ฉันท์เยาวพจน์ ตอน ๒

ตบมือแปะ ๆ ว่าจะได้กินปลา ไปถึงศาลาก็จะได้กินนม ฯ

ช้าเจ้าหงส์เอย ปีกอ่อนร่อนลง เข้าในดงชุมแสง พี่ไม่ทุกข์พี่ไม่อยาก พี่ไม่จากหนูแดง ฯ

โหนชิงโหนช้า เจ้าพระยาหงส์เอย ฯ

ตะรุงตุงแช่ เขาแห่ยายมา ครั้นถึงศาลา เขาก็วางยายลง ฯ

หลวงชีหกคะเมน ตาเถรต่ายลวด ฯ

หัวโล้นโกนใหม่ๆ ควักขี้ไก่ ใส่หัวโล้น ฯ

หัวจุกคลุกน้ำปลา เห็นขี้หมา นั่งไหว้จองหง่อง ฯ

ไม้หนึ่งไม้นอง ข้าวพองข้าวเจ้า หัวนกหัวเน่า หนังกะเบนเน้อ ฯ

ซุ่มๆ มะระตี ระวังให้ดี จะต้องปะเตะ ฯ

๑๐ ตารอดปอดแฉ่ง ผัวอีแมงดา ฯ

๑๑ ชะป่อยแม่นางป่อย ใครใช้ใครสอย ไปซื้อหอยสำเพ็ง จีนเจ๊กมันมาก มันก็ลากเข้าเก๋ง ฯ

รวม ๑๑ บท

เรื่องตบมือแปะ ๆ

๑๖ เห็นพี่ตบมือแปะ ๆ หัวเราะแหะ ๆ
ว่าเราจะได้กินปลา  
๏ แม่ข้ายังไม่กลับมา ไปถึงศาลา
ก็คงจะให้กินนม  
๏ ข้าหิวหิ้วท้องร้องระงม ทั้งสองเกรียมกรม
ละห้อยถึงแม่แลหาย  
๏ นางพี่ปลอบน้องพอคลาย คิดด้วยอุบาย
ก็ลงในเปลสองรา  
๏ ไกวแกว่งแกล้งเย้าไปมา ร้องเพลงภาษา
ด้วยเล่ห์อุบายหมายโลม ฯ  

เรื่องช้าเจ้าหงส์

๏ ช้าเจ้าหงส์เอยงามโฉม ปีกอ่อนร่อนโพยม
ก็ลงในดงชุมแสง  
๏ พี่ไม่ทุกข์ยากอย่าแหนง ไม่จากหนูแดง
น้องข้าก็ร่วมรักกัน  
๏ มาเล่นชิงช้าชักหัน โหนเล่นพัลวัน
ก็ร้องเป็นเชิงชวนใจ  
๏ โหนชิงโหนช้าแกว่งไกว ทำนองคลองไป
จบเจ้าพระยาหงส์ เอย ฯ  

เรื่องตะรุงตุงแช่

๒๘ ยินเสียงพิณพาทย์ ฆ้องกลองกัมปนาท
แห่มาโน้นเหวย น้องจึ่งถามพี่
ไม่เคยเห็นเลย แห่ใครพี่เอ๋ย
ไปดูหน่อยนา  
๏ เสียงตะรุงตุงแช่ พี่ว่าเขาแห่
ศพยายเรามา แห่ไปข้างไหน
ว่าไปศาลา ถึงที่ป่าช้า
เขาวางยายลง  
๏ อย่างนี้เด็กร้อง มันว่าพอคล้อง
คำเด็กใหลหลง คิดไปก็ขัน
ถ้อยคำจำนง ข้อความบคง
วางเรื่อยเปื่อยไป  
๏ น้องมันถามเล่า ศพยายผู้เฒ่า
มีงานฤๅไฉน นางพี่ตอบขาน
งานสนุกสุดใจ โขนหนังโรงใหญ่
เต้นรำทำเพลง  
๏ ยายชีหกคะเมน มีทั้งตาเถร
ไต่ลวดโหยงเหยง อย่าไปดูเลย
นองเอ๋ยจงเกรง ขี้เมามันเก่ง
มืดค่ำคลำทาง  
๏ น้องมันขัดใจ อยาบช้าว่าให้
เย้ยเยาะไปพลาง หัวโล้นโกนใหม่
ไก่หยอดไชขาง นางพี่คิดหมาง
กล่าวแก้ตามกล  
๏ ว่าเองมีจุก เอาน้ำปลาคลุก
ให้สาใจซน เห็นไข่สุนัข
กองกลางถนน หัวจุกสัปดน
นั่งไหว้จ๋องหง่อง  
๏ ลางเด็กมันเล่น ร้องตามความเป็น
นับนิ้วลำพอง ตีความไม่ถึง
ไม้หนึ่งไม้นอง ข้าวเจ้าข้าวพอง
จะแปลอย่างไร  
๏ หัวนกหัวเน่า หนังกะเบนอีกเล่า
ไม่รู้สงไสย พระพิศณุกรรม์
เสกสรรคำไทย สอนทารกไว้
ทุกสิ่งนานา  
๏ ซุ่มๆ มะระตี ระวังต้องดี
ต้องปะเตะกันหวา มันเห็นขบขัน
ชอบใจเฮฮา เล่นตามภาษา
ลูกเล็กเด็กแดง  
๏ หนึ่งนางสาวน้อย อยากกินแกงหอย
ไปเที่ยวแสวง ครั้นถึงสามเพ็ง
เห็นเข่งหอยแครง ทั้งหอยจุบแจง
เจ๊กจีนขายอึง  
๏ พวกเจ๊กมันมาก มันเข้าฉุดลาก
สาวน้อยไปถึง พาเจ้าเข้าเก๋ง
จีนเต็งมันดึง ครั้นเจ้าร้องอึง
มันปล่อยกลับมา  
๏ ตารอดปอดแฉ่ง นั่งคอยท้องแห้ง
ผัวนางแมงดา แลเห็นเมียกลับ
ขัดใจนักหนา เป็นไรไปช้า
ไม่ได้หอยแครง  
๏ อ้ายเด็กมันเห็น มันจึ่งร้องเล่น
เป็นลำคำแผลง เพราะนางแมงดา
มีมาสำแดง ตารอดปอดแฉ่ง
ท่านผูกเป็นเพลง  
๏ ชะป่อยนางป่อย ใครใช้ใครสอย
ซื้อหอยสามเพ็ง เจ๊กจีนมันมาก
มักลากเข้าเก๋ง จบบทหมดเพลง
เท่านี้เแล เอย ฯ  

