ภาคคำอ่านปัจจุบัน

พระยาคันคาก

บัดนี้ เฮียมจัก วันทาไหว้ พุทโธ (ธรรมดวงยิ่ง)
ขอให้ บุญหุ้มเกล้า เสถียรหมั้นหมื่นปี
แม้นว่า ผมเกศเกล้า ถวายบาทบูชา
  นาโถสุด ยอดญาณไตรแก้ว
อย่าได้ มีพยาธิฮ้าย บังเบียดเถิงตน
  อนตายสัง อฺย่ามีมาต้อง
เฮียมจัก เอาคุณแก้ว ๓ ประการเป็นที่เพิ่ง
ขอให้ ลุที่แม้ง โดยดั่งปรารถนา
  ให้ได้คำสุข สิ่งอินทร์เมืองฟ้า
ข้าจัก เล่าภาคพื้น ปางก่อนโพธิสัตว์ นั้นเนอ
พระก็ เทียวสงสาร แต่ปฐมปางนั้น
ยังมี เมืองใหญ่กว้าง ในทีปชุมพู
ชื่อว่า เมืองอินตา เขตขงตระการกว้าง
ยังมี ราชาไท้ เสวยเมืองนครราช
  ทัง[๑]แท่นแก้ว เป็นเจ้าแผ่นดิน
ก็หาก เป็นธรท้าว[๒] พระยาเอกตนเดียว
ขงเขต ในชุมพู เปรียบสองบ่มีได้
มีหมู่ คูเล็กล้อม เวียงหลวงประชิดฮอบ
  หินแก่นกล้า เป็นต้ายกำแพง
มีทัง หอขวางตั้ง ปักตูทวารทังแปด
  ยอดช่อฟ้า เหลืองเหลื้อมเฮื่อคำ
มีทัง โฮงใหญ่ตั้ง ผาสาทจูมคำ
  ภายในมี แท่นคำพอฮ้อย
มีทัง กาลังฟ้า แก้วเทวีเทียมพ่าง
  สาวสนมหนุ่มน้อย แฝงเฝ้าสี่พัน
มีทัง เสเนศพร้อม หลายส่ำประนมเนือง
  หลายตัวสาร อเนกนองทังม้า
เจ้าก็ ทศราชแท้ ตั้งอยู่ตามธรรม
ภูธร เป็นราชา อฺยู่ทรงศีลห้า
ก็เพื่อ สมภารหลาย ข่มแข็งเขาอฺย้าน
  ทุกประเทศท้าว มาส่วยสินทอง
ยูท่าง ทรงคำสุข ส่วยไฮรือไฮ้
แม้นว่า ฝูง(ไพร่)น้อย เดียรดาษชาวเมือง ก็ดี
เขาก็ มีคำสุข ซู่คนดอมเจ้า
แม้นว่า เสนาไท้ แข็งเมืองต่างราช ก็ดี
เขาก็ สุขยิ่งล้น บุญเจ้าเหลื่อมงำ แด่ท้อน ฯ
บัดนี้ จักกล่าวเถิง ราชาไท้ นามหน่อโพธิสัตว์
พระก็ ทรงวิมาน อฺยู่สวรรค์เมืองฟ้า
มีหมู่ นารีแก้ว สาวสนมสามหมื่น
  งามยิ่งย้อย แฝงเฝ้าแก่นาง[๓]
ยามเมื่อ นาง[๔]ใหญ่ขึ้น อายุฮอดพันปี
เจ้าก็ จุติตาย จากสวรรค์เมืองฟ้า
พลอยเล่า ลงมาเกิด ดอมนางเอกราช
  ใช้ชาติเจ้า เวรฮ้ายแต่หลัง
พอเมื่อ บาผยองเข้า สู่ฮูทวารทางปาก
เมื่อนั้น ศรีแจ่มเจ้า แพงล้านเล่าฝัน
ฝันว่า พระจันทร์แจ้ง เฮืองแสงพอเที่ยง
  เสด็จแต่ฟ้า ทะยานย้ายล่วงลง
  ตกถืกห้อง ผาสาทเทวี
นางฮีบ ทวายมือฮับ ฮีบโจมเอาได้
นางก็ ยินดีได้ พระจันทร์เพ็งชมจูบ
  แล้วบ่ช้า นางเจ้าเล่ากิน
ค้อมว่า กินฮอดท้อง ใสอยู่ฮง ๆ
  ทังคิงนาง ฮุ่งเฮืองปานแก้ว
ฝูงหมู่ ดาวอฺยู่ฟ้า เสด็จด่วนลงมา
  เต็มวิมาน แห่งนางเฮืองแจ้ง
ซ้ำเล่า ผันผยองขึ้น เวหาอากาศ
  เลยฮอดฟ้า เสมรุ[๕]ตั้งยอดสูง
ฝันว่า นางทำถีบ เขาเสมรุเซท่าว
เลยเกิด เป็นดอกไม้ นางแก้วทัดทัง[๖]
  พอยามน้อย ทะยานลงเถิงแท่น
ฝูงหมู่ เสเนศท้าว ทังค้ายแห่แหน
พอเมื่อ นางฝันแล้ว ยามแถใกล้ฮุ่ง
เลยเล่า ขุกลุกตื่นแล้ว นางแก้วฮํ่าเพิง
นางก็ ดูหลากแท้ ในเหตุคำฝัน
เจ้าฮีบ ทูลภูธร หน่อเมืองพอแจ้ง
เมื่อนั้น ภูชัยท้าว พระยาเอกราชา
พระก็ ผายปัญญา ส่องหวนเห็นแจ้ง
บัดนี้ บ่โช[๗]ฮ้าย ด้วยเหตุคำฝัน เจ้าเฮย
นางจัก มีปุตโต[๘] เกิดมีในท้อง
อันว่า ปุตโตนั้น ลูกนางผู้ประเสริฐ จิ่งแล้ว
  บุญมากล้น เหลือพื้นแผ่นดิน
เจ้าอฺย่า คึดยากแค้น การสิ่งสันใด พี่ท้อน
อวนจิ่ง แปงใจคี- ค้อยทรงศีล ๕
หากจัก ลุละลาภได้ แก้วกิ่งกุมาร พี่แล้ว
เฮาจัก ทรงคำสุข เพิ่งบุญบาท้าว
ค้อมว่า ภูมีท้าว แถมพรแล้วอฺย่า
  นางนาถแก้ว ประนมนิ้วใส่หัว
ขอให้ ได้ดั่งเจ้า ปงอาชญ์มีธรรม
  อนตายสัง อฺย่ามีมาต้อง
เมื่อนั้น หลายวันได้ สิบเดือนคัพภ์[๙]แก่ มานั้น
  ศรีแจ่มเจ้า กุมารน้อยเกิดมา
ค้อมว่า ม้มจากท้อง พระแม่เทวี
ฝูงหมู่ สาวสนมมา ฮับโจมเอาเจ้า
ก็หาก เอาผืนผ้า แผ่นคำตุ้มห่ม
  เฮ็ดอู่แก้ว กุมารน้อยหน่อเมือง
เมื่อนั้น เขาก็ เห็นฮูปเจ้า นามหน่อ[๑๐]กุมาร
  เป็นโฉมสัตว์ คากคำตัวน้อย
เขาก็ แซว ๆ ท้วง ทังหัวเสียงสนั่น
อันนี้ ฮูปแจ่มเจ้า กุมารน้อยต่างคน
ก็หาก งามซวดแท้ ผิวดั่งฉันคำ
ติท่อ มาเป็นสัตว์ คากคันตัวน้อย
ค้อมว่า เขากล่าวต้าน เตียนฮูปกุมาร ดั่งนั้น
  เมโฆ[๑๑]บด มืดมัวควงฟ้า
มีทัง เค็ง ๆ ก้อง ฝนลมอากาศ
  ตีฟาดไม้ ไควค้อมซู่ลำ
  คื่น ๆ ก้อง ฟ้าเผลียงดินเฟือน พุ้นเยอ
  ธรณีไหงหงั่น[๑๒] ปิ่นเวียนปานบ่าง
ฝูงหมู่ คนท่าวล้ม ไหแตกเป็นกะจวน
ก็เพื่อ บุญบาศรี ข่มคนทังค้าย
อันนี้ เตชะเจ้า กุมารคันคาก จิ่งแล้ว
  ฝูงคนคึดง้อ ยินอฺย้านสั่นสาย
แต่นั้น มาดา[๑๓]ไท้ เทวีตนแม่
  คึดคั่งแค้น หิวไห้ฮํ่าไฮ
คึดว่า ทรงคัพภ์ กุมารผู้ประเสริฐ จิ่งแล้วนา
สังหาก เป็นตัวสัตว์ ต่างคนเดเจ้า
ว่าจัก ปุนปองเลี้ยง บ่เป็นคนดา[๑๔] จักเพิ่ง ดอมนั้น
เมื่อนั้น[๑๕] ไหลล่องน้ำ เสียแท้ก็อีดู
เมื่อนั้น โฉมเสลาน้อย กุมารคันคาก
เจ้าก็ ปากกล่าวต้าน จีจ้อยดั่งคน
  ทานโทษท้อน พระแม่ชีวิต ข้อยเฮย
ขอให้ มาดา อด อีดูเอาเลี้ยง
อันนี้ เวรหลังข้อย นำมาใช้ชาติ จิ่งแล้ว
คันว่า เลี้ยงใหญ่แล้ว เมื่อหน้าหากจักเห็น แม่เฮย
เมื่อนั้น มาดาได้ ยินคำลูกกล่าว
  คึดค้อย ๆ ยินคำอีดู
แม่ก็ ทวายมืออุ้ม เอามาชมจูบ
  อรอิ่นอ้อย สิงเจ้าค่อยโซม
แม้นว่า สายใจเจ้า เป็นโฉมคันคาก ก็ดี
  แม่จักเลี้ยง แพงล้านบ่วาง
พอแต่ ออด ๆ ต้าน เว้าม่วนอรชร ก็ดี
แม่หาก ยินดีดอม อ่อนหูคีค้อย
เจ้าแม่ อย่าโศกง้อ การสิ่งสันใด แม่เทิ้น
อวนหาก มีวรรณงาม ดั่งคำเหลืองเข้ม
เมื่อนั้น ปิตาไท้ ราชาเอกฮาช
เจ้าก็ ตกแต่งพร้อม คนเฝ้าอฺยู่แหน
เลือกเอา ฝูงแม่เลี้ยง นมตูมเต็มงาม
  มาปุนปัว พระยอดนางพอฮ้อย
เมื่อนั้น เจ้าก็ ทันมาพร้อม หูฮากาสโยค[๑๖]
เจ้าก็ ปงอาชญ์ให้ ทวยดูเจ้าอ่อน
ยังจัก ดีรือฮ้าย กุมารนั้นเกิดมา นี้เด
  สูอย่าช้า ดูแล้วฮีบทูล
เมื่อนั้น หมอโหรพร้อม ดูกงเขียนขีด
ท่อว่า โชคอ่อนน้อย ยังล้าวกว่าคน
อันหนึ่งว่า ปุตโตน้อย กุมารอันเกิดมานี้
  ดีขนาดแท้ บุญล้นกว่าคน
ติแต่ โฉมเสลาน้อย เป็นโตคันคาก
ก็หาก เป็นแต่น้อย เมื่อหน้าหากจักดี พระเฮย
  โฉมเสลาน้อย คืออินทร์เหลาหล่อ
เถิงขวบ สิบสี่เข้า พอแล้วหากจักเฮือง หั้นแล้ว
ท้าวนี้ บ่ใช่ผู้ ผลา[๑๗]ผ่อนบุญอฺยุด
ตั้งหาก แนวสัพพัญญู เกิดมาคูณค้ำ
อันแต่ ชุมพูพื้น จักรวาลในโลก เฮานี้
หากจัก ทรงสืบสร้าง เป็นเจ้าผู้เดียว
พระอฺย่า คึดยากง้อ การสิ่งสันใด
เฮาถ้า ทรงคำสุข เพิ่งบุญบาท้าว
เมื่อนั้น ราชาท้าว ฟังคำหมอกล่าว
พระก็ ชมชื่นต้าน ยอย้องว่าดี
เมื่อนั้น พระก็ ถมคุณหมู่ หมอโหรคิ้วเสี่ยง
  เงินสี่ฮ้อย ยอให้บ่ขีน
  หมอลาจากเจ้า ก้มขาบสามที
  โจมบายเอา เลิกลาลงห้อง
เมื่อนั้น บาคานได้ สิบสามปีมาฮอด
  ศรีแจ่มเจ้า บาท้าวใหญ่มา
เมื่อนั้น ท้าวอฺยากได้ เมียมิ่งมาชม
  ทูลราชา พ่อตนทูลไหว้
  ทานโทษท้อน พระเพิ่งชีวิต
  ขอกูร์ณา พระโผดปรานีข้อย
บัดนี้ ข้อยก็ คึดอฺยากได้ ผาสาทเสาเดียว
กับทัง สาวสนมมา นั่งเฝือแฝงข้าง
เมื่อนั้น ภูธรท้าว จารจาดอมลูก
อันว่า โฉมฮูปเจ้า ยังล้าวกว่าคน พ่อเด
อันว่า เอาสาวน้อย กุมารลูกเพิ่นมา นั้นเด
ก็บ่ มีประโยชน์แท้ นอนเฝ้าเปล่าดาย
อันว่า โฉมฮูปเจ้า ยังเป็นคันคาก
เจ้าก็ อย่ากล่าวท้อน คำนั้นบ่คือ
ท้าวก็ ออด ๆ ต้าน ดอมพ่อทังตรอม
ขอแก่ เหลือหัวพระ โผดตนตัวข้อย
ผิว่า หลิงโฉมข้อย เหมือนคือพระกล่าว จิ่งแล้ว
  บ่กว่าล้ำ บุญข้าหากจักเห็น หั้นท้อน
ยามใด เถิงระดูล้ำ ฝนฮวายฮำแผ่น- ดินนั้น
  เต็มทุกค้าย แคมห้วยฝั่งเพียง
บัดนี้ ข้อยจัก ปุนแปงตั้ง ผาเอฺย็นแพงพิง
ผิว่า ยังแก่กล้า คูณค้ำหากจักเห็น พ่อเฮย
เมื่อนั้น ปิตาต้าน โลมบาอ้อยอิ่น
เจ้าก็ ยังหนุ่มน้อย ผญาล้ำฮีตคลอง แท้นอ
แม้นว่า สายใจเจ้า เป็นคนโฉมสะอาด เมื่อใด
พ่อจัก เวนมอบบ้าน เมืองให้แก่บา
เมื่อนั้น โฉมเสลาน้อย กุมารคันคาก
  ลาจากไท้ ทูลนิ้วเลิกลา
บาก็ แยงบ่อนเจ้า เทิงแท่นเตียงคำ
  ทรงบรรทม อฺยู่พลอยนอนแล้ง
พอเมื่อ เถิงตูดตั้ง เท่าฮอดกองเดิ๊ก
  ยามกลางคืน พักคนนอนพร้อม
ท้าวก็ อธิษฐานไหว้ อินตาผายโผด
  หลิงโลกเอฺยี่ยม เห็นข้อยอฺยู่พลอย
อันหนึ่ง บุญก่อสร้าง หลายชาติปารมี ก็ดี
  พันตาตรัส ช่อยปองคูณค้ำ
ค้อมว่า ท้าวกล่าวแล้ว หงัด[๑๘]อฺยู่อธิษฐาน
  หินศิลา แห่งอินทร์เลยกระด้าง
เมื่อนั้น เทวราชไท้ อินตาตนประเสริฐ
พระก็ หลิงโลกเอฺยี้ยม เห็นท้าวอฺยู่พลอย
อินทร์จิ่ง เสด็จจากฟ้า เฮ็วฮีบลงมา
พระก็ แปงวิมานคำ ก่อสูงเสาแก้ว
  ลวงขวางได้ พันวาเป็นเขต
  ยอดช่อฟ้า สูงได้หมื่นวา
  เจ็ดประการแก้ว พิฑูรย์เป็นยอด
  สัพพะ[๑๙]ฮูปพร้อม ลายล้วนเฮื่อเฮือง
  เดียรดาษพร้อม ดวงดอกบัวเคื้อ
  กินรีอฺยอง เบ็งชรฟ้อน
  กินรีพร้อม กินนะรอนฟ้อนม่าย
  เทริดปิ่นเกล้า สังวาลเหลื้อมเฮื่อเฮือง
  ฝูงหมู่ต้น กาลพฤกษ์ดูตระการ
  วัตถังทิพย์ ห้อยแขวนตระการผ้า
  ภายบนกั้ง พิดานเดียรดาษ
  ซะพาดพร้อม พาเข้าเครื่องกิน
  พื้นลวาดแก้ว ปูแผ่นมหานิล
  ภายในมี แท่นคำพอฮ้อย
  มีมวลพร้อม หอสรงสระเกศ
  น้ำดอกเทศ เต็มไว้อ่างคำ
คันว่า ริจนาแล้ว อินตาเฮ็วฮีบ
  ผันหอบอุ้ม เอาเจ้าใส่ใน
อินทร์ก็ วางบาไว้ เทิงหมอนเหนือแท่น
ท้าวก็ หลับปิ้ง ๆ บ่มีฮู้เมื่อคิง
อินทร์จิ่ง เอานางแก้ว อุดรกุรุทีป[๒๐]
  มาให้ท้าว เฮียงซ้อนแนบนอน
  วางนางไว้ เทียมบาคันคาก
เจ้าก็ เสด็จด่วนขึ้น เมือฟ้าสู่สวรรค์
เมื่อนั้น นางคานแก้ว อุดรกุรุทีป
  ปลุกแจ่มเจ้า บาท้าวตื่นตน
ท้าวก็ ลุกล่ำเอฺยี้ยม เอฺยี้ยมเบิ่งหลิงดู
ก็จิ่ง เห็นนางงาม อฺยู่เฝือแฝงข้าง
เห็นทัง ผาสาทกว้าง ตระการแท้ชั่วพัน
ท้าวจิ่ง คึดสลาดฮู้ บุญมากอธิษฐาน
ก็จิ่ง ถามนางงาม ซู่อันดูถ้วน
อันนี้ เมืองสวรรค์รือ เมืองคนภายลุ่ม นางเฮย
ข้อยก็ เห็นหลากแท้ นางนี้ลูกใผ
อันหนึ่ง ผาสาทกว้าง คือดั่งเมืองสวรรค์
แม้นว่า ตนนางงาม ดั่งสาวสวรรค์ฟ้า
เมื่อนั้น แพงแสนแก้ว อุดรเลยกล่าว
  บอกเหตุให้ บาท้าวซู่อัน
อันนี้ เมืองอวนแท้ นครหลวงพระพ่อ ตนแล้ว
อินทร์หาก ทรงสืบสร้าง แปงอวนแท้แล้ว
ข้อยก็ เนาอฺยู่ห้อง หนแห่งอุดร ที่พุ้น
อินทร์หาก ไปเอามา ให้อวนจิ่งแท้
ข้อยหาก เป็นเมียเจ้า ภายหลังหลายชาติ จิ่งแล้ว
บัดนี้ ซ้ำส่งให้ เทียมเจ้าแทบซะนอน
เมื่อนั้น ท้าวเล่าต้าน ฮับพากย์คำนาง
เฮียมหาก ยินดีดอม เมื่อยมโนดอมน้อง
ก็หาก ยินดีโดย[๒๑] ดอมนางดูประเสริฐ
ก็จิ่ง เลิกคราบไว้ คือเสื้อนุ่งทรง
ท้าวก็ แยงอ่างน้ำ ทิพย์พระโผดอินตา
  บาไทเลย อาบองค์งามแย้ม
  บรบวนแล้ว เสด็จมาเถิงแท่น
  ผ้าทิพย์ท้าว บายได้นุ่งทรง
