ศุภลักษณ์วาดรูป

 

จักแถลงระเบียบเหล้น ระบำ
ตามแบบหลวงท่านกำ หนดไว้
ศุภลักษณ์วาดรูปจำ จดเทพ
เพื่ออุษาหน่อไท้ สืบรู้คู่สมร ฯ
บังอรครั้นได้รับ บรรหาร
ออกจากปราสาทสถาน ผ่องแผ้ว (กราว)
สำแดงเดชนางมาร มากเวท (ตระนิมิตร์)
กลายกลับกายาแล้ว เหาะขึ้นสู่สวรรค์ ฯ (เชิดฉิ่ง)
เหิรหันระเห็จห้อง เวหา
พบหมู่สุรแมนมา มากไซร้ (เหาะ)
มุ่งไปสู่เกษียรวา ริสมุท
เฝ้าพระพิษณุไท้ เทพเจ้าไวกูณฐ์ ฯ (เชิด)
นางอสูรเหาะด้วย เทวา
ถึงที่เกษียรธารา นั่นแล้ว
เทพหนึ่งจับสังข์มา ผจงเป่า
เสียงสนั่นเสนาะแจ้ว แจ่มพื้นภูมิสวรรค์ ฯ (รัวฉิ่ง)
ครานั้นเทวราชแกล้ว กลางโลก
ยินศัพท์สังข์บุญโศลก ตื่นฟื้น
สำแดงเดชดินโยก ไหวหวั่น
ทั้งน่านน้ำคระครื้น ครั่นก้องฟองฟู ฯ (คุกพาทย์)
พิษณูแผลงฤทธิ์เรื้อง นภางค์
เพื่อเทพสุรคณางค์ แน่รู้
เรื่องพระกำเนิดปาง นับแปด
อวตารเพื่อกู้ โลกให้สราญรมย์ ฯ (กลม)
ประถมทรงรูปแม้น มัตสยา
พระหัดถ์กุมคทา กาจแกล้ว
ปราบสังข์อสุรา เรืองเดช
กู้พระไตรเพทแผ้ว ปลอดพ้นภัยผอง ฯ
ปางสองทรงรูปคล้าย เต่าทอง
เชิดโขดมันทรรอง รับไว้
ยามทวยเทพกวนฟอง เกษียรสมุท
ประดิษฐ์อมฤตให้ เทพลิ้มเลองาม ฯ
ปางสามทรงรูปเค้า วราห์
รบหิรัณยากษ์สา มารถไซร้
แย่งแผ่นพสุธา ไตรโลก
กลับประดิษฐ์ขึ้นได้ ครบทั้งแดนตรี ฯ
๑๐ ปางสี่แปลงรูปนั้น ประหลาด
เปนนรสิงห์กาจ กั่นแท้
หิรัณย์กศิปุอาจ ท้าเดช พระฮา
ขุนแทตย์ก็พ่ายแพ้ พระด้วยเชิงกล ฯ
๑๑ วามนปางห้าพระ จักรี
ยวนจิตให้พะลี แทตย์ท้าว
ยอมประสาทธรณี สามย่าง
พระเหยียบสรวงและด้าว ภาพพื้นคืนพลัน ฯ
๑๒ ปางหกนั้นเทพไท้ เปนพราหมณ์
ชื่อปรศุราม ฤทธิ์ห้าว
ปราบอรชุนทราม สุดชีพ
กู้พวกพราหมณ์ทั่วด้าว ดับเสี้ยนเศิกหาญ ฯ
๑๓ อวตารปางเจ็ดนั้น รามจันทร์
มาปราบราพณ์โมหัน โหดเหี้ยม
สูญหมดโคตร์กุมภัณฑ์ กวนโลก
เย็นทั่วชมพูเสี้ยม จิตให้ยินดี ฯ
๑๔ ปางที่แปดเกิดเจ้า กฤษณะ
เปนมหาวีระ ฤทธิ์แกล้ว
ทรงจักร์คทาพระ ขี่ครุฑ
เหมือนพระพิษณุแผ้ว ผ่องพื้นภูมิสวรรค์ ฯ
๑๕ เทวันครั้นทัศน์ท้าว จักร์กฤษณ์
ต่างอ่อนโอนโมลิต นอบไหว้
กฤษณะร่วมพระวิษ ณุเทพ
ปรากฏบัดนั้นให้ เทพล้วนพิศวง ฯ
๑๖ จึ่งองค์หริราชเจ้า โลกัย
เสด็จจากบัลลังก์ไคล เคลื่อนคล้อย
ขึ้นทรงบ่าเวนไตย เหิรเห็จ
ทวยเทพทั้งใหญ่น้อย แห่ห้อมไปพลาง ฯ (เชิด)
๑๗ จึ่งนางศุภลักษณ์เลี้ยว เวหน
เหิรต่อไปที่บน ฟากฟ้า
มุ่งไคละมณฑล ไกลาศ
รี่รี่มิได้ช้า เกือบใกล้คีรี ฯ
๑๘ บัดนี้พบเทพเจ้า คเณศร (ช้างประสานงา)
กายรัตเกศกุญชร แช่มช้อย

