เดือน ๖ จุลศักราช ๑๒๔๒

วันที่ ๔๑๖๘ วันศุกร์ขึ้น ๑ ค่ำเดือน ๖ ปีมะโรง ยังเป็นเอกศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เช้าวันนี้พระนายสรรเพธนำรถลงไปให้ปัลเครฟเลือก เขารับเอารถ ๑ จดหมายตอบมาให้ท่านเทวัญไม่ชอบสีเหลืองว่าเป็นสีหลวงรับเอารถดำไว้ ม้านั้นชอบม้าไทย บ่าย ๔ โมงมาเฝ้าพระองค์เจ้าเทวัญเป็นล่ามทรงเรื่องสัญญาและเรื่องรูป

วันนี้ สมเด็จเจ้าพระพระยาให้คุณท้าวราชกิจมาทูลขอชื่อเรือไฟใหม่

ก่อนมิสเตอร์ปัลเครฟเฝ้า รับหนังสือมิสเตอร์อาลบาสเตอทูลเกล้า ฯ ถวาย ว่าด้วยเมื่อปัลเครฟจะมาเฝ้านี้แวะที่บ้านแกก่อน พูดเรื่องสมเด็จเจ้าพระยาไปหาเช้าวันนี้ พูดเรื่องทูตซึ่งจะอยู่ที่ลอนดอนเห็นด้วย กับพูดด้วยขอให้ช่วยวังหน้า (หนังสือนี้ไม่ได้เก็บไว้)

วันที่ ๔๑๖๙ วันเสาร์ขึ้น ๒ ค่ำเดือน ๖ ปีมะโรง ยังเป็นเอกศก จุลศักราช ๑๒๔๒

กลางวันวันนี้เจ้าคุณกรมท่าเฝ้าเรื่องจะไปพูดกับปัลเครฟเรื่องสัญญา แล้วเจ้าคุณทหารเฝ้าด้วย พระยาโชฎึกถวายริโปตความในกรมท่าซ้าย เดือน ๔ ความเดิมมี ๒๙ ใหม่ ๙ รวม ๓๘ แล้ว ๓ คงค้าง ๓๕ เรื่อง ริโปตทหารมหาดเล็ก เดือน ๖ นี้ รวมคงรับราชการ ๑๖๘ จำหน่าย ๒๕ รวม ๑๙๓

รับหนังสือมิสเตอร์อาลบาสเตอตอบพระราชหัตถ์เลขาเย็นวานนี้ ว่าด้วยจะลงไปพูดกับปัลเครฟตามข้อความในพระราชหัตถ์ ต่อไปก็เล่าเรื่องปัลเครฟพูดด้วยการงานต่าง ๆ

กรมขุนบดินทรเฝ้าถวายหนังสือเจ้าพระยาสุรวงศ์มีมาขอตราโรงพิมพ์ประทับข้อบังคับเจ้าภาษีตั้งห้างซื้อฝิ่นเมืองแพร่ (โปรดให้ประทับให้ไป)

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่า ว่าด้วยเรื่องเตเลแกรฟทางทะวาย ให้ท่านลงไปพูดกับปัลเครฟจะยอมต่อ

รับหนังสือกรมท่าถวายว่าด้วยการประชุมทำสัญญาที่สุทไธศวรรย์ สมเด็จเจ้าพระยาให้ไปฟังเขาดูก่อนจึงจะเป็นการตกลง

มีพระราชหัตถ์ตอบไปฉะบับ ๑ ชี้แจงกระแสพระราชดำริ และยอมให้ลงไปพูดปรึกษากับเขา

มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จเจ้าพระยา ฯ พระราชทานชื่อเรือใหม่ให้ ชื่อสุริยมณฑล (แล้วท่านคืนมายังไม่รับด้วยเป็นวันเสาร์ ฉะบับนี้ไม่ใช้)

มีพระราชหัตถ์ถึงปัลเครฟ เรื่องให้กรมท่าลงไปชี้แจงเรื่องสัญญา (อัดสมุดในหีบเหลือง) แล้วปัลเครฟตอบมาฉะบับ ๑ ว่าจะทูลชี้แจงมากับกรมท่า

พระนรินทรถวายใบบอกพระอมรว่าด้วยเมืองระนองขอผูกขาดภาษีเมืองมะลิวันเขตต์อังกฤษ ประสงค์จะกันผู้ร้ายที่เขตต์แดนใกล้กัน

ต้นหนังสือเมืองระนองถึงพระอมร

พระอมรจดหมายทูลเกล้า ฯ ถวายบอกด้วยราชการเมืองตะวันตก ว่าเมืองภูเก็ตร่วงโรยลงมากเพราะพระยาภูเก็ตกลัวเจ๊ก

มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ว่าด้วยเมืองระนองขอผูกขาดภาษีเมืองมะลิวันอย่าให้พัวพันกับการบ้านเมือง

สมเด็จกรมหลวงจดหมายถวาย ๒ ฉะบับ ๆ ๑ ว่าด้วยเงินขึ้นพระเจ้าลูกเธอท่านคิดเติมขึ้นอีก

ฉะบับ ๑ ว่าด้วยค่าน้ำกรุงเก่าถึงกำหนดไม่มา ว่าภายหลังว่ากันตกลงแล้วกลับมายื่นเรื่องราวอีกท่านจะตัดสินก็ยากด้วยเงินสูง

ต้นเรื่องราวนายอากร

มีพระราชหัตถ์ตอบไปเรื่องเงินขึ้นพระเจ้าลูกเธอฉะบับ ๑ ว่าอย่าเพ่อรีบร้อนค่อยๆ จัด อีกฉะบับ ๑ เรื่องค่าน้ำแล้วแต่เจ้าพนักงาน

วันที่ ๔๑๗๐ วันอาทิตย์ขึ้น ๓ ค่ำเดือน ๖ ปีมะโมง ยังเป็นเอกศก จุลศักราช ๑๒๔๒

วันอาทิตย์ ๓ โมงกับ ๑๖ นาที มหาสงกรานต์

เช้าท้าวราชกิจมาเฝ้า ถวายคืนชื่อเรือว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ท่านยังไม่ยอมรับจะขอรับพระราชทานต่อวันขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๖ เวลาเช้า ๔ โมงเสด็จพระราชดำเนินไปเลี้ยงพระ พระทรายที่วัดเทพศิรินทร เวลาเที่ยงเศษเสด็จกลับ

เวลาค่ำกรมท่าเฝ้าทูลเรื่องไปบ้านกงสุลอังกฤษปรึกษาตกลงกันที่จะปรึกษาแก้สัญญานั้นที่สุทไธศวรรย์กับเขาร่างสัญญาส่งมา ๒ ข้อ แล้วเสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร สวดมนต์สรงน้ำสงกรานต์

พระพิมลธรรมถวายหนังสือ ว่าพระเมืองพระพิษณุโลกมาแจ้งว่าวิหารพระชินราชชำรุดมาก มีทายกจะช่วยกันปฏิสังขรณ์ แต่เกรงพระราชอาชญาด้วยเป็นวัดหลวง ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต (โปรดอนุญาตและจะออกเงินหลวงด้วย)

ท้าวภัณฑสารนุรักษ์ถวายบัญชีรดน้ำสงกรานต์ รวม ๑๓ โปรดให้เติมสมเด็จกรมพระอีกพระองค์ ๑ เป็น ๑๔

กรมท่าส่งหนังสือพระยาสยามบอกข่าวราชการที่ยุโรป

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่าเรื่องสัญญา ๒ ข้อที่ร่างมาว่าด้วยตั้งกงสุลและรับเอกษกวาเตอ ทูลจะมีด้วยหรือไม่กับไวซ์กงสุลนั้นจะอย่างไร

รับหนังสือสมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิพงษ์ ว่าด้วยเรื่องเงินรวมขึ้นพระเจ้าลูกเธอ แยกบัญชีขึ้นเป็นพระองค์นั้นท่านไม่เห็นด้วย สู้ว่ารวมไม่ได้ ด้วยเงินขาดไม่ต้องลด

วันที่ ๔๑๗๑ วันจันทร์ขึ้น ๔ ค่ำเดือน ๖ ปีมะโรง ยังเป็นเอกศก จุลศักราช ๑๒๔๒

วันเนาว์

เช้าทรงบาตร แล้วออกเลี้ยงพระที่พระที่นั่งอมรินทร แล้วเสด็จไปสรงน้ำพระที่โรงกระสาปน์เก่า เวลาเที่ยงแล้วเสด็จขึ้น

เจ้าพระยาพลเทพ เจ้าพระยามหินทร เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ เฝ้าทรงชี้แจงเรื่องทำสัญญาและให้ไปตรวจสัญญาเก่าว่า ควรจะแก้จะเพิ่มข้อใดบ้างให้ทำความเห็นเข้ามา

ค่ำสวดมนต์ฉลองพระทรายไม่เสด็จออก

ท้าวราชกิจมาทูลว่าสมเด็จเจ้าพระยาขอรับพระราชทานทหารลงประจำเรือใหม่

มีพระราชหัตถ์ถึงพระยาประภาให้จัดทหารมรีนลงประจำเรือตามสมควรกับกำลังเรือ

รับโทรเลขเรือเข้ามา ๒ ลำ

พระอินทรเทพจดหมายถวายคำชันสูตรฟันกันที่วัดศรีสุทธาราม มีการฉลองพระทราย

เจ้าพระยาภาณุวงศ์จดหมายถวายด้วยมิสเตอร์ปัลเครฟพูดกับท่านอยากจะทราบการเรื่องทะเลสาปตลอดเรื่อง กับอยากจะทราบสัญญาเรื่องนี้ด้วย (โปรดพระราชทานบอกเมืองพระตะบองไปให้มิสเตอร์อาลบาสเตอแปล) แล้ว

มีพระราชหัตถ์ตอบไปว่าเมืองพระตะบองยังให้อาลบาสเตอแปลอยู่แล้วจึงจะส่งไป แต่สัญญานั้นให้กรมท่าคัดให้

มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ ส่งบัญชีข้าหลวงไปทำจำนวนเลขเมืองตะวันตกไปให้ท่านกะที่กรมอื่นๆ ให้ท่านบอกไป

วันที่ ๔๑๗๒ วันอังคารขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง ยังเป็นเอกศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เถลิงศกเวลา ๒ ทุ่ม ๑ นาฬิกากับ ๑๖ สะกัน

