โคลงนิราศสุพรรณ

๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้า ดาดาว
จรูญจรัดรัศมีพราว พร่างพร้อย
ยามดึกนึกหนาวหนาว เขนยแนบ แอบเอย
เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อย เยือกฟ้าพาหนาว ฯ

๏ มหานาก[๑]ฉวากวุ้ง คุ้งคลอง
ชุ่มชื่นรื่นรุกขี[๒]สอง ฝั่งน้ำ
คุก[๓]คิดมิศ[๔]หมายครอง สัจสวาดิ ขาดเอย
กล้าตกรกเรื้อซ้ำ โศกทั้งหมางสมร ฯ

๏ ขอฝากซากสวาดิสร้อย สุรธร[๕]
ไว้ที่ท่าสาคร เขดนี้
ศาลาน่าวัดภร[๖] พี่ฝาก มากเอย
ใครที่พี่เป็นผี้ พี่ให้อไภยเจริญ ฯ

๏ จำร้างห่างน้องนึก หน้าสวน[๗]
สองฝ่ายชายหญิงยวน ยั่วเย้า
หวังชายฝ่ายหญิงชวน ชื่นเช่น เหนเอย
กลเช่นเล่นซักเสร้า เสพเผื้อนเฟือนเกษม ฯ

๏ เลี้ยวลัดวัดษเกษ[๘]ก้ม คมลา
กุฏศพนบมานดา เกิดเกล้า
เดชะพระกุศลภา พ้นโลก โอกฆ[๙]เอย
เสวยศุก[๑๐]ทุกค่ำเช้า ช่องชั้นสวรรยางค ฯ

๏ เชิงเลนเปนตลาดสล้าง หลักเรือ
โอ่งอ่างบ้างอิดเกลือ เกลื่อนกลุ้ม
หลีกล่องช่องเล็กเหลือ ลำบาก ยากแฮ
ออกแม่น้ำย่ำถุ้ม ถี่ฆ้องสองยาม ฯ

๏ แซ่เสียงเวียงราชก้อง กังสดาน
เหง่งหงั่งระฆังขาน แข่งฆ้อง
สัง[๑๑]แตรแซ่เสียงประสาร สังขีด[๑๒] ดีดเอย
ยามดึกครึกครื้นก้อง ปี่แก้วแจ้วเสียง ฯ

๏ วัดเลียบเงียบสงัดหน้า อาราม
ขุกคิดเคยพญายาม แย่งน้อง
รวยรินกลิ่นสไบทราม สวาดร่วง ทรวงเอย
สูรกลิ่นสริ้น[๑๓]กลอนพร้อง เพราะเจ้าเบาใจ ฯ

๏ เจริญบุญสุรธร[๑๔]ไว้ ให้สมร
สืบสวัสสัฐาภร[๑๕] ผ่องแผ้ว
เชิญทราบกาพกลกลอน กล่าวกลิ่น ถวินเอย
จำฃาดชาตินี้แคล้ว คลาดน้องของสงวน ฯ

๑๐

๏ วัดแจ้งแต่งตึกตั้ง เตียงนอน
เคยปกนกน้อยคอน คู่พร้อง
เคยลอบตอบสารสมร สมารสมัก[๑๖] รักเอย
จำจากพรากนุชน้อง นกน้อยลอยลม ฯ

๑๑

๏ สาวแก่แม่ม่ายแม้น มีคุณ[๑๗]
ขอเดชะพระวรุณ ราชรู้
ยามดึกนึกส่งบุญ แบ่งฝาก มากเอย
วัดช่วยอวยสวัสดิขู้ คิดพร้องสนองเพลง ฯ

๑๒

๏ ยน[๑๘]ฉนวนหวนนึกน้ำ เนตรนอง
พระธินั่งบันลัง[๑๙]ทอง ที่เฝ้า
ชำระพระนิพน[๒๐]สนอง เสด็จสนิด[๒๑] ชิดเอย
สริ้นแผ่นดินปิ่นเกล้า กลับร้างห่างฉนวน ฯ

๑๓

๏ แบ่งบุญสุรธร[๒๒]เชื้อ ชิณวง[๒๓]
สืบซ่างทางพุทพง[๒๔] ผ่องแผ้ว
ถวายพระหริรัก[๒๕]ทรง สารภิเศศ[๒๖] เสวตรเอย
ลุโลกโมฆ[๒๗]เมืองแก้ว กิจร้ายหายสูร[๒๘]

๑๔

๏ อีกองมงกุฎิเกล้า เชากรุง
สืบกษัตรขัติยบำรุง รอบแคว้น
ถวายพระอนิสง[๒๙]พดุง พเดช[๓๐]เฟื่อง กเดื่องเอย
สิ่งโศกโรคเรื่องแค้น ขจัดผ้ายวายเขน ฯ

๑๕

๏ ท่าช้างหว่างค่ายล้อม แหล่งสถาน
ครั้งพระโกฎ[๓๑]โปรฐ[๓๒]ประทาน ที่ให้
เคยอยู่คู่สำราน ร่วมเย่า เจ้าเอย
เหนแต่ที่หมีได้[๓๓] ภบน้องครองสงวน ฯ

๑๖

๏ วังหลังครั้งหนุ่มเหล้า เจ้าเอย
เคยอยู่ชูชื่นเชย ค่ำเช้า
ยามนี้ที่เคยเลย ลืมภัก[๓๔] พี่แฮ
ต่างชื่นอื่นแอบเคล้า คลาศแคล้วแล้วหนอ ฯ

๑๗

๏ คิดคำลำฦก[๓๕]ไว้ ใคร่เตือน
เคยรักเคยร่วมเรือน ร่วมรู้
อย่าเคืองเรื่องเราเยือน ยามแก่ แม่เอย
ใครที่มีชู้ชู้ ช่วยช้ำคำโคลง ฯ

๑๘

๏ เลี้ยวทางบางกอกน้อย ลอยแล
บ้านเก่าเย่าเรือนแพ พวกพ้อง
เงียบเหงาเปล่าอกแด ดูแปลก แรกเอย
ลำฦกนึกรักร้อง เรียกน้องในใจ ฯ

นาคบริพันธ์

๑๙

๏ สาวเอยเคยอ่อนหนุ้ม อุ้มสนอม
ออมสนิดชิดกลิ่นหอม กล่อมให้
ไกลห่างว่างอกตรอม ออมตรึก รฦกเอย
เลยอื่นขึ้นครองไว้ ใคร่หว้าหน้าสวน[๓๖]

๒๐

๏ ยนย่านบ้านบุตั้ง ตีขัน
ขุกคิดเคยชมจรร[๓๗] แจ่มฟ้า
ยามยากหากปันกัน กินซีก ฉลีกแฮ
มีคู่ชูชื่นหน้า นุชปลื้มลืมเดิม ฯ

๒๑

๏ เสียดายสายสวาดโอ้ อาวร
รักพี่มีโทษกร[๓๘] กับน้อง
จำจากพรากพลัดสมร เสมอชีพ เรียมเอย
เสียนุชดุจทรวงต้อง แตกฟ้าผ่าสลาย ฯ

นาคบริพันธ์

๒๒

๏ เคราะกำ[๓๙]จำห่างน้อง ห้องนอน
หวนนึกดึกเคยวอน ค่อนหว้า[๔๐]
คิดไวไม่ห่างจร ห่อนจาก
หากจิตรมิศ[๔๑]หลายหน้า ล่าน้องหมองหมาง ฯ

๒๓

๏ เดือนตกนกร้องเร่ง สุริยง
เยี่ยมยอดยุคุนท[๔๒]ทรง ส่องฟ้า
เดือนดับลับโลกคง คืนขึ้น อีกเอย
จันพี่นี้ลับหน้า นับสริ้นดินสวรร[๔๓]

๒๔

๏ วัดปขาว[๔๔]คราวรุ่นรู้ เรียนเขียน
ทำสุรท[๔๕]สอนเสมียน สมุท[๔๖]น้อย
เดินรวางรวังเวียน หว่างวัด ปขาวเอย
เคยชื่นกลืนกลิ่นสร้อย[๔๗] สวาดิห้างกลางสวน ฯ

๒๕

๏ เหนเรือนเพื่อนรักร้าง แรมโรย
โอ้อกอาดูรโดย ทเวด[๔๘]ด้วย
ดูสวร[๔๙]ป่วนจิตรโหย หาดอก สร้อยเอย
แลลับกลับชาติม้วย ไม่ได้ใกล้กลาย[๕๐]

๒๖

๏ บางบำรุบำรุงแก้ว กานดา
แก้วเนตรเชฐาชรา ร่างแล้ว
ถือบวด[๕๑]ตรวจน้ำภา ภพ[๕๒]ชาติ อื่นเอย
ชาตินี้พี่แคล้ว คลาศค้างห่างสมร ฯ

๒๗

๏ บางรมาดมิ่งมิดครั้ง คราวงาน
บอกบทบุญยัง[๕๓]พยาน พยักหน้า
ประทุนประดิศถาน[๕๔] แทนฮ่อง[๕๕] หอเอย
แหวนประดับกับผ้า พี่อ้างรางวัน[๕๖]

๒๘

๏ สงสารสายเนตรน้อง นองชล
ลเนตรพี่เพียงฝอยฝน เฟ่าน้อง
จวนรุ่งร่ำสอื้นจน จำจาก แจ่มเอย
คราวเคราะ[๕๗]เพราะน้องต้อง พยุกล้าสลาตัน ฯ

๒๙

๏ สวรหลวง[๕๘]แลสล่างล้วน พฤกษา
เคยเสดจวังหลังมา เมื่อน้อย
ข้าหลวงเล่นปิดตา ต้องอยู่ โยงเอย
เหนแต่พลับกับสร้อย ซ่อนซุ้มคลุมโปง ฯ

๓๐

๏ วัดพิกุน[๕๙]กรุ่นกลิ่นเกลี้ยง กลอยใจ
แรกรุ่นรวยมาไล ไส่เหล้น
เรียนร้อยค่อยสอดไหม เหมือนแน่ และ[๖๐]เอย
ร้อยคล่องต้องนั่งเน้น นวดฟั้นท่านครู ฯ

๓๑

๏ บางขวางข้างเขดแคว้น แขวงนน[๖๑]
สองฟากหมากมพร้าวผล พรรไม้[๖๒]
หอมรื่นชื่นเช่นปน แป้งประ ปรางเอย
เคลิ้มจิตคิดว่าใกล้ กลิ่นเนื้อเจือจรร ฯ

๓๒

๏ เชิงสวรล้วนรักน้ำ คล้ำไคล
ลูกดกรกเรื้อไบ[๖๓] บิดพลิ้ว
รักร้ายฝ่ายคนไกล กลัวรัก นักเอย
เดจ[๖๔]ลูกถูกยางนิ้ว หนิดเนื้อเหลือคัน ฯ

๓๓

๏ บางกรวยตรวดน้ำแบ่ง บุญทาน
ส่งนิ่ม[๖๕]นุชนิบพาน ผ่องแผ้ว
จำจากพรากพลัดสถาน ทิ้งพี่ หนีเอย
เหนแต่คลองน้องแคล้ว คลาศเลื่อนเดือนปี ฯ

๓๔

๏ บางศรีทองคลองบ้านเก่า เจ้าคลอง
สีเพชผัวสีทอง[๖๖] ถิ่นนี้
เลื่องฦๅชื่อเสียงสนอง สำเหนียก นามเอย
คลองคดลดเลี้ยวชี้ เช่นไสร้ไสทอง ฯ

๓๕

๏ ล่วงทางบางบ้านเรียด ริมชลา
สองฝั่งพรั่งพฤกษา สลับสล้าง
ไม้ปลูกลูกดอกดา ดกดาศ กลาดเอย
ทรงกลิ่นรินรื่นข้าง ขอบคุ้งฟุ้งขจร ฯ

๓๖

๏ รอกแตแลลอดเลี้ยว โลดโผน
นกหกจกจิกโจน จับไม้
ยางเจ่าเหล่ายางโทน ท่องเที่ยว เยี่ยว[๖๗]เอย
โฉบฉาบคาบปลาได้ ด่วนขึ้นกลืนกิน ฯ

๓๗

๏ บางกร่างข้างคุ้งค่าม เขด[๖๘]คลอง
บางขนุนขุนกอง ก่อสร้าง
ของสวนส่วนเจ้าของ ฃายน่า[๖๙] ท่าเอย
สาวแก่แม่ม่ายบ้าง บกน้ำลำเรือ ฯ

๓๘

๏ โรงหิบหนิบอ้อยออด แอดเสียง
สองข้างรางรองเรียง รับน้ำ
อ้อยไส่ไล่ควายเคียง คู่วิ่ง เวียรเอย
อกพี่นี้ชอกช้ำ เช่นอ้อยย่อยรยำ ฯ

๓๙

๏ หีบหันนั้นและเหล้[๗๐] กระลาการ
ขู่ข่มเหงหักหาร[๗๑] ห่อนเว้น
เข้าพวกคิดอ่านพาล เอาผิด พ่อเอย
กลหีบหนิบนิดเน้น นึกช้ำน้ำใจ ฯ

๔๐

๏ บางคูเวียงเสียงสงัดล้วน สวร[๗๒]ไสว
เวียงชื่อศรีท้าวไท ท่านตั้ง
เวียงราชคลาศแคล้วไกล กลับรฦก นึกเอย
ยามยากจากเมืองทั้ง ถิ่นปลื้มลืมกเษม ฯ

๔๑

๏ บางม่วงทรวงเศร้าคิด เคยชวน
ม่วง[๗๓]เกบมม่วงสวน ศุกรย้า
ม่วงอื่นรื่นรันจวน จิตไม่ ใคร่แฮ
ม่วงหม่อมหอมห่วน[๗๔]หน้า เสน่[๗๕]เนื้อเจือจรร[๗๖]

๔๒

๏ จันต้นผลห่ามให้ หวนหอม
แมลงภู่วู่เวียนตอม ไต่เคล้า
เพียงพี่ที่สุดถนอม เสน่ห์แจ่ม จรรเอย
พร้องชื่อรื้อเสียวเศร้า โศกร้างห่างจรร[๗๗]

๔๓

๏ ล่วงทางบางใหญ่บ้าน ด่านคอย
เลี้ยวล่องคลองเล็กลอย เลื่อนช้า
สองฝั่งพรั่งพฤกษพลอย เพลินชื่น ชมเอย
แลเหล่าชาวสวนหน้า เสน่หน้องคลองสนอม ฯ

๔๔

๏ คลองคดลดเลี้ยวล้วน หลักตอ
เกะกะรเรือรอ ร่องน้ำ
คดคลองช่องแคบพอ พายถ่อ พ่อเอย
คนคดลดเลี้ยวล้ำ กว่าน้ำลำคลอง ฯ

๔๕

๏ ล่วงย่านบ้านวัดร้าง เรือนโรง
ตกทุ่งถึงคลองโยง หย่อมไม้
วัดใหม่ธงทองโถง ที่ติด ตื้นแฮ
ควายลากฝากเชือกไขว้ เคลื่อนคล้อยลอยเลน ฯ

๔๖

๏ คนขี่ตีต้อนเร่ง รันควาย
ถอนถีบกีบกอมตกาย โก่งโก้
เหนื่อยนักชักเชือกหงาย แหงนเบิ่ง เบือนแฮ
คนหวดปวดป่วนโอ้ สอึกเต้นเผ่นโผน ฯ

๔๗

๏ ทุก[๗๘]ใครในโลกล้น ล้ำเหลือ
ไม่เท่าควายลากเรือ รับจ้าง
หอบฮักจักขุเจือ เจิ่งชุ่ม ชลเอย
มนุษดุจติดค้าง เฆี่ยนเร้าเอาเงิน ฯ

๔๘

๏ สังเวท[๗๙]เหตุด้วยทรัพ[๘๐] ศฤงฆาร
ภาสัตววัตนสงสาร โศกเศร้า
ตรวดน้ำร่ำศีลทาน ทั่วสัตว สวัดิเอย
จงศุขทุกค่ำเช้า ชาติพ้นชณมาร[๘๑]

๔๙

๏ ข้างคลองสองฝั่งเฟื้อย เฟือยแขม
คาแฝกแซกเซียดแซม ซับซ้อน
ไนพุ่มกุ่มกกแกม กอย่า[๘๒] รย้าแฮ
นกหกวกเวียรหว้อน วิ่งเต้นเผ่นโผน ฯ

๕๐

๏ นกกกรุม[๘๓]กลุ้มเกลื่อนท้อง ทุ่งนา
คุ่มคุ่มสุ่มสับปลา ปากโง้ง
ขยอกขยอกกลอกเหนียงภา เพื่อนเที่ยว เกรียวแฮ
สีส[๘๔]กระกรุมโล้ง เล่ล้านบ้านเรา ฯ

๕๑

๏ นกกทุงฝูงไหญ่กลุ้ม กลางหนอง
ลอยเลื่อนเคลื่อนคลอประคอง คู่เคล้า
คิดเช่นเล่นลำคลอง คลอนุช น้อยเอย
สอนว่ายฝ่ายพี่เฝ้า ฝึกน้องคล่องไจ ฯ

๕๒

๏ กาน้ำดำแหวกหว้าย วาริน
คาบขยอกขแยงกิน เก่งแท้
เด็กโห่โผล่ผลุนบิน ปเปียก[๘๕] ปีกแฮ
ยางกรอกดอกบัวแซ่ สนั่นร้องซ้องเสียง ฯ

๕๓

๏ กาเยี่ยว[๘๖]เที่ยวว้าว่อน เวหา
ร่อนร่ายหมายมัจฉา โฉบได้
ขุนนางอย่างเฉี่ยวกา กินสัตว์ สูเอย
โจมจับปรับไหมไช้ เช่นข้าด่าตี ฯ

๕๔

๏ ยางเจ่าเซาจับจ้อง จิกปลา
กินเล่นเป็นพักสา[๘๗] ศุขล้ำ
กระลาการท่านสัทา[๘๘] ถือสัต[๘๙] สวัดิแฮ
บนทรัพกลับกลืนกล้ำ กล่าวคล้ายฝ่ายยาง ฯ

๕๕

๏ ออกแควแม่น้ำปาก คลองโยง
แด่น[๙๐]ด่านบ้านเรือนโรง เรียดคุ้ง
ชื่อลานตากฟ้าโถง ทุ่งรอบ ขอบแฮ
เยนย่ำน้ำค้างฟุ้ง ฟากฟ้าสากล ฯ

๕๖

๏ ชาวบ้านร้านเรือกตั้ง ตากปลา
แต่ปากว่าตากฟ้า เฟื่องฟุ้ง
กว่างขวางทร่างวัดวา[๙๑] ไว้ช่อง คลองแฮ
ริมฝั่งพรั่งผักบุ้ง ยอดแย้มแซมไสว ฯ

๕๗

๏ รอนรอนอ่อนอกโอ้ อัศดง
เลี้ยวเหลี่ยมพระสุเมรุลง ลับฟ้า
มืดคลุ้มพุ่มไผ่พง พี่เปลี่ยว เดียวเอย
เสียงพึ่ง[๙๒]หึ่งหึ่งหน้า นึกคร้ามหวามถวิล ฯ

๕๘

๏ ทางเปลี่ยวเลี้ยวล่องคุ้ง เขดคัน
ย่อมย่านบ้านกระจันจรร กจ่างฟ้า
เงียบเหงาเปล่าทรวงกระสัน โศกสอื้น อกเอย
จรรอื่นชื่นแต่หน้า ไช่เนื้อเจือจรร[๙๓]

๕๙

๏ ลำภูดูหิ่งห้อย พรอยพราย
เหมือนเมดเพชรัต[๙๔]ราย รอบก้อย
วับวับจับเนตรสาย สวาดิสบ เนตเอย
วับเช่นเห็นหิ่งห้อย หับหม้าน[๙๕]นานเหน ฯ

๖๐

๏ ถึงย่านบ้านฝั่งข้าม โขลงหลวง
หมอเท่าเจ้าเล่ลวง ล่อคล้อง
ไช้เล่นเช่นกับดวง เนตรนูท[๙๖] พี่เอย
บ่วงรักดักพี่ต้อง ติดไห้ไช้แรง ฯ

๖๑

๏ ล่องทางบางบ้านส ศรีธร[๙๗]
แปรชื่อครือจรร[๙๘]จร แจ่มแจ้ง
เรือนตั้งฝั่งสาคร คนเงียบ เสียบแฮ
บ้านไร่ใครหนอแกล้ง กล่าวอ้างอย่างจรร ฯ

๖๒

๏ ยามดึกครึกครื้นลั่น ลมฝน
ถึงย่านบ้านขโมยมล มืดคลุ้ม
จรเข้เร่คำรน ร้องฮุ่ม ฮูมแฮ
มุ่งเขม่นเห็นขุ้มขุ้ม[๙๙] แข่งขู้ฟูลอย ฯ

๖๓

๏ ราตรีหนีตเข้[๑๐๐]เค่า บ้านขโมย
เดกหนุ่มสุ่มเรือโดย ด่วนพุ้ย
ฝนปรำพร่ำเปรียะโปรย ปรายสัต สนัดแฮ
ต่างง่าพร้าขวานมุ้ย มุ่งทุ่มกุมภา ฯ

๖๔

๏ น่ากลัวตัวตเค่ขู้ ฟูขนอง
ฮึดฮาดฟาดฟูมฟอง ฟ่องเฟื้อย
เคียงคู่สู่สมสอง สังวาด สวาดแฮ
ยาวใหญ่ไล่โลดเลื้อย เล่นน้ำปล้ำขนอง ฯ

๖๕

๏ เดกน้อยคอยขเหม้นมุ่ง มองมัน
ว่าตเข้ขบกัน ปกับท้อง
บูรานท่านว่าสัน ดานสัต[๑๐๑] กำนัด[๑๐๒]แฮ
ปีหนึ่งจึ่งงอกต้อง ติดค้างนางเมีย ฯ

๖๖

๏ หนีศึกว่าปะซุ้ม เซิงเสือ
ได้กับเราแล้วเหลือ หลากล้ำ
หลบตเข้เค่า[๑๐๓]จอดเรือ ริมเขด ขโมยแฮ
บกก็เสือเรือซ้ำ สัตเข้เฉโก ฯ

๖๗

๏ รุ่งเช้าเบาอกสริ้น โศรกสบาย
ลาย่านบ้านขโมยหมาย มุ่งข้าม
น้ำขึ้นรื่นลมชาย เฉื่อยส่ง ตรงเอย
ทางเปลี่ยวเสียวทรวงซ้ำ สัตน้ำคล่ำขนอง ฯ

๖๘

๏ บางปลาตาบ้านอยู่ หญิงชาย
สองฮ่องสองเรือนราย ร่ายกล้วย[๑๐๔]
ชาวป่าหน้านอนสบาย บ่ครั่น ตวันเอย
มีคู่อู๋เข้า[๑๐๕]ด้วย ดั่งนี้ที่สบาย ฯ

๖๙

๏ ซ้ายขวาป่าไผ่ซุ้ม เซิงหนาม
สองฝั่งรังรำราม รกเรื้อ
แพงพวยผักบุ่ง[๑๐๖]งาม งอนทอด ยอดเอย
บนบกนกกับเนื้อ หว่างไม้ไผ่สลอน ฯ

๗๐

๏ บางปสีที่ถ่านตั้ง ตวงซาย
เผาไผ่ไม้ซากราย เรียดถ้า
หนุ่มสาวเหล่าหญิงชาย เช่นพูด อูดเอย
ดำทมื่นทื่นหน้า แนบน้องลองโลม ฯ

๗๑

๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อย ลอยลำ
ล่วงย่านบ้านบางรกำ รกไม้
สาวหนุ่มสุ่ม[๑๐๗]ซ่อนทำ แทงพวก ชมวก[๑๐๘]แฮ
ปลาติดปลิดปลดได้ ดุกด้องช่อนชโด ฯ

๗๒

๏ บางยุงคุ้งลาดล้วน เหล่าควาย
ลงปลักทลักทลาย เล่นน้ำ
ดำผุดฟูดฟาดหงาย แหงนเบิ่ง เทิ่งแฮ
ลูกเล็กเด็กเลี้ยงปล้ำ ปล่อยห้อยอควาย ฯ

๗๓

๏ เขาควายรายร่องนิ้ว นิทาน นานเอย
ว่าพญาภาลีทยาน ยุท[๑๐๙]พลิ้ว
ศรีศะกระบือกระบาน บั่งบั่ง ยังแฮ
นึกเช่นเปนรอยนิ้ว เหนี่ยวเน้นเหนรอย ฯ

๗๔

๏ บ้านไซไซใหญ่ย้อย สร้อยไสว
คิดเช่นเล่นต้นไซ แซ่ซ้อง
ผูกกิ่งชิงช้าไกว แกว่งชัก เชือกเอย
เคยขี่พี่กับน้อง แนบเนื้อเจือใจย ฯ

