เดือน ๑ จุลศักราช ๑๒๓๙

จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน

พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันพฤหัสบดีขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้าโมงหนึ่งออกไปสวนสราญรมย์ทางอนันตสมาคม ไปอยู่ที่สวนจนเวลา ๓ โมงไปวัดราชบพิธถวายผ้าจำนำพรรษาแล้วเวลา ๔ โมงกลับ ภาษเมียพระศรีเสนานำเรื่องราวมากล่าวโทษอิ่มเมียประทานมณเฑียรด้วยบ่าววิวาทตีกัน ได้สั่งให้เอาเรื่องราวให้ไปยื่นที่ท่านยมราช พระพิเรนทร แต่ได้เขียนในเรื่องราวให้ชำระว่ากล่าวให้แล้วโดยเร็ว รับหนังสือคุณสุรวงศ์ว่าด้วยเรื่องตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่โดยจะต่อสู้โต้ตอบ จะต้องว่าให้คนทั้งปวงเห็นทุกข์สุข จะให้ปรึกษาให้ได้ แต่ตัวนั้นจะพูดก็ต้องพูดเป็นปับลิก เพราะกลัวจะเป็นการเหลือเกินสมเด็จเจ้าพระยาและเจ้ากระทรวงไป กับบอกพระยาเทพนั้นจะยกพูดไม่ได้ด้วยเป็นคำบอกเล่า รับหนังสือกรมขุนบดินทรยืมเครื่องโต๊ะไปเลี้ยงการแซยิด จมื่นวิชิตทำบัญชีเงินเพิ่ม เงินลดหาฟเป เงินเดือนทหารในเดือน ๑๒ มาให้ พระอมรพานายหมิวซึ่งกลับมาแต่ยุโรปมาหาหลวงสิงหฬ ทำเรื่องราวเป็นคำให้การที่พระยาศรีเรื่องหนังสือเรื่องเมืองฝาปูนมีมาไม่ได้ส่งต้นมา กับเรื่องหลวงบริบาลซัดด้วยชำระความหม่องคุณะว่าไม่รู้ไม่เห็นเจ็บอยู่ และพระยาเทพได้ชำระว่ากล่าวแล้ว

ออกขุนนางพระยาศรีอ่านบอกพระศรีเสนามาแต่เมืองพิชัยว่า พระสุริยภักดีกับเจ้าอุปราชเมืองหลวงพระบางลงมาถึง จะลงมากรุงเทพ ฯ วันขึ้น ๗ ค่ำ แล้วอ่านตราถึงเมืองหนองคาย ว่าด้วยเมืองบริคัณหนิคมซึ่งตั้งใหม่ให้มาถือน้ำเมืองหนองคายด้วยไม่มีวัด และตั้งแต่ปีขาลสัมฤทธิศกให้ส่งต้นไม้ทองต้นไม้เงิน แต่ส่วยนั้นยกไว้ก่อนเพราะเป็นเมืองตั้งใหม่ตามที่สั่งไป พระนรินทรลาพระอมรซึ่งจะไปแจกตราความชอบพร้อมกับนายทหารที่คุมทหารไปเปลี่ยน ๖๔ คน ให้ดิโปลมากับสัญญาบัตรตั้งจีน ๒ คนไป จดหมายถึงกรมพิชิตให้ถามหม่อมเจ้าขาวด้วยแบ่งมรดกขุนอโนอนันให้กับโจทก์ด้วยความ ๒ ข้อ

จดหมายถึงกาพย์ที่เมืองกัลกัตตา บอกให้ใช้เงินแต่น้อยและเรื่องเปลี่ยนครัวทหารใหม่ เพราะเงินคลังไม่พอจ่าย

วันศุกรขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือท่านกรมท่าเป็นสำเนาหนังสือกงซุลฝรั่งเศสมีมาวันพุธ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ ว่าด้วยหนังสือตอบเรื่องที่รายยุเกอไม่ได้ลงชื่อประทับตราเป็นแต่ให้ญวนล่ามถือมาว่า ความที่ว่าถ้าคอเวอนเมนต์สยามไม่ยอมให้ทำต้องใช้ที่ขาดทุนนั้นว่าล่ามแปลผิด ฝรั่งเศสไม่ได้เข้าใจอย่างนั้น จึงให้ล่ามมาแปลสอบกัน อีกฉะบับหนึ่งเป็นหนังสือตอบด้วยเรื่องว่า ตัวเขาเองต้องถือตามสัญญา ที่จะพูดนอกสัญญาให้เป็นการปราณีประนอมยอมกันนั้นไม่ได้ กับร่างหนังสือถึงพระลังกาส่งมาให้แก้ด้วย จดหมายตอบไปฉะบับหนึ่งว่า เห็นชัดว่ากงซุลฝรั่งเศสเป็นสิ้นอำนาจที่จะพูดกับไทย ที่ท่านกรมท่าได้คิดร่างไว้จะส่งไปคอเวอนเมนต์นั้นให้ปรึกษาพร้อมกับคุณสุรวงศ์เสียจะได้รีบส่งไป รับหนังสือคุณสุรวงศ์ ๒ ฉะบับ ฉะบับใหญ่ว่าด้วยฎีกาซึ่งผู้ร้ายปล้นเมืองนครเขื่อนขันธ์ ๖ ตำบล ร้องว่ายังไม่รับเป็นสัตย์นั้นให้ไปตรวจว่าได้ให้พระยาสุรเสนา หลวงเสนางค์ ตรวจทำริโปดยื่นมาเห็นความว่าผู้ร้ายยันถึง ๒ ปากแล้ว กับว่าส่งริโปดพระยาสุรเสนาหลวงเสนางค์ และหนังสือที่สั่งให้ทำโทษผู้ร้ายมาด้วย (แต่ริโปดนั้นเห็นไม่มี ได้จดหมายไปตามจึงได้มา) ฉะบับเล็กว่าด้วยเจ้าคุณกลางมาอ้อนวอนขอโทษอ้ายโกผู้ร้าย อิ่มเมียประทานมณเฑียรกับยายเปี่ยมทำเรื่องราวมายื่น ด้วยความที่เมียพระศรีเสนากล่าวโทษเมื่อวานนี้ ต่างคนต่างหากัน ได้สั่งให้ไปยื่นที่เจ้าพระยายมราชและพระพิเรนทร ได้เซ็นไปในเรื่องราวให้เจ้าพระยายมราชพระพิเรนทรตรวจดู ควรใครจะเป็นโจทก์ก็ให้รีบว่ากันเสียให้แล้วตามความยุตติธรรม เวลาบ่าย ๔ โมงลงไปตำหนักเสด็จยายช่วยการแซยิด ปะพระพิเรนทรพร้อมกันด้วยตำรวจทั้งปวงและพระยารองเมืองได้กำชับสั่งเรื่องความเมียพระศรีเสนาและประทานมณเฑียร ให้รีบว่ากันเสียให้แล้วตามยุตติธรรม เวลา ๕ โมงกลับ แล้วเวลา ๒ ทุ่มลงไปอีก พูดกับท่านกรมท่าและเจ้าพระยามหินทรพระยาราชกับขุนนางทั้งปวงที่มาช่วยงาน และเจ้านายมีสมเด็จกรมพระเป็นต้น แล้วกลับเข้าไปพูดกับเจ้านายผู้หญิงอยู่จน ๕ ทุ่มเศษกลับ