เวลาเช้า ๓ โมง เสด็จลงทรงบาตรและสรงน้ำพระในหอพระเจ้าและสรงน้ำพระบรมอัฏฐิ แล้วเสด็จออกสดับปกรณ์การกาลานุกาล ปีนี้เดิมสดับปกรณ์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอิศริยาลงกรณ์อีกพระองค์หนึ่ง เวลาเที่ยงแล้วเสด็จขึ้น

บ่าย ๕ โมง วันนี้มิสเตอร์ปัลเครฟกับมิสเตอร์นิวแมนไปดูวัดพระศรีรัตนศาสดารามกับพุทธรัตนสถาน โปรดให้กรมหมื่นนเรศร์กับพระองค์เจ้าเทวัญไปคอยรับ

เวลา ๕ โมง เสด็จลงสรงน้ำพระพุทธบุศยรัตน์ พอพบปัลเครฟดูอยู่ที่นั้นประทับตรัสกับเขาอยู่ครู่หนึ่งแล้ว เขาจึงถวายบังคมลากลับออกมา สรงน้ำพระพุทธบุศยรัตน์แล้ว เสด็จออกทางพระที่นั่งอนันตสมาคม เสด็จวัดพระศรีรัตนศาสดารามนมัสการในพระอุโบสถสรงน้ำแล้ว เสด็จหอราชพงษานุศรกับหอราชกรมานุศร แล้วเสด็จสรงน้ำและสดับปกรณ์พระบรมอัฏฐิที่หอพระนาค เวลาทุ่มเศษเสด็จกลับขึ้นทางประตูพรหมขวา

รับหนังสือพระยามหามนตรี ทูลเรื่องทหารว่าจะเอาจำนวนมาถวายก็ป่วยอยู่ จะมาต่อพรุ่งนี้ แต่ทหารนั้นเรียกได้ใน ๒ ชั่วโมง ๑,๕๐๐

เจ้าพระยาพลเทพ เจ้าพระยามหินทร เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ ลงชื่อพร้อมกันถวายความเห็นเรื่องสัญญา ๒ ข้อ ที่ร่างใหม่นั้นใช้ได้

วันที่ ๔๑๗๓ วันพุธขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง ยังเป็นเอกศก จุลศักราช ๑๒๔๒

กลางวันไม่มีราชการอะไร มีแต่มิสเตอร์อาลบาสเตอเฝ้าไปรเวตในห้องเหลือง จนบ่าย ๕ โมง

ค่ำออกขุนนางไม่มีราชการอะไร

ก่อนอาลบาสเตอเฝ้า รับหนังสือแกทูลด้วยได้รับหนังสือมิสเตอร์ปัลเครฟว่าด้วยสัญญานั้นเขาร่างแล้ว กับว่าด้วยเขาได้พูดกับสมเด็จเจ้าพระยาเรื่องนักโทษ ท่านว่าคงจะมีกำหนดโทษได้ (ท่านทำทีเป็นท่านจะช่วย) กับโปรโป๊สว่าพรุ่งนี้ประชุมแก้สัญญาให้มีการเลี้ยงกลางวัน แล้วเชิญวังหน้ามาด้วยปัลเครฟจะได้เห็นว่าสนิทสนม ริโปตไปนอก

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมพระราชวัง ว่าด้วยธุระพรุ่งนี้จะประชุมแก้สัญญาให้ลงมาเฝ้าปรึกษาราชการและเสวยกลางวันด้วย

พระยาไชยสุรินทรถวายบัญชีภาษีฝิ่นขึ้น พระเจ้าลูกยาเธอฉะบับ ๑

เจ้าพระยาพลเทพ เจ้าพระยามหินทร เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ ลงชื่อพร้อมกันถวายความเห็น ด้วยตรวจสัญญาเก่าควรแก้ไขต่าง ๆ

วันที่ ๔๑๗๔ วันพฤหัสบดีขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาเช้า ๔ โมง เจ้าพระยาภาณุวงศ์กับมิสเตอร์ปัลเครฟเอเยนต์และกงสุลเยเนราลอังกฤษ กับมิสเตอร์กูลด์ประชุมแก้สัญญาที่พระที่นั่งสุทไธศวรรย์เวลาเที่ยงเลิก

เวลาเช้า ๕ โมง เสด็จออกวังหน้าลงมารับสั่งให้หาเข้ามาเฝ้าในพระที่นั่งพร้อมด้วยสมเด็จกรมพระ สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษี กรมหมื่นนเรศร์ กรมหมื่นพิชิต พระองค์เจ้าเทวัญ พระองค์เจ้าดิศรกุมาร พระองค์เจ้าสาย เจ้าพระยาพลเทพ เจ้าพระยามหินทร เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ พระยาภาส พระยาพิพัฒนโกษา กับหัวหมื่นมหาดเล็ก และทหาร ๒ คน รับสั่งให้จมื่นสุรฤทธิ์ไปเชิญมิสเตอร์ปัลเครฟเข้ามาพร้อมด้วยเจ้าพระยาภาณุวงศ์เลี้ยงกลางวันชั้นล่างพระที่นั่ง ในเวลาเที่ยง แต่มิสเตอร์กูลด์นั้นไม่ได้เข้ามา เลี้ยงแล้วขึ้นมาสูบบุหรี่อยู่ที่ห้องน้ำเงิน แล้วเขาเฝ้าทรงตรัสปรึกษาเรื่องสัญญาอยู่จนบ่าย ๔ โมงเขาจึงกลับ

บ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จรดน้ำสมเด็จเจ้าพระยา ขึ้นท่าบ้านเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ประทับตรัสอยู่ด้วยเรื่องทำสัญญาพร้อมด้วยเจ้าพระยาสุรวงศ์ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ จนยามเศษเสด็จกลับ รับสั่งให้พระองค์เจ้าเทวัญไปทูล สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมหลวงจักรพรรดิพงศ์ ให้รวมพิกัดภาษีอากรในท้องตราและในพิกัดสัญญาเทียบกันเป็นอย่าง ๆ เข้าไปถวายให้แล้วในพรุ่งนี้ค่ำหรือมะรืนนี้เช้า

รับโทรเลขเรือออก ๒ ลำ

รับหนังสือเจ้าพระยาสุรวงศ์ เรื่องทำโทรเลขไปต่อทางทะวายที่ปรึกษาตกลงเป็นจะทำนั้น ท่านได้รับพระราชทานให้หม่อมแดง พระชลธาร พระไกรสร ไปตรวจทางทำริโปตมายื่นฉะบับ ๑ ส่งเข้ามา และการปักเสาพาดสายนั้น ขอหม่อมราชวงศ์แดง หลวงนราธิกรฤทธิ์ เป็นข้าหลวง มิสเตอร์เดอิซันเป็นอินยิเนียร์ทำการต่อไป

มีพระราชหัตถ์พระราชทานชื่อเรือใหม่ สมเด็จเจ้าพระยา ชื่อสุริยมณฑล (พระราชทานต่อมือท่านวันนี้)

วันที่ ๔๑๗๕ วันศุกร์ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

กลางวันไม่มีราชการอะไร เป็นแต่มิสเตอร์อาลบาศเตอเฝ้าเรื่องสัญญา กรมท่าส่งร่างสัญญาที่ปัลเครฟร่างเข้ามาถวาย โปรดเกล้า ฯ ให้กรมขุนบดินทร์ไปตีพิมพ์ให้แล้วในพรุ่งนี้เช้า ส่งไปเวลายาม ๑

กรมหมื่นนเรศร์ถวายต้นหนังสือ เจ้าพระยามหินทรถวายสมเด็จกรมพระ ว่าด้วยการทำบ่อทองสิ้นคราวฤดูจะขอรับพระราชทานให้นายเสน่ห์กลับเข้ามาบวช แล้วแต่จะโปรดให้ผู้ใดออกไปแทน (โปรดเกล้า ฯ ให้นายพลอยมหาดเล็ก บุตรเจ้าพระยามหินทรเองออกไป)

หัวข้อร่างสัญญาที่ไทยจะต้องร่าง ๕ ข้อ กรมท่าถวาย

รับหนังสือสมเด็จกรมหลวงซึ่งสอบพิกัดภาษี

มีพระราชหัตถ์ตอบไปให้ท่านทำความเห็นคัดพิกัดให้พระยารัตนโกษา พระยานานาไปชี้แจงให้เจ้าคุณกรมท่าทราบ

มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ให้ปรึกษากับสมเด็จกรมหลวงจัดภาษีร้อยชักสามเสียให้เรียบร้อย อย่าให้เรียกปะปนกันเหมือนแต่ก่อน

มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมหลวงอีกฉะบับ ๑ บอกให้ปรึกษากับเจ้าพระยาสุรวงศ์เรื่องภาษีร้อยชักสาม

สมเด็จกรมพระจดหมายมาทูลเรื่องช้าง ซึ่งพระยาอภัยรณฤทธิ์ออกไปดูนั้นยังเป็นที่สงสัยอยู่ ด้วยได้ความยังไม่แน่นอน กลัวแต่จะแกล้งหนีการแรกนาเท่านั้น

วันที่ ๔๑๗๖ วันเสาร์ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาเที่ยงกรมขุนบดินทรตีพิมพ์ร่างสัญญาแล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้พระองค์เจ้าเทวัญส่งไปที่สมเด็จกรมพระฉะบับ ๑

สมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิพงศ์ ๑ สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษี ๑ เจ้าพระยาพลเทพ ๑ เจ้าพระยามหินทร ๑ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ ๑ พระยาธรรมจรัญ ๑ พระยาภาส ๑ รวม ๘ ฉะบับ กับส่งไปที่กรมท่าให้ส่งสมเด็จเจ้าพระยาฉะบับ ๑ เจ้าพระยาสุรวงศ์ฉะบับ ๑ รวม ๑๐ ฉะบับ

เวลาบ่าย ๔ โมง มิสเตอร์ปัลเครฟเฝ้าไปรเวตเรื่องทำหนังสือสัญญา พูดเรื่องเนวีสตอ

ค่ำเสด็จลงไปประทับในเต๊นท์ที่ชาลาพระที่นั่งด้านตะวันตก ทอดพระเนตรแขกเล่นยิมนัสติก พระราชทานรางวัล ๒๐๐ บาท เวลา ๕ ทุ่มเศษเสด็จขึ้น

กรมท่าจดหมายทูลเกล้า ฯ ถวายว่าด้วยมิสเตอร์ปัลเครฟให้นิวแมนขึ้นมาหาว่า เยเนราลโดโนเวลคอมมานเดออินชีบสำหรับเมืองจีนกับเลดีกัปตันบาตอนเอดเดอกงเข้ามาเที่ยวเป็นไปรเวตไม่มีราชการสิ่งใด ที่บ้านกงสุลไม่มีที่จะให้อยู่ ถ้าท่านช่วยจัดให้ได้แล้วเขาจะขอบใจมาก ท่านขอผัดไป ๔-๕ ชั่วโมง จะจัดที่บ้านราชทูตให้อยู่

