ศุภมัสดุ

สัททัลวิกีฬิต ฉันท์.

๑๙ ข้าขอเทอดทศนักข์ประณามคุณพระศรี
สรรเพ็ชญ์พระผู้มี พระภาค
๏ อีกธรรมาภิสมัยพระไตรปิฎกวากย์
ทรงคุณคนึงมาก ประมาณ
๏ นบสงฆ์สาวกะพุทธ์พิสุทธิ์อริยญาณ
นาบุญญบุญบาน บโรย
๏ อีกองค์อาทิกวีพิรียุตมโดย
ดำรงดำหรับโปรย ประพันธ์
๏ ผู้เริ่มรังพจมาลย์ตระการกมลกรรณ์
ก้มกราบพระคุณขันธ์ คเณศ
๏ สรวมชีพอัญชลินารถพระบาทนฤเบศร์
มงกุฎกษัตริย์เกษตร์ สยาม
๏ ที่หกรัชชสมัยก็ไกรกิติพระนาม
ทรงคุณคามภี รภาพ
๏ เพียงนารายน์อวตารรำบาญอริบำราบ
เถลิงรัชทวีลาภ วิไลย
๏ เปรื่องปรีชาวิทยุตตมาภรณไท
ธารสัตย์กระพัดใน กมล
๏ บำรุงรัฐศุขวัฒนานิกรชน
ทั่วรัฐมณฑล บำเทอง
๏ สรวมเดชไตรรตนาวรากรถะเกิง
เกินโกฎิ์ประกายเพลิง พิโรจน์
๏ รังรักษ์ไทอธิราชพระบาทนฤโทษ
เสพสิ่งประเสริฐโสต ถิผล
๏ จุ่งเจริญด้วยศุขนันท์พระพรรณก็ถกล
ทีฆายุเพิ่มพล พิบูลย์
๏ ข้าบาทรังรจนานิทานอิลทูล
แทบบาทบดินทร์สูร สราญ ฯ

๏ ฉบงง ๚

๑๖ แถลงปางรามจันทราวตาร เสร็จมล้างเหล่าพาล
พินาศด้วยพระบารมี
๏ มลายเข็ญเย็นทั่วธาตรี ถวัลย์รัชรมย์ศรี
อยุทธเยศเกษกรุง
๏ สมภารพระเอื้ออำรุง สมโภชผดุง
พระเดชกระเดื่องแดนไตร
๏ ปางราชปรารภกิจใน พลีกรรม์อันไกร
คือราชสูโยดม
๏ โดยเบื้องบรมราชนิยม ขัติยสมาคม
ร้อยเอ็จมาเอื้อเอาภาร
๏ แผ่พระกฤษฎาภินิหาร ใดราชฤๅปาน
ฤๅปูนพระเดชนฤบดี
๏ พระน้องสองเฝ้าบทศรี หริรักษ์จักรี
พระตรัสพระตรึกปฤกษา
๏ พระภรตผู้พระอนุชา เชิงไฉนเชษฐา
ทนุพิธีพลีกรรม
๏ พระพร้องสนองถ้อยแถลงทำ นูลทัดทานคำ
มิควรประกอบมหการ
๏ พระองค์ผู้ทรงอวตาร ตราบจบจักรพาฬ
โผอนมกุฎเกรงรณ
๏ ฤๅควรกวนราชกังวล มละด้าวมาดล
ดำแหน่งทุเรศรัฐยา
๏ บัดพระลักษมณ์ราชอนุชา นบเบื้องบาทา
บัณฑูรแถลงพจมาน
๏ ผิวไท้ใคร่กอบพลีการ อัศวเมธมหุฬาร
ก็เลิศพิธีพลีกรรม
๏ เผยเผชิญพิชิตเชษฐ์ชักนำ น้อมเกล้ากล่าวคำ
คดีดำนานในบูรพ์
๏ อินทรรอนพฤตาสูร เอิบอิศร์อันพูล
บำเพ็ญตะบะบารมี
๏ พระผลาญมารมอดชีวี วชิรปาณี
คนึงในโทษอันทำ
๏ อวยอัศวเมธพลีกรรม เกลื่อนบาปบ่มบำ
รุงบุญระบอบบำบวง
๏ เปนที่นิยมแก่ปวง เทพทั่วแมนสรวง
สรรเสริญประเสริฐสาธร
๏ แถลงเรื่องสมราชอนุสร พระศรีสังขกร
ก็โปรดก็เปรมปรารมภ์
๏ เยื้อนอรรถตรัสชอบเชยชม โดยราชนิยม
ยุบลคดีมีมา
๏ จึงแถลงอิลราชอิลา อวยองค์อนุชา
ฉบับอันพร้องพิสดาร ๚

