เพลงยาวความเก่า

๏ แสนรักร้อนฤทัยใครจะเห็น
ดั่งแขกตีอกครวญกำสรวญเซ็น มิได้เว้นวันเทวษเพราะเจตนา
แต่เวียนปรามห้ามใจอาลัยสวาท อย่าหมายมาดตรุณเรศกับเชษฐา
ไม่ควรปรองดองชื่นชูชีวา จึงสู้ฝ่าฝืนจิตต์คิดตริตรอง
ก็เหลือดำรงทรงใจอาลัยรัก จนอินทรีย์ฉวีพักตรก็คล้ำหมอง
ประมาณปีก็ถึงสี่ปีปอง แต่น้องครองทุกข์เทวษถวิลครวญ
หวังจะฝากชีวาลัยไว้ในพี่ ด้วยภักดีเดียวมุ่งบำรุงสงวน
จึงพร้องสาราร่ำแต่คร่ำครวญ น้องรัญจวนใจสวาทเพียงขาดใจ
แม้นเชษฐามิได้ปราณีสนอง จะมีแต่หมองหม่นจิตต์ด้วยพิสมัย
เหมือนวนว่ายอยู่ในสายสมุทร์ไท จะพึ่งไม้ขอนยุดก็สุดมือ
ดั่งบุรุษมุ่งสมรอับสรสวรรค์ ที่ไหนนั่นจะได้ต้องประคองถือ
วิหคหาญผ่านสมุทร์ให้โลกลือ แต่กระพือปีกบินก็สิ้นแรง
ดั่งเฉาชายหมายเจาะไศลหลวง จะหาดวงวิเชียรรัตนจำรัสแสง
เหมือนมยุเรศกระสันตวันแดง กระต่ายแขย่งแขไขน้ำใจจง
ถึงเพียรพากยากที่จะสำเร็จ ตราบบรรลัยก็ไม่เสร็จสมประสงค์
ประหนึ่งน้องปองฝากชีวันปลง ก็เห็นคงจะไผ่ผอมด้วยกรอมใจ
ชรอยวาสนาหลังทั้งสองสร้าง เคยเปนน้องพี่นางแล้วหรือไฉน
จึงดลจิตต์อนุชาให้อาลัย แต่จะใคร่ได้สนิทชิดชวนเชย
ทุกเช้าค่ำพร่ำเทวษถวิลถึง นึกคนึงแต่เชษฐานิจจาเอ๋ย
ช่างกะไรไม่เห็นอกวิตกเลย ยามนอนกรเกยก่ายพักตรา
ยามกินกินระกำกล้ำกลืนแค้น กำสรดแสนเศร้าโทมนัสสา
จนลืมเล่นกลอนละคอนแลสักรวา ลืมเวลาเฝ้าแหนแสนสำราญ
อันสัตรีคู่เชยเคยเริงรื่น จะชวนชื่นก็ไม่ชอบฤดีสมาน
เคยกลั้วกลิ่นบุบผาสุมามาลย์ พอกลิ่นพานนาสาก็เสียวใจ
ถวิลถึงพี่นางของน้องนัก ยิ่งแรงรักแรงร้อนถอนใจใหญ่
ต้องทิ้งกลิ่นประทิ่นหอมออมอาลัย ดั่งเนาในกองอัคคีจี้จุดกาย
ถึงจะเอาอมฤตมารินรด ซึ่งกำสรดโศกฤทัยนั้นไม่หาย
แม้นวันใดได้เห็นพักตรพี่ทักทาย นั่นแลคลายร้อนรักที่หนักทรวง
เมื่อมีแต่เกรียมกรมอารมณ์หมอง ชีวิตน้องนี้เห็นคงจะลับล่วง
พี่อย่าแหนงเลยว่าแสร้งแต่งลิ้นลวง นี่หากห่วงอยู่ด้วยพี่จึงมิตาย
เปรียบประหนึ่งพลอยเพ็ชรสิบเจ็ดกะหรัด นายช่างตัดเจียรนัยให้สลาย
ถึงผูกเรือนรจนาลงยาระบาย ราคาขายคงต่ำค่าเพราะราคี
จะสอดใส่ใครเห็นก็คงติ ด้วยเปนตำหนิในเนื้อเจือรัศมี
อันความวิตกอกน้องหมองฤดี ก็แสนสลายคล้ายมณีที่เปรียบปราย
ถ้าเชษฐาเอนดูช่วยอุปถัมภ์ ก็จะไม่ชอกช้ำสล่ำสลาย
ถึงมีเรือนก็เหมือนไร้เพราะเรือนคลาย ไม่เพริศพรายเคียงคู่ชมพูนุท
จงเห็นทุกข์เถิดที่กรมอารมณ์หมอง จงเห็นว่าน้องรักพี่เปนที่สุด
ขอร่วมชีพชีวันด้วยตราบม้วยมุด ขอเปนนุชน้องพี่แต่นี้ไป
เปนความสัตย์มิได้คัดวาทีแถลง ถ้านึกแหนงแคลงความจงถามไถ่
ขอเชิญตอบสารสวัสดิ์อย่าขัดใจ เหมือนพี่ได้เมตตาการุญรัก
เหมือนพี่พร้องสนองเรื่องกลับเคืองแค้น ก็จะแสนสุดวิตกเพียงอกหัก
ด้วยหวังสวาทเชษฐาหนักหนานัก จงแจ้งประจักษ์ใจจริงทุกสิ่งเอย ฯ ๔๒ คำ ฯ
๏ แสนเทวษถวิลถึงคนึงสมร
ให้ด่าวดิ้นวิญญาด้วยอาวรณ์ จะนั่งนอนถอนฤทัยอยู่ไม่รู้วาย
ครั้นคิดความเมื่อยามรื่นก็ชื่นจิตต์ ครั้นคืนคิดข้างโพยภัยก็ใจหาย
อุราร้อนรุมสวาทไม่คลาดคลาย แต่ไกลสายสมรพี่ปิ่มปีเกิน
มิได้พานพบน้องสนองถ้อย ต้องม้วนม่อยพักตรหมางระคางเขิน
เพราะเกรงความจึงต้องจำทำสเทิน เห็นการเกินแล้วจึงก่อรังเกียจกัน
