พระสุธนคำฉันท์ ของพระยาอิศรานุภาพ (อ้น)

๑๖

๏ กฤษดาญบงกชกรกรรพุม ทศนัขประชุม
ชุลีดิลกโลกา
๏ โลเกศรเทพพรหมมา อันมีมหา
การุญสัตวสบไสมย
๏ ผู้ทรงอธิกนามตรัสไตร เสด็จแสดงญาณไญ
ยะธรรมวิสุทธิโอฬาร
๏ เสวยเสวตรวิมุติฉัตรวรญาณ เผด็จเบ็ญจพิธมาร
ดำกฤษณราคนิวรณ์
๏ ปองโปรดนรเทพนิกร ทานพกินร
อสุรนาคคนธรรพ์
๏ วิทเยนทรกุมภกุมภัณฑ์ ทวยแทตย์อนันต์
ก็สู่สิเวศเสวยรมย์
๏ มีพระอรรคญาตินิยม เปนอาทิคม
อธิกลุธรรมา
๏ หนึ่งนบนพโลกุตตรา สหทังจรรยา
ปิฎกสมเด็จดาลแสดง
๏ คืออำมฤตยรศรวยแรง ไตรภพพึงแสวง
ประสบประสมสมาคม
๏ พบบาทอริยานุกรม องคอัษฎางคพรหม-
จรรยจำเริญนาบุญ
๏ สละโลภปลิโพธินิศคุณ ธรธรรมวิบุล
บำบัติพิบัติสังวร
๏ เสร็จข้าถวายกฤษดาญกร วิสุทธสาทร
ประนามในรัตนไตรยางค์
๏ บังคมอิศวเรศเลิศปาง เสถียรเทพปฤษฎางค์
พฤศภอุศุภยานยง
๏ อิกองค์สฤษดิรักษ์อันทรง บัลลังก์ภุชงค์
ชำนิในรณเรืองรณ
๏ ไหว้ไทจตุรมุขพิมล เหิรหงษหาวบน
ตระศักดิสูรยบังพรรณ
๏ นบเจ้าจอมเมรุถงัล จักรปาณีคัณห์
คือจักรพระจักรกรี
๏ ไหว้ไท้นรเทพธเรศตรี ศรราชพิรี
ยะภาพเพี้ยงภุชพล
๏ บริรักษชคสัตวสากล ในภูมิมณฑล
ก็เย็นเกษมศุขรมย์
๏ นบเทพอันทรงจตุรพรหม วิหารอุดม
เปนนิตยเนืองในคุณ
๏ อันกอบด้วยมหันตการุญ อาบอ้ามม่ามภุญช์
บำเรอบำรุงเปนตน
๏ ไหว้ครูอุปเทศยุบล สึกสารนุสนธิ์
คดีไป่เอื้อนอำแสดง
๏ ข้าขอนิเทศแจ้งแจง ตำนานสำแดง
อดีตอันแล้วล่วงมา
๏ โดยในเปญญาศกชา- ฎกอันอริยา
บรรยายนิเทศแทนองค์

๑๑

๏ ปางองค์พระศรีสาก- ยมุนินทรอันทรง
เวสารัชญาณยง อภิเศกสมภาร
๏ เสด็จยังพิหารเชตร พนาภิรมย์ฌาน
สราพกองค์อาริย์ คณสงฆเนืองใน
๏ ปรารพภ์ภิกษุสา- วกหนึ่งกระสันต์ใจ
อาวรณ์พิลาปใน รศราคนิวรณ์วล
๏ โอนเอาตำนานนาน ทุรดาลอดักดล
ปางเปนสุธนทน ทุกขหวังสัพพัญญู
๏ บันทูลนิทานเทียบ กุลบุตรกำเดาดู
เพื่อพาศนาชู ฉเพาะผลพึงเพียร
๏ ปางองค์ตถาคต วิริเยศยังเวียน
สงสารจักรเจียร กำเลาะหลงก็มามี
๏ ในมาตุคามมล- ทินโทษราคี
หากเห็นฤดีดี แลกำศรดมโนนาน
๏ ดับนั้นก็ดุษดี วรพุทธโยงการ
ไปโปรดแสดงปราณ อนุสนธิ์แจ้งแจง
๏ ขษณนั้นพระสงฆ์สา- วกผู้ประสงค์แสวง
สดับโดยอดีตแสดง ก็ทูลขอลิลาธรรม
๏ มีพุทธฎีกา ดำเนินอรรถดำนานอัน
โดยดึกดำบรรพกัลป แลอุบัติโพ้นมี
๏ ราชาธิราชา อดิศรธเรศตรี
อาทิตยวงษ์ดี- ลกราชภูธร
๏ ครองมิ่งมไหสูรย์ สุรศักดิฦๅขจร
ในบูรพนคร อุดเรศปัญจา
๏ เสนาคณานี- กรราชแสนยา
แสนเสวกานา- ยกยุทธโจษจล
๏ นานาพลากร ปฏิพลสพราศพล
สามรรถราญรณ อริราชสยบแสยง
๏ พลคชคือคช สิหราชเริงแรง
สินธพดาลแสดง ดุลเดชรณภู
๏ พลรถจำรูญรัตน ชำนิอัศวสินธู
ยานยุทธไพรู ปรปักษ์ยากปอง
๏ ไป่รู้พิกัดโกฎิ พลพฤนทรกาจกอง
สพสาตรนานอง รณรงครำบาน
๏ ไพศาลสฐานมณ- ฑลเทพโอฬาร
ร้อยโยชน์พิศดาร จตุรัสโดยมี
๏ ปราการประกลกล สุรโลกยธานี
คือเพชรไพที ศีขรินทรรอบราย
๏ เสาซุ้มทวาเรศ วิเมลศโพรงพราย
เนินนางจรัญราย ธุชทิพโบยบน
๏ เขื่อนคูพิไชยสิน- ธุสมุทธรทรึ้งชล
แขวงขอบพิศาลกล อรรณพน่านนอง
๏ นานาอุบลบุณ- ฑริเกษกาญจน์กอง
เผื่อนผันเอนกนอง ระดะดาษผดาแจรง
๏ ฟุ้งฟ้าขจรคนธ์ นิลุบลตระบอกแบง
เรณูภิรมย์แรง ชระอบตระวันวรรณ
๏ เบื้องบั้นพิถีเทา ถลมารคราบรัน
เฉกทิพจรอกจรัล สุรโลกยโอฬาร์
๏ รายราชวัตรวรร- ณวิจิตรเจษฎา
เทวภาคยรัถยา รศฉมสุคนธาร
๏ เพชรพวงเพยียคน- ธอุบลรำไบมาลย์
อวนอายพิโดรดาล แลระย้ารำยวรยล
๏ ชายหญิงผสานสาร สรสนุกนิกามกล
มีมั่วกมลมนท์ รศเริงฤดีดาล
๏ เมืองมั่งธนังนอง นุประการโอฬาร
เพียงภพมัฆพาน อดิเรกหิรัญธัญ
๏ ฉายฉัตรพิไชยเยน ทรเสวตรกางพรรณ
ดุจดวงตะวันจัน- ทรวิจิตรมณฑล
๏ เหนือตรีบุรีสู- รพิมานดำกลกล
กรดแก้วระบายบน รุจีเรขรามเรือง ฯ

๑๖

๏ พรายพรายสิหาศน์มลังเมลือง แก้วเก้ากนกเนือง
พิสุทธแสงอาภา
๏ อับแสงสุริยรังรจนา ดุจมือแมนมา
พิจิตรด้วยแก้วแกมกล
๏ เจ็ดชั้นบันเจิดหาวหน เพรียมพรายอำพล
โพยมพยับยับแยง
๏ บานปัทมกระหลับแคลงแคลง รายรัตนเรืองแสง
วิโรจโชติชัชวาลย์
๏ พริ้งพรายเหมหงษพิศดาร คือเห็จเหิรทยาน
ยะยาบยย้ายยักยนต์
๏ สูงส่งฟ้าหล้าสากล ไตรโลกเล็งฉงน
ดั่งสับตแสงแสงพัน
๏ กรงนาคมกรเกี้ยวกัน คือเศียรอนัน-
ตนาคดูดาลแสดง
๏ บันบดขบวนเขบจชรุแชรง แก้วเก้าฝั่งแฝง
ประกดประกิจยรรยง
๏ ครีบครุธชำนันนิศกลง ฟ้าหล้าลาญหลง
คือภาพกระพือโดยถวิล
๏ ขนอบขนองรายรัตนาจิน ดาดาษมณิน
มณีดำกลคาคำ
๏ ทาบทวยนวยกาญจนทองทำ กลกรนางรำ
รทดรทวยกรกราย
๏ ครงครีวัลเวจเพราพราย บันบราลีราย
ระริบจะปาดลมลาญ
๏ เนืองนันต์นพศูลชัชวาลย์ พริ้งพรายพรหมมาน
คือดั่งจะเหจหงษบิน
๏ มีเทพประนมกรกิน นรนาคสุรินทร์
สุเรนทรดูเรียบราย
๏ เรืองรอบฟ้าหล้าเหมือนหมาย คือศศิสุริยฉาย
จำรูญจำรัสนิจกาล
๏ ฉลุเฉลามณีรัตโนภาร ฝาทองพิดาล
ระดาษด้วยดารากร
๏ ผนังทองพิไชยบัญชร สิหาศน์มกร
บังอวดบังอิงอาศน์องค์
๏ เพี้ยนภาพสิงฆสิหยรรยง วิหคเหมหงษ
คือดั่งจะเดินโดยเปน
๏ ค่าใครบมิพิดเพียนเห็น คล้ายคล้ายเปนเปน
ตระหลบตระเลิศธรณี
๏ พระลานแลล้ำเภรี ชำนันนนทรี
ถงัลคือตนตื่นตา
๏ สำหรับลองพลปติพา หณราชแสนยา
กรศิลปแล่นลอง
๏ ฟ้อนแพนดาบดั้งตระบอง เกาทัณฑ์ธนูทอง
แลตรีเสน่าคมไกร
๏ คล่าวโคนคลีกลชิงไชย กล้องทองบอกไฟ
ประเกาะประกวดหลายพรรค์
๏ ลองสารคือสิหเมามัน รณรงค์ชำนัน
ชำนิบำรูกลางแปลง
๏ ลองเล่นอัศดรสำแดง วิ่งม้าทวนแทง
แลโรมรันแทะผันผยอง
๏ ลองรถสินธพลังลอง ขันขับคลาคลอง
จะชิงเอาไชยชาญสนาม
๏ ส่ำแสนจตุรงคภิราม ชาญเชิงสงคราม
ลลอบลล้าวในณรงค์
๏ ย่อมล้วนสาหดทนคง สามารถยืนยง
ชำนิในกลหลายกล
๏ แม้นมารบมิอาจมาผจญ เศิกเสี้ยนตื่นตน
รรัวรรอบยอบยรร
๏ โอนออกทุกท้าวคมคัล บรรณาเนืองนันต์
ประนตยน้อมมือมาลย์
๏ มีมิ่งมเหษีนงคพาล นงโพธโลมลาญ
สวาศดิวิไลยลาวรรณ
๏ ทรงนามอัคเรศแจ่มจัน- ทรเทพีอัน
เปนปิ่นกระษัตรีย์สัตรี
๏ อันเตบุริกราชนารี หกหมื่นหมายมี
ศุภลักษณแลองค์เอี่ยมองค์
๏ เฉกอับษรสมบูรณบง กชภาคนงยง
บันจวยบันเจิดกามา
๏ บันสารสังคีตเสภา บำเรอราชา
จำเรียงจำเริญอภิรมย์
๏ เพลี้ยเพลงปี่แคนสวยสม ดุริยางคระดม
บันเดาะแลดีดดนตรี
๏ แน่งนางรวยรำแลที แลลาญฤดี
รด่าวรดิ้นกลางใจ
๏ กึกก้องฆ้องขานกลองไชย ครื้นเครงหวั่นไหว
สทกเสทือนฦๅระงม
๏ ชายหญิงบันเทิงทุกกรม หฤๅหรรษาสม
สรนุกจำเนียรนิจกาล
๏ ท้าวเสวยศุขรมยโอฬาร ในบูรพทิศาน
เกษมทิพาราตรี
๏ เกิดแก้วจักรพรรดิธรณี ศรราชบดี
บดินทรดิลกโลกา
๏ คือองค์พิชิตมารอันมา จากด้าวแดนดา-
วะดึงษประสงค์สมภาร
๏ เดชาภินิหารองคอารย์ จักสฤษดิพุทธการย์
การกธรรมามูล
๏ บันดาลนิธีมาภูล เพื่อพุทธางกูร
พิเศศแลสี่สองครา
๏ ทรงนามโดยอัศจรรยปรา กฎเกรียดิสมยา
สุธนพระยศฦๅไกร
๏ แง่งามบันเจิดพึงใจ ทรงลักษณวิไลย
วิลาศล้ำสากล
๏ กล้องแกล้งเกลากามนฤมล ไตรโลกยแยงยล
ก็ดาลระลุงเสียวสันต
๏ เสียวทราบฤดีแดยรร คือทิพยทุกอัน
มาแปลงเปนองค์เอาใจ
๏ โนเนกำเลาะลองใน แกว่นกามพิไสย
ประสงค์ประสบยวรยิน
๏ เรืองราชนิติยประนินทิน เทพางคสพศิล
ปสิทธิไชยเชี่ยวชาญ
๏ ฦๅไกรเกรียดิจบจักรพาฬ เสวยศุขเปรมปราณ
มโนภิรมยรมยา
๏ มีสระสาโรชโศภา เบื้องบูรพทิศา
อุดมปัญจนคร
๏ เรืองรองน้ำจันทนกำจร ใสสุทธปภัศศร
คือแสงวิฑูริย์เทียบธาร
๏ มณีบุษปนิลุบลบนบาล ขาวเขียวแดงปาน
ปทมราครูจี
๏ บัวเปญจกุสุเมศมาลี ดาดาษชลธี
สพรุ่มสพรั่งบังใบ
๏ เฟื่องฟุ้งเสาวคนธเอาใจ บาลบุษปมาไลย
สรหลมสรหลอนชลธาร
๏ ตับเต่ากระจับจอกแก้วกาญจน์ ยอดแย้มใบบาล
สะกอสะกะแกมบัว
๏ มินจรหว่ายหวั่นเหนตัว หนูหนีแมวมัว
ก็เร้นยังเฝือแฝงชาย
๏ คางเบือนหาหมอมาทาย แก้มช้ำอ่อนอาย
กระแหกระโห้เหรา
๏ ราหูลอยไล่จันทรา แรดร้ายเริงภา-
รวาดรแวดราวี
๏ เสือตามวัวหว้ายคลุกคลี ลึงพรวนพาลี
สลิดสลาดหลายพรรณ
๏ ค้าวเขากดกาแกมกัน เขือขามนุนนัน
บ้างพ่นบ้างผุดอลวล
๏ ช้างสารเมามันไล่คน ปะป้าวแปบปน
ก็ตื่นขจรชลธี
๏ ม้าไล่ม้ามาเคล้าคลี อ้าวอุกอินทรี
ก็คาบสะแหลบเลมไคล
๏ พรมพรามหวีหว้ายเวียนไว ช่อนชายกรายไกร
บ่รู้กี่หมู่เหลือตรา
๏ รื่นรื่นร่มรุขฉายา ทรสายสาขา
คือกลดอันกั้งบังบน
๏ เรียงรอบสระศรีมณฑล ชรอุ่มอำภณ
ลบัดคือขาบเขียวขจี
๏ เพล็ดพวงคือนิลมณี สุกแสงคือศรี
วิฑูรย์ทับทิมทองธาร
๏ คั่วค้อมน้อมกิ่งลำลาญ ช่อเฉกแก้วกาญจน์
อุไรรจิตรเรืองรง
๏ ตรบอกแบ่งผกาเกสรบง กชลาดลาญลง
คือลาญโกสมภ์โศภี
๏ หมู่แมลงผึ้งภู่ภุมรี มัวเมามาลี
ประอรอาบอึงอร
๏ สาวสงเฉลาล้ำอรชร ลมลาดกิ่งกร
ก็ไกวคือกลกรไกว
๏ ลันโทนโอนนาดน้อมไพ บุละเมฆบัดใบ
เสนาะดั่งดีดดนตรี
๏ แซ่ซ้องสกุณาเนืองนี นันเนกโนรี
มยุเรศแก้วโกญจา
๏ ส่ำสับทเพรียกพร้องนานา คือเสียงเสภา
แลพิณบันเลงหลากหลาย
๏ ทรายทองรุจิเรกเรืองราย กรวดแก้วพรายพราย
ก็ลาดสระพังคือลาน
๏ ดุจสระในนันโนทยาน รโหสำราญ
ด้วยรศเร้ารำเพย
๏ ชมภูจิตรนาคาเคย อยู่ให้ศุขเสบย
ยังสร้อยสาโรจเสาวคนธ์
๏ ฝูงนาครในเมืองมณ ฑลทั่วสากล
ก็ถือคือเทพอันไกร
๏ จบปี่ปวงป่าวออกไป บูชาโดยใจ
กะทำพลีขอพร
๏ เบื้องบั้นในบูรพนคร ภูลสถาวร
ก็ศุขสมบูรณนิจกาล
๏ ด้วยเดชนาคาพิศดาร เพื่อผลสมภาร
พุทธางสมโพธิพิธี

๒๘

๏ ขษณนั้นนรินทร์
นราธิบดินทร์ ธเรศตรี
นันทาธิราช ดำรงธรณี
ปัญจาบุรี เปนจอมภพไตร
๏ ฝ่ายทิศอัศฎงค์
กระลีการลง เกิดทุภิกขไภย
เข้ายากยากเย็น ทุกเขญเขญใจ
ทุกลำเนาใน จังหวัดพระนคร
๏ ราษฎร์ร้อนร้อนเร่า
ทุกย่านทุกเย่า คือไฟไฟฟอน
ภาอพยบ ประลาศลาศจร
มายังอุดร ปัญจาปาจิณ
๏ ทุกข์บ่อนบ่อนเบา
บมีคนเข้า คนออกทุกทิน
เทครัวพ่ายแพ้ มาโพ้นหากิน
เพื่อพืชนแผ่นดิน อดักอดล
๏ ท้าวรู้กระลี
กระลำมากมี ในเมืองมณฑล
เรือนราษฎร์ราษร้าง ทุกด้าวดำบล
ระส่ายไพร่พล ระส่ำทุกพาย
๏ โองการท้าวท้วง
แก่ออกญาหลวง ทุกขุนภิปราย
ทูลไทธิเบศร์ เผดจบรรยาย
อ่านอันตราย ทุภิกขันดร
๏ ฝูงราษฎร์ย้ายเย่า
เมือเมืองบ่เข้า ไปแคว้นนคร
อุดรปัญจา อันสถาพร
สมบูรณทุกบ่อน บ่มีบีทา
๏ ออกญาภุชงค์
ชมภูจิตรสง เคราะหด้วยเดชา
เมืองมั่งช่างหลาย ทุกพายภูลผา
สุกด้วยอุรคา มาอุปรการ
๏ ท้าวมีฉันทา
จุใจริศยา ประทุษฐจัณฑาล
ประพฤติอาธรรม ปรเพทเผ่าพาล
ด้วยโมหะมาร ประมาทเปนมูล
๏ ชุมชาวทวิชา
อันรู้มายา มล้างตระกูล
บวงบนไปเบือ ออกญาสับปูน
จงจ่อมเปนจูณ ประจากทังเปน
๏ จักให้กินกึ่ง
เมืองหลวงบ่อนหนึ่ง จงทันตาเห็น
ผิบาหาชอบ ครอบครัวอยู่เย็น
ยากไร้ใคร่เปน จะปูนรางวัล
๏ พราหมณ์หนึ่งผู้ชาญ
ฉมวยมนตมาน อาคมชำนัน
โดยบันทูลท้าว ก้าวเมืองมาบัน
ลุอุดรปัญ จาราชธานี
๏ นั่งริมสระสรง
สถิตยภุชงค์ สถานนาคี
สัชฌาพระเวท พิเศศพิทธี
ด้วยเลศศิลปี จักดูอาการ
๏ เดชาอาคม
ให้ร้อนรงม ภุชงค์ประปราณ
ด้วยสาตรศิเวศ อาเพทบันดาล
ธุมาคือกาล ตระหลบชลธี
๏ ชีพ่อครันทัศน
รู้มนตฉงัด ถนัดยินดี
อยู่ยังไสมย ไกษยราตรี
ประเวศพงพี เสาะหายายง ฯ

๑๖

๏ เมื่อนั้นชมภูจิตรภุชงค์ เอรบัตรวงษพงษ์
อสรพิศม์คือกาล
๏ จรจากนครนาคบมินาน เปนพฤฒาจารย์
ประเพทพิไสยพราหมณ์พรหม
๏ ดลดาลสรพังทรึกจงกรม วิจารณารมณ์
อุบายอุบัติไภยพาล
๏ บัดบลมิคลุทธ์อันชาญ สมญาบูรณพราน
ถนัดธนูยายำ
๏ จึ่งมีมาธุรเทียรอำ- มฤตยรศคำ
จำเริญรำพึงพึงฟัง
๏ ดูกรพเนจรผู้ถมัง ธนูมายัง
ประเทศนี้พึงยล
๏ สถิตย์ด้าวแดนใดดำบล ทำงลหวังผล
ประโยชน์ประสงค์ใดมี
๏ บัดบูรณ์ซั้นขานคำชี ข้อยข้าบุรี
บุรินอุดรปัญจา
๏ สันโดษพเนสรรจรมา ล่าเนื้อจักหา
ไปเลี้ยงชีพิตร์เปนแรง
๏ ดูราพเนจรผู้ถะแมง อยู่เย่ายังแขวง
นครนี้หึงนาน
๏ ฝูงราษฎรใดทุกปราณ ศุขเกษมสำราญ
สมบัติพิบัติพึงมี
๏ บัดบูรณบอกบาพญารี ภพไทภูลพี
บแคลนแต่สิ่งสักอัน
๏ ด้วยเดชชมภูจิตรบัน- ดาลดีทุกพรรณ
เกษมสำราญทุกพาย
๏ ฟังพจนพร้องพรานบรรยาย อาดูระภนาย
พเนจรกนฤไภย
๏ ชมภูจิตรนาคใช่ใคร คืออาตมาใจ
ประสงค์สงเคราะห์นรชน
๏ หลัดหลัดพิบัติมาดล บมิทันศึกตน
จะถึงแก่กาลใช่การ
๏ เพื่อพราหมณ์นายหนึ่งใจพาล ฉมวยมนต์มาลาญ
ชีพิตร์เราให้มรณ์
๏ ปางนี้ปาจิณนคร สนุกนิจักดร
ธารณทุกสิ่งศุขรมย์
๏ ในเวียงแลจังหวัดนิคม เรือนราษฎร์ทุกกรม
จะเปนพิบัติไภยภูล
๏ ผิวนายมักบาปเห็นบูญ มล้างพราหมณ์ทูร
ลักษณ์แลชีพเราคง
๏ อยู่เปนอุปการแก่องค์ อดิศรอันทรง
พิภพเพื่อสถาพร
๏ พรานฟังมธุเรศเอมอร เอมโอฐใสศร
เสนาะพิลาปลึงลาญ
๏ ถือเอาอาญาปติญาณ เปนอันธูรภาร
ก็ถามเอาเลศทุกอัน
๏ นาคินทรแจ้งสำคัญ โดยมีมนต์มัน
ก็เมื้อพิมานเมืองตน
๏ บัดนั้นจึงมาควิกล เข้าในอารญ
ก็เร้นยังทุมเทียมทาง
๏ ปองบ่งศรธนูแผลงพลาง น่าไม้บมิวาง
ก็คอยคะค้อยหนหา

๑๑

๏ ขษณพราหมณ์ผรุษร้าย ทุรคตมายา
สมทรัพะยามา ประสงค์สฤทธิโดยใจ
๏ สถิตย์ยังสพังสา ชลสินธุเรืองไร
สัชฌาพระมนตไม- ยะวิสุทธิโองการ
๏ โดยสาตร์ศิวาวิศ- นุเวศพิศดาร
อันอาจให้ลาญ ชนชีพโดยจินต์
๏ เบื้องบันพนัศนาย มีคลุทธใจทมิล
ผาดเห็นก็เฉียวฉิน ตระบัดบัดก็ออกเอา
๏ คุกคามคระเครียดซั้น คุคำรนระเร่งเรา
พาพราหมณ์ทโมเมาห์ ฤทำร้ายเจ้ากูกู
๏ อันเปนพำนักนิตย์ อุปการะชนชู
เกรียดิกรุงบุรินภู ธรท้าวบำเพ็ญบุญ
๏ ใครใดแลใช้ชี หินะชาติทารุณ
มาล้างลลายคุณ ชนทังสิมาเมือง
๏ นาคินทรคือเทพ สุรศักดิอันเลือง
เลี้ยงโลกย์อนันตเนือง บริรักษรักษา
๏ ใดอาจจะปองปูน ปติภาคคุณา
ผิวแผ่นสุธาอา- รณพนั้นฤๅไปครัน
๏ ฉันใดทิชาลา- มกใจฉกาจกรรม์
มาปองประทุษฐทัณฑ์ นฤโทษให้ลาน
๏ แท้ท่านจะตกกน นรการจะจ่อมนาน
เพื่อโมหเมามาร แลอมิตระเปนมูล
๏ จงแก้ศิวาอา คมพิศอันภูล
ดับแดกำเดาดูร อุรคินทรคืนคง
๏ ผิวมึงแลมักมนต์ บมิอ่านให้เสื่อมลง
มีดมิคคมคง ก็จะแล่หไทยมางษ์
๏ ให้คืนอาคมคาย ศิวเวทตนวาง
เพลิงพลุ่งเถกิงกลาง ชลธารก็ดับดาย
๏ ส่วนบุญฑริกพราหมณ์ พเนจรจำนองนาย
กุมเอาบคลอนคลาย ก็ทำทัณฑพาธา
๏ แคว้งแคว้งคระวีตาว ก็กระลึงกระหลับอา-
วุธหวะกระบานบา ก็พินาศเมือมรณ์
๏ ภุชงคชามภู จิตรจิตรสาทร
คิดคุณพเนจร ก็นำลาศลงเมือง
๏ บูชาสการกาญจ- นมณีเอนกเนือง
แก้วเก้ามลังเลือง นุประการทุกพรรณ
๏ ยังบุณฑริกผา- สุกะภาพในครรภ์
ปรางรัตนาวรร- ณวิจิตร์โอฬา
๏ เท่าสัตวารวัน ก็ลิลาศภาคลา
จากภพพิมานนา- คนิเวศไพบูลย์
๏ จึ่งมีพระสาทสุน ทรวากยมาทูล
แก่พรานภิรมย์ภูล ประดิพัฒนภักดี
๏ ผิวเพื่อนคำนึงนาน อนุสนธิพึงมี
จงยังทวารี บริรักษไปแจง
๏ ครั้นเสร็จธส่งพราน วรมิตรยำแยง
เคารพยคุณแรง ก็นิวัตนิเวศคืน
๏ ฝ่ายนายถมังมา- ควิกันชำนาญปืน
อยู่เย่าบหึงหืน ก็ประเวศวนาดร
๏ ล่ามฤคคณาใน หิมวันตสัญจร
เทาทางทุเรศนอน พนเวศแรมวัน
๏ ไต่เต้าลำเนาเนิน ศิขรินทรแก่งกรร
ข้ามห้วยละหารบรร พตเถื่อนทุราทวา
๏ ถึงอุทเยนไท ทุมวงษวิทยา
เฉกนันทวันสา ศุขรมยโอฬาร
๏ พื้นภาคย์สุพรรณพา ลุกะลาศประไพปาน
เสมอทิพยทองลาน แลรรื่นสุมณฑล
๏ พฤกษาทรสุมสาร วิยะฉายกำบังบน
เกตแก้วพิกรรกล มลุลีรำดวนดาน
๏ โกษฐกาญจนากรร- ณิกาตระการบาน
กฤษณารำเพยพาน รศเร้ากำจรใจ
๏ จวงจันทน์จำปีปน สุรภินทร์ภิรมย์ใน
ยมโดยพยอมไพ บุละบัตระบัดบัง
๏ อบเชยระเหยหอม รศคนธ์ละเวงวัง
ขอนดอกพิโดรทัง กระลำภักประไพงาม
๏ เรียงรอบสระบงโบก ขรณีอเนกนาม
โรยรศฉมทราม ก็ตระลบสุธาธาร
๏ แสงใสกระแสสินธุ์ บริสุทธิเปรียบปราน
กลแก้วผลึกลาญ ชลเพียบสระพังคัน
๏ บงบุษปบุษบง กชแก้วกระบอกบัณ
เผื่อนผันอเนกนันต์ นิลุบลบนบาล
๏ เลือนแลระดาษดวง กุสุเมศตระกลกาญจน์
กลากลาศนทีธาร กลแก้วผกากล
๏ เฟื่องฟุ้งขจรกลิ่น รศเสาวคนธ์ปน
ในบัตระบังบน สระเกษมสลมหลาย
๏ บัวเบญจนาพรร- ณวิโรจแพร้วพราย
คือนิลมณีราย ปทุเมศเรืองไร
๏ พรรณพรายสร่ายรัตน์ อภิลาศชลาไลย
สายแสงตระวาไพ รุวิจิตรเจษฎา
๏ จตุรัศสระพังภาค ชลสินธุโสภา
เลี่ยนลาศณทางชลา มณีเนาวรัตนราย
๏ เรืองรองระยับแสง สุริเยศพรรณราย
แจ่มจับกระแสสาย บริสุทธิสาคร
๏ ทุกอันจำเริญใน บริเวณวนาดร
เปนที่สโมสร สุรเทพคนธรรพ์
๏ ดูดาลคำนึงใน จรเทิญก็อัศจรรย์
แต่กูพะเนสัญ- จรในวนานาน
๏ ยังไป่ลุดลยล อุทเยศพิศดาร
เทียรทิพโอฬาร ก็ปลาศนิหลายครา
๏ รอยอุทเยนไท วชรินทร์สุเรนทา
นพนาควิทยา ธรเทพกินร
ย่อมมาสนานใน สระสโรชสาคร
ชมเพ็ชรผกากร ศุขรมยปรีดา
บัดบุณฑริกเนา พนพฤกษบังตา
เร้นริมสระพังสา- ชลสินธุใสศรี ฯ