๏ วสันตติลก ฉันท์ ๚

๑๔ ยังมีบรมนฤปนารถ อิลราชสมัญขาน
ทรงพลหิรัฏฐะสุรฐาน สุประเทศสถาพร
๏ โอรสพระกรรทมประชา ปติพรหมบุตร์ขจร
เจิดคุณธรรมิกบวร ทศพิธเพียบเพ็ญ
๏ เมตตาประชากรสโม สรศุขสลายเข็ญ
ทั่วรัฐมณฑลก็เย็น ศิรราษฎร์สเริงรมย์
๏ รักษ์ราษฎร์ก็เล่หปิยบุตร์ นรสุดประสาทสม
ซร้องศัพทเกริกกิติอุดม วรเดชกระเดื่องแดน
๏ ปราบได้ณไกวลประเทศ ทศทิศก็เกรงแกลน
กลอกเกล้าและหนาวภยมิแคลน วรฤทธิเรืองรณ
๏ เรืองรองพระมณฑิรพิจิตร กลพิศพิมานบน
ก่องแก้วและกาญจนระคน รุจิเรกอลงกรณ์
๏ ช่อฟ้าก็เฟื้อยกลจะฟัด ดลฟากทิฆัมพร
บราลีพิไลยพิศบวร นพศูลสล้างลอย
๏ เชิงบัทม์พระบัญชรเขบ็จ มุขเด็จก็พราวพลอย
เพดานก็ดารกพะพรอย พิศเพียงนภาพลาม
๏ สิงหาศน์จรูญจตุรมุข บมิแผกพิมานงาม
พื้นภาพอำพนพิพิธตาม ตละเนื่องพะนังนอง
๏ ภาพครุฑก็ยุดอุรคแผ่ กรเพียงจะผาดผยอง
เทพนมขนัดกษณมอง มรุเทพทิพาลัย
๏ เบื้องบรรจถรณทิพอาส- นก็เอี่ยมอุไรไพ-
จิตรลายจำหลักฉลุพิไล- ยพิลาสลดามาลย์
๏ ชั้นฉัตรสกาวทุกุลพัสตร์ รุจิรัตน์อลังการ
เขนยขนนระคนบุษปปาน รสทิพประเทืองใจ
๏ เนืองแน่นอนงค์นิกรนาฎ ทนุบาทบำเรอไท
เฉิดโฉมประโลมกมลใคร ยลพิศก็พิศวง
๏ แน่งนางประหนึ่งวรสุราง คสอางสอาดองค์
ร่ายเรียงบำเรออมรทรง สุรภพพิมานเมือง
๏ ราชูประโภคปริโภ คพิพัฒนะนองเนือง
สมบัติสมบุรณเรือง วรราชภิรมย์ชม
๏ ปราการก็ปรากฏสุเม- รุสิเนรุเปรียบสม
นางจรัลและโดรณสดม ภอธึกทงันเงย
๏ ป้อมค่ายระรายธุชประฎาก สุประดิษฐ์ดำกลเกอย
ใบบานทวารวิมลเผย ผิวะหับสนิทเนียน
๏ หอยุทธ์ก็เย้ยริปุประยุทธ์ อริยลณพาเหียร
เหือดเหี้ยมกำแหงหิริระเมียร มละฮึกอหังการ
๏ มากมวญอมาตย์นิกรเส วกราชกำลังหาญ
พฤนทาพลากรแสะสาร สุรฤทธิเริงรณ
๏ ผาสุกสนุกนครขัน ธสิมาสุมณฑล
บำเทองระเริงหทยชน ทิชชาติประชุมชี
๏ แซ่ศัพท์ผสานดุริยสัง คิตพาทยเภรี
สรบสิ่งประดาประดุจศรี สุรโลกชลอลง
๏ ปางดลวสันตอุตุแสน จะเกษมณแดนดง
ดาษรุกข์ระดื่นดฤณบง ระบุบัตร์ขจีงาม
๏ แถวธารละหานศิขรหลาก ชลหลั่งละลุ่มหลาม
มั่วมวญละมั่งมฤคตาม วนสณฑ์สเริงไพร
๏ ราชาพระปรารภประพาศ พิศเพื่อภิรมย์ใน
แห่งห้องพระหาวนพิไลย มิคล่าประลองกร
๏ โองการประกาศนิกรเส วกโดยเสด็จดอน
มวญหมู่อมาตยสลอน พลถ้วนทหารหาญ
๏ ตรวจเตรียมพลากรพหล ตละตนก็เชี่ยวชาญ
ม้ารถและคชวรยาน ระแทะเทียบสะเทื้อนดิน
๏ พลคชก็คือสุรคเชน ทรไอยราอินทร์
ชำนนชำนาญชำนะอริน ทรล้วนชะโลมมัน
๏ พลม้าพลาหกผยอง ดุจล่องจะลอยสวรรค์
พลรถก็ล้วนรถสุพรรณ ระแทะธุชปลิวปลาย
๏ พลราบก็รุ่นทหรว่อง วยคล่องตะกอกาย
ล้วนโล่หโตมรก็ทาย ธนุแล่งกำแหงรณ
๏ สรรพ์สาตรอาวุธทิพา วุธเทอดประเทืองมนต์
สำหรับพเนจรผจญ ก็สพราศสะพรึบเพรียง
๏ เริงร้องคนองนิกรพล ผิวะเพิกไผทเอียง
เอิกอึงอุโฆษสุรก็เพียง ปถพีถล่มลาญ
๏ ครั้นถึงสมัยมหุดิฤกษ์ อดิเรกอุดมวาร
จอมราชย์ก็ยาตร์วนสถาน ทุรรัฐยาดล
๏ แดนไพรพิศาลศิขรเขิน ทุมเนินพนาสนฑ์
ปักษาคณามฤคยล ก็ยะยั่วยะยวนชม ฯ

๏ อินทรวิเชียร ฉันท์ ๚

๑๑ ภาคพื้นพนารัญ จรแสนสราญรมย์
เนินราบสลับสม พิศเพลินเจริญใจ
๏ โขดเขินศิขรเขา ณลำเนาพนาไลย
สูงลิ่วละลานไน ยนพ้นประมาณหมาย
๏ ยอดมัวสลัวเมฆ รุจิเรกเรียงราย
เลื่อม ๆ ศิลาลาย ก็สลับระยับสี
๏ ขาบแสงประภัศร นิลก้อนตระการดี
ขาวแม้นมณีมี รตรุ้งรำไพพรรณ
๏ ทอแสงผสานสาย สุริย์ฉายก็ฉายฉัน
เหลืองเรื่ออุไรวรร ณวิจิตรจำรูญ
๏ แง่งเงื้อมฉง่อนงาม ก็วะวามวิไลยปูน
ปนรัตนไพฑูร ยพิพิธประภากร
๏ ปานก้อนพระไกรลาศ วรนารถมเหศร
สร้องเสพสถาพร ศิริสุนทรารมณ์
๏ อวยพรพิพัฒน์พ้น ภยเวทวราคม
นอกนี้ฤเปรียบสม ศิขรินทงามงอน
๏ วุ้งเวิ้งชะวากผา ฆณแผ่นศิลาสลอน
ช่องชานชโลทร ชลเผ่นกระเซ็นสาย
๏ ปรอย ๆ ประเล่ห์เห มอุทกพะพร่างพราย
ทราบซ่านสราญกาย กระอุร้อนก็ผ่อนซา
๏ ท่อธารละหานห้วย ก็ระรวยระรินวา
รีหลั่งถะถั่งมา บมิขาดผะผาดผัง
๏ ไม้ไหล้สล้างชม ขณะลมกระพือวัง
เวงเสียงก็เสียดดัง ดุจซอผสานสาย
๏ แสนสาธรารมณ์ จรชมก็ชวนสบาย
ใจหงอยก็ค่อยหาย หฤหรรษเหิมหาญ
๏ เซิงสนสล้างพฤก ษพิลึกลดามาลย์
บงบุษบาบาน ระบุดอกระดาษไพร
๏ ฉุนฉมระงมฆาน สุวมาลย์จรูงใจ
ส่งก้านตระการใบ พิศล้วนพิไลยพรรณ
๏ ริ้ว ๆ พระพายพา สุรภีละเวงวัน
ผึ้งภุมรีสัญ จรสูบสุเกสร
๏ ร้องร่อนวะว่อนเชย รสเรณุกำจร
เกลือกบุษบากร ระกะกลีบกระหึ่มเสียง
๏ พรรณพฤกษทรงผล ตละต้นจะอ่อนเอียง
พวงย้อยระย้าเพียง จะเผด็จสดวกดาย
๏ สุกเหลืองอร่ามลิ้ม รสเลิศอร่อยหลาย
หลาก ๆ และมากมาย บมิรู้จะรำพรรณ
๏ ไม้ใบตระการบัตร์ ดุจจัดประจงสรร
สอดสีสลับกัน ระดะรุกขรายเรียง
๏ ชมทวยทิชาชาติ ก็ลิลาศประอรเอียง
แมกไม้จำเรียงเสียง เสนาะโสตร์สนั่นไพร
๏ แซ่ซ้องผสานสุน ทรศัพทจับใจ
เพียงพาทยพิณไพ เราะประโลมฤดีดี
๏ หลายเผ่าพนาเกียรณ์ พิศเพี้ยนผสานสี
เคลียคู่ประจำมี มนรู้ภิรมย์ลาญ
๏ แม่นกก็ปกโป ฎกป้อนผลาหาร
ปีกป้องประคองปาน จะประเล้าประโลมเปน
๏ ลิงค่างชนีมี จลนีและนางเห็น
สายัณหย่ำเย็น ก็ยะยั้วยะเยี้ยยล
๏ ยองย่องผยองเผ่น อิลเห็นกระหายมน
ไล่หมู่มฤคจน จะกระทั่งรโหฐาน
๏ ล่วงถิ่นกำเนิดองค์ วรขันท์กุมารชาญ
หลงเชิงละเลิงพาละ มฤคเขม้นหมาย ฯ

