พระรถคำหวน

[๑]อินทรวิเชียร ฉันท์ ๑๑

สรวมชีพบังคมบาท พระโลกนาถจอมโมลี
ขอจงเจริญศรี ศรีสวัสดิกำจัดเข็ญ
ทั้งคุณพระธรรมเจ้า มาปกเกล้าทุกเช้าเย็น
ทั้งพระภิกขุเป็น ชิโนรสพระทศญาณ
จงรับประสานหัตถ์ ซึ่งข้าทำนมัสการ
คุณครูผู้ชำนาญ ชำนิกลอนสอนศิษย์มา
เชิญช่วยอำนวยสวัสดิ์ ให้เจนจัดในอักขรา
ใช่เชื้อเนื้อเมธา ทาสปัญญานั้นยังอ่อน
อ่านแล้วอย่าหยันเย้ย ด้วยมิเคยคิดบทกลอน
เขินขาดคลาดอักษร ช่วยแต่งเติมให้ปรีชา ๚ะ
ปางองค์พระทรงโฉม พระรถโสมนัสสา
เชยชมภิรมยา เสน่ห์น้องประคองนวล
คลึงเคล้าเฝ้าอิงแอบ ถนอมแนบกระเษมสรวล
พิศลักขณานวล สวาดิพี่มิรู้วาย
สองชมสองสมสวาดิ วรราชเมรีสาย
สมรแม่มิให้ระคาย ฤทัยท้าวเท่าใยยอง
บำรุงสวามี สตรีใดเสมอสอง
หลงเชิงละเลิงปอง นึกว่าท้าวจะเนานาน
๑๐ องค์พระมหิษี เมรีราชนงคราญ
ครั้นล่วงราตรีกาล สุดามานนิทรารมย์
๑๑ ร่วมเรียงเคียงสัมผัส สองกระษัตริย์กระเษมสม
ปวงนางถวายลม รำเพยพัดเมื่อไสยา
๑๒ ดาวเดือนก็เคลื่อนคล้อย พาชีคอยสหัสสา
กระทืบเปรื่องกระเดื่องปรา รภเพื่อจะเตือนองค์
๑๓ ปางองค์อิศรราช สถิตอาสน์อันยรรยง
ยินเสียงสำเนียงจง จิตแจ้งว่าอาชา
๑๔ เร่งรนให้ดลสถาน พระสงสารยุพาพะงา
จากเรียมจะเกรียมอา รมณ์น้องจะหมองศรี
๑๕ ยิ่งคิดยิ่งละห้อย พระเศร้าสร้อยฤทัยทวี
รอรั้งดังหนึ่งชี วิตม้วยด้วยดวงสมร
๑๖ คิดถึงองค์บังเกิดเกศ เพราะเหตุมีพี่จึ่งจร
ตื่นขึ้นแม่จักรอน รันทรวงไห้ไม่วายวัน
๑๗ พระเปลื้องสะพักทรง เปลี่ยนกับองค์เจ้าจอมขวัญ
เขนยข้างค่อยวางพลัน ให้แนบน้องประคองเคียง
๑๘ แทนองค์พระทรงสวัสดิ์ จอมกระษัตริย์จะจากเวียง
พิศพักตร์สุดาเพียง อุระท้าวจะร้าวราน
๑๙ เจ็บดุจดังศร พระสี่กรประหารผลาญ
อกโอ้อาลัยลาญ เทวษพี่นิราศา
๒๐ ยินเสียงดุเหว่าแว่ว ทั้งไก่แก้วก็ตื่นตา
ขันเร่งพระสุริยา เกือบล่วงราษราตรี
๒๑ จุมพิตทั้งนิทรา มิใคร่คลาคลาดจากศรี
อาดูรแม่อยู่จงดี สมรพี่นี้เนาสถาน
๒๒ ก่อนเถิดอย่าเกรียมกรม ครองสนมศฤงคาร
เรียมไปใจหนึ่งปาน เมรุทุ่มมาทับทรวง
๒๓ มิ่งม้าอาชาชาติ เห็นอิศรราชเธอหนักหน่วง
คอยค้อยเวลาล่วง อโณทัยที่ไขแสง
๒๔ ดูเถิดพระปิ่นปัก มาหลงรักไม่เคลือบแคลง
ขัดใจพาชีแผลง อานุภาพกระทืบโครม
๒๕ กึกก้องร้องสนั่น ยินถึงกรรณพระทรงโฉม
เตือนให้ฤทัยโทม นัสนักรื้อหักใจ
๒๖ จะหลงอยู่เช่นนี้ พระชนนีจะทำไฉน
โอ้อกนิราไกล นิราศรักจำหักหวง
๒๗ ขืนดำรงปลดห่อโอสถ อีกกำพตแลห่อดวง
เนตรแม่ป้ามะนาวม่วง ทั้งสองพวงได้โดยหมาย
๒๘ เสร็จสมอารมณ์มาด จึงจากอาสน์วิเชียรฉาย
องค์อ่อนระทวยกาย คิดถึงสายสวาดิเรียม
๒๙ รํ่าร่ำจะใคร่กลับ ให้วาบวับฤทัยเกรียม
ผู้ใดเศร้าไม่เท่าเทียม อุระพี่ที่ไห้หวน
๓๐ เสด็จดลยังโรงราช อาชาชาติก็เชิญชวน
เรืองรองแสงทองจวน อรุณรุ่ง ณ รังสี
๓๑ น้อยฤๅบาทยุคล มากังวลด้วยเทพี
ไม่คิดถึงชนนี ธิราชท้าวจะคอยหา
๓๒ ไม่เสด็จจงยับยั้ง ข้านี้หวังจะทูลลา
ไปก่อนอยู่เป็นผา สุกสวัสดิ์เสวยรมย์
๓๓ ท้าวฟังพาชีประชด พระทรงยศกระมลกรม
เจ็บจากเพราะจากสม ไม่ถือถ้อยคำพาชี
๓๔ เมียงเมิลพระนัยน์ค้อน สะท้อนถอนฤทัยทวี
สถิตหลังพาชีลี ลาศลิ่วอำพรเพียง
๓๕ ยลวังนิเวศสวาดิ นิราศร้างบำเรอเรียง
ขนิษฐ์เอยพี่เคยเคียง อุระน้องประคองขวัญ
๓๖ พระยาสินธพชาติ ก็เผ่นผงาดระเห็จหัน
เหิรหาวพ้นเขตขัณ ฑเสมาถึงป่าเนิน
๓๗ ข้ามห้วยละหานเหว ถึงปล่องเปลวสิงขรเขิน
สัตตภัณฑ์บรรพตเถิน ไศลลาดสะอาดตา ๚ะ
๓๘ ปางอิศราพงศ์ ชักม้าลงที่เชิงผา
หอมหวนลำดวนป่า ทัศนาตระลึงหลง
๓๙ แม้นแม่มาด้วยพี่ จะชวนชี้ให้ชมดง
มะลิวัลย์พันประยงค์ เห็นกาหลงพี่หลงหา
๔๐ หลงไห้ไม่วายเทวษ หอมดอกเกดแก้วจำปา
กุหลาบเทศก็กลิ่นสา หัสยั่วให้เรียมตรอม
๔๑ อบเชยเหมือนเชยศรี เปรียบพี่เชยสวาดิถนอม
อัมพาพี่พาจอม สนมนาฏประพาสสวน
๔๒ เคลิ้มไคล้นัยน์เนตร กรมเทวษฤทัยครวญ
พิศทรงอนงค์นวล ยังติดในนัยนา
๔๓ เคลิ้มแว่วเหมือนแก้วเนตร เยาวเรศแม่ตามมา
เหลือบเหลียวพระพักตร์หา ไม่ยลมิ่งอนงค์ยง
๔๔ ยิ่งหอมกลิ่นสไบบาง พระน้องนางที่เคยทรง
เปลื้องเปลี่ยนจากโฉมยง ไม่รู้องค์ยังนิทรา
๔๕ ได้ชมพลางต่างขนิษฐ์ ไม่วายคิดถวิลหา
แม่ตื่นขึ้นจะอาทวา เทวษไห้ไม่วายครวญ
๔๖ ทวีทุกข์ทุกคํ่าเช้า จะโศกเศร้าฤทัยหวน
เสียศรีสลดนวล เพราะพี่นี้นิราไกล
๔๗ เราสองเคยปองสร้าง เวราปางจะทำไฉน
นุชแม่ไม่เห็นใจ ว่าพี่นี้แกล้งหนีจร
๔๘ จะพิโรทพิไรเรียม จักกรอมเกรียมฤทัยถอน
ก่นกินแต่อาวรณ์ สมรไห้ไม่วายวัน
๔๙ ใครหนอจะช่วยปลอบ ให้ชื่นชอบกระเษมสันต์
คลายทุกข์ที่รุมรัน ขวัญเนตรพี่พี่จากมา
๕๐ ม้ามิ่งอันยิ่งยง นิ่งฟังองค์เธอโศกสา
หัสเหลือจะคณนา อัศวาก็ทูลพลัน
๕๑ ข้าแต่พระทรงโฉม ไยเฝ้าโทรมนัสศัลย์
เชิญสดับคดีอรร - ถฟังข้าอาชาทูล
๕๒ ใช่ไปจะไม่กลับ เมื่อทุกข์ดับอุราพูน
ชนนีเพียงจักสูญ ด้วยศัตรูคอยปองผลาญ
๕๓ รีบเสด็จดลชนนีนาฏ ละนิราศสำเร็จการ
สนองคุณได้คืนผ่าน พิภพสบกระเษมสม
๕๔ แล้วจึงบังคมบาท ชนกนาถมาตุรงค์
ไทท้าวก็คืนคง อนุญาตประสาทจร
๕๕ หนึ่งข้าจะพาท้าว มาคลึงเคล้าภิรมย์สมร
โลมขวัญนุชอร ดุจดังพระทัยหมาย
๕๖ ปลอบพลางทางพาชี เร่งเหาะหนีรีบผันผาย
เห็นเขาวิเชียรพราย ดูลดหลั่นเป็นชั้นเชิง
๕๗ ภูมิเขาลำเนาพฤกษ์ งามพิฦกชะวากเวิ้ง
ร่มรื่นที่พื้นเพิง ชะงำเงื้อมชะง่อนผา
๕๘ ควรที่จะผ่อนพัก ให้จอมจักรเธอค่อยคลา
คลายครวญรัญจวนหา จึงพาพระเสด็จดล
๕๙ ทูลพลางทางอาชา ก็ลงมาจากอัมพล
ประทับที่คิรีบน บรรพตให้ ธ เปรมปรีดิ์ ๚ะ
๖๐ ปางนั้นอนงค์นาฏ วรราชเมรี
ห่อนรู้สึกสมประดี ว่าภรรดานิราสมร
๖๑ เอองค์ลงหลับสนิท สถิตที่แท่นบวร
เดือนดาวดารากร ก็เลือนลับโพยมาน
๖๒ เสียงฆ้องประโคมวัง ระฆังพลอยสนั่นหวาน
ไก่แก้วยิ่งขันขาน กระพือเร้าเร่งรีบรน ๚ะ

