เดือน ๑๐ จุลศักราช ๑๒๓๙

วันเสาร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กาพย์มีจดหมายมา ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าพระยาภาษมีหนังสือมาขอเบิกเงินเดือนเสมียนให้ ๕ คน กับเสมียนมิศเตออาลบาศเตอขออีกคนหนึ่ง กับทหารแตรนั้นไม่รู้ตัวขาดคิดตั้งเงินเดือนลดไม่ถูก ฉะบับหนึ่งว่าทหารยามจับนายแจ้งทหารม้าว่ามีผู้ฟ้องว่าลักกระดานไม่มีหมายมาไปขอก็จะให้มีประกันกับสัปลุตเตอแนนนายถมบวชไม่มีตัวว่าการ จดหมายตอบ ๒ ฉะบับ เรื่องนายแจงจะถามพระยามหามนตรีก่อนกับนายถมบวชให้เปซายันว่าการแทนเหมือนคราวหลวงสรจักร์ฉะบับหนึ่งว่าด้วยเสมียนพระยาภาษให้ใช้เสมียนในทหารถ้ามีการมากให้มีแต่ ๒ คนแต่รับการทหารด้วย อาลบาศเตอนั้นยอมให้ กับเรื่องแตรกรมอดิศรว่า ได้ยื่นบัญชีแล้ว กับเรื่องไม่เข้าเวรนั้นห้องไม่มีอยู่ให้คิดจัดเสียใหม่ ท่านกรมท่าจดหมายมาว่ามิศเตอร์มูลเลอยอมจะเข้ามาที่พระที่นั่งบรมราชสถิตย์มโหฬารกับส่งสำเนาคำเตลิกราฟเจ้าหมื่นศรีบอกมาแต่บัตเตเวีย ๒ ฉะบับ ว่าด้วยไปถึงและเขาจะรับวันที่ ๕ จดหมายตอบฉะบับหนึ่งนัดให้มิศเตอมูลเลอมาวัน ๕ ค่ำ กับกงซุลฝรั่งเศสมานานแล้ว ยังไม่ได้มาหาให้มาวันพฤหัสบดี หรือวันศุกร์ก็ได้ คุณสุรวงศ์มีหนังสือมาว่า มิศเตอน๊อกซ์ส่งคำฟ้องกะลินากอมปนีขึ้นมาฉะบับหนึ่ง กล่าวโทษจีนเถ้าแก่แบงว่าทำดีบุกในที่ จะให้หลวงพิพิธภักดีถือตราออกไปเมืองสงขลา ส่งต้นหนังสือมิศน๊อกซ์และคำฟ้องกะลินากอมปนีและร่างตรามาด้วย เขียนจดหมายตอบไปฉะบับหนึ่งส่งร่างตราคืนไป จดหมายถึงพระยามหามนตรีเรื่องนายแจ้งทหารฉะบับหนึ่ง กรมพิชิต พระเกษม หลวงเทพราชธาดา จดหมายเรื่องราวเข้ามาขออนุญาตจัดการในศาลแพ่งกลางแพ่งเกษม ๑๒ ข้อ พระเกษม หลวงเทพราชธาดายื่นสารบบเดือน ๙ พระยาศรีเข้ามาอ่านร่างตราถึงพระเทพพระยาสุจริต และศุภอักษรถึงเจ้าเมืองเชียงใหม่ แล้วยื่นเรื่องราวขอพระศิริวงษาเจ้าเมืองหล่มศักดิ์เป็นพระยาด้วย

ออกขุนนาง พระนรินทรบอกด้วยพระยารามกำแหง พระนครเขื่อนช้นธ์ ซึ่งไปทำแผนที่บางสพานน้อยกลับเข้ามาด้วยทำมาได้เพียงบางทลุ ต่อนั้นไปถึงเมืองเพ็ชร์ทำไม่ได้น้ำมาก พระยารองเมืองบอกด้วยแขกที่จ่าแผลงจับเขาทำโทษให้ด้วย พระยาโชฎึกยื่นขัดข้องด้วยภาษีเกลือตัวนายอากรกับประกันต่างคนต่างฟ้องให้เอาออก เขียนหนังสือถึงท่านกลางถามด้วยธรรมเนียมหอรัษฎาตัดสินอย่างไร พระศรีกาฬสมุดนำหนังสือเจ้าพระยามหินทร ว่าด้วยขอให้เผาเงินที่หอสัสดี นายเสนอยื่นบัญชีคนคุก พระนรินทรยื่นรายเดือนภาษีฝิ่นร้อยชัก ๓ เดือนแปดหลัง ส่งเงินทำขวัญมโนรถลูกน้าฉายเฉิดฉะบับหนึ่ง กาพย์จดหมายว่าด้วยห้องแอดเดอกงและว่าด้วยนายช่วงซายันเมเยอจะเบิกเงินเดือน และพระยานครเขื่อนขันธ์จะขอให้ประกาศ และขอให้นายอาดเป็นกอปราลด้วย

วันอาทิตย์ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ท่านกลางมาหาพูดด้วยขัดข้องภาษีเกลือที่พระยาโชฎึกยื่น เขียนหนังสือถึงกาพย์ฉะบับหนึ่ง ให้ตั้งนายอาดลูกพระเพ็ชรชฎาเป็นกอปราลตามขอ กับพระยานครเขื่อนขันธ์นั้นให้คงยศอยู่คามคำสั่งเดิม แล้วกาพย์จดหมายเข้ามาอีกฉะบับหนึ่งว่าด้วยจัดทหารแต่งในการเฉลิมพระชนม์พรรษา และถามด้วยมิวเซียมจะจัดอย่างแต่ก่อนหรือไม่ ได้เขียนหนังสือถึงมิศเตออาลบาศเคอให้คิดจัดการ แต่ไม่อยากจะเชิญฝรั่ง คุณสุรวงศ์จดหมายเข้ามาฉะบับหนึ่ง ว่ากัปตันลอบตัสจะขอเรือไฟไปทำแผนที่ตามลำแม่น้ำป่าสัก จะไปวัน ๕ ค่ำนี้ ได้เขียนตอบไปฉะบับหนึ่งดีแล้ว กรมพิชิตยื่นสารบบศาลฎีกาเดือน ๙ เดิม ๕๐ แล้ว ๖ เรื่องคงค้าง ๔๔ เรื่อง กับกรมภูธเรศยื่นสารบบชี้ขาดและใบสัจ กับหลวงเทพราชธาดายื่นใบสัจเดือน ๙ ด้วย

ออกขุนนาง พระยาจ่าแสนย์ยื่นริโปดเดือน ๙ ความเดิม ๗๑ ใหม่ ๒๕ รวม ๙๖ แล้ว ๓๕ ยังค้าง ๕๙ พระยารองเมืองนำคำปรึกษาลูกขุนเรื่องปล้นบางขุนนนท์มาให้ จดหมายตอบขัดข้องพระยาโชฎึกราชเศรษฐีให้ตำรวจไปให้ รับหนังสือกอลอแนลแอนซันตอบที่ได้หนังสือแต่เจ้าหมื่นศรี พระยานครเขื่อนขันธ์ ยื่นริโปดที่ไปทำแผนที่บางสพานน้อย ฟังเทศน์ นายเสน่ห์นำหนังสือเจ้าพระยามหินทร บอกเรื่องเลขสมวังหน้าที่ถามไปว่ามี ๙๘๖๓ คน รับหนังสืออาลบาศเตอว่าด้วยการมิวเซียมที่จะไม่เชิญฝรั่งฉะบับหนึ่ง กาพย์จดหมายบอกด้วยทหารที่ไปดูอาการคุณแพมาฉะบับหนึ่ง สมเด็จจดหมายเหตุมาแต่กรุงเก่าว่าจะลงมาต่อวันสี่ค่ำ วันนี้ได้ให้คำอนุญาตศาลแพ่งกลาง แพ่งเกษมกับกรมพิชิตไป ความ ๑๒ ข้อ

วันจันทร์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กาพย์มาพูดเรื่องจะจัดมิวเซียม ได้สั่งไปให้ทำประกาศว่าจะเปิดแต่ไม่เชิญฝรั่งไทยเหมือนครั้งก่อน เพราะฝนมากและของไม่ใคร่ประหลาดอะไร กาพย์บอกด้วยทหารแตรคนหนึ่ง เมาเหล้าถือดาบไล่ฟันคนในโรง ได้สั่งให้กรมอดิศรกับกาพย์ชำระ พระยาศรีเข้ามาอ่านบอกพระยาเทพมาแต่เมืองเชียงใหม่ ๓ ฉะบับ ว่าด้วยไปถึงและสืบความหม่องไป๊และตั้งโปลิศ และความหม่องโพสัญญาทำป่าไม้ ศุภอักษรเชียงใหม่ ๓ ฉะบับ ว่าด้วยจ่ายเงินเดือนข้าหลวงและเก็บเงินค่าตอไม้ ๓ จำนวนเป็นเงิน ๖๕๘๖๔ รูเปีย กับได้แต่งคนแต่งช้างรับพระยาเทพและสืบความหม่องไป๊ว่ายางแดงปล้นพ้นที่โปลิศกับเรื่องหนานดินผู้ร้ายโปลิศเชียงใหม่จับได้และหนีโปลิศข้างแม่น้ำสะละวินจับได้ไปขอไม่ให้มา ได้มีหนังสือโต้ตอบกันแล้ว พระยาศรีบอกด้วยหนานด้วงเมืองขุขันธ์ทำเรื่องราวมาฟ้องอ้ายรุ่งทิพเสนา ว่าเดิมมีคนปลอมเป็นข้าหลวงไปเร่งเงินส่วย พระยามหาอำมาตย์รู้ได้ให้จับตัวมาถึงเมืองจำปาศักดิ์ จมื่นทิพเสนาเอาเงินแล้วปล่อยตัวเสีย ได้สั่งให้มีกระทู้ถามทิพเสนา แล้วพระยาศรียื่นคำสารภาพหลวงสุริยามาตย์ด้วยได้ตัดสินให้จำไว้เดือนหนึ่ง และยื่นความเจ้าจำปาศักดิ์ฟ้องหลวงปลัดเมืองเสลำเภาด้วย พระอินทรเทพยื่นริโปดความอำเกอเดือน ๘๘ - ๙ แล้ว ๑๖ เรื่อง กับวิ่งราวด้วยฉะบับหนึ่งสั่ง เจ้าเพ่งนำหนังสือพระยาภาษฝากมาให้เป็นหนังสือพิมพ์พระสยามธุรพาหะส่งว่าด้วยการสงคราม ๒ ฉะบับ กับหนังสือแครฮานฉะบับหนึ่งขอให้ลูกรับการต่อไป แล้วมองซิเอออาลเบิศแครส่วนลูกมีมาด้วยฉะบับหนึ่งส่งรูปมาด้วย กับหนังสือแครฮานและพระยาอัษฎงค์มาถึงพระยาภาษด้วยคนละฉะบับส่งมาให้ดู กับพระยาอัษฎงค์มีหนังสือมาว่าด้วยเข้าที่เมืองสิงคโปร์แพงฉะบับหนึ่ง รับคำเตลิกราฟด้วย ๒ ฉะบับ แล้วให้ส่งหนังสือคอลอแนลแอนซัน ๑ แครฮาน ๑ ลูกแครฮาน ๑ ไปให้พระยาภาษแปล เขียนหนังสือถึงมิศเตออาลบาศเตอให้คัดเรื่องราวเชียงใหม่เป็นไทยให้ฉะบับหนึ่ง จะส่งขึ้นไปให้พระยาเทพประชุนเมืองเชียงใหม่ แล้วเขียนตอบพระยาอัษฎงค์ด้วยเข้าแพงฉะบับหนึ่ง กรมขุนบดินทรยื่นริโปดศาลเดือน ๘๘ – ๙ ได้ตัดสินไปแล้ว เก่า ๔ ใหม่ ๘ รวม ๑๒ ยังค้างเก่า ๑๕ ใหม่ ๖ รวม ๒๑ เจ้าพระยาภาณุวงศ์ส่งสำเนาหนังสือแครฮานมีมาเตือนหนังสือตราตั้งจัดการเอกซหิบิเช่นและขอให้ลูกรับการต่อไป และส่งรูปลูกมาความเหมือนกับที่พระยาภาษส่ง