บทร้อง

๑๑ จุบแจงเอย แม่ยายร้องเรียก
ควักข้าวเปียก ให้แม่ยายกิน
ทอดกฐิน ปัดริ้นปัดยุง
นกกะทุงตายห่า ทั้งงวงทั้งงา
ออกมาให้สิ้น เจ้ากฐินทอง เอย ฯ
๑๓ จันทร์เจ้าเอย ขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดง ผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้า ให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้ ให้น้องข้านั่ง
ขอยายชัง เลี้ยงน้องข้าเถิด
ขอยายเกิด เลี้ยงน้องข้าที
ขอยายมี เลี้ยงตัวข้าเอง ฯ
๑๔ พระจันทร์เจ้าข้า ดีฉันถามข่าว
พระจันทร์โศกเศร้า ดีฉันเป็นทุกข์
พระจันทร์เป็นสุข ดีฉันสบาย
พระจันทร์เดือนหงาย ดีฉันเที่ยวเล่น
เดือนมืดไม่เห็น ดีฉันนอนเสีย ฯ
๑๕ เจ้าฉุยฉายเอย จะไปไหนหน่อยก็ลอยชาย
เยื้องย่างเจ้าช่างกราย เจ้าก็ลอยชายไปข้างหลังวัด
หนุ่มน้อยๆ ก็จะคอยสังกัด จะกอดจะรัดถนัดใจ เอย ฯ
๑๖ ต้อยตะริดติดตอย เอาตัวไปห้อย ที่โสนคางคก
กินยาว่าจะให้ลูกดก เจ้าโสนคางคก อกแตกตาย เอย ฯ
๑๗ แม่ศรีสาสะ  
ยกมือไหว้พระ ว่าจะมีคนชม
ขนคิ้วเจ้าต่อ ขนคอเจ้ากลม
ชักผ้าปิดนม ชมแม่ศรี เอย ฯ
๑๘ แม่ศรีเอย แม่ศรีสาคร
นมยานหน้าอ่อน ผัวจะร้างเจ้าไว้
กระดิกช้างน้อย เป็นทองคำเปลว
รีบมาเร็วๆ เถิด แม่ทองศรี เอย ฯ

รวม ๗ บท

เรื่องจุบแจง

๑๑ ยังมีสิบปิการัง เป็นเศษสังข์บริวาร
นามหนึ่งขนานขาน ว่าจุบแจงแสดงดี
๏ แม่ยายก็ร้องเรียก ควักข้าวเปียกให้กินที
เรี่ยรายลูกหลานมี ว่าจะทอดกฐินทอง
๏ ริ้นยุงในทุ่งลัด จะต้องปัดด้วยไม้ตะบอง
ตัวเล็กก็จองหอง จะต้องตีให้บี้แบน
๏ นกกะทุงนี้อวดกล้า ก็ตายห่าลงเกือบแสน
ฉัททันต์น้ำมันแกน ทั้งงวงงาออกมาเตียน
๏ นิ้วกวักประจักษ์แจ้ง เจ้าจุบแจงก็หันเหียน
เปิดฝาออกมาเยียน กฐินทองของน้องอา ฯ

เรื่องจันทร์เจ้า

๑๖ โจทว่าพี่เลี้ยงทารกา อุ้มชูหนูมา
เมื่อคํ่าราตรีชี้เชย  
๏ จึ่งร้องว่าจันทร์เจ้าเอ๋ย อดขนมนมเนย
น้องข้ามาขอข้าวแกง  
๏ น้องข้ายากจนพ้นแสวง ขอแหวนทองแดง
ผูกมืออนุชหน่อยรา  
๏ อนึ่งพาหนะน้อยนักหนา ขอคชอาชา
ให้น้องข้าขี่ดีจริง  
๏ จนทั้งอาสนะพะพิง ขอเก้าอี้อิง
ให้น้องข้านั่งตั้งตน  
๏ อีกทาสชายหญิงขัดสน ขอยายชังคน
หนึ่งเถิดพอเลี้ยงน้องเรา  
๏ กับขอยายเกิดเฉิดเฉลา มาประคองน้องเยาว์
เลี้ยงนุชข้าดีทีเดียว  
๏ แต่ตัวยายมีขี้เหนียว ว่องไวใช้เปรียว
ข้าขอเลี้ยงตัวข้าเอง ฯ  
๒๘ บัดนั้นอสุรินทร์ ราหูใจทมิฬ
โจมจู่ลู่มา เห็นจันทร์ทรงโฉม
ลอยโพยมเมฆา ใจคิดริษยา
เบียดบังรังแก  
๏ พระจันทร์ขวัญหาย ตกใจไม่สบาย
แสงอับลับแล กล่าวสรรจันทรคาธ
วิปลาศดวงแข ขี้คายทายแปล
ร้องลำคำกลอน  
๏ ว่าพระจันทร์เจ้า ดีฉันถามข่าว
โศกเศร้าสุดสยอน ดีฉันเป็นทุกข์
ให้ยุคกำจร จงสัตถาพร
พ้นภัยไขดวง  
๏ เมื่อพระจันทร์สุข พลอยหายวายทุกข์
บันเทาเบาทรวง ดีฉันค่อยสบาย
หญิงชายทั้งปวง เฝ้าพร่ำบำบวง
จนจันทร์แจร่มจาง  
๏ ครั้นเมื่อเดือนหงาย เพริศพริ้งหญิงชาย
เที่ยวเล่นเห็นทาง เมื่อจันทรแรม
ไม่แจร่มส่องสาง ปวงข้ามาระคาง
เข้ามุ้งนอนกรน  
๏ รำพันจันทร์เจ้า โดยลำคำเก่า
เด็กร้องตามถนน โบราณทารก
ยอยกเป็นนิพนธ์ ใครไม่เล่าปน
จักเสื่อมสูญ เอย ฯ  

เรื่องฉุยฉาย

๑๖ บัดนั้นวรนาฏผาดผาย สมญาฉุยฉาย
ค่อยเยื้องค่อยยาตรนาฏนวล  
๏ จะไปไหนหน่อยค่อยกระบวน ลอยชายเชิงชวน
จะยั่วจะเย้าเข้าฤๅ  
๏ เยื้องย่างช่างกรายกรีดมือ ลอยชายกระพือ
ก็ไปข้างทางหลังวัด  
๏ ล้วนหนุ่มน้อยน่าปฏิพัทธ์ จะคอยสังกัด
จะกอดจะรัดถนัด เอย ฯ  