  กับทังเสื้อ แหวนเทริดสังวาล
นางจิ่ง เอาของมาลา กลิ่นหอมถวายท้าว
  บาไทท้าว บายเอาทัดเกศ
  จันทะคาดคู้ โฮยเฮ้ากลิ่นหอม
อันว่า สองแจ่มเจ้า มีฮูปเสมอกัน
คือดั่ง อินตาห้อม สาวสวรรค์เมืองฟ้า
เมื่อนั้น ศรีเสลียวท้าว กุมารคันคาก
บาก็ อุ้มแจ่มเจ้า นางน้อยจูบชม
เมื่อนั้น สองชมซ้อน เสน่หากลั้วกลิ่น
  ฮักฮูปน้อง กันแล้วเล่าดม
  ดมแล้วหมด กะบวนซ้ำพัดจูบ
  หมดประโยชน์เจ้า บาท้าวคากคำ
บัดนี้ บุญคุณท้าว อินตาลงโผด
อย่าได้ ไคลคลาดแคล้ว เสถียรหมั้นหมื่นปี
สองก็ อิ่น ๆ อ้อย อ้อยอิ่นชมออย
  สองเสน่หา กอดกันอํ่าอิ่ง
เป็นดั่ง ไหมคำฝั้น สองแกวกล่อม
คือดั่ง ติดจีบไว้ กะแจหมั้นกล่อมกัน
ดีแก่ สองแพงซ้อน ยินซะออนอิดอ่อน
ยูท่าง ชมกลิ่นซ้อน ประโลมซ้อนช่างซอน
ก็หาก ยินสนุกล้น ยินซะออนจิตทะจอด
ยินฮัก ยินสะบั้น ประสงค์ฝั้นดั่งฝัน
ฮักบ่ มีอิ่มซ้อน ซ้อนไขว่พันธะนัง
  ซ้ำซาก จวบการเสน่หา
ดั่งจัก เพทรวงม้าง ทุกเที่ยง
  หลิงบ่แล้ว จิตทะจอดการเสนห์
  สองเพิ่งแพง กล่อมบรรจ์ยินบั้น
มักเมื่อย ในมะโน อึนเอ้าขาแดด- เดือนหก
ว่าจัก กลืนทังกลม ก็ใช่การกินได้
ดีแก่ สองเสนห์ฝั้น พันธนังฮ้อยฮอบ
  บีบนวดคั้น นาวน้อยนิทเนียน
เลยเล่า เถิงเที่ยงค้าย ใกล้ฮุ่งอรชร
ฟังยิน กุฎโฏตบปีก ขานขันสูรย์แปง[๒๒]
เมื่อนั้น สองแจ่มเจ้า ลุกอาบสรงสี
  บรบวนทรง แท่นคำเฮียงพร้อม
  ของทิพย์พร้อม เลยเกิดเต็มพา
ยูท่าง สองนงแพง นั่งเสวยกินพร้อม
พอเมื่อ สองเสวยแล้ว ขันสลาเฮียงพ่าง
คันว่า เคี้ยวหมากแล้ว ชมซะอิ่นต่อกัน
แต่นั้น ชาวเมืองพร้อม หลิงเห็นผาสาท
  หลังใหญ่ตั้ง กลางคุ้มเฮื่อคำ
เขาก็ แซว ๆ ท้วง ทังเมืองดาสนั่น
บ้างพ่อง ปบแล่นเต้น มาฟ้าวล่ำแยง
  อือทือพร้อม ชาวเมืองมาเบิ่ง
  ทุกพร่ำพร้อม เลยย้องว่างาม
อันนี้ อินตาปั้น วิไชยยนต์หลังใหญ่ จิ่งแล้ว
  สุดชั่วอฺยื้อ เต็มขาวแห่งตา
เป็นที่ อัศจรรย์แท้ ลือชาในโลก
เฮาหาก ควรคึดง้อ พออฺย้านสั่นสาย
แต่นั้น ฝูงก่งท้าว พระยาเอกราชา
พระก็ ลีลาเสด็จ ออกชานมนเอฺยี้ยม
ก็จิ่ง เห็นแจบแจ้ง ราชาสลบตื่น
  ดูหลากเหลื้อม คำย้อยเฮื่อเฮือง
อันนี้ วิไชยแก้ว กุมารคันคาก จิ่งแล้ว
พระก็ เสด็จด่วนฟ้าว ไปขึ้นล่ำแยง
แม้นว่า เทวีแก้ว มาดาตนแม่ ก็ดี
ก็หาก ชมชื่นขึ้น ไปพร้อมพร่ำกัน
แม้นว่า สาวสนมพร้อม นารีใช้ช่วง ก็ดี
  ชมชื่นขึ้น มวลพร้อมพร่ำกัน
กับทัง เสนาพร้อม พลหลวงแสนโกฏิ
ก็หาก ชมชื่นพร้อม กันขึ้นซู่คน
เมื่อนั้น ภูธรขึ้น หอปรางค์ผาสาท
  ฮอดที่เค้า ปักตูแก้วป่องลม
พระก็ หลิงล่ำอฺยี้ยม เห็นแท่นบัลลังก์
  เลียนเป็นถัน ฮูปฮอยพอฮ้อย
  ผาสาทกว้าง ได้ชั่วพันวา
  คอยดูสุด ชั่วตาเต็มอฺยื้อ
พระก็ ยินขามเอฺยี้ยม มหานิลใสส่อง
  คือดั่งน้ำ วังกว้างเลิกใส
เจ้าจิ่ง ตรัสส่องฮู้ แก้วแก่นมหานิล
ก็จิ่ง แข็งใจยก ย่างไปทังอฺย้าน
แม้นว่า สาวสนมพร้อม เทวีตนแม่ ก็ดี
ก็หาก หลิงล่ำเอฺยี้ยม ทังอฺย้านสั่นสาย
แม้นว่า พลแพนพร้อม เสนาแสนโกฏิ ก็ดี
  ยกย่างขึ้น ทังอฺย้านหอดหาย
เมื่อนั้น ภูธรท้าว เลยเห็นสองอ่อน
  นั่งแท่นแก้ว งามแย้มเกิ่งกัน
ก็หาก งามเสมอแต้ม รือใผปูนเปรียบ ได้นั้น
คือสิ่ง เทพธรท้าว ลงแต้มใส่กัน
อันหนึ่งคือสิ่ง เกิดแต่ฟ้า เสด็จลอดลงมา
เขาก็ หลิงดูเลิศ กอตาพอกระด้าง
เมื่อนั้น ราชาขึ้น เมื่อเทิงเถิง ๆ แท่น
  สองแจ่มเจ้า ประนมไหว้พ่อตน
  พระจิ่งต้าน ถามอ่อนทังสอง
อันว่า กุมารเป็นลูก ลูกเฮารือเจ้า
ท้าวก็ ยอมือไหว้ ขานคำพระพ่อ
ข้อยหาก เป็นลูกเจ้า บุญกว้างที่เซ็ง
อันนี้ วิมานแก้ว พระยาอินทร์ผายโผด
พระหาก นีรมิตให้ คืนนี้ซู่อัน พระเฮย
แม้น กุมารีแก้ว นางงามเฮียงคู่ กันนี้
อินทร์หาก เอาแต่ก้ำ อุดรพุ้นให้อวน แท้แล้ว
  ยามแต่กี้ ข้อยเป็นโฉมคันคาก
บัดนี้ ข้อยก็ ละคราบไว้ เสียแล้วหล่าโฉม พระเฮย
แต่นั้น พระพ่อเจ้า ซวางกอดกุมาร
  ยินดีชม ชื่นจาดอมดัง
  ทวายเอาอุ้ม กุมารเชยจูบ
บัดนี้ ศรีแจ่มเจ้า แพงล้านฮูปงาม
อันว่า เทวีแก้ว มาดาตนแม่
อุ้มเอา ลูกสะใภ้ นางแก้วจูบชม
บัดนี้ บุญมีได้ นางงามผู้ประเสริฐ จิ่งแล้ว
  มาอยู่ซ้อน เทียมท้าวทูนทรวง
แม้นว่า ฮ้อยขวบเข้า อย่าขาดพระไมตรี แม่ท้อน
เจ้าจ่ง ยินแสนปี อฺยู่เฝือแฝงท้าว
แม่ก็ หนํ่า ๆ ตาม[๒๓] ดอมอ่อนประโลมขวัญ
ซํ้าเล่า โซมเอาบา ลูกชายถนอมไว้
อันว่า ฮูปแจ่มเจ้า ยามเป็นคันคาก
เจ้าจิ่ง เอามากู แม่เห็นหลิงเอฺยี้ยม
ท้าวก็ บายเอาได้ คราบคำคันคาก
ให้แก่ พระแม่เจ้า บายได้เบิ่งดู
ก็หาก ยาบ ๆ เหลื้อม คือแผ่นจังกรคำ
นางก็ พือหลิงคึง แผ่ดูคือเสื้อ
นางจิ่ง เอาแพงไว้ เป็นของซะงาน[๒๔]ชม
อันนี้ ของหลากแท้ คูณคํ้าจิ่งมี เจ้าเฮย
เมื่อนั้น ศรีเสลียวแก้ว กุมารคันคาก
ท้าวก็ บายเอาผ้า ผืนดีอินทร์ทอด
ให้แก่ สาวพี่น้อง ประสงค์เอ้นุ่งทรง
อันว่า พระพ่อเจ้า พระแม่ทังสอง ก็ดี
ยูท่าง ขนเอาเมือ ใส่เยียเหลือล้น
ท้าวก็ ทานเขาให้ เสนาทุกหมู่
  ฝูงไพร่พร้อม เอาแล้วขาบลง
ฝูงหมู่ พลแพนพร้อม อนันต์นองแสนโกฏิ ก็ดี
เขาก็ ยูท่างได้ ทรงเอ้ซู่คน
ฝูงหมู่ คนทุกข์ไฮ้ ขนเอาเต็มหาบ
เขาหาก สุขยิ่งล้น บุญเจ้าเหลื่อมงำ
ท้าวก็ สะสว่างให้ เป็นทานอันประเสริฐ
ก็บ่ มีห่อนเสี้ยง ยังล้นอฺยู่เลิง
เมื่อนั้น ขุนก็ ยินดีล้น ทังเมืองชมชื่น
เขาก็ ปะไว้ หลาฝ้ายบ่เข็น
แม้นว่า ฝูงหมู่ เชื้อส่ำน้อย หมู่สาวฮาม ก็ดี
เขาก็ ยินดีสุข ยื่นมือเหียนก้อย
เมื่อนั้น นางแพงแก้ว อุดรลุกุทีป[๒๕]
  ตักหม้อเข้า ยอไปทานท้อน
ฝูงหมู่ เสนา ทังพลแพน ก็หากกินเต็มท้อง
  เดียรดาษล้น ฝูงหมู่คนขอ
ยูท่าง ยอไปทาน ให้เขาฝูงไฮ้
แม้นว่า เอาไปให้ เขาเอาพอหาบ ก็ดี
เข้าก็ เต็มปากหม้อ เหลือล้นอฺยู่เลิง
เมื่อนั้น ฝูงไพร่พร้อม เดียรดาษชาวเมือง ก็ดี
เขาก็ วางนาเสีย บ่ไถสูนกล้า
เขาก็ ทรงผืนผ้า อาภรณ์ทิพย์ท้อน
  ยูท่างเอ้ ประสงค์หลิ้นอฺยู่เลิง
เมื่อนั้น ผู้ผ่านพื้น พระยาเอกราชา
พระก็ เตือนเสนา ซู่คนเพรียงพร้อม
บัดนี้ เฮาจัก เวนเมืองให้ ราชาคันคาก จิ่งแล้ว
  ฝูงไพร่น้อย มาพร้อมซู่คน
เถิงเมื่อ วันพุธเช้า โยคยามดี
เฮาจัก เชิญกุมาร สู่หอสรงน้ำ
เมื่อนั้น เสนาพร้อม ประนมมือโดยอาชญ์
  ทังไพร่ฟ้า โฮมพร้อมซู่คน
พอเมื่อ เถิงยามเช้า มหาไชยโยคใหญ่
  จัดซู่ท้าว โฮมพร้อมซู่แดน
เมื่อนั้น ปลูกยอขึ้น หอไชยเดียรดาษ
  พิดานมุง ฮ่มเพียงกางกั้ง
  หื่นหื่นพร้อม เดียรดาษพลแพน
สน ๆ ปลูกหอสรง ผาสาททางเลยแล้ว
เขาก็ ลีลาขึ้น เมื่อเทิงก้มขาบ
ฮาธนา พระย่ำเกล้า บาท้าวสู่หอ
เมื่อนั้น สองแจ่มเจ้า เสด็จสู่หอสรง
  คื่น ๆ ก้อง เสพนันเนือง[๒๖] พุ้นเด
พอเมื่อ สองกษัตริย์เข้า หอสรงเฮียงคู่
  อินทราชท้าว ยอน้ำทิพย์สรง
พระก็ ยอออมเที่ยน คันทีหอมกลิ่น
  สรงโสรจเนื้อ สองให้ยืนยาย[๒๗]
เมื่อ[๒๘] อินทร์สรงแล้ว เสด็จเมืออากาศ
เมื่อนั้น ปิตาไท้ มาดาแก้วเล่าสรง
ฝูงหมู่ ทังหลายพร้อม สรงลงแล้วอฺย่า
  สองแจ่มเจ้า ยัวรย้ายออกมา
เมื่อนั้น สองเสด็จขึ้น เมือเทิงเถิงแท่น
  เสียงเสพเท้า คุงฟ้าคื่นเคง
ฟังยิน คื่น ๆ ก้อง เสียงขลุ่ยขานเพลง พุ้นเยอ
  อรชรซอ พาทย์พิณแคนไค้
ฟังยิน แถเหินก้อง เวหาว้อนว่อน พุ้นเยอ
  เสียงพาทย์ฆ้อง ดังห้าวกล่อมระบำ
  ทุกที่พร้อม เสียงเสพนนตรี พุ้นเยอ
  สลอนนัน กล่อมนันอ้ออิ่ง
สองก็ ยินสนุกล้น ทรงปรางค์ผาสาท
คือดั่ง สุขอฺยู่ห้อง วิมานฟ้าฝ่ายสวรรค์
เมื่อนั้น ภูธรท้าว ราชาเอกราช
พระก็ เวนมอบบ้าน เมืองให้แก่บา
กับทัง เสนาพร้อม พลแพนแสนโกฏิ
  ทังหมู่ช้าง ตัวห้าวหมื่นปลาย
ถวายแก่ ภูชัยท้าว เป็นใหญ่ในมนุษย์
บาจ่ง เป็นราชา เขื่อนแข็งเมืองบ้าน
กับทัง กัลยาแก้ว สาวสนมฝูงหนุ่ม
  นับเลือกได้ งามย้อยสี่พัน
ถวายแก่ ศรีแจ่มเจ้า ผู้ประเสริฐลือเกียรติ์
บาจิ่ง ชมเสน่หา ซู่คนนางน้อย
แต่นั้น ราชาไท้ ปิตาตนพ่อ
พระจิ่ง หาชื่อท้าว คูณค้ำนั่งเมือง
ชื่อว่า ราชาท้าว พระยาหลวงคันคาก
แม้นว่า นาโคพร้อม นาคีครุฑนาค ก็ดี
เขาก็ ออกจากน้ำ มาไหว้บาทคำ
ก็หาก เอาหมู่แก้ว สัพพะสิ่งเงินคำ
  นำมาถวาย แก่บาบุญกว้าง
แม้นว่า สกุณีพร้อม สกุณากกแขก ก็ดี
  บินคาบได้ ฮวงเข้าขาบถวาย
  ขนใส่เล้า พระบาทภูธร
  เต็มเยียหลวง หมื่นหลังพันเลา
  ทุกสิ่งพร้อม เผิ้งต่อแตนเหลือง ก็ดี
เขาก็ เอาฮวงฮัง ซู่ตัวถวายเจ้า
แม้นว่า เสือโคร่งพร้อม เสือเหลืองลายผ่าน ก็ดี
เขาก็ เอาหมู่กวาง คาบถวายเจ้า[๒๙]
แม้นว่า หมีเหมือยเหม้น พึงคณาเอิกด่าง ก็ดี
เขาก็ ขบคาบไม้ มาแล้วถนอมถวาย[๓๐]
แม้นว่า กบเขียดพร้อม คณาอึ่งในดง ก็ดี
เขาก็ มาถวายตัว เสพนันเนืองฮ้อง
แม้นว่า พลายสารช้าง ฉัททันต์ขาวเผือก ก็ดี
ก็หาก เดินไพรมา ซู่ตัวหุ้มเจ้า
  เดียรดาษพร้อม แปดหมื่นสี่พันตัว
  เทวดานำ ขวี่มาถวายเจ้า
แม้นว่า อัสสาม้า ตัวงามขาวเผือก ก็ดี
  ทะยานตนมา ดุ่งเดินหาเจ้า
  นับอ่านได้ แปดหมื่นพันปลาย
  เทวดาทรง ขวี่มาถวายเจ้า
ฝูงหมู่ เงินคำพร้อม เป็นลำบุออก[๓๑]
  เวียนแวดล้อม เป็นต้ายอฺยู่สลอน
แม้นว่า กงจังแก้ว[๓๒] เป็นดั่งกงเกวียน
เทวดา นำมาถวาย แห่งศรีจอมเจ้า
เมื่อนั้น ราชาไท้ พระยาหลวงคันคาก
พระก็ เนากงจักร ขวี่ผันทะยานผ้าย
  ผันผาดอ้อม ขงเขตชุมพู
ก็บ่ มีนานสัง ดั่งลมยามน้อย
  เลยเสด็จเข้า ขึ้นมาผาสาท
พระก็ ลงจากแก้ว จักรไว้ที่สูง
  ยาบ ๆ เหลื้อม จักรส่องเฮืองแสง
เป็นดั่ง กงตาตาวัน เมื่อยามยังเช้า
  บ่ได้ทุกข์ไฮ้ สัพพะสิ่งเงินคำ
  เทวดานำ มาถวายเจ้า
ยูท่าง บาไทท้าว ประสงค์ทานทุกสิ่ง
  ฝูงไพร่น้อย เหลือล้นฮั่งมี
เขาก็ แซว ๆ พร้อม สาธุการเสียงสนั่น
  ทุกท่านไท้ ยอย้องว่าดี
เขาก็ สุขยิ่ง เทวดา
ตั้งว่า บุญเฮามี ก็จิ่งเห็นสองเจ้า
แม้นว่า พระพ่อเจ้า ทังแม่เกษิมดี
ก็หาก ศรัทธาสุข เพิ่งบุญบาท้าว
แม้นว่า ฮ้อยประเทศท้าว เมืองส่วยหลายพระยา ก็ดี
เขาก็ สาธุการดอม เพิ่งบุญบาท้าว
ฝูงหมู่ เสนาพร้อม พลแพนแสนโกฏิ
เขาก็ มาอฺยู่เฝ้า แฝงเจ้าอฺยาลือ[๓๓]
เจ้าบ่ คึดยากง้อ เมืองอื่นมาเล็ว
  ยินสำบายบาน ดั่งสวรรค์เมืองฟ้า
  คนยืนได้ แสนปีเป็นเขต
ยูท่าง ยืนอฺยู่หมั้น ดอมดั่งลูกเมีย
อันว่า คำตายนั้น บ่มีใผฮู้ข่าว เสียแล้ว
ยูท่าง เอ้โอดอฺย้อง สงวนเหล้นบ่าวสาว
นับแต่ ภูธรท้าว เสวยเมืองเป็นใหญ่
