กุมารคำฉันท์

โคลง ๔

๏ ถวายกรเกศก้ม กฤษดาญ
พุทธรัตนโอฬาร เลิศแก้ว
นำสัตว์ส่งนฤพาน พูนสู่ สุขแฮ
สูญชาติขาดภพแคล้ว เคลื่อนพ้นภัยพาล ฯ
๏ อนึ่งประนมนัขน้อม บังคัล
คุณพระไตรปิฎกธรรม์ เที่ยงแท้
ยิ่งรสอมฤตยสรรค์ สรงโสจ ใจนา
โสตสดับทรับทราบแล้ เลิศล้วนควรแสวง ฯ
๏ นบบาทสาวกเชื้อ ชินวงศ์
อิกหมู่สมมุติสงฆ์ สืบไว้
เปนบุตรอุดดมพงศ์ พุทธภาค
ง่าวญาตศาสนาได้ ท่วนห้าพันปี ฯ
๏ เสร็จประสานหัดถ์ต่อตั้ง ดุษฎี
โดยจิตรแลอินทรีย์ ผ่องแผ้ว
เคารพพระคุณตรี ไตรรัตน์
สามสิ่งยิ่งนพแพร้ว เพริศข้าควรเมือง ฯ
๏ อัญขยมสมเด็จเบื้อง บิดร
ทั้งพระชนนีสอน ค่ำเช้า
ข้าถวายชลีกร บทเรศ
ขอพระคุณคุ้มเกล้า ลูกไว้นิจกาล ฯ
๏ ไหว้ครูผู้ช่วยชี้ อักขรา
สอนสั่งศิษย์ศึกษา รอบรู้
สรรพศาสตรสิ่งวิชา ไตรเพท
ขอพระเดชท่านกู้ จิตรข้าสถาวร ฯ
๏ ขอแถลงมธุรกล่าวเกลี้ยง กลอนฉันท์
โดยเรื่องกุมารบรรพ์ บอกถ้อย
ชาดกพระเวสสัน ดรแจ่ม ใจนา
เพียรแต่งตามรู้น้อย อ่านแจ้งใจเกษม ฯ
๏ ข้าผู้ประพฤติพร้อง คำกล
ลิขิตวิจิตรนิพนธ์ พจน์ไว้
สมญาอุบลมณ ฑามาศ
แต่งกุมารกลอนให้ ต่อต้องมหาพน ฯ

----------------------------

๑๔ ปางหน่อนรานฤบดิน ทรปิ่นมไหสูรย์
สืบสร้างแสวงกุศลมูล เหตุโพธิยาญาณ
๏ อ่อนไทธิดาบรมนาถ มทราชมหาศาล
อีกโททะทาริกะกุมาร บุตรเพื่อนบำเพ็ญผล
๏ เนาในศิวาศรมสุเรนทร์ บริเวณวนารญ
อันวิสสุกรรมธรดำกล สกสร้างประสิทธิถวาย
๏ หว่างเวิ้งชวุ้งศิขรบรร พตพรรณศิลาลาย
วงกฎพนมพนัศราย กลแก้วประการกาญจน์
๏ แสนสุขสโมสรภิรมย์ รุจิเรกระโหฐาน
เทียรทิพยไพรชนพิมาน อมเรศรฤๅปูน
๏ เฉลาฉลักกนกกระนะประดับ มณีรับประไพฑูริย์
เทืองแสงประภัศรจรูญ จรัสรัตนรูจี
๏ หมู่รุกขเรียงตรุณสกรรจฺ ผลพรรณจะพึงมี
อิกสินธุสระโบกขรณี ชลเอี่ยมสอาดใส
๏ สี่ท้าวสถิตย์ประพฤติพรต ธรรมเพศชฎิลไพร
ทรงศีลสำรวมสมถใน กิจกอบสิกขาบรรพ์
๏ สืบสร้างสมาธิจัตุรพรหม มวิหารทางธรรม์
แผ่ผลผลากุศลปัน บริษัทสากล
๏ พวกพาลพยัคฆทิฆกำแหง สถิตย์แหล่งวนารญ
ภูมิพื้นพิศาลในพนสณฑ์ ก็เกษมสวัสดี
๏ ด้วยเดชะเดชพระสมดึงษ บรมรรรถชินศรี
สรรเพชญพงศ์พุทธมุนี วรหวังจะตรัสไตร
๏ ทุกเทพยท้าวอมรเนา นุประเทศพฤกษไพร
ฉ่ำชื่นชะเฉื่อยสุขแลใน จิตรเกรงพระเดชา
๏ ต่างป้องพิบัติบำบัติภัย ประจุบันนโรคา
สี่ท้าวสถิตย์สุขสุขา บริเวณกุฎีดง
๏ ฝ่ายเถ้าทชูชกพเน จรดลณแดนพง
มองหมายทุมาพนัศตรง อจุตแจ้งมคามา
๏ เถ้ามั่นกมลตะแกก็มุ่ง ทิศเฉียงอุดรขวา
ดุ่มด้อมณโดยทุรัถยา หิมเวศไพรวัน
๏ ไปแล้วจะเหลียวแลบมิยล ชนพวกพเนสัญ
พื้นเฝ่าแลพาลพยัคฆฉกรร จรคล่ำบเคลื่อนคลาย
๏ นานาอเนกนิกรสัตว์ คณเพศหลากหลาย
ล้วนเหล่าลเลิงเดชแลกาย ฤทธิภาพพึงแสยง
๏ พราหมณ์พฤฒิประพรั่นจิตรรวัง จตุบาทเริงแรง
สาวเสริดรสังจรรแวง แลละล้าละลังเดิน
๏ ข้ามห้วยละหารวนวนา ศิขเรศแนวเนิน
บุ่มบ่ามตระบึงจรบเมิน บทบาทกระเจิงจร
๏ สิ้นทางสถลมรรคสันโดษ ระยะโยชนดงดอน
เดชรุกขเรือนทุมอมร อภิบาลบำบัตไภย
๏ รอนรอนระวีวรจะดับ จรลับณเหลี่ยมไศล
แซ่ศัพทเสียงสกุณไพร ระเร่งร้องระงมเสียง
๏ หมู่นกก็นำวิหคฝูง แลประนังมารังเรียง
ริ่วริ่วระเรื่อยสุรสำเนียง ชนีโหยละห้อยหวน
๏ พวกผีก็ผิวพจประนัง สุรศัพทครางครวญ
ส่งเสียงประสานหัดถก็สรวล ระริกร้องวังเวงไพร
๏ แสรกเสียงสท้านวนวิเวก จิตรหวาดก็หวั่นไหว
สากสากสำเนียงสัตวคระไลย จรเที่ยวคนองเดิน
๏ เย็นเยือกยะเยียบทุกทิศา หิมเวศเถื่อนเถิน
ภูตผีโขมดสุรก็เกริ่น พจนกู่ตโกนขาน
๏ ฟ้าอับชะอำพรชอุ่ม ชรอื้อณดงดาล
พราหมณ์ทึกสท้านกมลมาลย์ ศิรเสียวแสยงขน
๏ เถ้าไปก็ปลอดสรพไภย บมิอาจเอื้อมผจญ
เพื่อเพิ่มบำเพ็ญผลกุศล สธาท้าวก็โดยดาย
๏ ถึงท่าสถานสรติรัง มุจลินทกระแสสาย
หยุดยืนระยั้งกรชกาย ก็ตลึงคนึงปอง
๏ เออออณอาตมก็ดล ดรดวงแลหนห้อง
พลางเหลียวแกเลงเนตรก็มอง มุขมุ่งผลูลด
๏ แพร่งเพร่งบพรับกรณิกา ก็รเมียรอาศรมบท
ยอดเยี่ยมพโยมยลจรด จรัสรุกขภิรมย์ไพร
๏ เหลืองเลื่อมอร่ามวิโรติกาญ จนสุทธิแสงใส
ลิบลิบละลิ่วแลก็ระไร รุจิเรขเรืองรอง
๏ เถ้ามีมโนมนัศเปรม ดิเกษมสมพอง
มั่นหมายประมาณกมลปอง นิแลโพธิวาสา
๏ ความเลื้อยมล้าสกลเท่า ก็ทุเลาแลอิ่มอา
รมณ์รวนทุเรจิตรก็ปรา รภเน่งคเนนาน
๏ เพลาศล่วงปฐมย่ำ แลยอสนธยากาล
น้องท้าวธจากพนพิศาล จรสูศิวาศรม
๏ เชยสองเสน่ห์กมลสา ทรสุขสำราญชม
สี่ขัติยาก็จะภิรมย์ บริภุญชโภชา
๏ แม้กูจะเก่นจรตระบึง บทรีบจรัลคลา
ถึงท้าวจะทูลบทวรา บวเรศดังถวิล
๏ วอนขอพระหน่อทุติปิโย รสราชราชิน
แต่จอมสุธาสรนริน ทรเจ้าผู้ใจอารย์
๏ แท้ท้าวจะอวยพระปิยบุตร บวิมุติหวังสาร
แก่สร้อยภิเษกแลอนุมาน ธิกเกื้อเปนชินศรี
๏ แต่องคมเหษิยสุดา ฤๅจะยลบยินดี
ด้วยจิตรธเจือปิยทวี สละได้ก็ขัดสน
๏ สองทรามเสน่ห์บมิจะเปรียบ ชิพเนตรก็ยิ่งตน
เพื่อนยากพิบากทุกขทน ทุเรศไร้ประยุรยูร
๏ เนาในพระอาศรมวนา ดรได้แต่อาดูร
ยลพักตรพระโปดกที่พูน ทุกขใดก็ดับสมร
๏ ฤๅนางจะปลงกมลใน อำเภอท้าวจะอวยอร
อ่อนท้าวจะโทมนัศร นฤเบนทนานา
๏ ทัดทานศรัทธาพระบุตรทาน ผิวท้าวธภรรดา
ถึงอาจจะอวยอุทิศทา นจะเศร้าจะเสียผล
๏ ว่าคุณจะคืนกลกระทำ ทุษแท้จลาจล
อกอาตมาทุพลทน ทุกขเดินประดาษดาย
๏ บากบุกพนาดรแต่สัญ จรพางชีวาวาย
หวังลาภหอบสริระกาย ก็จะเสียประโยชน์มา
๏ อย่าเลยจะยับสกนธเนา ณประเทศภูผา
ต่อพรุ่งอรุณวรทิวา กรแจ้งพโยมมาน
๏ แม่นแท้พระนางนุชจะจาก กุฎิหาผลาหาร
ในห้องมหาหิมวนานต์ กิจนี้สดวกดี
๏ ยังสามศิโวบรมวงศ์ วรราชฤๅษี
ชอบเชิงจะรีบบทวลี สำนักไท้ธทรงธรรม์
๏ พอทูลแลท้าวก็จะอุทิศ บุตรทานบทันวัน
ได้แล้วจะเมือนิวาสพลัน ก็จะสมสมรมาลย์
๏ เถ้าตริดำริห์กิจคดี กลโดยอำเภอพาน
เหตุเห็นจะเปนผลแลสาร ก็ปรีดามโนใน
๏ นึกเกรงประดานิกรสัตว์ จะพิบัติเบียนใน
อินทรีย์จะพานพยัคฆไภย จตุบาทนานา
๏ พราหมณ์ยลชง่อนศิขรเงื้อม ชรง้ำชแง้มผา
พอเนาสำนักพฤฒิก็คลา จรสู่ไศลพลัน
๏ เถ้าหน่วงสกนธกรเหนี่ยว ชรก้อนพนมวัน
เกียกกายก็ปีนสริระบรร พตดลบอาทร
๏ เหวี่ยงย่ามละว้าทุพลวาง กลต่างเขนยนอน
เปนสุขสโมสรสมร บสดุ้งอาดูรไภย
๏ ลมพาพเยียบุบผจรุง รสฟุ้งกระหลบใน
ทั้งภูมิภาคณไศล ลอบกลิ่นสุคนธา
๏ เถ้าเดินณโดยทุรัศทาง จรด่วนชรเหนื่อยมา
เอนกายก็สู่สุขนิทรา ก็กระหึมกระหืดคราง
๑๑ ค่ำวันทชีชู ชกสู่สำนักทาง
องคอรรคกัลยางค์ มหิษีนเรนทะสูร
๏ เนาในกุฎีดง ประดิบัติบาทมูล
ปางโทษทุขาดูร จะนิราศสองศรี
๏ เทพาพิมานมาศ บริรักษ์พระเทพี
เห็นเหตุบมิดี ทรเทพยสังหรณ์
๏ นุชสู่นิทรารมณ์ บมิหลับสนิทนอน
หวั่นหวาดอุรารอน หฤทัยระทึกทน
๏ จนจวบประจุสมัย กุกุฎในพนาสณฑ์
ขันขานละเวงอน ทกะก้องวิเวกไพร
๏ สิ้นสีศศิดับ อุลุลับณเหลี่ยมไศล
ส่างแสงหิรัญไร รุจิรอบนภาพลัน
๏ พอเคลิ้มมโนนาง ธก็ทรงนิมิตรฝัน
โดยลักขณาอัน พิปริตบถาวร
๏ ในข้อนิมิตรมี บุรุษชาติสาทร
เอกาทุราจร ดุรกายก็แม้นมาร
๏ โจมโจงเขมงมั่น วรภูษกาสาน
สองโสตทัดธาร บุบผพวงผกาแดง
๏ หัดถ์กุมวราวุธ วรเดชเข้มแขง
ทุ้งดาลประดังแรง ก็พินาศโดยดาย
๏ แล้วชาติฉกาจแด บมิยั้งก็รีบผาย
เท่าถึงพระวรกาย ยุพเรศไสยา
๏ จับจิกกระชากชัก วรเกศกานดา
สินสองพระพาหา ก็ทุเรศจากตัว
๏ สองกรกระเดนดิ้น วรมางสริกรัว
เลือดไหลฉลูมลัว ดุจทางนทีจร
๏ ส่วนเสาวนีมี มธุรสพิไรวอน
ขอโทษกรรมกร ปริเทวร่ำไร
๏ ยิ่งวอนก็ยิ่งโกรธ บมิได้จะปราไสย
ส่งศัพทเกรียงไกร บริภาษพาธา
๏ ซ้ำควักวิเชียรเนตร นุชนาฏณซ้ายขวา
เด็ดดวงพระหัทยา บริจาคพระองค์พลัน