โตฎก ฉันท์ ๚

๑๒ ขณะนั้นอิศเรศ พระประเวศวนผาย
รหุฐานสบาย อิริยาบถบรร
๏ พตเสตะณมูล ธก็พูลหฤหรรษ์
ศุขุดมดรุวัน วรเทพทวิองค์
๏ กะพระอรรคอุมา สุรชายอนงค์
ศิวะเย้ายุพยง อรยั่วพระศุลี
๏ ศิวแปลงวรรูป วิยหญิงยุวดี
พระอุมาพระก็มี สุมนัศนิยม
๏ ดรุสัตว์บริเวณ พะพระเวทอุดม
สละเพศพิศสม ศิวเพศพระจำแลง
๏ อิลราชจรล่า มฤคาบมิแคลง
ลุสถานศิวแปลง ดนุแปลกนยนา
๏ บมิเปนอิลราช วิปลาศอิลา
คณราชบริพา รประดาจรดล
๏ มละเพศบุรุษ ดำริห์สุดจะพิกล
ยลแล้วก็ฉงน เอะประหลาดละซิเรา
๏ อิลเหลือจะตระหนก มนหนักบมิเบา
กระอุแดดุจเอา สุรอรรคนิลน ๚

๏ อีทิสังฉันท์ ๚

๒๐ เล็งไศลลำเนาพนัศดำบล
วิถีก็ทั่วธิราชธยล ถนัดพลัน
๏ องค์อิศวรอุมาภิรมย์อรัญ
ชะไมมเหศวร์ก็เหิมก็หรรษ์ ระโหฐาน
๏ เราชล่าละลาบละล้วงก็ปาน
ฉะนี้แหละจึงประจักษ์วิการ วิกลเปน
๏ องค์อิลาก็คลาประนตพระเพ็ญ
สวัสดิ์ประสบพระเนตร์พระเห็น ก็กริ้วกราด
๏ เหม่อิลาชล่าไฉนประพาศ
บกลัวบเกรงกระทำอุอาจ อหังการ์
๏ เราแหละสาปแหละสันฉะนี้แหละสา
กะใจละเจ้าแน่ะนางอิลา จะทำไฉน ๚

๏ กมลฉันท์ ๚

๑๒ อิลโอนศิโรเภท พจขอขมาภัย
ศิวทรงพิโรธใน ธกระทำกระลำภร
๏ บมิทรงประสาทโทษ อิลโอดสำออยวอน
วรองค์อุมาอร อนุกูลกำลูนครัน
๏ เฉภาะองค์อิลาอวย พรอัฑฒะเอาทัณฑ์
อิลอ่อนศิโรวัน ทนน้อมคำนึงพร
๏ พจพร้องสนองบาท สุรนาฎอุมาอร
เพราะอำนาจมเหศร กรุณาและปรานี
๏ เฉภาะเดือนจะดาลเพศ ยุพเรศกษัตรีย์
ศุภลักษณ์วรินทรี ยพิลาศลออองค์
๏ คณนางณแดนไตร จะพิไลยลำเพาพงษ์
บมิเลออิลาทรง ศิริโฉมประโลมลาญ
๏ ผิวะถ้วนกำหนดหมาย วรกายก็แปลงปาน
ปฏิรูปบุราณกาล ประลุเดือนก็เคลื่อนคลาย
๏ ศุภลักษณ์สลับมาศ บมิอาจจะคงกาย
อรซ้ำกระหน่ำผาย พจนาดถเลอสรวง
๏ ขณะเปนกษัตรีย์ กิจที่กระทำปวง
บุรกาลก็ดาลดวง หฤทัยะลืมเลือน
๏ ขณะคืนพระองค์จริง กิจหญิงบแม่นเหมือน
มนโมหฟั่นเฟือน ดุจใช่หทัยเดียว
๏ สุรพจน์เผด็จพร อิลค่อนกระศัลย์เสียว
ศิระโอนอุมาเหลียว มุขลับอำลาคลา
๏ คณสาวสคราญผู้ บริพารก็ห้อมมา
พิศราวกะดารา กรล้อมบุหลันฉาย
๏ จรเวิ้งวนาวาศ ก็ระดาษดำเนินราย
ยุระเยื้องชำเลืองชาย นยน์ชมผกามาลย์
๏ อรอันสนัดขับ สุรศัพท์ประเลงลาญ
วรแซ่ผสานขาน รุกขเทพบำเทองถวิล
๏ บทจรกระเจิงเจื่อน ทุรเถื่อนผลากิณ
กรเก็บจะเพลินผิน วรภักตร์ประสบสหาย
๏ ผลเผื่อเกษมเสพย์ รสด้วยบเดียวดาย
จรดลลุแดนสาย สระสลิลก็ยินดี ๚

