปานิลย่างย้าย
ทรงปืนสาตรศรอินทร์ราญรบ
ขนานขนัดตามขวาซ้ายคลาดคล้อยในกระบวน ฯ
๏ ม้าฝรั่งผังผาดร้องเริงราญ
ผูกพู่ปูอาสน์พานง่องง้ำ
ดาบสะพายสายแถบธารเอวอาตม์
เดินดาษบาทย่างหยํ้ายืดย้ายตามกัน ฯ
๏ พลเดินดาบโล่ห์ล้วนลำคะนอง
ขนัดนอกพลทวนยองเรียบร้อย
ธงชายคั่นเคียงสองเป็นคู่ นำนา
เขม็งหมู่โยธาคล้อยคลาดคล้ายดำเนิน ฯ
๏ ช้างแซงแซงนอกดั้นดาดง
ม้าแซงเลาะเลาพงเราะเร้น
ระวังราชระไววงระเวียนแวด
บริรักษ์เทวาเว้นวากเว้ภัยพาล ฯ
๏ พระวรชุนชาติเชื้อไชเยนทร์
หลวงราชนุกูลเกณฑ์คู่ด้วย
สนับเพลานุ่งในเจนจุมดาบ
เจียรบาดคาดเอวท้วยตรวจริ้วรายกระบวน ฯ
๏ ตำรวจขุนหมื่นซ้ายขวาเฉวียง
ถือเทพย์ธงฉานเรียงกลาดกลุ้ม
ผูกโคมทุกคันเคียงเป็นคู่
กลองชนะปะเปิงขรุ้มเร่งร้นพลเดิน ฯ
๏ ออกพันเทพราชไซร้เดินสดำ
เฉวียงราชมนูนำคลาดเคล้า
สมปักลวดลายขำเพราเพริศ
เสื้อเครี่องถือหอกเห้าแห่ท้ายกลายกลอง ฯ
๏ ขนัดนอกพลเหล่าล้วนเดินดา
ญี่ปุ่นถือปืนรารวดริ้ว
จามเจนพวกอาสากริชกรีด กรายนา
กรกุมโตมรพริ้วแต่งให้เข็ดขาม ฯ
๏ ม้าแขกแขกคู่ด้วยแขกเอง
กั้นหยั่นบ่เหมาะเหม็งโอ่อ้าง
ขันขึงฆ่าศึกเกรงกลัวสง่า
ซ้องเสียดเกาทัณฑ์ข้างแคบม้าดาเดิน ฯ
๏ พังลีลาลาศลํ้ายูงรำ
ผูกเครื่องดาวนิลนำโคตรช้าง
พันภาณนุ่งลายลำนำใส่ หมวกนา
ห่มกุฎไตอวดอ้างโอ่ให้ศึกแสยง ฯ
๏ ไอยราพตภาพแกล้วกลางรณ
ประดาวดวงจงกลพู่ห้อย
ขุนพาลศรเพลิงพลหมอแม่น ปืนนา
ห่มเสนากุฏคล้อยคล่าวช้างมากลาง ฯ
๏ แตรงอนงอนง่าเข้าเคียงคัน
สังข์เหล่าพรรคสังข์สรรกลาดกลุ้ม
ลางโพงคู่เคียงกันปนเป่า
แตรฝรั่งรังโรมร้องแตร่นแตร้นถวายเสียง ฯ
๏ พังคาปกพนาตหน้าปักทอง
เชิญพระแสงปืนสองหนึ่งพร้า
นุ่งลายนายจำลองเคยขี่
ตำแหน่งตำเนินหน้าเรื่องริ้วอภิรมย์ ฯ
๏ พรายพรายมยุรฉัตรชั้นฉานฉาย
กรรภิรุมชุมสายรายกลาดกลุ้ม
จ่ามรทอนตะวันพรายไพโรจน์
ตัวสี่ชาววังคุ้มเครื่องต้นเดินตาม ฯ
๏ ชาวแสงขุนหมื่นเชื้อชาญปาง
เชิญพระแสงอัษฎางค์ลาศเต้า
เดินเรียงท่ามกลางระวางละแวกเครื่อง
แหนแห่จอมพลเกล้าหว่างริ้วในขบวน ฯ
๏ พระคเชนทรไชยชาติเชื้อพรหมพงศ์