๑๖

๏ จึ่งเห็นเจ็ดอรรคเทพี คือเทพกินรี
ธิดาสมเด็จท่านไท
๏ ทรงนามทุมราชภูวไนย เสวยศุขยังไกร
เกลาศเขาเงินยวง
๏ ภาฝูงบริวารปือปวง จากจอมเขาหลวง
มาเล่นยังสระสวนสวรรค์
๏ ชมฝักหักดวงบุษปบัน เก็บพรรณเผื่อนผัน
ผกากุสุมเสาวคนธ์
๏ แซมกรรณเกษแก้วกุณฑล ร้อยรัตนโกมล
เปนสร้อยสอิ้งอาภรณ์
๏ ขับขานบันสารศัพทเอมอร ทราบทร่านทรวงสมร
คือทิพกามจำเรียง
๏ ฟ้อนรำดำเนิรอรเอียง ส่งสารสำเนียง
เสน่ห์เสนาะเอาใจ
๏ บ้างเหล้นแฝงบัวบังใบ คณากินรใน
ก็สรวญระริกรีรมย์
๏ มิคลุทธแลลอดเลงชม โฉมทิพอุดม
ก็ลาญละเลิงลุงลวง
๏ ยลลักษณวิไลยลาญทรวง ภักตร์เพ็ญเดือนดวง
อันจรูญจำรัสอาภา
๏ คิ้วค้อมส่งสุดหางตา ศรเนตรกามา
คือศรพกามเนียรนิล
๏ เสาวภาคลออองค์เอี่ยมอิน- ทรีย์ทิพยุพิน
ดั่งองค์อุมามาเปน
๏ อย่าแม้นมนุษย์บมิเว้น ไตรโลกย์หากเห็น
ก็ดาลละลายลืมงาย
๏ เจ็ดองค์อับษรอินอาย ลาศเหล้นแล้วผาย
ก็คืนยังเขาเงินงาม
๏ บุณฑริกรันจวนใจกาม เลงลาญแลตาม
ระเทาระทดใจถวิล
๏ แดดาลระด่าวดิ้นโดยจินต์ ผิวมีปีกบิน
จะโบยไปโดยบทจร
๏ ผิ้วอาไลยลันลุงอาวรณ์ เศร้าโทรมทรวงทอน
มนัศกลุ้มกลางใจ
๏ ออกจากพุ่มพนัศคัลไลย ทันทึงมาใน
ก็ลุอาศรมสิทธา
๏ บัดองค์ปัศวีก็ปรา ไศรยด้วยพนา
จรกมีพจนาน
๏ ดูกรพเนจรใดพาล สันโดษเดียวหาร
แลโพ้นพนัศมาใน
๏ สามรรถแม้นไกรสรไกร บมิย่านยำไภย
พิบัติเบียนบีทา
๏ มโนรถใดดั่งมีมา ในพนทุรา
แลลุสำนักนิด้วยดี
บุณนายน้อมขานมุนี แต่เจ้ากูชี
พเนผนวชบุญเตือน
๏ ข้อยข้ามานับนานเดือน นอนป่าเปนเรือน
แสวงมฤคเลี้ยงตน
๏ รอยบุญบันดาลมาดล ล่วงลุดำบล
สำนักนิไททรงธรรม์
๏ คงเปนพำนักนิแก่อัญ ก่อเกษกั้งกัน
ผู้ข้าพเนจรไกล
๏ ขอถามอนุสนธิหนึ่งใน ดาบศผู้ใจ
ประสงค์สมภารอารีย์
๏ ยังยังอุทยานหนึ่งมี สร้อยสวรรคมาลี
แลสระสนุกนิ์ศุขรมย์
๏ บัวบานตระการเกสรชม ชื่นชูชวยฉม
สุคนธกลิ่นกำจร
๏ เจ็ดองค์อรรคเทพกินร เฉิดโฉมอรชร
พิลาศลักษณ์พึงยล
๏ เพียงจักกลืนโฉมนฤมล ดินฟ้าสากล
จะอ้างก็อับอายองค์
พาฝูงบริวารมาลง เหล้นในสระสรง
อันแสนสนุกนิเปรมปรี
๏ ข้าเห็นแดดาลฤดี ในลักษณเทพี
ยุพินทรพิลาศลาวรรณ
๏ ข้อยใคร่ได้อรองค์อัน กามทิพเฉลิมขวัญ
สวาสดิ์สว่างหัวใจ
๏ เจ้ากูผู้เมตตาไมย ยศญาณวิไสย
จงบอกอบายพึงมี
๏ นักสิทธิฟังพรานพาที พันเอิญมุนี
คำนึงมนัศดูเบา
๏ แม้บอกโดยจริงจงเอา บมิร้างทเมา
จะเสร็จประสงค์โดยปอง
๏ อ้าดูรมิคลุทธ์จักลอง ผิวหวังใจจอง
กินรนั้นมามือ
๏ แม้ว่าท่านได้นาคนั้นคือ บ่วงนาคบาศถือ
แลทอดยังสระบัวบง
๏ วิชาธรีราชมาลง ต้องบาศภุชงค์
จะได้ดั่งใจจงถวิล
๏ บมิได้บ่วงไปสบกิน- นรนั้นอย่าจิน
ตระนาจงเน่งนอนตาย
๏ พรานฟังดาบศบรรยาย ไหว้บาทบมิวาย
ก็วอนพิไรเรียนคำ
๏ ขอองค์อาจารย์ผู้บำ เพ็ญบุญจงนำ
แลแนะผู้ข้าเห็นแสดง
๏ อย่าข้าปองป่วยการแรง เพื่อเพียรเสาะแสวง
บรู้ตำบลหนหา
๏ กสปธก็มีบัญชา ดูกรพนา
พเนจรกใจพาล
๏ นาคานครเบื้องบาดาล อโธทิศาน
สถิตย์ยังด้าวแดนใด
๏ นครนั้นบ่วงนาคมีใน แม้อาจเอาไป
กูแจ้งจงรู้ใจฉงน
๏ พรานฟังดาบศยุบล จบบาทยุคล
ตระบัดก็บ่ายบทจร
๏ โดยด่วนเดินดั้นดงดร หักห้างแรมนอน
ก็ลุยังสระบัวบัณ
๏ ออกญาชมภูจิตรอัน ศุขรมย์นิรันต์
ก็ยืนยังฝั่งรำพึง
๏ นาคินทรก็ดาลคำนึง ตระบัดบหึง
ก็เมื้อมาลุด้วยดี
๏ ภาลงยังภพนาคี ปรดิพัทธภูลมี
มธุรปราไสยสาร
๏ อ้าดูรสหายเจ้าจอมปราณ ปหั้นหึงนาน
แลข้าคำนึงบวาย
มาเป็นศรีสวัสดิ์ภิปราย พึงพิศไสมยหมาย
จำเริญมโนอภิรมย์
มีกิจกลใดนิยม ฤๅมิตรมาชม
พิภพเพื่อสำราญ
๏ บุณฑริกอธิบายอาการ ข้อยข้าสมภาร
ธุระรำพึงพึงมี
ไปจวบเจตอรรคเทพี กินรนารี
ยังสระสโรชอุทยาน
โฉมจันทรงามเงื่อนเพ็ญพาล แลลาญใจลาญ
สวาสดิ์สวิงหัวใจ
หวังขอบ่วงนาคนั้นใน ท้าวนี้ปบไป
ประสงค์ประสบจะเอา
๏ ท้าวฟังพเนจรกล่าวเกลา ดุจพระญายมเอา
ชีวิตรประจากจากไป
๏ กล่าวกล่อมโนมน้าวพรานไพร ผิวท่านมีใจ
ประโยชน์อัญญังยังมี
๏ แม้ใคร่ครองภพนาคี เสวยศุขเปนดี
จะเวนภิเศกสมพอง
๏ บมิเห็นสมบัติเราปอง เพื่อคุณาสนอง
อันหนาแลหนักคณนา
๏ บ่วงนาคคือชีวาตมา เกิดกับกายา
แลยากจะหยิบจำราย
๏ เพียงครุธปรปักมากราย ผิวเห็นแลผาย
ประลาศหนีแหนงไกล
๏ แท้ท่านมาปองเอาไป เสมอเจียนจากใจ
ชีพิตรม้วยเมือมรณ์
๏ มิคลุทธ์บมิเอื้ออาทร เอาวาจกวอน
ก็กล่าวอำเภอพายตน
๏ เยียวท้าวบรังเกียจกล ปรานีกังวล
จงอวยด้วยง่ายใจงาม
๏ นาคินทรก็คิดคุณคาม ภิรภาพโดยความ
กตัญญูต่อสัตยา
๏ อาทายนาคบาศบ่วงมา แม้หยิบวิญญา
ประจาคแก่พรานโดยถวิล
๏ บัดภาจากภพดำดิน สู่สร้อยสระสินธุ์
ก็เมืองมนุษย์ทางเทา
๏ เบื้องบุณสดวกได้โดยเดา ชื่นแช่มชมเชาว์
ก็รีบยังพนทุรา
๏ ดลสระสวนศรีโสภา เร้นยังพฤกษา
ก็ซ่อนสงบแต่ตน
๏ บมิอึดไอจามแอมอน พรางแพร่งรอยคน
คค้อยก็คอยหนหา
๏ ขษณนั้นยุพินธรวิทยา- ธรีราชธิดา
ทังเจ็ดอนงค์พงค์พาล
๏ นำนาฎกินรบริวาร ร่อนมาบมินาน
ก็ลงยังหลิ่งสระศรี
๏ นัจจันบันเทิงเปรมปรี สวนเสียงสังคี
ตะเรื่อยระเริงสำราญ
๏ ลาศเหล้นในนทีธาร พาฝูงบริวาร
ปราพาษทุกพรรณมาลี
๏ พรานไพรครั้นทอดทฤษดี ชอบเลศดีหลี
ก็ลอบลิลาศแลงตน
๏ ดอดดักบ่วงนาคด้วยกล ต้องกรนิฤมล
มโนหรานงคราญ
๏ หกองค์เยาวลักษ์เลงลาญ เห็นพฤกษไพรพราน
ก็ดาลตระดกสมประดี
๏ คณานางกินนรนารี ต่างร่ายร่อนหนี
ประเวศยังพื้นอำภณ
๏ เพียงมารมจุราชมาดล ยอกรตีตน
ระทาบรทวยประปราณ

๑๔

๏ อ้าองค์พระศรีสุรสุดา ศุภลักษณเพญพาล
เวรุใดณบางบุรพกาล และพิบัติมาทัน
๏ จำแม่นิรานิรประจาก จิตรข้ากำสรวญศัลย์
ปางก่อนแลเคยศุขนิรัน ตนิราศพาลไภย
๏ ปางนี้แลมาวิจลดล ทุกขถึงพิโยคไกล
แม้ข้าแลวายชนพิไลย ก็ประเสริษฐฎิกว่าเปน
๏ ดั่งฤๅจะจากพระวรพิน ทรทันชีพิตรเห็น
หลัดหลัดแลมาอุบัติเข็ญ ก็อนาถนิคือกาล
๏ จะคืนนิเวศศิขรยัง ธิบดินทรจอมปราณ
สองไทบยลพระยุพมาลย์ ก็จะตรัสดำรัสหา
๏ แม้รู้ตระหนักยุบลอัน มิคลุทธ์พาลพา
น่าที่จะมีกมลอา- ดุรเดือดฤๅดับคง
๏ จักทอดรท่าวสริรกาย บริเทวถึงองค์
เสือบซบสยบสกลลง กำเสาะโศกระด้าวดาล
๏ สองไทจะยอกระกรรุ่ม อุระให้จรลึงลาญ
ไนยนามพุพาษปคือธาร ฤจะเหือดจะแห้งมี
๏ หกองค์อนงค์นุชพิลาป กรทาบกระทุ่มตี
อกให้คณานิกรกี นรนั่นก็ร่ำไร
๏ ต่างตนก็ต่างกรสยาย ศริส่ายสยบใจ
เพียงอัคนีกัลปไล ยะละล่าวละลุงแด
๏ สุดโศกก็สุดสมรอา- ดุรดาลจะล่องแล
หาที่พำนักนิตยแปร ทุกขนั้นก็ไป่มี
ฝูงนางคณากินรนอง อสุชลรำพรรณพี
ไรรักพระเชษฐภคินี สติตนบเปนตน
คืนยังสำนักนิชนกนาถ ชนนีบดีดล
น้อมศีระกราบบทยุคล ก็พิลาปทูลความ ฯ

๑๖

๏ บัดนี้นายหนึ่งเข็ญคาม พเนจรกนาม
แลข้ามทุเรศด่านดง
๏ ลงลุยังสระบัวบง กชแก้วอันลง
ลิลาศเหล้นแต่ปาง
๏ นายนั้นด้อมพนัศเว้วาง บาศนาคต้องนาง
มโนหรานิฤมล
๏ เพียงพาลพยัฆร้ายปรับตน จับมฤคคำรน
ตระบัดไปทัศน์ทันเงา
๏ บมิปรานีเนตรกุมเอา พระลักษณลำเพา
แลข้าบเปนสมประดี
๏ ไป่รู้ช่องช่วยเทพี เอองค์บุตรี
อนาถคำนึงกปนา
๏ ทูลพลาง ๆ พาษปธา- ราราชธิดา
ก็แสนกำสดบมิวาย
๏ สองท้าวสดับดุจตนตาย จระลึงลาญสลาย
สวาสดิคือศรเสียบใจ
๏ แม้นมารมจุราชอันไกร เด็ดเอาหไทย
บทันจะสึกสมประดี
๏ ท้าวทอดองค์อาตมินทรีย์ ยอกรทุ่มตี
กระทุ่มอุระประปราณ
๏ อสุชลน่านนองคือธาร เทียรเทพจะลาญ
ชีพิตรลั่นแหลกทรวง
๏ สองทรงอาไลยลุงลวง กำเดาแดดวง
กำสดสยบจาบัลย์

๑๑

๏ อ้าเพาพงางาม วรลักษณ์วิไลยวรรณ์
บาปใดณเบื้องบรรพ์ อนุโทษเรามี
๏ มาจงจำนองจอง ยุพเรศดวงชี
วิตรแม้ฤมานี- ระประจากอุรารมย์
๏ สู้พร่ำสงวนสาย สมรแม่ประโลมชม
แดดฝนธุลีลม แลลอองบ่แผ้วพาล
๏ เคยศุขเสวยรมย คฤหาศโอฬาร
เนืองนิตยากาล บมิเคยลำเค็ญเคือง
๏ เคยฝูงคณานาง กินเรศน้อมเนือง
คาบนี้จะจากเมือง แลทุเรศเอองค์
๏ จากอกชนกมา- ดรจากประยุรวงษ์
เดียวดาลประเวศดง จะนิราศเวียงวัง
๏ ใครใดจะเต้าตาม อภิบาลบำรุงยัง
ในพฤกษไพรตรัง ทุรมารคกันดาร
๏ พรานไพรจะรีบภา จรข้ามลหารธาร
ด่านดงมฤคพาล พยัฆราวี
๏ ย่อมฝูงปิศาจภู- ตะคณาเอนกนี
นันนกชนีผี สุรโขมตมายา
๏ กู่กันประกาศก้อง พนท้องทุราทวา
เสียงสัตวโกลา แลพิฦกเศียรแสยง
๏ เคยฟังสำเนียงใน ดุริยางคดำแคง
สดับสับทคฤมแครง จะสดุ้งระด่าวองค์
๏ ไป่เคยพิบากบท- จรในวนาดง
ฝ่าแฝกระนามพง พนเวศเถื่อนทาง
๏ แม่เคยเขษมศุข สุขุมาละในปรางค์
บงบาทอุบลบาง บมิเคยระคองคาย
๏ จักเหยียบระนามหนาม พนพื้นธุลีทราย
กรวดกรันขราราย ระบุบวมระบมพอง
๏ จักเดินบ่ได้ใน วนเวศไพรพนอง
ฤๅแม่จะคงครอง ชนชีพเปนตน
๏ สุดแรงดำรงองค์ จะทรุดลงกระหายชล
สุดกลั้นสกนธทน ก็จะวอดชีวาวาย
๏ โอ้ศรีสุดาดวง สมรแม่สงวนสาย
แต่นี้จะห่างหาย ยุพเรศไป่ยล
๏ เจียรจันทรนิรันต์แรม บริเวศเมฆมณ
ฑลทิพดาลดล ดรธารณสูญแสง
๏ ผิวเปนบ่รู้เปน ทุกขร้อนทุรนแรง
แม่ม้วยบ่แจ้งแจง ปรตยักษคดีใด
๏ เจบแม่นี้คู่ขุน ศิขรินทอันไกร
ท่าวทับอุทรใน ละอุอกคือกุณฑ์กอง
๏ ยามเพราบ่เปนงาย แลจะฝายสุชลนอง
ฤๅแม่จะคงครอง ชีพอยู่ฤเปนกาย ฯ

๑๖

๏ เทพีนองเนตรฟูมฟาย ลาท้าวผัวผาย
ก็ภานิกรบริวาร
๏ จากจอมไกรลาศพิมาน ด่วนโดยคัคณานต์
ก็ร่อนนุพันธ์ทางเทา
๏ ส่วนบุณฑริกนายบมิเนา ลนลนคุมเอา
ปิลันทลงกากาญจน์
๏ จากองคาพยพเยาวมาลย์ ห้อยห่วงคอนคาน
ก็รีบทุเรศรัถยา
๏ เทพินทิพลักษณ์อรอา- ดุรแสนโศกา
กรรแสงกำสดใจถวิล
๏ ถึงองค์ชนกาธิบดิน ทรเทพเกษกิน
นเรศราชนนทลี
๏ ผินภักตรโดยอุดรมี ฉเภาะทิศธานี
ก็น้อมประนตยถวายกร
๏ ด้วยเปญจประดิษฐสาทร จงสถาพร
แต่สองสมเด็จบดินทร์
๏ ผิวข้าอธิกรณ์มลทิน ในบาทระพิน
จงอวยอไภยไทยทัณฑ์
๏ ขอเปนพิบัติเบื้องกองกรรม์ อโหสิเวรวัน
เทวศวายในอนา
๏ ขอถวายอัญชวลีลา แต่นี้จะนิทรา
นิราศจรจำไกล
๏ จักเห็นบัวบาทท่านไท เปนอวสานใน
ทิวัสวันเดียวดาย
๏ บมิได้กลับมาใกล้กลาย เท่าถึงวันวาย
ชีวิตร์สิ้นสาธารณ์
๏ ไป่แจ้งศุขทุกขธรมาน เพื่อกรรมก่อนการ
แลลุพิบากเบียนตน
๏ ขอถวายแก้วกาญจนกุณฑล แต่สมเด็จชน-
นนีธิราชนงคยง
๏ ไว้สนองตนูข้าทูลบง- กชบาทคือองค์
ประดิพัทธ์เบื้องบทมาลย์
๏ แม้ท้าวคำนึงในนาน เทียรทัศนาการ
จะดับซึ่งโศกาวรณ์
๏ ถอดกุณฑลไว้กลางดร ด่วนโดยบทจร
พเนจรกจรจรร
๏ รอนรอนสุริยแสงสายัณห์ ล่วงลุหิมวัน
คิรีทวารด่านดง
๏ ฝูงสัตวนิกรตัวยง จรผายจากพง
พนัศหล้าแหล่งตน
๏ เซียกสาระสุโนคแจจล เพรียกพร้องอารญ
ก็จับประจำรังราย
๏ เสียงผีผิวภูตรโขมดพราย ชนีแมกไม้ราย
ก็ร้องระรี่ริมทาง
๏ ส่ำเสียงเซียบแซ่เกริ่นกราง ยามย่ำดุริยางค์
ก็เย็นระย่อดงดาน
๏ น้อมเกษกลทิพปทุมาลย์ ถวายกรกฤษดาญ
ก็สั่งกำสดโศกา
๏ ขอไทเทเวศวนา ดรเจ้าจอมผา
พนัศในหิมวันต์
๏ ทั่วทุกพิมานไม้มีพรรณ เครือทิพลดาวัล
วิเศษสถิตยทุกพาย
๏ แม้มาทชนนีบมิวาย ชลไนยนองสาย
เสด็จมาลุตำบล
๏ ขอฝากเสอ้งแก้วกับตน ถวายไว้แก่นน-
ทลีประโลมใจตาง
๏ เพื่อท้าวบันเทาทุกขะพลาง จรจากเทาทาง
ทุเรศแรมรำพึง
๏ ช่วยห้ามโศกแสนคำนึง ทุกขะท้าวอันรึง
อุรกรมลหม่นหมอง
๏ เชิญเสด็จบริวัตรคืนครอง ศุขแสนสมพอง
พิภพเขาเงินงาม
๏ ขออย่าทำงลมาตาม ในพนภิราม
ทุรานครนิคม
๏ จะลำเค็ญเคืองทุกขทม มนัศต้องแดดลม
ธุลีลอองอาดูร
๏ จงห้ามหฤทยพึงภูล เทวศอันเปนมูล-
ทุกขทุกนรชน
๏ ธรรมดานรในสากล เกิดตัวเปนตน
ใครห่อนจะเว้นทุกข์ทวน
๏ ย่อมเปนบรินามทังมวญ ศุขอันเปรมปรวน
ก็แปรเปนทุกข์บมิคง
๏ เบื้องบุตรอุทรอกองค์ เสมอหทยปลง
นิราศอุราเจียรจร
๏ บางคราบชนกามาดร จากบุตรอุทร
แลพิศพิโยคไป่วาย
๏ สโมสรสมศุขเปรมปราย พิบัติกลับกลาย
เปนทุกข์บเที่ยงโดยธรรม์
๏ สั่งพรางยุพเรศทรงกรร- แสงไห้รำพรรณ
พิลาประท่าวทวยองค์
๏ ฝูงเทพนิกรด่านดง สดับดาลพิศวง
กระลูละลุงลาญสมร
๏ อาไลยทุกเทพอาวรณ์ ละอุอกอาทร
เทวศก็ตฤกตรอมตาง
๏ พรานภารีบรัดแรมทาง แรมร้อนหลายปาง
บปองจะเปนมลทิน
๏ ผิวเพียงสำผัศองค์อิน- ทรีย์ทิพยุพิน
บแผ้วบพานราคี
๏ เพื่อพงฉกาจกาลกินี บ่มิควรเคียงศรี
ศิริสวัสดิ์สาทร
๏ ไป่อาจรังรศองค์อร คำฤษณ์นิวรณ์
ประทุษฐโทษทารุณ
๏ ด้วยเดชเบื้องบุญวิบุลย์ บังบาปนิศคุณ
ก็ดาลคำนึงแหนงใจ
๏ แท้กูบมิควรเยียใย กลกามพิศไสมย
เสมอสมรกรีธา
๏ ในองค์อรรคเรศพิทยา- ธรีราชธิดา
วิไลยลักษณลาวรรณ
๏ ควรเปนเกษกามกำนัน นรินทรเทพธรธรรม์
สุธนดิลกจุธา
๏ เฉลิมลักษณ์เทียรทิพเปรียบปรา กฎิสองโสภา
ประภาคยคือหล่อลำเพา
๏ เสมอจันทราทิตยงามเงา ดุจดวงมณีเนา
วรัตนเรืองรองทอง
๏ สมศรีสวัสดิ์สองควรครอง ดินฟ้ายากปอง
จะปูนจะปานไป่มี
๏ พรานรีบเดินด้วยด่วนลี ลาหลายราตรี
ก็ลุอุดรปัญจา

๑๑

๏ เบื้องบันพระศรีสุ- ธนราชอันปรา-
กฎิโฉมประโลมอา- วรณ์สวาสดิยงยวร
๏ ปางจอมจะจวบองค์ ยุพเรศรัญจวญ
ใจท้าวธหื่นหวน จะประพาศอุทยาน
๏ เพื่อพาศนาใน บุรภพมานาน
จักเศกผสมสมาน สมัคสองประสมกัน
๏ เสด็จไปประนตยถวาย กรกชคมคัล
ลาปิ่นสุธาธรรม์ มิกสองกระษัตรีย์
๏ สองไทก็บันโดย อนุญาตให้ลี-
ลาตามกระมลมี ศุขรมย์ประสงค์สานต์
๏ บัดท้าวก็ให้เตรียม ยศโยคยวดยาน
โดยราชกฤษดิการ จตุรงคเนืองนนต์
๏ พลนาคขนานนาค คณนาคบำรูรณ
เพียงคีริเมขล แลครรชิตภมรมันท์
๏ เทียมอัศดรสิน- ธุวะลาหะคือกัณ-
ฐัศบุณพยัฆอัน ดุรเดชเหิรหน
๏ เตรียมรถพิไชยลง กรแก้วประกิจกล
พิดพยับโพยมยล วิยดวงตระวันวัน
๏ พลพฤนทเพียงพา นรเดชเพลิงกัลป
รานราพยับยัน อริราชดาลแสยง
๏ ปืนไฟธนูโต มรด้างและตาวแวง
เสโลหทวนแทง ศรสาตรนิเลิศฦๅ
๏ สัพสรรพาวุธ กลกรดผิวใครครือ
ไป่ทันจะมวยมือ ก็ระท่าวบศึกตน
๏ แต่งตามเสด็จไท นรเทพจุมพล
พลราชโจษจน นฤนาทนองนันต์
๏ เสร็จดัดผทมจาก ศิริอาศนไอสวรรย์
โศกสรงสุธาคันธ- วิเลปะกำจร
๏ ใสแสงวิภูษิต กนะกาญจนาภรณ์
เทียรทิพลงกร กุกุภัณฑแพร้วพราย
๏ เรืองรัตนวัชรินทร์ วิยทินกรกราย
ลีลาศโชยชาย ก็ยุบาทจรจรัล
๏ เสด็จทรงคเชนทรไชย อธิคชกมุทพรรณ
เฉกไอยราวรรณ อำมเรศอินทร์องค์
๏ คลี่คลาพลานี กรราชกรรกง
แสะสารระไววง บริเวศรอบราย
๏ เรืองริ้วภิรุมรัตน แลธวัชโบกบาย
กลกกลิ้งประชุมสาย สุริยแสงกำบงบน
๏ โพโลกระลุมพาง ดุริยางคอึงอล
แก้วกังสดาลดล นฤโฆษนครใด
๏ ยั่งย้ายพยู่ห์ยัง ถลมารคคัลไลย
ท้าวทฤษดีใน บุรภาคยโพ้นพล
๏ ยลนายพเนจรก จรภาสุดาดล
เฉภาะภักตรมณฑล ธิบดินทรมลักลาญ
๏ เทียรเทพอับษร วรลักษณพึงพาล
ทวดึงษลงการ กลทิพแบ่งปัน
๏ เมิลมุขไขแข่ง รุจิเรขเดิอนวรรณ
แจ่มจันทรอับพรรณ ศศิรัชนิเรืองรอง
๏ นวยน้อมขนงก่ง กลกงกุทันทอง
ไรโรมภมูปอง กลปีกภมรมัน
๏ ศรเนตรเสมอศร นิลเนตรยองยรร
ยงยลยยับพรรณ ระลุงกามะกามา
๏ ปรางเปรียบกำโบลบง- กชรัตนรจนา
นาสิกคือขอพา หณเทพดำกล
๏ พิดเกษตระกลเกษ สรทิพโกมล
กลีบบุษปบันบล กลกลีบผกากรรณ
๏ โอษฐเอี่ยมยยับแยง จำรายริมประพรายพรรณ
เฉกชาดระบายวรรณ ณนิโครธงอมงาม
๏ เปล่งปลีพระสอสุน- ทรหล่อลำทองทาม
อังษารำไพกาม กรทอดรทวยยล
๏ บัวบงบิยุศดวง กมเลศตรกาญกล
เฉกบุษปเบิกชล แลชระลื่นตระบอกบัณ
๏ อรองค์ระแถ้งทวย ทิพลักษณ์วิไลยวรรณ
คือจิตรลดาอัน อภิลาศลมพาน
๏ ชงฆาลิลาเลอ อุรุรัตนเลงลาญ
แน่งน้อยดำเนินปาน กะทลิศลำทอง
๏ สรรพางคยุพินภาคย์ ศุภลักษณลำยอง
มือแมนประจงปอง อรองค์องค์กาม
๏ คือจันทรจากอำ- พรทิพพิมานงาม
ตัวต่ายไป่ตกตาม ดำหนิดังประไพยล
๏ ฤๅโฉมพระศรีศริ อภิลาศกามน
แปรจากกรษิรชล ทิพอาศนเอองค์
๏ ฤๅโฉมอุมมามา- ดรเทพแปลงปลง
ทิพลักษณบันจง ยุพเรศให้ลาญ
๏ ฤๅอินทรอับษร แลมล้างอสุรพาล
บันลายบุษปแบ่งบาล อรองคเปนองค์
๏ เลอลักษณประโลมไตร ภพพิศแลพิศวง
ใจเทพฤๅคง ดำริห์ราครุมทรวง
๏ แดดาลดำฤษณแรง ประดิพัทรลุงลวง
เสียวทร่านหฤทัยดวง กระมลโม่หมัวมนท์
๏ เพียงกามเกลียวกลืน สมรกามกามกล
ใจท้าววิจลจล จิตรฟุ้งคือไฟฟาง
๏ บัดสั่งภเณศนาย พระตำรวจระไววาง
นำบุณฑริกนาง กินเรศมามือ ฯ