๏ ภุชงคปยาตร ๚

๑๒ สะอาดเอี่ยมประเปี่ยมน้ำ สลอนส่ำสโรชมี
พบูบานผสานสี สล้างกลีบกุสุมสรรพ์
๏ สำแดงดวงดำรูเด่น ประดับเบ็ญจะพิธพรรณ
พิโดรฉมระงมคัน ธรสรื่นบำเรอฆาน
๏ ภมรมั่วประทุมมาศ มิรู้ขาดสถานธาร
ชลอเอาลอองมาล ยเมื้อมุ่งอำรุงรวง
๏ สลาบโรยก็หล่นลอย กระแสสร้อยสลายพวง
สพราศพันธุปลาปวง ประเนืองน่านเฉนียรนอง
๏ ฉวัดว่ายเฉวียนวล กระโดดพ่นลอองฟอง
ระเมียรมัจฉะคลอครอง บคลาศคู่คระไลลอย
๏ ชะโดดุกกระดี่โดด สลาดโลดยะหยอย ๆ
กระเพื่อมน้ำพะพร่ำพรอย กระฉอกฉานกระฉ่อนชล
๏ กระสร้อยซ่าสวายซิว ระรี่ริ้วละวาดวล
ประมวญมัจฉแปมปน ประหลาดเหลือจะรำพรรณ
๏ สถานพุธดาบส บำเพ็ญพรตะพรหมจรรย์
ตะปาการประกอบกรรม์ อุกฤษฐ์บ่มบำรุงบุญ
๏ อิลาแลกระแสใส สำราญในมะโนสุน
ทราอรจะผ่อนอุณห์ อุทกอาบพระอินทรีย์
๏ พระนางพาคณานงค์ เกษมสรงสุวารี
ละเลิงเล่นกระแสศรี สนานน้ำสนุกใจ
๏ กระโจมจ้วงกระจ๋อมแจ๋ม แฉล้มแช่มชลาไหล
ฤษีสร้านสำนานไน ยทอดทัศนานาง
๏ อิลาเลอพิลาศลักษณ์ พิมลภักตรโสภางค์
จำเริญจิตร์บจืดจาง ประจักษ์เนตร์ประเจิดนวล
๏ เสน่ห์หนักสลักจิตร์ กำเริบฤทธิเรรวน
พระพรหมจรรยรัญจวน จำนงแนบถนอมโฉม
๏ ตระบัดจรประจากห้วง ละหานล่วงประลองโลม
สมรแม่เสมือนโสม สำรวยร่างสำอางองค์
๏ อำเภอพาลพธูพรรค์ กระเจิงวันวิเวกดง
ประดาษพาลพยัคฆ์ยง ขยาดยิ่งสยองใจ
๏ จะเชิญนางณอาศรม ศุขารมย์นิทราไศรย์
ระโหฐานสราญใน วนาวาศสอาดครัน
๏ อิลาเหล่าอนงค์ข้า สดับว้าประหวั่นขวัญ
ประนอมตามพระนักธรรม์ ธสู่ถิ่นพนาศรม ๚

๏ มาลินี ฉันท์ ๚

๑๕ พระพุธกมลชื่นชม เผยกถารม
ภะถามไป
๏ อนุชสถิตแดนใด นามสกุลไฉน
เสนอเรียม
๏ สมรอิลก็อายเหนียม นิ่งเสงี่ยมเจียม
บเจรจา
๏ บมิจะวิทุนวงษา เมืองประจากมา
มิแจ้งจน
๏ พระพุธธก็ฉงนสน เท่หถามพล
บพร่ำขาน
๏ อิสิอนุสรเล็งญาณ จึงประจักษ์การ
ณเปนไป ๚

๏ อินทวงษ์ ฉันท์ ๚

๑๒ พลางพุธประภาษพจน์ มธุรสชลอฤทัย
ปลอบเปลื้องประเทืองใจ บริพาริลาอนงค์
๏ สู ข้าประสาทสู จรสู่พนาระหง
เกษมแสนณแดนดง ดุจในพระนันทพัน
๏ จงกินรีเปน พิศเช่นสุรางค์สวรรค์
เหมห้องคุหาสน์บรร พตสรึงสราญภิรมย์
๏ พักเผือนผลาสา ทรข้าอำนวยอุดม
จักพากินรสม ศุขร่วมฤดีประคอง
๏ นางได้สดับอรรถ สุมนัศนิยมสนอง
ครั้นนาฎอนงค์ผอง พนสณฑ์สำนักสำนึง
๏ ลับพ้นลำภังดา บสพลางรำพรรณรำพึง
ร่วมอาศน์อิลารึง รสรักประจักษ์วิจล
๏ พรหมจรรย์กระเจิงล่ม ประลุพรหมพิภพบน
พ่ายภักตร์สุภณทน บมิไหวคระไลกระจาย
๏ กรรมร้อนบห่อนกรุ่น เพราะพิรุณประโปรยประปราย
กองเพลิงถะเกิงกราย ติณแห้งบแหนงบหนี
๏ ผาณิตผิชิดมด ฤจะอดบอาจจะมี
แม่เหล็กฤเหล็กดี อยะยั่วก็พัวก็พัน
๏ พื้นภพอำเภอภพ ก็ประสบเสมอสวรรค์
อยู่ชั่วนิรันต์กัลป์ อวสานประมาณประเมิน
๏ องค์อรอิลาสา ทรแสนจะเพลิดจะเพลิน
ชมพุธชวนเชิญ อภิบาลบำรุงบำเรอ
๏ คืนวันก็พลันเคลื่อน ประลุเดือนประหลาดละเออ
หลากลักษณ์อิลาเลอ อิลราชฤทธิรงค์ ๚