เป็นอาสน์อิศรทรงก่อเกล้า
ประดับเครื่องเรืองอลง-กตมาศ
ทรงบาทอาจคชเข้าขี่ท้ายทำควาญ ฯ
๏ เฉกองค์อมเรศเจ้าสรวงสวรรค์
ทรงพระคชเอราวัณฟ่ายฟ้า
ทวยเทพย์นิกรกรรกงรอบ
เรืองพระยศเลิศหล้าเสด็จด้าวแดนดง ฯ
๏ แตรสังข์ประนังแซ่ซ้องเสียงสาร
วิเวกวนะดงดาลเถื่อนถ้อง
ดนตรีดีดบรรสานสังคีต
ขานแข่งเสียงกลองฆ้องครั่นครื้นไพรพนม ฯ
๏ บังสูริย์จรูญแจ่มฟ้าเรืองรมย์
พัดโบกโบกโบยลมลาศไล้
พระทวยหมื่นจงประนมกรนอบ
โดยเสด็จดำเนินใกล้ปิ่นเกล้าจรจรัล ฯ
๏ ขัดแนวแถวสี่ริ้วรายใน
ตำรวจเลือกเร็วไวแว่นรู้
ถือหอกแห่เสด็จไตรภพนาถ
คลาคลายปลายเชือกขู้พวกพื้นเกณฑ์กัน ฯ
๏ ถัดมาตัวสี่ไซร้พันทนาย
หัวหมื่นสองปักลายเลิศแล้ว
ขัดดาบทึบทองสะพายสพักแล่ง
เสื้อเครื่องกรุยกรายแพร้วเพริศพริ้งเพรางาม ฯ
๏ ปลัดพระตำรวจซ้ายขวาสอง
เจ้ากรมเดินเรียงรองคลาแคล้ว
เจียรบาดคาดเอวสนองสนับใส่
ขัดกระบี่ลีลาศเต้าอยู่ต้นตามขบวน ฯ
๏ พระอินทรเทพย์ทั้งพระพิเรนทร์
ริ้วนอกสองนายเกณฑ์อยู่ต้น
หัวหมื่นพันนายเวรพระตำรวจ ใหญ่นา
ขัดกระบี่ดาบส้นฝักบั้งเงินงาม ฯ
๏ บโทนขุนหมื่นท้ายพัวพัน
บ้านใหม่โพเรียงขยันแข่งเขี้ยว
ถือหอกแห่ตามอันดับที่ นั้นนา
นุ่มสมปักลายเกี้ยวอยู่ท้ายปลายกระบวน ฯ
๏ พวกอาสาราชม้าเกราะทอง
เดินกระหนาบในสองร่องริ้ว
ขัดดาบเล่นลำลองลีลาศ
แข่งขับอาชาริ้วคลุ่นแคล้วแนวใน ฯ
๏ หมื่นสารถีราชม้าเร็วเริง
หมื่นชาติพาชีเชิงชอบไซร้
ระวังมานบัณฑูรเถลิงแถลงสั่ง พระนา
เดินดุรงค์ไหร้ไหร้หว่างม้าเกราะกราย ฯ
๏ ขนัดนอกพวกพวกพื้นพลมอญ
ระดะดาบสองมือคอนฆ่าค้า
ธงชายคู่เคียงจรลาเลื่อน
ดำเนินนิกรนำหน้าคลาดแคล้วคลาคลาย ฯ
๏ ขนานขนัดถัดเรื่องริ้วเรียงกัน
พรรคพวกพลรามัญดาบด้าง
แลตนย่อมคมสันสามารถ
เดินระดับดาบคว้างแคว่งแคว้งตามกัน ฯ
๏ ชั้นหลังพระที่นั่งแก้วกุญชร
เรียงรันกรรภิรมย์สลอนเกิบกั้น
ชาววังรีบระวังจรคุมเครื่อง
เพียงเฉิดเฉกฉัตรชั้นช่อฟ้าดุษฎี ฯ
๏ ชาวแสงแรงภักดิ์เบื้องบาทบงสุ์
เชิญเชิดพระแสงทรงง่ามง้าว
จำหลักฝักแฝดผจงเจียรมาศ
โดยเสด็จดำเนินด้าวด่านไม้ดงเดิน ฯ