เรื่องต้อยตะริด

๒๘ ต้อยตะริดติดตอย เอาตัวไปห้อย
ที่โสนคางคก ตัวเจ้าเป็นหมัน
อยากได้ลูกดก เจ้าโสนคางคก
อกแตกเลยตาย  
๏ ดอกเอ๋ยดอกสลิด รักเจ้าจึ่งติด
ตามมาขวนขวาย เป็นเรื่องเครื่องปี่
ดนตรีท่อนปลาย ส่งรับตามสบาย
จำไว้ดูดี ฯ  

เรื่องแม่ศรี

๑๖ ครั้นเมื่อเวลาราตรี เล่นเข้าแม่ศรี
ก็นั่งเป็นวงลงกัน  
๏ แม่ศรีสาสะจะสรร ยกมือขึ้นพลัน
ไหว้พระจะมีคนชม  
๏ โฉมเฉิดเลิศลํ้างามสม คิ้วต่อคอกลม
พี่เพิ่งจะพิศติดพัน  
๏ แย้มสะไบไหวแวบแมลบถัน ชักผ้าปิดพลัน
พี่ชมแม่ศรีดีใจ  
๏ แม่ศรีสาครขานไข ใช่สาวคราวใคร
นมยานหน้าอ่อนเอวกลึง  
๏ ผัวเจ้าตั้งจิตต์คิดถึง จะรั้งจะดึง
เจ้าไว้ภิรมย์ชมชวน  
๏ ขึ้นขี่ช้างน้อยละห้อยหวล ลาผัวยั่วยวน
ไปซื้อคำเปลวปิดพระ  
๏ ภรรดากำชับรับคะ รีบมาเร็วนะ
อย่าช้าแม่ทองศรี เอย ฯ  

บทร้อง

๑๙ ขอเชิญเสด็จเอย ใช่ไม่เคยอยู่เมื่อไร
พ่อมาด้วยเรือก็กลัวจะช้า พ่อมาด้วยม้ามโนไมย
มาแล้วอย่าแวะอย่าเวียน อย่าให้เปลืองเทียนเปลืองไต้
มาแล้วก็จะหนีน้องไป ใครเลยจะรู้ว่าเสด็จมา เอย ฯ
๒๐ ผีลงแล้วเหวย ผีลงแล้ววา
ลงมาไม่ได้ ไต่ไม้ลงมา
เรียวหนามพุทรา เกี่ยวหน้าผีปอง
หมากก็ซอง พลูก็ซอง
ยกเชี่ยนขันทอง มารองเช็ดหน้า ฯ

๒๑ เชิญเอยเชิญลง เชิญพ่อบุญคง มาลงโรง เอย ฯ

๒๒ หมอเอยพ่อหมอปี่ นิ้วชี้อยู่ไวไว ฯ

๒๓ หนูๆ หนูมาแต่รู จะต้องกำกับ ถือไม้ค้อนคับ กับแจ้กับแจ้ หนูท้อแท้ ท้อแท้รังไก่ กินแต่ไข่ เปลือกรองรัง ทอดสะพาน ให้นางหนูเดิน นางหนูไม่เดิน ไปเดินทางเก่า พบพี่น้องเจ้า เคี้ยวข้าวกะสารหนู เคี้ยวหมากเคี้ยวพลู ไพล่ทั้งสองแก้ม ซื้อผ้าลายแล่ม มาทั้งสองผืน ดอกไม้ดอกบัว ก็เป็นหัวปลากราย เชิงมันลาย จมูกมันงอน เมื่อมันไข่ มันไข่ใต้ขอน เมื่อมันนอน มันนอนใต้ไม้ เมื่อมันไป มิรู้ได้เลย ฯ

๒๔ แมลงมุมเอย ขยุ้มหลังคา ลูกเจ็บนักหนา วางลูกเสียเถิด ฯ

รวม ๖ บท

เรื่องเชิญเสด็จเอย

๑๑ ขอเชิญเสด็จเอย ใช่ไม่เคยอยู่เมื่อไร
มาแล้วหนีไปไหน จะหนีน้องครรไลจร
๏ มาพ่ออย่าแวะเวียน ให้เปลืองเทียนลงทุนรอน
ไต้ไฟก็ฟูนฟอน แต่ล้วนเครื่องจะเปลืองไป
๏ พ่อมาเรือจะช้า เสด็จมามโนไมย
มาแล้วหนีน้องไป นี่ใครเลยจะรู้มา
๏ ผีลงมาแล้วเหวย ก็ผีลงมาแล้ววา
เจ้ากำม์หนามพุทรา มันเกี่ยวหน้าปิศาจปอง
๏ หมากพี่ก็มีอยู่ อิกทั้งพลูสิ่งละซอง
ยกเชี่ยนแลขันทอง เอามารองเช็ดพักตรา
๏ เชิญเอ๋ยจะเชิญลง พ่อบุญคงผู้ศักดา
มาลงในโรงข้า อย่าชักช้ารำคาญใจ
๏ หมอเอยพ่อหมอปี่ ทำนิ้วชี้กระดิกไว
ถือเทียนประณมไว้ แล้วห่มตัวไม่ลืมตา
๏ ทำเท้ากระดิกดิก อยู่ระริกระรัวมา
มตเท็ดมีมารยา เอากำนลให้บน เอย ฯ

เรื่องหนู

๏ หนูหนูนี่อยู่ไหน จรไปกระเซซัง
มาแต่นะรูรัง จะต้องรับกำกับกัน
๏ ตัวเจ้าขี้มักไถล ต้องถือไม้ค้อนคับขัน
ปากร้ายบไว้มัน จะทุบตีให้บี้แบน
๏ กับแจ้กับแจ้ร้อง อย่าจองหองมาดูแคลน
หนูแก่ท้อแท้แทน ว่ารังไก่นี้ไข่มี
๏ มันนี้นิฉลาด หินชาติบบัดสี
กินแต่ไข่แดงดี เอาเปลือกนั้นมารองรัง
๏ เมื่อมันจะครรไล ต้องทอดไม้สะพานปะทัง
แต่นางมุสิกัง บดำเนินที่ทางสะพาน
๏ กลับวางไปทางเก่า พบพี่เจ้าและน้องหลาน
ต่างหิวกระเซซาน จะกละกินบเลือกลอง
๏ พบข้าวกะสารหนู ก็เคี้ยวดูจนหมดกอง
หมากพลูแลใบตอง ทั้งสองแก้มก็เคี้ยวกลืน
๏ เจ๊กขายผ้าลายแล่ม ก็แถมซื้ออิกสองผืน
ตรับฟังบยั่งยืน ระดับเรื่องบเนื่องกัน
๏ ดอกไม้และดอกบัว ก็เป็นหัวปลากรายขัน
เชิงลายกระหนกพรรณ กระหนาบคาบจมูกงอน
๏ เมื่อมันจะคลอดไข่ ก็ซ่อนไว้ที่ใต้ขอน
ราตรีก็หนีนอน อยู่ใต้ไม้ที่รกราน
๏ เมื่อมันจะครรไลย มิรู้ได้กำหนดการ
ผีหนูผู้ใจหาญ มาเข้าน้องข้าหน่อยเอย ฯ

