ประชุมโคลงโลกนิติ

๏ อัญขยมบรมนเรศเรื้อง รามวงศ์
พระผ่านแผ่นไผททรง สืบไท้
แสวงยิ่งสิ่งสดับองค์ โอวาท
หวังประชาชนให้ อ่านแจ้งคำโคลง
ครรโลงโลกนิตินี้ นมนาน
มีแต่โบราณกาล เก่าพร้อง
เป็นสุภสิตสาร สอนจิต
กลดั่งสร้อยสอดคล้อง เวี่ยไว้ในกรรณ
  สมเด็จพระเดชาดิศร ทรงนิพนธ์
๑.  
โลกนีตึ ปวกฺขามิ นานาสทฺทสมุฏฺิตํ
มาคเธเนว สงฺเขปํ วนฺทิตฺวา รตนตฺตยํ
  โลกนิติ
ทศนัขนอบน้อมมิ่ง อุตมางค์
ไตรรัตน์จัดเบญจางค์ แจ่มพร้อม
จักพร้องโลกนิติปาง สดับแต่ เดิมพ่อ
อรรถอื่นอ้างเลศล้อม ต่างต้องคัมภีร์
  สำนวนเก่า
ถวายกรกรรพุ่มเพี้ยง บวรมาลย์ มงแฮ
ไตรรัตน์เรียบไตรทวาร เวียดเกล้า
โลกนิติสืบสาร ของเก่า
เตือนจิตสาธุชนเช้า ค่ำคํ้าชู่ใจ
  สำนวนเก่า
๒.  
นีติ โลเก ปุริสสฺส สาโร
มาตาปิตา อาจริโย มิตฺโต
ตสฺมา หิ นีตึ ปุริโส วิชฺา
าณี มหา โหติ พหุสฺสุโต จ
โลกนิติในโลกล้วน แก่นสาร
คือบิดามารดาอาจารย์ เจี่ยวแล้
เชาเจ้าจ่อมใจบาณ ฑิตร่ำ เรียนแฮ
เบิกศิลปปรีชาแท้ เลิศแล้วเมธี
  สำนวนเก่า
นิติศาสตร์สอนสัตว์ลํ้า โลกา
ครูมิตรบิดุรมารดา ดุจแก้ว
ชายรู้นิติปรา กฎทั่ว ทิศพ่อ
เปรมปราชญ์ปรีชาแล้ว เลิศด้วยสดับธรรม
  สำนวนเก่า
๓.  
ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ
กุสาปิ ปูติ วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา
  โลกนิติ
ปลาร้าหุ้มห่อด้วย ใบคา
คาติดแปดเหม็นปลา คละคลุ้ง
คือคนผู้ดีหา คบเพื่อน พาลนา
ความชั่วปนปานฟุ้ง เนื่องร้ายเสมอกัน
  สำนวนเก่า
ปลาร้าพันห่อด้วย ใบคา
ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง
คือคนหมู่ไปหา คบเพื่อน พาลนา
ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้ง เฟื่องให้เสียพงศ์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔.  
ตคฺครญฺจ ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ
ปตฺตาปิ สุรภิวายนฺติ เอวํ ธีรูปเสวนา
  โลกนิติ
ใบพ้อคนห่อหุ้ม กฤษณา
หอมระรวยไปมา ทั่วผู้
คือคนหมู่เมธา แสวงเสพ กันนา
อาจเจริญความรู้ เพื่องฟุ้งหอมขจร
  สำนวนเก่า
ใบไม้ชนห่อหุ้ม กฤษณา
ใบอบรสคันธา กลิ่นเกลี้ยง
ดุจเสพทวยเมธา เธียรภาพ
พลอยล่องลอยกลิ่นเพี้ยง เฟื่องฟ้าสรรเสริญ
  สำนวนเก่า
ชนใดเด็ดหญ้าห่อ กฤษณา
อีกสรรพคนธา กลิ่นฟุ้ง
อายอบกลิ่นหญ้าคา ชูชื่น นะพ่อ
เสพปราชญ์ธรรมโรจรุ้ง รสแท้เทียมเสมอ
  สำนวนเก่า
ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา
หอมระรวยรสพา เพริศด้วย
คือคนเสพเสน่หา นักปราชญ์
ความสุขซาบฤาม้วย ดุจไม้กลิ่นหอม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕.  
ยถา อุทุมฺพรา ปกฺกา พหิ รตฺตกเมว จ
อนฺโต กิมีสุสมฺปนฺนา เอวํ ทุชฺชนหทยา
  โลกนิติ
ลูกเดื่อครั้นสุกไซร้ มีพรรณ
ภายนอกคือสีฉัน ชาดบ้าย
ภายในย่อมแมลงวัน หนอนบ่อน
คือดุจคนใจร้าย นอกนั้นดูงาม
  สำนวนเก่า
แมลงเห็นผลมิ่งไม้ เดื่อแดง
ภายนอกฉาดชูแสง ชาดจิ้ม
ภายในครึเหมือนแมลง วันบ่อน ไส้นา
ดุจพาลภายนอกพริ้ม คดค้อมดวงใจ
  สำนวนเก่า
ผลเดื่อดกดาษค้อม สาขา
ภายนอกแดงดุจทา ชาดป้าย
ภายในหนอนบ่อนปรา กฏโส โครกแฮ
เฉกจิตพาลเร้นร้าย นอกพริ้งเพรางาม
  สำนวนเก่า
ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้ มีพรรณ
ภายนอกแดงดูฉัน ชาดบ้าย
ภายในย่อมแมลงวัน หนอนบ่อน
ดุจดั่งคนใจร้าย นอกนั้นดูงาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖.  
ยถาปิ ปนสา ปกฺกา พหิ ภณฺฑกเมว จ
อนฺโต อมตสมฺปนฺนา เอวํ สุชนหทยา
  โลกนิติ
ผลขนุนภายนอกนั้น หนามหนา
ภายในรสโอชา กลิ่นกล้ำ
เปรียบใจท่วยเมธา ถือชอบ
ภายนอกดูชั่วชํ้า ผ่องแผ้วภายใน
  สำนวนเก่า
ขนุนผลภายนอกนั้น หนามหนา
ในใหญ่ยวงโอชา ใช่น้อย
พรรณปราชญ์มาตรแม้กา เสพเถิด นะพ่อ
ในแจ่มเจือรสด้วย ถี่ถ้อยลาวรรณ
  สำนวนเก่า
ขนุนสุกสล้างแห่ง สาขา
ภายนอกเห็นหนามหนา หนั่นแท้
ภายในย่อมรสา เอมโอช
สาธุชนนั่นแล้ เลิศด้วยดวงใจ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ยางยลขนสุทธิไซร้ ดูดี
ภายนอกขาวหมดสี เฉกฝ้าย
เสพสัตว์ปูปลามี ชีวิต เป็นนา
ดังพาลประทุษร้าย นอกนั้นนวลงาม
  สำนวนเก่า
ยางขาวขนเรียบร้อย ดูดี
ภายนอกหมดใสสี เปรียบฝ้าย
กินสัตว์เสพปลามี ชีวิต
เฉกเช่นชนชาติร้าย นอกนั้นนวลงาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
รูปแร้งดูร่างร้าย รุงรัง
ภายนอกเพียงพึงชัง ชั่วช้า
เสพสัตว์ที่มรณัง นฤโทษ
ดังจิตสาธุชนกล้า กลั่นสร้างทางผล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘.  
ยาวชีวมฺปิ เจ พาโล ปณฺฑิตํ ปยิรุปาสติ
น โส ธมฺมํ วิชานาติ ทพฺพี สูปรสํ ยถา
  โลกนิติ
คนพาลยังไป่รู้ ชาญชิด
ไปสู่หาบัณฑิต ค่ำเช้า
แสดงธรรมว่าเนืองนิตย์ ฤๅซาบ ใจนา
คือจวักตักเข้า ห่อนรู้รสแกง
  สำนวนเก่า
ยาวชีพชนโฉดส้อง เสพบัณ ฑิตแฮ
บมิรู้รสธรรม์ หนึ่งน้อย
ทารพี่อยู่นานวัน ครัวท่าน ใช้นา
จวักตักช้อยช้อย ห่อนรู้รสแกง
  สำนวนเก่า
พาลเผ่าเฉาโฉดแท้ มาหา
ปราชญ์ส่งสรรพวิชา ช่วยชี้
ไป่ทราบตราบชีวา วายเปล่า
ดุจจ่าจนป่นปี้ ไป่รู้รสแกง
  สำนวนเก่า
คนพาลผู้บาปแท้ ทุรจิต
ไปสู่หาบัณฑิต ค่ำเช้า
ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์ บ่ทราบ ใจนา
คือจวักตักเข้า ห่อนรู้รสแกง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙.  
มุหุตฺตมฺปิ เจ วิญฺญู ปณฺฑิตํ ปยิรุปาสติ
โส เว ธมฺมํ วิชานาติ ชิวฺหา สูปรสํ ยถา
คนใดใจฉลาดด้วย ปัญญา
ฟังนักปราชญ์จรรจา ทั่วผู้
แจ้งธรรมบัดเดี๋ยวมา พลันทราบ ใจนา
ดุจดั่งลิ้นอันรู้ ทราบด้วยรสแกง
  สำนวนเก่า
กษณเดียวชนผู้ว่อง ไวญาณ ยอดแฮ
เสพปราชญ์ผู้อาจารย์ บอกสิ้น
เรียนธรรมะสืบสาร สรรพศาสตร์
เร็วยิ่งเร็วดุจลิ้น เร่งรู้รสแกง
  สำนวนเก่า
ผู้เชื้อชาติว่องไว ปรีชา
เสพปราชญ์ธรรมศึกษา รวดรู้
ใดโดยประสงค์อา รมณ์อื่น นะพ่อ
ชิวหะรับรสสู้ ทราบสิ้นดุจกัน
  สำนวนเก่า
ผู้ใดใจฉลาดลํ้า ปัญญา
ได้สดับปราชญ์เจรจา อาจรู้
ยินคำบัดเดี๋ยวมา ซับซาบ ใจนา
คือมลิ้นคนผู้ ทราบรู้รสแกง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐.  
จตุปาโท อหํ สมฺม ตฺวํปิ สมฺม จตุปฺปโท
เอหิ สีห นิวตฺตสฺสุ กึ นุ ภีโต ปลายสิ
หมูเห็นสีหราชร้อง ชวนรบ
ตูสี่ตีนตูสบ ท่านไซร้
อย่ากลัวท่านอย่าหลบ อย่าหลีก
ท่านสี่ตีนอย่าได้ วากเว้วางหนี
  สำนวนเก่า
หมูเห็นสีหราช ชวนรบ
กูสี่ตีนกูพบ ท่านไซร้
อย่ากลัวท่านอย่าหลบ หลีกจาก กูนา
ท่านสี่ตีนอย่าได้ วากเว้วางหนี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑.  
อสุจิ ปูติโลโมสิ ทุคนฺโธ วายสิ สุกร
สเจยฺเย ฆลิกาโมสิ ชยทมฺม ททามิ เต
  โลกนิติ
สีหราชกล่าวว่าโอ้ พาลหมู
ทรชนชาติต่ำตู เกลียดใกล้
แม้มึงรบกับกู มึงนาศ เองนา
กูเกลียดกูจักให้ พ่ายแพ้แก่สู
  สำนวนเก่า
สีหราชร้องว่าโอ้ พาลหมู
ทรชาติครั้นเห็นกู เกลียดใกล้
ฤๅมึงใคร่รบดนู มึงนาศ เองนา
กูเกลียดมึงกูให้ พ่ายแพ้ภัยตัว
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒.  
มณฺฑโก สหปิ ปทฺมํ ปทฺมํ คนฺเธน ลภติ
ภมรา วาสทุรมฺ ปทฺมคนฺเธสุ ลภติ
กบกับบัวเกิดใกล้ กันนา
รสแห่งดอกบุปผา ห่อนรู้
แมลงภู่อยู่คณนา นับโยชน์
เชยซาบเกษรสู้ สอดสร้อยแสวงหา
  สำนวนเก่า
กบเกิดในสระใต้ บัวบาน
ฤๅห่อนรู้รสมาลย์ หนึ่งน้อย
ภุมราอยู่ไกลสถาน นับโยชน์ ก็ดี
บินโบกมาค้อยค้อย เกลือกเคล้าเสาวคนธ์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓.  
ผนฺทนํ จปลํ จิตฺตํ ทุรกฺขํ ทุนฺนิวารยํ
อุชุํ กโรติ เมธาวี อุสุกาโรว เตชนํ
  ธรรมบท
ใจหวาดใจฟั่นฟื้น โฉงเฉง
ใจจักสอนใจเอง ยากไซร้
ใจปราชญ์ดัดตามเพลง ดูง่าย นักนา
ดุจช่างปืนดัดไม้ แต่งให้ปืนตรง
  สำนวนเก่า
ใจแปรใจว่างพื้น โฉงเฉง
ใจจักสอนใจเอง ยากไซร้
ใจปราชญ์ดัดตามเพลง ใจซื่อ
ดุจช่างปืนดัดไม้ แต่งให้ปืนตรง
  สำนวนเก่า
ใจแปรใจฟุ้งซ่าน โฉงเฉง
ใจรักษาใจเอง ยากไซร้
ใจปราชญ์แต่ปางเพรง ใจซื่อ
ดังช่างปืนดัดไม้ แต่งให้ปืนตรง
  สำนวนเก่า
ใจชนใจชั่วช้า โฉงเฉง
ใจจักสอนใจเอง ไป่ได้
ใจปราชญ์ดัดตามเพลง พลันง่าย
ดุจช่างปืนดัดไม้ แต่งให้ปืนตรง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔.  
นมนฺติ จ ผลารุกฺขา นมนฺติ น พุทฺโธชนา
สุกฺกกฏฺญฺจ วิโล จ ภิชฺชเต เนวนุกปฺปติ
ไม้ค้อมมีลูกน้อม นวยงาม
คือสัปบุรุษสอนตาม ง่ายแท้
ไม้ผุดั่งคนทราม สอนยาก
ดัดก็หักแหสกแล้ ห่อนรื้อโดยตาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕.  
สงฺคโห ทุวิโธ เยฺโย พาโล จ ปณฺฑิโตปิ จ
เย ชนา ธีรสมาคมฺม ทุกฺขปฺปตฺตา น สํสิยุํ
เป็นคนควรที่รู้ สมาคม
สองประการนิยม กล่าวไว้
หนึ่งพาลหนึ่งอุดม เปรมปราชญ์
สองสิ่งนี้ท่านให้ เร่งรู้สมาคม
  สำนวนเก่า
เป็นคนควรที่รู้ สมาคม
สองประการนิยม กล่าวไว้
หนึ่งพาลหนึ่งอุดม เปรมปราชญ์
สองสิ่งนี้จงได้ ที่รู้สมาคม
  สำนวนเก่า
เป็นคนควรรอบรู้ สมาคม
สองประการนิยม กล่าวไว้
หนึ่งพาลหนึ่งอุดม นักปราชญ์
สองสิ่งนี้จงให้ เลือกรู้สมาคม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖.  
โย ชโย พาลสมาคโม สุขปฺปตฺโต น สํสิยา
ปณฺฑิตา จ สทา สุขา พาลาทุกฺขสมาคมา
คนใดแสวงเสพด้วย คนพาล
เทียรฆ์ทุกข์อาจดลดาล เดือดร้อน
ใครเสพท่วยยลญาณ เปรมปราชญ์ ไซร้แฮ
เทียรฆ์ทุกข์ย่อมเสวยสุขซ้อน แช่มช้อยสวัสดี
  สำนวนเก่า
คนใดสมเสพด้วย คนพาล
ทนทุกข์ยาวยืนนาน เที่ยงแท้
ใครเสพท่วยทรงญาณ ใจปราชญ์
เสวยสุขล้วนลํ้าแล้ อิ่มด้วยสมบัติ
  สำนวนเก่า
คนใดไปเสพด้วย คนพาล
จักทุกข์ทนเนานาน เนิ่นช้า
เสพสู่ผู้ทรงญาณ เปรมปราชญ์
เสวยสุขลํ้าเลิศหล้า เพราะได้สดับดี
  สำนวนเก่า
คนใดไปเสพด้วย คนพาล
จักทุกข์ทนเนานาน เนิ่นแท้
ใครเสพท่วยทรงญาณ เปรมปราชญ์
เสวยสุขลํ้าเลิศหล้า เพราะได้สดับดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ได้เห็นนักปราชญ์ไซร้ เป็นสุข
อยู่ร่วมเรือนหายทุกข์ ค่ำเช้า
ผู้พาลสั่งสอนปลุก ใจดั่ง พาลนา
ยลเยี่ยงนกแขกเต้า ตกต้องมือโจร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘.  
จช ทุชฺชนสํสคฺคา รช สาธุสมาคมํ
กร ปุมโหรตฺตํ สร นิจฺจมนัจฺจตํ
  โลกนิติ
จงเจ้าแหห่างห้อง ทุรชน พ่อฮา
คลาดคลองกระวีคน ครุ่นครั้ง
คืนวันหมั่นหาผล ศีลสืบ
เป็นนิตย์จบจิตตั้ง แห่งห้องอนิจจัง
  สำนวนเก่า
อ้าพ่อจงแวะเว้น นรพาล
จงรักสมัครสมาน ปราชญ์เจ้า
เพ็ญเพิ่มกุศลสาร คืนมั่น วันพ่อ
เร่งระลึกไตรรัตน์เท้า ชีพสิ้นสรวงเสวย
  สำนวนเก่า
จงนับสัปบุรุษรู้ บุญกรรม์
จงละหลีกพาลอัน ชั่วร้าย
จงสร้างสืบบุญธรรม์ ทุกเมื่อ
(จงสร้างสืบบุญวัน ค่ำต่อ วายนา)
จงนึกนิตย์ชีพคล้าย ดุจด้วยฟองชล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙.  
กากา กากสฺส โทเสน หํโส ภวติ สํสก
เอวํ ทุชฺชนสงฺคญฺจ กุลปุตฺโตฺร วิวสฺสติ
คบกากาโหดให้ เสียพงศ์
ทั้งตระกูลเหมหงส์ แหลกด้วย
คบคนชั่วจะปลง ปลดชอบ เสียนา
ตราบเท่าลูกหลานม้วย เสพซ้องสมาคม
  สำนวนเก่า
คบกากาโหดให้ เสียพงศ์
ทั้งสกุลฝูงหงส์ แหลกด้วย
คบคนชั่วจักปลง ความชอบ เสียนา
ตราบลูกหลานเหลนม้วย สืบซ้องกันไป
  สำนวนเก่า
คบกากาโหดให้ เสียพงศ์
พาตระกูลเหมหงส์ แหลกด้วย
คบคนชั่วจักปลง ความชอบ เสียนา
ตราบลูกหลานเหลนม้วย ไม่ม้วยนินทา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐.  
วิส อคฺครู วิสฺสทานํ วิสฺสทาตํ จ ทนฺตโย
วิสฺสํ ทุชฺชนสฺรวางฺค ภาสิตํ ทิมุขํ ขลุ
มดแดงแมลงป่องไว้ พิษหาง
งูจะเข็บพิษวาง แห่งเขี้ยว
ทุรชนทั่วสรรพางค์ พิษอยู่
ต่อน่าดีหลังเลี้ยว กลั่นลิ้นนินทา
  สำนวนเก่า
มดแดงแมลงป่องไว้ พิษหาง
งูจะเข็บพิษวาง แห่งเขี้ยว
ทุรชนทั่วสรรพางค์ พิษอยู่ มากนา
ครั้นมั่นกุมร้ายเกี้ยว เกี่ยงให้เสียตัว
  สำนวนเก่า
มดแดงแมลงป่องไว้ พิษหาง
งูจะเข็บพิษวาง แห่งเขี้ยว
ทุรชนทั่วสรรพางค์ พิษอยู่
เพราะประพฤติมันเกี้ยว เกี่ยงร้ายแกมดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑.  
วิสฺมาทิตฺยนาคินฺโท ปทโก น มหิทฺธิโก
วิจฺจิโก วิสฺมา สตฺโต ปทโก จ มหิทฺธิโก
นาคาพิษพ่างเพี้ยง สุริโย
เลื้อยบ่ทำเดโช แช่มช้า
พิษหางแห่งวิจจิโก แมลงป่อง นั่นฤๅ
ชูแต่หางโอ่อ้า อวดอ้างฤทธี
  สำนวนเก่า
นาคาพิษพ่างเพี้ยง สุริโย
เดินบ่ทำเดโช แช่มช้า
พิษแห่งวิจจิโก แมลงป่อง
งอนแต่หางเดินอ้า อวดอ้างฤทธี
  สำนวนเก่า
นาคีมีพิษเพี้ยง สุริโย
บ มิทำเดโช แช่มช้า
พิษน้อยนิดหนึ่งโอ แมลงป่อง
เดินงอนหางเองอ้า อวดอ้างฤทธี
  สำนวนเก่า
นาคีมิพิษเพี้ยง สุริโย
เลื้อยบ่ทำเดโช แช่มช้า
พิษน้อยหยิ่งโยโส แมลงป่อง
ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ความรู้ผู้ปราชญ์นั้น นักเรียน
ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า
คนเกียจเกลียดหน่ายเวียน วนจิต
กลอุทกในตระกร้า เปี่ยมล้นฤๅมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓.  
สมฺปุณฺณกุมฺโภ น กโรติ สทฺทํ อฑฺฒาฆฏํ โฆสกโรติ สทฺทํ
วิชฺชา นราอสฺส วากฺยตญฺจ วิชฺชาหิ นานา พหุ วากฺยตญฺจ
กัลออมเพ็ญเพียบนํ้า ฤๅมี เสียงนา
กัลออมพร่องชลธี เฟื่องฟื้น
ผู้ปราชญ์ห่อนวาที สรรเสริญ ตนนา
คนถ่อยความรู้ตื้น มากถ้อยลามปาม
  สำนวนเก่า
กัลออมเพ็ญเพิ่มน้ำ ฤๅตึง
กละออมพร่องกึ่งชลซึง เฟื่องหม้อ
นักปราชญ์ห่อนยอคึง เยียใหญ่
ฝูงหมู่รู้น้อยหน้อ พลอดนั้นประมาณ
  สำนวนเก่า
กัลออมเพ็ญเพียบน้ำ ฤๅติง
กระออมพร่องชลตระลิง เฟื่องหม้อ
ปราชญ์ บ่ กล่าวสุงสิง หยิ่งเย่อ ใหญ่น่า
ผู้รู้น้อยอวดอ้อ พูดเพ้อผิดธรรม
  สำนวนเก่า
กละออมเพ็ญเพียบนํ้า ฤๅติง
โอ่งอ่างพร่องชลชิง เฟื่องหม้อ
ผู้ปราชญ์ห่อนสุงสิง เยียใหญ่
คนโฉดรู้น้อยก้อ พลอดนั้นประมาณ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔.  
คชทนฺตสโม วากฺยมฺ สาธุวากฺยมฺ พุทฺโธ รมิ
ทุชฺชนสฺส สโม วากฺยมฺ กุมฺมา สิรมสิ ทุชฺชนมฺ
งาสารฤๅห่อนเหี้ยน หดคืน
คำสัปบุรุษยืน เยี่ยงนั้น
ทรชนกล่าวกลับขืน คำเล่า
หัวเต่ายาวแล้วสั้น เล่ห์ลิ้นทรชน
  สำนวนเก่า
งาสารงอกแล้วห่อน หดคืน
คำกล่าวสาธุชนยืน ดุจนั้น
ทุรชนกล่าวคำยืน คืนเล่า
หัวเต่ายาวแล้วสั้น ดุจลิ้นทรชน
  สำนวนเก่า
งาสารฤๅห่อนเหี้ยน หดคืน
คำกล่าวสาธุชนยืน อย่างนั้น
ทุรชนกล่าวคำฝืน คำเล่า
หัวเต่ายาวแล้วสั้น เล่ห์ลิ้นทรชน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕.  
ทุชฺชไนสฺส กร สํสคฺคา สตฺรูตาปิ น ยุชฺชเต
คฺรหิโต ทหํคาเร สานฺเต ทานยเต กร
ทรชนอย่าเคียดแค้น อย่าสนิท
คือศัตรูงูพิษ อย่าใกล้
ถ่านเพลิงมีเพลิงติด ถือถลาก มือนา
ดับถ่านแม้มิไหม้ หยิบต้องมือดำ
  สำนวนเก่า
ทรชนอย่าเคียดแค้น อย่าสนิท
อย่าห่างศัตรูชิด อย่าใกล้
คือจับถ่านเพลิงติด ถือถลาก มือนา
แม้ดับแล้วฤๅไหม้ หม่นต้องมือดำ
  สำนวนเก่า
ทรชนอย่าเคียดแค้น อย่าสนิท
อย่าห่างศัตรูชิด อย่าใกล้
คือไฟถ่านแรงฤทธิ ถือถลาก มือนา
แม้ดับแล้ว บ่ ไหม้ หม่นต้องมือดำ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖.  
กุกุเฏ จ อมิตฺตสฺมึ มิตฺตสฺมิมฺปิ น วิสฺสเส
ยถา กปฺปติ ตํ มิตฺรํ สฺรวโทสํ ปกาสิตา
มีมิตรจิตอย่าให้ สนิทนัก
อันใช่มิตรอย่ารัก ร่วมไร้
ผิดพ้องหมองใจจัก แสวงโทษ ตนนา
มีเท่าใดรู้ไซร้ ส่อสิ้นทุกอัน
  สำเนาเก่า
รักมิตรอย่าคบสนิท ทั้งตน
อันใช่มิตรอย่ายล กล่าวใกล้
รักแล้ว บ่ เห็นผล เป็นโทษ คุณนา
โทษเท่าใดเห็นไซร้ ส่อสิ้นทุกอัน
  สำนวนเก่า
มิตรพาลอย่าคบให้ สนิทนัก
พาลใช่มิตรอย่ามัก กล่าวใกล้
ครั้นคราวเคียดคุมชัก เอาโทษ ใส่นา
รู้เหตุสิ่งใดไซร้ ส่อสิ้นกลางสนาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗.  