วันนี้ให้เงินรางวัลสรรพเพธที่ทำเครื่องมโหรีและซ่อม ๒๐ ชั่ง

วันเสาร์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระปรีชามาพูดว่าได้ให้พระปราจิณปลัดเมืองปราจิณไปสืบด้วยเรื่องคนอดข้าวเมืองพนัศ ทำริโปดมาให้ว่าข้าวที่เมืองพนัศมีคนซื้อไว้แห่งละ ๒๐-๓๐ เกวียนเหมือนกรุงเก่า ซื้อขายกันราคาถังละ ๒ สลึง ที่ว่าคนตายด้วยอดข้าวนั้นไม่จริง คนไปหามันกลอยในป่าเป็นไข้ตาย ไม่ตายด้วยอดข้าว ที่ว่าอพยพทิ้งบ้านเรือนนั้นก็ไม่จริง เป็นแต่ไปเที่ยวหากินแล้วก็มีคนเฝ้าบ้าน ๆ ละ ๒-๓ คน

เวลา ๒ ทุ่มลงไปตำหนักเสด็จยาย พอสวดมนต์จบพูดกับคุณสุรวงศ์ด้วยเรื่องเมืองเชียงใหม่ และเรื่องที่ยุเกอตกลงจะให้พูดถึงคอเวอนเมนต์ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ไปพูดใส่ความว่า ๆ ให้ห้ามคนไม่ให้ซื้อของคบหาด้วยยุเกอ ชี้แจงการให้เห็นก็ไม่เชื่อจะมัวหลงโต้ตอบไปทำไม คุณสุรวงศ์สงสัยมาถาม ได้เล่าให้ฟังตลอดความ

แล้วไปกินข้าวพร้อมด้วยเจ้านาย ถวายหนังสือถวายพรเสด็จยายกับแหวนมรกตมงคลเพ็ชร ๔ วง แล้วเข้าไปพูดอยู่กับเจ้านายผู้หญิงจน ๕ ทุ่มกลับ

วันอาทิตย์ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

สมเด็จเจ้าพระยากลับมาแต่ราชบุรีและไทรโยกมาหา ปรึกษาด้วยเรื่องมิสนอกซ์มีหนังสือมาจะขอตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่ ท่านพูดยืดยาวจะให้ถอนข้าหลวงให้ได้ กับเรื่องที่ยุเกอว่าใช้ปัญญาโกง จะไม่ให้มีถึงคอเวอนเมนต์ พูดกันยังค้างอยู่ พอกงซุลเยอรมันมาถึง ท่านกลับไปว่าวันอื่นจะมาพูดกันใหม่ กงซุลเยอรมันมาหาพูดด้วยเรื่องที่และเรื่องเปิดข้าว ว่าลูกค้าเยอรมันอยากให้เปิดและอยากรู้ว่าจะเปิดเมื่อไรแน่ ได้ตอบว่าลูกค้าที่พากันทำหนังสือมาขอให้ปิดข้าวไว้ก่อนที่ท่านกรมท่าก็มี แต่จะเอาเป็นประมาณไม่ได้ คงต้องเป็น ๒ พวก พวกที่มีข้าวไว้มากอยากจะขายแต่ยังขายไม่ได้ ด้วยราคาถูกนั้นไม่อยากให้เปิด แต่ที่ไม่มีข้าวก็อยากให้เปิดได้ค้าขาย ความประสงค์ลูกค้า ๒ พวกนั้นต้องยกเสียไม่ว่า คิดเห็นว่าข้าวปีนี้ก็คงจะไม่เสียแต่ข้าวเก่ายังน้อย ครั้นจะเปิดข้าวก็คงแพง เพราะราษฎรไม่มีข้าวเก่าเกื้อหนุนจะได้ความลำบากนัก ถ้าข้าวใหม่ได้เกี่ยวแล้วก็คิดว่าจะเปิดไม่ช้า อีกสัก ๓-๔ เดือน ความประสงค์นั้นอยากแต่ให้ราษฎรซื้อขายข้าวกันแต่ราคาสมควรแล้วจะเปิด กับพูดเรื่องอื่น ๆ ต่อไปให้เงินแบนเมืองเชียงใหม่กงซุลเยอรมันไปแผ่นหนึ่ง เซ็นใบสั่งฉะบับหนึ่ง ฎีกา ๔ ฉะบับ

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองเสียมราฐสืบราชการได้ความว่า นักองค์วัดถาจัดทัพ ๓ ทัพมาตีเมืองกระพงสวาย เมืองสะโทงกับเมืองอะไรอีกเมืองจำไม่ได้ กับสนองกุยมาตีเมืองชีแครงได้

พระยากำแพงเพ็ชรยกกระบัตรลาไปเมือง พระศักดิ์เสนีไปราชการเขมรป่าดง กับยกระบัตรโคราชกลับลงมา เอาผ้าหางกระรอกมาให้ พระพิเรนทรเอาริโปดความนครบาลของท่านยมราชมายื่น ให้ตราภูษนาภรณ์หลวงโกษา หลวงศรีมหาราชาความชอบราชการเมืองภูเก็ต พระรจนาเอาแก้ว ๓ ก้อนมาให้ ให้รางวัล ๑ ชั่ง ๑๐ ตำลึง พระยาภาษเอาแผนที่ไทรโยกมาให้ดู

วันจันทร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือพระยามหามนตรี ส่งหนังสือเสมียนตรากรมท่ารับคำสั่งท่านกรมท่าให้พระยารองเมืองไปปักที่ให้ยุเกอ พระยารองเมืองมาแจ้งความว่า ได้โต้ตอบก็ไม่ฟัง จะให้ไปปักให้ได้ ได้ไปหาคุณสุรวงศ์ไม่พบ พบแต่พระนรินทร ๆ ขอคัดหนังสือนั้นไว้ให้คุณสุรวงศ์ดู เช้าวันนี้พระนรินทรจดหมายมาว่าคุณสุรวงศ์วิตกมากอยากให้นำหนังสือขึ้นมาให้ดูเป็นไปรเวต พระยารองเมืองเอามาให้พระยามหามนตรี ส่งต้นหนังสือนั้นมาด้วย ได้คัดไว้ลงวัน ๓ ค่ำ จดหมายตอบพระยามหามนตรีฉะบับหนึ่ง อย่าให้เป็นธุระให้เขาเข้ามาว่าเอง