ขอช้างกระชับกร

กุมมั่น
ทรงมุสิกตัวน้อย แน่วท้องเวหา ฯ
๑๙ อีกมาพบพระเจ้า สงคราม (กราวนอก)
ขันทะกุมารงาม เลิดล้น
กุมหอกฤทธิเรืองราม รัตนรุ่ง
ทรงมยูรเสด็จด้น พ่างพื้นนภางค์ ฯ
๒๐ พลางเทพสองพี่น้อง พบกัน (เชิด)
พระพี่ชวนน้องผัน ผ่านฟ้า
ขึ้นเฝ้าพระทรงธรรม์ บิตุราช
นางก็ไปฉันฃ้า เพื่อเฝ้าจอมสวรรค์ ฯ
๒๑ ครั้นถึงจึ่งเทพเจ้า สองรา
ลงจากสุรพา หนะไซร้
ดำเนินสู่มหา พิมานรัตน์
นนทิต้อนรับไท้ เทพด้วยยินดี ฯ (เสมอ)
๒๒ นนทีจึ่งกล่าวถ้อย สรรเสริญ
พระมหาเทพเชิญ พระเจ้า
ว่าพระลูกดำเนิน มาถับ
หวังจะได้ก้มเกล้า กราบเบื้องบาทบงสุ์ ฯ (ตระเชิญ)
๒๓ จึ่งองค์ศิวะเทพเจ้า โลกา
ใขพระสูตร์รัตนา เปิดกว้าง (รัว)
เห็นพระนั่งมหา เทวะบิฐ
พระอุมาเคียงฃ้าง เลิดล้วนชวนชม ฯ
๒๔ แล้วบรมเทวราชไท้ ตรัสชวน
พระอุมาทรามสงวน เคลื่อนคล้อย
ทรงจับระบำยวน ยั่วเนตร์
ตามแบบตาณฑพช้อย แช่มชั้นเชิงรำ ฯ (เพลง)
๒๕ ระบำรำจบแล้ว ตรีศุลี
จึ่งเสด็จทรงนนที เลิดล้น
สองพระโอรสขี่ พาหนะ
ตามเสด็จเทพด้น เหาะดั้นอัมพร ฯ (เชิด)
๒๖ บังอรศุภลักษณ์ดั้น เมฆี
พบคณะฤษี มากแท้ (ตวงพระธาตุ)
พระนารัทมุนี นำระเห็จ
ไปสู่พรหมโลกแล้

เพื่อเฝ้าธาดา ฯ (เชิด)