โย สฺวานสฺส ทุเส ปาทํ ตสฺส ปาทํ น โส ทุส
เอวเมว หิ ทุชฺชโน อโกฺรธา น สมนฺติโต
หมาใดตัวร้ายขบ บาทา
อย่าขบตอบต่อหมา ด่วนขึ้ง
ทรชนชาติช่วงทา- รุณโทษ
อย่าโกรธอย่าหน้าบึ้ง ตอบถ้อยสมาคม
  สำนวนเก่า
หมาใดตัวร้ายขบ บาทา
อย่าขบตอบต่อหมา อย่าขึ้ง
ทรชนชาติช่วงทา- รุณโทษ
อย่าโกรธอย่าหน้าบึ้ง ตอบถ้อยถือความ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘.  
มธุรสกฺกรสํยุตฺตมฺ นิมฺพวิเนฺย ปรติฏฺตมฺ
กฺรษิรกุมฺภสฺรหสฺรานิ นิมฺพติมฺมธรายเต
ขมสะเดานํ้าผึ้งทศ- กรปน
ปองปลูกรสคนธ์ อีกอ้อย
นํ้าพันกละออมปาน รสเล่า
ขมแห่งสะเดาน้อย ห่อนเว้นวายขม
  สำนวนเก่า
ลูกสะเดาน้ำผึ้งทศ- กรปน แซมนา
แล้วปลูกปองรสคนธ์ อีกอ้อย
นมพันกละออมดล รสเล่า ก็ดี
ขมแห่งสะเดาน้อย หนึ่งแล้วฤๅจาง
  สำนวนเก่า
ลูกสะเดานํ้าผึ้งซาบ โซมปน
แล้วปลูกปองรสคนธ์ แอบอ้อย
ตราบเท่าออกดอกผล พวกดก
ขมแห่งสะเดาน้อย หนึ่งรู้โรยรา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙. (ยังไม่พบคาถา)  
พริกเผ็ดใครเผ็ดให้ ฉันใด
หนามแหลมเองเอาใคร เสี้ยมให้
จันทน์กฤษณาไฉน ใครอบ หอมนา
วงศ์นักปราชญ์ฉลาดได้ มากด้วยมีนิสัย
  สำนวนเก่า
พริกเผ็ดใครให้เผ็ด ฉันใด
หนามย่อมแหลมเองใคร เซี่ยมให้
จันทน์กฤษณาไฉน ใครอบ หอมฤๅ
วงศ์แห่งนักปราชญ์ได้ เพราะด้วยฉลาดเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐.  
สุกฺโกปิจนฺทนตรุ น ชหาติ คนฺธํ
นาโค คโต รณมุเข น ชหาติ ลีลํ
ยนฺเต คโต มธุรสํ น ชหาติ
อุจฺฉุทุกฺโขปิ ปณฺฑิตชโน น ชหาติ ธมฺมํ
จันทน์เผาเหือดแห้งห่อน กลิ่นธาร
อ้อยหีบแล้วหอมหวาน กลิ่นอ้อย
ช้างเข้าศึกเสี้ยมสาร ยกย่าง งามนา
บัณฑิตแม้ทุกข์ร้อย ห่อนรื้อเสียธรรม
  สำนวนเก่า
จวงจันทน์แม้แห้งห่อน โรยรส
ช้างสู่สงครามขยด ค่อยเข้า
อ้อยหีบพร่ำสาหด ฤๅจืด จางนา
นักปราชญ์ทุกข์ร้อนเร้า ห่อนรื้อลืมธรรม
  สำนวนเก่า
รัตจันทน์แม้มาตรแห้ง ฤๅหาย กลิ่นเฮย
คชสารสู้รณเยื้องผาย ห่อนทิ้ง
อ้อยอัดบดยนต์ขยาย รสห่อน เสียแฮ
ปราชญ์ทุกข์แทบตัวกลิ้ง ห่อนได้เสียธรรม
  สำนวนเก่า
จันทน์แดงแห้งห่อนสิ้น กลิ่นอาย
สารบ่ละลายผาย ศึกเข้า
อ้อยอัดหีบห่อนหาย หวานรส นะพ่อ
ปราชญ์ทุกข์ลำเค็ญเร้า ไป่ร้างโรยธรรม
  สำนวนเก่า
จันทน์แห้งกลิ่นห่อนได้ ดรธาน
อ้อยหีบชานยังหวาน โอชอ้อย
ช้างเข้าศึกเสี่ยมสาร ยกย่อง งามนา
บัณฑิตแม้นทุกข์ร้อย เท่ารื้อลืมธรรม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑.  
หํโส มชฺเฌ น กากานํ สีโห คุนฺนํ น โสภเต
คทฺรภมชฺเฌ ตุรงฺโค พาลมชฺเฌ จ ปณฺฑิโต
  โลกนิติ
หงส์ทองเสพส้องสู่ ฝูงกา
สีหราชเคียงโคคลา คลาดเคล้า
อัศดรอยู่กลางลา หินชาติ
นักปราชญ์พาลพาเต้า สี่นี้บ่งาม
  สำนวนเก่า
ชาติหงส์การอบล้อม ฤๅงาม
โครอบราชสีห์ทราม เสื่อมแท้
อัศดรเลื่องลือนาม ลารอบ ควรฤๅ
ปราชญ์อยู่กลางพาลแส้ ยศสิ้นเสื่อมสูญ
  สำนวนเก่า
ฝูงหงส์หลงอยู่ด้วย ฝูงกา
อุศุภราชเป็นโคนา ท่านใช้
ม้าต้นเป็นม้าลา ตกต่ำ
นักปราชญ์เป็นบ้าใบ้ เพราะใกล้คนพาล
  สำนวนเก่า
ฝูงหงส์หลงเข้าสู่ ฝูงกา
สีหราชเสียงโคนา คลาดเคล้า
ม้าต้นระคนลา เลวชาติ
นักปราชญ์พาลพาเต้า สี่นี้ไฉนงาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒.  
ภมราปุปฺผมิจฺฉนฺติ คุณมิจฺฉนฺติ สุชฺชนา
มกฺขิกา ปูติมิจฺฉนฺติ โทสมิจฺฉนฺติ ทุชฺชนา
  โลกนิติ
แมลงวันแสวงเสพด้วย ลามก
ทรชนไว้วาจก แจกถ้อย
ภุมราเห็จเหิรหก หาบุษ บานา
ผู้ปราชญ์ปราชญ์แต่น้อย เสพส้องแสวงธรรม
  สำนวนเก่า
กัลลองปองจ่อจั้ง จิมบง กชแฮ
สาธุปองคุณประสงค์ สืบสร้าง
แมลงวันร่อนปองลง คูถมูตร
คนชั่วปองโทษมล้าง ชอบร้ายรุนแสวง
  สำนวนเก่า
แมลงภู่วูว่อนเคล้า บุษบา
คนปราชญ์คุณเตร่หา ห่อนร้าง
แมลงวันใฝ่ภูมลา มกเน่า
ชนชั่วมากมุ่งล้าง โลกแท้โทษปอง
  สำนวนเก่า
แมลงวันแสวงเสพด้วย ลามก
พาลชาติเสาะสิ่งรก เรื่องร้าย
ภุมราเห็จเหินหก หาบุษ บานา
นักปราชญ์ฤๅห่อนหม้าย หมั่นสู้แสวงธรรม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓.  
ตฤณขลมตฺถิตานามฺ กาญฺจไนกิมฺมฤคานามฺ
วนผลมตฺถิตานามฺ รตไน กิมฺกปินามฺ
อสุจิตมตฺถิตานามฺ คนฺธมฺ กิมฺสุกรานามฺ
มชฺชสตฺตมตฺถิตานามฺ สาตฺรไก กิมฺมกฺขานามฺ
เนื้อปองนํ้าหญ้าบ่ ปองทอง
ลิงบ่ปองรัตน์ปอง ลูกไม้
หมูปองอสุจิของ หอมห่อน ปองนา
คนเคลิบเคลิ้มบ้าใบ้ ห่อนรู้ปองธรรม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔. (ยังไม่พบคาถา)  
กายเกิดพยาธิโรคร้าย ยาหาย
พยศยาไป่วาย ตราบม้วย
มีมั่งตั้งแต่หมาย จ่ายแจก
เสือร้ายไม้ยับด้วย ดั่งนี้ฉิบหาย
  สำนวนเก่า
กายเกิดพยาธิโรคร้าย ยาหาย
แต่พยศยาไป่วาย ตราบม้วย
ชาติเสือห่อนหายลาย ลบผ่อง
กล้วยก็กล้วยคงกล้วย กลับกล้ายฤๅมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕. (ยังไม่พบคาถา)  
เขาใหญ่สูงร้อยโยชน์ คณนา
ล้างด้วยพลโยธา ราบได้
จะมล้างพยศสา มารยาท นั้นนา
แม้วายชีพแล้วไซร้ เรื่องร้ายบ่มิวาย
  สำนวนเก่า
ขุนเขาสูงร้อยโยชน์ คณนา
ขุนปราบด้วยโยธา ราบได้
จักล้างพยศสา หัสยาก
ยศศักดิ์ให้เท่าให้ พยศนั้นฤๅหาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖. (ยังไม่พบคาถา)  
คบคนผู้โฉดเคลิ้ม อับผล
หญิงเคียดอย่าระคน ร่วมห้อง
อย่าคบหมู่ทรชน สอนยาก
บัณฑิตแม้ตกต้อง โทษสู้สมาคม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ภูเขาอเนกล้ำ มากมี
บมิหนักแผ่นธรณี หน่อยไซร้
หนักนักแต่กระลี ลวงโลก
อันจักทรงทานได้ แต่พื้นนรกานต์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘.  
เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมีรติ
เอวํ นินฺทาปสํสาสุ น สมฺมิญชนฺติ ปณฺฑิตา
  ธรรมบท
ภูเขาทั้งแท่งล้วน ศิลา
ลมพยุพัดมา บ่ ฟื้น
สรรเสริญแลนินทา คนกล่าว ร้ายนา
ใจปราชญ์ฤๅเด่าดื้น เฟื้องฟุ้งจินต์จล
  สำนวนเก่า
ภูเขาเป็นแท่งพื้น ศิลา
ลมพัดพานไปมา ห่อนลื้น
สรรเสริญแลนินทา คนกล่าว นั้นนา
ใจปราชญ์ฤๅแผ่วพื้น ห่อนได้จินต์จล
  สำนวนเก่า
ภูเขาทั้งแท่งล้วน ศิลา
ลมพยุพัดพา บ่ ขึ้น
สรรเสริญแลนินทา คนกล่าว
ใจปราชญ์ฤๅเฟื่อยฟื้น ห่อนได้จินต์จล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙. (ยังไม่พบคาถา)  
ห้ามเพลิงไว้อย่าให้ มีควัน
ห้ามสุริยแสงจันทร์ ส่องไซร้
ห้ามอายุให้หัน คืนเล่า
ห้ามดั่งนี้ไว้ได้ จึ่งห้ามนินทา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐.  
ปพฺพตาปิ พหุเสลา รตนานิ จ ทุลฺลภา
พหุชนา สทา โหนฺติ ปณฺฑิตาปิ จ ทุลฺลภา
ภูเขาเหลือแหล่ล้วน ศิลา
หามณีจินดา ยากไซร้
ฝูงชนเกิดนานา ประเทศ
หานักปราชญ์นั้นไซร้ เลือกแล้วฤๅมี
  สำนวนเก่า
เขาหลวงเหลือแหล่ล้วน ศิลา
หามณีจินดา ยากได้
ฝูงชนเกิดมากมา เหลือแหล่
หานักปราชญ์นั้นไซร้ เลือกแล้วฤๅมี
  สำนวนเก่า
ภูเขาเหลือแหล่ล้วน ศิลา
หามณีจินดา ยากได้
ฝูงชนเกิดนานา ในโลก
หานักปราชญ์นั้นไซร้ เลือกแล้วฤๅมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑.  
วนานนฺต พหุพฤกฺษา จนฺทนกณฺหทุลฺลภา
พหุชนา สทา โหนฺติ ปณฺฑิตาปิ จ ทุลฺลภา
ป่าปงดงล้วนเหล่า พฤกษา
หาแก่นจันทน์กฤษณา ยากได้
นารีแผ่นโลกา มีมาก
เบญจลักษณ์พร้อมไซร้ เลือกแล้วฤๅมี
  สำนวนเก่า
ป่าหลวงดงใหญ่ล้วน พฤกษา
หาแก่นจันทน์กฤษณา ยากไซร้
ฝูงชนในโลกา มีมาก
หาปราชญ์ฤๅจะได้ ยากแล้วควรสงวน
  สำนวนเก่า
ป่าหลวงปวงใหญ่ล้วน พฤกษา
หาแก่นจันทน์กฤษณา ยากไซร้
ฝูงคนเกิดมีมา เหลือแหล่
หานักปราชญ์นั้นไซร้ เลือกแล้วฤๅมี
  สำนวนเก่า
ป่าหลวงหลายโยชน์พร้อม พฤกษา
หาแก่นจันทน์กฤษณา ยากไซร้
ฝูงคนเกิดมีมา เหลือแหล่
หาปราชญ์ฤาจักได้ ยากแท้ควรสงวน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๒. (ยังไม่พบคาถา)  
มัจฉามีทั่วท้อง ชโลธร
หาเงือกงูมังกร ยากได้
ทั่วด้าวพระนคร คนมาก มีนา
จักเสาะสัปบุรุษไซร้ ยากแท้จักมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ดารามีมากร้อย ถึงพัน
บ่เปรียบกับดวงจันทร์ หนึ่งได้
คนพาลมากอนันต์ ในโลก
จะเทียบเท่าปราชญ์ไซร้ ยากแท้ฤาถึง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๔. (ยังไม่พบคาถา)  
เหมหงส์เลี้ยงชีพด้วย สาคร
ช้างพึ่งพนาดร ป่าไม้
ภุมราบุษบากร ครองร่าง ตนนา
นักปราชญ์เลี้ยงตัวได้ เพื่อด้วยปัญญา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๕.  
ปกฺขีนํ พลมากาโส มจฺฉานนมุทกํ พลํ
ทุพฺพลสฺส พลํ ราชา กุมารานํ รุทํ พลํ
  โลกนิติ
นกแร้งบินได้เพื่อ เวหา
ฝูงหมู่เต่าแลปลา พึ่งนํ้า
เข็ญใจพึ่งราชา จอมราช
ลูกอ่อนวอนกลืนกลํ้า อยากให้เป็นแรง
  สำนวนเก่า
ปักษาอากาศเกื้อ กำลัง
มัศยะยิ่งแรงรัง รักน้ำ
ราชาเป็นกำลัง เวียงพึ่ง นะพ่อ
ลูกอ่อนไห้รํ่าซ้ำ แซ่ซ้องเป็นแรง
  สำนวนเก่า
นกแร้งบินได้เพื่อ เวหา
หมู่จระเข้เต่าปลา พึ่งน้ำ
เข็ญใจพึ่งราชา จอมราช
ลูกอ่อนอ้อนกลืนกล้ำ เพื่อนํ้านมแรง
(ครวญคร้ำ) (แม่ให้กินนม)
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๖. (ยังไม่พบคาถา)  
ป่าพึ่งพาลพยัคฆ์ร้าย ราวี
เสือพึ่งไพรพงพี เถื่อนถ้ำ
ความชั่วพึ่งความดี เท็จพึ่ง จริงนา
เรือพึ่งแรงนํ้าน้ำ หากรู้คุณเรือ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๗.  
สปฺปา สปฺปสฺส ปทํ ปสฺสํ กุกฺกุโฏสฺต น ปสฺสติ
โจรา ปสฺสนฺติ โจรานํ ธีรา ปสฺสนฺติ ธีรติ
ตีนงูงูไซร้หาก เห็นกัน
นมไก่ ไก่สำคัญ ไก่รู้
พวกโจรต่อโจรผัน เห็นเล่ห์ กันนา
นักปราชญ์ครั้นเห็นผู้ ปราชญ์ไซร้ยินดี
(นักปราชญ์ต่อปราชญ์ผู้)  
  สำนวนเก่า
ตีนงูงูไซร้หาก เห็นกัน
นมไก่ ไก่สำคัญ ไก่รู้
หมู่โจรต่อโจรหัน เห็นเล่ห์ กันนา
เชิงปราชญ์ฉลาดกล่าวผู้ ปราชญ์รู้เชิงกัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๘.  
โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุสฺสีโล อสมาหิโต
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย สีลวนฺตสฺส ฌายิโน
  ธรรมบท
มีอายุร้อยหนึ่ง นานนัก
ศีลชื่อปัญจางค์จัก ไป่รู้
ขวบเดียวเด็กรู้รัก ษานิจ ศีลา
พระตรัสสรรเสริญผู้ เด็กนั้นเกิดศรี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๙.  
โย จ วสฺสสตํ ชีเว ทุปฺปญฺโ อสมาหิโต
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย ปญฺวนฺตสฺส ฌายิโน
  ธรรมบท
คนใดยืนอยู่ร้อย พรรษา
ใจบมีปรีชา โหดไร้
วันเดียวเด็กเกิดมา ใจปราชญ์
สรรเพชญบัณฑูรไว้ เด็กนั้นควรยอ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๐.  
โย จ วสฺสสตํ ชีเว กุสีโต หีนวีริโย
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย วีริยมารภโต ทฬฺหํ
  ธรรมบท
คนใดยืนเหยียบร้อย ขวบปี
ความอุตส่าห์ฤๅมี เท่าก้อย
เด็กเกิดขวบหนึ่งดี เพียรพาก
พระตรัสว่าเด็กน้อย นี่เนื้อเวไนย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๑.  
โย จ วสฺสสตํ ชีเว อปสฺสํ ธมฺมมุตฺตมํ
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย ปสฺสโต ธมฺมมุตฺมํ
  ธรรมบท
อายุยืนร้อยอยู่ หึงนาน
ธัมโมตตมะโอฬาร ห่อนรู้
เด็กน้อยเกิดปูนปาน วันหนึ่ง
เห็นพระธรรมยิ่งผู้ แก่ร้อยพรรษา
  สำนวนเก่า
อายุถึงร้อยขวบ เจียรกาล
ธัมโมชอันโอฬาร บ่รู้
เด็กน้อยเกิดประมาณ วันหนึ่ง
เห็นถ่องธรรมยิ่งผู้ แก่ร้อยพรรษา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๒.  
โย จ วสฺสสตํ ชีเว อปสฺสํ อุทยพฺพยํ
เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย ปสฺสโต อุทยพฺพยํ
  ธรรมบท
อายุยืนร้อยขวบ โดยหมาย
ความเกิดทั้งความตาย ไป่รู้
วันเดียวเด็กหญิงชาย เห็นเกิด ตายนา
เด็กดั่งนั้นยิ่งผู้ แก่ร้อยพรรษา
  สำนวนเก่า
มีอายุอยู่ร้อย ปีปลาย
ความเกิดแลความตาย ไป่รู้
วันเดียวเด็กหญิงชาย เห็นเกิด ตายนา
ลูกอ่อนนั้นยิ่งผู้ แก่ร้อยปีปลาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ธิรางค์รู้ธรรมแม้ มากหลาย
บ่กล่าวให้หญิงชาย ทั่วรู้
ดุจหญิงสกลกาย งามเลิศ
อยู่ร่วมเรือนผัวผู้ โหดแท้ขันที
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๔.  
สุจิปุลิวินิมุตฺโต กถํ โส ปณฺฑิโต ภเว
สุจิปุลิ จ สมฺปนฺโน ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจติ
  โลกนิติ
เว้นวิจารณ์ว่างเว้น สดับฟัง
เว้นที่ถามอันยัง ไป่รู้
เว้นเล่าลิขิตสัง เกตว่าง เว้นนา
เว้นดั่งกล่าวว่าผู้ ปราชญ์ได้ฤๅมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๕. (ยังไม่พบคาถา)  
รู้ธรรมเทียมเท่าผู้ ทรงไตร
เจนจัดอรรถภายใน ลึกล้น
กล่าวแก้สิ่งสงสัย เลอะเลื่อน
รสพระธรรมอั้นอ้น ว่ารู้ใครชม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๖.  
อปฺปสฺสุโต สุตํ อปฺปํ พหุํ มญฺติ มานวา
สนฺทุโตทกมปสฺสนฺโต กูเป โตยํว มณฺฑุโก
  โลกนิติ
กบน้อยไป่เห็นนํ้า สมุทรไทย
อวดบ่อตนอาศัย เพียบน้ำ
รู้น้อยท่านทรงไตร ยังไป่ เห็นแฮ
ชรอึ่งอวดเองคํ้า แข่งรู้เหลือตัว
  สำนวนเก่า
สดับธรรมหน่อยหนึ่งอ้าง อวดแถลง
หมายมาดปรีชาแรง รับโต้
เฉกกบกับบ่แฝง เมินสมุทร ไฉนแฮ
นึกน่านนํ้าใหม่โอ้ อวดล้นเหลือแสน
  สำนวนเก่า
รู้น้อยว่ามากรู้ เริงใจ
กลกบเกิดอยู่ใน สระจ้อย
ไป่เห็นชเลไกล กลางสมุทร
ชมว่านํ้าบ่อน้อย มากลํ้าลึกเหลือ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๗. (ยังไม่พบคาถา)  
รูปชั่วมักแต่งแกล้ง เกลาทรง
รู้น้อยมักทะนง อวดรู้
นํ้าพร่องกะละออมคง กระฉอก ฉานนา
แม่โคนมเหือดสู้ คิดร้ายตรากตราน
  สำนวนเก่า
รูปชั่วมักแต่งแกล้ง เกลาทรง
ใจขลาดมักอาจอง อวดสู้
นํ้าพร่องกะละออมคง กระฉอก ฉานนา
เฉาโฉดโอษฐ์อวดสู้ ว่ารู้ใครเทียม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๘. (ยังไม่พบคาถา)  
รถใหญ่กว่าเพื่อนพ้อง รัถา
จระเข้พ้นคงคา ใหญ่กว้าง
เสืออวดว่าอาตมา โตกว่า ดงแฮ
สามสิ่งนี้โอ่อ้าง ใหญ่ไซร้ใครจะเห็น
  สำนวนเก่า
จระเข้คับน่านนํ้า ไฉนหา ภักษ์เฮย
รถใหญ่กว่ารัถยา ยากแท้
เสือใหญ่กว่าวนา ไฉนอยู่ได้แฮ
เรือเขื่องคับชเลแล้ แล่นโล้ไปไฉน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๙. (ยังไม่พบคาถา)  
มณฑกทำเทียบท้าว ราชสีห์
แมวว่ากูพยัคฆี แกว่นกล้า
นกจอกว่าฤทธี กูยิ่ง ครุฑนา
คนประดากขุกมีข้า ยิ่งนั้นแสนทวี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๐. (ยังไม่พบคาถา)  
หิ่งห้อยส่องก้นสู้ แสงจันทร์
ปัดเทียบเทียมรัตนอัน เอี่ยมข้า
ทองเหลืองหลู่สุวรรณ ธรรมชาติ
พาลว่าตนเองอ้า อาจลํ้าเลยกวี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๑. (ยังไม่พบคาถา)  
เสือผอมกวางวิ่งเข้า โจมขวิด
ไป่ว่าเสือมีฤทธิ์ เลิศลํ้า
เล็บเสือดั่งคมกฤช เสือซ่อน ไว้นา
ครั้นปะปามล้มขวํ้า จึ่งรู้จักเสือ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ทองเหลืองเปลื้องร้ายห่อน เห็นมี
ขัดบ่อยร้อยพันที เล่าไซร้
ทองแดงชาติราคี ละลายโทษ
ฤๅมาแต่งตั้งไว้ ว่าโอ้ไพบูลย์
  สำนวนเก่า
ทองเหลืองเปลื้องร้ายห่อน เห็นมี
ขัดเท่าขัดราคี เล่าไซร้
นพคุณหมดใสสี เสร็จโทษ
ถึงบ่แต่งตั้งไว้ แจ่มแจ้งไพบูลย์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๓. (ยังไม่พบคาถา)  
พระสมุทรไหวหวาดห้วย คลองชม
สุเมรุพลวกปลวกนิยม ชื่นช้อย
สีหราชหวาดไหวกรม สุนัขเยาะ หยันนา
พระสุริยาคลาดคล้อย หิ่งห้อยยินดี
  สำนวนเก่า
พระสมุทรไหวหวาดห้วย คลองสรวล
สุเมรุพลวกปลวกสำรวล ร่าเร้า
สีหราชร่ำคร่ำครวญ สุนัขเยาะ หยันนา
สุริยส่องยามเย็นเข้า หิ่งห้อยยินดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๔. (ยังไม่พบคาถา)  
แมวล่าหนูแซ่ซี้ จรจรัล
หมาล่าวิฬาร์ผัน สู่หล้าง
ครูล่าศิษย์ละธรรม์ คบเพื่อน พาลนา
เสือล่าป่าแรมร้าง หมดไม้ไพรสณฑ์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๕.  
เอลา พนฺธาย โรมคฺคา อธิวิสฺวา สชีวิตมฺ
มหาชโน กุตฺโต ตสฺส ปจฺฉา ยสาภิปากโฏ
จามรีขนข้องอยู่ เปลื้องปลด
ฤๅรักชีพสงวนยศ ยิ่งไซร้
สัตว์โลกอันสมมติ มีชาติ นี้นา
ดูเยี่ยงสัตว์นั้นได้ อ่านอ้างภายหลัง
  สำนวนเก่า
จามรีขนข้องอยู่ แปลงปลด
ชีพบ่รักรักยศ ยิ่งไซร้
สัตว์ชนโลกสมมติ มุติชาติ
จงเยี่ยงสัตว์นั้นให้ อ่านอ้างภายหลัง
  สำนวนเก่า
จามรีขนข้องอยู่ หยุดปลด
ชีพ บ่ รักรักยศ ยิ่งไซร้
สัตว์โลกซึ่งสมมติ มีชาติ
ดูเยี่ยงสัตว์นั้นได้ ยศซ้องสรรเสริญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๖.  
