Error message

Warning: ini_set(): A session is active. You cannot change the session module's ini settings at this time in drupal_environment_initialize() (line 697 of /home/www/virtual/vajirayana.org/htdocs/includes/bootstrap.inc).

ประวัติสังเขปของคนชาติย้าว

ว่าด้วยลักษณะรูปร่าง

ย้าวเป็นคนชาวดอยชาติหนึ่ง คล้ายไปข้างจีนและฮ่อซึ่งสอบสวนได้ความว่า แต่เดิมๆอยู่ในประเทศฮ่อและยูนาน กวางซี แต่จะเข้ามาอยู่ประเทศสยามนี้นานเท่าใดแล้วนั้น ไม่ปรากฏ

ย้าวที่เป็นชาย ร่างกายสันทัด ใบหน้าและส่วนต่างๆของร่างกายคล้ายกับจีนหรือฮ่อ ควั่นผมไว้เปียอย่างจีนเมื่อครั้งก่อน แต่ไม่ถักเปีย ฟันขาว ไม่กินหมากนัยน์ตาดำผิวเนื้อขาวเหลือง ชอบสูบยาฝิ่น นุ่งกางเกงสวมเสื้ออย่างจีน

ผู้หญิงรูปร่างสันทัด ผิวเนื้อขาวเหลือง นัยน์ตาดำ ใบหน้าอย่างผู้หญิงจีนและฮ่อ ฟันขาว เจาะหู ไว้ผมยาว เกล้าผม ชอบใช้ขี้ผึ้งและยางไม้ที่เหนียวติดผมจนแน่นแข็ง มีผ้าพันหัวเสมอ สวมเสื้อนุ่งกางเกงอย่างผู้หญิงจีน แต่เสื้อนั้นยาวถึงน่อง

ทำเลที่อยู่และลัทธิขนบธรรมเนียม

คนชาตินี้ชอบอยู่บนภูเขาที่สูงและเย็น ถือลัทธิการไหว้เจ้าและไหว้ผี, บิดามารดามีขนบธรรมเนียมอย่างจีน มีการกินวอ (ไหว้เจ้าปีใหม่) พร้อมกันกับตรุษจีน การนับวันเดือนปีก็เช่นเดียวกับจีน

การกินวอหรือวันตรุษของเขานั้น มีพิธีทำคล้ายกับจีน คือมีการฆ่าไก่และสุกรทำของไหว้เส้นผีและยิงปืนและมีการชุมนุมเลี้ยงกัน แล้วมีการเล่นเต้นรำอย่างเอิกเกริกทั้งหญิงและชาย ซึ่งเขาถือกันว่าเป็นวันสำคัญตามประเพณีของเขา

การเกิดบุตรก็มีมดหมอชาวของเขามาทำการคลอดบุตร คล้ายคลึงกับคนเมืองนี้เหมือนกัน เมื่อคลอดแล้วมารดาก็พันท้องไว้นั่งเอนหลังอยู่เฉยๆราว ๑๕ วัน รับประทานน้ำร้อนกับยาป่าของเขา การปฏิบัติเด็กก็ให้นมมารดากินเช่นเดียวกัน

การแต่งงาน มีธรรมเนียมไม่ต่างอะไรกับจีน คือฝ่ายชายนำเงินไปซื้อผู้หญิงจากบิดามารดาเป็นภรรยา (เงินที่เรียกว่าซื้อนั้นเห็นจะเป็นค่าน้ำนมเข้าปั้นของบิดามารดา) ไม่มีการพูดจา (อู้สาว) อย่างคนเมือง ถ้าชอบใจกับคนใดก็ไปพูดขอซื้อกัน เมื่อตกลงกันแล้วก็มีการทำพิธีแต่งงานนำเงินไปมอบหมายและไหว้บิดามารดาทั้งสองฝ่ายและเลี้ยงดูกันทั้งสองฝ่ายอย่างเอิกเกริกคล้ายกับจีน เมื่อแต่งงานเสร็จแล้วหญิงต้องเป็นกรรมสิทธิ์ฝ่ายชายอย่างเด็ดขาดและต้องมาอยู่กับฝ่ายชาย ถ้าผัวตายหญิงจักต้องอยู่เลี้ยงลูกกับบิดามารดาฝ่ายผัวต่อไปอีก ต่อเมื่อบิดามารดานั้นตายแล้วจะต้องการมีผัวอีกก็ได้ แต่ต้องไปอยู่กับผัวโดยลำพังจะเอาลูกไปด้วยไม่ได้