๏ สัทรา ฉันท์ ๚

๒๑ เออนี่เราล่ามฤคดง จรวนดรุพง
เผลอพระองค์หลง ฉะนี้ไฉน
๏ สู่อาศรมโอ้ประหลาดใจ นิกรพลคระไล
ทิ้งดนูไป บรู้ตน
๏ เห็นแต่ท่านผู้แสวงผล วรพุธมุนิขวน
โปรดยุบลแจ้ง ประจักษ์ความ
๏ ดาบสปางได้สดับถาม ผิวะจะพจนตาม
จริงณยามนี้ มิบังควร
๏ คงโศกเหลือแสนพิลาปครวญ ทุมนสอุระหวน
เราจะอำยวล ยุบลลวง
๏ ดูราราชผองอมาตย์ปวง พหลพลทะบวง
ทวยทหารหลวง ประไลยลาญ
๏ โดยพ้องเหตุเหี้ยมมหันต์หาญ ฆณศิลปะทะราน
จึ่งพินาศปราณ บเหลือหลง
๏ ตัวท่านพ้นภัยไฉนคง ชิพิตจิระธำรง
แฝงพระองค์วง วนาศรม
๏ ฟั่นเฟือนเลือนลืมเพราะอารมณ์ วิปริตกระอุกรม
เดือดบได้สม ประฤๅดี
๏ อย่าทรงเศร้าโศกพิโยคมี ทุมนสบมิดี
ส่ำสุเมธี ติเตียนนัก
๏ อันเกิดมาเปนสภาพลัก ษณะมนุชะก็จัก
ตายแหละแน่นัก นะราชา ๚

๏ อุปชาติฉันท์ ๚

๑๑ พระอิลราชฟัง พจพุธสำแดงมา
สุดดับระงับอา ลยโศกพิโยคครวญ
๏ เสียดายทหารหาญ รณชาญอมาตย์มวญ
และเสวกาควร ฤจะมามลายชนม์
๏ ดำรงณสัตย์มั่น และกตัญญุตามน
ใกล้ชิดสนิทตน ตะละผู้ก็พึงใจ
๏ ตั้งแต่จะแลลับ ฤจะกลับประสบไฉน
นครก็จรไกล สละราษฎร์นิราศมา
๏ จะทุกข์ฤศุขดัง ดนุยังผดุงผดา
จอมนาฎสนมผา สุกใจไฉนมี
๏ ทุกเหล่าจะเร่าร้อน อุระข้อนและโสกี
มิรู้จะร้ายดี จรล่านิรารมย์
๏ มิวายสบายบาน ศุขสานต์เสน่ห์สนม
พรั่งพร้อมประนมคม คณะนาฎบำเรอเสนอ
๏ แรมเวียงนิเวศน์เนา พนเขาขนัดเฌอ
เคราะห์กรรมกระทำเออ ก็เอน็จอนาถใจ
๏ พระทูลพระพุธดา บสข้าจะลาไคล
เวนราชโภคัย สุรย์แสนศฤงคาร
๏ แด่องค์พระโอรส และจะบทจรพนานต์
สำรวมภิรมย์ฌาน ตะปะยุตตโยคี
๏ พระพุธประภาษชวน ธจะด่วนคระไลหนี
เชิญองค์พระจงมี มิตรภาพผดุงกัน
๏ อาศรมธอาไศรย กิจใดจะทรงสรรพ์
ก็จงประกอบกัน ตะปะการสราญเทอญ
๏ พระอยู่ก็คู่เปลี่ยว ขณะเหี่ยวก็หากเพลิน
อกเอ๋ยบเคยเดิน พระจะดั้นอรัญไฉน
๏ ฟังพจน์พระพุธชวน ธก็หวนมนาไลย
พำนักบำเพ็ญใน วรพรตภาวนา
๏ พระพรหมจรรย์อัน ฐิรชั้นพระพรหมา
สบช่องก็ปองปรา รภโชคชไมมน
๏ ชื่นชมพระพรหมจรรย์ อภินันท์นิราจล
เจอะคราวมิชอบกล ก็ประลาศมิอาจรอ
๏ เพราะล่วงลำดับเดือน ดนุเลือนอิลาลออ
นงค์เยาว์พเน้าพนอ อนุพนธ์พระสิทธา
๏ กลายกลับสลับกัน ก็นิรันต์ระหว่างมา
ประดุจพระวาจา พระอุมาประสาทสรรพ์ ๚

๏ วสันตดิลก ฉันท์ ๚

๑๔ ปางราชนิราศวรนิเวศน์ ทิววาระนานครัน
ชาวกรุงละลุงจิตรรำพรรณ พจน์ถึงคะนึงครวญ
๏ จอมนาฎสนมนิทรละล้า ก็พะว้าพะวังหวน
หวังเห็นพระเพ็ญพิภพรวน อุระร้าวผะผ่าวใจ
๏ โอ้จอมจุฑาธุชธำรง ศิริรัฐฉัตร์ไชย
เชือนช้าพระล่าวนไฉน บนิวัตินิเวศน์สถาน
๏ พื้นพงพระหาวนพระจร ทุรค่อนจะกันดาร
เคยทรงเสวยศุขสราญ ณพระราชวังหลวง
๏ บรรธมพระแท่นบวรอาศ นพิลาศพิไลพวง
มาลาบำรุงกมลปวง บริจาประจำองค์
๏ แรมเถื่อนบเหมือนพระทิพรัตะ นปัจจฐรณ์ทรง
ปราศเปรมเกษมผิวะจะบง คณข้าประดาชาย
๏ ยามสรงพระสรงกษิรธา รสหัสะโปรยปราย
ไพรพฤกษ์จะพรมพระวรกาย หิมุทกธารา
๏ เคยทรงสดับดุริยสัง คิตศัพทหรรษา
เถื่อนถิ่นจะยินวิหคกา สุรก้องกระเวนไพร
๏ เคยเสพยสูปและพยัญ ชนอันอร่อยใน
วังรัตน์พระพลัดจรคระไล จะระอาผลาหาร
๏ เสนาคณามุขอมาตย์ ก็ประหลาดฤดีดาล
ใดราชประพาศพนสถาน ทุรหลงละเลิงชม
๏ การเมืองก็เคืองธุระประดัง ผิจะสั่งบเสร็จสม
ทวยขุนก็ขุ่นมนระงม บมิรู้จะทำไฉน
๏ ส่ำราษฎร์ก็อาวรณภู ธรผู้ประจากไป
ท้าวอยู่ก็ดูศิริวิไลย มละท้าวก็เปล่าทรวง
๏ ต่างหวังและตั้งกมลคอย ก็ละห้อยคระโหยหลวง
สร้อยเศร้าและเหงาหทยปวง นรปราศธิราชครอง
๏ คือป่าผิไร้คณะพยัคฆ์ จะพำนักอะไรตรอง
นาวาจะคลาชลณคลอง ขณะแล้งจะลอยไฉน
๏ ปราสาทพิลาศรตนปลอด พิศยอดสิหายไป
ไพชนต์บยลธุชพิไชย ฤจะเงื้อมสง่างาม ๚

