เดือน ๘๘ จุลศักราช ๑๒๓๙

จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน

พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันพุธ ขึ้นค่ำ ๑ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กรมพิชิตนำสารบบความนครบาลปีชวดที่จะแบ่งให้ตำรวจชำระมา ได้แบ่งให้ตำรวจชำระ ๔๘ เรื่อง ความเสร็จสำนวนพิจารณาแล้วยังแต่จะตัดสิน ๒๘ เรื่องนั้นคืนไป รวมความ ๗๖ เรื่อง พระนายศรีเอาหนังสือเมซั่นส่งแบบสูบน้ำขุดคลองมาให้ดู ได้มีหนังสือส่งแบบไปให้คุณสุรวงศ์ดูฉะบับหนึ่ง ท่านภูธราภัย พระยาศรี พระยาจ่าแสนย์เข้ามาพูดเรื่องจะตอบตราพระสุริยภักดี แล้วท่านภูเอาบัญชีมรดกพระยาจ่าแสนย์ที่จะแบ่งมาให้ช่วยตัดสินด้วย เขียนหนังสือถวายสมเด็จกรมพระที่กรุงเก่าขอตำราสระสนานใหญ่ กับขอให้เจ้าจรเป็นผู้ตรวจการในกรมช้างด้วย กรมพระนเรศยื่นริโปดสารบบลูกขุนปรึกษาชี้ขาด ตั้งแต่แรมค่ำเดือน ๘ ถึงขึ้นค่ำเดือน ความเก่ารับแล้ว ๘ ยัง ๑๒๒ รวม ๑๓๐ ใหม่ ๗ รวม ๑๓๗ ตระลาการรับไป ๘ คงค้าง ๑๒๙ คุณสุรวงศ์เขียนหนังสือไปรเวตมาฉะบับหนึ่ง ว่าจะขอเข้ามาหาทีหลังสมเด็จเจ้าพระยา ออกขุนนาง พระยาเสนานุชิตเมืองตะกั่วทุ่ง บอกเข้ามา ๒ ฉะบับๆ หนึ่งว่าพระบริสุทธิ์โลหภูมินทรไปช่วยราชการเมืองภูเก็ตตายจะทำศพในปีฉลูนี้ฉะบับหนึ่งขอนายเล่ห์อาวุธเป็นเจ้าเมืองตะกั่วป่า ขอนายจั๋งบุตร์เป็นปลัด ท่านเล็กเอาหนังสือพระยาอัษฎงค์ตอบว่าเด็กที่จะไปเรียนหนังสือนั้นถึงเมืองสิงคโปร์แล้ว นายกวดยื่นริโปดความในมหาดไทยจำนวนเดือน ๘ เดิม ๗๕ ใหม่ ๑๓ รวม ๘๘ แล้ว เก่า ๑๔ ใหม่ ๗ รวม ๒๑ คงเก่า ๖๑ ใหม่ ๖ รวม ๖๗ เรื่อง กับสมุดสารบบความเรื่องราวฟ้องอุทธรณ์ เดือน ๘ ข้างแรมอีก ๑๓ เรื่อง เซ็นวิสุงคามสิมา ๒ อนุญาตบวช ๔

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เจ้าปรีดาเข้ามาหาได้ถามด้วยกุฎีวัดราชประดิฐและรายงานต่าง ๆ กับได้ให้เงินเจ้ากัน หม่อมชื่น รางวัลรักษาช้างเงิน ๒ ชั่ง คุณแพนำหนังสือของเจ้าพระยาภาณุวงศ์มาให้ฉะบับหนึ่งเป็นสำเนาหนังสือมิศเตออับกากงซุลสยามเมืองกัลกัตตาขอบใจที่ตั้งเป็นกงซุลและได้รับหนังสือที่มีไปถึงคอเวอนแมนต์อินเดียได้ส่งแล้วสมเด็จเจ้าพระยามาหาได้พูดด้วยเรื่องเมืองภูเก็ตและเมืองอื่นๆ กรมพิชิตอ่านตัดสินความ กับได้สั่งให้มนุษย์เข้ามาเป็นผู้เก็บและรวมริโปดความกรมต่างๆ ทุกๆ กรมพระยามหามนตรีมาหาบอกข่าวว่าจ่าผลาญซึ่งไปราชการเชียงใหม่กลับมาตายที่กรุงเก่า กับคำตัดสินความนายเอมนายจุ่นโจทย์หาว่านายปลื้มนายอยู่หมื่นภักดีชุมพลจำเลยว่าลักกระบือ โจทย์ไม่ยอมสืบความเป็นแพ้ ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองเชียงใหม่ว่าเรื่องความผู้ร้ายปล้นหม่องไปเมื่อเดือน ๗ สืบได้ความว่าผู้ร้ายปล้นนั้นเป็นยางแดงได้เงินไป ๑๔,๐๐๐ รูปี คนตาย ๒ คน ได้ความที่คนเก็บของๆ หม่องไปนั้นเอง หลวงบริบาลบอก ๓ ฉะบับ ๆ หนึ่งเมืองมรแมนมีหนังสือมาว่าหม่องแข็งหม่องซวยจานเป็นความกับมิศฟอกหม่องแข็ง หม่องซวยจานแพ้ หม่องแข็งหม่องซวยจานเป็นเจ้าหนี้ค้างเงินหม่องซวยกงหม่องน่อง ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เจ้าเชียงใหม่ให้เจ้าเชียงใหม่ใช้เงินนั้น เจ้าเชียงใหม่ได้ตอบหนังสือไปว่า หม่องน่องได้ทำป่าไม้เจ้าเชียงใหม่ เงินเจ้าเชืองใหม่ค้างหม่องน่องหนีไปมรแมนให้ส่งตัวหม่องน่องเข้ามา ฉะบับหนึ่งเมืองมรแมนมีมาว่า หนานอุตมะ หนานมหาไชยปล้นช้างให้ชำระ ฉะบับหนึ่งว่าได้ชำระความในศาลแล้วไป ๓ เรื่อง ยัง ๒๐ เรื่อง กรมภูธเรศยื่นจำนวนศาลที่ยังไม่ส่งสัจให้ชี้ขาด ๑๑ ศาล สั่งพระยารองเมืองให้ทำแผนที่บ้านจันทัต สวัสดิ์ ประวัติ ได้ให้หีบทองอย่างหัวหมื่น พระยารองเมืองเพิ่มยศ ให้ซองรูปกาไหล่พระนรินทรที่ได้ช่วยสืบผู้ร้าย จมื่นสมุหพิมานยื่นความที่ตัดสินแล้วไป ๓ เรื่อง รับหนังสือคุณสุรวงศ์ ตอบส่งแผนที่แบบเรือสูบน้ำขุดคลองคืนมา ว่าเรือขุดคลองที่อู่หลวงก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ผิดที่ไม่มีสะตรูเท่านั้น

วันศุกร์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาจ่าแสนย์พระยาศรีเอาตราที่จะมีถึงพระสุริยภักดีมาอ่านไม่ชอบใจให้ความไปเรียงมาใหม่ เซ็นอนุญาตบวช ๗ ฉะบับ พระนายศรีเอาแหวนทับทิมที่ให้ไปทำที่ยุโรปมาคืนให้ ๑๐ วง กับกรมนเรศเอาหีบเครื่องแต่งตัวผู้หญิงที่สั่งมาให้ ๖ หีบ กรมพิชิตอ่านตัดสินความเรื่อง ๑ พระยารองเมืองเอาแผนที่ที่บ้านจันทัตไชยามาให้ดูกับที่ตึกดินใหม่ด้วย กรมอดิศรขอหม่อมชิตเป็นแบนมาศเตอ กับยื่นจำนวนทหารแตรคงรับราชการ ๔๓ จำหน่าย ๑๘ รวม ๖๑ คน ออกขุนนาง พระนรินทรยื่นงบเดือนภาษีฝิ่น ร้อยชักสาม จำนวนเดือน ๗ หลวงเทพราชธาดาคัดกฎหมายเรื่องปรับเรียงตัวมาให้ ได้เขียนหนังสือถึงสมเด็จเจ้าพระยาสอดข้อคัดกฎหมายของหลวงเทพราชธาดายื่นลักษณวิวาทมาตรา ๔๐ รับฟ้องมาตรา ๑๐ ไปด้วย พระยาจันทบุรียื่นเรื่องราวเตือนความที่นั้นเสียดสีพระยาศรีอยู่บ้าง โลกทีปบอกพระยาทิตย์ยกพรุ่งนี้ อ้ายจิตรหลานพระยาราชภักดีลาบวช นายเสนอเอาของสานที่จะเอาไปเอกซหิบิเชนเมืองฝรั่งเศสมาให้ จ่ายงเอาหนังสือมิศนิวแมนมีมาถึงว่าด้วยกราสม้าที่สั่งมิศนอกซ์นั้นมาถึงให้ไปรับ ได้สั่งให้จ่ายงไปรับมา หลวงนายเดชยื่นคัดฟ้องมรดก กาพย์ส่งรูปที่มิศเตอชูเมเกอเขียน ๒ รูป พระรูปทูลกระหม่อม ๑ เข้ามาให้ ว่ามิศเตอชูเมเกอตาย พระยาภาษยื่นบัญชีทหารเดิม ๗๙๐ คน จำหน่าย ๓๑๘ คน คงรับราชการ ๔๗๒ คน กับบัญชีนอกกรม แต่คนรับราชการอยู่ในทหารมหาดเล็กเป็นคน ๘๕ คน กับได้รับหนังสือพระยาอัษฎงค์ ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งขอบใจที่ถามข่าวเมียตายกับบอกค่าเช่าตึกที่ถนนบิสโรดเดือนละ ๖๖ เหรียญเช่า ๓ ปี ฉะบับหนึ่งข่าวว่าการที่จะตั้งกงซุลจีนที่เมืองสิงคโปร์เกาะหมากว่าอังกฤษจะยอม กับรายพระนายไวยและมหาราชาเมืองโยโฮตาย กับได้ข่าวว่าเซอเป็นเซ็นจะเป็นเจ้าเมืองเมืองสิงคโปร์ คอลอแนนแอลแซนเป็นเจ้าเมืองบาฮิมาเซ็น ใบสั่งหนึ่งฉะบับฎีกา ๕ ฉะบับ ค่ำไปเฝ้าเสด็จยายถวายหีบเครื่องแต่งตัว

วันเสาร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กรมพิชิตอ่านตัดสินความเรื่องหนึ่ง กับเรื่องราวพระยาจันทบุรี ให้กรมพิชิตไปชำระพร้อมกับพระยาศรี พระยาจ่าแสนย์พระยาศรี เอาร่างตราเข้ามาได้แก้แต่งความใหม่ ให้พระสุริยภักดีไปตรวจในเมืองพวนถ้าเห็นพวกฮ่อให้ตีให้แตก ถ้ามากเหลือกำลังให้บอกลงมา ถ้าฮ่อน้อยแตกแล้วให้มอบราชการเมืองพวนให้ท้าวขันตี ราชการเมืองหลวงนั้นมอบเจ้ามหินทรเทพแล้วให้กลับมากรุงเทพฯ อนึ่งพระยาเมืองขวา เมืองลา เมืองเชียงรุ้ง จะส่งครัวลงมาเมืองหลวงพระบางว่าข่ากำเริบสงบแล้วนั้น ให้ปรึกษากับเจ้าหลวงพระบาง เมื่อเห็นการนั้นสงบเรียบร้อยแล้วควรส่งลงมาได้ก็ให้ส่งลงมา กับเจ้าหลวงพระบางขอศิลาปากนก ๕๐๐๐ นั้น ได้สั่งให้พระยาศรีส่งขึ้นไป กับให้มีหนังสือของท่านภูธราภัยถึงพระสุริยภักดีเป็นไปรเวตอีกฉะบับหนึ่ง ชี้แจงการให้เข้าใจชัด พระยาอภัยรณฤทธิ์เอาความขัดข้องมาให้ ๔ เรื่อง ได้เขียนหนังสือสั่งไป ๓ เรื่อง ออกขุนนาง พระนรินทรอ่านบอกเมืองปราณที่ให้จับผู้ร้ายปล้นบางขุนนนท์นั้น ได้ตัวส่งเข้ามา พระยาพิพัฒยื่นริโปดความในกรมท่าจำนวนเดือน ๘ เดิมความเก่า ๔๗ ใหม่ ๒๐ รวม ๖๗ เรื่อง แล้ว ๑๕ เรื่องส่งตามกระทรวง ๕ เรื่องเป็น ๒๐ คงค้าง ๔๗ เรื่อง มหาดเล็กลาบวช ๒ คน ใช้เงินคำกราสม้าที่สั่งมิศนอกซ์ ๓๐๕ บาทสลึงเฟื้อง กับได้เขียนจดหมายขอบใจมิศนอกซ์ฉะบับหนึ่ง ให้จ่ายงไป เขียนหนังสือตอบพระยาอัษฎงค์ที่ได้รับหนังสือ ๒ ฉะบับ นายพลพ่ายขอเลขหลวงโยธาบริบาล (เกิด) ลุง ทนาย ๖ สม ๙ ทาส ๕ รวม ๒๐ คนสั่งให้วันนี้สวดมนต์ที่โรงหล่อ ๆ พระเจดีย์วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ

วันอาทิตย์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๔ โมงเศษ ไปหล่อพระเจดีย์วัดนิเวศน์ธรรมประวัติที่โรงหล่อ พระองค์ดิฐทำรูปสีผึ้งพระพุทธรูปพระสาวกให้ดูด้วย ได้สั่งให้แก้พระพักตร์พระสาวกเบือนเข้าไปหาพระพุทธรูปหน่อยหนึ่ง เวลา ๕ โมงเศษกลับ แย้มเมียสำเร็จพระขรรค์เอาลูกเงาะมาให้ ลูกเงาะของเขาดีเป็นที่หนึ่งได้เอามาให้เสมอ จึงได้เขียนหนังสือถึงพระยาไชยสุรินทรฉะบับหนึ่ง ให้สักหลังโฉนดสวนเงาะของแย้มยกอากรให้ทั้งโฉนด ได้ตัดสินความมรดกจีนน่อมรายหนึ่ง รับหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาตอบเรื่องปรับทั่วคนนั้นเห็นชอบด้วย แต่ปลายความนั้นที่เหมือนไม่ไว้ใจผู้ปรับใหม่ เจ้าพระยาภาณุวงศ์มาหาพูดเรื่องน้ำมันปริกโตรเลียมที่พระยาอัษฎงค์พูดมา ส่งสำเนาหนังสือพระยาอัษฎงค์มาด้วย กับพระยาอัษฎงค์บอกเรื่องเงินเหรียญแดง ส่งตัวอย่างเข้ามาว่าเดี๋ยวนี้มีเข้ามาที่สิงคโปร์มากกับได้พูดเรื่องจะทำปืนป้อมและเรื่องพระสุริยภักดีและจมื่นทิพเสนาด้วย ได้ทำหนังสือให้พระยาอภัยรณฤทธิ์หมายลูกความที่ขัดข้องนั้นฉะบับหนึ่งได้แต่ง ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองปราจีณขอวิสุงคามสีมา เมืองวิเชียรขอปลัดเมือง พระนรินทรอ่านบอกเมืองตะกั่วป่าส่งภาษี ๕ อย่าง เมืองพังงา ๒ ฉะบับๆ หนึ่งส่งเงินค่านา ฉะบับหนึ่งส่งเงินภาษี ๕ อย่าง เมืองภูเก็ตส่งเงินภาษีดีบุก ภาษีหางเข้า เมืองระนองส่งเงินภาษี ๕ อย่างกับเงินค่าตีตราดีบุก เมืองกาญจนดิฐส่งเงินภาษี เมืองราชบุรีบอกจับอ้ายอินผู้ร้ายลักโคได้ พระยาพิพัฒอ่านบอกเมืองนครชัยศรีส่งผู้ร้ายปล้นจีนมี เมื่อเดือน ๑๑ ปีชวด หลวงชาติสุเรนทรยื่นริโปดความกรมกระลาโหมจำนวนเดือน ๘ รวมความเก่า ๔๘ ความใหม่ ๑๓ รวม ๖๑ เรื่องแล้ว ๒๘ คง ๓๓ เรื่อง ตั้งขุนนาง ๖ คน จ่าแรงรับราชการเป็นจมื่นทิพรักษา ๑ นายรื่นลูกพระยาศรี เป็นจ่าแรงรับราชการ ๑ พระปริยัติธรรมธาดา เป็นพระยาปริยัติจางวาง ๑ นายเปียลูกท่านกรมท่าเป็นนายฉัน ๑ หมื่นนิเวศน์เป็นขุนนิเวศทวาราธิบาล ๑ หลวงเพ็ชรจักรสิทธิเดชปลัดเมืองปทิว เป็นพระพรหมสงครามจางวางด่านเมืองขุมพร ๑ พระยาราชเสนายื่นจำนวนเลขพระยาจ่าแสนย์หลวงคเชน ขอสม ๑๐ ขอทาส ๓ รวม ๑๓ รองสรรพวิไชย ขอสม ๒ ขอทาส ๑ รวม ๓ ขุนมหาวิไชย ขอสม ๔ ขอทาส ๔ รวม ๘ รวม ๒๔ สั่งให้พระยาศรีบอกว่าได้ข่าวว่าจมื่นทิพเสนาหนีไปเมืองเขมร ขุนพิพิธอักษรยื่นเรื่องราวขอนายจำลองบุตร์มารดาเป็นช่าง พระยาอนุรักษ์ชำระสั่งให้อยู่ในทหารมหาดเล็ก เมื่อมีการในอาลักษณจึงยกมาสั่งความนายเขียว หมื่นศรีรักษาฟ้องมรดกอำแดงเปี่ยม ทุนทรัพย์ ๑๓ ชั่งเศษ สั่งให้ว่าไป กาพย์เข้ามาตามด้วยการทหาร ได้กระดุมหัวนกหงิมสำรับหนึ่ง

วันจันทร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กรมพิชิตอ่านตัดสินความ เจ้าพระยาภาณุวงษ์มาหาเอาหนังสือ กงซุลฝรั่งเศสมาให้บอกการซึ่งจะทำเตลิกราฟนั้น แต่หนังสือนั้นบาดหลวงแปลเข้าใจไม่ได้ ได้ส่งกลับไปให้ท่านกรมท่าแปลใหม่ กับหนังสือละมาชมีมาขอขึ้นเงินอีก ๔๐๐๐ เหรียญ ว่าขาดทุนที่ค่าทำบัวปลายเสาและค่าห่อไม่ได้คิดแล้วท่านกรมท่าพูดว่า จะเอาคนวังหน้าทำป้อม แต่ให้อยู่ในบังคับท่านกรมท่า กับสมเด็จเจ้าพระยาขอให้จดหมายสั่งป้อมเสือส้อนเล็บ ป้อมนาคราชเป็นของท่านกรมท่า พระยามหามนตรีเอาเรื่องราวมรดกสารหัดช่างมาให้ ได้ส่งคืนไปให้ฟ้องศาลหลวง แต่งหนังสือ คุณสุรวงศ์มาหาพูดเรื่องทำป้อมอาวุธต่างๆ และอื่นๆ ออกขุนนาง พระไพรัชนำหนังสือราชการในกรมท่ามีไปมาถึง พระยาศรีอ่านบอกเมืองนครนายก ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าความเก่าใหม่ได้ชำระแล้ว ๓๐ เรื่อง ยังค้าง ๒๓ เรื่อง ฉะบับหนึ่งได้ตั้งตำบลโคกระบือขึ้นทั้งเก่าใหม่เป็น ๘ ตำบล กับเมืองอ่างทองบอกจ่าหาญ หลวงเมืองคุมอ้ายพรามไปถึงเมืองอ่างทองกันพุธแรม ๙ ค่ำ เดือน ๘ ได้ส่งตัวไปแล้ว พระยาพิพัฒเอาหนังสือกงซุลฮอลันดาบอกว่ากวีนตายกันที่ ๓ เดือนยูน ที่ว่าการกงซุลจะลดธงพรุ่งนี้ ได้สั่งให้ลดธงตามเคย กรมพิชิตยื่นริโปดศาลรับสั่งจำนวนเดือน ๘ แล้วเก่า ๑๐ ใหม่ ๒ รวม ๑๒ เรื่อง ยังคงค้างความเก่า ๓๕ ใหม่ ๑๖ รวม ๕๑ เรื่อง หลวงนายศักดิ์ทูลมหาดเล็กลาบวช ๑

วันอังคาร ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ได้เรียกพระครูพราหมณ์เข้ามาถาม ด้วยหนังสือพราหมณ์ กรมพิชิตอ่านตัดสินความ หลวงจักรยานพากัปตันเดนเข้ามาหา รับที่ห้องเขียว ได้สั่งให้ไปทำแผนที่ป้อมปากน้ำทุกๆ ป้อม ตั้งแต่ปากน้ำเข้ามา จมื่นวิชัยยุทธทำหนังสือมาขอซื้อดุมเสื้อทหาร ได้สั่งให้ซื้อแต่ให้หมั่นรักษาหน่อย เขียนหนังสือถึงพระยาเวียงในเรื่องตึกดินฉะบับหนึ่งหลวงนริศรนำหนังสือท่านกลางมาให้ฉะบับหนึ่ง ว่าอำแดงวรภรรยาจีนหัวมาร้องว่ากงซุลฮอลันดามาเอาตัวจีนหัวไป ด้วยจีนติดขวันผู้เข้าหุ้นส่วนกันทำภาษีสุกร ภาษีเกลือไปฟ้องกงซุลด้วยเงินหุ้นส่วน กงซุลมาเอาตัวจีนหัวไปว่าเป็นสับเยกต์ แล้วถามจะเอาบัญชี จีนหัวว่าบัญชีกงซุลให้คนมาริบที่บ้านขนของไป อำแดงวรมาร้องว่าไม่ได้เป็นสับเยกต์ เธอได้ส่งเรื่องราวอำแดงวรมาให้ด้วย ได้เขียนจดหมายตอบฉะบับหนึ่ง ส่งเรื่องราวคืนไปว่าให้ท่านกลางมีหนังสือถึงกงซุลถามความให้มิศเตอหลุยลงไปแต่อย่าให้ผิดทางกรมท่าที่จะพูดเสียเป็นแต่สืบความเท่านั้น กับเธอได้ส่งเรื่องความอำแดงปุกรายที่บ้องอำแดงเปี่ยมเป็นความกับขุนผลาญไพรินทร กับเรื่องราวจีนยุ้นขอทำภาษีเรือจ้างคนเดียวอีกฉะบับหนึ่ง ได้เซ็นไปว่าเรือจ้างนี้เห็นว่าเป็นเบี้ยค่ากับเข้าเล็กน้อยของคนที่อยู่ริมน้ำทั้งปวงให้ยกไว้ก่อน ให้เงินค่ารูปกาพย์ที่มิศชูเมเกอเขียน ๑๗๐ เหรียญ ออกขุนนาง แขกฉ่ำ แขกช้าง ขอที่นาของแม่เพย ตำบลหลอแหล คนละ ๒๐ ไร่ พระยาศรีอ่านบอกเมืองพรหมว่าจับกระบือนายทิบคุมมาไม่มีหนังสือพิมพ์รูปพรรณว่าซื้อมาแต่นายภู่ แล้วภายหลังจึงได้หนังสือพิมพ์ว่าซื้อมาแต่ลพบุรี เมืองอินทรอีก ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งเหมือนกันแต่ภายหลังได้ตั๋วรูปพรรณไม่ถูกกับโคกระบือ ได้ส่งตั๋วพิมพ์นั้นลงมากรุงเทพฯ ฉะบับหนึ่ง บอกด้วยอ้ายพรามหลวงสัพกร ที่จ่าหาญคุมขึ้นไปได้ให้กรมการส่งต่อไปแล้ว ได้สั่งรายกระบือเมืองพรหมนั้นให้ภาคทัณฑ์ไว้ และชี้แจงเสียให้ทราบในพระราชบัญญัติ แต่รายเมืองอินทรนั้นให้สอบกับรูปพรรณเดิม วันนี้เตือนพระยารองเมืองให้เร่งทำคุกใหม่ พระนรินทรอ่านบอกเมืองไชยาส่งปี้จีน ๒๗๓ คน เป็นเงิน ๑๓ ชั่ง ๑๔ ตำลึง ๑ บาท หลวงจงพยุหปลัดกรมเขนทองซ้ายลาบวช พระยาพิพัฒบอกเมืองพนัศนิคมส่งเงินปี้จีน ๓๒๘ คน เงิน ๑๖ ชั่ง ๑๐ ตำลึง กับได้สั่งพระนรินทรให้บอกคุณสุรวงศ์ด้วยพระยาโคราชจะกลับขึ้นไปให้ชี้แจงสั่งการที่จะทำทางเสียให้ตลอด กับสั่งพระยาโคราชให้ไปพบกับพระยานครเขื่อนขันธ์ให้เขาชี้แจงทางเสียด้วย