อคฺนิ ตาเปน เม ทุกฺขํ น ทุกฺขํ โลหตาตกํ
เอวเทว มหาทุกฺขํ ปุนตฺร พาลทุลฺลภํ
นพคุณเก้านํ้าชาติ ชาตรี
ค้อนเหล็กรุมรันตี ห่อนม้วย
ฤๅเจ็บเท่าธุลี สักหยาด
เจ็บแต่ท่านชั่งด้วย กล่ำน้อยหัวดำ
  สำนวนเก่า
ทองใส่ในเบ้าสูบ แสนที
ค้อนเหล็กรุมรันตี ไป่ม้วย
ฤๅเจ็บเท่าธุลี สักหยาด
เจ็บแต่ท่านชั่งด้วย กล่ำน้อยหัวดำ
  สำนวนเก่า
นพคุณใส่เบ้าสูบ แสนที
ค้อนเหล็กรุมรันตี ห่อนม้วย
บ่เจ็บเท่าธุลี สักหยาด
เจ็บแต่ท่านชั่งด้วย กล่ำน้อยหัวดำ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๗.  
ธนมฺพินาศ มนวินาศ กิตฺติมฺ กิตฺติมฺพินาศ มนพินาศ พุทฺธิมฺ
พุทฺธินาศ มนวินาศ อาตฺมา อาตฺมาวินาศ มนวินาศ ธมฺมมฺ
เสียทรัพย์ครองอย่าได้ เสียยศ
ยศศักดิ์เสียอย่างด ฝ่ายรู้
ฝ่ายรู้นาศอย่าลด เสียอาตม์
เสียอาตมครองรู้ อย่าให้เสียธรรม
  สำนวนเก่า
เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์
เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้
เสียรู้เร่งดำรง ความสัตย์ ไว้นา
เสียสัตย์อย่าเสียสู้ ชีพม้วยมรณา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๘.  
เฉทจฺจนฺทนจฺจตจมฺปกวเน วฺฤกฺษางกุเร กณฺเก
หงฺสาหงฺสมยุรโกกิลกุเล กาเก สสิลางรติ
ตัดจันทน์ไผ่หนามหนา จำปา
แปลงปลูกไผ่หนามหนา รกเรื้อ
ฆ่าหงส์มยุรโกญจา เนืองนาถ
เลี้ยงแต่กากินเนื้อ ว่ารู้รสธรรม
  สำนวนเก่า
ตัดจันทน์ฟันม่วงไม้ จำบก
แปลงปลูกหนามรามรก เรื่อเรื้อ
ฆ่าหงส์มยุรนก โนริต
เลี้ยงแต่กากินเนื้อ ว่ารู้รสธรรม
  สำนวนเก่า
ตัดจันทน์ฟันม่วงไม้ จัมบก
แปลงปลูกหนามรามรก รอบเรื้อ
ฆ่าหงส์มยุรนก กระเหว่า เสียนา
เลี้ยงหมู่กากินเนื้อ ว่ารู้ลีลา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๖๙.  
มาโอฏฺสมกฺกรสฺสุ คทฺรภ กสฺสูรกสฺสปโย
เทเส ยตฺร วิจารณา คณคไณ ทุรายตไสฺม นม
เอาลาเทียมอูฐโอ้ เป็นมูล
เก็บปัดเทียมแก้วปูน ค่าไว้
เมืองใดพิจารณ์พูน มีดั่ง นี้นา
นับแต่ไกลว่าใกล้ แต่เต้าเมืองเข็ญ
  สำนวนเก่า
เอาสารเทียมอูฐโอ้ เป็นมูล
เก็บปัดเทียมแก้วปูน ค่าไว้
เมืองใดพิกัดพูน มีดั่ง นี้นา
นับแต่ไกลอย่าได้ ไต่เต้าเมืองเข็ญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗๐. (ยังไม่พบคาถา)  
นํ้าเคี้ยวยูงว่าเงี้ยว ยูงตาม
ทรายเหลือบหางยูงงาม ว่าหญ้า
ตาทรายยิ่งนิลวาม พรายเพริศ
ลิงว่าผลลูกหว้า โดดดิ้นโดยตาม
  สำนวนเก่า
นํ้าเคี้ยวยูงว่าเงี้ยว ยูงตาม
ทรายเหลือบหางยูงงาม ว่าหญ้า
ตาทรายยิ่งนิลวาม หาว่าดิ้นโดยตาม
ลิงว่าหว้าหวังหว้า หว่าดิ้นโดยตาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗๑. (ยังไม่พบคาถา)  
สังขารหวัวผู้ว่า ตนทรนง
ทรัพย์ย่อมหวัวคนจง ว่าเจ้า
หญิงหวัวแก่ชายปลง ชมลูก
มัจจุราชหวัวผู้เถ้า บ่รู้วันตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗๒. (ยังไม่พบคาถา)  
มือด้วนคิดจะมล้าง เขาหมาย
ปากด้วนถ่มนํ้าลาย เลียบฟ้า
หิ่งห้อยแข่งแสงฉาย สุริเยศ
คนทุพพลอวดกล้า แข่งผู้มีบุญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗๓. (ยังไม่พบคาถา)  
แว่นตามาใส่ผู้ อันธการ
คนหนวกฟังสำนาน ขับร้อง
คนใบ้ใฝ่แสดงสาร โคลงกาพย์
เฉกเครื่องประดับซ้อง ใส่ให้วานร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗๔. (ยังไม่พบคาถา)  
วัดช้างเบื้องบาทรู้ จักสาร
วัดอุทกชักกมุทมาลย์ แม่นรู้
ดูครูสดับโวหาร สอนศิษย์
ดูกระกูลเผ่าผู้ เพื่อด้วยเจรจา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗๕. (ยังไม่พบคาถา)  
พระสมุทรสุดลึกล้น คณนา
สายดิ่งทิ้งทอดมา หยั่งได้
เขาสูงอาจวัดวา กำหนด
จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗๖. (ยังไม่พบคาถา)  
ไม้ล้มควรข้ามไม้ ควรการ
คนล้มจักข้ามพาน ห่อนได้
เสือผอมอย่าอวดหาญ เข้าผลัก ไสแฮ
ผู้ประทุษฐตกต่ำไร้ อย่าได้ทำคุณ
  สำนวนเก่า
ไม้ล้มควรข้ามได้ โดยหมาย
คนล้มจักข้ามกราย ห่อนได้
ทำชอบชอบห่อนหาย ชอบกลับ สนองนา
ทำผิดผิดจักให้ โทษแท้ถึงตน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ไม้ล้มจักข้ามให้ ดูการ
คนท่าวล้มข้ามพาน ห่อนได้
เสือผอมอย่าอวดหาญ เข้าผลัก เสือแฮ
พาลประทุษฐตกไร้ อย่าได้ทำคุณ
  ผู้แต่ง/ที่มาขาดไป
๗๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ทรชนยากไร้อย่า ทำคุณ
อย่าหยิบทรัพย์อุดหนุน หย่อนให้
ก่อเกื้อเกือบเกินทุน มันมั่ง มีนา
ครั้นค่อยคลายวายไร้ กลับสู้ดูแคลน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๗๙. (ยังไม่พบคาถา)  
แม้ทำคุณท่านได้ ถึงพัน
ครั้นโทษมีแต่อัน หนึ่งไซร้
ติฉินหมิ่นคำหยัน เยาะกล่าว
กลบลบคุณหลังได้ ยิ่งด้วยพันทวี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ทำคุณคนประทุษแท้ ทรชน
อวยทรัพย์ให้เมื่อจน ยากไร้
ค่อยคลายวายทุกข์ทน มีทรัพย์ บ้างนา
มักประทุษฐร้ายให้ แก่ผู้มีคุณ
  สำนวนเก่า
ทำคุณให้ห่อนรู้ คุณสนอง
ท่านบ่แทนคุณปอง โทษให้
กลกาแต่งยูงทอง ลายเลิศ
ยูงเอาหมึกม่อไล้ ลูบสิ้นสรรพางค์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ตั้งพันไทเทพเรื้อง ฤทธิรงค์
ไป่เท่าพระอินทร์องค์ หนึ่งไซร้
คุณพันหนึ่งดำรง ความชอบ
โทษเดียวอาจลบได้ สุดสิ้นพันคุณ
  สำนวนเก่า
เทพาพันเทพเรื้อง ฤทธิรงค์
บ่เท่าพระอินทร์องค์ หนึ่งได้
คุณพันหนึ่งดำรง ความชอบ ไว้นา
มีโทษอันหนึ่งไซร้ กลบกล้ำพันคุณ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๒.  
อุชุกํ อุชุกญฺเจว วงฺกํ วงฺกฏเมว จ
ตามฺพกํ สุวณฺณญฺเจว ตว ปุตฺโต จ วานร
ใครซื่อให้ซื่อตั้ง ใจกัน
ใครคดเอาคดผัน ตอบเต้า
ทองแดงว่าสุวรรณ ยังถ่อง เหมือนฤๅ
ลิงว่าลูกสองเถ้า ฉันนั้นจึงควร
  สำนวนเก่า
ใครซื่อซื่อด้วยดั่ง ใจกัน
ใครคดต่อจงผัน ตอบเต้า
ทองแดงว่าสุวรรณ อันถ่อง ดีนา
ทั้งลูกเขือสองเถ้า ว่าโอ้เป็นลิง
  สำนวนเก่า
ใครซื่อสัจซื่อตั้ง ตามกัน
ใครคดควรคดผัน ตอบเต้า
ทองแดงว่าสุวรรณ อันถ่อง
ลูกเขือฤๅล่วงเค้า ว่าโอ้เป็นจริง
  สำนวนเก่า
ใครซื่อซื่อต่อตั้ง ตามกัน
ใครคดคดผ่อนผัน ตอบเต้า
ทองแดงว่าสุวรรณ ยังถ่อง เหมือนฤๅ
ดุจลูกสูสองเถ้า ว่าโอ้เป็นลิง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ใครทำโทษโทษนั้น แทนทด
ใครคิดจิตคดคด ต่อบ้าง
ใครจริงจึ่งจริงจรด รักต่อ กันนา
ใครใคร่ร้างเร่งร้าง รักร้างแรมไกล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๔. (ยังไม่พบคาถา)  
นายรักไพร่ไพร่พร้อม รักนาย
มีศึกสู้จนตาย ต่อแย้ง
นายเบียนไพร่กระจาย จากหมู่
นายบ่รักไพร่แกล้ง ล่อล้างผลาญนาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๕. (ยังไม่พบคาถา)  
ข้าท้าวเอาจิตท้าว แม่นหมาย
บ่าวท่านเอาใจนาย แม่นหมั้น
ศิษย์ท่านผ่อนผันผาย โดยจิต ครูนา
อยู่ที่เรือนตัวนั้น แต่น้ำใจเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๖. (ยังไม่พบคาถา)  
รักกันอยู่ขอบฟ้า เขาเขียว
เสมออยู่หอแห่งเดียว ร่วมห้อง
ชังกันบ่แลเหลียว ตาต่อ กันนา
เหมือนขอบฟ้ามาป้อง ป่าไม้มาบัง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ให้ท่านท่านจักให้ ตอบสนอง
นบท่านท่านจักปอง นอบไหว้
รักท่านท่านควรครอง ความรัก เรานา
สามสิ่งนี้เว้นไว้ แต่ผู้ทรชน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๘.  
คุโณ สพฺพญฺญุ ตุโลฺยปิ น โสภติ อนิสฺสโย
อนคฺฆมฺปิ มณีนํ เหมํ นิสฺสาย โสภเต
  โลกนิติ
แม้นมีคุณรู้ดั่ง สัพพัญญู
ครั้นบ่มีคนชู ห่อนขึ้น
หัวแหวนค่าเมืองตรู ตาโลก
ทองช่วยรองรับพื้น จึ่งแก้วมีศรี
  สำนวนเก่า
คุณปรีชาเปรียบด้วย วรญาณ
ฤๅพึ่งราชบริพาร ห่อนล้ำ
ชนบ่นับหน้าขาน คำหมิ่น นะพ่อ
เพชรรัตนค่ากํ้า กอบด้วยทองงาม
  สำนวนเก่า
แม้นมีความรู้ดั่ง สัพพัญญู
ผิบ่มีคนชู ห่อนขึ้น
หัวแหวนค่าเมืองตรู ตาโลก
ทองบ่รองรับพื้น ห่อนแก้วมีศรี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๘๙. (ยังไม่พบคาถา)  
ราชรถปรากฏด้วย ธงไชย
ควันปรากฏแก่ไฟ เที่ยงแท้
ราชาปรากฏไอ สุริยะ สมบัตินา
ชายเฉลิมเลิศแล้ ปิ่นแก้วเกศหญิง
  สำนวนเก่า
ราชรถปรากฏด้วย ธงไชย
ควันประจักษ์แก่ไฟ เที่ยงแท้
ราชาอิสระใน สมบัติ
ชายย่อมเฉลิมเลิศแล้ ปิ่นแก้วเกศหญิง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๐. (ยังไม่พบคาถา)  
รำฟ้อนสุนทรด้วย รูปา
ร้องขับศัพท์เสน่หา โสตแท้
ปลํ้ามวยด้วยแรงอา ยุศมโยพ
รักชังทั้งนั้นแล้ เล่ห์ลิ้นพาที
  สำนวนเก่า
รำฟ้อนสุนทรด้วย รูปา
ร้องขับศัพท์เสน่หา ยิ่งแท้
มวยปลํ้าลํ่าสันสา มารถจึ่ง ดีแฮ
รักกับชังนั้นแล้ เพื่อลิ้นเจรจา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๑.  
โกกิลานํ สทฺทํ รูปํ นารีรูปํ ปติพฺพตา
วิชฺชา รูปํ อรูปานํ ขมา รูปํ ตปสฺสินํ
  โลกนิติ
โกกิลเอาศัพท์ตั้ง ต่างทรง รูปแฮ
หญิงซื่อใจตรงผัว รูปแท้
เสียรูปวิทยาคง ต่างรูป ชายแฮ
มล้างโทษโกรธไปล่แปล้ รูปเจ้าฤๅษี
  สำนวนเก่า
ดุเหว่าว่องศัพท์ตั้ง ต่างทรง
หญิงภักดีผัวดำรง รูปเกื้อ
ร้ายร่างวิชาคง ประกอบรูป
อดจิตเวรบ่เรื้อ รูปเจ้าสมณา
  สำนวนเก่า
กระเหว่าเสียงเพราะแท้ แก่ตัว
หญิงเลิศเพราะรักผัว แม่นหมั้น
นักปราชญ์มาตรรูปมัว หมองเงื่อน งามนา
เพราะเพื่อรสธรรมนั้น ส่องให้เห็นงาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๒.  
วินา จรวินา กาโส วินา ธราภรณา หริ
วินาย กฺรวินา เทโส โสภเต น จ โสภเต
วิษณุเวศเว้นเซริดสร้อย อาภรณ์
อากาศวายสุริยจร แจ่มหล้า
กรุงใดไร้บวร เปรมปราชญ์
แม้งามเลิศล้นฟ้า ห่อนได้ดูงาม
  สำนวนเก่า
พระนารายณ์เว้นจาก อาภรณ์
อากาศเว้นสุริยจร จากหล้า
เมืองใดบ่มีวร เปรมปราชญ์
แม้ว่างามล้นฟ้า ห่อนรื้องามเลย
  สำนวนเก่า
นารายณ์วายเว้นจาก อาภรณ์
อากาศขาดสุริยจร แจ่มหล้า
เมืองใดบ่มีวร เปรมปราชญ์
แม้ว่างามล้นฟ้า ห่อนได้งามเลย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๓. (ยังไม่พบคาถา)  
เขาใดไร้ถํ้าราช สีห์หมาง
สระแห้งหงส์ละวาง เกลียดใกล้
พฤกษาใดใบบาง นกหน่าย
สาวหนุ่มร้างชู้ไว้ เพราะชู้ชายทราม
  สำนวนเก่า
เขาใดไร้ถํ้าราช สีห์หมาง
สระโหดหงส์ละวาง วากเว้
พฤกษาใดบกใบบาง นกหน่าย
สาวซัดชู้โอ้เอ้ เพราะชู้ชายทราม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ป่าใดไกลพยัคฆ์ร้าย ราวี
ไม้หมดม้วยไป่มี ห่อนรื้อ
หญิงไร้ร้างสามี เมื่อหนุ่ม
เป็นที่หมิ่นชายยื้อ หยอกเย้ายียวน
  สำนวนเก่า
ป่าใดไกลพยัคฆ์ร้าย ราวี
ไม้หมดม้วยบ่มี ร่มชื้อ
หญิงยศงดงามดี ผัวหน่าย
เป็นที่หมิ่นชายยื้อ หยอกเย้าเสียตน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๕. (ยังไม่พบคาถา)  
เว้นหมากปากเปล่าเปรี้ยว เด็จดาย
เมืองบ่มีเจ้านาย ครอบเกล้า
เคหาทารกวาย เรือนเยือก เย็นนา
หญิงคลาดชายคู่เคล้า เสื่อมสิ้นสูญวงศ์
  สำนวนเก่า
พลูหมากจากโอษฐ์โอ้ เสียศรี
หญิงจากจอมสามี ครอบเกล้า
เรือนปราศจากบุตรี ดรุณเด็ก
เมืองจากจอมภพเจ้า สิ่งนี้ฤๅงาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๖. (ยังไม่พบคาถา)  
เจ็ดวันนิราศร้าง ดนตรี
ห้าวันอักษรหนี เงื่องช้า
สามวันจากสตรี จิตเตร่
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า อับเศร้าเสียศรี
  สำนวนเก่า
เจ็ดวันเว้นดีดซ้อม ดนตรี
อักขระห้าวันหนี เนิ่นช้า
สามวันจากนารี เป็นอื่น
วันหนึ่งเว้นล้างหน้า อับเศร้าศรีหมอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ดอยใดมีถํ้าราช สีห์ประสงค์
เหมืองมาบมีบัวหงส์ หากใกล้
ต้นไม้พุ่มพัวพง นกมาก มีนา
สาวหนุ่มตามชู้ไซร้ เพราะชู้ชอบตา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๘. (ยังไม่พบคาถา)  
เปียกตมชมชื่นเชื้อ กาษร
หงส์กับบุษบากร ชื่นช้อย
ภิกษุเสพสังวร ศีลสุข ไซร้นา
บุรุษรสรักร้อย เท่าน้อมในหญิง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๙๙. (ยังไม่พบคาถา)  
ใครจักผูกโลกแม้ รัดรึง
เหล็กเท่าลำตาลตรึง ไป่หมั้น
มนตร์ยาผูกนานหึง หายเสื่อม
ผูกเพื่อไมตรีนั้น แน่นเท้าวันตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๐.  
คชสฺส พนฺธนา ปาโส มนฺตฺรปาโส ภว ชทฺคมฺ
โลกสฺส พนฺธนา เสนฺโห ธรมฺมสฺส ปน พนฺธนมฺ
จำสารสับปลอกเกี้ยว ตีนสาร
จำนาคมนตร์พิสดาร ผูกแท้
จำคนเพื่อใจหวาน ต่างปลอก
จำโลกลํ้าเลิศแท้ เท่าด้วยไมตรี
  สำนวนเก่า
จำสารสับปลอกเกี้ยว ตีนสาร
จำนาคมนตร์พิสดาร ผูกแท้
จำคนเท่าใจหวาน ต่างปลอก
จำโลกนี้มั่นแล้ เท่าด้วยไมตรี
  สำนวนเก่า
จำสารสับปลอกเกี้ยว ตีนสาร
จำนาคมนตร์โอฬาร ผูกแท้
จำคนเพื่อใจหวาน ต่างปลอก
จำโลกนี้นั่นแล้ แต่ด้วยไมตรี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๑. (ยังไม่พบคาถา)  
เรียนพระธรรมแท้ผูก ศาสนา
ปลอกผูกคชตรึงตรา ตรากหมั้น
มนตร์ดลแลหยูกยา สมรรถผูก งูแฮ
ผูกโลกทั้งหลายนั้น แน่นด้วยไมตรี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๒.  
อกฺโกเธน ชิน โกธํ อสาธุํ สาธุนา ชิเน
ชิเน กทริยํ ทาเนน สจฺเจนาลิกวาทินํ
  โลกนิติ
ผจญคนโกรธด้วย ไมตรี
ผจญหมู่ทรชนดี ต่อตั้ง
ผจญหมู่โลภจงมี ทรัพย์แผ่ อวยนา
ผจญสัตย์จงยั้ง ต่อด้วยสัตยา
  สำนวนเก่า
ผจญผู้พิโรธด้วยขัน ขันตี
สู้บาปบุญราศี จึ่งได้
สู้ชนตระหนี่มี ทานต่อ ตอบพ่อ
คำสัตย์สู้ปดให้ หากแจ้งเห็นจริง
  สำนวนเก่า
ผจญคนมักโกรธด้วย ไมตรี
ผจญหมู่ทรชนดี ต่อตั้ง
ผจญคนจิตโลภมี ทรัพย์เผื่อ แผ่นา
ผจญอสัตย์ให้ยั้ง หยุดด้วยสัตยา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๓. (ยังไม่พบคาถา)  
รบศึกชนะได้ ในณรงค์
รบเมียมีไชยยง ยิ่งแพ้
รบใจให้คงตรง ในสัตย์ ธรรมนา
ท่านผู้นั้นเลิศแล้ โลกเหลื้องลือขจร
  สำนวนเก่า
รบศึกชนะได้ ในณรงค์
รบแม่เรือนตัวยง ขยาดแพ้
รบใจชักให้คง ความสัตย์
ถือว่าผู้นั้นแล้ เลิศลํ้าชายชาญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๔. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดคนหนึ่งผู้ ใจฉกรรจ์
เคียดฆ่าคนอนันต์ หนักแท้
ไป่ปานบุรุษอัน ผจญจิต เองนา
เธียรท่านเยินยอแล้ ว่าผู้มีชัย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๕. (ยังไม่พบคาถา)  
แพ้ศึกหลบหลีกได้ รอดตน
แพ้ความปรับเหตุผล ทรัพย์ผ้าย
แพ้เบี้ยเสียสินจน สิ้นอาต มานา
แพ้เมียประทุษฐร้าย ตราบม้วยบรรลัย
  สำนวนเก่า
แพ้ศึกหลบหลีกได้ รอดตน
แพ้คดีทุกข์ธน ทรัพย์ผ้าย
แพ้เบี้ยค่นจนจน ตัวยาก ก็ดี
แพ้แม่เรือนทำร้าย ยากเท้าบรรลัย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๖.  
สงฺคาเม สุรมิจฺฉนฺติ มนฺติ สุขํ กุตูหเล
ปิยญฺจ อนฺนปาเนสุ อตฺถ กิจฺเจสุ ปณฺฑิโต
  โลกนิติ
สงครามปลอบปลูกเลี้ยง คนหาญ ยุทธแฮ
เลี้ยงปลูกคนแกว่นการ ช่วยร้อน
เมื่อเสพกระยาบาน บอกเพื่อน แจกนา
เลี้ยงปราชญ์ปรีชาช้อย ช่วยแก้ปริศนา
  สำนวนเก่า
ใช้คนหาญต่อสู้ สงคราม
หาเมื่อใดหาญความ ท่านรู้
ข้าวน้ำใส่เต็มชาม หาเพื่อน กินนา
หานักปราชญ์ผู้รู้ ยามแก้ปริศนา
  สำนวนเก่า
ยามศึกนึกกลั่นแกล้ว โยธา
ยามทุกข์คู่คิดหา ช่วยแก้
ยามเสพรสโอชา นึกที่ รักแฮ
ยามกิจกอบอรรถแล้ ระลึกผู้ปราชญ์แสวง
  สำนวนเก่า
สงครามเสพทแกล้ว อาสา
รักเรียนเพียรแสวงหา แม่นรู้
ครั้นกินเครื่องโอชา แสวงเพื่อน
คิดอรรถธรรมแสวงผู้ ฉลาดด้วยปรีชา
  สำนวนเก่า
สงครามแสวงท่วยแกล้ว อาสา
กลคดีพึงหา ท่านรู้
ยามกินรสโอชา ชวนเพื่อน กินนา
หาปราชญ์ลํ้าเลิศผู้ เมื่อแก้ปริศนา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๗.  
ธนมิจฺเฉ วาณิชฺเชยฺย วิทฺยมิจฺเฉ ภเช สตํ
ปุตฺตมิจฺเฉ ตรุณิตฺถี ราชมจฺจํ อิจฺฉาคเม
  โลกนิติ
ปองมิตรพึงเพิ่มค้า ของขาย
เสพปราชญ์วิทยาหมาย มุ่งได้
หวังบุตรเสพหญิงหลาย สาวเสาะ นะพ่อ
ปองราชอำมาตย์ได้ เร่งรู้เรียนศิลป
  สำนวนเก่า
แสวงรู้พึงคบด้วย บัณฑิต
แสวงทรัพย์คบพานิช ง่ายไซร้
แสวงหายศศักดิ์ชิด ชอบราช
ผิใคร่ได้ลูกไซร้ เสพส้องเมียสาว
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๘. (ยังไม่พบคาถา)  
หายากเชิงรอบรู้ การกิจ
หายากเชิงชาญชิด ชอบใช้
หายากเช่นเชิงมิตร คุงชีพ
หายากเชิงช่างให้ ชอบน้ำใจจริง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐๙.  
