อธิบายเพลงยาวคุณพุ่ม

คุณพุ่มผู้แต่งเพลงยาวที่พิมพ์ในสมุดเล่มนี้ เปนธิดาของพระยาราชมนตรี (ภู่) ข้าหลวงเดิมในพระบาทสมเด็จฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีเรื่องประวัติปรากฎมาว่าเดิมถวายตัวทำราชการฝ่ายใน ได้เปนตำแหน่งพนักงานพระแสง แต่ต่อมาไม่สบายทูลลากลับออกไปอยู่บ้านบิดาแต่ยังเปนสาว คุณพุ่มเห็นจะชอบแต่งกลอนมาก่อนแล้ว แต่มามีชื่อเสียงในการแต่งกลอนต่อเมื่อกลับออกมาอยู่นอกวัง ด้วยเมื่อรัชกาลที่ ๓ ชอบเล่นเพลงยาวแลดอกสร้อยสักรวากันแพร่หลาย คุณพุ่มอยู่แพที่น่าบ้านบิดาข้างเหนือท่าพระ มักมีเจ้านาย คือพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังดำรงพระยศเปนสมเด็จเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์เปนต้น แลข้าราชการที่สูงศักดิ์ เช่นสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เมื่อยังเปนหลวงนายสิทธิ์ แล้วเลื่อนเปนพระนายไวย ไปติดพันเล่นสักรวากับคุณพุ่มที่แพนั้นมิใคร่ขาด จนเรียกกันว่า “บุษบาท่าเรือจ้าง[๑]” เพราะจอดแพอยู่ใกล้ท่าเรือจ้างที่ท่าพระ แลมีเรื่องเกร็ดเล่ากันมาก็หลายอย่าง เช่นว่าครั้งหนึ่งคุณพุ่มเข้าแย่งเอาพระแสงดาบของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้เสียดังนี้เปนต้น แสดงว่าคุณพุ่มในสมัยนั้นเปนคนกล้าทั้งปากทั้งมือ ในข้อปากกล้านั้นยังมีคำอธิฐานคุณพุ่มแต่งปรากฎอยู่[๒] คือ.

คำอธิฐานของคุณพุ่ม

๑) “ขออย่าให้เปนคนชิดของเจ้าคุณผู้ใหญ่” คือคนชิดของเจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์เสนี) อธิบายว่าเพราะมักถูกเฆี่ยนหลังลายไม่เว้นตัว.

๒) “ขออย่าให้เปนคนใช้ของเจ้าพระยานคร” คือคนใช้ของเจ้าพระยานครน้อย อธิบายว่าเพราะถูกทำโทษนอกรีตต่างๆ ดังเช่นเรือช้าไป ให้ฝีพายถองเรือเปนต้น.

๓) “ขออย่าให้เปนคนต้มน้ำร้อนของพระยาศรี” คือคนต้มน้ำร้อนของพระยาศรีสหเทพ (เพ็ง) อธิบายว่าเพราะพระยาศรีฯ นั้นแขกไปหาไม่มีขาด จนคนต้มน้ำร้อนเลี้ยงแขกจะหาเวลาพักมิได้.

๔) “ขออย่าให้เปนมโหรีของพระยาโคราช” อธิบายว่าพระยานครราชสิมาครั้งนั้น อยากเล่นมโหรีให้เหมือนขุนนางผู้ใหญ่ที่ในกรุง ฯ มีแต่พวกข่าแลลาวเชลยก็เอามาหัดเปนมโหรีไปตามแกน.

๕) “ขออย่าให้เปนสวาดิของพระองค์ชุมสาย” คือมหาดเล็กตัวโปรดของกรมขุนราชสีหวิกรม อธิบายว่าถ้าชอบทรงใช้มหาดเล็กคนไหน คนนั้นมักถูกจำโซ่ตรวนในเวลาใช้ไม่ได้ดังพระหฤไทย.

๖) “ขออย่าให้เปนฝีพายของเจ้าฟ้าอาภรณ์” อธิบายว่าฝีพายเรือที่นั่งของเจ้าฟ้าอาภรณ์นั้น ต้องขานยาวถี่กว่าเรือลำไหนๆ หมด.

๗) “ขออย่าให้เปนลครของแม่น้อยบ้า” คือลครของน้อยธิดาเจ้าพระยานครราชสิมา (ทองอิน) อธิบายว่าลครโรงอื่นๆ เขาเล่นเอาเงินโรง แต่ลครของน้อยคนนั้น ถึงใครจะให้เพียงเข้าปลา ฤๅที่สุดจนกะปิหอมกะเทียมก็รับเล่น ได้อะไรก็เอาสิ่งนั้นมาแจกเปนบำเหน็จแก่ตัวลคร.