ครอบครัวใดมีบุตร์ชายมากถือว่าเป็นมงคลคือความสุขความเจริญแก่บิดามารดา เพราะเมื่อบุตร์ชายเติบโตมีภรรยาช่วยทำการเลี้ยงบิดามารดาฝ่ายผัว

ถ้าเจ็บป่วย มีการฆ่าหมูฆ่าไก่ เลี้ยงผีบ้าน ผีป่า ผีบิดามารดาแล้วเอาด้ายผูกข้อมือ (เรียกว่าทำขวัญ) การใช้หยูกยาบำบัดโรคภัยไม่มี (สมัยนี้มีบางคนที่เคยลงมาในเมืองและรู้ภาษาพื้นเมืองรู้จักใช้ยาควินนินซึ่งเขาเรียกว่ายาขาวๆ บ้าง)

การตาย มีการเลี้ยงอย่างเอิกเกริก ฆ่าสัตว์ เช่นโค หมู ไก่ของผู้ตายได้เลี้ยงไว้แต่ก่อนนั้น ทำอาหารเลี้ยงกันแล้วยิงปืน ถือว่าเป็นการอุทิศส่วนผลทรัพย์นั้นไปให้แก่ผู้ตาย ถ้าผู้ตายมีทรัพย์และสัตว์ที่เลี้ยงไว้มาก ก็เอาศพไว้หลายวันจึงนำศพไปฝัง แล้วขนเอาก้อนหินมากองทำรั้วล้อม

การเคารพหมอบคลานไม่รู้จักใช้ เครื่องนุ่งห่มใช้สรอยไม่ใคร่บำรุงให้สอาด แม้แต่กางเกงของผู้หญิงก็เอาขึ้นตากบนหลังคาและตากที่ราวในห้องเรือนตรงประตูซึ่งจำเป็นต้องลอดเข้าออกก็ไม่ถือว่าเป็นการน่าอุจาดและเสื่อมทรามอย่างใด

ที่อยู่ทั่วไป

คนชาตินี้สร้างเคหสถานอยู่เป็นหมู่บ้าน ๆ หนึ่งไม่น้อยกว่า ๑๐ หลังคาเรือน อยู่บนภูเขาซึ่งมีอากาศเย็นและมีพื้นที่กว้างขวางพอแก่การเลี้ยงสัตว์ ทั้งเลือกเอาทำเลที่มีน้ำซึ่งจะนำมาใช้สะดวกด้วย ตามบริเวณซึ่งเป็นที่อยู่นั้นถางจนโล่งเตียน คงมีแต่พิ้นดินและก้อนหินเท่านั้น