๏ แห่หลังต้นเชือกซ้ายขวาระเมียร
บำเรอภักดิ์รักษ์มณเฑียรคลาดคล้าย
ทหารในสนมเจียร-บาดคาด
ขัดกระบี่ลีลาศย้ายยาตรเยื้องกระบวนตาม ฯ
๏ หัวหมื่นตัวสี่ไซร้ดาบสะพาย
ลำดับพวกพันทนายคู่ดั้ง
ถือหอกแห่แหนปลายชายเชือก
นุ่งห่มสมสลั้งลํ่าลํ้างามงาน ฯ
๏ กระบวนนอกต้นเชือกริ้วเรียงกัน
เจ้ากรมแสงพลพันแห่หน้า
ตำรวจฝ่ายหลังอันดับดาษ เดินนา
คาดกระบี่เอวอ้าโอ่อ้างกรีดกราย ฯ
๏ พันทนายปลายเชือกชั้นถัดมา
ทนายเลือกหอกหาญคลาพรั่งพร้อม
ซ้ายขวาอยู่ตามขวาโดยขนาด
ลีลาศลำลองล้อมธิราชเจ้าจักรพาฬ ฯ
๏ หมื่นฉันนามาตย์ม้าเร็วแรง
หมื่นสารถีชะแวงเชี่ยวไซร้
สองนายคู่คอยแสดงสดับเหตุ พระนา
เวรวิ่งอัสดรได้รีบรู้กิจการ ฯ
๏ ขนัดนอกเหล่าล้วนเขนทอง
แหลนเหล็กลาดเป็นสองคู่เต้า
คันถึงโล่ทวนยองยูรยาตร
โดยลำดับเดินเคล้าคู่ด้วยเคียงกัน ฯ
๏ ถัดอภิรมย์รัตนริ้วเรียงมา
พระที่นั่งเอกอาชาคลาดแคล้ว
ประดับเครื่องเรืองรัตนาโนภาส
ทนายชำนิขลุมแก้วคู่เข้าจูงจร ฯ
๏ ไอยราพนาศหน้ากรองทอง
ผูกกระบี่ปืนสองสอดพร้า
พระเถกิงแม่นปืนปองยิงอยู่ กลางนา
นายปราบภพไตรกล้าขี่ขึ้นทำคอ ฯ
๏ สารรับพระที่นั่งด้านตัวยง
ผูกพู่พานบรรจงแจ่มฟ้า
พระแสงร่วมรองทรงคชลักษณ์ เชิญนา
นายจำลองขอหง้าเงือดเงื้อเงยงาม ฯ
๏ หมื่นนรินทร์สนิทหน้าดำเนิน
หมื่นศรีสหะเทพเดินฝ่ายซ้าย
ทนายเลือกปืนเหาะเหินเดินต่อ มานา
ตามเรื่องรวดรายท้ายลาศล้อมเสด็จดล ฯ
๏ หลวงเทพาราชเบื้องหนขวา
ศรีกระฬาสมุดคลาคูคล้าย
คุมเหล็กเหลาแหลนมามีมาก
พร้าขัดหลังทังผ้ายพวกแผ้วพงทาง ฯ
๏ ขุนศรีสาราชทั้งสารุท
คุมพวกอัคนีวุธวิ่งแว้น
หกนายไพร่อุตลุดวายวุ่น
ปีนตาตะหามแหล้นแห่หิ้วหามตาม ฯ
๏ ขนัดนอกบอกรวดริ้วรายธนู
แนวเนื่องนกโพรงพรูแล่นล้อม
ม้าแซงนอกในดูเดียรดาษ
พลแห่หนหลังห้อมครึกครื้นดงดาล ฯ
๏ สารทรงพงศ์พิษณุแผ้วสรรพางค์
ทรงสุวรรณปฤษฎางค์พ่างพื้น
แสงปืนสั้นยาววางแสงหอก ซัดนา
ตัวสี่ทำคอขึ้นขี่ท้ายรองควาญ ฯ
๏ ที่นั่งโถงทรงประพาสเต้าตามมา
ทรงพระแสงสาตราพุ่งพ้น
ผูกสพัดรัตคนดา-รารุ่ง เรืองนา
ตัวสี่นายรองร้นขับช้างชวยชาย ฯ