เมื่อแรกรักก็ได้ว่าสัญญามิตร์ คงจะคิดให้เสร็จสมภิรมย์ขวัญ
ถึงฉาวเรื่องก็จะรับในราชทัณฑ์ แต่อย่าหันเหิรห่างระคางเคือง
พี่อุส่าห์เพียรพากสู้ยากจิตต์ เห็นชอบผิดจึงอภิปรายขยายเรื่อง
ก็รับรวยว่าจะช่วยทุกข์ประเทือง ค่อยปลดเปลื้องร้อนฤทัยตั้งใจเตือน
พอเปนเคราะห์เพราะเวรสร้างแต่ปางหลัง ความชอบลับกลับชังจึงกลายเกลื่อน
ทั้งต้องเมินหมางเมียงเบี่ยงเบือน เห็นความเชือนก็กลับช้ำระกำใจ
โอ้อกเอ๋ยอนิจจาน่าสงสาร แต่ก่อนกาลเราได้ทำกรรมไฉน
เคยพรากสัตว์ให้พลัดกันหรือฉันใด จึงเปนไปได้ดั่งนี้เพื่อมีกรรม
เมื่อจวนจะเสร็จสมปองประคองชื่น หรือคงคืนมาได้ทุกข์ถึงความขำ
สารพัดจะเปนพิษจนผิดระยำ ทุกเช้าค่ำมีแต่ตรอมออมอาลัย
ครั้งนี้นะชะช้าอิกสักนิด ก็จะได้สมคิดที่พิสมัย
แต่นี้ตั้งแต่โศกวิโยคใจ เหมือนหมายไม้สุดมือจะถือชม
จะเปรียบปรายคล้ายอิเหนาเยาวลักษณ์ เมื่อแรมรักร้อนฤทัยจะใคร่สม
แต่วันเห็นพระน้องนึกตรึกนิยม จะนั่งนอนร้อนอารมณ์ไม่สมฤดี
วันไหว้พระบนกุหนุงก็มุ่งหมาย ได้แนบกายกนิษฐายาหยี
เอาคำมั่นสัญญาพาที มะดีหวีก็รับสัตย์ปัฏิญาณ
ว่าจะช่วยกว่าจะสมอารมณ์มุ่ง ครั้นกลับกรุงก็แกล้งล่อแต่พอหวาน
แต่ตักเตือนเลื่อนผัดจนนัดการ แล้วกลับราญรอนสวาทขาดอาลัย
พระยังหม่นหมองหมางไม่ห่างเหือด ก็พ่างเลือดตากระเด็นจนเปนไข้
ประหนึ่งเรียมเกรียมกรมระทมใจ จะพึ่งใครไม่หยั่งเห็นจะเปนการ
ยิ่งสลดฤทัยอาลัยรัก ด้วยแหล่งหลักก็เปนคาวร้าวฉาน
สงสารน้องจะต้องทิ้งไว้นิ่งนาน จะมีแต่ทานทนทุกข์ฉุกใจกรอม
โอ้อกเราสองรานิจจาเอ๋ย ได้ชื่นเชยสามสี่ราตรีถนอม
ยังจำท่วงทีเคารพนบประนอม อันกลิ่นหอมนั้นยังติดนาสารวย
แม้นเบื้องหน้าถ้าได้พบพานบ้าง เจ้าอย่าหมางหมองเมินเขินขวย
อย่าลืมที่คำชอ้อนอ่อนรทวย อย่าลืมสัตย์ซึ่งจะม้วยด้วยรักแรง
อันฝ่ายพี่นี้มิลืมถ้อยคำพร้อง เปนความจริงสิ่งนี้น้องอย่านึกแหนง
แม้นแจ้งประจักษ์พจมานในสารแสดง เจ้าอย่าแพร่งพรายความไม่งามพักตร์
สงวนกายสายสมรไว้ก่อนนะเจ้า ถ้าบุญเราคงจะได้สมานสมัค
ทุกวันนี้พี่คนึงถึงน้องนัก อาลัยรักสมรมิตรเปนนิจเอย ฯ ๓๖ คำ ฯ
๏ หวังวิโยคโศกสร้อยละห้อยโหย
ได้เห็นกันเมื่อวันเสด็จโดย เจ้าเซ็นโอยอกอ้อนอาดูรแด
ได้นัดนวลว่าจะชวนไปเปนเพื่อน ยังอ้ำเอื้อนอยู่ไม่วางอารมณ์แน่
ถึงวันไปไปเตือนก็เชือนแช ช่างคิดแก้ว่าจับไข้มาหลายวัน
ยิ่งถามเจ็บก็ยิ่งเจ็บนั้นสุดจิตต์ เห็นโรคผิดใจจริงทุกสิ่งสรรพ์
ยิ่งวอนว่าก็ยิ่งว่าไม่รักกัน จะไปนั้นไม่ได้แล้วอย่าวอนชวน
พอขาดคำจำลาเจ้ามาบ้าน เร่งทยานยวนใจให้โหยหวน
พอพานพบเพื่อนชายภิปรายชวน ให้ดูขบวรแห่มาแล้วพาจร
ดาดาษด้วยราษฎรมี รัศมีเพลิงสว่างกระจ่างสมร
ประชาชายลอยชายกรายกร เห็นเจ้าจรเจียนถือข้อมือชาย
ถามข่าวได้แต่ตาประสารัก นี่ไข้หนักจริงหรือพึ่งรื้อหาย
จะใคร่เคียงเข้าไปถามเอาความชาย เกรงจะกลายเปนวิวาทใช่ชาติพาล
เออก็ควรหรือจะชวนให้ชื่นรัก ไม่คิดศักดิ์เลยว่าศักดิ์นั้นสมสถาน
รักจะทำก็อย่าทำทุราจาร นี่สันดานหรือจึงดานฤดีเปน
ใช่ว่าชายนั้นจะเชยแต่พอชื่น ไม่ขาดคืนไยจึงคืนมาให้เห็น
หรือจะลองดูที่คลองวารีเย็น ถึงเปนก็ไม่เปนให้ลับตา
ได้เห็นใจแล้วที่ใจอาลัยนัก ไม่เห็นรักพารักมาใส่หน้า
