เดือน ๖ จุลศักราช ๑๒๓๙

วันศุกร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูยังเป็นอัฐศก จุลศักราช ๑๒๓๘

เช้าตื่นแล้วแต่ ๒ โมงแต่ไม่ลงไปใส่บาตร์ ให้เลี้ยงพระเช้าเสียก่อนเหมือนเมื่อวานนี้ เวลา ๔ โมงออกไปถวายไตรพระสงฆ์คณะเหนือคณะได้ ๓๐ รูป ไปสรงน้ำที่โรงกระษาปณ์ แล้วกลับมาเลี้ยงเพนเข้าแช่ จ่าชำนาญมาบอกว่าได้ไปบอกพระยาอนุรักษให้ส่งตัวสมีเปลี่ยน และนายเผือดนั้นจะตามตัวมาส่ง วันนี้มีขุนนางมาหาบ้าง ๕ โมงเศษกลับเข้ามา พระยาเจริญมาหาได้สั่งให้ทำกฎหมายสำหรับศาลฎีกา เวลาบ่าย ๕ โมงไปวัดราชประดิษฐ แต่ไปที่สวนก่อนต่อพลบจึงไปวัดราชประดิษฐมนัสการพระ แล้วจึงพระสาสนโสภณลงมาได้ถวายผ้า ๓ ผืนกับน้ำและธูปเทียนแล้วพระลงมาอีก ๔ องค์สวดรับภวตุสัพ พระสาสนโสภณอติเรกว่าคาถาใหม่ขึ้นอรหังสัมมาสัมพุทโธเป็นต้น กลับมาเวลาทุ่มเศษ วันนี้สบายมากกว่าวานนี้หน่อยหนึ่ง

วันเสาร์ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๔ โมงขึ้นไปพระที่นั่งเก่า เจ้านายผู้หญิงเอาผ้าคู่มาสดัปกรณ์พระบรมอัฐิ ขึ้นไปหอพระสรงน้ำพระบรมธาตุแล้วไปหอพระอัฐิสรงุน้ำพระบรมอัฐิและพระอัฐิทั้งสิ้นแล้วประสุหร่ายที่เทวดา แล้วออกไปท้องพระโรงสรงมรุธาภิเษกหันหน้าทิศอุดร แล้วกลับมาเลี้ยงเพนพระสงฆ์ หลวงโลกทีปเอาพยากรณ์เถลิงศกมาให้ พระฉันแล้วสดัปกรณ์พระษรมอัฐิพระอัฐิทั้งสิ้นแล้วยะถาสัพพี สดัปกรณ์ผ้าคู่เจ้านายข้างหน้าแล้วกลับเข้ามาเวลาบ่ายโมงหนึ่ง เลี้ยงเช้าแช่เจ้านายตามเคย แล้วขึ้นมาบนพระที่นั่งพูดอยู่จนบ่าย ๓ โมงกลับออกไป พระยาศรีเอาร่างศุภอักษรซึ่งพระยาเทพประชุนจะไปเมืองเชียงใหม่มาให้ดูตามที่คุณสุรวงศ์แก้มาเอาเป็นใช้ได้ พระยาเจริญได้เอาร่างข้อบังคับสำหรับศาลฎีกามาให้ดูได้แก้ไขเพิ่มเติมบ้างแล้วให้พระศรีสุนทรขึ้นกระดาษ และได้จดหมายตั้งตระลาการฉะบับหนึ่ง ได้ส่งคำปรึกษาเรื่องแดนกับความเห็นเดนซิลไปยังสมเด็จกรมพระ ๑ ท่านกลาง ๑ ท่านภู ๑ ท่านกรมท่า ๑ คุณสุรวงศ์ ๑ พระธรรมา ๑ ท่านยมราช ๑ เจ้าพระยามหินทร ๑ เจ้าพระยาศรีพิพัฒ ๑ พระยาราช ๑ พระยาเจริญ ๑ พระยาโชฎึก ๑ พระยาพิพิธ ๑ พระยาธรรมจรรยา ๑ เวลาบ่ายกรมพิชิตได้มาปรึกษาเรื่องความ และได้รับหนังสือคุณสุรวงศ์มากับแพส่งอย่างเรือมาให้ดู ว่าเท่าเรืออรรคเรศแต่เครื่องจักรราคา ๒๐๐ ชั่ง ค่ำไปสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์และพระเจดีย์ แล้วไปสรงน้ำพระพุทธบุศยรัตนแล้วออกทางอนันตสมาคมไปวัดพระศรีรัตนศาสดารามสรงน้ำพระแก้วและพระพุทธรูปบูชาและเวียนเทียนแล้ว ลงทางหลังโบถไปที่หอราชกรรมานุสรและหอราชพงศานุสร แล้วไปบูชาที่ต้นพหูบุตกนิโครธ แล้วเข้าไปในหอพระนาคสดัปกรณ์พระอัฐิตามธรรมเนียม กลับเวลายามหนึ่ง

วันอาทิตย์ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาวันนี้แจกเงินกลางปีแล้วพระนายศรีเอาบาญชีอัฐทองแดงมาให้ดู พระนายสรรเพธเชิญไปดูทหารวัน ๙ ค่ำ กับได้สั่งเงิน ๘ ชั่ง ๓๙ บาท ๔๘ อัฐ ให้สรรเพธไปซื้อหนังสือทำฉลากในการศพลูกชายนภาง พระยาสมบัติยาธิบาลเอาฎีกาเบิกมาศให้เมืองนครลำปาง กับได้แจกคำปรึกษาเรืองเตลิกราฟไปที่สมเด็จกรมพระ ๑ ท่านกลาง ๑ กรมหลวงวรศักดา ๑ กรมขุนบดินทร ๑ กรมเจริญ ๑ กรมพิชิต ๑ ท่านเล็ก ๑ กรมนเรศ ๑ กรมภูธเรศ ๑ กรมอดิศร ๑ พระองค์สาย ๑ ท่านภู ๑ สุรวงศ์ ๑ ภาณุวงศ์ ๑ ยมราช ๑ ธรรมา ๑ มหินทร ๑ ศรีพิพัฒ ๑ กระสาปน์ ๑ เจริญ ๑ ธรรมจรรยา ๑ ราช ๑ พิพิธ ๑ ราชโยธา ๑ กระลาโหม ๑ อภัยรณฤทธิ์ ๑ สรรเพธ ๑ ศรี ๑ พระยาศรี ๑ พระยาราชเสนา ๑ สมุท ๑ พิพัฒ ๑ ภัยรัช ๑ สุนทรา ๑ ให้เทวัญเซ็นชื่อรับพระบรมราชโองการ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษไปวัดบวรนิเวศสรงน้ำพระชินศรีที่โบถ แล้วขึ้นไปบนพระเจดีย์แล้วไปที่วิหารพระศาสดาพระไสยาศน์พระศรีมหาโพธิ์ แล้วไปบนตำหนักสรงน้ำเสด็จกรมพระแล้วกลับมาเวลา ๒ ทุ่มเศษ พระยารองเมืองเอาสารบบความในสงกรานต์ ๕ เรื่องมาให้ดู ไดสั่งให้ทำโทษ ๒ ราย ให้ปรึกษาลูกขุน ๑ ราย ให้สืบรายหนึ่ง ๑ ให้หาตัวมาชำระราย ๑ กับเอาจดหมายรายไฟไหม้มาให้ได้สั่งให้เป็นเลิกไป เพราะไม่ไหม้เรือนคนอื่นต่อไป พระยามหามนตรีจดหมายความในสงกรานต์มาให้ ๒ เรื่องๆ หนึ่งทหารยามวิวาทกับบ่าวพระยาเทพ ให้ท่านเล็กหาตัวพระยาราชรองเมือง พระยาเทพ พระยามหามนตรีไปชำระพร้อมกัน แต่ที่เด็กตกน้ำแล้วตีแม่นมทองแถมนั้นให้พระยามหามนตรีพระศักดาชำระ กับวันนี้พระยาเทพมาหา ได้บอกว่าหลวงบริบาลหลวงสิงหฬไปถึงเมืองตากได้เอารูปขึ้นไป พระยาสุจริตตั้งโต๊ะบูชาแล้วจัดขึ้นช้างไป พระยาพิพัฒเอาจดหมายท่านกรมท่ามาว่าเจ้าคุณขอให้ตั้งมิศเตอร์อาลเฟรดเดวิดนิวบรอนเนอเป็นกงซุลเมืองปีนัง กับให้คุณแพเอาสำเนาหนังสือมีลงไปถึงมิศเตอร์นอกซ์แลมิศเตอร์นอกซ์ตอบมาด้วยเรื่องเรือบันยงเสงไม่จอดที่ด่านปากน้ำ เขาตอบมาว่าเป็นความลำบากป่วยการ ขอให้เลิกแต่ยังไม่เลิกนี้เขาจะยอมห้ามให้ตามสัญญา ขอให้ตริตรองดู พระยาไชยสุรินทรเอาบานแผนกตั้งอากร ๓ รายมาให้ดูได้สั่งให้ตั้งไป กับได้สั่งบานแผนกตั้งอากรอีก ๕ รายทั้งค่าน้ำกรุงเก่า ได้ว่าไปว่าถ้าเงินคงเท่านี้ปีหน้าจะให้นายอ่วมทำ กับได้จดหมายตอบคุณสุรวงศ์ให้สั่งเรือลำหนึ่งเท่าเรืออรรคเรศราคาเครื่องจักร ๒๐๐ ชั่ง กับเทวัญเอาหมวกมาให้ใบหนึ่ง

วันจันทร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เจ้านายให้ท้าววรจันทรลาไปศพอุณากรรณ พระเทพผลูเอาสารบบคำตราสินความวิวาทในสงกรานต์ฝั่งตะวันตก ๑๒ เรื่อง พระยาราชโยธาเอาร่างประกาศให้ราษฎรมารับเรือที่จับได้จากผู้ร้ายมาให้ดูกับจดหมายอีกฉะบับหนึ่ง ได้สั่งให้ไปลงพิมพ์ ได้มอบจดหมายความให้กรมพิชิตไปฉะบับ ๑ กับจดหมายสั่งตั้งตระลาการกับได้ตั้งฎีกาและแซงชั่น พระยาราชเอาจดหมายผู้ร้ายปล้นเมืองสระบุรี ๓ รายแต่เป็นทุนทรัพย์เล็กน้อย หมอสายเอาเครื่องเก้าอี้สำหรับชั่งมาให้อันหนึ่ง พลบไปบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ขึ้นที่บ้านท่านกรมท่าไปทางบกรับที่เรือนใหม่ พูดกันด้วยเรื่องเตลิกราฟเรื่องความเรื่องสักเลขและจำหน่ายตามเจ้าพระยามหินทรพูด เรื่องผู้ร้าย เรื่องเรือบันยงเสง เวลายามหนึ่งกลับมา