ฉบัง กาพย์ ๑๖

๖๓ ชายาพลิกกายาฉงน แปรพระพักตร์ยล
ห่อนพบบพิตรภรรดา  
๖๔ เห็นแต่เขนยแทนราชา ทั้งพระภูษา
เปลี่ยนไว้ก็น่าอัศจรรย์  
๖๕ เอ๊ะผิดประหลาดหลากครัน ไม่ทราบเหตุอัน
ท้าวเธอเสด็จแห่งใด  
๖๖ ชะแง้หาพระผู้ไกร วาบหวามฤทัย
รันทดเทวษรุมทรวง  
๖๗ ครั้งนี้มีทุกข์ใหญ่หลวง เหมือนใครเด็ดดวง
ชีวิตให้ปลิดจากกาย  
๖๘ ควรฤๅหลงเล่ห์ลมชาย อัสสุชลพร่างพราย
ย้อยหยดรันทดระทวยทรง  
๖๙ เพราะพระยอดเสน่ห์เอองค์ จากเนื้อนวลประจง
จืดจางร้างรสไมตรี  
๗๐ พระมิได้เอื้อเฟื้ออาลัย จึ่งมาเกลียดไกล[๒]
ผู้ข้าอันรองบทมาลย์  
๗๑ ครวญพลางนางเสด็จบนาน จากแท่นสุรกาญ
จนามณีเรืองไร  
๗๒ แหวกหว่างวิสูตรสองไข จึ่งเสด็จครรไล
ถึงฉากวิเชียรชั้นกลาง  
๗๓ พระสนมก้มเกล้าเบญจางค์ แสนสาวสุรางค์
คอยตรับรับราชเสาวนีย์  
๗๔ ปางปิ่นขัตติยราชเมรี โศกเศร้าสลดศรี
มิใคร่จะเยื้อนพจนา  
๗๕ จำใจจำออกวาจา กับสนมในปรา
สาทแจ้งรหัสเหตุผล  
๗๖ บัดนี้สมเด็จภูวดล เราคิดฉงน
ไสยาสน์ปราสาทหลากหาย  
๗๗ นางใดใครรู้เงื่อนสาย อย่าอำคำขยาย
นุสนธิ์ให้สิ้นสงสัย  
๗๘ ปวงนางบริรักษ์ตกใจ รับพจนาไข
น้อมเกล้าประณตทูลสาร  
๗๙ คืนนี้ในราตรีกาล ย่ำสนธยานาน
ข้าบาทยินเสียงอาชา  
๘๐ รนร้องกึกก้องดังปรา กฏยิ่งสหัสา
เพียงโรงจะทรุดทำลาย  
๘๑ เล่ห์กลพาชีแยบคาย แกล้งส่งเสียงถวาย
เหมือนทูลให้เธอคืนสถาน  
๘๒ ป่างองค์เยาวยอดนงคราญ ครั้นได้สดับสาร
พวกนางบริรักษ์ทูลสนอง  
๘๓ เคลือบแคลงฤทัยตริตรอง พักตร์เผือดหม่นหมอง
จึ่งตรัสสุนทรอ่อนหวาน  
๘๔ ข้าแต่แม่เจ้าอย่านาน แสวงหานฤบาล
ให้พบพระยอดยศยง  
๘๕ แม้ท้าวเธอต้องประสงค์ สนมใดแล้วคง
เห็นองค์พระปิ่นโมลี  
๘๖ อย่าให้เคืองเบื้องบทศรี หนึ่งโรงพาชี
ที่เคยประพาสนิรันดร์  
๘๗ เร็วเถิดสาวใช้รายกัน หาองค์ทรงธรรม์
ธิราชผู้เรืองเดชา  
๘๘ กิตติศัพท์นั้นอย่าให้ปรา กฏแจ้งครหา
นินทาจะมาแปมปน  
๘๙ เที่ยวไปทั่วในปรางค์พิมล แม้นแจ้งยุบล
ยลแล้วจงเร่งกลับมา ๚ะ  

สุรางคนางค์ กาพย์ ๒๘

  ๙๐ ปวงนางสดับพจน์
น้อมเกล้าประณต ต่างคนคลายคลา
จุดเทียนสอดส่อง ชั้นช่องมณฑิรา
ทุกห้องสนมหา แห่งใดห่อนเห็น
  ๙๑ บพบพงศ์กระษัตริย์
เที่ยวทั่วจังหวัด นิเวศวังเวณ
ค้นคว้าหาจบ จนโรงคเชนทร์
โรงรถราชเยนทร์ ทบทวนป่วนหา
  ๙๒ ม้ามิ่งยิ่งยง
พาหนะพระองค์ ผู้ทรงอิศรา
หายสูญไม่เห็น หนแห่งใดนา
ฤๅหนึ่งอัศวา พาท้าวแรมสูญ ๚ะ

ฉบัง กาพย์ ๐๖

๙๓ นางผู้รับสั่งอาดูร ความทุกข์เพียบพูน
สุดรู้สุดฤทธิ์จิตจน  
๙๔ ความยากครั้งนี้ถึงตน คงจะเอาพนสณฑ์
เป็นที่คฤหาอาศัย  
๙๕ ปรึกษาเสร็จพร้อมยอมใจ พอแสงอโณทัย
สว่างพ่างพี้นอัมพร  
๙๖ ปวงนางต่างกลับยังสมร น้อมเกล้าถวายกร
บ้างข้อนอุรารำพัน  
๙๗ แม่มิ่งมงกุฎสาวสรร แต่นี้นิรัน
รันดรจะข้อนทรวงโทรม  
๙๘ เพราะพระปิ่นภพร้างโฉม ตั้งแต่เศร้าโทรม
นัสจะเนืองนองชล  
๙๙ ข้าบาทตามเจ้าจอมสกล พระรถนฤมล
ทราบว่าอาชาพาจร  
๑๐๐ จากพระนิเวศรังสมร พ้นเขตพระนคร
สุดสิ้นความคิดติดตาม ๚ะ  

อินทรวิเชียร ฉันท์ ๑๑

๑๐๑ ปางปิ่นสนมนาฏมหิษี เมรีราชนงราม
ฤทัยให้วาบหวาม เสียวซ่านละลานดวงแด ๚ะ

ฉบัง กาพย์ ๑๒

๑๐๒ ควรพระปิ่นปักห่างแห พาชีกอแก
แค่นแคะทูลเสนอให้เธอหนี  
๑๐๓ แต่ก่อนย่อมทรงพระปรานี แก่ข้าเมรี
ที่เป็นบริจาพระภูธร  
๑๐๔ ควรฤๅปลูกรักรักรอน รักเรรวนจร
เจ็บรักเจ็บจากยากเย็น  
๑๐๕ เจ็บน้องนองน้ำตากระเด็น พระไม่เล็งเห็น
สำหรับจะรับอัประมาณ  
๑๐๖ น้องท้าวแปรพักตร์ประปราน เหลือบเหลียวนิ่งนาน
ไม่ยลดวงเนตรห่อยา  
๑๐๗ อีกไม้กำพดฤทธิปรา กฏยิ่งคณนา
เป็นของวิเศษปราบณรงค์  
๑๐๘ ที่เธอต้องพระประสงค์ ได้โดยจำนง
จำนองต้องการจึ่งมา  
๑๐๙ เสร็จดังมโนรถปรารถนา อกโอ้อนิจจา
พระจึ่งนิราแรมเมือง  
๑๑๐ อัสสุชลล้นไหลนองเนือง ได้ความแค้นเคือง
อุระปิ้มป้ำทำลาย  
๑๑๑ ชะกลซ้อนกลกลชาย หวานนักพลันหาย
หน่ายรักแหนงรสไมตรี  
๑๑๒ ได้คิดผิดแล้วเสียที เสียเชิงภูมี
เสียชั้นเสียชื่อฦๅชา  
๑๑๓ ทะนงจิตคิดว่าภรรดา เหมือนหนึ่งมหา
มกุฎกรอบเกล้าเมรี  
๑๑๔ สู้บำรุงเบื้องบทศรี ขออะไรห่อนมี
ให้ท้าวพิโรธเคืองคำ  
๑๑๕ ทั้งนี้ชะรอยเวรกรรม หนหลังได้กระทำ
แค้นอายไม่วายทวีครวญ  
๑๑๖ อิดโรยโดยทรงกำสรวล กำสรดสลดนวล
วรพักตร์เผือดผิวมังสา  
๑๑๗ ชาเยศเทวษโอ้อาทวา ไม่เสวยพระกระยา
หารเลยเลยละสระสรง  
๑๑๘ สุคันธรสเคยทรง ห่อนเจตนาจง
จิตมุ่งพระยอดเสน่ห์นาง  
๑๑๙ เพราะเจ้าจอมกระษัตริย์เลิศปาง ทิ้งให้น้องหมาง
นิราศร้างแรมชนม์  
๑๒๐ ครวญพลางวรนาฏนิฤมล ทุ่มทิ้งกายสกนธ์
ที่บนแท่นแก้วจำรูญ  
๑๒๑ อัสสาวสาสสิ้นสูญ พระชนมายูร
ซวนซบสลบแดยัน  
๑๒๒ นางสนิทเสนอสนองจอมขวัญ ตกใจช่วยกัน
เข้ากลุ้มรุมรอบวรกาย  
๑๒๓ อยู่งานเท่าไรห่อนคลาย ปวงนางทั้งหลาย
ระทดระทวยงวยงง  
๑๒๔ พระยอดอดิเรกเอกองค์ ควรแลฤๅมาปลง
ชีวันไม่ทันพริบตา  
๑๒๕ แม่มิ่งเมืองมารมรณา เพราะพระภรรดา
นิราศร้างห่างโฉม  
๑๒๖ ด้วยความรสรักหักโทม นัสแน่ระโบม
พระทรวงระลวงระลุงลาญ  
๑๒๗ สุดสิ้นชีวังสังขาร ข้าเบื้องบทมาลย์
บทเรศประเวศสวรรคา  
๑๒๘ ละนางบริรักษ์ซ้ายขวา โภไคศวรรยา
มิได้อาลัยไอศูรย์  
๑๒๙ สมบัติวัตถารังกูร นพรัตน์มองมูล
น้องท้าวมิได้อินัง  
๑๓๐ ทิ้งข้าบาทไว้ ณ ภายหลัง แม่จอมนิเวศวัง
อัคเรศสิ้นชีพวางวาย  
๑๓๑ พระสนมทุกกรมฟูมฟาย ชลนานองสาย
ไม่เว้นทุกหน้านารี  
๑๓๒ ร่ำรักองค์พระมหิษี หมายพึ่งธุลี
แต่นี้แลลับนับวัน  
๑๓๓ เสื่อมสูญความสุขเกษมสรรพ์ ระทมทุกขนิรัน
รันดรห่อนเห็นวิมลมาลย์  
๑๓๔ บ้างเชิญพระสุคนธ์บนพาน คันธรสหอมหวาน
มาสรงพระพักตร์เทพินทร์  
๑๓๕ ชุ่มชื่นรื่นรสรวยริน องค์พระยุพิน
ค่อยได้สติคืนคง  
๑๓๖ หิวกระหายคลายทรวงง่วงงง ผินพักตราทรง
ดำรงยุรยาตรจรจรัล  
๑๓๗ เสด็จออกพระแกลหน้าบัญ ชรเยี่ยมพักตร์ผัน
ชำเลืองเนตรทอดทัศนา  
๑๓๘ ปวงข้าราชการเสวกา มิได้ขาดหน้า
พรั่งพร้อมน้อมเกล้าชุลี  
๑๓๙ ปางองค์มงกุฎกระษัตรีย์ ปิ่นพิภพอสุรี
เมรีเลิศลักขณานาง  
๑๔๐ สลดศรีฉวีเศร้าหมองหมาง ดำรัสตรัสพลาง
ถามพระโหราพยากรณ์  
๑๔๑ ท่านจงดูให้แน่นอน จะตามอดิศร
โชคไชยจักได้วันใด  
๑๔๒ พระโหรรับเสาวนีย์ไข คูณหารบัดใจ
สอดใส่ไส้พระชันษา  
๑๔๓ ราหูมาเกาะลัคนา แม้นจะกรีธา
นิกรจะได้ร้อนรน  
๑๔๔ รู้เสร็จทูลนาฏนิฤมล อย่าจากจรดล
นิเวศเวียงวังสถาน  
๑๔๕ พระแม่จะถึงแก่กาล ชีพจักแหลกลาญ
มิได้กลับเมืองเคืองเข็ญ  
๑๔๖ จะมีแต่ความยากเย็น ฟังข้าผู้เป็น
รองบาทใต้เบื้องธุลี  
๑๔๗ แต่เติมได้ทูลบทศรี องค์พระเทพี
มิเชื่อนี่เนื้อเวรหลัง  
๑๔๘ น้องท้าวครั้นได้สดับฟัง ฤทัยหมายหวัง
มานะสตรีทวีอาย  
๑๔๙ อยู่ไยในเมืองเคืองระคาย เชิดชื่อฦๅขจาย
กระจุยกระจรห่อนควร  
๑๕๐ ครหานินทาแย้มสรวล ด้วยเราใจด่วน
จะยลหน้าใครเต็มตา  
๑๕๑ สู้ตายวายชีพดีกว่า จักครองชีวา
ไว้ใยให้คนดูแคลน  
๑๕๒ ซ่อนโศกในพักตร์เหลือแสน วายชนม์พ้นแดน
อย่าให้ใครหยามความสูญ  
๑๕๓ ระทมทุกข์ทุกข์ยิ่งเพียบพูน พธูท้าวอาดูร
ปานปูนทำลายวายสกนธ์  
๑๕๔ เสาวนีย์ให้จัดพหล สิทธิกรรม์นายพล
หน้าพยุหบาตรยาตรา  
๑๕๕ ตามองค์พระรถยศปรา กฏเกียรติกรีธา
ให้ทันที่ท้าวจรลี  
๑๕๖ อันว่าม้ามิ่งตัวดี ให้พวกอสุรี
กินเล่นเป็นภักษาหาร  
๑๕๗ ท่านจงรีบเร่งอย่านาน เชิญพระภูบาล
พิภพมิ่งมไหศวรรย์  
๑๕๘ มาครอบครองเกล้ากุมภัณฑ์ อย่าให้ทรงธรรม์
ขุ่นเคืองเบื้องบาทยุคล  
๑๕๙ สิทธิกรรม์รับสั่งจรดล ออกมาจัดพหล
ในหน้าพระลานทันที  
๑๖๐ จึ่งพิฆาตกลองไชยเภรี อสูรยักษี
ได้ยินก็รีบเร็วมา  
๑๖๑ ต่างตนต่างแผลงฤทธา กึกก้องพสุธา
สุริยามืดคลุ้มชอุ่มแสง  
๑๖๒ ขมุกขมัวทั่วภพขนแสยง กลัวฤทธิกำแหง
อานุภาพเคยปราบณรงค์รณ  
๑๖๓ ใจเหี้ยมจิตหาญทานประจญ บ้างเหาะเหิรบน
อากาศกัมปนาทฤทธิปรา  
๑๖๔ บ้างเดินพ่างพื้นพสุธา เขี้ยวโง้งปากอ้า
ลูกตาดังดวงสุริย์ศรี  
๑๖๕ สิบสมุทรแต่หมู่โยธี เพียบพื้นธรณี
อยู่ที่พระลานพร้อมกัน  
๑๖๖ นายพลจัดพวกพลขันธ์ ถือธงสำคัญ
นำหน้าดำเนินเดินดง  
๑๖๗ ซ้ายขวาหน้าหลังล้อมวง เตรียมราชรถทรง
เทียมด้วยเลียงผาผันผยอง  
๑๖๘ ชันหูชูหางเรืองรอง ย่างย่ำลำพอง
ประทับกับเกยรัตนา  
๑๖๙ รับเสด็จอัคเรศชายา สิทธิกรรม์เสวกา
ก็ทูลฉลองโดยควร  
๑๗๐ จัตุรงคเสร็จแล้วในกระบวน จะควรมิควร
จงทราบละอองบทมาลย์ ๚ะ  