พอใจชมก็ได้ชมกิริยา อันสัจจาสัตย์จริงทุกสิ่งแสดง
ถึงเสียรู้ก็ได้ดูประหลาทเนตร หวังเทวษก็ได้เวทนาแหนง
ไม่แคลงใจทีนี้ใจจะจำแคลง จะเอาเหล็กสักแทงไว้ดูรอย
มาดแม้นหญิงใดประไพพิศ อย่าควรคิดเร่งคิดขยั้นถอย
จงเจียมใจอย่าเศร้าใจอาลัยลอย อย่าน้อยใจใช่ชายจะหมิ่นชาย
นี่ถือเยี่ยงอย่างดุเหว่าหรือเยาวลักษณ์ จะไข่ให้กาฟักอย่าพักหมาย
เสียแรงรักไม่ควรรักจักเคลื่อนคลาย แสนเสียดายเพียรพากสู้ยากเย็น
ชะกะไรเชื่อถ้อยชรอยจิตต์ ไหนจะย้อนซ้อนคิดไม่คิดเห็น
ถึงเสียชู้ก็ได้รู้เชิงชู้เร้น ชื่อว่ามิตรมิดเม้นเช่นนี้เจียว
ประหนึ่งหงส์หลงเล่นชลาสินธุ์ มุจลินท์สระสนานไม่ดาลเฉลียว
เที่ยวซอกซนจนกาเข้ากลมเกลียว ทั้งหนามเหนี่ยวเกี่ยวขนหล่นหลุดยับ
ก็ยังแต่จะรบัดผลัดขนใหม่ จะงามวิลัยคมขำดำขลับ
ถ้าใครโยนเหยื่อตรงก็คงรับ จึงจะนับแล้วว่าหงส์นี้วงศ์กา
หรือใจหวังดั่งโฉมอนงค์นาฎ กากีศรีวิลาศเสนหา
เมื่อหน่ายในกรุงกษัตริย์ภัศดา จึงตามพญาเวนไตยไปฉิมพลี
ครั้นได้รู้รสภิรมย์สมสนิท ก็เบื่อจิตต์จางรักในปักษี
พอเห็นนายนาฎกุเวนก็ยินดี แสร้งทำทียียวนชักชวนเชย
ในเวลาทิวาวันคนธรรพ์สม ปางปฐมยามครุฑร่วมเรียงเขนย
ไม่จางใจในรสสังวาสเลย นิจจาเอ๋ยช่างมาเหมือนนิทานพาล
หรือจะเห็นดีแก่ใจอย่างไรอยู่ ก็ย่อมรู้อยู่ทีเดียวว่าเปรี้ยวหวาน
เมื่อมิเศร้าแล้วก็สรวลไม่ควรการ แต่อย่าประจานพักตรน้องให้หมองนวล
ไม่รักตัวเลยว่าบัวบงกชรัตน ในจังหวัดสินธุวงศ์ไว้จงสงวน
จะคลี่คลายขยายแย้มต่อยามควร อรุณจวนจะส่องแสงจึงแบ่งบาน
มิได้เลือกเลยอุบลทุรนแบะ ให้ร่านบุ้งมุ่งแทะเปนอาหาร
แมลงภู่นั้นว่ารู้รสสุมาลย์ ก็ควรบานกลีบรับสำหรับเชย
เออเมื่อกบหลบร้อนเข้าอาศรัย จะแย้มให้กบกลั้วหรือบัวเอ๋ย
มาเลียนเล่นเช่นนี้ยังมิเคย จะดมเตยต่างดอกรสสุคนธ์
เห็นว่าจะเปนแล้วกลับหาย คล้ายคล้ายเหมือนจะชังแล้วยังฉงน
นี่เพราะรักร้อนร่านเหลือทานทน จึงนิพนธ์สารแสดงมาแจ้งเอย ฯ ๔๖ คำ ฯ
๏ สารสัตย์สุจริตไม่คิดแหนง
เห็นแล้วที่ว่าจริงทุกสิ่งแสดง ถึงมิแจ้งก็มาแจ้งว่ารักเรา
นี่ผีบอกดอกกระมังชาววังเอ๋ย เห็นเชิงเชยผิดกระบวรสำนวนเจ้า
ดูแหลมความออกที่ถามคดีเดา พี่มัวเมาเสน่ห์อยู่พึ่งรู้นาง
ก็น่าสรวลควรหรือน้องเปนสองพักตร์ ไม่ทันคิดเลยว่ารักจะเร็วหมาง
เมื่อหลายหูแล้วเขารู้เรื่องระคาง หาไม่ร้างรักน้องให้หมองนวล
อย่าเสแสร้งแกล้งกล่าวให้ฉาวเรื่อง ก็จะรื้อลือเลื่องเครื่องคนสรวล
เห็นสมศักดิ์สมนามทั้งงามกระบวร เห็นสมควรที่เปนชาติเชื้อชาววัง
เห็นสมทั้งคารมรับช่างกลับกลอก ดั่งระลอกกลิ้งกลบกระทบฝั่ง
เห็นสมคำสารพัดที่สัจจัง นี่สมหวังแล้วสิเจ้าจึงเมามัน
เสียดายชื่นเมื่อยามเคยเชยสมร เสียดายที่ทำชอ้อนให้รับขวัญ
เสียดายยศประดิพัทธจนอัศจรรย์ เสียดายชั้นเชิงกระบวรให้ยวนใจ
ยังไม่ทันจืดจางในทางเสน่ห์ สิกลับเร่ร่ายรักยักอย่างใหม่
ยิ่งดูก็ยิ่งเห็นยิ่งเปนไป เอออะไรยังมาก่อให้ต่อความ
ไม่รู้หรือว่ารักพ้องเปนสองรัก ไม่เห็นพักตรพี่หรือจึงรื้อถาม
พี่ติดเชยอยู่จึงชวดไปชมงาม ใช่จะขามเคืองใจหาไม่เลย
ก็จริงแล้วที่ว่าพี่นี้มีมาก เปนแต่หลากชมลองดอกน้องเอ๋ย
ที่มั่นหมายแลกลายไปเปนเตย พี่จะเชยไปกระนั้นสักพันนาง
กว่าจะต้องอารมณ์เราช่างเย้ายั่ว เช่นวันทองสองผัวเปนตัวอย่าง