วันพุธ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระครูพราหมณ์มาพูดด้วยหนังสือพราหมณ์ อาลบาศเตอมาหาพูดเรื่องทำถนนทำคลองไปปากน้ำ และนำคำแปลบัญชีค่ารถไฟที่เมซั่นส่งมาให้สมเด็จเจ้าพระยา กับคำแปลหนังสือพิมพ์เรื่องลอดดาบีมีหนังสือถึงปรินซ์กอจ กอป รูเซีย และได้พูดถึงเรื่องจะร้องสุราลายเซ็นไปต่างประเทศ กรมขุนบดินทรนำเรื่องความหม่อมราชวงศ์สวัสดิ์ผัวหม่อมราชวงศ์ลมุนเมีย ว่าขายตัวอยู่กับหม่อมราชวงศ์เล็กเงิน ๑ ชั่ง ๑๐ ตำลึง แล้วหนีไปโคราชไม่ได้กราบทูลและทูลกรมพระเทเวศร์ แล้วกลับลงมากรุงเทพฯ ความนั้นก็ว่ากันแล้ว แต่โทษที่ขึ้นไปโคราชไม่ได้บอกใครนั้นยังไม่ได้ทำ อีกเรื่องหนึ่งความอำแดงบัว อำแดงหมา โจทย์ หม่อมราชวงศ์น้อย จำเลย ว่าด้วยที่นาหม่อมราชวงศ์น้อยเอาตราแดงไว้เสีย ลูกขุนและพระยาธรรมสารนิติปรึกษาแย้งกันขัดข้อง เขียนหนังสือถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่งเรื่องสำเนาหนังสือจะร้องสุราลายเซ็นไปต่างประเทศอาลบาศเตอว่านั้น ออกขุนนางพระวุฒิการยื่นบัญชีพระองค์เจ้าหม่อมเจ้าที่จะบวช ได้สั่งชุมพลให้ไปช่วยกรมพิชิตในศาลฎีกาฝึกหัดไว้ เซ็นใบสั่งฉะบับหนึ่ง วันนี้เล่นมโหรี พระยาภาษนำรูปเขียนที่เยอรมันมาให้ ไม่สู้เหมือน

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ได้รับหนังสือคุณสุรวงศ์เรื่องคอเรศปอนเดนที่จะตีพิมพ์ส่งไปประเทศละ ๓ แผ่นนั้น เธอยังไม่เห็นด้วย อึกฉะบับหนึ่งบอกด้วยจีนหัวได้เขียนตอบไปฉะบับหนึ่ง แล้วเขียนถึงท่านกรมท่าด้วยอีกฉะบับหนึ่ง กรมขุนบดินทรเข้ามา ได้เซ็นความหม่อมราชวงศ์สวัสดิ์ หม่อมราชวงศ์ลมุนซึ่งหนีไปโคราชว่าไปก็ไม่ได้หลบลี้หนีหาย แล้วไปก็นานไม่มีใครว่ากล่าว และไม่ได้ไปทำความอะไรให้เรียกทัณฑ์บลไว้ กับกรมขุนบอกว่ามีผู้ยื่นเรื่องราวฟ้องหม่อมราชวงศ์ชุ่มใน ทหารมหาดเล็กยังเอาตัวไม่ได้ ได้จดหมายให้กาพย์ส่งตัวไป

วันนี่ได้สั่งจ่าชำนาญ จ่าห้าว จ่าแผลง จ่าเขมง จ่าเร่งให้ออกจับเด็กเล่นกลางถนนที่ห้ามไว้ในหมายประกาศ

เจ้าพระยาภาณุวงศ์มาหาได้พูดเรื่องจีนหัวกับกงซุลวิลันดา

สมเด็จพาหม่อมเจ้ามาลาบวช แล้วได้พูดเรื่องจีนหัวกับกงซุลวิลันดา แล้วได้สั่งพระยามหามนดรได้จัดทหารไปรักษาบ้านจีนหัว และให้ไปเอาตัวอ้ายดิดเป็นผู้ยุยงให้จีนติดขวันฟ้องกงซุลเอาตัวจีนหัว อายดิดแต่ก่อนเป็นหลวงสวัสดิ์นคเรศแล้วไปอยู่ในกรมท่าซ้าย ให้พระยามหามนตรีไปฟังความที่บ้านเจ้าพระยาภาณุวงศ์

ได้เขียนหนังสือถึงวังหน้าให้ทำป้อมปากน้ำ

เวลาค่ำ ออกไปที่พระที่นั่งอมรินทรแต่งนัวอิฟนิงเดรสติดตราจุลจอมเกล้า ทำขวัญนาค เกษมศรี ศรสิทธิ ทองแถม ชุมพล รดน้ำสังข์ แล้วไปพูดกับท่านภูธราภัย คุณสุรวงศ์ เจ้าพระยามหินทร และออกขุนนางด้วย

จ่าชำนาญนำหนังสือพระยามหามนตรีมาให้ ว่าไปเอาตัวอ้ายดิดมาแล้ว ได้จัดทหาร ๓ โหลให้พระศักดาไปรักษาบ้านจีนหัว ได้สั่งพระยามหามนตรีให้จัดอำเภอไปช่วยพระยามหามนตรีรักษาด้วย เจ้าพนักงานหอรัษฎายื่นรายเดือนๆ ๘

วันนี้ให้รางวัลช่างทองทำของแต่งตัวศรีวิไลย พระภักดีทำเข็มขัดเงิน ๒ ชั่ง ขุนพินิตอลังการทำใบไม้ ๑ ชั่ง ขุนสังวาลมุธิดาทำปล่ำ ๑ ชั่ง วันนี้ลงมือชำระความนครบาลค้างปีชวดอัฐศก ตรวจชำระที่ทิมดาบกรมวัง อนันตสมาคม

วันศุกร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเที่ยงออกไปวัดพระแก้วบวชนาค คุณแพนำหนังสือท่านกรมท่ามาให้ฉะบับหนึ่ง ว่าเมื่อวานนี้กลับไปถึงบ้านได้รับหนังสือกงซุลฮอลันดาลาไปเที่ยวทะเลสักเดือนหนึ่ง แต่ตัวกงซุลนั้นไปเสียแต่เช้าแล้ว ได้จัดให้พระวิสูตรวารีไปตามได้กลับมาไปด้วยเรือกระมุทมาลา กับ มิศเตอโฮเวลสิเกรตรีที่ว่าการแทนมีหนังสือมาฉะบับหนึ่ง ว่าพวกจีนกำเริบจะแย่งชิงคนโทษนั้น ได้คอเวอนแมนต์สยามช่วยรักษา เจ้าพระยาภาณุวงศ์ตอบไปให้ส่งจีนหัวมา กับสืบได้ความว่าจีนไซ่เป็นคนคุกเก่า แต่ไปเป็นนายกงษีสุกรของจีนหัวตระเตรียมพวกเพื่อนประมาณ ๗๐ คน ๘๐ คน เครื่องสาตราอาวุธ ว่าถ้ากงซุลมาปล้นโรงกงษีเหมือนบ้านจีนหัวแล้วจะสู้ ได้ส่งสำเนาหนังสือมิศเตอโฮเวลมีมาและตอบไปมาด้วย

สมเด็จเจ้าพระยามาได้พูดเรื่องจีนหัว

ได้ให้พระยาภาษไปถามเตลิกราฟเมืองสมุทว่า กงซุลฮอลันดาไปแล้วหรือยัง ได้ตอบมาว่าออกปากน้ำไปแล้ว

วังหน้ามาได้พูดเรื่องทำป้อมและจีนหัว

เวลาบ่าย ๕ โมงเศษถวายของแล้วกลับ พบพระยารองเมืองที่ข้างโบสถ์ ได้สั่งให้สืบความเรื่องจีนไซ่และให้คิดห้ามปรามเสีย

ได้รับหนังสือวังหน้าตอบการทำป้อม

รับหนังสือพระยามหามนตรีฉะบับหนึ่งว่าได้รับเรื่องราวอำแดงวรฟ้อง พวกจีนติดขวัน นายดิด มาแต่ท่านกรมท่า และจะขอถามอ้ายดิดเป็นคำให้การ กับได้ทราบข่าวเรื่องจีนไซ่เตรียมคนนั้น ไม่ไว้ใจได้จัดฺทหารไว้เป็นการลับ พระยามหามนตรีคุม ๑๐๐ จมื่นวิชัยยุทธ ๑๐๐ หลวงสารภัณฑ์ ๑๐๐ เตรียมพร้อมไว้กับให้ทหารม้าคอยฟังข่าวการ และหลวงบริคุตสืบการในสำเพ็ง หลวงบริคุตได้จดหมายที่สืบได้ความนี้มาให้ด้วย

พระโทรเลขส่งคำเตลิกราฟมาแต่เมืองสมุทว่า เรือที่ไปตามกงซุลนั้นไปถึงไม่ทัน เรือออกปากน้ำไปเสียแล้ว จะตามออกไปอีกหรือไม่นั้น ได้สั่งให้ตามออกไป

วันนี้ทำขวัญนาคหม่อมเจ้าไม่ได้ออกไปให้สมเด็จเวียนเทียนแล้วท่านกลางกับสมเด็จพาเจ้าที่จะบวชเข้ามารดน้ำสังข์ห้องเขียว เจ้าทัศนาในกรมหลวงมหิศวรินทร ๑ เจ้าสิงคารในกรมอมเรนทร ๑ เจ้าเจ๊กในกรมมเหศวร ๑ เจ้าชายงามเจ้าชายเล็ก ในกรมวิศณุนารถ ๒ คน เจ้าสิงห์ในพระองค์เณร ๑ เจ้าอรัญในพระองค์ชุมแสง ๑ ได้พูดเรื่องจีนหัวกับสมเด็จและท่านกลาง

ท่านกรมท่าส่งสำเนาหนังสือที่ ๒ กงซุลฮอลันดาตอบแข่งขึ้นมาอีกฉะบับหนึ่ง ว่าจะส่งจีนหัวแต่ให้ไทยรับประกันเมื่อกงซุลมาให้ส่งไปว่าความที่ว่าการกงซุล ท่านกรมท่าตอบไปฉะบับหนึ่งว่าด้วยกงซุลไม่ส่งตัวแล้วการผิดชอบเกิดขึ้นคอเวอนแมนต์ไม่รับเป็นธุระ ได้เขียนหนังสือตอบท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง

จ่าชำนาญจับเด็กเล่นจุดประทัด ๓ คนที่สะพานช้างโรงสี สั่งให้ขังไว้ ๒๔ ชั่วโมง แล้วให้บิดามารดามารับเรียกคำธรรมเนียมตามพระราชบัญญัติ พระยามหามนตรียื่นคำสารภาพอ้ายดิด แต่ข้อที่พาที่ ๒ กงซุลไปค้นของ ๆ จีนหัวนั้นไม่รับ

วันเสาร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือท่านกรมท่าฉะบับหนึ่งบอกด้วยพระวิสูตรวารี ซึ่งไปตามกงซุลนั้น พบที่สันดอนกงซุลฮอลันดายอมเข้ามากับพระวิสูตรวารีในเรือกระมุท แล้วจะมาหาเจ้าพระยาภาณุวงศ์ในเวลาเช้า ๔ โมงวันนี้ แต่หนังสือที่ท่านกรมท่าที่มีไปคืนนี้นั้น ที่ ๒ กงซุลยังไม่ตอบมา

เขียนหนังสือถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง พูดเรื่องจีนหัวและจีนไซ่เป็นไปรเวต

จ่าชำนาญจับเด็กสามคน อ้ายเผือก อ้ายคร้าม อ้ายพลอยเล่นทอยกองที่ถนนบ้านหม้อ จ่าแผลงจับเด็กสามคนเล่นไม้หึ่งถนนหลวงวัดมหาธาตุ จ่าเขมงจับเด็กสามคนเล่นทอยกองที่ถนนวัดบุญศิริ ได้สั่งไปเหมือนวันก่อนทั้ง ๓ ราย