คำที่ปรึกษากับเจ้าคุณนั้น ท่านตอบเรื่องเตลิกราฟว่าเมื่อเช้ามิศเตอรนอกซ์มาหาถามว่าเจ้าคุณไปพูดที่อินเดียเขาว่าอย่างไรท่านก็ได้เล่าให้ฟังแล้ว เขารับว่าการที่จะทำเตลิกราฟไปทางทวายนั้นเขาจะรับเป็นธุระให้สำเร็จ แต่ที่ฝรั่งเศสเขามาว่านั้นเจ้าคุณจะเห็นอย่างไร ท่านตอบว่าเห็นว่าฝรั่งเศสจะมีอำนาจมาก ตัวท่านเห็นจะให้ทำทางปีนังก่อน เรื่องความนั้นท่านเห็นจะให้ตั้งศาลมีตระลาการ ๔ นาย สักเลขนั้นเห็นควรจะยอมให้จำหน่ายตามที่เจ้าพระยามหินทรว่า เรือแวะค้นนั้นควรจะให้แวะตามเดิม ยกเสียแต่เรือไฟ

วันอังคาร ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๔ โมงเศษไปที่พลับพลาวัดมหาธาตุชักศพอุณากรรณ สมเด็จเจ้าพระยามา ท่านภูคุณสุรวงศ์ เจ้าพระยามหินทร กระบวนแห่ตามธรรมเนียม ตั้งแต่หอกลองมาทางหน้าสุทไธสวรรย์ เลี้ยวป้อมเผด็จดัษกรมาทางหน้าวัดเหมือนคราวศพลูก ใส่โกษทองน้อย ศพเข้ามาเวียนเมรุมานั่งที่พลับพลาทรงธรรม เวียนเมรุแล้วเข้าไปในเมรุบังสกุล ผ้าไตร ๑๐ ไตรแล้วกลับมา ได้สั่งให้เจ้าพระยามหินทรทำแผนที่ท้องสนาม ที่จะทำศาลชำระความ ให้เอาไม้ที่พระพิเรนทรใช้ คุณสุรวงศ์ส่งหนังสือเสมอใจมาแต่เมืองภูเก็ตฉะบับหนึ่ง ส่งสำเนาหนังสือที่มีไปถึงกอลอแนลแอนซัน ๆ ตอบ ๒ ฉะบับ หนังสือถึงพระยาบริรักษฉะบับหนึ่ง พระยาบริรักษตอบฉะบับหนึ่ง จีนหัวหน้าทำเรื่องราวมายื่นฉะบับหนึ่งคำตอบฉะบับหนึ่ง กลับมาเวลาเที่ยง ท่านพระยาภาษกรวงศ์เอาหนังสือขายที่ซึ่งส่งไปสิงคโปร์มาให้ กับได้รับหนังสือพระยาอัษฎงค์ที่สิงคโปร์ฉะบับหนึ่ง กับหนังสือชูมหาขอตั้งถ่ายรูปที่กรุงเทพฯ กับหนังสือคุณสุรวงศ์ตอบคำปรึกษาเรื่องความว่าจะรับจัดการตามกรม แต่จะขออนุญาต ๘ ข้อ ได้จดหมายตอบไปฉะบับหนึ่ง เห็นด้วยกับได้ส่งสำเนาธรรมเนียมศาลฎีกาที่ตั้งใหม่ไปให้ดูด้วย ออกไปที่เมรุ พระนรินทรเอาสำเนาหนังสือคุณสุรวงศ์มีไปถึงท่านกรมท่าด้วยขอให้แจ้งความขอต่อกงซุลต่างประเทศให้ห้ามสุราดามธรรมเนียมไลเซนฉะบับหนึ่ง ร่างไลเซนฉะบับหนึ่ง คำแปลภาษาอังกฤษฉะบับหนึ่ง ทิ้งทานแล้วมีมวยคู่หนึ่ง จุดดอกไม้แล้วมีเทศนากัณฑ์หนึ่ง พระอมรโมฬีเทศน์อนิจจลักขณ เทวัญเอาคำตอบคุณสุรวงศ์ปรึกษาเรื่องเตลิกราฟมาส่งฉะบับหนึ่ง แล้วเข้าไปบังสกุลผ้าขาวพับพระคลังใน ๑๐ พับ แล้วกลับเข้าวัง ได้ส่งความเห็นเรื่องความของคุณสุรวงศ์ไปถวายสมเด็จกรมพระทอดพระเนตร์กลับมา แล้วเลยไปสรงน้ำเสด็จยายที่ตำหนักด้วย

วันพุธ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ได้เรียกพระยาเจริญมาแก้เพิ่มเติมกฎหมายสำหรับศาลฎีกา แล้วได้จดหมายตอบคุณสุรวงศ์ที่ส่งความเห็นขอแก้กฎหมายศาลฎีกา ๕ ข้อนั้นได้ยอมแก้ ๒ ข้อ แต่นอกนั้นคงไว้ตามเดิมทั้งสิ้น กับอีกฉะบับหนึ่งว่าด้วยจะชำระความในกรมพระกระลาโหมนั้นข้อ ๘ เห็นขัดอยู่ที่จะคุมกันกลัวจะทำไปไม่ได้ทุกศาล หนังสือ ๒ ฉะบับนี้ลงในซองเดียวกันส่งไปกับพระนายศรีเอาคำเห็นเรื่องเตลิกราฟมายื่นด้วย พระปรีชาเอาจดหมายเรื่องชำระผู้ร้ายลักกระบือเมืองปราจิณกับจำนวนผู้ร้ายมาให้ เจิมเอาหนังสือพระยาสุจริตบอกมาแต่เมืองตากมาให้ ๔ ฉะบับ เวลาบ่ายไปที่เมรุวัดมหาธาตุทิ้งทาน วันนี้นิวแมนกับฝรั่งอื่นๆมามาก ได้แจกฉลากกับมะนาว จุดดอกไม้แล้วเข้ามาที่ฟังเทศน์ คุณสุรวงศ์ตามมาบอกว่าเจ้าคุณสั่งไว้ว่าขอให้มีหนังสือลงไปปรึกษามิศนอกซ์ด้วยเรื่องเตลิกราฟ หรือจะให้พระยาพิพัฒไปปรึกษาก็ตาม ที่กงสุลฝรั่งเศสนั้นให้ตอบว่าจะขอปรึกษาการข้างอังกฤษก่อน กับว่าการที่เมืองตะวันตกนั้นเห็นจะต้องถอนข้าหลวง เพราะไม่เข้ากับพระยาภูเก็ต แล้วมีเทศนากัณฑ์หนึ่ง พระมหาฑิตวัตสามพระยาเทศน์ทุกขลักขณกัณฑ์หนึ่ง แล้วเข้าบังสกุลในเมรุไตร ๑๐ ผ้าขาวพับ ๑๐ แล้วกลับมา เจ้าพระยามหินทร พระยาธรรมจรรยา พระยาราช ยื่นความเห็นเรื่องความตามกรมฉะบับหนึ่ง เจ้าพระยามหินทร พระยาราช เจ้าพระยาศรีพิพัฒ พระยาธรรมจรรยา พระยาอภัยรณฤทธิ์ ยื่นความเห็นเรื่องเตลิกราฟ เข้าชื่อกัน ๕ คน ฉะบับหนึ่ง กลับมาก่อนยามหน่อยหนึ่งได้จดหมายถึงคุณสุรวงศ์ด้วยเรื่องเตลิกราฟที่ว่านั้นจะขอพูดกับมิศนอกซ์เอง ซึ่งจะให้มีหนังสือหรือให้ใครไปปรึกษานั้นไม่ยอมทำตาม ด้วยกลัวจะเสียข้างกงสุลฝรั่งเศส ท่านกรมท่าส่งหนังสือคอเวอนแมนต์นิเทอแลนด์ ว่าจะยอมให้จีนที่เกิดจากเมืองจีนออกจากสัปเยกและหนังสือพิมพ์สิงคโปร์

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้าได้รับหนังสือคุณสุรวงศ์ตอบ ๓ ข้อ คือเรื่องกฎหมายสำหรับตระลาการศาลความฎีกาและความกระลาโหมและเรื่องเตลิกราฟ กับเจ้าพระยามหินทรจดหมายไปรเวตมาด้วยเรื่องความด้วย ได้ลงกฎหมายเพิ่มเติมในศาลชำระความฎีกา ๒ ข้อ คือข้อ ๘ ข้อ ๙ พระยาศรีอ่านบอกพระยาสุจริต ๔ ฉะบับ ๆ หนึ่งจัดการเมืองจะขอเอาเงินค่าตอไม้ ส่วนเจ้าเมืองกรมการทำศาลากลางฉางเข้าโรงไว้อาวุธและซื้อเรือเดินราชการ ได้สั่งตอบไปให้เอาเงินหลวงใช้ ฉะบับหนึ่งว่าด้วยพม่าตัดไม้ในป่าและได้มีหนังสือถึงเจ้าเมืองมรแมนขอขึ้นค่าตอไม้ ได้สั่งให้ตอบไปให้ปรึกษาพร้อมด้วยพระยาเทพประชุนกับว่าจับผู้ร้ายรายปล้นพระบริรักษ์ และละกช้างพะเนียด ส่งตัวผู้ร้ายลงมาให้ปรึกษาโทษ กับผู้ร้ายอีกรายหนึ่งยังชำระอยู่ อีกฉะบับหนึ่งว่าหลวงสรรพากรทำข่มเหงราษฎรมาร้องถึง ๖๐ รายเศษ จับตัวมาได้แล้วหนีไป ได้สั่งให้จับตัวให้ได้แล้วให้ประหารชีวิตเสียที่เมืองตากทีเดียว พระปรีชาเอาทองติดศิลาเป็นภูเขามาให้ครอบแก้วหนึ่ง กับทองแท่งกับแผนที่ขอปันเขตต์แดนเมืองปราจิณกับนครนายกฉะบับหนึ่ง แผนที่ขอตั้งเมืองที่สระแก้วฉะบับหนึ่ง พระอมรเอาริโปดเมืองกลันตันฉะบับหนึ่ง เมืองตรังกานูฉะบับหนึ่ง สำเนาหนังสือเสมอใจถึงเจ้าพระยาไทรฉะบับหนึ่งมาให้ กับได้ร่างหมายให้กรมพิชิตประกาศกับผู้ปรับและลูกขุนเรื่องความในกระลาโหม เวลาบ่ายไปที่เมรุวัดมหาธาตุบังสกุลผ้าไตร ๑๐ ไตรแล้วเผาศพ แล้วมาทิ้งทาน นิวแมนเอาหนังสือไปรเวตมิศนอกซ์มาให้ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเตลิกราฟจะขอมาหา ได้สั่งให้มาวันอาทิตย์นี้ ทิ้งทานจุดดอกไม้ตามเคย แล้วมามีเทศนากัณฑ์หนึ่ง พระปลัดธรรมทินวัดราชบพิธเทศน์อนัตตลักขณกัณฑ์ ๑ แล้วกลับมาในวัง จดหมายถึงท่านกรมท่าเรื่องเตลิกราฟฉะบับหนึ่ง วันนี้รู้สึกตัวว่าเป็นฝีที่ก้นนั่งไม่สนัดนอนก็เจ็บนั่งก็เจ็บ ฉะเพาะถูกตรงทีเดียว