สเตสุ ชยเต สุรํ สฺรหสฺเสสุ จ ปณฺฑิตํ
อฏฺฏกา สตสหสฺเสสุ ทาตา ภาวติ มานว
ร้อยคนหาผู้แกล้ว กลางณรงค์
พันคนปัญญายง ยากแท้
หมื่นคนซื่อตรงทรง ความสัจ
มี บ่ มีนั้นแล้ อาจอ้างทำทาน
  สำนวนเก่า
ร้อยคนคนหนึ่งกล้า กลางณรงค์
พันหนึ่งปัญญายง รอบรู้
แสนคนช่างความตรง คนหนึ่ง
มี บ่ เท่าหนึ่งผู้ อาจอ้างอวยทาน
  สำนวนเก่า
ร้อยคนคนหนึ่งกล้า กลางณรงค์
พันคนปัญญายง ยิ่งผู้
แสนคนสร้างความตรง คนหนึ่ง
ไป่เท่าคนหนึ่งสู้ อาจอ้างอวยทาน
  สำนวนเก่า
ร้อยคนหาแกว่นแกล้ว กลางณรงค์
พันหนึ่งหาปัญญายง ยิ่งรู้
แสนคนเสาะคนตรง ยังยาก
ไป่เท่าคนหนึ่งผู้ อาจอ้างอวยทาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ช้างม้าเมียมิ่งแก้ว เงินทอง
ตัวมิตายจักปอง ย่อมได้
ชีวิตสิ่งเดียวของ หายาก
ใช่ประทีปเทียนไต้ ดับแล้วจุดคืน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๑.  
ธนาตฺถํ ปญฺจวสฺสนฺติ ตฺรีนิ วสฺสานิ กามิคี
ชานญฺจ สตฺตวสฺสานิ ราชาเสว มฤตมฺเวตฺ
หาสินห้าขวบเข้า พยายาม
หาคู่ผู้เมียสาม ขวบเข้า
แสวงคุณค่อยเรียนตาม เจ็ดขวบ
แสวงฝ่ายเฝ้าเจ้าท้าว ต่อสิ้นสุดกัลป์
  สำนวนเก่า
หาสินห้าขวบเข้า พยายาม
แสวงค่ผู้เมียสาม ขวบเข้า
แสวงรู้ค่อยเรียนตาม ต่อเจ็ด ขวบนา
แสวงใฝ่เฝ้าไทท้าว ต่อสิ้นสุดกรรม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๒.  
พาลานามํ สิตฺยตวิทฺยา สมตฺถา ธนสงฺคฺรเห
มชฺฌิเม จกฺยเต ปุญฺํ ชรากาเม กิมฺปฺรโยชนํ
เมื่อน้อยเรียนรํ่ารู้ วิทยา
เมื่อใหญ่หาสินมา สู่เหย้า
เมื่อกลางแก่ศรัทธา ทำฝ่าย บุญนา
ครั้นแก่แรงว่องเว้า ห่อนรื้อเป็นการ
  สำนวนเก่า
เมื่อน้อยเรียนเร่งรู้ วิชา
ครั้นใหญ่หาสินมา สู่เหย้า
เมื่อกลางแก่ศรัทธา ทำแต่ บุญนา
ครั้นแก่แรงวอกเว้า ห่อนได้เป็นการ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๓.  
ปถมํ น ปราชิโต สิปฺปํ ทุติโย น ปราชิโต ธนํ
ตติยํ น ปราชิโต ธมฺมํ จตุตฺถึ กึ กริสฺสติ
  โลกนิติ
วัยหนึ่งไป่เรียนรู้ วิทยา
วัยสองไป่หาทรัพย์ สิ่งแก้ว
วัยสามไป่รักษา ศีลสืบ บุญนา
วัยสี่เกินแก่แล้ว ก่อสร้างสิ่งใด
  สำนวนเก่า
เริ่มรุ่นฤๅเพิ่มเพี้ยน วิทยา
หนุ่มแน่นห่อนหันหา ทรัพย์ส้อง
มัชฌิมชื่นปรีชา เชือนหน่าย ธรรมแฮ
เถ้าถ่อมค่อมแก่ค้าง คิดได้โดยฤๅ
  สำนวนเก่า
ปางน้อยสำเหนียกรู้ เรียนคุณ
ครั้นใหญ่ย่อมหาทุน ทรัพย์ไว้
เมื่อกลางแก่แสวงบุญ ธรรมชอบ
ยามหง่อมทำใดได้ แต่ล้วนอนิจจัง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๔.  
สฺรวทฺรเวฺยษุ วิไทฺยว ทฺรวฺยมาหุรนุตฺตมมฺ
อหารฺย ยตฺวา ทนรฺฆตฺวา ทกฺษยตฺวาจฺจ สรฺวท
  หิโตปเทศ
ความรู้ดูยิ่งลํ้า สินทรัพย์
คิดค่าควรเมืองนับ ยิ่งไซร้
เพราะเหตุจักอยู่กับ กายอาต มานา
โจรจักเบียนบ่ได้ เร่งรู้เรียนเอา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๕.  
ไสฺนวิทฺยา ไสฺนกานฺตา ไสฺนปพฺพตมารุยฺหํ
ไสฺนกามญฺจ โกฺรธสฺส ปญฺไจตานิ ไสฺน ไสฺน
จักเรียนความรู้พิ นิจครู
จักกล่าวภรรยาดู พวกพ้อง
จักขึ้นสู่บนภู เขาค่อย เดินนา
จักเสพกามาพร้อง โกรธไซร้รำพึง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๖.  
อุสฺสาโห อริ วา มิตฺตํ อลสฺสํ มิตฺตํ วา อริ
วิสํ วิย มิตฺตํ วิชฺชา ปมาโท มิตฺตํ วา วิสํ
  โลกนัย
ความเพียรเป็นอริแล้ว เป็นมิตร
คร้านเกียจเป็นเพื่อนสนิท ร่วมไร้
วิชาเฉกยาติด ข่มขืน
ประมาทเหมือนดับไต้ ชั่วร้ายฤๅเห็น
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ผิรู้รู้จงให้ เทียมคน
จักเงื่องเงื่องเป็นกล เงื่องแห้ง
จักสุกอย่าสุกปน ดิบครึ่ง หนึ่งนา
ทางไล่ไว้หนีแก้ รอดแคล้วภัยพาล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ความรู้เลิศก่อเกื้อ สินศักดิ์
เป็นที่ชนพึ่งพัก นอบนิ้ว
วิชาเป็นพำนัก ที่พึ่ง ตนนา
รู้ไว้ใช่หอบหิ้ว เหนื่อยแพ้แรงโรย
  สำนวนเก่า
ความรู้รู้ยิ่งได้ สินศักดิ์
เป็นที่ชนพำนัก นอบนิ้ว
อย่าเกียจเกลียดหน่ายรัก เรียนต่อ
รู้ชอบใช่หอบหิ้ว เหนื่อยแพ้แรงโรย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑๙.  
วิทฺยา มิตฺร ปเวเสน ภารฺยยา มิตฺร คฺฤเหปิ จ
อนฺตรา ตมโอสถํ มิตฺรมฺ ธมฺโม มิตฺร มฺฤเตปิจ
จักเรียนความรู้หาก ปลงจิต
ยามอยู่เรือนเมียสนิท เพื่อนร้อน
ยาทำเป็นมิ่งมิตร ในอาต มานา
ธรรมเป็นมิ่งมิตรข้อน เมื่อม้วยอาสัญ
  สำนวนเก่า
จักเรียนคุณรู้หาก เป็นมิตร
ยามอยู่เรือนเมียสนิท เพื่อนร้อน
ยาเป็นเพื่อนตัวนิจ ในอาตม์
ธรรมหากเป็นมิตรข้อน เมื่อม้วยอาสัญ
  สำนวนเก่า
วิชาเป็นเพื่อนเลี้ยง ชีวิต
ยามอยู่เรือนเมียสนิท เพื่อนร้อน
ร่างกายสหายติด ตามทุกข์ ยากนา
ธรรมหากเป็นมิตรข้อน เมื่อม้วยอาสัญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๐. (ยังไม่พบคาถา)  
เป็นชายความรู้ยิ่ง เป็นทรัพย์
ทุกประเทศมีผู้นับ อ่านอ้าง
สตรีรูปงามสรรพ เป็นทรัพย์ ตนนา
แม้ตกยากไร้ร้าง ห่อนไร้สามี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๑. (ยังไม่พบคาถา)  
เห็นใดจำให้แน่ นึกหมาย
ฟังใดอย่าฟังดาย สดับหมั้น
ชนม์ยืนอย่าพึงวาย ตรองตรึก ธรรมนา
สิ่งสดับทั้งนั้น ผิดเพี้ยนเป็นครู
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๒. (ยังไม่พบคาถา)  
เภตราเพียบล้มล่ม จมอรร ณ พนา
เกวียนหนักหักเพลาพลัน ง่ายไซร้
น้ำน่านซ่านหลิ่งคัน เพราะเปี่ยม เต็มแฮ
ผู้ประจาคมากให้ ทรัพย์ม้วย หมดตัว
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๓. (ยังไม่พบคาถา)  
พลอดนักมักพลาดพลั้ง พลันผิด
พาญนักมักชีวิต มอดม้วย
ตรองนักมักเสียจริต จักคลั่ง
รักนักมักหลงด้วย เล่ห์ลิ้นลมหญิง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๔. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดโผงพูดโอ้ อึงดัง
อวดว่ากล้าอย่าฟัง อย่าเฉื้อ
หมาเห่าเร้าอย่าหวัง จะขบ ใครนา
เขาสองเหล่านี้เนื้อ ชาติคล้ายกึ่งกัน
  สำนวนเก่า
คนใดโผงพูดโอ้ อึงดัง
อวดว่ากล้าอย่าฟัง สับปลี้
หมาเห่าเล่าอย่าหวัง จักขบ ใครนา
สองเหล่าเขาหมู่นี้ ชาติเชื้อเดียวกัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๕. (ยังไม่พบคาถา)  
เสือใดแรงร้ายระ พะพง
อาจอุกบุกดงยง ขบคั้น
กินสัตว์สุระทนง ศักดิ์สาธุ์
จักฉิบหายตายหมั้น เพราะร้ายแรงทนง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๖.  
ปโรกฺเข คุณหนฺตานํ ปจฺจกฺเข ปิยวาทินํ
วชฺเชยฺย ตาทิสํ มิตฺตํ วิส กุมฺเภ ยถา มธุํ
  โลกนิติ
ลับหลังลับล่ายบ้าย เสียคุณ
ต่อหน้าเยียยอบุญ กล่อมเกลี้ยง
มิตรใดใจปานปุน นี้อย่า คบนา
กละออมเต็มนํ้าเลี้ยง ปากไว้เนยนม
  สำนวนเก่า
ลับหลังคุณขุดล้าง นินทา
สบพักตรกล่าวโอภา เพริศพริ้ง
มิตรใดตั้งนินทา มันใช่ มิตรแฮ
ใครเสพดุจดื่มผึ้ง คลุกเคล้ายาตาย
  สำนวนเก่า
มิตรกลับกลายโทษล้วน ลับหลัง
ต่อพักตรพูดแรงรัง รักลํ้า
ชั่วเช่นชอบเกลียดชัง ไกลอย่า คบพ่อ
จักเสพดุจดื่มนํ้า พึ่งเคล้ายาตาย
  สำนวนเก่า
ลับหลังลบล้างส่าย เสียคุณ
ต่อหน้ายกยอบุญ กล่าวเกลี้ยง
มิตรใดจิตปานปุน นี้อย่า คบนา
กลกละออมนํ้าเลี้ยง ปากไว้เนยนม
  สำนวนเก่า
ลับหลังบังเบียดล้าง ลบคุณ
ต่อพักตรยกยอบุญ ลึกซึ้ง
คบมิตรจิตปานปุน เป็นดุจ นี้นา
กลดั่งเสพน้ำผึ้ง คลุกเคล้ายาตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๗.  
หิตจาโร ปโรพนฺธุ พนฺธุปิ อหิโต ปโร
อหิโต เทหโช พฺยาธิ หิตมารญฺโมสถํ
  โลกนิติ
แผกเผ่าพูนหิตระให้ คือพันธุ์ เผ่านา
พันธุ์เผ่าเยียโทษฉัน อื่นแท้
เภทพยาธิอยู่ในขันธ์ เบียดเบียน ขันธ์แฮ
ยาป่านอกกายแก้ โรคร้ายเป็นคุณ
  สำนวนเก่า
ผู้อื่นคณะเพิ่มนั้น นับญาติ
ญาติกลับทำโทษขาด อื่นอ้าง
ดุจกายเกิดอาพาธ พาเร่า ร้อนแฮ
ยาป่านอกกายล้าง โรคร้อนกลับเย็น
  สำนวนเก่า
ผู้อื่นแม้ประโยชนไซร้ เสมอมิตร
มิตรประทุษฐทำจิต เจ็บช้ำ
กายกับพยาธิชิด ใครชอบ เลยนา
รุกขชาติในป่าลํ้า เลิศให้เป็นยา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๘.  
อตฺตนา หิ กตํ ปาปํ อตฺรชํ อตฺตสมฺภวํ
อภิมตฺถติ ทุมฺเมธํ วชิรํ วมฺหยํ มณึ
  ธรรมบท
สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ ในตน
กินกัดเนื้อเหล็กจน กร่อนขรํ้า
บาปเกิดแต่ตนคน เป็นบาป
บาปย่อมทำโทษซ้ำ ใส่ผู้บาปเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒๙.  
ยาทิสํ วปฺปพีชํ ยํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ
กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ
ฟักแฟงแตงเต้าถั่ว งายล
หว่านสิ่งใดเป็นผล สิ่งนั้น
ทำทานหว่านกุศล สืบสิ่ง ดีแฮ
ทำบาปบาปกระชั้น ชั่วร้ายตามตน
  สำนวนเก่า
ปลูกพืชในพ่างพื้น ธรณี
ลาภเกิดผลใดมี หว่านไว้
ผู้ทำกุศลศรี สวัสดิ์ยิ่ง นักนา
ผู้ผิดทำบาปไซร้ บาปนั้นตามสนอง
  สำนวนเก่า
ฟักแฟงแตงเต้าถั่ว งายล
หว่านสิ่งใดให้ผล สิ่งนั้น
ทำทานหว่านกุศล ผลเพิ่ม พูนนา
ทำบาปบาปซั้นซั้น ไล่เลี้ยวตามตน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๐.  
โอสถานิ จ มนฺตานิ นคฺสาตฺรานิ คฺรทานิ จ
ปุญฺกาเล สมุทฺทิญฺจ อปญฺานิ วินสฺสติ
ยายำประกอบด้วย มนตร์ดล
เคราะห์โศกฤกษ์พานยล ยากไซร้
ครั้นบุญก่ออวยผล ผลส่ง มานา
ครั้นบาปบรรพจำให้ คลาดแคล้วเสียสูญ
  สำนวนเก่า
ยายำประกอบด้วย มนตร์ดล
เคราะห์โศกโรคบนปน ปะไซร้
แม้นบุญช่วยอวยผล ผลเพิ่ม พูนนา
แม้นบาปบุรพกรรมให้ บาปซ้ำเสียสูญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๑.  
นตฺถิ วิชฺชาสมํ ธนํ น จ พฺยาธิสโม ริปุ
น จ อตฺตสมํ เปมํ น จ กมฺมสมํ พลํ
  โลกนิติ
มีสินบ่เท่าด้วย ศิลปศาสตร์
หมู่ศัตรูเปรียบพยาธิ ยิ่งไซร้
รักใดบ่ปูนอาตม์ รักชีพ เองนา
แรงอื่นฤๅจักได้ เท่าด้วยแรงกรรม
  สำนวนเก่า
แสนทรัพย์ฤๅเปรียบเสี้ยว ส่วนวิท ยาแฮ
แสนเศิกฤๅเปรียบพิษ โรคร้อน
ร้อยรักอื่นเป็นนิตย์ เหมือนรัก ตนฤๅ
แรงอื่นหมื่นแสนซ้อน ฤๅสู้แรงกรรม
  สำนวนเก่า
วิชายกยิ่งแก้ว ราคา
โรคยิ่งดัษกรมา มุ่งร้าย
รักอื่นมาตรมากหา เสมออาตม์ ไป่พ่อ
แรงอื่นพื้นแต่ผ้าย บ่กํ้าเกินกรรม
  สำนวนเก่า
มีสินฤๅเท่าผู้ มีคุณ
ข้าศึกฤๅปานปุน พยาธิไซร้
รักใดจักเพิ่มพูน รักอาต มานา
แรงอื่นฤจักได้ เท่าด้วยแรงกรรม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๒.  
น ราชโน เม น จ เทวตา จ น ภูมิไสลํ น จ สาครานามฺ
น มิตฺรเหตุํ กุเล กุลานามฺ อโหสิ ยํ กฺรมฺมปเรปรานามฺ
อย่าโกรธโทษทั่วไท้ เทวา
อย่าโทษสถานพฤกษา ย่านกว้าง
อย่าโทษท้าวพรหมา เล็งโลก
โทษที่กรรมก่อนสร้าง หากให้เป็นเอง
  สำนวนเก่า
อย่าโทษไทท้าวท่วย เทวา
อย่าโทษสถานภูผา น่านกว้าง
อย่าโทษหมู่วงศา มิตรญาติ
เทียรย่อมกรรมเองสร้าง ส่งให้เป็นเอง
  สำนวนเก่า
อย่าโทษไทท้าวท่วย เทวา
อย่าโทษสถานภูผา ย่านกว้าง
อย่าโทษหมู่วงศา มิตรญาติ
โทษแต่กรรมเองสร้าง ส่งให้เป็นเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๓. (ยังไม่พบคาถา)  
หมอแพทย์ทายว่าไข้ ลมคุม
โหรว่าเคราะห์รวมรุม โทษไซร้
แม่มดว่าผีคุม ทำโทษ
ปราชญ์ว่ากรรมซัดให้ ผ่อนแก้ตามกรรม
  สำนวนเก่า
หมอแพทย์ทายว่าไข้ ลมคุม
โหรว่าเคราะห์แรงรุม โทษให้
แม่มดว่าผีกุม ทำโทษ
ปราชญ์ว่ากรรมเองไซร้ ก่อสร้างมาเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๔. (ยังไม่พบคาถา)  
แม้นมีตัวใหญ่เพี้ยง ภูผา
สูงเจ็ดลำตาลสา - มารถแท้
พงศ์พันธุ์เผ่าจันทรา สุริเยศ ก็ดี
ครั้นว่าไร้ทรัพย์แล้ ทั่วหล้าฤๅเห็น
  (นับหน้าฤๅมี)
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๕. (ยังไม่พบคาถา)  
คนผู้หินชาติช้า พงศ์พันธุ์
ครั้นมั่งมีสินสรรพ์ อวดอ้าง
แม้ผู้เผ่าสุริยจันทร์ สูงศักดิ์ ก็ดี
ครั้นทรัพย์แรมโรยร้าง หมู่ร้ายดูแคลน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๖. (ยังไม่พบคาถา)  
แม้มีเนตรพ่างเพี้ยง พันจัก ษุแฮ
มีวิชารู่หลัก เลิศล้น
ปัญญายิ่งยศศักดิ์ ลือทั่ว ภพนา
รู้เท่าใดฤๅพ้น พ่ายแพ้ความตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๗. (ยังไม่พบคาถา)  
มีฤทธิ์แรงมากแม้ ทศพล ก็ดี
หักพระเมรุทบทน ท่าวแท้
หยิบยกสี่สากล ชูกลอก ไว้นา
บัดย่อมจะพ่ายแพ้ แก่ท้าวมฤตยู
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๘. (ยังไม่พบคาถา)  
มีฤทธิ์รู้ยิ่งแม้น สัพพัญญู ก็ดี
เหินเห็จเตร็จไตรตรู ทั่วหล้า
ดำดินแหวกสินธู ทุกทวีป
รู้เท่ารู้ล้นฟ้า ห่อนพ้นความตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๓๙.  
ปุตฺโต กณฺเ ธนํ ปาเท ภริยา หตฺเถ จ พนฺธนํ
ติวิธํ พนฺธนํ โลเก สํสาเร น ปมุญฺจติ
  ธรรมบท
มีบุตรบ่วงหนึ่งเกี้ยว พันคอ
ทรัพย์ผูกบาทาคลอ หน่วงไว้
ภรรยาเยี่ยงบ่วงปอ รึงรัด มือนา
สามบ่วงใครพ้นได้ จึ่งพ้นสงสาร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๐.  
ปุตฺตามตฺถิ ธนมตฺถิ อิติ พาโล วิหญฺติ
อตฺตา หิ อตฺตโน นตฺถิ กุโต ปุตฺตา กุโต ธนํ
  ธรรมบท
บัญญัติลูกเต้าทรัพย์ สินสกล
ผู้โฉดคิดเวียนวน โศกเศร้า
บคิดว่าตัวตน สูญเปล่า ไซร้ฤๅ
เมียลูกทรัพย์หากเข้า เกาะยื้อยามมรณ์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๑. (ยังไม่พบคาถา)  
มีมั่งสมบัติทั้ง เงินทอง
ลูกที่ชอบครอบครอง สืบไว้
ลูกร้ายอย่าคิดปอง มองทรัพย์
วิจารณ์ควรประมวลให้ นอกนั้นเป็นคุณ
  สำนวนเก่า
ผู้ใดมีมั่งขั้ง เงินทอง
ลูกที่ดีให้ครอง สืบไว้
ลูกร้ายอย่าพึงปอง มอบทรัพย์ ให้นา
พึงวิจารณ์ประมวลให้ รอบรู้เป็นคุณ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๒. (ยังไม่พบคาถา)  
มีลูกจากโทษแท้ สาธารณ์
เข้าบ่อนคบคนพาล ลักลี้
ส้องเสพสุราบาน การบาป
จากโทษแท้เท่านี้ ลาภลํ้าบิดา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ลูกหนึ่งยอดยิ่งลํ้า ประยูร
ลูกหนึ่งเทียมตระกูล พ่อแท้
ลูกหนึ่งถ่อยสกุล กว่าชาติ
สามสิ่งนี้มีแล้ เที่ยงแท้ทุกคน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๔. (ยังไม่พบคาถา)  
มีลูกลูกเล่าไซร้ หลายประการ
ลูกหนึ่งพึงล้างผลาญ ทรัพย์ม้วย
ลูกหนึ่งย่อมคบพาล พาผิด มานา
ลูกที่ดีนั้นด้วย ว่ารู้ฟังคำ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๕. (ยังไม่พบคาถา)  
มีลูกดื้อลูกขี้ กาแก
มีค่าคือตำแย บ่เอื้อน
มีเรือแหนงขี่แพ ดีกว่า
มีแม่เรือนเลื่อนเปื้อน อยู่เพี้ยงขันที
  สำนวนเก่า
มีลูกดื้อลูกขี้ กาแก
มีทาสเทียรตำแย แส่ไส้
มีเรือรั่วขี่แพ ดีกว่า
มีแม่เรือนเปื้อนให้ เดือดร้อนเพรางาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๖. (ยังไม่พบคาถา)  
พระจันทร์โอภาสด้วย ราตรี
แสงสว่างแผ้วพันสี ส่องหล้า
กษัตริย์อ่าอินทรีย์ เรืองรุ่ง งามนา
บุตรที่ดีรุ่งหน้า พวกพ้องพงศ์พันธุ์[๑]
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ว่าเมียมีมากลํ้า หลายเมีย
เมียหนึ่งยกยอเยีย อย่างแหม้
เมียหนึ่งส่ายทรัพย์เสีย สูญจาก ตนนา
เมียหนึ่งทำโทษแท้ เที่ยงให้ฉิบหาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๘. (ยังไม่พบคาถา)  
เมียมากจุ่งระมัดหมั้น ตัวตน
มันย่อมหามนต์ดล คิดร้าย
รักนักมักหลงกล การเสน่ห์
ควรประหยัดอย่าหง้าย จักสิ้นเสียตัว
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๔๙. (ยังไม่พบคาถา)  
หญิงประทุษฐ์ทำเล่ห์ซ้อน เหนือชาย
คิดคดมุ่งมั่นหมาย ค่ำเช้า
คนไข้ป่วยปางตาย อับลาภ
เอาพิษเพิ่มภักษ์เข้า เหตุนั้นควรถวิล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๐.  
ตฺรีปติ นารี ตฺรีทาษ ตฺรีคุรุ สิสฺสรสฺตถา
ตฺรีนิ มิตฺตญฺจ เภทญฺจ จตุตฺถมฺปิ สมาคมมฺ
หญิงใดผัวราศร้าง สามคน
ข้าหลีกหนีสามหน จากเจ้า
ลูกศิษย์ผิดครูตน สามแห่ง
เขาเหล่านี้อย่าเข้า เสพซ้องสมาคม
  สำนวนเก่า
หญิงม่ายร่ายผัวร้าง สามคน
ข้าร่ายเจ้าสามหน ผาดผ้าย
ศิษย์ผิดครูสามตน มิตรเภท
สามสิ่งนี้คนร้าย อย่าได้สมาคม
  สำนวนเก่า
หญิงชั่วผัวหย่าร้าง สามคน
ข้าหลีกหนีสามหน จากเจ้า
ลูกศิษย์ผิดครูตน สามแห่ง
เขาหมู่นี้อย่าเข้า เสพซ้องสมาคม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๑. (ยังไม่พบคาถา)  
หญิงชั่วชู้ร้ายรัก ฤๅคลาด
เห็นบุรุษนักปราชญ์ เกลียดใกล้
แมลงวันย่อมเอาชาติ อสุภ เน่านา
บ่เสาะกลิ่นดอกไม้ ดุจผึ้งภุมรา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๒.  
ปุรฺวทิยา จ ยา วิทฺยา ปุรฺวทตฺตา ปิยทฺธนามฺ
ปุรฺววิสฺวาศนวิสฺวาสา ปุรฺวภารฺยา ปฺรวตฺตเต
ปางก่อนเคยเสพส้อง เป็นมิตร
เคยยื่นทรัพย์ปลดปลิด ไปล่ให้
เคยเป็นมิ่งเมียสนิท หลายชาติ
ในชาตินี้จึ่งได้ อ่อนน้อมตามมา
  สำนวนเก่า
ปางก่อนเคยร่วมนํ้า ใจจิต
เคยยื่นทรัพย์ไปล่ปลิด ปลดให้
เคยเป็นมิ่งเมียสนิท หลายชาติ มานา
ในชาตินี้จึ่งได้ เสพซ้องครองกัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๓.  