เรื่องแมลงมุม

๓๕ แมลงเอ๋ยแมลงมุม ขึ้นหลังคาขยุ้ม
จับตัวแมลงคา มันก็ร้องขอโทษ
โปรดปรานกรุณา โอยลูกเจ็บหนักหนา
วางลูกเสียที เอย  
๏ เท่านี้ก็เป็นพจน์ ตามฉะบับแบบบท
เรื่องราวกล่าวเฉลย คัมภีร์ทารกา
สืบมาเปรียบพิเปรย จงสะดับตามเคย
แต่เยาว์ยังคะนอง  
๏ มีสิ้นทุกประการ สาระพันคำขาน
รวมได้ร้อยสิบสอง ทั้งที่ร้องเห่กล่อม
ทุกประการก่ายกอง ถูกถ้วนแบบละบอง
ควรจะเป็นฉะบับ เอย ฯ  

โคลง

๏ จบฉันท์ปันเรื่องไว้ สองฐาน
บทต่อแสดงการ แจ่มแจ้ง
ลำดับเรื่องโบราณ โดยเหตุ เดิมแฮ
จึ่งประดิษฐ์มาแกล้ง กล่าวไว้เป็นกลอน ฯ
๏ คำขันฉันท์กาพย์นี้ ทำเนา
ว่าแต่พอเป็นเลา กลั่นแกล้ง
ความยังลับดุจเงา งำมืด มัวนา
ยังขยายไป่แจ้ง กระจ่างข้อแคลงคำ ฯ

บทร้องโพงพาง

๒๕ โพงพางเอย ปลาเข้าลอด ปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง ฯ

เรื่องโพงพาง

โพงพางเอยแช่งไว้ จงปลอด ไปเฮย
แม้ว่าปลาเข้าลอด อย่าข้อง
แต่มัจฉตาบอด มัวมืด มานา
เข้าลอดโพงพางต้อง ติดเข้าข่ายญวน ฯ
๑๑ พวกญวนชวนกันมา คิดดักปลาไปค้าขาย
โชงโลงโพงพางราย เขาควายเป่าลำเนาธาร
๏ ฝูงเด็กเล็กเล็กเล่น ครั้นมาเห็นโพงพางพาน
ดักปลาน่าสงสาร สังหารแช่งแกล้งกวนญวน
๏ ปากโป้งโพงพางเอ๋ย อย่าติดเลยปลาทั้งมวล
จงรอดลอดตาอวน อ่อนเนื้อนวลชวนช่อนหนี
๏ สังกะวาดสลาดหลด ตะโกกกดรสเจ้าดี
ติดอวนญวนจักจี่ ชีวิตเจ้าเข้ากองไฟ
๏ จงหนีเอาตัวรอด อย่าเข้าลอดโพงพางไป
คางเบือนเบือนหนีไภย ไหลลื่นลอดรอดโพงพาง
๏ สวายกรายกริวกราว ต้องดาบลาวขาวสำอาง
เค้าเขือเสือโบกหาง กางหูว่ายหมายตามอง
๏ นวลจันทร์มันเจ้ามาก ญวนมันอยากต้มยำลอง
เพียนพากฝากพวกพ้อง จ้องจับเอาเจ้าไปแกง
๏ อ้ายแก้วเองอย่าก๋า ลอดออกมาพ้นงาแซง
กุ้งก้างกางก้ามแฝง แช่งอย่าติดคิดอางขนาง
๏ อ้ายบ้าตาเองบอด จงเข้าลอดในโพงพาง
สาใจอ้ายญวนขวาง ทางไปมานาวาจร
๏ เด็กแกล้งแช่งเช่นนี้ ในคัมภีร์โบราณสอน
เวสสุกรรมทำเป็นกลอน สอนทารกยกมา เอย ฯ

บทร้อง

๒๖ แม่หว้ายแม่วี แม่ปวดท้องขี้ ฮะกระโจนลงน้ำ ฯ

๒๗ ตะเข้ตะโขง มะโรงไม้สัก ตะเข้ฟันหัก กัดเราไม่เข้า ฯ

ลูกเล็กเด็กโดดน้ำ พนมที่ เทพย์เอย
ว่าแม่ไหว้แม่วี ทรากซ้ำ
แม่ปวดอุจจารี คอยขยับ ตัวแม่
ฮะกระโจนลงน้ำ เท่านี้หมดเพลง ฯ
๏ ตะโขงตะเข้กลับ โทอัก ษรแฮ
รับมะโรงไม้สัก สอดเค้า
จรเข้แก่ฟันหัก เราห่อน เกรงนา
มันกัดเราไม่เข้า สุดข้อคำขัน ฯ
๑๑ แช่งญวนแล้วชวนเพื่อน มากลาดเกลื่อนเตือนกันอึง
อาบน้ำลำบทหนึ่ง ซึ่งจะร้องต้องโดดโดน
๏ ถึงท่ากายาซื่อ พนมมือคือมันโลน
ซักซ้อมพร้อมใจโจน โอนตัวน้อมยอมกันดี
๏ หัวหน้าว่าแม่ไหว้ พร้อมกันไปว่าแม่วี
แม่ปวดท้องเต็มที รี่กระโจนโผนลงชล
๏ โครมครามตามกันโดด ทะลึ่งโลดอยู่สับสน
คำเล่นเป็นอลวล ชลกระชอกหยอกเย้าพลัน
๏ บ้างร้องว่าตะเข้ ตะโขงเหวขึ้นพร้อมพลัน
ทำนองคล้องคำขัน หลอกเพื่อนกันหันกลับพักตร์
๏ ตะเข้แลตะโขง แถมมะโรงโยงไม้สัก
ตะเข้ฟันมันหัก จักกัดเราไม่เข้าเลย
๏ เด็กร้องทำนองนี้ แต่เดิมมีมาตามเคย
ทำถ้าวางหน้าเฉย เลยเลิกขึ้นชื่นใจจริง ฯ