๗๕

๏ เลยทางบางบ้านแห่ง หินมูล
เดิมว่าเตาเผาปูน ป่นไว้
อาภัพลับชื่อสูร เสียเปล่า เราเอย
อกพี่นี้และได้ ดุจอ้างอย่างปูน ฯ

๗๖

๏ ถึงคลองร้องเรียกบ้าน บางหลวง
ลำฦกนึกถึงดวง ดอกฟ้า
เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวทรวง แสนทเวท[๑๑๐] ทุเรด[๑๑๑]เอย
อู้มรักหนักอกถ้า เทียบเถ้าเขาหลวง ฯ

๗๗

๏ บางน้อยพลอยนึกน้อย น้องเอย
น้อยแนบแอบอกเคย คู่เคล้า
เนื้อน้อยค่อยสนอมเชย เชือนชื่น อื่นแม่
น้อยแต่ชื่อหฤๅเจ้า จิตรน้อยลอยลม ฯ

๗๘

๏ บางหวายท้ายคุ้งช่อง คลองมี
แดนนครไชยศรี สุดสริ้น
เข้าแดนสุพันบูรี[๑๑๒] รื้อเปลี่ยว เดียวเอย
ทุ่งท่าป่ายุงริ้น รกเรื้อเบื่อชม ฯ

๗๙

๏ ชุมนักผักตบซ้อน บอนแซง
บอนสุพรรณหั่นแกง อร่อยแท้
บอนบางกอกดอกแสลง เหลือแหล่ แม่เอย
บอนปากยากจะแก้ ไม่สริ้นลิ้นบอน ฯ

๘๐

๏ บางสามศาร[๑๑๓]เจ้าทร่าง ปางหลัง
อารักศักสิทรวัง[๑๑๔] แว่นแคว้น
ศุกขีที่ข้าหวัง วานช่วย ด้วยแฮ
กำจัดศัตรูแม้น มุ่งร้ายตายเอง ฯ

๘๑

๏ ถึงบ้านด่านดักตั้ง ฝั่งกระแส
สองพี่น้องคลองแคว ค่ามคุ้ง
ตลิ่งตลิบโตล่งแล ตาน[๑๑๕]สลับ สล้างเอย
สริ้นไผ่ในแขวงถุ้ง[๑๑๖] ถิ่นอ้อกอแขม ฯ

๘๒

๏ ปลาชุมกลุ้มเกลื่อนท้อง ธารา
ลอยเล่นเห็นคนถลา หลบสริ้น
สลิดสลาดสลับปลา ช่อนดุก พลุกแฮ
กระดี่กระดิกกระเดือกดิ้น กระโดดเหล้น[๑๑๗]เห็นตัว ฯ

๘๓

๏ นานาปลาว่ายเคล้า คลอเรือ
สีเสียดซิวกระโสงเสือ ซ่าสร้อย
เพลี้ยตภากตเพียนเหลือ หลายหลาก มากเอย
กริมกระตรับนับร้อย เร่หว้ายรายเรียง ฯ

๘๔

๏ แก้มช้ำดำที่แก้ม แต้มดำ
ดูเคลื่อนเหมือนจนำ แนะน้อง
แรกรักปรักปรางประจำ จุมพิศ[๑๑๘] นิด[๑๑๙]เอย
ช้ำเช่นปลาย้า[๑๒๐]ต้อง แต่งแต้มแก้มสมร ฯ

๘๕

๏ เนื้ออ่อนห่อนซู่เนื้อ น้องหญิง
อ่อนแอบแนบอกอิง อุ่นล้ำ
นวลจันนั่นนวลจริง แต่ชื่อ ฦๅเอย
นวลที่พี่กลืนกล้ำ กลิ่นเนื้อเหลือนวล ฯ

๘๖

๏ ปลาใหญ่ไล่เลี้ยวฮุบ หวดหาง
ฮืดฮาดฟาดโผงผาง พ่นน้ำ
ปลาค้าวเหล่าสวายคาง เบือนบิด เบี้ยวแฮ
กโฮ่[๑๒๑]โผล่ผุดขล้ำ[๑๒๒] เคลื่อนคล้อยลอยแล ฯ

๘๗

๏ บางซอกอไผ่ล้อม หลายกอ
บ้านบ่มีสีซอ สักน้อย
เรือใกล้ไผ่พุ่มภอ พยุโยก โชกแฮ
ไผ่เบียดเอียดออดอ้อย เอื่อยอ้อซออิน[๑๒๓]

๘๘

๏ ทุ่งกว้างทางเปลี่ยวโอ้ อาทวา
สองฝั่งฝ่ายวิหกา กู่ก้อง
เร่ร่อนว่อนเวหา หาเหญื่อ[๑๒๔]
นกเถื่อนเหมือนจร้อง เรียกให้คนชม ฯ

๘๙

๏ ถึงที่สีสนุกนั้น น้องเอย
สนุกแต่ชาวบ้านเคย ค่ำเช้า
พวกพี่ที่จากเชย ชวดสนุก ทุก[๑๒๕]แม่
สนุกที่ดูสูเจ้า สนุกเถ้า[๑๒๖]นั้นเอง ฯ

๙๐

๏ ชุมแท้แต่สวะเฟื้อย เฟือยตวาง[๑๒๗]
ลอยเลื่อนเกลื่อนกลาดกลาง กลบน้ำ
ซ้อนซับทับถมทาง ที่แคบ
เรือขัดตัดฟันค้ำ ค่อยกว้างทางจร ฯ

๙๑

๏ แหลมคุ้งทุ่งเถื่อนไม้ ไรราย
ถึงย่านบ้านตเภาทลาย ทลุท้อง
เดิมที่นี่เป็นชาย ชเลหาด ลาดแฮ
เรือสัด[๑๒๘]พลัดมาต้อง ติดเข้าตเภาทลาย ฯ

๙๒

๏ แลลิ่วทิวทุ่งต้น ตาน[๑๒๙]ราย
ลิบลิบลมปลิวปลาย ไปล่แปล้
เล่คนคัด[๑๓๐]ปีกฉาย เฉิบเช่น เหนแฮ
เรี่ยเรี่ยเตี้ยต่ำแจ พิศให้ใจเพลิน ฯ

๙๓

๏ บางปลาร้าปลาคล่ำน้ำ ลำคลอง
คนเหล่าเชาปมง[๑๓๑]มอง มุ่งข้า[๑๓๒]
สุ่มซ่อนช้อนฉะนางปอง ปิดเรือก เฝือกแฮ
เหม็นเน่าคาวปลาร้า เรียดคุ้งคลุ้งโขลง ฯ

๙๔

๏ ริมน้ำทำที่ขึ้น ขอดปลา
เกล็จ[๑๓๓]ติดตัวตีนตา ตมูกแก้ม
คิดคู่สู่เสน่หา หอมชื่น รรื่นเอย
โคลนเช่นเปนแป้งแต้ม ติดเนื้อเหลือหอม ฯ

๙๕

๏ บางสแกแลสะล่างงิ้ว ทีวราย
เรียงฝั่งดังฉัตรฉาย แช่มช้อย
งิ้วไม้ใช่งิ้วสาย สวาดิเช่น เหนเอย
งิ้ว[๑๓๔]พี่ที่แน่งน้อย นึกหน้าอาไลย ฯ

๙๖

๏ ยามยนต้นงิ้วป่า หนาหนาม
นึกบาปวาบวับหวาม วุ่นแล้ว
คงจะปะงิ้วทราม สวาดิเมื่อ ม้วยแฮ
งิ้วกับพี่หมีแคล้ว คึ่นงิ้วลิ่วสูง ฯ

๙๗

๏ ถึงบ้านคันชั่งแท้ เที่ยงตรง
เพียงพี่ที่ตำรง รักน้อง
เคยคู่ซู่ซื่อตรง สัจคิด สนิดเอย
ยามยากจากพวกพ้อง พี่ให้ใจหาย ฯ

๙๘

๏ เหลียวซ้ายฝ่ายฝั่งเฟื้อย เฟือยไสว
พงไผ่ไม้รำไร รอบคุ้ง
แลขวาป่าแฝกไฟ ฟอนเรี่ยน เกรียนแฮ
ลิบลิ่วทิวท้องถุ้ง ถิ่นกว้างวางเวง ฯ

๙๙

๏ ถึงย่านบ้านกุ่มข้าม ตามแหลม
วัดเก่าเศร้าโทรมแรม รกร้าง
ผู้ใดไม่ซ่อมแซม ทร่าง[๑๓๕]วัด สวัดิ[๑๓๖]เอย
เพียงพี่ที่อ้างว้าง ทเวทให้ใจหาย ฯ

๑๐๐

๏ ลมตกนกว้าว่อน ร่อนบิน
โฉบฉาบคาบปลากิน กู่ก้อง
ค้อนหอยค่อยคุ้ยดิน เดินซ่อง มองแฮ
ถิบถ่อกรอปีกจ้อง จ่อมน้ำปล้ำปลา ฯ

๑๐๑

๏ ถึงบางนางแม่หม้าย ไร้ผัว
เปลี่ยวเปล่าเศร้าหมองมัว หม่นไหม้
คราวใครใคร่ฝากตัว ต่อม่าย หมายเอย
พร้อมจิตคิดจได้ ดับหม้ายกลายมี ฯ

๑๐๒

๏ ตวันยอจอรเข้[๑๓๗]ฟู่ คู่เคียง
ยาวใหญ่ไล่เรือเรียง เราะท้าย
เด็กตวาดผาดแผดเสียง แซ่สุ่ม ขยุมเอย
มันบ่หยุดผุดหว้าย วู่คว้างขวางเรือ ฯ

๑๐๓

๏ เดชะพระพุทธิเจ้า เข้าชาน[๑๓๘]
เคยชนะพญามาร แม่นแล้ว
รฦกถึงจึ่งบันดาน ดุจเช่น เหนแฮ
จอรเค่[๑๓๙]เหห่างแคล้ว คลาศคล้อยถอยหนี ฯ

๑๐๔

๏ ถึงช่องคลองน้ำชื่อ กฤษนา
เข้าตอกออกตอก[๑๔๐]ตำรา ร่ำไว้
คิดสบภบถ้ำมหา สนุกแน่ แม่เอย
นึกจปลง[๑๔๑]คงได้ กระดากเจ้าเฝ้าหวง ฯ

๑๐๕

๏ บางเลนเป็นที่หลุ้ม แหล่งปลา
แปลงปลักคลักคงคา ขุ่นฃ้น
ไท[๑๔๒]เจ๊กเดกใหญ่พา พวกซ่อน ช้อนเอย
บุญส่งจงหลีกพ้น ทุกถั้ว[๑๔๓] ตัวปลา ฯ

๑๐๖

๏ บางบัวบ้านชื่อพร้อง สนองนำ
นึกเช่นเห็นบัวคำ คู่พร้อง
เค่า[๑๔๔]เหนียวเกี่ยวมาทำ แทนเค่า[๑๔๕] เจ้าเอย
คราวเคราะ[๑๔๖]เพราะเกี่ยวข้อง ขัดค้างขวางเชิง ฯ

๑๐๗

๏ ลมเรื่อยเฉื่อยชื่นใช้ ใบคลา
ถึงย่านบ้านดารา รกเรื้อ
สองเรือนเพื่อนพูดจา เจ่านั่ง รวังเอย
คิดใคร่ได้ชิดเชื้อ ช่วยเฝ้าเย่าเรือน ฯ

๑๐๘

๏ ใบร่มลมเรื่อยแหล้น[๑๔๗] ลีลา
เหล่าหนุ่มชุ่มชื่นพา เพื่อนร้อง
อิเหนาเค่า[๑๔๘]มลกา กลเม็ด มากแฮ
ฟังเสนาะเพราะพร้อง พรักพร้อมซ้อมเสียง ฯ

๑๐๙

๏ ถึงชีปฃาวย่านบ้าน โบรำ
ชีไม่เห็นกาดำ ดื่นร้อง
เชาบ้านย่านนั้นทำ แทงพวก ฉมวกแฮ
ซาวแต่คำพร่ำพร้อง ชื่อนี้ชีปฃาว ฯ

๑๑๐

๏ ฃาวอื่นหมื่นสิ่งล้วน นวลขาว
แพรพ่า[๑๔๙]ฟ้าดินดาว ดุจพร้อง
ขาวดูครู่เดียวคราว หนึ่งเบื่อ เหลือแฮ
ฃาวบ่เบื่อเนื้อน้อง น่วมนิ้วผิวฃาว ฯ

๑๑๑

๏ คุ้งขวางบางบ้านชื่อ ชี้หล[๑๕๐]
ทางทิศทุกตำบล บอกแจ้ง
อยู่กลางหว่างมนทน[๑๕๑] ทางร่วม รวมแฮ
คนเปลี่ยนเพี้ยนชื่อแย้ง ย่านนี้ยีหน ฯ

๑๑๒

๏ บางปลาม้าป่าอ้อ กอรกำ
ไม้ไผ่ใหญ่สลวยลำ สะล่างเฟื้อย
ชาวบ้านย่านนั้นทำ ที่ไร่ ไว้แฮ
ปลูกผักฟักแฟงเลื้อย ลูกห้อยย้อยไสว ฯ

๑๑๓

๏ ถึงคุ้งโพกระก้ม กราบกราน
โพอยู่บูรานนาน เนิ่นแล้ว
ชื่นชุ่มพุ่มพิศดาร เดชะ พระเอย
ฃออย่าให้ไภยแผ้ว ผ่องพ้นกลโกง ฯ

๑๑๔

๏ โคกครามนามที่บ้าน หว่านคราม
เฃียวชุ่มฉอุ่มงาม กิ่งก้าน
เหมือนศรี[๑๕๒]ที่นุชทราม สวาดิฮุ่ม[๑๕๓] พุ่มเอย
เหนแต่ครามนามบ้าน ไสบเจ้าเศร้าสูน ฯ

๑๑๕

๏ สวนหง[๑๕๔]วงวัดพร้อม พระเนร[๑๕๕]
รื่นรอบขอบบริเวณ หว่างบ้าน
เดกเยาเล่ากนเกน ก้องที่ กดี[๑๕๖]แฮ
ใช่ที่มีสวนสอ้าน ชื่ออ้างปางหลัง ฯ

๑๑๖

๏ ตลาดแก้วแถวถิ่นตเข้ ตนฃาม
ตลิ่งตลาดแต่ล้วนหนาม สนับหญ้า
แก้วอื่นหมื่นแสนทราม สู้สละ ปละเอย
รักแต่แก้วแววฟ้า จะเฝ้าเคล้าสนอม ฯ

๑๑๗

๏ ถึงวังตาเพชอ้าง ปางหลัง
ไผ่พุ่มซุ้มเซิงรัง รกเรื้อ
ตาเพชเหตุไดวัง มีเล่า เจ้าเอย
ฤๅว่าตาเพชเชื้อ ชาติท้าวเจ้าเมือง ฯ

๑๑๘

๏ สวนฃิงตลิ่งแต่ล้วน สวนมเฃือ
พริกเทด[๑๕๗]เม็จอร่ามเหลือ เรื่อไหร้[๑๕๘]
กล้วยปลูกสุกห่ามเครือ ครบซ่ม[๑๕๙] มยมเอย
คิดคู่อยู่สวนได้ แต่งต้มซ่มตำ ฯ

๑๑๙

๏ บ้านยอดยอดไม้สพรั่ง ฝั่งชลา
ยอดยื่นชื่อฉ้อพกา กิ่งคว้าง
ยอดอื่นหมื่นแสนดา ดาษทอด ยอดแฮ
ยอดรักจักหาบ้าง บ่ได้ใจหาย ฯ

๑๒๐

๏ ลุดน[๑๖๐]ชนบทบ้าน ขนมจีน
โรงเจ๊กตั้งริมตีน ท่าน้ำ
นั่งนับทรัพสิ่งสีน สยายเพ่า[๑๖๑] เล่าแฮ
เมียช่างสางสลวยล้ำ สลับผู้[๑๖๒] หูหนาง[๑๖๓]

๑๒๑

๏ โพคอยโพขึ้นอยู่ คู่เคียง
ปากช่องคลองชลาเฉลียง ลัดถุ้ง[๑๖๔]
บ้านตั้งฝั่งน้ำเรียง รายอยู่ หมู่แฮ
แลรอบขอบแหลมคุ้ง เขดบ้านตานราย ฯ

๑๒๒

๏ ถึงหน้าท่าน้ำวัด มนาวหวาน
ฦๅเลื่องเบื้องบูราน ร่ำพร้อง
หวานอื่นคลื่นไสร้[๑๖๕]นาน นักเบื่อ เหลือแม่
หวานแต่น้ำคำน้อง เสนาะน้ำคำหวาน ฯ

๑๒๓

๏ ทับคีเลก[๑๖๖]เดกว่าต้ม ขมเหลือ
ครั้นแต่งแกงต้มเกลือ กลบคั้น
พรีกขิงสิ่งไส่เจือ จิบอร่อย น้อยฤๅ
ขมฃื่นคลื่นไสร้นั้น แต่น้ำคำขม ฯ

๑๒๔

๏ วัดฝางอ้างชื่อไว้ ใช่ฝาง
ฝางย่อมย้อมแพรยาง ยิ่งขรั้ง[๑๖๗]
แดงศุก[๑๖๘]ถูกแดดหมาง หมองคร่ำ ดำแฮ
อกพี่ที่แค้นขั้ง[๑๖๙] ขู่[๑๗๐]คล้ำน้ำฝาง ฯ

๑๒๕

๏ ท่าระหัดพัดน้ำท่วม ท้องนา
หันกลับขับคงคา คึ่นได้
ใคร่จ้างช่างรหัดหา ห่อนภบ หลบเอย
อกพี่ที่ร้อนให้ รหัดน้ำพร่ำพรม ฯ

๑๒๖

๏ ถึงบางนางศุข[๑๗๑]น้อง นามเหมือน
ศุขพี่ที่ร่วมเรือน เพื่อนร้อน
ยามศุขทุกปีเดือน ได้อยู่ คู่เอย
ยามทุกศุขกาหล้อน หล่นเหน้า[๑๗๒]เปล่าดาย ฯ

๑๒๗

๏ ถึงย่านยายท้าวที่ ผีลง
ฦๅข่าวเจ้าสิงทรง สอดรู้
คิดใคร่ไถ่ถามอง[๑๗๓] อารัก[๑๗๔] ประจัก[๑๗๕]เอย
แม่ม่ายหมายเคียงขู้ คบเผื้อนเชือนไฉน ฯ

๑๒๘

๏ ท่าโขลงโขลงช้างค่าม ตามโขลง
พลอยถูกผูกกูบโยง แย่ท้าย
ลืมเถื่อนเพื่อนร่วมโรง รักยศ หมดแฮ
พี่เที่ยวเดียวโดดคล้าย คชร้างห่างโขลง ฯ

๑๒๙

๏ บ้านตั้งฝั่งน้ำที่ กดีทอง
ลาวอยู่รู้เสียงสนอง เหน่อช้า
ปลูกผักหักฟืนตอง ตามเถื่อน เพื่อนแฮ
หูเจาะเหมาะแต่หน้า แน่งน้อยกลอยใจ ฯ

๑๓๐

๏ โคกม่อ[๑๗๖]ก่ออิด[๑๗๗]ตั้ง เตาเพลิง
เผาม่อก่อไฟเริง เร่งเร้า
ม่อมีที่พะเพิง เพื่อนเหล่า เผาแฮ
อกพี่ที่ร้อนเถ้า ถ่านกลุ้มรุมแรง ฯ

๑๓๑

๏ ถึงรยะ[๑๗๘]สระโปยชหญ้าน บ้านลาว
ผ้านุ่งถุงทบยาว ย่างย้าย
กลีบกลับวับแวมวาว แวบแวบ แทบแฮ
เด็กว่าฟ้าแลบฉะม้าย[๑๗๙] มุ่งค้อนงอนงาม ฯ

๑๓๒

๏ ถึงท้ายชายน้ำตก รกคลอง
ที่ลุ่มขุมรางรอง รับน้ำ
หน้าแล้งแฮ่ง[๑๘๐]นาหนอง น้ำตก ซกแฮ
ชลเนตเชฐา[๑๘๑]ผร้ำ[๑๘๒] เช่นน้ำตกบาง ฯ

๑๓๓

๏ ตวันเย็นเห็นหาดหน้า ถ้า[๑๘๓]มี
เมืองสุพรรณบุรีย รกร้าง
ศาร[๑๘๔]ตั้งฝั่งนัที ที่หาด ลาดแฮ
โรงเล่า[๑๘๕]เฃาต้มค้าง ขอบคุ้งหุงสุรา ฯ

๑๓๔

๏ ผู่รั้ง[๑๘๖]ตั้งรั้วรอบ ขอบราย
เปนหมู่ดูงัวควาย ไขว่บ้าน
สาวสาวเหล่านุ่งลาย แล้วหม่อม มอมเอย
จ้ำม่ำลำสนสอ้าน อาบน้ำปล้ำปลา ฯ

๑๓๕

๏ กรมการบ้านตั้งตลอด ตลิ่งเตียร[๑๘๗]
ต่างต่อล้อเลื่อนเกียร[๑๘๘] เก็บไว้
เรือริมหาดดาษเดียร รดะปัก หลักแฮ
ของเหล่าเชาสวนใต้ แต่งตั้งนั่งฃาย ฯ

๑๓๖

๏ ฝั่งซ้ายฝ่ายฟากโพ้น พิศดาร
มีวัดพระรูป[๑๘๙]บูราณ ท่านสร้าง
ที่ถัดวัดประตูสาร สง[๑๙๐]สู่ อยู่เอย
หย่อมย้านบ้านขุนช้าง[๑๙๑] ชิดข้างสวนบันลัง ฯ

๑๓๗

๏ วัดกระไกร[๑๙๒]ใกล้บ้านที่ ศรีประจัน[๑๙๓]
ถามเหล่าชาวสุพรรณ เพื่อนชี้
ทองประศรี[๑๙๔]ที่สำคัน ฃ้างวัด แคแฮ
เดิมสนุกทุกวันนี้ รกเรื้อเสือคนอง ฯ

๑๓๘

๏ ประทับหน้าท่าสิบเบี้ย บูราณ
หว่างวัดฝาโถสถาน ถิ่นร้าง
มหาโพท[๑๙๕]โบศ[๑๙๖]วิหาร หักทับ ยับเอย
ภิมพีลาไล[๑๙๗]สร้าง สืบขู้สูพรรน[๑๙๘]

๑๓๙

๏ สงสารบ้านวัดร้าง แรมโรย
เสียงแต่นกหกโหย ค่ำเช้า
อกพี่ที่เดียวโดย ด้วยแก่ แม่เอย
เข้าเรื่องเมืองร้างเศร้า โศกซ้ำรำจวน ฯ

๑๔๐

๏ นอนค้างข้างคุ้งถัด วัดกระไกร
ครั้นรุ่งมุ่งเดินไพร พรั่งพร้อม
ไหว้พระป่าเรไร[๑๙๙] ร่มรรื่น ชื่นเอย
ริมรอบขอบเขื่อนล้อม สะล่างไม้ไพรพนม ฯ

๑๔๑

๏ น้อยน้อยพลอยชื่นชี้ ชมไพร
ครึมครึกพฤกษาไสว แว่นแคว้น
ผลิดดอกออกผลใบ รบัดชื่น รื่นเอย
รอกกระแตแลแหล้น[๒๐๐] โลดเต้นเผ่นผยอง ฯ

สรล้วน

๑๔๒

๏ แจ้วแจ้วจักกระจั่นจ้า จับใจ
หริ่งหริ่งเรื่อยเรไร ร่ำร้อง
แซ้งแซวส่งเสียงไส ทราบโสท[๒๐๑]
แหนงนิ่งนึกนุชน้อง นิ่มเนื้อนวลนาง ฯ

๑๔๓

๏ พิกุนบุนนากแก้ว กาหลง
หอมชื่นรื่นรำดวนดง ดอกรย้า
สาวอยุดพุทธิชาดทรง เสาวรศ สดเอย
หนุ่มหนุ่มรุมเก็บหน้า สนุกโน้มโถมชิง ฯ

๑๔๔

๏ เด็ก[๒๐๒]ได้ไส้ห่อผ้า พับเฉียง
เหนไก่ไล่ลัดเฉลียง ลดเลี้ยว
ล้มลุกสนุกสำเนียง สนั่นโห่ โร่เอย
หน้าผากปากบวมเบี้ยว บ่อเว้นเผ่นผยอง ฯ

๑๔๕

๏ นกร้องก้องกิ่งไม้ ใบบัง
แลลับกรับเสียงวัง เวกแหว้ว[๒๐๓]
ค้อนทองป่องเป๋งดัง ดุจเฆาะ ฆ้อนแฮ
กอไผ่ไก่ขันแจ้ว แจ่มเจื้อยเฉื่อยเสียง ฯ

