เดือน ๓ จุลศักราช ๑๒๓๙

วันศุกร์แรม ๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ท้าวแพนำหนังสือมิสเตอนอกซ์ กงซุลอังกฤษมีมาถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยคอเวอนเมนต์อินเดียได้ให้พวกออฟฟิเซออินเยอเนียคุมพวกทำ ตรีโกเมตรีคัล เซอเวแห่งบริติชเบอม่าจะทำเซอเวตลอดจนถึงสเตรตส์เสตลิเมนต์ แล้วว่าพวกนี้จะมาตามเขตต์แดนไทย แล้วคอเวอนเมนต์อินเดียว่าให้แจ้งกับคอเวอนเมนต์ว่า ในกรุงเทพ ฯ นี้ก็ยังไม่ปรากฎในแผนที่โลกชัดแน่ ถ้าจะทำให้แน่ชัดก็ได้ให้ทำเสียในขณะนี้จะมีประโยชน์มาก ขอให้ตอบไปโดยเร็ว โปรดเกล้า ฯ ไปว่าให้บอกไปที่เจ้าพนักงานตามหัวเมืองที่เขาจะมาทำให้ช่วยดูแลเอาใจใส่เขาเมื่อเขามา แต่ที่จะมาทำในกรุงเทพ ฯ นั้นให้มาก็ได้ ด้วยเมื่อครั้งแผ่นดินทูลกระหม่อมก็เคยมาทำครั้งหนึ่ง

ฉะบับหนึ่งว่าเตือนเรื่องเขาโต้การเปิดข้าว ที่ว่าถ้าข้าวขึ้นราคาสูงเกินกำหนดจะต้องปิดอีกไม่ให้ลูกค้าส่งไปนอกนั้นเขาว่าผิดหนังสือสัญญา การเรื่องนี้ไทยตรองเห็นความอย่างไรให้ทำตอบไป

แล้วท้าวแพทูลว่าด้วยเจ้าพระยาภาณุวงศ์เฆี่ยนหลวงรัตนายัตสั่งมาให้ทูลว่า สมเด็จเจ้าพระยาให้เฆี่ยน ๓๐ แต่ตัวเฆี่ยนแต่ ๒๐ ว่าผิดที่ให้ไปหาตัวให้ไปราชการไม่มาแล้วเมื่อไปตามเสด็จ ครั้นมีราชการทูตไปก็เข้ามาเสียไม่บอกเล่านายให้รู้หนีราชการแล้วเล่าถวายว่า เมื่อวันแรมค่ำเจ้าพระยาภาณุวงศ์มาถึงให้ไปเรียกตัวว่ามาไม่ได้ว่าป่วยอยู่ ครั้นรุ่งเช้าเจ้าพระยาภาณุวงศ์ให้เสมียนตราเอาคนไปมากว่าถ้าไม่มาให้จับมัดมาให้ได้ ครั้นได้ตัวมาถามก็ว่ากลัวไม่เข้าหาให้ตีขาเสีย ๒๐ แล้วจำไว้

ทรงตอบไปว่าเมื่อกรมท่าใช้ไม่ได้ก็ให้ถอดเสีย ท่านทรงจะเอามาตั้งเป็นขุนนางเอง เป็นหลวงๆ เถรๆ อะไรๆ เก้าอี้เก้าอ้าอะไรก็ได้

แล้วทูลด้วยเรื่องพระรูปเดิมสั่งทำมากะราคากัน ๕๐๐ เหรียญ ทำมาไม่เหมือนก็คืนไปเลิกสัญญากันเสีย บัดนี้เขาทำมาใหม่เหมือนดี ครั้นจะไม่เอาไว้ก็เป็นพระรูปเจ้านาย ครั้นจะเอาไว้ก็ไม่มีเงินราคาถึง ๘๐๐ เหรียญ ขอถวายให้ทรงซื้อไว้ไม่ได้ทรงตอบไปว่ากะไรทรงนิ่งอยู่

ทรงรับคำโทรเลขบอกวันแรม ๒ ค่ำฉะบับหนึ่ง ๓ ค่ำฉะบับหนึ่ง ๔ ค่ำฉะบับหนึ่ง ๕ ค่ำสองฉะบับ ว่าด้วยเรื่องเรือเข้าออกทั้งนั้น

จีนเต้านำหนังสือพระยาเทพประชุนมาถวายว่าความหม่องไป๊ที่รับสั่งถามไปนั้น แล้วจีนเต้าถวายต้นเอื้องแสะเป็นต้นไม้ส่วยเมืองญวนส่งเมืองเชียงใหม่ว่าดอกหอม ถ้าส่วยจะมาที่เมืองเชียงใหม่ในก่อน ๓ วันได้กลิ่นหอม แต่เมื่อถวายไม่มีดอก

วันนี้ไม่ได้ออกขุนนางประชวรพระยอด พระบุพโพยังไม่ออกต่อค่ำจึงออกประมาณถ้วยน้ำนม

วันเสาร์แรม ๖ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ว่าเกาวนามเกามากินข้าวดินเนอ แล้วว่าอยากจะขอกำหนดวันเฝ้ากราบถวายบังคมลา ถ้าโปรดเกล้า ฯ ให้เฝ้าวันจันทรนี้ได้แล้ว ว่าจะไปเรือเมล์ก่อนด้วยเรือกันโบตคับแคบกับจะขอพระราชทานชื่อขุนนางที่จะรับตราโปรตุเกศด้วย ตอบไปฉะบับหนึ่งที่กะมาวันจันทรนั้นดีแล้ววันนั้นเป็นวันพระราชทานตรา ด้วยดูเหมือนเคยออกอย่างกลางเสื้อเยียรบับถ้าถูกดังนั้น ให้หมายสั่งออกเวลาเย็นตามเคยที่อนันตสมาคม แต่พระราชสาสน์และที่ได้รับตรานั้น จะควรมีตอบหรือไม่ควรมีแต่เมื่อเราส่งไปเขาไม่ได้มีตอบมา แต่เรารับมาแต่ก่อนบางทีตอบบ้างไม่ได้ตอบบ้าง ถ้าจะตอบแล้วจะส่งให้ทันตัวเขาหรือจะส่งให้ตามหลังกับทรงอยากจะพบเขาอีกเวลาหนึ่ง จะได้พระราชทานของตอบแทน ถ้าวันอังคารยังไม่ไปก็ให้เข้ามา ถ้าจะลำบากด้วยเขาพิการอยู่จะรีบกลับไปเร็วจะส่งแต่ของตามไปก็ได้

เสด็จที่วัดกรมพระปวเรศ เจ้าพระธรรมมุณหิศ พระวินัยรักขิต พระสาธุศีลสังวร คราวหนึ่ง พระสาสนโสภณ พระธรรมไตรโลกย์ พระเทพกระวี พระธรรมภาณพิลาศ พระอมรโมฬี พระธรรมกิติ พระครูพจนโกศล อีกคราวหนึ่งมาเฝ้าเยี่ยมเสด็จกกับพระราชทานผ้าละว้าและนมผาออกหิน