๑๖

๏ ดูราพนพฤกษป่าปือ โป่งเปนคามคือ
คฤหาศเนานิจการ
๏ มีนามบัญญัติใดพราน มาแต่ใดดาล
ดั่งนี้จะเมือด้าวใด
๏ พรานโนมศิโรตรับพจนไพ- เราะราชอันไข
ก็ขานพระสาศบัณฑูร
๏ ข้าแต่บพิตรพระยูร ยาตรเกล้าผู้ภูล
พระยศโยคอันปรา
๏ กฎแก่ผู้ข้าสมญา บุณฑริกวนา
จรกนิวาศยังเวียง
๏ ทลิทกตกทุรพลเพียง เข็ญใจจนเสบียง
จะเลี้ยงชีพิตรอาทร
๏ สันโดษเดียวเดินบทจร ดั้นด่านดงดร
ก็ลุประเทศทุรคม
๏ จวบองค์อรรคเรศมาชม สระศรีศุขรมย์
สโรชสร้อยเสาวคนธ์
๏ ข้อยข้าเพียรผูกด้วยกล เอาองค์นฤมล
ก็รีบทุเรศอารัญ
๏ มาหวังถวายไทธรธรรม์ เศกสวัสดิ์เสวยสวรรค์
พิภพแสนสมพอง
๏ ท้าวฟังบุณฑริกใจจอง ภักดีปูนปอง
ประโยชนภิโญยินดี
๏ ถอดธรรมรงครัตนรูจี จากพระดัชนี
ประทานประถมรางวัล
๏ แล้วปูนบำนาญนองนันต์ ศฤงฆารครัวครัน
พิพิธเพ็ญโภไคย
๏ เอาองค์ทิพลักษณคัลไลย เสด็จโดยดลใน
นิเวศยังรมย์อุทยาน
๏ แสนเสวกากรบริพาร อยู่เบื้องบริบาล
นิกรกั้นกรรกง
๏ ท้าวสถิตยแท่นทิพอลง- กฎิมาศแมนผจง
จำเนียรพระนุชนงพาล
๏ ผายโอษฐอำมฤตยรศปาน ทิพมาธูรธาร
ประโลมพิลาปเลียมลอง
๏ อ้าอรวรลักษณลำยอง คือมณฑาทอง
ไป่ทานอุไทยแสงพัน
๏ บุญสองเราสร้างสมกัน แต่เบื้องบูรพบรรพ
บันจวบประจวบจำงาย
๏ เรียมไป่ให้นุชเคืองคาย จักเกลียวกล่อมสาย
สมรไว้กลางใจ
๏ หวังเศกยุพเรศเอกไอ- ศูรยเสวยสวัสดิ์ใน
นครแสนสวรรยา
๏ เปนปิ่นเยาวราศบริจา- ริกแสนสุรา
สุรางเขษมศุขรมย์
๏ อย่าอรกระอุอกกรม อาวรณ์ทุกขทม
มนัศนองไนยนามพุ์
๏ พระเรียมพนิตพงางาม ดับแดดาลความ
วิจลกระมลหม่นหมอง
๏ ยอกรบงกชตระกอง ตระโบมบัวทอง
คือทินกรกำจาย
๏ เรณูรศเร้ารำพาย ขจรจำราย
แลเดือดดำฤษณฤดี
๏ องค์อรรคพิทยาเทพี ยลไทธิบดี
ธิราชท่าวเทียรองค์
๏ หฤทัยหวั่นหว่าบมิคง ไป่อาจดำรง
สติรันทดติงตน
๏ เคียมคมวรบาทยุคล อายองค์บมิทน
ก็ถอยระท่าวดกดาล
๏ ชำเลืองพระลักษณลาญเล็งลาญ ลาญสวาสดินงพาล
ประภาคยพิดพิดเพียร
๏ ดุจดวงอาทิตย์จำเนียร จรจากพิเชียร
พิมานอมรมาดิน
๏ เทียรไทนิทรแท่นนาคิน จากขษิรแลบิน
มาเปนสมเด็จดาลแสดง
๏ ฤๅเทพกำมลาศเลอแปลง ประเพทไป่แจง
จตุรมุขพิมล
๏ ฤๅอินทรประจากกำพล มาเปนตางตน
พิลาศโลกยอัศจรรย์
๏ เพียงรูปปฏิมามาศอัน สงวนไว้ยังครรภ์
บลอดลอองลมพาน
๏ เมิลเมียรโฉมท้าวโลมลาญ บันดาลแดดาล
ประดิพัทธพิดพิศวง
๏ ดุจดวงปทุมทิพบัวบง พิลาศลอยลง
ในชลแลชุ่มชลธี
๏ ใจกามหากกลกามี ดุจดับฤดี
อันดาลกำเดาบมิปลง
๏ ข้าแต่ธรณิศรมง- กุฎภพอันทรง
นุเคราะห์เกื้อการุญ
๏ ข้าท้าวตกตนต่ำบุญ อยู่ยังเงื้อมขุน
พิภพเจ้าจอมปราณ
๏ บมิพึงพ้นบาทบริบาล ทุกข์เบื้องบันดาล
ฤๅดับพิโยคไป่วาย
๏ แม้มีชีพิตรเพียงตาย กปณาเดียวดาย
อดักประดาษอาดูร
๏ เจียรจากสองราชตระกูล นิรญาติประยูร
แลแสนกำสดหัวใจ
๏ ขอเอาพระเกียรดิอันไกร เฉกฉายฉัตรไชย
จงชั่วชีพิตรดรธาน
๏ ขอเปนบำเรอบทมาลย์ โกยกรรมกรการ
อันทาษแทนสินตน
๏ บมิควรเคียงบาทยุคล เชื้อชาวดรดล
บเคียงคดีใดดี
๏ อ้าอรวรภาคยศรี ศุภลักษณ์ฤๅมี
มโนคำนึงแหนงใน
๏ ไป่ควรกนิฐจักเจียมใจ ควรนุชเนาใน
มณีพิมานมณเฑียร
๏ ควรสงวนโฉมทิพจงเจียร ดุจดวงวิเชียร
แลยากจะเลียบเลงสอง
๏ เพื่อผลบุรพภพสมพอง ไปจากจำนอง
นิราศจำเนียรนิจกาล
๏ เรียมขอมอบม้วยชนมาน ในองค์ยุพาล
ยุพินทพนิดเดียวดาย
๏ จงสยบโศกาฟูมฟาย ชลไนยนองสาย
ระสกสุชลแสนศัลย
๏ ถึงสองกระษัตริย์ทรงจาบัลย์ ใช่จักคืนคัลย์
นิเวศหวังหวังไกล
๏ เที่ยงแท้เปนตัวตนใน นรภพพิไสย
บสิ้นกระแสสงสาร
๏ ย่อมถึงทุกข์เทวศแปรปราณ บมิเที่ยงสาธารณ์
อุบัติพิบัติบีทา
๏ จงดับกังวลโศกา หวังไว้ชีวา
ชีวิตรแต่สองคุงวัน
๏ สองท้าวหฤทัยแรงรัน จวนใจกามกัน
คือฝอยอันจิ่มใจไฟ
๏ สองสนิทเสน่ห์สองแนมใน เพียรพิดพิศไสมย
พิเศษประสบสมสมร
๏ ตฤบรศสุคนธทิพเอมอร จรุงใจกำจร
จำเริญภิรมย์รมยา
๏ สองเสพสมศุขกรีธา เทียรทิพกามา
กระมลพิมลมัวมนท์
๏ ทรับทราบชิวหากามกล กลั้วกามรศกนธ์
อันแรงดำฤษณรำพึง
๏ คือสรงสระแก้วไตรตรึงษ์ ประพาษชลทรึง
ภุชงคชรลองชลธี
๏ เชยชิดเสาวรศมาลี ตระการฤดี
อธึกดึกดำบรรพ์
๏ แนบฝั้นเฝือกามกำนัล คือพิมทองอัน
ประสานสนิทชิดชม
๏ ดุจวัลทองทิพเกลียวกลม เกื้อกามภิรมย์
อำมฤตราคแรงรณ
๏ ตระกองกรบงกชเกลียวกล ยั่วยวนแยงยนต์
กระเหม่นกระมลยรร ๆ
๏ นาภีสพ้านพิงเกาะกัน คือแผ่นสุวรรณ
รแทบแลแนบเนียรใน
๏ ลำลองเล่ห์ทิพประไพ หล่อกามพิศไสมย
คือฝาอันสบสมตัว
๏ สองเริ่มรุ่นรศมันมัว แรงราครันรัว
ฤดีกำดัดดัษกาม
๏ ยงยวรเยาวโยคย่ำยาม บมิซามศุขซาม
เกษมกระสรรตสมพอง
๏ หฤหรรษารศประลอง โล้เล่นเลาทอง
บันเทิงหฤทยเริมรณ
๏ แรกรู้รศกามตระกล เพียงพิรุณโชรชล
แลต้องผกาจาวแจรง
๏ เฟื่องฟุ้งเรณูรวยแรง ทราบชื่นชูแชรง
ลอองแลอายกำจร ฯ

๒๘

๏ สองสวัสดิสังวาศ
สมศุขพิลาศ พิศวงองค์อร
ตระการกามกล ตระกองสองสมร
พิเศษสมสอน บันสานสมกัน
๏ เสพสร้อยสาโรช
ตระอรเอมโอช อร่อยยวลยรร
พิไลใหลหลง มลายจาบัลย์
รเหิมหื่นหรรษ รหวนหาใจ
๏ ประสงค์สงสาร
ประสมสมภาร ภิรมย์รมย์ใน
สำเริงเริงรศ ฤดีดีใด
พึงพิดพิศไสมย ดำฤษณไป่ปาน
๏ ตระการบัวบน
ตระโบมโกมล ตระบอกแบ่งบาน
ยั่วแย้มยวนยนต์ กระมลมนทมาลย์
ตฤบรศคนธาร ละอบเอาใจ
๏ ชชิดชิดเชย
กรเกี้ยวก่ายเกย ประโลมโนมโน
รลุงลวงสวาสดิ์ พิลาศพิไลย
ทราบสิ้นสุดใจ กระสรรเสียวสมร
๏ เน้นแนบแนบนิทร์
ประจงจุมพิต สวาสดิ์ยวรยอน
ผสาญดาลแด ผแงผงอน
รทวยทรวงทอน รเทิ้มยนต์ยรร
๏ คลึงเคล้าเคล้าเคล้น
เฝ้าเฟี้ยมเฟี้ยมเฟ้น สำรวญสรวญสรรต
รื่นรศเสาวคนธ์ พิมลบัวบัณ
คือทิพสุคันธ์ ชโลมโลมใจ ฯ

๑๖

๏ เสร็จสองสังวาศนานใน คฤหาศอันไพ
รุจิตรจำรัสรามเรือง
๏ ยังมนตรีมุขเมือเมือง ทูลไทดิลกเลือง
จรรโลงพิภพจุธา
๏ ท้าวฟังสารสวัสดิ์กิจา เปรมปรายปรีดา
ภิรมย์รำพึงใจจินต์
๏ แท้องค์เอารศบดินทร์ อดิศรนรินทร์
นรานิกรนรชน
๏ ในภูมิ์พิภพมณฑล ทั่วธเรศไป่ยล
สมภาระอันอัศจรรย์
๏ เทียรเทพบุตรบุญธรรม์ มีภินิหารอัน
ประเสริฐตรศักดิสมบูรณ์
๏ โภไคย์สวรรยามามูล ด้วยเดชอดูล
บรู้กี่แสนสังขยา
๏ ดาลได้เยาวยศธิดา นรเทพพิทยา
ธเรศในห้องหิมพานต์
๏ สมภาระเลิศโลกโอฬาร ชั่วท้าวเปนปราณ
จะเปรียบบควรควรชม
๏ ปางนี้นัคเรศจะบรม ศุขเขษมสาสม
ประกอบพระเกรียดิอดุง
๏ ปรากฎทั่วท้าวทุกกรุง ยศไทจักคุง
อยู่ชั่วตวันเดือนวาย
๏ ท้าวเร่งปรีดาเปรมปราย ปราโมชในสาย
สวาสดิ์สุนิสาสานต์
๏ ตกแต่งโดยขนาดกฤดิการ สัพสรรพยวดยาน
พยู่หนิกรกรรกง
๏ วอวรรณวิเศษอลง กฎกาญจนบันจง
รจิตรด้วยแก้วแกมกล
๏ ไปยังอุทยานนิมนต์ นางเมืองเมืองบน
กินรราชเทพี
๏ มายังวังเทพธานี ด้วยราชศิรีย์
พิพิธแสนบริพาร
๏ เอิกเกริกโกลาหะลังการ ทุกทิศบันดาล
คณานิกรทุกพาย
๏ เสรฐีเขวีเนืองนาย บ่าวบาหญิงชาย
กะชื่นกะชมทุกตน
๏ นานนองกำนันมงคล ถวายองค์นฤมล
บรู้กี่โกฏิไตรตรา
๏ ท้าวให้รังเรขรจนา มณฑิรจันทรา
ดั่งเมืองอมรเมรุผจง
๏ ตั้งอาศนอิศวเรศอันทรง อุสุภยานยง
วรเรจสังวาลโฆรวินทร์
๏ แท่นไทเห็จหงษ์หาวบิน ตรศักดิเฉียวฉิน
แลก้างกลดบังพรรณ
๏ อาจองค์เถลิงหลังอุรคัล เหิรเห็จสุบรรณ
โพยมพยับทุกทิศ
๏ แมนสรวงเมืองเมรุสถิตย์ ทรงไอยราฤทธิ์
แลสามสิบสามเศียรแสดง
๏ สี่โลกบาลราชเรืองแรง ทรงอาวุธแวง
กเนาทังสี่ทิศถงัล
๏ อรรคเทพนิกรอนันต์ อยู่จำเนียรกัน
สถิตยบัลลังก์รอบราย
๏ องค์พระสุรางคราชศิวาย อับษรผาผาย
คือพระอมรอุมา
๏ ฉลักโฉมพระลักษมีโศภา พละเหษวรา
มาเปนประธานเทพี
๏ สถิตยแท่นเบื้องซ้ายพระศุลี โดยพรหมณ์พิธี
ภิเศกประสิทธิสยมพร
๏ กรดสังขเบญจครรภ์ลงกร ตั้งปัญจะสาคร
อันทรงภิเศกมุรธา
๏ ตั้งเครื่องอรรจนารจนา ทุกอันโอฬา
ประกอบประกิจดำกล
๏ ให้ชุมชีพ่อทุกคน อันชาญพระมนต์
เพทางคสาตรปกรณ์
๏ เมธาราชครูกรวีวร พฤฒาปากพร
ก็พร้อมทุกพรรคในสภา
๏ ถึงยามยศโยกเพลา สรงสินธุมุรธา
ภิเศกประสิทธิเปนองค์
๏ มอบไอศวรรยามิ่งมง กุฏโลกย์ดำรงค์
ผดุงพิภพภพไตร
๏ เวนวังนิเวศไทสองไท สิบสองกำนัลใน
มนตรีมุขบริพาร

๑๑

๏ เมื่อนั้นนฤมลราช กินรนาฎนงคราญ
เอกองค์สุดามาน- ดรเทพเทพี
๏ ภาฝูงคณานาง พิทยาธเรศลี
ลาโดยนภางมี ชลเนตรฟูมฟาย
๏ แมกเมฆะโบยบน ก็ลุดลบคลาคลาย
ลงยังสระสรงราย บริวานคระเวนหา
๏ เที่ยวทั่วทุเรศรอบ บริเวณวนาวา
ไป่ยลสุดาอา- ดุรดั่งจะวายปราณ
๏ สองหัดถตุมตี อุระเพียงจะแหลกลาญ
หมายบทจรพราน ก็ลิลาศเต้าตาม
๏ มาเหนมณีกุณ- ฑลรัตนเรืองราม
สเอ้งแก้วพงางาม ถวายไว้ณกลางดง
๏ เปนสิ่งสำคัญอัน อภิวันทนาบง
กชรัตนยุคลองค์ ชนนีชุลีลา
๏ หยิบเอาสเอ้งแก้ว วรกุณฑลีมา
ทาบกับอุราภา ก็วิลาปะอาทร
๏ ทอดเท่าพระองค์ลง แลอนาถณกลางดร
เพียงพิศณุศรรอน อุระราพให้ลาญ
๏ แสนโศกสลักทรวง หทยดวงกำเดาดาล
แก้เกษสุมามาลย์ ก็ระสุมระสายสยาย
๏ ทุ่มทรวงระทาบทน อสุชลฉลุมลาย
กลิ้งเกลือกสกลกาย บมิสมประดีดี
๏ อ้าองค์ยุพาสุน- ทรลักษณดวงชี
วิตรแม่ฤๅมานี- ระประจากอุราไกล
๏ แรกรู้คดีดวง ยุพเรศพาลไภย
เพียงเพชรคมไกร ระแหวะจิตรจากกาย
๏ แม่รีบอำพรเพียง อุรพ่างจะเด็ดดาย
หวังมาจะทันสาย สมรแม่ประจวบกัน
๏ จะปลอบบำนาญนาย มิคลุทธใจฉกรรจ์
ให้เมากมลมันท์ จะฬ่อลาภประโลมวอน
๏ อวยอัญสุพรรณพัศ- ดุรัตนาภรณ์
ได้ลาภเต็มคอน ก็จะคืนคำนึงปอง
๏ แม่มาบภบพาน พนะพรานจำนงจอง
มันรีบทุเรศคลอง วนะเวศเทาทาง
๏ พบแต่สเอ้งกุณ- ฑลรัตนไว้ตาง
อกแม่จะวายวาง ชนะชีพเมือมรณ์
๏ เจ็บใดบเจียรเจ็บ ทุกขเจ็บประจากจร
เพียงเมรุคิรินทร ประทะทับระทมทรวง
๏ โอ้องค์ตรุณรัก วรลักษณเดือนดวง
อกแม่ระลุงลวง แลจะแหลกทำลายลาญ
๏ นับแต่ชีวายัง จะจิรังบเปนการ
แม้ม้วยประไลยปราณ ก็ประเสริฐกว่าเปนคน
๏ แต่นี้จะมีแต่ ระกำจิตรวิจลจล
จักค่อนอุราทน ทุกขนั้นฤเว้นวาย
๏ แม่พร่ำสงวนโฉม บริรักษเพรางาย
แดดลมทุลีคาย บมิให้จะแผ้วพาน
๏ ไป่เคยจะตกยาก แลบำบากณกันดาร
ทางเถื่อนทุรัศถาน ระยะโยชนแรมวัน
๏ บาทางวรางรัตน สุขุมาลยมีพรรณ
เหยียบทรายแลกรวดกรัน จะลำบากระบอมใจ
๏ สองท้าวจะบวมคล้ำ รบุช้ำรบมใน
ลูกรักจะคัลไลย จะจำจิตรดำเนินดง
๏ เคยอยู่ณปรางมาศ วรอาศน์อุบลบง-
กชเกสราทรง รศเรณุอวนอาย
๏ แต่นี้จะไสยาศน์ นุประดาษณดินดาย
แปมปนทุลีทราย แลลอองกระเมามอม
๏ เหลือบยุงแลร่านริ้น จะรุมกินจะบินตอม
โฉมแม่จะเผือดผอม จะสลดสลัวมัว
๏ เสียงสัตวจะโกนกู่ ดุจขู่จะหวาดกลัว
ขวัญแม่บกับตัว จะประหม่าตระดกดาล
๏ พรานไพรจะรีบร้อน จรจากวนานาน
ข้ามห้วยคีรีธาร จะฝ่าแฝกรคมคาย
๏ จะต้องลอองฟ้า พิรุณฝ่าลอองอาย
แสงแดดแลลมชาย จะเฉาเนื้อชระมัวองค์
๏ อ้าโฉมวิไลยลักษณ วรภักตรบัวบง
เฉกจันทรอันทรง กลดรัตนอาภา
๏ จักหมองชมุลมล กลจันทรปราคา
ราหูพระพาธา ศศิแสงแลอับพรรณ
๏ โอ้ว่าจะบุกบท- จรตามพเนจรัล
สุดแรงดำเนิรวัน จะพินาศในดง
๏ แต่นี้จะพลัดพราก วรภาคยกับองค์
นับวันจะลับลง ดุจเดือนแลดับดาย
๏ แม้ไข้บยินข่าว ผิวตายบรู้ตาย
ชีพแม่จะบังวาย ก็บได้จะดูใจ
๏ บาปใดขในปาง บุรพภพมาไกล
เวรานุเวรใด เฉพาะพรากจำเปนเปน
๏ เสนาะเสียงกำสดทรง บริเทวะเจนเจน
เยือกเย็นวนาเวน รย่อทั่วพนมใน
๏ ทั้งฝูงคณากิน- นรนั้นก็อาไลย
ใครใดบอดใจ ก็กำสดสยบลง
๏ ดังสาลวันอัน พยู่หพัดระดมดง
ไป่อาจดำรงตรง ก็ระนาบระเนนอน ฯ

๑๖

๏ ครั้นได้สมประดีอาทร กินรนิกร
กชุมทรรษาสารเสนอ
๏ ผิวองค์อรรคราชจรเปรอ ลงลุอำเภอ
คิรีวารด่านดง
๏ บ่มิภพพระพธูนงยง บมิทันอรองค์
ในหนแลหาอางขนาง
๏ จักตามบทจรเทาทาง พนจรบมิวาง
จะว่ายเทวศทุรา
๏ สู่คลองมนุษยบคลา ใช่ด้วยธรรมดา
จะโดยบได้ดาลถวิล
๏ เยียวไปจวบจงใจจินต์ ผ่านภพแผ่นดิน
ผู้ท่านจะได้ยังฉงล
๏ ส่ำหนึ่งบรู้ตำบล บ้านท้าวเมืองคน
นครเขตรสีมา
๏ กระหม่อมดีบดีพาธา เสียโสดหลายคลา
จะครองเปนตัวยากตน
๏ ควรด้วยอยู่หัวฟังกล ดำริห์ยุบล
จะอยู่แลไปเปนการ
๏ นางฟังหรรษาพิจารณ์ พิทยาบริพาร
ดำรงดำริห์โดยมูล
๏ ผิวกูบมิคืนตระกูล จะโศกาดูร
บันดาลเทวศอาทวา
๏ เนาในพนพฤกษทุรา คอยกิงกฤษดา
บร้างจะภพเพาพาน
๏ จักอยู่เปนอันเหลาะการ จักไปเปนภาร-
ธุรฤวายอาวรณ์
๏ แหนงตายบมิตายรอนรอน เปนตนเทียรธร-
มานไปปองเปนคุณ
๏ สโมสรเขษมศุขไพบุลย์ พิโยกอาดุร
แลมิบม้วยธรรมดา
๏ นางพลางพาษปธารา อรรคราชกัญญา
ก็ยอพระกรสดุดี
๏ น้อมเกษต่างบุษมาลี ถวายเทพคิรี
นิเวศวนัศลำเนา
๏ จงช่วยบริรักษลำเพา ลิลาศทางเทา
ทุเรศแรมบทจร
๏ อารักษรักษาแดนดอน ดงดาลสิงขร
ปราสาทไสลจิบจอม
๏ เจ้าพนัศนางไม้พนพนอม พิมานไพรดอม
คูหาชำเราะเซราะธาร
๏ ขออย่ามีพิตไภยพาน โรคันดรธารณ
ดั่งข้าผู้ข้าขอพร
๏ ถวายวันทาเทพสาทร ทุกเทวาวอน
วิเวกนรลูลุงใจ
๏ บัดภาคณากินรใน คืนไปยังไกร
เกลาศจอมศิขรา
๏ ทูลไทพิทยาภรรดา ตามมูลกิจา
ยุบลบันโดยโดยมี
๏ ถวายแก้วกุณฑลเทพี สอิ้งรัตนมณี
ตนูวิไลยลาวรรณ
๏ ทรงโศกโศกาคั่งคัน เจ็บจากจาบัลย์
บเว้นทิวาศเวลา
๏ คำนึงถึงองค์พงา กินงายน้ำตา
บเปนจะเปนสมประดี ฯ

๑๕

๏ เบื้องบั้นพระศรีสุธนราช นรนารถธเรศตรี
โลกาบดินทรบดี สุรเดชฦๅชา
๏ เสร็จเสวยสุขาภิรมยใน นคเรศโอฬา
ปัญจาละราชมหิมา อุตเรศธานี
๏ ด้วยองค์สุดาอนุชกิน นรเทพเทพี
เฉกโฉมพธูทิพสุลี ศุภลักษณโสภา
๏ โภไคยมไหศูรยตระศักดิ์ อดิเรกไตรตรา
ไพร่ฟ้าประชานิกรสา- ทรศุขสมบูรณ์
๏ เพื่อผลพิเศษปรมา บรเมศมากมูล
มาก่อพุทธางกุรแลภูล อภิเศกสมภาร
๏ สองไทยเสวยศิริสวัสดิ อภิมัทยเปรมปราณ
ด้วยแสนสุรางคบริพาร ปดิพัทธภิรมยา
๏ พราหมณ์หนึ่งฉลาดศิลปเลศ ศิวเวศปรีชา
ศึกษาวิสาลวิทยา นิติราชเปนครู
๏ ปองเปนบโรหิตบดี ธิบดินทรราชู
ทูลไทธิเบศร์ดิสรภู- ธรราชเอาตน
๏ ปางใดธผ่านภพสิมา สุรยศักดิสากล
นาศักดิ์ปโรหิตทำงล ขอประสิทธิรางวัล
๏ ท้าวดาลดำรัสพจนอวย ปติญาณประพานจันทร์
ถานาพิทธิธรธรรม- วิสุทธิโดยจง
๏ ขษณนั้นบโรหิตบดิน- ทรบดีธิชาพงษ์
สมเด็จชนาธิปกองค์ ชนกาพิทาจารย์
๏ รู้แท้พระศรีสุธนนารถ อนุญาตวโรงการ
นักบายุบลจะประทาน ศิริยศวโรดม
๏ คิดเคียคคำนึงประทุษฐจอง อนุเวรปรารมภ์
ปรารภรำพึงหฤทยทม มนัสน้อยมโนถวิล ฯ

๒๘

๏ เมื่อนั้นยังมี
นรินทรธิบดี นราธิบดินทร์
ทรงนามท้าวจันท์ ภานุภูมินทร
เปนปิ่นบุริน บุรีบูรรพา
๏ พระเกรียดิอคร้าว
พระยศไทท้าว ระบือฦๅชา
ละเวงละวล หว่าหวั่นสุธา
ระย่อเดชา ทั่วทุกธานี
๏ สมบูรณพิพัฒน์
ไพบูลย์สมบัติ เลิศล้าธาตรี
จตุรงค์ยงยุทธ์ เรืองรุทราวี
สัตรูแหนงหนี เศิกเสี้ยนกลัวไกล
๏ เสนาสามนต์
พหลชาญกล ชำนิชิงไชย
เข็ญข่าวบ่หือ ฉมวยมือไฟ
ฟฟั่นหงวันไหว จะพกแผ่นดิน
๏ ให้ชุมมนตรี
ริราชราวี จะรานนรินทร์
ว่าเมืองอุดร ปัญจาธานิน
ระบือคำยิน บย่านยำใคร
๏ จะยกไปชิง
พิภพอันสิง บให้เปนไท
จงออกแก่มือ มาน้อมด้อมใด
อำนาจกูไกร เพื่ออหังการ์
๏ เร่งให้ไตรตรวจ
ท่วนทุกหมู่หมวด พหลโยธา
ล้วนห้าวหารอิ ชำนิสาตรา
แกล้วกล้าอาษา สมรรถทุกตน
๏ ครั้นได้มหุติ
พิไชยายุทธ ให้ดำเนินพล
ยยุ่งยย้าย ละล้าวละลน
ฟ้าหล้าสากล กึกก้องโกลา
๏ ผงคลีคลี่กลุ้ม
อำพรชอุ่ม ชอ่ำเมฆา
โพยมพยับ ชรอับสุริยา
เสียงศับท์โยธา เสทือนธรณี
๏ ยาตรพลแจนแจน
ลงลุถึงแดน ด่านด้าวบุรี
ตั้งทัพสัพการย์ อยู่แรมราตรี
คอยฟังคดี จะดูอาการ
๏ ทหารหารเหตุ
เที่ยวทั่วทุเรศ รุกรีบระราน
จุดเผาเย่าเรือน ทับตูบดรธาน
ร้านโรงลำพาน ร่มไร่เพิงนา
๏ เก็บเข้าเอาของ
ทุกสิ่งมูลมอง บรู้กี่ตรา
คละเคลื่อนคละคล้าย คละคล่ำไคลคลา
ไล่ค้นด้นหา นายด่านดำบล
๏ จับแม่มัดลูก
จับพ่อพันผูก คฤกคฤคำรน
ถามข่าวกล่าวเมือง คำนวนควรคน
ทุกแห่งตำบล ป้อมค่ายปราการ ฯ