ปกฺษีนามฺ กากจณฺฑาล มฺฤคจณฺฑาล คทฺรก
สมณา โกฺรธจณฺฑาล สฺวจณฺฑาล นินฺทก
อากาศหฤโหดร้าย คือกา
สัตว์สี่ตีนคือลา โหดแท้
นักพรตมักโกรธา หฤโหด
ร้ายกว่าร้ายนั้นแล้ แต่ผู้นินทา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ถ่อลอยชลเชี่ยวนํ้า ฤๅจะเอา
แม้มิบุบบางเบา เบาะค้าน
หญิงทรงรูปลำเภา ผัวหย่า
แม้มิเคียดก็ค้าน มักร้ายแรงหึง
  สำนวนเก่า
ถ่อลอยกลางแม่นํ้า ฤๅจะเอา
แม้มิบุบบางเบา มอดยํ้า
สตรีรูปลำเภา ผัวหย่า เล่าแฮ
ยักหล่มถ่มร้ายซ้ำ ไม่ร้ายแรงหึง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๕.  
ยถา นที จ ปนฺโถ จ ปานาคารํ สภา ปปา
เอวํ โลเก สตฺริโย นาม เวลํ เตสํ น วิชฺชเต
  โลกนิติ
ฉันใดแม่น้ำและ หนทาง
หลายแพร่งแห่งบึงบาง บ่อห้วย
เฉกเช่นจิตใจนาง ในโลก
ฤๅอิ่มกามาด้วย เสพซ้องสงสาร
  สำนวนเก่า
ดังฤๅแม่น้ำและ หนทาง
ศาลสระโรงบึงบาง บ่อห้วย
เปรียบประดุจใจนาง ในโลก นี้นา
ฤๅอิ่มเวลาด้วย แห่งห้องสงสาร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๖.  
พาลสตฺรี มกฺขิกา คณฺฑิ ปุมินาญจ กมทฺทลุํ
โสฺรตฺตามฺพผลตามฺพุลํ น ธนญฺจ ชายเต
แมลงวันเด็กน้อยท่วย นารี
พลูหมากชลคณฑี หลั่งแล้ว
นํ้าใสแลฤๅษี สิทธิศักดิ์ นั้นฤๅ
เจ็ดสิ่งนี้คลาดแคล้ว จากพ้นเป็นเดน
  สำนวนเก่า
แมลงวันท่วยเด็กน้อย นารี
พลูกัดชลกุณฑี ลูกไม้
นํ้าไหลและฤๅษี สิทธิเดช
เจ็ดสิ่งนี้อย่าได้ เกลียดอ้างเป็นเดน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๗.  
ชานียานฺ เปรฺษเณ ภฺฤตฺยาตฺ ทานฺธวานฺ วฺยสนาคเม
มิตฺรญฺจาปทิกาเล จ ภารฺยาญฺจ วิภวกฺษเย
ดูข้าดูเมื่อใช้ การหนัก
ดูมิตรพงศารัก เมื่อไร้
ดูเมียเมื่อไข้จัก จวนชีพ
อาจจักรู้จิตไว้ ว่าร้ายฤๅดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๘. (ยังไม่พบคาถา)  
มีช้าชิดชอบใช้ หลายสถาน
ข้าหนึ่งกิจการงาน เจ็บร้อน
ข้าหนึ่งฉกฉ้อพาล เบียนเบียด
ข้าหนึ่งคอยขอดข้อน แนะให้ศัตรู
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๕๙. (ยังไม่พบคาถา)  
ทาสาอย่าคิดไว้ วางใจ
ปกปิดกลภายใน อย่าหง้าย
เลศลับสิ่งใดใด เห็นเหตุ
มันแนะนำทำร้าย หมดสิ้นเสียตัว
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ความลับอย่าให้ทาส จับที
ปกปิดมิดจงดี อย่าแผร้
แม้ให้ทราบเหตุมี หลายหลาก
นับว่าข้าทาสแท้ โทษร้ายเร็วถึง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๑. (ยังไม่พบคาถา)  
หญิงทาสทางทาสใช้ โดยควร
อย่าและเล็มลามลวน วากเว้
รู้รสก่อเชิงชวน ใช้ยาก
ดังแมลงป่องจระเข้ ก่งแหง้งอนหาง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ช้างสารหกศอกไซร้ เสียงา
งูเห่ากลายเป็นปลา อย่าต้อง
ข้าเก่าเกิดแต่ตา ตนปู่ ก็ดี
เมียรักนอนร่วมห้อง อย่าไว้วางใจ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๓.  
สตฺรีปุตฺตพาลขลุทฺธ - ชนพฤฒิวากฺยมฺ
สฺรวตฺวานสมฺม- ภวติย ปรมฺปฺรทาน
หยาทโร ปุมิคตา ปฺรลิยเตศฺริ
ตไสฺม วา ปาทยุคเล ปริวารตาสา
หญิงบ้าเคลาเด็กเถ้า ทุรชน
ใครอดออมคำคน เหล่านี้
พระศรีจากกฤษณดล คลาคลาด
มาช่วยชูตีนกี้ เมื่อร้างฤๅวาย
  สำนวนเก่า
หญิงชายบ้าบาปเถ้า ทุรชน
ใครอดออมข้าคน หมู่นี้
สิริห่อนจากตน คลาคลาด
มาอยู่ชูตีนกี้ เมื่อรื้อวางวาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๔.  
มาตาหีเน จ ทุวากฺยมฺ ปิตาหีเน จ ทฺรุคฺคุณามฺ
มาตา สุทฺธิ ปิตา สุทฺธิ สุทฺธิ วากฺยมฺ คุณมฺภเวตฺ
พ่อชั่วคนรู้ย่อม สาธารณ์
แม่ชั่วปากสามานย์ กล่าวกล้า
พ่อแม่โคตรสันดาน สุทธชาติ
คำอ่อนหวานบานหน้า ร่วมรู้อันดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๕.  
ปิตา หตจฺฉตฺตกปาลภินฺนํ มาตาหตสฺสรถจกฺรสสารภินฺนํ
ภฺราตาหตทฺทกฺษิณพาหุภินฺนํ ภฺรยาหตตฺตฺริภวอนฺธการํ
พ่อตายคือฉัตรกั้ง หายหัก
ครั้นแม่ตายรถจักร จากด้วย
พี่ตายพ่ายแขนหัก สินขาด ไปนา
เมียมิ่งตายวายม้วย มืดกลุ้มแดนไตร
  สำนวนเก่า
พ่อตายคือฉัตรกั้ง หายหัก
แม่ดับดุจรถจักร จากด้วย
ลูกตายบ่วายรัก แรงร่ำ
เมียมิ่งตายวายม้วย มืดกลุ้มแดนไตร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๖. (ยังไม่พบคาถา)  
พิษร้อนในโลกนี้ มีสาม
พิษหอกดาบเพลิงลาม ลวกไหม้
ร้อนจริงก็มียาม หยุดหย่อน เย็นนา
ร้อนสิ่งเดียวร้อนไร้ ยิ่งร้อนฤๅวาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๗.  
ปพฺยา มธุรา ตีณี อุจฺฉุ นารี สุภาสิตํ
อุจฺฉุนารีสุ ตปฺปนฺติ น ตปฺปติ สุภาสิตํ
รสหวานในโลกนี้ มีสาม
หญิงรูปบริสุทธิ์งาม อีกอ้อย
สมเสพรสกลกาม เยาวโยค
หวานไป่ปานรสถ้อย กล่าวเกลี้ยงไมตรี
  สำนวนเก่า
หวานใดในโลกนี้ มีสาม สิ่งนา
หวานหนึ่งคือรสกาม อีกอ้อย
หวานอื่นหมื่นแสนทราม สารพัด หวานเอย
หวานไป่ปานรสอ้อย กล่าวเกลี้ยงคำหวาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ธรรมดายาโรคร้อน รสขม
กินก็บำบัดลม และไข้
คนซื่อกล่าวใครชม ว่าชอบ หูแฮ
จริงไป่จริงนั้นไซร้ ผ่ายหน้านานเห็น
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๖๙.  
ติลมตฺตํ ปเรสํ ว อปฺปโทสญฺจ ปสฺสติ
นาฬิเกรมฺ สโทสํ ขลชาโต น ปสฺสติ
โทษท่านปานหนึ่งน้อย เม็ดงา
พาลเพ่งเล็งเอามา เชิดชี้
ผลพร้าวใหญ่เต็มตา เปรียบโทษ ตนนา
บ่อยบ่อยร้อยหนจี้ บอกแล้วฤๅเห็น
  สำนวนเก่า
โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง เม็ดงา
ปองติฉินนินทา จะไจ้
โทษตนใหญ่หลวงสา หัสยิ่ง นักนา
ปูนดั่งผลพร้าวไส้ อาจโอ้อับเสีย
  สำนวนเก่า
โทษท่านผู้อื่นเพี้ยง เมล็ดงา
ปองติฉินนินทา ห่อนเว้น
โทษตนเท่าภูผา หนักยิ่ง
ป้องปิดคิดซ่อนเร้น เรื่องร้ายหายสูญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๐. (ยังไม่พบคาถา)  
คนรักมีมากไซร้ ส่อผล
ชังมากเมื่ออับจน โศกเศร้า
รักมากเมื่อกังวล วานช่วย กันนา
ชังมากมีกิจเร้า เร่งไร้อุปถัมภ์
  สำนวนเก่า
คนรักมีมากไซร้ แสดงผล
ชังมากนินทาตน โศกเศร้า
รักมากเมื่อกังวล วานช่วย กันนา
ชังมากมักรุมเร้า กล่าวร้ายรันทำ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ดอกบัวหนาม ณ ก้าน คนฉิน
สระก็มีมลทิน ไป่พร้อง
นํ้าล้างสิ่งของกิน พึงเกลียด ตินา
คลองอาบอากูลซ้อง สิ่งร้ายเป็นดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ลิ้นพราหมณ์ตานกแร้ง จมูกมด
จิตพระยากำหนด แม่นแท้
คำครูสั่งสอนทศ ธรรมแก่ ศิษย์นา
ห้าสิ่งนี้เที่ยงแล้ รวดรู้ใครเสมอ
  สำนวนเก่า
ลิ้นพราหมณ์ตานกแร้ง จมูกมด
นํ้าจิตพระยากำหนด ยากแท้
คำครูสั่งสอนบท ธรรมเมศ
ห้าสิ่งนี้แหลมแล้ รวดรู้เร็วจริง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๓.  
ทีฆา ชาครโต รตฺติ ทีฆํ สนฺตสฺส โยชนํ
ทีโฆ พาลาน สํสาโร สทฺธมฺมํ อวิชานตํ
  ธรรมบท
ทวยตื่นคืนคํ่านั้น ยลนาน
ล้าลํ้าเที่ยวทางปาน โยชน์ช้า
พาลพวกท่องสงสาร ยาวยืด นักแฮ
เพราะบ่เห็นธรรมหน้า พิศโพ้นนฤพาน
  สำนวนเก่า
นอนบ่หลับชักช้า ราตรี
เมิลมารคไกลลาศลี เพราะล้า
สงสารสุดยาวรี ไกลกว่า ไกลพ่อ
เพราะเผ่าพาลบุ่มบ้า บ่รู้รสธรรม
  สำนวนเก่า
คนตื่นคืนหนึ่งช้า จริงเจียว
มล้าวิถีโยชน์เดียว ดุจร้อย
สงสารหมู่พาลเทียว ทางเนิ่น นานนา
เพราะบ่เห็นธรรมน้อย หนึ่งให้เป็นคุณ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๔.  
ราชการฺยวิษฺมยทฺธมฺ ตฺวานฺเต สาคโร ยถา
มุเขน วิปฺปริตานิ น ลิกฺขมุขเมว จ
เฝ้าท้าวแลเสพด้วย ยาพิษ
เข้าสู่สงครามชิด แข่งกล้า
ผู้เที่ยวชเลทิศ ไกลฝั่ง นั้นนา
หญิงมีครรภ์เป็นห้า ย่อมใกล้ความตาย
  สำนวนเก่า
เฝ้าท้าวแลเสพด้วย ยาพิษ
เข้าสู่สงครามชิด เข่นข้า
ทรงครรภ์แลพานิช เที่ยวท่อง ชเลนา
บัดชื่นบัดเศร้าหน้า กล่าวใกล้ความตาย
  สำนวนเก่า
เฝ้าท้าวเทียมเสพด้วย ยาพิษ
เข้าสู่สงครามชิด กลั่นกล้า
หญิงมีครรภ์พานิช เที่ยวท่อง ชเลนา
บัดชื่นบัดชั่วหน้า เหตุใกล้ความตาย
  สำนวนเก่า
ฝ้าท้าวเทียมเสพด้วย ยาพิษ
เข้าสู่สงครามชิด ใช่ช้า
ทรงครรภ์แลพานิช เที่ยวท่อง ชเลนา
บัดชื่นบัดเศร้าหน้า กล่าวใกล้ความตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๕.  
เอกยามํ สเย ราชา ทฺวิยามญฺจ ปณฺฑิโต
ฆราวาโส ติยาโม จ จตุยาโม ตุ ยาจกา
กษัตริย์ไสยาสน์อ้าง เอกยาม
ปราชญ์หลับสองยามตาม ระบอบต้อง
ฆราวาสล่วงหลับสาม ยามย่าง มาแฮ
ยาจกหลับยามซ้อง สี่สิ้นทั้งคืน
  สำนวนเก่า
บรรทมยามหนึ่งไท้ ทรงฤทธิ
หกทุ่มหมู่บัณฑิต ทั่วแท้
สามยามพวกพานิช นรชาติ
นอนสี่ยามนั้นแล้ เที่ยงแท้เดียรฉาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๖. (ยังไม่พบคาถา)  
ราชาธิราชน้อม ในสัตย์
มนตรีเป็นบรรทัด ถ่องแท้
ราษฎรรื่นเรืองสวัสดิ์ ทุกเมื่อ
เมืองดั่งนี้เลิศแล้ ไพร่ฟ้าอยู่เย็น
  สำนวนเก่า
ราชาธิราชน้อม ในสัตย์
อำมาตย์เป็นบรรทัด ถ่องแท้
ฝูงราษฎร์อยู่ศรีสวัสดิ์ ทุกเมื่อ
เมืองดั่งนี้เลิศแล้ ไพร่ฟ้าเปรมปรีดิ์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ข้าท่านคร้านหลีกเจ้า จากเจียร
ชีบ่เล่าเรียนเขียน อ่านไซร้
ชาวนาละความเพียร ไถถาก
สามสิ่งนี้โหดให้ โทษแท้คนฉิน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๘. (ยังไม่พบคาถา)  
นายเรือนเป็นใหญ่หยิ้ง เรือนตน
นายบ้านเป็นใหญ่คน หมู่บ้าน
พญาใหญ่กว่าชน ในเขต แดนแฮ
ปราชญ์เป็นใหญ่ทั่วด้าน สิบด้าวทิศา
  สำนวนเก่า
นายเรือนใหญ่อยู่เหย้า เรือนตน
นายซ่องเป็นใหญ่คน ลูกบ้าน
ท้าวพระยาใหญ่กว่าชน ในเขต แดนนา
นักปราชญ์ใหญ่แปดด้าน ทั่วด้าวทิศา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๗๙.  
อิตฺถีนญฺจ ธนํ รูปํ ปุริสานํ วิชฺชา ธนํ
ภิกฺขูนญฺจ ธนํ สีลํ ราชูนญฺจ ธนํ พลํ
สตรีดีรูปได้ เป็นทรัพย์
ชายฉลาดความรู้สรรพ ทรัพย์ได้
พราหมณ์ทรงเวทยานับ ว่าทรัพย์ พราหมณ์นา
ภิกษุเกิดลาภไซร้ เพื่อรู้เทศน์ธรรม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๐. (ยังไม่พบคาถา)  
เรียนสรรพสบศาสตร์สิ้น เพลงศิลป์
ประสิทธิ์เสร็จทั้งแดนดิน ย่อมได้
ตามปัญญายิ่งโดยจินต์ คดีโลก
สอนอัชฌาสัยไซร้ ห่อนได้มีครู
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๑. (ยังไม่พบคาถา)  
เรียนรู้ครูบอกได้ เสร็จสรรพ์
สบศาสตร์ศิลป์ทุกอัน ย่อมรู้
อัชฌาสัยแห่งสามัญ บุญแต่ง มาแฮ
ครูทักนักสิทธ์ผู้ เลิศได้บอกเลย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๒. (ยังไม่พบคาถา)  
แม้บุญยังอย่าได้ ขวนขวาย
อย่าตื่นตีตนตาย ก่อนไข้
ลูกพร้าวอยู่ถึงปลาย สูงสุด ยอดนา
ใครพร่ำนํ้าตักให้ หากรู้เต็มเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๓. (ยังไม่พบคาถา)  
นกน้อยขนน้อยแต่ พอตัว
รังแต่งจุเมียผัว อยู่ได้
มักใหญ่ย่อมคนหัว ไพเพิด
ทำแต่พอตัวไซร้ อย่าให้คนหยัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๔. (ยังไม่พบคาถา)  
เห็นท่านมีอย่าเคลิ้ม ใจตาม
เรายากหากใจงาม อย่าคร้าน
อุตส่าห์พยายาม การกิจ
เอาเยี่ยงอย่างเพื่อนบ้าน อย่าท้อทำกิน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๕. (ยังไม่พบคาถา)  
เริ่มการตรองตรึกไว้ ในใจ
การจะลุจึ่งไข บอกแจ้ง
ดอกเดื่อบ่มีใคร เห็นดอก
ผุดพ้นแล้วจึ่งแจ้ง ออกให้เห็นผล
  สำนวนเก่า
เริ่มการตรองตรึกไว้ ในใจ
การจะลุจึ่งไข ข่าวแจ้ง
เดื่อดอกออกห่อนใคร เห็นดอก
ผลผลิดติดแล้วแผร้ง แพร่ให้คนเห็น
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๖. (ยังไม่พบคาถา)  
การใดตรองผิดไซร้ เสียถนัด
เอาสิ่งนั้นตรองขัด คิดแก้
หนามยอกสิ่วแคะคัด ฤๅออก
หนามต่อหนามนั้นแล้ เขี่ยได้คืนถอน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ผมผิดคิดสิบห้า วันวาร
ทำไร่ผิดเทศกาล ขวบเข้า
เลี้ยงเมียผิดรำคาญ คิดหย่า
ทำผิดไว้ทุกข์เศร้า ตราบท้าววันตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๘. (ยังไม่พบคาถา)  
เดินทางต่างเทศให้ พิจารณ์
อาสน์นั่งนอนอาหาร อีกนํ้า
อดนอนอดบันดาล ความโกรธ
ห้าสิ่งนี้คุณลํ้า เลิศล้วนควรถวิล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๘๙. (ยังไม่พบคาถา)  
อาศัยเรือนท่านให้ พิจารณ์
เห็นท่านทำการงาน ช่วยต้อง
แม้มีกิจโดยสาร นาเวศ
ช่วยถ่อพายจดจ้อง อย่าหนิ้งกว่าจะถึง
  สำนวนเก่า
อาศัยเรือนท่านให้ วิจารณ์
เห็นท่านทำการงาน ช่วยพร้อง
แม้มีกิจโดยสาร นาเวศ
พายถ่อช่วยคํ้าจ้อง จรดให้จนถึง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๐.  
อนฺวฺหายํ คมยนฺโต อปุจฺฉา พหุภาสโก
อตฺตคุณํ ปกาเสนฺโต ติวิธํ หีนลกฺขณํ
ขึ้นสู่เรือนท่านบ่ เรียกหา ตนนา
ท่านบ่ถามเจรจา อวดรู้
ยอตัวอหังการ์ ยงยิ่ง คนนา
สามสิ่งทรลักษณ์ผู้ โหดแท้สาธารณ์
  สำนวนเก่า
ท่านไป่เรียกเร่งขึ้น เรือนเขา ก็ดี
ท่านไป่ถามด่วนเดา กล่าวแก้
อวดอุดมเองเอา ดีกล่าว
ลักษณะสามนี้แล้ ถ่อยแท้โหดหืน
  สำนวนเก่า
ท่านบ่เรียกฤๅขึ้น เรือนนา
ท่านบ่ชวนเจรจา อวดรู้
ยกตนอหังการ์ เกินเพื่อน
คนชนิดนี้สู้ หน่ายหน้าอย่าสมาน
  สำนวนเก่า
ดื้อด้านท่านไป่ร้อง มาเรือน
มาพูดเพื่อนไป่เตือน ไต่ถ้อย
ยกตนแต่งลมเลือน ล่วงกล่าว คุณแฮ
สามลักษณชักต่ำต้อย ชาติช้าทรชน
  สำนวนเก่า
เขาบ่เรียกสักหน่อยขึ้น เคหา
ท่านบ่ถามเจรจา อวดรู้
ยกตนอหังการ์ เกินเพื่อน
สามลักษณะนี้ผู้ เผ่าร้ายฤๅดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๑. (ยังไม่พบคาถา)  
เป็นคนจากเหย้าอย่า เปล่ากาย
เงินพกผ้าห่อชาย ขอดไว้
เคหาอย่าสูญดาย ข้าวเปลือก มีนา
เฉินฉุกขุกจักได้ ผ่อนเลี้ยงอาตมา
  สำนวนเก่า
เป็นคนคลาดเหย้าอย่า เปล่ากาย
เงินสลึงติดชาย ขอดไว้
เคหาอย่าสูญวาย ข้าวเปลือก มีนา
เฉินฉุกขุกจักได้ ผ่อนเลี้ยงอาตมา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๒.  
อธมฺโม ลภเต ธนํ สตฺตมาเส ปติญฺตํ
ยํตีเต จิรกกาลํ ตํ มูลํ อุปสปฺปิเยตฺ
สินใดบ่ชอบได้ มาเรือน
อยู่แต่เจ็ดเดือนเตือน ค่ำเช้า
ครั้นนานย่อมเลือนเปือน ปนอยู่
มันมักพาทั้งเหง้า มอดม้วยคุงโคน
  สำนวนเก่า
สินใดบ่ชอบได้ มาเรือน
อยู่แต่เจ็ดเดือนเตือน คํ่าเช้า
ครั้นนานย่อมเลือนเปือน ปนอยู่
มักชักของเก่าเหย้า มอดม้วยหมดโครง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๓.  
ชเลน ชายเต กทฺมํ ชลกทฺมํ ปริสุชฺฌติ
จิตฺร น ชายเต ปาปํ จิตฺรปาปํ ปริสุชฺฌติ
ชลธีบังเกิดให้ เป็นตม
ล้างชำระหมดสม เพื่อนํ้า
บาปพูนเพื่ออารมณ์ จิตอาตม์ เองนา
บาปหายลายลบลํ้า เพื่อน้ำใจเอง
  สำนวนเก่า
ตมเกิดแต่นํ้าแล่น เป็นสาย
นํ้าอาจล้างตมหาย ซากไซร้
บาปเกิดแต่ใจหมาย ใจก่อ เองนา
จึงจักล้างบาปได้ เพื่อด้วยใจเอง
  สำนวนเก่า
ตมเกิดแต่นํ้าแล่น เป็นกระสาย
นํ้าอาจล้างตมหาย ซากไซร้
บาปเกิดด้วยใจหมาย หมู่บาป
จักมล้างบาปได้ เพราะนํ้าใจเอง
  สำนวนเก่า
ตมเกิดแต่นํ้าแล่น เป็นกระสาย
นํ้าก็ล้างเลนหาย ซากไซร้
บาปเกิดใช่แต่กาย เพราะจิต ก่อนนา
อันจักล้างบาปได้ เพราะนํ้าใจเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๔. (ยังไม่พบคาถา)  
อายครูหรือรอบรู้ วิชา
อายมิ่งมิตรภรรยา บุตรไร้
อายองค์อิสราหา ยศยาก
อายท่านบ่อวยให้ ทรัพย์เบื้องบุญสูญ
  สำนวนเก่า
อายครูไซร้ถ่อยรู้ วิชา
อายแก่ราชาคลา ยศแท้
อายแก่ภริยาหา บุตรแต่ ไหนนา
อายกับทำบุญแล้ สุขนั้นฤๅมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๕. (ยังไม่พบคาถา)  
หน้าใสกลดั่งแก้ว บัวบาน
ถ้อยคำฉ่ำเพราะหวาน ทราบไส้
จิตดังดาบคมผลาญ ชนม์ชีพ
เขาเหล่านี้กล่าวไว้ ว่าผู้ทรชน
  สำนวนเก่า
หน้าแช่มชื่นช้อยเช่น บัวบาน
ถ้อยฉ่ำคำเฉื่อยหวาน ทราบไส้
หัวใจดั่งดาบผลาญ ชนม์ชีพ
เขาเหล่านี้กล่าวไว้ ว่าผู้ทรชน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๖. (ยังไม่พบคาถา)  
หลีกเกวียนให้หลีกห้า ศอกหมาย
ม้าหลีกสิบศอกกราย อย่าใกล้
ช้างยี่สิบศอกคลาย คลาคลาด
เห็นทุรชนหลีกให้ ห่างพ้นลับตา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๗. (ยังไม่พบคาถา)  
พาชีขี่คล้องแคล้ว ไคลคลา
โคคู่ควรไถนา ชอบใช้
แม้แมวอยู่เคหา ควรอาสน์
ชาติสุนัขแต่ใต้ ต่ำเหย้าเรือนควร
  สำนวนเก่า
พาชีขี่คล่องคล้อย ควรคลา
โคคู่ควรไถนา ชอบใช้
บนชานชาติวิฬาร์ ควรอยู่
สุนัขเนาแต่ใต้ ต่ำเหย้าเรือนควร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๘. (ยังไม่พบคาถา)  
กระบือหนึ่งห้ามอย่า ควรครอง
เมียมิ่งอย่ามีสอง สี่ได้
โคสามอย่าควรปอง เป็นเหตุ
เรือนอยู่สี่ห้องให้ เดือดร้อนรำคาญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
มีเรือค้าขี่ห้า ลำนอ ห้ามแฮ
สุนัขหกอย่าพึงพอ จิตเลี้ยง
แมวเจ็ดเร่งเร็วขอ มาใส่ อีกนา
ช้างแปดม้าเก้าเหยี้ยง อย่างห้ามเพรงมา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๙๙. (ยังไม่พบคาถา)  
มีเงินให้ท่านกู้ ไปนา
ศิลปศาสตร์ฤๅศึกษา เล่าไว้
มีเมียอยู่เคหา ไกลย่าน
สามลักษณะนี้ใกล้ แกล่แม้นไป่มี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐๐.  