พระยาศรีอ่านบอกพระยาเทพประชุน ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยเจ้าเมืองผาปูนมีหนังสือมาว่าด้วยที่จะให้เจ้าราชสัมพันธ์ออกไปเปลี่ยนคองทิพเป็นเจ้าเมืองยอมที่จะจัดการโปลิศให้แข็งแรงนั้นพระยาเทพได้ตอบไปฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเจ้าราชสัมพันธ์ออกไปไม่ปะเจ้าเมืองผาปูน ฉะบับหนึ่งว่าด้วยหนังสือเจ้าเมืองผาปูนมีมาด้วยว่าข้าหลวงใหญ่ขึ้นมาแล้วเห็นจะไม่มีโจรผู้ร้ายที่ออกมาครั้งก่อน พระยาเทพได้ตอบไปว่าความไม่เข้าใจ แล้วด้วยได้แต่งคนไปสืบความเรื่องหม่องคนที่ไปด้วยกลับมาบอกว่าสืบได้แล้ว ผู้ที่ไปสืบกลับมาถูกปล้นยังไปฟ้องอยู่แล้ว ได้ให้เจ้าอุปราชออกไปเมืองมรแมนแต่เดือน ๒ ขึ้น ๖ ค่ำแล้วได้มีหนังสือไปถึงเจ้าเมืองผาปูนฉะบับหนึ่ง เจ้าเมืองมรแมนฉะบับหนึ่งความต้องกันว่าด้วยพม่าถูกปล้นเพราะจ้างคนยางแดงที่เขตต์แดนติดต่อกัน ถ้าคราวนี้คนพม่ามาค้าขายถ้าจะจ้างคนยางแดงขอให้มีประกันอย่าให้จ้างคนที่ลอยๆ ไม่มีหลักกับเรื่องโปลิศ ถ้าการขาดเหลือเกินอย่างไรขอให้เตือนสติกับคนโง่คนป่าด้วย

กับศุภอักษรเจ้าเชียงใหม่มีมาฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเจ้าเมืองมรแมนมีหนังสือมาด้วยเรื่องหนานดินกับว่าด้วยหนังสือกงซุลอังกฤษมีมาว่าด้วยขุนนางอังกฤษฟ้องว่าเจ้าเชียงใหม่จัดโปลิศไม่แข็งแรงว่าจะให้ขุนนางอังกฤษไปตรวจไปพูดกับเจ้าเมืองเชียงใหม่ ที่จ่าผลาญอริยพิศถือไปนั้นได้แต่งผู้ที่ไว้ใจได้ให้ไปตรวจเห็นโปลิศของเราแข็งแรงกว่าเขาเว้นเสียแต่ไม่มีเครื่องแต่งตัวนุ่งผ้าอยู่เท่านั้น กับขุนนางอังกฤษที่จะไปว่าก็ไม่เห็นมีไป ขอให้แต่งขุนนางไทยอังกฤษไปสืบถ้าไม่จริงดังบอกขอถวายพระราชอาญา

พระยาคทาธรบอกสืบราชการเรื่องนักองค์วัดถาเหมือนพระยานุภาพบอกแล้วบอกด้วยรับรองกงซุลฝรั่งเศสกับนายทหารคนหนึ่งไปเที่ยวส่งไปเมืองนครเสียมราฐ พระยานุภาพไตรภพก็บอกมาด้วยฉะบับหนึ่ง ว่าได้ปลูกทำเนียมและอะไรต่างๆ หลวงเพ็ชร์หลูแสนกลับเข้ามา

พระยาศรีทูลว่าพระยาพิชัยและปลัดที่ไปการทัพกับเจ้าอุปราชเมืองหลวงพระบางลงมาแล้วพักอยู่ที่ตึกหลวงบางขุนพรหม หลวงวิจารณ์ถวายริโปดความเดือน ๒ รวมความเดิม ๑๓ ใหม่ ๑๕ รวม ๒๘ แล้วเก่า ๒ ใหม่ ๑๒ รวม ๑๔ คงเก่า ๑๑ ใหม่ ๓ รวม ๑๔ เรื่อง

พระนรินทรถวายรายเดือนภาษีฝิ่น ภาษีร้อยชักสามเดือน ๑ กับเงินแดงพดด้วงเจาะ

รับสั่งกับพระยาพิพัฒว่ามิสเตอเอดเวิดตายทำไมกรมท่าไม่บอกให้รู้จะได้ให้ไปช่วยเขาบ้างเขาจะว่าใจจืดใจดำ ถ้าคราวนี้การอะไรมีเล็กๆ น้อยๆ ให้ทูลแล้วให้พระยาพิพัฒไปหามิสนอกซ์ ว่าทรงเสียพระทัยด้วยไม่ได้ไปช่วย ทราบข่าวต่อเย็นแล้วให้แอดเดอกงไปในพระองค์ด้วย

พระองค์เจ้ากาพย์จดหมายถวายกราบถวายบังคมลาไปเยี่ยมเจ้าพระยาภูธราภัยวันละชั่วโมงตั้งแต่ ๒ โมงเช้าจน ๓ โมง

วันอาทิตย์แรม ๗ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษไปเยี่ยมไข้เจ้าพระยาภูธราภัย เวลาเกือบทุ่มเสด็จกลับ ที่บ้านเจ้าพระยาภูธราภัยมีขุนนางไปเฝ้าอยู่ที่นั้นด้วย

ออกขุนนางพระยาพิพัฒทูลว่า ไปหากงซุลอังกฤษบอกตามพระกระแสพระบรมราชโองการแล้วเรามีความขอบพระเดชพระคุณเป็นอันมาก เขาเห็นว่าเป็นคนเล็กนักจึงไม่ได้บอกมา กราบบังคมทูลพระกรุณาแล้วถวายหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ฉะบับหนึ่งว่าพระยาพิพัฒเชิญพระกระแสไปว่ามิสเตอเอดเวิดตายเจ้าพนักงานไม่นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณานั้น พระราชอาญาเป็นล้นเกล้า ฯ ถ้วยเห็นว่าธรรมเนียมแต่ก่อนกงซุลหรือออฟฟิศเซอในกงซุลประเทศหนึ่งประเทศใด ถ้าตายแล้วเขาก็บอกอาการป่วยจนถึงแก่กรรมและจะฝังศพวันนั้นเวลานั้น กงซุลจะลดธงเท่านั้นวันมาที่เวรกรมท่าเจ้าพนักงานจึงได้นำความขึ้นกราบทูล แต่ครั้งนี้กงซุลอังกฤษไม่ได้บอกมาจึงหาได้ทูล เมื่อเวลา ๕ โมงเช้าสมเด็จเจ้าพระยาให้ทาท่านไปสั่งให้จัดเรือไปช่วยเขาให้เหมือนเมื่อแบดแมน ได้ถามท่านว่าเขาบอกมาหรือท่านบอกว่าไม่ได้บอก ครั้งแบดแมนเป็นคนรับการของเรา ๆ จึงไปช่วยการศพ ครั้งนี้ก็จะจัดเรือไปช่วยให้เหมือนกันดังนั้นแล แล้วปรึกษาว่าจะไปช่วยเขาดีหรือไม่ไปดี ท่านจึงได้ตอบว่าให้เรือไปแล้วก็ไปด้วยดีกว่าเขาก็ไม่ได้บอกมาไปโดยทางไมตรีเท่านั้น จึงรับสั่งถามพระยาพิพัฒว่าไหนว่าเขาบอกมา พระยาพิพัฒทูลว่าเห็นเจ้าพระยาภาณุวงศ์ไปช่วยก็สำคัญว่าเขาบอก