๏ สองเท้ากระทืบก้อง สุรเสียงสนั่นครัน
เสร็จชายพิโรธอัน ดรธานณทันที
๏ บัดตื่นผทมท้าว บมิสมประดีมี
ทึกทั่ววเรนทรีย์ อุระหวาดฤไทยหาย
๏ ยังทราบสำคัญคง วรชีววางวาย
ต่อต้องพระกรกาย หัดถเนตรก็สมบูรณ์
๏ รู้แท้ชรอยฝัน อัศจรรย์อุราพูน
ทุกขเหตุมานมูล ทินโทษพันทวี
๏ ใครใดจะดับแหนง บทฤษฎีมี
แม้นเนาบุรีศรี แลเสวยสวรรยา
๏ จักชุมชะพ่อพราหมม์ พฤฒิธรรมมาตยา
ส่ำแสนดุรงค์ปรา รภแผ้วพยากรณ์
๏ ปางนี้อนาถเนา วนเวศสิงขร
เห็นแต่ธิเบศร สุรราชรังสรรค์
๏ สรรพศาสตรไตรเพท แลวิชาอเนกนันต์
ยิ่งพฤฒิพราหมณ์อัน ชำนิชำนาญโหรา
๏ ควรอาตมาเมือ อภิวันทยังอา
ศรมทูลนุกิจจา ทุจริตแถลงถวาย
๏ เชิญท้าวธเพียรพิศ ศนิมิตรทำนาย
จักสละระคางคาย ทุกขทับที่ปรารมภ์
๏ เสร็จตรึกตระกองกาย วรราชสองสม
จุมพิตพระพักตรชม ยุพเรศประโลมขวัญ
๏ ขวัญสองสมรแม่ นิทรเถิดอย่าจาบัลย์
นิ่งเนาเกษมสันต์ แลอย่าหวาดประหวั่นวร
๏ ขอไทยเทเวศ วรเดชมหิศร
สิ่งสู่วนาดร ธสถิตยสถานไศล
๏ เชิญช่วยพิบัติบำ รุณรักษสองไทย
สิ่งอันตรายใด ผิจะแผ้วอย่าพานองค์
๏ อนึ่งพาลมฤคราช ทิฆชาติสำหาวยง
อย่ากลายกุฎีจง จรหลีกทุรานาน
๏ ข้าขอประนมน้อม วรเกศกฤษดาญ
ฝากสองยุพาพาล แลจงนิทรารมณ์
๏ เสร็จสั่งสุรารักษ์ บมิไว้ฤไทยกรม
หักโศกธฝืนสม ประฤดีเสด็จคลา
๏ หัดถ์หับทวาเรศ วรบันศิวาอา
ศรมสาวพระบาทา บทจรวิถีพลัน
๏ ถับถึงสำนักเนา นฤเบนทรรังสรรค์
นั่งน้อมศิโรคัล วรลักษเสี่ยมสาร
๏ นบนิ้วชลีกร วรหัดถ์ประจงงาน
ค่อยเคาะทวารบาน พอสะเทื้อนกระทั่งกรรณ์
๏ เบื้องบั้นบรมวงศ์ วรองค์พระเวสสัน
ดรยินสำเนียงอัน อัคเรศร่วมใจ
๏ ทรงเคาะทวารวง วรเขตธอาไศรย
นึกแหนงฉงนใน จิตรท้าวก็ทักถาม
๏ ใครใดชะไรหนอ แลประเวศพนาราม
เคาะสั่นสลักความ ธุระมีคดีใด
๏ ชายาก็ยอกร อภิวันทขานไข
ข้าทูลธุลีไท สุรราชภูบาล
๏ สมเด็จพระดาบศ ธก็มีชโยงการ
๏ มาไยยุพาพาล รติราษราตรี
๏ นางท้าวก็ทูลท้าว นฤเบศรสวามี
ใช่ข้าจะจรลี กลกวนจะยวนยิน
๏ ข้าบาทนิมิตรมี ครุโทษมลทิน
สุดทรวงจะหวังถวิล แลจะดีจะร้ายแคลง
๏ ปางก่อนบเคยฝัน ดุจนี้ก็นึกแหนง
ครั้นข้าจะคอยแสดง รวิรุ่งโพยมพราย
๏ เกลือกหลงจะลืมเล่ห์ ขณะลักษณนิมิตรหาย
ห่อนเท่าคดีดาย ก็จะร่อยนิราศความ
๏ จึงด่วนดำเนินลิี วรหวังจะทูลถาม
โทษเหนือศิโรตาม ธจะทรงพระปรานี
๏ อาอ้าพระน้องนาฎ วรราชเทพี
ซึ่งเจ้านิมิตรมี จิตรหลากประหลาดฝัน
๏ เชิญนุชเนานั่ง ณแต่นอกกุฎีพลัน
เล่าเรื่องคดีอัน อรแหนงมโนไป
๏ น้องท้าวก็ทวนทูล วรกิจแด่ไท
โดยดังระบิลใน พระนิมิตรพิสดาร
๏ ปางองค์พระโพธิสัตว์ ธสดับยุพาพาล
ตรองถ้อยถวิลการ ธก็แจ้งคดีดล
๏ ด้วยเดชวรญาณ อนุมานทศพล
พลันเพื่อกุศลผล แต่อดีตสนองมา
๏ บัดท้าวธทราบเสร็จ กลดังนุกิจจา
วันพรุ่งจะมียา จกใจฉกาจกรรจ์
๏ มาโดยสถลทาง นุประเทศมหาวัน
ขอสองกุมารอัน บุตรเพื่อนพเนดง
๏ ท้าวตริดำริห์การ บุตรทานแลยิ่งยง
ใหญ่ยากจะปลิดปลง สละได้แต่โดยดาย
๏ แม้อาตมามี พจนาทเหมือนหมาย
ตามสัจทำนาย สุจริตณดังยล
๏ พระน้องมัทรีทราบ กลการนุสนธิ์ผล
ไหนนางจะด้อมดล หิมเวศวนานาน
๏ จำเราจะทายโดย ปรวาทโวหาร
ดับโศกสมรมาลย์ พอประทังทุกขาดูร
๏ ตรึกเสร็จก็พจนา สิริมารบัณฑูร
ทำนายนิมิตรมูล แลประเล้าประโลมไป
๏ อ้าอัคเรศร่วม ทุกขเรียมเสมอใจ
แต่เราสำนักไศล ทุพลเพศผนวชนาน
๏ ปางโน้นพระนุชเนา นิเวศน์วังมโหฬาร
เคยโสดเกษมสานต์ หฤทัยธเอี่ยมองค์
๏ ยามตกสิเต็มเข็ญ วิปลาศเสวยสรง
ไสยาสน์อนาถลง ธุลีฝุ่นระคายกาย
๏ ซึ่งเจ้านิมิตรเห็น เหตุธาตุระส่ำระสาย
แม้มาทจะดีดาย กลกลับวิบัติไป
๏ ท้าวน้องธอย่าถวิล ณสุบินบเปนใด
ดับโทมนัศใน จิตรเถิดอย่าอาวรณ์
๏ เร่งเมือศิวาศรม ยุพเรศสองสมร
ตื่นตนจะหวาดวร บมิยลจะโศกศัลย์
๏ สมเด็จสุดาสดับ อนุสนธิทรงธรรม์
ทายลักขณาฝัน คดีดับเปนใด
๏ ยังแหนงมโนนาง บมิวางฤไทยใน
บัญชาก็จำใจ อรจึงชลีลา
๏ ออกจากทวาเรศ เสด็จยูรยาตรคลา
สู่สองสิเนหา แลในห้องกุฎีเฉวียง
๏ นั่งแนบตรุณเรศ วจนาทคดีเผดียง
มีเสาวนีเพียง อำมฤตย์ประโลมวอน
๏ ตื่นเถิดสุดาดวง กมเลศมารดร
แสงภาณุมากร จรครอบนภาดล
๏ นอนสายประภาคพา สิริศรีจะหมองมล
พ่อเพื่อนทุพลชนม์ แลจงตื่นผธมเทิญ
๏ ตรัสพลางตระกองกาย วรลักษณ์จรัสเจริญ
อุ้มองค์ประจงเชิญ ถนอมแนบพระเพลาพลาง
๏ วิดวักกระสินธุสรง วรพักตรสรรพางค์
กันเกศเสยสาง กรกรีดจุไรเรียง
๏ มุ่นหมวดจุเมาลี หัดถค่อยประคองเคียง
ผัดผิวประไพเพียง ดุจนวลศศิฉาย
๏ แซมพวงผกากาญ จนประดับชฎาราย
จุมพิตพระพักตรสาย เสน่หแนบพระทรวงทรง
๏ โศกาสอื้นเอื้อน มธุรสคำคง
สั่งสองสวาทวงศ์ อัคเรศพิไรความ
๏ อ้าดูรดวงชีพ วรสองพงางาม
คืนราวณยามสาม ชนนีนิมิตรไป
๏ ครั้นฟื้นสกนธกาย ก็ระคายวิจลใจ
แม่รีบนิราศไท คณกาลราตรี
๏ เฝ้าบาทธิเบศท้าว บิตุรงคราชี
ทูลข้อคดีมี ธุระคำบอำอวน
๏ ท้าวโปรดประกาสิต วรกิจประมูลมวญ
ว่าธาตุแปรปรวน ผิวเพื่อพิบากมา
๏ ร้ายดีประการใด บมิพร้องกุมารา
แม่หวั่นอุราปรา รภด้วยพระหน่อไท
๏ โอ้สายสมรแม่ ชนนีจะจำไกล
เลมผลผลาใน หิมเวศวนานาน
๏ สองโสตประจงจำ วรวัจนาการ
อย่าเล่นละเลิงลาน ยุพเรศรักษกาย
๏ พ่อเชื้อรพีพงศ์ สุรชาติเชษฐชาย
ชาลีสนอมสาย อุระแม่ขนิษฐนาง
๏ น้องน้อยพระนุชเยา วยุพาพสรรพางค์
ช่วยแวดระวังพลาง บริรักษโดยควร
๏ แม่เนื้อสุวรรณวาด วรนาฏวิเชียรชวน
กัณหาชินานวล พี่จะว่าก็ฟังความ
๏ อย่าเที่ยวประพาศพ้น บริเวณวนาราม
เลี้ยงกันนุเคราะห์ตาม แลประสาทุพลพงศ์
๏ เกรงเพศภัยพาล จลการณแดนดง
ค่อยเจียมเสงี่ยมองค์ วรราชกระษัตรีย์
๏ ตรัสพลางตระกองกาย ยุพราชสองศรี
อุ้มแอบวเรนทรีย์ อุระท้าววิตกตัน
๏ โลมลูบพระปฤษฎางค์ วรหัดถ์ถอมขวัญ
ให้สองเสวยถัน มธุรสโอชา
๏ เสร็จสองเสวยรมย์ กษิร์ในอุราพา
พอจวนจะเพลา แลประเวศดงดาร
๏ จัดเสียมกระเฌอเช้า แลขอคอนแสรกคาน
หัดถหับประจันบาน ทวเรศมั่นหมาย
๏ อุ้มองค์อนงคน้อง กรจูงพระเชษฐชาย
บ่ายบาทผันผาย จรโดยวิถีมี
๏ ถึงที่สถิตยท้าว วรราชฤๅษี
น้อมเศียรชลีตรี ก็กำสรดกำสรวญทูล
๏ ข้าแต่บพิตรพงศ์ อิศเรศวเรนทรสูร
โปรดเกศนุการกูล วรโอรสาสอง
๏ ผู้เพื่อนพิบัติยาก จรจากมุเฑียรทอง
เนาดงรหงห้อง ก็ทุเรศพงศ์พันธุ์
๏ เห็นแต่เสด็จท้าว บิตุเรศรังสรรค์
ข้าบาทจะคมคัล จรหาผลาหาร
๏ สองศรีจะอยู่รอง วรบาทภูบาล
ยังเยาวแก่การ จะเกษมประสาใจ
๏ เที่ยวท่องคนองเล่น บมิรู้ระวังไภย
แลลับพระเนตรไท ผิวเหตุจะหากมี
๏ เกรงสัตว์ทิชาชาติ มฤคราชเสือสีห
โปรดข้ามัทรีมี พจนาทห้ามปราม
๏ อย่าให้ทุราแรม วรเขตรอาราม
ทรงช่วยพยายาม วรบุตรเพื่อนเข็ญ
๏ เหมือนท้าวธการุญ กะมัทรีที่ลำเค็ญ
ว่าเพื่อนพิบากเปน วรทาสทาสี
๏ นางท้าวธทูลท้าว มกุฎเกศประชาชี
พลางทอดทฤษฎี วรพักตรสองสงวน
๏ ทอดถอนฤไทยธม มนหนักอุรารวน
กอดสองกำสรดสรวญ ก็พิไรยรำพรรณ
๏ อ้าพ่อณผู้เพื่อน ทุกขเนาพนาสัณฑ์
อยู่หลังระวังกัน เสน่หน้องนะชาลี
๏ พี่น้องธสองคน บมิยลแลใครมี
ผิดชอบอย่าตอบตี แลอภัยธิการกรณ์
๏ อย่าหลงละลืมคำ ชนนีกำสรวญสอน
ไฝ่ฝากพระองค์อร บิตุเรศราชา
๏ เสร็จสั่งพระลูกเธอ วรราชกัลยา
ก้มเกล้าชลีลา บทเรศทรงธรรม์
๏ แขงขืนฤไทยท้าว แลรงับกรรแสงศัลย์
ออกจากกุฎีพลัน ก็เสด็จดำเนินจร
๏ ทรงเสียมกระเช้าเฌอ แสรกสอดแลคานคอน
บ่ายเบื้องวลัญชร ธรทดรทวยองค์
๏ เดินพลางชำเลืองเหลียว มุขพิศวงวง
ดูสองยุพินพงศ์ นุชฤๅรำจวนใจ
๏ คิดฝันประหวั่นหวาด บมิใคร่คระไลไกล
หยุดยืนสุชลไหล ก็สอื้นสอัดทรวง
๏ จำเปนประจากไกล จิตรลานระลุงห่วง