ออกขุนนาง พระศรีกาฬสมุดนำหนังสือเจ้าพระยามหินทรขัดข้องด้วยมหาดเล็ก ๔ เวรไม่นำเงินราชการมาส่ง ให้เครื่องยศถาดหมากคนโททองเสื้อผ้า พระยานครเขื่อนขันธ์ นายเสน่ห์นำหนังสือเจ้าพระยามหินทรบอกด้วยเรื่องเลขสมวังหน้าบอกเกณฑ์เหมือนกันฉะบับหนึ่ง พระยาอาหารจดหมายบอกด้วยขายเข้าระบาทว์ กรมช้างบอกด้วยพระเศวตวิสุทธิเทพาเจ็บ กาพย์ส่งริโปดและประกาศการมิวเซียมอาลบาศเตอตอบด้วยจะคัดเรื่องเชียงใหม่ เขียนหนังสือถึงเจ้าพระยาภาณุวงศ์ด้วยการปิดเข้าที่เสียเปรียบ สวดมนต์หล่อพระชนม์พรรษาที่อาภรณ์พิโมขวันนี้

วันอังคาร ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉะลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระเศวตวิสุทธิเทพาตายเมื่อคืนวานนี้ ๘ ทุ่ม เวลาเช้า ๒ โมงออกไปหล่อพระชันษา กรมพิชิตอ่านตัดสินความแล้วท่านกรมท่ามาหาพูดเรื่องปิดเข้า ตกลงเป็นไทยให้ออกได้ด้วย เพราะคนที่ค้าขายไม่มาก แล้วคัดสำเนาหนังสือสิเกรตรีอินเดีย ตอบด้วยความหม่องไป๊ว่าเป็นธุระของฟอเรนออฟฟิศที่เมืองลอนดอน แล้วเขาจะเอาเป็นธุระไม่ได้ เป็นสำเนาอาลบาศเตอแปลฉะบับหนึ่ง มาจากกงซุลอังกฤษคัดไว้ กับบัญชีเงินใช้สอยในกรมท่าเดือนละ ๑๐ ชั่ง จำหน่ายปีชวด ปีกุญ กับค่าเรือนตะเกียงด้วย พระยาศรีเอาบอกเมืองเชียงใหม่ ซึ่งว่าด้วยสัญญาหม่องโพทำป่าไม้ กับเรื่องหนานดินที่พระยาเทพมีหนังสือโต้ตอบนั้นมาอ่านให้ฟังอีก พระยามหามนตรีเอาคำอ้ายรุ่งทิพเสนารับสารภาพเรื่องปล่อยคนที่ปลอมเป็นข้าหลวงมาให้แล้ว พระยาศรีอ่านบอกท้าวด้วงเมืองขุขันธ์ที่ฟ้อง กับว่าได้ไปถามพระยามหาอำมาตย์ได้ความว่า ได้มีหนังสือไปให้ทำโทษที่เมืองอุบล แต่จมื่นทิพเสนาปล่อยเสีย คุณสุรวงศ์มีหนังสือไปรเวตมาฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยการขุดคลองแล้วทำริโปดการที่จะขุดมาด้วย เขียนตอบไปฉะบับหนึ่ง แล้วเขียนถึงมิศเตออาลบาศเตอถามด้วยเรื่องสิเกรตรีอินเดียตอบมาด้วยไม่เป็นธุระนั้นฉะบับหนึ่ง กับเรียกหลวงนายทั้ง ๔ มาสั่งให้ไปชำระเงินราชการเสีย แต่หลวงนายเดชยื่นเรื่องราวว่าเงินราชการจำนวนปีวอกเก็บมาแล้ว แต่ไฟไหม้บ้านเสียหมดไม่มีตัวจะใช้ แต่เลขในตัวนั้นเก็บได้ปีละ ๒ ชั่ง ๑๖ ตำลึง ๑ บาท ตั้งแต่ปีวอกมา พอเป็นกำลังได้ใช้สอย ขอตั้งเลขสมปีวอก เลขในตัว ๕ จำนวนจะไม่ส่ง

ออกขุนนาง พระนรินทรนำหนังสือคุณสุรวงศ์มายื่นว่าด้วยพระยาดำรงค์สุจริตจางวางเมืองระนอง ขอทำภาษีดีบุกเมืองหลังสวนที่เหมืองคลองโรงกรวง แต่จะขอภาษีฝิ่น สุรา บ่อนเบี้ย ค่าน้ำรวมด้วย แล้วส่งเรื่องราวนั้นเข้ามากับหนังสือด้วย เซ็นใบสั่ง ๔ ฉะบับ ฎีกา ๔ ฉะบับ พระยาจ่าแสนย์อ่านตราถึงพระยานุภาพไตรภพให้ชำระพระศิริภักดีและหลวงปลัดที่ส่งเสบียงวัดถาตามเจ้าเมืองมโนไพรฟ้องมากับบอกเรื่องทิพเสนาไปด้วย พระยารองเมืองบอกด้วยเจ๊กตายเรื่องหนึ่ง กับยื่นคำปรึกษาเรื่องปล้นบางขุนนนท์ พระยาพิพัฒลาไปชำระผู้ร้ายเมืองนนท์ เวลาเกือบทุ่มไฟไหม้ที่บางขุนพรหม กาพย์จดหมายมา ๒ ฉบับ เป็นริโปดทหารขาดไฟไหม้ฉะบับหนึ่ง อีกฉะบับหนึ่งหลวงสรสิทธิ์ทำเรื่องราวมาให้มาให้ยื่นว่าด้วยม้าหายเห็นที่บ้านเกษมสันต์ไปขอไม่ให้ กับพระอินทรเดชนำเรื่องราวมายื่นที่กาพย์กล่าวโทษว่าหลวงสรสิทธิ์ยืมม้าไปวิ่งแล้วไม่ส่งจนบัดนี้

วันพุธ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยารองเมืองยื่นจำนวนไฟไหม้เมื่อวานนี้ ว่าไหม้บ้านนายพันเรือนแพอยู่หน้าวัดสามพระยา ต้นไฟอ้ายวุ่นทาสเติมน้ำมันปริกโตรเลียมแล้วตะเกียงหกไฟจึงลุกขึ้นติดฝาเรือน ไหม้เรือนฝากระดานเครื่องสับสามห้อง ๔ หลัง ครัวไฟเครื่องผูก ๒ ห้อง ๑ หลัง รวม ๕ หลัง พระอินทรเทพยื่นอีกฉะบับหนึ่งความคล้ายกัน จดหมายถึงท่านเล็กส่งเรื่องราวหลวงสรสิทธิ์ กับเรื่องราวพระอินทรเดชไปชำระ พระยาภาษส่งคำแปลหนังสือกอลอแนลแอนซันฉะบับหนึ่ง หนังสือแครฮานฉะบับหนึ่ง กับลูกแครฮานฉะบับหนึ่ง กับคำเตลิกราฟเจ้าหมื่นศรีบอกมาว่าการสำเร็จ ๒ ฉนับ พระวุฒิการยื่นความปาราชิกสมีแจ้ที่รับเป็นสัตย์ ได้ตัดสินไปให้เฆี่ยนผู้ชาย ๖๐ ส่งเป็นไพร่หลวงมหันตโทษ ผู้หญิง ๓๐ ส่งเป็นไพร่หลวงโรงสี พยานรางวัดให้เลิก เพราะเพิ่งเป็นกัน ๒ หนเร็วนัก ไปให้คำตัดสินที่พุทธมณเฑียร มิศเตอมูลเลอกงซุลสวิดเดน นอร์เวย์ เข้ามารับเอกซกวาดเตอในพระที่นั่งบรมราชสถิตย์มโหฬาร มีตำรวจ และทหารมหาดเล็ก แต่งเต็มยศกรมท่าอิฟนิงเดรส

พระนานายื่นภาษีในคลังสินค้าจำนวนปีฉลู

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเจ้าพรหมเทวาเมืองอุบล ๓ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าได้ตรวจด่านทาง และสืบข่าวนักองค์วัดถา ฉะบับหนึ่งบอกด้วยเจ้าอุปราชตาย ฉะบับหนึ่งว่าพระยาวิชิตศักดา ขุนนางเขมรเข้ามาสามิภักดิ์ ส่งตัวเข้ามาถามเป็นคำให้การว่านโรดมใช้ไปรบพระยาราชเดชะแล้วกลับมาว่าเข้ากับวัดถา จึงหนีมา

ชาติสุรินทรยื่นริโปดความกรมกระลาโหม

พระไพรัชนำหนังสือราชการในกรมท่าซึ่งมีไปมา

ไปพุทธมณเฑียรทำบุญวันสิ้นพระชนม์แม่เพย มีสมเด็จกรมพระเสด็จมาด้วย ได้พูดด้วยเรื่องพระยาจางวางเมืองระนองขอทำภาษีดีบุกเมืองหลังสวน เรื่องเจ้าพระยามหินทรเผาเงินที่หอสัสดี แล้วเรื่องเมืองปราจิณน้ำท่วม เวลายามนานกลับ

อาลบาศเตอตอบด้วยเรื่องสิเกรตรีอินเดียว่า ควรจะรอฟังพระยาเทพก่อน

กาพย์จดหมายมาว่าการมิวเซียมอาลบาศเตอรับแต่ห้องสัตว์ห้องเดียว ทำมากกลัวจะเจ็บด้วยไม่สบาย นอกนั้นกาพย์จัดกอมมิตี ๓ คน แล้วเอาทหารอินเยอเนียเฝ้าจัดการเฝ้ายามด้วย กับสูบน้ำมี ๓ สูบ แต่ไม่มีสายขอสั่งสายอีก ๓ สาย ซื้อสูบอีก ๒ สูบ กับความนายแนบทหารแตรถือดาบนั้นเป็นสัจ และทำโทษแล้ว

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เงินเมียพระวรภัณฑ์มายื่นเรื่องราวมรดกสารพัดช่างคนเก่าซึ่งเป็นพี่ชาย ในเรื่องราวเป็นคำตัดฟ้องว่าเป็นผู้หญิงเคยอยู่แต่ในวังไม่เข้าใจในความ เซ็นคืนไปไม่รับ เพราะเรื่องนี้ฟ้องซับช้อนกันถึง ๒ ชั้น แล้วผัวก็มีให้ช่วยคิดกันเถิด