อินทรวิเชียร ฉันท์ ๑๑

๑๗๑ ปางพระมหิษี เมรีปิ่นยุพาพาล
ยินพจน์นุสนธิ์สาร สิทธิกรรม์มากราบทูล
๑๗๒ ว่าพร้อมพยุหบาตร พระเยาวราชยิ่งอาดูร
จะตามนเรนทร์สูร ธิเบศท้าวสถิตไหน
๑๗๓ ไม่ทันจะทรงภู ษาเป็นครู่ตะลึงไป
ฉงนฉงายใน ฤทัยเคร่าเมื่อคราวครวญ
๑๗๔ พระสนมสนิทสนอง ก็พลอยหมองกระมลหวน
เวรใดไฉนนวล นิราศร้างมณเฑียรสถาน
๑๗๕ ยลวังนิเวศเวียง อุระเพียงจะร้าวราน
เคยอยู่สำราญบาน พิภพอื่นไม่เทียมทัน
๑๗๖ ทุกข์ตรมระทมทรวง เพราะเป็นห่วงมไหศวรรย์
เสียดายทั้งเขตขัณ ฑเสมาสง่างาม
๑๗๗ เสื่อมอิสรีย์ยศ จะยกทศโยธาตาม
เชิญองค์อนงค์ราม จงหยุดยั้งรั้งรอกร
๑๗๘ รักนวลสงวนศักดิ์ พระเยาวลักษณ์เจ้าจอมสมร
ไม่ควรจะด่วนจร อย่ารีบร้อนจะร้อนรน
๑๗๙ เชิญสถิตในสมบัติ เจริญสวัสดิ์พิมานมณ
เฑียรที่เจริญชนม์ จะไปไยให้ยากกาย
๑๘๐ นางสดับสนมปลอบ ไม่ชื่นชอบพระทัยหมาย
ไปอยู่ก็คงวาย ชนมชีพไม่อาลัย
๑๘๑ ตัวเป็นกระสัตรี สามีร้างอยู่กลใด
พวกพาลจะไยไพ ประภาษพ้อให้เจ็บทรวง
๑๘๒ ได้เกินก็ตามเกิน ไปตายเนินไศลหลวง
อย่าให้ผู้ใดล่วง แลรู้เลยจะเย้ยหยาม
๑๘๓ วรราชเมรี สุนทราพะงางาม
น้องท้าวไม่เขินขาม ระทวยทรงดำรงจร
๑๘๔ เสด็จนั่งบัลลังก์รถ แสนระทดพระทัยถอน
เลียงผาชักรถจร ก็เคลื่อนออกทวารเวียง
๑๘๕ ได้ฤกษ์จึ่งลั่นฆ้อง แตรสังข์ซ้องประสานเสียง
อื้ออึงประหนึ่งเพียง ประโคมท้าวเมื่อจรลี
๑๘๖ เลียงผาเทียมราชรถ อลงกตสลับสี
สลับแสงมณีดี โชติช่วงวิเชียรพราย
๑๘๗ งามนางประดับยศ ที่ขึ้นรถประเทียบหลาย
พระสนมสงสารกาย สลดทรวงให้ง่วงงง
๑๘๘ สงสารสมรมิตร คะนึงคิดตระลึงหลง
ซ่อนโศกในทรวงทรง แล้วชำลักชำเลืองแล
๑๘๙ เหลียวดูนิเวศวัง โอ้ครั้งนี้จะห่างแห
พระนครจะปรวนแปร เป็นป่าชัฏสงัดคน
๑๙๐ ถึงยามจะวิบัติ อยู่พนัสพนาสณฑ์
ห้องแก้วพิมานมณฑ์ ค่อยอยู่เถิดจะลาลี
๑๙๑ ชาวเมืองประชุมพร้อม คอยดูจอมกระษัตรีย์
ผิวสดสลดศรี ฉวีหมางนิราโรย
๑๙๒ ข้าบาทอยู่เบื้องหลัง แต่นี้ตั้งจะไห้โหย
ก่นกินน้ำตาโกย กอบกองทุกขนิรันดร์
๑๙๓ แม่จรจำเริญสวัสดิ์ จงกำจัดซึ่งไภยัน
กลับมามไหศวรรย์ อย่ามีอันตรายพาน
๑๙๔ ข้าคอยพึ่งพระเดช คืนนิเวศบำรุงสถาน
ยศยิ่งศฤงคาร ระงับร้อนให้ผ่อนเย็น
๑๙๕ ฉัตรแก้วอันกั้นเกศ อุบัติเหตุจึ่งยากเข็ญ
ถ้วนหน้าน้ำตากระเด็น ด้วยรักบาทบงกชศรี ๚ะ