ดับดาลฤดีดวง ธก็ก้าวพระบาทคลา
๏ เทพีผู้เดียวเดิน จรพลางกำสรดมา
โดยมารคมรันคา ประจวบจนพนาวัน
๏ สอดส่องแสวงหา ผลพฤกษหวานมัน
หลากหลากแลหลายพรรณ รสกลิ่นแลตามมี
๑๖ กษณนั้นชูชกทชี พลิกฟื้นอินทรีย์
ก็ตื่นตระบัดดัดหลัง  
๏ เหยียดยืดแข้งข้อเข่าดัง ค้อมเดินเซซัง
ชโงกชเงื้อมงำผา  
๏ เงยแหงนดูดวงสุริยา เรื่อเรืองเวหา
อร่ามจรัสรอบไพร  
๏ เถ้าเน่งนึกคเนในใจ ป่างนี้นุชไท
มัทรีเสด็จหิมวันต์  
๏ ควรกูจะสู่ทรงธรรม์ ชอบเชิงเปนวัน
อุโบสถาทำทาน  
๏ พราหมณ์มีโสมนัศใสสานต์ หยิบย่ามว้าวาน
ที่ต่างเขนยหนุนนอน  
๏ สพักสพายแล่งเลียบสิงขร เหนี่ยวหน่วงกายกร
ก็ปีนศิลาลากโครง  
๏ ไต่ตามกิ่งพฤกษพรายโพรง ยืดเหยียบวัลย์โยง
ก็ดลสุธาทางทวน  
๏ หยุดยืนหอบหิวใจรวน เปนครู่แคร่งครวญ
กระหิวกระโหยเหือดหาย  
๏ ค่อยเดินตรงดงรุกขราย จิตรจงมุ่งหมาย
สำเนียกหลังคาอาศรม  
๏ ดั้นดัดท่องท้องไพรพนม สมเด็จบรม
มบาทธิเบศรสถิตยสถาน  
๏ พราหมณ์พฤฒิเพศพร้องพงศ์พาล จรล้ำลนลาน
แลโดยวิถีดงดอน  
๑๙ เบื้องบั้นองคพระบาทธิราชมหิศร
นามเพศยันดร บพิตร
๏ เพลาท้าวธเสด็จสำเร็จวรนุกิจ
นั่งหน้าพิมุขทิศ เฉวียง
๏ โฉมเฉกองคปฏิมาวราวิมลเพียง
รูปมาศแลหล่อเลียง ประจง
๏ สุกสิ้นศรีปถมัยวิไลยบวรองค์
เวสสันดราวงศ์ กระษัตริย์
๏ ส่วนสองศรีวรเยาวก็เฝ้าณบทรัช
หวังรับรหัสตรัส บิดา
๏ ท้าวทอดทฤษฎีวิถีหิมวนา
คอยอัชฌติกา จะดล
๏ ยลพราหมณพฤฒิประเวศทุเรศพนสถล
ทางทิศไพรสณฑ์ ประจักษ์
๏ ยินดีด้วยแลจะสมอารมณบพิตรนัก
เบิกบานวิมลพักตร์ ประไพ
๏ หวังแก่สร้อยสรเพชญเผด็จมัจฉรียใน
ยกบุตรทานไมย ศรัทธา
๏ เปรียบปานชาติชนชายกระหายรสสุรา
เห็นพานิชามา บนาน
๏ ด้วยตนหิวครโหยแลโดยสัตมมาน
แสนโสมนัศสานต์ สหัส
๏ เอื้อนโอษฐอ้าดุรพ่อพระหน่อตรุณรัตน
เจ้าจงแลทอดทัศ ศนา
๏ โดยด้านอุดรไพรแลใครจรทุรา
เหมือนพราหมณพฤฒา ธิพงศ์
๏ เฉกเรายังสุขเสบยเสวยสมบัติทรง
ทำทานก็เอกองค์ อุกฤษฐ์
๏ หมู่พราหมณพฤฒิประชาก็มาจรเปนนิจ
ทั่วอัษฎางคทิศ ก็มา
๏ ความพ่อมีมนเปรมเกษมกมลสา
หัศปานบุรษคลา ทุเรศ
๏ มีผู้นำชลสินธุ์ระรินสริรเพศ
เย็นทั่วสกลเกศ สำราญ
๑๖ ชาลีลูกเธอทูลสาร สรวมชีพโองการ
ก็ควรคดีโดยแสดง  
๏ แต่พราหมณ์จรดลดูแคลง เอาเพศปลอมแปลง
เปนตาปศาพาเหียร  
๏ ข้าเบื้องบทเรศระเมียน แท้เถ้าจักเบียน
ธิบายบังคมขอทาน  
๏ เทียบทูลด้วยปรีชาชาญ บัดก้มเกศกราน
ชลีประลาตแล่นพลัน  
๏ ถับถึงเถ้าเทาที่อัน หนแห่งหิมวันต์
ก็กล่าวประสาทปราไสย  
๏ ข้าแต่ปิตุลาคลาไคล ไต่เต้าเต็มไกล
มล้ามเลื้อยเหนื่อยกาย  
๏ บริขารธารกรใดดาย ไหนหนักสพักพาย
ก็ส่งแต่มือมาหลาน  
๏ ตาได้เดินโดยสำราญ ให้หายเหนื่อยนาน
แลพอทุเลาเบาแรง  
๏ ปางเถ้ายินถ้อยที่แถลง โวหารกำแหง
ก็คิดเฉลียวเฉียวฉุน  
๏ ชรอยชายชาลีลูกขุน แต่ยังดรุณ
จะพร้องสามารถอาจอง  
๏ มยุเรศฤๅจะสูญเสียพงศ์ ย่อมมีแวววง
ที่หางบห่อนหายลาย  
๏ หนึ่งหนามแหลมใครเกลาปลาย เอออันเชื้อสาย
กระษัตริย์ประเสริฐมหาศาล  
๏ มักมีทิษฐิมากมาน ดื้อดึงสันดาน
บถ่อมบถอยถือกาย  
๏ แม่นกูขอได้ดังหมาย เปนทาสเห็นชาย
จะพานเกะโกงโฉงเฉง  
๏ ปากกล้าหน้าสดเสียงเครง บมิใคร่กลัวเกรง
แลใช้จะเกียจการงาน  
๏ จำกูสำทับพจมาน แต่แรกพบพาน
จักดูเชิงชั้นฉันใด  
๏ ตรึกพลางชีชาติเข็ญใจ พูดพ้องแอมไอ
ตระคอกตระคั้นคำราม  
๏ เกนเกนสีหนาทคุกคาม ดึงดีดมือพราหมณ์
ตระหวาดประเปรี้ยงเสียงแขง  
๏ บุตรใครใจอาจอวดแรง มาแซกเสียดแซง
แข่งตูผู้เถ้ากีดทาง  
๏ เร่งหลีกอย่ายืนอยู่ขวาง บมิจรจักวาง
ด้วยไม้จะลงหลังแดง  
๏ ว้ายว่ายังต่อตาแขง รันลงโดยแรง
ให้สาฤไทยเถิดฤๅ  
๏ เถ้าตั้งท่าทำฮึดฮือ ยกไม้เงื้อมือ
ผรุสวาทวาจา  
๏ ลูกท้าวธก็หลีกลีลา นึกในวิญญา
แลพราหมณโสดสามาญ  
๏ เราพร้องสุจริตใสสานต์ เหตุใดเดือดดาล
ฉนี้ประหลาดหลากฉงน  
๏ พิศเพร่งเลงลักษณก็ยล พราหมณ์พฤฒิพิกล
บุรุษทัศอัษฎางค์  
๏ แต่เกศถ่อยเท่าบาทางค์ วาจาสารพางค์
ก็สมตระกูลกายมัน  
๏ ส่วนชูชกใจกาจฉกรรจ์ ไต่ตามอารัญ
ก็ลุวนาอาศรม  
๏ เถ้ายอบกายกรประนม นัขน้อมกายบังคม
แทบบาทธิเบศรสุริวงค์  
๏ เสร็จถวายอภิวาทบาทบงสุ แล้วพราหมณ์เพศพงศ์
แลเคยภิกขาขอทาน  
๏ กราบทูลเกี้ยวกล่าวพจมาน สุนทรอ่อนหวาน
ประพฤติเพื่อปราไสย  
๑๔ ข้าแต่มหาบุรุษราช วรบาทธิเบศรไท
แต่ท้าวธทิ้งสิริมไห สุรราชสนมนาง
๏ มาเนาวนาดรก็ทรง บรรพชาวราราง
สบสร้างแสวงกุศลทาง พุทธภาคประเพณี
๏ ยังโสดเกษมสมรดวง กมเลศปรีดี
ฤๅทุกขทุมอรทวี ก็เทวษบวางวาย
๏ อนึ่งโรคเรื้อสุขุมรึง วรราชกรัชกาย
ฤๅเบาสบายจิตรก็คลาย ผิวแผ้วบพานองค์
๏ อนึ่งพาลแลพวกมฤคร้าย จรกลายกุฎีดง
ฤๅหลีกประลาตศิขรวง บริเวณสบายบาน
๏ อนึ่งทรงเสด็จจรแสวง ผลพฤกษมากมาน
ฤๅได้ก็ด้วยกิจกันดาร บมิพอจะเพียงฉัน
๏ อนึ่งร่านแลริ้นสกลไร คณะเหลือบแลเถาวัลย์
หมู่เข็บจะขาบอสรพรรค พิษมากก็ยังมี
๏ ฤๅเหล่าประดานิกรสัตว จรแล่นประลาตหนี
ด้วยเดชะเดชพระบารมี บทเรศฤๅสาย
๏ ซึ่งอัญขยมยุบลทูล อนุสนธิบรรยาย
ขอท้าวแถลงกิจภิปราย สิริศรีสวัสดี
๏ ปางไทธิเบศรนรินทร์ วรราชฤๅษี
ฟังสารประโสรสก็มี พจนาทสนองความ
๏ อ้าดูรพราหมณพฤฒา ธอุส่าหพยายาม
มาดลก็มีกมลถาม ธุระข้อยก็ขอบคุณ
๏ แตอาตมานิทรเนา นุประเทศสิขรขุน
สร้างพรตพิธียกรกุณฑ์ ประฏิบัติวิชาชาญ
๏ ถือทางเจริญจิตรก็เรียน จตุพรหมวิหาหาร
ค่อยมีมโนมนัสมาน มนมากบำเพ็ญเพียร
๏ ภัยโรคแลโศกทุกขทุกขา นิก็พานจะพาเหียร
สิ่งสรรพสัตวก็บมิเบียน คณะตนก็ต่างเนา
๏ อันมูลหมู่ทุมก็หา ผลได้สดวกเดา
น้องท้าวมัทรีอรก็เทา จรสอดแสวงมา
๏ ซึ่งชีธเชื้อประยุรพงศ์ สุวภาพลีลา
กันดารแลด้วยหทยปรา รภเรื่องคดีใด
๏ ฤๅโสดประสงคนุสนธิสิ่ง ธุระเราไฉนไย
อย่ากริ่งจะเกรงฤทยไข กิจทรมานมา
๏ กษณพราหมณสดับมธุรท้าว กรเกศก็กฤษดา
ส้องสรรเสิญสิริรสา ธุกการณทันใด
๏ เบื้องเถ้าจะทูลยุบลขอ ยุพเรศสองไท
ชีเชิงฉลาดแลอุประไมย ก็ธิบายวิถารการ
๏ อ้าท้าวธทรงศิลศรัทธา บริสุทธิใสสานต์
องอาจอำนวยอุทิศทาน บมิท้อจะถอยเพียร
๏ หมื่นแสนกระยาจกจะมา ทศทิศประเมินเมียน
พึ่งโพธิญาณกลเกษียร สมุทซึ้งชเลวน
๏ เฉกน้ำณปัญจกมหา นทิแถวอุทกทน
เลี้ยงโลกยทั่วทิศตำบล ก็บแห้งบเหือดหาย
๏ โดยโลกอุเทศสมมตินาม ยมสาคเรศราย
หนึ่งนามมหามหิทธิหมาย สรภูกระแสสินธุ์
๏ อนึ่งนั้นแลนามอจิรวดี ชลรี่สุหร่ายริน
อนึ่งนามมหรรณพกระสิน ธุคงคาชลาไหล
๏ ห้าแห่งระหัดอุทกทั่ว แลบ่อบึงตำบลใด
นาหนองและคลองสมุทใน คิริห้วยลหารดง
๏ ฝูงชนประชาสำนักนิใน มงคลจักรวาฬวง
เลี้ยงชีพสืบสกลคง ชคสัตวก็อยู่เย็น
๏ เหมือนหนึ่งมโนนฤบดี กรุณราษฎร์ลำเค็ญเข็ญ
ทั่วหน้าคณานิกรเปน ทุคตาก็ปรานี
๏ ตัดบ่วงบำบัติก็บริจาค สิริสินทรศฤงคี
แสนสรรพหิรัญรัตนแลมี สรรพสิ่งก็เลิศปาง
๏ ยวดยานแลสารสิริเสวต วรราชรัถถางค์
ม้ามิ่งมหิงษรแลนาง อรอรรคกัญญา
๏ จ่ายแจกจำแนกวณนิพก ธจะปราถนามา
โดยจิตรแลเจตนจะปรา รภรับประทานทาน
๏ ข้าเถ้าธรู้ทุพลภาพ นิก็เหลือประดาษดาล
ไร้จนกระยารสจะพาน บริโภคบพอครอง
๏ จึงเพียรพเนจรดำเนิน อุส่าหเดินแลดั้นดอง
มาเพื่อจะพึ่งธุลีลออง วรบาทบดีสูรย
๏ ทูลขอพระหน่อสุริยวงศ์ ยุพยอดประยุรยูร
ทั้งสองแลสายสมรทูล ณย่านเกล้าธเมตตา
๏ ไป่หวังจะไว้พระอรเปน วจกรแลไวยา
ยังเคหวาสคฤหา คฤหาสสถานตน
๏ จงจอมเฉลิมบวรเกศ อนุญาตกระยาจน
ยกยอดปิโยรสกุศล บริสุทธิทานัง
๏ เอื้อเอาภิเษกพระสรเพ็ชญ์ ก็จะเสร็จจะสมหวัง
นึกใดจะได้ประดุจดัง มโนรถปราถนา