  ฮ้อยขวบเข้า ระดูตั้งถ่ายปี
เมื่อนั้น อุบาทว์ฮ้อน ปางก่อนกรรมเวร
  มาถองเถิง ถืกบาไทท้าว
คือว่า บังเกิดแล้ง ได้ขวบเจ็ดปี
ฝนบ่ มาฮวายฮำ ไค้ฟังดูดายแห้ง
ฝูงหมู่ ชลธีน้ำ วังหลวงเขินขาด
ฝูงหมู่ แม่น้ำน้อย เลยแห้งเปล่าดาย
เมื่อนั้น อุกขลุกฮ้อน เป็นควันเมฆ
คือดั่ง ไฟหากไหม้ แม่น้ำทังฮ้อนแผ่นดิน
เมื่อนั้น ซะพาดพร้อม ฝูงหมู่เสนา
เขาก็ ทูลราชา พระยองยอดเมืองเป็นเจ้า[๓๔]
บัดนี้ ฝนบ่ มาอฺยาดย้อย ฮำแผ่นธรณี
  พริกพลูเลย เหี่ยวตายเสียเสี้ยง
  สันใดให้ ฝนลงฮำแผ่น ดินนี่
  บ่กว่าเจ้า ผายเผี้ยนส่องญาณ หั้นท้อน
ฝูงข้า ทูลบาทพื้น ย่ำขม่อมภูธร
ก็หาก เหลือคำคึด บ่ถองเถิงฮู้
เมื่อนั้น ราชาไท้ พระยาหลวงคันคาก
เจ้าก็ ปงอาชญ์ต้าน เสียงห้าวบ่กลัว
อันว่า ฮากเมืองนี้ มีฝนเป็นฮาก สูเฮย
คันว่า ฝนบ่ ลงอฺยาดย้อย เมืองบ้านมุ่นกะจวน
อันว่า แก่นเมืองนี้ แม่นหลาวแหลมง้าวหอก จิ่งแล้ว
ยามเมื่อ เศิกต่างบ้าน ชิงแท้ยาดเล็ว
อันว่า หูเมืองแม่น เทวดาเจ้าเข็ด
ยามเมื่อ เป็นเหตุฮ้อน เขาฮู้ก่อนเฮา
อันว่า ตาเมืองได้ หมอโหรคิ้วเสี่ยง
เขานั้น เป็นผู้กั้ง บังไว้ขอบเมือง
อันว่า ฝาเมืองได้ คาเมบ้านนอก
เขานั้น เป็นผู้กั้ง บังไว้ขอบเมือง
อันว่า เขื่อนเมืองได้ แก้วสามประการเป็นที่เพิ่ง
คือว่า แม่นพระเจ้า พระธรรมแห่งพระสังฆ์[๓๕]
อันว่า ใจเมืองได้ ลูกสาวพระยาใหญ่
นางจัก มีลูกเต้า เป็นเชื้อสืบสาย
อันว่า พระยาแดดได้[๓๖] พระยาหลวงเสวยราชย์
ยามเมื่อ บอกเวียกบ้าน การอฺย้าวไพร่เมือง
อันนี้ คลองประถมเถ้า บุฮาณสอนสั่ง
สูจ่ง จำจื่อไว้ เมื่อหน้าอฺย่าลืม
อันว่า เจ้ากล่าวต้าน ฮีตฮ่อมคลองสัน
  ฝูงเสนา จื่อจำคำไว้
บัดนี้ บังเกิดแล้ง ได้ขวบเจ็ดปี
เฮาจัก ถามนาโค นาคหลวงในน้ำ
อันว่า พระยานาคนั้น จบเพททรงฤทธี แท้แล้ว
เขาจัก ทำฉันใด ก็หากเป็นฉันนั้น
เขาก็ ยังเอาแก้ว เงินคำมาสว่าย เฮานี่
กูจัก ไปเถียวถอง ถามแท้เหตุฝน
ค้อมว่า จารจาแล้ว ภูธรเสด็จด่วน
บาก็ เลยขึ้นแก้ว จักรแผ้วเผ่นไป
จักรไป ผ่านน้ำ สมุทรใหญ่วังหลวง
เป็นเพื่อ เตโชจักร บ่ไหลแปวน้ำ
  เลยล่วงเข้า เมืองนาคนาโค พุ้นเยอ
เขาก็ เห็นภูธร ขาบทูลทังอฺย้าน
นาคก็ ทูลถวายไหว้ ภูธรมาฮอด สังนี่
รือว่า เป็นเหตุฮ้อน การเจ้าเยื่องใด
เมื่อนั้น ราชาเจ้า พระยาหลวงคันคาก
  ไขพากย์ต้าน เสียงห้าวบ่กลัว
บัดนี้ เฮาก็ เคืองใจด้วย วุดทะ[๓๗] ฝนเขินขาด จิ่งแล้ว
เฮาจิ่ง มาฮอดเค้า ถามแท้บ่อฝน
ใผหาก ยังย่อมฮู้ อันที่ฝนตก
ชื่อว่า มาภายบน แต่เทิงเมืองฟ้า
นาโค เคยเมือฟ้า หาแถนฮู้เหตุ ฝนตี๊
อันว่า หากยังย่อมฮู้ แถลงถ้อยอฺย่าบัง
เมื่อนั้น นาคกล่าวต้าน แถลงบอกภูธร
อันว่า จอมหัวไป องค์เดียวบ่ควร นาเจ้า
ข้าจัก เล่าภาคพื้น หมายบอกภูธร
  อันชลธาร์ บ่อฝนมีแท้
  ทันที่ยอด เขาเสมรุอันอยู่ จิ่งแล้ว
บัวรภัณฑ์ แวดล้อม ระวังอ้อมดั่งเดียว
อันว่า เขาเสมรุนั้น ลำสูงสุดยอด
แปดหมื่น สี่พันโยชน์แท้ เป็นด้ามแต่สูง
ดอยสันตะ[๓๘] บัวรภัณฑ์นั้น ยังสูงเพียงถอง
ลำดับ ลงซู่ถ้าน เหมือนด้ามลูกแคน
บัวร- ภัณฑ์หนึ่งนั้น สูงถองเขาเสมรุ
ที่นั้น เมืองพระยาแถน อยู่เสวยสมสร้าง
คันว่า เมือฮอดฟ้า ขอดอมน้ำบ่อ
แถนบ่ มีขีนสัง หากจักปงลงให้
  ยังมีแท้ สระคุงคาอันหนึ่ง
แถนก็ เป็นผู้เค้า สงวนหลิ้นส่วงเฮือ
ยามเมื่อ ฮ่วน ๆ ฟ้า ปีใหม่เดือนหก
  นาคเมือเถิงแถน กล่าวขอดอมน้ำ
  พระยาแถนเจ้า บ่มีขีนพระยานาค
  ให้นาคหลิ้น ตีน้ำแกว่งหาง
  สน ๆ พร้อม พึงคณาพระยานาค
  ตีฟาดน้ำ สงวนหลิ้นเพื่อนกัน
  สระใหญ่กว้าง เฮียกชื่อคุงคา
ก็จิ่ง เพพังลง ซู่คันเป็นก้อน
ในเมื่อ ลมแข็งกล้า คือคมมีดขุด
ก็เล่า เลยหอมอุ้ม[๓๙] ยอถิ้มใส่เสมรุ
  ก้อนน้ำค้าง ฟาดเหลี่ยมเขาเสมรุ
ก็หาก เค็ง ๆ ดัง แตกกะจวนทลายฟ้ง
ก็จิ่ง ตกลงฟ้ง ธรณีในโลก เฮานี่
  คนจิ่งเอิ้น เป็นน้ำห่าฝน
อันว่า ฟ้านั้น ยังต่างนิทาน
ยังว่า เทวดานางน้อย เมขลาฤทธีกล้า
ยามเมื่อ ฮวง ๆ ฟ้า[๔๐] ปีใหม่ตั้งมา
นางจิ่ง ยินดีชม ชื่นสงวนคำหลิ้น
นางจิ่ง อฺย้อนหน่วยแก้ว ลูกประเสริฐเผลียงไป
  นำห่าฝน แสงเหลื้อม
ยังมี พระยายักษ์ผู้ อาคมจบเพท ธนูนั้น
มันก็ ยอปืนทอง แกว่งยิงเอาแก้ว
ปืนบ่ ถองถืกแก้ว นางน้อยเมขลา สังเลย
ลวดซอด ผันลงมา ผ่าเผลียงลำไม้
แต่นั้น มนุสสาเชื้อ ฝูงคนในโลก เฮานี้
เฮียกว่า ฟ้าผ่าไม้ มีแท้เที่ยงจิ่ง เจ้าเฮย
คันว่า พระยานาคต้าน เว้าเหตุคลองฝน ดั่งนั้น
  ราชาพระ โจทย์ถามหาข้อ
เป็นสังแท้ วันสา[๔๑]ฝน บ่ฮำแผ่นดินนี่
นาคบ่ มีชื่นได้ ลอยหลายดั่งนั้นรือ
เมื่อนั้น พระยานาคต้าน หมายบอกภูธร
บัดนี้ พระยาแถนกัน บ่ให้ลอยลงหลิ้น
แม้นว่า ฝูงนาคพร้อม ขึ้นเหนี่ยวหลายที ก็ดี
  พระยาแถนเลย เคียดฟุนจาข้า
เมื่อนั้น พระกล่าวต้าน ถามนาคสองที
  เป็นสังแถน จิ่งมาหวงไว้
เมื่อนั้น นาคกล่าวต้าน หมายบอกตามมี
แถนก็ มีใจขม แก่พระอวนจอมเจ้า
แถนว่า สมภารเจ้า ภูธรแข็งข่ม จิ่งแล้ว
มนุษย์ ในโลกล้ำ ทังค้ายส่วยไฮ
แถนก็ วิตกด้วย ภูธรสุขลื่น
ก็จิ่ง หวงห้าม น้ำฟ้าบ่ให้ลง
ค้อมว่า นาคกล่าวแล้ว พระบาทหลิงเห็น
ก็จิ่ง ถามนาโค นาคีที่ทางทันเค้า
  เมืองแถนพุ้น หนทางยังฮอด รือบ่
  นาคกล่าวต้าน ทางขึ้นบ่ห่อนมี พระเฮย
เอฺยียวว่า จบเพทเพี้ยง ไปเทิงอากาศ บ่ฮู้
อันว่า ทางไต่พื้น เทียวขึ้นบ่ห่อนมี พระเฮย
  จักทรงจักรแก้ว ผันไปยังฮอด รือบ่
นาคว่า ฮอดแต่เจ้า พระองค์นั้นผู้เดียว
ใผจัก มาปุนแพ้ พระยาแถนนั้นบ่มีแล้ว
  แถนจบเพทเพี้ยง คำฮู้ศาสตร์ศิลป์
คันว่า นาคกล่าวเว้า ฮู้เหตุทางไกล
ภูธร ทรงคำคึด อฺยู่สึงหลึงคะนิงฮู้
พระจิ่ง ปงคำให้ นาโคพระยานาค
สูจ่ง แปงหนทาง ก่อหินคูนขึ้น
พอให้ สูงเพียงพื้น จอมเขาแถนอยู่ นั้นเทิ้น
ก็จัก นำหมู่ช้าง พลขึ้นผาบเล็ว
เฮาจัก เตือนป่าวพร้อม พระยาปลวกทังหลาย
ให้เขา มาพลันตีเปือง ช่อยเฮาคูนขึ้น
เมื่อนั้น นาโคเจ้า โดยคำพระบาท
พระฮีบ ทรงกงจักร ต่าวคืนเมือบ้าน
เมื่อนั้น กงจักรแก้ว ผันคืนโดยฮีบ
  ฮอดฝั่งน้ำ เซายั้งหลิ่งชัน
พระจิ่ง บายเอาค้อน มาตีจูมปลวก
  เตชะนำ เฟือนขึ้นทั่วดิน
เมื่อนั้น พระยาปลวกอฺย้าน ฟ้าวออกมาเปือง
  หลายพลมา โกฏิแสนเหลือล้น
เขาก็ ทูลชุลีไหว้ พระยาแถนคันคา[๔๒]
  เป็นเหตุฮ้อน การเจ้าเยื่องใด พระเฮย
เมื่อนั้น ภูธรเตือน ป่าวพลพระยาปลวก
บัดนี้ เหตุว่าแล้ง เมืองบ้านขาดฝน
สูจ่ง เอากันพร้อม คูนทางดอมนาค ภายพุ้น
  แทบที่ใกล้ เสมรุพุ้นขอกดอย
  อฺย่านานแท้ เฮ็วพลันคูนฮีบ
  ให้ถีบขึ้น เถิงฟ้าฮอดแถน
เฮาจัก ยอพลขึ้น เล็วแถนมีอฺย่อน สูเฮย
ให้แถน ส่วยน้ำฟ้า เมืองบ้านชุ่มเอฺย็น
แต่นั้น พระยาปลวกพร้อม โดยอาชญามี
เขาก็ เอากันไป ก่อคูนมีช้า
  ยาบ ๆ พร้อม คณาปลวกในชุมพู
  ยน ๆ หลาย บ่อาจสังขยาได้
แต่นั้น ภูมีไท้ เสด็จคืนโดยฮีบ
เถิงที่ ผาสาทกว้าง เซายั้งคอง
เมื่อนั้น หื่น ๆ พร้อม พระยานาคในสมุทร
  ดูเหลือหลาย บ่อาจสังขยาได้
เขาก็ ผันผยองอุ้ม ภูดอยหลายหน่วย
  ติดต่อตั้ง กันขึ้นก่อสูง
ปลวกก็ ขนดินขึ้น ถมทางนำนาค
  ดูแก่นหมั้น เหมือนเพี้ยงดั่งภู
นับแต่ แปงทางได้ สามปีทัดเที่ยง
ก็จิ่ง เพียงจอมดอย ฮอดเมืองแถนพุ้น
ค้อมว่า บรบวนแล้ว ทังหลายเสด็จพราก
นาคก็ มาขาบไหว้ ทูลเจ้าบอกแถลง
เมื่อนั้น ภูมีเจ้า พระยาหลวงคันคาก
เจ้าก็ ฮับพากย์ต้าน ยอย้องว่าดี
เมื่อนั้น โง่ง ๆ ฆ้อง พระยาหลวงเตือนป่าว
  จัดบ่าวพร้อม พลตื้อฮีบพลัน
  สน ๆ ใช้ ให้ถีบอาชาไนย
  ยน ๆ ไป ซู่พระยาอย่าช้า
  สมประมาณได้ เจ็ดวันมาฮอด
  ทุกพร่ำพร้อม อย่าช้าซู่พระยา
  หื่น ๆ พร้อม พลมากเหลือหลาย
เขาก็ นองพลมา ดั่งทรายไหลแล้ง
  เจ็ดหมื่นพร้อม ปลายสี่พันพระยา
  ในชุมพู หากมาดูถ้วน
ใผบ่ ขัดแข็งได้ โดยเปืองภูวนาถ
  มาฮอดเจ้า จอมไท้คันคากคำ
อันจัก สังขยาได้ พลแพนมีมาก
  นับอ่านได้ แสนตื้อติ่วอักโข
นับแต่ กุญชโรช้าง พลายสารแสนโกฏิ
  มามากล้น สามตื้อแปดอักโข
  ซะเพิกพร้อม เต็มแผ่นธรณี
  อือทือมา มืดมัวมีมั้ว
  ซะเพิกช้าง สารเผือกฉัททันต์
แปดหมื่น สี่พันตัว เครื่องคำดาห้าง
  พลหรม้า ลาวังแฮงขาวเผือก
  ผันเผ่นเต้น ดั่งลม
  นับอ่านได้ แปดหมื่นสี่พันตัว
  เฮืองงามคือ เครื่องคำดาห้าง
คันว่า โฮมไพร่พร้อม หาโยคยามดี
เถิงเมื่อ ยามอุทธังราชา พระยอดเมืองยัวรย้าย
พระก็ เอานางแก้ว อุดรไปพ่าง
  ขึ้นเหนือหลังสาร ฮ่วมบาไทท้าว
ฟังยิน คื่น ๆ ก้อง กลองเสพสะบัดไชย พุ้นเยอ
  ยน ๆ ยวง ฮ่มขาวกางกั้ง
หลิงเห็น พาบ ๆ เหลื้อม ปะคือขาวไปก่อน พุ้นเยอ
นาคา ไปภายบน บอกทางทันเค้า
เมื่อนั้น พระยาครุฑพร้อม ทังสังข์ไปก่อน
  ทะยานป่อมลม ก่อนบาบุญกว้าง
  บินบนพร้อม พึงคณานกป่า ก็ไป
เขาก็ บินแวดล้อม พระยาเจ้าครุฑหลวง
  ฝูงหมู่ฮ้าย เผิ้งต่อแตนเหลือง ก็ไปนัน
เขาก็ ขันอาสา ก่อนบาบุญกว้าง
  อือทือพร้อม บินบนมัวมืด
  คื่น ๆ ก้อง ควงฟ้าฟั่งเฟือน
  บินสอดแส้ว คณามอดหัวสิน ก็ไป
เขาก็ ขันอาสา ซู่ตัวมีอฺย้าน
ฝูงหมู่ จังไฮฮ้าย เสือเหลืองเสือโคร่ง ก็ไป
  คุมมุมหมี หมู่เหมือยเห็นอ้ม
  ทังหมู่เหม้น คอก่านกังลิง ก็ไป
  ชะนีโตนขว้าง ควงไปนำไม้
  อาสาพร้อม ทุกตัวมีอฺย่อน
  เตอะปากฮ้อง เสียงห้าวแล่นไป
เมื่อนั้น เสิน ๆ ย้าย พลหลายย้ายย่าง
  คนคั่งล้น ทางกว้างคั่งระวัง
ฟังยิน คื่น ๆ ก้อง เสียงเสพนนตรี พุ้นเยอ
  ควน ๆ นัน คื้นเคงคุงฟ้า
  ฝูงหมู่เจ้า พระยานาคคนดี
  ถือธนูทอง แห่พระองค์ขวาซ้าย
หลิงเห็น หื่นหื่นพร้อม พระยาใหญ่เมือง พุ้นเยอ
เขาก็ ทรงพระยาสาร แห่พระองค์หลังหน้า
  พระผ่อเอฺยี้ยม เดียรดาษโยธา พุ้นเยอ
  มณฑลคับ แผ่นดินดาฟื้น
ฝูงหมู่ นำหลังนั้น พึงคณากบเขียด
ฝูงหมู่ บินผ่านฟ้า พระยาเจ้าครุฑทอง
ฝูงหมู่ หัสดีลิงค์พร้อม พึงคณาแง้วถ่าว ก็ไป
  กาแลฮุ้ง คณากี้ก่างแซว
ฝูงหมู่ นำปลายไม้ ยลลิงคณาค่าง ก็ไป
  หางก่านพร้อม เห็นเหม้นหมู่ชะนี
  เสือโคร่งเขี้ยว คณาหมีเหมือยป่า ก็ไป
เขาก็ นำไต่พื้น ดูเฮื่ออยู่หลัง
  มณฑลกุ้ม นำตีนภูวนาถ หมู่นั้น
  ให้ฮ่มกว้าง กางกั้งมืดมัว
ทันที่ แสนถันช้าง งาขาวเดียรดาษ
  ยาบ ๆ พร้อม กางกั้งฮ่มเพียง
เขาก็ อาสาพร้อม ขันต่างภูวนาถ
  ต้านต่อช้าง แถนฟ้าบ่กลัว
  ซะเพิกช้าง ขาวเผือกทังมวล
ก็หาก เป็นเสนา แห่พระองค์เฟือนฟื้น
