๒๗๘ ประกาศพระราชบัญญัติเรื่องผัวขายเมียบิดามารดาขายบุตร

ณวันเสาร เดือน ๔ แรม ๑๓ ค่ำ ปีเถาะนพศก

มีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ให้ประกาศแก่ข้าทูลลอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยฝ่ายหน้าฝ่ายใน แลราษฎรในกรุงนอกกรุงให้ทราบทั่วกันว่า เมื่อณวันพฤหัสบดีแรม ๑๔ ค่ำเดือนยี่ปีเถาะ๑๗พศก อำแดงจั่นทำฎีกาทูลเกล้าฯ ถวาย กล่าวโทษนายเอี่ยมผัวว่าลักเอาชื่ออำแดงจั่นไปขายไว้แก่ผู้มีชื่อ อำแดงจั่นไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นด้วย ครั้นความทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทดังนี้ จึงทรงพระราชดำริห์ว่าผัวลักเอาชื่อภรรยาไปขายภรรยาไม่ได้รู้ได้เห็นด้วย จะเรียกว่าเปนเรือนเบี้ยไม่ควร แต่กฎหมายเก่านั้นว่าไว้อย่างไรหาทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทไม่ ณวันอังคาร แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ปีเถาะ๑๗พศก จึงมีพระราชหัดถเลขา ให้พระอินทรเทพเชิญไปถามลูกขุนๆ พร้อมกันคัดกฎหมายทูลเกล้าฯ ถวาย เข้ามาดังนี้ “ถ้าผัวแลพ่อแม่นายเงินเอาชื่อลูกเมียข้าคนลงในกรมธรรม์ขายท่านว่าเปนสิทธิ์ แม้นว่าเจ้าสินบอกก็ดีมิได้บอกก็ดี แต่ตัวเรือนเบี้ยซึ่งมีชื่ออยู่ในกรมธรรม์นั้นท่านว่าเปนสิทธิ์ได้โดยกระบินเมืองท่าน เหตุว่าเจ้าผัวแลพ่อแม่นายเงินนั้นเปนอิศรภาพ บทหนึ่งว่าเมียก็ดีลูกก็ดี เอาชื่อพ่อแม่ผัวลงในกรมธรรม์ขายท่านว่ามิเปนสิทธิ์เหตุว่าเมียลูกนั้นมิได้เปนอิศรแก่ผัวแลพ่อแม่นั้น” กฎหมายเดิมมีอยู่เช่นนี้จึงทรงพระราชดำริห์ว่า กฎหมายบทนี้เมื่อพิเคราะห์ดูเหมือนผู้หญิงเปนควาย ผู้ชายเปนคนไป หาเปนยุติธรรมไม่ ให้ยกเสีย จึงมีพระราชบัญญัติใหม่ว่า ถ้าผัวจะเขียนชื่อเมียในสารกรมธรรม์ขาย ถ้าเมียมิใช่เมียทาสมีค่าตัวมีสารกรมธรรม์อยู่ในมือผัวแล้ว ต่อเมียยอมให้ขายลงลายมือแกงไดด้วยเปนสำคัญ ผู้เขียนสารกรมธรรม์ฤๅผู้นั่งเปนพยานรู้เห็นด้วยจึงเปนอันขายควรถือว่าเปนตัวเรือนเบี้ยได้ ถ้าเมียไม่ยอมให้ขายฤๅลักเอาชื่อไปขาย ไม่มีพยานรู้เห็นไม่เปนอันขาย แต่ถ้าเมียอยู่กับผัวไม่ได้อย่าร้างค้างขายแยกย้ายกัน ผัวลักเอาชื่อเมียไปทำสารกรมธรรม์ขายแล้วหนีไป นายเงินจะมาฟ้องร้องให้เกาะครองเมียมาเร่งให้ส่งตัวผัวตามกระบินเมืองได้ ถ้ามันยอมเปนจำนำแทนผัวมัน ให้ใช้ต่างกระยาดอกเบี้ยค่าป่วยการ ฤๅยอมเปนทาสต่อภายหลังลงแกงไดทำใบยอมให้ จะยึดเอาตัวเปนทาสก็ได้ ถ้าไม่ยอมจะเกาะเปนจำนำได้แต่ในโรงศาล จะยึดเอาตัวเปนทาสไม่ได้ ถ้าเมียอย่าร้างขาดจากผัวเมียกันก่อนแต่มันหนี ถ้ามีชื่อในสารกรมธรรม์มันไม่รู้เห็นด้วยก็ดี ฤๅเมียผัวมันไปขายเปนทาสท่านผู้อื่นไว้แต่ก่อน ยอมเปนทาสใช้อยู่ในเรือนนายเงินแล้ว ก่อนแต่ผัวลักเอาชื่อมาทำสารกรมธรรม์ขายที่อื่นอิกแล้วก็ดี จะเกาะมันเอามาเปนจำนำไม่ได้ ให้เกาะเอาแต่ผู้นายประกันแลผู้รับเรือนนายประกันเงินของตัว ในการเรื่องผัวลักเอาชื่อเมียมาขายนั้นเถิด ในการอย่างนี้ต้องเปนความลำบากแก่ผู้มักง่าย เชื่อกฎหมายเก่าว่าผู้หญิงเปนควายผู้ชายเปนคน ถ้าเมียเปนทาสมีค่าตัวผัวยังไม่ได้ฉีกสารกรมธรรม์ยกค่าตัวให้ ถึงเปนเมียก็ไม่ให้ว่าเมียให้ว่าทาส ทาสเปนเมียก็ดีไม่ได้เปนเมียก็ดีสารกรมธรรม์มี นายเงินซึ่งเปนผัวแลไม่ได้เปนผัว จะเอาชื่อไปขายให้ยิ่งกว่าค่าตัวเดิมเพียงเสมอค่าตัวเดิมฤๅหย่อนกว่าค่าตัวเดิมก็ได้ ต้องมอบสารกรมธรรม์เก่าให้ไปแก่ผู้นายเงินใหม่เปนสำคัญ ทาสที่ยอมเปนเมียนายเงินสารกรมธรรม์ยังไม่ได้ฉีกยกให้ จะผิดกับทาสที่ไม่ได้เปนเมียนายเงิน แต่เมื่อถ้านายเงินผู้เปนผัวตายควรจะได้มรดกบ้างเล็กน้อยในฉันภรรยาทาส โดยว่าทรัพย์มรดกไม่มีผู้ที่รับทรัพย์มรดก ฤๅเจ้าหนี้ของผู้ตายจะต้องลดค่าตัวให้เปน ๑๐ ลด ฤๅ ๑๒ ลด ๑๕ ลด สมมุตว่าเปนมรดกของผู้ตายยกให้แก่มันที่เปนเมีย แต่ในการขายนั้นเหมือนกับทาสถ้าผัวขายเมียทาสฤๅนายเงินขายทาสแรงกว่าค่าตัวเดิมไป ไม่ให้สารกรมธรรม์เดิมไปเปนสำคัญ ถ้ามันลงแกงไดยินยอมด้วยดังว่าก่อนก็เปนอันขายได้ ถ้ามันไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย ต้องพิจารณาเอาความจริงเร่งรัดเอาแต่ตามค่าตัวเดิม เงินที่เกินให้เร่งเอาแต่ผู้ขายผู้ที่รับเงินไป ถ้านายเงินเอาชื่อทาสที่เปนเมียก็ดีไม่เปนเมียก็ดี ที่หลบหลีกหนีไปแล้วมาขาย ผู้ช่วยถ่ายไว้ได้ตัวเรือนเบี้ยมา ให้เรียกค่าตัวเดิมแลค่าป่วยการตั้งแต่หนีไปได้แต่ต้นชนดอกตามกฎหมาย ถ้าพ่อแม่เอาชื่อลูกมาขาย ถ้าลูกอายุยังไม่ถึง ๑๕ ปีแลอยู่กับพ่อแม่มัน ถึงไม่มีแกงไดเลยยอมด้วยก็เปนอันขายได้ แต่ถ้าลูกแยกย้ายไปจากพ่อฤๅแม่ที่เปนผู้ขายแล้ว