ปิดทองลูกนิมิตรวัดบรมวงศ์ ๘ ลูก รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ฉะบับหนึ่ง ส่งร่างตอบเรื่องก้องจีนที่ผู้ถือหนังสือมาจะกลับไป เอาชื่อพระยาโชฎึกตอบ ได้คัดสำเนาร่างตอบนั้นไว้ด้วย แล้วเขียนจดหมายตอบไปฉะบับหนึ่ง ส่งร่างหนังสือคืนไป กับร่างหนังสือลังกาที่แก้ใหม่คืนไปด้วย จดหมายถึงพระยาเทพประชุนเมืองเชียงใหม่ฉะบับหนึ่ง บอกด้วยอังกฤษขอตั้งไวซ์กงซุล และเตือนความหม่องไป๊ คัดสำเนาหนังสือกงซุลอังกฤษมีมาไปด้วย หนังสือฉะบับนี้ให้จีนเต้ารีบถือขึ้นไป ถ้าถึงเมืองตากแล้วให้ขอม้าที่พระยาสุจริตรีบไปโดยเร็ว แล้วเขียนหนังสือถึงพระยาสุจริตด้วยอีกฉะบับหนึ่ง สั่งม้ากับให้เสื้อผ้ารางรัลจีนเต้าสำรับหนึ่ง เขียนจดหมายไปรเวตถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยที่ยุเกอได้ปรึกษากับเจ้าคุณท่านไม่เห็นด้วย ในการที่จะพูดให้ถือคอเวอนเมนต์ที่ได้ปรึกษากันไว้ ได้พูดกับเจ้าคุณหรือยัง

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองปาศักดิ์ ๓ ฉะบับ ฉะบับหนึ่งบอกอุปราชตาย ฉะบับหนึ่งซื้อข้าวจำหน่ายราชการ ฉะบับหนึ่งเก็บส่วยที่คนสมัครมาอยู่ปาศักดิ์มาส่ง พระนรินทรอ่านบอกเมืองสงขลา ๕ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยส่งต้นไม้ทองเงินบรรณาการ ฉะบับหนึ่งส่งเงินภาษี ฉะบับหนึ่งส่งส่วย ฉะบับหนึ่งบอกพระครูรัตนโมฬีตายเผาศพด้วย ฉะบับหนึ่งเจ้าเมืองจะณะตาย พระพลเมืองกำแพงเพ็ชรลงมากับหลวงสุริยามาตย์ เอาแหวนทับทิมมาให้วงหนึ่งไม่รับไว้ ให้คิดอ่านทำราชการโดยสุจริตรักษาตระกูลดีกว่าให้ของกำนัล ให้เรื่องราวหลวงสิงหฬว่าด้วยให้การเรื่องหลวงบริบาลซัด พระยาศรีไปตรวจเซ็นใบสั่งฉะบับหนึ่ง ฎีกา ๔ ฉะบับ

พระยารองเมืองมาพูดไปรเวตเรื่องหนังสือเมื่อเช้านี้ ว่าเป็นของตัวเองว่าจะไปปักพรุ่งนี้ แต่จะแกล้งโตโรโตเรเสีย ได้ตอบไปว่าจะสั่งให้ไปหรืองดไว้สั่งไม่ได้ เพราะปรึกษากับเจ้าคุณยังค้างอยู่ และไม่รู้ว่าเสนาบดีคิดกันอย่างไร จดหมายไปรเวตถึงคุณสุรวงศ์อีกฉะบับหนึ่ง เรื่องนี้บอกเธอไว้เป็นพยานด้วย จมื่นสราภัยจดหมายมาว่าด้วยนายวงทหารฟ้องนายปุ่นว่าขะโมยของฉบับหนึ่ง

วันอังคาร ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือคุณสุรวงศ์ไปรเวตฉะบับหนึ่ง ส่งร่างตอบกงซุลฝรั่งเศสมาด้วย จดหมายถึงกรมขุนบดินทรให้พรแซยิดครบรอบ ๕๑ กับเงินด้วย ๕ ชั่ง ๒ ตำลึง รับจดหมายกงซุลเยอรมันฉะบับหนึ่ง ส่งแผนที่มาให้ ๒ ฉะบับว่าเป็นของคอเวอนเมนต์ฝากมาให้แต่เขาอยากส่งต่อเราเอง

พระยาศรีธรรมสาสน์ซึ่งไปตรวจเรื่องคนอดข้าวเมืองพนัศกลับมาถึงแล้วถือหนังสือท่านกรมท่าเข้ามาว่า ความคล้ายริโปดพระปรีชา ท่ากรมท่ากลับเลิกจะไม่ตั้งโรงครัวกลัวจะไม่พอว่าเดี๋ยวนี้เรี่ยไรเงินได้ไว้ร้อยชั่งเศษแล้วเมื่อต้นปีขาน จะเอาเงินที่เรี่ยไรไปซื้อข้าวจำหน่าย ถ้าได้เงินตามทุนแล้วจะไปซื้ออีก ถ้าเห็นว่าราษฎรขัดสนเงินก็จะแจกทีเดียว เห็นว่าจะดีกว่าแจกเปล่า แพ้เราจะพูดเกะ ๆ กะ สมเด็จเจ้าพระยามาหาปรึกษาเรื่องเชียงใหม่ ตกลงเป็นจะไม่ถอนข้าหลวงจะค่อยๆ ผ่อน โปลิซีครั้งนี้จะพูดเป็น ๒ ลิ้น พูดกับลาวอย่างหนึ่ง ฝรั่งอย่างหนึ่ง เรื่องที่ยุเกอตกลงจะพูดให้ถึงคอเวอนเมนต์ตามที่คิด แต่จะพูดด้วยการขัดกับบ้านเมือง จะไปสั่งท่านกรมท่าให้ร่างตอบ แล้วจดหมายไปรเวตถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่งตามที่ปรึกษากับสมเด็จเจ้าพระยาตกลง เมื่อร่างหนังสือแล้วปรึกษาให้เธอแก้ด้วย รับหนังสือพระยาราชบอกด้วยเกิดผู้ร้ายปล้นที่กรุงเก่าเมื่อวันแรม ๑๕ ค่ำรายหนึ่ง

ออกขุนนางพระวิเศษสุรฤทธิ์อุปฮาดราชวงศ์เมืองบริคัณหนิคมลาขึ้นไปเมืองมีต้นไม้ทองเงินด้วย ให้เสื้อผ้าด้วย แล้วพระนรินทรอ่านบอกเมืองเพ็ชรส่งส่วยน้ำรัก พระยาศรีสมุทรโภคเมืองระยองลากลับเมือง หลวงนริศจดหมายมาบอกด้วยได้ช่วยเด็กมีผู้คุมเหงจะลักเรือรายหนึ่ง รับก๊าศเชิญกรมขุนบดินทรให้ไปกินโต๊ะ

วันพุธขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ได้รับเตลิกราฟบอกว่าเรือออกไป ๒ ลำชื่อแดนยุปกับบันยงเสง แล้วจดหมายตอบกงซุลเยอรมันขอบใจที่เอาแผนที่มาให้ มีถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องเมืองพนัศซึ่งพระยาศรีธรรมสาสน์ไปตรวจกลับมา ก็เห็นคล้ายกับที่กรุงเก่า แต่ข้าวราคาแพงกว่าสักหน่อย เมื่อเวลาแพงควรเจ้าเมืองกรมการจะบังคับให้ลูกค้าจำหน่ายเอากำไรแต่น้อย ถึงเราจะบังคับก็ได้ไม่เป็นการเดือดร้อนอะไร ได้ตอบไปแต่สั้นดังนี้ กับบอกเรื่องกงซุลเยอรมันส่งแผนที่มาให้ไปด้วย

จมื่นสราภัยจดหมายเข้ามา ๓ ฉะบับๆ หนึ่งว่าด้วยนายขวัญ นายกิจ นายโต วิวาทตบอีเปียทาษของท่านใหญ่ ฉะบับหนึ่งหม่อมราชวงศ์ไฉไลตีขุนโลกวิไชย ในวังทั้ง ๒ ราย ฉะบับหนึ่งขอให้เอาคนนายโตกับหม่อมราชวงศ์ไฉไลออกจากทหารมหาดเล็กเสียด้วยเพราะทำความวิวาทบ่อยๆ แล้วกินทั้งเหล้า กัญชา ฝิ่น ด้วย

พระยาอนุรักษ์ได้จดหมายคำให้การความทั้ง ๒ เรื่องนี้เข้ามาให้ด้วย

พระยาไชยสุรินทรเอาบานแผนกมาให้ตั้งอากร ๖ ราย บ่อนเบี้ยไทยจีน เมืองฉะเชิงเทรา พนัศนิคม จีนเซียวหะตัวอากร นายเขียวประกัน คนใหม่เดิม ๑๓๑ ชั่ง ๑๓๐ ชั่ง ขาด ๑ ชั่ง บ่อนเบี้ยเมืองราชบุรี กาญจนบุรี ขุนจงรักราชากรให้จีนชังเป็นตัวอากร ตัวเป็นประกัน เดิม ๒๐๖ ชั่ง ๒๓๖ ชั่งประมูล ๓๐ ชั่ง ภาษีเสากรุงเทพฯ และ ๑๓ หัวเมืองจีนฮุยคนเก่ารับทำเดิม ๘๐ ชั่ง ๑๒๓ ชั่ง ประมูล ๔๓ ชั่ง สมพักสรเมืองพิจิตรจีนช้างคนเก่าทำเดิม ๑๖ ชั่ง บวก ๒ ชั่ง รวม ๑๘ ชั่ง ค่าน้ำเมืองฉะเชิงเทรา เมืองปราจีณบุรี เมืองนครนายก จีนกว้างจิ้นคนเก่าทำ เดิม ๘๔ ชั่ง ๑๐ ตำลึง บวก ๑๐ ตำลึง รวม ๘๕ ชั่ง สุราบ่อนเบี้ยเมืองโคราชจีนต่วนคนเก่าทำ เดิม ๑๑๒ ชั่ง ประมูล ๖๖ ชั่ง ๑๐ ตำลึง รวม ๑๗๘ ชั่ง ๑๐ ตำลึง รวมทั้ง ๖ รายเงินเดิม ๖๒๙ ชั่ง ๑๐ ตำลึง ขาด ๑ ชั่ง คง ๖๒๘ ชั่ง ๑๐ ตำลึง ประมูล ๑๔๒ ชั่ง รวม ๗๗๐ ชั่ง ๑๐ ตำลึง หักขึ้นใช้ขาดแล้วคงขึ้น ๑๔๑ ชั่ง เซ็นไปในท้ายว่าให้ตั้งผู้รับทำเงินสูงไปทั้ง ๖ ราย

ออกขุนนาง ไม่มีราชการอะไร จดหมายถึงกรมขุนบดินทรบอกไม่ไปดินเนอด้วยฉะบับหนึ่ง กับได้สั่งพระนรินทรให้บอกคุณสุรวงศ์ด้วยแซงชั่นสั่งของโทรเลขนั้น ควรจะมีชื่อเธอด้วยเพราะเป็นการใหญ่ พระโทรเลขเป็นคนเล็กนัก

วันพฤหัสบดีขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

อาลบาศเตอมาหาได้พูดกันเรื่องมิสนอกซ์มีหนังสือมา จะตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่ พระดิฐการเอาริโปดความกรมท่ามายื่นกับคำลูกขุนปรึกษาฉะบับหนึ่ง เป็นสมุดดำไม่ได้รับไว้

ประชุมเคาน์ซิลเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ ปรึกษาเรื่องตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่ เจ้าพระยามหินทรยื่นความเห็นฉะบับหนึ่ง ว่าเห็นการสู้ไม่ได้จนปัญญาเสียเปรียบเพราะอำนาจน้อย เคาน์ซิลมา ๑๐ คน ปรีวิเคาน์ซิล ๑ คือ พระยามหินทร ศรีพิพัฒ ราชกระสาปน์ เจริญ อภัยรณฤทธิ์ ภาษ พิพิธ กระลาโหม ราชโยธา พระยาสมุทร ขาดเคาน์ซิลออฟสเตด ๒ ปรีวิเคาน์ซิล ๑ คือ พระยามหาอำมาตย์ ธรรมจรัณยา พระยาศรี เทวัญเป็นเคลีก เวลาบ่าย ๓ โมงเศษเลิก

แล้วไปประทุมวันกลับเมื่อเช้านี้ ได้จดหมายถึงท่านเล็กให้จัดกับข้าวไปเลี้ยง ท่านเล็กคอยรับอยู่ที่นั่น แล้วเจ้าพระยามหินทรตามไป ว่าเมื่อยื่นหนังสือความเห็นนั้นหยิบผิดไป ที่ให้นั้นเป็นเส้นดินสอเป็นกอบปี้จึงเอาตัวหมึกที่จะให้นั้นมาให้ แล้วไปลงเรือเที่ยวดูเกาะ แวะกินข้าวที่เกาะหน้าวัง ปิคนิคพร้อมด้วยเจ้านายหลายคน พระยามหามนตรีกับหม่อมแย้มเอากับข้าวมาให้กินด้วย เวลาเกือบย่ำค่ำกลับ

วันศุกรขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เจ้าพระยามหินทรเอาความเห็นในเคาน์ซิลมายื่น ว่าด้วยอังกฤษขอตั้งไวซ์กงซุล เห็นควรยอมให้ตั้งแล้ว

