๒๔๘ ประกาศห้ามมิให้นายบ่อนทดรองเงินให้นักเลงเล่นเบี้ย อนุญาตให้ทำสารกรมธรรม์แทน

ปีฉลูยังเปนฉอศก

มีพระบรมราชโองการมารพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ให้ประกาศแก่ลูกขุนตุลาการแลผู้รักษาเมืองกรมการเมืองเอก โท ตรี แลเจ้ากระทรวงบ่อนเบี้ย แลนายบ่อนไทย จีน แลนักเลงทั้งปวงในกรุงนอกกรุงให้ทราบทั่วกัน ด้วยพระราชกำหนดเดิมมีอยู่ว่า ถ้านักเลงมาเล่นบ่อนเบี้ยขัดสนจะยืมเงินเค้าปี้สกาลงเล่น ให้นายตรานายบ่อนหัวเบี้ยพิเคราะห์ดูคุณานุรูปก่อน จึงให้ยืมแลทดรองให้นักเลงเล่นแต่พอสมควรที่จะได้ตามอย่างตามธรรมเนียม ไพร่มีครัวมีคน ๒ คน ๓ คนมีโคกระบือคู่หนึ่ง สองคู่ มีเข้า ๔ เกวียน ๕ เกวียน มีนา ๒๐ ไร่ ๓๐ ไร่ ให้ทดรองแต่ ๒ ชั่งลงมา ไพร่มิได้มีครัวมีแต่ข้า ๗ คน ๘ คน ๙ คน ให้รองชั่งสิบตำลึง ถ้ามีข้า ๔ คน ๕ คน ๖ คน ให้รองชั่งหนึ่ง มีคน ๒ คน ๓ คน ให้รองสิบตำลึงกึ่ง ถ้ามีแต่โคกระบือ ๔๐ ตัว ๕๐ ตัว ให้รองสองชั่ง มี ๒๐ ตัว ๓๐ ตัว ให้รองชั่งสิบตำลึง มี ๑๘ ตัว ๑๙ ตัว ให้รองชั่งหนึ่ง มี ๑๕ ตัว ๑๖ ตัว ให้รองสิบห้าตำลึง มี ๙ ตัว ๑๐ ตัว ให้รองสิบสองตำลึงกึ่ง มี ๖ ตัว ๗ ตัวให้รองสิบตำลึง มี ๔ ตัว ๕ ตัว ให้รองเจ็ดตำลึง มี ๒ ตัว ๓ ตัวให้รองห้าตำลึง ถ้ามีนาสวน ราคา ๗ ชั่ง ๘ ชั่งให้รองสองชั่งลงมา ถ้าราคา ๕ ชั่ง ๖ ชั่งให้รองชั่งสิบตำลึง ราคา ๔ ชั่ง ๕ ชั่งให้รองห้าตำลึง ราคา ๓ ชั่งให้รองชั่งหนึ่ง ราคา ๒ ชั่งให้รองสิบห้าตำลึง ราคาชั่งสิบตำลึงให้รองสิบตำลึง ราคา ๑ ชั่งให้รองเจ็ดตำลึง ราคา ๑๐ ตำลึง ๑๕ ตำลึง ให้รองห้าตำลึง ถ้าไพร่ราบคู่หัวผัวเมียมีบุตร ๑ คน ๒ คน ๓ คน ให้รองสิบสองตำลึงกึ่ง ถ้าแต่ผัวกับเมียให้รองสิบตำลึง ถ้าแลตัวผู้เดียวให้รองห้าตำลึง ถ้าแลเปนทาสอย่าให้ทดรองเปนอันขาดทีเดียว ประการหนึ่งถ้านักเลงหญิงมาเล่นเบี้ยบ่อนถั่ว บ่อนกำตัด บ่อนไพ่งา นั้นก็ให้นายบ่อนหัวเบี้ยพิเคราะห์ดู ถ้ามีแหวนถือ ๒ มือนุ่งห่มสครานมีข้าคนตามหลัง ๓ คน ๔ คน ถือหีบขันหมากเครื่องเงินเครื่องถมให้ทดรองแต่ชั่งหนึ่งลงมา ถ้ามีแหวนถือมือเดียวมีข้าคนตามหลังคนหนึ่งสองคนให้รองแต่สิบตำลึง ถ้าไม่มีแหวนถือมีเครื่องกินมีแต่ข้าตามหลัง ๑ คน ๒ คนให้รองแต่ห้าตำลึง ถ้าตัวผู้เดียวให้รองแต่สิบบาท พระราชกำหนดแต่ก่อนเช่นนี้

จึงทรงพระราชดำริห์ว่า ทุกวันนี้นักเลงไปเล่นบ่อนไทย จีน ขัดสนลง นายบ่อนทดรองให้บ้าง ให้เล่นพัวพัน ซู่เอี๋ยบ้าง นักเลงที่ซื่อตรงก็ผัดผ่อนหามาใช้ ที่นักเลงไม่ซื่อตรงก็คิดอุบายต่อสู้ว่าไม่ได้ทดรองแลไม่ได้เล่นเสีย ที่เสียมากว่าเสียน้อยต้องเปนความกัน เพราะไม่มีสารกรมธรรม์เปนสำคัญ ตามเงินที่ทดรองแลให้เล่น พัวพัน ซู่เอี๋ย กัน จนมีผู้ทำฎีกาทูลเกล้าฯ ถวายทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท ว่านายบ่อนให้นักเลงเล่น พัวพัน ซู่เอี๋ย เกี่ยวค้างกัน จึงโปรดไม่ให้ชำระ ให้ยกเลิกไปเสียหลายเรื่องหลายราย แลพระราชกำหนดแต่ก่อนข้อที่ให้ทดรองนักเลงตามคุณานุรูป ไม่มีสารกรมธรรม์เปนสำคัญนั้นให้ยกเสีย แต่นี้สืบไปนักเลงผู้ใดจะไปเล่นบ่อนไทย บ่อนจีน ถ้าขัดสนลงไม่มีเงินจะเล่น จะให้นายบ่อนทดรองก็ให้นักเลงผู้นั้นทำสารกรมธรรม์กู้ฤๅขาย แลทำหนังสือสัญญาให้แก่นายบ่อน จึงให้นายบ่อนทดรองให้เงินตามสารกรมธรรม์ ให้คิดเอาดอกเบี้ยตามที่สัญญากัน เปนค่าป่วยการเงินไปกว่าจะส่งเงิน ถ้านักเลงผู้เล่นไม่ทำสารกรมธรรม์ให้ ก็อย่าให้นายบ่อนทดรองแลอย่าให้เล่น พัวพัน ซู่เอี๋ย เกี่ยวค้างกันเปนอันขาด ถ้านายบ่อนผู้ใดขืนทดรองแลให้เล่น พัวพัน ซู่เอี๋ย เกี่ยวค้างกันไม่มีสารกรมธรรม์แลหนังสือสัญญา จะไปทำเรื่องราวร้องฟ้องณโรงศาลกรมใดๆ อย่าให้ลูกขุนตุลาการแลผู้รักษาเมืองกรมการเจ้ากระทรวงบ่อนเบี้ยรับฟ้องของผู้นั้นไว้ชำระว่ากล่าวเปนอันขาดทีเดียว

ประกาศมาณวัน ปีฉลูยังเปน๑๔ฉศก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