วันศุกร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๓ โมงไปที่เมรุวัดมหาธาตุ สามหาบเวียนเมรุแล้วเข้าไปเก็บอัฐิในเมรุเลี้ยงพระแล้วยกขึ้นตั้งบังสกุลผ้าขาว ๑๐ พับแล้วกลับมา เจ้านายไปพร้อมกัน วันนี้ไปเป็นกระบวนรถทั้งไปทั้งมา ได้ประทับตราส่งคำอนุญาตเรื่องที่จะชำระความในกรมพระกระลาโหมไปที่คุณสุรวงศ์ กับได้ประทับตราในข้อบังคับสำหรับศาลฎีกาแลคำเพิ่มเติมด้วย วันนี้ออกขุนนางมีน้อย ไม่มีราชการสิ่งใดได้ถามพระยาราชวังสันด้วยการเมืองแขก

วันเสาร์ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระมหาเทพเอาคำให้การอ้ายผู้ร้ายล้วงเรือคนหนึ่งลักเรือคนหนึ่งมาให้ดู ได้สั่งให้เฆี่ยน คนละ ๕๐ ทีส่งคุกปีหนึ่ง แล้วให้ซองกาไหล่มีรูปเป็นรางวัลจับผู้ร้าย กับพระมหาเทพซองหนึ่ง ท่านกรมท่าส่งความเห็นเรื่องที่จะจัดการความในศาลกรมท่ามาให้ฉะบับหนึ่ง เวลาเย็นออกไปที่สนามหญ้าเจ้าพระยามหินทรเอาความเห็นเรื่องความ ลงชื่อพระยาราชวรานุภูล พระยาธรรมจรรยาด้วยมาให้ฉะบับหนึ่ง แล้วขึ้นรถไปที่โรงทหารดับเพลิง สรรเพธมาฝึกหัดให้ดูแต่งไฟที่กำแพงด้วย แล้วมากินเลี้ยงที่โรงแตรในสวน กลับมามีขุนนางมาหาที่สนามหญ้าพระยาศรีอ่านบอกพระปรีชาด้วยเรื่องผู้ร้ายที่เมืองปราจิณจะขอส่งเข้ามาปรึกษาลูกขุนณกรุงเทพฯ ได้สั่งยอมให้ พระนรินทรเอารายเดือนภาษีฝิ่นร้อยชัก ๓ สองฉะบับกับรายปี ๒ ฉะบับมาให้ ได้สั่งคำอนุญาตความให้ไปกับพระนรินทรด้วย พระยาศรีอ่านบอกพระยามหาอำมาตย์ส่งส่วยที่เร่งได้ กับหนังสือไปรเวต ๘ ฉะบับ พระยาโชฎึกส่งคำปรึกษาเรื่องเตลิกราฟฉะบับหนึ่ง เรื่องความฉะบับหนึ่ง

วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เจ้าคุณเป้าเอาผ้าห่มปักทองของศรีวิไลยมาให้ พระองค์แม้นเขียน พระองค์สุบงกช นารี ประดิษฐา มาลาไปยังสมเด็จกรมพระ ได้สั่งให้เอาสังเคต ๑ ผ้าขาว ๔ พับไปช่วยกรมนเรศในการทำศพตาที่วัดสระเกษ พระยาเจริญยื่นความเห็นในเรื่องเตลิกราฟ อาลบาศเตอส่งแผนที่กับริโปดที่ไปเซอเวทางเมืองจันทบุรีให้พระนายศรีเอามาให้ บ่าย ๔ โมงมิศนอกซ์มาหาพูดถึงเรื่องเตลิกราฟและเรืองก้องเมืองจีน เขาว่าการที่คอเวอนแมนต์อินเดียพูดกับสมเด็จเจ้าพระยานั้นเป็นการไม่แน่ บัดนี้มีหนังสือมาถามเอาหนังสือมาให้ดูด้วยจะยอมให้ไทยต่อที่ต่อเขตต์แดนเราได้ตอบให้พูดมากับกรมท่าเป็นทางราชการกับเรื่องก้องเมืองจีนนั้นเขาถามว่าไทยจะไปก้องหรือ กับเขาขอคำปรึกษาเรื่องเตลิกราฟไปดูด้วย วันนี้เขาพาลูกสาวมาหานั่งพูดกันอยู่ชั่วโมงเศษ กรมอดิศรยื่นความเห็นเรื่องเตลิกราฟพระยามหามนตรีขอเลขสมัคเป็นทหาร ได้ส่งให้สัสดีหักให้ออกขุนนาง พระยาศรีส่งความเห็นท่านภูธราภัยด้วยเรื่องชำระความ แล้วอ่านร่างตราไปเมืองตากตอบความด้วยจัดการบ้านเมืองแลป่าไม้ กับให้ประหารชีวิตอ้ายหลวงสรรพากร พระนรินทรอ่านบอกเมืองตรังกานู ๔ ฉะบับ พระยาตรังกานูรับที่ ๑ พระยาไชเยนรับที่ ๑ เรื่องความจีนหิน ๑ ตนกูสเปียบอกได้รับเงิน ๑ เมืองกลันตัน ๒ ฉะบับ พระยาเดชานุชิตรับที่ ๑ พระยากลันตันรับที่ ๑ กับร่างตราถึงเจ้าหมื่นเสมอใจเจ้าหมื่นไวยที่จะส่งทหาร ๒๐๐ กับเข้าออกไปเมืองภูเก็ต ได้เตือนไปว่าจะเอาทหารออกไปนั้นตริตรองดูก่อน เกลือกพวกจีนจะหาเหตุตื่นเต้นกันขึ้นอีกดอกกระมัง กับได้สั่งพระเทพผลูให้เร่งชำระความที่ฆ่ากันตายข้างวัดดอกไม้กับจดหมายถึงเสมอใจฉะบับหนึ่ง พระยาสุจริตฉะบับหนึ่ง ท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ตอบพระยาอัษฎงค์ฉะบับหนึ่ง วันนี้เวลาบ่ายฝีแตกแล้วนั่งได้สนัดดีทีเดียว

วันจันทร ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้าสรรเพ็ธเอาของคุณปลัดน้อยมาให้ดู พระยาราชโยธา จมื่นราชามาตย์เอาความที่ชำระรายเจ้าสำนักผู้ร้ายลักเรือล้วงเรือมาให้ดู ได้สั่งให้เฆี่ยนอ้ายจีนกิมเจ้าสำนัก ๖๐ นอกนั้นอีก ๕ คน ๆ ละ ๕๐ ที แล้วให้ส่งไปจำคุก ๓ ปี พระอินทรเทพราย ๑ สองคนให้เฆี่ยนคนละ ๕๐ ที จำคุกปี ๑ กับว่าจับได้ ๒ คนอีกรายหนึ่งยังให้ชำระอยู่ พระยามหามนตรีมารับคำสั่งให้เฆี่ยนอ้ายทหารต้นเหตุข่มเหงทหารยาม และข้ากรมพระเทเวศร์ ๒ คน เฆี่ยนคนละ ๖๐ ทีจำคุก ๓ ปี พวกเพื่อนอีก ๙ คนเฆี่ยนคนละ ๒๐ ที ๓๐ ที ตามโทษานุโทษ อาลบาศเตอมาชี้แจงด้วยแผนที่ที่ส่งมาแต่ก่อน พระปรีชายื่นความเห็นเรื่องเตลิกราฟ ท่านกรมท่าตอบด้วยเรื่องความฉะบับหนึ่ง คัดหนังสือมิศเตอเฟาลตอบท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง สมเด็จเจ้าพระยาฉะบับหนึ่ง ด้วยเรื่องความเมืองเชียงใหม่ กับได้รับหนังสือเซอแอนดรูกลากว่าจะส่งรูปมาให้นั้นถ่ายไม่ทัน กับพวกสวนที่เมืองอินเดียจะขอเปลี่ยนต้นไม้ที่กรุงเทพฯ พระยาอัษฎงค์บอกข่าวการเมืองตะวันตก และขอส่งปืนสไนเดอออกขุนนาง ไม่มีราชการ พระยาอภัยรณฤทธิ์ลาเข้าพิธีจรดพระนังคัล หมอสายเอาเตลิกราฟที่เมซันมีมาถึงอาลบาศเตอ ด้วยเรื่องเรือใบที่สั่งว่าได้สัญญาแล้วเป็นเงิน ๑๗๐๐๐ ปอนด์ ท่านเล็กเอาหนังสือที่ ๒ กงซุลเยรมันมาให้ดูว่าด้วยเด็กที่จะส่งไปเรียนนั้นจะไปได้ในเดือนเม พระยาธรรมจรรยาบอกอาการเจ็บมากได้ให้หมอสายไปตรวจ ท่านกรมท่าให้นายเปียเอาหนังสือมิศนอกซ์มีขึ้นมาวันนี้ ๒ ฉะบับว่าด้วยเตลิกราฟฉะบับหนึ่ง เรื่องก้องเมืองจีนฉะบับหนึ่ง ได้สั่งไปให้ท่านกรมท่ามาหาพรุ่งนี้ กับคนวิลันดาที่จะขอทำไร่ยาสูบขอมาหาได้สั่งให้มาวันขึ้น ๑๓ ค่ำ พระศรีธรรมสาสน์ยื่นเรื่องราวด้วยทาสลักของหนี ได้สั่งให้พระยามหามนตรีชำระ กับพระยาราชโยธาจดหมายปฏิญาณว่าไม่ได้รับสินบลในเรื่องความผู้ร้ายด้วย