ฉบัง กาพย์ ๑๖

๑๙๖ วรนาฏนุชเมรี ยลชาวบุรี
ตามริมสนนบทจร  
๑๙๗ อัดแอแซ่ซ้องซับซอน ฝืนพักตร์ดวงสมร
ชำเลืองพระเนตรทัศนา  
๑๙๘ ทวีเทวษนิราศา จำจากประชา
ชะรอยเวรสร้างปางใด  
๑๙๙ เลียงผาเทียมราชรถไชย หยุดยืนอยู่ใน
ท่ามกลางมหาโยธี  
๒๐๐ ด้วยใจมิใคร่ยินดี พาองค์มหิษี
ตามท้าวจากด้าวแดนสถาน  
๒๐๑ เลียงผาแกล้งทำอาการ เหมือนจะทูลทัดทาน
บอกเหตุอัคเรศชายา  
๒๐๒ ชาเยศเห็นเหตุยิ่งปรา รภเหลือคณนา
เศียรซ่านละลานงวยงง  
๒๐๓ สิทธิกรรม์เร่งสารถีจง ขับราชรถทรง
ถึงที่ทางสวนอุทยาน  
๒๐๔ นานาพฤกษาพิศาล ทรงผลดกปาน
พวงย้อยระย้าน่าชม  
๒๐๕ เสด็จเหนือราชรถระทม บอบช้ำทรวงกรม
อยู่เดียวเปลี่ยวเออาทวา  
๒๐๖ หวนเห็นบพิตรภรรดา เมื่อครั้งพระมา
ชมสวนชวนชี้ชิงผล  
๒๐๗ ผกาแย้มดอกบานบน ระรื่นเสาวคนธ์
สุคันธรสหอมหวาน  
๒๐๘ ซ่อนกลิ่นเหมือนกลิ่นนฤบาล หวนคิดรำคาญ
แสวงไป่รู้แห่งหา  
๒๐๙ กาหลงหลงรสวาจา หวานนักพลันรา
หญิงใดใครเหมือนเมรี  
๒๑๐ ลำดวนพระด่วนเสน่ห์หนี เห็นโศกโศกทวี
ยลโศกยิ่งเศร้าโศกศัลย์  
๒๑๑ ลั่นทมระทมทุกข์ครามครัน เห็นดอกทานตะวัน
เหมือนวันพระร้างแรมไกล  
๒๑๒ ยมโดยดุจโดยเสด็จไท คันทรงทรงไสว
พระหัตถ์ตรัสเรียกชวนชม  
๒๑๓ รังเรียงเรียงพักตร์ภิรมย์ สองสุขกระเษมสม
สองเชยชิงช่อพวงผกา  
๒๑๔ อกโอ้ครั้งนี้นิราศา นิราศสวา
มีแล้วจะอยู่กลใด  
๒๑๕ สารถีขับราชรถไคล เคลื่อนถึงสระใหญ่
โบกขรณีสวนขวัญ  
๒๑๖ น้องท้าวรันทดจาบัลย์ ที่เคยกระเษมสันต์
ลงสรงกับองค์ภูธร  
๒๑๗ โกเมศออกฝักแก่อ่อน จงกลกลีบซ้อน
ดอกแดงแฝงฝักบังใบ  
๒๑๘ สัตตบุษย์สัตตบงกชไสว ดูดาษดาไป
บ้างตูมบ้างแย้มเกสร  
๒๑๙ ภุมรินกลั้วกลิ่นซอกฟอน เชยรสแล้วจร
ดอกดวงก็ร่วงโรยลง  
๒๒๐ ภุมเรศเหมือนท้าวผู้ทรง ได้เสร็จโดยประสงค์
สมดังพระทัยมุ่งมา  
๒๒๑ สารถีขับราชรัถา วิเชียรโมรา
โชติช่วงจับดวงสุริยัน  
๒๒๒ งามสง่าโยธาเข้มขัน แต่ล้วนชาญฉกรรจ์
ใจเหี้ยมจิตห้าวทานทน  
๒๒๓ กรีธาพยุหบาตรจรดล อับแสงสุริยน
ชอุ่มชอ่ำอัมพร  
๒๒๔ เคลื่อนทศโยธีนิกร เยียดยัดกันจร
รีบร้อนออกจากสวนขวัญ  
๒๒๕ ปางมิ่งเมรีดวงจันทร์ เลิศลักษณ์วิไลวรรณ
ผินพักตร์มาสั่งสวนศรี  
๒๒๖ เคยประพาสเล่นเปรมปรีดิ์ ค่อยอยู่จงดี
เรานี้จะลาจากไป  
๒๒๗ เที่ยวเสาะแสวงภูวไนย แม้นสมดังใจ
คิดไว้คงได้คืนสถาน  
๒๒๘ เลียงผาชักรถนงคราญ ล่วงเข้าไพรสาณฑ์
พฤกษาระยะต้นเรียงรัน  
๒๒๙ ร่มใบบังแสงสุริย์ฉัน กิ่งเกี่ยวพาดพัน
ผลิดอกออกช่อชมผล  
๒๓๐ มุดม่วงพวงเพียงพึงยล บ้างสุกห่ามปน
สนสักโศกสร้อยสาขา  
๒๓๑ ตะเคียนเหียนหาดดาษดา กระทังหันหันหา
หงอนไก่ไก่ชูหงอนขัน  
๒๓๒ สนหางสิงห์เห็นหางชัน ตาเสือเสือนั้น
มาซุ่มเซิงซุ้มตาเสือ  
๒๓๓ พุ่มพงเถาวัลย์คลุมเครือ มะกล่ำมะเดื่อ
ช้องนางช้างน้าวริมดง  
๒๓๔ เมื่อนางกรีธาจัตุรงค์ ขับราชรถทรง
ตามทิวทางป่าพนสณฑ์  
๒๓๕ รอนราชหฤทัยนิฤมล หอมดอกสุคนธ์
สุคันธรสเกสร  
๒๓๖ หวนคิดถึงองค์พระภูธร เยาวเรศอาวรณ์
ซบพักตร์นงลักษณ์จาบัลย์  
๒๓๗ ไม่ชมพนมพนาวัน ไม่ชวนสาวสรร
ให้ชมดอกไม้ริมทาง  
๒๓๘ พระสนมระบมใจทุกนาง ทูลปิ่นสุรางค์
ให้คลายค่อยสบายเบาทรวง  
๒๓๙ พระแม่อย่าเศร้ากระมลดวง ยกพยุห์ลุล่วง
คงพบประสบภรรดา  
๒๔๐ ข้าบาทรองเบื้องบริจา ใช่จะแสร้งมฤษา
เสนาะเพราะพร้องสนองนวล  
๒๔๑ อย่าแม่อย่าทรงกำสรวล เสียศรีมิควร
วรพักตร์เผือดผิวพระมังสา  
๒๔๒ นางจึ่งชวนเชิญชายา ให้ทอดทัศนา
พรรณพฤกษ์สะพรั่งพื้นไพร  
๒๔๓ ทรงผลดอกปนแกมไสว ที่พึ่งผลัดใบ
ก็เขียวชอุ่มพุ่มพง  
๒๔๔ เมรีนิ่มเนื้อนวลผจง ฟังนางบำรง
บำเรอฤทัยเทพี  
๒๔๕ ชำเลืองทอดทฤษฎี ชมสร้อยเกศี
เกสรซ้อนกลีบบังตา  
๒๔๖ พายพัดดอกดกหอมสา โรชรสรวยมา
เหมือนกลิ่นภูษาเปลี่ยนกัน  
๒๔๗ วันเมื่อพระเสด็จจรจรัล นิราศแรมขวัญ
ขวัญเนตรเทวษโหยหวน  
๒๔๘ เห็นนกร้างรังเรรวน จับกิ่งครางครวญ
ก็ร้องตามเพศสกุณี  
๒๔๙ ประหนึ่งองค์สมเด็จธเรษตรี ทิ้งข้ามหิษี
สิ้นรักสิ้นความอาลัย  
๒๕๐ แข็งขืนฝืนพักตร์ชมไพร รุกข์เรียงเคียงไป
บ้างกิ่งปุ่มคดค้อมวงก์  
๒๕๑ เหมือนนายช่างดัดเจียนประจง งามไม้ในดง
อย่างคนแกล้งจัดดัดแปลง  
๒๕๒ ใต้ต้นมีกรวดทรายแดง ระยับวับแสง
แวววาวราวพลอยอย่างดี  
๒๕๓ ที่แถวแนวเนินวิถี พูนเพิ่มพนาลี
ควรชมภิรมย์หรรษา  
๒๕๔ องค์วรนาฏนุชชายา ยิ่งทวีเทวษหา
ถึงพระปิ่นภพจบสถาน  
๒๕๕ เห็นนกนางเยื้อนพจมาน นกเอยข้าวาน
ช่วยบอกยุบลสารแสดง  
๒๕๖ เราเที่ยวเสาะตามแสวง ด้วยยังคลางแคลง
ห่อนรู้ว่าอยู่แห่งใด  
๒๕๗ สารถีขับราชรถไป ถึงเถินเนินไศล
โขดเขาเนาแนวสิงขร  
๒๕๘ เพิงผาศิลาละเอียดอ่อน แม้จะนั่งนอน
ก็ได้ดังใจปรารถนา  
๒๕๙ เลื่อมลายยิ่งลายเลขา แม้นละม้ายถมยา
น่าชมภิรมย์สำเริง  
๒๖๐ สำราญชะวากหว่างเวิ้ง รถเคลื่อนตามเชิง
ผานั้นแลเลี่ยนเตียนละลิว  
๒๖๑ พระพายพาเกสรปลิว สายหยุดเป็นทิว
