กาพย์เรื่องพระไชยสุริยา

ยานี ๑๑

๏ สาธุสะจะขอไหว้ พระศรีไตรสะระณา
พ่อแม่แลครูบา เทวะดาในราศี
๏ ข้าเจ้าเอา ก ข เข้ามาต่อ ก กา มี
แก้ไขในเท่านี้ ดีมิดีอย่าตรีชา
๏ จะร่ำคำต่อไป พอล่อใจกุมารา
ธระณีมีราชา เจ้าภาราสาวะถี
๏ ชื่อพระไชยสุริยา มีสุดามะเหสี
ชื่อว่าสุมาลี อยู่บูรีไม่มีภัย
๏ ข้าเฝ้าเหล่าเสนา มีกิริยาอะฌาศรัย
พ่อค้ามาแต่ไกล ได้อาศัยในภารา
๏ ไพร่ฟ้าประชาชี ชาวบูรีก็ปรีดา
ทำไร่เขาไถนา ได้ข้าวปลาแลสาลี
๏ อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า ก็หาเยาวะนารี
ที่หน้าตาดีดี ทำมะโหรีที่เคหา
๏ ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา
หาได้ให้ภริยา โลโภพาให้บ้าใจ
๏ ไม่จำคำพระเจ้า เหไปเข้าภาษาไสย
ถือดีมีข้าไทย ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา
๏ คะดีที่มีคู่ คือไก่หมูเจ้าสุภา
ใครเอาข้าวปลามา ให้สุภาก็ว่าดี
๏ ที่แพ้แก้ชนะ ไม่ถือพระประเวณี
ขี้ฉ้อก็ได้ดี ไล่ด่าตีมีอาญา
๏ ที่ซื่อถือพระเจ้า ว่าโง่เง่าเต่าปูปลา
ผู้เฒ่าเหล่าเมธา ว่าใบ้บ้าสาระยำ
๏ ภิกษุสะมะณะ เล่าก็ละพระสะธรรม
คาถาว่าลำนำ ไปเร่ร่ำทำเฉโก
๏ ไม่จำคำผู้ใหญ่ ศีรษะไม้ใจโยโส
ที่ดีมีอะโข ข้าขอโมทนาไป
๏ ภาราสาวะถี ใครไม่มีปราณีใคร
ดุดื้อถือแต่ใจ ที่ใครได้ใส่เอาพอ
๏ ผู้ที่มีฝีมือ ทำดุดื้อไม่ซื้อขอ
ไล่คว้าผ้าที่คอ อะไรล่อก็เอาไป
๏ ข้าเฝ้าเหล่าเสนา มิได้ว่าหมู่ข้าไท
ถือน้ำร่ำเข้าไป แต่น้ำใจไม่นำพา
๏ หาได้ใครหาเอา ไพร่ฟ้าเศร้าเปล่าอุรา
ผู้ที่มีอาญา ไล่ตีด่าไม่ปราณี
๏ ผีป่ามากระทำ มะระณะกรรมชาวบูรี
น้ำป่าเข้าธานี ก็ไม่มีที่อาศัย
๏ ข้าเฝ้าเหล่าเสนา หนีไปหาภาราไกล
ชีบาล่าลี้ไป ไม่มีใครในธานี