๏ อุเปนทวิเชียร ฉันท์ ๚

๑๑ อิลาสำเริงสู่ พุธคู่บคืนคาม
ก็ทรงพระครรภ์ตาม ปฏิพัทธ์กำหนัดเชิง
๏ ณคราวพระเปนหญิง ธก็ยิ่งละเลิงเหลิง
ตะปาถะเกิงเริง ขณะเปนบุรุษรม
๏ ฉะนี้แหละกำหนด ทศมาศสมาคม
ประสูติพระชายชม ปุรุรพสมัญญา
๏ ถนอมพระหน่อนารถ พิสวาสดิแสนสา
บำรุงบำเรอผา สุกแผ้วภิรมย์ใจ
๏ ประจวบอิลาลัก ษณเลือนกระลับไป
พระพุธรำพึงใน หิตข้อประโยชน์คุณ
๏ จำกูประกอบเกื้อ อิลเอื้อและอุดหนุน
ละบาประบายบุญ บุรรูปดำรงคง
๏ พระเชิญประชุมผู้ พระมหาฤษีทรง
พระคุณระบือยง ยุดเติบตะปากร
๏ พระพุธปฤกษา กะคณามุนีวร
บำบัดทุโทษกรณ์ จะประกอบประการไฉน
๏ อิลามล้างบาป ศิวสาปจะเสื่อมไป
ธำรงพระรูปไท อิลราชบรางเลือน ๚

๏ สาลินี ฉันท์ ๚

๑๑ คาบนั้นกรรทมผู้ พระบิดาก็มาเยือน
ยังถิ่นพำนักเผือน สพรั่งพร้อมพระนักธรรม์
๏ อาสูรโอรสแสน นิราศแคว้นอนาถครัน
พ้องโทษที่สาปสัน ก็เสื่อมสิ้นสง่างาม
๏ นี่หากมาพบพุธ ประเสริฐสุดพยายาม
จักเคลื่อนจักคลายความ อุลามกมลายหาย
๏ เราเห็นมีทางแก้ ก็ควรแต่จะตังวาย
สมเด็จผู้ฤๅสาย อิศวรซร้องสการกรรม์
๏ มิ่งม้าบูชาอง คคงทรงทุเลาทัณฑ์
ดาบสเห็นพร้อมกัน ประกอบกิจพิธีการ ๚

๏ อุปัฏฐิตาฉันท์ ๚

๑๑ จึงองค์อิลราช ธประสาทพระราชสาส์น
สู่ราชบุระฐาน ธุระเกื้อพิธีกรรม์
๏ แถลงเรื่องจรล่า มฤคาณไพรสัณฑ์
สบสาปศิวทัณฑ์ ทรเพศพิลึกเหลือ
๏ บัดนี้จะกระทำ พลิกรรมจุนเจือ
ไถ่โทษธุระเขือ คณมาตยมนตรี
๏ อย่านอนหฤทัย ขณะได้สดับคดี
จัดฐานพิธี อนุกรมระดมงาน
๏ แวดวงวรมา ฬกราชประดิษฐาน
แทบฝั่งชลธาร ทนุโดยพระคัมภีร์
๏ ปลายแคว้นบุระขัณ ฑสิมาประมาณมี
ที่พักพระมุนี ระยะย่านและร้านรวง
๏ เหมรัชฏภักษ์ วรทักษิณาปวง
เพื่อเราจะบำบวง บรเมศวร์มลายเข็ญ ๚

๏ สุรางคนางค์ ๚

๒๘ คณาอมาตย์
ตระหนักณสาสน์ ก็คลายลำเค็ญ
ระบือระบาย ขยายประเด็น
พระยากพระเย็น พิโยคบุรี
๏ พะสาปพะสัน
พะโทษพะทัณ ฑกรรม์กระลี
พระเกรงพระยำ จะทำพิธี
พระภูบดี จะคืนนคร
๏ อมาตย์ประชา
ธชีพระบา ก็เบานิวรณ์
กะกันสฤษดิ์ กิโจประกรณ์
มินิ่งมินอน มิเกี่ยงมิกัน
๏ ประดุจพระราช
ประสงค์ประสาท ละสิ่งละอัน
สถลสถาน สพานและสรร
พมารคภิมัณฑ์ พิมลมะเลือง
๏ ลุมาดกมล
ละผู้ละตน หทัยประเทือง
อมัจจ์บดี กุลีและเนือง
ประชาณเมือง ก็เปรมก็ปรีดิ์ ๚