๑๔๖

๏ ขึ้นโขดโบศเก่าก้ม กราบยุคน[๒๐๔]
พระป่าเรไรยน อย่างยิ้ม
ยอกรหย่อนบาทบน บงกช แก้วเอย
ปลั่งเปล่งเพ่งพิศพริ้ม พระหนั้ง[๒๐๕]ดังองค์ ฯ

๑๔๗

๏ เทียรทูป[๒๐๖]บุพชาติบ้าง บูชา
นึกพระเสด็จมา ยับยั้ง
ลิงเผือกเลือกสมอพวา ถวายไว่[๒๐๗] ใกล้แฮ
ช้างเผือกเลือกพึ่ง[๒๐๘]ทั้ง กิ่งไม้ไหว้ถวาย ฯ

๑๔๘

๏ ขอเดชะพระพุทธิเจ้า จงเหน
อดส่า[๒๐๙]มาเช้าเย็น ยากไร้
ปราศนา[๒๑๐]ว่าจะเปน ปเจกพุท ธะภูม[๒๑๑]เอย
บุญช่วยด้วยให้ได้ ดุจข้าอาวอร[๒๑๒]

๑๔๙

๏ ยังไปไม่พ้นภพ สงสาร
ขอปะพระศรีอาร[๒๑๓] อีกเหล้า[๒๑๔]
กราบถึงซึ่งพระนิพาน ผ่ายภาก หน้าเอย
ฃอศุขทุขโศกเศร้า สิ่งร้ายหายสูร ฯ

๑๕๐

๏ อนึ่งเจ้าเหล่าเล็กล้วน ลูกหลาน
หมายมั่งดังพิศถาน ถี่ถ้วน
ขอให้ใส่นามขนาน ตาบพัท สวัดิเอย
กลั่นชุบอุประถำล้วน ลูกเลี้ยงเที่ยงธรรม์[๒๑๕]

๑๕๑

๏ เยนรอนอ่อนเกษก้ม กราบลา
จากวัดตัดตรงมา แม่น้ำ
ค้างคืนตื่นเช้าคลา คลาสเคลื่อน เรือเอย
ติดแก่งแขงข้อค้ำ ขัดข้องต้องเขน ฯ

๑๕๒

๏ เลี้ยวหนึ่งถึงบ้านชื่อ โพคลาน
โพใหญ่ไม้บูราณ ร่มชื้น
สองฝั่งพรั่งพฤกษตาน[๒๑๖] โตนดพุ่ง สูงเอย
ท่าลาดหาดทรายตื้น ตลิ่งล้วนสวนมเขือ ฯ

๑๕๓

๏ ศรีศะเวียงเสียงแซ่ล้วน พวนลาว
แก่หนุ่มสุ่มปลาฉาว แช่น้ำ
ผ้าบ่อนุ่งพุงฃาว ฃวยจิตร รอิดเอย
เดกด่วนชวนเพื่อนค้ำ ค่าม[๒๑๗]ให้ไกลลาว ฯ

๑๕๔

๏ โพหลวงห้วงน้ำฦก ไหลเนือย
ปะแต่ลาวเปล่าเปลือย ปลอดผ้า
อาบน้ำคล่ำริมเฟือย ฝูงหนุ่ม กลุ้มแฮ
เดกเกลียดเบียดเบือนหน้า นิ่วร้องสยองแสยง ฯ

๑๕๕

๏ สำประทิวงิ้วง้าวสล่าง กร่างไกร
ถิ่นท่าป่ารำไร ไร่ฝ้าย
เจ๊กอยู่หมู่มอรไท[๒๑๘] ทำถั่ว รั้วเอย
ปลูกผักฟักกล้วยกล้าย เกลื่อนข้างทางจร ฯ

๑๕๖

๏ ถึงย่านบ้านรัดช้าง ปางหลัง
ข้างถูกผูกรึงรัง รัดไว้
พลัดพรากจากฝูงพัง พวกเพื่อน เถื่อนเอย
เพียงพี่ที่ทุเรศไร้ นิราศร้างห่างสมร ฯ

๑๕๗

๏ บ้านตั้งฝั่งฟากน้ำ ธรรมกูล
วัดทร่าง[๒๑๙]ปางก่อนสูร สงัดเศร้า
ขอบเขื่อนเกลื่อนอิด[๒๒๐]ปูน เปื่อยเปล่า เจ้าเอย
โบศ[๒๒๑]ยับทับพระเจ้า[๒๒๒] เจิ่งน้ำกรำฝน ฯ

๑๕๘

๏ ยน[๒๒๓]ย่านบ้านหนึ่งนั้น แนะนาม
วัดสว่างอารมอาราม รื่นไม้
สว่างแต่ที่พี่ยาม มืดมิด จิตรเอย
ห่อนสว่างอย่างไว้ ชื่ออ้างสว่างอารม ฯ

๑๕๙

๏ โพพระระยะหญ้าน[๒๒๔] หญ่อมไพร
โพชื่นรื่นร่มใบ โบกรย้า
โปรดด้วยช่วยคุ้มไภย พยัฆพยศ คด[๒๒๕]เอย
โพพระอนุเคราะห์ข้า พระเจ้าคราวเขน ฯ

๑๖๐

๏ โพพญา[๒๒๖]ท่าตลิ่งล้วน ฬ้อเกวียร
โพไผ่ไม้เตงตเคียน ตขบบ้าง
ซิกซากกระบากกระเบียน กระเบากระแบก กระบกแฮ
เสลาสลอดสลับสล้าง เหล่าไม้ใกล้กระสิน[๒๒๗]

๑๖๑

๏ บ้านซ่องช่องชวากเวิ้ง เซิงหวาย
เหล่าที่หนีมุนนาย[๒๒๘] เนิ่นช้า
ซ่องสุมซุ่มเรือนราย ริมกับ เกรี่ยง[๒๒๙]แฮ
ใครจับกลับรุมข้า[๒๓๐] ขัดข้องซ่องหลวง ฯ

๑๖๒

๏ บางมดแดงแขวงเขดคุ้ง ทุ่งไพร
ถิ่นเถื่อนเรือนรำไร ไร่กล้วย
นึกมดอดสูใจ จงมม่วง หวงแฮ
เพียงพี่หมี[๒๓๑]มอดม้วย ไม่สริ้นถวิลหวัง ฯ

๑๖๓

๏ วังยางค่างคุ้งสะล่าง ยางยูง
โตล่งตลิ่งยิ่งสูงสูง ฉโงกง้ำ
นกแลแต่ลฝูงลฝูง ฟุบสพั่ง รังเอย
ร่มรื่นชื่นชายน้ำ นั่งเหล้น[๒๓๒]เยนสบาย ฯ

๑๖๔

๏ ถึงบ้านตานเสี้ยนร่ำ ทำตาน
ไต่ผโอง[๒๓๓]โหญ่งโย่ทยาน ย่างเก้า[๒๓๔]
หน้าหวัวเราะเพราะรักหวาน หวังใคร่ ได้ฤๅ
เพียงพี่ที่แฝงเฝ้า ไฝ่น้ำคำหวาน ฯ

๑๖๕

๏ ว่างบ้านย่านน้ำเปลี่ยว เหลียวแล
ตลิ่งสูงฝูงรอกแต ไต่ไม้
กรวยกร่างค่างเคี่ยมแค ข่อยกทุ่ม กุ่มเอย
ลมป่วนหวนหอมให้ ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงา ฯ

๑๖๖

๏ จวบจนชนบทบ้าน ศรีจัน[๒๓๕]
ท่าลาดหาดเกิดกัน แก่งตื้น
เรือนตั้งฝั่งเรียงรัน โรงเหล็ก เจ๊กเอย
คนภู่[๒๓๖]ดูครึกครื้น ค่ามช้างต่างเกวียน ฯ

๑๖๗

๏ จวนเยนเหนแห่งบ้าน ด่านขนอน[๒๓๗]
หาดใหญ่ไทยเจ๊กมอน มี่บ้าน
จอดเรือเมื่อเยนรอน ริมหาด สอาดเอย
ร้องว่าอาไศรยร้าน ร่มไม้ใกล้เรือ ฯ

๑๖๘

๏ เจ้าของร้องรับให้ ได้การ
หนุ่มหนุ่มชุ่มชื่นบาน บ่อเศร้า
ขึ้นฝั่งนั่งสำราน ร้านไต้ ไซ[๒๓๘]เอย
สาวรุ่นวุ่นเวียรเฝ้า ฝั่งน้ำชำเลือง ฯ

๑๖๙

๏ ลูกเอยเฉยเช่นปั้น ปูนฃาว
สาวเพ่งเลงหลบสาว ซิ่น[๒๓๙]แล้ว
ปะเปนเช่นพ่อคราว ครั้งหนุ่ม ชุ่มฤๅ
ตายราพ[๒๔๐]ลาภไม่แคล้ว คลาศช้านาที ฯ

๑๗๐

๏ ลูกลาวสาวรุ่นร้อง ทักทาย
เรือพี่มีสิ่งฃาย ค่อย[๒๔๑]ไหว้
ลูกเราเหล่าหนุ่มอาย แอบเด็ก เล็กแฮ
สอนกระสาบ[๒๔๒]ตาบให้ ว่าซื้อหฤๅจ๋า ฯ

๑๗๑

๏ หนูพัดพลัดพลอดฬ้อ เลียนลาว
มีหมากหยากสู่สาว ซิ่นแล้ว
บ้านเจ้าเค่าเหนียวฃาว ฃายมั่ง กระมั่งแม่
ตาบฮ่าม[๒๔๓]ถามหาแห้ว แห่งนี้มีฤๅ ฯ

๑๗๒

๏ ลาวไปไทพี่น้อง มองเมียง
มืดค่ำทำร่ายเรียง เราะร้าน
กลั่นชุบอุบอิบเอียง กแอมแอบ แยบเอย
ขอหมากปากสั่นสท้าน ทดท้อย่อหญิง ฯ

๑๗๓

๏ ราตรีพี่น้องอ่อน เอนดู
ขันใหญ่ไส่หมากพลู นาบ[๒๔๔]ให้
แห้วเลือกเผือกถั่วภู พัดรับ กลับแฮ
จสั่งมั่งไม่ได้ เดือดหน้าด่าตี ฯ

๑๗๔

๏ ดึกลาวสาวรุ่นกล้า มาเดียว
ให้กระเช้าเข้าเหนียว นั่งใกล้
ถอยหลีกอีกบ่อเหลียว เลยลูก กูเอย
กลั่นรับกลับจุดไต้ ตอบโต้โมทนา ฯ

๑๗๕

๏ บูราณท่านว่าเลี้ยง ลูกสาว
มันมักหักรั้วฉาว เช่นพร้อง
หนุ่มชายฝ่ายรุ่นราว รักขะยั่น พรั่นแฮ
ลูกโง่โซแสบท้อง บ่อรู้สู่สาว ฯ

๑๗๖

๏ ครั้นช้าวสาวสบหน้า ลาสาว
จากขนอนอ่อนหนาว หนุ่มเศร้า
คราวได้ไม่โลมลาว ลองซู่[๒๔๕] ดูแฮ
ครั้นลับกลับรฦกเหล้า[๒๔๖] ลูกโหง้[๒๔๗]โซสาว ฯ

๑๗๗

๏ เอนดูหนูพี่น้อง สองสาว
คิดใคร่ได้เลี้ยงลาว ลูกสไภ้
แต่ลูกผูกรักชาว วังเล่า เจ้าเอย
จเจ็บเล็บเฃาไว้ ข่วนร้ายคล้ายเสือ ฯ

๑๗๘

๏ บางกระพุ้งคุ้งน้ำเปลี่ยว เหลียวแล
บนบกนกซอแซ แซ่ซ้อง
เหนนกกกคู่แด ดานลฦก นึกเอย
เหมือนอยู่คู่เคียงน้อง แนบเนื้อเหลือสนอม ฯ

๑๗๙

๏ บ้านใหม่ไร่ฝ่ายสพรั่ง ฝั่งชลา
ฟ่าย[๒๔๘]ออกดอกฃาวดา เด่นช้อย
เนื้อนุชสุดโสภา เพียงฟ่าย ไร่เอย
ชมฟ่ายคล้ายผิวสร้อย สวาดิเนื้อเหลือนวล ฯ

๑๘๐

๏ ถึงย่านบ้านกร่างเวิ้ง วาริน
เกิดแก่งแหล่งเหวหิน ฮ่วงคุ้ง
ปล่องน้ำท่ำ[๒๔๙]กุมภิน พวกเงือก เลือกแฮ
ยามเปลี่ยวเสียวทรวงสดุ้ง ด่วนพ้นวลวัง ฯ

๑๘๑

๏ บ้านไร่ไทเจ๊กตั้ง ทั้งทวาย
กล้วยไข่ไร่เรียงราย เรียกซื้อ
ตกเครือเรื่อเรืองปลาย ปลีสลับ ปกับแฮ
เฟื้องหนึ่งถึงสี่มื้อ หมดรื้อซื้อเสมอ ฯ

๑๘๒

๏ วังปรานบ้านเว้นว่าง วางเวง
สองฝั่งวังเสือเกรง เกรียบฉม้อย[๒๕๐]
นายรอด[๒๕๑]ทอดท้ายเพลง พลอยหนุ่ม ชุ่มเอย
ป่าใหญ่ไม้ชื่นช้อย ชุ่มฉ้อออรชร[๒๕๒]

๑๘๓

๏ บางม่วงห้วงหาดตื้น ติดเรือ
ทรายเกลี่ยเรี่ยรอยเสือ ซับซ้อน
ซึ้งซึกพฤกษครุมเครือ ค่างโครก โฮกแฮ
โปรยแต่ใบไม้หว้อน วิ่งร้องพองขน ฯ

๑๘๔

๏ ลูกค่างอย่างย้อมชาติ ชมภู
เหลืองอ่อนโอ้เอนดู เด็กน้อย
แม่อุ้มชุ่มชื่นชู ชมลูบ จูบเอย
กอดแอบแนบอกห้อย หกโน้มโถมทยาน ฯ

๑๘๕

๏ ย่านซื่อชื่อว่าบ้าน ย่านยาว
เหนแต่ชุมนุมลาว ล่อนโล้ง
ลากอวนส่วนหนุ่มสาว เสียงแซ่ แม่เอย
เท่า[๒๕๓]แก่แลโล้งโต้ง ต่างหล้อน[๒๕๔]ห่อนอาย ฯ

๑๘๖

๏ อ้างว้างกลางน้ำร่ม ลมโชย
ลิงค่างครางครวนโหย โห่ร้อง
กระเบาออกดอกร่วงโรย รศรื่น ชื่นเอย
หึ่งหึ่งพึ่ง[๒๕๕]เพียงฆ้อง ย่ำเถี้ยง[๒๕๖]เสียงกระหึม ฯ

๑๘๗

๏ ยนย่านศารปู่เจ้า[๒๕๗] จอมไพร
ปลาคล่ำน้ำซึ้งใส สอาดสอ้าน
งูเหลือมเลื่อมเลือกไคล คลานกลิ่ง[๒๕๘] ตลิ่งแฮ
โตเท่าเสาเรือนกว้าน กวาดน้ำดำปลา ฯ

๑๘๘

๏ ติดตื้นขืนถ่อค้ำ เขนเรือ
บนบกรกรังเสือ ซอกซุ้ม
นำ[๒๕๙]งูฟู่เลื้อยเหลือ หลีกยาก หลากแฮ
ศักครู่ดูควันกลุ้ม กลบข้างทางจร ฯ

๑๘๙

๏ เดกเหนเช่นมนุษหนั้ง[๒๖๐] หลังงู
แวววับคลับคลายฟู ฟ่องเฟื้อย
รู้ชัดจัดหมากพลู พลีปู่ เจ้าเอย
งูกระเพื่อมเลื่อมเลื้อย หลีกคล้ายหายสูร ฯ

๑๙๐

๏ เรือคล่องล่องเลี้ยวเลื่อน เคลื่อนคลา
ถึงย่านบ้านกลวย[๒๖๑]เวลา บ่ายคล้อย
กล้วยไข่ไร่รื่นรดา ดกเรื่อ เครือเอย
หล่างแห่งแปลงปลูกอ้อย แอบกล้วยสลวยลำ ฯ

๑๙๑

๏ ถึงช่องคลองน้ำซับ ซ้ายมือ
เกิดแร่แง่งอกครื ครืดท้อง
ผู้เท่า[๒๖๒]เล่าเลื่องฦๅ เหล็กที่ ดีเอย
ครึคระระเรือต้อง ติดตื้นขืนเขน ฯ

๑๙๒

๏ บ้านว่าขวาซ้ายค่าง[๒๖๓] ทางจร
หินแร่แลสลับสลอน ฦกซึ้ง
เรือนตั้งฝั่งสาคร คนเงียบ เสียบ[๒๖๔]เอย
ปลาคล่ำน้ำไหลอึ้ง แอบคุ้งมุ่งทาง ฯ

๑๙๓

๏ วังหินถิ่นเถื่อนกว้าง ยางยูง
สมอแสมสารสูง สดฉุ้ม[๒๖๕]
หว่างไผ่ไก่เถื่อนฝูง ฟุบเขี่ย เรี่ยเอย
เด็กใคร่ได้ไก่อุ้ม แอบขึ้นครึนราย ฯ

๑๙๔

๏ ไก่เถื่อนเหมือนจฬ้อ[๒๖๖] ก้อกพือ
เด็กย่องด่องดีดมือ มุ่งหน้า
เข้าใกล้ไก่เปรียวปรื๋ ปร๋อร่อน ว่อนแฮ
เด็กโดดโลดไล่คว้า ไคว่ขว้ำขะมำมอม ฯ

๑๙๕

๏ ลงเรือเหื่ออาบหน้า หนูเอย
อย่าไล่ไก่เลยเชย ช่อไม้
ดอกดวงร่วงรื่นรเหย หอมกลิ่น รรินแฮ
เก็บศักห่อพ่อได้ เด็จร้อยสร้อยสน ฯ

๑๙๖

๏ ย่านยาวลาวตั้งกลาด หาดทราย
แล่ผ่าปลาฉแวงสวาย แหวะท้อง
ย่างไฟไส่ฃ่าราย เรียงนั่ง สพรั่งเอย
พวกหนุ่มสุ่มเรือร้อง เจ่ยรน้อฬ้อลาว ฯ

๑๙๗

๏ ถึงวนก้นหวด[๒๖๗]ห้วง หินแลง
แร่เกลื่อนเหมือนฃิงแขง ค่าง[๒๖๘]คุ้ง
ตำราว่าทองแดง เดกต่อย ย่อยแฮ
พรายพร่างอย่างศรี[๒๖๙]รุ้ง รอด[๒๗๐]ชี้ที่แถลง ฯ

๑๙๘

๏ ตวันเยนเหนพยัฆด้อม ดื่มชล
โห่ขับกลับโฮกคน เคี่ยว[๒๗๑]โง้ง
ขึ้นตลิ่งวิ่งคำรน เราะไล่ ใกล้แฮ
ทังขู่[๒๗๒]ภู่เมียโขร้ง คร่างร้องก้องกระหึม ฯ

๑๙๙

๏ นายรอดสอดรู้เท่า เหล่าเสือ
มักกัดสัต[๒๗๓]กินเหลือ ละไว้
มันหวงล่วงไล่เรือ รอดแนะ แวะแฮ
หนูหนุ่มกุมมีดไม้ มุ่งแย้งแทงเสือ ฯ

๒๐๐

๏ โห่ร้องซ้องแส้ป่า กล้าหาน
เสือวิ่งยิ่งทเยอทยาน หยักรั้ง
ตามทางห่างฝั่งประมาณ สองเซ่น[๒๗๔] เหนแฮ
ได้แต่เนื้อเหลือทั้ง ท่อนท้ายชายโครง ฯ

๒๐๑

๏ รอดรัดมัดเชือกกลุ้ม หนุ่มหาม
ถึงที่เรือเสือตาม ติดก้น
จากท่าป่าเปลี่ยวขาม ขยาดพยัฆ นักพ่อ
ถ่อถี่หนีเสือพ้น พี่ให้ใจหาย ฯ

๒๐๒

๏ บูรานท่านว่าล้วง คอเสือ
เหล่าลูกถูกตำราเหลือ เหล็กกล้า
เช่นพ่อก็กลืนเกลือ กลั้วเค่า[๒๗๕] เจ้าเอย
ชิงเหญื่อเสือต่อหน้า นึกคร้ามฃามแขยง ฯ

๒๐๓

๏ วังฉลามยามสูริยเยื้อง เยนรอน
เสียงสุนักไนหอน เห่าเนื้อ
ลิงค่างต่างโหวยวอร วิเวกวาบ สาบเอย
เผาะเผาะเราะรกเรื้อ เรียดข้างทางจร ฯ

๒๐๔

๏ มืดค่ำจำจอดค้าง หว่างไพร
หนุ่มหนุ่มสุมฟืนไฟ ฝั่งน้ำ
เนื้อย่างค่างเครื่องใน หมูแบ่ง แกงแฮ
เนื้อสดรสอร่อยล้ำ กระหลบฟุ้งคุ้งแหลม ฯ

๒๐๕

๏ นอนค้างกลางหาดตื้น ตลิ่งสูง
นิ่งนั่งฟั่งฟานฝูง มฤคฆร้อง
เงาไม้ใหญ่ยางยูง เยนเยียบ เงียบเอย
เผาะเผาะเราะป่าต้อง ตวาดซ้ำร่ำไป ฯ

๒๐๖

๏ เกือบหลับกรับเกรียบไม้ ไต้เหนือ
คุ่มคุ่มดุ่มตามเรือ รอบข้าง
ปลุกหนุ่มรุมโห่เสือ สวบโขยด โดดแฮ
เด็กด่าคว้าฟืนขว้าง ก่อให้ไฟโพลง ฯ

๒๐๗

๏ เสือชุมหนุ่มแน่นหนั้ง รวังไฟ
ดึกยิ่งวิ่งเวียรไว แวดล้อม
จำเปนเซ่นพระไพร เพราะเหญื่อ เสือแฮ
ตัดตับกับเนื้อพร้อม พร่ำตั้งสังเวย ฯ

๒๐๘

๏ เยนเยียบเงียบสงัดเงื้อม เงาครึม
อารักศักสิทพึม พุ่มไม้
ทิ้งทูตพูดงึมงึม เงี่ยง่วง ทรวงเอย
จังหรีดกรีดกริ่งให้ ลเหี่ยเศร้าหาวนอน ฯ

๒๐๙

๏ ดึกดื่นฝืนเนตรหนั้ง ฟังเสียง
แม่ม่ายลองไนเรียง แหร่ร้อง
รฦกแต่แม่ม่ายเวียง สวาดิว่าง ค้างเอย
เปนม่ายร้ายนักน้อง จต้องลองไน ฯ

๒๑๐

๏ หนุ่มหลับคลับคล้ายเลื่อม แลเหน
เจ้าป่าหน้าปากเปน พยัฆร้าย
ขี่แรดแผดเสียงเยน ขยอกเยื่อ[๒๗๖] เนื้อเอย
ร้องว่าลาแล้วคล้าย เคลือบเข้าเงาหาย ฯ

๒๑๑

๏ ยามสามยามสงัดไม้ ไพรพนม
พร่ำพร่ำน้ำค้างพรม พร่างพร้อย
เยนเยียบเงียบสงัดลม แลตล่ง ดงเอย
ไม่นิ่งกิ่งก้านช้อย ชื่นฉุ้มพุ่มพกา ฯ

๒๑๒

๏ ค่อนรุ่งฝุงไก่แจ้ แจ้วเสียง
เอ๊กเอื่อยเฉื่อยสำเนียง เนื่องซ้อง
เรไรร่ายร้องเรียง รับแซ่ แม่เอย
เพียงรนาดพาดฆ้อง แข่งเจ้งเพลงจีน ฯ

๒๑๓

๏ เกือบรุ่งฟุ้งกลิ่นเกลี้ยง เพียงสุคน
หึ่งหึ่งพึ่งเวียรวล ว่อนเคล้า
มาลีคลี่กลีบบน บานกลิ่น รรินเอย
ยิ่งรุ่งฟุ้งหอมเร้า เร่งให้ใจเจริญ ฯ

๒๑๔

๏ รื่นรื่นชื่นเช่นน้ำ อบหอม
หวนจิตคิดเคยสนอม แนบน้อง
เจือจรรกลั่นกลิ่นรอม รวยรรื่น ชื่นเอย
เคยชื่นรื่นรศต้อง ตกไร้ไกลสมร ฯ