บวชนาคที่วัดพระแก้วนั้น ได้สั่งให้สมเด็จบวชไปก่อนแล้ว เวลาบ่ายไปถวายของ

เมื่อก่อนไปวัดเจ้าพระยาภาณุวงศ์มาหาเอาหนังสือกงซุลวิลันดาตอบหนังสือที่มีไปถึงที่ ๒ กงซุลเมื่อคืนนี้ ว่าจีนหัวเป็นสัปเยกต์เพราะได้หนังสือที่นิเทอแลนด์อินเดีย แต่บัดนี้เขาไม่ยอมเป็นสัปเยกต์จึงได้ส่งตัวคืนมา แต่ขอให้ไทยทำโทษที่ดูถูกคอเวอนแมนต์นิเทอแลนด์

กงซุลเยอรมันมาหาพูดเรื่องจีนหัว และวันนี้ให้เงินค่ารูปมิศเตอชูเมเกอที่ก่อนนี้ไป ๑๗๐ เหรียญ เงินยังขาดอยู่อีก ๑๐๐ เหรียญได้ให้ไป

ได้เขียนหนังสือถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่งที่วัดพระแก้วให้รับจีนหัวมาแต่ของนั้นอย่าเพิ่งริบเพราะเรายังไม่ได้ยกโทษจีนหัวปรากฏ เป็นแต่ให้ทำบัญชีแล้วเอาไปไว้ที่บ้าน ทหารนั้นอย่าเพ่อถอนก่อน แต่ข้อที่กงซุลว่ามีหนังสือเป็นสัปเยกต์นั้นต้องชำระ ให้เรียนปรึกษาสมเด็จเจ้าพระยาจัดการไป

วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ได้รับหนังสือท่านกรมท่าฉะบับหนึ่งว่าได้ไปปรึกษาสมเด็จเจ้าพระยาเห็นว่าจีนหัวนั้นต้องชำระ เพราะกงซุลว่ามีหนังสือเกาวนาเยนรัลและปัศโปต ไม่ได้ความอย่างไรให้ไปเอาหนังสือที่กงซุลมาสอบเมื่อจีนหัวผิดให้ทำโทษตามสมควร แต่ของๆ จีนหัวที่กงซุลริบไปนั้น ให้ลงไปรับเมื่อขาดไม่ครบจำนวน ให้มีหนังสือต่อว่ากงซุล เมื่อกงซุลตอบมาอย่างไรจึงมีหนังสือส่งคอเรศปอนเดนไปยังคอเวอนแมนต์ แต่การซึ่งดูถูกแผ่นดินและเสียประโยชน์นั้นไม่ว่า ได้มีหนังสือไปรเวตถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่งด้วยการที่จะชำระจีนหัวนั้นจะให้ใครเป็นตระลาการ ถ้าจะให้พระยามหามนตรีชำระดีไม่ดีก็จะว่าอย่างนั้นอย่างนี้ กับเรื่องเสียประโยชน์และการภาษีที่จีนหัวจีนติดขวันทำ กงซุลดูถูกจับตัวเอาเองนี้ จะไม่ว่าบ้างเลยหรือ ท่านกรมท่าตอบมาฉะบับหนึ่ง ว่าตระลาการนั้นให้พระมหาเทพพระพิเรนทรชำระที่บ้านก็ได้ กับเรื่องภาษีเป็นการสำคัญจะต้องพูด

กรมพิชิตอ่านตัดสินความ จมื่นพิชัยยุทธพาทหารมาลาบวช ๒ คน

พระยาศรีพระยาจ่าแสนย์เข้ามาอ่านตราถึงพระสุริยภักดีดังที่ให้ความไปครั้งก่อนแต่แก้ความใหม่บ้างเล็กน้อย แต่ซึ่งงดโทษพระศรีสำโรงเสียนั้นเบานัก ได้สั่งให้ถอดเสียไปทำการแก้ตัวใหม่

รับหนังสือท่านภูธราภัย ฉะบับหนึ่งว่าด้วยให้ตราเจ้ามหินทรเทพ ม.ส.ม. และราชบุตร น.ช. แต่เจ้าอุปราชและเจ้าราชสัมพันธวงศ์นั้นมีความผิดไม่ควรให้

พระอมรทำริโปดที่ไปยิงปืน ๑๒ นัด เรือหาญหักศัตรูมายื่นยิง ๔ นัดที่เกาะสีชัง ทำแผนที่และเอาลูกปืนและศิลาที่แตกมาให้ดูด้วย เจ้าพระยามหินทร พระยารองเมืองเอาแผนที่โรงรถใหม่ที่บ้านเจ้าวรรณวังหน้ามาให้ดู เป็นตกลงให้เจ้าพระยามหินทรทำโรงรถใหม่ว่า ๔ เดือนจะให้แล้ว

เซ็นความอำแดงบัว อำแดงหมาโจทย์ หม่อมราชวงศ์น้อยจำเลย กรมขุนบดินทรยื่นขัดข้องแต่คราวก่อนนั้น ได้สั่งเอาตามคำลูกขุน

ออกขุนนาง พระโทรเลขนำหนังสือพระยาสุรเสนาบอกส่งเงินค่าเช่าตึกวัดประยูรวงศ์ แต่เดือนยี่ปีกุนสัปตศก๘ ถึงเดือน ๕ ปีฉลูเป็น ๓๕ ชั่ง

พระศรีกาฬสมุดถามเลข นายนุช นายทอด นายหนู สั่งให้สักเป็นไพร่หลวง

พระมหาสงครามนำหนังสือคุณสุรวงศ์ที่จะทำการตึกดิศ ขอเลขจ่าย ๓๐ คนให้พระมหาสงครามเป็นนายงานทำการ

ให้สัญญาบัตร์นายภู่ลูกจางวางม่วงเป็นหลวงพิทักษ์ภูเบศปลัดจางวางซ้ายกรมรักษาพระองค์ แล้วให้เงินไปทำภูมิขุนนาง ๒ ชั่ง ค่ำไปพุทธมณเฑียรทำบุญวันประสูติแม่เพย จ่าชำนาญจับอ้ายจีนหินไพร่หลวงยามในเป็นเจ้ามือ อ้ายคง อ้ายดี เป็นผู้แทงเล่นปั่นอีแปะท่าขุนนางค้นได้โปและของต่าง ๆ ให้เฆี่ยนอ้ายจีนหิน ๓๐ ที ให้ค้นทุนกำไรดูถ้าเงินเกิน ๔๐ บาทให้ยึดไว้ ๔๐ บาท ถ้าน้อยกว่าให้แจกกับผู้ที่จับตามสมควร กับการได้เสียกันอย่างไรให้เลิกกันเสีย ตัวคนนั้นให้เจ้าหมู่และมูลนายรับตัวไป

วันจันทร์ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

แย้มภรรยาสำเร็จพระขรรค์ทำหนังสือมาว่า หนังสือที่ไปให้พระยาไชยสุรินทรสักหลังโฉนดสวนเงาะให้นั้น พระยาไชยสุรินทรสักให้แต่โฉนดเดียว สวนเขามี ๘ โฉนดเงาะนั้นปลูกรายไปทุกโฉนดเงินอากรปีหนึ่ง ๑ ชั่ง ๗ ตำลึง ๓ บาท ได้จดหมายถึงพระยาไชยสุรินทรให้สักหลังโฉนดให้หมดที่มีต้นเงาะ

ท้าวแพนำหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์มาว่า สมเด็จเจ้าพระยาขอให้พระยาเจริญชำระความจีนหัวที่เป็นสัปเยกต์ กับเมื่อเช้าได้ให้กัปตันเอมพาจีนหัวไปรับของที่บ้านกงซุล และเมื่อคืนนี้ได้ทราบข่าวว่ากงซุลจะไปเที่ยวทะเล ได้มีหนังสือห้ามไว้ ครั้นเช้ามีหนังสือตอบมาฉะบับหนึ่ง แล้วเจ้าพระยาภาณุวงศ์มีตอบไปอีกฉะบับหนึ่ง ได้คัดสำเนาหนังสือส่งมาแล้วได้เขียนหนังสือตอบเจ้าพระยาภาณุวงศ์ฉะบับหนึ่ง เจียนถึงพระยาเจริญสั่งให้ไปชำระความจีนหัวที่บ้านเจ้าพระยาภาณุวงศ์ฉะบับ ๑

เวลาค่ำออกไปที่พระที่นั่งอมรินทรสวดมนต์ฉลองเทียนพระวุฒิการเอาบัญชีพระบิณฑบาตวันพรุ่งนี้มายื่น

พระนรินทรเอาร่างตรา ถึงหลวงโกษานุการสวัสดิ์ หลวงศรีมหาราชาให้กลับมากรุงเทพฯ แล้วให้ทำบัญชีผูมีความชอบมาด้วย

อีกฉะบับหนึ่ง ถึงพระยาจางวางเมืองภูเก็ต ให้พระยาราชวังสันเป็นข้าหลวงเมืองภูเก็ต เมืองถลาง ให้เสมอใจกลับมา

อีกฉะบับหนึ่งถึงหลวงโยธาธิบาลบัญชา และพระนราธิราชภักดีเมืองระนอง ให้หลวงโยธากลับมากรุงเทพฯ และส่งพระนราไปเมืองนคร และให้คุมคนโทษเข้ามาด้วย

แล้วอ่านบอกเมืองราชบูรีบอกน้ำฝนต้นเข้า พระยาโชฎึกพูดเรื่องความในศาลกรมท่าซ้าย จะทำอนุญาตให้ แล้วได้พูดเรื่องอ้ายดิดและจีนหัว

กาพย์เข้ามาเอาบัญชีเอศติเมตเบี้ยเลี้ยงทหารมาให้ กับขอกอปราลในทหารม้าขึ้นอีก ๒ คน เพราะรักษายามไม่พอ

จำเร่งงานรัดรุด จับได้เด็ก หนูฉุน หนูกุ๋ย เล่นทอยเทศด้วยอีแปะที่กลางถนนเจริญกรุงใต้วัดญวนตลาดน้อยรายหนึ่งอีกรายหนึ่งจับได้ หนูตอง หนูหมา เล่นไม้หึ่ง ที่ถนนเจริญกรุง ริมสามแยกเหนือวัดสามจีน อีกรายหนึ่งจับได้ หนูปอ อ้ายคชเล่นไม้หึ่งริมเชิงสพานช้างหัวตะเข้ ได้สั่งไปให้ทำตามคำสั่งเดิมทั้ง ๓ ราย

จ่าห้าวจับได้หนูฟัก หนูเล็ก เล่นจุดประทัดตามถนนรายหนึ่ง อีกรายหนึ่งจับหนูอ่ำ หนูแจง เล่นทอยกองกลางถนนได้สั่งไปทำตามที่สั่งเดิม

วันอังคาร ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

วันนี้ตื่นนอนเช้าไปใส่บาตร์ แล้วออกพระที่นั่งอมรินทรเลี้ยงพระแล้วกลับ

คุณแพเอาหนังสือกงซุลฝรั่งเศสมีเรื่องเตลิกราฟกะราคาของซึ่งให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์ไปแปลนั้นมาให้ กับเรื่องกงซุลวิลันดาที่ให้กัปตันเอมพาจีนหัวไปรับของนั้น ได้มาแล้ว แต่จีนหัวนั้นเป็นหนี้หลวงและเจ้าหนี้อื่นมีมาก ไม่ใคร่จะไว้ใจ กับส่งร่างเรื่องภาษีที่จะมีไปถึงกงซุลมาให้ดู อีกฉะบับหนึ่งส่งสำเนาหนังสือกงซุลฝรั่งเศสว่าด้วยจีนฮีสัปเยกต์ฝรั่งเศสขายสุราและสินค้าที่เมืองฉะเชิงเทรา เจ้าเมืองกรมการห้ามไม่ให้คนซื้อ

ได้มีหนังสือถึงสมเด็จเจ้าพระยา เตือนให้จัดขุนหมื่นที่จะหัดปืนให้ท่านเล็กว่า กับส่งสำเนาหนังสือกงซุลฝรั่งเศสเรื่องเตลิกราฟไปคิด

แล้วได้มีตอบเจ้าพระยาภาณุวงศ์ฉะบับหนึ่ง เรื่องจีนหัวและกงซุลฝรั่งเศสมีหนังสือมา แล้วจดหมายถวายสมเด็จฉะบับหนึ่ง ส่งหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ไปให้ท่าน กับให้ไปเอาตัวจีนติดขวันตัวเจ้าภาษีมาด้วย แล้วท่านตอบมาฉะบับหนึ่ง ได้เขียนหนังสือส่งต้นหนังสือสมเด็จไปให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์ แล้วได้บอกเรื่องจะไปเอาตัวจีนติดขวันด้วย