ทันที่ ฮง ๆ เหลื้อม เจ็ดประการแก้วกู่
อันนั้น ผาสาทตั้ง หลังช้างแห่งพระองค์
กับทัง อุดรแก้ว กัลยาเทียมพ่าง
  สองแจ่มเจ้า ทรงช้างฮ่วมกัน
ทันที่ ซะพู่พร้อม ด้ามหอกคอคำ
  ทวายยองขาว แห่พระองค์ไปหน้า
ฝูงหมู่ คนเซ็งชั้น ชั้นขาลายเขียดตะปาด
เขานั้น เป็นเล็กน้อย คนชั้นแนบใน
ทันที่ ยน ๆ ย้าย ปะคือไชยไปก่อน
  งามซะล้าย ทังเอ้เครื่องขาว
อันว่า พระยานาคเจ้า อันอยู่ในสมุทร ก็ไป
นิมิต เป็นฉันคน แห่พระองค์หัวหน้า
อันว่า ปิตาไท้ มาดาพ่อแม่ พระองค์นั้น
สองเถ้า ยังอฺยู่บ้าน ปุนป้องนั่งเมือง
เมื่อนั้น ภูธรท้าว เสด็จไปโดยด่วน
  เถิงที่เค้า ทางขึ้นฮอดภู
พระก็ ให้หมู่ช้าง ม้าขึ้นเนืองนอง
  แซว ๆ คน ชี่นชมปีนขึ้น
บัดนี้ เฮาจัก เห็นเมืองฟ้า พระยาแถนเสวยอฺยู่ จิ่งแล้ว
ขอให้ มีโชคแพ้ เทม้างหมู่แถน
เฮาจัก เอานางฟ้า เป็นเมียสมเสพ จิ่งแล้ว
  ยูท่างกลั้ว สาวฟ้าอิ่มกอใจ
เพิ่นก็ ผากฏแท้ สาวสวรรค์งามยิ่ง
  คิงอ่อนอ้อน ปานฝ้ายดีดผง
เฮาจัก ชมจูบแก้ม จันทะแจ่มเสน่หา
ยูท่าง ชมเสน่หา ยอดนางกัลยาแก้ว
อันนี้ โยธาต้าน จากันเว้าพากย์
  ทุกปากเว้า สงวนหลิ้นโกกความ
พอเมื่อ ไหลหลามขึ้น เมื่อภูสุดผ่อ
เถิงที่ สูงแปบฟ้า หลิงเอฺยี้ยมควันคิ้ว
เมื่อนั้น พระบาทเจ้า คอยผ่อเหลียวลง
  เห็นชุมพู ทีปเฮาดูน้อย
พระก็ หลิงแลก้ำ สมุทรหลวงแสนย่าน
  ยาบ ๆ เหลื้อม แสงแก้วส่องเขียว
หลิงเห็น บัวรภัณฑ์ซ้อง เป็นถันเดียรดาษ พุ้นเยอ
  เวียนแวดอ้อม เสมรุตั้งอฺยู่กลาง
  ฝูงไพร่พร้อม ทุกหมู่โยธา
เขาก็ คอยตาลง ซู่คนหลิงเอฺยี้ยม
เขาก็ แซว ๆ ท้วง นันเนืองเสียงสนั่น
  มีแม่น้ำ ทังห้าแง่อโนม
น้ำก็ ไหลหลามอ้อม เขาเสมรุสามฮอบ
แล้วจิ่ง แตกออก เป็นแม่น้ำ ทังห้าหว่างดอย
เมื่อนั้น หลายวันได้ หลายคืนมาฮอด
  มาสืบมื้อ[๔๓] ประมาณได้สี่เดือน
ก็เล่า สูงผอกพ้น บ่เห็นทีปชุมพู
คอยลง เป็นบดมืด มัวมีมั้ว
แล้วเล่า เถิงถีบฟ้า[๔๔] เมฆอ้อมหนาวเอฺย็น
  คอยลงสุด ชั่วตาเขียวสิ้ว
นับแต่ เดินดุ่งดั้น ขึ้นสู่เมืองแถน
  นาน ๓ ปี ก็จิ่งถองเถิงไท้
เมื่อนั้น ภูมีไท้ เถิงเมืองแถนใหญ่
พระก็ บอกให้ ครุฑนาคพร้อม แปงตั้งก่อเวียง
เมื่อนั้น ครุฑนาคพร้อม โดยอาชญ์ภูมี
เขาก็ นีรมิตเป็น เวียงหินก่อกลม เลยแล้ว
มีทัง คูเล็กล้อม ตีนเวียงประชิดฮอบ
  หินแก่นกล้า เป็นต้ายกำแพง
นาคก็ นีรมิตตั้ง โฮงใหญ่มุงคำ
  ทางยาวพอ หมื่นวาพันฮ้อย
  บรบวนแล้ว ภูมีเซาจอด
  แก้เครื่องช้าง เฮียงฮ้านย่างเชิง
พระก็ ลีลาย้าย เมือโฮงเถิงแท่น
  ศรีแจ่มเจ้า นางแก้วนั่งแฝง
ดีแก่ ยาบ ๆ เหลื้อม ทุกหมู่มุนตรี
  เสนาเนือง แห่พระองค์ขวาซ้าย
  คื่น ๆ ก้อง เสียงเสพนนตรี
  ออระควนนัน คื้นเคงคุงฟ้า
เมื่อนั้น พระก็ เตือนเขาให้ ยิงซะบูน้ำมอกใหญ่
  เสียงสนั่นเท้า เมืองกว้างแห่งแถน
เมื่อนั้น พระยาแถนท้วง ใผยิงน้ำมอกใหญ่
ฮอยว่า เศิกใหญ่เข้า เมืองบ้านแห่งเฮา แล้วรือ
เขาก็ แซว ๆ ท้วง ทังเมืองฟ้าวฟั่ง
แถนจิ่ง ใช้ถีบม้า ไปเอฺยื้ยมล่ำดู
  ยาบ ๆ เต้น ม้าแล่นสน ๆ
เขาก็ ไปเถิงถอง เบิ่งเห็นเวียง
เขาก็ เห็นหลายล้น เต็มนาท่งใหญ่
  ช้างคื้นเค้า ทังม้า........
............ .....................[๔๕] ถามดูหาเหตุ
สูนี่ ลุกประเทศด้าว ชั้นชื่อชุมพู พุ้นแล้ว[๔๖]
  มาถองเถิง ต่อเล็วแถนเจ้า
เมื่อนั้น ทูตาก้ำ พระยาแถนถามถี่
อันว่า ผู้แห่งเหง้า สูนั้นชื่อใด
เมื่อนั้น พลหาญเจ้า จอมเมืองคันคาก
  ต้านกล่าวต้าน[๔๗] เสียงห้าวบอกกลอน
ชื่อว่า ราชาไท้ พระยาหลวงคันคาก จิ่งแล้ว
  จักรแผ่นแผ้ว ไชโยแพ้หมู่แถน
เมื่อนั้น ทูตาก้ำ พระยาแถนถามที่
สูหาก มาเคียดให้ ตูแท้เยื่องใด
สูหาก เนาอฺยู่ห้อง หนที่ชุมพู ที่พุ้น
  สังหากเล็ว แห่งตูภายพี้
เมื่อนั้น โยธาก้ำ พระองค์หลวงคันคาก
  บอกเหตุให้ ฮู้ฮ่างคำผิด
สูหาก ปะบุฮาณ บนำคำเถ้า
ยามเมื่อ บุพเพพุ้น พระยา........
  ...น้ำฟ้า[๔๘] ลงให้ซู่ปี
บัดนี้ มาให้แล้ง ได้ขวบเจ็ดปี หนี้แล้ว
ตูจิ่ง มาเถิงสู แป่เพเมืองบ้าน
อันว่า เป็นแถนแท้ คลองบุฮาณสังบ่จื้อ จำนั้น
บัดนี้ ตูจัก ฟันแป่ม้าง เมืองบ้านแห่งสู
เมื่อนั้น ทูตาก้ำ พระยาแถนกุมเคียด
เขาก็ เลยตอบถ้อย คำแม้งส่งเสียง
ตูหาก เนาอฺยู่ฟ้า ทศราชตามธรรม
บ่ได้ เป็นทาสา แต่งฝนสูแท้
อ้างว่า สูดีแท้ ชนพลายตูก่อน
  อฺย่าได้ช้า วันหน้าจิ่งกุม
ค้อมว่า ทูตาตอบถ้อย ม้าแล่นพลันคืน
  นำทางเถิง ฮอดแถนเถียงถ้อย
อันว่า ทม ๆ ฟื้น กลางนายิงน้ำมอก
หากแม่น เจ้าลุ่มฟ้า เมืองล้านที่คน[๔๙] พระเฮย
ชื่อว่า ราชาไท้ พระยาหลวงคันคาก
  จักรแผ่นแผ้ว ไชโยแพ้หมู่แถน ว่าอั้น
เขาก็ ขมเคียดให้ พระบาทองค์แถน
ก็เพื่อ ชาวชุมพู ห่างฝนเขินแล้ง
บัดนี้ เขาก็ ยอพลขึ้น มาเล็วพระราช จิ่งแล้ว
  ผัดผาบม้าง เมืองบ้านมุ่นทลาย ว่าอั้น
แถนก็ ฟังพากย์ถ้อย ข้ามหาดทูตา
พระก็ กำมือตี พาดหมอนพุนฮ้าย[๕๐]
บัดนี้ ก็จัก ไปเล็วท้าว ราชาคันคาก จิ่งแล้ว
สังมา ดูง่ายแท้ งานพ้นบ่อฺยำ
คู่คน คู่ใหญ่แท้ ตามเหตุสมภาร
มาฮ่าว ทำผวนผิด โอดสะหาวโงงแง้น
ลือว่า หากทรง ฤทธีล้ำ ในกงชุมพูทีป จิ่งรือ
สังบ่ ตกแต่งให้ เป็นน้ำห่าฝน นี่เด
เฮาก็ เป็นใหญ่แท้ เสวยราชย์ตามคลอง
บ่ได้ เป็นทาสา แต่งฝนเขานั้น
โอดว่า กะดัดแท้ ปีนภูมาสู้ กูนี่
กูจัก ฟันแป่ม้าง บายถิ้มกื่งลง
  ค้อมว่าแล้ว ฆ้องป่าวตีเตือน
สน ๆ ทันเสนา ฮีบโฮมอย่าช้า
เมื่อนั้น แถนเลิงพร้อม แถนลอแถนหล่อ ก็มา
  คื่น ๆ พร้อม พลตื้อติ่วอักโข
  ซะเพิกช้าง งาขาวเดียรดาษ พุ้นเยอ
  อาชาไนย แสนโกฏิกือกองล้น
  ซะพู่พร้อม เตือนแต่งเดาดา
ฝูงหมู่ ไทผาลา หอกเกียงหลายตื้อ
ฝูงหมู่ สีฮงพร้อม ซะบูหลวงเคงคื้น
ฝูงหมู่ ไทหน้าจ้าง ธนูแก้วศาสตร์ศิลป์
  มาพร่ำพร้อม ฝูงหมู่ชาวแถน
เขาก็ มาเปืองเฮ็ว ฮีบโฮมมีช้า
อันว่า ไทชาวก้ำ ชุมพูเมืองลุ่ม ภายพุ้น
  เขากล่าวกล้า ดาห้างว่าซิชน
เฮาบ่ มีหนอฺย้าน ชาวคนเมืองลุ่ม
ตั้งบ่ เห็นงึดง้อ สังแท้ท่อใย
เอฺยี่ยวว่า อินทร์อยู่ฟ้า ลงโผดชุเขา[๕๑] บ่ฮู้
ตามแต่ คนชุมพู บ่มีกลัวอฺยุดอฺย้าน
คันว่า ฮมพลแล้ว พระยาแถนหาโยค
เถิงเขต ยามมหาไชย ก็จิ่งไปจิ่งแท้
ผ่อดู ขัตฤกษ์ฟ้า ถืกหน่วยมังคะละ
  หมอโหรทวย แม่นพระองค์จิ่งแท้
บัดนี้ ขัตฤกษ์ฟ้า ถืกหน่วยมหาไชย แท้แล้ว
ดีแต่ ชนหัวที เทื่อลุนเขาแพ้
อฺย่าได้ ดนชนหลาย บ่มีไชยแล้ว
ดีแก่ ชนแต่เค้า เฮาแพ้เพิ่นรือ พระเฮย
อันว่า ให้ดีแท้ ยั้งอฺยู่วันลุน ก่อนเทิ้น
หากจัก มีไชยแข็ง ข่มไปเขาอฺย้าน
พระก็ แพ ๆ ต้าน สุราพาด่วน
รือจัก อดอฺยู่ได้ การฮ้อนดั่งไฟ
บ่ใช่ คลองอันช้า เอฺย็นใจอฺยุดอฺยู่ ท่านเฮย
เหตุว่า เสิกใหญ่เข้า จนใกล้ยาดเมือง ท่านเฮย
เขาจัก ม้างเฮา เมื่อวันใดบ่ฮู้
ควรเฮา ยอพลไป ต่อเล็วดูท้อน
ค้อมว่า กล่าวต้าน เสด็จจากพรากจารจา
ภูธร ทรงพลายสาร ออกเวียงยกย้าย
ฟังยิน คื่น ๆ ก้อง สะบัดไชยเตือนป่าว พุ้นเยอ
ฝูงหมู่ เสเนศพร้อม ทังค้ายแห่แหน
หลิงเห็น ไย่ไย่เปือง ปะคือปลิวไปก่อน พุ้นเยอ
ฝูงหมู่ ไทฮ่มพร้อม กางกั้งมืดมัว
ฟังยิน งง ๆ ฆ้อง ต่อยตีเตือน พุ้นเยอ
  สน ๆ พลาย ออกปักตูละวังกว้าง[๕๒]
  เนืองนันแส้ อาชาไนยหือละแห่น
  ชาด ๆ ช้าง เสถียรฮ้องคื้นเคง
หลิงดู มาบ ๆ เหลื้อม ฟ้อนดาบลาคำ พุ้นเยอ
  สน ๆ ปบ แล่นนำตีนช้าง
พอเมื่อ เถิงท่งกว้าง คอยผ่อเห็นเวียง พุ้นเยอ
พระก็ เตือนโยธา แต่งอฺยายขวาซ้าย
อันว่า หัวขวาให้ ชนขวาอฺย่าอฺย่อน
  ก้ำปีกซ้าย ชนซ้ายอฺย่าหน
สูจ่ง จ่นกันเข้า ผาลาเลียนไขว่
  ช้างสืบช้าง เลียนถ้านอฺย่าหน
แม้นว่า เดียรดาษล้น ฝูงหมู่ธนูทอง ก็ดี
สูจ่ง เอากันยิง อฺย่าเซายามน้อย
แม้นว่า อาฮงพร้อม ซะบูทองน้ำมอกใหญ่ ก็ดี
ให้สู ยัดแก่งแก้ ตำแหน้นผ่าเผลียง
ค้อมว่า ผู้ผ่านพื้น พระยาใหญ่แถนหลวง
  อฺยายพลแพน อเนกนองกองกล้า
เมื่อนั้น อือทือก้ำ พระยาหลวงคันคาก
เจ้าก็ จำหมอโหร บอกยามไปหน้า
  ยาบ ๆ แส้ ไปก่อนปะคือไชย
ฝูงหมู่ ไทเอาการ ฮ่มขาวกางกั้ง
  ซะเลิกช้าง ขาเผือกฉัททันต์[๕๓]
ภูธร ทรงตัวกลาง ใหญ่สูงพระยาช้าง
  เนืองนันอ้อม ภูมีแสนโกฏิ
  หลายส่ำชะ สารต้นเฮื่องา[๕๔]
  ทังมวลพร้อม เป็นกำลังแสนโกฏิ
  แสนส่ำช้าง สลอนล้ายเฮื่องา
นาคนั้น โยธาก้ำ ราชาพระคันคาก
เขาก็ นีรมิตให้ เป็นช้างโกฏิกือ
เมื่อนั้น นาคาเจ้า ยิงธนูผายออก
ฝูงหมู่ บินผ่านฟ้า พระยาเจ้าครุฑทอง
  สน ๆ พร้อม พึงคณาแฮ้งถ่าว
ฝูงหมู่ กาแลฮุ้ง ฝูงเผิ้งต่อแตน
นอกนั้น อือทือพร้อม หมีเหมือยเสือโคร่ง
  เสียงปีบฮ้อง ทังอ้าวคื่นเคง
นอกนั้น สน ๆ เต้น คณาเห็นหางก่าน
  คื่น ๆ เค้า คณาเนื้อโคร่งลิง
อันที่ สุดภายซ้อย พึงคณากบเขียด
  เสียงคื่นเค้า เขาฮ้องมี่นัน
เมื่อนั้น องค์กษัตริย์ไท้ ราชาพระคันคาก
บอกให้ กบเขียดฮ้อง โตนเต้นคาบเล็ว
เมื่อนั้น หื่นหื่นพร้อม ฝูงเขียดคณากบ
เขาก็ เลยแล่นเต้น เฟือนฟื้นแผ่นดิน
เมื่อนั้น พระยาจันเจ้า กบหลวงอวนก่อน
พระยา แสนอึ่งเพา ตีฆ้องป่าวพล
อันว่า คนเซ็งชั้น ขาลายเขียดตะปาด
  ขบแข้วฮ้อง ในบังกล่าวหาญ
บ่อาจ คัณนาได้ เหลือหลายคับท่ง
  มัวมืดเข้า เสียงฮ้องคื้นเคง
เมื่อนั้น แถนเลิงพร้อม แถนหลวงแถนหล่อ
อันนี้ สัตว์แต่ ใต้ลุ่มฟ้า มาพร้อมซู่ตัว แท้นอ
เมื่อนั้น แถนก็ ฮวายมนต์ให้ เป็นงูเดียรดาษ
  เพินพึงคอ แล่นนำ
เขาก็ เพินคอขึ้น เหลียวหากบเขียด
เลยเล่า สับตอดได้ กลืนเข้าฟั่งเฟือน
แต่นั้น กบเขียดอฺย้าน ปบพ่ายพังคืน
ก็เพื่อ เห็นงูหลาย คาบกลืนดาเสี้ยง
แดนแต่ พระยาแถนฮ้าย ฮวายมนต์ให้งูไล่ กินนั้น
เดี๋ยวนี้ งูจิ่งได้ คู่นั้นสืบมา
เมื่อนั้น ราชาไท้ พระยาหลวงพระคันคาก
พระก็ บอกหมู่ฮุ้ง คณาแฮ้งหมู่กา
สูจ่ง ไปอย่าช้า สับตอดกินงู พุ้นเนอ
เขาก็ บินบนไป มืดมัวทังค้าย
เถิงที่ งูแถนพุ้น เลยกุมสับตอด
  ยาบ ๆ พร้อม คณาแฮ้งหมู่แหลว
  ดำปั่งปี้ คณากาแฮ้งถ่าว
เขาก็ สับตอดได้ กินไส้แห่งงู
แดนแต่ กาแลฮุ้ง กินงูอุบาทว์ ปางนั้น
เดี๋ยวนี้ ฮุ้งแลแฮ้ง จิ่งได้คู่นั้น สืบมา
เมื่อนั้น พระยาแถนเจ้า หลิงเห็นดูหลาก
พระก็ จบเพทพร้อม คำฮู้ศาสตร์ศิลป์
พระจิ่ง ฮวายมนต์ให้ เป็นหมาตัวใหญ่
  ยาบ ๆ เต้น ทังค้ายเห่าหอน
เมื่อนั้น หมาคะโยงเต้น คาบคอแฮ้งแกว่ง
บ้างพ่อง ขบคาบได้ ทังแฮ้งหมู่กา
เมื่อนั้น ฝูงหมู่แฮ้ง กาพ่ายพังคืน