๑๖

๏ เมื่อนั้นจึ่งขุนผู้ชาญ คิรีวันทวาร
วนัศด้าวแดนดง
๏ ดกดาลลาญใจบมิคง ภาครัวซอนซง
พนัศหนีแหนงตาย
๏ ควบเข้ามาเมืองบรรยาย แจ้งเสนานาย
นายกภิมุขมนตรี
๏ ทูลไทดิลกมิ่งโมฬี ให้เตรียมโยธี
พิริยแสนยากร
๏ ขษณนั้นบโรหิตภูธร บิตุราชดิศร
สุธนเทพกุมาร
๏ ทูลไทธิบดีทัดทาน เพื่อโทษมูลมาน
มโนวิจลจองไภย
๏ ว่าองค์ทรงภพภพไตร จักยาตรพลไกร
ไป่ย่อพยู่หดัษกร
๏ ผิวองค์ดิศรโศดร สมรรถสู่สมร
จะโดยบควรควรการ
๏ แต่องค์โอรสกุมาร เอาภารเปนงาน
ทำงลจำรายไพรี
๏ ทรามไวยไวยวุทธราวี สพสาตรศิลปี
พิเศษประเสริฐในปาง
๏ ควรเปนสนององค์อุตมางค์ เข็ญขามอางขนาง
อันอาจบอาจจักแคลน
๏ ขอพระสุธนเทาทับแทน ต่อด้วยเศิกแสน
สมรรถไชยชิงไชย
๏ ท้าวสดับสฤษดิทูลไท บมิแกว่นกลใน
คำรนอารมณรำพึง
๏ กลอยเห็นบมิจรึงเปนจรึง ประทุษฐคำนึง
ก็กลายมากล่าวเปนคุณ
๏ บัดมีพระสาศนใสสุน- ทรแก่ตรุณ
สุธนราชดิลก
๏ อ้าพ่อยุพราชโบดก คาบนี้จงยก
พยู่หพลมือมรณ์
๏ ไปต่อท้าวผู้ดัษกร อันมาเบือนบร
สีมาราชเรือนเรา
๏ ขษณนั้นสุธนราชคมเคา รพสาศนเสา-
วนีปรนตยแล้วลา
๏ สารสั่งสมุหเสวกนา ยกให้ชุมพา
หนนิกรรานรงค์
๏ เสด็จยังปรางรัตนยรรยง นั่งแนบอรองค์
พระนุชแก้วกัญญา
๏ อ้าอรกนิฐพงา คือดวงไนยนา
ชีวิตรพี่พึงสงวน
๏ เรียมจักจากรักรัญจวญ จากอกแนมนวน
ประภาคยภักตรพิมจันทร์
๏ บัดนี้มีท้าวหนึ่งอัน ประทุษฐอาธรรม์
แลยกมารุกราวี
๏ สมเด็จอิศรราชบดี บิตุราชราชี
จรรโลงพิภพจุธา
๏ มีราโชงการประกา ษิตให้เรียมคลา
ไปรณรงค์โรมรอน
๏ จักลาเยาวลักษณจากจร ไปปราบดัษกร
นิราศเรียมแรมวัน
๏ จงสถิตยปรางรัตนในครรภ์ ครององค์องค์อรร-
คเรศด้วยชนนี

๑๔

๏ เมื่อนั้นอนงคนุชนาฎ วรราชเทพี
เอคอรรคเทพกินรี อรองค์มโนรา
๏ ปางได้สดับพจนสุน- ทรไทยประโลมลา
จักไปณรงค์รณนิรา จะนิราศแรมองค์
๏ เพียงเพ็ชราวุธแลฟาด ศีระขาดกระเดนลง
เจียนจากพระกายอรอง คอนาถแลดูดาล
๏ ขวัญหนีฟฟั่นวิจลจาก สิระรางคเลวลาญ
จิตรนางบเปนกมลมาน ก็ประหม่าประเหม่อดาย
๏ กอดเอาพระบาทยุคลบง- กชทอดระทวยกาย
เกลือกกลิ้งสกนธ์ศิระสยาย วรเกษะสาธารณ์
๏ สองกรกระทุ่มอุระประนัง นุประหนึ่งแหลกลาญ
อาดูระดวงสมรปาน ละอุอรรคนีใน
๏ ยกบาทธทูลศิระสอื้น ชลพาษปธาไร
แดดาลกำเดาวิจลใน ก็วิลาประจาบัลย์
๏ อ้าพระนรานฤบดิน ทรธิราชทรงธรรม์
เคยปกศิรานิตยอนัน ตเอนกคุณา
๏ ข้าบาทพิโยคประยุรวงษ์ บิตุราชมาดา
ผู้เดียวประดาษกะปณะอา- ดูรแสนกำสดถวิล
๏ ได้พึ่งพระบาทบวรบง- กชรัตนราชินทร์
เพียงองค์ชนกชนนิน ทรเทพมาครอง
๏ เย็นเกษแลเย็นกมลอัน ระอุอรรคนีกอง
เย็นอกรทมอุทรพอง ทุกข์พิสม์พิโยคตรอม
๏ เปนที่พำนักนิตยข้า บริจาจำนงค์จอม
จักไปบเอื้อหฤทยออม สกลเกษจะการุญ
๏ อ้าแม่เสมอสมรพี่ ฤแลพี่ดูบอาดูร
เรียมจักบำราศพระนุชสุน- ทรเทพเทียรวาย
๏ อาไลยแลอาวรณ์สวาสดิ์ ดุจขาดประจากกาย
จำพี่พิโยคยุพจำงาย ทุกขเรียมฤใดปาง
๏ อ้าองค์ชนาธิปกภู วดิลกจุธาธาร
แม้ไปแลข้าชีพจลาญ บมิร้างจะรอดคง
๏ ใครใดจะการุญพิทักษ์ บริรักษ์เสมอองค์
จากบาทบำราศบวรบง- กชแก้วฤเปนคน
๏ อ้าอรพระศรีสมรแม่ ตรุณรักษกับตน
อย่าโศกกำสดจรเทินทน ทุกขพาษปธารา
๏ ใช่เรียมบอาวรณ์สวาสดิ์ จะบำราศพงาคลา
เจ็บใดบเทียมจิตระนิรา รศเจ็บประจากจอง ฯ

๑๑

๏ อ้าพระมงกุฎเกษ วรเดชเคยครอง
จากไปแลใครปอง ผิจะปกจะป้องสงวน
๏ ทิ้งข้าพระเดียวดาย นิรราษรัญจวร
สันโดษฟฟายอวน แลอนาถบเห็นใคร
๏ อ้าแม่แลอย่าปรา- รภพี่จะคัลไลย
จักไว้ทำงลไท ชนนีถนอมออม
๏ ไป่ให้พระศรีสมร วรลักษณตราตรอม
อย่าทุกข์ผผ่าวผอม ระกำจิตระหมองหมาย
๏ อ้าข้าพระแรมราช- ประดาษประเดดาย
อยู่เปนเสมอตาย ฤบคิดจะอาไลย
๏ ขอตามเสด็จโดย บทเรศจอมไกร
แม้ม้วยตนูใน บมิคิดทำงลตน
๏ อยู่แฮพระโฉมเฉลา ยุพเรศนิฤมล
ฤๅแม่จะไป่ทน ทุกข์ด้วยจะเพื่อนเรียม
๏ จักเปนทำงลงาล ธุระภารใดเทียม
อย่าโทมนัศเตรียม กระอุอกอุรากรม
๏ เสร็จการณรงคราช จลิลาศคืนชม
สมสร้อยสุขารมย์ รศรักษ์ฤๅแรมนาน
๏ อ้าองค์นรินทรราช นรนารถภูบาล
ใช่เชิงจะหมิ่นการ แลประมาทเข็ญเขา
๏ สงครามเสมออัณ ฑะชะชาติไป่เบา
แม้ดีประดุจเดา จะสฤษดิโดยปอง
๏ ยังยากณรงค์ราช วิปลาศลบองคลอง
เกลือกข้าจเคร่าครอง ชีพข้าจะลายลาญ
๏ ขอเปนฉลองบง- กชบาทกมุทมาลย์
แม้ม้วยชีวันวาร ธิบดินทรเห็นใจ
๏ ทอดองค์กำศรวญศัลย์ บมิกลั้นสุชลไนย
กอดข้อพระบาทไท บริเทววิงวอน ฯ

๒๘

๏ เมื่อนั้นพระศรี
สุธนธิบดี บดินทร์ยอกร
ลูบเหนือปฤษฎางค์ พะอูลองค์อร
ปลอบสร้อยศรีสมร ประโลมสายใจ
๏ อ้าอรพระนุช
พระน้องศรีสุด สวาสดิ์อาไลย
อย่าแสนโศกี แก่พี่จะไป
เปนทุกข์ทนใน มโนกังวล
๏ อยู่บเปนใด
ด้วยองค์ท่านไท ธิราชพระชน
นีนงคนารถ ในราชไหยรณ
เฉกฉันสกนธ์ เรียมรักษอภิบาล
๏ พระศรีเสาวเลข
ลออองค์เอก ลำเพาเพ็ญพาล
ไป่เรียมบลืม สวาสดิ์สงสาร
ฟังพี่อย่าดาล กำเดาอาดูร
๏ ประภาคยเพ็ญโพธ
ไพบูลบัวโบษย์ ตระศักดิ์สมบูรณ์
พระภักตรเดือนวรรณ แจ่มจันทรจำรูญ
จะเสร้าศรีสูญ สุพรรณหมองหมาย
๏ ศรีสมสาโรช
กลแก้วเกษโกษ ลอองอวนอาย
ชวยทราบชื่นฉม ประทิ่นลมชาย
จะเหือดหอมหาย จรุงแรมองค์
๏ พระเนตรเนียรนิล
มณีเจียรจิน ดาดวงนิศกลง
ดั่งทรายโบฎก คลคลับไววง
สวาสดิ์พิศวง จะคล้ำมัวมล
๏ พระนุชนงเหน้า
อย่าแสนโศกเศร้า ทรงโศกานน
ดวงชีพิตรพี่ พ่างแก้วกับตน
ทั้งไตรสากล ฤเปรียบปูนปาน
๏ อยู่สงวนโฉม
ถ้าพี่ลาโลม สุมณฑาธาร
เกษแก้วกามกล วิมลสุมาลย์
อย่าทุกข์ประปราณ รอุอาวรณ์
๏ ปลอบพลาง ๆ เชย
ชวนชื่นเสบย สบายอรชร
ตระอรอรรศ เรณูกำจร
ประสมสายสมร ประสานสายใจ
๏ พระยั่วย่ำยาม
เวลาพระฮาม ประจุสเรืองไร
ดาลดัษผทม แท่นทิพอำไพ
ปลุกนุชเนาใน จากอาศนอาภา
๏ เสร็จเสียอุจราศ
แล้วสรงมุรธาตุ ภิเศกสุธา
สุคันโธทก วิมลมาลา
เสวยทิพกระยา อรรครศวรางค์ ฯ

๑๖

๏ ดับนั้นหมู่มุขเสนางค์ ท่วนทศทุกรวาง
ก็เตรียมนิกรเรียบราย
๏ พลช้างโดดแล่นเพรียวพราย ชนักเนาสอดสาย
กระวินสคนบังคน
๏ ผูกพนาดลาดเบาะกำพล ข่ายแก้วกรองบน
สพองพิจิตรแพร้วพราย
๏ ประดับดวงดารารัตนราย ห้อยหูฟะฟาย
พิจิตรจงกลจามรี
๏ งางอนงามเงยราวี สรรพางคผึ่งพี
กรันชับครรชิตคือมัน
๏ แหย่งคำดาบด้ำตาวฟัน ทวนทองกุทัณฑ์
แลคลีคระวีโตมร
๏ เขนเข็ญส้าวสาดดัษกร ยุงแพนฟายฟอน
พิเศศะแสงพลพรรค์
๏ แต่ละตัวย่อมบ้าบ่มมันท์ บังหูหางชัน
ชำนิในรงคชาญชน
๏ อาจจู่โจมจำบังพล ขวิดไขว่เวียรวล
แลผันคือจักรภมร
๏ อุกเอาเศิกเสี้ยนเบือบร สามารถในสมร
จะรานอรินทรคำรน
๏ ขุนช้างหมวกมาศจงกล คาดคดเคียนตน
สณยสนับเกราะกรอง
๏ ของ้าวงอนง่าเงยปอง ประปักษจักลอง
ประยุทธเล่นกลางสนาม
๏ ควานขี่ขับเข้าตับตาม สอดเสื้อสีดามพ์
แลหมวกสดักดำนิล
๏ กลางช้างหมวกโหมดเกาบิล สอดเกราะนวมอิน
ธะนูเสนงปืนปอง
๏ พลอัศดรเดชลังลอง ผกผาดลำพอง
จะเผ่นเอาดาวเดือนตวัน
๏ เพียงม้ามารุตบมิทัน เห็นเศิกเคี่ยวคัน
แลหารสำหาวในณรงค์
๏ อาจวิ่งบนใบบัวบง เบาะอานบันจง
แลเจิมจุรีพู่พราย
๏ ขุนม้าหมื่นม้าพันทนาย แต่งตนเกราะกราย
บ้างถือกุทัณฑ์ทวนแทง
๏ เคยเข้าสู่เศิกยุทธแยง แกวนแกล้วรณแรง
จะระจะโรมสงคราม
๏ พลรถเรียบรถเรืองราม กงหล่อเหล็กลาม
แลล้อละเลื่อนเพลาพลัน
๏ เรือนรังบังแอกงอนถงัน จำหลักลายวรรณ
วิจิตรบันเจิดเจษฎา
๏ เทียมโทสินธพพลา- หกเพียงสิหรา
จะแผดจะผกพึงแสยง
๏ ขุนรถรจนาดูแสดง ประตักทักแทง
ขึ้นขับพิไชยเกวียนไกว
๏ กรกุมอาวุธคระวีไว แว่นไวศรไกร
ธะนูถนัดยิ่งยำ
๏ เคยโจมประจามิตรเจนจำ ชิงไชยไชยชำ
ชำนะทุกเข็ญข่าวขจร
๏ พลชาญรานราชดัษกร ฉมวยแม้นมือมรณ์
ทมักทมื่นตากตน
๏ เลือกล้วนพลเหล่าคงทน ดำดินดานดล
ก็ได้ดังใจบมิคลา
๏ อาจบินโบยบนนะภา ล่องหนหายตา
บทันจะดูดูดาล
๏ โถมเข้ากลางกระลากุณฑ์กาล บมีพิศมพาพาน
ก็เหยียบเปนภัศมเปลวปลง
๏ อาจโอนเอาภูผาลง ศิขรบมิคง
ก็ค้อมด้วยอาคมแรง
๏ แกล้วกลืนแสนสาตรคมแวง อาวุธทะแทง
ก็ดรธานเปนจุณ
๏ อาพัทสุระสุรามพุภุญช์ หน้ากริ่มจระกรุน
ก็เคี้ยวกระเกรี้ยวกราดกราม
๏ แต่งตนคาดเคี่ยวคำราม เครื่องนพสงคราม
ประสิทธิเศกสวมกาย
๏ สัพสรรพาวุธโพรงพราย กรกุมทะทาย
จะต่อณรงค์กลางแปลง
๏ ไวแว่นแกว่นกลยุทธแยง ดาลเดชสำแดง
ละลอบละล้าวชิงไชย
๏ เรืองริ้วสระทื่นเทียบพลไกร ทิวธุชเรืองไร
ระยาบระยับแยงยล
๏ เกรียมถ้าลูกไท้เสด็จดล เอิกเกริกโจษจล
สพราศทั้งท้องธรณี
๏ ถึงยามพิไชยยุทธนาที เอารสธิบดี
ดิลภสุธนกุมาร
๏ เสร็จสรงสินธุทิพธาร รศเรณูมาลย์
สำอางสุคนธกำจร
๏ ทรงเครื่องพิไชยยุทธนาภรณ์ เพียงองค์ภาษกร
ประภาประภาษอำภน
๏ เสด็จไปถวายกรยังมณ เฑียรไชยชนกชน
นีธิราชอำลา
๏ สองราชอวยไชยะวรา วรฤทธิเดชา
นุชิตรราชริปู
๏ อ้าพ่อปราบดามฤตยู สามรรถรณภู
นุภาพเพียงภุชพล
๏ มล้างแทตย์ลาญทสานน ด้วยตรีศรพล
สฤทธิแก่พ่อจงไชย
๏ พระก้มมกุฎเกษเรืองไร เอาพรอไภย
ประสาทประสิทธิสาทร
๏ มายังน้องท้าวองค์อร อรรคเทพกินร
มโนหะรานารี
๏ โลมลาพระพธูเทพี แก้วกัลยาณี
แลเรียมจะจากบทจร
๏ น้องท้าวสดับสารภูธร เพียงพิศม์ไฟฟอน
มารุมระงมกลางใจ
๏ อาวรณ์รอุอกอาไลย ไหว้บาทท่านไท
สมเด็จบพิตรภรรดา
๏ พลางทรงพาษปธารา เปลี่ยวอกเอกา
แลเปล่าสวาสดิ์แดดาล
๏ อัดอั้นพระอุระประปราณ น้ำหน้าคือธาร
ก็ทรงกำสดแสนศัลย์
๏ พระปลอบเยาวลักษณลาวรรณ อ้าแม่อย่ากรร-
แสงสวาสดิอาวรณ์
๏ แก่เรียมจักไปดัษกร ยุทธนาในสมร
จะดาลอุบัติหลากลาง
๏ ผิวพี่บมิไปในปาง จักอยู่อางขนาง
แก่ท้าวผู้เข็ญจักแคลน
๏ เขาอุกชิงภพถึงแดน ฤาเรียมไป่แทน
บควรจะอยู่ดูดี
๏ แต่องค์เรียมจากจรลี ใจแนบแนมศรี
สวัสดิ์สวาสดิ์ฤๅไกล
๏ ปลอบขวัญพระนุชพลางอาไลย อาวรณ์วลใน
กมลละห้อยจาบัลย์
๏ จักจากบมิจากจรจรร อาดูรแดยรร
กรลูละลุงลาญสมร
๏ เสด็จถึงเกยรัตนลงกร เสด็จยังกุญชร
พิไชยคชาธารทรง
๏ เพียงพญาไกรสรยานยง ดาลเดชะมาตงค์
ตระกูลจะกราจสงคราม
๏ ทรงสุวรรณปฤษฎางคเรืองราม เรืองรัตนงางาม
พิเศษด้วยสร้อยสรรพางค์
๏ ดำเนิรพยุหพลเสนางค์ จากภพเบ็ญจางค์
นิเวศสิมามณฑล
๏ พลพฤนทโห่แห่โจษจล ฆ้องกลองอึงอน
ระดมบัณเฑาะดุริยางค์
๏ แตรสังขสังคีตกรลุมพาง ปี่เปียวเปิงมาง
แลกังสดาลดนตรี
๏ พิณพาทย์โพโลเภรี นครใดทุณทพี
กระทุ่มสเทือนฤๅรงม
๏ เรืองริ้วทิวธุชอภิรมย์ พรายพรายโบกลม
ระย้าระยับอำพร
๏ เสียงรถคชพลนิกร แซ่เสียงอัศดร
ดุรงคร้องเริงรณ
๏ ไหวหวั่นชั้นฟ้าสากล มลเมฆบังบน
แลบดชระอุ่มทุกพาย
๏ ดุจดั่งปัถพีจะทะลาย คลี่พลคือสาย
สมุทแสนสังขยา
๏ ถั่นๆเทาทับยาตรา ตกท่งสิมา
นครเขตรนิคม
๏ ฝ่ายองค์พญาจันทรบรม ราชูไกรกรม
ปราปรัญปักษ์ปอง
๏ ยินข่าวทับไทคลาคลอง ตราไตรตรวจกอง
นิกรแสนแสนยา
๏ ขับออกรับรณพาธา พลแสนสังขยา
ก็เข้าประทะถึงกัน
๏ หัวหน้าต่อหน้าปรือปรัน ฉาดฉานโจมฟัน
จระคลื่นจรคล่าวโรมรุม
๏ กล่นเกลื่อนกลากลาดรุมชุม อาวุธกรกุม
ก็ป่ายปะปาดเร็งรัน
๏ พลช้างตั้งหน้าเมามัน ปะกันต่อกัน
ก็เข้าบำรูรุมชน
๏ ขวิดค้อนปลายงาอลวล แกล้วเกลื่อนกลางพล
แลผันคือจักรไกวเกวียน
๏ หมอควานขับแว่นวิ่งเวียน ผงักงาฉวัดเฉวียน
ระยั่งระย่อคือยนต์
๏ อุกรุกคลุกคลีราญรณ พลช้างช้างชน
สทื่นทั้งท้องรณภู
๏ โดดแล่นแล่นเข้าบำรู ค้ำค่ายเกริกกรู
สระดะสระดักงาเงย
๏ เพรียวแซ่งพังคาตัวเคย ป้อมปืนสายเสย
สรพราศทังล้อมวังวง
๏ ช้างกันก้าวกันกรรกง โจมทับราญรงค์
ก็พุ่งเข้าโจมทับแทง
๏ กลอกกลับสับสนกลางแปลง โหมหักเร็งแรง
แลขวิดคือลูกโคลกระวี
๏ เศิกสารสงโสดตัวดี บมิรองงารี
ก็ตื่นทังทัพเทลาน
๏ บัดขุนพาชีเชาว์ชาญ ขับกัณฐัศทยาน
ก็โถมประยุทธกลางณรงค
๏ จึ่งขุนสินธพเอกองค์ ราโชรสวงษ์
ก็ขับดุรงค์เร่งรอน
๏ พลม้ามิ่งม้าอัศดร คล่าวคลีโตมร
ก็โจมผจญชิงไชย
๏ ต่างตนว่องไวต่อไว อาวุธกรดไกร
ก็แกว่งวะวาวคมแวง
๏ ชักม้าเฉวียนเชิงชวยแชง ผกผงาดเลี้ยวแลง
แลแล่นตรลบกงกล
๏ ต่างหมายต่างมุ่งต่างคน แต่ตัวต่อตน
ก็ลวงประลองกันลอง
๏ คว้างคว้างครรแลงทวนยอง สบเลศละบอง
ก็เท้งประตักทวนทาย
๏ ขุนม้าแขกไส้รั่วราย ต้องเพาะพุงทลาย
ก็ตกบทันติงตน
๏ ตายดับทับทุ่มในรณ ม้าแมนบมิทน
ก็ท่าวทั้งสี่ตีนตาย
๏ ขุนม้าหมื่นม้านานาย ตื่นแตกรายมาย
แลผายบทันพรับตา
๏ ยังยังขุนรถรังอา ษาเศิกพาทา
ก็แกว่งกระลันโตมร
๏ ขับรถต่อรถจดงอน ต่างมือไฟฟอน
ก็สาตรธนูศรแสดง
๏ สารถีทวยทิ้งทวนแทง กลับกลอกครรแลง
แลอวดประกวดกลางสนาม
๏ ต่างทัดต่างทานตับตาม ต่างแขงบมิขาม
ก็ค้าคคึกเก่งกล
๏ พลรถลูกท้าวผจล ด้วยโลหมุสล
แลแสงเสนาจะรวยจะรี
๏ ต้องพลท้าวทับไพรี บาดไส้พุงพี
แลเลือดฉลุมทังลาญ
๏ หารโหมโรมเข้าระราญ พลแขกบมิทาน
ก็รอพิรียราวี
๏ พลพระพะพานคลุกคลี ตอบตีโจมตี
แลเร่งรันแทะรุมรอน
๏ เข็ญข้างพญาจันทรดัษกร เพียงตกไฟฟอน
ก็ลาศประลาศหลีกตาย
๏ ท้าวเห็นแพ้พลสามนาย คชรถโหงหาย
พินาศลงในสนาม
๏ เร่งโยธาทศภิราม อาษาสงคราม
ออกต่อด้วยพลนฤบดี

๒๘

๏ เมื่อนั้นยังขุน
นายหนึ่งเขมามุณห์ สมรรถพิรีย์
หนวดหน้าสคร้าว ถือตาวคระวี
เคยไชยหลายที ถลันออกยืน
๏ ว่าเหวยใครดี
จะขันต่อตี แก่กูฝ่าฝืน
บรู้ตัวตาย จะวายบหืน
กูชื่อถมืน จู่โจมจำบัง
๏ ตัวกูพุงเพชร
ช้างสารหาญเห็จ กูจับผูกกลัง
หินผากูลอง ระเนนระนัง
กูง้างเขาพัง ลงเปนผงคลี
๏ บัดเดี๋ยวบนาน
ขุนหนึ่งซั้นขาน จะขอชันชี
จับหอกออกง่า ใครค้าว่าดี
จะมาราวี แก่กูเกี่ยงตาย
๏ กูชื่อขุนกาล
ออกชื่อกูย่าน ระย่อทุกพาย
ใครต่อฝีมือ จะให้แหงนหงาย
หลัดหลัดโหงหาย บทันเจรจา
๏ ภูเขาแสนอ้อม
มือเดียวกูน้อม ระนาบลงมา
อาวุธใครดี กูลองหลายครา
ดั่งเอื้องพุ่งผา บลื้นบลาย
๏ สองนายเข้ายุทธ
กวัดแกว่งอาวุธ ประทะประปราย
ฉานฉานฉาดฉาด สพราศประกาย
บัดพลพระทาย ตอกต้องพุงพัง
๏ ขษณะนั้นขุนเขน
ค้าค้าเจนเจน ออกยืนจำบัง
แกว่งเขนควะคว้าง อวดอ้างกำลัง
ใครเหวยมาหวัง หัวหายแก่กู
๏ กูนี้ตัวหาญ
ผู้เดียวกูผลาน พวกพันสัตรู
แลทีกูปาด ดั่งลิดตีนปู
ใครต่อด้วยกู พันเอินถึงกาล
๏ มือกูหมายแม่น
จะพุ่งจะแพ่น แลที่พพาน
ดั๋กดั๋กท่าวล้ม บทันทัดทาน
ยะยอบกูลาญ มาเปนเชลย
๏ ขุนหนึ่งสามารถ
สภายโล่ห์ลาศ ออกรำง่าเงย
ดาบด้ำลำลาว กูคล่าวมือเคย
มีไชยใครเลย บ่รอกูราน
๏ กูนี้ขุนอาจ
ดาบโล่ห์กูฟาด หัวขาดคือตาล
ใครเก่งแก่กู กูคือพระกาล
บัดเดี๋ยวลึงลาญ บทันอึดใจ
๏ สองขันต่อขัน
ออกต่อด้วยกัน ดั่งเสือตัวไกร
ยะยอบยะย้าย ประชีเอาไชย
ฉวาดแวงไว ด้วยเลศหลายกล
๏ บัดดาบฟอนฟาด
ต้องหัวแขนขาด บทันรู้ตน
ระนาศระนับ ระเนนกลางพล
เลือดไหลคือชล ชเลเทธาร
๏ จึ่งขุนกุทัณฑ์
ขึ้นสายยะยรร จะยิงทยาน
ใครเหวยหมอแม่น มาขันระราน
ตัวกูจักลาญ ชีวิตรโดยดล
๏ กุทัณฑ์กูแว่น
กูยิ่งเศิกแสน แลทีบทน
ถูกไส้ไตแตก ตลอดทุกตน
บอาจเปนคน จะรอดไปคืน
๏ บัดขุนธนู
ขมังสัตรู ขวางออกมายืน
ว่าเหวยมึงใคร จะมาฝ่าฝืน
แก่กูบหืน จะโหงในวัน
๏ ธนูกูแกว่น
กูมวยมือแม่น แลทีแลพัน
กลอยถูกลูกเมีย บเหลียวหาทัน
ยะยอบยะยรร ระลมระลาย