กัปตันลอบตัสเอาแผนที่แม่น้ำเมืองไซ่ง่อนมาให้ หลวงราชมณีทำตู้ต้นไม้มาให้ ๒ ต้น

เจ้าต๋ง บอกเรื่องที่จะเขียนวัดปากอ่าวที่พระสาสนโสภณกะมา

ท่านกลางทำจดหมายมาขอตระลาการชำระความในบ้านแต่จะขอเงินเดือนด้วย ได้มีจดหมายตอบไปให้หาตัวตั้ง แต่เงินเดือนนั้นให้เอาเงินที่เก็บไว้นั้น ให้เป็นคราว ๆ ครั้นจะให้ศาลอื่นยังมีมาก กับให้คิดตัดสินความหลวงพิพิธเสียด้วย

ออกขุนนาง พระนรินทรอ่านบอกเมืองนครเขื่อนขันธ์ว่าด้วยกำนันอำเภอกรุงเทพฯ เมืองสมุทรุกเขตต์แดนไปได้สั่งให้ทำแผนที่มาดู กับพระนรินทรเอาร่างสุราที่จะร้องไปต่างประเทศส่งกรมท่ามาให้แก้ แล้วส่งคืนไป

พระไพรัชเอาหนังสือท่านกรมท่ากับคำให้การจีนหัวว่าเอาหนังสือหลานปลอมให้การหมดสำนวนมาใช้ ได้ตอบท่านกรมท่าฉะบับหนึ่งเรื่องจะโต้ที่จีนซื้อหนังสือหลายที่จีนหัวว่านั้น ให้ปรึกษาสมเด็จเจ้าพระยา สุขุมาลย์ขอเลขบุศบง ๑๐๙ คน ตั้งให้

วันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๓ โมงเศษใส่บาตร์แล้วออกไปวัดพระแก้วจุดเทียนพรรษาถวายพุ่มแจกเทียน แล้วไปที่หอราชกรมานุสรหอราชพงศานุสรแล้วกลับ

คุณแพนำหนังสือสมเด็จเจ้าพระยา ท่านกรมท่ามาให้ สมเด็จเจ้าพระยาตอบรายขุนหมื่นตัด ซึ่งจะหัดปืนให้ท่านเล็กคุมนั้น ขอผัดปีหน้าเพราะขึ้นขุนหมื่นจ่ายเดือนเสีย ๔ เดือน ๕ เดือนแล้ว และบัญชีซึ่งพระยาศรี พระนรินทรยื่นนั้นก็ยังไม่ได้หักตายหนีด้วย เมื่อปีหน้าจัดใหม่ก็จะหักตายหนีทีเดียว กับเรื่องเตลิกราฟนั้น ให้ตอบไปวังยังรอไว้ก่อนเพราะได้ตัดเสาข้างฝ่ายตะวันตกไว้แล้วประการหนึ่ง ทางเขมรก็ไม่มีราชการอะไร แล้วส่งสำเนาหนังสือกงซุลฝรั่งเศสคืนมาด้วย

ท่านกรมท่าตอบว่าได้ไปเรียนสมเด็จเจ้าพระยา ด้วยเรื่องที่จะทำโทษจีนหัวนั้น ท่านเห็นว่ายังไม่ควรจะทำก่อนความแล้ว ประการหนึ่งถ้าทำเข้าก็เสียฝ่ายเรา เขียนหนังสือถึงสมเด็จเจ้าพระยาเรื่องจะให้กาพย์ไปอินเดียฉะบับหนึ่งเขียนถึงท่านกรมท่าให้สืบชื่อจีนสับเยกต์ที่จีนหัวให้การให้ตลอดกับบอกเรื่องจะให้กาพย์ไปอินเดียด้วย พระนายสรรเพธนำหนังสือนายเล่ห์อาวุธเตือนที่จะออกไปเมืองตะกั่วทุ่ง แล้วออกอนันตสมาคมขึ้นรถไปจัดพระเชตุพนจุดเทียนพรรษาถวายพุ่มในพระอุโบสถ แล้วไปที่วิหารและตำหนักสมเด็จพระปรมานุชิต และกุฎีสมเด็จพระวันรัตที่ไว้ศพ แต่วิหารเหนือให้จัดเอาไปแล้วกลับมาแวะวังสราญรมย์เยี่ยมท่านเล็กเจ็บหน่อยหนึ่งกลับเข้าวัง

วันพฤหัสบดี แรม ๑ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้าใส่บาตร์แล้ว ออกอมรินทรเลี้ยงพระและสดัปกรณ์พระบรมอัฐิ แต่เปลื้องเครื่องพระแก้วนั้นไม่ได้ไป ทำนกรมท่ามาหาได้พูดกันเรื่องที่จะให้พระนายศรีออกไปบัตเตเวียตามความเห็นสมเด็จเจ้าพระยา เขียนหนังสือถึงท่านภูธราภัยฉะบับหนึ่งบอกที่จะให้กาพย์ไปอินเดีย ได้เรียกพระนายศรีมาหาสั่งที่จะให้ไปบัตเตเวียพูดเรื่องสับเยกต์ พระยาศรีได้นำแผนที่ซึ่งกัปตันลอบตัสฝากมาให้ เป็นแผนที่ที่จะวางปืนและตอร์ปิโดรักษาปากน้ำเจ้าพระยา ได้ให้เงินกาพย์สำหรับซื้อของไปอินเดีย ๕๐๐ เหรียญ

ออกขุนนาง พระนรินทรอ่านบอกหลวงศรีมหาราชาเมืองภูเก็ตว่า จีนหัวหน้าส่งปืนดี ๔๓ ชำรุด ๒๒ รวม ๖๕ กับครัวซึ่งแตกตื่นไปนั้น วันอังคารขึ้น ๒ ค่ำเดือน ๘ กลับมาแล้ว ๒๐ ครัว พระยาราชวังสันลาไปเป็นข้าหลวงรักษาเมืองภูเก็ต เมืองถลาง เปลี่ยนเสมอใจ แล้วเอาร่างร้องสุราลายเซ็นส่งไปกรมท่าให้สั่งไปต่างประเทศมาให้แก้ เขียนหนังสือถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่งส่งหนังสือกงซุลฝรั่งเศสเรื่องเตลิกราฟไปให้คัดไว้สำหรับออฟฟิศ เซ็นฎีกา ๓ ฉบับ ใบสั่ง ๑ ฉบับ แซงชั่น ๑ ฉบับ วันนี้ฟังเทศน์ที่ห้องเหลืองมหาเขมาภิรโตเปรียญ ๕ ประโยค วัดโสมนัสวิสัชนาในทุติยภาณวาร ในมหาปทานสูตร์ที่ ๑ ในคัมภีร์ทีฆนิกาย มหาวรรคผูก ๒ สุมังคลวิลาสินีอรรถกถาผูก ๓ กรมอดิศรยื่นหนังสือไปรเวตปรับทุกข์ที่ไม่มีการว่า

วันศุกร์ แรม ๒ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กรมพิชิตอ่านตัดสินความ คุณแพนำหนังสือท่านกรมท่ามาให้ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยล่ามที่จะให้ออกไปบัตเตเวียกับพระนายศรีนั้น สมเด็จเจ้าพระยาท่านเห็นควรจะให้เดอซาไป กับกงซุลฝรั่งเศสมีหนังสือมาว่าจะต้องไปอยู่บัตเตเวียกงซุลใหม่จะเจ้ามา ขอเวลามาหา กับจะร่างหนังสือตอบกงซุลฝรั่งเศสเรื่องเตลิกราฟนั้น ยังไม่ทราบความเห็นสมเด็จเจ้าพระยาขอต้นหนังสือไปร่าง เขียนหนังสือตอบเจ้าพระยาภาณุวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยล่ามกับนัดให้กงซุลฝรั่งเศสมาวัน ๔ ค่ำ ๕ ค่ำ กับส่งความเห็นต้นหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาไปด้วย พระนายศรีพูดด้วยเรื่องจะไปบัตเตเวีย และเอาแบบเรือกัปตันลอบตัสเขียนอย่างเห็นที่บอมเบมาให้ เขียนหนังสือถึงมิศเตออาลบาศเตอฉะบับหนึ่ง ให้ถามราคาเมซันตามแบบนั้น พระยาอภัยรณฤทธิ์ มาหาบอกด้วยความนครบาลที่ตำรวจชำระแล้วไป ๒๔ เรื่อง พระยาอนุรักษ์เอาคำให้การนายจิตรกัปตัน ทหารกองดับเพลิงซึ่งเป็นชู้กับแดงเมียอุณากรรณให้ไปเอาตัวมาถามนั้น

วันเสาร์ แรม ๓ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

วันนี้ตัดผมแล้วกรมพิชิตอ่านตัดสินความ พระยามหามนตรีมาหา พูดเรื่องชำระความนครบาลแล้วขึ้นเก่าใหม่เป็น ๓๐ เรื่อง พระยารองเมืองเอาแผนที่บ้านไชยามาให้ดู ได้เซ็นสั่งไปในแผนที่ให้เอาที่เดิม กรมภูธเรศยื่นสารบบลูกขุนชี้ขาดแต่ขึ้นค่ำถึงแรมค่ำเดือน เป็น ๑๕ รวมเก่า ปรึกษาแล้ว ๑๑๑ ยังไม่ได้ปรึกษา ๔๕ ตระลาการรับแล้ว ๒๔ ใหม่ปรึกษาแล้ว ๒๖ ยังไม่ได้ปรึกษา ๒๐ รวม ๔๖ ตระลาการรับแล้ว ๘ คง ๓๘ รับหนังสือท่านกรมท่าส่งสำเนาหนังสือซินยอกาโลสเอวแยเนียวโกเรียดาสิลวา ราชทูตโปรตุเกศเจ้าเมืองมะเกาเข้ามา ๒ ฉะบับ ฉะบับหนึ่งว่าเดือนโนเวมเบอจะนำตราเครื่องราชอิสสริยยศเข้ามากรุงเทพฯ ฉะบับหนึ่งว่าด้วยสุราลายเซ็นที่กงซุลตอบนั้นเป็นถูกต้อง กับสำเนาหนังสือกงซุลสยามที่เมืองปีนังว่าด้วยลูกค้าเมืองปีนังตื่นสลัดว่ามีที่เมืองปลิศเมืองปะเหลียนเมืองตรังเป็นจีนปนไทยว่าได้พบกับเสมอใจบอกแล้ว เสมอใจว่าจะให้เรอพิทธยัมไปตรวจ กับต้นร่างหนังสือตอบกงซุลฝรั่งเศสเรื่องเตลิกราฟมาให้แก้ด้วย เขียนหนังสือตอบท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง เขียนหนังสือถึงสุรวงศ์ด้วยอิกฉะบับหนึ่ง ส่งต้นร่างหนังสือตอบกงซุลฝรั่งเศสให้แก้

เวลาบ่าย ๔ โมงออกไปที่สนามหญ้า พระพิทักษ์อุไทยเขตต์เอาหมีคนมาให้ แล้วขึ้นรถไปแวะวังสราญรมย์หน่อยหนึ่งเยี่ยมท่านเล็กแล้วไปวัดราชประดิษฐจุดเทียนพรรษา และถวายพุ่มได้สั่งให้เจ้าปรีดาแก้กุฎีลดลงให้ต่ำ แล้วไปวัดราชบพิธจุดเทียนพรรษาและถวายพุ่ม พระองค์ดิฐเอาพระพุทธรูปและพระสาวกวัดนิเวศน์ธรรมประวัติมาให้ดูด้วย แล้วไปวัดบวรนิเวศถวายพุ่มในโบสถ์ แล้วไปที่พระเจดีย์ และวิหารพระศาสดา พระศรีมหาโพธิ์ แล้วถวายพุ่มกุฎี เกษมศรี ศรีสิทธิ์ ชุมพลศรีเสาวภางค์ ทองแถม แล้วกลับเข้าวัง