คุณแพเอาหนังสือท่านกรมท่ามาให้ส่งร่างตอบกงซุลฝรั่งเศสเรื่องโรงสีไม่ยอมให้ตั้ง อ้างข้อถ้าตั้งโรงสีต้องมีจีนกุลีมากรักษายาก ว่าได้ให้สมเด็จเจ้าพระยาดูเห็นชอบแล้ว แล้วท่านกลางมาหา กับได้จดหมายสั่งให้ทำโทษหม่อมราชวงศ์ไฉไลที่เมาเหล้าตีขุนโลกวิชัยหัวแตกในวังเฆี่ยน ๕๐ ที สมโภชวัง แล้วสั่งทำโทษคนอื่นอีกหลายเรื่อง สั่งพระยาอนุรักษ์ สราภัย กับได้จดหมายสั่งจมื่นสราภัยอีกฉะบับหนึ่ง ให้ส่งนายโต หม่อมราชวงศ์ไฉไลให้พระยามหามนตรีไปเป็นทหารเลวเกณฑ์หัด

ค่ำออกขุนนาง พระนรินทรอ่านบอกพระยาราชวังสันข้าหลวงเมืองภูเก็ต บอกส่งเงินภาษีอากรเมืองตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง พังงา กับ ๓ เมืองมีใบบอกเข้ามาด้วย

วันนี้พระตราษลาไปรักษาเมืองให้ถาดหมากคนโฑทองเสื้อผ้า พระยารองเมืองนำคำลูกขุนปรึกษาโทษอ้ายพุกปล้นบ้านนายสินอำแดงจ้อยบางเขนที่ได้สืบจับได้มาให้

อนึ่ง จมื่นสราภัยจดหมายเข้ามา ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยจัดทหารขึ้นไปรับที่บางปอิน ฉะบับหนึ่งว่าด้วยคนสมัครเข้ามาเป็นทหาร ๕

เซ็นใบสั่งหนึ่ง แซงชั่น ๓

วันเสาร์ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กลางวันสั่งประหารชีวิตผู้ร้ายปล้นกระบือแขวงเมืองนนท์ ฉะบับหนึ่งมอบให้พระยาอภัยพิพิธไปให้พระยาพิพัฒโกษาเมื่อออกขุนนาง กับให้จิตรเจริญจดหมายตอบจมื่นสราภัย เรื่องจัดทหารไปบางปอินนั้นชอบแล้ว

ออกขุนนางไม่มีการอะไร มีแต่พระยารองเมืองบอกเรื่องผู้ร้ายต่าง ๆ แล้วส่งคำลูกขุนปรึกษาความเรื่องหนึ่ง ค่ำสราภัยริโปดด้วยทำโทษทหารที่สั่งไปกับริโปดด้วย ทหารรับของไปบางปอินด้วย

วันอาทิตย์ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

บ่ายท่านภูธราภัยเข้ามาลาไปกรุงเก่าไปดูการที่วัด แล้วได้รับหนังสือท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ว่าหนังสือตอบกงซุลฝรั่งเศสเรื่องโรงสีนั้นได้ให้อาลบาศเตอแปลส่งลงไปแล้ว เมื่อส่งลงไปเวลา ๔ โมงเช้าวานนี้ ครั้นบ่าย ๕ โมงกงซุลฝรั่งเศสมีตอบมาฉะบับหนึ่ง ว่าได้ทราบความแล้วส่งสำเนามาด้วย กับส่งสำเนาหนังสือกงซุลอเมริกันมาฉะบับหนึ่ง หนังสือหมอดีนฉะบับหนึ่ง หนังสือกงซุลอเมริกันนั้น นำหนังสือหมอดีนกับหมอดีนนั้นขอให้กงซุลอเมริกันช่วยพูดกับคอเวอนเมนต์ ให้ทำถนนริมบ้านที่อื่นๆ ทางริมน้ำ ออกขุนนางไม่มีราชการอะไร สั่งพระยารองเมืองให้ทำถนน แล้วได้สั่งทำโทษผู้ร้ายฉะบับหนึ่ง

วันจันทร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๒ โมงเศษไปลงเรือที่ตำหนักแพ คุณสุรวงศ์มาส่งได้พูดกันด้วยเรื่องอังกฤษขอตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่ แล้วให้สำเนาคำเห็นเจ้าพระยามหินทรไปให้สมเด็จเจ้าพระยาด้วย แล้วลงเรือโสภณออกเวลา ๓ โมง ถึงบางปอินบ่ายโมงเศษ กรมขุนบดินทรมาหา ได้นัดไปว่าค่ำให้มาเล่นสักรวา แล้วจุดเทียนให้มหาดเล็กเอาไปบูชาที่ศาลเจ้า แล้วเขียนหนังสือถึงสมเด็จเจ้าพระยาปรึกษาเรื่องอังกฤษขอตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่ให้รีบเรียงความตอบเสีย กับถึงท่านภูธราภัยอีกฉะบับหนึ่ง จะเห็นความประการใด ให้ทำความเห็นยื่นเสียในวันแรม ๒ ค่ำขึ้นมากับความหลวงบริบาลบุรีรมย์นั้นให้เสนอเสียด้วย แล้วมีถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ให้จ่าตำรวจรีบถือลงไป บ่าย ๕ โมงเศษไปดูการที่วัด สั่งให้ทำที่ตั้งพระสาวกอีก ๖ องค์ที่เสาโบสถ์และเติมข้างหลังหอฉันออกอีก กับที่หน้าโบสถ์ผนัง ๒ ข้างของประตูกลางนั้น จะติดแผ่นศิลา จะจารึกประกาศทำวัดนี้ เวลาย่ำค่ำกลับ ค่ำกินข้าว ริมห้องกาพย์กลางแจ้งริมสระ กรมขุนบดินทร น้าประเสริฐ สักรวาวงผู้ชาย หลวงพิชัยเสนาวงผู้หญิง รวม ๓ วงมาเล่นจนเวลา ๒ ยามเศษเลิก

วันอังคาร ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ตื่นนอน ๕ โมงเช้า เวลาเที่ยงออกไปข้างนอก พระวุฒิการลงมาแต่กรุงเก่า เอาดอกไม้ต่างๆ ของพระมาให้

รับคำโทรเลขมาแต่กรุงเทพ ฯ ว่าวานนี้เรือรบฝรั่งเศษชื่ออันติลพเข้ามาลำหนึ่ง บ่ายแครซีเอาแผนที่ในโบสถ์ที่ให้ไปคิดที่ตั้งพระมาให้ดู แล้วไปที่ศาลเจ้าบูชาแล้วกลับมาลงเรือโด๊ก ด้วยกรมนเรศไปดูกำแพงสวนที่ทำใหม่ และฝังพระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร แล้วลงเรือกลับมาจอดดูลครอยู่ตรงกะไดขึ้นสวนข้างปราสาท เล่นเรื่องไกรทองฆ่าชาละวันของพระยามหามนตรีแก้สินบน เป็นลครตลกอยู่จนเวลาพลบกลับ ค่ำ ๒ ทุ่มไปกินข้าวที่เมื่อวานนี้ ที่โรงลครมีลครต่อไป แล้วกรมขุนบดินทรมาเล่นสักรวา มีหลวงสิทธิสรเติมมาอีกวงหนึ่ง กินข้าวแล้วลงไปช่วยกรมขุนคิดสักรวา แล้วแจกผ้าพื้นพวกสักรวา ๔ ลำเป็นคน ๖๔ คน ผ้า ๖๔ ผืน ตัวนายแจกผ้าห่มนอนสกอต รวม ๑๑ ผืน แล้วกลับขึ้นไปจุดดอกไม้เล่นอยู่จน ๘ ทุ่มกลับเข้าไปข้างใน

วันพุธขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้าวันนี้ไม่มีการอะไร หลวงบำราศเอาของมาให้เวลาบ่าย ๕ โมงออกเรือโสภณแต่บางปอินขึ้นไปกรุงเก่า เลยไปวัดบรมวงศ์ทีเดียว ถึงวัดเวลาพลบค่ำมากหน่อย พบสมเด็จกรมพระได้ช่วยกันถวายไตรพระสงฆ์แล้วถวายเงิน สมเด็จกรมพระช่วยการ ๑๐ ชั่ง แล้วพูดกับท่านด้วยราชการต่าง ๆ มีเรื่องเชียงใหม่เป็นต้น พระสวดมนต์จบแล้วไปที่พระเจดีย์บูชา แล้วกลับไปที่พลับพลาหน้าวัดจุดดอกไม้ แล้วดูหนังกินข้าวนิดหน่อย เวลา ๔ ทุ่มกลับไปวังจันทรกินข้าวอีกหน่อยหนึ่ง เวลา ๒ ยามเศษกลับเข้าไปข้างใน

ช่วยงานสมเด็จวันนี้ สวมเสื้ออิฟนิงเดรสติดตราด้วย กับได้มีจดหมายถึงพระยาอัษฎงค์ฉะบับหนึ่ง ส่งไผ่สิงคโปร์เข้ามาจะปลูกที่บางปอิน

วันพฤหัสบดีขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเที่ยงตื่นนอนกินข้าวแล้ว ขึ้นไปนั่งเล่น กินข้าวกลางวันที่พิสัยสรรลักษณ์

ได้รับหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาเรื่องอังกฤษขอตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่ ขอตริตรอง กับถ้ามิสเตอนอกซ์กลับมาจะเทียบดูก่อน คุณสุรวงศ์หนึ่งฉะบับ เห็นว่าถ้าให้ตั้งสัญญาก็เสีย ควรร้องให้ถึงคอเวอนเมนต์ บ่าย ๔ โมงใส่เสื้ออิฟนิงเดรสติดตราลงเรือเก๋งทองแท่งไปวัดบรมวงศ์ จุดเทียนพระสวดมนต์แล้วมาพูดอยู่กับสมเด็จจนสวดมนต์จบ แล้วไปพลับพลาจุดดอกไม้และกินข้าวแล้วมาเล่นสักรวาจน ๕ ทุ่มเศษกลับ ต้องมากินข้าวมันส้มตำที่วังจันทรอีก ๗ ทุ่มเข้าไปข้างใน ที่ช้าอยู่เพราะเหตุคุณแพมาฟ้องทหารว่าจับบ่าวไปขี้ แต่ที่ทหารจับนั้น ว่าไปพูดกับอ้ายจร แกโกรธวุ่นวายมาก ได้สั่งให้พระยามหามนตรี พระยาประภา พระยามนตรีคิดไกล่เกลี่ยเสียให้แล้ว

อนึ่งเมื่อกลับแต่พิสัยสรรลักษณ์เวลาบ่ายนั้น พระยาอ่างทองมาหาเอาของมาให้ด้วย ที่วัดวันนี้ผู้หญิงไปด้วย

วันศุกรแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เที่ยงตื่นนอนออกไปข้างนอก พระยาราช พระยาอ่างทองมาหา ได้ถามพระยาราชเรื่องอังกฤษขอตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่แกว่าได้ทำความเห็นฝากเจ้าเข่งให้ลงไปให้กรุงเทพฯ ได้เรียกมาแต่เจ้าเข่งมาอ่านดูว่า ให้ผัดเขา ขอจัดการต่อไป

บ่าย ๕ โมงเศษไปวัดบรมวงศ์ เวลาพระสวดมนต์นั่งพูดอยู่กับสมเด็จกรมพระและท่านภูธราภัยที่หน้าโบสถ์ สวดจบแล้วตำรวจยกลูกนิมิตรออกรายตามทิศ แล้วถวายใบอนุญาตพัทธสีมาของเก่าที่ถวายไว้เมื่อขนกุฏิ เสด็จทรงอ่านประกาศสงฆ์แล้วรดน้ำสังข์เจิมลูกนิมิตรเอาลงที่แล้วมานั่งที่ปรำนอกเสมา พระสวดถอนในโบสถ์แล้วรายออกมาถอนตามทิศ ใช้อย่างเก่าเวียนทักษิณาวัฏ เมื่อเวลาถอนกันอยู่นั้นไปกินข้าวที่พลับพลา ถอนเสร็จแล้วได้ไปบอกเสมาทุกทิศ แล้วนั่งที่ปรำข้างนอกจนผูกแล้วเข้าไปในพระอุโบสถ พระสงฆ์อติเรกแล้วสมเด็จท่านให้สายสิญจน์ กลับมาจุดดอกไม้ที่พลับพลาแล้วกลับมาวังจันทร เวลา ๕ ทุ่มเศษ

วันเสาร์แรม ๒ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๒ โมงเสด็จวัดเสนาสน์ บูชาพระในพระอุโบสถ พระเจดีย์และวิหารพระนอนการเปรียญ แล้วเสด็จที่กุฎีพระพรหมเทพาจารย์ ๆ พระญาณรักขิต พระปลัดเฝ้าอยู่ที่นั่น เวลาเช้า ๓ โมงกลับ และเมื่อเสด็จนั้นเสด็จประทับริมกำแพงวังหน้าวัดขมิ้นทอดพระเนตรหน่อยหนึ่งแล้วจึงเสด็จวัดเสนาศน์

รับคำโทรเลข ๒ ฉะบับ ว่าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เรือรบฝรั่งเศสออกไป กับกำปั่นเข้ามา ๒ ลำ แล้วทรงถ่ายพระรูป

เวลาเที่ยงเสวยแล้ว เสด็จพระราชดำเนินแต่พระราชวังจันทรเกษมทรงเรือพระที่นั่งโสภณล่องลงมากรุงเทพ ฯ แต่แวะประทับที่พระราชวังบางปอินหน่อยหนึ่ง ประทับที่ศาลเจ้าโปะโปยแล้ว สั่งให้ประดับศิลาศาลเจ้า แล้วเสด็จบนพระที่นั่งวโรภาศพิมาน ลงพระบังคนแล้วเสด็จกลับลงเรือล่องลงมากรุงเทพ ฯ ถึงตำหนักแพเวลาบ่าย ๕ โมงเศษ มีพระยาจ่าแสนย พระยาพิพิธมาคอยรับเสด็จ พระยาพิพิธถวายคำเห็นเรื่องตั้งกงซุลเมืองเชียงใหม่ ยอมตามเขากลัวจะเกิดเหตุวิวาท เมื่อมีความต่อไปจึงค่อยผ่อนผันไป กับของเจ้าพระยาศรีพิพัฒฉะบับหนึ่ง ว่าชี้แจงเสียต่างๆ ถ้าจะว่าก็เห็นจะไม่ยอม ให้มีหนังสือไปบอกดูสักครั้ง กับพระราชโยธาฉะบับหนึ่ง ความที่เสียคล้ายกัน ยอมให้ตั้งให้ถอนข้าหลวง (พระยาราชโยธา เจ้าพระยาศรีพิพัฒฟังเสียงสมเด็จเจ้าพระยา) แล้วเสด็จขึ้นตรัสด้วยเจ้านายผู้หญิง แล้วเสด็จลงตำหนักทูลกระหม่อมปราสาทด้วย