พิกุลบุนนากร่วงโรย  
๒๖๒ หอมซาบนาสานางโหย หวนไห้ยิ่งโกย
กองทุกข์เทวษเดินทาง  
๒๖๓ เห็นรุกขาเขาสล้าง งามทัดไม้กระถาง
บางต้นกิ่งคดคดโกง  
๒๖๔ กระทาอาศัยในโพรง ฝูงนกคลิ้งโคลง
ทำรังต้นข่อยคอยมอง  
๒๖๕ เค้าโมงจับโมงเมียงร้อง จากพรากจากห้อง
มณเฑียรมาเที่ยวแสวงหา  
๒๖๖ โนเรศจับเกดสาขา เบญจวรรณวันมา
จากพระนิเวศวังเวียง  
๒๖๗ พญาลอจับต้นรังเรียง ไก่ป่าส่งเสียง
ขันจ้อเจื้อยแจ้วจับใจ  
๒๖๘ เรไรหริ่งรี่มี่ใน ป่าเพียงปี่ไฉน
ประสมสังคีตดนตรี  
๒๖๙ บรรเลงเพลงซอประสานสี เหมือนนางมโหรี
ซ้อมเสียงสำเนียงร้องถวาย  
๒๗๐ ครั้งนี้มาเอกากาย สิ่งสุขสูญหาย
จะได้แต่ความอัประมาณ  
๒๗๑ อยู่ชั่วกัลปาวสาน เพราะพระนฤบาล
นฤเบศประเวศเมืองเมิน  
๒๗๒ สารถีขับรถริมเถิน ล่วงมรคาเกิน
ประมาณได้หลายวัน  
๒๗๓ นายพลเร่งพวกพลขันธ์ ผงคลีเป็นควัน
มืดคลุ้มทั่วทศทิศา  
๒๗๔ อสูรลางตนมหึมา สำแดงเดชา
เอางูทำเป็นสังวาล  
๒๗๕ ลางตนแบกเอาต้นตาล อานุภาพห้าวหาญ
ไม่ย่นไม่ย่อต่อใคร  
๒๗๖ อสุรีล้วนมีฤทธิไกร สิทธิกรรม์นายใหญ่
คุมไพร่ได้สามโกฏิปลาย  
๒๗๗ วายุภักษ์ตั้งเป็นปีกซ้าย ปีกขวาตัวนาย
ชื่อหักณรงค์ขุนมาร  
๒๗๘ อสุราพวกข้าราชการ สิทธิกรรม์บรรหาร
กรีกรูอสูรโยธา  
๒๗๙ ยกแยกเกณฑ์กันค้นหา ข้ามห้วยเหวผา
ไม่พบพระรถยศยง  
๒๘๐ ลดเลี้ยวเที่ยวทั่วแดนดง เชิงซุ้มพุ่มพง
เนินถํ้าละเมาะเสาะแสวง  
๒๘๑ เชิงเขาลำเนาซอกแซง หาทุกตำแหน่ง
บ้างเหาะเหิรหาวกราวเกรียว  
๒๘๒ ละแวกทางกลางป่าลับเหลียว ห่อนยลจนเจียว
เราคิดก็น่าอัศจรรย์  
๒๘๓ สักสิ่งไม่ได้สำคัญ ต่างปรึกษากัน
ทั้งนายแลไพร่ตายปน  
๒๘๔ สิทธิกรรม์รีบเร่งพหล ทศโยธาพล
ก็ทันทรงฤทธิ์อิศรา  
๒๘๕ เห็นพระองค์หยุดยั้งเพิงผา เถลิงหลังอาชา
งามองค์งามทรงพาชี  
๒๘๖ งามโศกเมื่อจากมหิษี งามท่วงงามที
เสาวภาคย์น่าชมคมสัน  
๒๘๗ งามสมเป็นปิ่นมไหศวรรย์ ประหนึ่งฉัตรแก้วกั้น
พิภพมิ่งเมืองมาร  
๒๘๘ เสียดายพระนิราศร้างสถาน นี้แลคือยุพาล
พระแม่เจ้าเราเฝ้าครวญ  
๒๘๙ อาชาพาท้าวเสด็จด่วน เดี๋ยวนี้มาจวน
ประสบพบบาทยุคล  
๒๙๐ ปางองค์พระรถเจ้าจอมสกล ทอดทัศนายล
เห็นพลมารเหลือหลาม  
๒๙๑ ชะรอยแม่มิ่งมิตรติดตาม สงสารนงราม
จะน้อยฤทัยกรมเกรียม  
๒๙๒ จะพิโรทพิไรว่าเรียม จากงามเสงี่ยม
ท้าวน้องต้องกรีธาจร  
๒๙๓ จำจะอยู่คอยเจ้าจอมสมร พบพักตร์อิงอร
คลายร้อนจึ่งค่อยลาลี  
๒๙๔ สิทธิกรรม์ทูลไทธิบดี องค์พระมหิษี
ให้ข้ามาเชิญบทมาลย์  
๒๙๕ เสด็จกลับพระมณเฑียรสถาน ครองแสนศฤงคาร
ให้ภิญโญยศเดชา  
๒๙๖ น้องท้าวตามท้าวแสวงหา อยู่กลางมรคา
จงทราบยุบลสารแสดง  
๒๙๗ ทรงสดับมิได้คลางแคลง จริงใจใช่จะแสร้ง
เสสรวลชวนมิ่งอัศวา  
๒๙๘ พี่เจ้าจงได้เมตตา ยังเหน็ดเหนื่อยมา
ผ่อนพักสักหน่อยค่อยจร  
๒๙๙ พาชีสดับถ้อยอดิศร สงสารคำวอน
รู้เท่าที่ท้าวตรัสมา  
๓๐๐ อัสดรตอบคำหน่อนรา ข้อใดอาชา
ทูลเตือนอย่าเบือนจงตาม  
๓๐๑ ซึ่งอยู่คอยองค์นงราม ข้าบาทมิห้าม
ไม่ขัดรับสั่งบทศรี  
๓๐๒ เลียงผาชักรถจรลี ส่วนนายสารถี
เร่งราชรถเร็วมา  
๓๐๓ เมรีสถิตที่รัถา ทอดทัศนาปรา
รภเพื่อจะเห็นนรินทร  
๓๐๔ ทรงนั่งเหนือหลังอัสดร หยุดยั้งสิงขร
ชำเลืองพระเนตรเคืองคม  
๓๐๕ เนตรท้าวเนตรน้องส่องสม อุระสองระบม
ปิ้มป้ำทำลายวายสกนธ์  
๓๐๖ ปางพระปิ่นเกล้าภูวดล กลืนกลั้นอัสสุชล
ก็มีมธุรสอ่อนหวาน  
๓๐๗ ไฉนแม่กรีพวกพลมาร ทิ้งแสนศฤงคาร
โภไคยไอศวรรย์มากมูล  
๓๐๘ ชายาแม่อย่าอาดูร ตรอมเทวษเพิ่มพูน
ไม่ช้าจะกลับคืนสม  
๓๐๙ ตามเรียมมาไยในพนม ได้ยากเกรียมกรม
พักตร์ผ่องจะต้องธุลีพาน  
๓๑๐ ปางยอดเยาวลักษณ์ยินสาร พจน์พร้องคำสมาน
เสมอใครเด็ดดวงใจ  
๓๑๑ เจ็บจิตคิดน้อยฤๅทัย ตอบพจนไข
นุศิษฏ์ประดิษฐ์รำพัน  
๓๑๒ แต่ล้วนคำหวานแสร้งสรร แรกเดิมทรงกัร
รุณาแก่ข้าเมรี  
๓๑๓ ผู้เป็นบริจาบทศรี ข้อใดห่อนมี
ให้ท้าวพิโรธเคืองระคาย  
๓๑๔ ถ้อยคำที่พระบรรยาย กระลอกกระลับหาย
เหมือนน้ำค้างใบบัวบอน  
๓๑๕ พระสดับสารนุชดวงสมร ดุจดังไฟฟอน
แทบจะรอนอุราผ่าดวง  
๓๑๖ เสมือนเขาพระสุเมรุไศลหลวง มาทุ่มทับทรวง
คือใครละล่วงรู้เห็น  
๓๑๗ ใช่พี่มิรักชาเยนทร์ เพียงน้ำเนตรกระเด็น
เพราะพระชนกชนนี  
๓๑๘ จะฉลองคุณเบื้องบทศรี ปิ่นปักโมลี
ธิราชก่อเกล้าภินิหาร  
๓๑๙ เรียมไปประสมเนตรมาร ดาสุดสงสาร
ทนเวทนาเหลือแสน  
๓๒๐ ชายาแม่อย่าเคืองแค้น พอพี่ได้แทน
พระคุณแล้วกลับคืนมา  
๓๒๑ นุชจงทรงฟังเชษฐา สิบห้าทิวา
จากโฉมอย่าโทมนัสแหนง  
๓๒๒ ยอดหญิงมิ่งเมืองเคืองระแวง สัตยาเรียมแสดง
จงจำคำพจน์วาที  
๓๒๓ ใช่จะแต่งลมลวงดวงชี วิตเดียวกับพี่
เชิญกลับบุรีรมยา  
๓๒๔ หญิงอื่นหมื่นแสนแม้นจะหา เรียมห่อนเจตนา
มาดมุ่งผดุงเดียวเดิม  
๓๒๕ คืนหลังยังเวียงวังเฉลิม ศรีสวัสดิพูนเพิ่ม
อย่าหมางว่าจะร้างเสน่ห์หนี  
๓๒๖ ปางองค์อนงค์นาฏเมรี ฟังท้าวเธอมี
บรรหารก็ตอบโดยควร ๚ะ  