ฉะบัง ๑๖

๏ พระไชยสุริยาภูมี พาพระมะเหสี
มาที่ในลำสำเภา
๏ ข้าวปลาหาไปไม่เบา นารีที่เยาว์
ก็เอาไปในเภตรา
๏ เฒ่าแก่ชาวแม่แซ่มา เสนีเสนา
ก็มาในลำสำเภา
๏ ตีม้าล่อช่อใบใส่เสา วายุพยุเพลา
สำเภาก็ใช้ใบไป
๏ เภตรามาในน้ำไหล ค่ำเช้าเปล่าใจ
ที่ในมหาวารี
๏ พะสุธาอาศัยไม่มี ราชานารี
อยู่ที่พระแกลแลดู
๏ ปลากะโห้โลมาราหู เหราปลาทู
มีอยู่ในน้ำคล่ำไป
๏ ราชาว้าเหว่หฤทัย วายุพาคลาไคล
มาในทะเลเอกา
๏ แลไปไม่ปะพะสุธา เปล่าใจนัยนา
โพล้เพล้เวลาราตรี
๏ ราชาว่าแก่เสนี ใครรู้คะดี
วารีนี้เท่าใดนา
๏ ข้าเฝ้าเล่าแก่ราชา ว่าพระมหา
วารีนี้ไซร้ใหญ่โต
๏ ไหลมาแต่ในคอโค แผ่ไปใหญ่โต
มะโหฬาล้ำน้ำไหล
๏ บาฬีมิได้แก้ไข ข้าพเจ้าเข้าใจ
ผู้ใหญ่ผู้เฒ่าเล่ามา
๏ ว่ามีพระยาสกุณา ใหญ่โตมะโหฬา
กายาเท่าเขาคีรี
๏ ชื่อว่าพระยาสัมภาที ใครรู้คะดี
วารีนี้โตเท่าใด
๏ โยโสโผผาถาไป พอพระสุริย์ใส
จะใกล้โพล้เพล้เวลา
๏ แลไปไม่ปะพสุธา ย่อท้อรอรา
ชีวาก็จะประไลย
๏ พอปลามาในน้ำไหล สกุณาถาไป
อาศัยที่ศีรษะปลา
๏ ฉะแง้แลไปไกลตา จำของ้อปลา
ว่าขอษะมาอะภัย
๏ วารีที่เราจะไป ใกล้หรือว่าไกล
ข้าไหว้จะขอมรคา
๏ ปลาว่าข้าเจ้าเยาวะภา มิได้ไปมา
อาศัยอยู่ต่อธรณี
๏ สกุณาอาลัยชีวี ลาปลาจรลี
สู่ที่ภูผาอาศัย
๏ ข้าเฝ้าเล่าแก่ภูวไนย พระเจ้าเข้าใจ
ฤทัยว้าเหว่เอกา
๏ จำไปในทะเลเวรา พยุใหญ่มา
เภตราก็เหเซไป
๏ สมอก็เกาเสาใบ ทะลุปรุไป
น้ำไหลเข้าลำสำเภา
๏ ผีน้ำซ้ำไต่ใบเสา เจ้ากรรมซ้ำเอา
สำเภาระยำคว่ำไป
๏ ราชาคว้ามืออรไท เอาผ้าสะไบ
ต่อไว้ไม่ไกลกายา
๏ เถ้าแก่ชาวแม่เสนา น้ำเข้าหูตา
จระเข้เหราคร่าไป
๏ ราชานารีร่ำไร มีกรรมจำใจ
จำไปพอปะพะสุธา
๏ มีไม้ไทรใหญ่ใบหนา เข้าไปไสยา
เวลาพอค่ำรำไร

สุรางคะนางค์ ๒๘

๏ ขึ้นใหม่ใน กน
ก กา ว่าปน ระคนกันไป
เอ็นดูภูธร มานอนในไพร
มณฑลต้นไทร แทนไพชยนต์สถาน
๏ ส่วนสุมาลี
วันทาสามี เทวีอยู่งาน
เฝ้าอยู่ดูแล เหมือนแต่ก่อนกาล
ให้พระภูบาล สำราญวิญญาณ์
๏ พระชวนนวลนอน
เข็ญใจไม้ขอน เหมือนหมอนแม่นา
ภูธรสอนมนต์ ให้บ่นภาวนา
เย็นค่ำร่ำว่า กันป่าภัยพาล
๏ วันนั้นจันทร
มีดารากร เป็นบริวาร
เห็นสิ้นดินฟ้า ในป่าท่าธาร
มาลีคลี่บาน ใบก้านอรชร
๏ เย็นฉ่ำน้ำฟ้า
ชื่นชะผะกา วายุพาขจร
สาระพันจันทน์อิน รื่นกลิ่นเกสร
แตนต่อคล้อร่อน ว้าว่อนเวียนระวัน
๏ จันทราคลาเคลื่อน
กระเวนไพรไก่เถื่อน เตือนเพื่อนขานขัน
ปู่เจ้าเขาเขิน กู่เกริ่นหากัน
สินธุพุลั่น ครื้นครั่นหวั่นไหว
๏ พระฟื้นตื่นนอน
ไกลพระนคร สะท้อนถอนฤทัย
เช้าตรู่สุริยน ขึ้นพ้นเมรุไกร
มีกรรมจำไป ในป่าอารัญ

ฉะบัง ๑๖

๏ ขึ้นกงจงจำสำคัญ ทั้งกนปนกัน
รำพันมิ่งไม้ในดง
๏ ไกรกร่างยางยูงสูงระหง ตลิงปลิงปริงประยงค์
คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง
๏ มะม่วงพวงพลองช้องนาง หล่นเกลื่อนเถื่อนทาง
กินพลางเดินพลางหว่างเนิน
๏ เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ
พระแสงสำอางข้างเคียง
๏ เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียง เริงร้องก้องเสียง
สำเนียงน่าฟังวังเวง
๏ กลางไพรไก่ขันบรรเลง ฟังเสียงเพียงเพลง
ซอเจ้งจำเรียงเวียงวัง
๏ ยูงทองร้องกะโต้งโห่งดัง เพียงฆ้องกลองระฆัง
แตรสังข์กังสะดานขานเสียง
๏ กะลิงกะลางนางนวลนอนเรียง พระยาลอคลอเคียง
แอ่นเอี้ยงอีโก้งโทงเทง
๏ ค้อนทองเสียงร้องป๋องเป๋ง เพลินฟังวังเวง
อีเก้งเริงร้องลองเชิง
๏ ฝูงละมั่งฝังดินกินเพลิง ค่างแข็งแรงเริง
ยืนเบิ่งบึ้งหน้าตาโพลง
๏ ป่าสูงยูงยางช้างโขลง อึงคะนึงผึงโผง
โยงกันเล่นน้ำคล่ำไป