บทร้อง

๒๘ เด็กเอ๋ยพาย นายเอ๋ยโยก นายหัวกะโหลก โยกเอาโยกเอา ฯ

เรื่องเด็กเอ๋ยพาย

เด็กเอ๋ยพายอย่าช้า ลมโตก
จ้ำป่ายนายเอ๋ยโยก ช่วยโย้
นายศีร์ษะกะโหลก ชอบหลอก เขาฤๅ
โยกโยกเอาเฝ้าโล้ เหนื่อยแล้หมดลำ ฯ
๑๑ บัดนี้จะขี่เรือ ทำถ้าเผื่อใช่เรือจริง
เรือเล่นเช่นอย่างลิง ชิงกันร้องคล้องกันดี
๏ คนหนึ่งทำเป็นนาย เด็กทั้งหลายพายทำที
ถ่อพายก็ไม่มี มะมี่ร้องต้องใจกัน
๏ นั่งเล่นเป็นทิวแถว พร้อมกันแล้วแผ้วสรวลสันต์
เคยเล่นเป็นด้วยกัน มันสนุกไม่ทุกข์โศก
๏ พวกข้ามามากหลาย เด็กเอ๋ยพายนายเอ๋ยโยก
นายชั่วหัวกะโหลก โยกโยกเอาเขย่าคลอน
๏ ยิ่งพายก็ยิ่งโยก ยิ่งกระโชกยิ่งขยอน
หัวปั่นเป็นภมร อ่อนใจแล้วแก้วพี่ เอย ฯ

บทร้องจ้ำจี้จ้ำจวด

๒๙ จ้ำจี้จ้ำจวด เอาลูกไปบวช ถึงวัดถึงวา ครั้นสึกออกมา สรรพลุ่นจุนจู๋ ฯ

เรื่องจ้ำจี้จ้ำจวด

จ้ำจี้จ้ำจวดเจ้า จัดแจง
บวชบุตรแบกบุญแรง แบ่งบ้าง
ถึงที่วัดวาระแวง สวาสดิ์หวั่น ถวิลนา
ครั้นสึกออกมาค้าง สรรพหลุ้นจุนจู๋ ฯ
๑๑ งามขำเจ้าจ้ำจี้ บุตรชายมีครบบรรพชา
อกเอ๋ยเจ้ากำพร้า มารดาหม้ายชายมันกวน
๏ บิดาเจ้ายังอยู่ ไหนเจ้าชู้จะมายวน
ตัวเจ้าเล่าก็ควร ถ้วนครบบวชชวดมีเมีย
๏ ยากจนอนาถา ไปวัดวาบวชบุตรเสีย
บุญแรงแบ่งไกล่เกลี่ย เมียกรวดน้ำนำส่งไป
๏ บุตรบวชอยู่ไม่ช้า เห็นสีกาหน้านวลใย
จีวรร้อนเป็นไฟ ไพล่สึกลี้หนีอาจารย์
๏ หวังไว้ไม่สมนึก เสียทีสึกน่าสงสาร
หญิงหลอกปอกเอาอาน ผ้าผ่อนลุ่นจุนจู๋ เอย ฯ

บทร้องเท้งเต้ง

๓๐ เท้งเต้งเอย เท้งเต้งเรือลอย มดตะนอย ต่อยเรือเท้งเต้ง ฯ

เรื่องเท้งเต้ง

เท้งเต้งเอยพี่น้อง มาคอย
เท้งกับเต้งเรือลอย ทอดเท้ง
เป็นใดมดตะนอย มาต่าย เรือฤๅ
จึ่งต่อยเรือเท้งเต้ง แต่งไว้ต่อหลาน ฯ
๑๑ ทำขวัญจิงโจ้แล้ว ใจผ่องแผ้วแก้วพี่อา
เราเล่นเป็นนาวา ว่าตามเพลงเท้งเต้งเอย
๏ เท้งเต้งเร่งมาคอย เรือเจ้าลอยปล่อยตามเลย
คลื่นซัดปัดไปเกย เลยทอดสู่หมู่มดคัน
๏ มดตะนอยลอยมาเอง ต่อยเท้งเต้งเป้งปับหัน
เจ๊กจีนปีนหนีมัน คันทั้งตัวหัวก็โน
๏ เรือเท้งเพลงมาอ้าง เมืองจีนจ้างนางรูปโอ่
ลอยทอดจอดคอยโจ้ โต้หลงไล่ได้ทองแดง
๏ คำนี้มีมานาน บอกลูกหลานท่านอย่าแคลง
ทำนองร้องอย่าแปลง แต่งบทไว้ให้เป็นกลอน
๏ โบราณท่านยอยก เพลงทารกตกแต่งสอน
คุณโทษประโยชน์ห่อน ผ่อนสนุกสุขใจ เอย ฯ

บทร้องจ้ำจี้มะเขือเปราะ

๓๑ จ้ำจี้มะเขือเปราะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรือแอ่นๆ กระทั่งต้นกุ่ม ได้ผัวหนุ่มๆ ดีเนื้อดีใจ ขอด้ายขอไหม เย็บผ้ายายชี เขาโห่กาลี เขาตีโมงครุ่ม ขยุ้มหน้ากลอง สายบัวใบทอง อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด ได้แป้งไหนผัด ได้กระจกไหนส่อง เยี่ยมๆ มองๆ เจ้าขนมทองเอย ฯ