เขาก็ เห็นหมาหลาย คาบกินดาเสี้ยง
เมื่อนั้น ราชาไท้ ภูมีคันคาก
พระก็ จำหมู่ เห็นก่านพร้อม คณาเนื้อค่างลิง
สูจ่ง ไปอย่าช้า ขบต่อเล็วหมา พุ้นเนอ
เขาก็ โดยราชา ฮีบพลันโตนเต้น
เมื่อนั้น สน ๆ พร้อม พึงคณาลิงค่าง
  หางก่านพร้อม เห็นอ้มหมู่ชะนี
เขาก็ อือทือเข้า หาหมาแถนใหญ่
  ทม ๆ เต้น แผ่นนาผงกลั้ว
  เห็นผันเข้า ทะยานคาบหางหมา
  หมาคะโยงสับ คาบคอเห็นทื้น
  ตีนเห็นถีบ ทำตาหมาบอด ก็มี
ฝูงหมู่ เห็นก่านเข้า ขบก้นแห่งหมา
ฝูงหมู่ ลิงกังอฺย้าน คอยไกลปบพ่าย
บ้างพ่อง ขึ้นต้นไม้ คอยเอฺยี้ยมเบิ่งหมา
เมื่อนั้น หมาลวดแพ้ ฝูงหมู่ลิงกัง
  ทม ๆ ปบ แล่นคืนทังฟ้าว
แดนแต่ หมาแถนไล่ ลิงกังเห็นพ่าย ปางนั้น
เดี๋ยวนี้ หมาจิ่งได้ คู่นั้นสืบมา
เมื่อนั้น เคืองใจเจ้า พระยาหลวงคันคาก
พระก็ บอกอาชญ์ให้ เสือพร้อมหมู่หมี
  สูอย่าช้า ไปเปืองแวนเทียว
  ขบคาบเคี้ยว หมาพุ้นแห่งแถน
เมื่อนั้น เขาก็ โดยอาชญ์เจ้า ฮีบแล่นสน ๆ
  พึงคณาไป หมื่นตัวเหลือล้น
เมื่อนั้น หื่นหื่นพร้อม ฝูงหมู่คณาเสือ
เสือ ทังหมีเหมือย ฮีบชิงกันเข้า
เถิงที่ หมาแถนพุ้น เสือคะโยงขบคาบ
  ดึงจีกทื้น กลืนเข้าฮอดพุง
  ลางตัวเต้น แล่นผ่าถันกลาง
คะโยง คะยันเต้น ขบแก่หมู่หมา แถนทื้น
เมื่อนั้น หมาแถนอฺย้าน ปบหนีพังพ่าย
  เสือปีบฮ้อง ทางก้นแล่นนำ
เลยเล่า ดับหายเสี้ยง หมาแถนเสียสว่าง
  มุดมอดเมี้ยน ตายเสี้ยงบ่หลอ
แดนแต่ เสือขบเสี้ยง หมาแถนตายไขว่ ปางนั้น
เดี๋ยวนี้ เสือจิ่งได้ คู่นั้นสืบมา
เมื่อนั้น เคืองใจเจ้า พระยาแถนเห็นหลาก
เห็นหมู่ เสือโคร่งเค้า หลายตื้อโกฏิกือ
เขาก็ ยาบ ๆ เต้น มาสู่โยธา
เมื่อนั้น พระก็ ฮวายมนต์เป็น ตำชานกางกั้ง
เมื่อนั้น เสือโคร่งเข้า ไปในถืกตำชานนั้น
  คื่น ๆ ก้อง เสียงฮ้องอยู่ใน
เมื่อนั้น แซว ๆ ก้ำ พระยาแถนฮ้องโห่
เขาก็ ถือหอกง้าว ทวนอ้อมไล่แทง
เมื่อนั้น เสือท่าวล้ม ตายไขว่ขีนนอง
ฝูงหมู่ เสือเหมือยหมี แล่นคืนทังฟ้าว
แดนแต่ พระยาแถนข้า เอาเสือถืกตำ ปางนั้น
  คนจิ่งได้ คู่นั้นสืบมา
เมื่อนั้น เคืองใจเจ้า พระยาหลวงคันคาก
พระก็ จัดหมู่เผิ้ง จังไฮฮ้ายหมู่แตน
สูจ่ง อย่าได้ช้า บินสอดเวหา
  ไปขบพล หมู่แถนภายพุ้น
เมื่อนั้น หื่นหื่นพร้อม เผิ้งต่อแตนเหลือง
เขาก็ บินเวหา สอดไปเฟือนฟื้น
เถิงที่ พลแถนพุ้น อือทืออฺยายทั่ว
ขบหมู่ คนแลช้าง ทังม้าแตกกะจวน
บ้างพ่อง ถิ้มหอกง้าว ฟ้าวแล่นซัดเสีย ก็มี
บ้างพ่อง เมามัวปัด ป่ายเสียโตนเต้น
  บ้างพ่องเต้น โตนลงน้ำท่วน ก็มี
ลางพ่อง ผ้าจุ่มน้ำ ปกลี้อยู่ใน
  ช้างม้าฮ้อง เสียงสนั่นเนืองนัน
เมื่อนั้น พระยา ตกคะมะอฺย้าน ใจฟ้าวฟั่งเฟือน
เมื่อนั้น พระก็ ฮวายมนต์ให้ เป็นไฟลนลาบ
  คื่น ๆ เค้า ควันกุ้มทั่วเมือง
เมื่อนั้น ฝูงต่อเผิ้ง อฺย้านสั่นบินคืน
  ทม ๆ ไฟ ไล่นำควันกุ้ม
แดนแต่ ไฟแถนไหม้ เป็นไฟจุดต่อ ปางนั้น
  คนจิ่งได้ คู่นั้นสืบมา
เมื่อนั้น ไฟแถนกุ้ม มาจญฮ้อนเดือด
  พระคันคากเจ้า เลยฟ้าวฟั่งเฟือน
เมื่อนั้น ครุฑก็ ถุยถ่มน้ำ- ลายเกิดเป็นฝน
  ทม ๆ ตก หลั่งลงนานเอื้อน
เมื่อนั้น ดินนองน้ำ ไฟแถนมุดมอด
แฮ่งเกิด เป็นแม่น้ำ ไหลถ้วมถมแถน
เมื่อนั้น แซว ๆ ก้ำ พลแถนไหลล่อง
บ้างพ่อง ขึ้นง่าไม้ ทังอฺย้านสั่นสาย
เมื่อนั้น แถนจิ่ง ยิงธนูเปือง อาคมไกวแกว่ง
  ยิงบาดแม้ง ชี้ซื่อครุฑทอง
  ปืนเสวงขึ้น เมือบนเคงคื้น
ครุฑก็ อ้าปากไว้ ปืนเจ้าฮีบกลืน
เมื่อนั้น ปืนซอดก้น ครุฑออกเป็นไฟ
  ไปลามเผา แห่งพลแถนฮ้อน
ขี้ครุฑ ตกถืกช้าง ฮ้องล้มท่าวทังอฺยืน
พลแถน นองกันตาย ดั่งหินกลางแก้ง
แถนจิ่ง ฮวายมนต์ขึ้น เป็นผามเหล็กแผ่น
  มุงหุ่มกั้ง บังไว้ซู่ภาย
เมื่อนั้น แถนเลิงพร้อม แถนลอแถนหล่อ
พระก็ ฮีบเป่าช้าง ทังม้าเทียวคืน
เมื่อนั้น แถนยิงเปือง ธนูทองเป็นแฮด
แฮดก็ ปากฮ้อง[๕๕] ไฟไหม้ลุกไป
  ลามไหม้[๕๖] พลหลวงพระคันคาก
  มุดมอดเมี้ยน ตายเสี้ยงจุ่มจม
เมื่อนั้น เคืองใจเจ้า พระองค์หลวงคันคาก
  พระยานาคเกี้ยว ขบได้ฮีบกลืน
นาคก็ กลืนออกก้น เป็นหน่วยซะบูหลวง
  กลอยแฮงฟัน เบ่งไปดังฟื้น
  ถืกช้างม้า ฝูงหมู่พระยาแถน
  กองกันตาย อเนกนองเหลือล้น
แถนจิ่ง ฮวายมนต์เป่า พลคืนฉันเก่า
เมื่อนั้น พระบาทเจ้า แถนฟ้าแกว่งธนู
พระก็ ยิงซะบูทอง ขงเขตจักรวาล
  เค็ง ๆ ดัง คื้นคือคุงฟ้า
  ปืนผันเกี้ยว เทิงบนอากาศ
บังเกิด เป็นหอกง้าว ลงพื้นเสียบคน
เมื่อนั้น เค็ง ๆ ก้ำ พระยาหลวงคันคาก
  ตายล่าวล้ม เลียนพร้อมพร่ำกอง
ครุฑจิ่ง คึงปีกกั้ง เป็นแผ่นกระดานหิน
เมื่อนั้น ราชาไท้ เวสสุวัณตนใหญ่
เจ้าก็ ฮวายมนต์อฺยำ เป่าคนคืนพร้อม
เมื่อนั้น พระยานาคเจ้า เลยถั่งลมดัง
  เป็นแปวลุก ดั่งไฟขวานฟ้า
  ทม ๆ ไหม้ พลแถนตายจุ่ม
  ช้างแลม้า แถนล้มอเนกนอง
เมื่อนั้น แถนฮวายมนต์ให้ เป็นฝนแสนห่า
ไฟนาค มุดมอดเสี้ยง ไปแล้วอฺยู่เอฺย็น
แถนจิ่ง ฮวายมนต์กั้ง เวียงหินประชิดฮอบ
แล้วจิ่ง เป่าช้างม้า พลตื้อลุกคืน
เมื่อนั้น ราชาให้[๕๗] พระองค์หลวงคันคาก
  พระบ่ช้า ไกวเปืองแกว่งธนู
พระก็ ยิงไปให้ เป็นขวานฟ้าผ่า
  ตำถืกต้อง เวียงแก้วแห่งแถน
  ปืนเหาะอ้อม ผันผาวยังหิน[๕๘]
  เค็ง ๆ ดัง คือเสียงฟ้า
เมื่อนั้น ผ่าเมฆล้อม เวียงหินกระจัดแตก
  ผงเผ่าไหม้ เสียแล้วเปล่าเอฺย็น
ปืนซ้ำ ทม ๆ เข้า หาพลแถนพ่าย
  ถืกช้างม้า พลล้มไขว่ขีน
แล้วเล่า ผันผยองเกี้ยว คืนมาแหล่งเก่า
  พระบาทเจ้า ใจห้าวชื่นชม
เมื่อนั้น แถนผ่อเอฺยี้ยม มนต์เป่าพลคืน
  ผันตนเถิง ขี่พลายไสเข้า
แถนก็ โจก ๆ ฮ้อง หาพระยาคันคาก
บัดนี้ เชิญพระ มาต่อช้าง กันท้อนสว่างกอใจ
  อันอาคมนี้ สองเสมอโสภา[๕๙] กันแล้ว
  บ่ลื่นด้าม เสมอแท้ท่อกัน
เมื่อนั้น ราชาไท้ พระองค์หลวงคันคาก
พระก็ ออกปากง้ำ คิงก้าวกล่าวหาญ
ใผจัก มาอฺยุดอฺย้าน ตีนมือสบโบก นั้นเด
มือหาก มีห้านิ้ว บ่มีอฺย้านอฺย่อนใผ
ค้อมว่า พระกล่าวแล้ว เสด็จขวี่คอพลายสาร
  พลายสารไป ต่อแถนบ่มีอฺย้าน
  เสนาพร้อม นำพระองค์แหนแห่
บฮู้ กี่โกฏิตื้อ เหลือล้นติ่วตง
เมื่อนั้น แถนแยกช้าง ไสต่อภูธร
  สองแฮงฮบ ผ่าชนเสถียรฮ้อง
  ช้างต่อช้าง แฮงหากค่ากัน
แถนก็ ยอขอตี ผ่าเผลียงเปืองล้ำ
  ตำเทริดเจ้า พระยาหลวงคันคาก
  หมวกแตกฟ้ง นายท้ายแกว่งสะเด็น
เมื่อนั้น แปดหมื่นพร้อม ปลายสี่พันพระยา
  โฮมกันชน เผือกสารแถนเจ้า
เมื่อนั้น พระบาทเจ้า อฺยุดอฺยู่บ่มีไชย
  ถอยพลายสาร หมูบหลังคึงไว้
เมื่อนั้น แถนก็ มีไชยแพ้ ตีหัวพระคันคาก
เลยลวด สับแยกช้าง คืนตั้งแกว่งขอ
แข็งบ่ หลายตัวแท้ มาชนโฮมฮ่อ กูนี้
หลางจัก เสียราชา คอบขอกูแท้
โอดว่า หาญดีแท้ มาชนสองเล่า ดูท้อน
สังมา ถอยฮีบอฺย้าน หนีฟ้าวเทียวคืน นีเด
มันหาก ลือกูแท้ แถนหลวงจบเพท จิ่งแล้ว
ใผผู้ ต้องต่อหน้า กูแท้หลางจักตาย
เมื่อนั้น ราชาไท้ พระองค์หลวงคันคาก
ทวายมือ คลำดูหัว ใค่เหมือนจูมฆ้อง
พระก็ แข็งใจต้าน จาแถนทังสั่น
เทื่อนี้ โชคท่านแล้ว อย่าได้โอดสะหาว
ยังจักเห็น มื้ออื่นแท้ วันลุนท่านจ่งเบิ่ง ดูท้อน
อันนี้ เคราะห์คราส กูไป่มั้ว เหมือนซิซ้ำส่งปี
ค้อมว่า จารจาแล้ว ตาวันตกต่ำ
เอากัน พรากซู่ก้ำ ไหลเข้าสู่เวียง
แถนก็ ไหลพลเข้า ในเวียงหมดหมู่
  หินแก่นกล้า ตันไว้ปองทวาร
  คื่น ๆ ก้อง ยิงหน่วยซะบูหลวง
  เสนาแหน อฺยู่ยามตีฆ้อง
  พระยาแถนเจ้า ลีลาเถิงแท่น
สนม ทังเทวี แวดระวังเลียนซะล้าย
เมื่อนั้น ภูธรท้าว พระองค์หลวงคันคาก
พระก็ ไสสั่นช้าง เฮียงฮ้านจอดพลาย
พระก็ ลีลาขึ้น เมือเทิงเถิงแท่น
  ศรีแจ่มเจ้า นางแก้วอฺยู่แฝง
พระก็ ฮวายมนต์กั้น กะดานหัวอันใค่
ค้อมว่า มนต์ถืกต้อง หัวเจ้าแลบงาม
แดนแต่ ภูมีต้อง คันขอหัวใค่ ปางนั้น
หัวคัน-คากจิ่ง ได้เยื่องเค้า คู่นั้นสืบมา
ยังใค่ เป็นอ้อล้อ ทันที่กระดานหัว แท้แล้ว
ก็จิ่ง เป็นแนวนาม ซู่ตัวเดี๋ยวนี้
เขาหาก เป็นวงศาเชื้อ ภูธรประเหียรฮูป มีแล้ว
เฮาถ้า หลิงผ่อเอฺยี้ยม หัวนั้นใค่จิ่ง แท้แล้ว
เมื่อนั้น ผู้ผ่านพื้น พระคันคากราชา
พระก็ เตือนโยธา ซู่ตนยั้งพร้อม
บัดนี้ จักบอกให้ คณามอดหัวสิน
สูจ่ง ไปกินเสีย เครื่องเคราแถนพุ้น
สูจ่ง กัดหมู่ คันขอช้าง พระยาแถนทังหอก
ฝูงหมู่ ด้ามดาบง้าว กินเสี้ยงอฺย่าหลอ
กินทัง สายธนูหน้า ทังปืนทุกสิ่ง
  สูอฺย่าช้า เดี๋ยวนี้ฮีบไป
เมื่อนั้น หื่นหื่นพร้อม คณามอดหัวสิน
เขาก็ พึงคณาไป เทียวพลันมีช้า
เขาก็ อือทือเข้า ไปในเวียงใหญ่
  กัดดาบด้าม ขอช้างเครื่องเครา
เขาก็ กินเสียเสี้ยง ธนูศิลป์สายก่ง
  ฝูงด้ามมีดพร้า คันจามพร้อมหอกแหลม
ฝูงหมู่ พลแถนพร้อม เอากันหลับอฺยู่
มอดก็ ยูท่างเคี้ยว กัดแห้นเครื่องเครา
แดนแต่ มอดกัดเสี้ยง ของแถนทุกสิ่ง ปางนั้น
เดี๋ยวนี้ มอดจิ่งได้ คู่นั้นสืบมา
แม้นว่า เห็นเครื่องไม้ สัพพะสิ่งของเฮือน ก็ดี
เขาก็ พากันกัด ซู่ตัวกินเสี้ยง
ก็จิ่งได้ นามกรเชื้อ เขามาว่ามอด จิ่งแล้ว
เห็นว่า[๖๐] แถนมอดเมี้ยน ปางนั้นคอบเขา
คันว่า เขากัดเสี้ยง ของแถนทุกสิ่ง
เขาจิ่ง บินสอดแส้ว คืนแล้วคอบพระองค์
บัดนี้ ฝูงข้า ไปกินเสี้ยง ของแถนทุกสิ่ง
พระจิ่ง หลิงล่ำเอฺยี้ยม ยามเช้าเมื่อวัน หั้นท้อน
เมื่อนั้น พระบาทเจ้า ฮับพากย์พลอยจา
ดีท่อ ขันอาสา แก่กูตัวกล้า
ดีแก่ สุริเยศขึ้น เลียบขอบเขาทอง พุ้นเยอ
  ฮง ๆ ใส ส่องมาเฮืองแจ้ง
เมื่อนั้น ภูธรท้าว เตือนพลเฮ็วฮีบ
  สูอฺย่าช้า วันนี้โชคมี
นาคจ่ง มาคาบท้าย ขวี่ฮ่มเฮาพระองค์ หนี้เทิ้น
จิ่งจัก ทรงกำลัง ผูกแถนเอาได้
ให้ท่าน ถือเอาบ่วง มุงคุลนาคบาศ ดีเนอ
  ดาถ้าคล้อง แถนแท้เมื่อชน
คันว่า เฮากลอยเปือง ขอคำตีผ่า แถนนั้น
  ท่านอฺย่าช้า พลันถิ้มใส่คอ
  ซ้ำพันเกี้ยว ดึงแก่เอาเนอ
  อย่าได้ช้า เปืองแท้ฮีบเมือ
ค้อมว่า เจ้ากล่าวแล้ว เสด็จออกผานผาน
  นาคาทรง ฮ่มพระองค์ถือท้าย
อันว่า ปาสาบ่วง ของดีนาคบาศ
  พระยานาคเจ้า ถนอมไว้บ่วาง
เมื่อนั้น โยธาพร้อม นันเนืองแหนแห่
  ทุกซู่ด้าน ขวาซ้ายเกิ่งกัน
ดีแก่ เค็ง ๆ ก้อง สะบัดไชยตีป่าว
  ยาบ ๆ ฟ้อน ปะคือด้างดาบไชย
  สน ๆ แส้ อาชาไนยหือละแห่น
  เผียง ๆ ช้าง เสถียรฮ้องคื้นเคง
  ทม ๆ ก้อง เวหาอากาศ
  ชาด ๆ ช้าง หลายตื้อเฮื่องา
พระก็ ไหลพลเข้า จนเวียงแถนใหญ่
เมื่อนั้น แถนตื้นท้วง ตีฆ้องฟั่งเฟือน
บัดนี้ เศิกใหญ่เข้า คับแผ่นธรณี
  มาสู้รบ ต่อเล็วนากว้าง