๒๑๕

๏ เรืองรุ่งฝูงนกร้อง ก้องดง
เรียกเร่งรถสูริยง เยี่ยมฟ้า
ล่าป่าท่าน้ำจง เจริญศุข รุกขเอย
จากฝั่งพรั่งพร้อมหน้า หนุ่มน้อยพลอยเพลิน ฯ

๒๑๖

๏ ล่วงทางบางขวากคุ้ง เขดไพร
เหนแต่แร่รก[๒๗๗]ไคล เคลือบคล้ำ
ซ้ายขวาป่าสูงไสว ว่างย่าน บ้านเอย
เด็กใคร่ไปปลายน้ำ สนุกแท้แควเหนือ ฯ

๒๑๗

๏ นึกนามสามชุกถ้า ป่าดง
เกรี่ยงไร่ได้ฟ่ายลง แลกล้ำ
เรือค้าท่านั้นคง คอยเกรี่ยง เรียงเอย
รายจอดทอดท่าน้ำ นับฝ้ายฃายฃอง ฯ

๒๑๘

๏ นางเกรี่ยงเสียงเพราะพร้อง กหนองกแหนง
สาวผูกลูกปัดแดง ประดับพร้อย
คิ้วตาน่านวลแตง ตล[๒๗๘]หม่อม จอมเอย
แค่ง[๒๗๙]ทู่หูยานย้อย อย่างลว้าพาคลาย ฯ

๒๑๙

๏ สามเพงเลงสะล่างไม้ ไพรสน[๒๘๐]
ป่าใหญ่ใช่เขดคน ฃาดบ้าน
ร่มรื่นชื่นชมชล ชุ่มแต่ แร่เอย
ปลาว่ายสายสินสอ้าน สอาดตื้นพื้นทราย ฯ

๒๒๐

๏ ปลาชนางคว้างแคว้งว่าย ลายแล
เลื่อมเลื่อมเล่ตุกแก กดิบกเดี้ย
ไข่ฉะนางอย่างฝักแค เฃียวฉอุ่ม ชุ่มเอย
สร้อยซ่ากากดเพลี้ย พล่านน้ำคล่ำทาง ฯ

๒๒๑

๏ ไอ้บ้าอ้าปากกว้าง หางแดง
ซิวสูบสีเสียดแซง แซกซ้อน
กรีมกรายว่ายเวียรรแวง รวังม่าย หมายเอย
ฝักดาบปลาบเปลือยหล้อน แฉลบหว้ายสายสินธุ์ ฯ

๒๒๒

๏ ปลาตเพียนเวียรว่ายเคล้า คลอเรือ
เกล็จเคลือบเหลือบเหลืองเหลือ เลื่อมพร้อย
ปลาเสือมุ่งเหมือนเสือ ส่ายโบก กโชกแฮ
หางไก่ใช่หางช้อย ชแล่มหว้ายร่ายเรียง ฯ

๒๒๓

๏ นานาปลาน้ำถิ่น หินทราย
ชมเล่นเหนปลาดหลาย เล็กน้อย
ทางเปลี่ยวเที่ยวถึงปลาย น้ำเล่า เจ้าเอย
บนบกนกกระเตนกระต้อย ต่างร้องซ้องเสียง ฯ

๒๒๔

๏ ถึงรวางว่างบ้านชื่อ ชัดหอม
หอนประดู่ปรูพยอม ยื่นย้อย
ดอกกระดึงพึ่งแตนตอม ต่อร่อน ว่อนแฮ
นกพริกจิกจับห้อย หกหิ้วพลิ้วแพลง ฯ

๒๒๕

๏ ถึงแก่งแห่งท้ายย่าน บ้านทึง
หินแร่แก่เก่าตรึง กรวดก้อน
ลงเข็นเล่นน้ำอึง อาบชุ่ม หนุ่มเอย
เยนสบายหายร้อน เรื่อยร้องลองลำ ฯ

๒๒๖

๏ เอนหลังฟังดอกสร้อย สักระวา
ร้องรับขับเสภา เพื่อนพร้อม
ลำนำคร่ำครวนหา หวนเอก วิเวกเอย
ผอยหลับรับเสียงซ้อม เสนาะน้ำคำครวน ฯ

๒๒๗

๏ อยุดเรือเหนือวัดเงื้อม เงาโพ
รื่นร่มรมยศุกโข[๒๘๑] ค่าง[๒๘๒]คุ้ง
วัดมีที่พระอุโบ สดที่ กดีแฮ
เหนพระศรทาหมุ้ง[๒๘๓] มั่นสร้างทางบุญ ฯ

๒๒๘

๏ จัดแจงแต่งตบะเหลื้อม ลายทอง
เทียรทูบ[๒๘๔]ท่วยแก้ว[๒๘๕]รอง ดอกไม้
ลูกพลับกับกระเทียมดอง ถวายคนะ พระเอย
ย่ามร่มสมภารได้ รับพร้อมน้อมถวาย ฯ

๒๒๙

๏ ตวันเยนเหนพระพร้อม ล้อมวง
ตีปะเตะตะกร้อตรง คู่โต้
สมภารท่านก็ลง เล่นสนุก ขลุกแฮ
เข่าค่างต่างอวดโอ้ อกให้ใจหาย ฯ

๒๓๐

๏ อยุดกระกร้อฬ่อไก่ตั้ง ตีอัน
ผ้าพาดบาตเหล็กพนัน เหน็บรั้ง
ไก่แพ้แร่ขบฟัน ฟัดอุบ ทุบเอย
เจ้าวัดตัดเรือตั้ง แต่งเหล้นเยนใจ ฯ

๒๓๑

๏ เสียเทียรเสียทูบซ้ำ เสียสัทา[๒๘๖]
เสียที่มีกระมลมา โนศน้อม
เสียดายฝ่ายศาศนา สัมนะ[๒๘๗] พระเอย
เสียน่าตาหูพร้อม เพราะรู้ดูเหน ฯ

๒๓๒

๏ จวนค่ำจำค้างย่าน บ้านทึง
ถอยหนีที่วัดอึง แอบคุ้ง
ตรวดน้ำร่ำรำพึง แผ่ทั่ว ตัวเอย
ให้เหล่าเจ้าป่าถุ้ง เทพสริ้นดินสวรร ฯ

๒๓๓

๏ เหมือนรู้ผู่เถ้า[๒๘๘]ท่าน ทังสอง
เมียนากนามผัวทอง ผ่องแผ้ว
มาหาพ่าฃาวฃอง คำนับ รับเอย
ท่านช่วยอวยภรแล้ว เล่ารู้บูราณ ฯ

๒๓๔

๏ ฝ่ายตาอายุร้อย ญี่สิบแถม
ยายสิบแปดปีแกม กับร้อย
ตามองช่องเขมแหลม ตลอดแน่ แม่เอย[๒๘๙]
ฟันปากหมากเฆี้ยว[๒๙๐]จ้อย แจ่มอ้วนนวลฃาว ฯ

๒๓๕

๏ ผู้เถ้าเล่าเรื่องอย้าน[๒๙๑] บ้านทึง
ท้าวอู่ทองมาถึง ถิ่นถุ้ง[๒๙๒]
แวะฃอเชือกหนังขึง เขาไม่ ให้แฮ
สาปย่านบ้านเขดคุ้ง คี่ทึ้งทึงแปลง ฯ

๒๓๖

๏ วัดทร่างข้างคุ้งย่าน บ้านทึง
ชื่อชัดวัดคี่ทึ้ง ถูกต้อง
ผู่เถ้าเล่าเรื่องจึง จะแจ้ง แสดงเอย
ท่านนั่งสั่งสอนพร้อง พร่ำไว้ไม้ตรี[๒๙๓]

๒๓๗

๏ ได้ครูผู่เท่าทั้ง ยายตา
สมมุติดุจะเทวดา บอกเหล้า[๒๙๔]
ทายทักลักขณะรา ศรีทั่ว ตัวเอย
จอดน่าท่าผู่เถ้า ท่วน[๒๙๕]ห้าราตรี ฯ

๒๓๘

๏ ตวันเที่ยงเสียงวิ่งแหร้ แซ่สนอง
เสือตบขบภิขุ[๒๙๖]สอง รูปม้วย
ต่อไก่ไล่นกคนอง นามเทศ เกด[๒๙๗]แฮ
เสือฟัดกัดกินด้วย บาปซ้ำกรรมหนา ฯ

๒๓๙

๏ ต่อนกยกพเนียดตั้ง บังกาย
เสือฉีกซีกโครงทลาย ทลักท้อง
กินตับกับตโพกหาย เหนน่า ขาเอย
ภิขุทุศีลต้อง โทษนั้นทันตา ฯ

๒๔๐

๏ ต่อไก่ไม่สู้ฟาด ฃาดใจ
ที่อยู่ปู่เจ้าไป หลับเหล้า[๒๙๘]
เสือกินซิ่น[๒๙๙]ตับไต ตีนน่อง ท้องแฮ
สังเวทเหตุผู่เถ้า ทักแท้แน่จริง ฯ

๒๔๑

๏ สำเรจรู้ผู่เถ้าช่วย อวยภร
สิบประการประกอบกลอน กล่าวไว้
ขอสวัดสัฐาวอร[๓๐๐] ไว้ว่า ลาเอย
สองเท่าเฝ้าร้องไห้ ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงา ฯ

๒๔๒

[๓๐๑]๏ สงสารท่านสอื้นโอ้ โศกา
พลั่งพลั่ง[๓๐๒]หลั่งน้ำตา ตกด้วย
หนูหนุ่มชุ่มชลนา นั่งเจ่า เหงาเอย
ร่ำว่าท่าไม่ม้วย ไม่สริ้นถวินหวัง ฯ

๒๔๓

๏เรือออกนอกท่าบ้าน ท่านยาย
ย่อไว่[๓๐๓]ไห้สอื้นฟาย มูกย้อย
เชาบ้าน[๓๐๔]ท่านทังหลาย แลสลด หมดเอย
ไห้มั่งทังใหญ่น้อย นั่งผร้ำ[๓๐๕]น้ำตา ฯ

๒๔๔

๏ แลลับกลับกลั้นโศก สงสาร
หนุ่มน่อยพลอยรำคาร คิดเศร้า
ทังหลายฝ่ายบูราณ รักขู่[๓๐๖] ชู้เอย
เราพรากจากผู่เถ้า ทุก[๓๐๗]ร้อนห่อนเสบย ฯ

๒๔๕

๏ ถึงย่านบ้านกระตั้วเหล่า เชาดง[๓๐๘]
โกนจุกลูกสาวทรง สอาดสอ้าน
เชิญด้วยช่วยแต่งมง คนเกริก ฤกษเอย
โกนจุกลูกเชาบ้าน อยู่ค้างกลางคืน ฯ

๒๔๖

๏ ฟังตีปี่พาดฆ้อง กลองตโภน[๓๐๙]
เพลงไทยใส่กลองโยน ยุ่งแท้
เด็กโดดโลดเล่นโขน แขนคอก ออกเอย
ร้องขับรับอ้อแอ้ อุบเหล้าเมามาย ฯ

๒๔๗

๏ เสียงซออ๋ออ่ออ้อ เอื่อยเพลง
จับปี่เตร๋งเต้งเต๋ง เต่งต้อง
คลุย[๓๑๐]ตรุ๋ยตรุ่ยตรุ้ยเหนง เหน่งเน่ง รนาดแฮ
ฆ้องหน่องหนองน่องหน้อง ผรึ่งพรึ้งพรึ่งตโภน ฯ

๒๔๘

๏ สาวสาวเหล่าเลี้ยงเล่น เต้นรำ
ซองหมากฝากหนุ่มนำ เนตรชม้อย
โกนจุกลูกเล็กทำ ขวันเล่า เจ้าเอย
เนตรซู่หนูหนุ่มน้อย นั่งปลื้มลืมนอน ฯ

๒๔๙

๏ บ่วงรักดักเด็กต้อง สองตา
เปิดปากฝากคำลา เหล่าน้อง
ลงเรือเมื่อจะคลา คลอเนตร ทเวทเอย
แก่เท่าสาวส่งซ้อง แซ่หน้าอาไลย ฯ

๒๕๐

๏ บ่วงผูกลูกรักแล้ว แร้วราย
ดักพ่อท้อที่กาย แก่แล้ว
ห่อนอยู่ซู่สมรหมาย มัติโมฆ โอขเอย[๓๑๑]
แต่เหล่าเจ้าลูกแก้ว ก่อร้อนสอนแสลง ฯ

๒๕๑

๏ หมากพลูบู้หรี่ส้ม ขนมขนุน
สาวหนุ่มรุมการุญ รักให้
ผูกมิศ[๓๑๒]คิดขอบคุณ คนเท่า[๓๑๓] สาวเอย
ทุกโศกโรคอย่าได้ เดือดร้อนนอนสบาย ฯ

๒๕๒

๏ จากย่านบ้านกระตั้วแต่ แลดู
ศรรักปักทรวงหนู เหน็บช้ำ
รักป่าน่าชื่นชู ชมเล่า เจ้าเอย
ดูถูกลูกปลายน้ำ หนุ่มต้องหมองหมาง ฯ

๒๕๓

๏ น้อยน้อยพลอยว่าน้ำ ลำสุพรรณ
สาวแก่แลคมสัน สะคร้าน
ดูมากว่าสิบวัน ตลอดแว่น แคว้นเอย
ไรจุกทุกทุกบ้าน บ่อเว้นเหนสาว ฯ

๒๕๔

๏ บูราณท่านว่าน้ำ สำคัน
ป่าต้นคนสุพรรณ[๓๑๔] ผ่องแผ้ว
แดนดินถิ่นที่สูวรรณ ธรรมชาด มาศเอย
ผิวจึ่งเกลี้ยงเสียงแจ้ว แจ่มน้ำคำสนอง ฯ

๒๕๕

๏ ถึงถิ่นสริ้นบ้านป่า โป่งแดง
เรือติดคิดขยาดแสยง พยัฆร้าย
สวบสวบยวบไม้แฝง ฟุ้งสาบ วาบแฮ
สองฝั่งทั้งขวาซ้าย สัต[๓๑๕]ร้องซ้องเสียง ฯ

๒๕๖

๏ คลองกระเสียวเปลี่ยวป่ากว้าง ทางโขลง
เคยถิ่นกินโป่งโทง เที่ยวเร้น
ฃามช้างต่างจัดโจง กระเบนกระบิด ตี้ดแฮ
เก็บกรวดอวดกันเหล้น ตลอดน้ำลำทาง ฯ

๒๕๗

๏ คุ้งขวางบางแวกตื้น พื้นทราย
กรวดกระจ่างพร่างพรายลาย เลื่อมพร้อย
เหมือนเม็จ[๓๑๖]เพชรัตราย แอร่มอร่าม งามเอย
ฉุนว่าแววแก้วก้อย นพเก้าวาวแหวน ฯ

๒๕๘

๏ กระเบาออกดอกรยับย้อย ห้อยหอม
พึ่ง[๓๑๗]หมู่แมงภู่ตอม ไต่เคล้า
ว่าสุกลูกงามงอน เงาะป่า พวาเอย
กระทุ่มกระถินกลิ่นเร้า รื่นข้างทางจร ฯ

๒๕๙

๏ รินรินกลิ่นเฟื่องฟุ้ง คลุ้งโขลง
ป่านอกดอกสำโรง ร่วงค้าง
เหล่าลูกผูกเรือฉโลง ลากวิ่ง จริงแฮ
เหมนเช่นเหมนชื่ออ้าง อีกล้ำสำโรง ฯ

๒๖๐

๏ ถึงหว่างยางพี่น้อง สองยาง
เก่าแก่แต่ก่อนปาง ป่าต้น
เกิดแร่แง่งอกขวาง ขวากระ รกะแฮ
ถูกปวดรวดเร้าล้น สะล่างแหร้[๓๑๘]แง่สลอน ฯ

๒๖๑

๏ ปลายน้ำลำคุ้งแขบ[๓๑๙] โขดเขิน
ขัดค่องต้องติดพเอิญ แอ่งตื้น
จอดสองพี่น้องเพลิน พลองสะล่าง ยางเอย
ชื่นชุ่มพุ่มพฤกษครื้น คร่อมน้ำลำลหาล[๓๒๐]

๒๖๒

๏ ปลาด[๓๒๑]เหลือเรือหนุ่มน้อย ลอยพาย
ถึงหว่างต้นยางตาย ตกน้ำ
ช่วยฉุดสุดชีพทลาย ทลักเลือด เฝือดแฮ
เมียแม่แซ่มาปล้ำ ปลุกร้องซ้องเสียง ฯ

๒๖๓

๏ ถามเฃาเล่าว่าอ้าย ฟักเฟือน
ตีแม่แร่ลงเรือน ร่านร้าย
เจ้าสองพี่น้องเหมือน มุ่งปราบ บาปแฮ
โพล่งผลักหักคออ้าย ฝัก[๓๒๒]ม้วยด้วยกรรม ฯ

๒๖๔

๏ ชาวป่าภาศภ[๓๒๓]เศร้า สู่สถาน
เราเปลี่ยวเหลียวเหนศาล สองพี่น้อง
อารักศักสิทชาน[๓๒๔] เชี่ยวช่วย ด้วยเอย
โป่งป่าอย่าแผ้วพ้อง พวกฃ้าอาไศรย ฯ

๒๖๕

๏ สรวง[๓๒๕]จ้าวพร้าว[๓๒๖]อ่อนกล้วย ด้วยเอย
เชิญพี่น้องสองเสวย สว่างร้อน
แรกมาอย่าถือเลย ลุกระโทษ โปรดพ่อ
ขอแร่แม่เก็จก้อน กับเต้าเจ้ายาง ฯ

๒๖๖

๏ หนูน้อยพลอยร้องบ่วง สรวงศาร[๓๒๗]
เสียงฉ่ำน้ำนมหวาน แว่วก้อง
เบิกป่าท่าเทวถาน[๓๒๘] ถูกท่วน ขบวนเอย
หนุ่มรับสรัพ[๓๒๙]เสียงซ้อง เสนาะซ้อนกลอนใน ฯ

๒๖๗

๏ เทียรจุดขุดแร่หลั้น[๓๓๐] ควันเฃียว
พลุ่งพลุ่งมุ่งดูประเดียว ดุ่มคล้าย
หนุ่มเหนเช่นลิงเหลียว เลื่อนกลับ ลับแฮ
ฟุ้งพิศฤทธแร่ร้าย รู้เถ้า[๓๓๑]เจ้าหวง ฯ

๒๖๘

๏ เหมือนครูผู่เท่า[๓๓๒]แจ้ง แหนงใจ
รอขุดจุดเทียรใชย เช่นรู้
ดับพิศฤทธิพระไพร พรมสมุท[๓๓๓] อยุดแฮ
เดี๋ยวหนึ่งอึ่งอู้อู้ อ่อนไม้ใหญ่รเนน ฯ

๒๖๙

๏ ลมลั่นครั่นครึกฟ้า หนาฝน
ซู่ซู่หนูวิ่งวน ว่าช้าง
เทียรดับกลับมืดมน เหมนเบื่อ เสือเอย
จวนค่ำจำอยุดค้าง คิดแก้แร่โพรง ฯ

๒๗๐

๏ ฃอน[๓๓๔]เรือเหนือน้ำนึก น้อยใจ
คราวเคราะ[๓๓๕]เพราะพระไพร พี่น้อง
ขัดพระจเชิญไฟ ฟอนซู่[๓๓๖] รู้ฤๅ
ทุ่งท่าป่าจะต้อง โตล่งสริ้นถิ่นสถาน ฯ

๒๗๑

๏ เราถือซื่อสัจสร้าง ศีลทาน
แล่งล่า[๓๓๗]ฟ้าดินพญาน ย่อมรู้
หวังแร่แต่บูราณ ระงับโศก โลกเอย
จ้าวคิดปิดของขู้[๓๓๘] มนุษนั้นฉันใด ฯ

๒๗๒

๏ ดึกสงัดสัตสงบคลุ้ม พุ่มพง
เยนรย่อบริเวนวง หว่างไว้
เคลิ้มหลับคลับคล้ายองค์ อารัก ทักแฮ
เหนสพรั่งนั่งไหว้ ว่าฬ้อฃอสะมา ฯ

๒๗๓

๏ รูปจ้าวสาวหนุ่มล้วน นวลงาม
สองพี่มีเป็นสาม ทั่งน้อง
เรียกสองพี่น้องนาม น้องพี่ มีเอย
สามแน่แต่คำพร้อง พี่น้องสองชาย ฯ

๒๗๔

๏ เล่าความตามเรื่องแหร้[๓๓๙] แต่หลัง
ใช่คิดบิดเบือนบัง บอกแจ้ง
ขัดเคราะเพราะยุก[๓๔๐]ยัง อยู่อย่า มาเลย
กายสิทพิศ[๓๔๑]กล้าแกล้ง กลบกลุ้มคลุ้มควัน ฯ

๒๗๕

๏ รู้ศึก[๓๔๒]นึกเรื่องเจ้า เล่าความ
ทราบหมดจดหมายตาม แต่งไว้
โออกตกอับยาม ยุกยาก มากเอย
บุญบวดกรวดกระสินให้ แห่งเจ้าเล่าความ ฯ

๒๗๖

๏ เหมือนรู้ผู่เถ้าเล่า จ้าวแถลง
สามอย่างต่างลายแทง ถูกต้อง
ใคร่เหนเช่นชี้แจง เจ้าบอก ดอกแฮ
ค้างย่านศารพี่น้อง พนัศร้ายหายสูร ฯ

๒๗๗

๏ รุ่งเช้าเข้าป่ากว้าง ทางโขลง
คลองเก่าเท่าลำกระโดง โป่งช้าง
ซ้ายฃวาป่าสมอโมง ไม้อุโลก โมกเอย
กระแบกกระเบาเสลาสล้าง สลับต้นคนทา ฯ

๒๗๘

๏ ตามร่องคลองที่เจ้า เล่าความ
เด็ดดอดลอดลัดตาม ติดท้าย
เลี้ยวลดปลดปลิดหนาม หน่อคลอก ยอกแฮ
เสียงแต่เนื้อเสือร้าย ร่านร้องก้องกระหึม ฯ

๒๗๙

๏ สุดคลองหนองหนึ่งกว้าง อย่างแถลง
ที่ถิ่นดินดาดแดง ดุจพร้อง
สังเกตเขดขอบแขวง ความที่ ชี้เอย
ขึ้นค่าง[๓๔๓]ทางขวาท้อง ทุ่งช้างวางเวง ฯ

๒๘๐

๏ ภบถ่อบ่อแร่น้ำ ดำนิล
เหมือนหมึกปึกปะดิน เดกคุ้ย
ปะแต่แร่ปรอดกิน แก่นเท่า เจ้าเอย
เนื้อมั่งยังขยี้หยุ้ย[๓๔๔] ยกไว้ไปแสวง ฯ

๒๘๑

๏ ตัดทางหว่างต้นโตนด โขดสูง
เนื้อแยกแตกตื่นฝูง ฝุ่นฟุ้ง
แฝงดูหมู่นกยูง ยอบย่อง มองเอย
พรายพร่างอย่างศรีรุ้ง อร่ามเพี้ยนเขียนฃน ฯ

๒๘๒

๏ รำแพนแอ่นอกฉะแง้ แผ่หาง
หันร่ายฝ่ายฝูงนาง นกเคล้า
ตัวผู่[๓๔๕]อยู่กลางกาง กลมปีก หลีกเอย
ก้อกรีดขีดเขี่ยเท้า ท่าฟ้อนอ่อนเอียง ฯ

๒๘๓

๏ ด้อมดูหมู่มยุรย้าย ร่ายรำ
เยี่ยงย่างนางรบำทำ ท่าฉะม้าย
เคยดูคู่เคียงรบำ รเบงกลับ ลับเอย
เหนแต่ฝูงยูงคล้าย นุชฟ้อนงอนงาม ฯ

๒๘๔

๏ ฝ่ายฝูงยูงบ่อรู้ สู่สม
สังวาดชาติเช่นพรม พระพร้อง
ตัวภู่ฟู่ฟองกลม เมียชื่น กลืนแฮ
เกิดไข่ได้พวกพ้อง เพื่อส้องฟองกสิน ฯ

๒๘๕

๏ หนุ่มหนูพรูไล่พร้อม ล้อมยูง
ปีกกระพือฮือฝูง ฟ่องฟ้า
ตานโดดโขดทรายสูง สมเล่า เจ้าเอย
เหนรอบขอบเขดหน้า สนุกแท้แลเพลิน ฯ

สรล้วน

๒๘๖

๏ เฃาเฃียวโขดคุ่มขึ้น เคียงเคียง
ร่มรื่นรุกขรังเรียง เรียบร้อย
โหมหัดหิ่งหายเหียง หัดหาด แฮ่ว[๓๔๖]แฮ
ย่างใหญ่[๓๔๗]ยอดยื่นย้อย โยกโย้โยนเยน ฯ