เรื่องจ้ำจี้มะเขือเปราะ

จ้ำจี้มะเขือเปราะเจ้า ปลูกสลอน
กระเทาะหน้าแว่นหนอน แหนะไส้
พายเรือแอ่นแอ่นคอน ไปสู่ ชายนา
กระทั่งต้นกุ่มได้ ชื่นชู้ชมชิม ฯ
๏ ได้ผัวหนุ่มหนุ่มน้อย นวลใย
ดีแต่เนื้อดีใจ แจร่มหน้า
ขอด้ายกับขอไหม มามาก
นางเก็บไปเย็บผ้า ผ่อนให้ยายชี ฯ
๏ เขาโห่กะลีล่อล้อ เลียนนาง
ตีแต่มงครุ่มคราง ครั่นครื้น
ขยุ้มเอาหน้ากลองพลาง พอเพลิด เพลินแฮ
หยอกแม่สายบัวชื้น แช่มช้อยใบทอง ฯ
๏ เออแม่อาบน้ำท่า ไหนถนัด ใจนา
เราอาบน้ำท่าวัด ทุกครั้ง
ได้แป้งที่ไหนผัด พักตร์แม่
ได้กระจกไหนตั้ง ส่องแผ้วผัดผิว ฯ
เยี่ยมเยี่ยมมองมองเจ้า ขนมทองหมดเค้า
แค่นี้ลงเอย แลนา  
๑๑ อนึ่งลำนางจ้ำจี้ สวนไร่มีมะเขือเพาะ
น่าเบื่อมะเขือเปราะ กะเทาะแว่นมาแกนหนอน
๏ อยู่ใยมิได้ผล ก็เที่ยวซนลงเรือคอน
พายแล่นแอ่นเอวงอน จะจรสู่หาชู้ชม
๏ ถึงฝั่งกะทั่งกุ่ม เห็นชายชุมหนุ่มหนุ่มสม
ส่ายหานัยน์ตาคม อารมณ์รักสบพักตร์กัน
๏ หนุ่มน้อยละห้อยจิตต์ ประจวบคิดเกษมสันต์
ชายดูรู้ทีกัน พลันร่วมจิตต์ก็ชิดชม
๏ เจ้าไปได้ผัวหนุ่ม ก็ชื่นชุ่มในอารมณ์
ดีเนื้อดีใจสม นิยมหมายพายเรือมา
๏ แสนงอนเฝ้าวอนผัว ได้เสียตัวเป็นภรรยา
ปราณีมีเมตตา ศรัทธาด้วยช่วยน้องที
๏ ขอด้ายกับไหมมา จะเย็บผ้าให้ยายชี
เด็กเห็นเล่นกาลี มะมี่โห่โอ้อายใจ
๏ เด็กเล่นอยู่เป็นกลุ่ม ตีมงครุ่มกลุ้มกันไป
เด็กเอ๋ยเย้ยกูใย ไล่ขยุ้มกุมหน้ากลอง
๏ เด็กลามเฝ้าถามซัก ว่ารู้จักสายบัวทอง
อาบน้ำในลำคลอง ฤๅหนองบึงถึงท่าไหน
๏ นางหลอกบอกไม่ขัด อาบท่าวัดถัดต่อไป
เด็กถามตามสงไสย ใครจักพาไปท่าวัด
๏ เจ้ามีอะไรแต่ง จะได้แป้งที่ไหนผัด
ไกลท่าสารพัตร ขัดไม่มีหวีกระจก
๏ ที่ไหนจะได้ส่อง จะขัดข้องทั้งคนยก
วัดวาเป็นป่ารก อกเอ๋ยน่าระอาแทน
๏ นางนิ่งจริงคำเด็ก ตัวมันเล็กอย่าดูแคลน
เยี่ยมหน้ามามองแหงน ขนมทองของน้อง เอย ฯ

บทร้องจ้ำจี้ดอกเข็ม

๓๒ จ้ำจี้ดอกเข็ม มาเล็มดอกหมาก เป็นครกเป็นสาก แม่ยายตำเข้า เป็นน้ำเต้า แม่ยายเลียงซด เป็นชะมด แม่ยายฝนทา เป็นจำปา แม่ยายเด็ดทัด เป็นไม้กลัด แม่ยายเสี้ยมผม เป็นอ้ายพรม เขาชกหัวใช้ เป็นอ้ายไหม เขาขายหัวกิน เป็นอ้ายอิน เขากินหัวเสีย ฯ

เรื่องจ้ำจี้ดอกเข็ม

๏ อนึ่งจ้ำจี้ดอกไม้ เข็มหลาก ลำนา
มาจะเล็มดอกหมาก มอบเถ้า
เป็นครกอีกเป็นสาก เราชอบ ใช้เฮย
ส่งแม่ยายตำเข้า โขลกให้เขยหุง ฯ
๏ ฤๅเป็นน้ำเต้าชอบ ชิมรส
มอบแม่ยายเลียงซด แซบแท้
กับเป็นเช่นชะมด มีกลิ่น หอมฤๅ
ยายจะฝนทาแก้ ปวดเกล้าลมวิง ฯ
๏ เป็นจำปาดอกซ้อน กลิ่นขจัด
วานแม่ยายเด็ดทัด ปล่อยเถ้า
หากเป็นเช่นไม้กลัด คงเก็บ ไว้แฮ
ยายจะเสี้ยมผมเผ้า แก่พริ้งเพียงสาย
๏ เป็นอ้ายพรมทาสแท้ กรมธรรม์
เขาชกศีร์ษะมัน มุ่งใช้
เป็นอ้ายป่านไหมพัน ผูกเล่น เหลือฤๅ
เขาจะขายหัวให้ แม่ค้าเคยทอ ฯ
เป็นอ้ายอินจักต้อง กินศิระเสียร้อง
เท่านั้นหมดเพลง แลนา  
๑๑ กล่าวซ้ำว่าจ้ำจี้ เจ้าจรลีเก็บดอกเข็ม
ปลูกไว้ในสวนเต็ม เล็มดอกหมากฝากแม่ยาย
๏ ว่าเล่นเป็นครกสาก ยกไปฝากหลากหลากหลาย
ลูกหลานวานกระทาย ยายตำเข้าเหมาสะเบียง
๏ นางเห็นเป็นน้ำเต้า ให้ยายเถ้าแก่แกงเลียง
มีรสซดพอเพียง เลี้ยงลูกหลานบานฤๅทัย
๏ แม้เป็นเช่นชะมด ปรุงโอสถรสชูใจ
มาปนฝนฝากไว้ ให้ยายทาน่ากอดรัด
๏ เป็นกลีบจีบจำปา แม่ยายหามาเด็ดทัด
กลับเห็นเป็นไม้กลัด จัดมาเตรียมเสี้ยมผมยาย
๏ อย่าเป็นเช่นอ้ายพรม ทำโสมมไม่สมกาย
ชกหัวไม่กลัวนาย อายเขาใช้ให้ทำการ
๏ หากเห็นเป็นป่านไหม มีกำไรได้เจือจาน
หัวไหมใช้สายพาน วานแม่ยายขายหัวกิน
๏ ลูกอินทะผาลำ ของแขกดำใจทมิฬ
ตาเห็นเป็นอ้ายอิน กินหัวเสียเยียนี้ เอย ฯ