๑๖

๏ ออกตั้งกลางสนามสองนาย ต่างแม่นต่างหมาย
ฉมวยฉมัดลิวลำ
๏ บัดต้องบัดตกใจดำ พลพระยิงยำ
ก็ทอดธนูทะทาย
๏ ถูกพลกุทัณฑ์ดักดาย หัวหวามโหงหาย
ก็ล้มระนาศยัน ๆ
๏ ยังยังขุนหนึ่งทวนคัน ฟ้อนฟายผาดผัน
ก็ออกประชีกลางณรงค์
๏ ใครเหวยอวดอ้างตัวยง จักต่อกูคง
กะพันคือผาเพชรี
๏ กูต่อด้วยสีหราวี ไกรสรแหนงหนี
ก็เร้นในทุมทุบทู
๏ เรียกกูมือมรณมฤตยู แสนแสนสัตรู
ก็แพ้ด้วยทวนกูแทง
๏ บัดขุนทวนพระสำแดง ยืนยังกลางแปลง
ก็อ้างก็อวดตนประชัน
๏ เหวยกูชื่อขุนเทพทัณฑ์ ทวนกูคมคัน
จะเสื้องเอาตับไตตาย
๏ กูเดียวต่อด้วยพันนาย อาวุธรายมาย
ระเร็งระโรมรุมโรม
๏ บมิต้องตนกูแต่โลม ตับตายทรุดโทรม
ก็หนีกูลี้เฉงเลง
๏ สองอวดสองอ้างตนเอง ต่อกันบมิเกรง
ก็เข้าปะทะทวนแทง
๏ พลท้าวพลาดพลั้งเพลงแพลง พลพระยงแยง
ก็ต้องสภาพพุงพัง ฯ

๑๙

๏ พญาจันทครันทฤษดีพิริยพลจำบัง
ตับตายระนาศนัง ประดาษ
๏ กรีดาค้าคำคะคึกอธึกพลจกราช
โองการประกาษกาจ ลเวง
๏ เร่งหมู่พยู่หพิรียราชอำมาตยคระเครง
รุกรณะโรมเรง ระโรม
๏ อุกคลุกบุกพลดาระณาภิมุขโซรม
สาตรแสงประหารโหม ฤแห
๏ เหวยใครใดผิแลขามคะคร้ามอรินะแปร
ทังปราณจะแล่แด ฉะมางษ์
๏ ใดชอบกอบยศสุนทรขุนวรุตะราง
ช้างโชติศักดิขวาง ตระศักดิ ฯ

๑๖

๏ โยธาครั้นสดับสารสรดัก ภาพเพียงพลยักษ์
ก็ยืนสทื่นกลางสนาม
๏ กรกุมอาวุธแวงวาม กราดกราดเกรียบกราม
พันฦกพันฦๅลั่นฦๅ
๏ เร่งรุมโรมโซรมปึงปือ สาตรากับมือ
ก็ป่ายปะปาดฟาดฟอน
๏ หอกดาบหลาวแหลนโตมร กุทัณฑ์ธนูศร
เสน่าหน้าไม้ปืนยา
๏ พลพระระราญพาธา ต่อด้วยสหสา
ก็โรมสำรุกรัญทำ
๏ หน้าหลังอึกอือปรือปรำ สับสนเฉวียงสดำ
เสทือนสทกอุกคลุก
๏ โซรมซั้นโซมแซงบุกรุก โรมออกโรมอุก
คละเคลื่อนคละคล่ำสำสำ
๏ อาวุธสล้างเลื่อมเลือนลำ แหลนพุ่งหลาวตำ
แลกฤชกระบี่จรวยจรี
๏ โจมทุ่มโจมทับแลที ต้องพลไพรี
พินาษระนาบไป่ครือ
๏ พลพระดุจไฟไหม้ปือ พลท้าวบมิหือ
ก็ตายคือแตนเต้นไฟ ฯ

๑๑

๏ ขษณนั้นพยาจัน- ทรภานุกฤษดิไตร
เห็นพลพิลาไล ยะเอนกนองสนาม
๏ โกรธเตรียมกมลไหม้ ดุจไฟสุณีลาม
ขับไอยะราราม- สุเรนทรรีบมา
๏ ดูราสุธนนารถ ยุพราชเทียรทา-
รกนี้ฤหังการ์ จะต่อเราบคิดตาย
๏ ฤๅไปบเจียมองค์ แลทรนงจะทัดทาย
กลิ่นโอฐบหายอาย ขษิรามรศภุญช์
๏ ผิวจักประยุทธยง รณรงค์บำรูภุญ
ชรชนจะเปนจุณ บมิทันเผด็จแสดง
๏ เพียงพาลมฤคโป- ดกราชยรู้แรง
สู้สิงห์กำแหงแผลง จะพินาศแหลกลาญ
๏ อ้าท้าวธผู้เปน อริราชสามาญ
ดั่งฤๅแลกล่าวสาร มรรษาประมาทแคลน
๏ ท้าวหากบเปนยุติ สุจริตผดุงแดน
โลภลาภไปแหน ศิริยราชครองตน
๏ โภไคมไหยสูรย์ อติเรกะนองนนต์
ผ่านภพไพชยนต์ ก็เสมอสิมาแมน
๏ เสนาคณารถ คชพลฤเปนแคลน
สนมนางสุรางค์แสน บริบูรณสมภาร
๏ ฤๅท้าวบอิ่มอา รมณราชศฤงฆาร
เอาโลภเปนปราณ แลประทุษฐบีทา
๏ ไป่มีหิริโอ- ตปอายประพฤติลา-
มกธรรมประสงค์หา จะนำยังอบายเบียน
๏ ฤๅห่อนคำนึงเว รอุบัติจักเวียน
เปนที่ตำเนียรเตียน ตำริห์ราชฤๅวาย
๏ ผิวเราแลเยาวอา ยุศมาก็ยิ่งชาย
เพื่อหิริโออาย สุจริตะมูลมี
๏ เฉกผาประภาเพชร พิชิระโชดิรูจี
โลกยธรรมราวี ก็บได้จุลาจล
๏ อย่าแด่ณรงค์พา หิรราชแรงพล
เราอาจผจญกล อริราชคลองใน
๏ นับว่าทิวาวงษ์ วรเกรียดิฦๅไกร
ฤๅขามรำบานไภย รณรงคริปูปอง ฯ

๑๖

๏ ขษณพระมีบัณฑูรสนอง บันโดยโดยคลอง
คดีสมเด็จเสร็จแสดง
๏ ขับคชคเชนทรรณแรง ต่องาชนแซรง
ด้วยท้าวผู้จันทรภานู
๏ ขวิดค้อนงาเงยบำรู ในกลางรณภู
ประยุทธกันโกลา
๏ กลอกกลับรับระพาธา สองสารสารงา
ชงากชงักอลวล
๏ ดุจเอราวรรณเรืองรณ บำรูแรงผจญ
ด้วยองค์พระคชฉัตรทันต์
๏ ต่างหาญต่อหาญเหิมมัน ต่างตั้งบมิผัน
ก็ชมประชิดชุลมุน
๏ ท่อยทีคัดค้อนรุกรุน เฉวียนฉวัดเฉียวฉุน
กระลับดั่งกงจักรไกว
๏ สองไทง่าง้าวชิงไชย ต่างแว่นต่อไว
ด้วยชาญแลชาญชาญกล
๏ ดั่งองค์อนิรุทเรืองรณ ต่อตนด้วยตน
อสุรพาลพานา
๏ ฝ่ายองค์พญาจันทรอา นุภาพมหา
ก็แรงพิโรธรันทำ
๏ สาตรแสงกาลบาทไปจำ เพียงพิศนุปาณำ
อันมีมหามหิมา
๏ พระทรงขรรค์เพชรวรา- วุธแสงพาธา
ก็เทิดก็ทัดระราน
๏ สาดยมบาศพิศม์พิศดาร เดชดั่งเพลิงผลาญ
คือแสงวิชุลฉวัดเฉวียน
๏ พระแผลงธนูนาคดุจเนียร มิตระสูรดเลิศเศียร
ก็กลืนเอาบาทเปนจุณ
๏ ท้าวดาลเดือดคือไฟฟุน ขับนาคโจมกุญ-
ชรโรมพระโรมต่อแรง
๏ พระทรงของ้าววะชิระแลง ฉายฉวาดคมแวง
ก็ต้องดั่งดาบมฤตยู
๏ ขาดฅอพญาจันทภานู พินาศในรณภู
นิกรโห่ชมไชย
๏ เสนานายกเกริกไกร สรรเสริญยศไท
ธิราชลั่นฦๅละเวง
๏ พลเศิกกรานกราบพระเอง อึงออกดาลเกรง
พระเกรียดิอันมีมหิมา ฯ

๑๔

๏ ปางเมื่อพระศรีสุธนราช นรนารถยุทธนา
พญาจันทรรงคณพา ธสุเรนทรราวี
๏ สมเด็จพระอรรควรเทพ ศุภลักษณเทพี
อันเปนพระราชชนนี ก็นิมิตรในวัน
๏ ฝันว่าพระโอรสพระองค์ รณรงค์พญาจันท์
ถึงแก่ปราชยชีวัน ศิระขาดประจากกาย
๏ โยธาคณาคณะพินาศ อเนกนองนาย
สิ้นชีพเสียสกลวาย แลอนาถณกลางพล
๏ เสด็จดัษผทมก็ทุมนัศ อุระร้อนรำพึงกล
ขวัญหายวะหวั่นจิตรวิจล ก็กำสรดตระดกดาล
๏ เสด็จไปถวายกรประนตพ- วรบทยุคลมาลย์
แต่ท้าวธำรงภพสุธาร ทิปทุตมบรรยาย
๏ สมเด็จธทราบสุบินเสา- วนินารถคลี่คลาย
รัญทวยระท่าวสกลกาย ก็รทดหฤทัยถวิล
๏ ให้หาบโรหิตพยา- กรรู้ประดินทิน
มาทายพระลักษณสุบิณ พิเคราะห์ดูพระชาตา ฯ

๑๖

๏ โหรากล่าวแก้ลักษณา โดยมานมายา
ประทุษฐโทษผูกพันธ์
๏ หวังมล้างลูกไททรงธรรม์ ด้วยรังเกียจกรรม์
ก็ทูลอำเภอโดยเดา
๏ ฝันนี้ลามกมาเอา ชีพิตรแห่งเรา
บเปนศิริยสภาพร
๏ แม่นแท้เอารสภูธร ไปต่อดัษกร
จะเปนพิบัติในณรงค์
๏ หนึ่งดวงชันษาบมิคง จักเสียพระองค์
ปรตยักษ์ดังนี้ไปคลา
๏ สองไทฟังอมิตรมายา ดั่งดวงชีวา
ชีวาตมสิ้นสุดสกนธ์
๏ จิตรท้าวบมิอยู่กับตน อาวรณ์วิจล
ก็ถามลัทธิโหรา
๏ จักแก้ฉันใดดีอา จารย์ผู้ปรีชา
ชำนิบำบัดบาปเบียน
๏ จงพ้นชีพิตรจากเจียร ด้วยสาตรคุณเรียน
รำงับพิบัติบีทา
๏ ปโรหิตทูลแด่ราชา โดยใจริศยา
ก็กล่าววะจีกระลำภร
๏ ผิวจักบันเทาอันดร ธานโทษเมือมรณ์
ให้พ้นในเงื้อมมฤตยู
๏ จักกอบกฤษดิกาโดยบู ราณราชเรียนครู
เพทางค์ปกรณคัมภีร์
๏ ตั้งบรรยายจิตรพิธี บูชาพลี
สการถ้วนทุกอัน
๏ อิกสัตวของเลี้ยงทุกพรรค์ บูชาพระยัญ
เอนกมีนานา
๏ ตามพรหมรังสฤษดิ์โดยตรา จักห้ามไภยา
บำบัดพิบัติยายี
๏ ท้าวสดับเล่หเลศเปนดี ดาลหฤทัยมี
มโนภิรมปรีดา
๏ บัดสั่งให้หาวนจา รกนายลุทธกา
ธนูคหาล่าดง
๏ มาพร้อมทุกพวกพรรคพงษ์ สั่งให้แวดวง
มฤคในหิมวา
๏ จับหมู่จตุรบททวิบา ทาทุกภาษา
บรู้กี่หมู่แจจรร
๏ เสร็จถ้วนทุกสิ่งสรรพรรณ์ สำหรับพลีกรรม์
จะโหมกระลากรกุณฑ์
๏ เนื้อนกโคมหิงษลาลุนท์ แพะแกะไก่กุญ
ก็ผูกยังคอกขังตาย
๏ ปโรหิตเหนครันอุบาย ทูลท้าวภิปราย
ว่ายังไป่ครบอันเดียว
๏ แต่พิทยาธรจรเพรียว แม้ได้โดยเขียว
ผู้ข้าจักกอปชอบการ
๏ ท้าวทัดปโรหิตาจารย์ มีราโชงการ
ว่าพิทธยาอันธรี
๏ ใครอาจเอาได้ยังมี จักได้ดีหลี
แต่ยากอย่าพึงสงกา
๏ อ้าพระผู้เกล้าโลกา นางเทพพิทยา
สถิตยในราชเรือนทอง
๏ ไปภักหาหนยากปอง ขอพระผู้ครอง
พิภพพึงบูชา
๏ ดูกรรามเหศโหรา ท่านผู้พฤฒา
มากล่าวฉนี้เยียใด
๏ เอกองค์สุณิสาดวงใจ โอรสกูใน
อันเกิดกับอุทรเรา
๏ แม้จากพธูทิพลำเพา เสมอมาหยิบเอา
ชีพิตรออกจากกาย
๏ เฉกฆ่าโอรสให้วาย ใครได้ทำลาย
ในโลกยนี้ฤๅมี
๏ พระผู้ปิ่นปักธรณี จักปกปัถพี
พิภพให้ศุขรมย์
๏ ฤๅเสียนิติราชนิยม บัญญัติโดยกรม
ประโยชนจะเปนไพบุลย์
๏ ดังฤๅถือเอาทารุณ เปนดียิ่งคุณ
ประสงค์อมิตรมิตยู
๏ ไป่รักษศิริราชราชู รสพระตะนู
แลรักอันอื่นอารมภ์
๏ โบราณบัณฑิตยนิยม ผิวไภยมาคม
พิบัติเบียนอาตมา
๏ เสียสละปิยะบุตรทารา บมิได้เอาภา
ระธูรเอื้ออาวรณ์
๏ รักษาแต่ตนสถาพร พ้นไภยเบียนบร
แลอยู่เปนเอกาตมา
๏ เปนที่สรรเสริญปรีชา แก่ทวยเทวา
แลปราชญ์สร้องสาธุการ
๏ ควรราชดำริห์เบาราณ ไป่ควรเอาภาร
ธุระอันใช่ทำงล
๏ ออกไทธิราชท้าวฟังกล ไป่หยั่งญาณยล
คดีอันบังกำบัง
๏ อวยอ่อนอารมณแรงฟัง ด้วยโมหเขลาขลัง
ก็เคลิ้มสติบมิติง
๏ สัญญาประทุษฐโทรหเปนจริง ไป่คิดประวิง
ก็ถือเอาเท็จเปนธรรม์
๏ โหราเกลากล่าวคำมรร ษาสวนท้าวอันธ์
ทุเมธม้วยรำพึง
๏ ได้โอกาศกลทรรทรึง ตระบัดบหึง
ก็รีบสัชชาการกรรม์
๏ ให้ตั้งโรงพิธียัญ ยังท่ามกลางคัน
นครดูมหิมา
๏ เฉลาเฉลียงรายรอบจตุรา พิดาลดาษดา
ด้วยโขมพัตราภรณ์
๏ รายรัตนดวงดารากร ดุจแขเขจร
ระย้ารำยวญยรรยง
๏ ห้อยพู่เพยียบุษบงบง- กชแก้วพนมจง
จงกลนีรัชนี
๏ เถลิงแท่นรังสฤษดิ์ธาตรี หลุมอาหุตัคคี
ประดิษฐยังเบื้องบูรภา
๏ รอบราชวัตร์วรรณรจนา ตั้งเสวตรฉัตรา
ในกลางกระลากุณฑ์กอง
๏ ชั้นนอกเฉลวแฉลงเรืองรอง กล้วยอ้อยลำทอง
แลธงบัณฎากบันจง

๑๒

๏ ขษณเสรจวรกิจ จสฤษดิอลง-
กฎิการิยมง คละโหติกะรา
๏ วรพฤฒิบโร หิตะราชสุภา
วดิสุทธิกปรา- รภกรรมพิธี
๏ ก็ถวายบุษปคน ธนุลาชะรุจี
ทีปะธุปมณี นพรัตนกุสุมา
๏ นพนีตทธี ขษิรามมะธุรา
รศะโอชะแลผา นิตะผละอนันต์
๏ กทลีสุขุกา สุสการะพยัญ
บริบูรณสุพรร ณพิพิธประภา
๏ สุตระสายชลสินธุ์ บริวัตรวรา
อภิสิญจะสุธา มุรธาตวรินท์
๏ นรนารถชนา ธิปราษฎรุพิน
ธกดลสุฆริน ฆรราชพิธี
๏ พระบโรหิตครู ศิวเวทธรี
วรเพศมุนี กุสิพรรตกธาร
๏ ศิลภัศมก็เจิม จุณเทพศิวาน
วรพาหุก็ธาร กวะไลยวรชิน
๏ ธรเนาวธุรำ วรสูตรกะบิล
ชุปวิตรก็ธริน วรกรรฐธรา
๏ ก็สมาธินิสิท สุวิสุทธอจนา
หุติโอมะศิวา คมวิศณุวิไนย
๏ วรกัษฐก็กอง กรกุณฑธไร
วรกาษประไพ วรโชติประภา ฯ

๑๖

๏ เบื้องบั้นเอิกเกริกโกลา ทั่วทั้งนครา
นิกรทุกหญิงชาย
๏ ว่าท้าวธทำอุบาย เอาสุณิสาสาย
สวาสดิบูชาไฟ
๏ ตระหนักถึงอรรคราชทันใด เพียงใจขาดใจ
สติไป่ตั้งกับตน
๏ ค่อนทรวงทรงโศกานล เสด็จไปยังชน-
นีธิราชจอมปราณ
๏ ก้มเกษยอกรกฤษดาญ กอดบาทบทมาลย์
ก็ทูลพิลาปอาดูร
๏ ดั่งฤๅอยู่หัวผู้ภูล เกิดเกล้ามามูฬห์
แลเน่งบรู้ฉันใด
๏ บัดนี้สมเด็จจอมไตร บิตุเรศราไชย
มาฟังกระลำภรพาล
๏ ทำตามพฤฒาสาธารณ์ ตั้งอาหุติการ
แลโหมพระเพลิงธุมา
๏ จักจับข้าบาทบูชา พระเคราะห์ในกระลา
พิธีจะถึงจำตาย
๏ ใครใดจักช่วยให้คลาย ชีวิตรบังวาย
วินาศอนาถในวัน
๏ เหนแต่ท้าวเดียวแท้ธรรม์ ไป่เหนอื่นอัน
พำนักแห่งข้าเนาใน
๏ ฤๅท้าวแปรเปนจองไภย จักหวังหาใคร
มาห้ามพิบัติอาธรรม์
๏ ผิวข้าจักถึงแก่กรรม์ ภอเท้าผัวขวัญ
ธมาแลทันเห็นใจ
๏ จักตายขอตายต่อไท บมิได้อาไลย
จะเสียชีวิตรอาวรณ์
๏ เยียท้าวบมิยังมามรณ์ ขอผัดภูธร
ธงดไว้ถ้าวันตาย
๏ ทูลพลางพลางทอดวรกาย เพียงจักทำลาย
ชีวาตกับบาทชนนี
๏ สมเด็จออกท้าวเทพี สดับเสาวนีศรี
พระสุณิสาสายสมร
๏ เพียงจักขาดใจรอนรอน ขวัญหายเขจร
ไปกินยังเผือนผาดง
๏ ติงตนตนูนางบมิตรง ระท่าวอกองค์
ระรัวระริกทังกาย
๏ หลั่งหลั่งชลเนตรลุมลาย สองกรประปราย
อุรรันทดจาบัล
๏ ท้าวเสด็จโดยด่วนพลันพลัน ยังสำนักนิ์ธรร
มิกราชไทธิบดี
๏ หวังจะทูลทัดธเรศตรี ถึงทวาระมณี
พิมานวิมลเจษฎา
๏ ท้าวให้แหนห้ามไปมา บมิอาจอาญา
ก็คืนนิเวศเทพี
๏ ส้วมกอดองค์กัลยาณี ราชสุณิสาศรี
สใภ้คือดวงหฤไทย
๏ ทรงโศกแสนโศกาไลย ชลพาษปธาไร
ชรลูมพระภักตรบัวบง
๏ ต่างทุ่มต่างทาบทรวงทรง ต่างไห้ต่างองค์
บรู้กี้ไห้ไห้โหย
๏ ดักดาลด่าวดิ้นแดโดย สองกรโกยโบย
อุระระรุมรันรัน
๏ สองไทรทวยองค์คือวัล ทองทิพสุพรรณ
รทาบไป่ทานลมพาน
๏ พระพธูทิพลักษณเยาวมาลย์ กรรแสงประปราณ
พิลาปร่ำรึกตน
๏ โอ้เวรบูรภพใดดล บันดาลให้ทน
ถเวลเทวศอาทวา
๏ มาจวบจำจากภรรษตา ทังเปนอาตมา
มาม้วยบทันศึกตน
๏ จากรักษจากร่างแรมสกนธ์ จากองค์จมพล
ธิราชไท้สวามี
๏ บมิรู้ว่าข้านฤชี วิตรจากบดี
พินาศในกลางไฟ
๏ จักหลงสัญญาใส่ใจ ว่าข้าเนาใน
นิเวศสมเด็จชนนี
๏ ไป่มีภิตไภยยายี นิราษราวี
เสวยสวัสดิไพบูลย์
๏ กลับมายังราชตระกูล บมิเหนข้าภูล
ประดิพัทธเบื้องบาทบงสุ์
๏ ตระนักว่าชีพิตรปลดปลง จักดาลพิศวง
แลว่ากมลหม่นหมอง
๏ จักทรงโสกานลนอง ชลเนตรคล่าวคลอง
ถึงข้าผู้บาทบริจา
๏ พระจักเปลี่ยวองค์เอกา ในราชคฤหา
สงัดอนาถเดียวดาย
๏ แต่จกอาดูรไป่วาย วันเว้นเพรางาย
บเปนสนานสรงเสวย
๏ โอ้พระจักเหนใครเลย จะผดุงดาลเสบย
บำบัดิวิจลจาบัล
๏ ไหนเลยจักวายคั่งคัน ฤๅครองชีวัน
ชีวาตมองค์เปนองค์
๏ นางน้อมศีโรเพทกราบลง ถวายบาทบุษบง
อุทิศยังทิศบุรพา
๏ ข้าขอถวายอัญชลีลา องค์พระภัศดา
อนทรงพระคุณยิ่งไกร
๏ จงอยู่เปนศุขรมยใน พิภพโภไคย
สมบัติสมบูรณสิมา
๏ กราบบาทบงกชมาตา ลาพลางโศกา
จะสุดจะสิ้นสมประดี
๏ จักได้เหนองค์ชนนี แต่ในนาที
ทิวาวันเดียวไป่ทัน
๏ เปนที่สุดทัศนาวัน นี้จักถึงแก่กรรม์
พินาศจากเจียรจร
๏ แม่นแท้ข้าจักเมือมรณ์ ขอเอาอาภรณ์
สำหรับประดับตัวตาย
๏ ออกท้าวชนนีฟังสาย สมรดวงเดียวดาย
ก็ดาลอาดูรแดถวิล
๏ กำสดหฤทัยเทพินทร์ บมิได้ดาลจิน
ตนามโนแหนงใน
๏ หยิบรัตนบิลันธน์อำไพ อวยสุณิสาไทย
อรรคเทพกินรนาง
๏ นางสอดทรงสัพสรรพางค์ ดุจองค์สุรางค์
สุราสุเรนนงพาล
๏ พรายพรายพิพัทภูษากาญจน์ แพร้วแพร้วสังวาล
วิจิตรจำรัสจรัสจรูญ
๏ เรืองรองพาหุรัดไพฑูรย์ ทองกรเกยูร
กุณฑลวะไลยลาวัณย์
๏ วามวาวแววแววแก้วกรรณ เจียกจรพรายพรรณ
สโรงขโดงแพร้วพราย
๏ ปีกหางรจนาพรรณราย ล้วนนิลาลาย
มณีอลงกากร
๏ งามองค์งามรัตนบวร เลื่อมเลื่อมอาภรณ์
แลแสงอร่ามเรืองโพยม
๏ งามลักษณเลขาลาโลม ไตรโลกเล็งโฉม
ก็ลาญตลึงลืมงาย
๏ ออกญาท้าวแม้เห็นสาย สวาสดิ์สวรรค์โฉมฉาย
ก็กอดกำสดไปมา
๏ ส่วนองค์อรรคราชกัญญา ทูลท้าวมาตา
ธิราชพลางโสกี
๏ แม้องค์นรนารถธิบดี อันเปนสวามี
แห่งข้าเสด็จมาดล
๏ ขอองค์สมเด็จพระชน- นีนฤมล
จงแจ้งแก่ท้าวอย่าคลา
๏ ว่าข้าถวายบังคมลา ร้อยคาบพันครา
แลไหว้บแล้วมือวาย
๏ ออกท้าวฟังสารภิปราย ศุภลักษณสาย
สมรสั่งโศกา
๏ บมิอาจจักกลั้นน้ำตา ตุมตีอุระภา
บริเทวร่ำรำพรรณ
๏ โอ้ลูกสุดสวาสดิบุญธรรม์ จักถึงแก่กรรม์
ประจากอกแม่สายใจ
๏ แม้พระสุธนเทาทัพไชย กลับมากรุงไกร
บเห็นพระองค์บังอร
๏ จักถามถึงอรอาทร โอ้อกมาดร
จะเล่าคดีฉันใด
๏ แม้รู้ว่าชิวาไลย แม่นแท้หัวใจ
จะขาดเปนท่อนทั้งเปน
๏ พ่อไปปราบยุคยากเย็น กลับมาจะเห็น
แต่ปรางมณีเปล่าดาย
๏ ลูกรักจักทอดตนตาย แม่จักพลอยวาย
ชีวิตรด้วยภูธร
๏ รอยแรงเวราเรารอน จากอกอาวรณ์
วิโยคนั้นมาทัน
๏ สองไทยกรรแสงรำพรรณ โศการักกัน
บเปนจะเปนสมประดี
๏ เมื่อนั้นบโรหิตพีรีย์ โอมอ่านอาหุดี
วิโรจโชติชัชวาลย์
๏ ชอบชั้นฉายโยคโดยทยาน สั่งบาบริพาร
ผู้หนึ่งแลคุมเปนนาย
๏ ขึ้นยังเรือนรัตน์โพรงพราย ประทุษฐมาหมาย
จะกุมเอาองค์เทพี
๏ เอกอรรควรเทพนารี องค์พระชนนี
แลกอดกำสดไป่คลาย
๏ ครั้นทอดทฤษดีเห็นชาย กระหม่าขวัญหาย
ก็โผขึ้นยังอำพร
๏ บินหนีออกโดยบัญชร กางปีกเขจร
ก็ร่อนชรล่องลมบน
๏ มายังอัคนิโหติมณฑล เนาในหาวหน
ฉเภาะพระภักตรราชา
๏ ประกาศเสาวนีลงมา แก่องค์สสุรา
ธิราชเจ้าจอมปราณ
๏ ไฉนมาถือถ้อยพราหมณ์พาล กุหุกสามาญ
แลกล่าวกระลีฬ่อลวง
๏ จักฆ่าข้าสัตว์ทั้งปวง สมมุติเสียขวง
สเดาะสเดียดดรธาน
๏ บูชาในกองกุณฑการ โดยเลศพิศดาร
ประโยชน์เปนลาภแห่งตน
๏ ดั่งฤๅสมเด็จจุมพล มาหลงฟังกล
กรลีบพึงพิจารณ์
๏ ถือเอาคำเท็จอันพาล เปนธรรมโดยญาณ
บัณฑิตยกล่าวสอนแสดง
๏ จักฆ่าฝูงสัตว์ใช้แรง โทษแทนขมาแปลง
วิบัติอุบัติฤๅควร
๏ โลกบาลจักจดจำนวน ครุกรรมมูลมวล
ประดิฐในแผ่นสารบาญ
๏ จักนำไปยังนรการ ทนเทพนานาน
จะนับด้วยกัปกัลป์กรรม์
๏ ขอท้าวอย่าพึงสำคัญ ว่าอริยาธรรม์
ปนคุณแก่องค์อาตมา
๏ จงปล่อยฝูงส์ตว์พันธนา พ้นจากชีวา
แลลอดเปนตัวคืนตน
๏ อย่าปองปาณาแปมปน จักเปนเวรวล
ประทุษฐแทนรันทำ
๏ จงอยู่ในศีลสารณำ สรณาวรำ
บำรุงในราชธรรมา
๏ ข้าข้อยขอบังคมลา ไปตามเวรา
นุเวรวับัติมาทัน
๏ บัดเดี๋ยวร่อนขึ้นไปพลัน แมกเมฆจรจรร
ก็รีบทุเรศอัมพร
๏ ออกท้าวอรรคราชมาดร เผยสีหบัญชร
ก็เรียกธิดาสายใจ
๏ คลายคลายบินหนีแม่ใย กลับมาอาไลย
แก่แม่ณลูกสายสมร
๏ หาแม่ก่อนราบังอร ฤๅรีบเขจร
ไปจากอกแม่เด็ดตาย
๏ หัวใจแม่ไข้ไป่คลาย จักตายบตาย
แลทนพิบากเจ็บใจ
๏ ร่ายร่ายเห็นองค์ไรไร แม่เรียกฤๅไกล
บกลับมาเลยขวัญหาย
๏ เรียกพลางตีอกทำลาย ทรวงไห้หาสาย
สวาสดิมาหนีแม่นา
๏ ไห้ตามแลตามสุดตา สุดสายไนยนา
ก็ไศกกำสดแดยรร
๏ ฝ่ายองค์อรรคเรศรีบคัล ไลยเขจรจรร
ก็ตรงไปห้องหิมพานต์
๏ บันลุอาศรมปัศวาน กสปอาจารย์
อันอยู่จำเริญแสวงบุญ
๏ ร่อนลงถวายกรอดุล ไหว้พระทรงคุณ
คามภีรเพียงพระพรหม
๏ บรรยายคดีโดยนุกรม เล่าพลางพลางทม
มนัศกรรแสงสั่งความ
๏ แม้พระผัวเผือมาตาม ขอจงพระปราม
บพิตรให้กลับคืนไป
๏ หนทางยากไกลกว่าไกล ย่อมล้วนพาลไภย
พินาศะหมู่มายา
๏ จักไปบมิได้โดยปรา รภดั่งจินดา
จะลุบลุโดยใจ
๏ ขอฝากกำพลอำไพ ธำมรงคไว้ใน
สำนักนิพระนักธรรม์
๏ ให้แก่ท้าวเปนสำคัญ ว่าข้าถวายอัญ-
ชลีพระบาทอำลา
๏ โทษาสิ่งใดด้วยวา จากายวิญญา
จงเปนอไภยพึงมี
๏ แล้วถวายเบญจางค์สดุดี ต่อเบื้องบทศรี
ฉเพาะทักษิณสาทร
๏ นางกรรแสงสั่งเจียรจร บมิวายอาวรณ์
ก็ไหว้พระบาทปัศวี
๏ ผิวพระห้ามท้าวจรลี บมิฟังใยดี
จะตามทุเรศแรมไพร
๏ ด้วยความรักข้าอาไลย ไป่ละวางใจ
จะตายบคิดอาตมา
๏ จงเอาโอสถมนตรา นี้ให้ราชา
ไปเปนสำหรับกับองค์
๏ แล้วอรอัคเรศอันทรง เชาวัณญาณยง
ฉลาดในปราชญ์ปรีชา
๏ จารึกอักษรเปนตรา ตำบลรัถยา
ระยะอรัญจักไป
๏ จงจับพานรเนาใน ไปด้วยเดินไพร
ประสงค์จะรู้อาการ
๏ ผลไม้ในป่ากันดาร บมิรู้รศปราณ
จะดีแลร้ายพิศแสลง
๏ พานรหากรู้ไป่แคลง เคยกินเปนแรง
จะเก็บมากินเปนงาย
๏ ไปโดยอุดรทิศคลาคลาย ลุป่าวันหวาย
ก็สุดมนุษย์ทางเทา
๏ บรรยายทุกอันโดยเดา แนะในลำเนา
นุทิศทางบทจร
๏ พลางทรงแสนโศกาวรณ ถึงองค์ภูธร
กำสดสอื้นอาดูร
๏ ยอกรค่อนอุระภาภูล ทุขเทวศมามูล
บรู้กี้ไห้ไห้หา
๏ โอ้พระปิ่นภพจุธา จักตามเมียมา
จะรู้แต่ข่าวเมียไกล
๏ มรรคายากเย็นจักไป จักเสด็จฉันใด
ลำบากพระองค์องค์เดียว
๏ จักฝ่าแฝกคาคมเคียว หนามหนารามเรียว
จะธรมานมาตาม
๏ ไห้พลางฝากสารสั่งความ แก่ดาบศนาม
มหากสปมุนี
๏ แล้วน้อมศิโรรัตนรูจี ถวายกรชุลี
ก็ลาชรล่วงอำพร
๏ กรายปีกรีบร่อนเขจร ฉเภาะทิศอุดร
ก็ลุไกรลาศโดยถวิล