จะถนอมแนบกายไม่วายวาง ถึงขุนช้างจะชิงเชยไม่เฉยแช
ถ้าอุประมาก็เหมือนลำแม่น้ำใหญ่ ร่วมรับชลาลัยได้หลายกระแส
เปนที่จอดทอดสำเภาแลเรือแพ ออกเซงแซ่ขวักไขว่ทั้งไปมา
คิดอย่างไรขึ้นหรือเจ้าจึงเดาถาม จะสมทบกลบความพองามหน้า
น้อยหรือถ้อยคำมั่นที่สัญญา จะต้องว่าเสียให้สิ้นสำนวนกลอน
แต่แรกเริ่มเดิมได้ภิรมย์รัก ถนอมนักมิให้ขัดมนัสสมร
สุดแสนสวาทคำที่ร่ำชอ้อน ให้พาจรปลอมประชาทุกราตรี
เมื่อครั้งฟังช้าหงส์ก็สงสัย เหมือนโกรธขึ้งจึงมิไปด้วยกับพี่
พอเลื่อมรู้ข่าวระคายว่าร้ายดี เขาบอกมี่ก็ไม่แหนงรแวงความ
เพราะเชื่อใจอยู่ว่าใจเจ้าจงรัก เห็นเกินนักจึงมิได้ออกปากถาม
สู้แค่นขืนฝืนฝ่าพยายาม แต่ติดตามพากเพียรเจียนขวบปี
แล้วยังซ้ำทำไถลมาให้เห็น ว่าจะไปดูเจ้าเซ็นแล้วแสร้งหนี
ต่อตามพบจึงได้ล่วงรู้ท่วงที ทำหลบลี้เมียงเมินสเทิ้นอาย
นี่หากกล้าฝ่าเข้าไปทักถาม จึงได้ความว่าเปนเนื้อในเชื้อสาย
ก็นึกอางขนางใจอยู่ไม่วาย ด้วยเชิงชายนั้นสนิทผิดทำนอง
ครั้นชวนเชิญเดิรเล่นอย่างเช่นหลัง ก็นิ่งนั่งเสียมิเยื้อนเหมือนหมางหมอง
จะให้สลาสิเคยเลือกก็เสือกซอง แกล้งต้องลองก็สบัดว่าขัดใจ
แต่หลีกเลี่ยงเบี่ยงเบือนทำเชือนเฉย เมื่อไม่เคยเลยเห็นผิดนี่คิดไฉน
เปนสองครั้งแล้วยังไม่สิ้นอาลัย จนวันไปผ้าป่าเคยพาจร
ได้นัดแนะว่าจะแวะมารับเจ้า อย่างไรเล่าเออไฉนจึงไปก่อน
ประหลาทใจหรือจะแค้นหรือแสนงอน หรือจะซ้อนกลคิดปกปิดความ
จึงรีบเรือตามมามหานาค ตั้งแต่ปากคลองเลี้ยวก็เที่ยวถาม
ได้กลิ่นร่ำอบอายก็พายตาม จนพบงามฟังกลอนครึ่งท่อนฮา
ให้แซกเรือเข้าไปชิดแล้วพิศทั่ว กำลังมัวอยู่เจียวหนอหัวร่อร่า
จึงกระแอมให้ประจักษ์เบือนพักตรมา ได้ทัศนาหน้าพี่เปนที่อาย
ให้ถอยเรือเสียไม่ฟังละช่างหยาบ พี่ก็ทราบเชิงเชือนในเงื่อนสาย
อุส่าห์ฝ่าฝืนพักตรสู้ทักทาย ไม่ภิปรายตอบคำทำมึนตึง
เมื่อรู้เช่นเห็นครบคำรบสาม ซึ่งแหนงความมาแต่หลังพึ่งหยั่งถึง
คิดจะใคร่ฉาวชื่อให้ลืออึง ก็เหมือนหนึ่งสาวไส้ให้กากิน
พี่สู้อดออมฤทัยอาลัยสวาท เห็นว่าวาสนาสร้างค่อยห่างถวิล
นึกมานะในสันดานด้วยพาลทมิฬ อันแผ่นดินจะไร้หญ้านั้นอย่าคิด
ซึ่งความขำล้ำลึกนั้นนึกไฉน ก็แจ้งใจเสียแล้วเจ้าอย่าเฝ้าปิด
อันควันไฟใครห่อนจะงำมิด พอรู้ฤทธิรักซ้อนอย่าย้อนรอย
นี่สิ้นปลื้มหรือจึงลืมอารมณ์ภ้อ สิ้นอาลัยไฉนหนอจึงท้อถอย
เออก็ยังแต่จะเชิดให้เลิศลอย พี่ก็คอยชมวาสนาอนงค์
ทุกวันนี้มีแต่ยิ้มกระหยิ่มจิตต์ ด้วยว่าคิดไว้ก็สมอารมณ์ประสงค์
ฝ่ายเจ้าเหล่าเหมวราพงศ์ จะมาลงหนองน้อยเร่งถอยคืน
คิดเสียใหม่ไปสถานที่ธารลึก เล็บจะสึกสั้นซ้ำเพราะน้ำตื้น
จงบินร่อนกว่าจะอ่อนลงยั่งยืน อย่าได้คืนคิดหวังความหลังเอย ฯ ๕๘ คำ ฯ
๏ สดับสารสิ้นแสลงก็แคลงคิด
ทั้งพี่นางช่างปลอบให้ตอบกิจ นี่จริงจิตต์หรือประดิษฐประลองลวง
จะรักชู้ชูชีพชีวันไว้ ก็จนใจด้วยคำคมคารมหลวง
จะวานรักเหมือนจะหักให้โทรมทรวง พะหนักพะหน่วงเกรงกรรมเวรารอน
เปนมิรู้แห่งที่จะตอบกิจ ด้วยเจ้าคิดวิปลาศดังศาสตร์ศร
ไม่ยั้งจิตต์ด้วยประดิษฐมาวิงวอน เหมือนจะรอนราญชีพให้วอดวาย
อย่าใหลหลงตรงกิจให้ผิดที่ จงปราณีรงับจิตต์ให้ห่างหาย
ย่อมนับว่าเจ้าเลิศประเสริฐชาย จะหมายไหนได้เหมือนจำนงจง