๒๗ ถึงหน้านิวาศไท้ ทันที
นารทนำพวกชี สู่เฝ้า (เสมอเถร)
พร้อมกันนบเกศี ประนมหัดถ์
เคารพพระเปนเจ้า จิตน้อมประนอมกัน ฯ (สาธุการ)
๒๘ ครานั้นชอุ่มพื้น เวหน (รัวสามลา)
แล้วค่อยคลายมืดมล หมอกกลุ้ม
จึ่งเห็นใข่สากล เยี่ยมใหญ่
สีก่องฟองนั้นหุ้ม ห่อท้าวพรหมา ฯ
๒๙ ไม่ช้าใข่นั้นแยก เปนสอง
เห็นพระองค์ดังปอง บัดนั้น
สถิตเหนือแท่นบัวทอง ไพโรจน์
งามผ่องณช่องชั้น ช่อฟ้าฟูหาว ฯ
๓๐ จึ่งท้าวสี่พักตร์ตั้ง หฤทัย
จักแสดงแจ้งใน ที่นี้
ว่าพระสร้างเทพไท ทั้งหมด
ให้ผ่านมาพอชี้ เช่นให้เจนตา ฯ (ตระสันนิบาต)
๓๑ เทวาทั้งแปดผู้ โลกบาล (โคมเวียน)
อีกพระนวเคราะห์หาญ เห็จฟ้า
ขี่พาหะนะทยาน ผ่านเมฆ
เปนหลักของแหล่งหล้า ฤทธิ์หลั้นบรรฦา ฯ
๓๒ หนึ่งคืออินทระเจ้า เทวา
ผู้สถิตทิศบุรพา ใหญ่กว้าง
เสด็จเหนือคชไอรา พตแกว่ง เพ็ชร์แฮ
พระศจีเคียงฃ้าง เทพเจ้าเพราศรี ฯ
๓๓ อัคนีศรีโรจน์เรื้อง เรื่อแดง
ทรงเมษกาจกำแหง ฤทธิ์กล้า
กรกุมหอกเรี่ยวแรง แกว่งกวัด
สถิตทิศอาคเณย์หล้า แหล่งนั้นมั่นคง ฯ
๓๔ อีกองค์ยมราชเจ้า จอมมฤต
ณทักษิณทิศสถิต เทอดหล้า
วาหนเอกมหิษ เหอมศักดิ์
กุมพระยมทัณฑ์หง้า เงือดล้างอรี ฯ
๓๕ นิร์ฤดีนางเทพล้ำ เลอฤทธิ์
ภาคหรดีสถิต เที่ยงแท้

กรกุมพระขรรค์อิท

ธิถนัด
หมั่นรักษาโลกแล้ เลิดล้วนเจือจุน ฯ
๓๖ พระวรุณเจ้าสมุท เรืองฤทธิ์
พิทักษ์ปรัศจิมทิศ กาจแกล้ว
ทรงมังกะระพิษ สามารถ
กุมธนูกอบแก้ว เก่งล้ำโลกา ฯ
๓๗ พระพายุรักษ์เบื้อง พายัพ
กุมพระขรรค์กระชับ หัดถ์หมั้น
ทรงสินธพงามสรรพ สีก่อง
ลอยละลิ่วปลิวชั้น เชิดฟ้าแจ่มเจน ฯ
๓๘ กุเวรยักษะเจ้า เรืองรอญ
พิทักษ์ทิศอุดร แด่นด้าว
กรกุมคทาธร เงื้อเงือด
เอกอิทธิอะคร้าว ปกป้องภัยพาล ฯ
๓๙ อิศานพิทักษ์เบื้อง อิศาน
ทรงพฤษภเผ่นทยาน ย่านฟ้า
ตรีศูลศักดิ์ตระการ กระชับหัดถ์
แลเลิดประเสริฐหล้า แหล่งล้ำอำไพ ฯ
๔๐ หนึ่งในนวเคราะห์นั้น สุริยง
เรืองรัตภูษาทรง สว่างหล้า
พระขรรค์ฤทธิ์รงค์ กุมมั่น
สีหะวาหนกล้า กาจแกล้วกลางสวรรค์ ฯ
๔๑ พระจันทร์รัศมิเรื้อง เรืองฃาว
ทรงเศวตภูษาพราว เพริดแพร้ว
ทรงอัศวะสกาว ผยองเผ่น
กรจับพระขรรค์แก้ว แกว่งเพี้ยงเพลิงฉาน ฯ
๔๒ อังคารรังสิเหรื้อ เหลือตรู
ทรงพัสตระชมพู เพริดด้าว
กรกุมพระขรรค์ชู เชิดเฉิด
ทรงมหิงษ์อะคร้าว เคลื่อนคล้อยเมฆี ฯ
๔๓ องค์ที่สี่พุธอ้าง ออกนาม
ภูษิตล้วนเขียวงาม ชุ่มชื้น
ทรงคอคชเรืองราม แลเลิด
ขอจับขับผ่านพื้น พ่างพ้นเมฆา ฯ
๔๔ ที่ห้าโสระไท้ กำยำ
ทรงพัสตร์ภูษิตดำ เดชห้าว
พระขรรค์รัตนกำ แหงแกว่ง
ทรงพยัคฆ์อะคร้าว ร่าร้องเริงดี ฯ
๔๕ ที่หกคุรุไท้