๏ สุริยวงศ์องศ์อดิศรเชื้อชาญกรม
ทรงคชภิรมย์ชมแช่มช้อย
สาภินตยพรเมรมย์รมเยศ
ลีลาศลีลาคล้อยคลาดช้างชายโชย ฯ
๏ ช้างเชือกทองเทียบข้างเคียงขนาน
ขนาบสุวรรณปฤษฎางค์ธารแต่งเต้า
ช้างเครื่องเชิญเครื่องอานมามาก
ตามพนักงานเข้าคู่ด้วยงานงาม ฯ
๏ เครื่องขวาฉลองพระบาทเบื้องบาลี
พระล่วมพระสุพรรณศรีเสร็จไซร้
เครื่องซ้ายคู่คชลี-ลาลาศ
เชิญพระเต้าตามไต้ม่อเมี้ยนบังคน ฯ
๏ ฝ่ายขวากริชกระบี่ซ้องแสงทรง
พระกะตรุดเลศเลขลงเลิศแล้ว
เครื่องซ้ายโอสถทรงทรงสูบ
พัชนีวีไวแคล้วคู่ช้างชวนโชย ฯ
๏ หนขวาชาลาศลุ้งมาลา
ซ้ายพระแสงสาตราหอกง้าว
พระแสงกระสุนรารังสาตร ทรงนา
ขับคู่คชเดินด้าวด่วนด้วยเสมอกัน ฯ
๏ พระกลดรจเรขเรี้องงานขวา
อีกถุงพระภูษาล่วมรู้
หนซ้ายชอบเชิญกาพระตภาพ
เครื่องพระบังคนขู้คู่ช้างเดินตาม ฯ
๏ เชิงเทียนพระสมุดไซร้สังข์กรับ
เครื่องสดำโดยสดับชอบไซร้
เครื่องเฉวียงโอสถสรรพเสวยสว่าง สวาทนา
ใส่ปินโตตามไคล้คู่เต้าตามกัน ฯ
๏ โจมทัพประดับนาคเหนื้องโดยอัน ดับนา
ช้างปืนหน้าหลังกันแวดล้อม
หมอเลือกขี่คอขยันสามารถ
สามารถหาญศึกห้อมแห่ท้ายปลายขบวน ฯ
๏ ช้างแทรกแทรกเสียดด้าวเดินสดัก
จมื่นสรรเพชรภักดิ์ยาตรย้าย
หมื่นศรีสารักษ์รัก-ษาราช
เป็นคู่เคียงขวาซ้ายเรียบร้อยเรียงกัน ฯ
๏ หมื่นไวยวรนาถแหว้นไวการ
หมื่นเสมอใจราชสมานคลาดคล้าย
สี่นายสี่เวรงานในนาถ
ขับรถบทจรท้ายเครืองต้นคชาเชิญ ฯ
๏ ช้างเชือกซํ้าแทรกซ้อนหนขวา
พระกำแพงฦๅชาเชี่ยวช้าง
จ่าแสนสารวัตรคลาไคลคลาด
ขุนทรงสิทธิคชอ้างอาจป้องเป็นประการ ฯ
๏ คชสิทธิ์ผูกเชือกช้างไชยตาม
หมื่นศรีสิทธิบาศนามเชือกซ้อง
โดยเสด็จหริรักษ์รามราเมศ
ยาตรพยุหพลต้องแต่งตั้งกระบวนเดิน ฯ
๏ พระกระลาโหมราชเรื้องชุมพล
กรมวังเสวกากลต่อเต้า
กรมเมืองมิ่งเมืองมนตรีราช
สามดิลกจอมเจ้าลาศล้อมลีลา ฯ
๏ เดโชไชยชาติเชื้อไชยชิด
พระวิไชยรณฤทธิ์กลั่นกล้า
พระพิไชยสงครามสิทธิแสงสาตร
สามอาจอาสาหน้าศึกสู้บทจร ฯ
๏ ซ้ายแทรกแรกราชรู้วังเมือง
ขุนคชทรงศักดิ์เนืองหนึ่งไซร้
คชศักดิ์คชสิทธิ์เรืองรณภาพ
หมื่นแกว่นคชสารได้ว่าช้างวังเฉวียง ฯ