ไยไฉนจึงมาคิดฉนี้นี่ ช่างพาทีเพี้ยนผิดเพราะจิตต์หลง
อันรักอื่นรักชื่นชีวาคง ที่เขาจงสิมิจงเจตนา
อย่าพิกลจริตให้ผิดผัน เคร่าครองชีวันไว้ดีกว่า
ยังกำดัดสันทัดยุพาลพา ทั้งสักรวาก็ดีปรีชาชาญ
แล้วแหลมหลักในลักษณกลเลศ รู้จบไตรเพททหารหาญ
คนรู้มากนักได้ยากทรมาน สดับสารนึกน่าจะปราณี
แต่งตอบจะประกอบให้หายหลง อย่าพะวงให้สัมผัสทั้งสี่
กลิ่นเสียงรูปรสวาที กระยาหารอันมีโอชารส
อิกทั้งดุริยางคดนตรี ทั้งนี้ให้พร่ำจำอด
จะเสียตัวก็เพราะกลั้วรักรส เปนเบื้องบทเร้าราคราคี
อย่าใหลหลงพะวงว่าสิ่งสุข คือกองทุกข์ใหญ่ไม่เอาตัวหนี
เพราะเมตตาจึงช่วยว่าให้ดีดี อย่าจู้จี้ให้พลอยรำคาญเอย ฯ ๒๐ คำ ฯ
๏ คิดถึงแพรเลี่ยนแล้วเสียดายเหลือ
เปนฝีมือของหม่อมย้อมมะเกลือ ได้ห่มสนิทแนบเนื้อมานมนาน
เจ้าแล่งเพลาะเลาะให้เมื่อไปทัพ อุส่าห์หอบหิ้วกลับมาถึงบ้าน
ฝากไปอบพบมือคนจัณฑาล นึกประจานคนจนไม่อนิจจา
เมื่อคราวดีสิ่งดีก็มีมั่ง เมื่อคราวชังกะไรชังจนชั้นผ้า
ทำได้ดูเถิดไม่เวทนา ถึงผุราก็ยังรักเพราะรอยกาย
นี่ผิดชอบเปนกะไรไฉนหนอ จึ่งตั้งข้อเคืองแค้นไม่รู้หาย
ถ้าไปได้ก็จะไปให้ใกล้กาย จะหยิกตีเสียให้ตายก็ตามบุญ
สงสารหน้าที่ไปพาให้ผ้าขาด เหมือนตีวัวกระทบคราดคราวหันหุน
แม้นผ้าอยู่ก็เหมือนดูยังการุญ จงตั้งทุนรักรักให้แรมคลาย
ถึงสิ้นผ้าไปก็ดียังมีเล็บ ฉันกอดเก็บซ่อนไว้ยังไม่หาย
เมื่อทุกข์ระทมจะได้ชมไปต่างกาย หรือจะซื้อเล่าจะขายให้เต็มแพง
เพราะว่าเปนสำคัญมั่นกว่าผ้า ตามประสาภักดีไม่มีแหนง
นิจจาเอ๋ยทำเยียมิเสียแรง เหมือนจะแกล้งให้อัประมานคน
เสียดายนักอนิจจาผ้าเพื่อนยาก ได้ห่มตรากแดดน้ำกรำฟ้าฝน
แต่จะไปไหนนิดก็ติดตน มิให้คนอื่นต้องถึงสองเลย
เมื่อยามนอนก็เอาห่มชมถนอม ยังหวนหอมกลิ่นอายไม่หายระเหย
เหมือนจะนำความสนิทให้คิดเคย ถึงคราวช้ำก็ได้เชยเพราะชูใจ
ทีนี้สาบสูญแน่แล้วแพรดำ จะระยำย่อยยับเปนไฉน
จะถ่วงน้ำหรือเจ้าจะเผาไฟ กรรมอะไรของข้ามาตามทัน
ที่ให้ไปนั้นด้วยใจสุจริต คิดจะให้ดูผ้าต่างหน้าฉัน
ตามประสายากใจที่ไกลกัน ไม่สำคัญว่าจะคิดเคืองระคาย
เห็นเปลี่ยนผ้ามาให้ห่มสมคิด หรือจะผิดที่ของหม่อมนั้นหอมหาย
จึงตอบแทนทำได้จะให้อาย อนิจจาน่าเสียดายแพรดำเอย ฯ ๒๔ คำ ฯ
๏ เคราะห์เอ๋ยเคราะห์จำเพาะพ้องตรงของขำ
คิดต่อคิดไม่ผิดเลยกรรมเอ๋ยกรรม มาซ้ำซ้ำแซกรักสลักทรวง
ยิ่งหนักแน่นแสนช้ำกระหน่ำหนัก ดั่งพลิกผลักเมรุไกรไศลหลวง
ต้องยากเย็นเช่นเหมือนหมายเดือนดวง ไหนจะล่วงละฟ้าลงมาดิน
เปรียบวิหคนกน้อยต้อยติวิด หรือจะคิดข้ามมหาชลาสินธุ์
จะอ่อนจิตต์อิดโรยด้วยโบยบิน ถ้าจะสิ้นสุดกำลังชีวังวาย
แม้นนกน้อยต้อยติวิดฤทธิดั่งครุฑ คงข้ามสมุทร์ไทถึงเหมือนหนึ่งหมาย
ด้วยแรงราชปักษิณบินสบาย พวกพระพายจะพัดวุ่นกะตุ้นเตือน
โอ้อกนกเหมือนอกนี้ไม่มีผิด ถึงจะคิดแข่งไปก็ไม่เหมือน
ต้องเสงี่ยมเจียมจนเพียงพลเรือน จะเอื้อมเอื้อนออกปากก็ยากเย็น
สู้ห้ามรักหักใจไว้ในหน้า ยิ่งห้ามตาตาชวนให้หวนเห็น
ครั้นห้ามใจให้สวาทขาดกระเด็น ใจก็เปนเห็นงามไปตามตา
ใจเอ๋ยอดสกดใจลงไว้มั่ง ใจไม่ฟังเฝ้ารักนั้นหนักหนา
ใจยิ่งคิดพิศวาสไม่คลาดคลา ทุกเวลาหลงครวญรัญจวนใจ