๒๘๗

๏ เลี้ยวทางหว่างช่องไม้ ไผ่เหลือง
ปะแต่แร่กรัด[๓๔๘]เรือง ร่วงรุ้ง
ย่องเหยียบเลียบลำเหมือง ไม้ชื่น รรื่นเอย
หอมกระถินกลิ่นฟุ้ง เฟื่องฟื้นชื่นใจ ฯ

๒๘๘

๏ สุดเหมืองเยืองขึ้นค่าง หว่างเนิน
ล้วนแร่แก่เก่าเกิน เก็บทิ้ง
พลวงเหล็กเด็กสดุดเดิน กระโดดค่าม ตามแฮ
ชมเล่นเหนเกลื่อนกลิ้ง กลาดสล้างอย่างฝัน ฯ

๒๘๙

๏ ลงเนินเดินป่ากว้าง วางเวง
ลมลั่นครั่นครืนเครง ครึกครื้น
ควายเถื่อนเกลื่อนกลุ้มเกรง เกรียวโห่ โร่แฮ
ป่าใหญ่ไม้ร่มชื้น ช่อช้อยย้อยไสว ฯ

๒๙๐

๏ พิศพวงดวงดอกไม้ ไพรพนม
รยับรย้าน่าชม แช่มช้อย
ม่วงโมกโศกสุกกรม กรวยกร่าง สล้างเอย
ดอกดกนกน้อยน้อย เหนี่ยวไซ้ไส้เพกา ฯ

๒๙๑

๏ ดูเดียวเปลี่ยวอกอ้าง ว้างเอย
คิดใคร่ได้คนเคย คู่ชี้
คลอเคล้าเฟ่า[๓๔๙]ชื่นเชย ชมนก หกแฮ
ถามไถ่ได้กระจู้กระจี้ กระแจะแต้มแก้มหอม ฯ

ราชสีห์เทียมรถ

๒๙๒

๏ ยน[๓๕๐]โศกยามเศร้ายิ่ง ทรวงเยน
คิดสุดขัดแสนเขน[๓๕๑] โศกไข้
หวนหนาวหากนึกเหน หน้าแห่ง น้องแฮ
ดวงจิตเด็จจากได้ จึ่งดิ้นจำโดย ฯ

๒๙๓

๏ เสลาสลอดสลับสล้าง สลัดได
สอึกสอะสอมสไอ สอาดสอ้าน
มแฝ่มฟาบมเฟืองมไฟ มแฟบมฝ่อ พ่อเอย
ตขบตขาบตเคียนตคร้าน ตคร้อตไคร้ตเคราตครอง ฯ

๒๙๔

๏ ถึงธารบ้านเกรี่ยงร้าง กลางดง
ไร่ฟ่าย[๓๕๒]หมายมั่นคง คิดค้าง
รอนรอนอ่อนอัศดง แดดพยับ ลับเอย
ภักผ่อนนอนเรือนห้าง ก่อให้ไฟโพลง ฯ

๒๙๕

๏ เหล่าลูกถูกส้มทับ พลับจีน
หักฮ่าง[๓๕๓]ต่างหัดปีน คล่องแขล้ว[๓๕๔]
เหนื่อยนอนอ่อนมือตีน ต่างรงับ หลับเอย
ดึกดื่นฟื้นฟังแหว้ว วิเวกวิ้วหวีวโหวย ฯ

สกัดแคร่

๒๙๖

๏ หนาวลมห่มผ้าห่อน หายหนาว
ฟ้าพร่ำน้ำค้างพราว พร่างฟ้า
เด่นเดือนเกลื่อนกลาศดาว ดวงเด่น
ใจเปล่าเศร้าซบหน้า นึกน้องหมองใจ ฯ

๒๙๗

๏ ไร่เกรี่ยงเสียงหลอดโหร้ โหร่เสียง
โหว่งโหว่งโรงรายเรียง รับพร้อง
หว่างไม้ไก่ขันเคียง เสียงเอ่ก อี๋เอ้กเอย
ยามดึกนึกนุชน้อง นิ่งเศร้าเปล่าทรวง ฯ

๒๙๘

๏ จังหรีดกรีดกริ่งร้อง ซ้องเสียง
แหร่แหร่แม่ม่ายเรียง รับซ้อง
จักกจั่นสนั่นสำเนียง เสนาะเรื่อย เฉื่อยเอย
ผี่ผี่วหวิวโหวกร้อง รอบฃ้างวางเวง ฯ

๒๙๙

๏ ค่อนคืนดื่นดึกแท้ แม่เอย
เกรี่ยงไร่กระไรเลย ล่าเนื้อ
ด่องด่องย่องเหยาะเงย ฉโงกฉะงัก ทักแฮ
ปลุกหนุ่มกุมฃวานเงื้อ ผงะร้องซ้องเสียง ฯ

๓๐๐

๏ ถามไถ่ใช่เหล่าร้าย กรายมา
พูดเล่นเป็นคนชรา รักใขร้[๓๕๕]
ถามชี้ที่ว่านยา รยะย่าน บ้านเอย
ชื่อกวั่ง[๓๕๖]สั่งซ้ำให้ แวะเข้าเย่าเรือน ฯ

๓๐๑

๏ ลูกปัตตัดให้สี่ สิบใบ
เกรี่ยงชอบยอบยิ้มลไม ใส่ข้อ
หมากพลูสู่สมใจ จันอับ พลับเอย
ถามกวั่งนั่งพูดจ้อ จวบแจ้งแสงสูร ฯ

๓๐๒

๏ รุ่งเช้าเข้าบ้านเกรี่ยง เลี้ยงเหลือ
แกงฟักผักพรีกมเฃือ ค่างปิ้ง
อึ่งแย้แช่เขม[๓๕๗]เกลือ เกลียดขะยั่น กลั้นแฮ
เด็กบ่อชอบลอบทิ้ง ท่วยขว้ำ[๓๕๘]ซ้ำแสยง ฯ

๓๐๓

๏ หญิงชายฝ่ายเกรี่ยงล้อม พร้อมเพรียง
รักหนุ่มอุ้มแอบเคียง ใคร่พร้อง
สาวแก่แม่ม่ายเมียง มุ่งขยิ่ม ยิ้มแฮ
ทักเพรียกเรียกพี่น้อง นั่งเฝ้าเคล้าเคลีย ฯ

๓๐๔

๏ น้อยน้อยคอยหลีกเหลี้ยง เมียงเมิน
หญิงฉุดยุดหยอกเอิญ แอบฃ้าง
ผลักไสไล่เล่นเพลิน พลอยรรื่น ชื่นเอย
รุมรักชักชวนค้าง คิดหน้าอาไลย ฯ

๓๐๕

๏ ลูกปัดตัดแจกถั้ว[๓๕๙] ตัวคน
หมดย่ามตามยากจน จัดให้
ลาจากหยากตรมปรน นิบัดหนุ่ม อุ้มเอย
ตากวั่งซั่งบูเรได้ เพื่อนด้วยช่วยนำ ฯ

๓๐๖

๏ ตามเกรี่ยงเลี่ยงเลี้ยวลัด ตัดทาง
หนามไหน่ไม่มีรคาง ค่าง[๓๖๐]เท้า
ดงยาป่าฝิ่นฝาง ฟุ้งรศ โอสถเอย
ต่างต่างย่างทรายเปล้า โปล่งฟ้าชาเกลือ ฯ

๓๐๗

๏ ปรายปรูปู่เจ้าเจด ตพังคี
ลักกระจั่น[๓๖๑]ขันใชศรี[๓๖๒] แซ่ม้า
ใครเครือเดื่อดีหมี มื้อเหลก[๓๖๓] เดกเอย
เฃามวกรวกรกฟ้า ฝิ่นต้นคนจาม ฯ

๓๐๘

๏ กทกรกกกกนาก[๓๖๔]น้ำ ใจใคร
ราชดัตสลัดได ไข่เหน้า
พิษนาดพาดไฉน นากกภด กรดเอย
สอึกสอมซมเช้า[๓๖๕] ชิ่งช้าชาลี ฯ

๓๐๙

๏ มหาสดำคำไก่ต้น ทนดี
หางตเค่เนระภูศรี ซ่มกุ้ง
ชาเลือด[๓๖๖]เหมือดคนมี สมอภิเภก เอกเอย
ลมป่วนหวนหอมฟุ้ง เปลือกไม้ใบยา ฯ

๓๑๐

๏ กำยานก้านกิ่งช้อย ย้อยยาง
คิดใคร่ได้สำอาง อบน้ำ
ยามไร้ไม่มีนาง เสน่หพี่ นี้เอย
สรี้นกลิ่นสรี้นศุขซ้ำ โศกเศร้าเช้าเยน ฯ

๓๑๑

๏ ฉลูดโลดโกฎเก้าค่า ตาเสือ
มเดื่อดินขมิ้นเครือ ครอบฟ้า
กรันเกราเค่าเยนเหนือ หนอนตยาก[๓๖๗] ซากเอย
หวายตมอยข่อยคล้า ขลู่ขล้อสมอไทย ฯ

๓๑๒

๏ หนามหันสันพร้าพัก[๓๖๘] แพวแดง
สหัศคุนสมุลแวง สวาดเอื้อง
สลอดเสลาเหล่ากระเจี้ยงแจง กำจัด อัดเอย
หนุ่มอยุดขุดครบเขรื้อง ห่อผ้าลว้าศพาย ฯ

๓๑๓

๏ เกรี่ยงนำตำแหน่งแหร้ แลหลาย
ทุบแหลกแตกเนื้อพราย พร่างพร้อย
เหมือนรู้ผู่เท่าทาย ถิ่นแร่ แม่เอย
ชมเล่นเยนบ่ายคล้อย คล่ำเนื้อเสือขะนอง[๓๖๙]

๓๑๔

๏ หวังปะพระปรอดรื้อ ดื้อเดิน
พลอยกวั่งสังบูเรเพลิน พลอดพร้อง
หลีกหนามค่ามโขดเขิน พนัศรื่น ครื้นเอย
ลำฦกนึกขนิด[๓๗๐]น้อง เสน่หเต้าเคล้าคลอ ฯ

๓๑๕

๏ ดงมเกลือเหลือดกล้ำ ดำเหลือ
เล่หม่อมย้อมมเกลือ กแจะให้
ใจหม่อมย่อมเหมือนเกลือ กลิ่นร่ำ ดำเอย
ดำเทือกเปลือกแก่นไสร้ ซี่นต้นผลดำ ฯ

๓๑๖

๏ เดินดงวงหว่างเวิ้ง เซิงสูง
รื่นร่มชมฉมันฝูง ฝ่าน[๓๗๑]เนื้อ
เนินไม้ใหญ่ยางยูง พยอมย่อม หอมเอย
ชุ่มชื่นกลืนกล้ำเกลื้อ กลิ่นเกลี้ยงเพียงสุคน[๓๗๒]

๓๑๗

๏ ค่ามป่งลงฮ่วงน้ำ ค่ำเยน
ปะแต่หมอต่อกเตน ตกกลิ้ง
หมอตายฝ่ายนกเปน ปล่อยโปรด โทษเอย
ย่ามพ่า[๓๗๓]พร้ากะทอทิ้ง ไท่[๓๗๔]เฃ้ายาวยาน ฯ

๓๑๘

๏ สิ่งของต้องแต่งตั้ง บังสกุน
ปลงพระอศุภบุญ แบ่งให้
กรวดน้ำร่ำการุญ เกรี่ยงกราบ ราบเอย
เถ้ากวั่งสังบุเรได้ ดาบหญ้าม[๓๗๕]ตามประสง ฯ

๓๑๙

๏ จากศภพลบค่ำคลุ้ม พุ่มพง
ป่าว่านย่านหย่อมดง แด่นลว้า[๓๗๖]
ตามเกรี่ยงเลี่ยงลัดลง แหล่งฮ่วย[๓๗๗] กวยแฮ
หักฮ่าง[๓๗๘]ค้างที่ถ้า ถิ่นน้ำลำธาร ฯ

๓๒๐

๏ เกรี่ยงสองกองกิ่งไม้ ใส่เพลิง
โพลงพลุ่งฟุ้งฟอนเซิง สว่างฟ้า
กวางปีบถีบป่ากเจิง กจัดถิ่น สิ้นแฮ
ดงว่านกำยานรย้า รเยือกข้างหว่างเฃา ฯ

๓๒๑

๏ เหล่าเกรี่ยงเลี้ยงหนุ่มน้อย อ้อยแตง
มันเผือกเลือกจัดแจง จุดไต้
เดือนหนึ่งพึ่งรวงแสวง หวานฉ่ำ ล้ำเอย
เอมอิ่มยิ้มแย้มได้ เกรี่ยงด้วยช่วยรวัง ฯ

๓๒๒

๏ เหล่าลูกผูกฮ่างห้อย ย้อยโยน
ไกวเล่นเจรจาโขน ขับร้อง
ชักเชือกเยือกยวบโอน อ่อนสบัด กวัดเอย
กล่อมเห่เรไรซ้อง แซ่เหรื้อยเฉื่อยเสียง ฯ

๓๒๓

๏ เกรี่ยงว่าป่าว่านร้าย ควายงัว
เสือบ่อกล้ามากลัว กลิ่นหว้าน
เข้าชิดพิศมืดมัว เมาซบ สลบแฮ
ต้องย่างค้างไฟร้าน รอดได้ไม่ตาย ฯ

๓๒๔

๏ เหมือนรู้ดูหว้านสว่าง กลางดง
เลื่อมลุกทุกที่ตรง เกิดต้น
มืดมืดยืดสว่างวง ว่านชื่อ กระสือแฮ
คิดใคร่ไปเที่ยวค้น ขุดบ้างกลางคืน ฯ

๓๒๕

๏ เกรี่ยงห้ามยามหว้านลุก ถูกตาย
แก่[๓๗๙]อย่างไรไม่คลาย คลั่งคลุ้ม
จำอยุดสุดเสียดาย ดูอร่าม วามเอย
ริ่มห่าง[๓๘๐]ว่างซอกซุ้ม สว่างหว้านด่านดง ฯ

๓๒๖

๏ ดึกดื่นชื่นชุ่มไม้ ไพรพนม
พร่ำพร่ำน้ำค้างพรม พร่างฟ้า
กลิ่นว่านซ่านส่งลม กระหลบกรุ่น อุ่นเอย
ยิ่งมืดครืดสว่างกล้า กลิ่นกลุ้มคลุ้มเมา ฯ

๓๒๗

๏ หากครูรู้แก้ว่าน ท่านสอน
เศกขะมิ่น[๓๘๑]กินจึ่งนอน นั่นได้
เกรี่ยงเมาเหล่าลูกถอน ให้ขะมิ่น กินแฮ
เมาส่างต่างกราบไหว้ ว่าขมี้นกินหาย ฯ

๓๒๘

๏ ยามสามยามพิศหว้าน ซานซึม
เพลิงดับกรับเสียงกระหึม เห่าหื้อ
ว่านคนบ่นพึมพึม พูดค่าง[๓๘๒] ห้างแฮ
กบเขียดเอียดอึงอื้อ อึ่งร้องซ้องเสียง ฯ

๓๒๙

๏ กาแกแต่แว่วแหว้ว แจ้วเสียง
ไก่กุกลูกเจี๊ยบเรียง รอบห้าง
หนุ่มฟังนั่งมองเมียง หมายไก่ ใกล้แฮ
เกรี่ยงใส่ไฟค่างหล้าง[๓๘๓] ดับสิ้นกลิ่นยา ฯ

๓๓๐

๏ เกรี่ยงชวนจวนสว่างหว้าน ซ่านแสลง
ต่อแดดแผดแสงแขง ค่อยเศร้า
อยู่ชิดพิศร้ายแรง ร้อนทั่ว ตัวเอย
หนีออกนอกดงเข้า เขดลว้าพาเดิน ฯ

๓๓๑

๏ สามยามตามเกรี่ยงอย้อง[๓๘๔] มองทาง
เดือนแหว่งแสงรางราง เรี่ยไม้
เกรี่ยงเราเป่าหลอดพลาง เพลิงชุด จุดแฮ
ออกจากปากดงได้ แด่นลว้า[๓๘๕]ป่าสูง ฯ

๓๓๒

๏ หึ่งหึ่งพึ่ง[๓๘๖]เรียกร้อง ก้องกหึม
หมีบ่นด้นดุ่มพึม พุ่มไม้
เยนเยียบเงียบเงางึม สงบสงัด สัด[๓๘๗]เอย
ฟ้าพร่ำน้ำค้างไห้ รเยือกเนื้อเหลือหนาว ฯ

๓๓๓

๏ จวนรุ่งฟุ้งดอกไม้ ไพรพนม
รื่นรื่นชื่นอารม เรื่อยริ้ว
ร่วงหล่นบนเผ้าผม ผอยถูก ตมูกเอย
ลมผ่าวหนาวดอกงิ้ว ง่วงเศร้าเหงาหงิม ฯ

๓๓๔

๏ หนาวลมห่มพ่าแก้ แม่เอย
หนาวที่ใจใครเลย จแก้
ยามรุ่นอุ่นอกเคย เคียงคู่ อยู่แฮ
ยามเท่า[๓๘๘]เปล่าทรวงแท้ เที่ยวค้างกลางดง ฯ

๓๓๕

๏ เกรี่ยงเราเป่าหลอดโหล้ง โหว่งดัง
สำเหนียกเรียกรว้า[๓๘๙]ฟัง ฝ่ายบ้าน
ข้างเฃาเป่ารับระวัง วิเวกโร่ โหร่แฮ
รู้ชัดลัดเข้าหญ้าน หย่อมลว้ามาคอย ฯ

๓๓๖

๏ เกรี่ยงปะละว้ารับ นับถือ
พาเค่าเย่าเรือนครื[๓๙๐] พี่น้อง
โหมไฟใส่ฟืนฮือ ให้นั่ง อังเอย
เช้าเพื่อนเกลื่อนมาพร้อง พรกพร้อมล้อมสลอน ฯ

๓๓๗

๏ ลว้าเถือเนื้อสดให้ ไส่กระบุง
หนุ่มแต่งแกงเผ็ดปรุง เปราะพร้อม
กินเค่า[๓๙๑]เหล่าเกรี่ยงมุง มองปาก อยากแฮ
เสจสับ[๓๙๒]กับเกรี่ยงล้อม กทะลี้มชิมแกง ฯ

๓๓๘

๏ ร้องอร่อยพลางซดกลุ้ม หนุ่มสาว
แม่ลูกมูกฟูมยาว ยืดย้อย
มด[๓๙๓]เนื้อเหื่อโทรมพราว พร่ำอร่อย น้อยฤๅ
กอดหนุ่มอุ้มหนูน้อย น่าได้ไว้ผัว ฯ

๓๓๙

๏ วานแกงแต่งพรีกพร้อม ล้อมดู
ครกใหญ่ไส่โขลกครู ครอบให้
กวางป่าฮ่า[๓๙๔]กระทะหู ห้อมซด หมดแฮ
อิ่มอกยกมือไหว้ แวดล้อมพร้อมเพรียง ฯ

๓๔๐

๏ สาวสาวเหล่าลูกลว้า หน้าชม
ยิ้มย่องผ่องผิวผม ผูกเกล้า
คิ้วตาน่านวลสม เสมอฮ่าม[๓๙๕] งามเอย
แค่ง[๓๙๖]ทู่หูเจาะเจ้า จึ่งต้องหมองศรี ฯ

๓๔๑

๏ น้อยน้อยพลอยว่าลว้า หน้านวล
ยุทหยอกนอกเสื้อสวน[๓๙๗] แซ่ซ้อง
สาวสาวเหล่าลว้ากวน กอดหนุ่ม อุ้มเอย
ปล่ำ[๓๙๘]เล่นเช่นพี่น้อง นึกหน้าปรานี ฯ

๓๔๒

๏ ตาลวด[๓๙๙]ยวดยิ่งลว้า ป่าเฃียว
เคยปะพระเจดีเดียว เที่ยวด้วย
ลาสาวเหล่าลว้าเกรียว กรูส่ง ดงเอย
เกรี่ยงเลือกเผือกมันกล้วย แบกบ้างทางไกล ฯ

๓๔๓

๏ ลวดลว้าพาเลี้ยวลัด ตัดทาง
ไผ่ป่าหนาหนามกลาง กลับเกลี้ยง
พ้นไผ่ไม้ยูงยาง ยามหล่น ผลเอย
ลูกร่อนว่อนเวียรเหลี้ยง หลีกต้นหล่นไกล ฯ

๓๔๔

๏ ลูกยางอย่างลูกน้อย ถ่อยสถุน[๔๐๐]
ไม่รักศักศรีกระกุน[๔๐๑] เก่งก้อ
ครูสอนห่อนเหนคุน คิดออก นอกเอย
ปลิ้นปลอกหลอกหลอนฬ้อ เล่ต้นผลยาง ฯ

๓๔๕

๏ เยนชื่นรื่นร่มไม้ ไพรรหง
เปนป่ากฤศนาลง สลับไม้
โกร๋นเกราะเผาะผุะผง ผุยล่อน กร่อนเอย
กฤศนางว่าครื[๔๐๒]ไสร้ พุะไม้ใหญ่พยูง ฯ

๓๔๖

๏ ขึ้นเนินเดินใกล้ชิด กฤศนา
หอมรื่นชื่นนาสา สูดซ้ำ
สมมุดดุจดังทา แป้งกแจะ และเอย
ใครไม่ได้ให้น้ำ กุหลาบกุหล้อยน้อยใจ ฯ

๓๔๗

๏ ฃาดขะมิ่นสรี้นแม่เลี้ยง ลูกเอย
สารภีพ่อเคย ขัดเนื้อ
บุญนากยากไร้เชย เช่นกลิ่น ขมิ้นแฮ
ถึงไม่เหลืองเรืองเหรื้อ ร่ำง้อฃอหญิง ฯ

๓๔๘

๏ หนุ่มหนูรู้อบผ้า หาหอม
ดอกไม้ไส่ห่อสนอม แนบไว้
ขาดแป้งแต่งตัวมอม มีดอก ไม้เอย
ต่างฝูก[๔๐๓]ลูกนอนได้ นุ่มเนื้อเจือหอม ฯ

๓๔๙

๏ อกเอยเคยขู้พลอด ฉอดเสียง
ตกเถื่อนเพื่อนกับเกรี่ยง รว้า
ยามมีที่รักเคียง ค่างค่อน ฉออน[๔๐๔]เอย
ยามยากบากเบือนหน้า นึกน้องสยองแสยง ฯ

๓๕๐

๏ ทางร่มลมรื่นเหรื้อย เชื่อยโชย
หอมสุกกรมยมโดย ดอกไม้
ผิละพวงกลิ่นโรย รริกร่อน ว่อนเอย
ตูมตาดกลาดหล่นใกล้ เกลื่อนข้างทางเดิน ฯ

๓๕๑

๏ ตวันเที่ยงเลี่ยงเลียบน้ำ ลำธาร
ภบที่ศีลาลาน ฦกซึ้ง
อยุดยั้งนั่งสำราญ ร่มโศก ฉโงก[๔๐๕]เอย
ชื่นฉ่ำน้ำอ่อนอึ้ง อาบเหล้น[๔๐๖]เยนสบาย ฯ

๓๕๒

๏ หนูหนุ่มทุ่มท่องน้ำ ลำลหาน
ฟุ้งฟาดสาดสายสนาน สนุกบ้า
ลวดกวั่งซั่งบูเรบูราน เรียนหนุ่ม กระทุ่มเอย
เด็กอ่อนสอนเกรี่ยงลว้า ว่ายน้ำสำราน ฯ

๓๕๓

๏ เกรี่ยงเลือกเชือกชิ่งช้า ช่วยแขวน
หนุ่มหนุ่มรุมไกวแสน สนุกล้ำ
เจรจาว่าถวายแหวน หวังเหาะ เคราะแฮ
วัน[๔๐๗]ฃาดพลาดโพล่งน้ำ สนั่นร้องซ้องเสียง ฯ

๓๕๔

๏ น้ำใสไหลเลื่อนช้า ปลากริม
กระกรับเกราะเราะเรียงริม ร่มไม้
ศรีศะตะกั่วพิม พาตพาก[๔๐๘] มากเอย
ปักเป่า[๔๐๙]เหล่าหลดไหล้ แฉลบเลี้ยวเที่ยวสลอน ฯ

๓๕๕

๏ แห่งตื่น[๔๑๐]พื้นกรวดแก้ว แวววาว
วาววับจับพฤกษพร้าว[๔๑๑] พร่างน้ำ
นิลบ้างหล่าง[๔๑๒]เหลืองขาว เฃียวแข่ง แดงเอย
ช้อนคึ่น[๔๑๓]มึนมัวคล้ำ เคลือบคล้ายสลายสลัว ฯ