รับหนังสือปัลเครฟถวาย ขอให้เยเนราลโดโนเวลเฝ้า (ฉะบับนี้ไม่ได้ตอบ บ่ายแกมาเฝ้ารับสั่งตอบกับแกเองให้นัดไปที่กรมท่า)

รับหนังสือมิสเตอร์แอนแซน ผู้แทนคอเวอเนอสิงคโปร์ อินโตรดักเยเนราลโตโนเวล

รับหนังสือมิสเตอร์อาลบาสเตอพูดเรื่องเนวีสตอ

พระยามหามนตรีทูลด้วยจำนวนทหารซ้อมวันนี้

หลวงนายเดช ทูลด้วยโปลิศบางยี่เรือจับผู้ร้ายฟันจีนซาได้ ชำระรับเป็นสัตย์ซัดพวกเพื่อนมาก ขอรับพระราชทานให้มีตระลาการด้วยเกินอำนาจศาลโปลิศ

พระองค์เจ้าประดิษฐ์จดหมายถวายว่า ด้วยรับพระระบาทว์มาแต่พระคลังข้างในกับทูลกำหนดหล่อช้างมอนิแมน

มีพระราชหัตถ์ ถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ นัดเวลาประชุมแก้สัญญา

มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ นัดเวลาประชุมแก้สัญญา กับนัดให้เยเนราลโดโนเวลเฝ้า

มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมหลวง นัดเวลาประชุมแก้สัญญา

มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาพลเทพ นัดเวลาประชุมแก้สัญญา

มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยามหินทร นัดเวลาประชุมแก้สัญญา

มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ นัดเวลาประชุมแก้สัญญา

มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระ นัดเวลาประชุมแก้สัญญา

วันที่ ๔๑๗๗ วันอาทิตย์ขึ้น ๑๐ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาบ่าย ๒ โมง ประชุมเสนาบดีแก้หนังสือสัญญาที่ห้องน้ำเงิน สมเด็จกรมพระบำราบปรปักษ์ ๑ เจ้าพระยาสุรวงศ์ ๑ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ ๑ เจ้าพระยาพลเทพ ๑ สมเด็จกรมหลวงจักรพรรดิพงศ์ ๑ สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษี ๑ เจ้าพระยามหินทร ๑ เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ ๑ พระยาภาส ๑ กรมหมื่นพิชิตเป็นคนอ่าน พระองค์เจ้าเทวัญเป็นคนจด กรมหมื่นนเรศร์กับพระองค์เจ้าสวัสดิ์ประวัติเป็นผู้คัด ประชุมแก้สัญญา ๕ ข้อที่เราจะขอ เจ้าพระยาสุรวงศ์กับกรมท่าเป็นผู้ร่างมา กับร่างสัญญาที่ปัลเครฟร่างมาตรวจแก้ทีละข้อๆ เวลาทุ่ม ๑ เลิก แต่ยังไม่แล้วเสร็จ จะประชุมใหม่วันพุธ ข้อความที่แก้กันวันนี้ เจ้าพระยาสุรวงศ์กับเจ้าพระยาภาณุวงศ์รับไปเรียง

วันนี้โปรดเกล้า ฯ ให้ขุนหลวงพระไกรศรีเอาร่างสัญญาไปแจกปรีวีเคาน์ซิล ๓๑ คน

ออกขุนนางวันนี้เปลี่ยนไปออกห้องเหลือง พระศรีเสนาอ่านบอกเมืองตากมีผู้กล่าวโทษ หนานเทพ หนาน บุตรเจ้าเมืองเถินว่าเป็นผู้ร้ายปล้น พระศักดาจับพวกเพื่อนได้ ซัดถึงบุตรเจ้าเมืองเถิน (โปรดเกล้า ฯ ให้เอาลงมาชำระกรุงเทพ ฯ) กรุงเก่าขอที่วิสุงคามสีมาวัดอินทาราม บ้านบางหลวง

พระยาพิพัฒน์อ่านบอกเมืองนนท์ขอวิสุงคามสีมาวัดตานกับบอกพระคุณวงศ์วัดปากอ่าวทำสังคายนา พระสงฆ์ ๕๐๐ รูป ตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ถึงวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๖ ขอถวายพระราชกุศล

ค่ำมีพระราชหัตถ์บอกเรื่องประชุมวันนี้ ถึงปัลเครฟเป็นไปรเวต

บัญชีขุนหลวงพระไกรศรี ส่งร่างสัญญาไปให้เคาน์ซิลและปรีวีเคาน์ซิลตริตรองรวม ๒๙ คน

ร่างสัญญาตีพิมพ์

สมเด็จกรมหลวงจดหมายถวายว่า ได้ทำความเห็นคัดพิกัดภาษีไปยังกรมท่าแล้ว ส่งสำเนามาถวาย

สำเนาถึงกรมท่า

พระสิทธิไชยบดีรับพระราชทานที่นาหลวง ตำบลเหลือมอ้อ ทำเป็นกำลังราชการ

วันที่ ๔๑๗๘ วันจันทร์ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

บ่าย ๓ โมงเสด็จ ออกพระมหามนตรีเฝ้าถวายรายการพระที่นั่งใหม่ บ่าย ๔ โมง มิสเตอร์ปัลเครฟพาเยเนราลโดโนเวลกับภรรยาและเอดเดอกงเฝ้า พวกเขาแต่งตัวเต็มยศ แต่ปัลเครฟแต่งครึ่งยศ การรับนี้กรมวังกรมท่าแต่งครึ่งยศดำตามธรรมเนียม ทรงฉลองพระองค์ฟรอกโค๊ตทหาร ติดเครื่องราชอิสสริยยศดวงเล็ก ๆ รับที่ห้องน้ำเงิน พวกฝรั่งไปแล้วสมเด็จกรมหลวงเฝ้าด้วยเรื่องพิกัดภาษี แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้กรมพิชิต หนังสือสัญญาเก่าทรงตรวจไว้ลงสัญญาใหม่

ออกขุนนางพระศรีเสนาอ่านบอกเมืองพนมศก ขอนายจิตร์มหาดเล็กเป็นผู้ช่วยราชการ กับพระพนมพินิจจัดได้ผ้าม่วงหางกะรอก ๑๐ ผืน ให้นายจิตร์ผู้บุตรนำมาทูลเกล้า ฯ ถวาย

พระนรินทรอ่านบอกเมืองตะกั่วป่าบอกเผาศพพระอิศราธิไชย เมื่อวันอาทิตย์ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๔ ได้มอบปลาทองคำให้หลวงนายศักดิ์ข้าหลวงคุมเข้ามาทูลเกล้า ฯ ถวาย ๑๐ ปลา กับบุตรพระอิศราธิไชยเข้ามารับราชการฉลองพระเดชพระคุณในกรุงเทพ ฯ ด้วย ๒ คน แล้วถวายพระนรินทร ถวายข้อบังคับตั้งห้างซื้อฝิ่นเมืองแพร่ซึ่งตีพิมพ์แล้ว ๕๐๐ ฉะบับนั้นไว้ในออฟฟิศ ๕ ฉะบับ ส่งมหาดไทย ๔๐๐ นอกนั้นก็บไว้ออฟฟิศกลาโหมบ้าง แจกหัวเมืองบ้าง

พระยาอภัยรณฤทธิ์ทูลลาเข้าพิธีจรดพระนังคัล พระราชทานเงินเบี้ยเลี้ยงให้ ๕ ชั่งตามเคย

รับหนังสือมิสเตอร์ปัลเครฟตอบพระราชหัตถ์เรื่องประชุมเคาน์ซิล

เจ้าพระยาภาณุวงศ์ทูลเกล้า ฯ ถวายหนังสือว่าด้วยลงไปบ้านกงสุลอังกฤษเช้าวันนี้ ปรึกษาด้วยสัญญา ๕ ข้อ กับว่าด้วยเรื่องเยเนราลคอนอเวลจะเข้าเฝ้า กับว่าด้วยปัลเครฟตามด้วยสเกรตารีที่จะไปกับท่าน จะตกลงเป็นใครแน่

มีพระราชหัตถ์ตอบไปฉะบับเล็กอัดสมุดเหลือง ว่าด้วยจะให้พระยาเจริญไป แต่ยังมีที่เสียอยู่หลายอย่าง แต่คิดๆ ไปก็เห็นว่าไม่สู้กะไรนัก

เจ้าพระยาภาณุวงศ์ตอบพระราชหัตถ์ ว่าด้วยที่จะให้พระยาเจริญไป ท่านเห็นว่าไม่สู้เสียสิ่งไรนัก ตามพระกระแสมีพระราชหัตถ์ไปอีกฉะบับ ๑ ว่าด้วยข้อ ๕ ในสัญญาเก่า เรื่องห้ามคนสัปเยกควรจะเติมท้ายว่า เรื่องอื่นอีกหลายเรื่อง

วันนี้พระราชทานเอกษกวาเตอมิสเตอร์คลาก เป็นกงสุลเดนมาร์กไปที่กรมท่า ให้กรมท่าส่งด้วยเป็นกงสุลพ่อค้า

มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ เรื่องให้เติมความในสัญญา ว่าข้อ ๕ สัญญาเก่า สำเนา ขุนหลวงพระไกรศรีเตือนเคาน์ซิลให้ส่งความเห็นในวันอังคาร

วันที่ ๔๑๗๙ วันอังคารขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษ เสด็จออกปรีวีเคาน์ซิลถวายความเห็น พระยาเจริญเฝ้าทรงด้วยเรื่องที่จะให้เป็นที่ ๒ ไปนอกกับกรมท่า จึงจะกราบทูลว่า เจ้าพระยาภาณุวงศ์ก็ได้บอกแล้ว รับฉลองพระเดชพระคุณ แต่มีความวิตกห่วงอยู่แต่ที่บ้านไม่มีคนรักษาจะต้องจ้างคนเฝ้า รับสั่งว่าไม่เป็นไร ถ้าลำบากอยู่แล้วก็จะเปลี่ยนตัวให้คนอื่นไป แกจึงทูลว่าเป็นราชการไม่บิดพลิ้วมิได้ รับฉลองพระเดชพระคุณจนเต็มสติกำลัง

เวลาบ่าย ๔ โมงเสด็จออกขุนนางที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย เจ้าราชบุตรเจ้าราชภาคิไนย เมืองเชียงใหม่ กราบถวายบังคมลากลับไปเมือง