๏ ฉบงง ๚

๑๖ เล็งลานโรงราชพิธี พ่างพื้นเภรี
พาลุกโรยรัฐยา
๏ รื่นรมย์เรียบราบมรรคา หลายสายสายตา
ตลึงเตลิดลาญแล
๏ มาฬกตระหง่านเงื้อมไถงแถง ติดตาดดาดแพร
ก็พรายก็พรันบรรยง
๏ ยลโถงโปร่งช่องชวนบง โบกฟ้าเฟือนหลง
และล่อให้โลกเล็งลาญ
๏ ล่อง ๆ มาลุตแล่นพาน พ่างแข่งคัคณานต์
ก็คือจะคู่ควรคง
๏ ยาบย้อยระย้ามาศบรรจง ราชวัตร์ฉัตร์ธง
ประเทืองประทิวปลิวปลาย
๏ มะลังมะเลืองเครื่องตั้งตังวาย แวงข้างวางบาย
ศรีรัตน์หิรัญหลั่นทอง
๏ บัตรพลีพานผกาพวงกรอง แกมลาชลำยอง
ละอันก็เอี่ยมอำไพ
๏ ฐานอัศว์แท่นอาศน์อิลไท เถือกทองก่องไกร
ประกอบด้วยแก้วดำกล
๏ พร้อมสรรพไสยศาสตร์มงคล พิธีมณฑล
ประเทืองประทีปชัชวาลย์
๏ ถิ่นที่ทวยทวิชาจารย์ นักธรรมช่ำฌาน
ก็เฉิดก็ฉายรายเรียง
๏ ริมทางโรงทานคั่นเคียง อคร้าวกล่าวเพียง
คือกัลปพฤกษ์นึกสม
๏ เงินทองของเสวยเนยนม ทักษิณาปรารมภ์
ก็ลุดังเจตน์จงปอง
๏ โรงการมหรศพครบผอง นักรำช่ำชอง
นักร้องก็ขับจับใจ
๏ ปันเวรเกณฑ์กันทั่วไป น่าที่ใครไฉน
ก็สั่งก็ซ้อมพร้อมมูล
๏ เสร็จกาลขานข่าวท้าวทูล นักพรตพร้อมมูล
และปัตนีนำมา
๏ ผายผันถั่นเข้าสู่มา ฬกราชวรา
ธิราชธเริ่มพลีกรรม์
๏ เบิกอัศวพ่าห์กาฬพรรณ มิ่งมงคลขวัญ
อนัคฆคู่ควรนคร
๏ งามลักษณ์ล้ำพญาไกรสร สามารถอาจรอน
อเรนทรราชฦๅไชย
๏ ฝีเท้าเคล่าคล่องว่องไว วิยพ่าห์อำไพ
พระพายผยองฟ่องโพยม
๏ ผูกเครื่องเรืองรัตน์เลื่อมโลม เลอศรีเล็งโสมะ
นัศล้ำลำยอง
๏ ภู่พราวดาวมาศลาดขนอง โกลนพนังมะลังลอง
แลอานก็เอี่ยมอำพน
๏ พานหลังพานหน้าน่ายล สายถือถกล
ประกอบกนกแนมมณี
๏ นายม้าอ่าโอ่อินทรีย์ พาพญาพาชี
อัญเชิญประเทียบแท่นทอง
๏ ชาวประโฅมโหมฆาฏฆ้องกลอง กรับนำทำนอง
แตรสังข์บัณเฑาะว์ดุริยางค์
๏ นักพรตพร่ำพระมนต์พลาง ดำหรับแต่ปาง
ปุราณะเทอดธรรมเนียม
๏ พระวงษ์ทรงนำอัศว์เตรียม ตรวจทัพเทียบเทียม
จะเทาประเทศถิ่นไกล
๏ กลาดลานขานโห่เอาไชย พ่างพื้นแผ่นไผท
จะผกจะเพิกภินท์พัง
๏ พื้นหาญเหิ่มแกล้วกำลัง คอยเฝ้าใฝ่ฟัง
ธปลดธปล่อยพาชี
๏ ส่ำสรรพ์กลั่นกล้าราวี สมัคล้างไพรี
ประกวดแก่กันลั่นเมือง ๚

๏ อินทรวิเชียรฉันท์ ๚

๑๑ องค์อิลราชา ทศนาดุรงค์เรือง
คร่าวในหทัยเคือง มนครุ่นและขุ่นตรอม
๏ แท้ธรรมดาขัต ติยรัฐดิลกจอม
อาณาถนอมออม วรอาศน์ฉกาจรณ
๏ เกรียงไกรกเรนทร์รัตน์ วรอัศวมงคล
โยธินทร์พฤนท์พล พรสัตย์กระพัดใจ
๏ ท้าวแลดุรงค์ราช วรอาศน์ก็อาไลย
คราวกรรมจะทำไฉน สละเพื่อพิธีพลี
๏ ปางดลดิถีงาม ศุภยามอุดมดี
ปล่อยราชพาชี อุปการพลีกรรม
๏ กองทัพกำกับยาตร์ ปรราชบเกรงยำ
ถับถิ่นประเทศทำ บมิรู้ก็จู่ตี
๏ แตกพ่ายกระจายยับ พลทัพธย่ำยี
ด้าวใดผิไมตรี ธุระต้อนก็ผ่อนผัน
๏ รับทัพและรับอัศว์ ปฏิบัติบำรุงครัน
แต่งทัพธส่งสัญ จรสุดสิมาเมือง
๏ ดลแดนสดวกสม อนุกรมนครเนือง
ทุกด้าวบเปล่าเปลือง ประดิพันธไมตรี
๏ แดนใดบไกลเกิน ก็ผเชิญขบวนกรี
ธาทัพธิราชมี มนช่วยอำนวยการ
๏ ใดราชผิยาตร์ยาก จะลำบากเพราะกันดาร
ไป่จำประจากสถาน ธก็รับดุรงค์พล
๏ บรรดาพระราชา จรมาณมณฑล
เทียบทัพก็สับสน จตุรงคเสนา
๏ พร้อมสรรพพยู่ห์ยาตร์ พลยุทธโยธา
เมือมุ่งณเสมา พลหินทธานี ๚

๏ ฉบงง ๚

๑๖ เดินทัพสะเทือนท้องธรณี ทุ่มฆ้องกลองตี
ก็เซ็งก็แซ่แตรสังข์
๏ เพียงผลาญแผ่นพื้นภพพัง นฤโฆษอันดัง
ในแดนในด้าวดงดอน
๏ คล่ำ ๆ พลคชางางอน เหมหัษฎาภรณ์
ก็แพรวก็พรายข่ายกรอง
๏ สองหูภู่ขาวดาวทอง รัตคนคาดซอง
หางสมสอดพลุกสุกพรรณ
๏ ขุนคชคุมขอขี่กรรฐ์ ควาญท้ายนายอัน
ประจำณบาทยาตรา
๏ พลพร้อมล้อมเชิงคชา พิศดูตรูตา
อันตกอันแต่งตัวดี
๏ กำแหงแห่งหัดถคระวี อาวุธอันมี
มหิทธิเดชเวทขลัง
๏ คล่ำ ๆ ส่ำแสะกำลัง เหยาะยาตร์ผาดผัง
ลำพองสง่าร่ารน
๏ เหลืองแดงหมอกขำดำปน ลางกระเลียวเขียวขน
ทั้งผ่านและขาวพราวพราย
๏ พิศตาบทาบหน้าพรรณราย สายง่องถ่องสาย
อันถืออันถ่วงหน้าหลัง
๏ อานทองกล่องโกลนเนื่องพนัง ภู่ขาวดาวฝัง
แฝงขลุมประเจิดจินดา
๏ สารถีขี่ขับอาชา อาตม์โอ่โสภา
พรรฦกสลอนฟ้อนทวน
๏ ทายธนูหอกง้าวงามขบวน พาชีเชิงชวน
ก็เชี่ยวในเชิงอาชา
๏ คล่ำ ๆ ส่ำบทพลา กำยำกำยา
บย่อประยุทธ์อยู่คง
๏ อเคื้อเสื้อผ้าอ่าทรง อาวุธธำรง
ทำลายริปูปลดเปลือง
๏ หลายเหล่าเข้ากันบรรเทือง ทิวแถวแนวเนือง
นิกรอันแกล้วกลางณรงค์
๏ คล่ำ ๆ ส่ำรถอลง กตแก้วกำกง
ประกอบกนกแนมงอน
๏ ริ้ว ๆ ทิวธงสลอน ลิ่ว ๆ เล็งงอน
ก็เงื้องสง่าโง้งงาม
๏ ครึกครื้นดื่นไพรไต่ตาม พ้นพนาราม
บรรลุณแหล่งพลหินท์
๏ ทวยเท้าเฝ้าบาทธิบดิน ทรเอกองค์อิล
อำรุงพิธีพลีกรรม์ ๚