๘) “ขออย่าให้รู้ชะตาเหมือนอาจารย์เซ่ง” อธิบายว่านายเซ่งคนนั้นเปนหมอดู ใครไปให้ดูก็มักทายว่าดวงชะตาดี จะถึงได้เปนกระษัตริย์บ้าง ได้เปนขุนนางผู้ใหญ่บ้าง ได้เปนเศรษฐีบ้าง คนก็พากันหลงไปจ้างให้นายเซ่งดูชะตา ลงที่สุดนายเซ่งต้องถูกลงพระราชอาญา.

๙) “ขออย่าให้เปนนักเลงอย่างท่านผู้หญิงฟัก” อธิบายว่าท่านผู้หญิงฟักคนนั้นชอบเล่นเบี้ย มีอุบายนอกรีตอย่างหนึ่ง เวลาเข้าไปอยู่ในบ่อนเบี้ยมักทำกิริยาให้นายบ่อนมัวหลงดูที่ตัวท่านผู้หญิงฟัก จนเปนช่องให้พรรคพวกลักเปิดโปดูได้ กล่าวกันว่าเปนนักเลงรวยด้วยอุบายอันนั้น.

๑๐) “ขออย่าให้เปนสมปักของพระนายไวย” คือสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เวลานั้นยังเปนหัวหมื่นมหาดเล็ก อธิบายว่าเวลาเข้าเฝ้านุ่งผ้าสมปักพื้นเขียวอยู่ผืนเดียวไม่รู้จักเปลี่ยน.

๑๑) “ขออย่าให้เปนดอกไม้ของเจ้าคุณวัง” คือเจ้าจอมมารดาตานีในรัชกาลที่ ๑ ซึ่งเปนธิดาเจ้าพระยามหาเสนา ฯ บุนนาค แลเปนเจ้าจอมมารดากรมหมื่นสุรินทรรักษ์ อธิบายว่าเจ้าคุณวังเปนช่างร้อยดอกไม้ฝีมือดีอย่างยิ่งในสมัยนั้น ใครจะมีการงานก็มักไปขอดอกไม้ที่เจ้าคุณวัง ๆ ต้องร้อยดอกไม้ช่วยงานเขาไม่ขาด จนดอกไม้ในสวนของเจ้าคุณวังถูกเด็ดไม่มีโอกาศที่จะบานได้กับต้น.

๑๒) “ขออย่าให้เปนระฆังวัดบวรนิเวศ” อธิบายว่าระฆังวัดอื่น ๆ โดยปรกติตีแต่เวลาจวนรุ่งกับจวนค่ำ วันละ ๒ เวลา แต่เมื่อพระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศ โปรดให้ใช้ตีระฆังเปนสัญญาอาณัติสงฆ์ในการอย่างอื่นอิก เช่นตีเรียกสงฆ์ลงโบสถ์เช้าค่ำเปนต้น ระฆังวัดบวรนิเวศในสมัยนั้นจึงต้องตีมากกว่าระฆังวัดอื่นๆ.

คำอธิฐานของคุณพุ่ม ๑๒ ข้อนี้ ล้วนคิดแต่งขึ้นเยาะเล่นโดยอำเภอคนองใจคนองปาก เห็นจำสำหรับว่าให้ผู้ที่ชอบพอกันฟังเล่นจึงรู้กันแพร่หลาย.

คุณพุ่มกล่าวไว้ในเพลงยาวที่พิมพ์ในสมุดเล่มนี้ว่า เมื่อรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจะให้เข้าไปทำราชการในพระบรมมหาราชวังอิก แต่พอใจจะอยู่นอกวัง จึงทูลขอตัวเสีย แต่มาชั้นนี้คุณพุ่มอายุล่วงเข้าถึงกลางคน แลไม่บริบูรณ์พูนศุขเหมือนเมื่อบิดายังมีชีวิตรอยู่ในรัชกาลที่ ๓ คงมีแต่ฝีปากกลอนเปนสมบัติสิ่งสำคัญสำหรับตัว แต่ก็ยังมีผู้นับหน้าถือตา เวลาเจ้านายแลข้าราชการผู้ใหญ่เล่นสักรวามักเชิญให้ไปบอกสักรวาเนืองๆ มีเรื่องเล่ากันมาว่าในการเล่นสักรวาครั้งหนึ่ง กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ (ซึ่งในกระบวรแต่งกลอนนับว่าเปนอย่างเอกพระองค์​ ๑) ทรงทราบว่าคุณพุ่มไปบอกสักรวาอยู่ด้วย จึงทรงแต่งบทสักรวาให้ร้องเบ้าคุณพุ่มบท ๑ ว่า :-

