เนื้อเรื่อง

ณ สมัยที่พระรามอวตารลงมาเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา เพื่อจะมาปราบพวกพาล คือพวกยักษ์นั้น พระองค์ทรงแผ่ราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง มีเมืองออกมากมาย ครั้งหนึ่งคิดจะแผ่พระบรมเดชาภาพเป็นการทดลองความจงรักภักดีของบรรดาหัวเมืองขึ้นให้ทราบว่าจะจงรักภักดีต่อพระองคืสักเพียงใด จึงได้ปรึกษากับอนุชาทั้ง ๒ คือ พระภรตกับพระลักษมณ์ว่าจะทำแบบพิธีราชสูยะดีหรือไม่ พระภรตผู้เป็นอนุชาทูลตอบว่าไม่เหมาะ เพราะพระองค์ก็เป็นกษัตริย์ที่ทรงพระเดชานุภาพอยู่แล้ว ไม่ควรคิดที่จะประกอบการใหญ่อย่างนี้เลยย จะทำให้ได้ความลำบากแก่บรรดากษัตริย์หัวเมืองขึ้นที่จะต้องเดินทางมาเข้าร่วมพิธี ส่วนพระลักษมณ์ก็ทูลสนองว่า ควรจะทำแบบพิธีอัศวเมธดีกว่า และพระองค์ก็ยกตัวอย่างว่า พระอินทร์ได้ฆ่ายักษ์ตนหนึ่งขณะที่กำลังบำเพ็ญตบะตาย เสร็จแล้วพระองค์ทรงนึกถึงความผิดที่ได้กระทำไป จึงได้ทำพิธีอัศวเมธเป็นการล้างบาป พระรามทรงฟัง ดังนั้นก็ทรงชื่นชมตามที่พระอนุชากล่าวมา แล้วพระองค์ก็ทรงเล่าเรื่องอิลราชให้พระอนุชาทั้งสองฟัง

“ในนครพลหิกา (แคว้นพลหิ) มีพญามหากษัตริย์องค์ ๑ ทรงนามว่าท้าวอิลราช เป็นโอรสพระกรรทมประชาบดีพรหมบุตรเป็นผู้ที่ทรงคุณธรรมอันประเสริฐ ครอบครองประชาชนด้วยเมตตา ประหนึ่งเป็นบุตรของพระองค์ ทรงเดชานุภาพปราบได้ทั่วไป อยู่มาวันหนึ่งในฤดูวสันต์ ท้าวอิลราชได้เสด็จไปไล่เนื้อเล่นในป่า จนไปถึงตำบลซึ่งเป็นที่กำเนิดแห่งพระขันทกุมาร ในเวลานั้นพระอิศวรกำลังทรงสำราญอยู่ในที่รโหฐาน ณ เชิงเขาไกรลาส และได้ทรงจำแลงเป็นสตรีเพื่อล้อพระอุมาเล่น และบรรดาสัตว์และต้นไม้ก็กลายเป็นเพศหญิงไปหมด ท้าวอิลราชกับบริวารเดินล่วงที่รโหฐานนั้นเข้าไป ก็กลายเป็นสตรีไปหมด ท้าวอิลราชตกพระทัยจึงไปเฝ้าพระอิศวรทูลขออภัขอให้ได้กลับเป็นชายอย่างเดิม พระอิศวรก็ไม่โปรดประทานพร แต่พระอุมาตรัสว่าจะยอมประทานพรกึ่งหนึ่ง ท้าวอิลราชจึงทูลขอว่า ในเดือนหนึ่งขอให้เป็นสตรีอันมีรูปงามหานางใดเสมอเหมือนมิได้ แล้วให้เป็นบุรุษอีกเดือนหนึ่งสลับกันไป พระอุมาก็โปรดประทนพรตามปราถนา และตรัสด้วยว่าเมื่อใดกลับเพศเป็นชายให้ลืมเหตุการณ์ทั้งปวงที่ได้เป็นไปในเวลาเป็นสตรี และเมื่อกลายเป็นสตรีก็ให้ลืมเวลาที่เป็นบุรุษ แต่นั้นมาราชนั้นก็เป็นบุรุษชื่อ ท้าวอิลราชเดือนหนึ่ง และกลายเป็นนางอิลาเดือนหนึ่งสลับกันอยู่ฉะนั้น