๓๕๖

๏ กลางน้ำคล่ำดอกไม้ ไหลลอย
เหล่าหนุ่มสุ่มว่ายคอย แข่งคว้า
เด็จกลีบจีบเรือพลอย เพลินเล่น เยนเอย
เกรี่ยงว่ายได้ลว้า ว่ายไหม้ไคร่เปน[๔๑๔]

๓๕๗

๏ ชุ่มชื่นขึ้นจากน้ำ สำราน
ลว้าเกรี่ยงเลี้ยงอ้อยตาน มตาดมต้อง
เงาะป่าว่าหวายหวาน วางต่าง ต่างเอย
อิ่มชื่นรื่นเริงร้อง รับช้าลาธาร ฯ

๓๕๘

๏ ตวันบ่ายหายเลื่อยล้า คลาไคล
ค่ามโป่งดงเหลกไหล แล่ง[๔๑๕]ขมิ้น
ภบเตาเก่าก่อไฟ ผ้าพาด บาตแฮ
ตายแน่แร่กินสริ้น ซากเนื้อเหลือของ[๔๑๖]

๓๕๙

๏ สงสารท่านที่ม้วย อวยบุญ
กระดูกยังบังสกุน เก็บผ้า
ย่ามบาตขาดเปนจุน[๔๑๗] จุดใส่ ไฟเอย
ตายเปล่าเจ้ากูบ้า บ่อรู้ครูสอน ฯ

๓๖๐

๏ เหล็กไหลได้แต่บ้า หาแสวง
ถูกแร่แม่สารแสลง เหล็กคล้าย
หลอมถลุงพลุ่งเพลิงแรง ราวรศ กรดเอย
ควันพิศฤทธสารร้าย ร่ำไซ้ไสร้สูร[๔๑๘]

๓๖๑

๏ เดินทางหว่างไม้ชัด[๔๑๙] ลัดเฉลียง
ลมตกนกสนั่นเสียง แซ่ร้อง
ร่ายไม้ไต่มองเมียง เหมือนจัก ทักเอย
เพรียกพลอดฉอดเสียงซ้อง แซ่จ้อซอแซ ฯ

๓๖๒

๏ นกตฃาบคาบตขบเต้น เผ่นโจร[๔๒๐]
บ้ารบุ่นขุนแผนโผน ผ่านหน้า
เหล่านกหกหิ้วโหน ห้อยไต่ ไม้แฮ
ไก่เถื่อนเกลื่อนไก่ฟ้า ฟุบไม้ไซ้ขน ฯ

๓๖๓

๏ คู่ลา[๔๒๑]โห่โหรโร่โหร้ โห่โหย
โภระโดกโหวกวิเวกโหวย แว่วซ้อง
ยามยินยิ่งดิ้นโดย เดินหว่าง ทางเอย
เฆ้า[๔๒๒]กู่กู๋กู่ก้อง ไก่แก้วแจ้วเสียง ฯ

๓๖๔

๏ แซ้งแซวแว่วแหว้วพลอด ฉอดเสียง
หวีดหว่อจ้อจับเคียง คู่เคล้า
นึกเหมือนเพื่อนรักเรียง ร่ำพลอด ฉอดเอย
อายนกอกใจเศร้า โศกสอื้นฝืนเดิน ฯ

๓๖๕

๏ ผงกผงกนกอี่แอ้น[๔๒๓] กระแวนกระเวน
กวักเกว่าเหล่ากางเขน แขกเต้า
ตัวภู่[๔๒๔]จู่โจมเจน กโจมจับ ทับแฮ
ขะมิ่นอ่อนนอนแนบเคล้า คู่ป้อนสลอนเหลือง ฯ

๓๖๖

๏ หนุ่มหนูดูขมิ้นอ่อน นอนคลอ
ใครช่วยทามาหนอ นกขมิ้น
เหลืองอ่อนหล่อนลองฃอ ขมิ้นนก ขมิ้นเอย
ขมิ้นที่ของน้องสิ้น แซ่งฉอ้อนวอนฃอ ฯ

อักษรสาม

๓๖๗

๏ รวังไพรร่ายร้องกร่อ กร๋อกรอ
แอ้แอ่แอ้แอ๊อุลอ เลียบร้อง
พญาลอล่อล้อคลอ เคล้าคู่ อยู่แฮ
กะหรอดกรอดกร๊อดกร๋อกร้อง กะรอกเต้นเล่นกระแต ฯ

๓๖๘

๏ ต้อยตี๋วิศ[๔๒๕]ชิศ[๔๒๖]โฉบร้อง ก้องเกรียว
ตวี๋ดตวิ๋ดติ๋ดเตี่ยวเตียว เจี่ยวจ้อย
ตามทักปักหน้าเจียว เจ้าตี๋วิด กระจิ๋ดเอย
เด็กรักทักถามกต้อย กเตาะเต้นเผ่นหนี ฯ

๓๖๙

๏ กต่ายตุ่นวุ่นวิ่งข้าง ทางเตียน
เด็กโดดโลดไล่เฉวียร[๔๒๗] ฉวัดคว้า
ทักกระทอล่อเลี้ยวเวียร[๔๒๘] วิ่งลัด สกัดแฮ
ล้มลุกคุกเข่าหน้า นิ่วต้องย่องเดิน ฯ

๓๗๐

๏ ตวันเยนเหนโขดตขุ้ม[๔๒๙] เฃาเฃียว
สูงสุดดุจกลีบเกลียว เมฆคลุ้ม
เสือกวางต่างกระเกริงเกรียว เกริ่นป่า มาแฮ
เดชะพระเจ้าคุ้ม คชร้ายควายเสือ ฯ

๓๗๑

๏ ถึงถิ่นหินเงื้อมงอก กรอกเฃา
หินหลักปักสองเสา ซอกน้อย
ลอดเลี้ยวเหนี่ยวหน่วงเถา ลัดา[๔๓๐]ช่วย ด้วยแฮ
ลงภุปรุะน้ำพร้อย พร่างคล้ายสายฝน ฯ

๓๗๒

๏ พระเจดีที่ค่างถ้ำ บุรำบุราน
สูงสักหกสอกประมาณ ลม่อมป้อม
ปตู[๔๓๑]มีที่ช่องดาน ดันปิด สนิดแฮ
ปูนเพชรเขดเฃาล้อม แล่ง[๔๓๒]ไว้ใบลาน ฯ

๓๗๓

๏ หนูหนุ่มรุมเข้าผลัก ปักกตู[๔๓๓]
ปิดห่องของท่านผู่ ภิเศศ[๔๓๔]ไว้
ต่างมองซ่องดานดู แวววับ ลับแฮ
สะมาบาปกราบกรานไหว้ หวังผึ้ง[๔๓๕]จึ่งมา ฯ

๓๗๔

๏ จัดแจงแต่งตั้งธูป เทียรถวาย
เข้าตอกดอกไม้ราย รอบล้อม
สง[๔๓๖]พระประสุคน[๔๓๗]ปราย ปรุงรศ สดเอย
กราบพระประนศน้อม นั่งไต้[๔๓๘]ไทรทอง ฯ

๓๗๕

๏ จุดเทียรเวียรสว่างเวิ้ง เพิงผา
น้ำภุ[๔๓๙]ทลุศีลา ลั่นครื้น
ห้วงห้องปล่องคงคา ขังเปี่ยม เปรี่ยมเอย
ชื่นชุ่มภูมิภาคพื้น ภิฦก[๔๔๐]หน้าอาไศรย ฯ

๓๗๖

๏ หาถ้ำค่ำมืดไหม้[๔๔๑] ใคร่เหน
สงัดเงียบเยียบเยือกเยน อย่อมไม้
ภบแท่นแผ่นผาเปน ปูนเพช สำเรจเอย
ที่อยู่ผู่ภิเศศไว้ ฉวากเวิ้งเพิงเฃา ฯ

๓๗๗

อาไส[๔๔๒]ในเงื้อมฉโงก โกรกผา
ที่แท่นแผ่นศีลา เลื่อมแก้ว
เทียรธูปบุพ[๔๔๓]บูชา เชิญช่วย ด้วยเอย
กราบพระอธิถานแล้ว ลูกน้อยพลอยนอน ฯ

๓๗๘

๏ เกรี่ยงกวั่งทังลวดลว้า กล้าแขง
ฟืนไส่ไฟโพลงแสง สว่างหน้า
หุงเค่าเต่า[๔๔๔]ต้มแกง กินเสจ[๔๔๕] สำเรจแฮ
นั่งเล่นเยนเยือกฟ้า พร่ำพร้อยฝอยฝน ฯ

๓๗๙

๏ ลวดว่าป่าปู่เจ้า เฃาโพรง
ที่อยู่หมู่ช้างโขลง คล่ำล้อม
เยนเช้าเหล่าช้างโยง ฝูงเที่ยว เกรียวแฮ
มาปลอดยอดดีด้อม ดอดเข้าเฃาสบาย ฯ

๓๘๐

๏ ไต้เหนือเสือช้างรอบ ขอบเฃา
อยู่แต่นอกสอกเสา แซ่ซ้อง
โกรกกรอกซอกแซกเรา ทลุโตล่ง โว่งเอย
สัต[๔๔๖]อื่นหมื่นแสนต้อง เติ่งค้างข้างเฃา ฯ

๓๘๑

๏ เกรี่ยงลว้าป่าปู่เจ้า เขากลัว
อยู่แต่นอกกลอกหวัว ไว่[๔๔๗]ซ้อง
แสกเส้าเค่ามามัว มืดน่า ตาแฮ
เด็กใหญ่ไม่รู้ฉ้อง[๔๔๘] ฉวากโว้งโพรงเฃา ฯ

๓๘๒

๏ ตาลวดอวดอ้างเริ่ม เดิมที
โขลงไล่ไพล่ผลุนหนี เหนี่ยวไม้
เหนปล่องช่องเลกมี มุดลอด ตลอดแฮ
จึ่งปะพระเจดีได้ สดับต้นหนหลัง ฯ

๓๘๓

๏ ฟังผร่ำ[๔๔๙]ตำ[๔๕๐]เรื่องรู้ บูราน
ศักสิทพิศฎาน[๔๕๑]ชาญ เชี่ยวแท้
ตรวดน้ำร่ำอธิถาน เทพช่วย ด้วยเอย
ขอปะพระปรอดแก้ สดวกได้ใบลาน ฯ

๓๘๔

๏ น้ำพึ่ง[๔๕๒]ครึ่งจอกตั้ง สังเวย
เชิญพระปรอดเสวย หว่างไม้
บุบผาบุชาเชย ช่วยชัก สลักแฮ
ฃออ่านลานทองได้ ดุจข้าอาวร ฯ

๓๘๕

๏ หนึ่งครูผู่ภิเศศส้าง ปางหลัง
เชิญช่วยอวยสวัดิหวัง ไว่เท้า[๔๕๓]
ประโหญด[๔๕๔]โปรดสัตสัง สารวัด[๔๕๕] สวัดิ[๔๕๖]เอย
จึ่งจิตสิทธิแก่กล้า กม่อม[๔๕๗]หมั้นกตันยู[๔๕๘]

๓๘๖

๏ อัพิวาท[๔๕๙]ราตน[๔๖๐]หนั้ง ตั้งใจ
หวิดหวิดชิดเฉียดไฟ ฟอดผึ้ง
เทียรดับกลับจุดไฟ ส่องขเม่น[๔๖๑] เหนแฮ
สธุสพระปรอดขรึ้ง จอกแก้วแพรววาว ฯ

๓๘๗

๏ หญิบขึ้นลื่นหลุดเหล้[๔๖๒] ปรอดเหลว
ใสเหน่งเปล่งปลอดเปลว ปลอบช้อน
ห่อนเหนเช่นองคเอว เล็ดฟ่าย[๔๖๓] คล้ายแฮ
หญิบหลุดปลุดปลิ้นปล้อน เปล่าคล้ายหายสูร ฯ

๓๘๘

๏ น้ำพึ่งครึ่งกระบอกตั้ง หวังริน
ฟอดฟอดปรอดกิน กบปล้อง
ควักขึ้นลื่นตกหิน หายเปล่า เล่าแฮ
หนุ่มห่อ...[๔๖๔]อยู่ซ้อง แซ่ปล้ำคลำหวาม[๔๖๕]

๓๘๙

๏ เกรี่ยงลว้าผ้าขอดเข้า เปล่าหาย
ใส่กลักหนักมือหมาย มั่นแท้
กลับลอดปลอดเปล่าดาย เดกกโดด[๔๖๖] โครท[๔๖๗]เอย
ลื่นหลุดสุดกลแก้ กิจสึ้งตรึงกระสิน ฯ

๓๙๐

๏ หายลื่นคืนเข้ากบอก ออกถูน[๔๖๘]
รุ่มร่ำน้ำพึ่ง[๔๖๙]สูน ซิ่นม้วย[๔๗๐]
ปรอดหายฝ่ายกองกูล ก่อกลับ ดับแฮ
เทียรท่วยพลอยหมดด้วย เด็กจ้องส่องแสวง ฯ

๓๙๑

[๔๗๑]ดึกสามยามสงัดครึ้ม งึมเงา
เยนเยียบเงียบขอบเฃา โขดเงื้อม
มืดคลุ้มพุ่มกระแบกกระเบา บังปิด มิดเอย
แวววับลับแลเหลื้อม ปรอดหร้อน[๔๗๒]ว่อนเวียร ฯ

๓๙๒

๏ เกือบรุ่งฝูงช้างแซ่ แปร๋แปร๋น
กรวดป่ามาแกร๋นแกร๋น เกริ่นหย้าน
ฮูมฮูมอู่มอึงแสน สนั่นรอบ ขอบแฮ
คึกคึกทึกเสทือนสท้าน ถิ่นไม้ไพรพนม ฯ

๓๙๓

๏ ต่างตื่นฟื้นสติตั้ง ฟังโขลง
ครื้นครั่นลั่นผึงโผง แผดร้อง
เกรี่ยงเราเป่าหลอดโหวง โหว่งโว่ โร่แฮ
ช้างสงัดบัดเดี๋ยวซ้อง แซ่เข้าเสาหิน ฯ

๓๙๔

๏ อึกกทึกครึกครื้นนอก กรอกทาง
หักค่น[๔๗๓]ต้นยูงยาง ย่ำค้น
เหมือนรู้ว่าอยู่กลาง กลีบช่อง ปล่องแฮ
จนรุ่งฝูงช้างร้น รุกร้องซ้องเสียง ฯ

๓๙๕

๏ เกรี่ยงลว้าพาขึ้นฉโงก โกรกสูง
แลค่างล่าง[๔๗๔]ช้างฝูง ฟูดฉเง้อ
กลิ่นใกล้ไล่โยกยูง ยางค่น[๔๗๕] ต้นแฮ
เขย่งคึ้นยื่นงวงเหญ้อ[๔๗๖] ยุดไม้ไต่เฃา ฯ

๓๙๖

๏ ดูเล่นเหนสนุกหน้า ผาเผิน
ตรงกรอกซอกเสาเนิน นั่งพร้อม
ช้างยิ่งวิ่งพล่านเพลิน พลอยคว่าง[๔๗๗] ช้างแฮ
ช้างแล่นแปร๋นฮูมห้อม หืดฮื้ออื้ออึง ฯ

๓๙๗

๏ หนุ่มหนุ่มรุมโห่ขว้าง ช้างโขลง
มันขเม่นเหนคนโขยง เย่อไม้
ตามุ่งพลุ่งพลามโพลง พลั่งพลั่ง ปลั่งแฮ
ฮูมเค่าเสาหินไง้ งัดง้างสล้างสลอน ฯ

๓๙๘

๏ แลดูหมู่ช้างเถื่อน เกลื่อนโขลง
ลุยป่ามาผางโผง พวกพ้อง
ยัดเยียดเสียดแซกโยง ยาวยืด มืดแฮ
แหงนน่างาเงยซ้อง สลับสล้างค่างเฃา ฯ

๓๙๙

๏ ช้างบ้างาใหญ่เฟื้อย เปลือยเปลา
ทลวงทลึ่งถึงแทงเสา สวบง้าง
งากระเด่น[๔๗๘]เผ่นท้าวเทา แทงอีก ฉลีกเอย
บ้าเลือดเดือดดุนช้าง อื่นร้องซ้องเสียง ฯ

๔๐๐

๏ เพลินดูหมู่ช้างคล่ำ ต่ำสูง
เตี้ยค่อมปลอมแปลกฝูง เฟ่าฉแง้
ขุดขัด[๔๗๙]งัดยางยูง ยับทับ สลับแฮ
จนเที่ยงเสียงเซงแส้ แสบท้องต้องถอย ฯ

๔๐๑

๏ เกรี่ยงลว้าปลาเค่าน้ำ สำรอง
ติดย่ามตามทำนอง น่าไม้
พรีกเกลือเมื่อฃาดของ คิดคู่ หมูเอย
อร่อยอิ่มยิ้มแย้มได้ เด็กน้อยพลอยเพลิน ฯ

๔๐๒

๏ เลียบเดินเนินไม้รอบ ขอบเฃา
รื่นร่มชมฉลูด[๔๘๐]เสลา สลับเลื้อย
มสังมทรางกร่างกรันเกรา กรวยกระทุ่ม ฉอุ่มเอย
เคี่ยมข่อยสร้อยฟ้าเฟื้อย เฟื่องฟุ้งจรุงรวย ฯ

๔๐๓

๏ มไฟมเฟืองเหลืองอร่ามต้น ผลพวา
แมงคุดลมุดษีดา ดกด้วย
บูราณท่านปลูกมา มีพืด ยืดเอย
ไม้งอกซอกเหวห้วย ดอกห้อยย้อยไสว ฯ

๔๐๔

๏ มตูมมตาดกลาศกลิ้งหล่น ล้นเหลือ
เดกใคร่ได้ไส่เรือ ร่ำค้า
เหมือนปลูกลูกดอกเฝือ ฟุ้งตลบ อบเอย
อยากอยู่ดูสนุกหน้า นั่งเหล้น[๔๘๑]เยนใจ ฯ

๔๐๕

๏ เลียบรอบขอบเขตฃ้ำ[๔๘๒] ย่ำเยน
มาที่เจดีเหน แห่งถ้ำ
น้ำภุปรุะซ่านเซน สาดปิด มิดแฮ
ต่อนั่งหลังรับน้ำ ภุไว้ได้เหน ฯ

๔๐๖

๏ อยากดูซู่[๔๘๓]เปียกน้ำ ตรำหนาว
มืดขเม่น[๔๘๔]เหนแวววาว สว่างหว้าน[๔๘๕]
ภุน้ำพร่ำพรมพราว หนาวสุด อยุดแฮ
ต่างต่างคางสั่นสท้าน สทึกสท้อนถอนใจ ฯ

๔๐๗

๏ หนาวน้ำซ้ำเปียกผ้า หน้าจ๋อย
สุมไส่ไฟโพลงพลอย ผึ่งผ้า
เพลิงแรงแฮ่ง[๔๘๖]แล้วคอย ฃึงอื่น ผืนแฮ
พร้อมพรั่งทังเกรี่ยงลว้า ไว่[๔๘๗]ตั้งสังเวย ฯ

๔๐๘

๏ บุบผาสารพัดพร้อม หอมรเหย
บำบ่วงสรวงสังเวย สวัดิให้
ผลักดูปตูเผย ภอขเยื่อน เคลื่อนแฮ
แย้มช่องสองนิ้วได้ เด็กด้วยช่วยดุน ฯ

๔๐๙

๏ ในห้องมองมืดกลุ้ม คลุ้มควัน
หอมรื่นชื่นกลิ่นจรร[๔๘๘] จากห้อง
ผลักอีกกริกกลอนดัน ดุนผลัก หนักแฮ
ปตูกลับหับกึงก้อง ปกับแหน้น[๔๘๙]แผ่นผนัง ฯ

๔๑๐

๏ โยกคลอนห่อนจได้ ไหวสเทือน
รู้เท่าเจ้าบิดเบือน บ่อให้
เยนย่ำค่ำคิดเฟือน ไฟไส่ ไว้แฮ
ไกลถิ่นสริ้นเทียร[๔๙๐]ไต้ ต่างต้องกองเพลิง ฯ

๔๑๑

๏ เหมือนรู้ครูเถ้าเล่า เราเหน
ถ้ำที่เจดีเปน ป่าซึ้ง
เบิกสลักผลักกระดอนกระเดน กระดากกลับ หับแฮ
หมดเลี่ยนเทียรน้ำผึ้ง ผักส้าปลายำ ฯ

๔๑๒

๏ คิดกลับหลับอ่อนสอื้น ตื้นใจ
กรีดกริ่งหริ่งเรไร เรื่อยร้อง
แจ้วแจ้วแว่วเสียงไส ซอรับ ขับเอย
เรื่อยเรื่อยเฉื่อยเสียงซ้อง เสนาะน้ำคำครวน ฯ

ฝัน

๔๑๓

๏ เสียวทราบวาบสว่างเวิ้ง เผิงผา
เพียงพระโรงโถงฝา เฟ่า[๔๙๑]ท้าว
สี่นางค่าง[๔๙๒]เคียงพญา ยอดยิ่ง หญิงเอย
ไว้จุกลูกเล็กจ้าว แจ่มหน้าสง่างาม ฯ

๔๑๔

๏ ท้าทับจับปี่จ้อง ลองซอ
พร้อมพรั่งนั่งเรียงรอ เรียบร้อย
กระษัตรหัฐ[๔๙๓]จบฃอ คำขับ สดับแฮ
ยินชื่อฦๅเลื่องถ้อย เทพท้าวกล่าวยอ ฯ

๔๑๕

๏ จำรับขับกล่อมท้าว กล่าวกลอน
ชมพระศะศริทร[๔๙๔] ถ่องฟ้า
ดาวประดับกับจรร[๔๙๕]จร แจ่มเมฆ วิเวกเอย
เพียงราชนาฎนวลหน้า นอบน้อมล้อมสลอน ฯ

๔๑๖

๏ ท้าวชอบตอบเหล้า[๔๙๖]เรื่อง เบื้องบุราณ
ปราสาทราชวังสถาน ท่านส้าง[๔๙๗]
เฃารอบขอบปรากาล[๔๙๘] เกิดห่า มาแฮ
เปนเถื่อนเกลื่อนโขลงช้าง ช่วยเฝ้าเข้าของ ฯ

๔๑๗

๏ เจดีที่อยู่ห้อง ทองพทม
ปรอดเสร็จเพชปูนปสม[๔๙๙] ใส่ไว้
สำหรับกับถั่วนม เนื้อแผด แปดแฮ
ของลูกจุกจได้ เกิดสร้างปรางทอง ฯ

๔๑๘

๏ ใช่ยาอายุร้อย แสนปี
ทั่วล่า[๕๐๐]หาห่อนมี แม่นแล้ว
ปรอดฟอดรัศมี เสมอเม็จ[๕๐๑] เพชเอย
ใช่พระปรอดแพร้ว พระไหว้ใช่การ ฯ

๔๑๙

๏ หนึ่งคว่าง[๕๐๒]ช้างเจ้าป่า งากระเดน
โป่งป่ามาคอยเขน[๕๐๓] เคียดแค้น
สมเคราะ[๕๐๔]เพราะเหตุเหน ให้สวัดิ กษัตรเอย
นอนหลับทับที่แถ้น[๕๐๕] ท่านอ้างทางบุญ ฯ

ห้าม ๓ ข้อ

๔๒๐

๏ ห้ามอย่าหาปรอดแหร้ แชเชือน
สืบทร่างทางบุญเบือน แบ่งบ้าง
ยายืนหมื่นปีเฟือน ฝ่ายว่า บ้าแฮ
อย่าอยู่จู่หนีช้าง ช่วยให้ไปดี ฯ

๔๒๑

๏ ปลาดหลากฝากบุตรไว้ ให้เรียน
กลอนกล่าวท่านลัศเตียน[๕๐๖] แต่ต้น
ลูกวานอ่านรามเกียร เกิดยุก[๕๐๗] สนุกแฮ
ช้างไล่ได้พาพ้น พูดอ้อนวอนวาน ฯ

ตื่น

๔๒๒

๏ สว่างตื่นขึ้นเก้าค่ำ สำคัน
จาฤกเรื่องเมืองสุพรรณ ผูกไว้
เคลิ้มเหนเช่นไฝ่ฝัน ฟังเจ้า เล่าเอย
ลูกเล็กเด็กจได้ สดับห้ามสามสถาน ฯ

๔๒๓

๏ เลยลาป่าปู่เจ้า เช้าสาย
ออกจากปากปล่องหมาย มุ่งช้าง
เหนเกลื่อนเถื่อนพังพลาย พล่านสกัด อัดเอย
ล้อมรอบขอบเฃาข้าง เขดเฃ้าเสาหิน ฯ