อกเอ๋ยอกโอ้ยากลำบากอก ดั่งกลิ้งครกระหกระเหิรขึ้นเนินไศล์
จะทุกข์ทับคับอกวิตกไป อกจะไหวหวั่นว้าให้อาวรณ์
อันทุกข์เราเท่าพระลอพอเหมือนเหมือน ทุกข์ถึงเพื่อนแพงทองสองสมร
จนเคลิ้มองค์หลงคลั่งไม่นั่งนอน ละนครเข้าสู่สวนของนวลนาง
ได้ร่วมห้องสองอนงค์ทรงเกษม ต่างปรีดิ์เปรมประดิพัทธไม่ขัดขวาง
ครั้นถึงกรรมจำตายต้องวายวาง ทั้งสองนางพินาศแนบอยู่แอบองค์
อิกนิยายตายด้วยรักสมัคสมาน เรื่องบุราณนานครันสุวรรณหงส์
ได้ร่วมรักอัคเรศเกศสุริยงค์ หอกยนต์ตรงตรึงอุราชีวาวาย
ถึงกษัตริย์สององค์ปลงชีวิต ได้เชยชิดพิสมัยเหมือนใจหมาย
โอ้องค์ท้าวเจ้าลมานสงสารกาย มาต้องตายวายวางด้วยนางลเวง
รักวันลาอาสาทัพเขาจับได้ จนบรรลัยอยู่ในเกาะไม่เหมาะเหม็ง
ฟังเรื่องราวเจ้าลมานนึกพานเกรง ให้วังเวงหวั่นจิตต์หวิดหวิดใจ
ตรองดูรักรวนเรคเนแหนง ยังไม่แจ้งนี่จะแท้แน่หรือไฉน
แม้นลมปี่บิดนิ้วพลิกพลิ้วไป คงบรรลัยเล่ห์ลมานไม่ทานเลย
ถ้าสมคิดชีวิตวายไม่อายเขา เกรงแต่เปล่าเปล่าตายน่าอายเอ๋ย
คำคนคงเลียมเลียบว่าเปรียบเปรย จะยิ้มเย้ยยิ่งจะรับแต่อัประมาน
ทั้งที่พึ่งพวกพ้องมองหาหาย คิดถึงกายกำพร้าน่าสงสาร
มีแต่คนคุมชังด้วยจังฑาล ปองจะรานเรื่องสวาทให้ขาดลอย
สู้โน้มน้อมเหนี่ยวรักฉุดชักกิ่ง ยังรังแกแร่วิ่งมาชิงสอย
ช่างชอ้อนอ่อนฅอเข้าผลอพลอย ขึ้นหน้าลอยคอยขัดสกัดสแกง
เจ็บจิตต์ใจประมาทปิศาจซ้ำ จะต้องทำกระบานบัตรปัดแสลง
ปอบชมบหมู่พรายที่ร้ายแรง อย่าให้แฝงเฝ้าประจำอยู่กล้ำกราย
จงไปสู่ไม้ยูงสูงไม้ใหญ่ ที่แน่นเหน็บเจ็บไข้จะได้หาย
พี่เส้นวักสักเท่าไรก็ไม่คลาย ช่างเคราะห์ร้ายหลายอย่างต่างต่างเปน
ทั้งหย่อนยศถดถอยทั้งน้อยหน้า ทั้งพาสนาสารพัดจะขัดเข็ญ
จะริรักมักลำบากยอดยากเย็น มิได้เว้นวันร่ำที่คร่ำครวญ
เหมือนหมายชมบุบผชาติไกลาสลิบ มณฑาทิพย์เทพบุตรสุดสงวน
ขจรกลิ่นรินรื่นให้ชื่นชวน วายุหวนหอมอบตระหลบดิน
สาโรชรื่นพื้นสุธาฟากฟ้าฟุ้ง ภมรมุ่งหมายคนึงพึงถวิล
ลืมดอกไม้ในจังหวัดปัถพิน เฝ้าเพียรบินโบกปีกหลีกลมบน
แมงภู่น้อยถอยกำลังปีกยังอ่อน สุดจะร่อนเร่ฟ้าเวหาหน
ไม่กลัวยากพากเพียรเฝ้าเวียนวน มิได้พ้นพุ่มไม้ขึ้นไปเลย
ถึงจะอ่อนหย่อนกำลังไม่ยั้งหยุด จนปีกหลุดหล่นตกแลอกเอ๋ย
แม้นบุญหลังแมลงภู่เปนคู่เคย คงได้เชยช่อบุบผามณฑาทอง
เพี้ยงเอ๋ยเพี้ยงเสี่ยงกุศลช่วยดลให้ เทพไทที่เฝ้าเปนเจ้าของ
ประทานทิพยมาลยดั่งใจปอง ให้ลิ่วล่องลอยฟ้าลงมามือ
จะยื่นกรกรีดก้อยค่อยค่อยหยิบ มณฑาทิพย์ที่ประทิ่นประคิ่นถือ
ประคองหัดถ์ไว้มิให้สัมผัสมือ จะรักรื้อร่ำภิรมย์เฝ้าชมเชย
เมื่อยามนอนนั้นจะยกขึ้นอกแอบ ประทับแทบทรวงถนอมหอมระเหย
เมื่อยามนั่งนั้นไม่วางให้ห่างเลย สงวนเชยชิดชื่นทุกคืนวัน
จะพูลเพิ่มพิศวาสไม่ขาดรัก ให้สมศักดิ์สุมาลัยในสวรรค์
อย่าให้คอยลอยฟ้ามาพลันพลัน จะรับขวัญขวัญฟ้าลงมาเอย ฯ ๕๖ คำฯ
๏ โฉมทิพยประทุมโกสุมสวรรค์
พึ่งผุดพ้นชลชูเคียงคู่กัน อยู่ในวันโนทยานสถานอินทร์
ขึ้นบังใบใกล้ฝั่งอยู่ทั้งคู่ ยากที่หมู่แมงภู่ผึ้งจะพึงถวิล
ไปไม่ถึงเทวโลกเฝ้าโบกบิน ตามแต่กลิ่นอยู่แต่ไกลไม่ใกล้กราย
ยังไม่บานแบ่งผกาสร้อยสาโรช อยู่ในโบษขรณินกระสินธุ์สาย
อุบลอื่นดื่นระดะในสระราย มีมากมายหลายหลามไม่งามเกิน