๏ จักราจักรัตนหมิ้งมนตรี
พระคลังกรมสาลีเลิศผู้
ท้ายนํ้าชิตณรงค์ศรีสามารถ
พระรามราชกำแหงสู้สุดท้ายปลายพล ฯ
๏ จบเสร็จเสด็จพยุหริ้วเพชรพวง
ตำรับราชหอหลวงกล่าวไว้
สำหรับแห่งอดิสรวงสุรราช
เป็นพระเกียรติยศไท้ธิราชผู้มีบุญ ฯ

จบโคลงอย่างพยุหยาตรา เป็นคชพยุหกระบวนแต่เท่านี้

ทีนี้จะตั้งเป็นโคลงอย่างพยุหยาตรา เป็นกระบวนอัสดรพยุหสืบไป

๏ ขัษณ์องค์อิศราชไซร้สังหรณ์
เสด็จพยุหพลนิกรมิ่งม้า
ยังบทวลัญชรชินราช
หวังหว่านผลภายหน้าอาจเอื้ออวยทาน ฯ
๏ ตำเนินตำแหน่งม้าลีลา
โดยกระบวนยาตราแต่งตั้ง
หมื่นขันอาสาอา-ชาชาติ
ถือธงชายย้ายยั้งยาตรย้ายนำพล ฯ
๏ หมื่นสารถืเทพม้าขวาขนาน
หมื่นพาชีไชยชาญแสะซ้าย
ขัดดาบสพักธารทองแถบ
ขับคู่อาชาหร้ายรวดริ้วสวนทาง ฯ
๏ ขุนวรชุนชาติเชื้อทหารหาญ
ขุนโจมพลพลันผลาญยิ่งผู้
สองนายดำเนินขนานโดยขนาด
สาวแสะสินธพขู้แรกริ้วหนขวา ฯ
๏ ขุนสท้านพลราชเรื้องรำบาล
ขุนราชนิกูลภารยาตรย้าย
สองขุนคู่เคียงสมานเสมอขี่
ตำแหน่งตำเนินซ้ายคู่ขู้ขวาสอง ฯ
๏ ขุนพาชีชาติเบื้องขวาเคียง
ขุนราชศักดิ์เรียงเรียบหน้า
ขุนราชอาสาเฉวียงเป็นคู่
ขุนอาชาไนยม้าคู่ด้วยสดำเดิน ฯ
๏ หมื่นราชพิทักษ์เทพแกล้วสงคราม
หมื่นทิพย์รักษาตามถัดถ้อง
ขนานทิพย์เสนานามสนับนุ่ง งามนา
เสื้อเครื่องขัดดาบหย้องอย่างม้าชำเชิง ฯ
๏ ขุนราชรินทร์รักษ์เบื้องบาทบงสุ์
ขุนมหามนตรีตรงต่อตั้ง
เจียรบาดคาดเอวองค์โอ้อ่า
ขับดุรงค์รอรั้งอยู่ริ้วโดยสดำ ฯ
๏ หนซ้ายปลายเชือกชั้นแนวใน
พระมหาเทพย์ไวแว่นรู้
สองปักนุ่งลายละไมขัดดาบ
งามแง่แลเลิศผู้ขับม้าดาเดิน ฯ
๏ ม้าทรงอลงก์เลิศหล้าลังลอง
เสมอมิ่งมารุตผยองย่องฟ้า
เบาะอานพู่พานซองหางทาบ ทองนา
ขลุมใส่ใบโพหน้าก่องแก้วแกมกล ฯ
๏ โอภาสจอมภพเรื้องเรืองรุท
เพียงพายุเทวบุตรพ่างพื้น
พรรณพรายปลายเทียวธุชไวแวก
นำที่นั่งตัวต้นยาตรเยื้องบทจร ฯ
๏ ม้าแซงแซงเสียดซ้องลีลา
ตำรวจนอกซ้ายขวาพรั่งพร้อม
นุ่งลายเลิศลายตาขัดดาบ
ม้ากันกันกงห้อมแห่ซ้ายขวาเดิน ฯ
๏ หลวงวิสุทธิ์อสดรม้าแมนแซง
สุนทรสินธพแรงรีบเต้า
ขัดดาบแต่งตัวทะแมงถนัดมั่น เหมาะนา