แล้วรับสั่งให้หาพระยารัตนโกษา มาสั่งจะให้ไปนอกกับเจ้าพระยาภาณุวงศ์ แกจึงทูลของจมื่นวิชิตออกไปด้วย

รับสั่งให้กรมหมื่นนเรศร์ไปทูลสมเด็จกรมพระ จะพระราชทานตราทุติยจุลจอมเกล้าแก่พระยารัตนโกษา ให้ทันไปนอก

กรมท่าถวายหนังสือสมเด็จเจ้าพระยามีมาแต่ราชบุรี ว่าด้วยร่างสัญญาเห็นใช้ได้ แต่ท้วงข้อ ๑๘ เข้ามาว่าเป็นความร้ายในบ้านเมืองยอมให้ลงในสัญญาไม่ได้ถ้าจะต้องให้จริงแล้วก็ต้องให้มีกำหนดเหมือนแต่ก่อน กับว่าด้วยที่ ๒ ที่จะไปนั้นให้ทูลขอพระยารัตนโกษาไป

กับมีฉะบับเล็กติดมาด้วย ชี้แจงเรื่องอังกฤษจับบ้านเมืองในอาเซียนี้ ต้องคิดผ่อนปรนให้ดี

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่าเรื่องสั่งพระยารัตนโกษา ที่จะให้ไปนอกกับว่าด้วยคนที่จะไปกับท่าน

มีตอบกรมท่าเรื่องสมเด็จเจ้าพระยาว่ามาด้วยข้อ ๑๘ ทรงเห็นว่าถ้าสู้กันจริง ๆ แล้วก็คงจะตลอดได้

วังหน้าถวายความเห็นเรื่องแก้สัญญาเข้ามา

เจ้าพระยาพลเทพจดหมายมาทูล ด้วยกรมการกรุงเก่าบอกลงมาว่าณวันพฤหัสบดีขึ้น ๗ ค่ำเดือน ๖ เวลาเช้า ๔ โมงเศษเกิดเพลิงไหม้ผ้าทรงพระพุทธรูปองค์ใหญ่ในวิหารวัดพนัญเชิง พระพุทธรูปชำรุดปูนกะเทาะหลายแห่งไฟเลียดำไป

มีพระราชหัตถ์ตอบไปว่า พระองค์นี้เป็นพระใหญ่สำหรับบ้านเมือง ให้บังคับให้กรมการราษฎรเวียนเทียนสมโภชเสีย แล้วให้หาช่างขึ้นไปซ่อม แล้วจะเสด็จขึ้นไปทรงปิดทอง แล้วจึงจะสมโภชภายหลัง

วันที่ ๔๑๘๐ วันพุธขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาบ่าย ๓ โมง ประชุมเสนาบดีเหมือนครั้งก่อน เจ้าพระยารัตนโกษามานั่งในที่ประชุมด้วย อ่านร่างซึ่งเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เจ้าพระยาสุรวงศ์ ร่างมาออกสอบกัน แก้เป็นข้อๆ และตรวจความเห็นปรีวีเคานี้ซิลด้วย พลบเสด็จขึ้นเสวย แล้วเลี้ยงท่านเสนาบดีและผู้ที่มาประชุมในห้องน้ำเงินห้องเล็ก แต่สมเด็จกรมพระนั้นพอพลบท่านกราบถวายบังคมลาไปจัดการพระราชพิธีจรดพระนังคัล แล้วประชุมต่อไปจนยาม ๑ จึงเลิก ร่างหนังสือนั้นยังไม่ตกลงให้เจ้าพระยาสุรวงศ์ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ไปสอบร่างกันที่บ้านกรมท่าแล้วนัดมาตรวจวันแรมค่ำ

เมื่อเวลาประชุม รับสั่งให้กรมหมื่นนเรศร์ไปสั่งให้สวดมนต์พระราชพิธีจรดนังคัลเสียก่อน พอเวลายาม ๑ เสด็จออก ฝนตกประปราย พอถึงห้องสนามครู่หนึ่งฝนตกมาก เมื่อเสด็จไปถึงสวดมนต์ยังไม่จบ ทรงจุดเทียนเครื่องนมัสการแล้ว ให้พระองค์สวัสดิโสภณไปจุดเทียนที่หอพระคันธาร์ ครั้นสวดจบแล้ว พระราชทานน้ำสังข์และแหวน ดาบ แก่พระยาอภัยรณฤทธิ์ตามเคยเหมือนอย่างทุกปี แล้วพระราชทานน้ำสังข์แก่นางเทพี ๔ คนต่อไป พอเวลา ๔ ทุ่มเสด็จกลับ แต่ฝนไม่หาย

รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ส่งต้นหนังสือความเห็นปัลเครฟเรื่องสัญญา ๕ ข้อที่เราร่างส่งไป

ต้นหนังสือปัลเครฟส่งความเห็น

ข้อความ ๕ ข้อที่เขาแก้

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่าเตือนให้ลงในสัญญา เรื่องเขตต์แดนกับว่าด้วยจะตั้งกฎหมายใหม่ได้ กับว่าด้วยพิกัดภาษีที่จะลงในสัญญา

วันที่ ๔๑๘๑ วันพฤหัสบดีขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เช้าวันนี้แรกนาที่ทุ่งส้มป่อยสนามควาย

จมื่นวิชิตเฝ้าถวายสร้อยช้างเผือกที่ส่งไปเมืองอังกฤษ แล้วมิสเตอร์อาลบาสเตอเฝ้าทูลเรื่อง ได้ไปเบรกเกตกับมิสเตอร์ปัลเครฟ ๆ ชมในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก ว่าสมควรเป็นไตรัลนิเคอลกิงแท้ๆ

บ่าย ๕ โมงทรงรถพระที่นั่ง กรมหมื่นนเรศร์กับพระองค์เจ้าเทวัญตามเสด็จ ไปทอดพระเนตรคลองซึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้พระยานานาขุดแก้ตัดเขตต์หลังปทุมวัน เสด็จไปถึงศาลาเชิงสะพานเสด็จลงทรงพระดำเนินด้วยพระบาท ทอดพระเนตรเลียบคลองไปตามถนนนิวแมน ทรงพระดำเนินไปได้ครึ่งหนึ่ง ทรงรถพระที่นั่งเล็กเทียมม้าเดี่ยว พระองค์สายตามเสด็จบนรถ ประพาสไปจนสุดถนนศีร์ษะลำโพง คลองเตย ทรงพระราชดำริด้วยจะขุดคลองให้ลึกให้เป็นประโยชน์ทางเรือเดิน ที่ดินริมคลองคิดจะทำที่วังพระราชทานพระเจ้าลูกเธอ เวลาเกือบทุ่มกลับมาถึงปทุมวัน ขึ้นทรงรถพระที่นั่งใหญ่เสด็จกลับมาถึงปทุมวัน ขึ้นทรงรถพระที่นั่งใหญ่เสด็จกลับถึงพระบรมราชวังเวลาเกือบ ๒ ทุ่ม

ออกขุนนาง เมืองนนท์บอกส่งปี้จำนวนปีเถาะ จีน ๔๖๗ คน เงิน ๒๓ ชั่ง ๗ ตำลึง ๒ บาท รวมกับเก่าที่ส่งไว้แล้วครั้งหนึ่งเป็นจีน ๘๖๗ คน เงิน ๔๓ ชั่ง ๗ ตำลึง ๒ บาท เสร็จสิ้นจำนวน

รับสั่งให้พระศรีเสนาไปทูลสมเด็จให้จัดเสื้อผ้าเครื่องทรงประพาส พระราชทานพระยาสุจริตรักษาผู้ว่าราชการเมืองตาก ด้วยของเดิมเขาไฟไหม้ กับให้พระราชทานโต๊ะใหญ่ด้วย

กับรับสั่งให้เราทูลสมเด็จกรมพระ ให้ตามพระยาราชเสนาซึ่งข้าหลวงเมืองเชียงใหม่กลับลงมาก่อน จะให้ไปพบกับปัลเครฟก่อน แต่พระยาราชเสนานั้นไปเสีย ๓ วันแล้ว พระราชทานโต๊ะใหญ่ คนโททอง

มีพระราชหัตถ์ถึงพระยาเทพประชุน ข้าหลวงเมืองเชียงใหม่ ว่าด้วยปัลเครฟเข้ามาจะแก้สัญญาใหม่ กับพระราชทานปืนเวตเตอรินและปืนเฮนรีมาตีนีแก่เจ้าเชียงใหม่ เจ้าอุปราชคนละบอก กับพระราชทานดินสอสไตโลคราฟฟิกแก่พระยาเทพ

ปืนเวตเตอรินนั้น ทรงซื้อปันองค์ดิศองค์โสณ์คนละบอก

วันที่ ๔๑๘๒ วันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

บ่าย ๓ โมงเสด็จออก พระยารัตนโกษาเฝ้าถวายตัว สังวาลเครื่องราชอิสสริยยศช้างเผือกที่จะส่งไปพระราชทานปรินซ์เวลกับดวงตราไม่ได้ประดับเพ็ชร์ แต่ของควีนนั้นประดับเพ็ชร์ด้วยดวงใหญ่ประดับที่มงคล ดวงเล็กประดับที่มงกุฎ

แล้วทรงสั่งพระยารัตนโกษาว่าไปถึงนอกไปปรึกษากับเมซัน จะคิดส่งช่างออกไปหัดทำการช่างต่างๆ แต่คิดไม่ให้เสียเงิน จะให้เป็นลูกจ้างเขาทำการจะได้หรือไม่ กับให้เอาช่างทองดีๆ ไปฝึกหัดดูตัวอย่างสัก ๒ คน

เวลาบ่าย ๕ โมง เสด็จลงไปเยี่ยมประชวรกรมสมเด็จพระสุดารัตนราชประยูร ว่าประชวรหวัด แล้วเสด็จออกทอดพระเนตรการวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลาย่ำค่ำเสด็จกลับ เลยไปทอดพระเนตรงานที่พระตำหนักอีก เวลา ๒ ทุ่มเสด็จขึ้น

วันนี้ลูกหญิงเล็กของพระองค์เจ้าเทวัญ ฯ มาเฝ้า พระราชทานชื่อหม่อมเจ้าหญิงบรรสานสนิท

รับโทรเลขฉะบับ ๑ บอกเรือไปลำ ๑

เจ้าพระยามหินทร จดหมายทูลด้วยเรื่องมิสเตอร์ปัลเครฟไปดูลครจะพาเยเนราลโดโนเวลไปดูด้วย