โนรี เมียหลวงพิพิธอภัย บุตรพระยามหานุภาพทำเรื่องราวมาขอเงินค่าตัวเลขที่พระยามหานุภาพใช้เสีย เป็นเงิน ๘ ชั่ง ๑๐ ตำลึง

เขียนหนังสือถึงกาพย์ฉะบับหนึ่ง ยอมให้ตั้งกอมมิตีและสูบที่จะซื้อต้องรักษา

กงซุลฝรั่งเศสคนใหม่มาหา

กรมพิชิตทำบัญชีทาสที่ไปถามปากคำมาให้

รับหนังสือท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ว่ากงซุลอเมริกันไปหาว่าสุลต่านเมืองบอเนียวมีหนังสือมา กงซุลจะขอเข้ามาให้กับมือเอง แล้วส่งสำเนาเป็นหนังสืออังกฤษ ท่านกรมท่าแปลเป็นไทยกำกับมาให้ด้วยฉะบับหนึ่ง กับเมื่อก่อนกงซุลได้มีหนังสือถามด้วยการจะตั้งกงซุลเมืองวอชิงตัน ที่พูดไว้จะตกลงอย่างไรส่งสำเนามาด้วยแล้ว

จดหมายตอบไปฉะบับหนึ่ง ด้วยการที่กงซุลจะนำมาให้เองนั้นก็ไม่มีข้อขัดข้องสิ่งไร แต่จะเกี่ยวข้องกับวิลันดาห้ามหวงบ้างหรืออย่างไรก็ไม่รู้ให้สืบเสีย ถ้าไม่เกี่ยวข้องให้มาวัน ๑๐ ค่ำ แต่เรื่องตั้งกงซุลนั้นไม่มีประโยชน์อะไรเป็นแต่เอเยนต์ฟังราชการเท่านั้น ให้ปรึกษาสมเด็จเจ้าพระยาเสียท่านจะเห็นอย่างไรได้ตอบไป กับจดหมายตอบเจ้าพระยามหินทรด้วยยอมให้ช่างเงินไปเผาเงินที่หอสัสดี แต่รายส่งเงินนั้นเผาแล้วให้มาส่งหอรัษฎา

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองนครนายก ๔ ฉะบับๆ หนึ่งน้ำฝนต้นเข้า นายังน้อยเข้าเกวียน ๑๑ ตำลึง ฉะบับหนึ่งจับกระบือไม่มีหนังสือพิมพ์และเดินทาง ฉะบับหนึ่งจะขอให้คนออกตรวจตราจับคนจรที่ไม่มีหนังสือเดินทางและเจ้าหมู่และข้อมือขาวจะขอไว้เป็นเลขคงเมือง ได้สั่งไปว่าถ้าคนไม่มีหนังสือแต่สักแล้วให้ไล่เลียงดู ถ้าปรกติแล้วให้ปล่อยไป ถ้าข้อมือขาวควรคืนหมู่ให้คืนถ้าพอสมควรจะให้ ฉะบับหนึ่งว่าด้วยพี่น้องฆ่ากันตาย กับบอกเมืองฉะเชิงเทราว่าด้วยผู้ร้ายปล้นฉะบับหนึ่งให้พระยาจ่าแสนย์ชำระทั้ง ๒ ราย

พระนรินทรนำหนังสือสมเด็จเจ้าพระยามาให้ว่านายชิตนั้น เดิมได้ทำจดหมายไปฟ้องพระยาเวียงในว่าฝากเงินไปทำดอกเบี้ยนานแล้วไม่ให้ ๓ ครั้ง ท่านได้เรียกพระยาเวียงในมาว่าเป็นการปราณีปรานอม ที่พระยาเวียงในจะรับว่าจะใช้เงินนั้นหามิได้

พระยารองเมืองเอาคำให้การผู้ร้ายตีเจ๊กตายมาให้ สั่งให้ขึ้นลูกขุน

สั่งความปลัดเมืองเสลำเภาให้

กรมเจริญเอาบัญชีเกณฑ์แต่งเฉลิมพระชนม์พรรษามาให้

ลงไปเยี่ยมประชวรเสด็จยาย วันนี้สุขุมาลย์เจ็บท้องลงไปอยู่จนรุ่ง

วันศุกร์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้าอยู่เรือนสุขุมาลย์ แล้วกลับขึ้นมากินเข้าหน่อยหนึ่งแล้วกลับลงไป สมเด็จกรมพระเข้ามาด้วย เวลาเช้า ๓ โมง ๒๑ นาทีออกเป็นผู้หญิง กลับขึ้นมาจดหมายถวายเสด็จที่วัดให้ท่านทรงทำดวง แล้วนอนกลางวันหน่อยหนึ่ง ออกไปห้องเขียวได้รับดวงเสด็จที่วัดประทานมาว่าดี

พวกกอมมิตีจัดมิวเซียมจดหมายเข้ามาฉะบับหนึ่ง ขอของเอกซหิบิเชนฝรั่งเศสตั้งมิวเซียมก่อน

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองพรหมว่าตั้งตำบลโคกระบือขึ้นอีกตำบลหนึ่ง เก่าใหม่เป็น ๔ ตำบล กับอุทธรณ์เรื่องวิวาทกันแก้ความมาด้วย แล้วยื่นหนังสือเรื่องเลข

วันเสาร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ไปเลี้ยงพระตักบาตร์น้ำผึ้ง พระดิฐการยื่นสารบบความกรมท่าเดือน ๙ ความเดิม ๔๐ ใหม่ ๑๖ รวม ๕๖ นั้น ความส่งตามกระทรวง ๖ ชำระแล้ว ๑๘ รวม ๒๔ คง ๓๒

รับคำโทรเลขเมืองสมุทว่า เจ้าพระยาภาณุวงศ์กลับขึ้นมาเมื่อเช้านี้ แต่วังหน้ามาแต่คืนนี้แล้ว

จดหมายถวายสมเด็จฉะบับหนึ่ง สั่งให้พนักงานช่างเงินไปเผาเงินที่หอสัสดี

ตัดสินความพระยาเวียงในฉะบับหนึ่ง ตามคำลูกขุนเวียงในชนะ เซ็นใบสั่งฉะบับหนึ่ง ฎีกา ๔ ฉบับ

ออกขุนนาง พระนรินทรมาบอกว่าคุณสุรวงศ์สั่งมาว่าสมเด็จเจ้าพระยาขอให้เอาคนโทษเมืองระนองไปจำคุก (ดูเหมือนราชบุรี) ด้วยในคุกนี้คนมากนัก

วันอาทิตย์ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาอภัยรณฤทธิ์ พระยามหามนตรี ถวายคำให้การจมื่นทิพเสนารุ่ง แล้วพระยามหามนตรีนำจดหมายบอกด้วยทหารแตรมหาดเล็กคนหนึ่งกับทนาย พระยาเพ็ชรชฎา ทาสพระองค์ชิต วิวาทฟันกันยังถามอยู่

กรมภูธเรศเอาความมรดกอำแดงเพงมารดา จีนแสง หม่อมเจ้านวลจันทร์โจทย์ ทิม จำเลยมาให้อ่านแล้วตัดสินไป เย็นไปเรือนสุขุมาลย์ทำขวัญ มีสมเด็จกรมพระและเจ้านายทั้งปวง และเจ้าพระยาภาณุวงศ์และขุนนางพี่น้องข้างสมเด็จองค์น้อยมาหมด เมื่อเวียนเทียนแล้วได้ให้สมเด็จเจ้าพระยาภาณุวงศ์ เจ้าพระยาศรีพิพัฒมาเจิมด้วย

ออกขุนนาง ไม่มีราชการอะไร ได้จดหมายถึงสมเด็จด้วยนายเสน่ห์มาว่า ๆ วันนี้ไม่ได้รับเงินเพราะพนักงานเผาไม่ไปให้ท่านกำชับกันเสีย พระพิเรนทรยื่นสารบบความนครบาล เดือน ๙ ความเดิม ๒๙๙ ใหม่ ๘ รวม ๓๐๗ เรื่อง แล้ว ๑๐ เรื่อง คง ๒๙๗ เรื่อง กับสมุดสารบบความเก่าครั้งเคาน์ซิลที่รับไปเดือน ๙ ปีกุญสัปตศก ได้ชำระถึงเดือน ๘๘ ปีฉลูนี้ ความเดิม ๔๕๑ จำหน่าย ๒๒๗ งดชำระ ๑๗ คงชำระ ๒๐๗ เรื่อง กับในระหว่างนั้นฟ้องประทับใหม่และยื่นเรื่องราว และหัวเมืองส่งความ ๒๗๓ เรื่อง จำหน่าย ๑๗๙ งด ๒ คงชำระ ๙๒ เรื่อง

กาพย์จดหมายมาฉะบับหนึ่ง ว่านายต่วน บุตรพระวิจิตรโปรโวตกอมปนีหนึ่ง เมาเหล้าขังแล้ว กับพระวรภัณฑ์ นายขุนทองซายันป่วยหลายวันแล้ว ขอบาแรกซายันมาช่วยการคลังจ่ายของกับเรื่องทหารวิวาทที่ท่าเตียนด้วย

เจ้านลเขียนหนังสือมายื่นว่า ได้ไปอยู่บ้านใหม่วันนี้ขอรื้อฉางไปด้วย

วันจันทร์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาราชมาหานำบัญชีทาสกรุงเก่า และบัญชีจองนาคลองนครเนื่องเขตต์ที่ราษฎรรับใบจองไปแล้วมาให้ กับสรรเพธนำที่ใส่บุหรี่กับที่สำหรับเขี่ยทำด้วยทองลงยาที่สั่งให้ทำมาให้ด้วย

คุณสุรวงศ์มาหา พูดเรื่องขุดคลอง และเรื่องนา เรื่องเชียงใหม่ เรื่องป้อม เรื่องตึกดิน แล้วเซ็นใบสั่งเงิน ๒ ฉะบับ สมเด็จกรมพระจดหมายบอกด้วย อากรสุรา อากรบ่อนเบี้ย เมืองหลังสวนว่ามีจีนรับทำ แต่ค่านานั้นพระอิศราทำ ๕ หัวเมือง ปีละ ๑๑๐ ชั่ง ซึ่งพระยาดำรงค์สุจริตแยกแต่เมืองเดียว เงิน ๘ ชั่ง นั้นน้อยนักสงสัย

ออกขุนนางไม่มีราชการสิ่งไร พระชลธารนำหนังสือพระยาวิเศษเมืองฉะเชิงเทราว่าด้วยจะขอขุดคลองแต่บางไผ่ไปธารวังเย็นทาง ๔๐๐ เศษ กับสมุดเป็นแผนที่จองนาคลองนครเนื่องเขตต์ด้วย

ได้สั่งจมื่นทิพเสนาให้บอกพระยามหามนตรีให้จ่ายฝีพายให้พระมหาสงครามนายงานทำตึกดิน ๑๐๐ คน ให้กรมเจริญทำรากพระปรางค์ และพระอุโบสถวัดเทพศิรินทร ๒๐๐ คน