๏ ท้าวปองจะโปรดชคติสัตว์ จะสำเร็จเพราะทานา
ทุกเทพจะซ้องกมลสา ทรสุขสวัสดี
๏ ขอเบื้องพระบาทบพิตรเพิ่ม บรมรรถบารมี
เนื่องหน้าจะนำนิกรลี จรสู่เสวยรมย์
๏ ยังวังมหาวิเชียรเวียง ศิวโมกข์เกษมสม
หมื่นโลกจะน้อมนขประนม จิตรโมทนานาน
๏ เบื้องบั้นบดีสรสดับ วจนาทอาจารย์
เถ้าทูลภิปรายกิจประมาณ ชลเทียบฤไทยถวาย
๏ สวมสองพระทรามเสน่หทรง ศุภลักษณเพริศพราย
อันเกิดประจากอุทรสาย อุรท้าวเฉลิมวงศ์
๏ เปนทาสกรรมกรพราห- มณชาติทิชาพงศ
ห่อนท้อฤไทยบพิตรทรง บิตุสุขใสสานต์
๏ ด้วยจงจะเจตนกระทำ มหามิ่งมกุฎทาน
จาคลูกจะแลกพระโพธิญาณ อนาคตเนืองใน
๏ แสนโสมนัศหทยนัก วรพักตรสดใส
เอื้อนโอษฐก็ออกมธุรไพ เราะหราชบัญชา
๏ อ้าพราหมณแลสองตรุณเรศ ก็เสมอสมรอา
รมณ์ร่วมพิบากทุกขอนา ทรเนากันดารดง
๏ ท่านขอแลเราก็อนุญาต แลประสาทดนัยจง
เปนสิทธิแก่พราหมณประสงค์ ก็อุทิศโดยใจ
๏ แต่เถ้าธพักสกลท่า วรนาฎพธูไท
กลับมาจะมีกมลใด อนุโมทนาทาน
๏ อย่าให้ธเสียกรุณแรง บริรักษผดุงดาน
อุ้มท้องประคองอุทรธาร ทุกขเพทนามา
๏ หนึ่งนางจะนำผลแลมูล รุกขชาตินานา
สู่ชีธฉันผลผลา ก็จะมีกำลังเดิน
๏ จงแรมนิทราทรแลใน สุรศรมจรัสเจริญ
พรุ่งเช้าธจึงจรดำเนิน แลประเวศทุราราม
๏ อาอ้าพระทูลสิริรเพศ พจภาคก็ผิดความ
ข้าเถ้าถวิลยุบลตาม วรจิตรกระษัตรีย์
๏ ไหนเลยจะอาจแลบริจาค บุตรทานก็ใช่ที
ด้วยความเสน่ห์นิวรมี ณกมลมากมาน
๏ ข้าขอชลีจรแต่ใน ขณนี้บหน่วงนาน
อย่าทันพระยอดเยาวยุพาน นุชท้าวเสด็จดล
๏ อ้าพราหมณมัทรีธบมิเปน ดุจกล่าวอย่าฉงน
แต่ท่านจะเมือแลบมิยล ที่จะอยู่ก็ตามพราหมณ์
๏ จงพายุพาประยุรเรา จรข้ามนิคมคาม
ไปสู่สถานนครนาม นคเรศสีพี
๏ เฝ้าสองกระษััตริย์อิศรองค์ ชนกาธไอยกี
แม้ไท้ธทอดทฤษฎี วรพักตรดิลกหลาน
๏ แท้ท้าวจะไถ่สกลสอง ศุภลักษณลำเภาพาล
ด้วยทรัพย์แลยศบริวาร ก็อเนกเนืองนอง
๏ ไปเถิดธชีแลก็จะสม ทลิลาภสมปอง
ยิ่งกว่าธได้ตรุณสอง แลกุมารณพันทวี
๏ อ้าท้าวภิปรายกิจแต่โดย ขณะได้ก็ดูดี
ข้าบาทธยังวิตกมี จิตรหวาดประหวั่นหวาม
๏ เกลือกจรบสมดุจคเน ผิวท้าวธวู่วาม
กริ้วโกรธจะกุมธิกรณ์ถาม ก็จะสอบจะสวนเสียง
๏ โดยอัยการกิจกำหนด กระทู้บทสำหรับเรียง
ถึงเถ้าจะทูลวจเผดียง ก็บยลจะยินคำ
๏ ท้าวเคืองจะคุมสหัสลง อนุโทษระยำทำ
คือใครจะมานอุประถัมภ์ แลกรุณทชีมี
๏ หวังโลภก็ลาภจะดรธา นจสูญจะเสียที
ทั้งตนก็ต้องทุกขทวี บมิปองจะเปนสาร
๏ ชอบผิดก็พาจรนคร แลกระลึงคโอฬาร
ให้นางแลร่วมคฤหสถาน ผิวไว้เปนทาสา
๏ ขอท้าวดำรัสวจนเรียก วรบุตรสองรา
ชาลีแลนาฎนุชกัณหา แลประทานทชีพลัน ฯ
๑๑ ดัพนั้นกุมาเรศ วรราชรังสรรค์
ทรงเสาวนาอัน มธุระเถ้าชราทูล
๏ ออกท้าวธอวยองค์ บมิเอื้อจะอาสูร
พฤฒาจะพายูร รยาตรในประเดี๋ยวดล
๏ สองหวาดประหวัดหวับ อุระเพียงพิราชนม์
ดังบุตรมฤคยล สีหราชผันผาย
๏ กลัวภัยแห่งพราหมณ วรเชษฐชาญชาย
กรคอยสกิดกาย อรภัคนีนาง
๏ พากันประลาตแล่น จรแดนสถลทาง
เลี้ยวลีกพระปฤษฎางค์ สุรศรมก็สู่ดง
๏ ซ่อนซุ่มสกนธ์ใน รุกขเรี้ยวสุพุ่มพง
เกรงเกลือกบมิดองค์ ก็กระซาบกระซิบกัน
๏ เราเนาพนาสณฑ์ บมิพ้นแลภัยยัน
แล้วลอดลดาวัลย์ ธก็ด่วนเสด็จมา
๏ ชาลีก็กุมกร นุชนาฎลีลา
เหลียวซ้ายชำเลืองขวา หฤทัยรลุงลาน
๏ ผิวผาดก็เผือดผิด วรพักตรยุพาพาล
กายสั่นระดกดาล ยุพเรศรีบจร
๏ สองเดินก็ดลโบก ขรณีชโลธร
เสียรอยวลัญชร พระขนองขนานลง
๏ ยังสระก็พลางกล่าว มธุรสคำคง
แม้ภัยจะถึงองค์ ทุกขใครก็ใครมี
๏ อย่าแจ้งแสดงโดย กลซุ่มวเรนทรีย์
เสร็จสั่งก็ต่างลี จรเร้นนิราราย
๏ ใบบุษบงบัง วรเกศสกนธกาย
จุ่มจมนทีหมาย ดุจห่อนบเห็นองค์ ฯ
๒๘ ส่วนชีชูชก  
บยลทารก ทั้งสองสุริวงศ์
ทั่วที่บริเวณ อาวาสแดนดง
แค้นคิดจิตรจง ว่าท้าวแนะหนี
๏ เถ้าแท้อาธรรม์  
กล่าวคำฉกรรจ์ ปรวาทวาที
ดูราพระเวส สันดรฤๅษี
จักบ่มบารมี มุ่งภูมิโพธิญาณ
๏ ฦๅข่าวขจร  
ท้าวทุกนคร บมิเปรียบปาน
ฤดีดีตรง องอาจอวยทาน
ตูจึงทรมาน อินทรีย์เดินดาย
๏ ข้ามห้วยเหวเขา  
เถินเถื่อนทางเทา ลำบากจิตรกาย
เสียแรงถ่อร่าง มาเจียนจักวาย
ชีพเพราะมุ่งหมาย ขอสองทรามไวย
๏ แรกเราออกปาก  
คำเดียวบยาก เอออวยดไน
เห็นสมคำข่าว ฦๅเล่าเกรียงไกร
ว่าท้าวเลื่อมใส ศรัทธาทำทาน
๏ บัดเดียวกลับกล่าว  
ห้ามให้ท่าท้าว พธุเยาวมาลย์
เรายินบยล จักปองเปนสาร
เห็นส่วนเสียการ พราหมณจึงลาลี
๏ รื้อแนะให้นำ  
ลูกลุยังสำ นคเรศกรุงศรี
พิไชยเขต อุดรธานี
เฝ้าบาทบดี อัยกากุมาร
๏ ครั้นรู้เท่าทูล  
ทัดถ้อยห่อนยูร ยาตรโดยโองการ
ท้าวจนหไทย ให้พักตรลนลาน
แนะนัดยุพาน สองเร้นรูปา
๏ ส่วนองคนฤเบศร์  
ทำไป่ทราบเหตุ เรื่องราวกิจจา
นิ่งนั่งหน้าเฉย สำราญวิญญา
ไหนพราหมณพฤฒา รู้ทันภูธร
๏ ฝูงชนใดใด  
ทั่วทุกภพไตร พื้นแผ่นดินดอน
ใครจักเจรจา เท็จกระลำพร
คดไว้ในสมร นอกทำเมตตา
๏ ดุจดังจอมจุล  
จักรพรรดิพงศ์บุญ ผู้ทรงสมญา
เวสสันดรดวง ดิลกจุฑา
ธรทรงบรรพชา ตูห่อนเห็นมี
๏ สมเด็จโพธิสัตว  
ฟังพราหมณพ้อตัด ประมาทวาที
ท้าวหวาดหวั่นองค์ สดุ้งฤดี
ตรองกิจสองศรี นึกในอนุมาน
๏ รอยสองสุดสวาท  
ยินคำสามารถ แห่งพฤฒาจารย์
ระรัวกลัวไภย ไปจากสถาน
ซ่อนกายกุมาร ในที่ใดใด
๏ ท้าวมีพจนาท  
พราหมณอย่าอาฆาฏ นึกน้อยฤไทย
เราจักลีลา หาสองสายใจ
ตรัสแล้วครรไล เทาทางพนสณฑ์
๏ พระเสด็จประเวศ  
ตามรอยบทเรศ ทั้งสองนฤมล
ถั่นเที่ยวเลี้ยวลัด ตระบัดบัดดล
ตลากะชล โบกขรณีเนา
๏ สิ้นรอยบทมาลย์  
ทรงทราบพระญาณ ว่าเอกองค์เอา
รสเร้นสระศรี ทั้งสองยุพเยาว์
บัดท้าวทรงเสา วนีเรียกลูกยา ฯ
๑๔ อ้าพ่อชนินทรนุวงศ์ วรบุตรกุมารา
เธอเจ้าก็เกิดตระกูลมหา ณเสวตฉัตรไชย
๏ เมืองมั่งมกุฎมหันตกรุง สุรศักดิอำไพ
กอบเกียรติยศสิริมไห อติเรกมโหฬาร์
๏ ไยพ่อบอาจสกลมี มนจิตรเจษฎา
ท้อแท้แลหนีพระชนกา บมิควรจะคิดปลง
๏ ให้พราหมณ์ภิกขาจรประกาศ คณะชาติทุพลพงศ์
มันหมิ่นประมาทพระบิตุรงศ์ บริภาษนานาน
๏ ดูดีฤษีตรุณเรศ ฤนะพ่อแลก่อนกาล
เราโสดกระษัตริย์สมมติสาร อภิเษกเสวยวัง
๏ ใครใดบอาจครหา บมิเคยจะใฝ่ฟัง
คำพาลประเจียรอุระจะพัง กิจเหน็บก็เจ็บใจ
๏ เพียรพิศสิขานลวิโรจ กระอุอกระบมใน
ป่วยปิ้มจะเมือจรคระไล มรณาศชีวา
๏ พ่อดวงมโนบวรบุตร วรราชลีลา
มาเปนชลังคทิพสุธา อมฤตยรดกาย
๏ ดับแดกำเดาอาดูรเพศ แลเทวษจะคลาคลาย
เจ้าจงประจากกระสินธุสาย ชลชาติสระศรี
๏ ช่วยพ่อบำเพ็ญกุศลเพิ่ม บรมรรถโมลี
อย่าให้นิราศกิจวิถี สิริพุทธภูมิพงศ์
๏ อ้าพ่อก็เพื่อนทุกขอนาถ วรราชร่วมวงศ์
ร่วมชีพร่วมหทยปลง ธก็ร่วมศรัทธาทาน
๏ จงมีมโนวรอนิจ มิตรภาพสงสาร
แก่สัตวแลสังสทนการ ก็อเนกหนักตน
๏ เวียนว่ายเสวยทุกขทุกขา อวิชาผดุงผล
ป้องปิดกำบังก็บมิยล มคโมกขนครวร
๏ ไหนเลยจะล่วงบวรโลก ชลโอฆสาคร
ดับชาติชราพยาธิมร รณทุกขก็เต็มเข็ญ
๏ ใครโสดจะส่องนิกรพ้น คติภพก็ยากเย็น
ขนข้ามมหรรณพเห็น ทุกขสัจอนัตตา
๏ เพื่อโลภละล้าวกมลรึง บมิจืดจะปราถนา
ปานคลื่นสมุทชลชลา ก็อุโฆษหวั่นไหว
๏ ตัวโมหมืดสมรมาร กลวายุเกรียงไกร
ยิ่งลมประหารภพประไลย ผิวผัดอยู่อัตรา
๏ โลกีสำเภานิกรหมู่ ชนพานิชาคลา
แม้มาดจะหมั้นดุจมหา คิริรัตนใหญ่หลวง
๏ หุ้มเหล็กจะหล่อสุขุมแขง แลทองแดงลลุงลวง
ดาษชิดกระชับทุกขกระทรวง จะสนิทสะใดใด
๏ ไป่อาจจะต้านมหรณพ แลจะหลบจะหลีกไภย
พ้นพาลพเนจรแลใน พระสมุทวารี
๏ แต่ลูกระลอกโลภประสบ จะกระทบกระทั่งที
เดียวต้องจะแตกวิจุณลี ก็จะยับระยำเยิน
๏ น่าที่จะพานิกรสัตว แลวิบัติรหกรเหิน
พ่อคิดคนึงจิตรประเมิน บมิเที่ยงจะทนทาน