แล้วทรงปิดทองแล้วเสด็จขึ้น

กับเมื่อเสวยกลางวันท้าวแพถวายหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ว่าได้สั่งหมายออกแขกเมืองแล้วกับพระราชสาสน์ที่จะตอบนั้นเห็นว่าไม่ตอบก็ได้ด้วย เมื่อพระเจ้าแผ่นดินโปรตุเกศรับตรานั้น ก็ไม่ตอบมา ไม่ต้องมีก็ได้แต่แล้วแต่จะโปรด ถ้าจะมีแล้วเห็นจะต้องส่งทีหลัง กับได้นัดให้เขามาเฝ้าวันอังคารแล้ว

พระราชทานหนังสือสำคัญให้ท้าวภัณฑสารนุรักษ์ไปรับเงินพระคลังข้างที่ต่อพระยาไชยสุรินทร พระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสุธทิพยรัตนเงิน ๒๐๐ ชั่ง รับคำโทรเลขว่าด้วยเรือเข้ามา ๒ ลำ

วันจันทร แรม ๘ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระดิฐการถวายริโปดความศาลกรมท่า เดือน ๒ เดิม ๑๘ เรื่อง ชำระแล้ว ๑๑ คง ๗

ท้าวราชกิจ เอาตัวอย่างกระเบื้องปูพื้นที่ทรงพระราชดำริไว้กับสมเด็จเจ้าพระยาจะสั่งท่านส่งแบบมาถวาย เวลาบ่าย ๔ โมงเสด็จออกพระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงฉลองพระองค์เต็มยศทหารมหาดเล็ก ข้าราชการสรวมเสื้อเยียรบับออกแขกเมือง ราชทูตโปรตุเกศกราบถวายบังคมลามีราชทูตนายหนึ่ง กงซุลหนึ่ง สิเกรตรีหนึ่ง กัปตันหนึ่ง เอดเดอกงหนึ่ง หมอเรือรบหนึ่ง เข้ามาเฝ้าเดอซาล่ามพระราชทานตรามหาสุราภรณ์ราชทูตสวมพระราชทานทีเดียว แล้วพระราชทานตรามัณฑนาภรณ์ สิเกรตรี กัปตัน และเอดเดอกงกับหมอคนหนึ่งนั้นพระราชทานตราวิจิตราภรณ์แล้วเสด็จขึ้น

ขณะเมื่อเสด็จออกก่อนแขกเมืองเฝ้า ทรงทอดพระเนตรเห็นขุนนางน้อยกริ้วสั่งให้ตำรวจเกาะตัวขุนนางที่ไม่มาขังไว้ ตั้งแต่ขุนนางพานทองไป แล้วให้ทำบัญชีตรวจขุนนางที่มาไว้ ที่ไม่มาให้ทำบัญชียื่นจะลดเบี้ยหวัด

แล้วมีพระราชหัตถ์ถึงตำรวจทั้ง ๘ กรม ให้รายกันเกาะขุนนาง แล้วให้มีกระทู้ถามว่ามีหมายไปให้เฝ้าแขกเมืองทำไมไม่มากับออกขุนนางอีกอย่างหนึ่ง ก็ไม่ใคร่จะเข้ามา จองหองไว้ตัวเป็นเสนาบดีอยู่บ้านคิดราชการแผ่นดินไปเสียทั้งนั้น จนที่สุดกับออกแขกเมืองประเดี๋ยวหนึ่งเท่านั้นก็ไม่มา หรือไม่อยากจะทำราชการก็ให้บอกจะถอดให้เสีย แล้วมีอีกฉะบับหนึ่งว่าให้ยื่นบัญชีธนรัตนแทงท้ายเบี้ยหวัดปีหน้าให้เร่งเกาะกันให้แล้วในวันนี้

ค่ำเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงค์ ถวายหนังสือเรื่องความอีแสงร้องฎีกาซึ่งโปรดเกล้า ฯ ให้ไปตรวจเห็นว่าคำลูกขุนปรึกษาถูกต้องแล้ว กับถวายขัดข้องความนายต่ายสารวัดในองค์ประสารศรีไสกล่าวโทษหม่อมเจ้ากลิ่นว่า ให้คุมเลขไปเก็บเงินค่าราชการไม่ส่งตั้งแต่ปีมะโรงสัมฤทธิศกจนถึงปีระกาเบญจศก เจ้ากลิ่นให้การว่าส่งแล้ว เจ้าจอมมารดาแสงว่าไม่ได้ส่ง เจ้าพนักงานเรียกตั๋วฎีกาก็ว่าไม่มีต่อกันเพราะเชื่อว่าอาหลาน เจ้ากลิ่นว่าถ้าเจ้าจอมมารดาแสงสาบาลได้จะใช้ เจ้าจอมมารดาแสงก็ไม่ยอมสาบาล ถ้ามีพระบรมราชโองการจึงจะสาบาล จะตัดสินให้สืบตามพระราชบัญญัติกรมสุรัศวดีที่ว่าไม่มีตั๋วฎีกาให้สืบก็ไม่ได้ ด้วยมีพระราชหัตถ์ว่าไม่ให้สืบ ครั้งความหมื่นสิทธิ์สุขุมการเจ้ากรมกับหม่อมเจ้าวัชรินทรเป็นการขัดข้อง

กาพย์จดหมายทูลลาไปปาตีที่บ้านกงซุลโปรตุเกศ พร้อมกับนายสรพลเรืองเดช

วันอังคารแรม ๙ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กรมหมื่นพิชิตปรีชากรริโปดความเดือน ๒ ศาลฎีกาสั่งฎีกา ๔ ฉะบับ ศาลแพ่งกลางฉะบับหนึ่ง ศาลแพ่งเกษมฉะบับหนึ่ง ใบสัจในกรุงฉะบับหนึ่ง หัวเมืองฉะบับหนึ่ง

พระองค์เจ้าสายถวายปรอทสำหรับดูคนไข้ และทั้งคนดีก็ได้ ราชทูตโปรตุเกศเฝ้าไปรเวตมาด้วยกันหมดทั้ง ๑๐ คน พระราชทานราชทูตซองทองคำลงยา ๑ โต๊ะทองคำสลักแล้วมีตัวหนังสือพระราชทานกับเงินพดด้วงเถาใหญ่ ๑ ทองพดด้วง ๑ เถา สิเกรตรี หมอ กัปตัน เอดเดอกง รวม ๔ คน ซองถมคนละใบ เงินพดด้วงเถาใหญ่คนละเถา นอกนั้นเงินเถาคนละเถาสิ่งเดียว

พระยาศรีทูลพระยาพิชัยลงมาเฝ้าทูลลอองธุลีพระบาท ถวายพระแก้วผ้าแดงกับทูลว่าปลัดเป็นคนชรา ขอยกระบัตรเป็นปลัดและขอคนอื่นอีกหลายคน (โปรดพระราชทาน)