เดินต่อตำรวจเร้ารวดริ้วแซงจร ฯ
๏ ม้าเครื่องเนืองเนกชั้นหลังหลาม
องค์อิศรเรืองรามรุ่งเร้า
ตามศักดิ์พนักงานงามเพราเพริศ
โดยขนัดจัดเคียงเข้าคู่ด้วยงานกัน ฯ
๏ หมื่นชำนินาถเชื้อชำนาญ
รับพระศรีเสวยพานผ่านเผ้า
ชำนาญภูเบศงานเคยคู่
สุธารสรับพระเต้าเครื่องต้นไปตาม ฯ
๏ พันทรงพลภาพแผ้วพาชี
รับพระสุพรรณศรีก่อเกล้า
พันทรานพาลพัชนีโบยโบก
เป็นคู่ยุรยาตรเข้าขับม้าเคียงจร ฯ
๏ หลวงดำเกิงฉมัดแหม้นมือจำ
ขุนพาลศรเพลิงยำป่งเป้า
เชิญแสงปืนตะคำคลาคลาด
โดยเสด็จจอมภพเจ้าคู่ม้าเสมอกัน ฯ
๏ นายแมนมณีรัตนรู้ชาญการ
นายกัณฐัศวชำนาญยิ่งผู้
รับพระแสงทวนทองธารทวยทอด
เดินระดับตามขู้เพื่อนพ้องงานงาม ฯ
๏ นายชาติดุรงค์ราชเรื้องราชดุรงค์
นายองค์อัสดรองค์อาจอ้าว
รับแสงแซ่แสงทรงงามแง่
ขับขี่พาชีด้าวรีบเต้าคลาตาม ฯ
๏ ขุนบำเรอภักดิ์เจ้าจักรพาฬ
ขุนรักษ์มณเฑียรบาลปิ่นเกล้า
หมื่นจงจงบทมาลย์สองคู่ กันนา
ขัดดาบฝักทองเต้าต่อริ้วในกระบวน ฯ
๏ ขุนหฤทัยราชรู้แสงสรร
ขุนอภัยสุรินท์คัลยคู่ม้า
เชิญแสงปืนพลพันเรืองราช
ขับดุรงค์เริงหร้าร่านร้องรานรณ ฯ
๏ ขุนวิสุทโยธิศหมิ้งมาตยา
เสมอหลวงราชโยธาเทพแท้
ขัดดาบขี่อาชาไชยชาติ
ตำแหน่งตำเนินแหน้อยู่หน้าธงนำ ฯ
๏ หมื่นรักษ์ภักดิ์ราชเบื้องบาทบงสุ์
หมื่นบาละราชจงจ่อจ้าว
ลายลาดคาดเอวองค์สนับนุ่ง งามนา
เมือมิ่งอัสดรด้าวด่วนด้าวเดินตาม ฯ
๏ ม้าแมกแขกคู่ซ้ายขวาแซง
พวกทหารรณแรงกลั่นกล้า
โพนตาดคาดเอวแบงเจียรบาด
กรกุมเกาทัณฑ์หง้าเงือดเยื้อยิงยง ฯ
๏ หลวงพิชัยมนตรีศเชื้อมนตรี
หลวงศรีอัษวเดชศรีคู่เต้า
ตำรวจในซ้ายขวาลี-ลาลาศ
ตำแหน่งแซงในเข้าเรื่องริ้วตามขบวน ฯ
๏ หลวงทรงพลราชม้าเมืองแมน
หลวงปราบพลศึกแสนคู่หน้า
แซงนอกแขกทหารแหนเหินแห่
นำมะโนมัยม้ารีบริ้วบทจร ฯ
๏ ฟ้าปูนมาแม่นเท้งทวนที
เป็นคู่ฟ้าเมืองจีเลศล้าว
พระยาศักดิ์แสนหลวงศรีแสนดาบ
คู่พระยากลางเมืองพย้าวหยุบฟ้อนทวนยอ ฯ
๏ ฟ้าพระยาลายค่าฮั้นคนหาญ
มือแม่นทายทวนธารพุ่งแพ้
ฟ้าพระยาชมภูกวานแสนแกว่น
ขัดดาบถือทวนแท้คู่ม้าโดยดอม ฯ
๏ ฟ้าเมืองลองเล่ห์ล้าวศึกสาว