เทพเรือง วิทแฮ

ทรงพัสตราภรณเหลือง เลิดด้าว
ทรงมฤคประเทือง เทอดเกียรติ
กรจับพรหมทัณฑ์ท้าว เทพล้วนชวนดู ฯ
๔๖ ราหูทรงรูปแม้น อสุรา
ภูษิตและกายา ม่วงคล้ำ
กรกวัดแกว่งคทา ธรถนัด
ทรงนกฮูกจ้ำหม้ำ เหมาะดั้นเมฆี ฯ
๔๗ ที่แปดศุกระไท้ สุนทร
ภูษิตน้ำเงินอ่อน โอ่หล้า
ทรงหลังพฤษภจร เร็วรวด
หัดถ์จับพรหมทัณฑ์อ้า เอี่ยมพริ้งเพริดเพรา ฯ
๔๘ ที่เก้าเกตุไท้ เทวัน
กายและพัสตร์สุพรรณ ผ่องแผ้ว
กรกุมพระแสงขรรค์ เรืองรัตน์
ทรงพญานาคแพร้ว เพริดพริ้งพรายตา ฯ
๔๙ ต่อมามีเทพเจ้า หลายตน
พร้อมเทพนิรมล แน่งน้อย
ออกมาสู่มณฑล ลานทิพย์
แต่ละองค์แช่มช้อย เฉิดพื้นภูมิสวรรค์ ฯ
๕๐ ครานั้นมนัสน้อม ปรีดี (พระทอง)
เทพบุตร์ชวนเทวี เลิดล้วน
ผจงจับระบำลี ลาเล่น
ทวยเทพเสพย์สุขถ้วน ทุกไท้เทวา ฯ
๕๑ นางฟ้ารำเลี้ยวล่อ เทพบุตร์
เทพต่างตามเย้ายุด หยอกย้อน
เทวีสลัดหลุด ลี้หลีก
เทพบุตร์ตามต้อน ต่างเร้าเริงยวน ฯ
๕๒ แล้วชวนกันเชิดฉ้อ มาลี (นางนาค)
โยนแจกโดยยินดี พรั่งพร้อม
กลีบบุบผะชาติศรี สรวยสอาด
เกลื่อนกล่อนหล่นลงน้อม จิตเกื้อเกษมสันต์ ฯ
๕๓ ชวนกันประสาทซ้อน พรสา ธุแล (มหาชัย)
แก่ท่านผู้ทัศนา ที่นั้น
ให้อิฐะผลมา พูนเพิ่ม
จัตุพิธพรหมั้น เหมาะด้วยปราถนา ฯ
๕๔ อายุ ประจวบร้อย ขวบปี
วรรณะ เฉิดฉวี ผ่องแผ้ว
สุขะ เจริญศรี ไร้โศก
พละ ยงยวดแคล้ว คลาดพ้นภัยพาล ฯ

๏ จบระบำเท่านี้ ๚ะ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