โคลงลักษณะช้าง พระนิพนธ์ กรมหมื่นศิริธัชสังกาศ

๑ ถวายกรกรรพุ่มเพี้ยง บุษบงก์
เถลิงอุศุภราชทรง เทริดเกล้า
อีกไทพิศณุองค์ อัคนิเทพย์
กมลาศน์พิฆเนศวรเจ้า โลกยล้ำเลอสรวง ฯ
๒ อีกองค์จักรพรรดิไท้ ธตรฐ
สนองนิพนธ์โคลงคช ลักษณไว้
ไตรยตรึงศ์ศักดิราชบท บูรพกล่าว
เฉลิมแหล่งโลกยหวังให้ เรื่องรู้ดำราสาร ฯ
๓ จักกล่าวโดยศาสตรเบื้อง เบาราณ
ปางอิศวรพรหมาน เศกไซร้
นารายน์พระเพลิงชาญ ฤทธิยิ่ง
ให้เกิดลักษณไว้ สี่เชื้อพลายพัง ฯ
๔ อิศวรพงศกายกระเกลี้ยง สมสาร
กระบอกตาหูใหญ่ยาน อ่อนแท้
งายาวผ่องขาวปาน สังข์ส่อ สีนา
มีเดชกำลังแล้ แกว่นกล้ากลางสมร ฯ
๕ พรหมพงศตนน้อยเลิศ ลักขณา
กระดั่งแววมยุรา เลื่อมพร้อย
งางอนใหญ่อีกตา เฉกรัตน เรืองแฮ
พุ่นคู่โลมยาวย้อย ศัพท์เพี้ยงโคผู้ ฯ
๖ วิศณุพงศฅอใหญ่สั้น สมตน ละเอียดนา
โขมดใหญ่หูแดงกล กล่าวไว้
ชำนัลควานผึ่งผายชล ไชยเดช ขจรนา
เสียงพิฦกคู่ไท้ ธิราชเจ้าจอมเมือง ฯ
๗ อัคนิพงศกระเลศพร้อย มีพรรณ ละเอียดแฮ
ตาดั่งน้ำผึ้งอัน เทียบแท้
หน้าหูปากแดงฉัน อีกพลุก สองนา
ไชเยศเดชแสดงแล้ เฟื่องฟุ้งจักรวาฬ ฯ

มะโหทะโร มะหากาโย คชภักโตร มะหัพพโล นา โคนาคยชโย โหติ ศิวปุตโตร มหิทธิโก คชธโร คชธโร คชสิทธิ ภวันตุ เต ฯ

เอกทันตปรมรังโส นาคาภรณภูสิโต กรรมธาโร กรรมธาโร กรรมสิทธิ ภวันตุ เต ฯ

โอม เห เห เห คชภัตรเตเชนะ ชคะโชคช สวาหับ ฯ

เมื่อถึงคราวให้นึกถึงพระเจ้านี้ แล้วและอ่านมนต์นี้สามคาบ เป็นคชเชิงช้างตัวอื่น และพระเจ้าชื่อศิวบุตรพิฆเนศวรลูกพระเพลิง     ผิผู้ใดจะทรงคชสารนี้ไซร้ ให้ไหว้ให้บูชาครูบาทิยายจึงสิทธิจำเริญแห่งช้างนั้นแลฯ

อนิอาทิสรรคให้เป็นช้างตัวผู้ อนิอาทิสรรคให้เป็นช้างเกิดมือขวาพระพิฆเนศวรนี้ตัวเมีย หนมือซ้ายคือพิมโกญจนทเนศวร ชื่อศิวบุตร ฯ ฤาษีเทพกรรมนี้ ฤาษีตนนี้ ฤๅษีเทพบุตร พระยาองค์นี้ชื่อเทพกรรม ฤๅษีทรพาท ฤาษีสิทธิพระกรรม เทพกรรม ฯ

มะโหทะโร มะหากาโย ศิวะปุตโตร มหิทธิโก หัดถาจโร หัตถีชะโยฉะจา ฯ

โอม เห เห เห ติดจะ ติดจะหะเยหิจะ ปาสธโร นาคปาโส นาคพันโธ เตเชนะ อไสสวาหาย สวาผัด คชรักโสสวาใจ ชัพพะเตเชจะ ทเวราชา ตริยเทวาจะเมสิทธิ ฯ เทวบุตร มนต์นี้อ่าน ๓ คาบ คัดบาศถูกย่อมลุ่ยแล ฯ