๏ เภตราสุวรรณบวรธรร มประเสริฐประสิทธิสาร
ล้ำเลิศจะแล่นชลสนาน แลจะล่วงจะลุดล
๏ ถึงท่าเกษมสุขสวัสดิ นคเรศโสภณ
คลื่นหมื่นมหันตอกุศล บมิอาจจะยายี
๏ ครั้งนี้ณพ่อก็บมิยล วรพักตรใครมี
เหมือนเจ้าจะเปนมรรควิถี วรโพธิยาญาณ
๏ พ่อผู้เจริญผลผดุง พุทธบุตรเนานาน
คูสร้างแสวงแลภินิหาร บิตุเรศราชิน
๏ เชิญพ่อครไลจรประลาต แลอย่าหวาดมโนถวิล
มาเปนสำเภานพมณิน เพ็ชรรัตนแกมกาญฉน์
๏ แล้วพ่อจะสรรค์กิจประกอบ สัมภาระแลแก่นสาร
เอาสี่วิเศษสัมมปธาน กลดูกประดับกง
๏ แผ่นพืดจะแผ่พระหิริโอ ตปธรรมบรรจง
ดามดาษกระดานดุจประสง คประกับประกันเพรียง
๏ เสาสามจะสรรคพระบารมี สมดึงษรายเรียง
สายโยงรยางวรเฉวียง บรมรรถสัจจา
๏ หางเสื้อสมาธิวรคุณ อดิเรกมเหาฬาร์
แท้ธรรมพหูสุตกถา แลสมอเสมอใจ
๏ เภตราประดับสติปฐาน กนกาญจนอำไพ
แกมแก้วผลึกวรวิไล ยวิเศษเงางาม
๏ อาสน์เอี่ยมสุวรรณบุษบก พระปิฎกธทั้งสาม
ทรงเทริดสอาดแลก็ววาม รุจิเรกเพริศเพรา
๏ โพชฌงควิเชียรศุภประเสริฐ แลประทุกจะอับเฉา
ถ่องท้องมณีนพสำเภา ก็จะแน่วจะแน่นอน
๏ เอาทานประทับแลศิลมัย บริสุทธิสังวร
เปนทรัพย์เสบียงชนจะจร แลทุเรศแรมทาง
๏ สายดิ่งจะหยั่งกมลองค์ อนุมานธกว้างขวาง
เมตตาจะตั้งกรุณกาง กลใบสบัดลม
๏ เครื่องสูงเสวตมยุรฉัตร แลธวัชกระชิงชม
เอาเจตสิกผลอุดม แลประดับประดาดาย
๏ เข็มกล้องจะส่องชลวีถี ทฤษฎีณโดยหมาย
คือมรรคสัจบรรยาย ดุจดวงรวีวรรณ
๏ เสร็จการจะกุมพระกรทรง วรสิทธิแสงขรรค์
กล่าวคือพระญาณทศอนันต์ ก็จะคมคือกรดไกร
๏ อาจหักหทัยจะประหาร กิเลศมารแลหมู่ไภย
พ่ายแพ้พินาศจรประไลย ก็นิโรธทันที
๏ จักขนคณานิกรลง นพมาศนาวี
คนธรรพ์สุบรรณกินรี อสุเรศวิชาธร
๏ พรหมินแลอินทรคณา ทิปชาทังโลกร
ถ้วนสี่อสงขยบวร ก็คะคึกคระเครงโครม
๏ ได้ฤกษทิวารศุภดิถี แลยินดีจะโห่โหม
กึกก้องกุลาหลประโคม ดุริยางคหวั่นไหว
๏ ทึ้งถอนสมอสุรสำเนียง อดิเรกเกรียงไกร
ครื้นครั่นสนั่นพิฦกใน พระสมุทวังวน
๏ หลุดลอยก็ล่วงชลฉะฉาน บริการจลาจล
คลื่นโลภระลอกแลอกุศล บมิอาจจะเบียดเบียน
๏ ข้ามโอฆสี่สมุทคลา บมิแวะระแวงเวียน
หมายแม่นมหาวรวิเชียร อมฤตยพารา
๏ ชั้นช่อฉกาอมรเมศ กรเกศจะกฤษดา
โปรยทิพสุวรรณกุสุมา สุรเสียงจะสรรเสริญ
๏ เราสองจะสู่สิริสวัสดิ บวิบัติประเมียนเมิน
ทุกขโศกพยาธิจะผเอิน มรณภาพพ้นไภย
๏ พ่อลูกจะนำนิกรสู่ ศิวโมกขโสดใส
สิ้นภพอาสวแลใน นิรเบญจมารา
๏ พ่อยอดปิโยพระบิตุเรศ วรราชรีบคลา
ยกยอดมกุฎพระบรมา อภิเษกให้บิดร
๏ ตั้งจิตรจำนงนุสรใน กระตัญญูมเหศร
ขึ้นจากกระแสสลิละจร เถอะนะพ่ออย่าหน่วงนานฯ
๑๖ ชาลีลักษณเลิศกุมาร ฟังสาสนนฤบาล
บพิตร์บิดาอาดูร  
๏ ตรึกการปรีชาคำณูน องค์อาตมประยูร
วงศาเสวตสวรรยา  
๏ ไป่ควรเน่งให้ออกญา ถึงโทบัญหา
คดีบควรควรขาน  
๏ แม้พราหมณพฤฒิจงจักผลาญ ชีพตูสู้ทาน
ทเวษถวิลเวรตน  
๏ เสร็จตรึกบัดเลิกบัวบน บังเกศด้อมดล
บดินทรชนกนั่งเนา  
๏ ทวิกรเทริดเศียรโดยเคา รพบนเบื้องเพลา
ตระกองสุบงกชขวา  
๏ ซบมุขกำเดาแดอา ดูรเดือดอสา
ประสาศมิคล่องคลองฆาน  
๏ ท้าวเห็นลูกท้าวท้าวขาน คำเอื้อนโองการ
ดนูสถิตยฐานใด  
๏ ชาลีหลีกคำเคลือบไข เขือลี้หลีกไภย
แต่ตูแลต่างตนหนี  
๏ ท้าวสดับแสดงกิจโดยปรี ชาเชื้อกระวี
ว่าอรเนาสระสรรค์  
๏ บัดเอื้อนโอษฐออกมธุรอัน ไพเราะห์รำพรรณ
พิไรประโลมสุนทร  
๏ เฉกชายชาลีว่าวอน นางทรงอนุสร
ทรรทึงแลเทียรเชษฐา  
๏ เบิกใบกุสุมโสภา จรจากสระสา
โรชรีบเสด็จด่วนไคล  
๏ ถึงถวายบังคัลเคียมไท กรกอดเชิงได
เฉวียงสมเด็จบิตุรงค์  
๏ สองโศกชลไนยไหลลง ตกต้องบาทบงสุ์
บพิตรท้าวชนกา  
๏ เที้ยนทิพประทุมทองทวา สวยสดโสภา
กระพุ่มสุพรรณตรอยตรู  
๏ บานเบิกกลีบช้อยเชิดชู รองรับเรณู
ลอองลอายเสาวคนธ์  
๏ ท้าวทอดทฤษฎียินยล สองสุดนฤมล
กำสรดสลดหฤไทย  
๏ อาสูรกรรแสงพิสมัย พรายธาราไร
สุชลพรั่งพรูตา  
๏ ตกต้องปฤษฎางคสองรา สองพระปฤษฎา
ดนัยทั้งสองกุมาร  
๏ อำไพเพียงแผ่นสุรกาญจน์ รองพวงประพาฬ
วิเชียรประเสริฐเฉิดฉาย  
๏ บิตุรงคทรงโลมลูบกาย กำโบมสองสาย
สวาทอย่าโศกเสียใจ  
๏ สองทราบทรวงสองดนัย มโนเพื่อพิสมัย
สมัคสมาคมทาน  
๏ จนตกไร้แสนศฤงคาร เข็ญเคืองกันดาร
คดีเพราะอางอวยบุญ  
๏ ดัพนี้ไป่มีสิ่งสุน ทรภาพเปนทุน
จะทำอุทิศทุคตา  
๏ จึงอวยสองสมรเสมออา รมณ์ร่วมชีวา
นิวัตรทุเรศแรมทรวง  
๏ เพื่อภูมิโพธิสัตวปองปวง ไป่แหนหวนหวง
ดนูกุมารกุมารี  
๏ จึงเสร็จสมพงศ์สร้อยศรี สรรเพชญโมลี
ดิลกโลกเลิศไกร  
๏ ให้สองประดิษฐานทันใด โฉมสองวิไลย
วิลาศเฉลิมนัยนา  
๏ ทรงยังพระญาณจินดา ไหนพราหมณ์พฤฒา
จะครองดรุณได้ดี  
๏ อุประไมยแม้ดวงสุรศรี หม่นเมฆหมอกมี
จะปกบมิดแสงสูรย์  
๏ ควรอาตมจะคาดค่าคูณ ราคาประมูล
ประมวญพิกัดเปนตรา ฯ  
๑๑ เสร็จไทถวิลหวัง วรจิตรเจตนา
บัดมีชโยงการ์ พจนาทสั่งสนอง
๏ อ้าพ่อผู้ร่วมไร้ บิตุเรศดำริหปอง
ราคาพยพสอง ศุภลักษณอย่าลืมหลง
๏ ชาลีเฉลิมวัย วัฒนาวสาทรง
พ่อจำจำนงจง จิตรคำบิดาแสดง
๏ เยียวไท้จะไถ่องค์ นิรทาสอย่าแคลง
คำเขือแถลงแจง ประมาณมาศสหัสปัน
๏ เอาอวยพฤฒายา จกถ้วนสุวรรณพัน
จึงพ้นวัยยาวัน วจกรสกุลพราหมณ
๏ ส่วนองค์อนงนาฎ ขนิษฐน้อยพงางาม
จักรุ่นเจริญทราม สิริสุนทรากาย
๏ จำเพิ่มพิกัดค่า พธูทับทวีหลาย
อย่าพ่อจะเคืองคาย คนึงน้อยมโนเนา
๏ ว่าตูบิดาได้ ดุรช่างกรุณเอา
รสรักบเทียมเทา จทุเรศผวงหวัง
๏ พระลูกประลาตทรวง ชนกาก็เพียงพัง
ใช่เชิงจะชิงชัง เสน่หสองเสมอกาย
๏ เผื่อเผือจะเมือมี มนุษย์ชาติประชาชาย
พึงจิตรขนิษฐหมาย กมลหวังจะคู่ครอง
๏ นำทรัพย์ประสาทยา จกเสร็จสำเร็จปอง
พาจรประสมสอง ประสาใจจำนงเนา
๏ จักเสื่อมจะเสียวงศ์ วรขัติยาเทา
อาสูรประยูรเรา สุรศักดิกระษัตรา
๏ จึงเพิ่มพิกัดอง คอนงควัฒนา
ต่อจอมจุฬาธา นิยราชภิเษกสถาน
๏ จึงอาจจะไถ่แทน พธูทิพยุพาพาล
คือมาศกหาปาณ สตถ้วนสถาวร
๏ อีกทาสชายหญิง แลมหิงษอัศดร
คชสารแลกาษร ก็กำหนดเสมอกัน
๏ ท้าวตรัสพิกัดค่า พระดนัยธโดยพลัน
เฉกช่างวิเชียรสรร พิกัดค่ามณีนวล
๏ เสร็จเสด็จยุรยาตร ก็นำนาฎสองสงวน
จากสระสโรชชวน ยุพราชลีลา
๏ ลุหน้าพระอาศรม รุจิเรกรจนา
นั่งเหนืออลังการ์ ทิพยอาสนอินทรองค์
๏ กวักหัดถ์ดำรัสเรียก พฤฒิพราหมณาจง
มารับดรุณวงศ์ บุตรอาตมาพลัน
ฟังสารสโมสรร ณกมลก็ปรีดา
๏ นอมเกล้าสโมธาน ก็คะคลุกคะคลานคลา
เฝ้าบาทธิเบศรปรา รภคอยคดีมี
๏ สมเด็จพระเวสสัน ดรราชฤๅษี
ยลยาจกาลี ดุจโดยจำนงปลง
๏ ยกเยื้องเฉวียงหัดถ์ ธก็กุมพระกรองค์
สองสุดสวาทวงศ์ ขัติยายุพาพาล
๏ หัดถ์ขวาพระกรกุม พระเต้าเต็มนทีธาร
ดับดวงพระสันดาน บริจาคตะหนี่ใน
๏ ทรงหลั่งชลาลง กรพราหมณทันใด
ตั้งจิตรอุทิศไท เดชะข้าศรัทธาทาน
๏ ใช่ข้าประสงค์สม บัติยศศฤงคาร
หวังแต่พระโพธิญาณ แลจะโปรดประชาชน
๏ ทั่วเทพธรณี จรลีตระบัดดล
มาเปนพยานยล บุตรทานก็ปลิดใจ
๏ ขอเสร็จปราถนา บรมาธิภิสมัย
ตรัสโปรดคณาใน อนาคตดังถวิล
๏ เสร็จสรงสิโนทก อำมฤตยวาริน
ทรงโสมนัศจิน ตนานาถภิรมย์ทาน
๏ ออกโอษฐอุทานตรัส ยุบลอรรถอ่อนหวาน
อ้าดูรอาจารย์ พฤฒิพราหมณเพศพันธุ์
๏ อันสองตรุณเรศ นิก็เกิดประจากครรภ์
ร่วมชีพอาสัญ สิเนหนักสหัสสา
๏ แต่อาตมามี วรจิตรเจตนา
รักสัตยจะปราถนา พุทธภูมิใหญ่หลวง
๏ กว่าสองพระองคเอา รสอันจะจากทรวง
จึงอาจประสาทดวง ชีพให้บราคี
๏ ปางท้าวธอนุญาต วรราชสองศรี
ภูมิรุกขปัถพี ก็พินาศหวาดไหว
๏ ทุกทศทิศา ก็ชอุ่มคะคลุ้มไคล
บทบังอโณไทย แลพยับพโยมหน
๏ ครื้นครั่นสนั่นเสียง วิชุร้องคำรามรน