๔๒๔

๏ ใจหายหมายดุจเจ้า เข้าฝัน
โป่งป่ามาสกัดกัน เก่งแท้
โห่ขับกลับกลุ่มถลัน ทลวงไล่ ใกล้แฮ
อยู่จค่ำจำแก้ ก่อให้ไฟโพลง ฯ

๔๒๕

๏ เกรี่ยงลว้ากล้าไล่ช้าง กลางโขลง
คบแกว่งแสงเพลิงโพลง พล่านร้อง
ช้างตื่นครื้นเครงโยง เหยียดป่า ล่าแฮ
เซงแซ่แปร๋แปร๋นซ้อง สนั่นหน้าป่าเปิง ฯ

๔๒๖

๏ ฮูมฮูมอูมอื้ออึก กทึกโขลง
ป่าแหลกแตกผางโผง แผดร้อง
ฝุ่นฟุ้งพลุ่งควันโขมง มืดล่า[๕๐๘] ฟ้าแฮ
สเทือนสทึกกึกก้อง เกือบเถี้ยง[๕๐๙] เสียงอึง ฯ

๔๒๗

๏ เหนเงียบเลียบเลี้ยวออก กรอกทาง
งาหัก[๕๑๐]ดักเดินขวาง ไขว่ค้น
ไม้ไล่ก่ายกีดกาง เกะกะ ผงะแฮ
เหนจะไปไม่พ้น ผ่อนเข้าเสาหิน ฯ

๔๒๘

๏ บัดเดี๋ยวเกรียวตรวด[๕๑๑]แส้ แกร๋แกร๋น
ขวักไขว่ไปมาแทน ท่องเถี้ยว[๕๑๒]
ฬ้อเล่นเช่นผัดแพน พวกเดก เลกเอย
มันไล่ไพล่ผลุนเลี้ยว ลอดเข้าเสาหิน ฯ

๔๒๙

๏ จุดไฟไล่แล้วค่อย ถอยไป
เพลิงดับกลับเวียรรไว แวดล้อม
หลอดเป่าเท่าไรไร ไม่ว่าง ช้างเอย
ดุจว่าฆ่าศึกห้อม ฮุ่ม[๕๑๓]ไว้ใจหาย ฯ

๔๓๐

๏ เกรี่ยงลว้าหน้าไม้ส่อง ย่องบัง
ยิงแปรกแสกหน้าปั๋ง ป่วนร้อง
งาหักปักกมับ[๕๑๔]ฉมัง หมุนป่วน ซวนแฮ
ฝูงเถื่อนเพื่อนพยุงซ้อง แซกแส้แปร๋แปร๋น ฯ

๔๓๑

๏ ยางน่องต้องช้างคลั่ง ปดัง[๕๑๕]เสียง
เพื่อหน่วงงวงประคองเคียง เค่าไม้
ต่างห่างต่างมุ่งเมียง ฉม้ายม่าย หมายแฮ
เหลือจลี้หนีได้ เด็กน้อยหง่อยเหงา ฯ

๔๓๒

๏ เกรี่ยงลว้าว่าไว่[๕๑๖]เจ้า เฃาโพรง
ช่วยขู่หมู่ช้างโขลง คลาศแคล้ว
ไปถึงจึ่งรำโรง รินเล่า[๕๑๗] เจ้าเอย
จวนค่ำร่ำว่าแล้ว หลอดเร้าเป่าถวาย ฯ

๔๓๓

๏ บัดเจ้าเข้าหนุ่มหนั้ง[๕๑๘] สังบุเร
ลุกคึ่นยืนโซเซ ซั่น[๕๑๙]สท้าน
ยุดมือฮื่อหันเห ฮึดฮัด สบัดแฮ
เหนผิดคิดขันจ้าน จับไข้ใช่เชิง ฯ

๔๓๔

๏ รู้ที่[๕๒๐]ผีวิ่งเข้า เดาถาม
มาแต่ไหนไขความ บอกบ้าง
พลิกผลักซักถึงสาม หนตคอก[๕๒๑] ออกแฮ
ไอ้ลว้าฆ่าช้าง ฉุดไว้ใช้แทน ฯ

๔๓๕

๏ ลวดลว้าว่าไห้ช่วย ด้วยเอย
สังบุเรเซเลย สลบแหน้[๕๒๒]
แก้ไขไม่ฟื้นเฉย ฉุนคิด ผิดแฮ
จนค่ำจำจนแท้ ทุกท้อรย่อแสยง ฯ

๔๓๖

๏ หวังยุดพุทธิเจ้าพระ ชนะมาร
โปรดปราบราพรางควาน ไขว่ล้อม
เดชะพระกุศลชาน[๕๒๓] เชินช่วย ด้วยเอย
เคลิ้มเช่นเหนพระพร้อม สพรั่งคล้ายหลายหน ฯ

๔๓๗

๏ เกรี่ยงจามสามฉาดฟื้น ยืนหัน
หวัวร่องององัน ง่วงง้ำ
สองเท่าเค่าถามผัน ผินขีก[๕๒๔] อีกแฮ
พยักน่าว่าเมื่อฃ้ำ[๕๒๕] ขับน้อยคอยฟัง ฯ

๔๓๘

๏ สังบุเรเซซุดหนั้ง[๕๒๖] ยังหาว
ถามว่าตามันวาว วิ่งคว้าง
หวัวจุกลูกเลกขาว เขาช่วย ด้วยแฮ
ว่าพ่อฃอบุญจ้าง จให้ไปตาม ฯ

๔๓๙

๏ เหมือนฝันขันน้ำตรวจ สวดสัภี[๕๒๗]
พ้นทุก[๕๒๘]ศุกขีศุกขี คึ่นฟ้า[๕๒๙]
โขมดโขลงโป่งป่าผี ผาศุข สนุกเอย
อย่าหน่วงหวงห้ามช้า ช่วยสร้างทางกุศล ฯ

๔๔๐

๏ แว่วเสียงเพียงรนาดฆ้อง หนองเหนง
จวนค่ำซ้ำวังเวง หว่างไม้
ฤๅเจ้าเฟ่า[๕๓๐]ฟังเพลง พลอยบ่วง สวงเอย
แนะหนุ่มรุมร้องไหว้ สวัดิเจ้าเฃาเขิน ฯ

๔๔๑

๏ ขับข้อยอยศท้าว กล่าวกลอน
สิงสู่อยู่สิงขร ห่อนเศร้า
พร้อมภัก[๕๓๑]อักษร[๕๓๒]สมร เสมอกษัตร สวัดิเอย
ขับกล่อมน้อมแนบเฝ้า ฟุบเฟี้ยมเสงี่ยมงาม ฯ

๔๔๒

๏ สองข้อยอยศหญิ้ง[๕๓๓] สิงขร
เสวยศุขทุกภุทันดร[๕๓๔] ห่อนร้าง
ไม้งอกออกออรชร ฉัด[๕๓๕]สพรั่ง บังเอย
ชุ่มชื่นพื้นพฤกสล้าง สลับล้อมพร้อมไสว ฯ

๔๔๓

๏ สามข้อยอยศไม้ ไพรศาร[๕๓๖]
ชื่นชุ่มภุมิภาก[๕๓๗]สถาน เถื่อนกว้าง
ผลดอกออกอวยทาน อุทิศทั่ว ตัวเอย
แขนงหน่อกอกาบสล้าง เลิศลำ[๕๓๘]จำเจริญ ฯ

๔๔๔

๏ สี่ข้อยอยศสริ้น[๕๓๙] ถิ่นถาน
เทพทุกรุกขโรงศาร[๕๔๐] ท่านส้าง
เชิญอยู่สู่สำราน วานช่วย ด้วยเอย
กั่น[๕๔๑]โป่งโหงห่าช้าง ช่วยให้ไปสบาย ฯ

๔๔๕

๏ อยุดขับตรับเกรียบไม้ ไพรรหง
เยนเยียบเงียบสงัดวง หว่างไม้
รอนรอนอ่อนอัศดง แดดดับ พยับเอย
แล่งล่า[๕๔๒]ป่าเหนือไต้ เงียบสริ้นถิ่นสถาน ฯ

๔๔๖

๏ เกรี่ยงเหนเปนเด็กน้อย คอยนำ
ไว้จุกลูกจ้าวจำ จุดไต้
วู้วู้กู่สมคำ คิดเช่น เหนแฮ
ออกจากปากดงได้ ดุ่มด้อมด่อมเดิน ฯ

๔๔๗

๏ ตามลว้าพาอ้อมออก นอกทาง
มืดขเม่นเหนรางราง รกเรี้ยว
ไม้ล่าย[๕๔๓]ก่ายกิด[๕๔๔]ขวาง ขวันพี่ หนีเอย
เด็กดอดลอดลัดเลี้ยว ล่วงหน้ากล้าหาน ฯ

๔๔๘

๏ ออกเลมาะ[๕๔๕]เหยาะเหย่าอย้อง[๕๔๖] มองรวัง
ตาเฟ่า[๕๔๗]ดูหูฟัง ฝ่ายช้าง
เคลิ้มเหมือนเพื่อนหน้าหลัง เลื่อมสว่าง ทางเอย
ยามหนึ่งถึงดงสล้าง แหล่งไม้ใหญ่สูง ฯ

๔๔๙

๏ เกรี่ยงลว้าว่าพ้นทุ่ง ฝูงโขลง
ตามไล่ไส่เพลิงโพลง พลอกม้วย
รั้งรอก่อไฟโขมง มึนเมื่อย เหนื่อยเอย
พ้นเถื่อนเดือนขึ้นด้วย สดวกได้ไคลคลา ฯ

๔๕๐

๏ แปร๋นแปร๋แหวแว่วช้าง ข้างหลัง
เหนเหตุเดชบุญบัง บาปแคล้ว
เกรี่ยงหน้าลว้ารวัง หลังพลอด ฉอดเอย
ร่มรื้นพื้นกรวดแก้ว กจ่างพร้อยพรอยพราย ฯ

๔๕๑

๏ พร่ำพร่ำน้ำค้างพร่าง กลางไพร
ผอยเผาะเหยาะเยนใจ แจ่มพร้อย
แน่นิ่งกิ่งก้านใบ บ่อกดิก[๕๔๘] ริกเอย
ด้าว[๕๔๙]เคลื่อนเดือนบ่ายคล้อย เคลือบคลุ้มพุ่มพง ฯ

๔๕๒

๏ เดือนเอยเคยคู่แก้ว แววตา
เกือบตกอกอาทวา ว่างแล้ว
โปรดด้วยช่วยรอรา รถสว่าง ทางเอย
อย่าเลื่อนเคลื่อนคล้อยแคล้ว คลาดฃ้าอาไลย ฯ

๔๕๓

๏ เอนดูหนูหนุ่มน้อย หง่อยเหงา
เกรี่ยงเลือกเผือกมันเผา ผ่าให้
เลี้ยวลงโป่งป่ากระเบา บึงสนัด สกัดแฮ
เสือคุ่มดุ่มเดินใกล้ กลอกหน้าตาวาว ฯ

๔๕๔

๏ เด็กเหนเปนหิ่งห้อย คอยมอง
มืดหน้าตาเสือสอง สว่างแก้ว
กวั่งเกรี่ยงเควี่ยง[๕๕๐]พยักฆ์[๕๕๑]ผยอง พยศฮืด มืดแฮ
กรวบกราบสาบสูนแล้ว หลอดโหร้โห่เสือ ฯ

๔๕๕

๏ บูราณท่านเทียบแท้ แน่เหลือ
มืดค่ำคลำศศะเสือ สุดราย[๕๕๒]
ซึ้งซึกพฤกษครุมเครือ ครึมทั่ว มัวเอย
ย่องย่ำคลำเสือคล้าย ท่านอ้างปางหลัง ฯ

๔๕๖

๏ เกรี่ยงลว้าบ่าแบกอุ้ม หนุ่มสบาย
ผ้าผูกลูกเลกสพาย ผาก[๕๕๓]คล้อง
งุมหงุดดุจดังควาย ความรัก หนักเอย
ไก่เถื่อนเตือนขันก้อง กิ่งไม้ใสเสียง ฯ

๔๕๗

๏ เที่ยวสนุกทุก[๕๕๔]สนัดแท้ แต่เรา
เร่ร่อนนอนป่าเขา เค่าไม้
หลงเลี้ยวเที่ยวเดินเดา ดึกดื่น สอื้นเอย
หาพระปรอดได้ เดือดร้อนอ่อนหู ฯ

๔๕๘

๏ เช้าตรู่พรูพร้อยพร่าง ทางจร
หวานฉ่ำน้ำทศกอน[๕๕๕] เกาะไม้
ขูดได้ไส่กระบอกคอน ค่อยชื่น ขึ้นแฮ
เปลี่ยวอกตกยากไร้ ร่อนเหร้รเหรหน ฯ

๔๕๙

๏ วันครึ่งถึงไร่ลว้า ลาเลย
ลากวั่งสังบุเรเคย เขดแคว้น
ลงสองพี่น้อง[๕๕๖]สังเวย สวัดิ[๕๕๗]ว่า ลาพ่อ
รุ่งเรื่อเรือล่องแหล้น[๕๕๘] ทลุถลึ้ง[๕๕๙]ถึงสถาน ฯ

๔๖๐

๏ โคลงแทนแผนที่ข้าง ทางสุพรรณ
เที่ยวเล่นเปนสำคัน เขดคุ้ง
ไร้นาป่าปลายจรร [๕๖๐]ประเทศ ทุเรศเอย
เฃาท่ำ[๕๖๑]ลำธารถุ้ง[๕๖๒] ถิ่นลว้าป่าโขลง ฯ

๔๖๑

๏ หวังไว้ให้ลูกเต้า เหล่าหลาน
รู้เรื่องเปลืองป่วยการ เกิดร้อน
อายุวันชนะ[๕๖๓]ขนาน นี้พ่อ ขอเอย
แร่ปรอดยอดยากข้อน คิดไว้ให้จำ ฯ

๔๖๒

๏ โคลงไว้ใช้ชื่ออ้าง ต่างนาม
นากคปริพัน[๕๖๔]ตาม กบเต้น
สรล้วน[๕๖๕]ส่วนอักษรสาม สกัดแคร่ แม่นา
ซ้อนดอกบอกบ่อเว้น ว่าไว้ให้ฟัง ฯ

[๑] มหานาก = คลองมหานาค

[๒] รุกขี = รุกข – ต้นไม้

[๓] คุก = ขุก

[๔] มิศ = มิตร

[๕] สุรธร = สุนทร

[๖] ภร = พร

[๗] สวน = สรวล

[๘] วัดษเกษ = วัดสระเกศ

[๙] โอกฆ = โอฆะ – ห้วงน้ำ, สังสารวัฏ

[๑๐] ศุก = สุข

[๑๑] สัง = สังข์

[๑๒] สังขีด = สังคีต

[๑๓] สูรกลิ่นสริ้น = สูญกลิ่นสิ้น

[๑๔] สุรธร = สุนทร

[๑๕] สวัสสัฐาภร = สวัสดิสถาพร

[๑๖] สมารสมัก = สมานสมัค

[๑๗] คุน = คุณ

[๑๘] ยน = ยล

[๑๙] บันลัง = บัลลังก์

[๒๐] พระนิพน = พระนิพนธ์

[๒๑] สนิด = สนิท

[๒๒] สุรธร = สุนทร

[๒๓] ชิณวง = ชินวงศ์

[๒๔] สืบซ่างทางพุทพง = สืบสร้างทางพุทธพงศ์

[๒๕] พระหริรัก = พระหริรักษ

[๒๖] สารภิเศศ = สารพิเศษ

[๒๗] โมฆ = โมกข์

[๒๘] หายสูร = หายสูญ

[๒๙] พดุง = ผดุง

[๓๐] พเดช = พระเดช

[๓๑] พระโกฎ = พระโกศ

[๓๒] โปรฐ = โปรด

[๓๓] หมีได้ = มิได้

[๓๔] ภัก = พักตร์

[๓๕] ลำฦก = รำลึก

[๓๖] ใคร่หว้าหน้าสวน = ใครว่าน่าสรวล

[๓๗] จรร = จัน คือ ภรรยาของสุนทรภู่

[๓๘] จันนเดิมเป็นนางฝ่ายใน ในพระราชวังหลัง เมื่อลอบรักใคร่กับสุนทรภู่นั้น ถูกกริ้วต้องเวนจำทั้งคู่ พ้นโทษแล้วต่อมาสุนทรภู่ได้จันเป็นภรรยา มีบุตรด้วยกันชื่อ พัด อยู่ด้วยกันไม่นานก็หย่าร้างกัน จันไปมีสามีใหม่ สุนทรภู่จึงตัดพ้อไว้ในโคลงตอนนี้

[๓๙] เคราะกำ = เคราะห์กรรม

[๔๐] หว้า = ว่า

[๔๑] มิศ = มิตร

[๔๒] ยุคุนท = ยุคุนธร

[๔๓] สวรร = สวรรค์

[๔๔] วัดปขาว = วัดศรีสุดาราม

[๔๕] สุรท = สูตร

[๔๖] สมุท = สมุด

[๔๗] สร้อย = คงจะเป็นหญิงที่เคยมีความสัมพันธ์กับสุนทรภู่ เมื่อคราวรุ่งหนุ่ม ระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่วัดศรีสุดาราม)

[๔๘] ทเวด = เทวศ

[๔๙] สวร = สวน

[๕๐] กลาย = กราย

[๕๑] บวด = บวช

[๕๒] ภพ = พบ

[๕๓] บุนยัง = บุญยัง นายโรงละคอนนอกมีชื่อในสมัยนั้น เป็นผู้สร้างวัดละครทำที่ธนบุรี

[๕๔] ประดิศถาน = ประดิษฐาน

[๕๕] ฮ่อง = ห้อง

[๕๖] รางวัน = รางวัล

[๕๗] เคราะ = เคราะห์

[๕๘] สวรหลวง = สวนหลวง

[๕๙] พิกุน = พิกุล

[๖๐] และ = แหละ

[๖๑] นน = นนทบุรี

[๖๒] เดจ = เด็ด

[๖๓] ไบ = ใบ

[๖๔] เดจ = เด็ด

[๖๕] นิ่ม คือ ภรรยาคนหนึ่งของสุนทรภู่ เป็นชาวบางกรวย มีบุตรชื่อตาบ เป็นกวีตามบิดา ได้แต่งเพลงยาว เรียกว่า เพลงยาวนายตาบนิ่มผู้นี้ มีบุตรแล้วไม่ช้าก็ตาย

[๖๖] ผู้หญิงชื่อสีทอง เป็นนักกลอนสักวา เคยบอกดอกสร้อยสักวากับท่านสุนทรภู่

[๖๗] เยี่ยว = เหยี่ยว

[๖๘] เขด = เขต

[๖๙] น่า = หน้า

[๗๐] เหล้ = เล่ห์

[๗๑] หาร = หาญ

[๗๒] สวร = สวน

[๗๓] ม่วง ชื่อภรรยาคนหนึ่งของสุนทรภู่

[๗๔] ห่วน = หวน

[๗๕] เสน่ = เสน่ห์

[๗๖] เจือจรร = เจือจันทน์

[๗๗] จรร คือ จัน ภรรยาของสุนทรภู่

[๗๘] ทุก = ทุกข์

[๗๙] สังเวท = สังเวช

[๘๐] ทรัพ = ทรัพย์

[๘๑] ชณมาร = ชนมาน

[๘๒] ย่า = หญ้า

[๘๓] นกกกรุม = นกตะกรุม

[๘๔] สีส = ศีรษะ

[๘๕] น่าจะเป็น บ่เปียก

[๘๖] เยี่ยว = เหยี่ยว

[๘๗] พักสา = ภักษา

[๘๘] สัทา = สัทธา, ศรัทธา

[๘๙] สัต = สัตย์

[๙๐] แด่น = แดน

[๙๑] กว่างขวางทร่างวัดวา = กว้างขวางสร้างวัดวา

[๙๒] พึ่ง = ผึ้ง

[๙๓] จรร คือ จัน ภรรยาคนแรกของสุนทรภู่

[๙๔] เพชรัต = เพชรรัตน์

[๙๕] หม้าน = ม่าน

[๙๖] นูท = นุช

[๙๗] บ้านสศรีธร = บ้านศศิธร

[๙๘] จรร = จันทร์

[๙๙] ขุ้มขุ้ม = คุ่มคุ่ม

[๑๐๐] ตเข้ = จระเข้

[๑๐๑] สัต = สัตว์

[๑๐๒] กำนัด = กำหนัด

[๑๐๓] เค่า = เข้า ในที่นี้ต้องการ เอก

[๑๐๔] ร่ายกล้วย = ไร่กล้วย

[๑๐๕] อู๋เข้า = รวยข้าว

[๑๐๖] ผักบุ่ง = ผักบุ้ง

[๑๐๗] สุ่ม = ซุ่ม

[๑๐๘] ชมวก = ฉมวก

[๑๐๙] ยุท = ยุด

[๑๑๐] ทเวท = เทวษ

[๑๑๑] ทุเรด = ทุเรศ

[๑๑๒] สุพันบูรี = สุพรรณบุรี

[๑๑๓] บางสามศาร = บางสามศาล

[๑๑๔] อารักศักสิทรวัง = อารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ระวัง

[๑๑๕] ตาน = ตาล

[๑๑๖] ถุ้ง = ทุ้ง

[๑๑๗] เหล้น = เล่น

[๑๑๘] จุมพิศ = จุมพิต

[๑๑๙] นิด = นิตย์, นิจ

[๑๒๐] ย้า = อย่า

[๑๒๑] กโฮ่ = กระโห้

[๑๒๒] ขล้ำ = คล่ำ

[๑๒๓] อิน = อินทร์

[๑๒๔] เหญื่อ = เหยื่อ

[๑๒๕] ทุก = ทุกข์

[๑๒๖] เถ้า = เท่า

[๑๒๗] ตวาง เป็นชื่อหญ้า กระว้าง ก็เรียก

[๑๒๘] สัด = ซัด

[๑๒๙] ตาน = ตาล

[๑๓๐] คัด น่าจะเป็นตัด

[๑๓๑] เชาปมง = ชาวประมง

[๑๓๒] ข้า = ฆ่า

[๑๓๓] เกล็จ = เกล็ด

[๑๓๔] หญิงชื่องิ้วนี้ ท่านสุนทรภู่รักใคร่ใฝ่ฝัน ได้รำพันไว้ในนิราศของท่านหลายเรื่อง เช่น นิราศพระประธม นิราศวัดจ้าวฟ้า และในนิราศเรื่องนี้

[๑๓๕] ทร่าง = สร้าง

[๑๓๖] สวัดิ = สวัสดิ์

[๑๓๗] จอรเข้ = จระเข้

[๑๓๘] ชาน = ฌาน

[๑๓๙] จอรเค่ = จระเข้

[๑๔๐] ออกตอก = ออกดอก

[๑๔๑] จปลง = จะปลง

[๑๔๒] ไท = ไทย

[๑๔๓] ถั้ว = ทั่ว

[๑๔๔] เค่า = ข้าว

[๑๔๕] เค่า = ข้าว

[๑๔๖] เคราะ = เคราะห์

[๑๔๗] แหล้น = แล่น

[๑๔๘] เค่า = เข้า

[๑๔๙] แพรพ่า = แพรผ้า

[๑๕๐] ชีหล = ชีหน หรือยีหน คือบางยี่หน ตำบลตะค่า อำเภอบางปลาม้า

[๑๕๑] มนทน = มณฑล

[๑๕๒] ศรี = สี

[๑๕๓] ฮุ่ม = หุ้ม

[๑๕๔] สวนหง = สวนหงส์

[๑๕๕] พระเนร = พระเณร

[๑๕๖] กดี = กฎี, กุฎี

[๑๕๗] พริกเทด = พริกเทศ

[๑๕๘] ไหร้ = ไร่

[๑๕๙] ซ่ม = ส้ม

[๑๖๐] ดน = ดล

[๑๖๑] เพ่า = เผ้า หมายถึง ผม

[๑๖๒] ผู้ = พู่

[๑๖๓] หูหนาง = หางหนู

[๑๖๔] ถุ้ง = ทุ่ง

[๑๖๕] ไสร้ = ไส้

[๑๖๖] ทับคี่เลก = ทับขี้เหล็ก ปัจจุบันมีแต่ ทับตีเหล็ก

[๑๖๗] ขรั้ง = ครั่ง

[๑๖๘] ศุก = สุก

[๑๖๙] ขั้ง = คั่ง

[๑๗๐] ขู่ = คู่

[๑๗๑] บางนางศุข = บางนางสุก

[๑๗๒] เหน้า = เน่า

[๑๗๓] อง = องค์

[๑๗๔] อารัก = อารักษ์

[๑๗๕] ประจัก = ประจักษ์

[๑๗๖] โคกม่อ = โคกหม้อ

[๑๗๗] อิด = อิฐ

[๑๗๘] รยะ = ระยะ

[๑๗๙] ฉะม้าย = ชม้าย

[๑๘๐] แฮ่ง = แห้ง

[๑๘๑] เชฐา = เชษฐา

[๑๘๒] ผร่ำ = พร่ำ

[๑๘๓] ถ้า = ท่า

[๑๘๔] ศาร = ศาล

[๑๘๕] เล่า = เหล้า

[๑๘๖] ผู่รั้ง = ผู้รั้ง – ผู้ครองเมือง

[๑๘๗] เตียร = เตียน

[๑๘๘] เกียร = เกียน, เกวียน

[๑๘๙] วัดพระรูป วัดประตูสาร อยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