เจ้าหมื่นเสมอใจถวายเรื่องราวกล่าวโทษทหารในพระอินทรเทพ ด้วยจับบ่าวที่ไปดูการก่อพระทรายวัดเสวตรฉัตร์ (มีพระราชหัตถ์ส่งเรื่องราวไปถามพระอินทรเทพ)

วันที่ ๔๑๘๓ วันเสาร์ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

บ่ายสมเด็จพระองค์น้อยเฝ้าเรื่องจะทำสัญญากับมิสเตอร์อาลบาสเตอเรื่องจัดการมิวเซียม พระยามหามนตรีเฝ้าถวายเรื่องความเจ้าพระยามหินทรส่งมาด้วย ผู้ร้ายลักของชำระไปเกี่ยวนักเรียนในทหารมหาดเล็กไปเกาะตัวก็ยังไม่ส่ง รับสั่งกับสมเด็จพระองค์น้อยให้บังคับส่งไป

พระยาภาสถวายพระแสงปืนที่สั่งห้างวินเชสเตอ ส่งเข้ามา เวลายามเศษทรงฉลองพระองค์อิฟนิงเดรส เครื่องราชอิสสริยยศมหาวราภรณ์ เสด็จวังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระบำราบปรปักษ์ ด้วยวันนี้เป็นวันท่านทำบุญแซยิดพระชันษาครบ ๖๑ รอบ ประทับบนตำหนักใหม่พระราชทานพระราชหัตถ์ไชยมงคลแล้วพระราชทานพระธำมรงค์นพเก้าวง ๑ ทำมาแต่นอก กับเงิน ๒๐ ชั่งเป็นของขวัญ ประทับตรัสอยู่จน ๔ ทุ่มเสด็จประทับโต๊ะเสวยพร้อมด้วยเจ้านาย เสวยแล้วเสด็จลงไปทอดพระเนตรละครพระองค์สิงหนาทที่พลับพลาชาลาล่างจน ๒ ยามเสด็จกลับ

อนึ่งเมื่อประทับตรัสอยู่บนตำหนักนั้น สมเด็จกรมพระท่านถวายหนังสือปัลเครฟ มีตอบเรื่องความมองคุณะและเรื่องความมิสคอกไม่ยอมทุกอย่าง กลับจะเอาค่าป่วยการอีก รับสั่งให้ท่านหามิสเตอร์อาลบาสเตอมาปรึกษาแล้วให้เชิญเขามาดินเนอด้วยสักวัน ๑ จะได้ทรงชี้แจงกับเขา

วันนี้ปัลเครฟดินเนอ ให้เยเนราลโดโนเวลที่บ้านเชิญคนไทย ๕ คน คือพระองค์เจ้าเทวัญ พระองค์เจ้าดิศ เจ้าคุณทหาร เจ้าคุณกรมท่า พระยาภาส

รับหนังสือปัลเครฟถวายขอบพระเดชพระคุณเรื่องทรงบอกการประชุม

รับหนังสือกรมท่าทูลด้วยสัญญา เรื่องแล้วนัดประชุมพรุ่งนี้ได้กับจะส่งคำอังกฤษให้ปัลเครฟทีละข้อ ๆ ตามที่แปลแล้วกับส่งหนังสือเมซันมีมาฉะบับ ๑

หนังสือเมซันว่าด้วยเรื่องตราที่ส่งไปเยอรมันที่สงสัยกันนั้นจะส่งหนังสือไปให้มิสเตอร์ปิกกินแปก กับว่าด้วยเรื่องหนังสือพิมพ์

มีพระราชหัตถ์ตอบยอมให้ส่งสัญญาแต่ให้มีคำอธิบายด้วย

พระยามหามนตรีเฝ้าถวายเรื่องราวเจ้าพระยามหินทร เรื่องความผู้ร้ายลักของ (คืนเรื่องราวไป)

พระราชหัตถ์พระราชทานไชยมงคลสมเด็จกรมพระ

ร่างสัญญากับอาลบาสเตอจัดมิวเซียม

มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จพระองค์น้อยยอมตกลงฉะบับ ๑

วันที่ ๔๑๘๔ วันอาทิตย์แรม ๒ ค่ำเดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษประชุมเสนาบดี ตรวจสัญญาเหมือนวันก่อน แต่สมเด็จกรมพระไม่ได้เสด็จด้วยท่านทำบุญยังไม่แล้ว ประชุมอยู่จนทุ่มเศษเลิกยังไม่ตกลง ได้ทรงรับร่างไว้ทรงแก้แล้ว โปรดเกล้า ฯ ให้หามิสเตอร์อาลบาสเตอเข้ามาช่วยแก้ กรมพิชิตเป็นคนอ่าน เทวัญเป็นคนเขียนจนเวลา ๓ ทุ่มเลิก

วันที่ ๔๑๘๕ วันจันทร์แรม ๓ ค่ำเดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาเที่ยงมีการเลี้ยงเยเนราลโดโนเวลกับภรรยา และเอดเดอกงกับพวกกงสุลอีก ๓ คน คือมิสเตอร์ปัลเครฟ มิสเตอร์นิวแมน มิสเตอร์กูลด์ กับเอามิสเตอร์อาลบาสเตอมาด้วยอีกคน ๑ คนไทยอีก ๑๒ คน เจ้านายและขุนนางในกรมท่าและทหาร เลี้ยงแล้วขึ้นมาสุบบุหรี่อยู่บนห้องน้ำเงิน แล้วโปรดเกล้า ฯ ให้ฝรั่งที่มาลงชื่อในสมุดวิสิตเตอ บ่าย ๒ โมงกลับ แต่ปัลเครฟนั้นเฝ้าทรงด้วยสัญญาจนบ่าย ๔ โมงจึงกลับไป

เสด็จขึ้นสรงพระพักตร์เปลื้องเครื่องแล้ว ให้หามิสเตอร์อาลบาสเตอมาแก้สัญญาอยู่จนเวลา ๘ ทุ่มจึงแล้วเสร็จ

พรุ่งนี้ให้ท่านเทวัญลงไปบอกเขาด้วย

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่าเรื่องทรงกับมิสเตอร์ปัลเครฟด้วยเรื่องหนังสือสัญญา ร่างสัญญานั้นจะทรงแก้ให้แล้ว จะส่งพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้

ในตอนค่ำรับหนังสือกรมท่าทูลด้วยสมเด็จเจ้าพระยามาแก้สัญญาอยู่ที่เรือไฟและบ่นมาไม่ควรจะช้า ท่านแก้เสร็จแล้วจะให้ส่งร่างเข้ามาถวายพรุ่งนี้

วันที่ ๔๑๘๖ วันอังคารแรม ๔ ค่ำเดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

บ่าย ๒ โมง พระยาอภัยรณฤทธิ์มาทูลลาไปสุพรรณ จะไปดูช้างเผือก

บ่าย ๓ โมงสมเด็จเจ้าพระยากับเจ้าพระยาภาณุวงศ์เฝ้า เอาร่างสัญญาที่ท่านแก้มาถวาย จึงพระราชทานร่างที่ทรงแก้ให้ท่านดู แล้วให้กรมหมื่นพิชิต เป็นคนอ่าน ตรวจแก้เป็นข้อ ๆ ตกลงเป็นเอาร่างหลวง เวลาทุ่มเศษท่านกลับไป

ทรงพระราชหัตถ์ถึงปัลเครฟเรื่องสัญญาตกลง

รับหนังสือเจ้าพระยามหินทร ๒ ฉะบับๆ ๑ ถวายความเห็นตรึกตรองดูสัญญาที่ปัลเครฟร่างมาข้อ ๒ กับข้อ ๒๕ ความประกอบกัน เห็นว่าอังกฤษคิดเป็นการยาวนัก (ยากที่จะแก้ไข)

ฉะบับ ๑ ริโปตเล่นละครให้เยเนราลโดโนเวลกับมิสเตอร์ปัลเครฟดูเมื่อวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่าส่งร่างสัญญาไปให้แปลส่ง เขาเตือนด้วยความยังขาดเรื่องเขตต์แดนกับเรื่องเลิกสัญญาเก่ายังไม่ได้ลง

ที่วังสมเด็จวันนี้มีการเลี้ยงปัลเครฟเป็นดินเนอไปรเวตเรื่องราชการไม่ได้พูด

วันที่ ๔๑๘๗ วันพุธแรม ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

บ่าย ๓ โมง พระยารัตนโกษาถวายตรามหาวราภรณ์กับสายสร้อย ๒ สำรับที่จะส่งไปนอก กับหีบถมพระราชศาสน์ด้วย

พระนายสรรเพธถวายราคาที่จะขุดคลองศีร์ษะลำโพง แก้ใหม่กว้าง ๗ วา ลึก ๕ ศอกทิ้งดินทางเดียว เส้นละ ๙๘ บาท

๒ ทุ่มออกขุนนาง พระนรินทรอ่านบอกเมืองกาญจนดิษฐ์ส่งเงินค่าต่อเรือแทนทองคำแท่งหมึกคิดเป็นเงิน ๓ ชั่ง ๑๕ ตำลึง กับหลวงประจักษ์ชวการซึ่งไปตรวจทางทำแผนที่กัปตันลอฟตัสทางเมืองไชยาว่าวันพุธแรม ๕ ค่ำเดือน ๕ ออกไปเซอเวย์แต่บ้านทำข้ามไปห้วยตะกั่ว วันพุธแรม ๑๓ ค่ำเดือน ๕ จะเดินต่อไป ส่งริโปตเข้ามา

พระยาพิพัฒน์อ่านบอกเมืองสมุทรสงครามบอกปลัดตายกับผู้ร้ายฟันพระจับตัวได้รับเป็นสัตย์ส่งเข้ามา

พระนรินทรถวายหนังสือราชการกลาโหม ๓ เล่ม

รับหนังสือปัลเครฟตอบพระราชหัตถ์เรื่องสัญญาแล้ว

รับหนังสือกรมท่า ๒ ฉะบับ ๆ ๑ ว่ามิสเตอร์โปรเยอ ผู้ว่าการกงสุลเยอรมันว่า ปรินซเฮนรีมีหนังสือมาถวายฉะบับ ๑ ขอกำหนดวันเฝ้าถวาย

ฉะบับ ๑ ว่าสมเด็จเจ้าพระยากับเจ้าคุณทหารและท่านพร้อมกันตรวจสัญญาเก่า เห็นสัญญาใหม่ความยังขาดอยู่เรื่องซื้อที่กับขอให้คงสัญญาเก่าไว้ อย่าให้เป็นลบล้างพระนามพระเจ้าแผ่นดินด้วยท่านกลัวอยู่