ในเดือนต้น ระหว่างเที่เป็นสตรีอยู่นั้น นางอิลากับบริวารซึ่งเป็นบุรุษกลายเป็นสตรีไปหมดนั้น พากันเที่ยวเล่นในป่าตามวิสัยสตรี วันหนึ่งนางอิลาพบพระพุธ ซึ่งกำลังบำเพ็ญพรตสมาธิอยู่ในสระอันหนึ่ง นางอิลากับบริวารพากันวักน้ำจ๋อมแจ๋ม พระพุธลืมเนตรขึ้นเห็นนางอิลาก็มีความรักจึงขึ้นมาจากสระชวนนางไปยังอาศรม ไล่เลียงดูว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แต่ตัวนางอิลาก็บอกไม่ถูก เพราตามพรพระอุมานางลืมเรื่องราวอขงตนในส่วนที่เป็นบุรุษนั้นหมด และนางบริวารก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน พระพุธจึงเล็งดูด้วยญาณทราบเหตุทุกประการแล้ว จึ่งตรัสแก่นางบริวารว่า ‘เจ้าทั้งหลายจงเป็นกินรีและอาศัยอยู่ในเขานี้เถิด กูจะหามูลผลาหารให้กินมิให้อดอยาก และกูจะหากิมบุรุษให้เป็นสามีเจ้าทั้งหลาย’

ครั้นเมื่อพระพุธได้เห็นพวกกินรีไปพ้นแล้ว จึงตรัสชวนนางอิลาให้อยู่ด้วยกับพระองค์ เป็นชายาสืบไป จนครบกำหนดเดือนหนึ่ง นางอิลาก็กลายรูปเป็นท้าวอิลราชไป ท้าวอิลราชถามพระพุธว่า บริวารหายไปไหนหมด พระพุธก็ตอบว่าได้บังเกิดเหตุร้าย มีศิลาทลายลงมาทับพวกบริวารของท้าวอิลราชตายเสียหมดแล้ว แต่ส่วนตัวท้าวอิลราชรอดตายเพราะได้เข้าอาศัยอยู่ในอาศรมของพระพุธ (ตามพรพระอุมา ท้าวอิลราชเมื่อกลายรูปเป็นบุรุษอย่างเดิมแล้ว ก็ลืมบรรดาเหตุการณ์ที่ได้เป็นไปในขณะเมื่อเป็นสตรีไป ส่วนท้าวอิลราชเองนั้นมีเวลากลับคืนรูปเป็นบุรุษได้แต่บริวารมิได้รับพรเช่นนั้น จึ่งยังคงเป็นสตรีอยู่ตลอดเวลา พระพุธไม่อยากให้ท้าวอิลราชมีความโทมนัส จึ่งต้องกล่าวหลอกว่าบริวารตายเสียหมดแล้ว) ฝ่ายท้าวอิลราชครั้นได้ยินว่าบริวารตายหมดแล้ว ก็มีความเศร้าโศก และทูลพระพุธว่า จะยกราชสมบัติให้โอรสครองต่อไปแล้วเข้าสู่ป่าเป็นโยคี พระพุธก็ชวนไว้ให้อยู่ด้วยกัน ท้าวอิลราชจึ่งตกลงอยู่ที่อาศรมพระพุธบำเพ็ญพรตภาวนาอยู่ตลอดเดือนหนึ่ง แล้วก็กลับเพศเป็นสตรี และปฏิบัติพระพุธผู้เป็นสามีไปอีกเดือนหนึ่ง กลับไปกลับมาเช่นนี้จนถ้วนนพมาส นางอิลาก็ประสูติกุมารองค์หนึ่ง ซึ่งพระพุธให้นามว่า ปุรุรพ

ครั้นเมื่อท้าวอิลราชได้คืนรูปเป็นบุรุษอีกแล้ว พระพุธจึ่งคำนึงถึงประโยชน์แห่งท้าวอิลราช เชิญพระมหาฤษีผู้มีชื่อมาหลายคนเพื่อปรึกษากันคิดหาทางที่จะแก้ไขให้ท้าวอิลราชได้คงเป็นบุรุษอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ชุมนุมกันอยู่นั้น พระมหามุนีกรรทมพรหมบุตร ผู้เป็นบิดาแห่งท้าวอิลราชก็มายังอาศรมพระพุธพร้อมด้วยพระมุนีอื่นๆ อีก พระกรรทมทราบเรื่องราวแล้วก็กล่าวว่า มีทางแก้ได้แต่โดยอาศัยอานุภาพพระอิศวรเท่านั้น ควรให้ทำพิธีอัศวเมธบูชาพระอิศวร จึ่งตกลงกันตั้งพิธีอัศวเมธ พระอิศวรพอพระทัยก็เสด็จลงมาประสาทพรให้ท้าวอิลราชได้เป็นบุรุษอยู่ต่อไป ไม่ต้องกลับเป็นสตรีอีก

ฝ่ายท้าวอิลราชกลับเข้าสู่นครพลหิกา อภิเษกพระสสพินทุ์ให้ทรงราชย์ในนครนั้น แล้วก็ไปสร้างนครใหม่เรียกว่า ประดิษฐาน ให้เป็นที่สถิตพระปุรุรพ โอรสพระพุธนั้นสืบไป”

(จากพระราชนิพนธ์ บ่อเกิดแห่งรามเกียรติ์)

(จากฉบับพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดพิมพ์เผยแพร่)

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