๒๘

๏ ฝ่ายหน่อทศพล
พระศรีสุธน โอรสราชิน
อาทิตยวงษ์ วราบดินทร์
ครั้นเสร็จไพริน รำบานไพรี
๏ ให้เตรียมโยธา
นิกรเสนา พหลมนตรี
คชสารยานยง ดุรงคพาชี
ชเลยไพรี ทุกหมวดหมื่นพัน
๏ แสนสรรพาวุธ
พิไชยายุทธ อเนกนองนันต์
ทุกสิ่งตราไตร สฤษดิทุกอัน
ให้คลี่พลขันธ์ ดำเนินนิกร
๏ หฤไทยรัญจวร
อาวรณ์ครุ่นครวญ ถึงองค์บังอร
ปานนี้จะไห้ ลห้อยอาทร
จะโศกศัลยสมร คอยวันเวลา
๏ พระรีบเทาทัพ
ตำเนิรพลกลับ ลุถึงพารา
บันทับเกยแก้ว ย่างเยื้องลิลา
ลงจากคชา คเชนทร์ธารทรง
๏ เสด็จยุรยาตร
เพียงไกรสรราช ดำเนินยรรยง
สิบสองกำนัล อเนกอนงค์
ประติพัทบาทบงสุ์ ประนตยเอางาน
๏ เสด็จไปถวายกร
กฤษดาญภูธร ปิ่นภุดาธาร
แจงรณรงค์ อรินทรรำบาน
เสร็จเอาวะสาน นุสนธ์โดยมี
๏ สมเด็จบิตุเรศ
โลกากรเกษ ทราบสิ้นเสาวนี
แสนโสมนัศ มโนปรีดี
ประสาทพระศรี สวัสดิโอภา
๏ พระถวายประนตย์
พระบาทบงกช ท่านไททูลลา
เสด็จสู่มณเฑียร พิมานเจษฎา
ประสงค์สมสา ภิรมยสายสมร
๏ ฝ่ายองค์นงค์นาฎ
เทพีธิราช สมเด็จมาดร
รีบมาต้อนรับ พระลูกภูธร
ระทึกอาวรณ์ ประหวั่นหัวใจ
๏ ผาดเห็นโอรส
หฤทัยสลด รลุงอาไลย
จุมพิตพิศวาศ พระลูกสายใจ
ส้วมกอดภูวไนย พิลาปไปมา
๏ พระเห็นชนนี
ถั่นถึงโศกี บทันเจรจา
ปหลาดสังเกต บพิตรสงกา
ทูลถามกิจจา สมเด็จชนนี
๏ ครั้นแจ้งตรนัก
ว่าองค์ทิพลักษณ์ พธูเทพี
จักบูชากุณฑ์ ในกองอัคคี
ปลาศร่อนหนี ไปโดยอำพร
๏ เพียงจักพินาศ
หัวใจจักขาด รริกรอนรอน
ดั่งมฤตยุราช เอาดาบมาฟอน
สลบเน่งนอน บได้ติงตน
๏ สมเด็จชนนี
เห็นองค์บดี สยบสกนธ์
กอดองค์โอรส ระทาบทรวงทน
เทวศฟายชล- เนตรนองนูน ฯ

๑๔

๏ สองกรธค่อนอุระประปราน หทยดาลทุขาดูร
ไห้รักพระโอรสก็ภูล ทุขเท่าสุเมรู
๏ อ้าพ่อเสมอสมรมา ดรดวงชิพิตตู
มาถึงบทันทศนะภู ธรแม่จะเต็มตา
๏ ฤๅมาชิวงคตพระชน มพินาศณอกอา
ไฉนพ่อบได้จะวัจนา นุประพาษชนนี
๏ ตื่นตา ณ พ่อดะฤแลนิ่ง บมิติงพระอินทรีย์
เคียดแม่บปากแลฤจะหนี จรสู่ศิวาสวรรค์
๏ แต่องค์บอาวรณ์คำนึง ชนนีจนเมือกรรม์
ผีแม่จะฝากแลฤบทัน ที่จะเผานิกลใด
๏ เสียองค์เสียชนมชีพ บมิคิดจะอาไลย
เพื่อพ่อแลเสียสมรไทย ทิพลักษณสุดาเดียว
๏ ทังนี้เพราะท้าวบิดรภู- ธรราชมาเครียว
เชื่อกลกระลีแลบเฉลียว มะนะหลงละเลิงตาม
๏ จึ่งได้เสวยทุกพิโยค อุระร้อนคือเพลิงลาม
เจียรจากปิโยรสแลทราม จะสิเน่หอาทร
๏ อกแม่ประดุจอสรพิศ วิยะพิศม์ศักดิศร
อันรามราชรณรอน อริราพวายปราณ
๏ เจ็บใดเสมอสมรเจ็บ รกำเจ็บพระลูกลาญ
แม่ตายบตายแลธรมาน ชีพนี้ฤเปนคน
๏ เจ็บจิตรปิโยรสพินาศ ศิรขาดประจากตน
ไปเทียรเจ็บหทยทน ทุกขท้าวธรัญทำ
๏ อกกูแลกูผิวะจะมี ชีพอยู่แลทนกำม์
ตั้งแต่จะโศกสมรตรำ จิตรเปนตรโมตตรอม
๏ มีอย่าจะกลืนพิศมลาย ชิววายบคิดออม
ตายตามพระศรีสุธนจอม สมรแม่ณเมืองมรณ์
๏ ร่ำพลางก็ทอดพระอรองค์ ดุจปลงชีวารอน
กอคองค์พระโอรสพระกร ก็กระทุ่มอุราราน
๏ ฝูงนางสุรางค์สุรคณา นิกรราชบริพาร
ไห้รักษซระแซ่สรก็ดาล แลรงมณเรือนทอง ฯ

๑๖

๏ ครั้นได้อะสาสะคลาคลอง ราชาตระกอง
กับบาทสมเด็จชนนี
๏ ขอพระปิ่นปกโมลี แก่ข้าผู้มี
พระคุณพระเลี้ยงเปนตน
๏ ยังไป่ได้แทนนฤมล ออกท้าวดาลทน
เทวศแก่ข้าเคืองใจ
๏ ขอพระจงอดอไภย อนุญาตอาไลย
แก่ข้าอันเกิดกับครรภ์
๏ แม้ข้าบมิได้องค์กัล- ยาณีนางอัน
เสมอสมรสมพอง
๏ ลูกไปเปนตนจักครอง มีอย่าจักปอง
ประโยชน์จะเปนจักตาย
๏ ขอลาอยู่หัวคลาคลาย ไปตามสมรสาย
สวาสดิลูกสายใจ
๏ ผิวพบพธูทิพนางไทย จักคืนสนองใน
พระบาทพำนักนิด้วยดี
๏ เยียไปบพบเทพี ขอลาชีวี
บังวายบหวังจักมา
๏ อ้าพ่อคือแก้วดวงตา ดั่งฤๅเจรจา
แก่แม่ฉนี้กลใด
๏ จักทิ้งแม่ไว้เข็ญใจ อยู่เดียวฉันใด
แลพ่อบคิดปรานี
๏ ลูกท้าวหลานไทธเรศตรี ในราชธานี
แลสาวกระษัตริย์สมบูรณ์
๏ ย่อมทรงศุภลักษณ์จำรูญ เจียรจันทรเพญภูล
ประดิพัทธพ่อพึงชม
๏ แม่จักแต่งการิยสยม พรมาสู่สม
สวาสดิเศกสายสมร
๏ อยู่เบนศรีสวัสดิพระนคร ใยพ่อจักจร
จำนงแต่นางเดียวดี
๏ พระไหว้บัวบาทชนนี ขอพระอย่ามี
มโนคำนึงนางใด
๏ ข้าลูกบมิพึงขืนใจ ขอลาตามไป
จะม้วยด้วยม้วยไมตรี
๏ อ้าพ่อบมิฟังชนนี จักเอาองค์หนี
แลจากอกแม่ทังเปน
๏ แม่ห้ามฤๅพ่อบเห็น อกแม่จักเย็น
อนาถผู้เดียวใครแล
๏ จักขัดลูกรักษ์เคียงแด อกแม่จักแปร
บต้องดั่งใจจนใจ
๏ ตามพ่อจักภอพึงใด จักละแม่ใน
นิเวศวังวังเวง
๏ รอยเวรแม่มีหนเพรง ประทุษฐทันเอง
ก็รัญทำโทษทวนแทน
๏ จากพ่อแผ่นดินลมแดน เมืองแม้นเมืองแมน
จะเศร้าทุพลสาธารณ์
๏ แต่นี้จักโศกสันดาน สงัดเงียบเหงาปาน
ประเทศป่าช้าชำ
๏ อกแม่แต่นี้จะระกำ คำเข้าบเปนคำ
จะกินน้ำตาต่างงาย
๏ ทรงโศกกรรแสงไป่วาย ชลเนตรฟูมฟาย
ก็ร่ำพิลาปอาดูร
๏ ฝ่ายองค์หน่อพุทธางกูร กราบเบื้องบาทมูล
พระชนนีอำลา
๏ ถึงยามพระหามเสียงสกุณา ไก่แก้วโกญจา
ก็ซั้นซึ่งแสงแสงพัน
๏ พระทรงภูษาภรณพรรณ ขัดพระแสงขรรค์
สภักธนูสอดทรง
๏ เสด็จจากปรางรัตน์บันยง ประดาษเดียวแต่องค์
ก็บทจรลิลา
๏ สมเด็จอรรคราชมาตา ทรงแสนโศกา
ก็แล่นมาตามบทจร
๏ เสาวนีตรัสเรียกภูธร โอ้พ่อมารอน
ชีพิตรแม่กลใด
๏ กลับมาเพื่อนแม่สายใจ จะเอื้ออาไลย
แก่แม่จะเจ็บใจกาย
๏ อกแม่ยังอยู่แต่กาย หัวใจแม่หาย
ฤๅพ่อบเห็นจักหนี
๏ องค์ราชโอรสธิบดี บมิฟังเสาวนี
ก็ออกยังนอกพระนคร
๏ ลุยังสำนักนิพนจร มีวัจนาวอน
ก็ถามแก่บุณลุทธกา
๏ องค์ราชกินรกรรญา อยู่หนใดพา
กูยังประเทศด้วยดี
๏ บุญฑริกยอกรชุลี แต่พระผู้มี
พหลราชสมภาร
๏ บัดนำเสด็จไทมหิบาล ไปยังหิมพานต์
พนัศพนะทุรา
๏ ลุถึงสำนักนิพระดา ปัศวีสมญา
มหากสปะโยคี
๏ พระยังบุณฑริกคืนลี ลายังบุรี
ก็เลอแต่องค์เดียวดาย
๏ เสด็จยังอาศรมปัศวาย น้อมเคารพยถวาย
ประดิษฐด้วยเบญจางค์
๏ แทบบาทนักสิทธิ์เพทางค์ กรรแสงถึงพลาง
ก็ถามยุบลเทพี
๏ ดาบศธก็ไขคดี ว่านางหนึ่งมี
สุภลักษณล้ำไตรตรู
๏ มาลุยังสำนักนิกู แจ้งความอันทุระ
ลักษณ์อสัตยสามาญ
๏ ฝากธำมรงกรัตโนภาน กำพลพัตรวาน
กูให้แก่ไทสวามี
๏ อันตามมาถึงกุฎี ได้แล้วดีหลี
ให้คืนประเวศเมือเมือง
๏ หนทางตามไปบมิเปลือง ล้วนลำเค็ญเคือง
ลำบากตำบลบทจร
๏ ฤๅษีธก็ให้อาภรณ์ แจ้งแก่ภูธร
บันโดยคดีทุกอัน
๏ พระเห็นอาภรณ์สำคัญ รท่าวแดยรร
ก็กอดกับทรวงโศกา
๏ โอ้แก้วกับตนกูนา จากอกเรียมอา
ทวาเทวศอาดูร
๏ ตามมาบมิพบเรียมภูล แต่ทุกขามูล
จะม้วยชีพิตพิศวง
๏ เห็นแต่ภูษาธำมรงค์ บมิเห็นอรองค์
อนาถจะขาดใจตาย
๏ พระทรงกรรแสงบมิวาย ชลเนตรนองฟาย
บเปนจะเปนสมประดี
๏ กราบกับบาทาปัศวี ข้าคิดบมี
จะหวังชีวิตรเปนตน
๏ แม้ไป่พบองค์นฤมล จักสู้วายชนม์
บเมือสิมาใยดี
๏ ดาบศฟังสารโศกี ดาลแดปรานี
อาไลยลห้อยอาวร
๏ ผิวท้าวบมิคืนนคร สารสั่งกินร
กำชับแก่กูยังมี
๏ แล้วเอาอักษรวาที อันเทพนารี
จารึกไว้ให้ภูธร
๏ พระทรงอักษรองค์อร บอกมคันดร
ระยะทุเรศรัถยา
๏ ทราบเสร็จในลักษณสารา มีหฤทยสา
พิรมยรำพึงบทจร
๏ ไหว้บาทนักสิทธิสาทร ทักษิณมุนิวร
บริวัตรเวียรตรีวาร
๏ ดาบศอวยพรพิศดาร ชี้ทิศวนาน
วนาจราจรจรร
๏ เอาพานรเนาในวัน พฤกษราวอรัญ
เปนมคุเทศไคลคลา

๑๑

๏ พระเสด็จลิลาลาศ ก็ยุบาทจากอา
ศรมบทพระสิทธา ธรธรรมมุนี
๏ เข้าในพนาเวศ หิมวันตคิรีย์
เซียบเสียงฉนีผี สุรกายปิสาจยง
๏ ผีภูตระมายา บรางควานโขมดดง
กู่ก้องพนมพง หิมพานตะพาลคนอง
๏ เสียงสัตว์เสือสีห์ สุริสิงฆคลาคลอง
วังเวคไพรพนอง ก็ระรี่ระเรื่อยเย็น
๏ เซียบเสียงแสยงพอง ศิรโลมทร่านเซน
เปลี่ยวองค์บใครเปน มิตระเพื่อนทุราทวา
๏ แต่วานรานำ นรนารถไคลคลา
มาในวเนกา ก็วิเวกเปลี่ยวใจ
๏ พิดเพียนภิรมย์รุข วนะพฤกษอเนกใน
ในหิมวาไล ยสล้างสลอนหลาย
๏ สักโสกแลโมกมัน วิมลเมฆรังราย
ยางยูงโพยมปลาย ชระอุ่มทิฆำพร
๏ บากเบียนตรแบกบูณ มค่าคูนตเคียนคอน
แทงทวยระทวยทอน ก็รทดระทวยงาม
๏ เดื่อดูกประดู่ดง ผลทรงอร่ามทราม
รกฟ้าลำโทนทาม ตรุณรุขรายเรียง
๏ ตุมแต้วมตาดตวง แลพะนวงพเนียงเลียง
หานแหนมหาดเหียง สะคร้อไคร้สเคราครอง
๏ ตรางไตรอุไรรุม กระทุทุมกระทึงทอง
ทรางไทรมพลับพลอง ผลเพลดตระการแกม
แคฝอยมะเฟืองไฟ สระไณคนึงแนม
สีเสียดมะสังแซม แลตระโกตระกูปรู
๏ ยมโดยรำดวนดง ประยงยุพเรณู
กลกลิ่นพธูตรู สุวคนธเอมอร
๏ ขอนดอกพิโดรดวง พิพิธพวงผกากร
โกฐกาญจนกำจร รศรวยรำเพยภา
๏ เกตแก้วพิกรรกาญจ์ กุสุมาลยภิรมยา
สาหยุดประทิ่นสา พิลาศลาญระลุงสมร
๏ สารภีภิรมยราย ขจรจายประอวนอร
กลกลิ่นอนงค์นอน วรนุชแนมใน
๏ บุนนากอเนกนันต์ มลิวันจรุงใจ
พุดจีบจำปาไพ บุลบุษบงบาล
๏ ขานางสลวยนวย รทวยทิพแลลาญ
เลงแลประเล่ห์ปาน อุระรัตนเรียงรมย์
๏ นางนวลวิไลยวรรณ พิพิธพรรณพึงชม
นมนางตระกองกรม ประทุเมศอรชร
๏ เล็บนางแสล้มลักษณ์ นขนุชองค์อร
ปรางเปรียบกำโบลสมร ชชิดรศยียวร
๏ นางแย้มพิโยคโย ธกากลิ่นระเหยหวน
จันทน์อินทนิลนวน นิลเนตรแพร้วพราย
๏ การเกตพิกุลกรร- ณิกาสุกรมกราย
รื่นรศโรยราย ก็ตระลบวนาดร
๏ ชมพฤกษพิมาลยมาศ รุขชาติอรชร
พันลอกพะลัดสลอน แลสลมสลวยงาม
๏ พลางคิดคำนึงใน วรนุชนงราม
พิดแก้วผกากาม ก็กำหนัดมโนถวิล
๏ เสด็จโดยลำดับทาง หิมเวศวิเวกจิน-
ดาถึงยุพาพินท์ ก็พิลาปอาทร ฯ

๒๘

๏ ดำเนิรจรหล่ำ
หลายหลับคืนค่ำ ทุเรศแรมนอน
พ้นสระมาถึง เหวขวางทางจร
ในมคันดร จะโดยบไคล
๏ เอารัตนกำพล
ขององค์นฤมล ให้ไว้เอาไป
คลุมองค์บพิตร นิทราอยู่ใน
บให้สงไสย สกุณสงกา
๏ บัดนกหัศดี
มาโดยพิถี อากาศเหิรหา
เห็นคิดสำคัญ โดยเดาจินดา
ว่าชิ้นมังษา ฉวยโฉบภาไป
๏ ข้ามจากเหวขวาง
ถึงฟากโพ้นวาง คลายองค์ภูวไนย
พระเดชสำแดง พระแสงขรรค์ไชย
วิหคตกใจ ปลาศเขจร
๏ จากที่นั้นแล้ว
เสด็จคลาศแคล้ว มาถึงกุญชร
บำรูอยู่กลาง ทางบทจร
พระทรงแสงศร โอสถแผลงไป
๏ คชสารสานงา
แยกให้มรรคา เสด็จคลาไคล
มาพบภูผา กระทบกันใน
หนทางจักไป สู่หิมพานต์
๏ ล่วงพ้นที่นั้น
มาถึงกุมภัณฑ์ สำนักนิบนาน
พระล้างลาญทัก อสูรแหลกลาญ
ไปโดยทิศาน ถึงป่าคาคาย
๏ ล่วงบ่อนแล้วนั้น
ถึงเวฬุวัน อันชัดจำงาย
บุกป่าฝ่าหนาม ปิ้มปางตัวตาย
บคิดจักวาย ชีวิตรทรมาน
๏ ด้วยความพิศวาศ
พิศวงนงนาฎ พระน้องนงพาล
ลห้อยอาไลย สวาสดิ์เลวลาญ
กำสรดสงสาร สลดลุงทรวง
๏ ชลไนยนองเนตร
แสนทุกขเทวศ อดักแดดวง
ประดาษเดินเดียว ในดงคลาคลวง
ข้ามเขตร์เขาหลวง ชำเราะเซราะธาร
๏ ลงลุประเทศ
สมยาหิมเวศ กาละวันนาน
เสด็จไต่เต้า ไปในกันดาร
ลุดลสถาน พระหาวันนา
๏ ราวป่านั้นฤๅ
อสูรหนึ่งถือ เปนแดนสีมา
มีกายาใหญ่ พิฦกพลุกา
สูงสุดสายตา เจ็ดชั่วลำตาล
๏ สองตาพระแพรง
เปล่งเปลวเปนแสง คืออัคคีกาล
เคี่ยวงอกโง้งงอน ดั่งงาคชสาร
ดุจองค์ท้าวพาน สุรศักดิ์บันฦๅ
๏ พระเอาโอสถ
ทาลูกกำพต พาดสายศิลปคือ
พระอัคนี สมเด็จสี่มือ
ดาลเดชระบือ ระเบิดบาดาล
๏ ตกต้องอุรา
อสูรพาธา พินาศแหลกลาญ
พระเสด็จไปโดย เบื้องเศียรขุนมาร
สู่ทิศาสาร ร้อยโยชนคณนา
๏ ลุถึงนัที
น้ำกรดนั้นมี อัชชัครา
เลื้อยเปนสพาน ผ่านข้ามคงคา
เอาโอสถทา พระบาทบทจร
๏ ดำเนิรเหนือหลัง
งูลายข้ามฝั่ง มหาสาคร
เสด็จยาตรา มาในดงดร
ทรงโศกอนุสร ถึงองค์กานดา
๏ ชลไนยไหลหลั่ง
เดินดั้นไพรตรัง ตระโมตเอกา
วังเวงอาวรณ์ วิเวกวนา
ฟังเสียงปักษา พระเพรียกอารัญ ฯ

๑๑

๏ พิศพรรณปักษา สกุณาคณานันต์
ในหิมเวนวรรณ- วิจิตรหลากหลาย
๏ โกญจาสุวาเวศ มยุเรศแพร้วพราย
เฉกช่างวิไลยลาย รุจิเรกเรืองรอง
๏ บัวเบ็ญจะวรรณา แลกระทากระทุงทอง
เค้าโมงขมิ้นมอง ประจำไม้ชระเมียงเมีย
๏ โนรีระรี่รมย์ ระงมสับทคลอเคลีย
ซั้งแซวซระซัวเซีย ก็ซระแซ่วนาดร
๏ แปลกเปล้าแลเคล้าคล้า ฉไมมาชระแมกคอน
นางนวนพนิ่งนอน ก็แนบคู่คณานาง
๏ เขาไฟตระไนตรู กระลุมภูกระลิงลาง
ซร่อยร้าตระลอนฟาง พิลาปรอนฉฉาบฉาว
๏ รังนานภิรมย์เรียง ประอรเอียงกระสาสาว
บินหาคณาหาว แลประหิตรเหิรหรร
๏ ไก่ฟ้าพญาลอ คละคลอคู่ชระเมียงมัน
ม่ายเมียกรสรรสรร ฤดีแดก็ดาลโดย
๏ เงือกงั่วกระตั้วเตน กระเวนวันบินโบย
เรียกหาคณาโหย ประกาศก้องวนาไลย
๏ โกกิลแลกินลม ทิชาชมคณาไนย
แก้วพลอดจะแจ้วใจ จำเริญจิตรจำนันจา
๏ คุ่มขาบแลเขาขัน กระสรรสัตวเหิรหา
จักโกระวาลา กรวิกสำเนียงนาน
๏ จากพรากก็พรากคู่ อนาถอยู่ละเลวปาน
อกกูกำเดาดาล จรขาบครางคือเรียมครวญ
๏ เอี้ยงแอ่นกระแวนเวียร แลตีนเทียนกระแททวน
หงษหาคณาหวล สรสับทเกรินกราย
๏ แขวกขวานผสานเสียง จำเรียงร้องระงมงาย
ปากป้อนจำรายคาย รสร่วมก็โผผิน
๏ ค้อนหอยกระไตรตรุม แลอิลุ้มลำโลงกิน
คาบคาตระบัตรบิน วนเวศฉวัดเฉวียร
๏ นานาสกุณไนย ประไพภาคยพิตเพียน
รวงรังระวังเวียร ระไวร้องระงมดง
๏ พระเสด็จประพาษชม ศุขรมยสุวาวงษ์
ปักษาประภาพงษ์ ยุพาภาคยประไพงาม
๏ พลางเพลินจำเริญใจ จรในพนาราม
ชมนกอเนกนาม นุประเพศพรายพรรณ
๏ ยลคชวราเชน ทรทศพงษพรรค์
เอกไอยราวรรณ ศุภลักษณประเสริฐสาร
๏ คลอคู่อำนวยนาง กิริณินทรพังพาล
เลงเล่นชโลธาร สุรโกญจะนาทคนอง
๏ บางสารกระสรรสัตว์ แลฉวัดเฉวียรปอง
ตรวจแตร้นลำพองลอง ก็แล่นเลี้ยวทรหวนหรรษ์
๏ เมินหมู่มฤคมาษ จะตุบาทเอนกนันต์
เคล้าคู่คณาสรร จรลาศกลางแปลง
๏ ไกรสรดำเกิงเริง รณฤทธิวราแรง
ดาลเดชกำแหงแสดง สิหนาทผันผยอง
๏ โตตามคณาโต สุรสิงฆเมียงมอง
ลีลากิเลนยอง แลลำโองชะม้ายเมียง
๏ กาษรเสนงกล พิพิธทรพีเพียง
แล่นเลี้ยวสำเริงเรียง ภิรมยชมคณานาง
๏ ถึกเถลิงกระทิงเพลาะ กำเลาะแล่นเฉวียรฉวาง
ชันหูแลชูหาง ก็ระเบิ่งระเบิดหา
๏ กวางทรายระร่ายเรียง แลโคเคียงคณคลา
หมีเหม้นมฤคา ระมั่งมาตกระจงจร
๏ เลียงผาคณานันต์ นรเพนทรผาดผงอน
เสือสีหเหลียวหลอน สิงหนาทไกรเกรียง
๏ นานาอเนกนี- กรสัตวรื่นเรียง
ล่าเลมละบัตรเกลียง พนเวศโจษจรร
๏ จิ้งจอกแลจุ่นจา- มจุรีภิรมยกัน
สารภามีคาคันธ รศรวยรำเพยพา
๏ หอมหวลประทิ่นกลิ่น ยุพโยคพิรมยา
หลงแลจรลึงหา บมิเห็นก็พิศวง
๏ ชมหมู่มฤคชาติ จตุบาทในดง
ย่างเยื้องละบดบง บทจรลีลา
๏ ชมพลางดำเนินใน วนาไลยเอกา
คิดถึงยุพาอา ดุรทรงกำสรวญศัลย์ ฯ