อันสองอุบลพ้นกระสินธุ์ส่งกลิ่นกลบ หอมตระหลบลอยฟ้าเวหาเหิร
ระรื่นรินกลิ่นฟุ้งจรุงเจริญ ดั่งจะเชิญชวนหมู่แมงภู่ทอง
ด้วยดอกไม้ไกลมนุษย์อยู่สุดสูง เหลือที่ฝูงภุมรินจะบินผยอง
ครั้นจะลอยลมหลีกด้วยปีกปอง ให้ข้ามห้องคัคณานต์สถานทาง
ปีกยังอ่อนหย่อนย่อท้อระทด จะต้องลมคมกรดหมดปีกหาง
เกรงว่าไปจะไม่รอดตลอดปาง จะต้องคว้างกลางดินชวดบินโบย
ใจหนึ่งรักหักจะไปใจหนึ่งรั้ง เปนครั้งครั้งคราวครวญให้หวนโหย
สงสารพวงภุมรินที่ดิ้นโดย ประกอบโกยกองวิตกโอ้อกกรม
ต้องกรอมเกรียมเจียมจิตต์ชนิดนี้ ป่วยการปีมิได้พบประสบสม
ปองสวาทมาดหมายแต่ลายลม อกระทมเทวษเศร้าทุกเช้าเย็น
แม้นเมื่อใดได้พุ่มประทุมทิพย์ ที่ลอยลิบลับฟ้ามาให้เห็น
จะรื่นรสเรณูมาลย์ซ่านกระเซน พอวายเว้นวันรำลึกที่ตรึกตรอง
โอ้นึกนึกตรึกไปก็ใจเปล่า เมื่อไรเล่าดวงประทุมที่หุ้มหอม
จะแย้มขยายคลายคลี่ปราณีประนอม ประนมน้อมก้านผกาลงมามือ
จะยื่นหยิบทิพยประทุมโกสุมสอง ใส่พานทองถมยาหัดถาถือ
ถนอมไว้มิให้ช้ำด้วยน้ำมือ จะรักรื้อร่ำภิรมย์เฝ้าชมเชย
เมื่อยามนอนนั้นจะยกขึ้นอกแอบ ประทับแทบทรวงถนอมหอมระเหย
เมื่อยามนั่งนั้นไม่วางให้ห่างเลย จะชมเชยชูชื่นทุกคืนวัน
แนบสนิทพิสมัยรักใคร่ครุ่น ให้สมบุญบัวหลวงในสรวงสวรรค์
จงเห็นใจที่รัญจวนคร่ำครวญครัน ขอเชิญขวัญเนตรน้องอย่าข้องเคือง
จะรักใคร่ในนุชไม่สุดสิ้น จนม้วยดินสิ้นหล้าฟากฟ้าเหลือง
คุ้งวันตายวายชีวิตปลดปลิดเปลือง มิได้เปลื้องปลิดสวาทนิราสแรม
ที่กล่าวความตามธรรมเนียมเทียมประเทียบ อย่าระคายภิปรายเปรียบว่าเฉียบแหลม
ใช่จะแกล้งแต่งนิพนธ์เปนกลแกม มาลอมแลมลองโฉมประโลมชม
จงรู้รักประจักษ์จิตต์อย่าคิดขาม ล้วนคำงามความจริงทุกสิ่งสม
อย่าคลางแคลงแหนงน้ำคำคารม จะมอบจิตต์สนิทสนมไว้นมนาน
เปรียบดั่งลอหน่อไทตามไก่เถื่อน ไปสมเพื่อนแพงงามสามสมาน
เคยได้ฟังมั่งหรือไม่ในนิทาน แม้นได้อ่านฟังเล่นก็เช่นกัน
สองวิมลมณีศรีสวัสดิ์ อย่าสลัดตัดรอนจงผ่อนผัน
ให้เปนคู่อยู่เหมือนเดือนตวัน เกิดสำหรับกัปป์กัลป์เช่นนั้นเอย ฯ ๓๖ คำ ฯ
๏ คิดถึงหม่อมจอมอนงค์สุดสงสาร
นิจจาเอ๋ยเคยเปนโสดเปรื่องโปรดปราน สถิตสถานสถาพรบวรวัง
เพียงจอมเมรุพิมานนิพพานพ้น ก็เสื่อมสุขเศร้ากมลกว่าหนหลัง
ใครจะชุบอุปถัมภ์เปนกำลัง ให้เหมือนครั้งคราวเดิมเปนเจิมจอม
จะมีสุขสักเท่าไรก็ไม่ชื่น สมบัติอื่นไม่อิ่มใจคงไผ่ผอม
ถึงบริสุทธิผุดผ่องเหมือนหมองมอม ต้องจำออมอดใจอยู่ในทรวง
ชั้นจะชื่นชอบกับใครให้สนิท ต้องเสงี่ยมเจียมจิตต์ตขิดตขวง
จะทาแป้งแต่งสกนธ์คนทั้งปวง ก็จะล่วงลักนินทาท่าเจ็บใจ
อันชาวในไหนจะสิ้นขมิ้นแป้ง ก็ต้องแต่งตัวงามตามวิสัย
ครั้นไม่ทาจะว่าเนื้อล้วนเหื่อไค ทำอย่างไรก็ไม่สิ้นซึ่งนินทา
แม้นถึงมียศถาอาชญาสิทธิ์ ยากจะคิดปิดงำคำครหา
คำคนยาวกล่าวมากเกินปากกา มักพูดจาเลียมลับให้อัประมาน
เหมือนนางหงส์เหมราชอันขาดคู่ ทำรังอยู่ยอดไม้ในไพรสาณฑ์
จะหาเหยื่อเผื่อบุตรสุดกันดาร ไปไหนนานนักก็ห่วงด้วยรวงรัง
แต่ก่อนบุญขุนวิหคป้องปกอยู่ ได้เปนคู่อยู่พุ่มไม้คุ้มขัง
แม้นสิ้นที่อุปถัมภ์อยู่ลำพัง กาเหยี่ยวเฉี่ยวชังโฉบรังรวง
เปรียบเหมือนพรรณพฤกษาบรรดาไม้ อันปลูกไว้ที่ควรในสวนหลวง
มีลูกดกระกะต้นทรงผลพวง แม้นไม่หวงแหนนิ่งทิ้งละเลย