พระราชทานหนังสือเจ้าพระยามหินทรศักดิ์เรื่องความอีแสงร้องฎีกาให้กรมหมื่นพิชิตไปสอบ ถ้าถูกแล้วให้ทำโทษอีแสง พระไพรัชภาคยภักดี เอาหนังสือราชการในกรมท่ามาถวายอีก ๖ เล่ม พระยาภาษเอาบัญชีคนซึ่งจะได้ตราโปรตุเกศไปให้กรมท่าชั้นที่ ๑ วังหน้า ๑ สมเด็จกรมพระ ๑ ทูลกระหม่อมใหญ่ ๑ ทูลกระหม่อมน้อย ๑ สุรวงศ์ ๑ สมเด็จเจ้าพระยา ๑ รวม ๖ ชั้นที่ ๒ กรมนเรศ ๑ พระองค์กาพย์ ๑ พระองค์เทวัญ ๑ พระยาพิพัฒ ๑ พระยาประภา ๑ พระสรรเพธ ๑ รวม ๖ ชั้นที่ ๓ พระศิริ ๑ จมื่นสุรเดช ๑ จมื่นวิชิต ๑ เสมียนตรากรมท่า ๑ เดชา ๑ รวม ๖ รวม ๑๘

พระศรีกาฬสมุทถวายร่างหนังสือประกาศเตือนเจ้าหมู่ให้ส่งเงินจะได้งบปีกับร่างหนังสือเจ้าพระยามหินทรถึงพระยากระลาโหม เตือนความเรื่องจ่าฤทธิ์ไชยตีตำรวจสัสดี แล้วพระราชทานขัดข้อง เจ้าพระยามหินทรถวายเมื่อคืนนี้ว่าด้วยความหม่อมเจ้ากลิ่นสักหลังไปว่า ซึ่งสั่งไปคราวก่อนในเรื่องความหมื่นสิทธิ์สุขุมการไม่ให้สืบนั้น เพราะเห็นว่ากรมหมื่นสิทธิ์สุขุมการสิ้นพระชนม์แล้วถึง ๓-๔ ปี จะให้คนตายสืบกับคนเป็นอย่างไรได้ แต่ครั้งนี้ตัวโจทก์จำเลยก็มีอยู่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เมื่อกรมพระสุรัศวดีเห็นคนเป็นเหมือนกับคนตายก็ตามที เมื่อมาถามจะให้พูดก็ต้องพูดว่าควรให้สืบเพราะโจทก์จำเลยมีชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เมื่อจะว่าพระราชบัญญัติกลับกลอกก็ตามแต่ใจเถิด เมื่อจะพระราชทานพระศรีกาฬสมุทรับสั่งว่านี่เจ้าล้อข้าหรือยังไร คนตายกับคนเป็นจะให้เหมือนกันแล้วก็จนอยู่ ทำล้อกันเปล่า ๆ ว่าข้าไม่เป็นยุติธรรมแล้ว ข้าก็จะเฆี่ยนพระศรีกาฬสมุทก่อนแล้วก็ทรงเลยรับสั่งด้วยเรื่องขุนนางไม่มาเฝ้าทีเดียว หลวงรัตนายัตออกได้วันนี้ เวลาย่ำค่ำ

สมเด็จกรมพระจดหมายถวายฉะบับเล็กเข้ามาฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยมิสนอกซ์มีจดหมายถวายท่านมาเวลาวันนี้ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยความผู้ร้ายปล้นเมืองพิจิตร กล่าวโทษจ่าหาญยุทธกิจข้าหลวงกับกรมการว่าไม่เป็นยุติธรรม ว่าอ้ายจีนควายไม่ได้เป็นผู้ร้ายกดขี่เอาให้เป็นผู้ร้าย ท่านส่งต้นหนังสือมิสนอกซ์เข้ามาด้วย ต้นหนังสือมิสนอกซ์ว่า แม่ของอ้ายจีนควายผู้ร้ายทำเรื่องราวยื่นว่าเดิมเมื่อข้าหลวงขึ้นไปชำระอ้ายผู้ร้ายซัดอ้ายจีนควายถึง ๗ ปาก ข้าหลวงถามปลอบให้อ้ายจีนควายรับ อ้ายจีนควายกลัวอาญาจึงต้องรับ อ้ายจีนควายต้องเสียเงินให้ข้าหลวง ๓๐๐ บาท ตัวอ้ายจีนควายก็ต้องมาจำคุกอยู่ถึง ๒ ปีแล้วไม่มีกำหนดออกด้วย อ้ายจีนควายไม่ได้เป็นผู้ร้ายจริง ๆ ขอกงซุลได้ช่วยสงเคราะห์ส่งเรื่องราวมาด้วย แต่ในหนังสือเขาว่ามีผู้มายื่นเรื่องราวดังนี้ เขาเห็นว่าไม่เป็นยุติธรรมจึงได้ทูลมาให้ทรงทราบตามที่คนเดือดร้อน

โปรดเกล้า ฯ ให้ตอบไปว่า การเรื่องนี้ได้ชำระตัดสินทำโทษกันมานานถึง ๒ ปีแล้ว แต่เดิมเมื่อทำโทษอ้ายจีนควาย มารดาอ้ายจีนควายก็ไม่มาฟ้องร้องว่ากล่าวที่ว่าข้าหลวงกดขี่ แต่ที่จริงผู้ร้ายยันถึง ๗ ปากแล้วอ้ายจีนควายก็รับว่าเป็นผู้ร้ายด้วยก็อยู่ในเป็นผู้ร้าย จึงได้ทำโทษไปตามควร การที่อ้ายจีนควายต้องจำคุกอยู่ถึง ๒ ปีนั้น ก็จวนกำหนดที่จะออกได้อยู่แล้ว เมื่อควรเวลาเมื่อไรก็คงจะได้ออกให้พ้นโทษตามควร

ทรงซื้อดาบญี่ปุ่นที่จหมื่นสรรเพ็ธ ๑๓๓ เล่มๆ ละ ๑ ตำลึง เงิน ๖ ชั่ง ๑๓ ตำลึง พระราชทานหนังสือสำคัญ

วันพุธ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือตอบมิสนอกซ์ ที่ยอมให้พวกทำแผนที่เข้ามาทำได้คัดกอปปี้ไว้ ท้าวราชกิจเป็นผู้ถวาย กับสำเนาหนังสือพระยาอัษฎงค์ ส่งต้นหนังสือกงซุลสเปญที่เมืองสิงคโปร์เข้ามาให้ว่าราชทูตสเปญสำหรับเมืองจีนเมืองไทยจะเข้ามากรุงเทพ ฯ ด้วยราชการ ขอให้พระยาอัษฎงคตบอกเข้ามา พระยาอัษฎงคตส่งต้นหนังสือเข้ามาด้วย แล้วถวายหนังสือมิสเตอแมกเนียมีมาทูลเกล้า ฯ ถวาย ว่าตัวเขาได้ทราบข่าวว่าข้าวราคาถูกสมควรที่จะปิดด้วยได้ เขามีความยินดีมากตัวเขาได้มาที่สิงคโปร์แล้ว เขาไปเจ็บไข้ที่แประหน่อยหนึ่ง ตัวเขาได้แต่งหนังสือเรื่องเมืองมะลายูเรื่อง ๑ ถ้าโปรดแล้วเขาจะทูลเกล้า ฯ ถวาย แล้วทูลว่าเจ้าพระยาภาณุวงศ์ให้กราบทูลว่า ได้ยินมิสเตอครูเสาลือว่ามิสเตอนอกซ์เรียกเรือรบให้เข้ามาเมืองไทย ว่ามาด้วยเรื่องตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่และเรื่องความหม่องใบ