อินทรวิเชียร ฉันท์ ๑๑

๓๒๗ ว่ามิร้างกลใดนะพ่อ มาแต่งล่อประโลมลวน
ให้เสวยไชยบานหวน ได้ทีแล้วก็ปลอบถาม
๓๒๘ ซึ่งข้อสุขุมกิจ น้องไม่ปิดก็ออกความ
ทูลองค์พระทรงนาม ประจักษ์แจ้งบ่เอื้อนอำ
๓๒๙ ครั้งหักมะม่วงหาว มะนาวโห่เป็นของสำ
คัญคิดว่าทรงธรรม ธิเบศท้าวคะนองลอง
๓๓๐ คำหนึ่งไม่ทูลทัด ให้เคืองขัดกระมลหมอง
ซึ่งของวิเศษปอง ก็ทราบสิ้นกระบิลแสดง
๓๓๑ เสร็จสมมโนรถ พระทรงยศจึงหน่ายแหนง
ดูดุจประหนึ่งแกล้ง มาแต่งลิ้นละลายหวาน
๓๓๒ แต่ล้วนเสนาะสนอง มิให้น้องได้อัประมาณ
รับสั่งให้คืนสถาน เอาความอายไปไว้ไหน
๓๓๓ ทศทิศระบือข่าว ทุกทั่วท้าวจะไยไพ
จะยลพักตร์ท่านผู้ใด ได้เต็มเนตรด้วยเวทนา
๓๓๔ พึ่งเห็นพระทัยเธอ น้องกระเจอกระเจิงหา
พบบาทมุลิกา ธิราชแล้วไม่คืนวัง
๓๓๕ จะให้น้องไปครองกรุง บำรุงราษฎร์แต่ลำพัง
ที่ไหนเลยจะเหมือนครั้ง เสด็จอยู่ก็ดูงาม
๓๓๖ พระไม่มีไมตรีจิต สละมิตรให้เที่ยวตาม
จะสู้พยายาม ไม่กลับหลังไปยังเมือง
๓๓๗ ถึงพระมิโปรดเกล้า เมรีเล่าไม่แค้นเคือง
จะตามเสด็จเบื้อง บทเรศประเวศจร
๓๓๘ ฤๅไม่คู่ควรพักตร์ จะเสื่อมศักดิ์อดิศร
ว่าทาสกรรมกร มิใช่องค์มเหสี
๓๓๙ ถึงกระนั้นคงรองบาท ภูวนาถธเรษตรี
แม้นพระไม่ปรานี ไหนจะรอดชีวาลา
๓๔๐ สิ้นชนม์ในไพรพนัส ดีกว่าพลัดจากภรรดา
ไม่ทรงพระกรุณา ก็ตามเถิดพระภูธร
๓๔๑ ปางองค์พระรถราช สดับนาฏยุพาสมร
หวาดหวั่นฤทัยถอน พระสงสารละลานทรวง
๓๔๒ ทรงชักมิ่งอาชา จะมาหาสุดาดวง
พาชีก็หนักหน่วง แลเหนี่ยวไว้มิให้มา
๓๔๓ เดือดดิ้นถวิลหวาด ก็เกรี้ยวกราดอัศวา
ดื้อดึงสหัสสา ทำขึงแข็งจักแกล้งกัน
๓๔๔ ช่างไม่เห็นอกบ้าง จะร้างรักให้ไกลขวัญ
เจ็บเหลือจะกลืนกลั้น เพราะมิ่งม้าอาชาชาญ
๓๔๕ สองบาทกระทืบโกลน ม้าไม่โผนตามบรรหาร
โอ้อกจะร้าวราน เสียวกระศัลย์โดยกำสรวล
๓๔๖ อัสสุชลก็คลอเนตร พระภูวเรศระโหยหวน
โหยไห้กำสรดครวญ เวรใดจึ่งไกลสมร
๓๔๗ น้อยใจอาชาชาติ ใคร่พิฆาตให้ม้วยมรณ์
ขัดไว้มิให้จร พระเร่าร้อนฤทัยระทม
๓๔๘ แม้นพี่แบ่งภาคได้ ภาคหนึ่งไซร้จะอยู่สม
ภาคหนึ่งจะลอยลม ไปเฝ้าชนนีไท
๓๔๙ ปานฉะนี้จะคอยหนัก ไม่ยลพักตร์โอรสไป
สุดจะโศกวิโยคใจ เพราะมาตุคุณอาดูรแด
๓๕๐ หาไม่แล้วที่ไหน พี่จะไกลเจ้าดวงแข
ครองรักไม่ห่างแห สวาดิเรียมอย่าเกรียมกรอม
๓๕๑ รสรักนั้นสุดเล่ห์ เสน่ห์น้องประคองถนอม
เรียมฤๅจะให้จอม สนมนางอยู่เอองค์
๓๕๒ แม้นแหวะอุราได้ ให้เห็นสุจริตตรง
จงรักนี้แน่จง ประจักษ์แจ้งว่ารักนาง
๓๕๓ ครองชีพไว้ท่าพี่ ไม่ควรที่จะวายวาง
พระนุชจงเสื่อมสร่าง เถิดนะน้องอย่านองชล
๓๕๔ นางฟังพระพจนารถ เชิงฉลาดสำนวนกล
ตรัสไยให้น้องฉงน ไม่เชื่อแล้วอย่าเจรจา
๓๕๕ ทราบสิ้นกระบิลแสดง โปรดอย่าแสร้งมฤษา
หญิงที่มีปรีชา อย่าเยี่ยงข้าชื่อเมรี
๓๕๖ ทูลพลางสยายเกศ ไม่ลืมเนตรสิ้นสมประดี
นิ่งแน่วิสัญญี พระพักตร์ซบสลบลง
๓๕๗ เหนือราชบัลลังก์ รถที่นั่งอันยรรยง
พระสนมตกใจส่ง สำเนียงร้องขึ้นพร้อมกัน
๓๕๘ บ้างเข้าประคองนาฏ เสียงหวีดหวาดร่ำรำพัน
ลางนางเชิญสุคัน ธรสรื่นชโลมทา
๓๕๙ ปางองค์พระภูวเรศ เธอทราบเหตุก็ยิ่งปรา
รภด้วยพระชายา สมรมิ่งไม่ติงองค์
๓๖๐ กรรมเอยจะทำไฉน แม่ดวงใจมาปลดปลง
พระศพเจ้าอยู่ดง เสียจริงแล้วนะแก้วตา
๓๖๑ กระชากชักอาชาทรง จำเพาะลงยังรัถา
หาองค์ยุพาพะงา อาชาไนยไม่ไปตาม
๓๖๒ ดุเดือดไม่เงือดงด ม้ายิ่งพยศไม่เกรงขาม
สิ้นกลัวพระชาญสนาม แผลงศักดาวรารณ
๓๖๓ ถีบยอดสิงขรสนั่น เสียงครืนครั่นวนาสณฑ์
เหาะขึ้นยังอัมพล จะหนีไปให้ไกลนาง
๓๖๔ สิทธิกรรม์ก็กรูกรี ขับโยธีออกกั้นกาง
เหาะตามกระหนาบข้าง ก็มิใกล้มิไกลกัน
๓๖๕ ปางองค์พระทรงศักดิ์ นิราศรักมากึ่งวัน
ชะแง้หาไม่เห็นขวัญ เนตรท้าวเธอไกลสมร
๓๖๖ อัสสุชลก็ย้อยหยด ระทวยระทดด้วยอาวรณ์
สงสารพระองค์อร จะสิ้นชีพฤๅคืนชนม์
๓๖๗ ฟื้นขึ้นไม่เห็นเรียม จักกรอมเกรียมพิไรรน
จะกรีพลาพล รีบราชรถตาม
๓๖๘ ที่ไหนจะคืนหลัง นิเวศวังบุรีราม
รักพี่อตส่าห์ข้าม สิงขราพนาดง
๓๖๙ ดูเราก็เสียถนัด เหมือนแกล้งซัดอนงค์ยง
คิดคุณพระมาตุรงค์ นี้แลพี่จำลีลา
๓๗๐ เทพเจ้าอมรเมศ สถิตเขตพนาวา
ชูช่วยขนิษฐา จงปกป้องพระน้องนาง
๓๗๑ มิ่งม้าอาชาทรง ได้ฟังองค์เธอร่ำปาง
โหยไห็ไม่วายวาง ยิ่งกำสรดกำสรวลครวญ
๓๗๒ อัสดรอันตัวยง เร่งพาองค์เสด็จด่วน
เหิรหาวเวหาหวน รีบข้ามห้วยละหานมา
๓๗๓ สิทธิกรรม์ทั้งไพร่นาย เขม้นหมายแต่อาชา
แค้นขัดสหัสสา แม้นจับได้ไม่ไว้มัน
๓๗๔ จะพิฆาตเสียให้ป่น อ้ายทรชนใจโมหันธ์
แกล้งพาพระทรงธรรม์ ให้พวกเราได้ร้อนรน
๓๗๕ พลมารดำเนินเสด็จ เหาะระเห็จโพยมบน
ด้วยฤทธิพาหน คำแหงหาญที่ราญรอน
๓๗๖ เกลื่อนกลุ้มบนอากาศ ทำสิงหนาทไม่หยุดหย่อน
สะเทือนทั่วทั้งอัมพร ก็มืดคลุ้มชอุ่มแสง
๓๗๗ อาชาพาพระท้าวหนี ด้วยฤทธีกำลังแรง
ลอยคว้างอยู่กลางแปลง ล้วนอสูรหมู่มาร
๓๗๘ ตามติดกระชิดชั้น เกือบจะทันอาชาชาญ
พาชีจึ่งตริการ กำลังน้อยก็ถอยลง
๓๗๙ ทูลบาทบงกชศรี ประทับที่คิรีคง
คอยดูอสูรยง จะหักหาญประการใด
๓๘๐ ปางองค์พระยอดเสน่ห์ สมคะเนคะนึงใน
จะใคร่พบเจ้าดวงใจ ยุพาพี่คงตามมา
๓๘๑ พระทัยเสียวเหลียวหาสวาดิ มีพจนารถแก่อัศวา
ลงหยุดอยู่ยอดผา พระสุริย์คล้อยจึ่งค่อยจร
๓๘๒ มิ่งม้าอาชาชาติ พาภูวนาถจากอัมพร
ลงยังเงื้อมสิงขร ชะง่อนเขาค่อยเปรมปรา
๓๘๓ ปางองค์มกุฎเกศ เคลิ้มพระเนตรว่ายุพา
ยุพเรศจรัลคลา ไคลเคียงคู่อยู่ข้างองค์
๓๘๔ กางกรพระหัตถ์คว้า จะรับโฉมอนงค์ยง
เนตรมุ่งผดุงจง ห่อนยลองค์วนิดา
๓๘๕ ตริตรึกในฤทัย เอ๊ะไฉนพระชายา
ฤๅยุพินสิ้นชนมา จึ่งมีเหตุมหัศจรรย์
๓๘๖ เทพเจ้าศักดาเดช อมรเมศทุกขอบคัน
ดลจิตขนิษฐ์พลัน นุชน้องให้ครองชนม์
๓๘๗ อัศวราชที่เรืองยศ ก็ยินพจนนุสนธิ์
โหยหวนรัญจวนจน ฤดีดิ้นถวิลหา
๓๘๘ ทั้งสองเธอปองสวาดิ เรานิราศให้อาทวา
โศกเศร้าไม่เป็นสา สึกสมพระฤทัย
๓๘๙ เกรงกริ่งธเรษตรี จรัลลีเสด็จไคล
คลาจากจะทำไฉน จะได้กลับไปยังสถาน
๓๙๐ อย่าเลยจะทูลฉลอง มิให้ข้องใต้บทมาลย์
องค์พระนฤบาล เธอคลั่งเคลิ้มสติไป
๓๙๑ คิดแล้วสินธพชาติ วราราชที่เรืองไชย
ทูลภูวนัตตรัย ให้ทราบเบื้องบงกชศรี
๓๙๒ ข้าแต่ฉลองบาท พระหน่อนาถจอมโมลี
เชิญสดับคำพาชี ซึ่งอยู่ใต้พระบาทมูล
๓๙๓ ทรงพระกรุณา ฟังคำข้าอาชาทูล
ไม่รักองค์นเรนทร์สูร แล้วฤๅประการใด
๓๙๔ สงสารพระมารดา ทั้งแม่ป้าที่อยู่ใน
อุโมงค์จะบรรลัย จะโหยไห้ทุกทิวา
๓๙๕ สุดคอยจะชวนกัน ก่นโศกศัลย์เทวษหา
ถึงองค์โอรสา ไม่วายเว้นสักนาที
๓๙๖ ส่วนเธอก็หลงลืม ก่นแต่ปลื้มสวาดิศรี
ส่วนพวกอสุรี กรีธาทัพมารับองค์