ที่อยู่โดยฉะเพาะ

การปลูกเคหสถานที่เป็นอยู่โดยฉะเพาะของคนจำพวกนี้อาศัยพื้นดินซึ่งแผ้วถางนั้น ขุดปราบพื้นที่ให้เรียบและแน่นดีแล้วปลูกโรงขึ้นเป็นหลังๆ หลังหนึ่งกว้างยาวตามจำนวนของคนในครัวเรือนนั้นจะมากหรือน้อย โรงที่ทำขึ้นนั้นนับว่าแน่นหนาแต่ไม่ถาวร คือใช้พื้นดินเสาใช้ไม้ไผ่ตงหรือไม้กระยาเลย ฝาใช้ไม้ไผ่สับเป็นฟากแล้วกรุตั้งลำขนาบจนแน่น หลังคาใช้ไม่ไผ่ผ่าซีกยาวตามส่วนที่ต้องการเลาะข้อภายในออกหมดแล้ว เอาขึ้นมุงคือหงาย ๒ ซีกคว่ำ ๑ ซีกสลับกันดังนี้ ซีกที่คว่ำนั้นคว่ำครอบตรงรางระวางไม้ไผ่ ๒ ซีกที่หงายเพื่อรับน้ำจากซีกที่คว่ำได้สะดวก แล้วใช้ไม้ไผ่ขนาบให้แน่น ที่ตีนชายใช้ไม้ไผ่ผ่าซีกอีกอันหนึ่งเลาะข้อภายในออกหมด ยาวเท่ากับส่วนของโรงประกบตีนท้องเข้าหาตีนชาย เพื่อป้องกันมิให้ไม่ไผ่ที่มุงนั้นไหลตกลง ไม้อันที่ประกบตีนชายนี้ต้องใช้ขอไม้ไผ่ทำเป็นขอเกาะยึดไว้ ตรงที่น้ำตกตีนชายคาขุดเป็นลำรางให้น้ำไหลลงสู่พื้นที่ต่ำ ที่ตีนฝาภายนอกใช้หินก่อเรียงทับตีนฝาจนแน่น ภายในโรงที่อยู่นั้นเอาไม้ก่ายบนขื่อทำเป็นร้านสำหรับเก็บสิ่งของเครื่องใช้มีไม้ก่ายขึ้นลงแทนบันได ที่ริมฝาตรงประตูเข้าไปยกเป็นร้านๆ ร้านหนึ่งหรือสองร้าน สูงประมาณ ๒ ศอก กว้างประมาณ ๑ ศอก ยาวประมาณ ๒ หรือ ๓ ศอก ด้านหลังติดกับฝาโรง ผินหน้าออกมาตรงประตู ร้านนี้คือศาลเจ้า มีเครื่องประดับและเครื่องเส้นเครื่องบูชาเช่นเดียวกับจีน ที่พื้นดินตรงศาลเจ้าออกมา มีเตาไฟใช้ฟืนดุ้นโตๆ สุมอยู่ตลอดทั้งปี สำหรับผิงและต้มน้ำร้อน รอบกองไฟมีขอนไม้สั้นๆ วางไว้สำหรับนั่งผิงไฟ ที่กองไฟนี้เองเป็นที่รับแขก เมื่อมีแขกเข้าไปถึงก็เข้านั่งล้อมกองไฟ (เพราะภายนอกโรงมีลมและอากาศหนาว) กินน้ำร้อนและคุยกัน สุนัขที่เขาเลี้ยงก็อยู่ตามกองไฟนี้ด้วย

ถัดจากกองไฟเข้าไปทางส่วนใดส่วนหนึ่ง กั้นเป็นห้องนอน ในห้องนอนนี้ยกร้านใช้ฟากปูพื้นสูงประมาณ ๒ ศอกยาวประมาณ ๔ ศอก กว้างประมาณ ๓ ศอก นอนได้ ๒ คนอย่างเบียดเสียด พื้นที่ๆนอนใช้เสื่ออย่างเลวหรือหนังสัตว์ปู ถ้าคนจนก็ไม่มีอะไรปูเลย ใช้ท่อนไม้หรือห่อผ้าหนุนหัวไม่มีมุ้ง บนหัวนอนมีกระทอสำหรับเก็บเสื้อผ้าวางไว้ (ดูสกปรกมาก) ในโรงๆหนึ่งกั้น ๒ ห้องบ้าง ๓ ห้องบ้างแล้วแต่ความต้องการ ที่พื้นดินตรงหน้าห้องนอนออกไปมีเตาไฟสำหรับใช้หุงต้มอาหารและต้มเข้าเลี้ยงหมู ที่ริมเตาไฟนี้มีม้ายาวตั้งสำหรับนั่งกินเข้าอย่างจีน ส่วนที่เหลืออยู่ภายในโรงอีกตอน ๑ นั้นกั้นเป็นห้องสำหรับเก็บเข้าเปลือก, เข้าโภชน์ และฝังครกวางกระเดื่องสำหรับใช้ตำเข้า