มีพระราชหัตถ์ไปฉะบับ ๑ ว่าที่สั่งท้าวแพมานั้นก็ไม่มีเหตุอะไรที่ควรจะเป็นถึงดังนั้น การเรื่องกงซุลเมืองเชียงใหม่เราก็ยอมแล้ว เรื่องหม่องใบก็ผัดรอฟังพระยาเทพบอก บัดนี้บอกก็มาถึงแล้วยังให้คัดปรึกษาเสนาบดี จะมีเมื่อไรก็ได้กลัวจะไม่จริงหรือเปล่า ๆ แต่ทรงพระวิตกอยู่ด้วยเรื่องประกาศปิดข้าวที่เขาว่ามานั้นเห็นว่าสำคัญอยู่ ถ้าจะนิ่งนาน ๆ ไม่ตอบก็จะเป็นพิศสงขึ้น จะแก้ไขก็แก้เสียด้วยเรายังไม่ได้พูด ถ้ามีไปแล้วก็แล้วกัน

พระวิสูตรสาครดิฐมาเฝ้าเยี่ยมเสด็จกลับ รับสั่งถามเรื่องเรือรบก็ไม่ได้ความ

มองซิเออละมาสมาเฝ้าถวายหนังสือทูลลาไปรักษาตัวที่นอก ๖ เดือน และว่าออกจากหุ้นส่วนกับอาลวนแล้ว เงินค้างอยู่ ๒๕๐ ชั่ง เขาว่ากลับมาจึงจะใช้ให้ ครั้งนี้รับพระราชทานยืมเงินสัก ๕๐ ชั่ง ไม่โปรดพระราชทาน ทรงขนาบด้วยเรื่องลงหนังสือพิมพ์เรื่องสุรา

อาลบาศเตอเฝ้าถวายแบบเก้าอี้และเครื่องแต่งเรือนต่าง ๆ พระราชทานต้นหนังสือมิสเตอแมกเนียมีเข้ามาไปให้ทำตอบ วังหน้ามาเฝ้าด้วย แล้วพระราชทานหนังสือสำคัญสั่งเงินให้เจ้าหมื่นสรรเพ็ธซ่อมแซมตำหนักพระองค์เจ้าสุนันทา ๑๐๐ ชั่ง ออกขุนนาง พระยาศรีทูลบอกเมืองศุโขทัยว่าปลัดว่างอยู่ยังไม่มีตัว ขอปลัดเมืองสวรรคโลกไปเป็นกับพระยาสวรรคโลก กรมการลงมาเผาถวายผ้าแดงและชะมดเชียง แล้วกรมการเลื่อนที่ต่างๆ กบพระยาจ่าแสนยคัดบอกพระยาเทพเรื่องความหม่องแปดถวาย พระนรินทรอ่านบอกเมืองนครศรีธรรมราช ๔ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยส่งเงินนาจำนวนปีจอฉอศก เสร็จจำนวนทอดกะฐินฉะบับ ๑ ทอดกะฐินปีกุลฉะบับ ๑ ส่งเงินค่านาปีกุลอีกฉะบับ ๑ ปีชวด หลวงรัตนายัตเข้ามาเฝ้าไม่รับสั่งว่ากระไร รับคำโทรเลขว่าเรือเข้าลำ ๑ ออกไปลำ ๑

วันพฤหัสบดีแรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ฉะบับ ๑ ว่าด้วยการที่จะทำเซอเวนั้น เจ้าพระยาสุรวงศ์ท่านกลัวว่าภายหลังจะมาคิดเอาเงินค่าใช้สอยกับคอเวอนเมนต์สยาม ถ้าจะคิดเอาแต่พอสมควรก็ไม่เป็นไรกลัวจะคิดเอาเหลือเกิน เมื่อการเสร็จแล้วจะต้องใช้ให้ท่านขอให้เติมความถามด้วยเรื่องเงินที่จะใช้สรอยนั้นเสียให้ทราบก่อน เจ้าพระยาภาณุวงศ์จึงได้ร่างเข้ามาถวายใหม่ ส่งร่างมาด้วยได้คัดที่ตกขาดไว้

ทรงพระราชหัตถ์ตอบหนังสือมิสเตอแมกเนียฉะบับ ๑ ว่าด้วยข้าวได้ในปีนี้น้อย และจะรับหนังสือเรื่องเมืองมะลายูที่เขาแต่งและถามด้วยไข้เจ็บ และได้ทรงฝากรูปน้ำพุที่เมืองไทรโยกไปพระราชทาน (ตอบนี้เหน็บไว้กับต้นหนังสือที่มีมา)

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกพระศักดิ์เสนี ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยเจ้าเมืองมโนไพรวิวาทกับปลัด ถึงยกเข้ามาล้อมบ้านช่อง ต่อพระศักดิ์เสนีจะยกไปเองก็กลัวจะหนีไปเข้าพวกนักองค์วัดถา จึงได้แต่งให้กรมการเมืองขุขันธ์และเมืองศรีสระเกษหรือ (อะไรจำไม่ได้) และได้บอกไปยังพระยานุภาพไตรภพให้ช่วยจับแล้วพระยานุภาพไตรภพได้แต่งกรมการไป ฉะบับ ๑ บอกด้วยเร่งส่วยเร่วเมืองสุรินทร์เมืองสังขะและชำระผู้ร้าย ๆ หนียังสืบจับตัวอยู่

พระพิเรนทรถวายหนังสือเจ้าพระยายมราช ว่าด้วยนักโทษในคุกฆ่ากันตาย ขอพระราชทานลงพระราชอาญาหลวงพัศดีกลางกับผู้คุมคนละ ๓๐ ที เฆี่ยนนักโทษที่ทำงานอยู่ใกล้เคียงไม่ห้ามปรามคนละ ๒๐ ที แล้วให้หลวงพัศดีกลางจัดเครื่องสังเวยดอกไม้ธูปเทียนแป้งหอมน้ำมันหอมบายสีศีร์ษะสุกรถวายบวงสรวงเทพยดา ศาลพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาลเทพารักษ์สำหรับคุกศาลสำรับทั้ง ๔ ศาล (เซ็นคืนไปวันเสาร์ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๔) กับริโปดความนครบาลเดือน ๒

หลวงมนตรีถวายหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่าเรือกลไฟใช้ธงอังกฤษลำหนึ่งเข้ามากรุงเทพฯ ขึ้นห้างมาแลบยุเลียนบรรทุกเครื่องจักรสีข้าวของยุเกอมาด้วย เอาของขึ้นที่ห้างล่างแล้วยุเกอสั่งให้เอาเครื่องจักรโรงสีขึ้นไปส่งข้างบน พระวิสูตรสาครดิฐไปห้ามไม่ให้ขึ้นไป กัปตันไปแจ้งกับกงซุลอังกฤษ ๆ บังคับว่าไม่มีข้อหนังสือสัญญาและกฎหมายที่จะห้ามปราม ให้กัปตันพาเรือไป เรือขึ้นไปเวลาวานนี้บ่าย ๔ โมงขนของแล้วกลับลงมาเวลา ๓ โมงเช้าวันนี้ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ได้ไปหารือสมเด็จเจ้าพระยา ๆ ท่านให้กราบบังคมทูลว่า การเรื่องนี้ไม่เป็นการคอเวอนเมนต์เป็นการของสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินที่จะไม่โปรดให้เขาทำ ก็ถ้าเป็นการคอเวอนเมนต์แล้วก็เห็นว่าห้ามเขาไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายและสัญญาที่จะห้ามไม่ให้ลูกค้าไปตั้งการค้าขายในที่อันนั้น การสิ่งใดถ้าเป็นประโยชน์กับแผ่นดินแล้ว คอเวอนเมนต์ก็ไม่ควรที่จะห้าม และซึ่งเขาจะตั้งโรงสีขึ้นในที่รายนี้ก็เป็นประโยชน์กับแผ่นดิน แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าแผ่นดินไม่โปรดให้เขาทำในที่นั้น เสนาบดีก็ได้มีหนังสือว่ากล่าวแลมีคำโปรเตศห้ามเป็นคำขาดไปถึงกงซุลแล้ว ผู้ซึ่งจะทำก็ยังประกอบการอยู่เสมอ เพราะเขาได้ลงทุนมากไปแล้ว และที่จะห้ามการเรื่องนี้ให้หยุดตามพระราชประสงค์ได้นั้น ท่านเห็นทางอยู่อย่างเดียว แต่ที่จะห้ามผลประโยชน์ของมองซิเออยุเกอที่ได้รับสั่งของหลวงนั้น ขอให้ห้ามให้ขาด อย่าให้ใครสั่งตั้งแต่ราคา ๑ ตำลึงขึ้นไป ถ้าไม่ฟังผู้ใดลักลอบสั่งจะต้องมีโทษ ด้วยยุเกอมีกำไรทุนรอนก็เพราะได้รับสั่งของหลวง ถ้ามีพระบรมราชโองการห้ามปรามเสียให้เป็นการดังให้ปรากฎแล้ว มองซิเออยุเกอก็จะต้องเสียดายผลประโยชน์ที่เคยได้อยู่ ถึงจะทำการอื่นได้ผลประโยชน์มากกว่าเงินคำกอมมิซันก็ได้เงินช้า คงจะไม่ตัดผลประโยชน์นี้เสีย

การที่จะห้ามปรามไม่ให้ส่งของหลวงนั้น ถึงจะเป็นการดังก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใด ด้วยยุเกอเป็นผู้ต่อสู้ลบล้างอำนาจแผ่นดิน ห้ามปรามนั้นก็แต่ของหลวง ไม่ได้ห้ามคนทั้งปวงมิให้ซื้อขายกับยุเกอ การเรื่องนี้ท่านว่าท่านได้กราบบังคมทูลพระกรุณาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่เห็นห้ามปรามกันโดยแข็งแรง ทุกวันนี้ท่านคอยฟังอยู่ ถ้ามีผู้สั่งของหลวงกับยุเกอจนราคา ๑ ตำลึง แล้วท่านจะกราบบังคมลาออกไปอยู่บ้านนอกไม่ทำราชการต่อไป ด้วยท่านได้รับราชการฉลองพระเดชพระคุณในการต่างประเทศมาแต่ก่อน ๆ นั้น ถ้าการสิ่งใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่โปรดแล้ว ก็ได้ตั้งหน้าต่อสู้โต้เถียงกับคนต่างประเทศฝ่ายเดียวก็ชะนะมาหลายครั้งแล้ว แต่การครั้งนี้เป็นการต่อสู้ทั้งคนในคนนอกอยู่เหลือกำลังเสนาบดี

กับหนังสือตอบกงซุลอังกฤษด้วยเรื่องปิดข้าวนั้น ได้ตอบไปแต่ณวันจันทรแรม ๘ ค่ำ เดือน ๓ แล้วส่งสำเนามาด้วย สำเนาตอบว่าซึ่งออกหมายประกาศดังนั้นเพราะระวังราษฎร ด้วยถ้าในกรุงเทพ ฯ จะมีเหตุฝนแล้ง ราษฎรทำนาได้ผลน้อย ราคาข้าวก็แพงจึงจะต้องปิด นี่การสมควรแล้วถ้าจะปิดก็จะบอกแจ้งความก่อนเดือนหนึ่ง

พระราชหัตถ์ถึงสมเด็จเจ้าพระยา ให้พระยาศรีพระยาจ่าแสนย์ถือไป ๆ อ่านบอกพระยาเทพเรื่องหม่องใบ ที่คัดใหม่ให้ท่านฟัง เห็นว่าควรจะเก็บความใบบอกตอบกับมิสนอกซ์ด้วยเมื่อครั้งขอตั้งไวซ์กงซุลเขาเตือนมาเราได้ผัดไป เมื่อท่านตรึกตรองแล้วขอให้มาเฝ้า

วันศุกรแรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์เป็นสำเนาหนังสือกงซุลอิตาลีว่าด้วยวิกตอเอมเมนนอนที่ ๒ เจ้าแผ่นดินอิตาลีสวรรคตที่เมืองโรม วันที่ ๙ เดือนยันยุวารี ปี ๑๘๗๘ ตรงกับวันพุธขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๒ กงซุลจะลดธงวันเสาร์แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๓ กับว่าฮัมเบิดราชบุตรที่ ๑ได้รับราชสมบัติอยู่แล้ว

พระราชหัตถ์ตอบว่าเมื่อครั้งกิงสวิดเคนนอรเวตายเคยบังคับให้ลดธง และได้มีหนังสือให้ตอบเขาบ้างหรืออย่างไร ก็ให้สั่งการให้เหมือนครั้งนั้นทุกอย่าง

กงซุลเยอรมันมาเฝ้าถวายอัลมะแนกโคธาปี ๑๘๗๘ กับรูปเคาน์ตอเลนเบิก ราชทูตซึ่งมาทำหนังสือสัญญาปรุสเซีย แล้วพระราชทานรูปน้ำพุเมืองไทรโยกแล้วพาเข้ามาให้ดูห้องออกขุนนาง ออกขุนนางพระยาศรีอ่านบอกหลวงภักดีณรงค์ข้าหลวง พระยานครราชสิมาบอกมาด้วยทำทางโคราชส่งแผ่นแผนที่มาด้วย