รับหนังสือพระยามหาอำมาตย์ ยื่นความเห็นว่าด้วยเสียต่าง ๆ ค้างอยู่ดูเหมือนไม่ยอมให้ตั้ง แต่ไม่มีทางแก้

แล้วรับของพระยาอภัยรณฤทธิ์ ยอมให้ตั้งและให้ถอนข้าหลวง ว่าความเลอะเทอะ เอาความอย่างสมเด็จเจ้าพระยา

พระยาเจริญ พระยากระสาปน์ยื่นความเห็นด้วยกันว่า เขาคงจะตั้งให้ได้ต้องถอนข้าหลวง เพราะเดี๋ยวนี้มีความอะไรก็กระทบถึงกรุงเทพฯ ทุกครั้ง การเรื่องนี้เป็นล้นเกล้าฯ

รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ๒ ซอง ๆ หนึ่งเป็นความเห็นเรื่องตั้งกงซุลเมืองเชียงใหม่ ว่าความตามสมเด็จเจ้าพระยาเห็นชอบกับท่านด้วย ว่าจะของดไว้ก่อนจะต่อว่าไปอินเดีย กับหนังสือทูลด้วยเรือรบฝรั่งเศสอันติลพเข้ามาฉะบับหนึ่งว่า มีขุนนางตระลาการใหญ่เมืองไซ่ง่อนมาด้วยคนหนึ่ง อายุ ๖๔ ปีจะเข้ามาเฝ้า แต่รออยู่ไม่ได้ด้วยแอดมิราลสั่งให้อยู่เมืองไทย ๓ วันแล้วให้กลับไป ได้ให้ไปดูในวังและวัดพระแก้ว แล้วมีดินเนอในวัน ๑๕ ค่ำ กับอีกซองหนึ่งเป็นสำเนาหนังสือกงซุลฝรั่งเศส ว่าพระสงฆ์องค์หนึ่งชื่ออานนท์ อยู่เมืองนครเสียมราฐ ออกไปเมืองเขมรไปอวดตัวว่าเป็นผู้วิเศษ จะมาเป็นเจ้าเมืองเขมรทำให้เกิดจลาจลขึ้นที่เมืองกระพงสวาย กงซุลขอให้คอเวอนเมนต์ระงับการนี้ โดยทางพระราชไมตรีซึ่งมีต่อกันช่วยกันระงับ และเขาคิดว่าถ้าให้พระสังฆราชมีหนังสือประกาศอย่าให้ใครเชื่อถือพระสงฆ์องค์นี้ ก็เห็นจะสงบได้ กับหนังสือมิสเตอเอตจินซอนสิเกรตรีอินเดีย (Aitchinson) มีมาว่าได้รับหนังสือและรับรองท่านกาพย์ตามยศและได้หาไวสรอยและได้ไปดูที่ทั้งปวง รับรองหนังสือตามยศแล้ว อีกฉะบับหนึ่งหนังสือเมซั่น ส่งหนังสือพิมพ์เมืองลอนดอนชื่อไชนาเตลิกราฟเข้ามาลงวันที่ ๕ เดือนโนแวมเบอ ๑๘๗๗ ว่าด้วยจีนกับไทยคงจะสู้รบกัน การนี้ได้ความจากหนังสือพิมพ์ชื่อไตม์ (Time) ในหนังสือพิมพ์อเมริกันเป็นการไม่จริงพูดบ้า ๆ กับบอกเรื่องที่เตอรกีรุสเซียได้เมืองอาเมเนีย (Arminia) หนังสือพิมพ์ที่แปลมาแล้วด้วย

รับคำเตลิกราฟ ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่ง ว่าวังหน้ามาถึงป้อมเสือส้อนเล็บ ในเวลาเช้าฉะบับหนึ่ง ว่ากลับขึ้นมาในเวลาบ่าย ๒ โมง วันศุกร์ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑

วันอาทิตย์ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

๑ รับคำเห็นพระยาภาษ พระยาธรรมจรันยา พระยาสมุทรบุรานุรักษ์ ลงชื่อพร้อมกัน ว่าการเรื่องนี้เป็นการเสียต่าง ๆ แต่เห็นว่าหนังสือพิมพ์ซึ่งออกเมื่อเร็ว ๆ นี้ เห็นยังมีความว่าเข้าข้างไทยอยู่บ้าง ในความนั้นช่วยป้องกันอุดหนุนไม่ให้ชาติอื่นข่มเหง การครั้งนี้ก็เพราะมีผู้แนะนำออกไป คอเวอนเมนต์เห็นมีช่องที่จะให้ชอบใจคนอินเดีย อังกฤษจึงได้ให้ขอมาจะแก้นั้นให้มีหนังสือไปยังคอเวอนเมนต์ด้วยความยากลำบาก และขัดข้องแห่งความปกครองของไทยไปภายหน้า และเป็นเหตุแห่งคอเวอนเมนต์อื่น ๆ จะขอตั้งไวซ์กงซุลในประเทศราชนั้น แต่มิให้เสียทางไมตรี จะยอมให้ขุนนางอังกฤษตั้งอยู่ที่ยองสลิน เข้ามาตั้งที่เชียงใหม่ แต่ถือสัญญาเดิมที่ทำมาเป็นการไขข้อ ไม่ต้องระติไฟอีก เหมือนเซอแฮนริสปากส์ไขข้อสัญญาใหญ่ ถ้าจะตั้งให้ได้แล้วก็ต้องเปิดการให้เมืองเชียงใหม่ ลำพูน นครลำปาง เป็นของไทยตามสัญญา เพิ่มอำนาจพระยาเทพประชุนขึ้นอีกกับไปรเวตมาด้วยอีกฉะบับ ๑

๒ รับคำเห็นพระยากลาโหม ยอมให้ตั้งกงซุลและถอนข้าหลวงอย่างที่ว่า ๆ กันมา ตามสมเด็จเจ้าพระยา