๑๖

๏ พระเสด็จรอนแรมไพรวัน ร้อยโยชน์โดยบรร-
ยายกำหนดมรรคา
๏ ถึงป่าหวายวันละดา สิ้นทางคณา
มนุษยนิกรจักจร
๏ ป่านั้นมีไม้หนึ่งคอน นกอินทรีนอน
แลจับประจำรังรมย์
๏ ฉายาชื่นชิดพึงชม สูงสุดเลอลม
ชระอื้อชรอุ่มอำภร
๏ หน่อพุทธางกูรภูธร ทรงสาระนุสร
เสาวนีอนุชโดยแสดง
๏ เสด็จไต่ตามเถาวัลแวง แอบองค์ฝาแฝง
ยังสาขพันตรทุมา
๏ สันโดษประดาษเดียวเอกา วังเวงวิญญา
วิเวกสงัดด่านดง
๏ เปล่าเปลี่ยวหฤทัยปลดปลง ดำริห์รักษ์องค์
อนาถคำนึงอาตมา
๏ โอ้ว่ากูรอยเวรา แต่เบื้องบรรพ์มา
มาตามพิบัติเบียนผจญ
๏ บมิเอาโอวาทานน ทลีเลี้ยงตน
อันทรงกรรแสงประปราม
๏ หากกูกำเลาะหลงกาม ไป่คำนึงความ
แลโดยอำเภอลำพัง
๏ ละเวียงไป่เอื้ออินณัง หวังเอาไพรตรัง
มาเปนเขษมสิมา
๏ เสียวังนิเวศศุขรมยา ละมณฑิรา
มาเนาในไม้มณฑล
๏ เสียแสนสุรางคราชนฤมล มาตากแต่ตน
ประดาษอดักเลวลาญ
๏ อยู่เปนกปณาแดดาล จักสุดสูญปราณ
บมีใครเห็นเห็นใจ
๏ เจ็บกูจากนุชเจียรไกล เจ็บในหัวใจ
กูเจ็บอันเจ็บใดปาน
๏ บมิปูนกูเจ็บแดดาล จากปิ่นธราธาร
ธิราชสองกระษัตรีย์
๏ ปานนีจักทรงโศกี หาทุกราตรี
ทิวาเทวศไป่วาย
๏ ฤๅกูมาหลงตัวตาย บมิเสียเสียดาย
ดำริห์ดำฤษฤดี
๏ เสียท้าวสองไทเธรศตรี อยู่ยังบุรี
บร้างรำพึงอาทร
๏ รูปรศเสียงกลิ่นกำจร สำผัศอาวร
วิบัติบควรพึงชม
๏ เจ็บกูกูมาสมาคม รักษราคารมณ์
ยินดีบดีเปนดี
๏ โบราณบัณฑิตยอันมี ไป่เอาราคี
มาเปนนิวรณกังวล
๏ แต่กูผู้เดียวมามนท์ มืดมัวกามกล
บคิดชีพิตรบังวาย
๏ มาตามบมิลุถึงสาย สมรเสมอใจหมาย
มาตกทุเรศอางขนาง
๏ สิ้นรอยมนุษยเทาทาง ลังเลในกลาง
พนพฤกษทุราทวา
๏ จักอยู่บมิพบพงา จักคืนสีมา
บได้จะไปดาลฉงน
๏ แม่นแท้จักม้วยเมือชนม์ แต่ตัวกูตน
ผู้เดียวอนาถในดง
๏ สู้เสียชีพิตรมาปลง เพื่อพิศมพิศวง
ในกามกวนหัวใจ
๏ โอ้ว่านับวันจักไกล สมเด็จท่านไท
ออกท้าวธิราชชนนี
๏ ท้าวเลี้ยงห่อนให้หามี เคืองขัดราคี
แต่เทียมลอองใยพาน
๏ ทรงคุณหนาหนักใดปาน ยังไป่อุปการ
สนองแก่ไทแทนแรง
๏ ฤๅกูยังท้าวทุกแทง โทษาสำแดง
นุโทษแท้เทียรภู
๏ บมิควรแก่กูตนกู จักถึงมฤตยู
บร้างนิราศเวรา
๏ เพื่อกูเคลิ้มเขลาปรีชา รักกามมายา
บรักซึ่งตัวครองตน
๏ ท้าวทรงแสนโศกานล ฟูมฟายอสุชล
กระลูพิลาปลาญทรวง
๏ เท่าถึงแสงอัศฎงค์ดวง เลี้ยวเหลี่ยมไศลหลวง
แลยอซึ่งศรีสนธยา
๏ บัดหมู่สกุณาคณา อินทรีมหา
วิหครีบเขจร
๏ มายังรังไม้เคยนอน จับกิ่งจำคอน
ก็เนาในรุกขฉายา
๏ ยามย่ำประถมยามเพลา วิหคภาษา
ก็ถามแก่กันโดยถวิล
๏ ดูกรสหายเราเพื่อนกิน วันพรุ่งจักบิน
ไปสู่โคจรด้าวใด
๏ นกหนึ่งเฉลยความโดยใน ว่ารุ่งอุไทย
อุทุมวงษวิทยา
๏ จักทำพลีกรรมธิดา อันนางหนีมา
แต่แดนมนุษยเนาใน
๏ ท้าวไว้ยังนอกเวียงไชย ล่วงเจ็ดปีไป
แลถ้วนทังเจ็ดเดือนวัน
๏ จบครบรอบนี้ปจุบัน จักอัญเชิญขวัญ
ธิดาธให้เมือเมือง
๏ แต่งเครื่องพลีกรรมนองเนือง เสดาะเสดียดลำเคือง
พระเคราะห์ร้ายรัญทำ
๏ สพสิ่งสรวงเทพเลิศลำ หลายเหลืออิ่มหนำ
ปณีตบรรจงโอชา
๏ รุ่งเช้าเพื่อนเราจักพา กันไปภักษา
ยังเนินไกรลาศศิขรินทร
๏ ขษณนั้นสุธนเทพบดินทร์ บดียังยิน
ตระหนักอันนกจำนัน
๏ ถนัดแน่มโนในสำคัญ สังกาองค์อรร-
คราชพอูลนงพาล
๏ ท้าวแสนโสมนัศาการ แต่งองค์บมินาน
ก็อ่านพระมนต์บังตา
๏ เข้าเร้นในหว่างโลมา อินทรีสกุณา
แลผูกในโรมรึงอัน
๏ ปักษีไป่ติงตนทัน ระคายขนคัน
ก็เน่งคำนึงนิทรา
๏ ครั้นถึงปจุไสมยเวลา แจ้งจามิการา
จำรูญจำรัสแสงพรรณ
๏ คณานกอินทรีภากัน จากรุกขจำวัน
ประเวศยังพื้นอำภน
๏ ภาท้าวผาดผรรบินบน บรู้สึกตน
จะหลากปหลาดอาการ
๏ ถั่นถั่นมาในคัคณานต์ ปีกกวักลมพาน
จรลิ่วชรล่วงไวไว
๏ ถับถึงไกรลาศโดยใจ มุ่งไม้ไรไร
ก็ร่อนเฉวียนโผลง
๏ ยังสระสาโรชเบญจบง- กชกาญจนเสกสรง
ประสวิสุทธิมลทิน
๏ บัดพระออกจากกายอิน ทรียราชโดยถวิล
ก็ซ่อนพระองค์สกุณา
๏ สถิตยังฝั่งสระโสภา ฟังกิงกฤษดา
อันกล่าวยุบลเทพี
๏ เบื้องบั้นอุทุมวงษธิบดี บิดุเรศนารี
มโนหรานงพาล
๏ ให้แต่งเครื่องพลีกรรมการ ทุกสิ่งโอฬาร
แลถ้วนทุกอันโดยมี
๏ โรงราชภิสิญจพิธี รัชนีมณี
ระย้าระยับแยงยล
๏ ตั้งตั่งแก้วเก้าดำกล ฉัตร์ไชยบังบน
เบญจางคพิจิตรเจษฎา
๏ เทียวธุชบัณฎากรจนา พิดาลดารา
วิโรจโชติชัชวาล
๏ ถึงนาทีไชยชอบการ ยังธิดาพาล
สุดาสนานมูรธา
๏ ฝูงนางกินรบริจาร์ เอางานสุธา
ก็ไปยังสระชลธี
๏ ลงตักชลทิพวารี ใส่ม่อมณี
มาสรงสนานนางคราญ
๏ นางหนึ่งกระเดียดได้ชลธาร จากสระบัวบาน
แลปลงกระออมลงวาง
๏ ยกขึ้นบมิติงอางขนาง บมิทันฝูงนาง
คณากินรไปไกล
๏ เหลียวหาไปเห็นใครใด มลักองค์ภูวไนย
อันเนายังคันสระพัง
๏ ว่าวานวอนขอกำลัง ยกม่อน้ำหวัง
จะไปโดยเร็วทันการ
๏ ท้าวถามกิจนั้นบนาน จักตักชลธาร
นี้ไปประสงค์สิ่งใด
๏ ทาษีบมิอำความไนย เล่ากิจโดยใจ
ก็คลี่ยุบลบรรยาย
๏ จักเอาน้ำนี้นานาย รีบไปทันถวาย
กินรราชธิดา
๏ เพื่อให้โสกสรงมูรธา สนานองค์กัญญา
อันแปมมนุษยมลทิน
๏ พระฟังกล่าวข่าวนุชยิน ดีดาลแดถวิล
สวาสดิในทิพกานดา
๏ ปางนี้จักเสร็จสมปรา- รภกูตามมา
จลุะจหลั่งโดยใจ
๏ จึ่งเสี่ยงธำมรงค์ใส่ใน ม่อน้ำนางไป
ประสงค์ประสบองค์อร
๏ พระยกมณีกุมภสาคร ให้ด้วยกับกร
แก่นางผู้เปนบริจาร์
๏ ทาษีกระเดียดทิพธารา รีบเอาคงคา
มาสรงสนานเทพี
๏ ธำมรงค์เรืองรัตนรูจี ตกตามวารี
ก็สอดในนิ้วนางคราญ
๏ ด้วยเดชแห่งบารมีญาณ หน่อศาสดาจารย์
จะเสร็จสมโพธิเปนองค์
๏ อรรคเทพกินรอันทรง ลักษณยลธำมรงค์
ตรนักถนัดสำคัญ
๏ แท้ไท้ธิราชท้าวผู้ภรร ดาผู้ทรงธรรม์
แลตามมาลุยังสถาน
๏ รัญจวนถึงองค์ภูบาล บันดาลแดดาล
สลดสไหลสมประดี
๏ เสร็จสรงมูรธาพิธี ทรงรัตนมณี
บิลันธน์ทิพาภรณ์
๏ เข้ายังศิริยครรภนางนอน ถอนใจอาวร
รัญทดรัญทวยอาทวา
๏ เรียกหาทาษีนั้นมา ยังห้องนิทรา
ก็ถามยุบลด้วยดี
๏ ฉันใดไปตักชลธี เหตุใดยังมี
จึ่งล้าอยู่หลังพึ่งมา
๏ ทาษีก้มกราบบาทา ทูลโดยสัตยา
แก่เทพพธูนงพาล
๏ ข้าแต่อยู่หัวจอมปราณ อัชชานี้ดาล
ประหลาดแก่ข้าอัศจรรย์
๏ ยกม่อน้ำขึ้นบมิทัน หนักยิ่งนักพัน
บติงแลเต็มแรงตน
๏ มีชายหนึ่งโฉมนฤมล งามสุดสากล
บมีจะเปรียบปูนปาน
๏ ช่วยยกกะลออมชลธาร ให้ข้าบนาน
จึ่งได้มาสรงพงา
๏ เหตุนี้ข้าข้อยจึ่งมา บมิทันคณา
แลล้าอยู่หลังเดียวดาย
๏ นางฟังทาษีพิปราย ออกอรรถบมิอาย
ไป่เอื้อนบอำอำพราง
๏ กระหม่อมว่าชายโฉมเลิศปาง ใช่อื่นอย่าขนาง
คือท่าวผู้ผัวตนกู
๏ ทรงนามสุธนราชวรภู ธรธรรมราชู
แลท้าวเสด็จมาตาม
๏ ทาษีจงแจ้งจำความ ใช่เชื้อชายทราม
จะมาบันลุด้วยดี
๏ ท่านจงมีใจสวามี ภักดิ์โดยไมตรี
จงรู้ระหัศร่วมใจ
๏ นางเอาผ้าทิพประไพ สังวาลวิไลย
วิภุษณาภรณ์พรรณ
๏ ส่งให้ทาษีจรจรร ไปถวายทรงธรรม
ยังสระสโรชโรชา
๏ แล้วไปเฝ้าไทบิดุรา ยังในมหา
มณเฑียรพิมานรูจี
๏ ท้าวทอดทัศนราชบุตรี โสมนัศปรีดี
ก็ตรัสประภาษโอภา
๏ ดูกรลูกดั่งดวงตา บเริ่มนิรา
นิราษบุรีแรมไกล
๏ อกพ่อวังเวงหัวใจ เปล่าเปลี่ยวอาไลย
ลห้อยบวายอาวร
๏ ตั้งแต่ทุกข์ทนอาทร ยามนอนบนอน
จะกินบกินอาดูร
๏ ข่าวร้ายตายยังไพบูล บมิรู้แลภูล
มโนเทวศกังวล
๏ รอยบุญลูกแก้วกับตน ไป่ม้วยเมือชนม์
แลคืนนครมาคง
๏ ปางจากประยูรพิทยาวงษ์ เสพศุขสมพงษ์
ยังแดนมนุษย์เนานาน
๏ สวามีแห่งเจ้าใดปาน พงษ์เพสยสาธารณ
ฤๅท้าวแลวงษ์ปัศวี
๏ ลูกท้าวยอกรชุลี ทูลไทธิบดี
บันโดยยุบลบมิคลา
๏ ข้าแต่สมเด็จชนกา แต่ข้านิรา
ทุเรศด้าวแดนคน
๏ สวามีแห่งข้าไป่ปน โฉดเฉาทุรชน
ลามกมูลสามาญ
๏ เปนราเชารสภูบาล ปิ่นภูตาธาร
พระยศยิ่งธเรศตรี
๏ เรืองรู้มลักสาตรศิลปี เพียงพรหมจารีย
ประพฤติศีลสังวร
๏ เคารพบิตุเรศมาดร นิติราชสาทร
แลครองซึ่งทศธรรมา
๏ ปรากฎเกรียดิยศสมญา สุธนกุมารา
ธิราชเรืองพลพิรีย
๏ ท้าวสดับยุบลราชบุตรี กินเรศบดี
ก็มีบัณฑูรทันใด
๏ สวามีสมรแม่อันไกร ปรีชาเชี่ยวไชย
ชำนิในศิลปสำแดง
๏ ปรากฎทั่วท้าวกล่าวแรง เดชาพึงแสยง
แลยากจะเลียบเลงสอง
๏ ฉันใดบมิปองแลปอง จากท้าวไปครอง
ประดิพัทพึงภักดี
๏ ลูกท้าวทูลไทธเรศตรี แจ้งอรรถอันมี
แต่เบื้องปถมบรรยาย
๏ เพื่อท้าวบมิอยู่อยู่ภาย หลังข้าจักตาย
ลหลัดบทันสึกตน
๏ จึ่งข้าหนีจากไพชยนต์ เพื่อไภยวิจล
อุบัติวิบัติบีทา
๏ เพราะท้าวผู้เปนอิศรา ไป่ยุติธรรมา
ประทุษฐโทษเบียฬบร
๏ จึ่งจากสามีรอนๆ บมิวายอาวร
จะขาดอาไลยหากัน
๏ ผิวท้าวตามมาถึงทัน เช้าค่ำคืนวัน
บันลุสถานธานี
๏ ปิ่นเกล้าแห่งข้าบุตรี จักดำริห์มี
บัณฑูรยุบลฉันใด
๏ ดูราลูกราชสายใจ ผิวผัวมาใน
นิเวศนี้ด้วยดี
๏ แท้ท้าวสุริยวงษกระษัตรี สพสาตรศิลปี
ประจักษ์เปนจริงแก่ตา
๏ จักเสกสองสวัสดิโดยปรา รพภดั่งจินดา
เสมอสมรสมกัน
๏ ข้าแค่บิตุราชทรงธรรม โองการจำนัน
ฉะนี้ฤๅจริงมายา
๏ อ้าลูกคือแก้วแก้วตา เที่ยงแท้สัตยา
ไป่เลศเล่ห์ฬ่อลวง
๏ ลูกท้าวฟังถนัดแดดวง ดั่งทิพทาทรวง
ก็สร่างหัวใจจาบัลย์
๏ ยอกรกึ่งเกษอภิวันท์ แทบบาทยุคัล
ก็ทูลแต่ไทยบิตุรา
๏ บัดนี้องค์พระภรรษดา สุธนราชา
มาลงแลลุดำบล
๏ ขอพระบิตุเรศจุมพล จงเอากังวล
แห่งข้าผู้ทุกข์อาทร
๏ ท้าวฟังธิดาอรรคองค์อร จึ่งราชกินร
ก็ท้วงแก่ลูกสายใจ
๏ ท้าวเสด็จมาสถิตยด้าวใด จงเข้ามาใน
นิเวศเราอย่าขาม
๏ เมื่อนั้นมโนหรานงราม ทูลไทแสดงความ
ก็สั่งแก่สาวบริจา
๏ ทาษีกินรนางรีบมา นิมนตราชา
ยังสระสโรชเสาวคนธ
๏ บัดท้าวสรงทิพสาชล ในสระโสภณ
ชลายระโชมลทิน
๏ ทรงทิพาภรณ์เพียงอินทร จากอาศนวชริน
ก็บ่ายยุบาทบทจร
๏ ดุจไกรสรสีหโศดร พรายๆ อาภรณ
พิพิธพ่างพรหมมาร
๏ เสด็จเหนือบัลลังก์แก้วกาญจน ในมณฑิราธาร
คือสีหราชยรรยง
๏ ท่านไทปทุมวงษสุริยวงษ กินเรศอนงค
คณานิกรทุกภาย
๏ ผาดพิดโฉมท้าวพรรณราย พริ้มเพราๆ พราย
ดั่งเทพยแกล้งเกลาผจง
๏ กลิ่นโฉมกินรอันเอี่ยมองค์ ต่างตนพิศวง
บวายบวางตาดู
๏ ท้าวเทพพิทยาธรภู บดีชมชู
ในโฉมพระกามกลืนใจ
๏ พิศวาสดิประโลมลืมอาไลย จึ่งตรัสปราไสย์
พระสาศนด้วยคำงาม
๏ ดูกรเยาวราชทรงนาม พ่อพึงพยายาม
ลำบากพระองคธรรมา
๏ มาคามรักษราชกานดา เท้าถึงนครา
ทุเรศทางกันดาร
๏ แม้มาทปูนปีวันวาร โดยเดาประมาณ
มโนกำหนดปานใด
๏ พระสนองบัณฑูรภูวไนย ข้าแต่ท่านไท
ผู้ปิ่นศิขรสีมา
๏ แต่ข้าเจียรจากพารา ละองคชนกา
ธิราชสมเด็จชนนี
๏ มาตามเยาวราชกระษัตรี ผู้เดียวจรลี
ในไพรพนัศธรมาน
๏ ล่วงจากตำบลกันดาร ข้ามขัวชลธาร
อัชคราราวี
๏ มล้างแทตยอสูรบาบี เกาะกายอินทรี
มาลงแลลุโดยใจ
๏ กำหนดเจ็ดปีล่วงไป เจ็ดเดือนแขไข
แลเจ็ดทิวาวันวาร
๏ ท้าวฟังเขยขานอาการ สังเวชแดดาล
ดำริห์อารมณรำพึง
๏ หนทางมานุษย์เซาทรึง ใดอาจมาถึง
ดั่งนี้ก็ดาลอัศจรรย
๏ เฉกกูเหิรหาวเขาวัน โดยเวหาอัน
พิศาลสุดสากล
๏ ตริแล้วตำรัสยุบล ดูราสุธน
กุมารราเชารส
๏ เพทางคปกรณสาตรเยิรยศ ดั่งฤๅปรากฎ
ชำนิในราชตนู
๏ จงสำแดงเดชวรภู ธรให้ตูดู
ถนัดตระหนักเปนจริง
๏ พระรับปติญาณอันติง สามรรถจักยิง
ธนูศิลปสำแดง
๏ บัดท้าวกินรให้แปลง ในหน้าพลานแวง
แลกวาดสนามมณฑล
๏ ให้ตั้งแผ่นดาลโดยดล เจ็ดชั้นเปนกล
แลไม้มากเดื่อแผ่นขดาน
๏ หนาสามศอกทัศประมาน ปักเสาปาสาณ
อันหนากำหนดวาแวง
๏ ถัดนั้นผลกาทองแดง ห้าศอกหนาแปลง
ก็วางลำดับโดยกัน
๏ อีกแผ่นโลหาเรียงรัน หนาหกศอกสรร
เสมอแลแท่งเปนตรา
๏ ตั้งเกวียนกรวดกรันสิลา ระยะหว่างละวา
แลสิ่งแลสิ่งเจ็ดอัน
๏ ปักเป้าที่สุดสำคัญ ลงเลศเลขยัญ
แลล้อมด้วยสาตราคม
๏ เสร็จสิ่งโดยลักษณ์นิยม วิทยาทุกกรม
ก็พร้อมอเนกนิกร
๏ พระศรีสุธนเทพภูธร สามรรถในสมร
ดั่งสีหราชเกรียดิไกร
๏ ทรงแสงธนูนาศแว่นไวย แผลงคาบเดียวใด
ก็ต้องตระลอดทุกอัน
๏ ไม้ไหล้สิลาเหล็กกรวดกรัน เป้าปักยันตกรร
ก็ย่อยเปนภัศม์บมิคง
๏ สำเนียงกาษก้องดาลดง เฉกฟ้าฟาดลง
แลลั่นตลอดแดนดิน
๏ เพียงเขาไกรลาศศิขรินทร จะเพิกพังภินท
พินาศระนาบไป่ทน
๏ แล้วยกผลปาสาณน กำลังพันพล
ก็ยอผู้เดียวง่ายดาย
๏ ท้าวถือมือมวยททาย ดุจใบไม้ตาย
ก็เวียนในราชมณฑล
๏ ด้วยเดชอธิฐานพระตน จักเปนทศพล
บพิตรพีงดาลแสดง
๏ จักปล่อยฝูงสัตวจากแปลง สงสารด้วยแรง
การุณนั้นเปนมูล
๏ จึ่งหน่อวรพุทธางกูร บันดาลมาภูล
ภินิหารให้อัศจรรย์
๏ บัดท้าวกินรราชทรงธรรม์ เห็นขุนเขยอัน
อฉิริยาพึงยล
๏ ปราโมชหฤทยดาลดล เลงในสากล
เสมอสมรรถไป่มี
๏ ยอกรตระกององค์นฤบดี ดูราพระศรี
สุธนราชฤๅไกร
๏ พ่อเพียงจักระปาณีไน ไตรตรึงษคัลไลย
มาแส้งสำแดงมหิมา
๏ ฝูงเทพกินรคณา เนืองนองกันมา
อเนกทั่วทกตน
๏ ต่างๆ ทัศนาจุมพล แก่กลทุกกล
แสดงซึ่งศิลปบรรฦๅ
๏ แซ่ซ้องสาธุการตบมือ เปียวปากอึงอือ
ก็ร้องกระเกรียวเฉียวฉาว
๏ บ้างโบกธงธุชะพรายพราว โลดเต้นกริวกราว
สรทื่นทังภูมิมณฑล
๏ ยอกรไห้หัวท้าวละวล ยินดีทุกตน
ก็ร้องอำนวยถวายไชย

๑๑

๏ ขษณท้าวกินรราช ทุมวงษท่านไท
เสร็จลองประลองใน นิติยราชอันมี
๏ จึ่งตรัสประพาษถาม สุธนราชด้วยดี
อ้าพ่อธำรงพี ริยะภาพอัศจรรย
๏ กลใดบแจ้งจักษุ์ ดีตระหนักบเว้นอัน
ไป่มีมโนฉัน ทรำพึงจะเกียจกล
๏ แต่ยังจะรู้จัก อรอรรคนิฤมล
ยุพเยาวเมียตน ปรตยักไฉนใด
๏ ท้าวทูลสนองสาร กินรราชผู้ไกร
ข้อยข้าบลืมใน นรลักษณตนูนาง
๏ บัดท้าวก็ให้แต่ง สริระสัพสรรพางค
เจ็ดองคสุรางคนาง กินรราชธิดา
๏ เสร็จทรงทิพาภรณ วิมลเลศลงกา
เรืองรัตนาภา วรภุษณแพร้วพรรณ
๏ พรายๆมณีกุณ ฑลทิพทัดกรรณ
เจียกจรวิไลยวรรณ วิจิตรเจษฎา
๏ โฉมเฉกสุไลยลักษณ์ วรภักตรอาภา
ไป่เพี้ยนประพิมอา กปกลสุดาเดียว
๏ แน่งนวยระทวยเทียร ทิพกามกลืนเกลียว
อ้อนแอ้นประพริ้มเพรียว แลละวาดลวายงาม
๏ มายังพระโรงรัตน์ รุจิเรขเรืองราม
นั่งโดยลำดับตาม เสมอสมรเสงี่ยมสาย
๏ จึ่งท้าวกินรนารถ ก็ประพาษเปรมปราย
อ้าพ่อสุธนทาย ทิพลักษณกานดา
๏ นางใดอนุชนาม กรราชสมยา
เอกองคมโนหรา แลตระหนักมโนถวิล

๑๖

๏ ขษณนั้นพุทธางกูรบดิน ทรราชนรินทร
นราธิปกโลกา
๏ ท้าวทอดทฤษดีพงา โฉมนุชประภา
ประภาคยแน่งนงพาล
๏ ทังเจ็ดองค์อัคะเยาวมาล แลลาญเลงลาญ
มลักละเลิงไหลหลง
๏ พิดเพี้ยนวรลักษณแลองค์ ฉงายฉงนงวยงง
แลงามคือแท่งพิมพ์เดียว
๏ บมีเพี้ยนอากัปกลมเกลียว บมิแปลกอันเฉลียว
ประหลาดพิกลใดมี
๏ ไป่รู้ถนัดองค์เทพี สุดสิ้นสมประดี
จะปลงบปลงกินใจ
๏ ท้าวตั้งสัจจาโดยใน เบื้องบูรรพพิไลย
แลกูประสงค์สมภาร
๏ หวังจักโปรดสัตวธรมาน พ้นจากกันดาร
ยังศิวะโมคเสวยรมย
๏ ทรงศิลสังวรนิยม สุจริตในพรหม
จรรยจำเริญไป่คลาย
๏ บมีเสพสมาคมเมียชาย ถึงโทษทำลาย
อุบัติวิบัติสมาทาน
๏ ขอให้ตระนักองค์ทิพกาน ดาดวงเภาพาล
เสมอสมรด้วยดี

๒๘

๏ ขษณนั้นอมเรนทร์
จอมแมนเมืองเมรุ วิเชียรปาณี
บพิตรองค์โอม อำมราภดี
สถิตยยังสี ลาอาศนกำพล
๏ บัณฑุบันดาล
เหตุณหาการ บิงเกิดพิกล
บอ่อนกระด้าง ประหลาดอจล
ตรีเนตรดาลฉงน วิจารณเลงแล
๏ ถนัดว่าองค์
พุทธางกูรวงษ ประดักดาลแด
ในองค์กานดา วิมลไขแข
มลักปรวนแปร มลายลืมองค์
๏ บรู้จักคิด
ขนางใจพิด ฉงายงวยงง
จำกูจักช่วย ทำงลปลดปลง
ธุระประสงค์ ประสมดั่งใจ
๏ ตระบัดองค์พัน
ดาเหนทุกอัน ลงจากวิไชย
ชยันไพชนต์ วิเชียรอำไพ
ชรล่วงมาใน สำนักนิ์บนาน
๏ เข้าใกล้ทรงธรรม์
กระซิบพระกรรณ บัดบอกอาการ
พระอย่าอาดูร อดักแดดาล
สวาสดิลุงลาญ ลลุมหัวใจ
๏ จักแปรองค์แปลง
จำแลงแมลง วันทองเรืองไร
จะบินเวียนวง ระแวดบไกล
วรองค์นางไท น้องท้าวพงา
๏ จงจำสำคัญ
ตัวทองแมลงวัน ทักษิณอย่าคลา
พระจงกำนัน กำหนดสัญญา
คือองค์กานดา ยุพินเทพี
๏ บอกแล้วองค์อินทร
เปนแมลงวันบิน ไปจากภุมี
ทักษิณองค์นาง กินรนารี
กำหนดด้วยตรี วารแล้วคัลไลย
๏ บัดองค์หน่อนารถ
สุธนธิราช ชำเลืองแลไป
ยลแมลงวันเวียน ยังองค์ทรามไวย
ถนัดแก่ใจ ตระหนักสำคัญ
๏ จึ่งกุมเอากร
สุดาองค์อร วิไลยลาวรรณ
นางชำเลืองเนตร ชม้ายเมียงมัน
ด้วยความกระสรร เกษมสงสาร
๏ เคยเสพสำผัศ
มโนประดิพัทธ์ เพิ่มภูลแดดาล
ต่างพิดพิศวง ระลุงลุงลาญ
ท้าวทูลบทมาล สมเด็จบิดา
๏ ข้าแต่ปิ่นเกล้า
พระผู้นั่งเผ้า ผ่านภพพิทยา
เอกองค์นงนาฎ มโนหรา
เกษแก้วกานดา นี้แท้เที่ยงธรรม์