วันอังคาร ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระชลธารเอาแผนที่ที่จะขุดคลองใหม่ แต่ปลายคลองบางไผ่ไปถึงธารวังเย็น ซึ่งคิดกับพระยาวิเศษฦๅไชยมาให้ดู ได้เขียนหนังสือถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ส่งต้นหนังสือพระยาวิเศษมีมาไปให้ดู แล้วให้พระชลธารเอาแผนที่ไปให้ดูด้วยกับรายคลองที่จะขุดแขวงเมืองนครเขื่อนขันธ์ ที่พูดกันเมื่อวานนี้นั้นให้เจ้าเมืองเขาเข้ามาพบด้วย

รับจดหมายกาพย์ ๒ ฉะบับ ว่าคลังคืนฎีกาเบิกเงินเพราะประทับตราไม่ลงผู้รับพระบรมราชโองการ แต่เดิมพระยาภาษก็ไม่ได้ลง ฉะบับหนึ่งว่าหลวงสรจักรที่ลาไปรักษาบิดานั้นได้เกณฑ์ให้มาแต่งในการเฉลิมพระชนม์พรรษาก็รับมาแล้วๆ บิดพลิ้วเสียไม่มา ให้ไปตามก็ไม่พบ ว่าไปอยู่บ้านล่าง ได้เขียนหนังสือถึงพระยาธรรมจรรยาฉะบับหนึ่ง ถามด้วยเรื่องหลวงสรจักรและให้ว่ากล่าวเสีย แล้วเขียนตอบกาพย์ฉะบับหนึ่ง ว่าที่คลังไม่รับฎีกานั้นชอบแล้ว ถึงพระยาภาษก็เคยลงผู้รับพระบรมราชโองการเสีย กับเรื่องหลวงสรจักรนั้น ได้จดหมายถามพระยาธรรมจรรยาไปแล้ว แต่คนที่เกณฑ์นั้น ถ้ารับไว้แล้วไม่มาทำการให้เกาะมาทำการอย่าให้ไปบ้านจนสิ้นการ

คุณสุรวงศ์จดหมายเป็นไปรเวตเข้ามาฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยการทำแผนที่ปากน้ำ ขอให้กรมท่ารับคนไปทำตามกรมได้จดหมายถึงท่านกรมท่าให้เป็นธุระ รับคนไปทำแผนที่จนสิ้นเขตต์เมืองสมุทแขวงกรมท่า พระยาจ่าแสนย์อ่านตราถึงพระยาคทาธร ว่าด้วยมีบอกมาด้วยพวกวัดถาหนีเข้ามาใกล้เขตต์แดนเรานั้น ถ้าเข้ามาในเขตต์แดนให้จับตัวให้ได้ และให้กำชับหัวเมืองเราอย่าให้ส่งเสบียงและลูกดินกับพวกวัดถา กงซุลอเมริกันมาหานำหนังสือสุลต่านเมืองบอเนียวมาให้เป็นหนังสือมลายูกับคำแปลเป็นอังกฤษ จมื่นวิชิตเอาที่สำหรับใส่ปัสตันปืนแคตลิง ทำในกรุงเทพฯ นี้ราคาอันละ ๔๐ บาท ใช้ได้ดีทีเดียว

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกพระพรหมบริรักษ์ว่าได้ตัวผู้ร้ายมาชำระบ้างได้ของกลางแล้วยังสืบจับตัวอยู่อีก กับกรุงเก่าบอกน้ำฝนต้นเข้าลงมาฉะบับหนึ่ง พระโบราณลงมาหาด้วย แล้วพระยาศรีบอกว่าพระยาวิชิตศักดาเขมรที่มาสามิภักดิ์นั้น จะขอออกไปตั้งทำมาหากินอยู่ที่เมืองพระตะบองด้วยพี่น้องมีอยู่ที่นั้น ได้สั่งให้ทำหนังสือให้ไปเหมือนพระยาวิชิตณรงค์ กาพย์จดหมายเข้ามาว่า จะจัดโรงเลี้ยงน้ำร้อนในการเฉลิมพระชนม์พรรษาให้คนที่มาดูมิวเซียม ขอรูปต่าง ๆ ไปแต่งด้วย

วันพุธ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

หลวงพินิตนำหนังสือเจ้าหมื่นศรีมาให้ฉะบับหนึ่ง มีมาแต่บัตเตเวียบอกด้วยไปถึง และให้ผู้ว่าการกงซุลไทยมีหนังสือถึงสิเกรตรีเกาวนาเยเนอราล ๆ ตอบนัดวันรับ คัดสำเนาส่งเข้ามาด้วย

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองอ่างทองน้ำฝนต้นเข้า เข้าเกวียนละ ๑๐ ตำลึง เมืองนครสวรรค์บอกมาด้วยอีกฉะบับหนึ่ง เข้าเกวียนละ ๖ ตำลึง ๒ บาท เมืองฉะเชิงเทราบอกมาอีก ๓ ฉะบับ เป็นน้ำฝนต้นเข้าฉะบับหนึ่ง เข้าเกวียนละ ๙ ตำลึงฉะบับหนึ่ง บอกด้วยพร้อมกันกับข้าหลวงสวดมนต์เลี้ยงพระปากคลองนครเนื่องเขตต์ แล้วให้ราษฎรจองนาฉะบับหนึ่ง ขอหลวงมหาดไทยเป็นยกระบัตร แล้วเซ็นฎีกาเงิน ๔ ฉะบับ สมเด็จกรมพระจดหมายเข้ามา ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งเห็นด้วยที่ควรจะมีการเพิ่มในวัน ๔ ค่ำอีกวันหนึ่ง ฉะบับหนึ่งว่าด้วยพระยาทิพมณเฑียรมาทูลว่าวัน ๑๑ ค่ำมีเสียงผู้หญิงร้องกรีดขึ้นที่หลังพระที่นั่งอิศเรศกับโรงช้าง ครั้นให้คนไปดูพบผู้หญิงมีแผลแล้วว่าผู้ชายฟัน จับตัวผู้ชายได้เป็นหม่อมราชวงศ์ในทหารมหาดเล็ก วังหน้าจึงให้พระยาทิพมณเฑียรมาทูล สมเด็จท่านทรงสั่งให้หลวงสรสิทธิ์ไปรับตัวมาแล้ว

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาบ่ายโมงออกไปอมรินทร พระพิมลธรรมเทศนารัตนสูตร์ เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์มาแต่บัตเตเวียมาหา จดหมายคำที่โต้ตอบกับเกาวนาเยเนอราล และคัดกอปี้หนังสือสิเกรตรีเกาวนาเยเนอราลตอบท่านกรมท่ามาให้ด้วย พูดอยู่จนบ่าย ๒ โมง แล้วไปที่ดุสิดาภิรมย์ดูการที่แต่งทั้งปวง พวกญวนนายกองเอาดอกไม้ธูปเทียนมาให้ แล้วกลับไปที่ราชฤดีพวกจีนเจ้าภาษีเอาของมาให้ เสมอใจกับหลวงโกษากลับมาแต่เมืองภูเก็ตมาหาได้สั่งให้เข้าไปข้างใน กลับเข้าไปข้างใน เจ้าคุณทั้งปวง และคุณหญิงพัน และเจ้าจอมมารดาเอม และคนทั้งปวงเอาดอกไม้มาให้ แต่มารายกันนั้น ๒ วันมาแล้ว เสมอใจเข้ามาหาได้พูดกันเรื่องเมืองภูเก็ต และเรื่องภาษีดีบุกเมืองหลังสวนที่พระยาดำรงสุจริตขึ้น

เวลาย่ำค่ำออกไปอมรินทร ถวายไตรพระ ๖๐ แล้วสวดมนต์ ไปนั่งพูดกับวังหน้าและเจ้านาย งานคราวนี้ให้มีโหรบูชาพระเคราะห์ด้วย สวดมนต์จบแล้วออกไปที่เก๋งวรราชสภาภรมย์ พูดกับท่านเสนาบดีและขุนนางผู้น้อยทั้งปวง แล้วขึ้นรถไปดูไฟ ออกประตูวิเศษไชยศรี เลี้ยวป้อมเผด็จดัสกรไปลงถนนเจริญกรุง เลี้ยวถนนเฟื่องนคร กลับมาลงบำรุงเมืองกลับเข้ามาในวัง หยุดรถจุดดอกไม้ซุ้มสมเด็จกรมพระหน่อยหนึ่ง แล้วกลับมานั่งในสนามหญ้า แล้วเข้าไปข้างใน

อนึ่งเมื่อกลับมาพระญวนทั้งปวงทำหนังสือมายื่น จะขอสวดให้พรในการนี้แต่ไม่ได้ยอมให้สวด

อนึ่งงานคราวนี้ ทางบกมีไฟมากกว่าทุกปี แล้วมีการเล่นต่าง ๆ รอบวังด้วย

วันศุกร์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๒ โมงออกไปอมรินทรสรงมุรธาภิเศกแล้วเลี้ยงพระ พระฉันถวายของไทยทานแล้ว กลับมาข้างในเวลาเช้า ๔ โมงเศษ เปลี่ยนเมียพระยาภาษเอาคาถาปักด้วยผ้ามีครอบกระจกมาให้คาถาว่า—

เมียพระยาศรีเอาแหวนหัวนกหงิมประดับเพ็ชร์มาให้วงหนึ่งกับของพระนายศรีฝากมาให้ได้มาแต่บัตเตเวียผ้าห่มสก๊อต ๒๐ ผืนเกือกสลิบเปอ ๑๕ คู่ เมียหลวงพินิตให้หีบโมราริมนาก

เวลาเที่ยงออกไปพระที่นั่งอนันตสมาคม แต่งเต็มยศทหารมหาดเล็ก ทุนนางเข้ารีเสบชั่นแล้ว กรมหลวงวรศักดาอ่านคำให้พรแทนเจ้านาย เจ้าพระยาธรรมาอ่านแทนทุนนาง มิศน๊อกช์อ่านแทนกงซุลทั้งปวงแล้ว เราสปิชตอบ จบแล้วให้คำสปิชสมเด็จเจ้าพระยาแล้วกลับมาไพศาลทักษิณ ท่านใหญ่อ่านคำให้พรแทนเจ้านาย ท้าววรจันทร์อ่านแทนข้าราชการ แล้วแจกเงินคนแก่ข้างใน ๑๒ คนๆ ละ ๑๐ ตำลึง ผ้าคนละสำรับ แล้วออกไปอมรินทรแจกข้างหน้าอีก ๑๓ คน แล้วกลับ