๏ สักรวาวันนี้พี่สังเกต เหมือนพุ่มพวงดวงเนตรของเชษฐา มิได้เล่นลับลี้หลายปีมา

คุณพุ่มได้ยิน รู้ว่าเปนสำนวนพระนิพนธ์กรมหลวงภูวเนตรฯ ก็แต่งตอบทันทีว่า :-

๏ สักรวาน่าจะโห่ให้เรือล่ม นี่ฤๅกรมภูวเนตรเศษสวรรค์

เอานายทิมเข้ามาทวนพอควรกัน เหมือนย่างหั่นใบขี้เหล็กให้เด็กยำ

สักรวาที่อ้าง ๒ บทหาฉบับได้แต่เท่านี้[๓] แต่พอเห็นได้ว่าคุณพุ่มเปนคนปากกล้าเพียงไร จึงเลยเปนเรื่องเล่ากันต่อมา.

เมื่อรัชกาลที่ ๔ คุณพุ่มได้อาไศรยพึ่งพำนักในกรมหมื่นมเหศวรศิววิลาศ แลกรมหมื่นวิศณุนารถนิภาธร ทรงอุปการะมาทั้ง ๒ พระองค์ ปรากฎว่าได้ไปขุดสระให้เปนสาธารณประโยชน์ไว้ที่บางโขมดในหนทางขึ้นพระพุทธบาทแห่ง ๑ เมื่อฉลองสระคุณพุ่มได้แต่งเพลงยาวเขียนปิดไว้ที่ศาลาริมสระนั้น มีผู้ลอกคัดไว้ดังนี้.

เพลงยาวคุณพุ่ม
บวงสรวงฉลองสระบางโขมด

๏ ยอกรประนมก้มเกษอภิวันท์เทเวศร์ทุกสถาน
เสวยศุขในรุกขพิมานห้วยละหานชลธีที่ใกล้ไกล
ทั้งเทพาอารักษศักดาฤทธิ์สิงสถิตย์โขดเขินเนินไศล
ตั้งแต่พื้นภูมานภาไลยอิกพระไพรเจ้าป่าพนาลี
ทุกพระองค์จงรับส่วนกุศลซึ่งมาฉลองมงคลสระศรี
ขออาไศรยในทิวาแลราตรีอย่าให้มีโรคันอันตราย
เชิญสดับดุริยางค์ที่ขับกล่อมประนมน้อมจุดธูปเทียนถวาย
แม้นผู้ใดบังอาจประมาทกายทำหยาบคายเบาจิตรไม่คิดทัน
ให้ขุ่นเคืองเบื้องบาทเทวเรศอย่าถือโทษโปรดเกษกระหม่อมฉัน
ช่วยปราบมารอย่าให้พาลมากีดกันสารพันไพรีอย่าบีทา
เชิญเสด็จมาสดับรับบวงสรวงเอานามพุ่มแทนพวงทิพบุบผา
ด้วยจากแดนแสนกันดารดวงมาลาไม่ทันหาบายศรีพลีสังเวย
ส่วนกุศลต่างสุคนธรศรื่นอันหอมชื่นไม่สิ้นกลิ่นระเหย
ไมตรีจิตรอุทิศแทนนมเนยบูชาเชยอารักษ์ด้วยภักดี
แล้วจะลาไปประนตพระบทเรศขอพระเดชคุ้มไภยในวิถี
กับศีลทานเมตตาบารมีจงเปนที่พึ่งทั่วทุกตัวไป
ขอฝากน้ำฝากนามตามอักขระให้เรียกสระกระสัตรีวารีใส
ฤดูแล้งก็อย่าแห้งเช่นแห่งใดถ้าใครได้วิดวักเหมือนตักเติม
ฉันสิ้นชนม์ชลสินธุ์อย่าสิ้นด้วยเทพช่วยบริรักษ์บำรุงเฉลิม
ให้สอาดเอี่ยมตามาตามเดิมจงพูนเพิ่มภิญโญโมทนา
ชลธารนี้เปนทานทั่วพิภพให้อยู่ครบห้าพันพระวรรษา
แม้นชีวังยังไม่บรรไลยลาจะกลับมาชมอิกให้อิ่มเอย ฯ
๏ สระ สำเร็จเสร็จสร้างสามปี
น้ำ สอาดดุจมณีผ่องแผ้ว
ทำ ไว้หว่างวิถีทางโลก อุดรแฮ
ทาน นี่จงขจัดแร้วรอดห้วงบ่วงมาร ฯ
๏ ศา ลาท่าหยุดร้อนรับลม เรื่อยแฮ
ลา เลิศดูทรงสมเทริดฟ้า
นา นานิกรชมเชิญชื่น พักพ่อ
รี รักพอผ่อนล้าเลื่อยแล้วจึงจร ฯ
๏ ผู้ใดจรจวบต้องสุริยง
เชิญหยุดศาลาปลงปลูกไว้
ผ่อนพักตักเสพสรงน้ำสระ
แล้วช่วยอวยผลให้แก่ผู้รังสรรค์[๔]