วันอาทิตย์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้าไปวังสราญรมย์กินเข้าเช้าที่นั้นแล้วกลับมา พระยาศรีเอาบอกเมืองตากมาอ่าน ๑๐ ฉะบับๆ หนึ่งว่าด้วยอ้ายพรหมหนี ฉะบับหนึ่งขอเงินเดือนคนรักษาด่าน ๔ ตำบล ฉะบับหนึ่งว่าเมื่อปีจอพระยาอนุชิต พระยากระลาโหม พระรัตนโกษา ตั้งด่าน ๔ ตำบลจัดคนไว้ยังขาดจำนวนอยู่ พระยาสุจริตชักคนเติมเข้าครบจำนวน กับว่าด้วยเขตร์แดนเมืองเชียงใหม่กินล้ำแดนเมืองตากลงมา ฉะบับหนึ่งส่งเงินค่าตอไม้ ฉะบับหนึ่งว่าด้วยเมืองมรแมนมีหนังสือมาว่า ด้วยที่จะเก็บเงินค่าตอไม้ต้นละ ๖ รูเปียนั้น ว่าปีนี้ได้ทำไม้กันแล้วขอให้เก็บต่อปีหน้า ฉะบับหนึ่งว่าพระไชยสงครามซึ่งไปสืบจับนายน้อยไม่ได้ตัว ทราบว่านายน้อยลาวไปปล้นเขตต์แดนอังกฤษ ๆ จับไปขอทำโทษนายด่าน ฉะบับหนึ่งเมืองมรแมนมีหนังสือมาด้วยส่งความหม่องเปียกล่าวโทษพระพลกับหม่องคอแฮ ฉะบับหนึ่งเมืองมรแมนมีมาให้สืบจับผู้ร้ายหนีมา ฉะบับหนึ่งหลวงเทพอาญาเชิญตราราชสีห์ไป ว่าด้วยพะม่าหม่องมัวจับไม้คุมมาฉะบับหนึ่งจัดเรือยัดคนส่งพระยาเทพไปเชียงใหม่เมื่อวันพฤหัสบดี แรม ๓ ค่ำ เดือน ๘ พระเทพบอกลงมาฉะบับหนึ่งว่า ด้วยพระยาสุจริตพากรมการมาทำสัญญาตอไม้ ด้วยเรื่องที่จะเก็บต้นละ ๖ รูเปีย และส่งสัญญาลงมารัตติไฟ แล้วบอกด้วยราชบุตรได้มารับที่ท่าปุย พระยาเทพได้ไปแต่วันพฤหัสบดีแรม ๓ ค่ำ เดือน ๘ แล้วพระนายศรีมาพูดด้วยเรื่องที่จะให้ไปบัตเตเวีย พระโทรเลขพาพระยารามกำแหง พระยาดำรงค์ราชพลขันธ์ กัปตันลอบตัส มิสเตอเดวิซัน เข้ามาลาไปทำแผนที่บางสะพานน้อย แล้วนำหนังสือกงซุลฝรั่งเศสว่าด้วยเรื่องเตลิกราฟมาคืนด้วย จดหมายถึงท่านกลางด้วยจ่ายวดขอที่บ้านอากร และพรหมบริรักษ์ขอที่อากรอุ่น ให้เจ้าพนักงานไปทำแผนที่มาดู กรมภูธเรศเอาความหม่อมเจ้าระเบียบฟ้องขุนแผ้วภูวดลชายชู้เอมคนกลางมาให้ ออกขุนนาง พระไพรัชเอาหนังสือราชการกรมท่ามาให้ ๒ เล่ม

พระยาอภัยรณฤทธิ์มาบอกด้วยความนครบาลแล้วอีก ๒ เรื่องรวม ๓๒ เรื่อง พระนรินทรคัดสำเนาหนังสือสำหรับตัวคนสัปเยกต์ที่มีตำหนิชัดเจนซึ่งว่ากับกงซุลอังกฤษให้ทำนั้นมากับหนังสือร่างแล้วคืนไป สั่งขุนนางมหาดไทย กระลาโหม กรมท่า ให้ตระลาการมารับใบสัจที่ลูกขุนปรึกษาแล้วมาก

จดหมายไปรเวตถึงคุณสุรวงศ์ด้วยการขุดคลองฉะบับหนึ่ง ฟังเทศน์แล้วรับหนังสือพระยาสุจริตส่งสำเนาบอกกับหนังสือไปรเวต ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยคิดจะตั้งศาลต่างประเทศและทำทางฉะบับหนึ่ง ส่งต้นหนังสือพระยาศรีมีไปด้วยจะให้ลูกหลวงศรีทิพบาลเป็นกรมการ

วันจันทร์ แรม ๕ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กรมพิชิตอ่านตัดสินความ แล้วตัดสินความเจ้าระเบียบให้กรมภูธเรศไปด้วย จมื่นราชามาตย์ นำหนังสือพระยาเจริญแจ้งความด้วยปุกร้องฎีกากล่าวโทษนั้นซึ่งไม่ให้ทาสไปเพราะผิดธรรมเนียม ได้เขียนหนังสือสั่งให้พระยาเจริญคืนทาสให้เขาไป แต่คนหลวงที่เป็นประกันนั้น ให้ยกไว้ พระมหาเทพนำคำปรึกษาโทษพระยานครไชยศรี หลวงมนตรีนุชิต หมื่นพินิตโควินเสมียนพลัด รายความมอญ ๔ คนฟ้องด้วยโคหายมาให้ พระอมรส่งหนังสือขอสั่งสะแนบแซกสำหรับทหารสั่งให้สั่ง ท่านเล็กเขียนหนังสือมาขออนุญาตจะให้ชื่อเรือไฟเอาชื่อศรีวิไลย แต่เติมใหม่ว่า “ศรีวิไลยประภาวสิทธิ์” ได้เขียนหนังสือถึงท่านเล็กยอมอนุญาตให้ฉะบับหนึ่ง

วันนี้ได้รับหนังสือมิศเตออิเคน แลบเตอแนนเกาวนาเบงคอลฉะบับหนึ่ง ตอบได้รับหนังสือและความเชียงใหม่ก็ตอบ แต่ให้เอาเมืองเชียงใหม่ไว้ในอำนาจให้ได้คำเดียว ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองนครสวรรค์น้ำฝนต้นเข้าฉะบับหนึ่ง อ้ายพรามคุมไปเมืองตากได้ส่งไปพ้นเมืองแล้วฉะบับหนึ่ง ๆ ขอตั้งเมืองในเขตต์เมืองหนองลหาร พระยาโคราชลาขึ้นไปเมือง

วันอังคาร แรม ๖ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ท่านกรมท่ามาหา เอาหนังสือมิศเตอเฟาล์กงซุลเมืองร่างกุ้ง ส่งต้นหนังสือสิเกรตารีของชีฟคอมมิชั่นเน่อเมืองร่างกุ้งตอบ ส่งสำเนาเข้ามาด้วย หนังสือสิเกรตารีของชีฟคอมมิชั่นเน่อนั้นตอบความไม่พูดถึงเรื่องหม่องไปเลย พูดแต่เห็นว่าถูกต้องแล้ว แอดสิสแตนคอมมิชั่นเน่อเมืองผาปูนได้สืบเป็นแน่ว่าไทยไม่ได้จัดการอย่างไร ถ้าไทยจะจัดการให้เรียบร้อยแล้วก็ให้ทำการตามหนังสือสัญญาที่ไปทำอินเดียเท่านั้น กงซุลฝรั่งเศสมาหาลาไปบัตเตเวีย ออกจากที่กงซุลแล้วได้พูดเรื่องเตลิกราฟด้วย เขียนคำตัดสินความมอญ ๔ คนให้พระมหาเทพไป ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองหล่มศักดิ์ส่งเงินแทนส่วยครั่ง ๓๓ ชั่ง ๗ ตำลึง ๒ บาท พระสุริยวงศาเจ้าเมืองหล่มศักดิ์มาเฝ้า ได้ให้ไม้นิ้ว และคำอนุญาตเซ็นในเรื่องราวพระพิเรนทรให้เลื่อยไม้ส่งนายด่าน เขียนหนังสือถึงคุณสุรวงศ์ ๒ ฉะบับ ปรึกษาไปรเวตเรื่องเมืองเชียงใหม่ฉะบับหนึ่ง อีกฉะบับหนึ่งเรื่องเตลิกราฟที่พูดกับกงซุลฝรั่งเศส เขียนถึงท่านกรมท่าด้วยฉะบับหนึ่งเรื่องเตลิกราฟเป็นไปรเวตเหมือนกัน

วันพุธ แรม ๗ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

แต่งหนังสือราชกรัณยานุสรหน่อยหนึ่ง พระนายเอาดุมและสายนาฬิกาหัวนกหงิมที่ส่งไปทำปารีสมาให้ กับแผนที่ศาลากับมอนิแมนและฐานต้นโพธิ์วัดนิเวศน์ธรรมประวัติมาให้ดูด้วย พระยาอภัยรณฤทธิ์มาถามด้วยจะปูศิลาพื้นพิมานรัตยาหรือไม่ ได้สั่งให้ปูศิลาที่เหลืออยู่เดิมว่าจะปูวัดราชบพิธแล้วเปลี่ยนใหม่นั้นไปปู รับหนังสือคุณสุรวงศ์ ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งตอบด้วยเมืองเชียงใหม่ว่าควรจัดการให้เต็มหนังสือสัญญาไปตรวจให้ตลอด ฉะบับหนึ่งว่าด้วยตอบเตลิกราฟกงซุลฝรั่งเศสนั้นควรตอบ แต่ยกเสียคำเดียวที่ว่า มีทุนรอนพอ กับเธอส่งหนังสือสมเด็จเจ้าพระยามาแต่ราชบุรีตอบด้วยเรื่องให้คนไปบัตเตเวียฉะบับหนึ่ง กับส่งต้นหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาถึงคุณสุรวงศ์ขนาบมา ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยการพูดตกลงแล้วว่าจะให้คนไปเหตุใดจึงเห็นไปอย่างนั้น ฉะบับหนึ่งคุณสุรวงศ์ส่งจำนวนไม้ที่วังหน้ากะไปจะทำรางปืนไปให้ดูว่าจะจ่ายหรืออย่างไร ขนาบมาว่าการควรหรือไม่ควรจะจ่ายก็แล้วแต่การไม่ต้องถามมากมาย เหลือที่จะบังคับ เขียนหนังสือตอบไปฉะบับหนึ่ง การซึ่งจะให้คนไปบัตเตเวียเป็นตกลง กับให้จ่ายไม้รางปืนและส่งต้นหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาไปด้วย

คุณแพนำหนังสือท่านกรมท่าส่งต้นหนังสือกงซุลฝรั่งเศสว่าแอดมิรัลเมืองไซ่ง่อนให้เรือมารับของเอกซหิบิเชนให้ส่งไปลงเรือสิงคโปร์เดือนเซบเตมเบอร์ สำเนากงซุลอังกฤษฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยพะม่าจับช้างพังที่ตำบลเขาบิตะกองได้ช้างหนึ่ง สูง ๘ ฟิต ๓ นิ้ว ที่ศีร์ษะ ไหล่และท้องตลอดถึงเข่าสีขาว ประทัดหลังและใต้เข่าลงไปสีดำเขาจะขายจะต้องการหรือไม่ กับว่าจะเป็นช้างเผือกหรือไม่ กับท่านกรมท่าแปลหนังสือพิมพ์เมืองสิงคโปร์ฉะบับหนึ่งว่าด้วยเมืองอินเดียฝนไม่ตกถึง ๓ เดือนแล้วเข้าแพง อีกฉะบับหนึ่งหนังสือกงซุลอเมริกันขอให้บ่อนเบี้ยหลังบ้านย้ายไปอยู่ที่อื่น กับต้นหนังสือมิสเตอเฟาล์ถึงคอมมิชั่นเน่อเรื่องความหม่องไป๊ฉะบับหนึ่งกับต้นร่างหนังสือเรื่องจีนหัวจะส่งไปนิเทอแลนด์ฉะบับหนึ่ง เขียนหนังสือถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยคนจะไปบัตเตเวียนั้นเป็นตกลงให้ไป รับหนังสือท่านกลาง ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยความนายแจ้งขายอีปานกับอำแดงปริกเมียจางวางพึ่งแล้วกลับเอาไปขายอำแดงเทศเมียกัปตันวอแลนเป็น ๒ เจ้าเงินขอทำโทษ ฉะบับหนึ่งว่าผู้ร้ายวิ่งราวจีนเฮ่ง ชำระซัดอ้ายเทียนเป็นทหารปืนปากน้ำกับอ้ายจิ๋วคนในตราง พระยาพิไชยบุรินทรขัดข้องเอาตัวยังไม่ได้ และจดหมายมาอีกฉะบับหนึ่งว่าได้ตัวอ้ายจิ๋วแล้ว ได้จดหมายตอบเธอฉะบับหนึ่งส่งสำเนาหนังสือกงซุลอเมริกันให้ไปย้ายที่บ่อนเบี้ยด้วย ออกขุนนางพระยาศรีอ่านบอกเมืองฉะเชิงเทราว่า เลขลูกหมู่ทหารหนีเข้ามาสักในกรุงเทพฯ ๑๓ คน แต่ไม่ทราบหมู่ ๓ คน ขอคืนไปสักตามหมู่ พระยาพิพัฒบอกเมืองสมุทสงครามว่าจีนหวยจอดเรืออยู่แล้วยิงตัวตาย คืนเรื่องเขียนวัดปรมัยยิกาวาศให้เจ้าต๋งไปถวายเสด็จยายทอดพระเนตรแล้วไปเขียน เขียนสั่งให้พระพิเรนทรเอาคนโทษไปขนศิลาปูปราสาท เจ้านิลว่าด้วยเลขพระองค์ประไพภักตร์เฝ้าศพมี ๔ คน สัสดีจะเอาเงินค่าราชการได้สั่งให้ทำตามเคย เซ็นฎีกา ๑๑ ฉะบับ แก้ใบสั่งฉะบับหนึ่ง ฟังเทศน์