ลั่นแลบประแปลบบน นภากาศเฉวียนวัน
๏ ใช่เชิงรดูเดือน ปถมาวสาสันต์
ฝนดาลมหัศจรรย์ ก็อุบัติพรอยพรม
๏ เมขลาก็ล่อแก้ว วิเชียรช่วงสำราญรมย์
เหาะลอยแลลอยชม บุตรทานนฤบดี
๏ รามสูรธเดือดดาล ก็ขว้างขวานจะราวี
เปรื่องเปรี้ยงสำเนียงนี นฤนาทดินดอน
๏ ทวยเทวบุตรบน ศิขรินทรหิรัญจร
ชวนเทพอับสร ก็จะจับระบำบัน
๏ เล่นการมโหรศพ ก็ตระหลบทั้งสรวงสวรรค์
โปรยทิพยบุษบัน ขจรคนธอบอาย
๏ ทั่วถิ่นพระอาศรม บริเวณธเรียงราย
แจ่มใจประจงถวาย วรบาทบดินทรสูรย์ ฯ
๑๕ อมรอับสรรุกขมูล อันสถิตยจรูญ
พิมานทอง  
๏ อมรเทพยก็เมียงมอง เยี่ยมบัญชรช่อง
ทฤษฎี  
๏ ทศนบรมฤๅษี อวยดนัยมี
กมลจง  
๏ วรพุทธภูมิมั่นคง จึงจะอาจอง
อุทิศทาน  
๏ เทวรุขมูลซร้องสาร สาธุการการ
กุลาหล  
๏ อมรนิกรเบื้องบน ชั้นฉกายล
ก็ยินดี  
๏ เทพก็พจนเปรมปรีดิ์ ร้องประกาศมี
ณจักรวาฬ  
๏ บวรอมรเทพพรหมมาร ชั้นธชมฌาน
แลรูปา  
๏ โสฬศกนิฐฐานา ภวรรคพรหมา
สราญรมย์  
๏ อมรกมลชื่นชม นึกนิยมสม
มนัศใน  
๏ สัตวนิกรใดใด จักประจากไภย
เกษมสุข  
๏ เพราะพระชินวรปัททุก สู่ศิวโมกข์สนุก
สราญครัน  
๏ อมรอับสรพร้อมกัน โปรยบุษบาบัน
ถวายไชย  
๏ ทุกขอุปทวะโพยไภย แพ้พินาศไท
ธเรษตรี  
๏ บรมบวรสวัสดี โรคราคี
อย่าพานองค์  
๏ อมรอับสรต่างทรง ขับประสานส่ง
สำเนียงถวาย  
๏ อมรอับสรภิปราย โมทนาหมาย
กมลมาลย์  
๏ อมรอับสรกฤษดาญ ทุกพิมานกาญ
จนอำไพ ฯ  
๑๔ เบื้องบั้นมหาสุเมรุมาศ ศิขรินทเกรียงไกร
อิกเขายุคุนธรไศล แลเนมินทอิสินธร
๏ บรรพตสุทัศนอศกร ณวินัตตกสิงขร
ทั้งเจ็ดเปนจอมนคอมร สถิตย์ทิพพิมานเมือง
๏ ขุนเขาเอนกจะคณนา หิมวาอนันต์เนือง
ดูดังจะมีจิตรประเทือง ประทักษิณถวายกร
๏ อ่อนเอนรเนนตนฤนาท หิมวาศวนาดร
พื้นภูมิภาคพิภพจร กระทบวายุหวั่นไหว
๏ ลุล่วงกลาคณนิรุท พยุรองชลาไลย
พานพัดกระพือพิฦกใน ปถพีสเทือนทาน
๏ สองแสนแลหมื่นจตุรโยชน์ ธรณินทรหนักนาน
ไป่อาจจะทนกุศลการ วรบุตรบารมี
๏ กระทบสเทือนจรกระทัง มหิดลพนาลี
วงกฎพระอาศรมกุฎี ดุจเพียงจะภินท์พัง
๏ เพื่อพุทธนุภาพพระบุตรทา นอุทิศแสวงหวัง
จักนำคณานิกรยัง นฤพานก็ดาลเปน ฯ
๒๑ ฝ่ายคงคาสินธุเยือกเย็น ชลจรก็กระเซ็น
สาดสนัดเห็น กระทั่งธาร
๏ ไหลเชี่ยวเกลียวกลุ่มก็บันดาล สลิลประทะฉะฉาน
เสียงพิลึกลาน คระเครงโครม
๏ ฟองคลื่นครั่นกระทบโถม ดุจดุริยประโคม
เพลงเสนาะโสม มนัศศา
๏ สรรพสัตวเนาในนทีคลา บทจรก็ประดา
ดาษธารา ลเลมไคล
๏ ว่ายแหวกวนชลไรไร รดะสกลไสว
แสนสำราญใน กระแสสินธุ์
๏ ราหูเหราแลกุมภิล บวรทรนคิน
ผกผงาดผิน พะพานดู
๏ ฉนากฉลามว่ายตามตลุมภู มกรจรผลู
พ่นกระสินธู คนองกาย
๏ แสนสัตววารินที่มากมาย กลกมลจะหมาย
อัญชลีตราย ก็ทุกตน
๏ โกมุทในสระก็โสภณ ปทุมกุสุมปน
นิลลุบลพ้น ตระบัดใบ
๏ ลินจงจงกลนีใน ขจรรสวิไลย
ฟุ้งตระหลบไพร พนัศสถาน
๏ ชูดอกฝักก้านแลกลีบบาน วิวิธวิจิตรปาน
ดังรำเพยพาน ถวายฉม
๏ ภุมรินร่อนร้องรงมชม ปัญจบุษปอุดม
ต่างสราญรมย์ มเหาฬาร ฯ
๑๖ ปางมหาหิมวันตบันดาล พื้นพฤกษาสาร
อเนกก็หลากหลายพรรณ  
๏ ยูงยางเคียนเคี่ยมเหียงหัน ดูกเดื่อดงดัน
มขามมค่าขานาง  
๏ ปรกประปรูปรงปริงปราง จิกจันทน์แจงจาง
สมักสมอยอยม  
๏ สนโศกแสงสักสูงสม รักเรียงรังรม
กทุ่มมะทรางกร่างไกร  
๏ พร้าวพราวพรึกพรากพรมไพร ยงแย้มย้าไย
รำดวนรกำจำปา  
๏ เกษแก้วกกกุ่มกรรณิกา ตาเสือสาขา
แลเทียนกฐินอินดง  
๏ เหียงหันหาดแห้วมหาหง พี้พ้อไผ่พง
สละถเกิงเทริงหวาย  
๏ ขนันขนุนแน่นเนื่องเนียมราย ลางลิงเหลือหลาย
พวาระหว่างนางนวน  
๏ ลางเหล่าทรงดอกดกควร ผลิผลผิดผวน
รดูประหลาดหลากเปน  
๏ หมู่ไม้มีผลหากเห็น ดวงดอกระเด่น
ก็ดาลวิบัติอัศจรรย์  
๏ ลมหวนป่วนกิ่งยัดยัน เพียงกรนางอัน
รบำบำเรอฤๅสาย  
๏ โอนยอดทอดหย่อนโยนปลาย ปางต้องลมชาย
ก็อ่อนระทวยไปมา  
๏ หมู่นกเนาในหิมวา จับจิกพฤกษา
บรู้กี่หมู่โจษจล  
๏ เขาขันคูคู่คู้บน กิ่งไม้ไซ้ขน
ก็ส่งสำเนียงเสียงหวาน  
๏ ยูงทองท่องท้องคัคณานต์ เร่งเรียกบริวาร
ตระบัดก็บินจับไศล  
๏ รวังรองร่องร้องรวังไพร จับรุกขร่มใบ
ก็จิกผลาผลพวง  
๏ สัตวาว่าว้ารังรวง ฉายฉาวสาวทรวง
ก็ร่อนมาจับรุกขา  
๏ แก้วเรงเร่งเร้งวัจนา ร้องเรียกสาลิกา
มาพลอดก็พลางสำรวล  
๏ ชนีโหยโห่ยโห้ยรัญจวน ร่ายพฤกษาสวน
ก็ไห้จะหาสามี  
๏ นานาวิหคาปักษี พื้นพรรณสกุณี
ดังรู้แลซ้องสาธุการ  
๏ เอิกเกริกทั่วทศทิศสาร บุญบัดบันดาล
อุโฆษสนั่นสำเนียง  
๏ สัตว์สิงห์วิ่งร้องเริงเรียง แสนส่ำสุรเสียง
สท้านสเทื้อนหวั่นไหว ฯ  
๑๒ คณะสัตวเพศ วรเดชประไพ
คณะพวกจรใน หิมวันตพิศาล
๏ สีหราชผยอง แลคนองจิตรพาล
วรฤทธิก็หาญ จรเที่ยวประละเชิง
๏ นรสิงหขนัด อดิเรกดำเกิง
แลมฤคเถลิง หฤทัยก็คลา
๏ คชสารจรนำ กิริณีภริยา
คณะฝูงมหิมา จรสู่มุจลินท์
๏ สุรเสียงสัตวก้อง สรเทื้อนดรดิน
จรเล่นชลสินธุ์ สุขรมยสำราญ
๏ คณะพวกพยัคฆา จรมาบมินาน
วนะเวศสถาน ทศทิศก็ไคล
๏ ธก็ปีบณประเปรี้ยง สุรเสียงแลก็ไกล
กลพฤกษไสว จะพินาศวนา
๏ คณะสัตวใน มหิดลพสุธา
ทุกขตนธก็คลา จรคล่ำดรดง
๏ อรฝูงกินรนาง ศุภลักษณอนงค์
ยุพเรศก็ทรง วรพักตรประไพ
๏ นุชกริีดวรกร หัดถฟ้อนจรใน
มุจลินทไสว วรหวังจะบูชา
๏ ทศทิศอัศจรรย์ จลจลณกา
ลมินานธก็คลา เหตุนั้นจรคลาย
๏ ทินกรจรเคลื่อน รถรีบจรผาย
สิรสุขสบาย ดุจเดิมวรวัน ฯ
๑๑ กษณนั้นบพิตรพงศ์ อิศเรศรังสรรค์
เห็นเหตุมหัศจรรย์ ทศทิศกุลาหล
๏ แสนโสมนัสนัก วรพักตรโสภณ
เศียรพองสยองขน ปีติเกิดประกอบการ
๏ ทรงนั่งภิรมย์ชม บรมีพระบุตรทาน
เหนืออาสน์อลังกาญ จนแกมณีมี
๏ ส่วนเถ้ากระยาจก วณิพกกระลีชี
ได้สองสวัสดิศรี ศุภลักษณดังใจ
๏ ดังมีกมลมาด พยาบาทธิเบศรไท
เถ้าเดินแลด่วนไคล ก็ลล้าวลลนคลา
๏ ทึ้งเถาวลีหัก กรชักกระชากมา
คร่าสองพระหัดถา ยุพเรศโดยแรง
๏ กรขวาพระชาลี ธก็รัดทมัดทแมง
ผูกพันธนาแขง เฉวียงหัดถ์พระกัณหา
๏ รวบต้นวลีลาก ก็กระชากพระกรคลา
ต้อนตีตบึงมา ฉะเพาะพักตรพระบิตุรงค์
๏ ปรานีพระหน่อสอง ศุภลักษณเอกองค์
เถ้ารันสนั่นลง ก็สดุ้งพระอินทรีย์
๏ ผิวพรรณลมุนมาศ กลชาติสำลีประชี
ต้องทัณฑเถ้าตี ก็รบุรบมองค์
๏ สองเจ็บประเจียรเพียง ชีวิขันธจะปลดปลง
สุดสองจะทนทรง สุรเสียงกำสรดคราง
๏ รอยรุกขชีเน้น กรหวดก็ผึงผาง
แตกเต็มพระสรรพางค์ แลโลหิตทลักไหล
๏ พระเชษฐชายมี สิเน่หนุชนาฎไท
ยลเถ้าฉกาจใจ แลจะตีกนิษฐา
๏ พี่ผินขนองรับ ธิกรณ์แทนพระน้องยา
พราหมณหวดกุมารา ตรุณินก็รับรอง
๏ ผินหน้าแลหลังรับ รุกขเถ้าธทั้งสอง
ร้องกรีดวะหวีดปอง จิตรหวาดประหวั่นไภย
๏ เถ้าลากกระชากฉุด กรเดินจะด่วนไคล
คลาดลณแผ่นไศล วนเวศรแหงแขง
๏ ด่วนเดินผละผลีผลาม แลบบ่ามตบึงแรง
พลาดล้มตโคงแคง อุรทับสุธาพลัน
๏ เครือเถาลดาดึง กรสองวิลาวัณย์
เงื่อนหลุดสลายพลัน จรจากพระหัดถา
๏ ชาลีก็กุมกร วรนุชด่วนคลา
ยังถิ่นสถานดา บศท้าวบพิตรพงศ์
๏ กายสั่นรริกรัว ทุกขทั่วพระองค์ทรง
กลัวเถ้าจะทันจง จรจับพระกายไป
๏ เพียงโพสุวรรณมาศ รุกขชาติสลัดใบ
ลมพานกระทบไหว ก็รริ้วรริกราง
๏ สองซบศิโรแนบ ทรแทบสุบาทางค์
กรรแสงสอื้นพลาง วรเชษฐชลีทูล
๏ ชาลีชลีกร ศิรคัลธเพ็ญพูน
แทบบาทธิเบศรสูรย์ ก็พิไรพระวาจา
๏ โอ้จอมถวัลยวงศ์ บิตุรงคพระลูกยา
ฉันใดธทัศนา บุตรได้บปรานี
๏ ปางเมื่อพระแม่จาก วรวากกุฎีลี
ไปสู่พนาสี พนเวศพฤกษไพร
๏ พาลูกพิลาปอา ดุรภาพธาไร
ทูลฝากดไนยไท ธิบดินทรนักหนา
๏ ควรฤๅพระบิตุเรศ บมิเวทนาตา
ยกลูกอุทิศยา จกได้ณโดยดาย
๏ ไม่ท่าพระเทพี ชนนีธสองสาย