เมื่อนั้น แถนฟาดฆ้อง ตีป่าวงง ๆ
  เสนาเนือง อเนกนองเหลือล้น
แต่นั้น แถนโยงย้าย อือทือย้ายออก
  พระบาทต้าน โยงก้อยส่งเสียง
  มาเยอเจ้า ราชาคันคาก มาเทิ้น
กูหาก เห็นแต่กี้ เชิงผู้คากคำ
กูหาก บ่มีอฺย่อนอฺย้าน ท่านท่อใยยอง หนึ่งนั้น
สังฮ่าว มาหาญตาย ต่อกูภายพี้
กูหาก ให้บาดค้อน หมวกแตกเต็มหัว
ละก็ ยังไป่ โยมถวายเทียน ว่าซิเล็วผองเมี้ยน
ค้อมว่า แถนกล่าวแล้ว เสด็จขวี่คอพลาย
พระก็ คึงขอคำ แกว่งเฟือนฟายฟ้อน
บัดนี้ กูจัก ทำแข็งให้ เอาหัวมานั่ง
สังหาก ดูง่ายแท้ งานพ้นบ่อฺยำ นี่เด
อันแต่ ใต้ลุ่มฟ้า กูห่อนกลัวใผ
แม้นจัก ยอทังธรณี บ่กลัวอฺยำอฺย้าน
เมื่อนั้น ผาน ๆ ช้าง พระยาแถนไสออก
ฝูงหมู่ เสเนศพร้อม พอตื้อแห่พระองค์
  ฟังยิน ๆ ก้อง ยิงหน่วยซะบูหลวง
  เสียงคนนัน โห่นันฟีฟื้น
  ยินเนืองนันแส้ อาชาไนยหลายแกว่ง
  คื่น ๆ ช้าง อนันต์ตื้อติ่วอักโข
ฟังยิน เผียง ๆ ช้าง เดียรดาษเต็มนา
แถนก็ ไสพลายหา ต่อพระองค์ทังเอิ้น
  มาเยอเจ้า พระองค์หลวงคันคาก
เทื่อนี้ ปะไป่ไว้ สองเจ้าต่อกัน
ใผอฺย่า มาชนช้าง หลายพลายฉันเก่า นั้นเทิ้น
แม้นว่า มีโชคแพ้ เมื่อหน้าก็บ่ลือ
เมื่อนั้น เขาก็ วะหว่างไว้ สองพระบาทกุมกัน
ฝูงหมู่ เสนาคอย เบิ่งดูสองก้ำ
เมื่อนั้น สาน ๆ ช้าง คาอฺยู่ถูกัน
ใผบ่ หนพอสะ เกิ่งกันคาจุ่ง
เมื่อนั้น สาน ๆ ช้าง สองพระยาฮ้องฮ่วน
  งาซัดซอง งวงเกี้ยวไขว่กัน
  ช้างต่อช้าง ค้ำอฺยู่กุมกัน
ใผบ่ หนหนีใผ เกิ่งกันแฮงล้ำ
เมื่อนั้น พระยาแถนเปือง ขอคำเผลียงผ่า
  พระคันคากเจ้า ขวางด้ำฮับทัน
เมื่อนั้น ขอแถนค้าน เด็นลงตกลุ่ม
  พระคันคากเจ้า ยอง้าวแกว่งเผลียง
  ตำเทริดเจ้า พระยาแถนกระจัดแตก
พระยานาค ถิ้มบาศบ่วง พลันคล้องถืกคอ
นาคก็ คึงชักทื้น บ่วงบาศซ้ำพลัน
พระยาแถน ยอมือนบ ว่าโยมพระองค์แล้ว
  นาคบ่ช้า เกี้ยวกอดซ้ำพลัน
  ตีนทำมัด ไหลฮอมฮิงหมั้น
  ราชาไท้ พระองค์หลวงคันคาก
พระก็ กำสองมือ ตีหูฮับกันสองเบื้อง
ลือว่า แถนหลวงกล้า ชนพลายดีขนาดว่า
ก็สังว่า ตกบาดช้า เอาได้ดั่งแลน นี้เด
มันหาก ลือกูแท้ พระองค์หลวงคันคาก
ชื่อว่า จักรแผ่นแผ้ว ไชโยแพ้หมู่มาร
โอดว่า ดีกะกัดแท้[๖๑] สะหาวความแข็งข่ม กูนี่
ก็จัก ผูกจุ่มน้ำ ทังปิ้งจี่จืน
เมื่อนั้น แถนก็ วอนวานไหว้ ขอเป็นเมืองส่วย พระองค์อวนท้อน
ข้าจัก แต่งน้ำฟ้า ลงให้คู่ปี
เมื่อนั้น ราชาเจ้า พระองค์หลวงจักรแผ่น
  ปากกล่าวต้าน เสียงห้าวบ่กลัว
  ดี ๆ แล้ว พระยาแถนเชยด้าม กูเฮย
มึงหาก เป็นข้อย แต่งน้ำฟ้า กูแท้แต่ประถม
เมื่อนั้น โยธาเบื้อง พระยาแถนพังพ่าย หนีแล้ว
ก็เพื่อ เพื่อน ๆ อฺย้าน ข้าเสียแท้แล้ว
  คืนทม ๆ ถิ้ม วางเสียหอกดาบ
ก็เพื่อ เพิ่นหากแพ้ แถนเจ้าแห่งเขา
  เพิ่นผูกคอเจ้า พระยาแถนซ้ำแก่ ไปนั้น
อันจัก มีชีวัง บ่หวังเสียท้อน
ค้อมว่า หมดพลแล้ว ปักตูหินอัดแจบ
เขาจิ่ง ทูลเทวี พระยอดเมืองตงแจ้ง
บัดนี้ ตกถ่อยช้า พระบาทเสียไชย แท้แล้ว
เพิ่นก็ ชนพลายเปือง เกือบกวมเอาได้
เขาก็ ปากกล่าวต้าน พระยาแถนซ้ำแก่ ไปแล้ว
อันจัก มีชีวัง อฺย่าหวังเสียท้อน
แม้นว่า มุงคุลช้าง ตัวพระองค์ทรงขวี่ ชนนั้น
เขาก็ กุมเกือบอ้อม เอาได้พาบพระองค์
เมื่อนั้น เทวีแก้ว พระยาแถนล้มท่าว
นางก็ กลิ้งเกลื่อนไห้ หาเจ้าพระยอดเมือง
แม้นว่า สาวสนมพร้อม โฮงชาวสามหมื่น ก็ดี
เขาก็ หิวหอดไห้ หาเจ้าอฺยู่สลอน
แม้นว่า เสนาท้าว โยธาฮ้อยโกฏิ ก็ดี
เขาก็ ชลเยศย้อย ดอมเจ้าซู่คน
เมื่อนั้น หื่นหื่นก้ำ พระยาหลวงคันคาก
เขาก็ ผูกศอกแปะ แถนเจ้าใส่กำ
  ยอใส่ช้าง เขนคำทังศอก คานั้น
เขาก็ นำเอาเมือ สู่เมืองแถนเถ้า
  ราชาไท้ พระองค์หลวงคันคาก
เขาก็ ทรงสะอาดช้าง พลตื้อแห่ระวัง
พระก็ ค่อยเสด็จเท้า เวียงแถนปักตูใหญ่
เขาก็ หับแจบไว้ ปักตูกว้างบ่ไข
กูบ่ กลัวเกรงอฺย้าน พระองค์หลวงคันคาก
เพราะว่า พลยึ่งเข้า ลีล้ายข่มเหง
เมื่อนั้น ผู้ผ่านพื้น จักรแผ่นเมืองคน
พระก็ จบเพทพร้อม คำสู้ซู่อัน
พระก็ ทรงพระกรไกว แกว่งธนูเผลียงม้าง
ปืนก็ ไปเหาะอ้อม ขงขอบจักรวาล
  เค็ง ๆ ดัง ดังแปกคือเสียงฟ้า
แล้วเล่า จิ่งลงตำ คือขวานฟ้าผ่า
ถืกหมู่ พลายแถนม้าง พุ้นมุ่นทลาย
เมื่อนั้น เวียงแถนล้ม เพพังเป็นเผ่า
  ทังแปดชั้น เลยม้างแป่แปน
  ปืนแสวงเกี้ยว คืนหาแหล่งเก่า
  พระบาทเจ้า บายได้ใส่ถง
เมื่อนั้น หื่นหื่นพร้อม ฝูงหมู่โยธา
เขาก็ เอาราชา สู่โฮงแถนเถ้า
เมื่อนั้น ภูมีไท้ ราชาคันคาก
พระก็ พับจอดช้าง เฮียงฮ้านย่างเชิง
พระก็ ลีล้ายขึ้น โฮงหลวงหลังใหญ่
  แยงแท่นแก้ว แถนพุ้นนั่งเทิง
ฝูงหมู่ เสนาล้อม แสนถันแหนแห่
  ทุกท่วยไท ทังค้ายขาบทูล
  นางงามแก้ว อุดรเทียมพ่าง
  สองแจ่มเจ้า หลิงเอฺยี้ยมซู่ภาย
เห็นหมู่ เงินคำแก้ว ของแถนเดียรดาษ
  สัพพะสิ่งล้น รือไฮ้อเนกนอง
พระก็ เตือนเขาให้ ฮักษาแถนอฺย่าให้ปล่อย
สูจ่ง ใส่ซิกหมั้น คาค้อมใส่คอ
  เชือกเหล็กพร้อม บ่วงบาศนาคา
  เอามาเฮียง แทบเสาจำไว้
เขาก็ ผูกมัดไว้ เทิงโฮงแหนแห่
  ถือหอกง้าว ระวังล้วนหมื่นถัน
เมื่อนั้น เทวีแก้ว พระยาแถนตกแต่ง
สาวสนม หนุ่มน้อย นางฟ้าสี่พัน
  ยอถวายเจ้า พระราชาคันคาก
ขอแลก ชีวิตข้อย แพงล้านพระยอดเมือง
กับทัง เงินคำแก้ว เจ็ดประการแสนโกฏิ
  ถวายแก่เจ้า บุญกว้างโผดผาย
กับทัง ช้างม้าพร้อม นับอ่านแสนตัว
  ถวายภูธร อีดูอย่าข้า
เมื่อนั้น องค์กษัตริย์เจ้า ราชาพระคันคาก
  ไขปากต้าน เสียงห้าวบ่กลัว
  ดี ๆ แล้ว เทวีคึดแม่น คลองแล้ว
เฮาบ่ ได้ซิข้า เอาไว้แต่งฝน
เฮาก็ ผูกมัดไว้ สมพอตามโทษ
คันว่า ม้มโทษแล้ว ซิวางให้แก่นาง
เห็นว่า ท่านบ่ แต่งน้ำฟ้า ฝนขาดเจ็ดปี หนี้แล้ว
  เมืองชุมพู ไขผงทรายแล้ง
บัดนี้ เฮาจัก ผูกแถนไว้ เจ็ดวันตามโทษ ก่อนแล้ว
นางอย่า ได้โศกฮ้อน เฮาซิให้นั่งเมือง
เมื่อนั้น มาย ๆ หน้า พระราชเทวี
  จารจาเสียง อ่อนหวานคีค้อย
  ทานโทษท้อน พระเพิ่งชีวิต ข้อยเฮย
  ขอกูร์ณา โผดผายปางนี้
อันว่า ทังเมืองไว้ ถวายพระองค์เสวยราชย์ จิ่งแล้ว
แม้นท่อ ได้ชีวิตเจ้า แถนฟ้าอฺย่าตาย
ค้อมว่า นางกล่าวแล้ว ก้มขาบ ๓ ที
  ยอมือทูล ใส่หัวลาเจ้า
นางก็ ลีลาขึ้น หอปรางค์ผาสาท
  คึดคั่งแค้น ดอมเจ้าพระยอดเมือง
เมื่อนั้น สุริโยค้อย เมื่อแลงแล้วค่ำ
สาวสนม หนุ่มน้อย แฝงเฝ้า ๔ พัน
  ออดหลอดเนื้อ คีงอ่อนกลมงาม
  ภูธรชม ซู่นางสาวฟ้า
เมื่อนั้น แปดหมื่นพร้อม ปลายสี่พันพระยา
ยูท่าง ชมเสน่หา กล่อมชมสาวฟ้า
แม้นว่า โยธาท้าว เนืองนองแสนโกฏิ ก็ดี
ยูท่าง สมเสพซ้อน สาวฟ้าอิ่มกอใจ
แม้นว่า ครุฑนาคเจ้า จบเพทมีฤทธี ก็ดี
นิมิต เป็นคนดี เสพสมสาวฟ้า
เมื่อนั้น เหิงนานได้ เจ็ดวันทัดเที่ยง
พระจิ่ง ให้นาคแก้ บาศบ่วงคอเถ้าแห่งแถน
เมื่อนั้น ภูธรท้าว ราชาคันคาก
พระจิ่ง วางโฮงทอง ให้แถนเป็นเจ้า
พระก็ โดยเสด็จยั้ง ทันที่หอสนาม
  เสนานำ เฝ้าพระองค์หลายตื้อ
อันว่า กัลยาแก้ว อุดรเทียมพ่าง
  สนมหนุ่มน้อย แฝงเฝ้าสี่พัน
พระก็ ทรงแท่นแก้ว ในที่หอสนาม
ดีแก่ ควน ๆ นัน เสพระบำเฟือยฟ้อน
เมื่อนั้น หื่นหื่นพร้อม ฝูงหมู่ชาวแถน
เขาก็ เนืองนันมา สู่ขวัญแถนเจ้า
  ซะพู่พร้อม ฝูงหมู่เสนา
เขาก็ เดาดาตก- แต่งเฝ้าปรางค์ซ่า
  สม ๆ พร้อม ยินดีชมชื่น
บัดนี้ หายเคราะห์แล้ว เสถียรหมั้นหมื่นปี
  เสนาพร้อม เนืองนันแสนโกฏิ
เขาก็ มาพร่ำพร้อม กินเหล้าสู่ขวัญ
แถนก็ ทรงแท่นแก้ว เสวยราชย์ยินดี
  ขัวขัวเสียง กล่าวจาจงอ้าง
คึดจัก มรณาแท้ ปางกูชนเพิ่น กี้นา
เพิ่นก็ กุมผูกได้ ว่าซิข้าอี่หลี
บัดนี้ เพิ่นโผดเลี้ยง ให้นั่งเสวยเมือง
ควรที่ เดาดาตก- แต่งฝนอฺย่าคร้าน
เมื่อนั้น เสนาพร้อม ทูลถวายทูลบาท
พระอฺย่า คึดยากก้ำ สังแท้แต่งฝน
แม้นท่อ ไตรยะจัดเจ้า[๖๒] กูร์ณาผายโผด ปางนี้
บุญพระ ยังค่อยตุ้ม คูณแท้จิ่งบ่ตาย
อันว่า ภูธรท้าว ราชาพระคันคาก
หาก ทศราชแท้ ยังฮู้อีดู
ผิว่า พระบ่เลี้ยง จักข้าฟันเสีย ดั่งนั้น
ก็บ่ มีใผหาญ ตอบมือพระองค์ได้
บุญพระ ยังสมสร้าง ภายหลังหลายชาติ
จักได้ สุขอฺยู่สร้าง เกษิมแม้งสืบเมือง
  บรบวนแม้ง คูณขวัญแล้วอฺย่า
แถนก็ ไปขาบไหว้ พระองค์เจ้าที่สนาม
  ยาบ ๆ แส้ ถือเครื่องขันคำ
  เสนานำ แห่พระองค์พอล้าน
แถนก็ ไปฮอดแล้ว ยูนั่งทูลมือ
ขอแก่ เหลือหัวพระ สั่งสอนตนข้า
เมื่อนั้น ภูมีเจ้า พระองค์หลวงคันคาก
พระก็ ไขพากย์ต้าน เสียงห้าวบ่กลัว
  ดี ๆ แล้ว พระยาแถนคึดแม่น
เฮาจัก บอกกล่าวต้าน เตือนเถ้าจื่อจำ
ชาติที่ เป็นแถนห้าง ฮักษาคนเมืองลุ่ม จิ่งดาย
พระจิ่ง หลิงโลกเอฺยี้ยม การฮ้ายแลดี
คันหาก เห็นเหตุต้อง เคราะห์ถืกคนใด ดั่งนั้น
ท่านจ่ง ทำเป็นการ ให้เข็ญเขาฮู้
เขาจัก หาหมอแก้ บูชาเอาโชค
  เสียเคราะห์ฮ้าย เสถียรหมั้นอฺยู่ยืน
อันหนึ่ง ท่านอฺย่าห้าม ฝูงนาคในสมุทร
ให้เขา ไปเถิง สระคุงคา ดีดหางลอยหลิ้น
แดนแต่ นาคาหลิ้น ฝนนองลงอฺยาด
  ทุกขวบแท้ ระดูล้ำแม่นปี
อันนั้น เป็นฝนฟ้า ฮำนาเมืองลุ่ม
ฝูงหมู่ ต้นเข้ากล้า เขียวซ้องชื่นบาน
เขาจิ่ง ยินดีย้อง หาคุณมีมาก
เพราะว่า แต่งน้ำฟ้า ฝนให้ชุ่มอึน
อันว่า ชุมพูล้ำ สัพพัญญูลงเกิด ท่านเฮย
คนจิ่ง ได้สืบสร้าง บุญค้ำมากหลาย
เขาจิ่ง เห็นคุณเจ้า พระยาแถนฮักษาโลก
เขาก็ หมายอฺยาดน้ำ นำให้ตอบคุณ
ท่านจัก ยืนอฺยู่สร้าง เสวยเมืองแถน
ยูท่าง ทรงคำสุข เพิ่งบุญนำให้
อันหนึ่งท่านหาก จบเพทเพี้ยง สัพพะสิ่งอาคม ก็ดี
อย่าได้ ทำสะหาวง้ง ว่าตนเป็นกะด้อ
อันว่า นักปราชญ์ฮู้ ฮีตฮ่อมคลองธรรม ก็ดี
เพิ่นหาก ยังควรอำ บ่มีสะหาวแง้น
กลัวแต่ โพยภัยต้อง ภายลุนเป็นโทษ ท่านเฮย
แม้นว่า ตัวหากฮู้ อำไว้ก็จิ่งดี
อันที่ ศาสตร์เพทพร้อม จบแจบอาคม ก็ดี
ใผบ่ มีเห็นใผ ต่างครูก็ยังล้าว
ตัวหาก ดีกะดัดแท้ อาคมก็ยังต่าง กันดาย
เพิ่นผู้ จบเพทพร้อม ก็ยังฮู้กลัวโต บ่ฮู้
ดีท่อ ทำตัวน้อย คือปอมมอมม่อ
ทำเพศ เป็นสิ่งอฺย้าน เขานั้นเผื่อพอ
ฝูงหมู่ ครุฑนาคนี้ จบเพททรงฤทธี แท้ดาย
อฺย่าได้ ลวนเขาหลาย หากควรอฺยำอฺย้าน
หลอนท่อ เป็นสัตว์แท้ วงศาภายต่ำ
เขานี่ จบเพทแท้ ฤทธีกล้าเกิ่งอินทร์
เฮาผู้ องค์กษัตริย์เชื้อ เป็นพระยาคันคาก ก็ดี
ยังย่อม ทำเพศน้อย ประมาณด้ามดั่งปอม
ยามเมื่อ ออกจากห้อง[๖๓] พระแม่มาดา ก็ดี
ยังเล่า เป็นโฉมสัตว์ คากคำตัวน้อย
เป็นแต่ อาจิณผู้ มีผญาจบเพท จิ่งแล้ว
ยามเมื่อ บุญส่งให้ ประจญแพ้ทั่วแดน