วันอังคาร ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้าเจ้าหญิงในกรมขุนอิศรานุรักษ์ ๕ คนเข้าชื่อกันมาร้องเรื่องราวว่าหม่อมละม้ายเข้าไปตั้งอยู่ในบ้านแต่ตั้งโรงฝิ่นที่ประตูวัง ได้สั่งให้พระเทพผลูไปจัดการให้เรียบร้อย เปลี่ยนเอาเลื่อมกับดิ้นต่าง ๆ มาให้ดู ได้สั่งให้ส่งท้าวภัณฑสาร ท่านกรมท่ามาหาได้พูดด้วยเรื่องหนังสือมิศนอกซ์ ๒ ฉะบับนั้น กับพระยาโชฎึกเอาคำแปลหนังสือเมืองกวางตุ้ง มีตอบเรื่องก้องเมืองจีนที่ท่านกรมท่ามีหนังสือไปนั้น ว่าได้นำความขึ้นกราบทูลเจ้าแผ่นดินจีนแต่คราวที่มีหนังสือไปคราวก่อนแล้ว เจ้าแผ่นดินจีนรับสั่งว่าโจรผู้ร้ายในเขตด์แดนนั้นสงบเรียบร้อยแล้วให้ไปทางเมืองกวางตุ้งเหมือนแต่เดิมมา บรรณาการที่ครั้งเก่านั้นให้ยกเสีย และท่านกรมท่ามีหนังสือไปคราวนี้ซ้ำกับความเก่าจะนำขึ้นกราบทูลไม่ได้ ข้อซึ่งว่าขออย่าให้อายกับประเทศอื่น ๆ นั้น ให้ไทยชี้มาว่าเมืองก้องทั้ง ๔ เมืองนั้นเมืองไหนที่ได้เปลี่ยนธรรมเนียมใหม่ ได้แต่งให้กิมสุนถือคำประกาศตั้งห้องไทยฮอทั้งสองพระองค์มาด้วยฉะบับหนึ่ง ได้สั่งท่านกรมท่าให้ส่งหนังสือทั้งนี้ให้พระศรีธรรมสาสน์ไปให้สมเด็จเจ้าพระยา ได้เขียนหนังสือถึงสมเด็จเจ้าพระยาด้วยฉะบับหนึ่งแล้ว ได้ให้ท่านกรมท่ากับเจ้าพระยามหินทรดูเรื่องที่จะจัดความและได้ให้อนุญาตพระยามหามนตรีคิดจับผู้ร้ายกับให้เงินเจ้าปฤษฎางค์ ๑๐ ชั่ง ซื้อหีบ ๗ ชั่ง กับได้ส่งเงินฉะบับหนึ่ง ได้จดหมายถึงคุณสุรวงศ์เรื่องเตลิกราฟและเรื่องเมืองจีน แล้วออกขุนนางพระยาศรีอ่านบอกเมืองพิชัยว่าได้ข่าวว่าเจ้าเมืองเชียงตุงตาย น้องชายเจ้าเมืองเชียงรุ้งฆ่าพี่ชายชิงเอาเมืองกับว่าพระยากำแพงบอกมาว่าได้รับหนังสือเจ้าเมืองมรแมนว่า ขอให้เก็บทรัพย์สมบัติของหม่องแซฟอให้เจ้าหนี้ แต่ตัวบุตรหม่องแซฟอไม่อยู่แล้วยังมีที่พวกต้องสู้กันเองในเมืองกำแพงอยู่ จะมีหนังสือไปถึงเจ้าเมืองมรแมน พม่าที่ถือหนังสือมาไม่รับไป ได้สั่งให้ไปปรึกษามิศนอกซ์ กรมขุนบดินทรยื่นความเห็นเรื่องความ พระนรินทรเอาคัดราชการกรมพระกระลาโหมมาให้เล่มหนึ่ง แล้วไปวังสมเด็จกรมพระในการแซยิด ได้จดหมายถวายพรฉะบับหนึ่งกับหีบลงยามีดอกไม้เพ็ชร์ใบหนึ่ง กลับมาเวลายามหนึ่งได้รับรายปีเงินหอรัษฎาที่ท่านส่งมาให้ด้วย นางลิ้นจี่ลูกพระยาพิพัฒเจ็บมากได้ให้ผ้าไตร ๓ ไตรกับเงิน ๑๐ ตำลึง

วันพุธ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระนายสรรเพธนำนายบุตรทำแหวนผูกข้อมือศรีวิไลยมาให้ ได้ให้เงินเป็นรางวัลอีก ๑๕ ตำลึง รวมเก่าใหม่เป็นร้อยบาท พระอมรวิสัยทำเรื่องราวมายื่นว่าทหารปืนใหญ่เป็นทาสเขาค่าตัวต่ำกว่าชั่งหนึ่งลงมา จะขอช่วยเป็นเงิน ๑๙ ชั่ง ๖๐ บาทนั้น ได้อนุญาตยอมให้ พระมหาเทพเอาคำให้การอ้ายทองขะโมยของนายหมีมากองจับ ๆ ได้ ได้สั่งให้คนทุนทรัพย์ให้เจ้าของไป แล้วให้เฆี่ยน ๕๐ ทีส่งไปจำคุกใช้การเลื่อยไม้ปีหนึ่ง กับจดจำนวนคนที่เป็นกองจับจะรับเงินเดือนมาให้ ๑๘ คน กรมหมื่นพิชิตเอากฎหมายสำหรับศาลฎีกาบังคับตระลาการเสมียนผู้คุมมาให้ดู กับความรายตัดสิน ๔ เรื่อง แต่เรื่องหนึ่งนั้นพระยาสุโขทัย พระยาพิจิตร พระยาพิชัยยืมเงินจีนมีเล่นหมากแกวเป็นเงิน ๓๐ ชั่งเศษ ลูกขุนให้ความเป็นเลิกเพราะเกินกำหนด แต่ได้สั่งไปว่าไม่เหมือนราษฎรเพราะมีบรรดาศักดิ์ให้พระยาทั้ง ๓ สาบานเสียว่าเป็นหนี้จีนมีเป็นเท่าไรแล้วให้เสียแต่ครึ่งหนึ่งความเป็นเลิกแล้วกันไป บ่าย ๓ โมงคนวิลันดาชื่อกัปตันอะไรไม่รู้มาหาว่าด้วยเรื่องจะทำไร่ยาสูบที่เพ็ชรบูรณ์ได้บอกยอมว่าจะให้ที่ มันจะชวนให้ออกทุนให้ไม่รับ ให้เป็นพูดกับท่านกรมท่า พระนายศรีเอาหีบไม้ลายใส่เครื่องหอมของดาเนียนฝากมาให้หีบหนึ่ง ได้เซนอนุญาตพัทธสิมาหลายแห่ง เจ้าพระยามหินทรส่งความเห็นเรื่องความ พระยาภาษส่งความเห็นเรื่องเตลิกราฟ เวลาบ่ายพลบออกไปที่พิธีจรดพระนังคัลท้องสนาม พระยาอภัยรณฤทธิ์เข้าพิธี พระสวดจบแล้วรดน้ำตามเคย ท่านภูธราภัยมากับขุนนางหลายคน ได้สั่งพระไพให้คัดข้อราชการในกรมท่าเหมือนมหาดไทยและกระลาโหม เวลายามหนึ่งกลับมาในวัง พระอินทรเทพบอกว่าพระยาสุรินทรรับระวังโจรผู้ร้ายตั้งแต่ตำหนักแพวังหน้าไปถึงสามเสน วันนี้พระยาศรีธรรมสาสน์ออกไปราชบุรีปรึกษาสมเด็จเจ้าพระยาเรื่องเตลิกราฟและกองเมืองจีน สุนันทากับน้องลาไปทำบุญเจ็ดวันอุณากรรณที่บ้านวันนี้กับพรุ่งนี้ ๒ วัน

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เจ้าจอมมารดาตลับพาลูกทวีคนผู้หญิงใหญ่มาหา ได้ให้ทองทำขวัญ ๓ ตำลึง และให้ชื่อสุนทรารมย์ แต่ลูกชายอีกคนหนึ่งว่ายังเล็กอยู่แต่จะขอชื่อไปนั้น ได้ตั้งให้ไปว่าอุดมดิเรกลาภ คนผู้หญิงนั้นเกิดวันศุกร์ขึ้น ๑๑ ค์๋าเดือน ๑ ชายวันอาทิตย์แรม ๑๓ ค่ำเดือน ๓ ปีชวด อัฐศก ทั้งสองคน กรมขุนบดินทรมาปรึกษาด้วยเรื่องที่หม่อมราชวงศ์ทำเรื่องราวมาร้องจะให้รับหรือไม่ พระยาราชส่งคำปรึกษาเรื่องความ ท่านกรมท่าพระไพรัชส่งคำปรึกษาเรื่องเตลิกราฟคนละฉะบับ ออกขุนนางพระยามหาอำมาตย์และนายทัพนายกองทางเมืองหนองคายมาหา พระยาศรีอ่านคำให้การท้าวเพี้ยซึ่งมาแต่ท้าวยะ ว่าท้าวยะให้มาหาพระยามหาอำมาตย์จะขอยกเอาเวียงต่างๆ ๕ เวียงมาขึ้นกรุงเทพฯ ไม่ยอมขึ้นท้าวขันตีและเมืองหลวงพระบางได้สั่งพระยาศรีให้ปรึกษาเสนาบดี วันนี้คนถวายตัวมาก เวลาออกขุนนางแล้ว ไปกินเลี้ยงที่วังสมเด็จกรมพระ วังหน้ามาด้วย มีคำสปีชให้พรเล็กน้อยแล้วกลับมาดูหุ่นที่หน้าท้องพระโรง จน ๒ ยามกลับเข้ามาในวัง

วันนี้พิธีพืชมงคล พระยาอภัยรณฤทธิ์จับผ้า ๕ คืบ โคกินเข้าเปลือก หญ้า ถั่ว เข้าโภช เลิกเวลา ๔ โมง ๔๒ นาที วันนี้คุณนุชบุตรพระยาอุทัยธรรมตาย

วันศุกร์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาเจริญมาหากับพระยาราช มาฟังการที่บางปอิน พระยาราชรองเมืองมาบอกด้วยเรื่องผู้ร้ายปล้นบ้านตะพานสูงราย ๑ ปล้นแล้วหนีไปทางไผ่สิงโตอีกรายหนึ่ง ฆ่ากันตาย ๒ รายๆ หนึ่งแหนบุตรเจ้าพระยาบดินทรเดชาผัวตีตาย รายหนึ่งผู้หญิงอายุ ๑๘ ปี ผู้หญิงแก่มาหลอกไปฆ่าตายที่หลังวัดจันทรสโมสร ได้สั่งให้ชำระและสืบจับผู้ร้าย บ่าย ๕ โมงเศษขึ้นรถไปทางถนนบำรุงเมืองออกนอกกำแพงตรงไปเลี้ยวถนนริมคลองผดุงหน้าวัดเทพศิรินทร หยุดพูดกับพระยาอัคนี และกรมเจริญ แล้วเดินรถต่อไปเลี้ยวถนนเจริญกรุงเข้าในเมืองแล้วชักรถเดินรอบสวนแล้วกลับมาเข้าในวังปิดทองหนังสือวันพระ ตายิ่งหลวงพิพิธพยุหพล กับพันสำหรับเล่นสักรวาตายวันนี้