บทร้องชักเส้า

๓๓ ชักเส้าเอย มะนาวโตงเตง ขุนนางมาเอง ว่าจะเล่นชักเส้า มือใครสั้น เอาเถาวัลย์ต่อเข้า มือใครยาว สาวได้สาวเอา ฯ

๓๔ ฮีย่อฮ่อขวัญ ชักสายยนต์ เอาก้นชนกัน ฯ

เรื่องชักเส้า

ชักเส้าเอยเย่อยื้อ อลเวง
ผลมะนาวโตงเตง ต่างเย้า
ขุนนางท่านมาเอง ออกหน้า นำแฮ
ว่าจะเล่นชักเส้า ฉุดยื้อกระตุกแขน ฯ
๏ แม้มือใครสั้นกว่า เกรงกัน
กระชากเอาเถาวัลย์ ต่อเข้า
มือใครที่ยาวพลัน เร่งชัก
สาวพ่อสาวเอาเจ้า ชักให้หัวถลา ฯ
ฮีย่อฮอฮ่อขวัญ จึงพลันชักสายยนต์ร้น
เอาแต่ก้นต่อกัน ติดโต้ตามคนอง แลนา
๑๑ ท่านได้ไปเห็นเด็ก ลูกเล็กเล็กเล่นซุกซน
เข้าคู่ดูชอบกล คนหนึ่งรับจับแขนชัก
๏ ฉุดลากกระชากเย้า ว่าชักเส้าเขย่าหนัก
ชนต้นมะนาวหัก พักผลน้อยห้อยโตงเตง
๏ ขุนนางต่างวายทุกข์ เห็นสนุกลุกมาเอง
เด็กเอ๋ยเองอย่าเกรง ว่าจะเล่นเช่นชักกัน
๏ มือมันสั้นนักหนอ เองจงต่อด้วยเถาวัลย์
มือใครที่ยาวครัน พลันสาวได้ให้สาวเอา
๏ ลูกเด็กมันเล็กกว่า ว่าตัวข้านี้แรงเบา
แขนนั้นสั้นกว่าเขา เราจะเล่นเช่นชักยนต์
๏ ฮีย่อฮอฮ่อขวัญ มาพะนันหันหลังชน
ชักชายเป็นสายยนต์ กันต่อก้นชนติดกัน
๏ ขุนนางไม่อยากเล่น ไม่เคยเห็นดูเป็นขัน
ซุกซนชนพะนัน มันช่างโลนโดนกันดี
๏ เคยเห็นเช่นเรือพาย พวกผู้ชายร้องอย่างนี้
เอะอะจังหวะมี ตีกระทุ่มกลุ้มไปเอย ฯ

บทร้องกะเกย

๓๕ กะเกยลำภู ใครมาแลดู เอากูออกก่อน สาวสีพี่น้อง ตะต้องตังเม เลเพหัวหอม กระท่อมติงเปรียะ ฯ

๓๖ กะเกยเลยละ กุ้งกะมุกไม้ ฯ

เรื่องกะเกย

กะเกยบทหนึ่งต้น ลำภู
ใครจะมาแลดู อย่าต้อง
หยุดรอต่อตัวกู ออกก่อน
สาวห่มสีพี่น้อง นั่งยิ้มยลเพลิน ฯ
กะเกยเลยละชี้ กุ้งกะมุกไม้จี้
จับให้อยู่โยง แลนา ฯ  
ตะต้องอีกทั้งตังเม เลเพหัวหอมต่อเข้า
กะท่อมติงเปรียะเจ้า จึ่งต้องอยู่โยง แลนา ฯ
๑๑ เด็กเอ๋ยมาพร้อมสรรพ ยืนเรียงรับนับกะเกย
เอาเถิดเลิศจริงเหวย เคยเล่นฤๅคือคนโยง
๏ เด็กเรียงเคียงเป็นตับ คนหนึ่งนับจับตัวโกง
เด็กเล่นเป็นโขมง โป้งปากร้องคล้องกันไป
๏ กะเกยนับเลยละ ลงกุ้งกะกับมุกไม้
ชี้ถูกลูกคนไหน ให้อยู่โยงโกงหนีผัน
๏ กะเกยอีกบทนะ ก็นับกะไปตามกัน
ไม้วาเที่ยววัดหัน นับเกินเลยเกยลำภู
๏ เล่นกันขันหนักหนา ใครใครมาจึ่งแลดู
ต่างว่าน่าอดสู กูออกก่อนผ่อนกันไป
๏ สาวสีเป็นพี่น้อง มานั่งมองยิ้มละไม
โต๊ะตะคนละใบ ต้องไปตั้งใส่ตังเม
๏ ขนของมากองหลาย มีมากมายออกเลเพ
หัวหอมกระท่อมเท ใส่ถาดอ้อมกระท่อมมา
๏ ถาดลั่นดังติงเปรียะ เพราะวิ่งเดียะด่วนไคลคลา
หมดแล้วแก้วพี่อา ว่านางน้องจะต้องตี
๏ ของเขาจะเอาใช้ ยืมมาใส่จะใหัดี
ของเข้าเราทั้งนี้ พี่วางรายถวายสงฆ์
๏ คำแปลแก้ตามบท จะกำหนดบ่ตรงลง
เช่นเพ้อมะเมอหลง พอลงได้ไปที เอย ฯ

บทร้อง

บทถาม บทตอบ
๓๗ นกเอ๋ยกะเทยกี่ร้อย สองร้อย
อ้อยกี่สิบ สองสิบ
หมากดิบกี่ต้น สองต้น
ปล้นกี่ทะลาย สองทะลาย
ผ้าลายกี่ผืน สองผืน
ฟืนกี่มัด สองมัด
ไม้กลัดกี่เล่ม สองเล่ม
เข็มกี่กะบอก สองกะบอก ฯ
๓๘ หมากกอกฤๅหมากยัน หมากยัน ฯ