เจ้าพระยาภาณุวงศ์เอาซองบุหรี่ซิกาเรตประดับเพ็ชร์ลงยามาให้ซองหนึ่ง กรมนเรศให้เข็มผ้าผูกคอ เพ็ชร์เป็นรูปเถาองุ่น ๑ พระวิสูตรสาคร ม้าทองแดง ๒ ตัว สำรับตั้งม้ากระจก ๑ กับหนังสือให้พร ลูกสาว ๓ คน ให้ปืนแคตลิงสำหรับใส่บุหรี่ ๑ อาลบาศเตอให้รูปแผ่นเล็ก ๆ เป็นรูปสะเคตเมืองจันทบุรี และเกาะต่าง ๆ ที่ฝั่งทะเลตะวันออกหลายแผ่น มิศเตอไปรเยอให้หนังสือเป็นคำโคลงไทยฉะบับหนึ่ง พระยากระสาปน์ให้เครื่องตั้งหน้ากระจกเป็นรูปกาไหล่ทองนั่งเก้าอี้ดูลูกโลก ๑ พระยาภาษให้ถ้วยโมรา ๔ ใบ จานรองปั้น ๑ ทั้งสำรับ เจ้าหมื่นเสมอใจเป็นปืน ๒๑ ตัน สำหรับใส่บุหรี่ ๑ เจ้าหมื่นศรีที่ใส่หมึกเครื่องเงิน ๑ หลวงพินิตสมุดรูป ๑ มองซิเออยุเกอเป็นที่ตั้งกลางโต๊ะจานกาดและขวดปักดอกไม้ ๑ สั่งเงินให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์ช่วยในการมีบอล ๕๐ ชั่ง คุณแพเอาไปให้เวลาย่ำค่ำออกไปอมรินทร จุดเทียนบูชาพระแล้วเวียนเทียนพระที่นั่งทั้ง ๒ หมู่ เจ้านายมาเลี้ยงโต๊ะชั้นล่าง วังหน้ามาช้าหน่อยหนึ่งแต่งเต็มยศตำรวจยามเลิก สมเด็จกรมพระให้แหวนเพ็ชร์เม็ดเดียววงหนึ่ง ท่านกลางซองบุหรี่อย่างเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ท่านเล็กเข็มเพ็ชร์ปักผ้าผูกคอหนึ่ง เทวัญหีบเขียนหนังสือมีเครื่องอัดในตัวด้วย ๑ เวลายามเศษใส่เสื้ออิฟนิงเดรสตราจุลจอมเกล้าไปลงเรือโสภณเที่ยวดูไฟ ล่องลงไปจนถึงห้างบอเนียวกัมปที กลับขึ้นมาแวะที่ม้านเจ้าพระยาภาณุวงศ์ทักทายปราสัยคนยุโรปที่มาบอลแล้ว กลับเวลา ๕ ทุ่มเศษ แล่นขึ้นไปทางบนจนถึงบางลำภู กลับเวลา ๒ ยาม คราวนี้สมเด็จเจ้าพระยาจุดไฟเป็นไลท์เฮาส์ที่โรงฝิ่นด้วย ผู้หญิงไปดูด้วยตามเคย

วันเสาร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาบ่าย ๒ โมงออกไปที่อมรินทร เจ้าพระธรรมมุณหิศเทศนามงคลสูตรจบแล้วปิดทอง แล้วออกไปที่เก๋งวรราชสภาภิรมย์ กรมพิชิตและสรรเพธพาทาสที่ช่วยมาให้ กรมพิชิตอ่านสารกรมธรรม์เป็นคนคนไป แล้วชุบน้ำแล้วรดน้ำให้ตัวทาสนั้น ให้ของเครื่องใช้สอยต่าง ๆ ทุก คนๆ เป็นจำนวนคนตัวทาส ๓๖ ลูกทาส ๙ รวม ๔๕ คน เงินค่าตัว ๕๘ ชั้ง ๓ ตำลึง ๓ บาท กรมพิชิตยื่นบัญชี เงินที่ใช้นี้เป็นเงินพระคลังข้างที่ คิดวันได้ ๘๗๖๗ วัน แต่วันเกิดมาจนวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๐ นี้ เงิน ๘๗๖๗ บาทนั้น ใช้ค่าตัวทาส ๕๘ ชั่ง ๓ ตำลึง ๓ บาท ใช้ทำโรงนาให้ตัวทาสที่ช่วยเงิน ๒๐ ชั่ง ซื้อกระบืออีก ๑๕ ชั่ง แจกคนแก่ ๑๒๐๐ คนๆ ละบาท เงิน ๑๕ ชั่ง ยังเหลืออยู่อีก ๑ ชั่ง ๓๒ บาท จะไว้แจกคนที่ช่วยนี้เมื่อไปอยู่โรง เวลา ๕ โมงเศษกลับเข้าไปข้างใน เวลาย่ำค่ำออกไปอมรินทรถวายไตรพระไทย ๕ มอญ ๕ สวดมนต์จบแล้ว ไปที่เก๋งวรราชสภาภิรมย์ ออกขุนนาง พระยารองเบืองยื่นบัญชีคนแก่ที่จะได้รับทานตั้งแต่พรุ่งนี้ รวมคน ชายอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไปถึง ๙๐ ปีขึ้นไป ๑๘๕ หญิงอายุแต่ ๖๐ ปีขึ้นไปถึง ๑๒๑ ปี ๗๑๕ คน รวม ๙๐๐ คน แล้วขึ้นสะเลี่ยงไปที่โรงทหาร ซึ่งกาพย์จัดเป็นที่ให้คนดูรูปต่างๆ และเลี้ยงน้ำร้อนนั้นแล้วเดินไปดูในมิวเซียม เวลายามเศษกลับ

วันนี้ทหารออฟฟิศเซอทั้งปวงเข้าชื่อกัน ๒๑ คน มึกาพย์เป็นหัวหน้าสับสคริบชั่นกันซื้อหีบเพลงดีดให้ ในการเฉลิมพระชนม์พรรษาคราวนี้ตั้งไว้ในมิวเซียม

วันอาทิตย์ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้ามีเลี้ยงพระแต่ไม่ได้ออกไป เวลาบ่าย ๒ โมงเศษไปแจกเงินคนแก่ที่พระที่นั่งเก่านั่งที่ประตูตรงต้นมะกรูด คนแก่มาตรงลานหน้าหอพระคน ๑๐๐ คนแจกคนละบาท แล้วออกไปอมรินทรฟังเทศน์ เจ้าพระยาอรุณเทศนาเมตตสูตร จบแล้วออกไปเก๋งวรราชสภาภิรมย์ แจกเงินเจ้านายให้ช่วยแจกคนแก่คนละ ๒๐ บาท มีกรมขุนบดินทร กรมเจริญ กรมนเรศ เทวัญ มนุษย์ สวัสดิ์ ประวัติ วรวรรณ โสณ์ ศรีวิไลย เหลือนอกนั้นได้แจกไปก่อนแล้วจึงให้เจ้านายแจก เวลา ๕ โมงเศษกลับเวลาย่ำค่ำออกไปอมรินทรจุดเทียนพระสวดมนต์ ไปพูดกับสมเด็จ พระสวดมนต์จบแล้วไปนั่งที่ราชฤดี พระยาอาหารกับพระชลธารเข้ากันมีลครให้ดูเล่นเรื่องเสือโค เมื่อท้าวสันนุราชชุบตัว ออกขุนนางที่นั้นด้วย เวลา ๔ ทุ่มเศษกลับ

วันจันทร์ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษไปแจกเงินคนแก่ข้างใน ๑๐๐ แล้วออกไปอมรินทร เสด็จทรงเทศนาเทวตาอุทิศแล้วออกไปแจกคนแก่ที่เก๋งวรราชสภาภิรมย์เหมือนวานนี้ แต่วันนี้มีหญิงแก่คนหนึ่งอายุได้ ๑๐๖ ปีให้เติมเงินอีก ๓ บาททั้งของเดิมเงิน ๔ บาท กลับเวลา ๕ โมงเศษ เวลาค่ำออกไปอมรินทรถวายไตรมีแพรตัวหนึ่ง ย่ามกำมะหยี่พระวัดราชบพิธ ๒๕ รูป แล้วสวดมนต์ ขุนสมุทนำหนังสือพระยาเทพประชุนมาแต่เมืองเชียงใหม่มาให้ ว่าด้วยความหม่องไป๊สืบได้ความว่าโปลิศแม่น้ำสะละวินจับได้ยางแดงคนหนึ่ง เป็นพวกปล้นหม่องไป๊กับส่งคำแปลและต้นหนังสือหม่องไป๊มีลงมากรุงเทพฯ มีฝากหลวงสุริยามาตย์มาด้วยพระยาอาหารนำหนังสือมาให้พรฉะบับหนึ่ง สวดมนต์จบแล้วไปจุดดอกไม้ที่ดุสิดาภิรมย์ แล้วกลับมานั่งที่สนามจันทร์ ดูลครพระยามหามนตรีเล่นดึกดำบรรพ์เรื่องอุณรุท ตั้งแต่ท้าวบรมจักรกฤษณ์ไปหาฤๅษี จนฆ่าวิรุณจักร เวลา ๕ ทุ่มกลับเข้าข้างใน

วันอังคาร แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๔ โมงออกไปเลี้ยงพระอมรินทร พระฉันแล้วถวายของไทยทานแล้วเอาครอบน้ำถวายเจ้าพระอรุณสวด เวลาเที่ยงกลับ

รับหนังสือคุณสุรวงศ์ส่งคำประกาศเรื่องขุดคลองฉะบับหนึ่ง แก้คำของพระยาวิเศษ แล้วมีฉะบับหนึ่งมา อีกฉะบับหนึ่งขอขุนรักษ์โยธาในกรมพระกระลาโหมเป็นหลวงจำนงทวยหาญ

เวลาบ่าย ๒ โมงเศษไปแจกคนแก่ข้างในแล้วออกไปอมรินทรพระสาสนโสภณเทศนามงคลวิเศษ แล้วออกไปแจกเงินคนแก่ที่เก๋งวรราชสภาภิรมย์ มียายแก่คนหนึ่งอายุ ๑๒๑ ปี ต้องอุ้มมา ได้เติมเงินให้อีก ๑๑ บาท เก่าใหม่เป็น ๓ ตำลึง เวลา ๕ โมงเศษเกือบย่ำค่ำกลับ

วันพุธ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๔ โมงเศษออกไปเลี้ยงพระที่อมรินทร ถวายของไทยทานแล้ว พระสัพพีสวดยสฺมึ ปเทเส เหมือนเมื่อวานนี้แล้วประสุร่ายเจิมพระชันษาใหม่ แล้วไปเจิมพระมหาพิไชยมงกุฎแล้วกลับเข้าไปข้างใน

เวลาบ่าย ๓ โมงเศษออกไปดูงิ้วที่หน้ามิวเซียมซึ่งพระยาโชฎึกได้มีมาแต่วัน ๒ ค่ำ จับเรื่องว่าเป็นวันเกิดพระอิศวรเทวดาให้พรแล้วเล่นชุดเมื่อบุนอ๋องไปรับเกียงจูแหย แล้วไปดูของในมิวเซียมกลับเกือบย่ำค่ำ เวลาทุ่มเศษออกไปอมรินทรจุดเทียนบูชาพระแล้วไปจุดดอกไม้ แล้วกลับมาดูลครที่สนามจันทร์ เล่นเมื่อหิรัณยักษ์ม้วนแผ่นดินจนพระนารายน์มาฆ่าจนพระอินทร์สร้างเมืองให้ท้าวอโนมาตันอยู่ เวลายามเศษกลับ

วันพฤหัสบดี แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับคำเตลิกราฟมาแต่เมืองสมุท ว่าวังหน้าลงไปวันนี้เช้า ๓ โมงถึงจอดอยู่ที่ป้อมเสือซ่อนเล็บ พระยาเจริญเอาข้อพระราชบัญญัติลักษณพยานที่แก้มาให้ ได้ให้อาลักษณเขียนเป็น ๓ ฉะบับ