๏ สุรางคณางค์ ๚

๒๘ ณคราวประกอบ
พิธีก็ชอบ มโนอนันต์
นิกรนรา ทิชาจรัล
ณฐานะอัน กระทำพิธี
๏ ก็สับก็สน
ปะป่วนปะปน สถลวิถี
นำหลานและบุตร์ บุรุษสตรี
กะจอกะจี สนั่นสำเนียง
๏ สนุกสนาน
พินิจสคราญ ระบำจำเรียง
สนิทสำนาน ผสานสำเนียง
ก็พริ้งเพราะเพียง จะเผลอจะเพลิน
๏ ละผู้ละคน
ประไพพิมล คระคล่ำดำเนิร
ก็แซงก็แซก ผิแขกเผชิญ
มิก้ำมิเกิน มิก่อมิกวน
๏ ธชีทิชา
ลุทักษิณา อเนกคำณวน
และอิ่มและหนำ พระทำก็ควร
ประมาณประมวญ ก็มากอนันต์ ๚

๏ ฉบงง ๚

๑๖ ปางถ้วนปฏิทินถึงวัน บรรจวบขวบอัน
อัศวพ่าห์มาเมือง
๏ คืนสู่มาฬกมะลังมะเลือง นักสิทธิ์วิทเรือง
ก็รับก็รองปองใจ
๏ จำเริญวรเวทตรัสไตร ตรีวารล่วงไป
ก็ปลงชีวาพาชี
๏ แล่เนื้อนำเครื่องในพลี ย่างเหนืออรรคนี
สังเวยศิวาสาทร
๏ โหมเพลิงเริงโรจน์อัมพร พากลิ่นกำจร
จรูงสวรรค์กรรหาย
๏ ฉิว ๆ ชื่นหวลอวลอาย รสกล้ากำจาย
ก็เจื่อนกระเจิงจักรพาฬ
๏ ท้าวทรงมุรธาภิเษกสนาน พราหมณ์พฤฒาจารย์
ก็เจิมด้วยจุรณจวงจันทน์
๏ ถวายโสมทรงเสพเสริมขวัญ มิ่งมงคลอัน
พิพัฒน์พิพิธสิทธิไชย ๚

๏ มาณวก ฉันท์ ๚

ปางศิวเจ้า เนาณพิมาน
บรรพตสานต์ โสภณะไกร
๏ ลาศระโห โอ่หฤทัย
ทราบมนใน กิจจพิธี
๏ ทวยธกระทำ กรรมพิเศษ
อัศวเมธ ปูชยพลี
๏ เคลื่อนวรองค์ ลงปถพี
สู่พระพิธี สาทรกรรม
๏ พอพระหทัย ในวรกิจ
อามิสคิด อันธกระทำ
๏ ท้าวธประนอม ออมกุธอำ
นวพรคำ ควรจะประสงค์
๏ เอออิลราช ปราศทุรการณ์
เราก็ประทาน โทษกะองค์
๏ แต่ขณะนี้ มีศิริทรง
รูปและคง เดิมบมิกลาย
๏ กล่าวพรสิทธิ์ อิศวรางค์
เหินณนภางค์ โฉมพระก็หาย
๏ เหิมหฤหรรษ์ พลันมุนิผาย
องค์อิลวาย ทุกขระทม
๏ ลาพุธเข้า เนาพระนคร
คืนดุจก่อน กาลนิยม
๏ ราษฎร์ก็เกษม เปรมศุขรมย์
เริงมนชม โพธิสุภาร
๏ ท้าวธรำพึง ถึงวรองค์
โอรสทรง นามขนาน
๏ คือสสพินทุ์ ปิ่นพระกุมาร
ควรจะประทาน รัฐธำรง
๏ รังอภิเษก เอกปิยบุตร์
พงษพิสุทธิ์ สืบสุรวงษ์
๏ รัชชถวัลย์ ทันพระประสงค์
มอบธธำรง รั้งพลหินทร์ ๚

๏ สัททัลวิกีฬิต ฉันท์ ๚

๑๙ ครั้นเสร็จการอภิเษกองคสสพินทุ์
จอมราชบิดาจิน ตนา
๏ ถึงหน่อพุธปุรุรพพิพัฒน์ชนมนา
ควรแก่จะราชา ภิเษก
๏ จึ่งรังสฤษดิ์ปฏิฐานนคระรุจิเรก
อวยแก่พระองค์เอก อุรส
๏ สองราชสองพระนครขจรพระกิติยศ
เดชาก็ปรากฎ กระจาย
๏ ร่มรัฐราษฎร์อภิรมย์อุดมศุขสบาย
ผองภัยมิใกล้กลาย ประชา ๚

๏ ฉบงง ๚

๑๖ ประพันธ์ฉันทพากย์พรรณนา อิลราชอิลา
ก็ลุดังจิตร์จงเพียร
๏ โดยฉบับบ่อเกิดรามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์เธียร
ธิราชธเริ่มรังสรรค์
๏ หลวงสารประเสริฐ (ผัน สาลักษณ) ทรงธรรม์
ประสาทสกูลบิดร
๏ ข้าบาทบพิตร์มหิศร สัตยาสาทร
ภักดีต่อใต้บทมาลย์
๏ ใช่ปราชญ์อาจปรุงปรับสาร เฉลิมเกียรติ์ภูบาล
ธิเบศร์กษัตริย์ฉัตร์ไชย
๏ พระมงกุฎเกล้าเกษไทย ที่หกรัชสมัย
มหิทธิเดโชพล
๏ พระคุณพระคือสาชล ชื่นแช่มชมผล
พระชุบพระย้อมย่อมเย็น
๏ พระการุญภาพบำเพ็ญ แผ่หล้าเล็งเห็น
ประจักษ์แก่จิตรนิจกาล
๏ เดชะสุจริตไตรทวาร จุ่งพลันบันดาล
ได้เสพแต่สรรพ์สวัสดี ๚
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