๘ ทวยไทยเทเวศท้าว เทวา
ยี่สิบหกกองคมา แบ่งบั้น
จับเป็นคชคชา เผือกผ่อง
ล้วนเทพยในฉ้อชั้น แต่งให้เป็นสาร ฯ
๙ สารสวัสดิศรีเศวตแผ้ว เผือกพรรณ
นามชื่อเอราวรรณ ยิ่งแท้
เศียรสามสิบสามสรรพ์ ลักษณเลิศ
ควรคู่ธิราชแล้ เลิศไท้ อินทรทรง ฯ
/*๑๐ นิคชศิริเมฆเรื้อง ฤทธี
ผิวผ่องพิศเพียงสี ดอกคล้า
สามเศียรสี่บาทมี ยศยิ่ง
ปรากฏคชสิทธิหล้า แหล่งนั้นฤาเสมอ ฯ
๑๑ จักกล่าวคชลักษณล้ำ เลอสรรค์
สิบหมู่ในหิมวันต์ ว่าไว้
กำลังฤทธิมหันต์ ฮึกเฮียด
เฉลิมแผ่นพสุธาให้ หากแจ้งคชาพงศ์ ฯ
๑๒ วรภาคยเผือกผ่องเพี้ยง เงินงาม
ปรากฏเกียรติยศสาม โลกยเหลื้อง
สารสวัสดิฉัททันต์นาม โดยกล่าว ก่อนนา
ทรงเดชจักรพรรดิเรื้อง เดชล้ำพลาสาร ฯ
๑๓ สามคาพยุตโยชนห้า สิบมี
สามล้านหกแสนทวี หมื่นไซร้
เทาทางแต่พอศรี สุริเยศ อรุณนา
กลับสู่สิงสถิตยได้ แต่เช้าบมิงาย ฯ
๑๔ อุโบสถคชแกว่นแกล้ว ศรีสุวรรณ
บรมจักรทรงจรจรัล แต่เช้า
รอยขอบจักรพาฬผัน คืนที่
พอพระสุริยเที่ยงเท้า เหนื่อยนั้นฤๅมี ฯ
๑๕ สีเหลืองศุภลักษณล้วน งามสรัพ
เหมหัตถีบังคับ ชื่อไว้
กำลังฤทธิเร็วฉับ ชาญเชี่ยว
ควรคู่ทรงธารไท้ ธิราชเจ้าจอมเมือง ฯ
๑๖ สารสีดุจดอกไม้ อัญชัญน์
ศุภลักษณเลิศลาวัณย์ คู่ท้าว
มงคลหัตถีสรรค์ สวัสดิชื่อ
ฤทธิแกว่นรณรงคห้าว เศิกสู้สยองเศียร ฯ
๑๗ กฤษณาสีเทียบแท้ สารศรี
นามชื่อคันธหัตถี ว่าไว้
หอมกลิ่นเฉกฉมมี สามสิ่ง
มูตรแลมูลตัวไซร้ ส่อสิ้นรศหอม ฯ
๑๘ ปิงคัลสรรค์ชื่อช้าง ปิงคลา
สีหนึ่งตาวิลา เลื่อมแล้ว
ลักษณเลิศคเชนทรา หิมเวศ
คชมิ่งมงคลแกล้ว แกว่นกล้ากลางณรงค ฯ
๑๕ สีเทียมสีเทียบแท้ ทองแดง
ดามพหัตถีแถลง ชื่อแท้
คชลักษณกำลังแรง รณภาพ
สูงใหญ่ปราบศึกแพ้ พ่ายแกล้วกลางณรงค ฯ
๒๐ พรรณภาคยเผือกผ่องแผ้ว ศรีสรรพ์
ดุจหนึ่งไกรลาสพรรณ เรศแพร้ว
ชื่อบัณฑรนาคัน แสดงกล่าว
คชเลิศศุภลักษณแล้ว ฮึกห้าวใจหาญ ฯ
๒๑ มีนามนี้ชื่อช้าง คังไคย
สีดุจชลธีไหล คว่างคว้าง
เป็นหมู่ตระกูลใน คชเลิศ
สถิตยถิ่นหิมวันต์กว้าง กลั่นแกล้วกลางสมร ฯ
๒๒ ช้างนี้พรรณภาคยพร้อม ลักขณา
สีดั่งกลปากกา เทียบแท้
กาละวะกะหัตถีสา รชื่อ
เสร็จคชหิมวาแล้ เลิศล้วนสิบตระกูล ฯ
๒๓ กำลังช้างสิบช้าง ไชยสวัสดิ
อุโบสถสิบสารทัด เท่าได้
กำลังแห่งพระยาฉัท ทันต์ราช หนึ่งแฮ
เสมอหนึ่งกันจงให้ นัยเพี้ยงอนุกรม ฯ
๒๔ เสร็จสารสิบชาติเชื้อ พรหมพงศ
จักร่ำอัฐทิศวงศ กล่าวไว้
สำหรับมิ่งเมืองมง คลราช
โดยดั่งลำดับให้ เยี่ยงรู้ตระกูลสาร ฯ
๒๕ ไอราพตภาพไซร้ สูงทัด
ตีนน่ากลมกลฉัตร เฉกแท้