พระปรีชามาแต่เมืองปราจิณเขียนหนังสือบอกด้วยสวดมนต์เลี้ยงพระ แจกทาน จุดไฟ ในการเฉลิมพระชนม์พรรษาที่เมืองปราจิณด้วยฉะบับหนึ่ง

สั่งประหารชีวิตผู้ร้ายปล้นบางขุนนนท์วันนี้ ให้พระยารองเมืองไป

ออกขุนนาง นายเสน่ห์เอาหนังสือเจ้าพระยามหินทรบอกด้วยขายเข้าระบาทว์ ทั้งเก่าใหม่มาให้ รวมเป็นเข้า ๑๐๔ เกวียน เกวียนละ ๑๔ ตำลึง เป็นเงิน ๗๓ ชั่ง ๓ ตำลึง เงินเก่า ๔๒ ชั่ง ๑๔ ตำลึงนั้นส่งแล้ว

พระยารองเมืองบอกด้วยเพลิงไหม้กุฎีวัดสังเวชวิศยารามวันนี้ ๒ หลัง พระนรินทรอ่านบอกเสมอใจ หลวงโกษา ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งบอกด้วยจำหน่ายเงินซื้อของถวายพระ และแจกผู้ที่ถูกจีนปล้น และคนที่มาช่วยราชการตายนั้นด้วย ฉะบับหนึ่งว่าด้วยเรื่องสลัดที่กงซุลปีนังบอกเสมอใจได้มีหนังสือไปกำชับหัวเมืองก็สงบเรียบร้อยลง แต่ที่เมืองพังงาเกิดสลัดปล้นที่เกาะยาวจับตัวได้แล้วเอามาชำระที่เมืองภูเก็ตได้ส่งตัวสลัดเข้ามาจำคุกด้วย พระพิเรนทรเอาคำลูกขุนปรึกษาวางบทเรื่องฆ่ากันตายมาให้ฉะบับหนึ่ง แต่ผู้ตายเป็นผู้ร้ายจะลักของในสวนพระยาราไช

อ้ายรอดทำเรื่องราวมายื่น กล่าวโทษพระยาสุพรรณหลวงมหาดไทยบุตร ว่าสมคบผู้ร้าย และพระยาอุไทย พระยาสรรค์ก็ไม่เอาใจใส่ดูแลด้วย

กรมขุนบดินทรถวายขัดข้องความรายเลขกรมพระเทวศเจ้ากรมนำสักไว้เจ้าพนักงานเร่งเงินราชการที่ค้าง เจ้ากรมว่ากรมพระเทวศเก็บเงินไว้แล้ว แต่เจ้าขาวว่าเงินอยู่ที่เจ้ากรมสั่งไปให้สมเด็จกรมพระชำระตัดสิน

วันศุกร์ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เขียนหนังสือถึงพระยาราชให้จัดเจ้าพนักงานพร้อมด้วยสรรเพธจ่ายที่นาให้คนที่ช่วยในการเฉลิมพระชนม์พรรษา

สรรเพธพาคูลนิตเอาแผนที่ศาลชำระความใหม่มาให้ดู ขอไว้คอยคุณสุรวงศ์ก่อน กับอย่างประตู ๒ ชั้นอีกฉะบับหนึ่งให้เอาไว้คอยสมเด็จ

พระยาอภัยรณฤทธิ์มาถามด้วยจะทำโรงพิธีกวนเข้าทิพ สั่งให้เอาโรงทอง พระยามหามนตรีมาพูดเรื่องชำระผู้ร้ายปล้นท่าข้ามศีร์ษะกระบือ ว่าอินทรเทพจับอ้ายทองเจ้าสำนักได้ยังถามอยู่

ท่านกรมท่ายื่นบัญชีเข้าที่ลูกค้าไทย ต่างประเทศ ยื่นเข้ามาให้เป็นจำนวนรวม ลูกค้าต่างประเทศ ๑๘ ราย เป็นเข้ากล้อง ๓๓๑๕๖๒ ๓๘} หาบรวมลูกค้าสยาม ๕ ราย เป็นเข้ากล้อง ๙๕๓๖๕ หาบ รวมลูกค้า ๒๓ ราย เป็นข้าวกล้อง ๔๒๖๙๒๗ ๓๘ } หาบ คิด ๒๐ หาบเข้ากล้องเป็นเกวียนเข้าเปลือก ได้เข้า ๒๑๓๔๖ ๓๖ ๑๘ } เกวียนคิดเป็นเข้ากล้องได้ ๑๐๖๗๓ ๑๘ ๙ } เกวียน กับสำเนามิศนอกซ์ตามขึ้นมาด้วยจะกำหนดปิดเข้าให้จำหน่ายเมื่อไร กับร่างตอบฉะบับหนึ่ง ได้แก้ไปที่ว่ากลางเดือน ๑๑ จึงจะรู้นั้นให้เป็นสิ้นเดือน ๑๑

กาพย์จดหมายเข้ามาฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยนายเล็กทหารโปรโวตกอมปนีที่ ๒ ถูกนายอึ่งช่างไม้ งัดตู้ลักเงินนายยิ้มสับเลบเตอแนนชำระได้ความรับเป็นสัตย์แล้ว คนเลวอยากจะคัดออกเสียด้วยมีมากหลายคน จดหมายตอบไปให้เฆี่ยน ๓๐ ไล่เสีย แต่คนนอกนั้นยังไม่มีเหตุอย่าเพ่อให้ทำจะเป็นที่สดุ้งสะเทือนไป

จดหมายตอบคุณสุรวงศ์ด้วยเรื่องราวพระยาดำรงสุจริตจางวางเมืองระนองขอทำภาษีดีบุกเมืองหลังสวนนั้น ให้รอไว้ว่ากันปีหน้าเมื่อสิ้นปีก่อน

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองตาก ๒ ฉะบับว่าด้วยรายเงินหม่องผัว เรื่องพระพล กับรายพระพลทำสัญญาให้หม่องคอแซ เก็บเงินค่าตอไม้ฉะบับหนึ่ง อีกฉะบับหนึ่งพระเชียงทองตาย เมืองสระบุรีบอก ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าได้จ่ายปืนให้พระยาโคราชตามท้องตรา ๒๐๐ กระบอก ฉะบับหนึ่งน้ำฝนต้นเข้า กับเมืองอิน เมืองปราจิณ บอกน้ำฝนต้นเข้าเมืองละฉะบับ เข้าเกวียนละ ๗ ตำลึงทั้งนั้น

พระนรินทรอ่านบอกเสมอใจว่าด้วยเงินภาษีเมืองภูเก็ต ๒๐๐๐ ชั่งนั้น ครั้งนี้จำหน่ายใช้ราชการสิ้น ๘๐๐ ชั่งเศษ เหลือนั้นส่งเข้ามา

วันเสาร์ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กรมพิชิตอ่านตัดสินความ

พระยาอนุชิตทำหนังสือมาว่า ไม่รับเป็นที่เดโชที่สั่งให้กรมพิชิตไปถาม จมื่นทิพเสนาเอาหนังสือพระยามหามนตรีว่าด้วยได้อ้ายทองเจ้าสำนักผู้ร้ายปล้นท่าข้ามหัวกระบือมาให้ พระชลธารมาหาได้พูดเรื่องประกาศขุดคลอง สมเด็จเจ้าพระยามาพูดเรื่องเตลิกราฟเตือนให้ทำด้วยว่าเสาตัดไว้แล้ว กับเรื่องทางโคราชขอให้เจ้าพระยามหินทรเป็นผู้ทำ กับเรื่องปิดน้ำเรื่องเชียงใหม่ และเรื่องอื่น ๆ อีกหลายเรื่อง

พระยาจ่าแสนย์บอกพระยานุภาพไตรภพว่า ได้มีหนังสือไปถามเลอเรเปรยันตังด้วยเรื่องพระเสนานุชิต เรื่องแก้วมโนยง ซึ่งเป็นพวกวัดถาหนีมาจับไว้ เขาจะให้ส่งไปไหนตามท้องตรานั้น เขาตอบมาว่าให้ส่งไปเมืองพนมเป็ญจึงได้มีบอกเข้ามาตามท้องตรา ได้สั่งให้ไปบอกสมเด็จเจ้าพระยาว่าเห็นจะต้องส่งท่านจะให้ความมีหนังสือไปอย่างไรบ้าง กับพระปรีชา บอกเจ้าเมืองเรื่องทำการต่าง ๆ ที่เมืองปราจิณในวันเฉลิมพระชันษาอย่างที่มีหนังสือมาให้

เจ้าต๋งเอาตัวอย่างประดับศิลาฐานพระวัดปรมัยยิกาวาศมาให้ดูให้เอาตามนั้น เขียนหนังสือถึงคุณสุรวงศ์เตือนให้ทำเตลิกราฟตามสมเด็จเจ้าพระยาเตือน

รับหนังสืออาลบาศเตอ ส่งพงศาวดารเชียงใหม่ฉะบับหนึ่งว่าพรุ่งนี้จะมาหาเอาคำเพิ่มเติมมาให้ด้วย กับจะเอาหีบเงินต่างๆ ของกงซุลเยอรมันฝากมาให้ดู

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองฉะเชิงเทรา ๒ ฉะบับๆ หนึ่งว่าด้วยฝรั่งยื่นบัญชีเข้า ๓ รายเป็นเข้า ๘๐๐ เกวียนเศษได้สั่งให้ส่งจำนวนไปกรมท่า ฉะบับหนึ่งว่าได้สวดมนต์เลี้ยงพระในการเฉลิมพระชนม์พรรษา เมืองนครนายกบอกอีกฉะบับหนึ่งเหมือนกัน

พระนรินทรอ่านบอกเมืองเพ็ชรบุรี ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งบอกส่งเงินค่านา ฉะบับหนึ่งว่าด้วยได้สวดมนต์เลี้ยงพระในการเฉลิมพระชนม์พรรษา พระยาศรีเอาคำลูกขุนปรึกษาเรื่องเมาเหล้าวิวาทฆ่ากันตายเมืองกระบิลมาให้ แล้วบอกยกกระบัตรเมืองนครสวรรค์ลาไปเมือง พระยารองเมืองเอามาให้อีกฉะบับหนึ่งปล้นบางเขน แล้วได้เซ็นคำปรึกษาที่พระพิเรนทรเอามาให้คืนไป เซ็นใบสั่งด้วยอีกฉะบับหนึ่ง เจ้านิลยื่นเรื่องราวรายเลขกรมอดูลที่เฝ้าศพ และทำเมรุจำนวน ปีกุญ ปีชวด ว่ากรมสัสดีไม่หักให้

วันอาทิตย์ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระสุพรรณเอาสังวาลย์ทับทิมของศรีวิไลยมาให้ ท่านกรมท่าส่งสำเนาหนังสือมิศเตอแซนซินเยอที่เป็นสิเกรตรีแอดมิราลเรนอมีมา ขอรับเป็นกงซุลที่เมืองอเมริกาและขอเป็นผู้รับธุระส่งเด็กไปเรียนหนังสือด้วยฉะบับหนึ่ง จดหมายไปฉะบับหนึ่งตามเรื่องที่ได้พูดกับกงซุลอเมริกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ให้พูดเกี่ยวไว้เห็นจะดี กับเรื่องเด็กนั้นให้ไปเยอรมันมากแล้ว หลวงอังคนิศร จมื่นสราภัยยื่นเรื่องราวจดจำนวนลูกหนี้พระยาสุรศักดิ์มาให้ ได้ให้กรมนเรศคัดไปถวายสมเด็จ