อนาทฺธวากฺยมฺปรมพาโลนามฺ ทุราถลาภมฺปรมนฺทฺรีนามฺ
อชานปุตฺรมฺปรมฺจ ศตฺรู ทุสตฺรีปรสงฺคมฺปรมนฺติขนฺที
สบพบคนเคลิ้มอย่า เจรจา
ลาภอยู่ไกลคิดหา ใคร่ได้
มีลูกโฉดปัญญา ยิ่งศัต - รูพ่อ
เมียมิ่งร้ายอย่าใกล้ อยู่เพี้ยงขันที
  สำนวนเก่า
สบพบคนเคลิ้มอย่า เจรจา
ลาภอยู่ไกลอย่าหา ใคร่ได้
มีลูกโฉดปัญญา ยากจิต ตนนา
เมียมิตรร้ายอย่าใกล้ อยู่เพี้ยงขันที
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ไร้สิ่งสินแล้วอับ ปัญญา
อีกญาติวงศ์พงศา บ่ใกล้
คนรักย่อมโรยรา รสรัก กันแฮ
พบแทบทางทำใบ้ เบี่ยงหน้าเมินหนี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐๒. (ยังไม่พบคาถา)  
อย่าเรียนเพียรคิดเค้า ขุดทอง
อย่าเรียนริตริตรอง บ่อนเหล้น
อย่าเรียนเวทมนต์ลอง สาวสวาท
อย่าเรียนทำทองเว้น สิ่งนี้เบียนตัว
  สำนวนเก่า
อย่าเรียนเพียรคิดเค้า ขุดของ
อย่าตริตรึกนึกปอง บ่อนเหล้น
อย่าเรียนเวทมนต์ลอง สาวสวาท
แปรธาตุหนึ่งพึงเว้น สี่นี้เบียนตน
  สำนวนเก่า
๒๐๓.  
สฺวา ภาเว นฺหเร มิตฺร สฺวา ภาเว มิตฺรสณฺํว
สตฺริ ภาว มชฺช ปฺรทาเนน อหนฺตํ วนฺทเต นม
รักมิตรสุวภาพไซร้ มีมิตร มานา
รักใคร่พงศาสนิท ซื่อไซร้
รักหญิงเท่าอย่าคิด สินอ่อย เอานา
รักสามีภักดีไหว้ อ่อนเกล้ากลอยสนิท
  สำนวนเก่า
รักมิตรสุภาพไซร้ สมรมิตร
รักเผ่าพงศาสนิท ซื่อไซร้
รักหญิงอย่าพึงคิด สินอ่อย เอานา
รักสัตย์ศีลจักได้ สุขแท้ทางสวรรค์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐๔. (ยังไม่พบคาถา)  
รักทรัพย์อย่ายิ่งด้วย วิชา
สว่างอื่นเท่าสุริยา ห่อนได้
ไฟใดยิ่งราคา เพลิงราค ฤๅพ่อ
รักอื่นหมื่นแสนไซร้ อย่าสู้รักธรรม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐๕. (ยังไม่พบคาถา)  
มีมิตรจงรอบรู้ รักสนิท
ดุจอุทรเดียวชิด ชอบหน้า
ความขำเงื่อนงำปิด ปัดเป่า
ท่านว่ามิตรนี้อ้า เอกลํ้าเหลือดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐๖.  
มาตฤวตฺ ปรทาเรษุ ปฺรทฺรเวฺยษุ โลษฺฏฺรวตฺ
อาตฺมวตฺ สฺรภูเตษุ ยะ ปศฺยติ ปณฺฑิต
  หิโตปเทศ
เมียท่านพิศพ่างเพี้ยง มารดา
ทรัพย์ท่านเหมือนดังยา พิษร้าย
รักสัตว์เท่าชีวา ปานเปรียบ
ตรองดั่งนี้พลันย้าย ยาตรเยื้องเมืองสวรรค์
  (ที่มาขาดไป)
เมียท่านพิศพ่างเพี้ยง มาดา
ทรัพย์ท่านคืออิฐผา กระเบื้อง
รักสัตว์อื่นอาตมา เทียมเท่า กันแฮ
ตรองดั่งนี้จักเปลื้อง ปลดพ้นสงสาร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐๗. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดไร้ทุเรศสิ้น ความอาย
ความสัตย์ก็ระสาย เสื่อมแท้
ความเจ็บมานะหาย เหือดเล่า
สิ่งสี่มีพร้อมแล้ เปรียบด้วยเดียรฉาน
  สำนวนเก่า
คนใดใจส่างสิ้น ความอาย
ความสัตย์เสื่อมกระจาย จากแท้
มานะเจ็บอายหาย หมดเนตร
สิ่งสี่มีพร้อมแล้ เล่ห์เพี้ยงเดรฉาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐๘. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดมีสัตย์ตั้ง มานะ
ความอายยังไป่ละ ลดบ้าง
ความอายบ่สละ จากจิต ตนนา
แม้ตกต่ำร้ายร้าง ห่อนให้ใครแคลน
  สำนวนเก่า
คนใดมีสัจทั้ง มานะ
ความเจ็บยังไป่ละ หนึ่งบ้าง
ความอายบ่สละ จากจิต
แม้ตกต่ำไร้ร้าง ห่อนผู้ดูแคลน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๐๙. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดฟังอรรถแล้ว บ่ขวาย ขวนนา
บ่ ตริตรองนึกหมาย มั่นไว้
บ่ ถามไต่อุบาย เติมต่อ
ปราชญ์ว่าผู้นั้นไซร้ ใช่เชื้อเมธา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ผู้ใดทรงสัตย์สร้าง ศีลา
บ่มิโกรธบ่มิหึงสา ท่านไซร้
สัตย์ซื่อถือเมตตา ใจอด
ท่านผู้นั้นจักได้ ชื่อเชื้อปราชญ์ดี
  สำนวนเก่า
คนใดทรงสัตย์สร้าง ศีลา
ไป่เคียดขึ้งหึงสา สัตว์ไซร้
น้ำจิตคิดกรุณา เนืองนิจ
คนดั่งนี้จัดได้ ชื่อเชื้อปรีชา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๑.  
โย มาตรํ ปิตรํ วา ชิณฺณกํ คตโยพฺพนํ
ปหุสนฺโต น ภรติ ตํ ปราภวโต มุขํ
  สุตตนิบาต ขุททกนิกาย.
แม้มีทรัพย์ยิ่งทั้ง ยศถา
พ่อแม่แก่ชรา บ่เลี้ยง
เป็นสุขแต่อาตมา บริโภค
จักฉิบหายวายเพี้ยง โทษท้าวลงทัณฑ์
  สำนวนเก่า
คนใดละพ่อทั้ง มาดา
อันทุพลชรา ภาพแล้ว
ขับไล่ไป่มีปรา นีเนตร
คนดั่งนี้ฤๅแคล้ว คลาดพ้นไภยัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๒.  
เย วุฑฺเฒ อปจายนฺติ นรา ธมฺมสฺส โกวิทา
ทิฏฺเ ธมฺเม ปสํสนฺติ สมฺปราเย จ สุคตึ
บุคคลผู้ฉลาดมาก ปัญญา
เห็นผู้เฒ่าแก่พฤฒา นอบไหว้
สรรเสริญทั่วโลกา ฉันนี้ นะพ่อ
ครั้นวายชีพจักได้ สู่ฟ้าเมืองแมน
  สำนวนเก่า
คนใดใจฉลาดด้วย ปัญญา
เห็นแก่พฤฒิฒา กราบไหว้
สรรเสริญทั่วโลกา คนดั่ง นี้นา
ในปรโลกจักได้ สู่ฟ้าเสวยสวรรค์
  สำนวนเก่า
คนใดเอมโอชถ้อย เจรจา
เห็นแก่เฒ่าพฤฒา ถ่อมไหว้
สรรเสริญทั่วโลกา มนุษย์ นี้นา
ปรโลกพู้นจักได้ สู่ฟ้าเมืองแมน
(ในปรโลกจักได้ สู่ฟ้าเมืองสวรรค์)
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๓.  
ชาติถทฺโธ ธนถทฺโธ โคตฺตถทฺโธ จ โย น โร
สาตึ อติมญฺเติ ตํ ปราภวโต มุขํ
  สุตตนิบาต ขุททกนิกาย.
คนใดใจกระด้าง ตระกูล
โอหังว่าทรัพย์มูล ยิ่งผู้
ดูหมิ่นหมู่ประยูร พงศ์เผ่า
จักฉิบหายวายรู้ สิ่งร้ายเบียนตน
  สำนวนเก่า
คนใดด่าโคตรเค้า ตระกูล
ถือว่าตนทรัพย์มูล มั่งขั้ง
ดูหมิ่นหมู่ประยูร พงศ์เผ่า
เป็นที่ติเตียนทั้ง ทั่วท้องโลกา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๔.  
อิตฺถีธุตฺโต สุราธุตฺโต อกฺขธุตฺโต จ โย นโร
ลทฺธํ ลทฺธํ วินาเสติ ตํ ปราภวโต มุขํ
  สุตตนิบาต ขุททกนิกาย.
คนใดมากชู้คบ พ้องพาล
หมากรุกสกาสุราบาน บ่อนเหล้น
บทใดบัดบันดาล เสียทรัพย์
จักฉิบหายวายเว้น สุขร้างแรมโรย
  สำนวนเก่า
ชายใดเร่คบค้า นารี
เสพสุรายินดี บ่อนเหล้น
นกไก่สกาตี มือต่อ พนันนา
คนดั่งนี้ฤๅเว้น จากเบื้องฉิบหาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๕. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดถ่อยจากรู้ วิชา
หญิงรูปร้ายกิริยา โฉดด้วย
บรรพชิตบ่รักษา ศีลขาด
สามสิ่งนี้ชื่อม้วย ชีพสิ้นสุดสกล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๖. (ยังไม่พบคาถา)  
คนร้ายมักชอบร้าย ราคี
สอนสั่งสิ่งความดี บ่ ได้
ดุจเกลือทอดนที สูญเปล่า
เสพที่ชั่วเชือนไซร้ ทราบแจ้งใจมัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๗. (ยังไม่พบคาถา)  
สอนคนหีนชาติช้า โฉดเฉา
ฝนตกเจิมจอมเขา หลั่งหลุ้ม
คนดีสั่งสอนเอา โอวาท
กลกละออมนํ้าอุ้ม อิ่มได้โดยใจ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๘.  
อกตญฺญุสฺส โปสสฺส นิจฺจํ วิวรทสฺสิโน
สพฺพญฺจ ปวึ ทชฺชา เนว นํ อภิราธเย
  ธรรมบท
เผ่าพาลพวกไป่รู้ คุณคน
มันย่อมหาเหตุผล ขุดได้
สมบัติสี่สากล โกยกอบ ให้แฮ
ฤๅอาจยังมันให้ เกิดแย้มยินดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๑๙.  
ยํ ลทฺธํ เตน ตุฏฺพฺพํ อติโลโภ หิ ปาปโก
หํสราชํ คเหตฺวาน สุวณฺณา ปริหายติ
ได้สินทรัพย์เพื่อค้า ขนหงส์
เลี้ยงชีพช้ายืนยง อยู่แล้ว
ภายหลังโลภไป่ตรง ใจต่อ
ถอนทั่วตัวหงส์แคล้ว คลาดสิ้นเสื่อมทอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๐. (ยังไม่พบคาถา)  
แม่น้ำคุ้งคดเคี้ยว ควรจร
เหล็กคดทำเคียวรอน ไร่เข้า
ไม้กระทดกระทำทอน ทุกที่ กงนา
คนคดดั่งคูถเหน้า บ่ต้องการงาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ปราชญ์ใดเรืองรู้ยิ่ง วิทยา
กล่าวมธุรสธรรมา ห่อนพลั้ง
นํ้าจิตอสัตยา ยลยาก
คือดั่งดวงแก้วตั้ง แต่งไว้เรือนโจร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๒.  
อปุฏฺโ ปณฺฑิโต เภรี ปชฺชุนฺโน โหติ ปุจฺฉิโต
พาโล ปุฏฺโ อปุฏฺโปิ พหุมฺปิ ภณเต สทา
  โลกนิติ
ไป่ถามปราชญ์บ่พร้อง พาที
เภริษคนบ่ตี ไป่ครื้น
ใสอรรถดุจเมฆมี ศัพท์เมื่อ ถามแฮ
ถามบ่ถามฝ่าฟื้น อวดโอ้เหลือถาม
  สำนวนเก่า
ปราชญ์เปรมใดบ่ได้ พาที
นิ่งนั่งดุจเภรี ไป่ข้อน
อรรถอ้างดุจเมฆี ศัพท์เมื่อ ถามนา
ถามบ่ถามพาลปล้อน เปล่าเพ้อสูญผล
  สำนวนเก่า
ไป่ถามปราชญ์บ่พรัอง พาที
เปรียบดั่งเภรีตี จึ่งครื้น
คนพาลพวกอวดดี จักกล่าว
ถามบ่ถามมันฟื้น เฟื่องถ้อยเกินถาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๓.  
นิธีนํว ปวตฺตารํ ยํ ปสฺเส เวชฺชทสฺสินํ
นิคฺคยฺห วาทึ เมธาวึ ตาทิสํ ปณฺฑิตํ ภเช
  ธรรมบท
ร่วมรักนักปราชญ์เชื้อ ชาตรี
เราผิดชอบชั่วดี ท่านแจ้ง
เอาเยี่ยงอย่างอย่ามี จิตโกรธ
ปรากฏกลท่านแกล้ง แนะให้ขุมทอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๔.  
อุทกํ หิ นยนฺติ เนตฺติกา อุสุการา นมยนฺติ เตชนํ
ทารุํ นมยนฺติ ตจฺฉกา อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา
  ธรรมบท
นํ้าบ่มีจิตรู้ ไหลจร
ไม้คดเขาทำศร ซื่อได้
บัณฑิตทราบสุนทร โอวาท
สอนสั่งอาตมให้ อ่อนด้วยใจเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๕.  
มา จ ทุชฺชนสํสคฺคํ ภช สาธุ สมาคมฺม
กร ปุญฺมโหรตฺตํ สร นิตฺยมนิตฺยตมฺ
อย่าคบคนหมู่ร้าย ทรชน
คบแต่บัณฑิตดล ชอบแท้
วันคืนจำเริญผล บุญเร่ง ทำนา
เห็นอนิจนิตยแล้ ล่วงพ้นสงสาร
  สำนวนเก่า
อย่าคบคนหมู่ร้าย ทุรชน
คบแต่บัณฑิตคน ปราชญ์แปล้
วันคืนรวดเร็วดล บุญเร่ง ทำนา
เห็นอนิจนั้นแล้ ล่วงพ้นสงสาร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๖.  
อตฺตานเมว ปมํ ปฏิรูเป นิเวสเย
อถญฺมนุสาเสยฺย น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต
  ธรรมบท
พึงอวยโอวาทไว้ ในตน ก่อนนา
จึ่งสั่งสอนสาธุชน ทั่วหล้า
แต่แรกเร่งผจญ จิตอาต มาแฮ
สัตว์อื่นหมื่นแสนอ้า อาจแท้ทรมาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๗.  
น ภิชฺเชตุํ กุมฺภกาโร โสเภตุํ กุมฺภํ ฆฏติ
น ขิเปตุํ อปาเยสุ สิสฺสานํ วุฑฺฒิการณา
  โลกนิติ
ช่างหม้อตีหม้อใช่ ตีฉาน แตกนา
ตีแต่งเอางามงาน เมื่อค้า
ดุจศิษย์กับอาจารย์ ตีสั่ง สอนแฮ
ตีใช่ตีเสือกหน้า สู่เบื้องอบาย
  สำนวนเก่า
ช่างหม้อดินดื่นปั้น ปวงภาชน์
หวังเฉิดใช่จักมาด มุ่งร้าว
ครูสอนใคร่ศิษย์ผาด ผุดเฟื่อง ฟูนา
ใช่ชักจักให้ห้าว เหตุเบื้องอบาย
  สำนวนเก่า
ช่างหม้อตีหม้อใช่ ตีฉาน แตกนา
ตีแต่งเอางามงาน ชอบใช้
ดุจศิษย์กับอาจารย์ ตีสั่ง สอนแฮ
ตีใช่ตีจักให้ สู่ห้องอบาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๘. (ยังไม่พบคาถา)  
คุณแม่หนาหนักเพี้ยง พสุธา
คุณบิดรดุจอา กาศกว้าง
คุณพี่พ่างศิขรา เมรุมาศ
คุณพระอาจารย์อ้าง อาจสู้สาคร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๒๙. (ยังไม่พบคาถา)  
เมื่อร้อนนํ้าท่านให้ เย็นใจ
เมื่อเยือกเย็นได้ไฟ อุ่นเนื้อ
เมื่อทุกข์ท่านแก้ไข ชูช่วย
เมื่อยากจนท่านเกื้อ ก่อให้ทุนทำ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๐.  
สุขํ รุกฺขสฺส ฉายาว ตโต ญาติ มาตาปิตุ
ตโต อาจริโย รญฺโ ตโต พุทฺธสฺส เนกธา
  โลกนิติ
เย็นกายรอบร่มไม้ ใบหนา
เย็นญาติบิดุรมารดา กว่านั้น
ร่มครูร่มพระยา เย็นยิ่ง ยิ่งพ่อ
ร่มพระเจ้าจอมหั้น แห่งห้องนฤพาน
  สำนวนเก่า
เย็นเงาพฤกษ์มิ่งไม้ สุขสบาย
เย็นญาติทุกข์สำราย กว่าไม้
เย็นครูยิ่งพันฉาย กษัตริย์ยิ่ง ครูนา
เย็นร่มพระเจ้าให้ ร่มฟ้าดินบน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ทองกวาวหงอนไก่เส้ง สดสี
งามแต่กลิ่นฤๅมี หนึ่งน้อย
นักเรียนนอกบาลี ลบหลู่ ธรรมนา
งามผาดผลเท่าก้อย กอบนั้นฤๅมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๒.  
น ปุปฺผคนฺโธ ปฏิวาตเมติ
เอเตสํ คนฺธชาตานํ สีลคฺคนฺโธ อนุตฺตโร
  ธรรมบท
หอมกลิ่นดอกไม้ที่ นับถือ
หอมแต่ตามลมฤๅ กลับย้อน
หอมแห่งกลิ่นกล่าวคือ ศีลสัจ นี้นา
หอมสุดหอมสะท้อน ทั่วใกล้ ไกลถึง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๓.  
มนสา เจ ปสนฺเนน ภาสติ วา กโรติ วา
ตโต นํ สุขมเนฺวติ ฉายาว อนุปายินี ฯ
มนสา เจ ปทุฏฺเน ภาสติ วา กโรติ วา
ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ จกฺกํว วหโต ปทํ ฯ
  ธรรมบท
ทำบุญบุญแต่งให้ เห็นผล
คือดั่งเงาตามตน ติดแท้
ผู้ทำสิ่งอกุศล กรรมติด ตามนา
ดุจจักรเกวียนเวียนแล้ ไล่ต้อนตีนโค
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๔.  
สุกรํ สาธุนา สาธุ สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ
ปาปํ ปาเปน สุกรํ ปาปมริเยหิ ทุกฺกรํ
  ธรรมบท
ใจบุญบุญนักรู้ เร็วทำ
ใจบาปทำบาปกรรม ง่ายแท้
ใจบุญก่อบาปลำ - บากยาก จิตนา
ใจบาปทำบุญแล้ ยิ่งนั้นแสนทวี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๕.  
ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน ยตฺถ กามานิปาติโน
จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ
  ธรรมบท
ใจเร็วใจห้ามยาก ใจฉันท์
ใจเกิดอาทรพลัน เหี่ยวแท้
ใจสำเหนียกนึกธรรม์ หนาวหน่วง ใจนา
ใจดั่งนี้เลิศแล้ ชีพม้วยเมื้อสวรรค์
  สำนวนเก่า
ใจเร็วใจห้ามยาก ใจฉันท์
ใจคิดอารมณ์พลัน เชี่ยวแท้
ใจใคร่สำเหนียกอัน ชอบใส่ ตัวนา
ใจดั่งนี้ดีแล้ เลิศให้สุขเกษม
  สำนวนเก่า
ใจเบาใจห้ามยาก ใจฉันท์
ใจเกิดเวราฉกรรจ์ กาจแท้
ใจใดคิดผ่อนผัน ชอบใส่ ตัวนา
ใจดั่งนี้ยิ่งแล้ เลิศให้สุขเกษม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๖. (ยังไม่พบคาถา)  
ศาสตร์ใดจะลํ้าเท่า ธรรมาน
ทรัพย์สิ่งใดไกรท่าน ที่ให้
รักใดจักปูนปาน รักสัจ ศีลนา
สุขสิ่งใดจักได้ สุขเพี้ยงนฤพาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๗.  
นตฺถิ สีตํ นตฺถิ อุณฺหํ นตฺถิ พฺยาธํ ปรปีฬิตํ
นตฺถิ โสกํ มรณํ นตฺถิ นิพฺพานํ นาม อีทิสํ
พ้นเย็นพ้นเดือดร้อน โรคา
พ้นจากทุกขเวทนา โศกเศร้า
พ้นตายแก่เกิดมา ในโลก
สุขดั่งนี้พระเจ้า ว่าเนื้อนฤพาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๘. (ยังไม่พบคาถา)  
มูลบาปคือโลภล้น แสวงหา
สรรพรสเป็นมูลพา พยาธิ์ไซร้
มูลทุกข์เกิดเพราะรา - คาเกลศ
มูลนิพพานนั้นได้ เพราะด้วยสัจจา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๓๙.  
อาปํ ปิวนฺติ โน นชฺชา รุกฺขา ขาทนฺติ โน ผลํ
วสฺสนฺติ กจฺจิ โน เมฆา ปรตฺถาย สตํ ธนํ
  โลกนิติ
คงคาหวงน้ำห่อน จักมี
ไม้ห่อนหวงผลศรี สดไว้
หวงฝนฝ่ายเมฆี เห็นห่อน มีฮา
ปราชญ์ห่อนหวงทรัพย์ได้ เด็ดด้วยทานทำ
  สำนวนเก่า
น่านนํ้าฤๅห่อนกลํ้า กลืนชล เองแฮ
พฤกษชาติห่อนหวงผล เสพสร้อง
จอมเมฆไป่หวงฝน ภักษ์เสพ เสียนา
ปราชญห่อนหวงทรัพย์ป้อง เปิดให้เป็นทาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๐. (ยังไม่พบคาถา)  
อุบลอุบัติเบื้อง เปือกตม
แก้วเกิดแต่ผานิยม ชอบใช้
ช้างเผือกเกิดในพนม ไพรพฤกษ์
ปราชญ์ประยูรยากไร้ ทั่วหน้านับถือ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๑.  
ชเวน อสฺสํ ชานนฺติ พลิพทฺธญฺจ วาหิเย
ทุเหน ถญฺํ ชานนฺติ ภาสมาเนน ปณฺฑิตํ
  โลกนิติ
รู้ดีอัสดรด้วย รณแรง รวดแฮ
รู้ว่าโคงานแข็ง เมื่อใช้
โคนมเกษียรแสดง ดีเมื่อ รูดนา
รู้ว่าปราชญ์ปรีชาไสั เมื่อถ้อยคำขาน
  สำนวนเก่า
รู้เร็วม้ามิ่งด้วย ควบขับ
โคเข็นภาระรับ รวดเร็ว
โคนมน่านนมจับ รสก่อน รู้แฮ
ถ้อยกล่าวจริงรู้ผู้ ปราชญ์เชื้อปรีชา
  สำนวนเก่า
รู้ดีดุรงค์ด้วย รณแรง รวดแฮ
รู้ว่าโคงานแข็ง เมื่อใช้
โคนมเกษียรแสดง ดีเมื่อ รูดนา
รู้ว่าปราชญ์เปรื่องไซร้ เมื่อถ้อยคำแถลง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๒. (ยังไม่พบคาถา)  
นกแสกสกุณโทษเค้า กู่กา
ทิ้งทูดอูฐอีกลา ล่อร้อง
เสียงประทุษฐภาษา หีนโหด
ฟังบ่เพราะหูพร้อง ดุจถ้อยทรชน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๓. (ยังไม่พบคาถา)  
แขกเต้าดุเหว่าแก้ว โกญจา
หงส์วิหคมยุรา ร่ำร้อง
เฉกนรชาติวาจา เอมโอช
ฟังเสนาะเพราะพร้อง มฤธุถ้อยวาที
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๔. (ยังไม่พบคาถา)  
สกุณกากระเหว่าไซร้ เหมือนกัน
ไข่ต่อไข่สำคัญ เท่าแท้
ออกลูกจึ่งแปรผัน ตามเพศ
กากระเหว่านั้นแล้ ทั่วผู้เล็งเห็น
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๕. (ยังไม่พบคาถา)  
นกแร้งแรงร่อนได้ พอเพียง ปีกนา
บินบ่สูงแข่งเคียง ครุฑได้
แม่น้ำนทีเรียง รายทั่ว ทวีปแฮ
ลึกเท่าลึกนั้นไซร้ สุดสู้สาคร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๖.  