วันเสาร์ แรม ๑ ค่ำเดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

วันนี้ตัดผมแล้วเจ้าพระยาศรีพิพัฒมาพูดด้วยการที่ภูเขาทอง ได้สั่งให้หยุดการไว้ต่อบรรจุพระแล้วจึงจะไปดูการให้ทำต่อไป ท่านผู้หญิงจับเอาของพระยามหาอำมาตย์มาให้ ช้าง ๓ ตัวสูง ๕ ศอกเศษ ๒ ตัว ๖ ศอกตัว ๑ กับทองคำ ๒ ชั่ง ๑๐ ตำลึงเศษ รับไว้แต่กำไล ๒ คู่ เงิน ๑๓ ชั่งเศษคืนไป เพ็ชรบุ้งเม็ดหนึ่งหินฟันม้าเหมือนแก้วก้อนหนึ่ง ผ้าขิก ๑๐ ผืน ผ้าโสร่ง ๑๐ ผืน ผ้าหางกระรอก ๒๐ ผืน มะขามหวาน กับข่าแดง ๒ ตัวโข่ง ๓ ตัว ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกพระพิทักษอุทัยเขตตส่งสัตว์ต่างๆ มาให้ คุณสุรวงศ์ให้หลวงจำนงเอาคำปรึกษาเรื่อง ท้าวยะมายื่นฉะบับหนึ่ง นายเปียเอาหนังสือท่านกรมท่ามาให้ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยจีนจับคนกองจับผู้ร้ายมัดไว้อีกฉะบับหนึ่งว่าเรือรบฝรั่งเศสมาถึงลำหนึ่ง มีหนังสือถึงพระยาสมุทขอให้ส่งหนังสือถึงกงซุล ๒ ฉะบับ พระยาราชรองเมืองเอาความปรึกษาเรื่องหลวงศิลปมาให้ดู ลูกขุนให้เฆี่ยนอ้ายกลิ่น ๙๐ ริบราชบาทว์เอาตัวไปประหารชีวิต อ้ายจันอ้ายแช่มอ้ายหริ่งอ้ายอยู่ที่ช่วยลงมือให้เสียเบี้ยปรับและทุนทรัพย์ที่หายครึ่งหนึ่งแล้วให้เฆี่ยนคนละ ๖๐ ทีส่งคุก อีพะยอมคนกลางให้เฆี่ยน ๓๐ ที อีพึ่งแม่สื่อเฆี่ยน ๒๕ ที ได้สั่งให้เอาตามปรึกษาหลวงนายเดชมาบอก ด้วยความพระเทพผลูหลวงวิเศษธานี ได้สั่งให้หลวงวิเศษธานีรับเงินพระเทพผลู ๑๐ ชั่ง กับความมรดกเรื่องหนึ่ง ให้เปรียบเทียบวันนำเรื่องราวภรรยาหลวงอรรคนารีกล่าวโทษหลวงอรรคนารีคนใหม่มายื่น ได้สั่งให้เจ้าพระยามหินทรชำระ พระองค์สิงหนาทขอสั่งรถอีก ๕ รถกับเครื่องม้าเป็นเงิน ๖๐ ชั่ง ได้จดหมายถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง วันนี้พระยาไกรศรีอาการหนักเอาธูปเทียนมาลา ยายมิ่งแม่ท้าวนากตายเมื่อคืนนี้ ๘ ทุ่ม

วันอาทิตย์ แรม ๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

คุณสุรวงศ์ส่งข้อบังคับสำหรับตระลาการเสมียนผู้คุมในกรมพระกระลาโหมมาให้ดูฉะบับหนึ่ง ได้ร้บหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาตอบเรื่องเตลิกราฟและก้องเมืองจีน กับท่านกรมท่าส่งหนังสือเจ้าคุณมีมาด้วยเรื่องนี้อีกฉะบับหนึ่ง ความคล้ายกันได้จดหมายถึงท่านกรมท่าให้หนังสือตอบมิศนอกซ์ทั้ง ๒ เรื่อง กับให้นัดกงซุลฝรั่งเศสมาหาวันอังคารเวลาบ่าย แล้วจดหมายถึงสมเด็จเจ้าพระยาส่งสำเนาหนังสือคำให้การท้าวเพี้ยซึ่งมาแต่ท้าวยะไปให้ท่านดูปรึกษาท่านจะเห็นประการใด กับจดหมายถึงคุณสุรวงศ์ขอให้ส่งหนังสือและปรึกษาด้วยเรื่องพะยานที่ท่านกรมท่าขออนุญาตด้วยว่า จะใช้ในกรมพระกระลาโหมหรือไม่ ท่านภูธราภัยมาหาปรึกษาด้วยเรื่องการเมืองพวนและเรื่องความที่จะให้อนุญาต กับเอาบานแผนกภาษีมาให้ ไม่รีบไว้เพราะผิดกฎหมาย ออกขุนนางพระยาราชเสนาเอาความรายพระปลัดเมืองนครนายกกล่าวโทษพระยานครนายกมาให้ดู ได้สั่งให้ถอดพระยานครนายกออกเสียจากที่ กับนำจดหมายพระปรีชากลการแจ้งความด้วยข้าหลวงผูกปี้ทิ้งการเสียหนีกลับมากรุงเทพฯ ได้สั่งให้ไปบอกท่านกลาง กับท่านกลางส่งความเห็นเรื่องความกับเรื่องความอากรหวย ได้จดหมายถวายสมเด็จกรมพระ

วันจันทร์ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

สุขุมาลกับนภาพรมาลาไปในการศพบุษบง กับปลัดกรมหลวงวรศักดิ์ เจ้าเมียเจ้าชายใหญ่เอามะม่วงมาให้ ท่านกรมท่าส่งร่างหนังสือตอบมิศนอกซ์มาให้ดู ได้แก้ไขแล้วส่งกลับคืนไป แล้วจดหมายตอบคุณสุรวงศ์ที่ได้รับหนังสือตอบเรื่องผเชิญพยานนั้นไม่เห็นด้วย กับได้ส่งข้อบังคับสำหรับศาลคืนไปเป็นอันใช้ได้ แต่ขอให้คัดส่งมาที่ศาลฎีกาให้ทราบไว้ด้วย แล้วทำหนังสือเรื่องความ พระยามหาอำมาตย์เอาพระพุทธรูปคันธารราฐ ๑ พระสุภูต ๑ พระแขนลาย ๑ ฤษีกัลลัยโกฏนั่ง ๑ ยืน ๑ เทวรูป ๒ มาให้ ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกส่งส่วยเมืองไชยภูมิขึ้นเมืองโคราช พระยามหาอำมาตย์ส่งส่วยเมืองโพนพิไสย และจำหน่ายให้พวกครัวที่ลงมาอยู่เมืองโพนพิไสย กับเมืองท่าอุเทนส่วยทอง ส่วยเมืองหนองคาย และจำหน่ายในกองทัพและครัว และซื้อช้างฉะบับหนึ่ง เมืองเขมรป่าดงส่วยเร่ว เมืองหล่มศักดิ์บอกส่งส่วยเมืองเพ็ชรบูรณ์ส่งส่วยทองและครั่ง เมืองแก่นท้าวกับขอหลวงรามฤทธิ์เมืองแก่นท้าวเป็นเจ้าเมือง พระยารองเมืองบอกว่าจีนเป็นความกันลอบเข้าไปแทงผู้หนึ่ง ครั้นจะจับก็เอามีดแทงตัวเองด้วยเห็นจะตายทั้งสองข้าง ได้สั่งให้คนคุกพ้นโทษ ๔๔ คน สักเป็นไพร่หลวงยามในใช้ราชการต่อไป กับพระยามหาอำมาตย์จดหมายจำนวนเลขเมืองลาวบอกเกณฑ์ส่วยขึ้นใหม่ ๘ เมืองเดิม ๗๓๖๙ คน เงิน ๑๘๔ ชั่ง ๓ ตำลึง ขึ้นใหม่ครั้งนี้ ๗๒๒๓ คน เงิน ๑๘๑ ชั่ง ๑๔ ตำลึง รวมเก่าใหม่เป็นคน ๑๔๕๙๒ คน เงิน ๓๖๕ ชั่ง ๑๗ ตำลึง ได้ให้หีบพงศาวดารท่านเล็กไปใบหนึ่ง

วันอังคาร แรม ๔ ค่ำเดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๔ โมงไปที่เมรุวัดมหาธาตุชักศพบุษบงมาทางหน้าพลับพลาใส่โกษกุดั่น ศพเวียนเมรุแล้วเข้ามานั่งพลับพลาทรงธรรมแล้วเข้าไปในเมรุบังสกุลผ้าไตร ๑๐ ไตร แล้วกลับเข้าวัง วันนี้เช้าท่านภูกับเจ้าพระยามหินทรไปพี่น้องที่เป็นผู้ใหญ่แต่งดำผู้น้อยกว่าแต่งขาว ผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่นุ่งดำใส่เสื้อขาวห่มขาว ผู้น้อยพุ่งขาว วันนี้เซ็นใบรับ ๓ ใบ พระอมรเอาหนังสือมายื่นฉะบับหนึ่งว่าจะขอเงินไว้สำหรับซ่อมโรงทหารอาติลรีปีละ ๑๐ ชั่ง นายเปียเอาร่างหนังสือตอบมิศนอกซ์ด้วยเรื่องเตลิกราฟเป็นของคุณสุรวงศ์ร่างมาให้ดู ได้เติมไปว่าที่กรุงแต่ก่อนเงินภาษีอากรน้อยไม่พอใช้ราชการแผ่นดินจึงต้องค้าขาย กับแก้คำที่ว่าจิ้นก้องนั้นเป็นเจริญทางพระราชไมตรี กับคำที่ว่าเสนาบดีฝ่ายจีนนั้น เป็นเจ้าพนักงานฝ่ายจีน แล้วส่งนายเปียกลับไป บ่าย ๔ โมงกงซุลฝรั่งเศสมาหาพูดถึงเรื่องเตลิกราฟ ได้บอกให้มีหนังสือมาที่กรมท่า เขาไม่ยอมว่าการเรื่องนี้มิศนอกซ์คิดจะแย่งไม่ให้ทำทางเมืองญวนที่จะให้พูดกับท่านกรมท่านั้นไม่พูด ถ้าไม่ยอมให้ทำก็เป็นแล้วกันไป ได้รับว่าจะมีหนังสือลงไปแล้วเขากลับไป เวลาบ่ายออกไปที่เมรุคุณสุรวงศ์มาด้วย ทิ้งทานแล้วมีมวยคู่ ๑ จุดดอกไม้แล้วเข้ามาที่พลับพลาทรงธรรมพูดกับคุณสุรวงศ์ด้วยเรื่องเตลิกราฟ แล้วมีเทศน์กัณฑ์ ๑ พระมหาคำวัดมหาธาตุเทศน์สังเวควัตถุกัณฑ์ ๑ แล้วเข้าไปบังสกุลผ้าไตรกัณฑ์เทศน์และผ้าขาว ๑๐ พับ แล้วกลับเข้าวัง วันนี้คุณสุรวงศ์จดหมายมาฉะบับหนึ่ง ว่าจะขอขุดคลองตัดกลางคลองมหาสวัสดิ์กับคลองภาษีเจริญให้น้ำชักกันได้ วัดทางคลองภาษีเจริญตรงหลัก ๒๒๐ เส้น ไปออกตรงคลองมหาสวัสดิ์หลัก ๓๐๐ เส้นเป็นทาง ๓๑๓ เส้น ๆ ละ ๙๐ บาท เป็นเงิน ๓๐๐ ชั่งเศษ พระยาอภัยรณฤทธิ์ยื่นความเห็นว่าด้วยความผู้ร้ายลักกระบือ วันนี้เจ้าจอมมารดาเอมมาที่พลับพลาเมรุรัดมหาธาตุด้วย