คันว่า พระกล่าวต้าน สอนสั่งยังแถน ดั่งนั้น
แถนก็ ยอมือนบ ใส่หัวจำไว้
พระก็ ซ้ำกล่าวต้าน เตือนบอกพระยาแถน
ท่านจ่ง ลงไปฝัง เข้านาฮวงพั้ว
เมื่อนั้น แถนโดยไหว้ ราชาพระคันคาก
พระจัก มักเข้าพั้ว ฮวงนั้นค่าใด
อันหนึ่ง เม็ดเข้านั้น ให้ใหญ่ปานใด
ขอให้ ภูมีหมาย บอกปุนเป็นด้าม
ค้อมว่า แถนกล่าวแล้ว นบบาทภูธร
  พระยาเห็นเลย กล่าวขานต่างเจ้า
อันว่า พีชะเข้า ฮวงยาวเทิงแผ่น- ดินพุ้น
ให้ค่า หางข้อยน้อย ปานนั้นก็หากเพิ่ง พระเฮย
เมื่อนั้น ภูมีท้าว โกธาเลยด่า
อันว่า บักค้างอฺย้าง มึงซิต้านก่อนกู นี่เด
เมื่อนั้น เห็นหลบอฺย้าน ทูลมือตอบหมอบ
เหมือนดั่ง ฟ้าผ่าแล้ง เลยซิซ้ำผ่าหัว
เมื่อนั้น พระยาเสือต้าน ถวายพระองค์หวนแม่น
ให้ค่า หางข้อยน้อย ปานนี้ก็หากพอ พระเฮย
เมื่อนั้น ภูนีเจ้า[๖๔] โกธาซ้ำด่า
อันว่า บักเค้าเม้า มึงฮู้สิ่งใด นี่เด
เมื่อนั้น เสือหลบอฺย้าน หมอบอฺยู่โคมโมม
ปานดั่ง เอาขวานสับ ผ่าหัวตายกระด้าง
เมื่อนั้น องค์กษัตริย์ไท้ ราชาพระคันคาก
  หมายบอกให้ แถนฮู้ฮ่างประมาณ
อันว่า เม็ดเข้าก้อน ให้เกิดเต็มนา
  ลวงยาวฮวง ใหญ่ฮีจิ่งแท้
ให้ค่า สามวาแงน[๖๕] เฮาพระองค์คันคาก จิ่งเทิ้น
  ปานดั่งนั้น สมแท้ฮีตคลอง
เม็ดใหญ่ ท่อหมากพร้าว ต้นท่อลำตาล ท่านเฮย
ก็จิ่ง สมพระองค์เฮา อฺยืดยาวจิ่งแท้
  อย่าให้คน หาบเอามาเล้าแค[๖๖] แถนเฮย
เม็ดใด หล่นจากขวั้น ให้มาเล้าซู่ฮวง
ยามเมื่อ เถิงระดูถ้วน ปีเดือนเข้าแก่ มานั้น
  ปลูกแต่เล้า ดาถ้าโต่งเอา
คันว่า หล่นจากขวั้น เสด็จด่วนสน ๆ
คือดั่ง มีวิญญาณ หากมาหาเล้า
ค้อมว่า ภูมีต้าน หมายแถนบนบอก ฉันนั้น
แถนก็ ทูลบาทพื้น จอมเจ้าว่าโดย
ข้าจัก ตกแต่งพร้อม ทุกสิ่งคลองเมือง หั้นแล้ว
ตามดั่ง คำภูมี ใส่หัวจำไว้
แถนก็ ลาบาทเจ้า ลุกเลิกมาโฮง
  เสนานำ แห่แถนเถิงห้อง
แถนก็ ทรงแท่นแก้ว เสวยอฺยู่สมสุข
  สาวสนมพอ หมื่นนางแฝงข้าง
  เทวีแก้ว นางงามทังแปด
  มาแวดล้อม แฝงเฝ้าป่ำรือ
  ยาบ ๆ เหลื้อม ไกวแกว่งจำมร
  นนตรีดัง ดังคือเสียงฟ้า
แดนแต่ ภูมีไท้ พระองค์หลวงคันคาก
พระก็ จำผูกเถ้า แถนฟ้าใส่คา
บัดนี้ นามกรท้าว พระยาตนเสวยราชย์ ก็ดี
เฮาจิ่ง ได้เยื่องเค้า คู่นั้นสืบมา
  หื่น ๆ พร้อม ฝูงหมู่ชาวชุมพู
เขาก็ ทูลพระองค์หลวง ด่วนคืนเมือบ้าน
เมื่อนั้น ภูมีท้าว พระองค์หลวงคันคาก
พระจิ่ง เตือนไพร่น้อย ดาห้างซู่คน
บัดนี้ เฮาก็ มีไชยแพ้ พระยาแถนขอส่วย จิ่งแล้ว
  สูอฺย่าช้า ดาห้างเครื่องเครา
กูจัก โดยเสด็จแล้ว ลงเมือชุมพูทีป
  สูห้างช้าง ดาเนื้อฮีบลง
เมื่อนั้น คื่น ๆ ก้อง กลองเสพสะบัดไชย
  เสนาเนือง ออกอวนอฺยั้งถ้า
  พระบาทเจ้า เสด็จขวี่พลายสาร
  ทังนางงาม ฮ่วมพระองค์หลังช้าง
ฝูงหมู่ สาวสนมเจ้า โฉมงามเหมือนหล่อ
พระก็ เอาแต่ฟ้า ลงพร้อม ๔ พัน
ฝูงหมู่ รัตนังแก้ว เจ็ดประการแสนโกฏิ
ยูท่าง ขนใส่ช้าง ลงพร้อมพร่ำพระองค์
แม้นว่า เสนาท้าว พลหาญอนันต์เนก ก็ดี
เขาก็ เอานางงาม ซู่คนเป็นเหง้า
ก็หาก งามยิ่งแย้ม สาวหนุ่มเมืองสวรรค์
ยูท่าง เอาเป็นเมีย ซู่คนลงพร้อม
  ลางคนได้ เมียสองสามสี่ ก็มี
  บ้างพ่องได้ เมีย ๕ กล่อมนอน
อันว่า เงินคำแก้ว เมืองแถนมีมาก
ยูท่าง ขนใส่ช้าง ลงพร้อมซู่ตัว
เขาก็ ยินดีได้ ของแถนสัพพะสิ่ง
  แก้วลูกล้วน งามล้นเฮื่อแสง
เมื่อนั้น ยาบ ๆ แส้ ไหลหลั่งลงพุ้นเยอ
  สน ๆ เขา แห่พระองค์ขวาซ้าย
  ยาบ ๆ กั้ง เดียรดาษฮ่มขาว
ฝูงหมู่ ชาวเมืองแถน ล่ำคอยพอซะพัน
คือดั่ง อินตาเจ้า ควงสวรรค์ซักซาด
แม้นว่า นางนาถเจ้า เทียมข้างเกิ่งกัน
จันที หลิงล่ำเอฺยี้ยม ตั้งบ่เปิดกอตาคอย แท้นอ
ตั้งว่า สมภารเฮา ก็จิ่งเห็นสองเจ้า
เมื่อนั้น ภูมีย้าย โยธาลงฮีบ
  ยาบ ๆ แส้ ลงพร้อมพร่ำมวล
นับแต่ เหิงนานได้ สามปีทัดเที่ยง
ก็จิ่ง ลงฮอดห้อง เมืองบ้านทีปคน
พระก็ ไหลพลเข้า เมือเวียงเซาจอด
  แก้เครื่องช้าง เซาฮ้านย่างเชิง
  ทรงแท่นแก้ว เทิงอาสน์บรรทม
  สาวอุดร พ่างเฮียงเทียมข้าง
  สาวสนมพร้อม โฉมงามเดียรดาษ
  วงแวดล้อม แฝงเฝ้าแกว่งวี
  อามาตย์พร้อม เดียรดาษนันเนือง
  ควน ๆ เสียง เสพนันเนืองก้อง
เมื่อนั้น ปิตาไท้ มาดาพ่อแม่
  มาแวดล้อม ชมเจ้าลูกคิง
  มารือเจ้า สายใจเจ้าแม่กูเฮย
  เผือเถ้าอฺยู่บ้าน คองเจ้าพร่ำนาน
คึดว่า แถนผาบแพ้ มุดมอดเสียไชย ว่ากอ
บัดนี้ คืนมาหา ฮอดเฮือนเห็นหน้า
เมื่อนั้น ภูมีเจ้า จารจาพ่อแม่
เป็นเพื่อ บุญแจ่มเจ้า องค์เถ้าเหลื่อมงำ
ข้อยก็ มีไชยแพ้ พระยาแถนโอยอ่อน แม่เฮย
ข้อยก็ ผูกได้ แถนฟ้าใส่คา
แถนก็ โยมอฺย่อนอฺย้าน เสียชีพชีวังมุด
  วานโยม ขอส่วยเฮาภายพี้
ข้อยจิ่ง กูร์ณาเลี้ยง วางแถนปะปล่อย
  แก้บาศบ่วง เสียแท้จากคอ แท้แล้ว
แถนก็ โดยอาชญ์ข้อย กลัวแต่สมภาร แม่เฮย
ว่าจัก ปุนแปงตก- แต่งฝนลงให้
ว่าให้ กูร์ณาเลี้ยง ชาวคนเมืองลุ่ม
กับทัง แต่งน้ำฟ้า ลงให้ใส่นา ว่าอั้น
บัดนี้ อย่าเคืองง้อ การสังจักสิ่ง แม่แล้ว
เฮาจัก สุขอฺยู่สร้าง เมืองบ้านแต่งทาน พ่อเฮย
เมื่อนั้น พระพ่อเจ้า ทังแม่มาดา
ก็หาก ยินดีบาน ชื่นจาดอมเจ้า
  ดีเสียแล้ว สายใจเจ้าพ่อ กูเฮย
เผือเถ้า สุขอฺยู่ย้อน บุญเจ้าเหลื่อมงำ
เทื่อนี้ เจ้าจ่ง ยินอฺยู่สร้าง เสวยราชย์เป็นพระยา
  เทียรฆาคง ต่อถองเถิงเถ้า
จงให้ ยืนอฺยู่หมั้น ได้ขวบแสนปี
  ทรงคำสุข เกิ่งอินตาไท้
ค้อมว่า พระกล่าวต้าน ถนอมลูกถวายพร
เมื่อนั้น บุตรพระ ว่าดี ๆ แล้ว
แม้นว่า สองพระองค์เจ้า ปิตาพ่อแม่ ก็ดี
จ่งให้ ยืนยิ่งล้ำ แสนเข้าขวบปี
เมื่อนั้น พ่อแม่ต้าน โลมลูกประขวัญ
  พอยามเลย เลิกลาลงห้อง
แต่นั้น เถิงเดือน ๕ เป็นระดูปีใหม่
  ฮ่วน ๆ ฟ้า ดังห้าวคื้นเคง
  ซวาด ๆ น้ำ ฝนหลั่งไหลตก
  ชลธาร์ไหล มากมาเหลือล้น
แถนจิ่ง เอาเข้าฟ้า เมืองเทิงลงปลูก
  เต็มท่งกว้าง เพรียงพร้อมทั่วนา
  ซะพาดพร้อม เข้าเกิดเต็มนา
  เป็นกอกก ใหญ่สูงเขียวซอง
กกใหญ่ ท่อต้นพร้าว สูงชั่วปลายตาล
เมื่อนั้น ชาวชุมพู เล่าเห็นจาต้าน
เฮาควร เอาขวานพร้า ฟันกกป้ำคอน เอาท้อน
  จิ่งจักได้ กินเข้าแห่งแถน
เมื่อนั้น เถิงระดูล้ำ เดือนสิบ ๒ เข้าโค่ง
เม็ดใหญ่ ท่อหมากพร้าว ฮวงก้อนท่อฮีน
เมื่อนั้น ภูมีไท้ ราชาพระคันคาก
พระก็ เตือนไพร่น้อย แปงเล้าซู่คน
เข้าหาก หล่นจากขวั้น เสด็จด่วนสน ๆ
  มาเต็มเยีย กื่งกองเหลือล้น
อันนี้ เป็นแต่ บุญจอมเจ้า ราชาคันคาก จิ่งแล้ว
ฝูงหมู่ เขาไพร่น้อย ยอย้องขอบคุณ
ปางนั้น คนยืนได้ แสนปีทัดเที่ยง
ท่อแต่ สุขฮ่วมเอื้อม บุญเจ้าซู่วัน
เมื่อนั้น ปิตาไท้ มาดาตนแม่ พระองค์นั้น
อายุ เถิงแสนปี จิ่งมรณาเมี้ยน
๒ เถ้า ลดคราบแล้ว เมือเกิดเมืองสวรรค์
ยูท่าง ทรงคำสุข อฺยู่เทิงเมืองฟ้า
เมื่อนั้น ราชาไท้ พระองค์หลวงคันคาก
พระก็ ยืนแสนปี ก็จิ่งมรณาเนื้อ
  ทังนางแก้ว เมียขวัญกับปะทีป
  ๒ แจ่มเจ้า ตายพร้อมพร่ำกัน
๒ ก็ ละคราบแล้ว เมือเกิดเมืองสวรรค์
ยูท่าง ทรงคำสุข อฺยู่เทิงเมืองฟ้า
คันว่า หมดบุญเจ้า ราชาพระคันคาก ยามใด
ฝูงหมู่ ของทิพย์นั้น หายเสี้ยงบ่มี
เมื่อนั้น กาละ นับมื้อส้วย หลายปีเป็นอันต่าง ไปนั้น
คนก็ บังเกิดคร้าน แปงเล้าบ่ทัน
พอเมื่อ เข้าแก่พร้อม สุกเฮื่อเต็มนา ดั่งนั้น
คนจิ่ง บายเอาขวาน ควาฟันเสาเล้า
(เข้า)ก็ หล่นจากขวั้น มาถึงเต็มเฮือน
คนก็ หาทางเซา อฺยู่นอนบ่มีได้
เมื่อนั้น คนผู้คร้าน ผญาผ่อนบุญอฺยุด
พลอยเล่า โกธาแฮง ฟักฟันกองเข้า
แถนจิ่ง หลิงล่ำเอฺยี้ยม พลอยเห็นคนถ่อย ฝูงนั้น
แถนก็ คึดเคียดให้ คนฮ้ายบาปหนา
แถนจิ่ง บ่ลงปลูกเข้า เม็ดใหญ่เมืองคน
ก็จิ่ง ออละหายเสีย บ่มีเดี๋ยวนี้
เม็ดเข้า ท่อหมากพร้าว บังเกิดออละหาย
ดับคอบ คนทำบาป หนาจังไฮฮ้าย
ปางเมื่อ บุฮาณเถ้า ก็ยังเห็นมีแด่
ก็ย่อม แพงใส่เล้า ขวัญเข้าสืบมา
อันนี้ บ่ใช่ สัพพะฮ่าวหลิ้น เขียนขีดเป็นสาร เจ้าเฮย
ตั้งหาก เป็นนิทาน แต่ธรรมพระองค์เจ้า
อันว่า ภูธรท้าว พระยาหลวงคันคาก ปางนั้น
  ขึ้นฮอดฟ้า ปางนั้นโลกลือ
อันว่า วัลลีพั้ว พวงเครือเขากาด ปางนั้น
เลยเกิด เกี่ยวพันขึ้น ฮอดแถน
ก็เพื่อ ภูทางนั้น เป็นดินฝังฮาก
  เครือใหญ่เกี้ยว พันขึ้นโยดยาว
เมื่อนั้น ฝูงหมู่เชื้อ พระยาใหญ่เมืองคน
ก็จิ่ง นำทางภู ซู่คนเมือฟ้า
เจ้าก็ เฮียนมนต์แก้ว นำดอมแถนทุกสิ่ง
เลยลวด จบเพทพร้อม มนต์แก้วศาสตร์ศิลป์
ก็จิ่ง ลงสู่ห้อง หิมพานต์จบเพท
รัสสีก็ สอนมนต์อฺยำ สืบมาปางนั้น
แม้นว่า สังคีบเจ้า ทังอ่อนสิมพลีจัน ก็ดี
ขาก็ ทรงอาคม ศาสตร์ศิลป์ครูเค้า
ก็เพื่อ รัสสีเจ้า ปิตาตนพ่อ
  ได้แต่ฟ้า ครูเค้าสืบมา
แม้นว่า พระกึดพร้อม พระพานจบเพท ก็ดี
รัสสี สอนสั่งให้ คำฮู้ซู่คน
แม้นว่า พระยากาบิน ผู้ลือชาจบเพท ก็ดี
รัสสีก็ สอนสั่งให้ คำฮู้ซู่คน
แม้นว่า ทุกธรท้าว ทรงแผ่นชุ....[๖๗]
เขาก็ ทรงอาคม เกิ่งกันดูล้น
เขาก็ บังเกิดกล้า อ้างโอดอาคม ก็ดี
ใผบ่ มีอฺยำใผ ท่อแข่งเล็วสะหาวแง้น
เมื่อนั้น แถนก็ หลิงเห็นหมู่ อาธรรมฝูงบาป
แถน คึดเคียดให้ คนฮ้ายบาปหนา
แถนจิ่ง ยิงธนูม้าง เสียภูเขากาด
  เลยท่าวล้ม กะจวนฟ้งทั่วชุมพู
ฝูงหมู่ ผาตั้ง ในชุมพู เดียรดาษปางนี้
หากแม่น ภูเขากาด ปางนั้นแป่เพ
อันว่า นิทานเค้า ทางภูเขากาด เจ้าเฮย
ห... แม่น[๖๘] ทางคันคากเจ้า ปางนั้นแต่ประถม
อันว่า บุพเพพื้น หนังสือคันคาก จิ่งแล้ว
อันนี้ นักปราชญ์เจ้า ปางนั้นแต่ประถม
อันนี้ ประถมเถ้า ในธรรมล้ำสุด จิ่งแล้ว
มีใน ห้าสิบชาติพุ้น องค์เจ้าเทศนา แท้แล้ว
บัดนี้ เฮาจัก ชักอตีตะให้ เทียมโลกลื...........ฮย[๖๙]
ใผผู้ มีปัญญา จื่อจำเอาไว้
อันว่า ราชาไท้ พระยาหลวงเอกฮาช ปางนั้น
หากแม่น พระยา ศรีสุทโธเจ้า ....................................
......... .................. ....................................[๗๐]
หากแม่น นางศรี มหามายา แม่พระองค์จิ่งแท้
อันว่า เทว......... ....................................
  ..................[๗๑] อุดรกุรุทีป ปางนั้น
หากแม่น นางแว่นฟ้า สุนธราแท้แล้ว
อันว่า ราชาเจ้า พระยาหลวงคันคาก ปางนั้น
หากแม่น พระโคตะมะเจ้า ....................................[๗๒] เจ้าเฮย
อันว่า เสนาพร้อม โยธาแสนโกฏิ ปางนั้น
หากแม่น บริษัททังสี่ เ...................................[๗๓] เจ้าเฮย
บัดนี้ นัตถิเสี้ยง ชุยชะโกสุดยอด เสียแล้ว อีสาวเฮย