แจ้งกิจบรรยาย แลฤด่วนกระทำทาน
๏ โอโอ้พระทูลเกศ แลกะไรพฤฒาจารย์
ช่างเอาพิโรธราน จิตรเดือดไฉนนา
๏ ความผิดบติดมี แลทชีบเมตตา
ทำโทษโทษา ชีพเพียงประไลยไป
๏ ยิ่งร้องก็ยิ่งร่ำ รุกรันบปราไสย
ความเจ็บก็จับใจ แลตลอดพระทรวงทรง
๏ เห็นลูกจะเมือมรณ์ ทิจะจรก็สุดทรง
น่าที่จะทุ่มองค์ มรณาศกลางไพร
๏ ท้าวพ่อบเห็นผี ชนนีบเห็นใจ
ปางลูกประไลยไกล บมิยลพระบาทมูล
๏ โอโอ้พระทรงเดช บทเรศจะอาสูร
ว่าลูกก็เพื่อนพูน ทุกขเพทนามา
๏ แต่น้อยอนาถเนา นุประเทศภูผา
ติดตามเสด็จคลา ก็ทุเรศประยูรวงศ์
๏ นี่ช่างไฉนท้าว บมิคิดคนึงปลง
สังเวชสวาทองค์ ปิยบุตรสองรา
๏ ถึงท้าวศรัทธาจิตร จะอุทิศทานา
พอให้พระกัณหา อรวายเสวยนม
๏ ควรไปเปนไวยา วจกรก็เห็นสม
นี้ยังกำลังชม จะเสน่หพระชนนี
๏ แม้ท้าวบอานิจ มิตรภาพสองศรี
ข้าขอทฤษฎี วรพักตรพระมารดา
๏ พอนุชได้เสวย กษิรามธารา
ชาลีจะทูลลา บทเรศบอาวรณ์
๏ ครั้งนี้ก็ที่สุด สดุดีชลีกร
แล้วลูกจะจากจร แลประเวศทุราราม
๏ โอโอ้นเรนทรสูรย์ สุรราชทรงนาม
ลูกหลากประหลาดพราหมณ์ คนนี้น่าอนาถใจ
๏ เหตุใดฤดีโหด บุรุษโทษก็มีใน
กาเยนแลหฤไทย ก็ประกอบฉกาจกรรจ์
๏ ผิดพราหมณพรหเมศ พฤฒิเพศพรตธรรม์
ใช่ชาติมนุษยอัน สุจริตสวัสดี
๏ รอยพวกอสูรศักดิ์ ทนยักขินีผี
ในห้วยละหารมี จิตรแกล้งจำแลงมา
๏ เปนยาจกาภาพ ผิจะขอพระลูกพา
ไปลับพระชนกา ก็จะเสพภักษาหาร
๏ ใครเห็นตระหนักพักตร์ ก็จะทักว่าแท้มาร
คิดพิศพินิจการ นิก็แน่ตระหนักใน
๏ ฤๅควรพระบิดา ทศนาดรุณไนย
ไป่มีเมตตาใจ จะสิเน่หพระลูกเลย
๏ ทูลท้าวธใดใด ธิบดินทรดาลเฉย
ห่อนเยื้อนภิปรายเปรย แลฤดุษฎีดี
๏ ถึงท้าวบโปรดเกศ วรราชชาลี
แต่ทรงพระปรานี ยุพเรศกัณหา
๏ ด้วยเจ้าก็ย่อมเยา วยุพาผกายา
แอบองค์พระมารดา รับประทานปิโยทร
๏ ดังบุตรโปดก สีหราชไกรสร
พรากแม่จะเมือมร รณภาพด้วยอดนม
๏ ขอให้พระน้องนาง นุชนาฏเสวยรมย์
ยังห้องวนาศรม ประฏิบัติพระชนนี
๏ แต่ข้าผู้เชษฐา ณจะลาครไลลี
ตามกรรมก่อนมี แลเปนข้าพฤฒาจารย์ ฯ
๑๖ เบื้ององค์วรราชกุมาร กรรแสงทูลสาร
คดีด้วยเรื่องพฤฒา  
๏ สมเด็จบิตุรงคทรงปรา รภองค์อุเบกขา
คำนึงมโนนิ่งเนา  
๏ สงสารสองเอกองค์เอา รสร่ำฤๅเบา
พระเชษฐท้าวทวนทูล  
๏ ข้าแต่ชนกนาถนเรนทรสูรย์ อันกิจอาดูร
ที่พราหมณกระทำโพยพาล  
๏ พ่างชีพชีวาวายปราณ แต่ข้าบทมาลย์
บสู้เทวษฤดี  
๏ ด้วยเปนธรรมดาโลกี สรรพสัตวใดมี
ชีวังบแหวกสงสาร  
๏ เสวยสุขทุกขเนืองนิจกาล ต้องโทษทรมาน
บเว้นบว่างอาตมา  
๏ ข้าบาทโศกเสียวิญญา จรจากบาทา
แลยิ่งกว่าโศกเสียสกนธ์  
๏ ทุกเทียรทับแผ่นภูวดล ไหนเลยจักยล
พระบาทบพิตรสองศรี  
๏ เคยเฝ้าเย็นเช้าเปรมปรีดิ์ เปนนิจฤๅมี
จะเคยทุเรศบาทา  
๏ ทูลพลางผินพักตร์พจนา แก่แก้วกัณหา
เจ้าพี่เพื่อนพี่ทรพล  
๏ อ้าแม่เย็นยามพระชน นีจากไพรสณฑ์
บเห็นเราสองสูญหาย  
๏ จักไห้โหยหาห่อนวาย โศกทุ่มทอดกาย
กำลังจะน้อยถอยชนม์  
๏ อุประไมยดุจแสงสุริยน ล่องนทีทน
บได้ก็แห้งเหือดไหล  
๏ เหมือนทรวงมารดาอาไลย ลูกสองโสดไกล
อุระเพียงสิ้นชีวัน  
๏ โอ้นุชร่วมไร้ร่วมครรภ์ เราจากไอสวรรย์
ก็เนาอาศรมสุขา  
๏ แต่นี้จักจากลีลา ด้าวแดนดุสิดา
แลพี่กับน้องห่อนเห็น  
๏ เราโทเคยเที่ยวเช้าเย็น เคยอยู่เคยเปน
บรมสุขโสดใจ  
๏ ที่เล่นเย็นเลี่ยนล้วนไทร ทองโศกสนไสว
พระพายรำเพยพัดพาน  
๏ ชัมพุกาสาขาพิสดาร บังแสงสุริฉาน
ก็กลเสวตฉัตรไชย  
๏ เราสองเคยนั่งอาไศรย ชมนกในไพร
อันจับทุมามากมี  
๏ เบญจวรรณสัตวาโนรี สาลิกาพาที
จะแจ้วจะจ้อคลอครวญ  
๏ พี่น้องเคยชมแล้วชวน ชื่นแช่มสำรวล
สำราญไปสรงสระศรี  
๏ เก็บปัญจประทุมเมศมี กลิ่นแล้วจรลี
ถวายบิตุรงคทรงธรรม์  
๏ เปนนิจห่อนเว้นเวรวัน แล้วสองชวนกัน
ก็เล่นเครื่องเล่นนานา  
๏ กาษรสารเสวตอาชา สิงหราชเลียงผา
กิเลนลมั่งมังกร  
๏ องคออกญาเอื้ออาวรณ์ ปั้นด้วยดินดอน
ประทานให้เล่นเพริศพราย  
๏ เครื่องเล่นยังเห็นเรียงราย แต่พี่กับสาย
สวาทจะสูญเสียไกล  
๏ จักรอดฤๅม้วยบรรไลย ยากเย็นเปนไฉน
ก็ตามแต่บุญสองรา  
๏ ก้มพักตรใช้กรรมก่อนมา เปนทาสพฤฒา
ที่ทางอรัญกันดาร  
๏ ปางชูชกเถ้าเผ่าพาล ขดเข่าคละคลาน
ก็ยืนขึ้นได้โดยใจ  
๏ เถ้าเหลือบแลลนไวไว บพะสองไท
พิโรธคือเพลิงเผาผา  
๏ ฉวยได้ธารกรลีลา ลุมุขพระอา
ศรมสบพระหน่อเนานาน  
๏ เถ้าคร่าหัดถ์สองสงสาร เอาเถาวัลย์พาน
แลผูกพระกรซ้ายขวา  
๏ ต้อนตีต่อพักตรออกมา บเกรงนรา
ภูไทยธิราชทรงธรรม์  
๏ อาสูรสองดรุณรังสรรค์ กรรแสงรำพรรณ์
พิลาปกำสรวญสั่งความ  
๏ ข้าแต่อดิศรเรืองราม ทรงพระคุณนาม
อเนกอนันตเหลือหลาย  
๏ ฤๅท้าวนิ่งได้ดูดาย ดังข้าใช่สาย
สวาทบออกอุทร  
๏ พราหมณทำโทษเทียรเมือมรณ์ เหมือนคู่โคจร
จะตีบมีกรุณัง  
๏ ดังนี้ฤๅรอดชีวัง ชีวิตลูกหวัง
วินาศในห้องหิมวา  
๏ ถวายกรเทริดเกศลาคลา ไคลจากบาทา
โทท้าวสถิตยสำราญ  
๏ บิตุรงคโปรดทรงสื่อสาร สองสั่งพระมาร
ตุเรศด้วยเรื่องคดี  
๏ ว่าสองโสดสุขเปรมปรีดิ์ พฤฒาพาลี
ประโลมแลเพียงดไนย  
๏ เครื่องเล่นสองเสน่หเสมอใจ จงจิตรถวายไท
พธูดูต่างพักตรา  
๏ ให้ท้าวเทียรสิทธิชนกา ก่อเกื้อรักษา
เกษมดังเก่าก่อนกาล  
๏ ซึ่งสองเทาทางทุรสถาน เถินเถื่อนกันดาร
ตนูบรู้แห่งหน  
๏ จักได้มามิมายล พักตร์ท้าวอย่าทน
เทวยเสวยโศกา  
๏ ดุจดังสมเด็จออกญา ยกชีพชีวา
พระแม่แลลูกสายใจ ฯ  
๑๔ เบื้องบั้นพระบาทอิศรพงศ์ พุทธโพธิสัตวไท
ฟังคำลำเคญทุติดไนย นรนาถวิงวอน
๏ กรรแสงกระสันยุบลสั่ง สุรเสียงจะแจ้วจร
ท้าวแสนสลดสมรรอน อุรเพียงประไลยลน
๏ เล่ห์สารเสวตศุภสวัสดิ บุรุษรัตนสกนธทน
สังเวชวิเวกกมลชล เนตรนองธราธาร
๏ สุดท้าวจะทนทฤษฎี คมนาอุถาการ
สู่ห้องพระอาศรมวิหาร ก็ซบพักตรรำคาญใจ
๏ อาสูรพระสองสิเนหพ่อ จะทุเรศแรมไกล
เคยเนาแลแนบหทยไท ธิบดินทรบิดาสงวน
๏ แต่น้อยผดุงแลอภิบาล ก็ประคิ่นประคองนวล
ยังเยาวก็ยังบมิจะควร ทิจะทุคคตาตา
๏ ชอบสองเสวยภิรมยชม ชนนีชนกกา
รุญป้อนสุเพียญชนวรา รสกล่อมถนอมนอน
๏ ยามเย็นก็ยอสุริยจะย่ำ จรหล่ำยุคุนธร
สองสายสวาทอรจะวอน แลกระวนกระวายเสวย
๏ ใครใดจะดูดรุณเรศ บริภุญชผลาเลย
โสจสรงสุธาทิพยรำเพย แลประเล้าประโลมขวัญ
๏ อนึ่งทางจะเทาพนพนม ธุรคมอนันตครัน
ฉัฏฐีแลโยชนจะบรร ระยายโสดก็สุดไกล
๏ สองเดินก็โดยวรสุบง กชรัชเรืองไร
บาทาจะทนจรครไล แลจะบวมบมีดี
๏ ทั้งเถ้าก็ทำธิกรณกุม กรคร่าฤปรานี
ดังพรานพเนจรมาตี มัษยาทิน่าไทร
๏ ต่อพักตรกูผู้ชนกา ก็สิหว่าบปราไสย
ลับเนตรจะนำดรุณไป แลจะตีกี่ร้อยพัน
๏ มันหมิ่นประมาทภิมุขกู ผิวอยู่พนาวัน
ตกยากบยลพิริยพรรค์ พลพฤนทไป่มี
๏ ท้าวนึกคนึงมนัสทรวง รลุงดวงฤดีดี
เพื่อแน่สวาทนิวรณ์ปี ยรสราชทรามสงวน
๏ ซึ่งหวังจะแหวกกิเลศมาร บมิทานเทวษทวน
ครั้นโมหมืดกมลหวน มนจิตรก็เจษฎา
๏ ฉุนโกรธพิโรธอัชติพราหมณ์ กระทำหยามบเกรงอา
รมณ์กูกระทำธิกรณสา หศได้ก็ดูแคลน
๏ ปางก่อนแลกูสุขสวัสดิ เสวยรมยเมืองแมน
มีหมู่เสวกานิกรแสนย์ จตุรงคก็ย่อมยำ
๏ เพียงอย่างกระยาจกประดาษ บมิอาจจะเอื้อมทำ
คุมเหงสหัสผรุสคำ ปรวาทฉกาจใจ
๏ ถึงไร้ก็รู้ศิลปกร ธนุศรแลขรรค์ไชย
ผูกแล้วจะตามจรครไล แลจะยิงให้ล้มลง
๏ จักฟันด้วยขรรควชิรา วธเสี่ยงแลสับจง
สาใจที่มันทรทนง ประมาทเราผู้เผ่าขุน
๏ พระลูกประเหลสมรชี พิตกูก็การุญ
เยียใดจะให้พฤฒิสถุล กระทำโทษพาธา
๏ ควรอาตมาจรจรัล ประหารหั่นชีวาสา
ใจแล้วจะนำพระบุตรคลา ประโลมเลี้ยงแลดูดี
๏ ท้าวไทถวิลนิวรณ์หวัง อกุศลเบียนบี
ฑาเพิ่มแลเพื่อสิเนหมี มนะอาจจะเปนไป