ยานี ๑๑

๏ ขึ้นกกตกทุกข์ยาก แสนลำบากจากเวียงไชย
มันเผือกเลือกเผาไฟ กินผลไม้ได้เป็นแรง
๏ รอนรอนอ่อนอัสดง พระสุริยงเย็นยอแสง
ช่วงดังน้ำครั่งแดง แฝงเมฆเขาเงาเมรุธร
๏ ลิงค่างครางโครกครอก ฝูงจิ้งจอกออกเห่าหอน
ชะนีวิเวกวอน นกหกร่อนนอนรังเรียง
๏ ลูกนกยกปีกป้อง อ้าปากร้องซ้องแซ่เสียง
แม่นกปกปีกเคียง เลี้ยงลูกอ่อนป้อนอาหาร
๏ ภูธรนอนเนินเขา เคียงคลึงเคล้าเยาวมาลย์
ตกยากจากศฤงคาร สงสารน้องหมองพักตรา
๏ ยากเย็นเห็นหน้าเจ้า สร่างโศกเศร้าเจ้าพี่อา
อยู่วังดังจันทรา มาหม่นหมองละอองนวล
๏ เพื่อนทุกข์สุขโศกเศร้า จะรักเจ้าเฝ้าสงวน
มิ่งขวัญอย่ารัญจวน นวลพักตร์น้องจะหมองศรี
๏ ชวนชื่นกลืนกล้ำกลิ่น มิรู้สิ้นกลิ่นมาลี
คลึงเคล้าเย้ายวนยี ที่ทุกข์ร้อนหย่อนเย็นทรวง

ยานี ๑๑

๏ ขึ้นกดบทอัศจรรย์ เสียงครื้นครั่นชั้นเขาหลวง
นกหกตกรังรวง สัตว์ทั้งปวงง่วงงุนโงง
๏ แดนดินถิ่นมนุษย์ เสียงดังดุจพระเพลิงโพลง
ตึกกว้านบ้านเรือนโรง โคลงคลอนเคลื่อนเขยื้อนโยน
๏ บ้านช่องคลองเล็กใหญ่ บ้างตื่นไฟตกใจโจน
ปลุกเพื่อนเตือนตะโกน ลุกโลดโผนโดนกันเอง
๏ พิณพาทย์ระนาดฆ้อง ตะโพนกลองร้องเป็นเพลง
ระฆังดังวังเวง โหง่งหง่างเหง่งเก่งก่างดัง
๏ ขุนนางต่างลุกวิ่ง ท่านผู้หญิงวิ่งยุดหลัง
พัลวันดันตึงตัง พลั้งพลัดตกหกคะเมน
๏ พระสงฆ์ลงจากกุฏิ์ วิ่งอุดตลุตฉุดมือเณร
หลวงชีหนีหลวงเถร ลงโคลนเลนเผ่นผาดโผน
๏ พวกวัดพลัดเข้าบ้าน ล้านต่อล้านซานเซโดน
ต้นไม้ไกวเอนโอน ลิงค่างโจนโผนหกหัน
๏ พวกผีที่ปั้นลูก ติดจมูกลูกตาพลัน
ขิกขิกระริกกัน ปั้นไม่ทันมันเดือดใจ
๏ สององค์ทรงสังวาส โลกธาตุหวาดหวั่นไหว
ตื่นนอนอ่อนอกใจ เดินไม่ได้ให้อาดูร