มิศเตออาลบาศเตอมาหา เอาคำเพิ่มเติมอธิบายเรื่องพงศาวดารเชียงใหม่ที่จะให้พระยาเทพมาให้ กับหีบเงินของกงซุลเยอรมันส่งมาให้ดู ได้ให้เงินเชียงใหม่ไป กับทองพดด้วงสองสลึง ๑ หนึ่งสลึง ๑ สองไพ ๑ กับให้เงินตัวอย่างกึ่งตำลึงให้อาลบาศเตอไปไว้มิวเซียมด้วย พระยาภาษเอาร่างหนังสือตอบรายาเบนาริศมาให้ดู กับหนังสือแครฮานฉะบับหนึ่ง

วันนี้ไม่ได้ออกขุนนาง ร่างหนังสือถึงพระยาเทพ แล้วได้รับหนังสือคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่งว่าด้วยการเตลิกราฟที่จะสั่งจะให้ปรึกษาเคาน์ซิลอีก ได้ตอบไปฉะบับหนึ่ง ว่าไม่ควรจะปรึกษาจะเป็นที่พูดไปต่าง ๆ

กรมช้างยื่นอาการพระยาเศวตสุวภาพรรณ ว่าเจ็บเป็นไข้สารทเนียนนน

วันจันทร์ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

คุณสุรวงศ์มาหาพูดเรื่องเตลิกราฟ และเรื่องขุดคลองเรื่องเมืองเชียงใหม่ เรื่องที่ปิดน้ำ เรื่องทางโคราช แล้วกาพย์มาบอกกำหนดด้วยจะไปกัลกัตตากับเรื่องบันยงเส็ง วันแรม ๑๒ ค่ำ แล้วเขียนหนังสือถึงท่านกรมท่าบอกกำหนดไปแล้วให้ทำหนังสือนำด้วย

จมื่นทิพเสนานำหนังสือพระยามหามนตรีว่าจับผู้ร้ายปล้นได้อีก ๕ คน และอ้ายเอี่ยมรับเป็นสัตย์ได้ของกลางบ้างแล้ว

พระยาศรีเข้ามาอ่านตราถึงพระยาเทพประชุนฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยสัญญาหม่องโพทำป่าไม้และเรื่องหนานดิน ถึงพระยาสุจริตเมืองตากฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องพระพลทำสัญญาให้หม่องตอแฮเก็บเงินค่าตอไม้ปีชวด

เจ้าปฤษฎางค์เอาแผนที่ ๆ ไปทำตามลำแม่น้ำเหนือบางปอินที่จะแก้น้ำแทงมาให้ดู ได้สั่งให้เธอไปคิดแก้มาดูก่อน

ออกขุนนาง พระนรินทรอ่านบอกเมืองประทุมธานีน้ำฝนต้นเข้ากับพรรณเข้าเมืองพม่านั้นได้ปลูกแล้ว

เซ็นคำลูกขุนปรึกษาปล้นบางเขน ให้มหาดเล็กไปให้พระยารองเมืองฉะบับหนึ่ง จดหมายถึงพระยาเทพไปรเวตส่งพงศาวดารเชียงใหม่และสำเนาหนังสือกัปตันจิก สำเนาหนังสือสิเกรตรีอินเดียตอบฉะบับหนึ่ง ฟังเทศน์ วันนี้พระมหาเทพเอาความฆ่ากันตายโจทย์หนีฉะบับหนึ่ง กับคำลูกขุนปรึกษาเรื่องบ่าวหนีนายตีบ่าวเลยตายฉะบับหนึ่งมาให้

วันอังคาร แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ให้รางวัลพระสุพรรณทำสังวาลย์ศรีวิไลยเงิน ๒ ชั่ง พระยามหามนตรีกับพระอินทรเทพมาพูดด้วยเรื่องผู้ร้ายปล้น

เจ้าพระยามหินทรเอาตัวอย่างโรงรถมาให้ดู แล้วได้พูดเรื่องทำทางโคราชและเรื่องปิดน้ำ พระนรินทรมาพูดเรื่องคนมีความชอบในราชการเมืองภูเก็ตเมืองระนอง

พระนายศรีเอาหนังสือเมชั่นมีมาเรื่องฝากเงินได้ให้คืนริสิตไปลงชื่อใหม่

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านตราถึง เมืองขุขันธ์ เมืองศรีสะเถษ เมืองเดชอุดม ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยชำระทิพเสนารุ่งเป็นสัตย์ทำโทษแล้ว แต่ช้าง ม้า โค กระบือ ซึ่งไปลงเอากับราษฎรนั้น ครั้นจะให้เอาไปคืนเจ้าของก็ลำบากมากแล้วจะเป็นอันตรายไป จึงได้ให้พระปรีชาจำหน่ายที่เมืองปราจิณ ได้เงินนั้นแล้วจะหักเป็นเงินส่วยที่ค้าง ให้เจ้าของตามราคาแล้วให้ทำบอกรายตัวเข้ามาด้วย พระยาพิพัฒอ่านบอกเมืองนนท์ทำการเฉลิมพระชนม์พรรษา กาพย์จดหมายมา ๒ ฉะบับ ฉะบับใหญ่ว่าด้วยนายสุดทหารเมาเหล้าเข้ามาในโรง กับที่จะไปอินเดียใครจะเป็นผู้รับพระบรมราชโองการกับการโต๊ะบ๋อยมอบให้จิตรเจริญดูแล เล็กฉะบับหนึ่งขอมิศเตอเปจีเสมียนโทรเลขไปด้วย ในระหว่างเปจีไม่อยู่จะให้มิศเตอเรฟกินรับแทน กับขอนายเจ๊กกอปราลทหารม้าไปด้วยคนหนึ่ง กับพระอมรสั่งไปซื้อลา ๔๐ ด้วย เขียนหนังสือถึงท่านกรมท่าด้วยเรื่องกาพย์จะไปอินเดียให้มีหนังสือถึงมิศนอกซ์เสียด้วย กับหนังสือท่านกรมท่าต้องมีไปถึงกงซุลสยาม เมืองร่างกุ้ง สิงคโปร์ กัลกัตตา บอมเบ หรือปีนังด้วย แล้วเขียนถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ส่งเรื่องเปจีจะไปกับกาพย์ ฟังเทศน์ เสมอใจมาหาพูดเรื่องจะแจกตราคนทำความชอบเมืองระนองภูเก็ต วันนี้พระเศวตวรสรรพางค์ตายเวลาเช้า

วันพุธ แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือท่านกรมท่า ว่าด้วยเรื่องจะมีหนังสือถึงมิศนอกซ์เรื่องกาพย์ไปอินเดีย กับส่งร่างมาด้วย เขียนตอบฉะบับหนึ่งให้มีไปแต่สั้นๆ แล้วเขียนหนังสือถึงกาพย์ฉะบับหนึ่ง ในระหว่างไม่อยู่ถ้าทหารกอมปนี ๑-๒-๓ เข้าเวรให้จมื่นวิชิตว่าการแทน ถ้ากอมปนี ๔-๕-๖ เข้าเวรให้จมื่นสราภัยว่าการแทน เงินเดือนกาพย์ต้องเป็นหาฟเป แต่ผู้ว่าการแทนเพิ่มเมื่อว่าการ ๔๐ บาท จมื่นราชาบาลนำหนังสือมาลาไปบอมเบพร้อมกับกาพย์ว่าจะไปทวงเงินลูกหนี้ ยอมอนุญาตให้ พระยามหามนตรีทำหนังสือมาบอกด้วยทหารยามจับนายพันทหารมหาดเล็กลักของจีนกาจับได้ นายพันไม่รับกลับว่าทหารยามเอา บิด มีด สิ่ว ใส่เอาขอให้มีผู้ช่วยสืบ ได้ให้พระรองเมืองไปช่วยสืบแล้ว

เขียนหนังสือถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยมีนายหน้ามายกย่องนักปราชญ์เตลิกราฟคนใหม่จะได้ให้ไล่เดวิแซนเสีย กับว่าด้วยการที่จะสอนคนหัวเมืองให้คิดรีบสอนเสีย

แล้วจดหมายถึงสมเด็จเจ้าพระยา ๒ ฉบับ ราชการฉะบับหนึ่ง ไปรเวตฉะบับหนึ่ง ในหนังสือราชการว่าด้วยได้เรียกเจ้าพระยามหินทรมาพูดเรื่องทำทางโคราช พูดจะขอให้ท่านเสนาบดีกะการให้ ฉะบับไปรเวตว่าด้วยได้เรียกคุณสุรวงศ์มาปรึกษาเธอเห็นว่าควรจะให้พระยามหาอำมาตย์ไปทำด้วยว่างอยู่ แล้วเคยบังคับหัวเมืองด้วย เจ้าพระยามหินทรนั้นการก็มีอยู่ที่กรุงเทพฯ มาก แล้วจดหมายถึงคุณสุรวงศ์อีกฉะบับหนึ่งส่งประกาศขุดคลองไปให้ตรวจแล้ว ให้ๆ สมเด็จเจ้าพระยาดูด้วย

รับหนังสือหมอดีนขอบใจด้วยรับกระดุมหัวนกกับบอกมาด้วยแหม่มจะไปเยี่ยมพี่น้องที่อินเดีย เขียนหนังสือให้พรไปฉะบับหนึ่ง กาพย์เข้ามารดน้ำสังข์เจิมให้แล้ว ให้เงินค่าที่ต้องลดเงินเดือนเป็นหาฟเป ๓ ชั่ง พระยาจ่าแสนย์มาอ่านตราถึงพระยานุภาพไตรภพเรื่องส่งพระเสนานุชิตแก้วมโนยง กับขัดข้องความหัวเมือง ๓ ฉบับ มีเรื่องขุดทรัพย์ประหลาดด้วยเรื่องหนึ่ง เมืองฉะเชิงเทรา

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกพระพรหมบริรักษ์มาแต่สุพรรณว่าด้วยได้ชำระผู้ร้ายได้ตัวบ้าง กับความค้างที่เมืองสุพรรณถึง ๓๗๕ เรื่อง ได้ให้เร่งชำระแล้ว ๔๒ คงค้าง ๓๓๓ เรื่องฉะบับหนึ่ง อิกฉะบับหนึ่งเรื่องอ้ายปลอดที่หนีคุกไปปล้นท่าทำเนียบ ข้าหลวงยังสืบจับตัวอยู่กับจับพวกได้คนหนึ่งกับตัวมารดามาเร่งอยู่แล้ว พระยาภาษเอาหนังสือซึ่งจะมีไปถึงฝรั่งมาให้เซ็น ว่าด้วยกาพย์ไปอินเดีย คือ ลอร์ดลิดตอนไวสรอยฉะบับหนึ่ง เซอริเชิดเตมเปลอเกาวนาบอมเบฉะบับหนึ่ง มิศเตออีเดนเลบเตอแนนเกาวนาเบงคอลฉะบับหนึ่ง เซอแอนครูคลากฉะบับหนึ่ง เฟาล์ฉะบับหนึ่ง ลับกาฉะบับหนึ่ง แอนซันฉะบับหนึ่ง สะเลเดนฉะบับหนึ่ง รายาเบนาริศฉะบับหนึ่ง กับมีตอบแครฮานและลูกแครฮานคนละฉะบับหนึ่ง