ตฺรีนิ รตนานิ สตฺตานิ สมฺรโห นิหคฺคเล
วิหฺยธานฺยสุมิตฺตญฺจ สญฺจารยฺยเทวการเยตฺ
ควรแสวงสี่สิ่งทั้ง มณีรัตน์
เป็นจำเริญศรีสวัสดิ์ เลิศล้วน
ความรู้เมียมิตรสัจ ข้าวเปลือก มากนา
อย่าสูญใจได้ถ้วน เท่านี้อย่าแคลน
  สำนวนเก่า
ควรมีสามสิ่งเพี้ยง มณีรัตน์
เป็นที่เจริญศรีสวัสดิ์ กว่าแก้ว
คือคุณมิตรรัตน์ ข้าวเปลือก
ครั้นค่อยสนใจแล้ว เท่านี้ฤๅแคลน
  สำนวนเก่า
ควรแสวงสี่สิ่งแท้ มณีรัตน์
พึงจักจำเริญสวัสดิ์ แว่นแก้ว
ความรู้มิตรเมียสัจ ข้าวเปลือก มีนา
อย่าเสียใจได้แล้ว เท่านี้ฤๅแคลน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๗.  
ขุทฺโทติ นาติมญฺเยฺย วิชฺชํ วา สิปฺปมถวา
เอกมฺปิ ปริโยทตํ ชีวิตกปฺปการณํ
  โลกนิติ
ศิลปศาสตร์ทุกสิ่งล้วน แสดงผล
คิดอย่าคิดเกลียดกล ว่าน้อย
สิ่งเดียวฝึกฝนจน สันทัด
อาจช่วยชีพชั่วร้อย ปีเลี้ยงอาตมา
  สำนวนเก่า
อย่าหมิ่นศิลปว่าน้อย นักฮา
ศิลปสิ่งสรรพวิชา ชอบแล้ว
เดียวใดชำนาญอา อาจช่วย ตนแฮ
เลี้ยงชีพชูเกียรติ์แผ้ว ผ่องด้วยผดุงผล
  สำนวนเก่า
วิชาควรรักรู้ ฤขาด
อย่าหมิ่นศิลปศาสตร์ ว่าน้อย
รู้จริงสิ่งเดียวอาจ มีมั่ง
เลี้ยงชี้พช้าอยู่ร้อย ชั่วลื้อเหลนหลาน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๘. (ยังไม่พบคาถา)  
พายเถิดพ่ออย่ารั้ง รอพาย
จวนตะวันจักสาย ส่องฟ้า
ของสดสิ่งควรขาย จักขาด ค่าแฮ
ตระลาดเลิกแล้วอ้า บ่นอื้อเอาใคร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๔๙.  
สินฺเน สิปฺปํ สินฺเน ธนํ สินฺเน ปพฺพตมารุยฺหํ
สินฺเน กามสฺส โกธสฺส อิเม ปญฺจ สินฺเน สินฺเน
  โลกนิติ
เรียนศิลปศาสตร์แสวงทรัพย์ด้อม เดินไศล
สามสิ่งอย่าใจไว ชอบช้า
กามเสพก็ดีไข ดาลโกรธ ก็ดี
สองประการนี้ถ้า ผ่อนน้อยเป็นคุณ
  สำนวนเก่า
เรียนศิลปแสวงทรัพย์ช้า ชมผล
ไศลลาดค่อยทรงตน ไต่เต้า
กามเสพอย่าแรงรน ราญโกรธ ช้าพ่อ
ห้าสิ่งใดหยุดเย้า ยิ่งช้าเฉลิมคุณ
  สำนวนเก่า
เรียนศิลปแสวงทรัพย์ด้อม เดินไศล
สามสิ่งอย่าเร็วไว ชอบช้า
เสพกามหนึ่งคือใจ มักโกรธ
สองประการนี้ถ้า ผ่อนน้อยเป็นคุณ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๐. (ยังไม่พบคาถา)  
มักได้ให้คิดได้ สองสถาน
ได้ชั่วนี้ได้การ ชั่วหน้า
ให้ได้สะดวกดาล โดยชอบ
ได้ดั่งนี้เอกอ้า อิ่มน้ำใจตน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ทรัพย์มีสี่ส่วนไซร้ ปูนปัน
ภาคหนึ่งพึงเกียจกัน เก็บไว้
สองส่วนเบ็ดเสร็จสรรพ์ การกิจ ใช้นา
ยังอีกส่วนควรให้ จ่ายเลี้ยงตัวตน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๒.  
รูปโยพฺพนสมฺปนฺนา วิสาลกุลสมฺภวา
วิชฺชา หีนา น โสภนฺติ นิคนฺธา อิว กึสุกา
  โลกนิติ
เยาวรูปหนุ่มเน่าเนื้อ ในวงศ์ ตระกูลแฮ
แม้ปราศวิทยาทรง เสื่อมเศร้า
ดุจดวงทองกวาวดง แดงป่า
เสียกลิ่นรินรสเร้า ดั่งนี้ใครชม
  สำนวนเก่า
หนุ่มแน่งทรงทรวดพริ้ง เพราะอาตม์
สูงศักดิ์ตระกูลชาติ แช่มหน้า
บ่รู้ศิลปศาสตร์ ดูไป่ งามพ่อ
ดุจดอกทองกวาวจ้า แจ่มไร้รสหอม
  สำนวนเก่า
เยาวรูปเหน้าหนุ่มเนื้อ ในวงศ์ ตระกูลแฮ
แม้ปราศวิทยาทรง เสื่อมเศร้า
ทองกวาวดอกดาษดง แดงป่า
เสียกลิ่นรินรสเร้า ดั่งนี้ใครชม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๓.  
อลสสฺส กุโต สิปฺปํ อสิปฺปสฺส กุโต ธนํ
อมิตฺตสฺส กุโต สุขํ อสุขสฺส กุโต ปุญฺํ
  โลกนิติ
คร้านครอบใดจักได้ เสพศิลป์
แม้น บ่ มีศิลป์ฉินท์ ทรัพย์ไซร้
เสื่อมทรัพย์คำ บ่ ยิน เยียมิตร ไฉนพ่อ
เดียวเด็ดปองไป่ได้ สุขสร้องสุดแสวง
  สำนวนเก่า
มักคร้านฤๅรอบรู้ วิทยา
ศิลปศาสตร์เสื่อมสินหา ไป่ได้
ไร้ทรัพย์อับผู้มา เป็นเพื่อน
เว้นจากมิตรนั้นไซร้ สุขร้างแรมโรย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๔.  
อสาทุํ ยทิวา สาทุํ อปฺปํ วา ยทิวา พหุํ
วิสฺสฏฺโ ยตฺถ ภุญฺเชยฺย วิสฺสาสปรมา รสา
คุ้นเคยคนคบค้า มานาน
คดแต่ข้าวแกงจาน ส่งให้
มีรสรสใดปาน เพราะรัก นั้นนา
ขมขื่นกลืนคล่องได้ ยิ่งชิ้นปลาดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๕. (ยังไม่พบคาถา)  
คราวดีมีเพื่อนพ้อง พรูตาม
ยืนนั่งไต่ตอมถาม ถี่ถ้อย
คราวทุกข์ฉุกเฉินความ มีโทษ
เพื่อนเล่นเจรจาน้อย หนึ่งนั้นฤๅมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๖. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดเดิมแม้นว่า เวรกับ ตนนา
หลายคาบแค้นเคี่ยวขับ คิดร้าย
ภายหลังมาตรมันกลับ เป็นมิตร ก็ดี
จงประหยัดอย่าหง้าย ค่ำเช้าคอยเชิง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๗.  
น หิ เวเรน เวรานิ สมฺนนฺตีธ กุทาจนํ
อเวเรน จ สมฺมนฺติ เอส ธมฺโม สนนฺตโน
  ธรรมบท
นํ้าเหม็นมล้างสิ่งเหน้า ไฉนหยุด
มล้างอุทกบริสุทธิ์ เสื่อมร้าย
คนเวรต่อเวรประทุษฐ์ ทวีโทษ
เอาอเวรระงับหง้าย อาจสิ้นสูญเวร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ซ่อนเงื่อนงำนํ้าขุ่น ขังใน
ภายนอกทำแจ่มใส สดหน้า
ดุจหินบ่เห็นไฟ ฝังอยู่
ต่อประหารจึ่งจ้า จับไหม้เป็นจุณ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๕๙. (ยังไม่พบคาถา)  
จักทำโทษแก่ผู้ ผิดฉกรรจ์ นั้นนา
ใจจุ่งเมตตามัน มากไว้
ให้คิดจิตสำคัญ เขาโหด
ความคิดน้อยจึ่งได้ อยู่เงื้อมมือตน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ตัดต้นก่นรากแล้ว ปลูกแปลง
หนามหั่นห่อนไว้แขนง หน่อเนื้อ
เพลิงพิษนิดหนึ่งแรง เรืองโรจน์
ดับแต่ดุ้นไว้เชื้อ นิ่งช้าเพลิงโพลง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๑. (ยังไม่พบคาถา)  
คว่างพิษบ่คว่างพ้น พันแขน ตนนา
ไปสบพบรังแตน แหย่เย้า
ร่ายมนตร์ปลุกเสือแสน องอาจ
ไม้ซั่นรันสิ่งเหน้า แน่ต้องตนเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ลูกเมียเหมือนผ้าโอ่ อัตรา
ขาดฉีกชั่วแล้วหา ใหม่ได้
พี่น้องเฉกเช่นขา แขนติด ตนแฮ
ขาดประจาคจักให้ ต่อเข้าฤๅคืน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๓. (ยังไม่พบคาถา)  
มีบุตรบ่ ได้ดั่ง ตีนมือ
คุณแห่งไม้เท้าถือ เลิศแท้
ทางเมื้อเผื่อพบคือ สิงห์สัตว์ ก็ดี
ไม้ประเสริฐเลิศแล้ อาจคุ้มกันภัย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ธรรมดาผลม่วงไม้ ตระการ
เมื่ออ่อนรสเผือดพาน ยากเคี้ยว
ครั้นสุกรสสวายหวาน เอมโอช
หมากม่วงนั้นฤๅเปรี้ยว เปรียบด้วยหมากขาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๕.  
กลฺยาณมิตฺตํ กนฺตารํ ยุทฺธํ สภาย ภาสิตุํ
อสตฺถา อคนฺตุมิจฺฉนฺติ มุเฬฺหเต จตุโร ชนา
บุรุษสุดไร้รัก เมียงาม ชอบฤๅ
ไร้เพื่อนไปไกลคาม เขตบ้าน
มือเปล่าสู่สงคราม ยงยุทธ ไฉนนา
รู้ ไป่ทันแก่ก้าน กล่าวถ้อยกลางสนาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๖.  
วินา สตฺถํ น คจฺเฉยฺย สูโร สงฺคามภูติยํ
ปณฺฑิตวทฺธคู วาณิโช วิเทสคมโน ตถา
โยธาทิ้งสาตร์สู้ สงคราม ชอบฤๅ
ปราชญ์มละคัมภีร์ความ อย่าพร้อง
เดินหนเพื่อนบ่ตาม อย่าไต่ ทางแฮ
พาณิชเสียพวกพ้อง ต่างด้าวเดินไฉน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๗. (ยังไม่พบคาถา)  
รักเจ้าจงรักให้ เป็นยุติ ธรรมนา
ท่านเคียดอย่าควรประทุษฐ์ เท่าเผ้า
จงมีภักดีดุจ โสนัข นั้นนา
มันบ่จืดจากเจ้า จิตนั้นคงตรง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๘. (ยังไม่พบคาถา)  
อาสาเจ้าต่อต้าน ตัวตาย
ขันรับอาสานาย หย่อนนั้น
อาสาศึกแม่ยาย อย่าย่อ ท้อนา
สามสิ่งแท้ถือหมั้น ชั่วฟ้าดินชม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๖๙. (ยังไม่พบคาถา)  
อาสาศึกสู้ไป่ เสร็จงาน
ตนจักตายเอาอาน ปิดไว้
จึ่งนับว่าเป็นทหาร หายาก
ฉลองพระคุณเจ้าไท้ ท่านเลี้ยงบำรุง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๐. (ยังไม่พบคาถา)  
เจ้านายใช้ชุบเลี้ยง คนขาม
สินทรัพย์เมียมิ่งงาม ง่ายได้
บ่าวไพร่พรั่งพรูตาม ไหลหลั่ง มานา
สมบัติบุญส่งให้ แปลกหน้าตาเติม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๑.  
อเห อมิตฺตํ ขนฺเธน ยาวกาลํ อนาคตํ
ตเมว อนาคเต กาเล สิลาย ภินฺเท ฆฏํว
หมั่นลอดสอดสืบถ้อย เวรี
ไป่ชอบท่าทำดี นิ่งไว้
คาบใดชอบเชิงที หาญหัก
ต่อยดั่งต่อยม่อให้ แตกด้วยศิลา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ยศศักดิ์จักเกิดด้วย บุญทำ
ภัยเกิดเพื่อผลกรรม ก่อนให้
ติเตียนแลจองจำ กรรมก่อน เองนา
ใครจักเว้นแวะได้ ทั่วท้องโลกา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๓. (ยังไม่พบคาถา)  
กฤตยามนตร์เคราะห์ให้ เห็นผล
ทำสิ่งใดลุดล สิ่งนั้น
ครั้นบุญแห่งบุคคล จักถ่อย แล้วนา
มนตร์กฤตยานั้นซั้น เสื่อมสิ้นทุกวัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๔.  
หีนปุตฺโต ราชามจฺโจ พาลปุตฺโต จ ปณฺฑิโต
อธนสฺส ธนํ พหุ ปุริสา นาวมญฺิตฺถ
เชื้อไพร่บุญปลุกขึ้น เป็นนาย
พาลบุตรรู้มลักหลาย เลิศผู้
โหดไร้พร่ำขวนขวาย ทรัพย์มั่ง มีแฮ
สามเหล่านี้พึงรู้ อย่าได้ดูเบา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๕.  
ชลปฺปมาณํ กุมุทมาลํ กุลุปฺปมาณํ วินโย ปธานํ
พฺยตฺติปฺปมาณํ กถิตวากฺยํ ปวิปฺปมาณํ ติณมิลาตํ
  โลกนิติ
นํ้าบัวบอกลึกตื้น ชลธาร เที่ยงแฮ
มารยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ
โฉดฉลาดฟังคำขาน บอกแน่
หญ้าเขียวเหี่ยวแห้งเรื้อ บอกร้ายดีดิน
  สำนวนเก่า
ประมาณชลชอบชั่วก้าน โกมุท
มารยาทกอบกุลบุตร บอกแจ้ง
วาจาตอบต่อยุทธ ยกโฉด ฉลาดแฮ
หญ้าชุ่มชื่นเหี่ยวแห้ง ชั่วชี้ดีดิน
  สำนวนเก่า
ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร
มารยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ
โฉดฉลาดเพราะคำขาน ควรทราบ
หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อ บอกร้ายแสลงดิน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๖. (ยังไม่พบคาถา)  
ทรัพย์มากหากถ่อยแท้ วาจา
ชนไป่ชอบหูตา ติดต้อง
น้อยทรัพย์อับยศถา ทรามรูป
แต่เพราะถ้อยคำพร้อง เพริศสิ้นทั้งมวล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๗.  
ธนมปฺปมฺปิ สาธูนํ ถูเป วาริว นิสฺสโย
ทุเหน ถญฺํ ชานนฺติ ภาสมาเนน ปณฺฑิตํ
  โลกนิติ
ทรัพย์สินบุรุษน้อย หนึ่งมี
สัตว์พึ่งดุจวารี บ่อน้อย
มีมั่งคั่งโภคี พาลพวก นั้นนา
จักพึ่งฤๅเท่าก้อย ดุจนํ้าในชเล
  สำนวนเก่า
น้อยทรัพย์สัปบุรุษได้ โดยมี
พอพึ่งดุจวารี บ่อน้อย
สินทรัพย์พวกพาลมี มากเปล่า อยู่แฮ
ถ้อยกล่าวจริงรู้ผู้ ปราชญ์เชื้อปรีชา
  สำนวนเก่า
มีสินทรัพย์น้อยหลั่ง ไหลริน
คือบ่อน้อยนรกิน อาบได้
ทรัพย์มากหมู่ทมิฬ มีมั่ง ก็ดี
คือสมุทรฤๅให้ ท่วยอ้างอาศัย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๘. (ยังไม่พบคาถา)  
แม้โฉมเฉิดเฉกไท้ เทพา
อีกอิสริยะยศถา กอบด้วย
บุรุษถ่อยทุษฐวา - จาพากย์
นับว่าผู้นั้นม้วย หมดสิ้นสิ่งงาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๗๙.  
สาสปสฺส ปริตฺตสฺส โยชนสฺส นิสีทยติ
ธเนน ธนสํยุตฺเต ทุเร ปสฺสนฺติ เต ชนา
สินน้อยพ่างเพี้ยงผัก กาดผง
ไกลโยชน์นับไกลคง กีดกั้น
ครั้นมีสิ่งสินยง ยศยิ่ง
ไกลเท่าไกลผู้นั้น อาจให้คนเห็น
  สำนวนเก่า
แม้นตนตัวเล็กเพี้ยง ผุยผง
ไกลนับโยชน์ดอนดง อยู่นั้น
คั่งคับทรัพย์สินพงศ์ พันธุ์ถ่อย ก็ดี
สุดขอบฟ้าเขียวขั้น ทั่วแท้เล็งเห็น
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๐.  
คิริ มหนฺติโยปิ โข สตฺตตาลมเห ตเล
สูรยจนฺทกุเล ชาเต นฤทฺธนสฺส น ปสฺสติ
แม้มีตัวใหญ่เพี้ยง ภูผา
สูงเจ็ดลำตาลสา - มารถแท้
พงศ์พันธุ์เผ่าจันทรา สุริเยศ ก็ดี
ครั้นว่าไร้ทรัพย์แล้ ทั่วหล้าฤๅเห็น
  สำนวนเก่า
มีตนเติบเพี้ยงภู่ - เขาปาน
สูงโสดเจ็ดลำตาล เปรียบได้
สุริยจันทร์สืบสันดาน โดยกล่าว
สิ้นสิ่งสินตกไร้ ร่อหน้าฤๅเห็น
  สำนวนเก่า
แม้ตนโตเติบเพี้ยง เขาเขิน
สูงเจ็ดลำตาลเกิน กึ่งฟ้า
ไร้ทรัพย์ดับเผอิญ แลเล็ก ลงแฮ
ดั่งปลวกเตี้ยต่ำช้า ชวดผู้เล็งเห็น
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ตนน้อยแลใฝ่ให้ เกินศักดิ์
ว่าตระกูลใหญ่นัก แทบไท้
คือแมลงเม่ามันมัก บินวู่ วามนา
โถมถาบฉาบเพลิงไหม้ มอดม้วยตัวเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ดักขลาแล้วไป่ขึ้น คอยขลา
เบ็ดบ่เกี่ยวเหยื่อรา ล่อไว้
ไปสอดสบเสือมา หมายเก่ง ได้ฤๅ
ปลาต่อผุดโพล่งใกล้ เกี่ยวทิ้งฤๅทัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๓. (ยังไม่พบคาถา)  
อย่าเอื้อมเด็ดดอกฟ้า มาถนอม
สูงสุดมือมักตรอม อกไข้
เด็ดแต่ดอกพยอม ยามยาก ชมนา
สูงก็สอยด้วยไม้ อาจเอื้อมเอาถึง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๔. (ยังไม่พบคาถา)  
เจียมใดจักเท่าด้วย เจียมตัว
รู้เท่าท่านทำกลัว ซ่อนไว้
อย่ามึนมืดเมามัว โมหะ
สูงนักมักเหมือนไม้ หักด้วยลมแรง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๕. (ยังไม่พบคาถา)  
ถึงจนทนสู้กัด กินเกลือ
อย่าเที่ยวแล่เนื้อเถือ พวกพ้อง
อดหยากเยี่ยงอย่างเสือ สงวนศักดิ์
โซก็เสาะใส่ท้อง จับเนื้อกินเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๖.  
สีโห นาม ชิฆจฺฉาปิ ปณฺณาทีนิ น ขาทติ
สีโห นาม กีโส จาปิ นาคมํสํ น ขาทติ
  โลกนิติ
ไกรสรมาตรแม้อยาก อาหาร
ฟางหญ้าใบไม้ตาล ไป่ต้อง
ซูบกายกำลังราญ โรยร่วง
เนื้อช้างไป่ปองสร้อง แต่เบื้องบรรพมา
  สำนวนเก่า
ไกรสรแสบท้องแทบ เสียชี วิตแฮ
บ่ ภักษ์ผลไม้มี ป่ากว้าง
ไกรสรซูบอินทรีย์ สมเพช ก็ดี
บ่ ภักษ์รสเนื้อช้าง ดั่งนี้ธรรมดา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ใบบัวฝนตกนํ้า ขาดขัง
ลูกข่างวางบนหลัง มิ่งม้า
เสาหลักปักอยู่ยัง กองแกลบ นาพ่อ
คนบ่แม่นถ้อยอ้า พูดแล้วโอนเอน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๘. (ยังไม่พบคาถา)  
กล่าวภัยในนํ้าแก่ มังกร
แสดงพิลึกดงดอน อวดช้าง
เอาพร้าวใส่เรือคอน ขายพวก สวนแฮ
ยกศัพท์แปลอรรถอ้าง อวดผู้เพียรเรียน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๘๙. (ยังไม่พบคาถา)  
เอาน้ำขู่จระเข้ ขันเหลือ
เอาป่าไปข่มเสือ ขู่คู้
เอาหมากแล่นลงเรือ ไปจ่าย สวนแฮ
เอากาพย์โคลงกระทู้ เที่ยวอ้างอวดกระวี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๐. (ยังไม่พบคาถา)  
กล่าวจริงบ่พริ้งเพราะ โสตสดับ
เอาเท็จปนคนนับ เนตรหน้า
ไม้เหลี่ยมเยี่ยงอย่างกลับ ตัวยาก
กลมกล่อมสิบอ้อมอ้า อาจกลิ้งพลันทัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ท่ามกลางกล่าวถ้อยแต่ พอควร
เห็นท่านสรวลอย่าสรวล ตอบเต้า
ใช้คำแต่นํ้านวล นฤโทษ
เห็นท่านเศร้าทำเศร้า โศกหน้าตาตาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๒. (ยังไม่พบคาถา)  
เล่าเดื่อมีดอกให้ พึงฟัง
เล่าว่ากาขาวยัง เชื่อได้
ริ้นเทียมเท่าเขาหวัง ฟังเถิด นะพ่อ
เล่าว่าหญิงจริงไซร้ อย่าได้ควรฟัง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๓. (ยังไม่พบคาถา)  
อย่าขุดขอดท่านด้วย วาจา
อย่าถากท่านด้วยตา ติค้อน
ฟังคำกล่าวมฤษา โสตหนึ่ง นะพ่อ
หยิบ บ่ ศัพท์กลับย้อน โทษให้กับตน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๔. (ยังไม่พบคาถา)  
อย่าชักนํ้าน่านเข้า คลองคู
อย่าแนะเศิกศัตรู สู่เหย้า
ไฟในอย่าเชิดชู นำออก
ไฟนอกอย่านำเข้า หม่นไหม้มัวหมอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๕. (ยังไม่พบคาถา)  
คนโลภฤๅห่อนได้ ครองศิล
คนมักมัจฉะมังส์กัน บาปสู้
มักเมาฤๅห่อนยิน คำเที่ยง
คนมักมากเล่นชู้ ห่อนรู้ความตาย
  สำนวนเก่า
โลภทรัพย์ครองห่อนได้ โดยถวิล
คนมักมังสากิน บาปสู้
มักเมาเล่าฤๅยิน ดีสัจ ศีลนา
คนมักมากเล่นชู้ ห่อนรู้กลัวอาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๖. (ยังไม่พบคาถา)  
เกิดตระกูลมูลมากทั้ง เงินทอง
ทรัพย์ท่านนึกตรึกปอง ใคร่ได้
ทรัพย์ตนไป่ครอบครอง แจกจ่าย เสียแฮ
จักฉิบหายวายไร้ เร่งไร้เร็วพลัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๗.  
ผลํ เว กทสึ หนฺติ เวฬุํ หนฺตํ ผลํ นฬํ
ลาโภ ตํ กาปุริสํ หนฺติ อิธ โลเก ปรตฺเถ วา
ขันขนขุยฆ่าไม้ หนามมี
คิดพ่างผลกทลี ฆ่ากล้วย
ลูกม้าฆ่าชนนี ลาเกิด ตนนา
ลาภฆ่าคนโลภม้วย ดุจไม้มีหนาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๘. (ยังไม่พบคาถา)  
เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ มังสา
นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา ไป่อ้วน
สองสามสี่นายมา กำกับ กันแฮ
บังทรัพย์สี่ส่วนถ้วน บาทสิ้นเสือตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๒๙๙. (ยังไม่พบคาถา)  
กานํ้าดำดิ่งด้น เอาปลา
กาบกคิดใคร่หา เสพบ้าง
ลงดำส่ำมัจฉา ชลชาติ
สวะปะคอค้าง ครึ่งนํ้าจำตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๐. (ยังไม่พบคาถา)  
หยกหยกนกได้ไม่ พอแกง
กินบ่เกิดเป็นแรง เรี่ยวได้
หง่อยหง่อยคอยจัดแจง ตามติด ไปนา
พร้าเหน็บเก็บได้ใช้ เชือดชิ้นกินพอ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๑. (ยังไม่พบคาถา)  
คนมีมักเหี่ยวแห้ง หวงแหน
กินอยู่สู้ขาดแคลน พร่องท้อง
คนกากยากไร้แกน โกยกอบ กินแฮ
เป็นวิบัติขัดข้อง คิดแล้วหลากเหลือ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๒.  