๓๙๗ ฤๅพระจะกลับหลัง สะพรั่งหน้าคณาอนงค์
ตัวข้าอาชาคง จะถวายบังคมลา
๓๙๘ ปางองค์ผู้ทรงยศ พระรถราชเดชา
สดับถ้อยพาชีปรา รมภคิดถึงชนนี
๓๙๙ ฉุนจิตสงสารนัก ไม่ยลพักตร์ก็โศกี
มาไกลจากบทศรี มิได้อยู่รองมูลิกา
๔๐๐ อัสสุชลยิ่งก่นเนตร เทวษเศร้ายิ่งโหยหา
ระทดทับคับอุรา หนักยิ่งกว่าพระเมรุไกร
๔๐๑ แล้วทรงพระปรีชา ด้วยมานะกระษัตริย์ใน
พิภพนี้ใคร ไหนจะพ้นความรำคาญ
๔๐๒ จำเราจะตัดห่วง จะหลีกล่วงให้พ้นพาล
จะสละที่สงสาร ได้เป็นหน่อพระศาสดา
๔๐๓ แล้วมีมธุรส พจนารถแก่อาชา
ยินเสียงอสุรา ก็อึงลั่นสนั่นบน
๔๐๔ มันแผลงศักดาเดช ชาติเพศกุมภัณฑ์พล
มืดกลุ้มในเวหน มันทันเราจะคิดไฉน
๔๐๕ อัสดรที่นั่งทรง ฤทธิรงค์อันเกรียงไกร
ทูลให้ทราบพระฤทัย กลัวมันไยอ้ายยักษา
๔๐๖ ทรงแก้ซึ่งโอสถ อันปรากฏโรยสุธา
ก็จะกลายเป็นยมนา สาคเรศมีนัที
๔๐๗ ปางหน่อโอรสท้าว ค่อยคลายเศร้ากระเษมศรี
ได้สดับคำพาชี ก็มีมโนเธอเปรมปรา
๔๐๘ ตรัสชวนสินธพชาติ เราไคลคลาดจากเพิงผา
ทรงชักอาชามา ลงยังพื้นพระภูวดล
๔๐๙ หัตถ์แก้ซึ่งห่อยา โรยขวางหน้าอสุรพล
พวกมารมาประจญ จะคิดอ่านประการใด
๔๑๐ พลางทอดทัศนา หมู่มัจฉามีอยู่ใน
ชลธารสำราญใจ บ้างว่ายเรียงอยู่เคียงกัน
๔๑๑ ปลาสร้อยขึ้นลอยซ่า ทั้งอ้ายบ้าแลนวลจันทร์
คางเบือนเบือนคอผัน หันหาคู่จะคลอเคียง
๔๑๒ กระเพียนทองก็ท่องชล กระแหปนว่ายรายเรียง
เนื้ออ่อนก็อ่อนเลี่ยง ฉลีกไปในสายสินธุ์
๔๑๓ เจ้าช่อนก็นอนแปลง กุ้งฝอยแฝงริมวาริน
ฝูงปลามาตอดกิน ได้เป็นภักษอาหาร
๔๑๔ จะพรรณนาปลา พวกมัจฉาที่ท้องธาร
มากพ้นจะประมาณ อเนกเหลือไตร
๔๑๕ สิทธิกรรม์อสุรา ก็รีบเหาะเขม้นใจ
ทันองค์พระทรงไชย ลงยังพื้นพสุธา
๔๑๖ มาพบกระแสสาย ราพณ์ร้ายก็หรรษา
กรกอบกระสินธุ์มา ก็ดื่มกินด้วยสำราญ
๔๑๗ ปางองค์สุดานาฏ ยุพราชนงคราญ
ครั้นฟื้นฤดีดาล ก็ทอดทัศนายล
๔๑๘ ไม่เห็นพระภูวเรศ ยิ่งพูนเทวษอุรารน
กลืนกลั้นอัสสุชล ก็ชำลักชำเลืองแสวง
๔๑๙ ตรัสถามพระนักสนม อย่าอำอมช่วยชี้แจง
กล่าวถ้อยคดีแสดง สวามิศไปทิศใด
๔๒๐ นางสนองเสนอจิ่ง พระเยาวมิ่งจงหักใจ
อาชามันพาไท ธเรศท้าวเธอเหาะหนี
๔๒๑ สิทธิกรรม์ก็ตามติด มิได้คิดชีวีมี
พระราชเทวี อย่าตามเลยให้ยากกาย
๔๒๒ เด็ดบัวเห็นใยติด พระเด็จมิตรสะดวกดาย
ไม่กลับมาหาสาย สวาดิแม่ก็แดยัน
๔๒๓ นางฟังสนมทูล ยิ่งอาดูรพระทัยหวั่น
หวาดจิตพระแจ่มจันทร์ ให้เร่งราชรถตาม
๔๒๔ พระสนมไม่เคยยาก มาลำบากด้วยนงราม
ในพนัสพนาหนาม ก็เกี่ยวกายเป็นริ้วรอย
๔๒๕ อยู่วังสำอางโฉม มาพลอยโทรมลืมเสยสอย
เกศาที่ยุ่งหยอย ละห้อยหวนทุกนวลนาง
๔๒๖ สารถีก็ขับรถ ได้สองโยชน์มากึ่งกลาง
มรคายิ่งอ้างว้าง หนทางแคบอตส่าห์จร
๔๒๗ รถเคลื่อนตามทิวแถว พนัสแนวสิงขรขร
พบองค์พระภูธร กับอัสดรอยู่เงื้อมผา
๔๒๘ ตามไปไม่สมคิด พระเยาวมิตรยิ่งโศกา
มีชลธารา ขวางอยู่หน้าพระแจ่มจันทร์
๔๒๙ น้ำเขียวประหนึ่งปัด ด้วยยาซัดเป็นขอบคัน
ยักษ์ข้ามก็อาสัญ มอดม้วยชีวาลา
๔๓๐ สิทธิกรรม์ก็หยุดยั้ง อยู่แทบฝั่งชโลธาร์
ไม่อาจจะข้ามสา คเรศได้ดังใจปอง
๔๓๑ ปางองค์พระรถเลิศ ประเสริฐเศร้ากระมลหมอง
ยลพักตร์ขนิษฐ์น้อง พระยิ่งนองสุชลนา
๔๓๒ โอ้เจ้ายุพาพักตร์ ไม่ประจักษ์ในอุรา
เรียมรักวนิดา นุชพี่มิเห็นจริง
๔๓๓ นึกแหนงว่าแกล้งปละ สละรักให้ประวิง
สงสารแม่ยอดหญิง จะนิ่งเคร่าให้เรียมคลา
๔๓๔ เที่ยวตามด้วยความสวาดิ นิราศปรางค์มาแรมป่า
ฉุนชักอัศวา ไปหาน้องประคององค์
๔๓๕ อาชาก็ขืนขัด ไม่ตามเธอละเมอหลง
ทูลบาทบงกชทรง จงฟังถ้อยพาชีชาญ
๔๓๖ ไหนว่าจะแทนคุณ การุญเดชพระชนมาร
หวังสร้างพระโพธิญาณ ตัดกิเลสให้ขาดสูญ
๔๓๗ ไยนะพ่อทำท้อแท้ มาปรวนแปรเป็นเค้ามูล
รักบารมีพูน ให้ลุล่วงศิวาลัย
๔๓๘ จะเตือนพระสติ จงตรองตริให้แน่ใน
ปัญญาคือขรรค์ไชย จะตัดขาดเพราะปรีชา
๔๓๙ จึ่งจะนับว่าองค์ปราชญ์ ฉลาดแหลมในปัญญา
กตัญญูแล้วก็ปรา กฏชื่อระบือนาม
๔๔๐ อย่าหลงด้วยกามรส พระทรงยศใช่ชายทราม
หักโศกกำจัดความ เสน่ห์ห่วงจากบ่วงใย
๔๔๑ ยินคำพาชีพร้อง พระคลายหมองกระมลใน
เออเรานี่เคลิ้มไป ก็หยุดยั้งอยู่เงื้อมผา
๔๔๒ กล่าวพจนาโลม ดูราโฉมยุพาพะงา
ครองชีพไว้เคร่าถ้า สิบห้าวันจะคืนสม
๔๔๓ อย่าน้องอย่าลังเล ยอดเสน่ห์อย่าตรอมตรม
ทรวงไห้ระทดระทม เทวษพี่นิราศา
๔๔๔ เชิญกลับนครเรา พระเยาวเรศจงปรีดา
เรียมฤๅจะไม่มา อย่านึกแหนงระแวงหมาย
๔๔๕ นางสดับวราพจน์ ประณตน้อมพระหัตถ์กราย
กรีดเนตรไม่ขาดสาย ชลนาชโลมลง
๔๔๖ แม้นพระไม่คืนครอง จะให้น้องไปเอองค์
สู้ตายที่ในดง พนัสแนวอรัญวา
๔๔๗ เชิญพระมารอนชีพ ให้สูญชื่อจึ่งลีลา
เห็นทรงพระเมตตา การุญรักเจ้าเมรี
๔๔๘ ท้าวฟังนุชนาฏ ประภาษพจน์วาที
ควรฤๅจะเอาชี วิตมาทิ้งเสียกลางไพร
๔๔๙ แม่เอ่ยใช่พี่แกล้ง จะแหนงรสไมตรีไฉน
เพราะชนนีไท ที่ก่อเกล้าจึ่งจำจร
๔๕๐ ยังมีค่อมคนสนิท นางใช้ชิดเจ้าจอมสมร
ฟังสองเธออาวรณ์ ในเรื่องรักไม่ร้าวราน
๔๕๑ ตัวเราเป็นข้าบาท อนงค์นาฏยุพาพาล
เจ็บแค้นอ้ายเดรฉาน มันพรากสองกระษัตรา
๔๕๒ กำจัดให้เธอจากเมือง ได้ขุ่นเคืองนี่แสนสา
ยุยงพระองค์มา นิราศร้างอยู่ห่างเห
๔๕๓ ร้องด่าอ้ายม้าโกง ไม่มีโรงเที่ยวโซเซ
มึงพาพระยอดเสน่ห์ มาจากห้องมณเฑียรสถาน
๔๕๔ ไม่คิดถึงพระเดช อัคเรศย่อมประทาน
หญ้าน้ำก็สำราญ ไม่อยู่ได้ยังหนีจร
๔๕๕ มึงเคยกินแต่แกลบ ครั้นแสบท้องเที่ยวซอกซอน
เฮ้เฮ้ยอ้ายอัสดร พาปิ่นเกล้ากูมาไย
๔๕๖ พวกกูก็ลำบาก ได้ความยากต้องเดินไพร
อ้ายชาติอาชาไนย ม้าตลาดไม่มีโรง
๔๕๗ อัศวาได้ฟังถ้อย กระโดดลอยพยศโยง
อุเหม่อีหลังโกง ชาติขี้ข้าด่าพาชี
๔๕๘ กระเหน็ดกระแหน่มึง ดูรุถึงอีทาสี
รองบาทพระเทวี สำหรับกวาดก้นกระซุง
๔๕๙ ข้าเจ้าเต้าตามชาย ไม่มีอายดูนุงถุง
กรีธาเขม้นมุ่ง แยกเขี้ยวขาวมากราวเกรียว
๔๖๐ จะกินอะไรกู ไม่อดสูอีหน้าเซียว
ขัดเขมรตามเป็นเกลียว เที่ยวชวนชายหมายว่าดี
๔๖๑ จะจับกูเป็นภักษา กินอาชาให้สิ้นชี
วิตม้วยด้วยยักษี หยุดอยู่ไยที่ฝั่งชล
๔๖๒ ข้ามฟากมานี่แน พูดกอแกอียักษ์ยล
ชาติยักษ์อักุศล พวกสัตว์บาปใจหยาบช้า
๔๖๓ ปางปิ่นยุพาสมร ฟังอัสดรก็แสนสา
หัสเหลือจะคณนา พระอุราจะทำลาย
๔๖๔ ตรัสว่าแก่ค่อมเค้า ข้านอกเจ้าเราพลอยอาย
ดูรุทำปากร้าย ปั้นเจ๋อหน้าว่าพาชี
๔๖๕ ก่อก่อนเขาสานตาม ทีนี้งามนางสอดสี
ใครสอนเจ้าพาที ให้แปดเปื้อนมาถึงเรา
๔๖๖ อวดดีสีปากจัด ถูกถนัดนั่งเงียบเหงา
ก้มหน้าทำซบเซา ไยมิร้องส่งเสียงไป
๔๖๗ นางค่อมยินเสาวนีย์ มหิษีก็น้อยใจ
ทูลองค์พระทรามวัย ไม่ทราบเกล้าว่าอาชา
๔๖๘ รู้พูดเหมือนมนุษย์ อาญาสุดใส่เกศา