วันพฤหัสบดี แรม ๘ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือท่านกลางส่งคำให้การอ้ายจิ๋ววิ่งราวมาให้ดู พระยาเวียงในยื่นหางว่าวจำนวนเลขไพร่หลวงล้อมวังจ่ายเดือน คน ๒๓๙ คน พระยาอินทรเทพบอกข่าวผู้ร้ายเจาะหน้าอุดเรือจีนหะลักเงินไป ได้ตัวอ้ายจีนหว่าง อ้ายอิน อ้ายจีนเหลียญมาชำระแล้วเซ็นฎีกา ๓๔ ฉบับ แซงชั่น ๑ ฉะบับ

ออกขุนนาง นายรองบำเรอนำหนังสือเจ้าพระยามหินทรว่าด้วยเลขพระองค์ประไพภักตร์ ได้สั่งให้ยอมหักให้เป็นเฝ้าศพ เพราะรับสั่งเสด็จยาย หนังสืออีกข้างหนึ่งเป็นเรื่องราวกรมอดูล พระองค์ประไพภักตร์ กับคำตัดสินแล้วคืนไป พระศรีกาฬสมุดเอาร่างหมายเก็บเงินข้าราชการต่าง ๆ มาให้ดูแล้วคืนไป ให้เงินค่ารูปเขียนน้ำมันห้างมูลเลอ ๔๖ แผ่น ค่ากระถางห้างยุเลียน ๒๓๗ กับกาพย์ไปใช้เงิน ๒๓ ชั่ง ๓๔ บาท วันนี้ฟังเทศน์

วันศุกร์ แรม ๙ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยามหามนตรีมาหาคัดเรื่องราวอำแดงวอนภรรยาจีนหัวกับคำให้การนายดิดมาให้ กับบอกว่าเรือโสรวารเรือนกอินทรีถึงคราวกำหนดเข้าอู่ได้เอาไปเข้าอู่พระวิสูตรแล้ว เป็นค่าจ้าง ๙ ชั่งเศษสั่งให้เบิก แล้วว่าเข้าภาษีนายอากรที่เงินหลวงค้างส่งของแต่ปีวอกมาจนถึงปีชวดจะขอเบิกเงินแล้วจะรับตัวเงินไปบ้างส่งบ้าง ได้สั่งให้กรมนเรศไปถามสมเด็จว่าควรจะจ่ายอย่างไร

น้าฉายเฉิดขอเงินทำบ้านได้สั่งให้ ๕๐ ชั่ง เวลาบ่ายขี่รถไปเที่ยวลงทางถนนบำรุงเมือง เลี้ยวริมกำแพงไปถึงหน้าคุกใหม่ ให้กาพย์เข้าไปดูว่ารื้อแล้ว ๒ หลัง วางและแล้วหลังหนึ่งแล้ว เลยไปดูบ้านท่านเล็ก แล้วไปทางหน้าวัดราชบุรณแล้วมาทางหน้าสุทไธสวรรย์แล้วกลับเข้าวัง

ออกขุนนาง พระนรินทรลาพระพลสงครามจางวางด่านเมืองขุมพร ให้เครื่องยศถาดหมากคนโทเงินเสื้อผ้า จดหมายบลอกโนตลีงสมเด็จบอกด้วยจะบวชหลวงนายฤทธิ์เทวาธิราช พระศรีกาฬสมุดเอาหนังสือเจ้าพระยามหินทรมาให้ว่าขุนนานาคสมุหฺบาญชีในกรมนายื่นเรื่องราวกล่าวโทษนุด อาหารว่าเปลี่ยนชื่อคนตำบลบ้าน ข้อ ๑ ว่าบังเลขไพร่หลวงไว้ไม่จ่ายราชการ ข้อ ๑ นุด อาหารให้ขุนนานาคทำหางว่าวรับหนังสือพิมพ์คุ้มสักไป ๑๒๐ เอาไปแจกให้ขุนหมื่นตัด ๑๒๐ คน ขึ้น ๑๒๐ คน สั่งไปให้ชำระ ตัดสินความอำแดงปุกเรื่องหนึ่งกับสั่งความมรดก ๒ ฉะบับ พระยาภาษนำหนังสือเซอร์แอนครูคลากว่าด้วยเรื่องต้นไม้ และส่งหนังสือพระยาอัษฎงค์บอกด้วยส่งหนังสือเชอร์แอนครูคลากมาแล้วว่าเซอร์วิเลียมเยอรอยจะไปเป็นเจ้าเมืองเซาต์ออสเตรเลีย เซอเป็นเซลจะเป็นเจ้าเมืองสิงคโปร์เซอเหนรีออดจะเป็นเจ้าเมืองเวสต์ออสเตรเลีย กาพย์จดหมายเข้ามาส่งตัวอย่างเตนและถ้วยทองเหลือง แล้วจดหมายตอบไปฉะบับหนึ่งให้ทำเตน ๖๑ เตน ทำถ้วยทองเหลืองสำหรับตัวทหารให้มีทุกคน สมเด็จจดหมายตอบเรื่องเทวาธิราชกับหลวงนายฤทธิ์ที่จะบวช หลวงนายเดชยื่นขัดข้อง หลวงโกษัยพัสตรโจทย์อำแดงชุมจำเลย

วันเสาร์ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาศรีเอาหนังสือสัญญาที่พระยาสุจริตส่งลงมารัตติไฟนั้นมาอ่านดูความในนั้น หม่องโคไม่ยอมให้เก็บต้นละ ๖ รูเปีย เพราะได้สัญญาไว้กับพระอินทคิรีแต่เดิมยังไม่หมด ประการหนึ่งความในบอกก็ไม่ชัดว่าสัญญานี้หม่องโคยอมแล้วหรืออย่างไร แต่ความในบอกยังเถียงกันอยู่ ได้สั่งให้มีตราขึ้นไปและร่างสัญญาไปให้ซักถามดูอีกก่อน

พระมหาเทพเอาคำให้การผู้ร้ายที่จับได้ชื่ออ้ายบ้วยบ่าวพระนานาลักน้ำมันปริกโตรเลียมของจีนอูเฉีย ได้สั่งให้เฆี่ยน ๓๐ ส่งคุกกำหนดปีหนึ่งพ้นโทษ พระอินทรเทพเอาความอ้ายอินอ้ายจีนหว่างอ้ายจีนเหลียญเจาะหน้าอุดเรือจีนหะลักเงินให้เฆี่ยนคนละ ๕๐ ส่งคุกกำหนด ๒ ปี แล้วให้สักอ้ายอินซึ่งไม่มีสังกัดมูลนายเป็นทหารเกณฑ์หัด อ้ายจีนหว่างอ้ายเหลียญนั้นให้มูลนายรับตัวไปทุนทรัพย์คืนเจ้าของ เกษมสันต์มาว่าด้วยคลังชำรุดไม่มีที่เก็บเสื้อผ้า และขอเย็บเสื้อตำรวจและจัดช่างสนะใหม่ รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ว่ากงซุลวิลันดาไปบัตเตเวียเสียแต่คืนนี้แล้ว ไปด้วยเรือไฟเสเลิศเชียน หนังสือลามาต่อรุ่งเช้า ว่าจะไป ๒ เดือน ส่งสำเนาหนังสือมาด้วยกับสำเนาหนังสือเมซันมีไปรเวตไปถึงมิสเตอเบดแมนฉะบับหนึ่งบอกด้วยเรื่องจีนว่าไม่มีเงินจะเสียค่าเรือกันโบต จะกู้เงินที่ลอนดอนก็ไม่มีใครยอมให้ เขียนตอบเจ้าพระยาภาณุวงศ์ฉะบับหนึ่งว่าด้วยกงซุลวิลันดา และเรื่องหนังสือที่จะมีไป

ออกขุนนาง พระนรินทรอ่านบอกเมืองนครเขื่อนขันธ์ส่งเงินค่านาครั่งหนึ่งเงิน ๙๐ ชั่ง แล้วเซ็นฎีกาเงิน ๔ ฉะบับใบสั่งหนึ่ง ฟังเทศน์

วันอาทิตย์ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาราชมาหาได้พูดเรื่องนาที่ขุดคลองใหม่ทางแสนแสบจะให้จองอย่างใหม่ ให้พระยาราชกับพระชลธารไปคิดและทำประกาศ เจ้านายทำหนังสือมาเรี่ยไรทำเขื่อนวัดมหาพฤฒาราม ๔ ชั่งให้ พระยาอภัยรณฤทธิ์เอาความขัดข้องพระอินทรเดชมา อาลบาศเตอมาพูดเรื่องจะมีหนังสือถึงเซอรแอนครูคลากได้ให้พงศาวดารเชียงใหม่ไปแปล กับฝากล็อกเก็ตตรา จ.ป.ร.ให้แหม่มด้วย แล้วยื่นหนังสือเมซั่นขอเงินที่ขาดทุนค่าแชที่พระยาภูเก็ตส่งเงินค่าอัฐไม่ทัน แต่อาลบาศเตอไกล่เกลี่ยเสียว่า ขอให้ๆ เงินเดือนเมซั่นเหมือนเซอรยอนเบาริง ๑๐๐ ชั่ง เสียก็เห็นจะแล้ว พระสุพรรณเอาสังวาลย์มรกดของศรีวิไลยมาให้ คุณแพเอาหนังสือท่านกรมท่ามาให้ ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยคำให้การจีนหัวใหม่ เล็กฉะบับหนึ่งว่าด้วยหนังสือที่จะเขียนไปไม่แรงอะไร แล้วจดหมายตอบไปฉะบับหนึ่งแก้หนังสือนั้นด้วย ถ้าตกลงอย่างไรให้คัดกอปีมาด้วย

ออกขุนนาง พระไชยบูรณปลัดเมืองพิษณุโลกลากลับไปเมือง ได้ถามถึงวิหารพระชินราช ว่าชำรุดฝากับระแนง สั่งให้เขาไปตรวจแล้ว ให้บอกรายงานลงมาจะซ่อม เซ็นความมรดกฉะบับหนึ่ง แล้วไปพุทธมณเฑียรทำบุญวันสวรรคตพระพุทธเลิศหล้า กรมขุนบดินทรยื่นเรื่องราวหม่อมเจ้าวัชรินทรในกรมสิทธิ์ฟ้องมรดกว่าหม่อมเจ้าวัฒนาผู้พี่กับย่าเก็บของไว้ ได้สั่งให้กรมขุนบดินทรเรียกโจทย์จำเลยมาเปรียบเทียบกันก่อน เมื่อไม่ตกลงให้ชำระตามธรรมเนียมความมรดก

วันจันทร์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระเกษมยื่นริโปดความแพ่งกระเษม จำนวน เดือน ความเดิม ๙๕ ใหม่ ๑๑ รวม ๑๐๖ แล้ว ๑๕ คง ๙๑ เรื่อง พระเทพผลูเอาคำลูกขุนปรึกษาโทษจีนโตะคนโทษหนีแทงจีนเต็งด้วยสิ่วตาย กรมพิชิตอ่านตัดสินความเรื่องหนึ่ง