๓๙ ไก่ตั้งไก่ต่อ ไก่ล่อไก่ชน ไก่ถอนขน ไก่ก็ลงหม้อแกง ฯ

โคลง

นกเอ๋ยกะเทยกี่ร้อย บอกสอง ร้อยเอย
อ้อยกี่สิบบอกคล่อง ดุจกี้
หมากดิบกี่ต้นสนอง บอกอย่าง นั้นนา
ปล้นกี่ทะลายชี้ บอกแม้นเหมือนเดิม ฯ
๏ ว่าผ้าลายมากน้อย กี่ผืน สองเฮย
ฟืนกี่มัดอย่าคืน บอกแม้น
ไม้กลัดกี่เล่มยืน คำบอก โทแฮ
เข็มกี่บอกแน่นแฟ้น อย่างข้อคำโท ฯ
หมากกอกหมากยันเจ้า บอกหมากยันหมดเค้า
จบข้อคำถาม แลนา ฯ  
ไก่ตั้งไก่ต่อนี้ นับหงอน
ไก่ล่อไก่ชนบร อย่าท้อ
ไก่ชั่วนับถูกถอน ขนอย่า เลี้ยงนา
ไก่ที่นับลงหม้อ มุ่งแกล้งแกงมัน ฯ
๑๑ เด็กเอ๋ยเคยสนุก บ่มีทุกข์สำราญใจ
เหยียดเท้ายื่นยาวไป ไล่ขายนกวกวนมา
๏ ถามท้าว่านกเอ๋ย กะเทยมีกี่ร้อยขา
บอกร้องสองร้อยนา น่าสงสัยไม่รู้ความ
๏ กะเกยไม่เคยพบ กลอนกระทบประจบถาม
เคยว่าปาไปตาม ความแต่ก่อนสอนกันมา
๏ ถามถ้อยอ้อยกี่สิบ ทั้งหมากดิบกี่ต้นขา
บอกคล้องสองทุกครา ว่าสองต้นปล้นกี่ทะลาย
๏ โจรมีที่นี่มาก ขึ้นปล้นหมากลากไปขาย
ปล้นฉันสองอันปลาย ผ้าลายเล่าเท่าไรนา
๏ ผ้าลายหายสองผืน ยังแถมฟืนสองมัดกว่า
ไม้กลัดจักเหลามา ว่าสองเล่มเข็มก็หาย
๏ โจรปล้นค้นซอนซอก เข็มสองบอกปอกไปหลาย
หมากกอกทรอกมทาย ว่าหลายหลากฤๅหมากยัน
๏ ว่าเล่นไม่เป็นผล โจรไหนปล้นด้นตามกัน
อย่างนี้ที่ไม่ขัน หันกลับไปจับไก่มา
๏ ที่รู้ดูแฉกหงอน นับเป็นกลอนย้อนเจรจา
ตัวไหนได้ตำรา มาชนกันพะนันตี
๏ ไก่ตั้งทั้งไก่ต่อ นี่ไก่ล่อไก่ชนดี
ถัดไปไก่กาลี ตกที่หงอนถอนขนแกง
๏ อย่าตีเลยพี่ขา ซื้อเครื่องข่ากับพริกแดง
สับส่งลงหม้อแกง แกล้งนับร้ายหมายกินมัน
๏ เด็กเล่นกันเช่นนี้ เป็นกลอนดีที่คำขัน
กล่าวตามความรำพรรณ์ ก็จบกันเท่านั้น เอย ฯ

บทร้องลิงลม

๏ ลิงลมเอย มาอมข้าวพอง เด็กน้อยทั้งสอง มาทัดดอกจิก เจ้าพระยานกพริก เจ้าพระยานกเขา ทวงเบี้ยทวงเข้า ให้เจ้าลิงลม ฯ

๏ กระต่ายติดแร้ว ยายแก้วตีกลอง ฯ

เรื่องลิงลม

ลิงลมเอยพยุกล้า กลับคะนอง
มาจักอมข้าวพอง ตุ่ยแก้ม
เด็กน้อยอีกทั้งสอง ไล่จับ ลิงแฮ
มาทัดดอกจิกแย้ม ช่อย้อยระยับหู ฯ
๏ เจ้าพระยานกพริกซ้อ เซิงเลา
เจ้าพระยานกเขา อยู่ไม้
ทวงเบี้ยกับเข้าเรา ร่วมณี่ กันนา
เรากับท่านต้องใช้ ณี่ให้ลิงลม ฯ
กระต่ายติดแร้ว จึ่งท่านคุณยายแก้ว
จับไม้ตีกลอง แลนา ฯ  
๑๑ เดือนหงายสบายจริง เข้าผีลิงเล่นเถิดหนา
ลงหมอบยอบกายา ผ้าคลุมปิดมิดทั้งตัว
๏ ขันขบตบมือร้อง เป็นทำนองคล้องพันพัว
ผีลิงนิ่งคลุมหัว กลัวพี่เลี้ยงเคียงประคอง
๏ พร้อมเพรียงเสียงขรม ว่าลิงลมอมเข้าพอง
เด็กจ้อยน้อยทั้งสอง ต้องกำจัดทัดดอกจิก
๏ ตบมือขึ้นพร้อมว่า เจ้าพระยาชาตินกพริก
ตัวมันสั่นริกริก เอาอีกร้องคล้องไปพลัน
๏ ว่าพระยานายนกเขา ทวงเบี้ยเขาเอามาปัน
ทวงได้มาใช้มัน พลันให้เขาเจ้าลิงลม
๏ ร้องถี่ตีน่ากลอก ผีลิงลอกครอกขรม
ลุกไล่ไขว่คว้ากลม ชมสนุกคลุกคลีไป
๏ กลางคืนเดือนก็หงาย เห็นกระต่ายอยู่ไวไว
วิ่งหนีลี้ตัวไป ไผล้ติดแร้วกระแด้วดึง
๏ เด็กเห็นเป็นเดือนหงาย ไปบอกยายไล่ร้องอึง
ยายร่ามาทันถึง ตีกลองตึงปึงปังไป
๏ สัญญาหาชาวบ้าน ล้วนลูกหลานทะยานใจ
ช่วยกันออกหวั่นไหว ได้กระต่ายให้ยายแกง
๏ เรื่องราวกล่าวเวียนวก คำทารกยกมาแจง
โลดเต้นเล่นพลิกแพลง แสดงไว้ให้ยืน เอย ฯ

โคลง

ผู้ใดใครใคร่รู้ เรื่องแถลง
ฟังบทจิงโจ้แจง ถี่ถ้วน
ก่อกำเนิดเดิมแสดง ต่อเรื่อง เหตุแฮ
รวมบทประจวบม้วน กล่าวแก้สงสัย ฯ

จบฉันท์แต่เท่านี้

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