..................[๗๔] ยามกองแลงแลเจ้าเฮย เดือน ๘ แฮม ๑๒ ค่ำ วัน ๓ ปี.........[๗๕] กัณหาเป็นผู้เขียน ขอให้ได้อานิสงส์มาก ๆ ก็ข้าเทิ้น..........[๗๖]



[๑] ที่ถูกควรเป็น“ทรง”

[๒] อ่านว่า “เป็นทอนท้าว”

[๓] คำว่า “นาง” ที่ถูกควรเป็น “บา”

[๔] ที่ถูกควรเป็น “บา”

[๕] อ่านว่า”สะเมน”

[๖] ที่ถูกควรเป็น “ทัดทรง”

[๗] คำว่า “โช” นี้ที่ถูกควรเป็น “โชค”

[๘] คำว่า “ปุตโต” หมายถึง “ลูกชาย”

[๙] คำว่า “คัพภ์” หมายถึง “ครรภ์”

[๑๐] อ่านว่า “นามมะหน่อ”

[๑๑] คำว่า “เมโฆ” นี้ แปลว่า “เมฆ”

[๑๒] ต้นฉบับเขียนว่า “ไหงร”

[๑๓] คำว่า “มาดา” นี้แปลว่า “แม่” มาจากคำว่า “มาตา” ในภาษาบาลี

[๑๔] เข้าใจว่าผู้จารคงจารตก

[๑๕] ที่ถูกควรเป็น “เมื่อจัก”

[๑๖] ที่ถูกควรเป็น “หูฮากาลโยค”

[๑๗] ที่ถูกควรเป็น “ผญา”

[๑๘] คำว่า “หงัด” นี้ย่อมาจากคำว่า “สงัด”

[๑๙] “สัพพะ” แปลว่า “ทั้งหมด, ทั้งสิ้น, ทุกสิ่ง, ทุกอย่าง”

[๒๐] ต้นฉบับเขียนว่า “อุดอนกุะลุะทีป”

[๒๑] น่าจะเป็น “ยินดีได้”

[๒๒] น่าจะเป็น “สูรย์แจ้ง”

[๒๓] ที่ถูกควรเป็น “หนํ่า ๆ ต้าน”

[๒๔] น่าจะเป็น “สงวน”

[๒๕] ที่ถูกควรเป็น “อุดรกุรุทีป”

[๒๖] ที่ถูกควรเป็น “กลองเสพนันเนือง”

[๒๗] ที่ถูกควรเป็น “สองให้ยืนยาว”

[๒๘] ที่ถูกควรเป็น “ค้อมเมื่อ”

[๒๙] ที่ถูกควรเป็น “คาบมาถวายเจ้า”

[๓๐] ที่ถูกควรเป็น “มาแล้วน้อมถวาย”

[๓๑] ต้นฉบับว่า “บุะออก”

[๓๒] ที่ถูกควรเป็น “กงจักรแก้ว”

[๓๓] ที่ถูกควรเป็น “แฝงเจ้าปำรือ”

[๓๔] ที่ถูกควรเป็น “พระยอดเมืองเป็นเจ้า”

[๓๕] ที่ถูกควรเป็น “พระธรรมแลพระสงฆ์”

[๓๖] ที่ถูกควรเป็น “พยับแดดได้”

[๓๗] ที่ถูกควรเป็น “วุฏฐิ” (ฝน)

[๓๘] ที่ถูกควรเป็น “ดอยสัตตะ”

[๓๙] ที่ถูกควรเป็น “เลยหอบอุ้ม”

[๔๐] ที่ถูกควรเป็น “ฮ่วน ๆ ฟ้า”

[๔๑] ที่ถูกควรเป็น “วัสสา” (ฝน)

[๔๒] ที่ถูกควรเป็น “พระยาหลวงคันคาก”

[๔๓] ที่ถูกควรเป็น “มื้อสืบมื้อ”

[๔๔] ที่ถูกควรเป็น “เถิงกีบฝ้า”

[๔๕] ที่.....ไว้เพราะใบลานถูกหนูกัดขาด ควรเติมดังนี้ “ทังม้าเนกนอง แต่นั้น แถนจิ่ง เอ่ยปากต้าน ถามดูหาเหตุ”

[๔๖] ข้อความตรงนี้เข้าใจว่าผู้จารคงจารตก ควรเพิ่ม ดังนี้ “สูนี้ ลุกประเทศด้าว ไหนแท้บอกมา ตูนี่ ลุกประเทศด้าว ชั้นชื่อชุมพู พุ้นแล้ว”

[๔๗] ที่ถูกควรเป็น “ปากกล่าวต้าน”

[๔๘] ใบลานขาดหาย ควรเติม ดังนี้ “พระยาแถนหลวง ปุนน้ำฟ้า”

[๔๙] ที่ถูกควรเป็น “เมืองล้านทีปคน”

[๕๐] ที่ถูกควรเป็น “ฟาดหมอนฟุนฮ้าย”

[๕๑] ที่ถูกควรเป็น “ลงโผดชุมเขา”

[๕๒] ที่ถูกควรเป็น “ออกปักตูวังกว้าง”

[๕๓] ที่ถูกควรเป็น “ซะเพิกช้าง ขาวเผือกฉัททันต์”

[๕๔] ที่ถูกควรเป็น “หลายส่ำช้าง สารต้นเฮื่องา”

[๕๕] ที่ถูกควรเป็น “อ้าปากฮ้อง”

[๕๖] ที่ถูกควรเป็น “ลามไปไหม้”

[๕๗] ที่ถูกควรเป็น “ราชาไท้”

[๕๘] ที่ถูกควรเป็น “ผันผ่ายังหิน”

[๕๙] ที่ถูกควรเป็น “สองเสมอโสพาบ”

[๖๐] ที่ถูกควรเป็น “เหตุว่า”

[๖๑] ที่ถูกควรเป็น “ดีกะดัดแท้”

[๖๒] ที่ถูกควรเป็น “ไตรยะจักรเจ้า”

[๖๓] ที่ถูกควรเป็น “ออกจากท้อง” คำว่า “ท้อง”และ “ห้อง” นี้ในภาษาบาลีใช้คำเดียวกันคือคำว่า “คพฺภ”

[๖๔] ที่ถูกควรเป็น “ภูมีเจ้า”

[๖๕] ที่ถูกควรเป็น “สามวาแขน”

[๖๖] ที่ถูกควรเป็น “หาบเอามาแล้วแด่”

[๖๗] ใบลานขาดหาย ควรเป็น “ทรงแผ่นชุมพู”

[๖๘] ใบลานขาดหาย ควรเป็น “หากแม่น”

[๖๙] ควรเพิ่มเป็น “ลือชา เจ้าเฮย”

[๗๐] ใบลานขาดหาย

[๗๑] ใบลานขาดหาย

[๗๒] ควรเพิ่มเป็น “ปางนี้สืบมา”

[๗๓] ควรเพิ่มเป็น “เป็นเหล่าบริวาร”

[๗๔] ควรเพิ่มเป็น “ริจนาแล้ว”

[๗๕] ใบลานขาดหาย

[๗๖] ควรเพิ่มเป็น “นิพฺพานปจฺจโย โหตุ”

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