คือพ่อแม่โกรธกันอย่าร้างกัน ลูกตกไปอยู่ข้างอื่นจากผู้ขาย ฤๅญาติของฝ่ายอื่นจากผู้ขายจะลอบเอาชื่อมาขายไม่ได้เปนอันขาย ให้เร่งเงินเอาแต่ผู้ขายแลผู้นายประกันจะเกาะเรือนเบี้ยไม่ได้ ก็ถ้าลูกชายก็ดีลูกหญิงก็ดีอายุถึง ๑๕ ปีขึ้นไปแล้วถ้าพ่อแม่จะเอามาขาย ต่อมันลงแกงไดยินยอมมีผู้รู้เห็นด้วยจึงเปนอันขาย การก็เหมือนกับเมียที่ไม่มีค่าตัว ถ้าพ่อแม่มันผู้ขายนั้นหนีมันยังอยู่ในเรือนพ่อแม่มัน จะเกาะเอาตัวมันมาเปนจำนำในโรงศาลได้ ถ้ามันลงแกงไดทำใบยอมเปนทาสแทนพ่อแม่มันให้ใช้ จะเอาเปนทาสตามสารกรมธรรม์ก็ได้ ถ้ามันไม่ยอมจะเกาะเปนจำนำไว้ได้ในโรงศาล ให้มันนำตัวพ่อแม่มันมาที่นี่ แต่ถ้ามันแยกย้ายตกไปฝ่ายอื่นขาดไปแล้วจากพ่อแม่มันผู้ขายจะเกาะเอาเปนจำนำก็ไม่ได้ ต้องเร่งเอาแต่ผู้นายประกัน แลผู้รับเรือนผู้ประกันฝ่ายเดียว ถ้าผู้ขายตายผู้รับมรดกเปนผัวฤๅเปนเมีย ฤๅเปนลูกฤๅเปนญาติของผู้ตาย ต้องรับใช้หนี้แทนผู้ตายโดยสมควรแก่กฎหมายมรดก ถ้าเมียขายผัว ๆ เปนทาสของเมีย มีค่าตัวมีสารกรมธรรม์ยังไม่ได้ฉีกยกให้ ก็เหมือนกับเรื่องขายทาสจะมาเอาเรื่องที่เปนผัวมาเถียงไม่ได้ เมียขายผัวก็ดีลูกขายพ่อแม่ก็ดี พี่น้องขายกันก็ดี เพื่อนฝูงชอบพอกันก็ดี ถ้าลงกำแพงแกงไดยินยอมด้วยมีผู้รู้เห็นก็เปนอันขาย ถ้าไม่ได้ยินยอมรู้เห็นด้วยไม่เปนอันขาย ลูกที่ไม่มีพ่อแม่ผู้ขายเอามาเลี้ยงเหมือนลูกของตัวแต่อายุได้ ๗ ขวบลงมา สิทธิ์ขาดไม่มีใครเถียงก็ขายได้เหมือนกับลูกตัว เพราะมันจะได้มรดกด้วยความเปนลูกเลี้ยงขายได้ในอายุ ๑๕ ปีลงมา เมื่อพ้นอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปแล้ว ต่อเรือนเบี้ยมันยอมด้วยจึงขายได้ ลูกผู้อื่นที่ผู้ขายเอามาเลี้ยงเมื่ออายุมันกว่า ๗ ขวบ ถึงอายุได้ ๑๕ ปีลงมามันไม่ยอมด้วยจะเอาไปขายไม่ได้ เพราะมันไม่ควรได้มรดกของผู้เลี้ยง

ให้ลูกขุนตระลาการ ซึ่งพิพากษาความต่อไปเบื้องหน้าว่าตามพระราชบัญญัติซึ่งประกาศไว้นี้ อย่าให้เอากฎหมายเดิมมาว่าเปนอันขาด ถ้าลูกขุนตระลาการผู้ใดยังว่าตามกฎหมายเดิมอยู่ไม่พิพากษาความตามพระราชบัญญัตินี้ จะให้มีโทษตามโทษานุโทษแต่ผู้นั้นๆ

ประกาศมาณวันเสาร์ เดือน ๔ แรม ๑๓ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๒๙ ปีเถาะนพศก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