วันพฤหัสบดี แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กรมนเรศเอาบัญชีความชอบคนไปช่วยราชการ และผู้จัดการเมืองระนองเมืองภูเก็ตมาให้กะตรา

รับหนังสือคุณสุรวงศ์ ว่าด้วยมิศเตอฮอเวนักปราชญ์เตลิกราฟให้รอไว้ก่อนเมื่อมีการจะเรียกก็ได้กับมิศเตออาลบาศเตอไปแจ้งว่าการซึ่งจะตรวจโทรเลขไม่สู้จะเข้าใจ จะขอมิศฮอเวช่วยแต่ขอให้มีบำเหน็จเขาสัก ๕๐ เหรียญ เธอได้ยอมไปแล้วแต่เป็นไปรเวต กับเรื่องประกาศขุดคลองนั้นได้ให้สมเด็จเจ้าพระยาดูแล้วคืนมา

คุณแพนำกฤชมาให้กับหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาฉะบับหนึ่งว่าด้วยทำทางโคราชยอมให้เอาพระยามหาอำมาตย์ กับหนังสือกงซุลเยอรนันฉะบับหนึ่ง ขอบใจให้เงินเชียงใหม่และทองพดด้วง รับหนังสือท่านกรมท่าว่าด้วยพระยาโชฎึกมาแจ้งความด้วยจีนที่ขายเข้าสารไม่มีเข้าเปลือกจะสีเพราะไม่มีใครลงมาขายเหตุประกาศปิดเข้าหัวเมือง เข้าราคาแพงขึ้นตอบไปฉะบับหนึ่งให้ร่างหมายประกาศบอกหัวเมืองให้ราษฎรเอาเข้าลงมาจำหน่ายส่งมหาดไทยกระลาโหม ท่านกลางมาหาพูดเรื่องภาษีฝ่ายยาสูบกับที่บ้านจ่ายวด พระยาอภัยรณฤทธิ์มาพูดเรื่องน้ำฝน กับตัดสินความเจ้าอมรอำนวยเรื่องหนึ่ง กับเซ็นความฆ่ากันตายโจทย์หนีและคำลูกขุนปรึกษา ให้พระยามหาเทพ พระยาอาหารเอากรงนกคิรีบูนใหญ่มาให้ เวลาเกือบทุ่มออกไปวัดพระแก้ว สวดมนต์ถือน้ำพูดกบสมเด็จด้วยการต่าง ๆ มีน้ำน้อยกลัวเข้าแพงเป็นต้น กับเรื่องเลขเจ้านิลอยู่จนพราหมณ์อ่านรัตนพิมพ์วงศ์แล้วจึงกลับ กับได้สั่งกาพย์ให้เอานายนิลเปลี่ยนแทนมิศเตอเปจีด้วย

วันศุกร์ แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๔ โมงเศษออกไปวัดพระแก้วถือน้ำ ได้ให้ไปเชิญสมเด็จเจ้าพระยามาปรึกษาด้วยเรื่องประกาศขุดคลองและทำทางอื่นๆ หลายอย่าง เวลาเที่ยงนานกลับ เมื่อถือน้ำข้างในแล้วเข้าไปในหอพระบรมอัฐิเห็นพระบรมอัฐิทูลหม่อมซึ่งเชิญมาแต่บรมพิมานตั้งอยู่ที่โต๊ะไม่ตั้งบนบุษบก ได้สั่งให้สมเด็จกรมพระชำระภูษามาลา ได้ความว่านายเวรขี้เกียจให้เฆี่ยน ๓๐ ถอดออกเสีย ได้สั่งกรมนเรศให้จดหมายส่งประกาศปิดคลองไปให้พระชลธารลงพิมพ์ ค่ำเกือบทุ่มไปที่ปราสาทสวดมนต์พิธีสารท พูดกับสมเด็จกรมพระจนเวลายามเศษกลับแล้วเขียนหนังสือถึงกรมท่าด้วยความเจ้ากันรายถูกผู้ร้าย กาพย์ไปกัลกัตตาด้วยเรือเมสเลดสเชียนวันนี้

วันเสาร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๔ โมงนานไปเลี้ยงพระถวายโถเข้ายาคู แล้วออกขุนนางมีพระยาราชมาด้วย พระยาศรีบอกด้วยเรื่องลพบุรีบอกขัดข้องลงมาว่า เข้าเสียหมด เมื่อก่อนออกประกาศปิดเข้ามีจีนสัปเยกต์ไปซื้อเข้าตั้งยุ้งไว้มาก บัดนี้ราษฎรพากันขายเข้า เข้าหมดไม่ได้ในปีนี้ แล้วราษฎรจะต้องซื้อเข้าแพงขี้นเป็นแน่ จะควรห้ามไม่ให้ขายหรืออย่างไร เวลาเที่ยงกลับ ตัดสินความ ๔ เรื่อง

คุณแพเอาตราเปิดเข้าหัวเมืองที่ท่านกรมท่าร่างมาให้จดหมายตอบท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง บอกด้วยเรื่องเมืองลพบุรีบอกมาจะกีดกันกับเปิดเข้าดอกกระมัง

มิศเตอไปเยอเอาแมวกับนกที่ทำเป็นรูปในเมืองไทยนี้มาให้แล้ว ได้ให้เขียนหนังสือชอตแฮนด์ให้ดูด้วย พระชลธารเอาคำประกาศขุดคลองเข้ามาเพิ่มเติมคำบ้าง พระยาภาษเอาจดหมายไปรเวตถึงเซอแอนครูคลาก ส่งเรื่องพงศาวดารเชียงใหม่ที่อาลบาศเตอแต่งไปให้

จมื่นวิชิตผู้แทนผู้รับพระบรมราชโองการ เอาจดหมายมาให้ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยนายนิลนายเจ๊กไปกับกาพย์ขอเป็นเปซายันว่าการแทน นายนิลขอทหารเลวคนหนึ่ง ว่าการแทนนายเจ๊ก จดหมายตอบไปฉะบับหนึ่งยอมอนุญาตแต่เปซายันต้องเพิ่มเงินเดือนขึ้นอีก ๘ บาท กับนายนิลนายเจ๊กไปกับกาพย์นั้นเหมือนไปราชการอยู่ เงินเดือนเวลาเข้าเวนหรือออกเวนให้ตั้งเต็มเดือนจนกลับมา

เกือบทุ่มออกไปมหาปราสาทสวดมนต์แล้วพูดกับสมเด็จ ๆ ท่านเอาพงศาวดารคำให้การขุนหลวงหาวัดมาให้ ๓ เล่ม เป็นเล่ม ๒.๔.๕. แต่เล่ม ๑.๓. ท่านจะเที่ยวค้นก่อน ยามกลับ

วันอาทิตย์ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๐ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๔ โมงนานไปมหาปราสาทเลี้ยงพระถวายโถเข้ายาคูแล้ว ออกขุนนาง พระยาราชมาด้วยได้ถามถึงเข้าในฉางว่ายังมีอีกสัก ๖ เดือนพอใช้ พระยาศรีอ่านตราถึงพระพรหมบริรักษ์ส่งผู้ร้ายออกไป และให้ตรวจความเมืองสุพรรณดูด้วย พอที่จะเปรียบเทียบแล้วให้เปรียบเทียบ กับเรื่องอ้ายปลอดหนีคุกนั้นได้บอกไปให้มีตราถึงเมืองกรุงเก่าอ่างทองนนท์ ให้ช่วยจับดูแล้วเวลาเที่ยงกลับ

คุณแพเอาหนังสือท่านกรมท่าว่าด้วยเรื่องเข้ามีผู้ซื้อขึ้นไว้มากจะห้ามไม่ได้ จะไม่ให้ราคาขึ้นลงได้ก็แต่เพียงประกาศกำหนดราคาเสีย กับร่างตราถึงหัวเมืองได้ให้สมเด็จเจ้าพระยาดูท่านเห็นด้วยแล้ว เขียนตอบไปฉะบับหนึ่งให้รีบส่งมหาดไทย กระลาโหมมีไปเสีย แต่ที่จะประกาศกำหนดราคาเข้านั้นยากอยู่หน่อยต้องปรึกษากันเสียให้ตลอด

อาลบาศเตอจดหมายเข้ามาว่าด้วยเงินสำหรับกาพย์ใช้ไปอินเดียว่ากาพย์ไปขอกระดิดบิลแต่ห้างบอเนียวกำปนี เขาไม่เชื่ออาลบาศเตอจึงรับว่าจะเข้ามาบอกให้ๆ เถิด เขาจึงให้ไป ๔๐๐ ชั่ง บัดนี้จะขอคำอนุญาต เขียนตอบไปฉะบัปหนึ่งให้ไปพูดกับพระยาภาษ ด้วยได้สั่งให้กาพย์ไปเอาเงินที่อับกาใช้ กำหนดเพียง ๒๐๐ ชั่งแล้ว เวลาเกือบทุ่มไปที่มหาปราสาทพูดกับเสด็จที่วัดท่านรับสั่งด้วยพระเข้ามาจากลังกา เป็นคนเมืองกาญจนดิฐไปบวชพม่าแล้วจึงไปอยู่ที่ลังกา ถือหนังสือพระสุภูติเข้ามา มีของเข้ามาให้ และผ้าไตรจะถวายพระราชาคณะธรรมยุตติกาในนี้มากเดี๋ยวนี้อยู่ที่วัด แล้วพระสวดมนต์มาพูดกับสมเด็จด้วยเรื่องคำให้การขุนหลวงหาวัด สวดมนต์จบแล้วไปรดน้ำสังข์เจิมพวกเจ้ากวนเข้าทิพ แล้วไปที่โรงทองเจิมพายและรดน้ำสังข์ในกระทะแล้ว ให้สวัสดิ์เทเนย ไชยันต์เทน้ำทับทิมน้ำส้มแล้วกวนเข้าทิพแล้วกลับ

จมื่นวิชิตมาพูดด้วยมิศนอกซ์นายครัวจะขอเงิน ถ้าไม่ได้เงินจะขอออกเงินรายครัวทหาร ๖๐๐ บาท กับเงินค้างกาพย์ไม่รู้ว่าเงินใด ๔๐๐๐ เหรียญ แต่ได้ตอบไปว่า จะรับใช้เงิน ๖๐๐ บาทได้ แต่เงิน ๔๐๐๐ เหรียญไม่ทราบว่าเงินค่าอะไร ได้เขียนตอบไปฉะบับหนึ่ง ว่าให้สืบดูสัญญาที่ทำกับเข้านั้นจะมีหรือไม่ หน่อยจะเถียงกันด้วยเต็มเดือนไม่เต็มเดือน และกับเข้าออฟฟิศเซอนั้น ให้ว่ากับจีนจิ๋วไปทำ ให้ปรึกษากันกะราคาเสีย แล้วจมื่นวิชิตจดหมายเข้ามาอิกฉะบับหนึ่งว่าด้วยนายปุ่นเมาสุราเข้ามาในโรง ตอบไปว่าถ้าไม่วุ่นวายอะไรต่อไปให้ปรึกษาทำโทษขังเสีย

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