พระนรินทรอ่านบอกพระยาราชวังสันข้าหลวงเจ้าเมืองกรมการเมืองภูเก็ตฉะบับ ๑ เมืองระนอง ๒ ฉะบับ แต่ฉะบับ ๑ เหมือนเมืองภูเก็ต ว่าด้วยพระอมรวิสัยไปแจกตราและเสื้อผ้าความชอบฉะบับ ๑ ว่าด้วยจีนปล้นกับส่งตัวผู้ร้ายและคำให้การเข้ามากับพระอมรวิสัยกลับมาถึงวันนี้ด้วย แล้วถวายงบเดือนภาษีฝิ่นภาษีร้อยชักสาม เดือน ๒ พระยาพิพัฒทูลด้วยกงซุลอิตาลีบอกด้วยเจ้าแผ่นดินตาย และบอกเมืองนนท์ผู้ร้ายปล้นราย ๑ พระยาราชรองเมืองทูลเรื่องความฆ่ากันตายราย ๑ กับถวายหนังสือกงซุลโปรตุเกศ ว่ากงซุลอังกฤษบอกด้วยคนทำหนังสือปลอมเป็นสับเยกเที่ยวแจกกันจะคิดจับเฆี่ยน พระยาภาษมีหนังสือถึงเจ้าเข่งส่งสำเนาหนังสือราชทูตโปรตุเกศที่เจ้าพระยาภาณุวงศ์ส่งมาฉะบับ ๑ ว่าด้วยได้ทราบข่าวว่าโยเซเปโดรเดจเบอล ที่จะได้รับพระราชทานตรามัณฑนาภรณ์ตามที่เขาทูลขอนั้น ตายเขาจึงขอให้แก้ดิโปลมาซึ่งเขาส่งคืนนี้มาใหม่ให้ลงชื่อซิลยอยูลิวเฝเดราบินโตบาศโตหมอความ และเป็นตระลาการที่เมืองมะเกาหลายปีมาแล้ว กับหนังสือพระยาอัษฎงค์ฉะบับ ๑ ว่าด้วยส่งพระราชหัตถ์ไปให้เซอรอบบินซันที่ปินัง เขาตอบได้ถวายมาด้วยแล้วว่าด้วยรุสเซียรบกับเตอรกี รุสเซียชะนะ เตอรกียอมทำสัญญาไม่ให้อังกฤษรู้ อังกฤษจัดเรือรบไปคอนสแตนติโนเปอล คอเวอนเมนต์โวตใช้เงิน ๖ ล้านปอนด์

กับหนังสือเซอรอบบินซันว่าด้วยรับรองพระองค์กาพย์ และทูลเรื่องอังกฤษจะถวายตรา พระยาภาษทูลด้วยหมอแมกฟาแลนด์จะมาเฝ้ากับม้าที่พระราชทานกับสวนเลี้ยงสัตว์เมืองปารีสคู่ ๑ นั้น มองซิเอออาลวนว่าหาต้องความปรารถนาเขาไม่ ด้วยเป็นตัวผู้ไปทั้ง ๒ ม้า ขอรับพระราชทานให้เป็นนางม้า ๆ ๑ ได้ทรงส่งจ่ายให้จัดให้ใหม่ กับส่งหนังสือพิมพ์มาถวายด้วย พระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ตอบเรื่องที่ให้ทรงห้ามไม่ให้คนสั่งของหลวงห้างยุเกอ มีไปว่าคำที่สมเด็จเจ้าพระยาว่าจะห้ามเขาไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายและสัญญาแล้วว่ามีประโยชน์ต่อแผ่นดิน ที่ห้ามไม่เป็นการของคอเวอนเมนด์ เป็นการห้ามเพราะไม่ต้องพระราชประสงค์แต่พระองค์เดียวนั้น คำที่ว่าดังนี้รู้ไปถึงคนยูโรเปียนจะต้องเสียพระองค์เหตุใดจึงจะอยากขัดขวางประโยชน์ลูกค้าผู้เดียว การเรื่องนี้เดิมได้ทรงทราบก็เห็นว่าเป็นการแปลกมาใหม่ไม่รู้ว่าจะดีร้ายอย่างไรกลัวว่าจะเป็นเหตุที่จะรักษาบ้านเมืองยาก จึงให้พระยาราชรองเมืองไปปรึกษาท่านเสนาบดีก็เพราะเห็นแก่การแผ่นดิน เมื่อจะยอมมิยอมก็ได้เห็นพร้อม ๆ กัน ท่านเสนาบดีก็ได้พร้อมกันมีหนังสือโต้ตอบกับกงซุลฝรั่งเศสจนสิ้นคอเรศปอนเดนเพียงบอกโปรเตสต์ไม่ยอมให้ตั้ง ภายหลังเรืออเมริกันขึ้นไปท่านก็ได้มีหนังสือต่อว่า ให้เรือกลับลงมาแล้วจึงได้ทูลมาได้ทรงทราบ มาบัดนี้ดูเหมือนทรงเป็นผู้ขัดขวางพระองค์เดียว คอเวอนเมนต์ก็เห็นว่ามีประโยชน์แล้ว ถ้าท่านเสนาบดีเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อแผ่นดินอยู่แต่ต้องพูดขัดขวางไปเพราะทรงไม่ชอบพระทัยดังนั้นแล้ว เมื่อจะยอมให้เขาตั้งด้วยไม่เห็นมีโทษต่อแผ่นดินสิ่งใดแล้ว ก็ควรยอมให้เขาตั้งไม่ทรงขัดขวางอันใด เอาแต่การบ้านเมืองเป็นประมาณ

การที่จะให้ห้ามปรามไม่ให้สั่งของให้แข็งแรงอีกนั้น ไม่ขัดขวางสิ่งใดในพระองค์เลย แต่ขอให้เป็นการเห็นพร้อม ๆ กันบ้าง อย่าให้เป็นคอเวอนเมนต์เห็นดีเป็นประโยชน์ดอกแต่ทรงเป็นผู้ขัดขวางพระองค์เดียวโดยที่ทรงไม่ชอบพระทัยดังที่ท่านว่าครั้งนี้ ถ้าเห็นอย่างไรในการเรื่องนี้ขอให้ทูลมาให้ทราบ

ท่านผู้หญิงอิ่ม เจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์มาเฝ้า ทูลว่าจะไปยุโรปพระราชทานเงินพระคลังข้างใน ๓๐ ชั่ง ด้วยหนังสือสำคัญและรับคำโทรเลขฉะบับ ๑ เรือเข้ามา ๒ ลำ พระอมรวิสัยมาด้วย เรือออกลำ ๑

วันเสาร์แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ทรงพระเครื่องใหญ่ แล้วพระนายศรีสรลักษณ์มาเฝ้าเอาหีบเขียนหนังสือเป็นกลไกมา ของมองซิเออดาเนียนทูลเกล้า ฯ ถวายว่ามีในยุโรปอีก ๒ ใบเป็นบิสมากใบ ๑ ของใบ ๑ กับหนังสือขอเสียดอกเนี้ยถ่านหินแทน

พระยาภาษพาหมอแมกฟาแลนด์มาเฝ้าขอบพระเดชพระคุณที่พระราชทานครูไทย แล้วถวายหนังสือว่าด้วยการจัดสกูลด้วยฉะบับ ๑ รับสั่งให้หมอคิดจัดจะพระราชทานเงินสำหรับสกูลปีละ ๒๐๐ ชั่ง ในกรุงเทพ ฯ