มีพระราชหัตถ์ตอบไปฉะบับ ๑ ว่าความยังขาดนั้นให้ตรวจดูในท้ายข้อ ๓ กับว่าด้วยการเลิกสัญญาเก่า ยังไม่ตกลงกันเด็ดขาด เป็นแต่ฟังพูดกันเข้าใจดังนั้น

รับหนังสือกรมท่าอีกฉะบับ ๑ ว่าด้วยหนังสือสมเด็จกรมหลวง เรื่องพิกัดภาษีนั้น ที่ว่าด้วยภาษีปลาทูกับน้ำตาลทรายนั้น อาลบาสเตออยากให้ยกเสีย ถ้าโปรดประการใดท่านจึงจะได้แปลต่อและส่งไป ส่งต้นหนังสือและคำแปลมาด้วย

หนังสือสมเด็จกรมหลวงถึงกรมท่า

กงสุลอเมริกันจดหมายทูลเกล้า ฯ ถวายว่าจะต้องออกจากที่ทูลลากลับออกไป อยากจะรับเป็นกงสุลไทยที่อเมริกัน

หลวงนริศร์จดหมายทูลเตือนรายเงินทำโรงสีที่กู้ ๕๐๐ชั่ง

วันที่ ๔๑๘๘ วันพฤหัสบดีแรม ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาบ่าย ๓ โมงมิสเตอร์อาลบาสเตอเฝ้าที่ห้องน้ำเงิน ทูลด้วยเรื่องเอาร่างสัญญาไปส่งปัลเครฟ ๆ ฝากหนังสือมาถวาย

สมเด็จกรมหลวงเฝ้าถวาย กาถังน้ำร้อนทำด้วยไม่เป็นรูปลูกตุ้ม กับทูลด้วยบัญชีเงินคิดกะจ่าย

ออกขุนนางพระยาศรีอ่านบอกพระยาเทพประชุนว่า หนานอุตมะกลับมาแต่เมืองเชียงตุงแล้ว เมืองเชียงตุงมีหนังสือมานัดไว้แต่ก่อน ให้ไปพูดปรึกษากันที่ห่วงลึก ครั้นจัดคนให้ขึ้นไปแล้ว พวกเมืองเชียงตุงกลับมีหนังสือมาผัดว่ายังไม่มีคำสั่งมาแต่เมืองอังวะ ภายหลังได้รับหนังสือเข้าบุรีรัตน์เมืองเชียงรายว่า พวกเงี้ยวมาตั้งที่เขตต์แดนเมืองเชียงใหม่ ริมเชียงแสนหลายครัว ได้ให้คนไปว่า ถ้าจะมาตั้งอยู่ที่นี่ต้องเป็นข้าเมืองใต้ พวกนั้นตอบว่าแล้วแต่เมืองเชียงตุง การที่พวกเมืองเชียงตุงผัดเพี้ยนบ่อย ๆ ดังนี้ พวกเมืองเชียงใหม่สงสัยว่า เขาจะคิดรวบรวมกำลังมาตั้งเมืองเชียงแสน เจ้าเชียงใหม่กับพระยาเทพปรึกษาพร้อมกัน จะยกคนไปตั้งเมืองเชียงแสนเสียก่อนในเดือน ๕ นี้ แต่จะต้องให้ตรวจดูสะเบียงอาหารก่อน จะพอปี ๑ หรือไม่พอ ถ้าพอจะตั้งในเมือง ถ้าไม่พอจะค่อย ๆ ตั้งไป จะทำไร่รวบรวมสะเบียงอาหารเสียก่อนจึงจะมั่นได้ แต่พวกเงี้ยวที่มาตั้งนั้นจะให้คนไปไล่ ถ้าไม่ไปจะงดไว้ก่อน เมื่อเข้าออกรวงจะได้ผลแล้วจะยกกำลังไปไล่ทีเดียว จะได้เอาเข้าไว้เป็นสะเบียงต่อไป การครั้งนี้ได้มีหนังสือไปเร่งคนที่เมืองนครลำปาง เมืองลำพูนแล้ว ที่เมืองได้เกณฑ์พลเมืองตำดินคนละถ้ำ กะสุนคนละ ๕๐

พระนรินทรทูลบอกเมืองนครส่งเงินค่านา ปีกุน ๑๐ ชั่ง ปีชวด ๙๐ ชั่ง ฉะบับ ๑ อีกฉะบับ ๑ ว่าด้วยเงินค่านายืมจ่ายซื้อเข้าเมืองตรังส่งตั๋วมาหักปีขาล รวม ๒๒๗ ชั่ง ๙ ตำลึง ๒ บาท เมืองพัทลุงส่งค่านาปีฉลูเงิน ๑๒ ชั่ง ปีขาลเงิน ๑๕ ชั่ง พระสิริธรรมปลัดเมืองนครส่งส่วยขี้ผึ้งที่เขาควบคุมเลข ๑๔ คน พระยาศรีทูลเจ้านครขอรับพระราชทานปืนคาบศิลา ๓๐๐ ปืนหามแล่น ๑๐๐ กะสุน ๔,๐๐๐ เมืองแพร่ขอปืนคาบศิลา ๑๐๐ ไปไว้สำหรับเมือง

รับหนังสือกรมท่าว่าด้วยให้อาลบาสเตอเอาร่างสัญญาไปส่งปัลเครฟแต่ ๔ โมงเช้าวันนี้

หนังสือปัลเครฟฝากอาลบาสเตอมาถวาย ว่าด้วยเรื่องสมเด็จเจ้าพระยาลงไปหาเขาพูดไม่ดีมาก

หนังสือกรมท่า ว่าด้วยส่งต้นหนังสือมิสเตอร์มูลเลอกงสุลวิลันดาขอพามิสเตอร์เวิกโซเฝ้า

ต้นหนังสือมิสเตอร์มูลเลอ

มีพระราชหัตถ์ตอบกรมท่า นัดให้กงสุลเยอรมัน กงสุลวิลันดาเฝ้า ริโปตกัปตันลอฟตัสที่ไปเซอเวย์แผนที่เตเลแกรฟทางไชยา

หนังสือนิวเบาเนอถึงกัปตันลอฟตัส ๒ ฉะบับ

หนังสือเมซันทูลด้วยได้รับเงินภอกเรียนเดอแบงก์

พระอินทรเทพจดหมายทูลเรื่องเจ้าหมื่นเสมอใจกล่าวโทษ

มีพระราชหัตถ์ถึงปัลเครฟ เรื่องคนนักโทษถึงกำหนดจะยอมถอดแต่จะรับสั่งกับแก

วันที่ ๔๑๘๙ วันศุกร์แรม ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาบ่าย ๔ โมงกงสุลวิลันดาพามิสเตอร์เวิกโซเฝ้า เวลาบ่าย ๕ โมง มิสเตอร์ไปรเยอ ผู้ว่าการกงสุลเยอรมันเฝ้าถวายหนังสือปรินซเฮนรี่ออฟปรูเซีย

พระยาภาสเฝ้าถวายร่างตราตั้งเจ้าพระยาภาณุวงศ์เป็นทูตไปลอนดอน แล้วพระยาราชเสนาซึ่งมีตราให้หานั้นกลับลงมาถึง เฝ้าทูลละออง วันนี้โปรดเกล้าฯ จะให้ลงไปหามิสเตอร์ปัลเครฟ ให้ท่านเทวัญจดหมายขอเวลาเขาลงไป

ออกขุนนางพระศรีเสนา อ่านบอกด้วยเรื่องปืนคาบศิลาพระราชทานไปไว้สำหรับเมือง ชำรุด ๕๐๐ บอก ขอส่งเข้ามาเปลี่ยนใหม่ แล้วอ่านร่างตราถึงเมืองพิไชยยอมอนุญาตให้พระยาอุตตรการโกศลว่าราชการต่อไป ตราเมืองนครสวรรค์ขอยกกระบัตรว่าการปลัด หลวงสารภากรว่าการยกกระบัตรนั้นยอมอนุญาต

พระนรินทรอ่านบอกเมืองพังงาขอตั้งอุปัชฌาย์สำหรับเมือง แล้วถวายงบเดือนภาษีฝิ่นภาษีร้อยชักสาม เดือน ๔ ปีเถาะ เอกศก

รับหนังสือมิสเตอร์ปัลเครฟตอบพระราชหัตถ์เลขาขอบพระเดชพระคุณเรื่องนักโทษ กับว่าตรวจสัญญาแล้วจะมาเฝ้า

เจ้าพระยาพลเทพจดหมายทูลด้วยผู้ร้ายปล้นที่กรุงเก่าอำเภออุทัย ปล้นบ้านนายน้อย ยังสืบตัวไม่ได้

เจ้าพระยาภาณุวงศ์จดหมายถวาย ขอเลขพระยามหาอรรคนิกร ให้นายทัด นายเติม บุตรควบคุมไป (เซ็นพระราชทาน)

หนังสือปรินซเฮนรีตอบพระราชหัตถ์ไม่เข้ามากรุงเทพฯ จะรีบกลับไป

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่า ว่าด้วยเรื่องหนังสือนำบอกตัวท่านจะไปนอก กับบอกเรื่องแก้สัญญาให้คิดเสียให้ตลอดจะจัดอย่างไร กับเรื่องทูตอยู่ลอนดอนกลับ

มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมหลวง ส่งเรื่องราวเจ้าหมื่นเสมอใจกับพระอินทรเทพให้ท่านชำระ

มีพระราชหัตถ์ตอบกงสุลอเมริกัน พระราชทานพรที่จะกลับไป กับเรื่องกงสุลนั้นยังไม่ได้คิดว่าจะตั้ง ถ้าจะตั้งก็กลัวจะต้องเป็นคนไทย

ใช้เงินค่าผ้ายกจีนกับแพรซับใน ผ้าปักและราตคต ให้เปลี่ยนภรรยาพระยาภาส เงิน ๒ ชั่ง ๖๐ บาท

วันที่ ๔๑๙๐ วันเสาร์แรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

กลางวัน ลูกกัปตันลอฟตัส มาทูลลาไปเรียนหนังสือที่นอก พระราชทานเงินเป็นค่าโดยสาร ๔ ชั่ง

พระยานรรัตนเฝ้าด้วยเรื่องทำการโรงกระสาปน์ว่า ทำเงินได้แล้ว มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระ

บ่าย ๕ โมงเศษเสด็จทอดพระเนตรงานวัดพระแก้ว ฝนตกมาก

วันนี้เปลี่ยนธรรมเนียมออฟฟิศใหม่ ใช้ยืนและนั่งเก้าอี้อย่างฝรั่ง

พระราชทานเงินหลวงนริศรกู้ทำโรงสี เอาโรงสีเป็นจำนำ มีพระราชหัตถ์สั่งให้พระยาไชยสุรินทรจ่ายเงินพระคลังข้างที่และเป็นธุระ

รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ตอบพระราชหัตถ์เรื่องหนังสือนำและเรื่องบอกล่วงหน้าเปลี่ยนสัญญานั้น สมเด็จเจ้าพระยาเห็นว่าให้งดไว้ก่อน ไปทาบทามเขาดูเสียก่อน เรื่องทูตนั้นสมเด็จเจ้าพระยาท่านไม่เห็นด้วย

มีพระราชหัตถ์ตอบไปฉะบับ ๑ ว่าด้วยการที่ไม่บอกเขาก่อนในเรื่องเปลี่ยนสัญญานั้น ที่ไหนเขาจะพูดด้วย กับเรื่องทูตนั้นท่านไปนอกก็คงจะเห็นการตลอด

มีพระราชหัตถ์ถึงสมเด็จกรมพระ ให้จ่ายเงินทำเงินเหรียญที่โรงกระสาปณ์ พระสุพรรณเป็นผู้รับเงิน พระยานรรัตน์เป็นผู้กำกับ

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมหลวงให้สืบราคาที่รายพระบาท นายนูดอาหาร ซึ่งหลวงนริศร์จะซื้อ

หม่อมราชวงศ์ผาด บุตรพระองค์ชิตขอเลขฉะบับ ๑ หม่อมราชวงศ์ไกล หม่อมราชวงศ์กลม บุตรพระองค์ชิตขอเลขฉะบับ ๑ เซ็นพระราชทานให้ทั้ง ๒ ฉะบับ

มีพระราชหัตถ์ฉะบับเล็กสั่งสมเด็จกรมพระ ให้พระยาราชเสนากับเจ้านครไปหาปัลเครฟพรุ่งนี้

วันที่ ๔๑๙๑ วันอาทิตย์แรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

บ่าย ๓ โมง เจ้าพระยาภาณุวงศ์ทรงเรื่องที่จะออกไปนอกกับเรื่องหนังสือถึงเมืองทุกชาติที่จะบอกเปลี่ยนสัญญา กรมท่ายอมตกลง กับทูลด้วยเรื่องหนังสือบอกไปถึงปัลเครฟ ว่าจะไปเปลี่ยนหนังสือสัญญาและถวายตราควีนนั้น มิสเตอร์ปัลเครฟให้นิวแมนขึ้นมาต่อว่าที่จะตั้งทูตที่เมืองลอนคอนไม่เห็นว่าลงไป ขอให้ว่าด้วย ท่านเห็นว่าครั้นจะโต้เถียงก็จะเป็นการลำบากยืดยาว ท่านจึงยอมว่าลงไป

บ่าย ๕ โมง พระราชทานตราทุติยจุลจอมเกล้าแก่พระยารัตนโกษาในออฟฟิศแล้วทูลว่า วันนี้แกได้ไปหาปัลเครฟพูดกันเรื่องที่จะเป็นทูตอยู่นอก ปัลเครฟถามว่ากลัวหรือไม่กลัว ได้ตอบว่าไม่กลัวและอื่น ๆ อีกมาก

พระยารัตนโกษาถวายบัญชีเครื่องราชบรรณาการ ตอบญวน เงิน ๔๓ ชั่ง ๑๐ บาทฉะบับ ๑ อีกฉะบับ ๑ เป็นบัญชีเครื่องแต่งพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอสายสร้อยไปนอกเงิน ๓๘ ชั่ง ๑๙ ตำลึง ๑ บาท ๑ สลึง

จมื่นวิชิตถวายบัญชีค่าหีบถมใส่ตราใส่ราชศาสน์เงิน ๑๗ ชั่ง ๑๖ ตำลึง ๓ บาท ๒ เฟื้อง ใช้พรุ่งนี้

สมเด็จกรมพระจดหมายทูล ด้วยให้หม่อมเจ้าอลังการพาพระยาราชเสนากับพระมนตรีลงไปหามิสเตอร์ปัลเครฟ ๆ พูดด้วยราชการแจ้งอยู่ในจดหมายพระยาราชเสนาแล้ว แต่เจ้านครลำปางนั้นจะต้องให้เจ้าพนักงานนำลงไป เจ้าราชบุตร เจ้าราชภาคิไนยเมืองเชียงใหม่นั้นกลับไปเสียแล้ว

จดหมายพระยาราชเสนาจดถ้อยคำที่ปัลเครฟสั่ง รวมเป็นความ ๕ ข้อ

มีพระราชหัตถ์ตอบชี้แจงพระกระแส ในการที่จะโต้ตอบมิสเตอร์ปัลเครฟ ในเรื่องเมืองเชียงใหม่นี้จะต้องยึดเอากำหนดสัญญาเป็นที่ตั้ง

รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ถวายร่างหนังสือถึงผู้ว่าการต่างประเทศกรุงปารีสฉะบับ ๑ ถึงกงสุลฝรั่งเศสในนี้ฉะบับ ๑ (ทรงแก้แล้ว)

มีพระราชหัตถ์ตอบส่งร่างคืนไป

เซ็นบานแผนก ๒ ฉะบับ

วันที่ ๔๑๙๒ วันจันทร์แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

บ่าย ๕ โมง ทรงฉลองพระองค์แพรทหารครึ่งยศ เครื่องราชอิสสริยยศช้างเผือก เสด็จออกพระที่นั่งอมรินทร พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพร้อมกัน พระยาพิพัฒน์โกษากราบบังคมทูลพระกรุณา กราบถวายบังคมลาให้ท่านเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ๑ พระยารัตนโกษา ๑ พระสุธรรมไมตรี ๑ พระศรีธรรมศาสน์ ๑ จมื่นวิชิตไชยศักดาวุธ ๑ หลวงโกษานุการสวัสดิ์ ๑ นายสรรควิไชย ๑ รวม ) นาย ไปราชการกรุงลอนดอน จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำสังข์ทักษิณาวัฏฏ์องค์เล็ก รดเจ้าพระยาภาณุวงศ์แล้ว เจิมพระราชทาน ๆ คอมมิสซันตราตั้ง ๑ ดิโปลมาตราจุลวราภรณ์กับทั้งดวงตรา ๑ สายสร้อยจุลจอมเกล้าทองคำ ๑ พระยารัตนโกษาพระราชทานน้ำสังข์อุตตราวัฏฏ์ แล้วพระราชทานตรา ม.ม. พระสุธรรม ว.ม. พระศรีธรรมศาสน์ ม.ม. จมื่นวิชิต ภ.ม. แต่พระนายสรรควิไชยกับหลวงโกษา ๒ คนนี้ ได้รับพระราชทานแต่น้ำสังข์ พระราชทานพรไชยมงคลแล้วเสด็จขึ้น

เจ้าพระยาพลเทพจดหมายถวาย เรื่องที่นาตำบลเหลือมอ้อที่พระสิทธิไชยทูลขอนั้น เป็นที่เปล่าให้พวกไพร่หลวงทางโคทำเข้าส่งฉางหลวง บางที่ว่างมีอยู่สัก ๒๐๐ ด้วย ที่นั้นอยู่ไกลคลองราษฎรจึงมิได้เช่าทำ

กรมท่าจดหมายทูล ด้วยเมื่อย่ำค่ำปัลเครฟมีหนังสือส่งร่างสัญญาขึ้นมาได้ให้อาลบาสเตอจับแปลแล้ว

หนังสือปัลเครฟนำส่งร่างสัญญา

สำเนาคอมมิสซันตราตั้งเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เป็นอรรคราชทูตวิเศษ ชั้นเอมบาสเดอเอกษตออ ออดินารี ฯลฯ พระยารัตนโกษาเป็นเฟิสต์สเกรตารี หม่อมเจ้าปฤษฎางค์เป็นสิกันสเกรตารี

วันที่ ๔๑๙๓ วันอังคารแรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาบ่าย ๒ โมง เจ้าพระยาภาณุวงศ์เอาคำแปลหนังสือมาถวาย แล้วโปรดให้ท้าวราชกิจพาเจ้าคุณกรมท่าไปทูลลากรมพระสุดารัตนราชประยูร และพระองค์เจ้าสว่างวัฒนา ๆ พระราชทานเครื่องต้มน้ำร้อนเงินสำรับ ๑ เป็นซองใส่ถังหนังหิ้วสำหรับเดินทาง

บ่ายทรงตรวจแก้สัญญาเป็นข้อ ๆ ไว้พูดกับปัลเครฟเวลาค่ำ

วันนี้เลิกไม่ออกขุนนาง เวลายาม ๑ มิสเตอร์ปัลเครฟมาเฝ้า ทรงเรื่องสัญญาซึ่งแกแก้มาขอแก้ไขเป็นข้อๆ จน ๘ ทุ่มเศษจึงเสร็จ แล้วแกขอเฝ้าไปรเวตสองต่อสองทูลเรื่องวังหน้า ๆ ให้หาไปพูดฝากตัว แล้วทรงด้วยเรื่องนักโทษกับแกว่าจะปล่อยได้คนเดียว แต่ต้องไปถอดต่อครบ ๖ เดือนตามคำตัดสิน แกขอบพระเดชพระคุณมากว่าจะบอกไปที่นอกว่าด้วยยากจริงๆ ความนี้คงจะถึงควีน ๆ จะดีพระทัยระลึกถึงทางพระราชไมตรีมาก เวลา ๘ ทุ่ม ๔๐ มินิตแกกลับ ทรงพระอักษรถึงกรมท่า จน ๓ ยามเศษเสด็จขึ้น

สมเด็จกรมพระจดหมายทูล ด้วยเช้า ๔ โมงวันนี้ มิสเตอร์ปัลเครฟกับมิสเตอร์กูลด์มาเฝ้าท่าน พูดราชการพร้อมกันด้วยพระยาราชเสนากับพระมนตรี ท่านเรียงความขึ้นถวาย

ความที่พูดนั้น ว่าด้วยจะให้พระยาราชเสนารักษาราชการที่เมืองเชียงใหม่กับเรื่องความมิสคอกและเรื่องความมองคุณะ

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่าเมื่อปัลเครฟเลิกไป ว่าด้วยความที่แก้ไขตกลงสอดส่งไปในซองให้ทราบ

วันที่ ๔๑๙๔ วันพุธแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

บ่าย ๓ โมง เสด็จออกทรงเรื่องสัญญาที่ปรึกษากับบปัลเครฟ ตกลงแก้เป็นข้อๆ ส่งให้ออกไปพูดที่นอก