เมื่อกรมหมื่นมเหศวร ฯ​ กับกรมหมื่นวิศณุนารถสิ้นพระชนม์แล้ว ถึงตอนปลายรัชกาลที่ ๔ คุณพุ่มอัตคัดขัดสนมาก อาไศรยเลี้ยงชีพแต่ด้วยแต่งกลอนขาย ครั้นพระบาทสมเด็จ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต เจ้าจอมมารดารัชกาลที่ ๔ คนหนึ่งชวนให้คุณพุ่มแต่งกลอนชมพระเกียรติยศ คุณพุ่มจึงได้แต่งเพลงยาวที่พิมพ์ในสมุดเล่มนี้ เพื่อจะแสวงหาบำเหน็จจากผู้ที่จะขอลอกคัดไปอ่าน ความทั้งนี้คุณพุ่มได้บอกไว้ในเพลงยาว ดูราวกับอำนาจกุศลที่แต่งเพลงยาวเฉลิมพระเกียรดินี้ ต่อมาไม่ช้าก็เริ่มทรงสักรวาในรัชกาลที่ ๕ คุณพุ่มจึงได้โอกาศเข้าไปรับราชการอยู่ในสมเด็จกรมพระยาสุดารัตนราชประยูรเปนผู้บอกสักรวา ทรงพระกรุณาชุบเลี้ยงให้กลับมีความศุขสืบมาจนตลอดอายุ.

ครั้งเล่นสักรวาในสระบางปอินเมื่อปีชวด พ.ศ. ​๒๔๑๙ พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกระซิบสั่งกรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณให้ทรงแต่งสักรวาว่าเย้าคุณพุ่ม หมายจะทรงฟังสำนวนกลอนเวลาโกรธจะว่าอย่างไร กรมหลวงบดินทรฯ แกล้งอ้างความขึ้นไปถึงครั้งคุณพุ่มชิงพระแสงดาบพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เย้าอยู่หลายบทสักรวา แต่จะเปนเพราะคุณพุ่มแก่ชราเสียแล้ว ฤๅเพราะเกรงพระบารมีด้วยเปนที่น่าพระที่นั่งอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ หาโต้ตอบรุนแรงเต็มสำนวนดังแต่ก่อนไม่ บทสักรวาเหล่านั้นปรากฎอยู่ในหนังสือพระชุมบทสักรวาเล่นถวายในรัชกาลที่ ๕ ซึ่งหอพระสมุดฯ พิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๑

คุณพุ่มนี้ไม่ปรากฎว่าได้แต่งหนังสือเปนเรื่องหนึ่งเรื่องใดไว้ ว่าโดยส่วนเพลงยาวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งพิมพ์ในสมุดเล่มนี้ กระบวนความแต่งเปน ๓ ตอน คือแต่งเฉลิมพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตอน ๑ เฉลิมพระเกียรติยศพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ตอน ๑ แต่งเล่าเรื่องประวัติของตัวคุณพุ่มเองคละไปในนั้นด้วยตอน ๑ ในทางกลอนนับว่าดี แต่ในทางภาษาถ้อยคำมักชอบใช้เปนกลอนตลาด ฤๅที่พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเรียกว่า “อย่างซึมซาบ” แต่เมื่อพิจารณาดูทั้งเรื่องแล้ว ต้องนับว่าเปนหนังสือแต่งดีอันสมควรจะพิมพ์รักษาไว้มิให้สูญเสีย.

[๑] มีอยู่ในเพลงยาวสามชาย หอพระสมุด ฯ จัดพิมพ์แล้ว.

[๒] คำอธิฐานนี้ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมทรงจำไว้ได้ จดประทานมา.

[๓] บทสักรวานี้เจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์จำไว้ได้บ้าง จะหาฉบับให้จบยังไม่ได้.

[๔] โคลง ๓ บทนี้สงไสยว่าเปนของผู้อื่นแต่ง จะหาใช่สำนวนของคุณพุ่มไม่.

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