๑๖

๏ บัดท้าวฟังไทยจำจรร จาเห็นอัศจรรย์
ประจักษ์แก่ใจดาลแสดง
๏ แม่นแท้บุรุษราชไป่แคลง สมภารมาแจง
มะโนนิราสังกา
๏ ปราโมชหฤทยราชา ด้วยแสนเสนหา
ในองค์สุธนกุมาร
๏ ให้ตั้งมณฑปแก้วกาญ จนาโอฬาร
มณีประดับดำกล
๏ ตั้งเครื่องมูรธาพิมล พิธีมงคล
พิพิธสุพรรณ์อรรจนา
๏ ครั้นวารมหุติเวลา เสกสองกระษัตรา
ดำรงพิภพมณฑล
๏ มอบไอศูรยทิพไหรญ เสมอแมนเมืองบน
แลเวนกินรบริพาร
๏ สองไทยเสวยศุขสำราญ สำเริงเปรมปราณ
สำฤทธิ์ภิรมย์รมยา
๏ รมเยศย่ำยามกรีธา เกื้อกลกามา
กระสรรเกษมสาใจ
๏ ลางคาบเสด็จทรงรถไชย เรืองรัตนาไมย
ดั่งสูรยจันทรพิมาน
๏ เสด็จไปยังทิพอุทยาน ชมไม้แก้วกาญ
จนมณีพรายพรรณ์
๏ หลากๆหลายๆมีวรรณ วิจิตรเรียงรัน
วิโรจรุขเรืองไร
๏ ต้นแก้วกิ่งแก้วกาญจนใบ เพยียเพ็ชรประไพ
พิฑูรพิพิธอาภา
๏ ลางต้นดวงดอกบุษรา เพลดผลจินดา
มณีนิลนฤมล
๏ นฤมลเก้าแก้วดำกล ดำกลแยงยล
ดั่งแสงอุไทยทินกร
๏ ทินกรกลแก้วอรชร อรชรกิ่งกร
ระทอดระทวยนวยกาม
๏ นวยกามสล้างลำโทนทาม ลันโทนแง่งาม
สลึกสลับอาภา
๏ อาภาพิเชียรช่อกุสุมา กุสุมามาลา
จำรูญจำรัสชัชวาล
๏ ชัชวาลตระบอกแบงเบิกบาล เบิกบาลทิพธาร
ก็ฟุ้งตระลบลมเลวง
๏ ลมเลวงใบบัตรบันเลง บันเลงอึงเอง
เสนาะดั่งดุริยดนตรี
๏ ดนตรีไตรตรึงษใสศรี ใสศรีรัศมี
วิสุทธิ์แสงโสภา
๏ โสภารุกขรัตนฉายา ฉายาพฤกษา
ทรสุมทรสายศุขรมย์
๏ ศุขรมย์ทิพรศชัวชม ชัวชมเลยลม
รำเพยสุคนธอวนอาย
๏ อวนอายเรณูโรยราย โรยรายโชยชาย
ก็บานผกากำจร
๏ หมู่แมลงทองทิพภมร อึงอาบตระออน
มณีเพยียยำยาม
๏ นานาสกุณาเนกนาม แขกเต้าๆตาม
มยุเรศโนรีรมย์
๏ เบญจวรรณวิระวันรงม โกกิลกินลม
ก็บินละล้าวลมลาญ
๏ นางนวรนัวเนียรังนาน ดอกบัวๆบาน
ก็โฉบลงฉาบฉาบฉาว
๏ อุกออกอิลุ้มลางเหิรหาว กระสังกระสาสาว
ก็จับประจำจำเรียง
๏ คับแคคาบคามาเคียง คู่ม่ายเมียเมียง
ก็ร้องประเพรียกเสียกสาร
๏ เขาขาบๆเขียวขนปาน เขียวขาบทาธาร
แลศรีขจิตร์แพร้วพราย
๏ เค้าโมงแมกไม้เรียงราย ไก่ฟ้าคลอคลาย
วิหคหงษ์เหิรหรร
๏ เงือกงั่วกระตั้วเต้นไต่วัลย์ แอ่นเอี้ยงอัญชัน
ก็บินฉวัดเฉวียนหา
๏ กระลุมภูกุกุตโกญจา เสียงสับท์สาลิกา
จะแจ้วแลแก้วแกมกัน
๏ หัศไนไวยุภักษนีนัน นานาประภาพรร
ณวิจิตรหลากหลาย
๏ เขียวขาวดำแดงพรรณราย เฉกชาติลาลาย
รุจิเรขรงรงเรือง
๏ เสร็จชมวรวิหคนองเนือง แพร้วพรายมลังเมลือง
มลักมลากหลายพรรณ์
๏ สองไทเกษมแสนศุขบัน เทิงทิพยอนันต
มโนภิรมยเปรมปรา
๏ เสด็จยังสระศรีโศภา ชลทิพธารา
แลใสวิสุทธิมลทิน
๏ ท้าวเสด็จลงสรงวาริน ด้วยองค์ยุพินท์
แลฝูงกินรบริพาร
๏ ชมสร้อยสาโรชเบิกบาล ในท้องชลธาร
แลผุดสระพรุ่มเรืองไร
๏ เรืองรองย่อมรัตนอำไพ ตูมบานบังใบ
สะดะสดกดวงมาล
๏ บัวเบญจบงกชแก้วกาญจน์ มณีชัชวาล
ดั่งสุริยจันทรมณฑล
๏ กลนีนิลุบลจงกล บานแบ่งรศคนธ
ก็ฟุ้งตระลบสาคร
๏ กลั้วกลิ่นบุษปบงอรชร เรณูกำจร
บันจวบบันเจิดกามา
๏ ดาดาษมณีทิพคนธา ในสระสรงสา
ภิรมยสำราญหฤไทย
๏ ชมมัจฉากรนาใน น้ำว่ายเวียรไว
ก็แหวกละแวกแฝงบัว
๏ หวั่นๆไหวๆเห็นตัว โบกหางชูหัว
ก็ผุดสพรั่งชมชล
๏ ลางลอยล่องเลี้ยวปะปน ตีแปลงแวงวล
ระวาดระวายกรายไกร
๏ ดำด้นพ่นผุดพริมไพร ล่าเลียบเลมไคล
ชรล่องชลาชมกัน
๏ นานามัจฉาอนันต อเนกหลายพรรณ
ทั้งกุ้งแลกกั้งตราวตรื
๏ สับสนวนว่ายวารี กระกฎกุมมี
บรู้กี่หมู่ไตรตรา
๏ พรายๆทรายแก้วรจนา กรวดแก้วจินดา
ก็ดาษทั้งท้องชลธี
๏ พรรณรายเรืองรัตนรุจี แสงนิลมณี
กระจ่างจำรัสชลธาร
๏ แววๆวาวๆชัชวาล แจ่มจับบัวบาล
บ้างแดงแลขาวเขียวขจี
๏ นานารัตนาโศภี เรืองรัตนรัชนี
วิโรจจำรุญอาภา
๏ ศุขเกษมสระสินธุธารา ทุกสิ่งโศภา
จำเริญมโนอภิรมย
๏ ภาฝูงกินรนางลงชม ทุกทิพอุดม
บันดาลพิจิตรเจษฎา
๏ เสร็จท้าวประพาษรุกขรมยา โกสุมผกา
จงกลแก้วแกมกาญจน์
๏ เสด็จยังปรางทิพพิมาน เสวยศุขสำราญ
เกษมทิพาราตรี
๏ ด้วยองค์อัคเรศนารี กินรเทพี
พธูยุพินท์เภาพาล

๑๔

๏ ท้าวชมภิรมย์บวรไอ ศุรยราชโอฬาร
พลั้งเพลินจำเริญศุขสำราญ รศทิพฤดี
๏ วันหนึ่งธดาลดัษผทม มชิมยามราตรี
ท้าวคิดคำนึงกมลมี ตำริะรักมาดา
๏ ทรงแสนกำสรดสรสอื้น ชลพาษปธารา
ซบเซาพระองค์วิจลอา ตุรเพียงจะขาดใจ
๏ อ้ากูแลมานิระประจาก ชนนีบอาไลย
ท้าวทรงพระคุณจะประไม นุประมานบมิทัน
๏ ปานี้จะภูลทุกขเทวศ ชลเนตรบวายกรร
แสงไห้พิไรนิจรำพรร ณพิโยคตนกู
๏ แม่กูบไปทำนุสนอง อุปการกตัญญู
จักเปนตำเนียรนิกรดู บมิควรจะเปนคน
๏ ท้าวทอดหฤทัยทุกขทุรา ดุระโศกะจินจล
ไนยนามภุพาบอสุชล ก็พิลาปโหยหา
๏ บัดนั้นอนงคกินรนาง ทิพลักษณ์กรรดา
ยินเสียงกำสดพระภรรดา ก็สดุ้งตระดกดาล
๏ บัดตื่นผทมวิจลจิตร บมิเน่งคำนึงนาน
ทูลถามนุกิจมหิบาล ธิบดินทรจอมไกร
๏ ฉันใดแลท้าวทุกขกำสรวญ วิปริตประหลาดใจ
ปางก่อนบเคยพิกลใน แลอุบัติมาเปน
๏ อ้าศรีสมรบวรภาคย์ ศุภลักษณ์ลำเภาเพญ
เรียมไป่พรางอนุชเปน ทุกขเพียงสุเมรู
๏ เพื่อมีมโนนุสรถึง ชนนีถนอมชู
จากมาแลอยู่ทุพลดู ก็อนาถประเดดาย
๏ ปานี้จะทรงสรกำสด ชลเนตรฤขาดสาย
ถึงพี่บร้างทุกขบวาย ก็จะเศร้าสลดองค์
๏ ข้าแต่บดีศรยดิน ทรท้าวธเปนมง
กุฎข้าบริจาจิตรดำรงค์ ธุรราชฉันใด
๏ อ้าแม่เสมอสมรเรียม ดุจกลืนไว้กลางใจ
เรียมจักอำลาพระนุชไป บมิอยู่จะอาทร
๏ ผิ้พี่บได้ทฤษดี บทเรษมาดร
เที่ยงแท้ชีวาชีพจมร ณภาพบเปนตน

๑๑

๏ ขษณนั้นอนงค์นุชนาฎ กินรราชนฤมล
ฟังกล่าวยุบลกล บทบอกนุสนธ์สาร
๏ ทูลไทยนฤบดี สุรราชภูบาล
ผิวท้าวบมีภาร ธุรข้าจะคัลไลย
๏ ข้าบาทจะอยู่ยัง นัคเรศเปลี่ยวใจ
ผู้เดียวบเห็นไทย ธิบดินทฤเปนตัว
๏ ขอตามเสด็จโดย นรนารถอยู่หัว
เปนหญิงวิโยคผัว แลจะอย่ฤใครชม
๏ ดั่งข้าบภักดี นฤบดีปรากรม
อยู่ศุขเสวยรมย์ นิฤไทยบอาดูร
๏ ท้าวฟังพระนุชนาฎ ยุพราชพิไรทูล
ดาลดวงสมรภูล พิศวาดิพงางาม
๏ อ้าแม่ฤมาปรา รพภพี่จะไปตาม
ด้วยสัตยาความ ประดิพัทธภักดี
๏ เรียมขอบมโนใน วรนุชเทพี
ใช่เรียมประสงค์นี รสิเน่หนงยง
๏ เพื่อพี่แลกังวล ชนนีธิราชทรง
คุณท้าวบำรุงองค์ อภิบาลเปนตน
๏ จึ่งเรียมจะจำไกล สมรนุชนฤมล
จากรักษแรมทน ทุกขนี้จำเปนเปน
๏ แม้อยู่บงามใจ ผิวไปแลวากเว้น
เทียรตกรวางเขญ อุรเรียมแลอางขนาง
๏ อยู่เทอญพระศรีสมร วรลักษณเปรมปราง
จักไปตำเนิรทาง วนเวศทุราทวา
๏ ข้ามเขาลำเนาเนิน ศีขรินทรอเนกา
ยากยิ่งจะธรมา แลลำบากลำบนองค์
๏ แต่พี่จะเดินเดียว จรในพนมพง
สันโดษในดง จรหล่ำบกังวล
๏ อ้าองค์บดีดี ลกราชจุมพล
ดั่งฤๅจะแต่ตน แลละข้าพระองค์ยัง
๏ ปางก่อนแลข้าบาท บริจาสถิตยวัง
หลัดๆณภายหลัง ชีพข้าจะพลันตาย
๏ หากบุญผดุงโดย บริรักษเปนกาย
แม้นข้าชีวาวาย ก็บร้างจะมาทัน
๏ คาบนี้จะคัลไล นคเรศะแรมวัน
แต่ข้าพระองค์อัน จะสถิตยประดาษดาย
๏ แม้มาทอุบัติกาละ วิบัติบังวาย
ชนชีพตนตาย แลฤท้าวจะทันเห็น
๏ ขอไปบแหนงอยู่ แลจะสู้ลำเคืองเคญ
แม้ตายแลบุญเปน ฉเภาะภักตรทัศนา
๏ ไป่คิดจะอาไลย นฤชีพด้วยสวา
มีภักดีราชา มกุฎเกษจอมปราณ
๏ พระฟังอนุชท้าว ยุพลักษณ์ลำเภาพาล
เสาวนีสุสงสาร บริเทวะวิงวอน
๏ จึ่งตรัสประโลมเล้า เสาวภาคยองค์อร
อ้าแม่ฤอาทร ทุกขพี่จะเจียรไกล
๏ อย่าทุกข์ลำเคญเคือง จะพิโยคคัลไลย
หวังไปจะโดยใจ บมิมีมโนขนาง

๑๖

๏ ครั้นรุ่งทินกรวรางค์ ประเวศจากนวาง
อรุณสิ้นแสงทอง
๏ เสด็จเสียบังคนจำคลอง เสร็จโดยใจจอง
แลสรงสุทาทาธาร
๏ ภาองค์พระนุชนงค์พาล เสด็จดลพิมาน
มณีมณเฑียรอำไพ
๏ บังคมทูลท้าวผู้ไกร ออกองค์ญาไทย
ชนนีธิราชจอมปราณ
๏ ขอลาสมเด็จภูบาล ปิ่นภุดาธาร
อันทรงพระคุณมหิมา
๏ คืนยังอุดรราชปัญจา เห็นสองกระษัตรา
แลไหว้พระบาทยุคล
๏ แต่ข้ามาจากพระชน นินฤมล
แลนับด้วยปีเนานาน
๏ ปานนี้ท้าวจักประปราณ อาดูรแดดาล
จะทรงกำสดโศกหา
๏ ขอไปเห็นท้าวกรุณา สนองคุณุปกา
รเกิดแก่เกล้าโดยมี
๏ เมื่อนั้นท้าวเทพกินรี สดับสารคดี
ตระไนตระหนักอาการ
๏ รำพึงหฤทยบนาน อัศจรรย์กุมาร
ผู้นี้ประเสริฐยิ่งไกร
๏ เที่ยงแท้บุรุษย์อาชาไนย บมิได้อาไลย
สมบัติอันโอฬาร
๏ ล้วนแล้วทิพแสนศฤงฆาร ดูใดไป่ปาน
แลควรบคิดจักทยา
๏ ดุจดั่งเขฬะอันลา มกปลายชิวหา
สละยังดินง่ายดาย
๏ คำนึงกตัญญูไป่คลาย แม้ตายจักคาย
แลเอาคุณาเปนมูล
๏ ท้าวมีหฤไทยไพบูลย์ แสนสิเน่หมาภูล
มโนภิรมย์ปรีดา
๏ ดูกรสุธนกุมา ราราชจักคลา
ไปยังนิเวศโดยใจ
๏ แต่สองลูกรักจักไป ไป่มีใครใด
จะเพื่อนทุเรศบทจร
๏ บิดาจะยกนิกร พลพิทยาธร
ดำเนินด้วยลูกสายใจ
๏ ดับนั้นท้าวสั่งทันใด แก่เสนางค์ไวย
วิชาธราฤทธ์ธรี
๏ ให้ชุมกินรโยธี ถ้วนทุกหมู่มี
ก็พร้อมสรทื่นยังลาญ
๏ คล้ายๆคลื่นๆเพียงพาน นรราชรามราน
ณรงคราพพาธา
๏ สพราศพลเทพพิทยาธร์ เสียงศัพท์โกลา
หะลังเลวงอึงอน
๏ กรกุมอาวุธถ้วนตน ไตรตราเสียดสน
อเนกแน่นกลางสนาม
๏ ครันภาณุมาศรจาม มิการาพรฮาม
พิหคสกุณเพลา
๏ ท้าวทรงสุทาทิพโอฬา ทรงเทพลังกา
ภรณ์วิภุษณ์พรายพรรณ
๏ ขัดขรรค์ทิพาวุธอัน ประสิทธิ์โดยกรรม์
มหามหิทธิ์มหิมา
๏ ทังองค์กินรอรรคชายา ภาสองกระษัตรา
ปิโยรสเสมอสมร
๏ ทรงบุษบกแก้วเขจร ชรล่วงอำภร
ดั่งเหมราชบินบน
๏ ด้วยเดชพิทยาธรพล อากาศอึงอน
อเนกแสนบริพาร
๏ แห่ห้อมล้อมในคฆณานต์ หน้าหลังพิศดาร
แลดาษทังพื้นนภา
๏ บัดถึงกรุงอุดรปัญจา ให้ตั้งพลับพลา
มณเฑียรทิพอำไพ
๏ อยู่นอกปราการเวียงไชย บมิใกล้แลไกล
เฉภาะอันเห็นด้วยดี

๒๘

๏ เมื่อนั้นจึ่งองค์
อาทิตยวงษ์ วราธาตรี
ครั้นอรุณแสง จำรัสระพี
ท้าวผายบานสี หาศบัญชรไชย
๏ แลลงพื้นภาคย์
มลักมลาก เห็นมณฑิไร
ตระหนกดกดาล ประหวั่นหัวใจ
วะหว่าหวั่นไหว ดั่งยลพระกาฬ
๏ ท้าวเร่งรำพึง
มโนคำนึง แหนงใจบนาน
นี้รอยริปู มาปองพาพาน
ชิงสมบัติผ่าน พิภพครองแดน
๏ รอยรู้โอรส
สุธนยงยศ บอยู่มาแคลน
เพื่อกูผู้เดียว บมีใครแหน
พลเมืองนับแสน คงเอกาตมา
๏ ท้าวทรงกำสด
หฤทยรัญทด รัญทวยวิญญา
อ้าโอ้ตนกู มาทุพลา
เปนกัปณา ประดาษอดล
๏ ผิวะลูกอุทร
บจากนคร อยู่เปนอจล
จะเอาเปนภาร แก้กูกังวล
บให้ถึงฅน กูตายอาดูร
๏ คาบนี้ไป่เห็น
ใครใดจักเปน ทำนุกตระกูล
จะถึงแต่ไภย พิบัติมาภูล
เพราะขวัญเมืองสูญ ลูกกูตนเดียว
๏ ฟังพราหมณ์สับปลี้
กล่าวกลกระลี หาลาภมาเยียว
ยาไส้จงหนำ ด้วยคำผะเคียว
กูเชื่อขำเขียว เพราะโมหมูล
๏ ถือเอาอาธรรม์
เปนจริงสำคัญ มาล้างประยูร
บเปนประโยชน์ โหดแท้ทารูณ
ได้ทุกขาดูร สาแก่ตนกู
๏ บมีปรารพภ์
สมาคมคบ เมธาวิธู
จะถึงแก่กาล มาฤตยู
อดักดลดู อนาถแก่ตา
๏ ท้าวทรงกรรแสง
รหวยรวยแรง ร่ำรักษ์อาตมา
ทังองค์ออกท้าว เทพินทชายา
ซบเซาโศกา บสมประดี

๑๖

๏ เมื่อนั้นจึ่งองค์พระศรี สุธนภูมี
นุภาพเพี้ยงภุชพล
๏ ครั้นรุ่งสว่างสพสากล เสด็จด่วนจรดล
ก็เข้ายังในธานี
๏ ขึ้นยังปรางรัตนรูจี ถวายกรชุลี
ทังสองสมเด็จขัตติยา
๏ ยกบาททูลเหนือมูรธา ด้วยใจหรรษา
มโนภิรมย์เปรมปรี
๏ ทังสองสุรราชกระษัตรี องค์พระชนนี
ชนกนารถภูวไนย
๏ ครั้นเห็นปิโยรสท่านไท สระสว่างหัวใจ
ก็ได้อสาสคืนคง
๏ แสนศุขโสมนัศในองค์ โอรสอันทรง
พิโยคแล้วๆมา
๏ ต่างองค์กอดองค์ราชา ชื่นชมหรรษา
ภิรมย์แรมรำพึง
๏ จูบแก้มบงกชเคล้าคลึง จูบกายกรถึง
กรม่อมแลจูบจอมไร
๏ เพียงพ่อจากอกแม่ไป แม่จูบหมอนไท
แลจูบบอิ่มสักครา
๏ แม่พร่ำแต่กินน้ำตา ต่างงายเวลา
บเว้นบวางวายวัน
๏ เจ็บแม่ระกำใจจาบัลย์ ด้วยลุกบุญธรรม์
แลจากดั่งจากตนตาย
๏ แม่กินบกินเปนงาย น้ำเนตรบวาย
จนวันประเวศมาดล
๏ ปางนี้จักวายอสุชล ส่างโศกานน
แลพ่อมาลุดั่งใจ
๏ ต่างองค์ต่างท้าวอาไลย ต่างเล่าความใน
อดักอดลธรมาน
๏ ตั้งแต่จากราชหึงนาน ท้าวถึงเอาวะสาน
ทุกสิ่งยุบลบรรยาย
๏ รู้ทั่วทุกหมู่หญิงชาย นอกในทุกภาย
ก็ภูลภิรมยเปรมปรี
๏ เชิญไทนราธิบดี เสด็จยังภูมี
พิทยาธเรนทรงธรรม์
๏ สองท้าวร่วมเสวตรฉัตรกัน สองไทยสังสัน
ทนาด้วยศรีสวัสดี
๏ ต่างองค์มอบราชไมตรี ฉันทแผ่นปัถพี
เปนเอกพิภพอจลา
๏ ท้าวถวายหิรัญรัตนนานา แก้วเก้าอาภา
พิพิธสุพรรณโภไคย
๏ แก่องค์อาทิตยราไชย อเนกนองใน
พิเศษสมบัติโอฬา
๏ ฝากองค์กินรราชธิดา แต่ท้าวสสุรา
แลศรีสุธนสวามี
๏ ตรัสให้โอวาทวาที แก่ราชบุตรี
ศุภลักษณ์แน่งนงพาล
๏ แล้วลาอาทิตย์ภูบาล ขึ้นยังคัคณานต์
ก็ไปไกรลาศคิรี
๏ ฝ่ายองค์อาทิตยภูมี คืนเข้าธานี
นิเวศแสนศุขรมย์
๏ ให้ตั้งพิธีโดยกรม โดยสาตรพระพรหม
ลิขิตประสิทธิ์ไสยสาร
๏ เสกองค์โอรสกุมาร กินรนางคราญ
แลเวนนิเวศเสวยรมย์
๏ มอบเมืองมอบราชนิคม มอบแสนสาวสนม
สุรางค์ราชบริพาร
๏ มอบหมู่จตุรงค์ไชยชาญ ไอศูรย์ศฤงฆาร
ทังหมู่พหลนิกร
๏ เปนปิ่นปัญจาละนคร นัคเรศอันสร
สนุกนิคืออินทบุรี
๏ ท้าวทรงนิติยราชโดยมี ทศธรรมพิธี
แลราชสาตรสาทร
๏ ทรงศิลาจารยสังวร บริรักษนิกร
บำรุงผดุงทุกภาย
๏ จำแนกทานาบมิวาย เคารพยมามสาย
ผู้เถ้าพฤฑฒาจารีย
๏ เท้าถึงชนมานพิธี ไปยังดุษดี
พิมานอมรเมืองแมน
๏ เสวยทิพยสมบัติมิแคลน นาเนกนับแสน
สุรางค์สุเรนบริจา
๏ ทังองค์พระชนกแลมา ดรราชกัญญา
กินรนาฎนงคราญ
๏ เสวยทิพดุสิตพิมาน พิมลโอฬาร
อันเลิศในฉกามา
๏ ฝ่ายฝูงราษฎรประชา อยู่ในโอวาท์
นุสาสะนะโดยธรรม์
๏ ครั้นถึงชนมชีพแก่กรรม์ เสวยศุขสรวงสวรรค์
วิเศษประเสริฐโภคา
๏ สมเด็จพระศรีสาศดา นำเอาทุรา
อดีตทุเรหลายกัลป์
๏ มาตรัสเทศนาแก่พรรค์ จตุรพิธพงษ์บรร
พสัษย์ทั้งสี่สมบูรณ
๏ เพื่อเหตุโมหาเปนมูล แล้วมีบัณฑูร
ดูราผู้พุทธภักดี
๏ บัณฑิตย์ปางโพ้นยังมี หลงด้วยฤดี
บคิดแก่ตนสู้ตาย
๏ เสียสละประยูรญาติหญิงชาย แต่ตนเดียวดาย
บคิดบิดามาดร
๏ ใช่แต่เจ้ากูอาทร ในราคนิวรณ์
อันป่วยประโยชน์นิศคุณ
๏ พุทเธารสบำเพ็ญบุญ เห็นโทษทารุณ
ในเบญจกามกามี
๏ ลุธรรมพิศไสมยด้วยดี เปนองค์อารีย
วิสุทธิศีลสังวร
๏ แต่เจ้าภิกษุอาทร ลุโลกุดร
อสยังขะตัศธรรมา
๏ ขษณนั้นสมเด็จพระสาศดา สำแดงจตุรา
ริยสัจธรรมโดยไนย
๏ ประมวญชาติชาฎกอันไกล บริสัษยนิไสย
สมเด็จพุทธางกูรวงษ์
๏ ดูราสราพกผู้ปลง ปลิโพธประสงค์
สดับนุสนธิโดยแสดง
๏ อาทิตยวงษ์มาแปลง ในชาติแพ้แพง
ศิริยสุโทธน์สมยา
๏ นางท่าวศิริยมหามายา เสร็จพุทธมาตา
คือองค์พระจันทรเทพี
๏ ไทท้าวทุมวงษ์ธิบดี สาวกะบาระมี
เปนสาริบุตรเถรา
๏ เทวีทุมราชราชา องค์อรรคเขมา
วิมลธรรมเถรี
๏ ดาบศกัสปโยคี คือพุทธภักดี
มหากสปทรงญาณ
๏ บุณฑริกวะเนจรพราน เปนพุทธบริบาล
บำเรอบำรุงสาศดา
๏ ปโรหิตกุหกสัปลา ละปราณแปรมา
คือเทพทัตอาธรรม์
๏ อัคเทพกินราลาวรรณ คือเอกองค์อรร
คราชท้าวพิมภา
๏ พระศรีสุธนราชอันปรา กฎคือตถา
คตสธรรมมุนี ฃ๛

๑๖

๏ ผู้ข้าๆบาทมุลี กากรมนตรี
มกุฎเกล้าอยุทธยา
๏ ปรากฎศรีภูริปรีชา ยกท้าวแปรนา
มกรพิพิธสาลี
๏ กล่าวกลอนสนองราชวาที ภักดีโดยมี
มโนกะตัญญูญาณ
๏ ผดุงเดชปิ่นภพจักกะพาฬ ปองเปนอุประการ
พระเกรียดิไทธเรศตรี
๏ คิดกลอนกลกาพย์กรวี บมิเว้นนาที
จะนอนแลนั่งคำนึง
๏ ขอข้าผู้เพียรรำพึง ไป่ยังทันถึง
อสังขัตธรรมา
๏ จงเปนปัจจัยอนา คตปราชปรีชา
ธรธรรมปิฎกสพสกล
๏ เสร็จข้ารจนานิพนธ์ ชาฎกสุธน
นิทานนิเทษโดยมี
๏ หวังเปนตำเลิงธานี บมิหวังวาที
จะยอภิโญยศตน
๏ ไปเจนจบพากยดำกล ผิวเพี้ยนยุบล
ระบินระบับเบาราณ
๏ ผู้มีปรีชาเชาวะญาณ ช่วยเพี้ยนพิจารณ์
ดำริห์ดำรงสารสนอง
๏ อย่ามีรังเกียจใจจอง โดยบัณฑิตย์คลอง
ประสงค์ประสบสมาคม
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