วันพุธ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ได้จดหมายตอบคุณสุรวงศ์เรื่องเตลิกราฟซึ่งมีมาเป็นไปรเวต เวลาเช้าวันนี้ฉะบับหนึ่ง กับจดหมายตอบเรื่องที่จะขุดคลองในระหว่างคลองมหาสวัสดิ์และคลองภาษีเจริญฉะบับหนึ่ง ได้เรียกมิศเตออาลบาศเตอมาพูดด้วยเรื่องจะกู้เงิน ๕๐๐ ชั่ง พระอินทรเทพเอาคำให้การกับของกลางรายความอ้ายเฉยมาให้ดู แล้วเรียงคำอนุญาตเรื่องความในกรมท่า เวลาบ่าย ๕ โมงออกไปที่วัดมหาธาตุทิ้งทานแล้วจุดดอกไม้แล้วกลับมาที่พลับพลาทรงธรรม เรียกท่านกรมท่ามาพูดเรื่องเตลิกราฟ แล้วมีเทศน์พระมหาบุญวัดสุทัศน์เทศนาสัลสูตรกัณฑ์หนึ่ง แล้วเข้าบังสกุลในเมรุ ผ้าไตร ๑๐ ไตร ผ้าขาวพับ ๑๐ พับ ผ้าสบง ๑๐๐ หนึ่งตามเคย แล้วกลับเข้ามาในวัง ๒ ทุ่มเศษ กับได้สั่งพระยาราชรองเมืองให้ระวังสายเตลิกราฟ ให้พระยาสมุทบอกเตลิกราฟ

วันพฤหัสบดี แรม ๖ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ได้รับจดหมายคุณสุรวงศ์ตอบด้วยเรื่องเตลิกราฟฉะบับหนึ่ง กับส่งสำเนาหนังสือท่านกรมท่าตอบมิศเตออีกฉะบับหนึ่ง กับส่งหนังสือพระโทรเลขริโปดทางเตลิกราฟเมืองสมุทปราการฉะบับหนึ่ง แล้วไปเมรุวัดมหาธาตุบังสกุลผ้าไตร ๑๐ ไตรแล้วเผาศพแล้วทิ้งทานมีไม้สั้นคู่หนึ่ง จุดดอกไม้แล้วมีเทศน์กัณฑ์หนึ่ง พระมหาเขมาภิรโตเทศนาชราสูตรกัณฑ์หนึ่งแล้ว กลับมาในวัง เวลาทุ่มเศษ สมเด็จกรมพระจดหมายมาว่าด้วยเรื่องห้วยและค่าน้ำห้าหัวเมืองปากใต้ กับส่งความเจ้าพระยามหินทรมาด้วย

วันศุกร์ แรม ๗ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๒ โมงเศษไปที่เมรุวัดมหาธาตุนั่งที่พลับพลาดูเวียน ๓ หาบ นายใยบุตรพระยาวรพงศ ๑ จ่านิตย์บุตรพระยาไพบูลย ๑ หลวงสาตราบุตรเจ้าพระยาศรีพิพัฒ ๑ หลวงสวัสดิ์บุตรพระนานา ๑ บุตรพระยาไพบูลย์เป็นหุ้มแพรวังหน้าอีกคนหนึ่ง บุตรพระนานาอีกคนหนึ่ง เป็นหกหาบ แล้วไปเก็บอัฐิในเมรุแล้วเลี้ยงพระบังสกุลผ้าขาวพับ ๑๐ พับ ผ้าซับหน้า ๑๐๐ หนึ่ง แล้วกลับมา วันนี้นอนกลางวันแล้วมาอ่านความเจ้าพระยามหินทรให้กรมพิชิตไปถามสมเด็จกรมพระด้วยปีกลาด แล้วออกขุนนาง ได้สั่งเงินให้ท่านกาพย์ซื้อของและให้ช่วยในการก่อขุดศพหมอบรัดเลที่เงินยังขาดอยู่ ๑๒๐ บาท ให้ทำรั้วเหล็กล้อมที่ฝังศพ ๒๐๐ เหรียญ คุณสุรวงศ์จดหมายมาด้วยความเมืองนครเขื่อนขันธ์และขอตั้งเจ้าเมือง พระยาศรีอ่านบอกเมืองนครนายกบอกส่งความโจทย์มาร้อง หม่อมเจ้าสุด ๒๘ เรื่อง อีกฉะบับหนึ่งตั๋วพิมพ์โคกระบือเมืองสระบุรีผิดประกาศ บอกพระยานครราชสิมาว่าจะลงมากรุงเทพฯ พระข้าหลวงกับท้องตราว่าด้วยความโคกระบือกลางทาง ได้ส่งขึ้นไปให้พระยาปลัดจัดการแทน กับเอาคำปรึกษาท่านภูธราภัยท่านกรมท่าลงชื่อด้วยกัน ปรึกษาเรื่องเมืองพวน กับบานแผนกบาญชีเรือโรงร้าน พระนรินทรอ่านบอกเมืองนครเขื่อนขันธ์ชำระผู้ร้าย ๓ รายเป็นสัตย์ได้ของกลาง กับคุณสุรวงศ์สั่งมาว่าถ้าให้ท้าวศรีสุวรรณเกลี้ยกล่อมครัวเมืองพรหมขึ้นไปอยู่เมืองบริดนนิคมได้ด้วยเห็นจะดีนั้น ได้สั่งพระยาศรีให้บอกพระยามหาอำมาตย์ให้พูดกับท้าวศรีสุวรรณแล้วให้สัญญาบัตร์หลวงพิศณุเทพเป็นหลวงเขตานุรักษ์ ขุนมหาพิไชย เป็นปลัดกองหางไถกรมนา นายรอดเป็นหลวงศรีมโหสถ นายเวรตำรวจของพระยาอนุชิตเป็นจ่าชำนิทั่วด้าน เจ้าพระยาภาณุวงศ์บอกมาว่ามิศเตออิลเจนเป็นหมอความคนวิลันดาจะขอมาหาได้สั่งนายเปียไปให้มาพรุ่งนี้

วันเสาร์ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ได้รับหนังสือคุณสุรวงศ์ส่งหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาตอบเรื่องเมืองพวนฉะบับหนึ่ง ถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง สำเนาหนังสือมิศเตอเฟาล์มาถึงท่านฉะบับหนึ่ง กับสำเนาหนังสือตอบถึงเราฉะบับหนึ่ง ได้จดหมายถึงท่านกรมท่าให้ทำหนังสือถึงคอเวอนแมนต์อังกฤษ กับเตือนเรื่องประกาศห้ามตกเข้า ท่านกรมท่าจดหมายตอบมาว่าลืม กับส่งหนังสือมิศนอกซ์ตอบมาว่าด้วยเรื่องสุราที่คุณสุรวงศ์ขอให้เป็นลายเซ็นนั้น จะขอให้ยกภาษีกำยาน และจดหมายตอบส่งหนังสือคืนไป กับให้ปรึกษากับท่านกรมท่าด้วย พระยาอภัยรณฤทธิ์เอาสารบบความในศาลรับสั่งชำระความผู้ร้ายลักกระบือ ๔๐ เรื่อง กับจดหมายถวายสมเด็จกรมพระให้ตั้งพระอิศราเป็นนายอากรค่าน้ำห้าหัวเมือง กับตอบเรื่องกงซุลโปรตุเกศฟ้องนายอากรสุราเมืองอ่างทอง บ่าย ๓ โมงครึ่งหมอความวิกันดากับกงซุลมาหา กลับไปแล้ว บ่าย ๕ โมงขึ้นรถไปทางถนนบำรุงเมืองไปตามถนนยาวถึงประทุมวันแล้วเลี้ยวขวามือไปลงถนนเจริญกรุงตอนนอกแล้วพักมาคราวหนึ่ง มาอีกตอนหนึ่งถึงในสวนหยุดลงเดินจนค่ำกลับเข้ามาในวังทุ่มเศษ ปิดทองพระแล้วกลับเข้ามาข้างใน อาลบาศเตอจดหมายขอบใจที่ได้รับเงิน

วันอาทิตย์ แรม ๙ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระอินทรเทพ บอกด้วยความอ้ายจีนชุ่มมาลุแก่โทษว่านายเมกนายใช้ให้ลักเรือแล้ววิ่งราว ได้สั่งให้พระอินทรเทพชำระ เวลาบ่ายออกที่อัมรินทรวินิจฉัย ท้าวศรีสุวรรณ อายาโถกับท้าวโง่นบุตร์ราชบุตร์ท้าวเพี้ยเมืองพวน ๘ นายมาหา ได้ให้เงินท้าวศรีสุวรรณ ๑ ชั่ง ๑๐ ตำลึง อายาโถชั่ง ๑ นอกนั้น ๑๓ คน ท้าวเพี้ยคนละ ๓ ตำลึง ไพร่ ๒ ตำลึง ได้บอกยอมให้ครัวที่ลงมาทางเมืองพิชัยกับได้ให้ตราภูษณาภรณ์พระนรินทร ๑ หลวงเขตานุรักษ ๑ กลับมาได้เรียกพระยาศรีมาสั่งให้พระยามหาอำมาตย์ทำหนังสือถึงท้าวยะ ให้กรมนเรศกับกรมพิชิตไปทูลสมเด็จด้วยเรื่องความเจ้าพระยามหินทร นายเปียเอาจดหมายตอบท่านกรมท่าด้วยเรื่องความกรมท่ากับต้นร่างมาส่งท่านภูธราภัยตอบเรื่องเตลิกราฟ สั่งพระยามหามนตรีเรื่องจะไปบางปอิน