[๑๙๐] สง = สงฆ์

[๑๙๑] ที่ว่าเป็น “หย่อมย่านบ้านขุนช้าง” นี้ มีผู้ชี้ว่า น่าจะอยู่ตรงที่เป็น บริเวณโคกใหญ่ระหว่างคลองวัดผึ้ง กับแม่น้ำสุพรรณบุรี ใกล้วัดประตูสาร ปัจจุบันมีเรือน คุณยายไห นาคสุวรรณ อายุกว่า ๘๔ ปี เป็นต้น ตั้งอยู่บนโคกนั้น ท่านผู้ชี้สถานที่อธิบายบอกว่า โคกใหญ่นี้แม้ในฤดูน้ำมาก น้ำท่วมไปทุกหนทุกแห่ง แต่ก็ไม่ท่วมโคกนี้ และยังมีที่เป็นแอ่งอยู่ข้างโคกใหญ่ กล่าวกันว่าเคยเป็นคอกช้าง ซึ่งดูสมกับที่ว่า ขุนศรีวิชัย บิดาขุนช้างเป็นนายกองช้างกรมช้างนอก

[๑๙๒] วัดกระไกร คือ วัดตะไกร

[๑๙๓] ศรีประจัน มารดาพิมพิลาไลยหรือวันทอง ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

[๑๙๔] ทองประศรี มารดาขุนแผน ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

[๑๙๕] มหาโพท = มหาโพธิ์

[๑๙๖] โบศ = โบสถ์

[๑๙๗] พิมพิลาไลย นางเอกในเรื่องขุนช้างขุนแผน ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง

[๑๙๘] สืบขู้สูพรรณ = สืบคู่สุพรรณ

[๑๙๙] พระป่าเรไร = พระป่าเลไลย์ ที่วัดป่าเลไลย์ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

[๒๐๐] แหล้น = แล่น

[๒๐๑] โสท = โสต

[๒๐๒] เด็ก น่าจะเป็น เด็ด

[๒๐๓] แหว้ว = แว่ว

[๒๐๔] ยุคน = ยุคล

[๒๐๕] หนั้ง = นั่ง

[๒๐๖] เทียรทูป = เทียนธูป

[๒๐๗] ไว่ = ไหว้

[๒๐๘] พึ่ง = ผึ้ง

[๒๐๙] อดส่า = อุตส่าห์

[๒๑๐] ปราศนา = ปรารถนา

[๒๑๑] ปเจกพุทธะภูม = ปัจเจกพุทธภูมิ

[๒๑๒] อาวอร = อาวร

[๒๑๓] พระศรีอาร = พระศรีอาริย์

[๒๑๔] เหล้า = เล่า

[๒๑๕] หมายถึง บุตรที่ร่วมทางไปด้วย ที่มีชื่อระบุไว้ในนิราศนี้ ได้แก่ พัด (บุตรที่เกิดจาก จัน) ตาบ (บุตรที่เกิดจาก นิ่ม) กลั่นและชุบ ซึ่งเป็นบุตรเลี้ยง

[๒๑๖] ตาน = ตาล

[๒๑๗] ค่าม = ข้าม

[๒๑๘] มอรไท = มอญไทย

[๒๑๙] ทร่าง = สร้าง

[๒๒๐] อิด = อิฐ

[๒๒๑] โบศ = โบสถ์

[๒๒๒] พระเจ้า คือพระพุทธรูป หรือ พระประธาน

[๒๒๓] ยน = ยล

[๒๒๔] หญ้าน = ย่าน

[๒๒๕] คด = คช – ช้าง

[๒๒๖] โพพญา = โพธิ์พระยา

[๒๒๗] กระสิน = กระสินธ์ - น้ำ

[๒๒๘] มุนนาย = มุลนาย

[๒๒๙] เกรี่ยง = กะเหรี่ยง

[๒๓๐] ข้า = ฆ่า

[๒๓๑] หมี = มิ

[๒๓๒] เหล้น = เล่น

[๒๓๓] ผโอง = พะอง

[๒๓๔] เก้า = ก้าว

[๒๓๕] บ้านศรีจัน = บ้านศรีประจันต์

[๒๓๖] ภู่ = ผู้

[๒๓๗] ด่านขนอนหรือหัวขนอน ตำบลศรีประจันต์ อำเภอศรีประจันต์

[๒๓๘] ไซ = ไทร ต้นไทร

[๒๓๙] ซิ่น = สิ้น

[๒๔๐] ราพ = ราบ

[๒๔๑] ค่อย = ข้อย ข้า

[๒๔๒] สอนกระสาบ = สอนกระซาบ คือ กระซิบกระซาบสอน

[๒๔๓] ฮ่าม = ห้าม

[๒๔๔] พลูนาบ คือ พลูที่ใช้ของร้อนๆ นาบให้แห้ง เก็บไว้กินได้นาน

[๒๔๕] ซู่ = สู้

[๒๔๖] เหล้า = เล่า

[๒๔๗] โหง้ = โง่

[๒๔๘] ฟ่าย = ฝ้าย

[๒๔๙] ท่ำ = ถ้ำ

[๒๕๐] ฉม้อย = ชม้อย

[๒๕๑] นายรอด คงจะเป็นนายท้ายและนำทางด้วย

[๒๕๒] ชุ่มฉ้อออรชร = ชุ่มช่ออรชร

[๒๕๓] เท่า = เฒ่า

[๒๕๔] หล้อน ล่อน – ล่อนจ้อน

[๒๕๕] พึ่ง = ผึ้ง

[๒๕๖] เถี้ยง = เที่ยง

[๒๕๗] ศาลปู่เจ้า ตำบลบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์

[๒๕๘] กลิ่ง = กลิ้ง

[๒๕๙] นำ น่าจะเป็น น้ำ

[๒๖๐] หนั้ง = นั่ง

[๒๖๑] น่าจะเป็น บ้านกล้วย

[๒๖๒] ผู้เท่า = ผู้เฒ่า

[๒๖๓] ค่าง = ข้าง

[๒๖๔] เสียบ = เซียบ, เชียบ

[๒๖๕] ฉุ้ม = ชุ่ม

[๒๖๖] จฬ้อ = จะล้อ

[๒๖๗] น่าจะเป็นหาด

[๒๖๘] ค่าง = ข้าง

[๒๖๙] ศรี = สี

[๒๗๐] นายรอด คนนำทาง

[๒๗๑] เคี่ยว = เขี้ยว

[๒๗๒] ทังขู่ = ทั้งคู่

[๒๗๓] สัต = สัตว์

[๒๗๔] เซ่น = เส้น

[๒๗๕] เค่า = ข้าว

[๒๗๖] เยื่อ = เหยื่อ

[๒๗๗] รก = ระกะ

[๒๗๘] ตล = ตะละ-เหมือน คล้าย

[๒๗๙] แค่ง = แข้ง

[๒๘๐] ไพรสน = ไพรสณฑ์

[๒๘๑] รมยศุกโข = รมยสุโข

[๒๘๒] ค่าง = ข้าง

[๒๘๓] ศรทาหมุ้ง = ศรัทธามุ่ง

[๒๘๔] เทียรทูบ = เทียนธูป

[๒๘๕] ท่วยแก้ว = ถ้วยแก้ว

[๒๘๖] สัทา = สัทธา ศรัทธา

[๒๘๗] สัมนะ = สมณะ

[๒๘๘] ผู่เถ้า = ผู้เฒ่า

[๒๘๙] หมายถึงว่า อายุร้อยกว่าแล้ว แต่นัยน์ตายังดีสามารถมองช่องเข็มเล็กๆ เห็นได้

[๒๙๐] เฆี้ยว = เคี้ยว

[๒๙๑] อย้าน = ย่าน

[๒๙๒] ถุ้ง = ทุ่ง

[๒๙๓] ไม้ตรี = ไมตรี

[๒๙๔] เหล้า = เล่า

[๒๙๕] ท่วน = ถ้วน

[๒๙๖] ภิขุ = ภิกขุ ภิกษุ

[๒๙๗] พระภิกษุที่ถูกเสือกัดตาย ชื่อ เทศ กับ เกด

[๒๙๘] เหล้า = เล่า

[๒๙๙] ซิ่น = สิ้น

[๓๐๐] สวัดสัฐาวอร = สวัสดิ์สถาวร

[๓๐๑] ตั้งแต่โคลงนี้ไป เริ่มสมุดไทยเล่ม ๒ เป็นตอนที่พบใหม่ ต่อจากที่เคยตีพิมพ์แล้ว

[๓๐๒] พลั่งพลั่ง = พรั่งพรั่ง

[๓๐๓] ไว่ = ไหว้

[๓๐๔] เชาบ้าน = ชาวบ้าน

[๓๐๕] ผร้ำ = พร่ำ

[๓๐๖] ขู่ = คู่

[๓๐๗] ทุก = ทุกข์

[๓๐๘] เชาดง = ชาวดง

[๓๐๙] ตโภน = ตะโพน

[๓๑๐] คลุย = ขลุ่ย

[๓๑๑] มัติโมฆ โอขเอย = มัติโมกข์ โอฆเอย

[๓๑๒] มิศ = มิตร

[๓๑๓] เท่า = เฒ่า

[๓๑๔] มีคำพังเพยว่า “ช้างป่าต้น คนสุพรรณ” ในต้นฉบับสมุดไทยมีคำว่า “ช้าง” หน้า “ป่าต้น” แต่มีรอยลบ

[๓๑๕] สัต = สัตว์

[๓๑๖] เม็จ = เม็ด

[๓๑๗] พึ่ง = ผึ้ง

[๓๑๘] สะล่างแหร้ = สล้างแร่

[๓๑๙] แขบ = แคบ

[๓๒๐] ลหาล = ละหาน

[๓๒๑] ปลาด = ประหลาด

[๓๒๒] ต้นฉบับเป็น ฝัก แต่น่าจะเป็น ฟัก

[๓๒๓] ศภ = ศพ

[๓๒๔] อารักศักสิทชาน = อารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ชาญ

[๓๒๕] สรวง คือ บวงสรวง

[๓๒๖] พร้าว คือ มะพร้าว

[๓๒๗] ศาร = ศาล

[๓๒๘] เทวถาน = เทวสถาน

[๓๒๙] สรัพ = ศัพท์

[๓๓๐] หลั้น = ลั่น

[๓๓๑] รู้เถ้า = รู้เท่า

[๓๓๒] ผู่เท่า = ผู้เฒ่า

[๓๓๓] พรมสมุท = พรหมสมุทร

[๓๓๔] ฃอน = คอน

[๓๓๕] เคราะ = เคราะห์

[๓๓๖] ซู่ = สู้

[๓๓๗] แล่งล่า = แหล่งหล้า

[๓๓๘] ขู้ = คู่

[๓๓๙] แหร้ = แร่

[๓๔๐] ยุก = ยุค

[๓๔๑] กายสิทพิศ = กายสิทธิ์พิษ

[๓๔๒] รู้ศึก = รู้สึก

[๓๔๓] ค่าง = ข้าง

[๓๔๔] หยุ้ย = ยุ่ย

[๓๔๕] ผู่ = ผู้

[๓๔๖] แฮ่ว = แห้ว

[๓๔๗] ย่างใหญ่ = ยางใหญ่

[๓๔๘] กรัด = กะรัต

[๓๔๙] เฟ่า = เฝ้า

[๓๕๐] ยน = ยล

[๓๕๑] เขน = เข็ญ

[๓๕๒] ฟ่าย = ฝ้าย

[๓๕๓] ฮ่าง = ห้าง

[๓๕๔] คล่องแขล้ว = คล่องแคล้ว

[๓๕๕] รักใขร้ = รักใคร่

[๓๕๖] กวั่ง ชาวกะเหรี่ยง

[๓๕๗] เขม = เค็ม

[๓๕๘] ท่วยขว้ำ = ถ้วยคว่ำ

[๓๕๙] ถั้ว = ทั่ว

[๓๖๐] ค่าง = ข้าง

[๓๖๑] ลักกระจั่น = ลักจัน ชื่อสมุนไพรอย่างหนึ่ง

[๓๖๒] ขันใชศรี = ขรรค์ชัยศรี ชื่อสมุนไพรอย่างหนึ่ง

[๓๖๓] มื้อเหลก = มือเหล็ก ชื่อสมุนไพรอย่างหนึ่ง

[๓๖๔] กทกรก, กก, กนาก

[๓๖๕] ซมเช้า = ส้มเช้า

[๓๖๖] ชาเลือด = ช้าเลือดหรือชะเลือด

[๓๖๗] หนอนตยาก = หนอนตายยาก

[๓๖๘] พัก = ผัก

[๓๖๙] ขะนอง = คะนอง

[๓๗๐] ขนิด = ขนิษฐ

[๓๗๑] ฝ่าน = ฟาน

[๓๗๒] สุคน = สุคนธ์

[๓๗๓] พ่า = ผ้า

[๓๗๔] ไท่ = ไถ้

[๓๗๕] หญ้าม = ย่าม

[๓๗๖] แด่นลว้า = แดนละว้า

[๓๗๗] ฮ่วย = ห้วย

[๓๗๘] ฮ่าง = ห้าง

[๓๗๙] แก่ = แก้

[๓๘๐] ห่าง = ห้าง

[๓๘๑] ขะมิ่น = ขมิ้น

[๓๘๒] ค่าง = ข้าง

[๓๘๓] ค่างหล้าง = ข้างล่าง

[๓๘๔] หย้อง = ย่อง คือ เดิน

[๓๘๕] แด่นลว้า = แดนละว้า

[๓๘๖] พึ่ง = ผึ้ง

[๓๘๗] สัด = สัตว์

[๓๘๘] เท่า = เฒ่า

[๓๘๙] รว้า = ละว้า

[๓๙๐] ครื = คือ

[๓๙๑] กินเค่า = กินข้าว

[๓๙๒] เสจสับ = เสร็จสรรพ

[๓๙๓] มด = หมด

[๓๙๔] ฮ่า = ห้า

[๓๙๕] ฮ่าม = ห้าม หมายถึง นางห้าม หรือ นางชาววัง

[๓๙๖] แค่ง = แข้ง

[๓๙๗] สวน = สรวล

[๓๙๘] ปล่ำ = ปล้ำ

[๓๙๙] ตาลวด ละว้าผู้นำทาง

[๔๐๐] สถุน = สถุล

[๔๐๑] กระกุน = ตระกูล

[๔๐๒] ครื = คือ

[๔๐๓] ฝูก = ฟูก

[๔๐๔] ฉออน = ฉอ้อน

[๔๐๕] ฉโงก = ชโงก

[๔๐๖] เหล้น = เล่น

[๔๐๗] วัน = วัลย์ คือ เถาวัลย์ที่ทำเชือกผูกชิงช้า

[๔๐๘] ตพาก = ตะพาก

[๔๐๙] ปักเป่า = ปักเป้า

[๔๑๐] แห่งตื่น = แห่งตื้น – ที่ตื้น

[๔๑๑] น่าจะเป็น พราว

[๔๑๒] หล่าง = ลาง

[๔๑๓] คึ่น = ขึ้น

[๔๑๔] กะเหรี่ยง คือ กวั่ง สังบุเร ว่ายน้ำได้ ส่วน ละว้า คือ ลวด ว่ายน้ำไม่เป็น

[๔๑๕] แล่ง = แหล่ง

[๔๑๖] คือ พบพระซึ่งเล่นแร่ ถูกแร่กินตาย เหลือแต่ข้าวของ

[๔๑๗] จุน = จุล

[๔๑๘] สูร = สูญ

[๔๑๙] ชัด = ชัฏ

[๔๒๐] โจร = โจน

[๔๒๑] คู่ลา = คุลา

[๔๒๒] เฆ้า = เค้า

[๔๒๓] อี่แอ้น = อีแอ่น

[๔๒๔] ตัวภู่ = ตัวผู้

[๔๒๕] ต้อยตี๋วิศ = ต้อยตีวิด ชื่อนก

[๔๒๖] ชิศ = ชิด

[๔๒๗] เฉวียร = เฉวียน

[๔๒๘] เวียร = เวียน

[๔๒๙] ตขุ้ม = ตะคุ่ม

[๔๓๐] ลัดา = ลดา

[๔๓๑] ปตู = ประตู

[๔๓๒] แล่ง = แหล่ง

[๔๓๓] ปักกตู = ปากประตู

[๔๓๔] ผู่ภิเศศ = ผู้วิเศษ

[๔๓๕] ผึ้ง = พึ่ง

[๔๓๖] สง = สรง

[๔๓๗] สุคน = สุคนธ์

[๔๓๘] ไต้ = ใต้

[๔๓๙] น้ำภุ = น้ำพุ

[๔๔๐] ภิฦก = พิลึก

[๔๔๑] ไหม้ = ไม่

[๔๔๒] อาไส = อาศัย

[๔๔๓] บุพ = บุปผ

[๔๔๔] เต่า = เตา

[๔๔๕] เสจ = เสร็จ

[๔๔๖] สัต = สัตว์

[๔๔๗] ไว่ = ไหว้

[๔๔๘] ฉ้อง = ช่อง

[๔๔๙] ผร่ำ = พร่ำ

[๔๕๐] ตำ = ตาม

[๔๕๑] พิศฎาน = พิสดาร

[๔๕๒] น้ำพึ่ง = น้ำผึ้ง

[๔๕๓] ไว่เท้า = ไหว้เท้า

[๔๕๔] ประโหญด = ประโยชน์

[๔๕๕] สังสารวัด = สังสารวัฏ

[๔๕๖] สวัดิ = สวัสดิ์

[๔๕๗] กม่อม = กระหม่อม

[๔๕๘] กตันยู = กระตัญญู

[๔๕๙] อัพิวาท = อภิวาท

[๔๖๐] ราตน = ราธน (อาราธนา)

[๔๖๑] ขเม่น = เขม้น

[๔๖๒] เหล้ = เล่ห์

[๔๖๓] เล็ดฟ่าย = เล็ดฝ้าย – เมล็ดฝ้าย

[๔๖๔] ที่ละไว้ ต้นฉบับลบเลือนอ่านไม่ออก

[๔๖๕] หวาม หรือ หลาย ต้นฉบับไม่ชัด

[๔๖๖] เดกกโดด = เด็กกระโดด

[๔๖๗] โครท = โกรธ

[๔๖๘] ออกถูน หรือ ออกภูน ต้นฉบับไม่ชัด

[๔๖๙] น้ำพึ่ง = น้ำผึ้ง

[๔๗๐] ซิ่นม้วย = สิ้นม้วย หรือสิ้นถ้วย ต้นฉบับไม่ชัด

[๔๗๑] ต้นฉบับสมุดไทยเล่ม ๓ เริ่มต้นตั้งแต่โคลงบทนี้เป็นต้นไป

[๔๗๒] หร้อน = ร่อน

[๔๗๓] ค่น = โค่น

[๔๗๔] ค่างล่าง = ข้างล่าง

[๔๗๕] ค่น = โค่น

[๔๗๖] เหญ้อ = เย่อ

[๔๗๗] คว่าง = ขว้าง

[๔๗๘] กระเด่น = กระเด็น

[๔๗๙] ขัด = คัด

[๔๘๐] ฉลูด = ชะลูด

[๔๘๑] นั่งเหล้น = นั่งเล่น

[๔๘๒] ข้ำ = คำ

[๔๘๓] ซู่ = สู้

[๔๘๔] ขเม่น = เขม้น

[๔๘๕] หว้าน = ว่าน

[๔๘๖] แฮ่ง = แห้ง

[๔๘๗] ไว่ = ไหว้

[๔๘๘] จรร = จันทน์

[๔๘๙] ปกับแหน้น = ประกับแน่น

[๔๙๐] เทียร = เทียน

[๔๙๑] เฟ่า = เฝ้า

[๔๙๒] ค่าง = ข้าง

[๔๙๓] หัฐ = หัตถ์

[๔๙๔] ศะศริทร = ศศิธร = พระจันทร์

[๔๙๕] จรร = จันทร์

[๔๙๖] เหล้า = เล่า

[๔๙๗] ส้าง = สร้าง

[๔๙๘] ปรากาล = ปราการ

[๔๙๙] ปสม = ประสม

[๕๐๐] ล่า = หล้า

[๕๐๑] เม็จ = เม็ด

[๕๐๒] คว่าง = ขว้าง

[๕๐๓] เขน = เข็ญ

[๕๐๔] เคราะ = เคราะห์

[๕๐๕] แถ้น = แท่น

[๕๐๖] ท้าวลัศเตียน ตัวละคอนในรามเกียรติ์ เป็นพ่อของทศกัณฐ์

[๕๐๗] ยุก = ยุค

[๕๐๘] ล่า = หล้า

[๕๐๙] เถี้ยง = เที่ยง

[๕๑๐] คือ ช้างงาหัก

[๕๑๑] ตรวด หมายความว่า วิ่งตรงเข้ามา

[๕๑๒] ท่องเถี้ยว = ท่องเที่ยว

[๕๑๓] ฮุ่ม = หุ้ม

[๕๑๔] กมับ = ขมับ

[๕๑๕] ปดัง = ประดัง

[๕๑๖] ไว่ = ไหว้

[๕๑๗] เล่า = เหล้า

[๕๑๘] หนั้ง = นั่ง

[๕๑๙] ซั่น = สั่น

[๕๒๐] ที่ น่าจะเป็นที

[๕๒๑] ตคอก = ตะคอก

[๕๒๒] แหน้ = แน่

[๕๒๓] ชาน = ชาญ

[๕๒๔] ขีก = ขิก คือ หัวเราะ

[๕๒๕] ข้ำ = ค่ำ

[๕๒๖] หนั้ง = นั่ง

[๕๒๗] สัภี = สัพพี

[๕๒๘] ทุก = ทุกข์

[๕๒๙] คึ่นฟ้า = ขึ้นฟ้า

[๕๓๐] เฟ่า = เฝ้า

[๕๓๑] ภัก = ภักตร, พักตร

[๕๓๒] อักษร = อัปสร

[๕๓๓] หญิ้ง = ยิ่ง

[๕๓๔] ภุทันดร = พุทธันดร

[๕๓๕] ฉัด = ฉัตร

[๕๓๖] ไพรศาร = ไพรสาณฑ์

[๕๓๗] ภุมิภาก = ภูมิภาค

[๕๓๘] ลำ = ล้ำ

[๕๓๙] สริ้น = สิ้น

[๕๔๐] โรงศาร = โรงศาล

[๕๔๑] กั่น = กัน

[๕๔๒] แล่งล่า = แหล่งหล้า

[๕๔๓] ไม้ล่าย = ไม้ไหล่

[๕๔๔] กิด = กีด

[๕๔๕] เลมาะ = ละเมาะ, ป่าละเมาะ

[๕๔๖] อย้อง = ย่อง

[๕๔๗] เฟ่า = เฝ้า

[๕๔๘] กดิก = กระดิก

[๕๔๙] ด้าว น่าจะเป็นดาว

[๕๕๐] เควี่ยง = เขวี้ยง – ขว้าง

[๕๕๑] พยักฆ์ = พยัคฆ์

[๕๕๒] ราย = ร้าย

[๕๕๓] ผาก น่าจะเป็น พาด

[๕๕๔] ทุก = ทุกข์

[๕๕๕] ทศกอน = ทศกร – ขันทศกร

[๕๕๖] สองพี่น้อง = อำเภอสองพี่น้อง

[๕๕๗] สวัดิ = สวัสดิ์

[๕๕๘] แหล้น = แล่น

[๕๕๙] ถลึ้ง = ทลึ่ง

[๕๖๐] จรรท = จันต คือ ปัจจันต หรือ ประจันต หมายถึง ชายเขตแดน

[๕๖๑] ท่ำ = ถ้ำ

[๕๖๒] ถุ้ง = ทุ่ง

[๕๖๓] อายุวันชนะ เรียกกันในชั้นหลังว่าอายุวัฒนะ

[๕๖๔] นากคปริพัน = นาคปริพันธ์ ชื่อโคลง

[๕๖๕] สรล้วน = สระล้วน

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