๓ พระราชหัตถ์ตอบเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ว่าด้วยพระสงฆ์ที่ออกไปทำจลาจลนั้น ได้ตอบเขาไปแล้วหรือยัง ถ้ายังให้แจ้งความเขาไปว่าจะให้มีท้องตราไปเมืองนครเสียมราฐ และที่พระศักดิ์เสนีที่เมืองเขมรป่าดงที่ว่าพระสังฆราชนั้น เขาว่าตามสาสนาโรมันคาธอลิกเห็นจะสู้ท้องตราไม่ได้ กับถ้าการที่เจ้าพนักงานฝ่ายเขมร ฝรั่งเศส จะจับคนร้ายนี้ จะเกี่ยวข้องกับไทยประการใด ให้เขามีหนังสือมายังพระยาคทาธร พระยานุภาพไตรภพทราบ กับหนังสือสิเกรตรีอินเดียนั้นไว้ตอบเมื่อพระองค์กาพย์กลับมาก็ได้

๔ มีพระราชหัตถ์ถึงเจ้าพระยาสุรวงศ์ไปรเวต ส่งสำเนาความเห็นเคาน์ซิล และเจ้าพระยาภาณุวงศ์ และเจ้าพระยาสุรวงศ์เรื่องอังกฤษขอตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่ไปให้สมเด็จเจ้าพระยาแต่ให้ท่านดูเสียก่อน การที่จะว่าเพราะคนนั้นคนนี้ไม่ต้องกลัวเลย เพราะถึงเขาจะพูดก็ต้องเก็บถ้อยคำท่านผู้นั้นผู้นี้มาประสมเข้า พูดเป็นของตัวเอง แต่ก็ดีดอก เป็นการกันนินทา แต่ที่พูดมาไม่มีคำเห็นของตัวนั้นจะเห็นประการใด แต่ทรงเห็นว่าควรจะกลัวเขาพูดเล่นในปัจจุบันหรือภายหน้ายกหยิบโทษได้ถนัด เพราะเขาเห็นการแล้ว แต่พูดไม่ขึ้นก็ต้องพูดตาม ถ้าจะพูดไปก็เหมือนจะให้เห็นว่าไม่มีปัญญาเป็นคมในฝัก พระราชหัตถ์นี้ให้รู้แต่คนเดียวเถิด จะเป็นเหตุให้ไม่สบายต่อไป ส่งสำเนาไป ๑๑ ฉะบับ

พระยาจ่าแสนยเฝ้า ทูลด้วยเรื่องความหลวงบริบาล สั่งให้จำไว้ยังไม่ได้ตัดสิน แล้วทูลบอกพระยานุภาพไตรภพว่าด้วยสืบราชการได้ความว่า วัดถาตีเมืองสโทงเมืองชีแครงได้ แล้วรับสั่งให้ทำตราไปยังพระยานุภาพ พระยาคทาธรเขมรป่าดง เรื่องพระไปทำจลาจลที่ฝรั่งเศส ว่ามาให้คิดอ่านจับกุมและประกาศคนห้ามไม่ให้คบ

วังหน้าให้เถ้าแก่เอาต้นกัลปังหาเป็นไม้ท้าวมาถวาย

วันจันทร แรม ๔ ค่ำ เดือน ๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือเจ้าพระยาสุรวงศ์ฉะบับเล็กเป็นไปรเวตว่าหนังสือความเห็นที่ถวายนั้น เมื่อจะส่งขึ้นไป ได้นำไปเสนอสมเด็จเจ้าพระยา เจ้าพระยาภาณุวงศ์แล้ว การเรื่องนี้เกือบจะลงทางอยู่แล้ว แต่ข้างปลายจะว่าไปอินเดียก็เห็นความว่าจะไม่ตลอด ด้วยเขาได้พูดถึงคอเวอนเมนต์ที่ลอนดอนให้มีมา เมื่อว่าไปแล้วก็คงเหมือนความหม่องแปก ท่านเห็นว่ากรุงเทพ ฯ มีอำนาจน้อยหนังสือสัญญาเก่าใหม่ยังยืนอยู่ ถ้าการผันแปรไปถูกเก่าก็จะเอาเก่า ถูกใหม่ก็จะเอาใหม่ ต้องแบก ๒ บ่า รับบาปแทนลาวอยู่ ในระหว่างนี้เป็นประการใดก็ต้องทนเอา เมื่อครบกำหนด สัญญา ๑๗๘๔ จะแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไร จะได้ปรึกษาให้ลาวเป็นตัวแบ่งหนักเป็นเบาบ้าง การครั้งนี้ได้ตริตรองไว้แล้ว ครั้นจะเขียนเข้ามาไม่เป็นไปรเวตก็เหมือนลบล้างปัญญา ทิฏฐิมานะเกิดขึ้นแล้ว จะพาราชการแผ่นดินเสียไป วันนี้จะเสด็จบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ถ้าประทานความเห็นท่านทั้งปวงต่อพระหัตถ์เองดีกว่าท่านส่งคืนความเห็นเข้ามา

พระนานาเฝ้าถวายจำนวนภาษี แล้วพระราชทานสัญญาบัตร์ตั้งพระนานาเป็นพระยานานาพิธภาษี ศักดินา ๑๐๐๐

เจ้าพระยาภูธราภัย ถวายคำเห็นเรื่องอังกฤษขอตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่ ว่าลาวเป็นชาวป่า ไม่รู้ธรรมเนียมกลัวจะทำเหตุการขึ้นกับอังกฤษ ขอผัดพอสั่งสอนลาวให้รู้ธรรมเนียมแล้ว จะยอมให้ตั้ง

พระยาภาษ พระยาสมุทรถวายหนังสือไปรเวต ตอบพระราชหัตถ์เรื่องอังกฤษขอตั้งไวซ์กงซุลเมืองเชียงใหม่ว่า คำที่เรียกเรสิเดนต์นั้น ไข้ตามสามัญอังกฤษว่า เป็นผู้อยู่เมืองนั้น ตามดิโปลมาติกก็ว่าเป็นทูตชั้นที่ ๓-๔ การที่มีเรสิเดนต์ตั้งก็เป็นเมืองในบำรุงแต่เมืองเชียงใหม่มีสัญญา ที่ยอมให้ไปตั้งเพราะไม่มีกงซุลด้วย กลัวจะขอในประเทศราชอื่น ๆ ถ้าไม่มีกงซุลพอเป็นทางพูดได้

เวลาทุ่มเศษ ทรงฉลองพระองค์อิฟนิงเดรส ทรงเรือพระที่นั่งเก๋งทองทั้งแท่ง ขึ้นหน้าบ้านเจ้าพระยาภาณุวงค์ ไปทางบกเข้าทางหน้าบ้านสมเด็จเจ้าพระยารับเสด็จตรงหน้าประตูบ้านแต่ข้างในเสด็จเข้าไปประทับตรัสที่โต๊ะกลางห้องกลางหลังในหอนั่ง

วันอังคารแรม ๕ ค่ำ เดือน ๑ จนถึงวันพฤหัสบดี แรม ๔ ค่ำ เดือน ๓ ไม่มีราชการอะไร

  1. ๑. แต่นี้ไป เห็นจะเป็นตรัสสั่งให้ผู้อื่นจด

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