ท้าวหลังเล็บสองสมรรถ เสมอบาท
สีดั่งสีเมฆแล้ อยู่เบื้องบูรพา ฯ
๒๖ สองงายาวใหญ่ขึ้น หนขวา
สองเนตรดุจดวงผกา พฤกษแพร้ว
งวงงามดั่งกายนา คินทร์ราช
หางปกบังคลองแคล้ว เลิศล้วนสรรพางค ฯ
๒๗ สองหูดูปรบเบื้อง บนหลัง
บันจบปรบถึงทัง ฝ่ายหน้า
เพียรพิศปฤษฎางค์ดั่ง ธนูมาศ
เศียรโสตโขมดสูงว้า ปากร้องสังข์เสียง ฯ
๒๘ บุณฑริกสีเท่าแท้ บัวขาว
งาซั่นเล็บเรียวราว ก่องแก้ว
ท้องมัวดั่งระดูคราว ฝนคร่ำ
สถิตยทิศอาคเนย์แคล้ว กลิ่นเพียงสัตตบงก์ ฯ
๒๙ นามพามนะโลหิตเนื้อ แดงฉัน
ตัวใหญ่คอกลมสรรพ์ เพริดแพร้ว
โกญจนาทดั่งเสียงอัน แตรเป่า
พานต่ำตางามแผ้ว สถิตยแท้ทักษิณ ฯ
๓๐ นามกระมุทบริสุทธิแม้น เหมือนสี สูงนา
หูอ่อนงอนงาทวี เพริศพร้อม
กลเดือนเมื่อดิถี สามค่ำ
เสียงดังแตรงอนซ้อม สถิตยด้าวหรดี ฯ
๓๑ นามอัญชัญน์ดุจแต้ม อัญชัญน์
งาใหญ่ตรงรังสรรค์ เศกซ้อง
เนาทิศปัศจิมพัน ฦๅเดช
เสียงดั่งวายุพาทก้อง ปล่องไม้เวฬู ฯ
๓๒ บุษปทันต์เสียงเมฆครื้น อัมพร
สีสลาสุกบวร กระหน้า
งาเล็กฝ่ายขวางอน ขาวผ่อง
สถิตยทิศพายัพกล้า ศึกให้สยบแสยง ฯ
๓๓ เสาวโภมคชลักษณล้ำ แลเลียบ
สีหญ้าแพรกตรุณเปรียบ แม่นแม้น
ตัวกลมใส่สนอบเทียบ อุดรทิศ เนานา
หน้าใหญ่งายาวแตร้น ตรวจก้องโกญจา ฯ
๓๔ สุปดิฐพิศภาคย์เพี้ยง สนทยา
ปัทมราชบัวแดงปรา กฏแท้
ขนดดุจอุระพานา คาราช
งาซื่อบริสุทธิแล้ เล่ห์ผ้าขาวผจง ฯ
๓๕ มีโลมรุนมุขนั้น ยังยาว
สุรส่งสำเนียงหาว เฉกฟ้า
อัณฑะโกสอ่อนรังราว มันนิ่ม เนื้อแฮ
ยศยิ่งคชลักษณหล้า สถิตยเบื้องอิสาณ ฯ
๓๖ แสดงลักษณอัฐทิศให้ เห็นนาม
โดยรูปพรหมพงศตาม แต่งไว้
จักกล่าวอัฐคชคาม ภีรภาพ
สืบส่อออนาคตให้ ร่ำรู้ดำราสาร ฯ
๓๗ สังขทันต์พรรณภาคแท้ เทียมสุวรรณ
งาผ่องขึ้นขวาพรรณ เพริศพร้อม
เสียงสารดุจวะสันต์ เสียงอึ่ง ไก่นา
ยืนอยู่กลางทิศหย้อม ฤทธิเรื้องสมบูรณ ฯ
๓๘ คชนี้ศุภลักษณล้ำ ลาวัณย์
สีดั่งทองแดงอัน เทียบแท้
ชื่อดามพหัสดินพัน ฤๅเลื่อง
เสยส่ายศึกพังแพ้ พ่ายโพ้นพึงแสยง ฯ
๓๙ ชมลบสบสิ่งถ้วน ลักขณา
หูปรบประซ้ายขวา โบกพร้อม
ปลายหูโอบพักตรมา จวบจบ กันแฮ
เริงร่านกำลังหย้อม แกว่นแกล้วกลางสมร ฯ
๔๐ ลบชมสมศักดิล้ำ มงคล
งามสรัพกำลังรณ เฮี่ยมห้าว
หูสองปรบหลังกล จวบจบ กันนา
ควรคู่พาหนะท้าว ธิราชไว้เป็นเฉลิม ฯ
๔๑. ครบกระจอกบอกบทเบื้อง เล็บแถลง
ยี่สิบนัขครบแสดง ว่าไว้
สิเล็บดั่งรัตนแสง ศรีสวัสดิ งามนา
รูปร่างหางหัวได้ ลักษณพร้อมงามตรู ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