ที่พื้นดินทางหน้าโรงแบ่งไว้ทำเป็นชานหรือพะไลกว้างประมาณ ๔ ศอกเป็นที่ว่างสำหรับเดิรเล่น แต่อยู่ในร่วมชายคาเดียวกับโรง

นอกจากนี้ยังมีโรงม้า คอกหมู เล้าไก่ ปลูกเรียงอยู่ตามบริเวณที่ใกล้นั้น ล้วนแล้วไปด้วยเครื่องไม้ไผ่เช่นเดียวกัน) เมื่อก่อนที่จะขึ้นไปถึงแลเห็นหมู่บ้านแต่ไกลๆ ดูงามตาดีอยู่ แต่เมื่อขึ้นไปถึงแล้วรู้สึกว่าตามบริเวณหมู่บ้านเหล่านั้นปฏิกูลยิ่งนัก กลิ่นเหม็นเนื่องจากมูลสัตว์จนไม่อยากจะกลืนอาหารได้ลงคอ

การนุ่งห่ม

คนชาติย้าวที่เป็นชายนุ่งกางเกงสวมเสื้อดำแบบอย่างจีน สวมหมวกซึ่งเย็บด้วยผ้าอย่างเดียวกับของแม้ว

ผู้หญิงย้าวนุ่งกางเกงสวมเสื้อแบบผู้หญิงจีน ชอบใช้สีดำหรือเขียวคราม แต่กางเกงมักเป็นดอกด้วยฝ้ายสีต่างๆ มีผ้าพันหัว เจาะหูใส่ห่วงเงิน ที่คอใส่ห่วงเงินหรือลูกปัดอย่างผู้หญิงแม้ว

อาหารบริโภค

อาหารคือเข้า, เข้าโภชน์, เข้าฝ้าง, มัน, เผือก, ผักต่างๆ เนื้อสัตว์, เกลือ, กล้วย, อ้อย.

การบริโภคอาหารประกอบการหุงต้มอย่างจีน กับเข้าไม่ชอบเผ็ด กินตะเกียบอย่างจีน

อาหารของป่าเนื้อป่า

หัวมันและผักต่างๆ เช่นหน่อไม้, หยวกกล้วย, ซึ่งเกิดในป่า เนื้อสัตว์เช่นหมู, วัวป่า, ใช้เป็นอาหารไม่เลือก สุดแต่จะมีหรือหาได้ตามปกติใช่น่าไม้ (ธนู) เป็นอาวุธ (ปืนก็มีแต่ซุกซ่อนไว้)

การคมนาคมไปมา

มีทางเดิรบนภูเขาไปมาหากันระวางคนชาวดอยด้วยกัน เช่นแม้ว, มูเซอร์, และทางเดิรลงมาในพื้นที่ราบทำการติดต่อกับคนพื้นเมืองแต่เป็นทางคนและสัตว์ ทางที่เดิรขึ้นลงค่อนข้างยาก

คนจำพวกนี้ใช้ม้า, ฬา, ต่าง, เป็นพาหนะหรือใช้กำลังตนเอง เปอะ (คือสายสะพายสองบ่าเอาของไว้ข้างหลัง) การเดิรทางขึ้นลงภูเขาแข็งแรงว่องไวกว่าคนในพื้นที่ราบไม่หวาดเสียวต่อภัยแห่งสัตว์ป่า