กงซุลอเมริกันมาเฝ้า ถวายกฤชคล้ายมีดเป็นของเมืองเซนซิบา กับถวายรูปมิสเตอร์ไวซ์เอดเดอกงแอดมิแรลเรนอนฝากมาถวาย เสด็จออกขุนนางพระยาศรีอ่านบอกเมืองฉะเชิงเทรา ๒ ฉะบับ ๆ ๑ ว่าด้วยเลขที่จะมากับนายเมืองศรีโสภณนั้นไม่สมัครโปรดเกล้า ฯ ให้ไปทูลสมเด็จกรมพระแล้วแต่จะทรงเห็นควรจะไว้ที่ใด อีกฉะบับ ๑ ว่าด้วยฝรั่งชาติอเมริกันไปตั้งซื้อโคกระมือที่เมืองพนมสารคาม จับกระบือผู้ร้ายได้ให้ส่งกระบือกลางและคนกลางไม่ส่ง ครั้นจะเกาะคุมก็เป็นคนสัปเยกต์ จึงหารือเข้ามาโปรดเกล้า ฯ ให้ไปทูลสมเด็จกรมพระ พระยาศรีว่าสมเด็จรับสั่งให้เอาตัวเจ้าของกระบือเข้ามาไล่เลียงแล้วจะบอกลงไปที่กงซุล

พระนรินทรอ่านบอกเมืองตะกั่วทุ่งฉะบับ ๑ ตะกั่วป่าฉะบับ ๑ เมืองพังงาฉะบับ ๑ คำแปลหนังสือพระยาไทรฉะบับ ๑ ว่าด้วยรับตราและของพระราชทานรางวัลทั้งนั้น

รับสั่งให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ว่ากรมล้อมวังเหมือนกรมมเหศวรตรวจความมรดกด้วย พระองค์เจ้ากาพย์ถวายจดหมายว่า กรมหมื่นอดิศรไปว่าที่ออฟฟิศว่าจะโปรดเกล้า ฯ ให้ว่าการทหารล้อมวังแตรมหาดเล็กนั้นขอให้ผู้อื่นจัด พระองค์กาพย์เห็นว่าองค์ดิศนั้นพอจะรับราชการได้ กับว่าด้วยน้ำแข็งพระอมรวิสัยเอามาถวาย และว่าสั่งตราสำหรับกรมทหารมาใหม่จะควรใช้หรือไม่ควรนั่นแล้วแต่จะโปรด ตีตัวอย่างมาทูลเกล้า ฯ ถวายด้วย เจ้าพระยาภาณุวงศ์จดหมายไปรเวตมาให้กรมหมื่นนเรศพระกรุณาขอสำเนาหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ที่ทูลเกล้า ฯ ถวาย ว่าด้วยห้ามสั่งของ ได้เห็นร่างเพราะเจาะนักรับสั่งให้คัดพระราชหัตถ์ตอบไปให้ด้วย รับคำโทรเลขเรือเข้ามา ๒ ลำ เรือออกลำ ๑

วันอาทิตย์แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระนายศรีสรลักษณ์เอาเตลิโฟนมาทูลเกล้า ฯ ถวาย และท้าวราชกิจเอาหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์มาถวาย ว่าเรื่องที่จะตอบหนังสือมิสเตอนอกซ์ด้วยเรื่องทำแผนที่ซึ่งจะถามไปด้วย จะต้องเสียเงินหรือไม่ ตามเจ้าพระยาสุรวงศ์ว่านั้น แล้วสมเด็จเจ้าพระยาท่านสั่งให้มีถามลงไปเป็นหนังสือไปรเวต ไม่ให้เป็นราชการ ตัวท่านก็ได้มีตามไป เขาตอบมาว่าไม่ต้องออกเงินและสิ่งใด เวลาพรุ่งนี้จะส่งหนังสือตอบเป็นราชการ ยอมให้ทำตามร่างก่อนส่งร่างมาด้วยสอบถูกแล้ว

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ ทรงรถพระที่นั่งเสด็จไปทอดพระเนตรวัดเทพศิรินทราวาศ เวลาย่ำค่ำกลับประทับทรงปิดทองที่สนามหญ้า ออกขุนนางมีพระยาราชเข้ามาเฝ้า รับสั่งถามด้วยข่าวป่วยไข้และทรงสั่งด้วยรายจะขุดคลอง ตั้งแต่ปากคลองบางคีแขวงกรุงเก่าไปออกคลองจรเข้ใหญ่แขวงเมืองสุพรรณ ที่ทำแซงชั่นถวายนั้น ให้ทำแผนที่เข้ามาก่อน และทำบัญชีคนตามประกาศด้วย พระยาพิพัฒถวายต้นร่างหนังสือจะมีลงไปถึงมิสนอกซ์ด้วยความหม่องใบซึ่งพระยาเทพบอกลงมา ที่โปรดเกล้า ฯ ไปให้สมเด็จเจ้าพระยาคิดเรียงขึ้นตามบอกมานั้น ทรงรับไว้ตรวจก่อนด้วยยังขาดเหลืออยู่

กรมขุนบดินทรถวายริโปด ความศาลเจ้าเดือน ๒-๓ ความเดิมเก่า ๑๑ ใหม่ ๒๑ รวม ๓๒ เรื่อง แล้วเก่า ๕ ใหม่ ๗ รวม ๑๒ คงเก่า ๖ ใหม่ ๑๔ รวม ๒๐ เรื่อง สมเด็จกรมพระถวายต้นหนังสือมิสนอกซ์มีมาเรื่องความเมืองพิจิตร ว่าที่ทรงชี้แจงลงไปนั้น เขาเข้าใจสิ้นแล้วเห็นว่าเป็นการถูกต้องจริง ซึ่งเขาทูลขึ้นมานั้น เพราะมีผู้มายื่นเรื่องราวก็ทูลถามเข้ามา พอจะได้ทราบความตลอดว่าจะจริงอย่างไรการเรื่องนี้ เขามีความไว้ใจในสมเด็จกรมพระ แล้วแต่จะทรงเห็นชอบเขาไม่เป็นธุระอีกต่อไปแล้ว

แล้วมีพระราชหัตถ์ตอบไปว่าให้ท่านมีตอบเขาไปว่า จะเป็นธุระให้แข็งแรง แล้วให้ค้นวันส่งคุกและบอกกำหนดสามปีจะถอดเสียด้วย กับส่งร่างมีถึงมิสนอกซ์เรื่องหม่องใบไปถวายท่านให้เจ้าพระยาจ่าแสนย พระยาศรีค้นบอกเรื่องหม่องใบมาเชียงใหม่สอบดู แล้วท่านมีตอบเข้ามาฉะบับ ๑ ว่าทรงพระราชดำรินั้นชอบแล้วๆ ว่าพระยาศรีทูลว่า เจ้าพระยาภาณุวงศ์สั่งพระยาศรีให้บอกให้พระยาจ่าแสนย เอาต้นบอกให้ท่านตรวจเสียก่อนด้วย

รับคำโทรเลขฉะบับ ๑ เรือเข้ามา ๔ ลำ

พระยาราชวรานุกูลถวายหนังสือฉะบับ ๑ เรื่องพระราชหัตถ์ตอบฉะบับ ๑

หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ทูลเกล้า ฯ ถวายเรื่อง

  1. ๑. พิศณุแสน ?

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