ยานี ๑๑

๏ ขึ้นกบจบแม่กด พระดาบสบูชากูณฑ์
ผาสุกรุกขมูล พูนสวัสดิ์สัตถาวร
๏ ระงับหลับเนตรนิ่ง เององค์อิงพิงสิงขร
เหมือนกับหลับสนิทนอน สังวรศีลอภิญญาณ
๏ บำเพ็งเล็งเห็นจบ พื้นพิภพจบจักระวาฬ
สวรรค์ชั้นวิมาน ท่านเห็นแจ้งแหล่งโลกา
๏ เข้าฌานนานนับเดือน ไม่เขยื้อนเคลื่อนกายา
จำศีลกินวาตา เป็นผาสุกทุกเดือนปี
๏ วันนั้นครั้นดินไหว เกิดเหตุใหญ่ในปะถะพี
เล็งดูรู้คะดี กาลกิณีสี่ประการ
๏ ประกอบชอบเป็นผิด กลับจริตผิดโบราณ
สามัญอันธพาล ผลาญคนซื่อถือสัตย์ธรรม์
๏ ลูกศิษย์คิดล้างครู ลูกไม่รู้คุณพ่อมัน
ส่อเสียดเบียดเบียนกัน ลอบฆ่าฟันคือตัณหา
๏ โลภลาภบาปบ่คิด โจทก์จับผิดริษยา
อุระพะสุธา ป่วนเป็นบ้าฟ้าบดบัง
๏ บรรดาสามัญสัตว์ เกิดวิบัติปัตติปาปัง
ไตรยุคทุกขะตะรัง สังวัจฉะระอะวะสาน

ฉะบัง ๑๖

๏ ขึ้นกมสมเด็จจอมอารย์ เอ็นดูภูบาล
ผู้ผ่านภาราสาวะถี
๏ ซื่อตรงหลงเล่ห์เสนี กลอกกลับอัปรีย์
บูรีจึงล่มจมไป
๏ ประโยชน์จะโปรดภูวไนย นิ่งนั่งตั้งใจ
เลื่อมใสสำเร็จเมตตา
๏ เปล่งเสียงเพียงพิณอินทรา บอกข้อมรณา
คงมาวันหนึ่งถึงตน
๏ เบียนเบียดเสียดส่อฉ้อฉล บาปกรรมนำตน
ไปทนทุกข์นับกัปกัลป์
๏ เมตตากรุณาสามัญ จะได้ไปสวรรค์
เป็นสุขทุกวันหรรษา
๏ สมบัติสัตว์มนุษย์ครุฑา กลอกกลับอัปรา
เทวาสมบัติชัชวาล
๏ สุขเกษมเปรมปรีวิมาน อิ่มหนำสำราญ
ศฤงคารห้อมล้อมพร้อมเพรียง
๏ กระจับปี่สีซอท่อเสียง ขับรำจำเรียง
สำเนียงนางฟ้าน่าฟัง
๏ เดชะพระกุศลหนหลัง สิ่งใดใจหวัง
ได้ดังมุ่งมาดปรารถนา
๏ จริงนะประสกสีกา สวดมนต์ภาวนา
เบื้องหน้าจะได้ไปสวรรค์
๏ จบเทศน์เสร็จคำรำพัน พระองค์ทรงธรรม์
ดันดั้นเมฆาคลาไคล

ฉะบัง ๑๖

๏ ขึ้นเกยเลยกล่าวท้าวไท ฟังธรรมน้ำใจ
เลื่อมใสศรัทธากล้าหาญ
๏ เห็นภัยในขันธสันดาน ตัดห่วงบ่วงมาร
สำราญสำเร็จเมตตา
๏ สององค์ทรงหนังพยัคฆา จัดจีบกลีบชะฎา
รักษาศีลถือฤๅษี
๏ เช้าค่ำทำกิจพิธี กองกูณฑ์อัคคี
เป็นที่บูชาถาวร
๏ ปะถะพีเป็นที่บรรจ์ฐรณ์ เอนองค์ลงนอน
เหนือขอนเขนยเกยเศียร
๏ ค่ำเช้าเอากราดกวาดเตียน เหนื่อยยากพากเพียร
เรียนธรรมบำเพ็งเคร่งครัน
๏ สำเร็จเสร็จได้ไปสวรรค์ เสวยสุขทุกวัน
นานนับกัปกัลป์พุทธันดร
๏ ภุมราการุญสุนทร ไว้หวังสั่งสอน
เด็กอ่อนอันเยาว์เล่าเรียน
๏ ก ข ก กา ว่าเวียน หนูน้อยค่อยเพียร
อ่านเขียนผสมกมเกย
๏ ระวังตัวกลัวครูหนูเอ๋ย ไม้เรียวเจียวเหวย
กูเคยเข็ดหลาบขวาบเขวียว
๏ หันหวดปวดแสบแปลบเสียว หยิกซ้ำช้ำเขียว
อย่าเที่ยวเล่นหลงจงจำ
๏ บอกไว้ให้ทราบบาปกรรม เรียงเรียบเทียบทำ
แนะนำให้เจ้าเอาบุญ
๏ เดชะพระมหาการุญ ใครเห็นเป็นคุณ
แบ่งบุญให้เราเจ้าเอย ฯ.
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