๏ แล้วรื้อระงับกมลมาน ประหารหักมุทินไท
ดับเดือดอดูรมนัสใน พิปริตทำลายลาญ
๏ องค์ญาณกุศลสัมปยุต ก็พุ่งผุดจิรังการ
เห็นทางวิถีพิชิตมาร พุทธโพธิสัตวไท
๏ อ่อแต่อดีตบุรพปาง กรหน่อมุนินทใน
โลกปองจะเปนพุทธวิไสย วิเศษสร้อยสยัมภู
๏ ย่อมอาจจะอวยอุทิศทาน มนการณโดยผลู
จึงเสร็จสำเร็จกมลตู ดุจดังประสงค์สม
๏ ปางนี้ณอาตมก็ตั้ง ปณิธานณอารมณ์
หวังโปรดประชาชนจะชม ศิวโมกขเรืองราม
๏ ดังฤๅจะมาประทุษจิตร พิปริตทำลายลาม
สาทรกระทำนิวรณ์งาม แลฤราชฤๅษี
๏ ยกลูกจะแลกอริยวงศ์ แลจะหลงพิฆาฏชี
พิตพราหมณ์ก็ท่านทฤษฎี รจนามโนไฉน
๏ ท้าวนึกคนึงนุสรทรง บริภาษฤไทยไท
พ้อแดกำเดาอิศรใน นรนาถเน่งนาน
๏ อ้าดูรเพสสันดรดวง ดิลกโลกใจอารย์
ฤๅท่านจะทำปณติปาน หินชาติประชาเฉา
๏ แรกริจะรื้อชคติสัตว์ จรรัตน์นครเนา
ดังฤๅบมีวิจรณเบา สติเว้นกมลหลง
๏ แต่เริ่มก็รู้กิจประจักษ์ วิถีพักพระโพธิพงศ์
ต้องแลกพระลูกอุทิศปลง กรุณตั้งมิตาใจ
๏ จึงเสร็จภิเษกพิชิตมาร วรญาณอนันตไนย
ตรัสเทศธรรมพิสมัย จตุราริยสัจจัง
๏ เห็นแท้แลท้าวก็อธิฐา นวสีวิขัมภ์ขัง
ข่มดับอดูรหทยตทัง คประหานประหัดโหย
๏ เมื่อน่าพนายแลกรรมกร จะพิโรธกระทำโพย
องค์อาตมาก็บมิโดย ที่จะทำประทุษฐใจ
๏ เสร็จทรงพระธรรมวินิจยัง แลวิสุทธศีลไมย
ดวงพักตรผ่องกลอุไทย จรเยี่ยมสุเมรุมา
๏ ท้าวด่วนเสด็จจรจรัล มุขบรรณศาลา
นั่งอาสน์อุจจังคสิริสา ทรสุขสวัสดี
๏ ส่วนเถ้าทชีผรุสร่าง จรทางพนาลี
ด่วนเดินประโดยมรควิถี หิมวาวนาไลย
๏ พาสองสวัสดิอิศรวงศ์ วรราชรีบไคล
เต็มพักพเนพนัศใน นุประเทศพนมเนิน
๏ ย่ำเหยียบประสบศิขรแขง แลตะแบงตะบึงเดิน
ก้าวพลาดผงาดพิมุขเมิน ก็ล้มคว่ำคะมำดิน
๏ เถาวัลย์แลวงกรตรุณ สละลุ่ยประจากอิน
ทรียสองก็สู่สรนริน ทรท้าวชนกกา
๏ แล่นเหลียวลล้าจิตรรวัง คณะพราหมณจะตามคลา
ดูดังกุกุฏบุรุษปรา รภไล่ก็หลีกหนี
๏ กายสั่นรริกกมลรัว จิตรกลัวพิฆาฏชี
พิตม้วยประหม่าแลก็บมี สติหวาดประหวั่นขวัญ ฯ
๑๖ ปางเถ้าผรุสโทษอาธรรม์ ผวาลุกขึ้นพลัน
ก็วิ่งถลันเต็มตบึง  
๏ โกรธาตาแดงหน้าตึง กระทืบท้าวผางผึง
ทลึ่งมาทันทันที  
๏ จับกรผูกเถาวัลลี เงื้อไม้เท้าตี
ซ้ำขู่ตระคอกคั้นคำ  
๏ เหม่เหม่ออเจ้าไป่ยำ เกรงกูเลยกรรม
ของเองแล้วหนอใจแขง  
๏ ล้มทีไรแล่นหนีแรง โบยสิจะแดง
จะว่าเราร้ายรันรา  
๏ พร่ำพรูลากถูทารกา รีบเร่งตเบงมา
ก็ลุยังน่าอาศรม  
๏ ต่อพักตรสุริโยดม สงสารทรามชม
ชาลีสนองว่าวอน  
๏ ข้าแด่นเรนทรสูรย์บิดร มละกูนให้จร
เปนทาสทชีห่อนคิด  
๏ อาสูรลูกเลยสักนิด พราหมณตีตามติด
ต่อน่าที่นั่งไป่ยำ  
๏ นิ่งได้บมิพร้องพรายคำ โอโอ้ชรอยกรรม
เราแล้วที่โททำมา  
๏ อ้าอรกัณหาน้องอา เห็นแต่ชนกา
ดังว่ากำพร้าทั้งสอง  
๏ แม้มีชนนีปกครอง ไหนเราพี่น้อง
จะต้องกระหน่ำร่ำโบย  
๏ กายลูกล้วนริ้วรอยโพย ปิ้มสุดแรงโรย
ชั่งเฉยดังใช่หน่่อองค์  
๏ โอ้แก้วกนิษฐอนงค์ ละร่างให้ปลง
ชีพิตเราเมือเมืองสวรรค์  
๏ อยู่ไยให้เถ้าอาธรรม์ ขู่เข็ญโบยรัน
ดังว่าประดาษทุรพล  
๏ สงสารแก้วกัณฑนฤมล ฤไทยจิตรจน
กำสรดสลดอักอวน  
๏ สองเนตรคร่ำน้ำเนตรครวญ จอมเกศมเหศวร
ไปทรงการุญลูกเลย  
๏ พลัดจากอกแม่ห่อนเคย ทูนหัวลูกเอย
ดังพรากวิหคในรัง  
๏ ครั้งนี้ได้ทนทุกขัง ตกไร้แรมวัง
มิสาซ้ำสายัณหเย็น  
๏ อ้ายเถ้าตีด่าขู่เข็ญ เลือดตาจะกระเด็น
เพียงทาสสินไถ่ในเรือน  
๏ เถ้านี้ยักขินิผีเถื่อน ทำให้เลอะเลือน
ลับแล้วจะหักคอกิน  
๏ ทูลไทเท่าไรห่อนยิน เมินพักตรไป่ผิน
มาทอดพระเนตรเลยนา  
๏ สุดทนลูกถวายบังคมลา ปิ่นปกเกศา
อยู่สุขจำเริญพรหมจรรย์  
๏ กูนเมือคงม้วยชีวัน แม้คืนเขตรคัน
เปนฉัตรธิปัติถวัลยวงศ์  
๏ อนึ่งค่อยขอฝากเอกอนงค์ นนทลีข้าตรง
กตัญญูต่อบคลาย  
๏ ยากแค้นทรพลขวนขวาย ชีพิตเพียงวาย
สู้เสาะแสวงเลี้ยงกัน  
๏ ผิวผิดคิดก่อนงดทัณฑ์ ปราศจากภยน
ข้าน้อยรักสองเสมอสอง  
๏ ข้าแต่พระร่มโพธิ์ทอง ไหนเลยพี่น้อง
จะได้คืนรองบาทบงสุ์  
๏ เสียงแจ้วแจ้วเจื้อยเรื่อยพง น้ำเนตรไหลลง
ชม้อยลห้อยแลพลาง  
๏ เถ้าจับไม้หวดผึงผาง วิ่งระร่อยไปกลาง
ดงยิ่งวังเวงวิเวกทรวง ฯ  
๑๑ ปางนั้นพระเวสสัน ดรบันดิลกรลวง
ทอดทัศนาดวง วทนบุตรบุตรี
๏ ชีโฉดกระทำโพย กรโบยบปรานี
กัณหากุมารี ชรอ้อนชออนวอน
๏ ฝากชนนีนาถ ตุลบาทจะลาจร
ดุจอัคนีรอน รอุเผากำเดาแด
๏ โอโอ้พ่ออุ่นอก ฤระหกระเหินแห
ใครเลยจะโลมแล ชลอเถ้าพอเบาลง
๏ อัสสาสคั่งคัด ธก็กลัดพระทรวงทรง
น้ำหน้าสลดลง ลพิลาปธาไร
๏ สองเนตรธแดงดุจ รตโรหินีใน
โศกโทรมฤไทยไท ธจะซุดจะเศร้าทราน
๏ ปัญญาพระไตรลักษณ์ ธก็หักประหารผลาญ
ตัดห่วงคือบ่วงมาร วิเชียรช่วงต่อดวงเดือน
๏ เปนองค์อุเบกขา พระปรีชาบฟั่นเฟือน
พุทธโพธิญาณเตือน ประถมจาคบารมี ฯ
๑๔ ปางไททเววรนุวงศ์ อภิพงศธเรษตรี
เมื่อชีทุพลพิกลชี ธก็เร่งตะเบงโบย
/*๏ ตามทางทุรัศธรทุเรศ วนเวศระเหโหย
หอบหิวลหวยกรชโรย จะกระทั่งประตูดง
๏ สงสารกนิษฐวรนาง ธจะวางชีวิตปลง
โอ้เชษฐชาลิอภิพงศ์ ก็บเคยจะขุกเข็ญ
๏ เราสองมาต้องจรวิบาก ทินิยากสยากเย็น
ทนทุกขทุกขจลำเค็ญ วรบาทรบุบาง
๏ กรน้องจะหลุดชิรกระชาก ทลิถากบละวาง
ไหนเลยจะไต่มรคทาง ธทุเรศทุเรรมย์
๏ โอ้เวรใดทนวิบาก จรยากธอยากนม
ใครใดกระทำกมนิยม สละให้ทชีตา
๏ เวลาทิวากรจะคล้อย ธลห้อยลโหยหา
ลมพัดรบัดรุกขฉยา รอุร่ำรกำกาย
๏ เวรหลังมนำตนุณชา ลิยเชษฐสองสาย
เร่งร่ำตระหน่ำชิวจะวาย ฤจะรอดตลอดวัน
๏ ดุจโคธเทียมคณกไถ บุกไล่ปฏักรัน
เหมือนชูชกชีชรฉกรรจ์ บมิเวทนาเลย
๏ ผูกเราพี่น้องตรุณทา รกร่ำก็ทำเฉย
ถูลากกระชากตุลบเคย ยะเยาะย่ำรกำองค์
๏ วิงร่อยรรี่จรครไล ชลไหลสลดลง
คอยเหลียวฉแง้ชนนีทรง ธกำสรดก็สุดเสียง
๏ อ้าแม่มัทรีธวรนาง ฤมห่างอุราเคียง
เคยแนบถนอมชอรเรียง จรดรสภิรมย์ชม
๏ เย็นย่ำทิฆัมพรก็มัว มณหัวรหวยนม
เหลือแรงจะรั้งฤทยรทม บปะแม่มัทรีมา
๏ โอ้กรรมหนอกรรมกรแล้ว ทนุแก้วหกัณหา
ไหนเลยจะตามพระวรชา ลิยพี่คระลีจร
๏ คอยแม่บเห็นจรวิแวว ฤมาแคล้วพเนดร
นึกหวังจะสั่งอมอมร ธรเทพยทั้งหลาย
๏ หัดถสองก็ต้องพนธนัง บมิยั้งจะตั้งกาย
เราโทประชุมศิรถวาย ทศนัขสโมธาน
๏ น้ำเนตรธไหลทลุลหลั่ง ธก็สั่งที่ข่าวสาร
ถึงมาตุเรศกุลมดาล ดลให้อาไลยเรา
๏ ข้าแต่มเหศรมหิศ ที่สถิตยศิขรเขา
เถื่อนถ้ำลดาวลยเนา รุกขพฤกษไพรรหง
๏ ทั้งเทพยเทวธชโน อิศโรธิเอกองค์
บรรดาธเรืองนฤธทรง ทิพโสตจักษุญาณ
๏ ห้วยธารละหานสรติรัง วจนังที่ข่าวสาร
ภุมมาคณามรวิมาน ธิปจอมกระหม่อมฉัน
๏ บอกแม่มัทรีจรประสบ พอพะพบธทันวัน
สองบุตรจะกราบบทวลัญ ชรลาครไลยไป
๏ เชษฐชายกนิษฐวรคู่ ตระโกนกู่ประกาศไพร
วังเวงวิเวกหิมวใน วนเวศแรมโรย
๏ โป่งป่าสงัดพจนผี ชนิครวญครหวนโหย
ห้อยโหนตระโงนสทวโวย ววิไหวทิรุกขครึม
๏ เสือสิงหกระทิงมฤคร้าย คชพลายกระหึมหึม
แรดหมีบมีพจนงึม สงัดเงียบยเยียบเย็น
๏ ทวยเทวท้าวทฤษฎิ์สดับ สรศัพท์ลำเค็ญเข็ญ
น้ำเนตรสสรกกระซกกระเซ็น ก็ทวีเทวษครัน
๏ จวนภาณุมาศจรจะคล้อย สกุณพล่อยกระพือขัน
ส่งเสียงผสานสทสนั่น ฤจะถามที่ข่าวสาร
๏ พฤกษาที่ทรงผลแลดอก ระยะงอกผกาบาน
หักโค่นพิกลสหสดาล ดลดูมหัศจรรย์
๏ ลมพัดรบัดรุกขก็โบก ปรตโยกกระทั่งกัน
ขุนเขาถเกิงสุจทงัน ธฤจิตรจะปรานี
๏ วาตาฉะฉ่ากระชะกระฉิว ใบไม้ปลิวสุวารี
มืดคลุ้มชอุ่มมรควิถี จรเงียบยะเยียบดง
๏ รอนรอนพระสูริยจะดับ จรลับไศลลง
พราหมณพาธสองวรนุวงศ์ ประตูพงวนาสัณฑ์ ฯ

กุมารบรรพประดับด้วยพระคาถา ๑๐๑

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