ออกขุนนาง แล้วตัดสินผ่อนโทษอ้ายจีนโตะไม่ให้ฆ่า เพราะมันเป็นคนโทษผู้คุมขายให้จีนเถ้าแก่ไปสีเข้า มันได้ความร้อนรนเหลือกำลังจึงได้หนี เมื่อเป็นการจวนตัวเข้าก็ทำเป็นการพลั้งมือ ประการหนึ่งกับจีนเต็งก็ไม่มีสาเหตุอะไรกันจึงให้เฆี่ยน ๓ ยกส่งคุก แต่ผู้คูมซึ่งขายคนโทษนั้นคราวนี้เป็นเหตุคราวแรกยกโทษไว้ ต่อไปถ้ามีขึ้นจะให้มีโทษ

จดหมายถึงพระยาไชยสุรินทรฉะบับหนึ่งว่าด้วยนมอิ่มมาพูดด้วยมีผู้รับเหมาทำเรือนฝากระดาน ราคาหลังละ ๕ ชั่ง ๓ หลัง ให้พระยาไชยสุรินทรสอบปากดู ถ้าเห็นควรราคาแล้วให้เอาเงินพระคลังข้างที่ทำให้ ถ้านมอิ่มตายเรือนนั้นต้องตกสำหรับสอนสืบไป รับหนังสือแหม่มอาลบาศเตอขอบใจที่ให้ล็อกเก็ต

วันอังคาร แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาราช พระศรีเทพโภช พระชลธาร มาหาเอาร่างประกาศจองนาคลองแสนแสบมาให้ดู ให้ชื่อคลองนครเนื่องเขตต์ พระนายศรีมาพูดไปรเวตเรื่องหนังสือที่จะมีไปบัตเตเวีย ได้จดหมายถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ว่าที่จะมีหนังสือไปถึงเกาวนาเยเนอราลนั้นความไม่มีให้หระนายศรีพูดถ้าเขาว่าเข้าใจแล้ว พระนายศรีมิกลับมาเปล่าหรือ ให้คิดพูดให้มีทางไว้ดีกว่า กับว่าด้วยเดอซาล่ามด้วย กรมนเรศเอาบัญชีเงินค้างจีนเจ้าภาษีที่พระยามหามนตรีว่าจะขอเบิกเงินหักส่งนั้น จะส่งเงิน ๕๐๐ ชั่ง ขอตัวเงินไป ๔๐๐ ชั่ง แต่เงินค้างคราวตั้งหอรัษฎาแล้วยังมาก สมเด็จท่านขอหักในคราวค้างใหม่ให้หมด เมื่อเหลือแต่ค้างใหม่แล้วจึงจะยอมให้ตัวเงินไป จดหมายถึงพระยามหามนตรีฉะบับหนึ่ง สั่งให้เบิกเงินรายนี้แล้วจดหมายถึงอาลบาศเตอฉะบับหนึ่ง ถามด้วยเครื่องจักรสีเข้าที่สีเดือน ๑ ได้ ๗๐๐-๘๐๐ เกวียน แล้วแกตอบมาว่าเดินวันละ ๑๒ ชั่วโมง สีได้เดือนละ ๙๐๐ เกวียน ราคา ๑๖๐๐ ปอนด์ สี ๗๐๐-๘๐๐ จักรเดินทั้งกลางวันกลางคืนราคา ๑๒๐๐ ปอนด์

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกพระยามหาอำมาตย์พระยาโคราชเมืองปักธงไชยส่งเงินแทนส่วยทอง พระนรินทรอ่านบอกเมืองกาญจนบุรีน้ำฝนต้นเข้าแล้วนำหนังสือคุณสุรวงศ์มาให้ ว่าวังหน้าส่งแบบเหล็กทำรางปืนป้อมปากน้ำมาขอให้พนักงานจ่าย เพราะไม่มีเอสติเมต จึงได้จดหมายถึงพระยาสมบัตยาธิบาล ให้เป็นผู้เบิกเงินซื้อของและจ่ายของ สั่งของที่จะทำนั้นให้ทำแซงชั่นยื่นคลัง ถ้าทำไม่ได้ไม่มีกตัญญูต่อแผ่นดิน แล้วจดหมายถึงกาพย์ให้ตั้งทหาร ๑๕ คน ฟังเทศน์

วันพุธ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ท่านภูธราภัย พระยาจ่าแสนย์ พระยาศรีมาหา มีบอกพระศรีเสนามาแต่เมืองพิไชย ๓ ฉะบับๆ หนึ่งว่าด้วยราษฎรทำนาไม่ได้ เก็บเงินค่านาได้เอาไปยืมจ่ายซื้อสะเบียงก็ไม่พอ ฉะบับหนึ่งเกณฑ์สะเบียงไปตามหัวเมืองขัดเสียไม่ส่ง ได้ส่งต้นหนังสือมาฉะบับหนึ่ง ส่งต้นหนังสือพระสุริยภักดี และเจ้าหลวงพระบางบอกลงมา พระสุริยภักดี พระยาพิไชย บอกด้วยฮ่อยังไม่เลิกไป เจ้าเมืองพวนบอกมาได้จัดทัพไปช่วยแต่เข้าที่จะจ่ายกองทัพไม่มี เจ้าหลวงพระบางยืมเงิน ๑๐๐ ชั่ง กับฝากหมาฮ่อลงมาให้ ๒ ตัว ขาวตัวหนึ่ง ดำตัวหนึ่ง เจ้าหลวงพระบางมีศุภอักษรมาว่าเข้าในเมืองทำไม่ได้ ไม่มีเข้าจะจ่ายกองทัพ ยืมเงิน ๑๐๐ ชั่ง กับมีบอกเมืองฉะเชิงเทรามาฉะบับหนึ่ง ว่านายนุดมาช่วยนวดเข้านายจ้อยบิดานายนุดหลาน นายนุดเอาตะพดไล่ตีควายไปถูกนายนุดเข้าเจ็บ ๓ วันตาย นายนุดหลานไม่ได้แกล้ง ส่งนายจ้อยนายนุดเข้ามาแต่ไม่ติดใจว่า ได้สั่งไปให้เสียค่าปลุกตัวเผาผีเสียเป็นเลิกแล้วต่อกัน หลวงเทพราชธาดายื่นสารบบความแพ่งกลางเดือน ๗ เดิม ๓๑ ใหม่ ๘ รวม ๓๙ แล้ว ๕ คง ๓๔ เดือน ๘ เดิม ๓๔ ใหม่ ๕ แล้ว ๑ คง ๓๘ เรื่อง จดหมายถึงพระเทพผลู พระยารองเมือง ให้ทำบัญชีคนซึ่งเป็นทาส ตั้งแต่ปีฉลูเบ็ญจศก ๑๒๑๕ และปีฉลูนพศกนี้ รวม ๒ ปีทั้งตัวทาสและนายเงินในแขวงกรุงเทพฯ มีเท่าไร มายื่นใน ๑๕ วัน มีไปคนละฉะบับ ท่านกรมท่าส่งสำเนาหนังสือถึงเกาวนาเยเนราลนิเทอแลนด์อินเดียถามความเห็น และล่ามนั้นว่าจะให้หมอสมิทไปเขียนตอบแก้หนังสือไปฉะบับหนึ่ง กับส่งหนังสืออาลบาศเตอขอเพิ่มเงินเดือนเมซั่นไปด้วย จดหมายถึงพระยาราชให้แต่งข้าหลวงจองนาคลองนครเนื่องเขตต์ และถามด้วยทุนเลี้ยงครัวพวน

ออกขุนนาง หลวงนริศร์เอาหนังสือท่านกลางมาให้ว่าจับอ้ายปลอดผู้ร้ายปล้นบางเขนได้ พระนรินทรยื่นงบเดือนภาษีฝิ่น ร้อยชัก ๓ เดือน ๘ พระศรีกาฬสมุดนำจดหมายเจ้าพระยามหินทรมายื่นว่าพระกระเษมจับตัวนายเปลี่ยนข้อมือขวาส่งเสด็จยายให้สรรเพธไปขอ ได้สั่งว่าเป็นเวลาให้เจ้าหมู่นำสักลางทีจะยังไม่ทันประการหนึ่ง เสด็จยายท่านมาขอแล้ว ให้ยกถวายแต่ให้เจ้าหมู่นำสักเสีย พระยาพิพัฒอ่านบอกเมืองนนท์บอกกำหนดทำศพปลัด พระพิเรนทรยื่นคำลูกขุนปรึกษาความนายม่วงเรื่องหนึ่ง พระยาภาษทำหนังสือมายื่นเรื่องเงินเดือนมิศเตออาลบาศเตอเดือน ๔ ปีจอ ว่ายังไม่ได้ แต่ปีนั้นมีอธิกมาสเงินนั้นเบิกครบ ๗๐ ชั่งแล้ว แต่แกร้องว่าทำการเต็มเดือน ให้เงินพระยาภาษฝากไปให้มิศเตอร์ซิลเลียนโอวิน ๔๐๐ เหรียญ โปรเฟศเซอรัชวัล ๒๕๐ เหรียญ หลวงนายเดชยื่นความมรดก ๒ ฉะบับ ขุนเจนกระบวนหัด ๑ อำแดงเปี่ยม ๑ จดหมายถึงกาพย์สั่งตั้งทหาร ๕ คนกับเจ้ากระจ่างให้อยู่ในอินเยอเนีย

วันพฤหัสบดี แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

วันนี้ปิดทองหนังสือแล้ว พระยาราชมาหาพูดเรื่องประกาศจองนา และถามด้วยปืนกองทัพอยู่ที่สระบุรี ๒๐๐๐ จะให้กองมอญไปรับหรือกรมการส่ง ขอผัดจะถามคุณสุรวงศ์ก่อน แล้วยื่นบัญชีจ่ายเสบียงครัวพวนเป็นเงิน ๒๙๕ ชั่ง ๑๗ ตำลึง ๓ สลึง เดิม ๑๗๗๗ ตาย ๓๓๖ คง ๑๔๔๑ คน

แล้วจดหมายถึงคุณสุรวงศ์ ถามด้วยรายปืนพระยาราชว่า กับเขียนถึงเปมาศเตอทหารมหาดเล็กอีกฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเงินเดือนกาพย์ที่เป็นผู้รับพระบรมราชโองการ

สั่งเงินเดือนสารประเสริฐขึ้นอีก ๒๐ เป็น ๕๐ บาททั้งเก่ากับหลวงพินัยนิติสาตร์ศาลต่างประเทศ เดือนละ ๔๐ บาท แต่ยกเอาเงินเดือนขุนพิทักษ์ธานินทรเติมมา ๓๐ บาท คงเพิ่ม ๑๐ บาท

หลวงนริศร์เอาจดหมายท่านกลางมาให้ ๒ ฉบับ ว่าด้วยเรื่องอีสำฤทธิ์เมียอ้ายปลอดผู้ร้ายว่าเป็นความเกี่ยวอยู่ในศาลยังไม่แล้ว พระยารองเมืองจะมาเอาตัวจะให้ส่งความไปด้วยหรือ กับว่าโปลิศจับคนถือมีด

ออกขุนนาง พระยาพิพัฒอ่านบอกเมืองนนท์จับกระบือ ๕ รายไม่มีหนังสือสำหรับตัว ว่าเจ้าของตำบลไม่อยู่ คือที่อ่างทอง กรุงเก่า ๒ ราย ไม่ได้ไปซื้อขายที่ตำบลอีก ๓ รายมีแต่ชื่อเจ้าของเก่า รายที่ตัวตำบลไม่อยู่ได้สั่งให้ต่อว่ามหาดไทย แต่รายที่ไม่ได้ไปทำที่ตำบลไว้ว่ากล่าวชี้แจงเสียเพราะไม่เข้าใจชัดให้ภาคฑัณฑ์ไว้ก่อน

พระนรินทรนำจดหมายคุณสุรวงศ์ลาไปเที่ยวทะเล ๒ อาทิตย์ ว่าจะไปสามยอด

เจ้าลพบุตรสรรเพธ เอาความของสรรเพธมาให้ สั่งให้ราชวรินทรไปสืบว่าไปถึงไหนใครเป็นตระลาการ

กาพย์จดหมายฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยฟืนและเหมาทำสำรับและเข้าม้า คืนม้า ม้าเจ้าของ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