ถนัดแน่ทวนยองยาวยอกท้อง
ฟ้าพระยาเมืองลางลาวแสนบ่าว
เดินคู่เคียงเริยงป้องปิ่นเกล้าเสด็จจร ฯ
๏ ฟ้าพระยาหมื่นม้ายำยง
ขัดดาบถือทวนอง-อาจอ้าน
แข่งขับพาชีชงฆ์ชาญเชิด
เคียงคู่ฟ้าเสือต้านติดเต้าเดินโดย ฯ
๏ หมื่นยุทธพิชัยชาติเชื้อชาญยุทธ
หมื่นไกรเพชรรณรุทกลั่นกล้า
อาสาเกราะทองสุดสามารถ
ซ้ายขวาเดินเสมอหน้ารวดริ้วรายเรียง ฯ
๏ ม้ากันกันราชล้อมลีลา
ซ้ายขวาดุจหนขวาคู่ต้อง
แนวนอกหมู่แมนพระยายุรยาตร
เกณฑ์กันหลังปองป้องแห่ห้อมกันกง ฯ
๏ กัณฐัศวราชหยิ้งยานยง
ผูกพู่ฟูเบาะบง-กชแพร้ว
สุริยวงศ์ต่างกรมทรงลีลาศ
โดยเสด็จดำเนินแคล้วคลาดคล้อยบทจร ฯ
๏ ขุนดาบกุมดาบหว้องไวคระวี
นามนครไชยมีชื่อไซร้
ขุนเดชเดโชพีรีย์รณภาพ
ลีลาศอาจองค์ได้คู่ม้าเดินแซง ฯ
๏ หมื่นสรรเพชรภักดิ์เบื้องบาทบงสุ์
หมื่นศรีสารักษ์องค์อยู่เกล้า
หมื่นไวว่องไวจงกิจราช
หมื่นเสมอใจเจ้าคู่ขู้เคียงกัน ฯ
๏ หมื่นนรินทร์สารวัตรริ้วหนขวา
หมื่นศรีตรวจไตรตราฝ่ายซ้าย
หมื่นฉันท์อำมาตย์อา-ชาเชี่ยว ชัยนา
หมื่นราชสารถีผ้ายคู่ม้าเร็วแรง ฯ
๏ พันเภาพลภาพเพียงพันพิรีย์
ยศยิ่งพันพาชีอยู่ท้าย
นายควรคู่ควรลี-ลาคู่ กันนา
เวนว่าม้าขวาซ้ายสุดสิ้นโดยขบวน ฯ
๏ แซงในตำรวจราชล้วนนายใน
ซ้ายขวาลำดับไปถี่ถ้อง
ขุนดุรงค์สงครามไคลคลาคลาด
ขุนราชอัสดรป้องทอดท้ายรายแซง ฯ
๏ ม้านำแซงนอกหน้าอาสา แซงนา
หมื่นดุรงค์นาถขวายาตรย้าย
หมื่นราชนนทเสนอา-ชาชาติ
นำนิกรแซงซ้ายเรียบริ้วเสมอกัน ฯ
๏ หมื่นไกรพลมาตย์เชื้อพลแมน
หมื่นแสนใจเพชรแสนสุดท้าย
ไตรตราอาสาแวนแวงนอก
เป็นคู่ยุรยาตรย้ายคู่เบื้องปลายกระบวน ฯ
๏ จบเสร็จพยุหม้ากระบวนบก
โดยลักษณสาธกเทียบไว้
สำหรับราชดิลกเฉลิมโลก
จารึกจารีตให้อ่านอ้างเยินยอ ฯ
๏ ราโชพระสาสนเอื้อนโองการ
สารสั่งพระคลังกรานกราบเกล้า
ให้รังรจนสรรเสาวพากย์
โดยพยุหยาตราเต้าแต่งไว้เป็นโคลง ฯ
๏ ภัทรบทปาฏิบาทเบื้องศุกลปักษ์
อังคาระมะเส็งนัก-ษัตรไซร้
พันร้อยห้าสิบเก้าศัก-ราชเร่ง รู้นา
จอมมงกุฎภพไท้แต่งแต้มโคลงกระบวน ฯ

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