โกรธแทนพระชายา กลับได้ผิดมาติดตน
๔๖๙ ม้าด่ายังมิหนำ พระแม่ซ้ำระทมทน
คราวเคราะห์ประจวบจน มาถึงกายก็ได้ความ
๔๗๐ พระองค์ธำรงภพ ทรงปรารภด้วยนงราม
ฤทัยยิ่งวาบหวาม ชำเลืองเนตรชะแง้หา
๔๗๑ ส่วนอัศวาเรศ ก็แผลงเดชธิศักดา
ร้องก้องพนัสา หิมเวศสะท้านดง
๔๗๒ ปางองค์พระรถสวาดิ นิราศนางตะลึงหลง
ลังเลด้วยเอองค์ อัศวาก็พาหนี
๔๗๓ เหลียวหลังมาสั่งขนิษฐ์ แม่มิ่งมิตรจงอยู่ดี
ครองชีพไว้ท่าพี่ เรียมไม่ช้าจะคืนสม
๔๗๔ นิ่งเถิดน้องอย่าร้องไห้ เหาะเองได้จะลอยลม
เงยพักตร์ให้เชยชม เสียสักน้อยจะลาจร
๔๗๕ สุดฤทธิ์จึ่งปลิดปละ สละรักพระองค์อร
นุชนงจงฟังวอน อย่ารอนชีพให้สูญชนม์
๔๗๖ นางแว่วสำเนียงหวาน นฤบาลพิไรรน
อุปรมาประหนึ่งคน ถือดาบมั่นมาฟันศอ
๔๗๗ ขาดแล้วกระเด็นดิ้น พระยุพินไม่รั้งรอ
น้ำพระเนตรก็หลั่งหล่อ สะอื้นอั้นพระขวัญหาย
๔๗๘ จิตปลิวออกจากตัว ระริกรัวพระวรกาย
แก้เกศพระเกล้าสยาย สองพระกรข้อนทรวงโทรม
๔๗๙ ร้องหวีดได้คำเดียว พระเหลือบเหลียวมาเห็นโฉม
เอียงเอนระเนนโนม สลบนิ่งเหนือรัถา
๔๘๐ มิ่งม้าพาเธอเหิร รีบเหาะเกินไม่รั้งรา
เกรงกริ่งพระเดชา จะกลับหลังยังองค์อร
๔๘๑ เร่งรัดฉวัดเฉวียน ข้ามเกาะเกียนชโลทร
หวังท้าวให้ไกลสมร ลับเนตรสองไม่เห็นกัน
๔๘๒ ปวงนางสนมแน่น แหงนดูม้ากับทรงธรรม์
เหาะหนีนางจอมขวัญ ลอยละลิ่วในอัมพร
๔๘๓ คว้างคว้างไปกลางโพยม ไม่ยลโฉมพระชาญสมร
ลับเหลี่ยมคิรินทร แลจนสุดนัยนา
๔๘๔ สูญไปกับแก้วเนตร นางนาเรศทั้งซ้ายขวา
เหลือบเห็นพระชายา ปิ่นสุรางค์สลบใน
๔๘๕ ราชรถพระที่นั่ง นางทั้งปวงก็ตกใจ
เข้าล้อมพระทรามวัย ประคององค์ยังอุ่นอร
๔๘๖ เชิญน้ำสุคันธรส อันรื่นรสเกสร
สรงชโลมให้จอมสมร ก็ได้สมประดีคืน
๔๘๗ ตรัสถามถึงปิ่นเกศ พอทราบเหตุก็โศกสะอื้น
ชะอ้อนโอ้ไหนจะฝืน ชีวิตไว้ให้ยืนยง
๔๘๘ นานาคณานาง ต่างคนปลอบพระเอกองค์
โปรดเกล้าข้าผู้จง บำรุงเบื้องพระบทมาลย์
๔๘๙ อันองค์พระปิ่นปัก อัคเรศเธอจากสถาน
ข้าบาทนี้ตรองการ ที่ไหนเลยจะคืนครอง
๔๙๐ พาชีพากระเจิง จนลิ่วเหลิงด้วยสมปอง
พระแม่อย่าหม่นหมอง เชิญกลับราชรถทรง
๔๙๑ เข้ายังนครเรา รมเยศสำราญองค์
ไทท้าวรู้แล้วคง จะรีบรัดทุเรศตาง
๔๙๒ กรีธาพยุหบาตร มากล่าวนาฏพระจอมปรางค์
ดับโศกให้เสื่อมสร่าง สละทุกข์บันเทิงใจ
๔๙๓ อุปรมาเหมือนเรือนทอง นพคุณสิ้นปัถไหม
บริสุทธิ์เนื้ออุไร ไหนจะไร้วิเชียรชู
๔๙๔ งามต้องในตาโลกย์ อย่าวิโยคพระโฉมตรู
จุลจักรองค์ใดรู้ จะริเริ่มเฉลิมขวัญ
๔๙๕ นางฟังพิไรเรื่อง ให้ขุ่นเคืองในแก้วกรรณ
ตรัสขับนางบริพรร พูดเซ้าซี้อยู่นี่ไย
๔๙๖ สู้ม้วยชีวาลา ด้วยสัตยาที่จริงใจ
ถึงพระสามีไกล ไม่ขอคบเป็นชายสอง
๔๙๗ ตรัสพลางยิ่งเทวษ สุชลเนตรก็เนืองนอง
เวรใดนี่หนอปอง นิราศร้างบุรีมา
๔๙๘ สูญสิ้นมไหศวรรย์ แต่กระนั้นยังไม่สา
ซ้ำจากพระภรรดา ฉะนี้นี่มิเคยควร
๔๙๙ ทิ้งทอดพระวรกาย ยิ่งฟูมฟายพิไรครวญ
ชีวิตนิรารวน วิเวกว้างอยู่กลางดง
๕๐๐ ปางเมื่อมหิษี เมรีลักขณาทรง
เหนือราชบรรยงก์ บัลลังก์รถกระหนกพราย
๕๐๑ ตรัสมีพระบัญชา สิทธิกรรม์ที่เป็นนาย
พาพวกพลนิกาย กลับไปราชธานี
๕๐๒ เลียงผาที่เทียมรถ จงปลดปล่อยพนาศรี
ปกครองกันให้ดี ปราศจากซึ่งไภยัน
๕๐๓ ฝากนางสนมด้วย เอ็นดูช่วยอย่าเดียดฉันท์
ส่งเข้าถึงเขตขัณฑ์ เหมือนหนึ่งเคยแต่ก่อนมา
๕๐๔ อย่าเจ้าอย่าเป็นห่วง เราคงตายพนาวา
ท่านมีคุณเมื่อเดินป่า ค่อยอยู่เถิดให้จงดี
๕๐๕ สั่งเสร็จก็ซบพักตร์ พระนงลักษณ์ทรงโสกี
อกเอ๋ยจะเอาชี วิตทำลายไว้กลางดง
๕๐๖ สิทธิกรรม์ทั้งไพร่นาย หญิงแลชายตะลึงหลง
ร่ำรักพระเอกองค์ บงกชเกล้ากระษัตรีย์
๕๐๗ เสียงโหยเสียงไห้หา สนั่นป่าพนาลี
นกหกบรรดามี ก็เงี่ยโสตสดับสาร
๕๐๘ สังเวชทุกอกสัตว์ โทมนัสด้วยนงคราญ
ร้องไห้เสียงสะท้าน สะเทือนทั่ววนาสณฑ์
๕๐๙ สิทธิกรรม์บังคมบาท สนมนาฏก็จรดล
ค่อนทรวงพิไรรน ดำเนินพลางชะแง้หา
๕๑๐ บ้างวิ่งมากราบเบื้อง บทเรศพระชายา
ร่ำไห้ประหนึ่งว่า พินาศสิ้นสมประดี
๕๑๑ สังเวชสงสารนาฏ พระอัครราชมหิษี
หลับเนตรไม่พาที มิพร้องพจนานาง
๕๑๒ ข้าบาทบำรุงรักษ์ สามิภักดิ์แต่ก่อนปาง
ควรแหนงระแวงหมาง ประทมนิ่งด้วยสิ่งใด
๕๑๓ ลืมเนตรขึ้นทัศนา จะทูลลายังเวียงไชย
โปรดเกล้าให้กลับไป เป็นห่วงราชเทวี
๕๑๔ ปางองค์พระนงลักษณ์ ตระหนักเสียงนางสาวศรี
พ่างเพียงจะสิ้นชี วนาศนิ่งไม่ติงองค์
๕๑๕ ไม่เยื้อนพระพจนา ชักแต่ผ้าประทมทรง
ปิดพักตร์ตะลึงหลง โศกในทรวงก็ง่วงไป
๕๑๖ พระสนมก็จนจิต สิ้นความคิดต่างรํ่าไร
ชุลีลาแล้วคลาไคล เดินโศกามาตามทาง
๕๑๗ แลลับองค์ทรามวัย น้ำตาไหลไม่เว้นนาง
อกเอยดูอ้างว้าง อนาถเนตรสังเวชทรวง
๕๑๘ นางสนมที่เคยสนิท สุขุมคิดยิ่งเป็นห่วง
จะทิ้งสุดาดวง ไว้อย่างไรไฉนนา
๕๑๙ ที่มีกระตัญญู ไม่ขอคืนไปนครา
กอดศอกันโศกา ก็กลับมายังอรไท
๕๒๐ ไม่เข้าให้ใกล้องค์ แฝงภูมิพงพฤกษาไศล
ลอบแลอยู่แต่ไกล พอเห็นราชชายา
๕๒๑ สิทธิกรรม์ก็นำพล พหลทศโยธา
เสียใจประหนึ่งว่า เศียรขาดกระเด็นหาย
๕๒๒ ต่างเดินดำเนินดง บ้างเหาะตรงสู่เมืองหมาย
อัสสุชลยิ่งนองสาย นกแลไม้ไม่อยากชม
๕๒๓ ดอกแก้วแลดอกเกด จำปาเทศอันมีถม
ใกล้มือไม่เด็ดดม อยู่ริมทางย่างจรลี
๕๒๔ ครั้นถึงบุรีรัตน์ เงียบสงัดทั้งกรุงศรี
แซ่เสียงแต่โศกี ต่างตนไปยังเคหา
๕๒๕ ปางองค์พระวรนาฏ เมรีราชยุพาพะงา
อัดอั้นในอุรา พระอุระจะทำลาย
๕๒๖ นิราศยศแลถาศักดิ์ อยู่เปลี่ยวพักตร์เอกากาย
พระสุริยาก็บ่ายชาย จะลับเหลี่ยมคีรินทร
๕๒๗ โศกเศร้าเทวษถึง ยิ่งรุมรึงพระองค์อร
พระพายพาเกสร กลิ่นขจรซาบนาสา
๕๒๘ น้องท้าวชื่นทรวงทรง พลิกวรองค์ทอดทัศนา
ห่อนยลซึ่งพักตรา ผู้ใดไม่เป็นเพื่อนสอง
๕๒๙ ว่างเวิ้งวิเวกสงัด นิราศพลัดมณเฑียรทอง
ยินเสียงแต่สัตว์ร้อง สยองเกล้าแสยงขน
๕๓๐ ชะนีโหยร่ายไม้หวน พิไรครวญเรียกผัวตน
ผีป่าผิ่วปากบ่น อยู่เคียงราชรถสุวรรณ
๕๓๑ อกเอ๋ยไม่เคยเห็น พระทรวงเต้นไม่มีขวัญ
เวรใดมาตามทัน กรรมจึ่งให้เผอิญเป็น
๕๓๒ เสียรู้เพราะรักมิตร ผิดถนัดวิบัติเข็ญ
ซบพักตร์น้ำเนตรกระเด็น อัสสุชลชโลมปราง
๕๓๓ ระทวยทอดฤทัยครวญ กันแสงสวรไม่เสื่อมส่าง
เหน็บหนาวทั้งสารพางค์ เพียงพินาศบนรถทรง
๕๓๔ โอ้แม่มนทามาร ดังจะลาญชีพปลดปลง
เห็นของวิเศษจง นเรศท้าวเธอเอาไป ๚ะ

(ความในต้นฉบับสมุดไทยหมดลงเพียงเท่านี้)



[๑] ตรวจชำระจาก เอกสารเลขที่ ๑๑ หมวดวรรณคดี หมู่ฉันท์ เรื่องพระรถ

[๒] สัมผัสไม่รับกับบทก่อน เข้าใจว่าต้นฉบับคงคัดลอกตกไป

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