เปนที่ปองปักษาหมู่กานก คงอันตรายวายดกแล้วอกเอ๋ย
ทั้งวลาหกหายไม่ปรายเปรย ให้ชุ่มเชยชื่นชื้นพ่างพื้นดิน
ไม่มีหมู่ผู้คนจะปรนิบัติ จนพื้นปัถพีแห้งเปนแท่งหิน
แม้นไม่ฟื้นพื้นสุธารดวาริน ไหนจะสิ้นโศกเฉาซุดเศร้าโทรม
ดั่งดาวน้อยพลอยแจ้งด้วยแสงบุหลัน ขึ้นส่องสวรรค์สว่างเลิศลอยเฉิดโฉม
เมื่อเดือนดับลับฟ้านภาโพยม อัคคีโคมก็จะแข่งกับแสงดาว
ธรรมดานารีไร้ที่พึ่ง ถึงผ่องถึงเทียมอย่างนกยางขาว
รักษาตัวเต็มดีเหมือนมีคาว คนคงกล่าวข่าวพร้องว่าหมองมัว
ดั่งเพ็ชรเคลื่อนเรือนเก็จอยู่เม็ดเปล่า จะเสื่อมเศร้าแสงมณีสีสลัว
หาเรือนรองทองถมให้สมตัว จะยังชั่วชูช่วงดวงวิเชียร
แม้นเอองค์อางขนางอยู่อย่างนี้ ไม่พ้นที่ตรีชาคำพาเหียร
ควรอนงค์จงดำริห์กันติเตียน ถ้าคนเบียนเบียดถ้อยพลอยรำคาญ
ซึ่งคำเปรียบเลียบลึกล้วนปฤกษา วานอย่าว่าหวังสวาทเอื้อมอาจหาญ
เห็นอยู่เดียวเปลี่ยวอารมณ์มานมนาน คิดสงสารแสนรักจึงชักจูง
เดิมไม่เศร้าเสื่อมสลดมียศอยู่ เคยเปนคู่เคียงหงส์ที่วงศสูง
ก็สิ้นหงส์แล้วจงวกลงนกยูง อย่าให้ฝูงกากวนไม่ควรเคียง
จงเมินกาหาบุหรงเหมือนหงส์มั่ง ให้เขาสั่งรเสริญลือออกชื่อเสียง
วานอย่าพิศวาสหวังที่วังเวียง จงดูเยี่ยงอย่างสุวรรณกันยุมา
บุราณว่าเข้าเถื่อนหาเพื่อนเที่ยว อย่าอยู่เดียวเปลี่ยวจิตต์จงคิดหา
ตามอารมณ์ให้สมดั่งเตือนมา เสียดายปรารมภ์ด้วยช่วยทุกข์แทน
อันอยู่เดียวอย่างนี้หาดีไม่ มีบ่าวไพร่พรั่งพร้อมเฝ้าห้อมแหน
มีสักหมื่นดื่นดาษดั่งขาดแคลน ก็จะแม้นเหมือนกับอยู่ผู้เดียวดาย
ถ้ามีคู่อยู่ถึงแม้นจะแสนเศร้า อาจบันเทาทุกข์ร้อนให้ผ่อนหาย
ได้คุ้มครองป้องกันอันตราย ทั้งจะดับอับอายวายรำคาญ
ก็ยังไม่กะไรกันเช่นชั้นนี้ ควรจะมีที่รักสมัคสมาน
อันนารีนี้เหมือนพุ่มประทุมมาลย์ ถ้านิ่งนานเนิ่นนักคงจักโรย
ทำนอนใจไปข้างหน้าฉวยคว้าผิด ต่อได้คิดจึงจะค่อยละห้อยโหย
ใบพฤกษาถ้าพระพายพัดชายโชย ก็ควรโบยโบกใบไหวตามลม
คำบุราณว่าเลือกนักมักได้แร่ หาหวานนักมักจะแปรแชขม
แม้นเฉยนักมักจะช้าอย่านิยม ถ้าตรึกนักมักจะกรมไปนมนาน
จงฟังคำตามตำราสุภาษิต อย่าให้ผิดแบบแผนล้วนแก่นสาร
หยั่งฤทัยใคร่ครวญให้ควรการ เชิญสมานหมายประสงค์เปนมงคล
แม้นมีจิตต์ชิดชอบระบอบบท จะปรากฏยศศักดิ์เพิ่มพักผล
ได้พาชื่นรื่นสำราญบานกมล ที่กังวลถวิลเดิมจะเคลิ้มคลาย
จงตรองตามความทุกสิ่งจริงหรือไม่ แม้นจริงใจแล้วจงรักสมัคหมาย
ให้สมคำทำเนียบที่เปรียบปราย อย่าระคายเคืองความว่าลามลวน
อย่าพบพักตรรักใคร่ให้สนิท ขอชอบชิดเชิงรักอย่าหักหวน
ถ้าโฉมงามตามอารมณ์เห็นสมควร จงประมวลมิตรใจเปนไมตรี
จะพูลเพิ่มพิศวาสไม่คลาดเคลื่อน ทุกวันเดือนมิได้คลายหน่ายหนี
เฝ้ารักใคร่ไปจนตายวายชีวี อยู่เมืองผีจะขออยู่เปนคู่กัน
แม้นเกิดไหนให้ได้พบประสบสิ้น บาดาลดินแดนดลบนสวรรค์
ทุกทุกชาติอย่าขาดรักเลยสักวัน จนม้วยดับกัปป์กัลป์พุทธันดร
จงไมตรีตอบตามความพิศวาส ให้สมมาดเหมือนหมายสายสมร
อย่าหมางเมินเนิ่นนิ่งให้วิงวอน เชิญโอนอ่อนหย่อนหาตามอารมณ์
แม้นสมัครักใคร่ดั่งใจคิด จะเคียงคู่ชูชิดสนิทสนม
ถนอมนอนกรรับประทับประทม ให้แสนสมมนัสแนบแอบอกเอย ฯ ๖๔ คำ ฯ
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