ผู้หญิงมีลูก เอาลูกสะพายไว้ข้างหลัง แม้จะทำการหรือเดิรทางก็สะพายไว้เช่นนั้น

การกสิกรรม

การทำนาไม่มี เพราะอยู่ในพื้นที่สูง มีแต่การทำไร่และเลี้ยงสัตว์ (ลอบทำไร่ปลูกยาฝิ่นด้วย)

เมื่อถึงระดูกาล ถางพื้นที่ๆเป็นป่าทึบ ต้นไม้ไม่เลือกว่าเล็กใหญ่ถางลงหมดใช้ไฟเผาทำเป็นไร่ปลูกเข้า, เข้าโภชน์, เข้าฝ้าง, ต้นปาง, (ที่ใช้ทำผ้า) ปลูกมัน, แตง, และผักต่างๆ ไร่หนึ่งๆ กว้างยาวตั้งหลายๆเส้น เข้าโภชน์ปลูกมากกว่าอย่างอื่นเพราะใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์และกินด้วย

การที่เลี้ยงสัตว์คือไก่, หมู, ม้า, ฬา, สุนัขฮ่อ, เข้าโภชน์เป็นอาหารส่วนใหญ่

การค้าขายแลกเปลี่ยน

คนชาตินี้ทำการค้าขายติดต่อกับคนในพื้นที่ราบ เช่นของป่าที่หาได้บ้าง เผือก, มัน, หมู, สุนัข, ไก่, ผักต่างๆนำลงมาขายหรือแลกเข้ากับชาวเมืองในพื้นที่ราบเนืองๆ ส่วนคนในพื้นที่ราบก็หาสิ่งของเช่นเข้าสาร, เกลือ, ผ้า, เครื่องนุ่งห่มขึ้นไปขายและแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน เงินที่ใช้นอกจากสตางค์ของรัฐบาลแล้ว ใช้เงินรูเปียเป็นพื้น

การหัดถกรรม

มีการทำกระดาษด้วยหน่อไม้สำหรับใช้เขียนหนังสือได้ มีการทำเครื่องเงินสำหรับการแต่งตัวและใช้สรอย แต่มีส่วนน้อยคนที่เปนช่างในทางนี้ ส่วนผู้หญิงมีฝีมือในการทอผ้าเย็บปักเสื้อกางเกงสำหรับใช้ในครอบครัวของตนเอง

ธรรมเนียมการปกครองครอบครัว

ธรรมเนียมการปกครองครอบครัวนั้น ผัวมีอิสสระเหนือบุตร์ภรรยา บิดามารดามีอิสสระเหนือคนทั้งหลายในครัวเรือน ชายที่มีทรัพย์มีภรรยาได้หลายคน หญิงที่มีสามิประพฤติผิดนอกใจผัวมีชู้ มีการปรับไหมเท่ากับจำนวนเงินที่ชายได้ซื้อมา (คือเงินที่ชายได้เสียให้พ่อแม่)

ศิลปวิทยาการ ไม่มีแก่คนจำพวกนี้

ศิลปวิทยาศาสตร์ มีการใช้หนังสืออย่างจีนและฮ่อแต่มีผู้รู้น้อยคน

ลัทธิศาสนา

คนจำพวกนี้ไม่มีศาสนา แต่มีลัทธิถือผี ไหว้ผี อย่างจีนสมัยเก่า

ภาษาและคำพูด

ย้าวเป็นคนชาติหนึ่งซึ่งมีภาษาใช้คำพูดคล้ายๆฮ่อ แต่ถ้อยคำไม่เหมือนฮ่อ เช่น กินเข้า พูดว่า เหยี่ยนหาง กินน้ำว่า ฮวบอวม นอกจากภาษาของตนเองแล้วใช้ภาษาฮ่อเป็นภาษากลาง สำหรับพูดติดต่อในการต่างๆกับคนชาติแม้ว มูเซอร์ และฮ่อ.

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