วันจันทร์ แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาราชโยธามาบอกว่าได้ตัวอ้ายรื่นที่ต้องซัดว่าเป็นผู้ร้ายมาถาม อ้ายรื่นไม่รับมีผู้ยัน ๔ ปาก ได้สั่งให้ผูกถามตามจารีตนครบาล กับได้สั่งฎีกา ๗-๘ ฉะบับ เปี่ยมภรรยาพระยาประมาณกับอิ่มบุตรีเอาหนังสือจมื่นประพาศมณเฑียรมอบทรัพย์มรดกให้กับอิ่มภรรยาและนายดิษ เนื่อง บุตร์ ลงชื่อจมื่นประพาศมณเฑียร และประทับตราสามดวงมาให้ดูว่าจมื่นประพาศมณเฑียรตายเสียแต่เวลาจวนรุ่งด้วยไม่สบายมาช้านานแล้ว ได้จดหมายลงในหนังสือนั้นใจความว่า จมื่นประพาศมณเฑียรจดหมายไว้นี้ไม่เป็นพินัยกรรมตามธรรมเนียม แต่ควรเชื่อว่าเป็นความประสงค์ของจมื่นประพาศมณเฑียรจริง ไม่เป็นหนังสือปลอมได้จดหมายเป็นพะยาน แล้วเข้าผนึกมอบให้อิ่มภรรยากับนายดิษ เนื่อง บุตร์จมื่นประพาศมณเฑียรรักษาไว้ หลังผนึกนั้นได้ให้จดหมายสั้นๆ ไว้ใจความเหมือนกัน ออกขุนนาง นายเปียนำหนังสือท่านกรมท่าส่งสำเนาหนังสือกงซุลเมืองบัตเตเวียว่าได้ส่งของเอกซหิบิเชนไปแล้ว กับหนังสือสิเกรตรีนิเทอแลนด์อินเดียตอบมาว่าได้ส่งหนังสือกับหนังสือไปรเวตที่เรามีไปถึงเกาวนาเยนราล ๆ ได้รับแล้วแต่เห็นว่าจะไม่มีอำนาจที่จะว่ากงซุลได้ กับนิวแมนมีหนังสือมาว่ากงซุลให้เอาสมุดมาให้จะขอมาหาเวลาพรุ่งนี้ บ่าย ๔ โมงได้สั่งนายเปียให้บอกท่านกรมท่าให้นัดนิวแมนมาพรุ่งนี้ กับให้เบิกเงินให้ค่าส่งของเขาเสีย พระยาพิพัฒนำจดหมายของท่านกรมท่า ขอหลวงภิรมย์กองส่วยวังหน้าเป็นเจ้าเมืองประจันตคิรีเขตต์ นายเก๊าเป็นพระขลุงบุรีศรีมหาสมุท พระยาศรีอ่านบอกหลวงสุริยามาตย์ฉะบับหนึ่ง ศุภอักษรเจ้าอินทรวิชยานนท์ฉะบับหนึ่ง ว่าได้แต่งคนขึ้นไปสืบราชการได้ความว่าเจ้าอังวะตั้งให้พระยาจันชมภูนรเป็นเจ้าเมืองเชียงแสน พระยาจันทรมีหนังสือมาถึงเมืองเชียงใหม่เป็นทางไมตรี ได้สั่งให้ตอบขึ้นไปให้พระยาเทพประชุนจัดการพูดจาตามท้องตราเดิม พระยาโคราชมาหาวันนี้ ได้ข่าวว่าด้วยราชการเมืองนครราชสิมาและอื่น พระยาโคราชยื่นบาญชีเลขเมืองนครราชสิมา (มีจดหมายอยู่หน้าสมุดให้ดูที่โน้นเถิด) พระนรินทรอ่านบอกเมืองหลังสวนขอตั้งพระครู กับวันนี้ได้รับหนังสือคอลอแนลแอนซันตอบความที่ขอบใจเรื่องช่วยเมืองตะวันตก กับได้มีหนังสือตอบมิศเตออีเดนเลบตแนลเกาวนาเบงคอลฉะบับหนึ่ง เซอแอนดรูกลากฉะบับหนึ่ง

วันอังคาร แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ได้สั่งฎีกา ๖-๗ ฉะบับ คุณแพมาถึงบอกว่าเจ้าคุณมาถึงแล้วสั่งให้เชิญท่านมาหาพรุ่งนี้ กับมิศนอกซ์มีหนังสือมาว่าคอเวอนแมนต์อินเดียส่งโคมาให้ ๔ โค กับม้าอัสดรคือ Mule ๔ ตัว ได้สั่งให้คุณแพบอกให้เจ้าคุณไปไว้ราชบุรี บิวแมนมาหาเวลาบ่ายเอาสมุดน้ำเงินคอเรศปอนเดนเล่ม ๑ คอนฟเรนเล่ม ๑ เรื่องเมืองเตอรกี และพูดถึงถนนและเรื่องเตลิกราฟปากน้ำแล้วจดหมายขอบใจฉะบับหนึ่ง คุณสุรวงศ์จดหมายส่งหนังสือเสมอใจฉะบับหนึ่ง เจ้าหมื่นไวย ๒ ฉะบับ ว่าด้วยการเมืองภูเก็ต กับพระนรินทรอ่านบอกเสมอใจเหมือนกับที่บอกมาเป็นไปรเวตนั้นฉะบับหนึ่ง เสมอใจกับเจ้าหมื่นไวยบอกเข้าชื่อกันมาว่าด้วยการเมืองภูเก็ตที่ได้จัดไปนั้น อีกฉะบับหนึ่งว่าจีนทำดินปืนที่แขวงกรบี่ปกาไสยปากลาว กับเสมอใจบอกเรื่องเมืองระนองฉะบับหนึ่ง กับบอกพระนายไวยเป็นไปรเวตถึงคุณสุรวงศ์ ๒ ฉะบับ ความต้องกันกับที่มีมา กับสำเนาหนังสือที่พวกจีนมีมาเตือนสติท่านข้าหลวงฉะบับหนึ่ง กับหลวงโกชาอิสหากมาบอกด้วยเรื่องที่เมืองภูเก็ตกับสำเนาหนังสือสัญญาที่ให้จีนทำ ๔ ข้อ ได้จดหมายสั่งให้พระยามหามนตรีจัดทหาร ๒๐๐ คนออกไปรักษาเมืองภูเก็ต กับให้เอาเข้าไปเป็นสะเบียงที่เมืองภูเก็ตด้วย ท่านกรมท่าให้นายเปียเอาสำเนาหนังสือกงซุลอเมริกันมีตอบมาด้วยเรื่องสุราฉะบับหนึ่ง กับคัดสำเนาคำประกาศของกงซุลมาให้ด้วย อีกฉะบับหนึ่งเป็นรายรวมเงินภาษีเข้า ได้ส่งคำอนุญาตความในกรมท่าฉะบับหนึ่ง กับจดหมายไปขอให้กะเงินเดือนมาด้วยฉะบับหนึ่ง พระยาศรีอ่านบอกเมืองนครเสียมราฐว่า มีพวกขบถอีกพวกหนึ่งกำเริบขึ้น กับว่าบอกมาแต่ก่อนยังไม่ได้ตอบหลายเรื่องฉะบับหนึ่ง ว่าพวกวัดถาที่หนีมาจำไว้นานแล้วจะให้ทำอย่างไร กับว่าปลัดเมืองเซลำเภาจะเข้ามากรุงเทพฯ ได้สั่งให้ตอบไปกับได้สัญญาบัตร์หลวงสโมสรเป็นพระยานครเขื่อนขันธ์ ๑ หลวงภิรมย์เป็นพระประจันตคิรีเขตร ๑ นายเก๊าเป็นพระขลุง ๑ กับเจ้าเมือง ๑ ปลัด ๑ เมืองแก่นท้าวกับเจ้าเมืองชัยภูมิ ๑ กรมนเรศยื่นคำปรึกษาเรื่องเตลิกราฟ กับได้รับรูปเซอแอนดรูกลากกับเลดีกลากที่ตัวเขาฝากมาให้ทั้ง ๒ รูป กับได้จดหมายให้มิศเตออาลบาศเตอเอาแผนที่ปากน้ำมาให้ดู กับได้ให้เงินทำขวัญนายทองเฮงลูกหลวงโกษากรวิจารณ์โกนจุก ๕ ตำลึง

วันพุธ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

คุณสุรวงศ์จดหมายมาฉะบับหนึ่ง ส่งเรื่องความนายสังข์ฟ้องณศาลหลวงกล่าวโทษนายสวัสดิ์ภักดีนายเวรกรมพระตำรวจในซ้าย ประทับตราศาลอาญานอก ได้คัดฟ้องฉะบับหนึ่ง กับลูกขุนปรึกษาฉะบับหนึ่ง คำสั่งฟ้องฉะบับหนึ่ง คำสั่งเจ้าพระยาสุรวงศ์ให้หลวงวิจารณ์อาวุธเป็นตระลาการฉะบับหนึ่ง คำนายสวัสดิ์ภักดีแจ้งความฉะบับหนึ่ง ได้ส่งให้กรมพิชิตกับพระยาอนุชิตตรวจสอบดูกับกฎหมาย พระยาเจริญราชไมตรีนำเอาคำคัดขออนุญาตความของพระยาราชเข้ามาส่ง พระยาอัษฎงค์มีหนังสือเข้ามาฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเตอรกีกับรุสเซียรบและคอลอแนลแอนซันหาตัวไปปรึกษาที่จะตั้งกงซุลจีนที่สิงคโปร์ ยังไม่ได้ทำกงเต๊กให้มารดาก็ยังไม่ได้ไปปรึกษา กับว่าการเมืองภูเก็ตยังไม่เรียบร้อย ได้จดหมายตอบฉะบับหนึ่ง ขอให้สืบเรื่องกงซุลจีนมาให้รู้ เจ้าคุณมาได้พูดถึงเรื่องเตลิกราฟท่านขอให้แต่งคนออกไปเมืองไซ่ง่อนเรื่องจิ้นก้องเมืองจีนเรื่องเมืองตะวันตก เรื่องความเจ้าพระยามหินทร เรื่องความป่าไม้เมืองเชียงใหม่ ที่จะมีหนังสือถึงคอมมิชันเนอเมืองร่างกุ้งและอินเดีย เรื่องประกาศห้ามตกเข้า สมเด็จกรมพระจดหมายลาไปกรุงเก่าและถามด้วยเจ้าจำนวนภาษีปลาสด ได้สั่งให้หลวงสวัสดิ์โกษาเป็นเจ้าจำนวน ท่านกลางว่าด้วยเงินค้างจะขอเอากับเจ้าจำนวนผู้ใหญ่ยังไม่ได้ตอบ ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกพระพิทักษ์อุทัยเขตร์ฟ้องปลัดเมืองอุทัย พระพิเรนทรเอาคำลูกขุนปรึกษาฆ่ากันตายมาให้ดูรายหนึ่ง ได้สั่งทำโทษแล้ว กับเจ้าพระยายมราชจดหมายมาขอถวายวัดเกาะแก้วเมืองลพบุรีเป็นหลวง พระยาราชรองเมืองนำฎีกาโนรีลูกหันแกรเรื่องความมรดกของพ่อกล่าวโทษพระยาเจริญ ได้สั่งให้กรมพิชิตเรียกความเดิมและคำตัดสินมาดู เจ้านิลได้จดหมายมาเตือนที่บ้าน กับวันนี้เขียนหนังสือตอบเซอแอนดูรูกลากฉะบับหนึ่งที่ได้รับรูป กับตอบถึงกอลอแนลแอนซันซึ่งมาเป็นแอดมินิศเตรเตออยู่ที่สิงคโปร์ฉะบับหนึ่ง

วันพฤหัสบดีแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ท่านกรมท่ามาหาพูดกันด้วยเรื่องที่จะทำหนังสือไปนอกต่าง ๆ พระยารัตนโกษาเอาบาญแผนกหวยมาให้ ได้สั่งให้ตั้งจีนฟุ้งไป กรมขุนบดินทรมาว่าด้วยเรื่องความหม่อมราชวงศ์นิลจำนำที่และเมียหม่อมเจ้าเจริญฟ้องหย่า ความหม่อมเจ้าเจริญนั้น ได้สั่งให้ชำระ แต่ความหม่อมราชวงศ์นิลนั้น ขอผัดไปบางปอิน วันนี้ปิดทองอิฐฤกษ์วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ พระยามหามนตรีเอาจำนวนทหารที่จะไปเมืองภูเก็ตมายื่น คุณสุรวงศ์มาหาปรึกษาด้วยเรื่องการเมืองตะวันตก และเรื่องก้องเมืองจีนเธอเห็นว่าควรจะไป ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองสวรรคโลก ว่าต้องซู่ฆ่ากันตายได้ตัวบ้างหลบหนีไปเสียคนหนึ่ง มีคนไทยเป็นพวกอยู่ด้วยคนหนึ่ง ถามรับเป็นสัตย์ได้สั่งให้ส่งตัวลงไปที่กงซุล กับว่าคนที่ใช้ธงต่างประเทศขายเหล้าในเมืองสวรรคโลกนั้นไม่มี เมืองสระบุรีบอกว่าต้องซู่คุมกระบือลงมาแต่เมืองชัยภูมิไม่มีฎีกาพิมพ์สำหรับตัวโคกระบือ มีแต่หนังสือเส้นดินสอมาฉะบับหนึ่ง หนังสือเดินทางสำหรับตัวต้องซู่ก็ไม่มี มีแต่หนังสือเสมียนตรากรมท่าให้จีนคนยื่นไปค้าขายเมืองจันทบุรีฉะบับหนึ่ง วันนี้ท่านภูธราภัยมาหาพร้อมกับขุนนางด้วย ได้สั่งให้ชำระเมืองชัยภูมิและให้พูดชี้แจงความเรื่องนี้กับกงซุลอังกฤษ เพราะต้องซู่หาความอยู่ว่าเมื่อกรมการจับตัวมานั้นกระบือหาย ๔ ตัว กับได้เขียนคำสั่งในบานแผนกให้ตั้งจีนก๊งเป็นเจ้าภาษีเรือ โรงร้าน เจ้าพระยามหินทรจดหมายมา ๒ ฉะบับ ฉะบับหนึ่งถามว่าจะให้จ่ายเลขทำวิหารพระศาสดากี่มากน้อย ได้สั่งพระยาศรีกาฬสมุดให้จ่ายแต่พอทำนั่งร้านแล้ว อีกฉะบับหนึ่งว่าด้วยที่ข้าพระซึ่งหลวงพสุธารพิทักษ์ฟ้องศาลหลวง ได้สั่งให้กรมพิชิตเรียกฟ้องและพระยารองเมืองมาสอบถาม คุณสุรวงศ์จดหมายส่งสำเนาหนังสือพระยาปลัดเมืองโคราชบอกจำนวนเลขเมืองโคราชและจำนวนเลขด้วยฉะบับหนึ่ง ได้สั่งท่านภูธราภัยให้ปรึกษากะคนที่จะทำทางเมืองโคราชกับคุณสุรวงศ์ พระนรินทรพานายสรเลบเตอแนลกับทหารและออฟฟิซเซอ ๒๐๐ เศษ ซึ่งจะไปรักษาเมืองภูเก็ตและเอาร่างตราตอบพระนายไวยพระนายเสมอใจมาให้ดู กับหนังสือไปรเวตถึงพระนายไวยอีกฉะบับหนึ่ง กรมพิชิตกับพระยาอนุชิตเรียกความเห็นเรื่องความนายสังข์มาให้ฉะบับหนึ่ง คงได้ความว่านายสวัสดิ์ภักดียื่นเรื่องราวต่อเจ้าสุวรรณพระวุฒิการบดีกล่าวโทษเจ้าอธิการรอดวัดโคนอนว่าขัดทาสไว้แล้วนายสวัสดิ์ภักดีมาร้องฎีกากล่าวโทษเจ้าสุวรรณพระวุฒิการว่าเพกเฉยเสีย ได้สั่งให้ยกข้ออุทรณ์เสีย ให้พระวุฒิการเกาะตัวเจ้าอธิการวัดโคนอนมาเร่งเอาตัวทาสให้ได้ เจ้าอธิการรอดส่งตัวพี่อ้ายสังข์มาเป็นจำนำ ตัวอ้ายสังข์หลบเสียถึงปีหนึ่งกับสองเดือนแล้วมาฟ้องศาลหลวงกล่าวโทษหมื่นชาญณรงค์ว่าทำสารกรมธรรม์ฉ้อกล่าวโทษนายสวัสดิ์ว่าข่มเหงเกาะเอาพี่สาวมาไว้ ลูกขุนปรึกษาสั่งฟ้องว่าโจทย์ไม่รู้จักจำเลยให้ตระลาการสืบผู้ประทับตราศาลอาญานอก ตระลาการสืบได้ความว่านายสวัสดิ์ภักดีเป็นนายเวรกรมพระตำรวจในซ้าย ความเรื่องเดียวกันกับที่นายสวัสดิ์ภักดีได้ฎีกาไว้แล้ว ได้จดหมายสั่งถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าอ้ายสังข์มีความผิดที่ได้สั่งให้พระวุฒิการบดีเร่งเอาตัวไปชำระเป็นความรับสั่ง อ้ายสังข์ขัดเสียไม่ไปถึงปีหนึ่งกับสองเดือนเป็นข้อขัดศาลรับสั่ง อีกประการหนึ่งอ้ายสังข์ไม่ไปแก้ความ แล้วกลับมาฟ้องนายสวัสดิ์ภักดีในเรื่องเดียวกันดังนี้ ก็มีความผิดต้องด้วยกฎหมายลักษณรับฟ้อง อีกประการหนึ่งนายสวัสดิ์ภักดีมียศเป็นนายเวรกรมพระตำรวจ อ้ายสังข์บังอาจตัดสร้อยชื่อเรียกแต่นายสวัสดิ์ก็มีความผิดต้องด้วยกฎหมายอีกข้อหนึ่งนั้น ให้เฆี่ยนอ้ายสังข์ ๓๐ ทีแล้วให้ยกฟ้องเสีย ส่งตัวไปให้กรมพระธรรมการชำระตามความรับสั่ง ก้บให้ส่งตราตั้งมิศเตอนิวบรอนเนอเป็นกงซุลเมืองปีนังฉะบับหนึ่ง ให้จดหมายไปรเวตถึงพระนายไวยฉะบับหนึ่ง เสมอใจฉะบับหนึ่ง

วันศุกร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๒ โมงเศษมีเจ้านายมาคอยส่ง คือ พระองค์บุตร พระองค์จามรี และพี่นางน้องนางมีท่านใหญ่เป็นต้น หยุดพูดอยู่หน่อยหนึ่งแล้วมาที่ตำหนักแพ สมเด็จเจ้าพระยา คุณสุรวงศ์ กับขุนนางผู้น้อยอื่นๆ มาส่งอีกหลายคน ได้พูดกับเจ้าคุณและคุณสุรวงศ์ด้วยราชการต่างๆ เรื่องเดียวกันกับที่พูดเมื่อวานซืนนี้ ได้ส่งคำตัดสินเรื่องความอ้ายสังข์กับหนังสือไปรเวตถึงพระนายไวยด้วยฉะบับหนึ่ง พระยานครเขื่อนขันธพระอิศราลาไปเมืองแล้ว ไปพูดกับเจ้าคุณกลางหน่อยหนึ่ง คุณสุรวงศ์เอาเรือตับไฟซึ่งเราสั่งมิศเตอแรมซีมาถึงแล้วให้ทำที่อู่นั้นมาให้ดู ให้ลองใช้เครื่องจักรสูบน้ำสูบเดียวทีหนึ่งสองสูบทีหนึ่งเห็นจะใช้ได้ ได้สั่งให้พระอินทรเทพรับรักษาแล้วไปลงเรือโสภณ ได้ออกเรือ ๓ โมงเช้ามาถึงวัดปากอ่าวขึ้นดูการวัด มีพระยาอัคคี พระยาจินดา พระยานนท์ หลวงรามัญ หลวงยกรบัตรมาคอยรับ พระยานนท์หลวงรามัญมีของกำนัลมาให้ด้วย แล้วออกจากวัดปากอ่าวมาถึงบางปอินเวลาบ่ายโมงเศษ เวลาเย็นลงเรือขะนูพายไปตามลำคลองข้างเหนือขึ้นที่บ้านยายศรีวิไลยแล้วกลับมาพายต่อไปคลองข้างใต้กลับมาลอดตะพานในสระ ไปขึ้นที่ศาลเจ้าบูชาเจ้าแล้วเดินข้ามฟากมา หลวงรัตนายัปติเอาเรือแหวด ๒ แจวมีเก๋งและบอกอย่างเอกมาให้ลำหนึ่ง ได้ลงเรือลำนี้ข้ามฟากไปขึ้นที่เกาะนอกเดินไปดูที่วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ แล้วขึ้นเสลี่ยงกลับมาลงเรือใบลำใหม่ที่ได้ให้ชื่อ “ลักษยุมมี” แล่นตามลมขึ้นไปถึงหัวเกาะแล้วก้าวกลับลงมาแล่นขึ้นทางท้ายเกาะกลับมาถึงท่าเวลายามหนึ่ง กินเข้าตามเคยพร้อมด้วยเจ้านาย วันนี้เป็นวันต้นประโปสที่จะทำโคลงต่าง ๆ

วันเสาร์ แรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้ากินเข้าบนพระที่นั่งชั้นบน แล้วออกมาท้องพระโรง ให้กรมหมื่นภูธเรศร่างหมายถึงอธิบดีความต่าง ๆ ให้มารับคำปรึกษาที่ลูกขุน และจดหมายถึงกรมขุนบดินทรให้ตัดสินความหม่อมราชวงศ์นิลเสียใหม่ กับจดหมายถึงเจ้าพระยามหินทรให้ร่างหมายจำหน่ายเลขสม และให้ปรึกษาสมเด็จเจ้าพระยาเสียด้วย ได้ส่งร่างหมายเดิมกลับลงไปกับหนังสือด้วย เวลาเย็นลงขะนูพายลงไปตามคลองข้างใต้ แล้วแล่นใบกลับขึ้นไปทางคลองข้างเหนือ ขึ้นที่บ้านยายศรีวิไลย แล้วลงเรือลักษยุมมีที่สะพานแล่นตามลมขึ้นไปถึงหัวเกาะแล่นก้าวกลับมาถึงท้ายเกาะ กลับมาจอดที่สะพานเวลา ๒ ทุ่ม

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