บ่าย ๔ โมง กรมท่ามาเฝ้าถวายตราบัวแก้วใหญ่ แก้วน้อย เก็บไว้ในออฟฟิศหลวง พระราชทานตราครั่งสำหรับราชทูตออกไป แล้วทรงชี้แจงความที่ทรงกับปัลเครฟให้เข้าใจตลอด แล้วพระราชทานเครื่องราชอิสสริยยศ และดิโปลมาพระราชทานพระราชศาสน์ซึ่งจะไปถวายควีนไปทีเดียว

พระยารัตนโกษาเฝ้าพระราชทานตัวอย่างสายสร้อยตรามหาวราภรณ์ มหาสุราภรณ์ ไปทำที่นอกแล้วทรงสั่งของต่างๆ ที่จะต้องพระราชประสงค์

ค่ำเลิกขุนนางไม่ออกทรงเรียงข้อสัญญาอยู่จน ๘ ทุ่ม อาลบาสเตอเข้ามาด้วยแต่ไม่เสร็จ โปรดให้ไปแก้ไขแปลที่เก๋งวรสภาภิรมย์จนสว่างจึงแล้ว พระองค์เจ้าเทวัญเอาไปส่งเวลาโมงเช้า

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่า ส่งสัญญาฉะบับอังกฤษที่ปัลเครฟแก้ไข กับคำที่ทรงเรียงแก้ไขกับปัลเครฟ กับไซเฟออย่างใหม่ให้เจ้าปฤษฎางค์เป็นผู้ใช้

สำเนาคำที่ทรงกับปัลเครฟแก้ไขสัญญา

ตราตั้งกรมท่าให้มีอำนาจเต็ม ทำหนังสือสัญญา (ฟุลเปาเวอ)

พระราชศาส์นเป็นตราตั้งเจ้าพระยาภาณุวงศ์ให้ไปถวายตราไปทำสัญญา (เลตเตอออฟครีเดน)

ดิโปลมาควีนวิกตอเวีย มหาวราภรณ์

ดิโปลมาปรินซ์เวล มหาวราภรณ์

วันที่ ๔๑๙๕ วันพฤหัสบดีแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาเช้า ๔ โมง เจ้าพระยาภาณุวงศ์ ออกเรือบางกอกไปลอนดอน

เวลาบ่าย ๔ โมง อาลบาสเตอเฝ้าทรงเรื่องจะทำอินสตรักชั่นให้กรมท่า

ออกขุนนางมีบอกเมืองนนท์เรื่องฆ่ากันตายเรื่อง ๑

ค่ำพระยาภาสเฝ้าไม่มีราชการอะไร ๗ ทุ่มเสด็จขึ้น

รับโทรเลข ๓ ฉะบับๆ ๑ ว่า เจ้าคุณทหารลงไปถึงเมืองสมุทรเวลาบ่าย ๓ โมงครึ่ง บ่าย ๓ โมง ๔๕ เรือบางกอกไปถึงแวะที่หน้าทำเนียบแต่ไม่ได้ทอดสมอ เรือไฟเล็ก ๆ ตามไปส่ง ๘ ลำ ฉะบับ ๑ บอกบ่าย ๔ โมงกับ ๓๕ เรือบางกอกออกไปสิงคโปร์ ฉะบับ ๑ เจ้าคุณทหารไปเพ็ชร์บุรีเวลาบ่าย ๕ โมงครึ่ง

พระยาภาสจดหมายทูลขอเงินค่าของส่งเมซัน

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่าเรื่องธุระของเมซันด้วยเรื่องสั่งของหลวงที่จะให้สั่งเป็นตัวๆ คือ ที่ไปรเวตสเกรตารี ๑ กรมท่าแห่ง ๑ กลาโหมแห่ง ๑ สมเด็จเจ้าพระยาแห่ง ๑ กับเงินล่วงหน้านั้นเมซันจะใช้ปีละเท่าใดให้ท่านปรึกษากับแกแล้วบอกเข้ามา

มีพระราชหัตถ์ถึงหม่อมเจ้าปฤษฎางค์ ให้เป็นสกันสเกรตารีและช่วยราชการกรมท่า

หนังสือเจ้าพระยาพลเทพตอบพระราชหัตถ์เลขา เรื่องไฟไหม้พระพุทธรูปวัดพนัญเชิง ว่ากรมการบอกลงมาเมื่อวันแรม ๗-๘-๙ ค่ำ บ่ายได้สวดมนต์ ๒๕ รูป รุ่งขึ้น ๘-๙-๑๐ ค่ำ ฉันทั้ง ๓ วัน แล้วกรมการและราษฎรสรงน้ำเวียนเทียนสมโภช มีละคร มีหนัง กับได้กะประมาณของที่จะซ่อมลงมา

วันที่ ๔๑๙๖ วันศุกร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

บ่าย ๒ โมงเสด็จออก สมเด็จกรมหลวงเฝ้าทรงเรื่องบัญชีเงินการจ่ายให้ท่านเป็นผู้รับผิดรับชอบแล้วให้ท่านกะจ่ายด้วย

มิสเตอร์อาลบาสเตอ เฝ้าทูลเรื่องกงสุลทุกชาติพูดเกะกะเรื่องทำสัญญาอิจฉาปัลเครฟ แกเห็นว่าควรจะหามาปรึกษาเสียทุกชาติเขาจะได้บอกไปที่คอเวอนเมนต์ ถ้าไม่ฉะนั้นกลัวจะไม่สำเร็จ ทรงเห็นด้วย

มิสเตอร์ปัลเครฟจดหมายต่อว่ามาที่ท่านเทวัญว่า เมื่อกรมท่าไปไม่มีหนังสือบอกว่าผู้ใดว่าการแทน

ออกขุนนาง พระนรินทรทูลบอกเมืองเพ็ชร์บุรีแรกนา เมื่อวันจันทร์แรม ๑๐ ค่ำเดือน ๖ เวลาเช้า ๔ โมงกับ ๑๘ นาที

พระยาพิพัฒน์อ่านบอกเมืองนครชัยศรีเรื่องยิงกันตายฉะบับ ๑ ฟันกันตายฉะบับ ๑ ยังชำระอยู่ทั้ง ๒ เรื่อง เมืองพนัสบอกพระครูอินทโมฬีถึงแก่มรณะภาพ จะปลงศพเดือน ๗

รับสั่งกับพระนรินทรให้เกณฑ์มอญทำอิฐให้เผาให้แข็ง จะทำถนนอย่างเมืองเตอรกี เวลา ๔ ทุ่มไฟไหม้ที่แพจีนอิวปากคลองบางกอกน้อย

รับโทรเลขสมเด็จเจ้าพระยา กลับมาแต่เมืองสมุทร ๑๑ ทุ่ม ๕๐

สมเด็จกรมหลวงจดหมายทูลด้วยเงิน รวมพระเจ้าพี่นาง น้องยา น้องนางเธอ ที่จะแจกยังมีตัวไม่ครบ รับสั่งให้งดไว้ก่อน ด้วยเคยแจกเดือน ๙

เจ้าพระยาสุรวงศ์จดหมายทูลขอตำแหน่งขุนนางในกรมพระกลาโหมหลายคน

ริโปตเพลิงไหม้บ้านจีนอิว ปากคลองบางกอกน้อย

มีพระราชหัตถ์ถึงพระยาพิพัฒน์ ให้มีหนังสือถึงมิสเตอร์ปัลเครฟ บอกเรื่องที่เจ้าพระยาภาณุวงศ์ไม่อยู่ โปรดให้แกว่าการแทน

มีพระราชหัตถ์ถึงกรมท่า ส่งตรามหาวราภรณ์ไปให้เคราวนปรินซ์เมืองปรูเซีย กับให้ไปจัดเรือเด็กเรียนหนังสือที่เกิดจุกจิก

อีกฉะบับ ๑ บอกเรื่องราชการเมืองเชียงใหม่ที่ปัลเครฟเรียกพระยาราชเสนาไป กับมาที่วังสมเด็จกรมพระ

มีพระราชหัตถ์ถึงพระยาพิพัฒน์ ให้นัดกงสุลทุกชาติมาเฝ้า ให้บอกว่าเฝ้าไปรเวต มาคนละเวลา

วันนี้ได้รับหนังสือพิมพ์ว่า สมเด็จพระองค์น้อยเรื่องท่านแถมยิงเจ้าเขม

วันที่ ๔๑๙๗ วันเสาร์ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะโรง โทศก จุลศักราช ๑๒๔๒

เวลาบ่าย ๒ โมงเสด็จออกวัดพระแก้วทรงปิดทองพระและพระคัมภีร์แล้วเสด็จทอดพระเนตรงาน

พระยาสิงหเทพ พระยาราชสัมภารากร พระสุริยภักดิ์ จมื่นจงขวา พระครูพิเชต พระพหล หลวงราชพินิจจัย หลวงบรรหารอรรถคดี ถวายโคลงรามเกียรติ์คนละห้อง ที่ใช้ได้ให้พระศรีสุนทรรับไว้ เวลาย่ำค่ำเสด็จกลับ

ค่ำทรงเรียงอินสตรักชั่นพระราชทานเจ้าพระยาภาณุวงศ์ จน ๗ ทุ่มจึงเสด็จขึ้น

วันนี้สมเด็จกรมพระฝากรูปช้างปั้น ช้างเขียน ซึ่งให้กรมช้างกับช่างไปตรวจช้างพระยาอภัยรณฤทธิ์ที่เมืองสุพรรณ ให้กรมหมื่นนเรศร์เข้ามาทูลเกล้าถวาย ฯ เป็นช้างดำเหลวใหล

รับหนังสือสมเด็จกรมหลวงทูลด้วยให้พระยาราชภักดี ไปตรวจที่รายระบาทว์นุดอาหาร ท่านตีราคา ๑๔๐--๑๕๐ ชั่ง ว่าให้หลวงนริศร์ซื้อตามนี้ก็ยังอิดออดอยู่

กรมหมื่นนเรศร์ถวายหนังสือมิสเตอร์ปัลเครฟมีมาที่สมเด็จกรมพระ เรื่องความงะทูลฟ้องนันตา ฟ้องคันทะ เรื่องลักช้างที่เมืองตาก จะให้เร่งเอาเงินที่พระอินทรคิรีว่าผู้ร้ายนั้นเป็นบ่าวพระอินทร์ ๆ รู้เห็นด้วย

สำเนาเรื่องความงะพูลฟ้องนันตา ฟ้องคันทะทั้งเรื่อง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