อจิรํ วตยํ กาโย ปวึ อธิเสสฺสติ
ฉุฑฺโฑ อเปตวิญฺาโณ นิรตฺถํว กลิงฺครํ
  ธรรมบท
ไม้ตรงคดชอบใช้ โดยปอง
เศษเล็กเลื่อยเขียงรอง ตั่งได้
โดยต่ำแต่สะเก็ดกอง สุมใส่ เพลิงนา
กายบ่ต้องการใช้ ชั่วแท้ถมดิน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๓. (ยังไม่พบคาถา)  
รูปชายหญิงทั่วท้อง ธาตรี
เป็นภักษ์แก่เดือนปี สุดสิ้น
อัฐิถมทั่วปถพี รายเรี่ย
ประเทศเท่าปีกริ้น ร่างพ้นฤๅมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๔. (ยังไม่พบคาถา)  
เวฬุลัดหน่อขึ้น ลำหลาย
สาหัสตัดแทงปลาย หน่อน้อย
ลำใหญ่รุ่นรอนราย ฤๅว่าง เว้นแฮ
ดั่งแก่หนุ่มเด็กจ้อย จักพ้นตายไฉน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๕. (ยังไม่พบคาถา)  
โคควายวายชีพได้ เขาหนัง
เป็นสิ่งเป็นอันยัง อยู่ไซร้
คนเด็ดดับสูญสัง ขารร่าง
เป็นชื่อเป็นเสียงได้ แต่ร้ายกับดี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๖.  
สริรสฺส อสารสฺส วาจา สารสฺส เทหนามฺ
วาจา จ กลิโน เจว สริรมฺปิ ปฺรโยชนมฺ
ร่างมนุษย์นี้ บ่ เป็นการ
คำกล่าวเป็นแก่นสาร เลิศแล้ว
ครั้นคำสิ่งสามาญ มีเล่า
ร่างก็เร่งคลาแคล้ว ฝ่ายข้างความดี
  สำนวนเก่า
ร่างกายมนุษย์นี้ ไป่ เป็นการ
คำกล่าวเป็นแก่นสาร เลิศแล้ว
เลื่องลือชื่อเชิดนาน ดีชั่ว
โอ้ร่างตายแล้วแคล้ว คลาดสิ้นเสร็จสูญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ฝนแล้งรุกขชาติเศร้า โศกสลด
ฝนชุ่มเชยใบสด ส่างเศร้า
ไม้ล้มเพื่อลมกรด ตรงฟัด
ตายแต่ยังหนุ่มเหน้า แน่แท้กรรมหลัง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๘. (ยังไม่พบคาถา)  
พฤกษ์ใดสล้างลูก เหลือหลาย
ฝูงวิหคกลุ้มกราย แกล่ใกล้
ยามผลหล่นกระจาย กำจัด
นก บ่ มาจับไม้ ที่ต้นสักตัว
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๐๙. (ยังไม่พบคาถา)  
นกเพลินพึ่งพุ่มไม้ ใบบัง
ปลาย่อมยินดียัง ย่านกว้าง
จระเข้คิดแสวงวัง เย็นชื่น
นํ้าจิตคน บ่ ร้าง ร่มเกล้าโพธิ์ทอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๐. (ยังไม่พบคาถา)  
หนูครวญใคร่พ้นจั่น จำไกล
นกก็เหนื่อยหน่ายใจ จากแร้ว
มัจฉาชาติกลัวภัย เพียรหน่าย แหแฮ
คนผิดคิดใคร่แคล้ว คลาดพ้นเขาขัง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๑. (ยังไม่พบคาถา)  
พฤกษ์ผลต้นดกเบื้อง ปลายวาย
อ้อยกัดต้นสืบปลาย สุดพ้น
การกิจคิดสบาย ภายภาค หน้านา
ดั่งกัดปลายสืบต้น รสอ้อยเอมใจ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ป่าป่งดงไซร้ใคร่ ยินดี
บ้านถิ่นทิ้งทอดหนี เริศร้าง
สัตว์ไพรใคร่เปรมปรีดิ์ นคเรศ
เป็นพิกลยลอ้าง ดั่งนี้ดูฉงน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๓.  
ยํ อุสฺสุกฺกา สงฺฆรนฺติ อลกฺขิกา พหู ธนํ
สิปฺปวนฺโต อสิปฺปา วา ลกฺขีว ตานิ ภุญฺชติ
มีศิลปศาสตร์รู้ ใดใด ก็ดี
บุญ บ่ ทำไว้ใน ชาติกี้
ได้สมสิ่งพึงใจ จักเสพ
สมบัติย่อมหลีกลี้ เพิ่มผู้มีบุญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ดวงเดือนดาว บ่ ห้อม เห็นงาม ฤๅพ่อ
หงส์ บ่ มีหมู่ตาม แวดล้อม
สาครขาดคลื่นทราม โสภาคย์
ราชจากขุนหอกห้อม แห่แล้วฤๅงาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๕.  
กีสา โสภาว ตาปสา ถูลา โสภา จตุปฺปทา
ปุริสา จ วิชฺชา โสภา อิตฺถี โสภาว สามิกา
  โลกนิติ
ผอมหิวกริศร่างเจ้า โยคี ก็ดี
จตุบทสรรพางค์พี พ่วงเนื้อ
ชายชาญวิทยามี รู้รอบ
หญิงร่วมสามีเกื้อ สี่นี้ดูงาม
  สำนวนเก่า
บรรพชิตกายซูบไซร้ ทรงงาม
จตุบาทอ้วนรูปราม รักเลี้ยง
ชายชาญวิชางาม เป็นสง่า
หญิงสู่สามีเคี้ยง คู่ด้วยดูงาม
  สำนวนเก่า
ฤๅษีโสภาคย์ด้วย ซูบทรง
สัตว์สี่เท้างามยง ใหญ่อ้วน
บุรุษรอบรู้คง งามเพื่อ รู้แฮ
หญิงมักงามล้นล้วน เลิศด้วยสามี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๖. (ยังไม่พบคาถา)  
สูงสารสี่เท้าย่าง เหยียบยัน
บางคาบเชี่ยวไปพลัน พลวกพลั้ง
นักรู้ร่ำเรียนธรรม์ ถึงมาก ก็ดี
กล่าวดั่งน้ำผลั้งผลั้ง พลาดถ้อยทางความ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๗. (ยังไม่พบคาถา)  
เรือนเหย้าตนอยู่นั้น อย่าหมอง
เรือนชะตาแผ่นทอง วาดไว้
เรือนผมอย่ายุ่งหยอง หวีหย่ง ไว้นา
สามประการนึ้ให้ หมั่นสู้สงวนนาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ฆ่าความหมายแล่ล้ม ตัวแพง
กลัวแต่เสียเครื่องแกง ห่อนได้
เฉกเช่นจักจัดแจง การใหญ่ เหย้าแฮ
เกรงแต่มักหมดไม้ ห่อนได้เรือนงาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๑๙. (ยังไม่พบคาถา)  
สู่เรือนท่านอย่าหนั้ง เนานาน
พูดพลอดเพียงพอการ กลับเหย้า
ขวนขวายกิจการงาน แห่งอาต มานา
กลัวยากเข็ญเป็นเค้า ยากแล้วคนฉิน
  สำนวนเก่า
ไป่เรือนท่านไซร้อย่า เนานาน
พูดแต่พอควรการ กลับเหย้า
ริร่ำเรียนการงาน เรือนอาต มานา
ยากเท่ายากอย่าเศร้า เสื่อมสิ้นความเพียร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๐. (ยังไม่พบคาถา)  
สิกขาบทยิ่งลํ้า คัมภีร์
เป็นพิษแก่อลัชชี โฉดแท้
คุณธรรมสิ่งสรรพ์ดี ในโลก
เป็นพิษแก่พาลแล้ ห่อนได้สดับจำ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๑. (ยังไม่พบคาถา)  
เชียรโรคเป็นพิษด้วย อาหาร
หญิงดรุณอันธพาล หนุ่มเหน้า
เป็นพิษแก่พฤฒิการ บุรุษ
ฤๅกล่อมกลมกันเข้า ดุจนํ้ากับเปรียง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๒. (ยังไม่พบคาถา)  
อาหารเป็นที่ตั้ง เกิดแรง
ปลูกพืชผักฟักแฟง พึ่งนํ้า
แว่นกล้องส่องสำแดง อาโลก
แม่ย่อมเป็นที่ล้ำ เลิศเลี้ยงบุตรตน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๓. (ยังไม่พบคาถา)  
อาหารเยียหยิบให้ กากิน ก่อนนา
ดีบ่ดีดาลถวิล ลอบรู้
ครั้นแผ่นภพภูมินทร์ ยินโศลก สารนา
แบ่งกึ่งเมืองให้ผู้ กล่าวเกลี้ยงบูชา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ล่อปลาเหยื่อชอบนํ้า ใจปลา
ล่อท่วยโรคด้วยยา ยื่นให้
ล่อคชพวกพังพา เดินปก ไปแฮ
ล่อชาติเชื้อไพร่ได้ แต่ด้วยของกิน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๕. (ยังไม่พบคาถา)  
มีม้าบ่ขี่ให้ อาจิณ พยศแฮ
ปืนไป่ยิงมลทิน ท่วมกล้อง
ข้าไทบ่ใช้ชิน มันมัก หน่ายนา
เมียไม่หมั่นร่วมห้อง มักร้ายราคี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๖. (ยังไม่พบคาถา)  
มีเรือรั่ววิดน้ำ ฤๅวาย
มีเจ่งตาบอดพลาย ก่อมก้อ
มีโคกระบือควาย ปละเปลี่ยว
มีแต่เกวียนขาดล้อ ลากใช้ปางใด
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๗. (ยังไม่พบคาถา)  
สารซับมันร้ายขี่ ขาดขอ
โคกระบือขาดปอ ป่านร้อย
เรือค้าขาดสมอ จักทอด ไฉนนา
ข้าทาสขาดนายน้อย หนึ่งปล้อนไปมา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๘. (ยังไม่พบคาถา)  
แคะไค้ไปแค่นค้น ตีนงู
แขวะควักดีที่หนู ยากได้
ริแระแกะก้ามปู หาเลือด
แสวงสัตย์ยามยุทธไซร้ สี่นี้สุดแสวง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๒๙. (ยังไม่พบคาถา)  
จักเจียนจอมปลวกเตี้ย เติมภู เขาแฮ
ตีแต่แล่เนื้อหนู เพิ่มช้าง
เบียนเบียดเจียดพิษงู เพิ่มพิษ นาคนา
อุตริรองน้ำค้าง ใส่น้ำสาคร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๐. (ยังไม่พบคาถา)  
จนไก่ใช้เป็ดแข้น ขันขาน
นอกรีตมีดแทนขวาน ถากไม้
เคี้ยวอ้อต่างอ้อยหวาน เป็นรส ฤๅพ่อ
ขาดขัดดอกไม้ใช้ ดอกหญ้ายามจน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๑. (ยังไม่พบคาถา)  
นํ้าอ้อยหรือจักป้อง ปากมด
เกลียงอ่อนห่อนโคลด ละไว้
นารีรูปช้อยชด แซะเฉียด ชายนา
ใครจักนิ่งดูได้ ห่อนเว้นตัวตน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๒. (ยังไม่พบคาถา)  
โคแก่กัดหญ้าอ่อน กินใบ อ่อนนา
แม่หญิงยินดีใน หนุ่มน้อย
ฟันหักมักพึงใจ ของอ่อน
บุรุษอายุร้อย รักชู้เมียสาว
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๓. (ยังไม่พบคาถา)  
นารีฤๅอิ่มเล้า โลมชาย
อรรณพนีจฤๅวาย อิ่มนํ้า
ของทิพย์เทพห่อนหาย เอมอิ่ม
มนุษย์สมบัติลํ้า เลิศท้าวใดลืม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๔. (ยังไม่พบคาถา)  
เรือแพพึงขี่ข้าม คงคา
ยาหยูกย่อมรักษา โรคไข้
อาวุธเหตุให้ปรา กฏแก่ ศึกแฮ
มนตร์เวทวิเศษไซร้ ร่ายรู้ฤๅลืม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๕. (ยังไม่พบคาถา)  
ลำลาดดาดด้วยเหล่า บุษบง กชแฮ
แดนวนาดอนดง ดื่นไม้
หญิงอยู่สงัดคง เป็นเหตุ
สามประการกล่าวไว้ เที่ยงแท้ธรรมดา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๖. (ยังไม่พบคาถา)  
พราหมณ์พฤฒิเกลียดนํ้าย่อม เสียกิจ
เมืองหวั่นประจามิตร แกว่นแกล้ว
ชายใดมักให้สิทธิ์ แก่แม่ เรือนนา
สามประการนี้แคล้ว คลาดผู้สรรเสริญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ตื่นนอนหน้าแช่มช้อย ชื่นบาน
เจรจาโอษฐ์อ่อนหวาน เพราะพร้อง
บังคับสรรพการงาน รอบคอบ
เผื่อแผ่เผ่าพี่น้อง รักด้วยไมตรี
  สำนวนเก่า
ตื่นนอนหน้าแช่มช้อย บัวบาน
คำกล่าวฉํ่าเฉื่อยหวาน เพราะพร้อง
เมื่อจักสั่งการงาน ดุจโกรธ
สามประการนี้ต้อง ที่ไท้ชุบชู
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๘. (ยังไม่พบคาถา)  
หวั่นหวั่นว่าวอยู่ใกล้ ลมกวน
ผมกับหวียียวน หย่งเกล้า
วัดชีชิดบ้านชวน ชีบาป
สามประการนี้เย้า ยั่วแท้ธรรมเนียม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๓๙. (ยังไม่พบคาถา)  
ชาวชเลฉลาดแล่นใช้ นาวา
ชำนิชำนาญปลา ว่ายนํ้า
ชาวดอนขี่ม้าขา เคยควบ กันแฮ
เร็วดั่งลมพัดลํ้า ไล่เนื้อทันแทง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๐. (ยังไม่พบคาถา)  
แผ่นดินติณชาติไร้ ฤามี
มีพฤกษ์มีปักษี จับไม้
นํ้ามีหมู่ปลาลี ลาหลีก ฤๅพ่อ
มีทาสมีข้าวให้ เพื่อด้วยแรงมัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ไป่ถอยทวนส่องไซร้ สุริยา
ไป่ถดถอยเจรจา ลั่นแล้ว
ไป่คืนอีกคืออา ยุล่วง
ไป่กลับคืนชีพแคล้ว รอดปิ้มปางตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๒.  
อุทฺเทติ ภาณุ ปจฺฉิเม เมรุราชาปิ นมติ
สีตลํ ยทิ นิรยคฺคี ปพฺพตคฺเค จ อุปฺปลํ
วิกเสน วิปริตํ สาธุวาจา กุทาจนํ
  โลกนิติ
ปราจิณทิศเทียรภาษ กรอุทย์
เมรุวิจลฤทธิรุทร ดั่งน้ำ
บรรพตกระหลับบุษบ์ บานแบ่ง
คำสาธุชนนั้นลํ้า เลิศแล้พึงฟัง
  สำนวนเก่า
บางอาทิตย์ขึ้นแจ่ม ตะวันตก
เมรุอ่อนเพลิงนรก กลับเย้น
ยอดผาอุบลดก บานดอก สลับแฮ
อื่นกลับวากย์วางเส้น ปราชญ์ไว้หวังเฉลิม
  สำนวนเก่า
บางคาบภาณุมาศขึ้น ทางลง ก็ดี
บางคาบเมรุบ่ตรง อ่อนแอ้
ไฟยมดับเย็นบง กชงอก ผานา
ยืนสัตย์สาธุชนแท้ ห่อนเพี้ยงสักปาง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ยอข้ายอเมื่อแล้ว การกิจ
ยอยกครูยอสนิท ซึ่งหน้า
ยอญาติประยูรมิตร เมื่อลับ หลังแฮ
คนหยิ่งแบกยศร้า อย่ายั้งยอควร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๔. (ยังไม่พบคาถา)  
กลยอกันยากลํ้า เหลือใจ
ยอค่อยหย่อนยอใคร ห่อนรู้
ยอย่อมเกิดลาภใน ตนอาต มานา
ชอบเนตรชอบหน้าผู้ เพื่อรู้ยอคน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๕.  
ลุทฺทํ อตฺเถน คณฺเหยฺย ถทฺธํ อญฺชลิกมฺมุนา
ฉนฺทานุวตฺติยา มุฬฺหํ ยถาภูเตน ปณฺฑิตํ
จักเข้าหาบ้ายศ ยอตาม
คนโลภคำนัลงาม ง่ายแท้
คนมักนักเลงกาม การเสน่ห์ ยอนา
เข้าสู่หมู่ปราชญ์แปล้ ชอบถ้อยทางธรรม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๖. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดใจหมั้นเล่ห์ เหล็กจาร
จำจดสิ่งสามานย์ มั่นไซร้
อุตส่าห์พยาบาล บ่ละ ลืมนา
จักเสร็จสมประโยชน์ได้ ที่แท้โดยเพียร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๗. (ยังไม่พบคาถา)  
หัวล้านไป่รู้มัก มองกระจก
ผอมฝิ่นไป่อยากยก ถอดเสื้อ
นมยานไป่เปิดอก ออกที่ ประชุมนา
คนบาปไป่เอื้อเฟื้อ สดับถ้อยธรรมกวี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ใครใดและอยู่เหย้า เคหะฐาน
เว้นสุภาษิตสาร สวัสดิ์ล้ำ
เจรจาบ่เป็นการ สูญเปล่า
คือดั่งปากเว้นกลํ้า แกล่เหมี้ยงหมากพลู
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๔๙. (ยังไม่พบคาถา)  
เรือนใดย่ำค่ำเช้า สนธยา
ปราศจากไฟชวาลา มืดกลุ้ม
เรือนนั้นดั่งมรณา นฤชีพ
อันตรายจักหุ้ม ห่อนได้จำเริญ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๐. (ยังไม่พบคาถา)  
เทศใดดอยไร้รวด อรัญ
เห็นแต่จอมปลวกอัน หนึ่งน้อย
ดุจเมืองไม่มีธรรม์ นักปราชญ์
ชมชื่นแต่แปลร้อย ว่ารู้สุดสูง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๑. (ยังไม่พบคาถา)  
เป็นคนคิดแล้วจึ่ง เจรจา
อย่ามลนหลับตา แต่ได้
เลือกสรรหมั่นปัญญา ตรองตรึก
สติริรอบให้ ถูกแล้วจึงทำ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๒. (ยังไม่พบคาถา)  
เป็นคนควรคิดกั้ง กันภัย
ทรัพย์มากหมั่นระไว แวดล้อม
เคลิ้มคลับหลับลืมไหล เป็นเหตุ
รั้วมั่นกั้นห้องห้อม ห่อแก้วเงินทอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๓. (ยังไม่พบคาถา)  
น้อยทรัพย์อย่าก่อล้อ เลียนความ
ให้นี่อย่าต่อตาม ตอบเต้า
ผู้ใหญ่ย่อมเกรงขาม คารวะ
รู้ประจบโลมเล้า เลือกใช้โดยควร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๔. (ยังไม่พบคาถา)  
เข้าเถื่อนอย่าหมิ่นพร้า มีไป
เข้าศึกอย่านอนใจ เฉื่อยช้า
อาวุธอย่าวางไกล ขุกคํ่า คืนแฮ
นอนแต่ยามหนึ่งอ้า อาจป้องภัยพาล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๕. (ยังไม่พบคาถา)  
ดำชลเชือกยุดหมั้น อย่าคลาย
คุณพระมั่นไม่ตาย ต่อสู้
ลูกขุนมั่นกฎหมาย เป็นแบบ
สินทรัพย์ให้ท่านกู้ ยึดหมั้นมีกรรม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๖. (ยังไม่พบคาถา)  
ดินฝั่งแยกอย่าได้ ยาเยียว
ลมจัดประหยัดเลียว แล่นบ้าง
ไฟแรงแล่งนํ้าเดียว ฤๅรด ดับนา
นํ้าแก่งแรงเชี่ยวคว้าง อย่ารั้งเรือขวาง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๗. (ยังไม่พบคาถา)  
เสน่หาอย่าปล่อยสิ้น สุดสัจ
ยั้งยั้งฟังระหัส จึ่งพร้อง
คนนิ่งจึ่งเอาอรรถ อันลับ แสดงนา
คนกากปากเป็นฆ้อง อย่าใกล้กลัวมัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ที่สุขจักเสพไซร้ ควรถวิล
เมียมิ่งยุอย่ายิน ที่ถ้อย
อยากข้าวคดออกกิน เอมอิ่ม ใจนา
นอนจุ่งนอนแต่น้อย เนิ่นช้าวันตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๕๙. (ยังไม่พบคาถา)  
อย่าหมิ่นของเล็กนั้น สี่สถาน
เล็กพริกพระกุมาร จีดจ้อย
งูเล็กเท่าสายพาน พิษยิ่ง
ไฟเล็กเท่าหิ่งห้อย อย่าได้ดูแคลน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๐. (ยังไม่พบคาถา)  
จักจับจับให้หมั้น กับตน
อย่าเก็บความเท็จปน แอบอ้าง
จักคั้นอย่าคืนคน ดูหมิ่น
ควรที่ง้างจึงง้าง อย่าไง้เมรู
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ควรเร็วเร็วรวดได้ จึงดี
การสิ่งใดได้ที อย่าช้า
ควรคิดจิตอย่ามี ประมาท
ได้สิบไม่เท่าค้า ขาดสิ้นทุนเดิม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๒. (ยังไม่พบคาถา)  
การกิจผิดนิ่งไว้ เป็นครู
เมียชั่วอย่าเอาชู เชิดพร้อง
คำผิดวิปริตหู หายซ่อน เสียนา
คบมิตรผิดนั้นต้อง จดไว้ในทรวง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ปลูกไม้หมั่นรดน้ำ จำเริญ
ดักลอบอย่าเหมิดเมิน มั่นกู้
เกี้ยวชู้ชอบเพียรเดิน สารสื่อ
เรียนสิ่งใดใคร่รู้ เร่งให้มีเพียร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ปลูกผักปักยอดอ้อย เอาผล
เลี้ยงลูกบ่าวชาวพล เพื่อใช้
แล้วนาอย่านิ่งทน ทำไร่ ด้วยแฮ
เลี้ยงลูกเป็ดไก่ไซร้ อย่าได้เสียรัง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๕. (ยังไม่พบคาถา)  
ถึงรู้อย่าอวดให้ คนหวัว
ฟ้าคะนองต้องคร้ามกลัว เกลือกใกล้
ผ่อนพักรักษาตัว ยามภาค ภูมิแฮ
อย่าเซี่ยมเขาควายให้ เสี่ยวสู้ชนกัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๖. (ยังไม่พบคาถา)  
ช้อนปลาหาต้มแต่ เพียงพอ อิ่มนา
อวดฤทธิคิดเยียยอ ใหญ่ลํ้า
เชือดไก่กับเป็ดคอ หนิดหนึ่ง
เอามีดฆ่าโคห้ำ หั่นนั้นหนักแรง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๗. (ยังไม่พบคาถา)  
หลังคาขาดแล้วลุ่ย ตามกัน
ไป่หมั่นแซมนับวัน รั่วร้าง
โคควายค่าคนมัน หนีหลบ
บ่ติดตามบนจ้าง ได้แล้วหมดตัว
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ไก่ขันยามบอกได้ โดยกาล
นํ้าชอบใช้สาธารณ์ ทั่วล้าง
ขวานรู้แต่ถากกระดาน หัวหนัก อยู่นา
เพรียงไพร่ได้แต่จ้าง จ่ายใช้การพล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๖๙. (ยังไม่พบคาถา)  
รู้คิดค้าที่ม้วย หมดทุน
รู้รอบเรือนฤๅจุน ขื่อค้าน
หลับตาหน่ายกระสุน อวดแม่น
หมากรุกรู้แปดด้าน ไป่แจ้งตาจน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๐. (ยังไม่พบคาถา)  
หมูเขาเขามัดไว้ จักหาม
งานใช่งานคานตาม สอดเหล้า
ชู้เขาจักกอดกาม สังวาส กันนา
สังเวชวางวิ่งเข้า กีดหน้านอนกลาง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๑. (ยังไม่พบคาถา)  
หนีเสือขึ้นไม้รอด ปากเสือ
พบต่อแตนดุเหลือ ต่อยต้อง
หนีแรดร่ายลงเรือ รอดจาก แรดนา
ปะจระเข้ในท้อง น่านนํ้าหนุนเรือ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ทางไกลไปค้าคู่ ตนตาย
อดอยากลำบากกาย เกิดไข้
อยู่กินถิ่นฐานสบาย บ่ยาก ใจนา
การกิจคิดแล้วได้ ง่ายแท้ทุกอัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ค้าใดไป่เท่าค้า คือบุญ
ค้าสัดจองต้องทุน มากไว้
ค้าความคบลูกขุน ชวนชอบ
ค้าบ่ค้าใดได้ ยากแท้ธรรมดา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๔. (ยังไม่พบคาถา)  
พิมเสนรวยรสเร้า เสาวคนธ์
กลั้วเกลือกเกลือแกมกล ใช่เชื้อ
ทุรชาติโฉดเฉาฉงน ทำเทียบ ปราชญ์นา
ตัวลิงให้ห่มเสื้อ ห่อนรู้ลวดลาย
  สำนวนเก่า
พิมเสนมีรสเร้า เสาวคนธ์
ไปเกลือกกลั้วเกลือกล ใช่เชื้อ
เป็นไทไป่ทำงน งามชาติ ตนนา
คบทาสท่านจักเกื้อ กับหน้าตัวไฉน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๕. (ยังไม่พบคาถา)  
สัตว์อื่นตื่นเต้นแต่ ควรไกล
กระต่ายตื่นตูมไป สุดหล้า
ช้างม้าตื่นฟืนไฟ ฟันฟาด หยุดแฮ
คนตื่นข่าวศึกส้า สุดห้ามมันหมาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๖. (ยังไม่พบคาถา)  
หาญห้าวตาวบ่ได้ จวนฟัน
แหลนและทวนไป่ทัน ต่อต้าง
พลคชจรดผัน งาประ งาแฮ
ปืนไป่ทันนั่งง้าง นกจ้องใจเกรง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๗. (ยังไม่พบคาถา)  
รังแกกำปั้นต่อย ตีดิน
ไข่กระทบหินหิน ห่อนลื้น
แมลงเม่าโฉบเพลิงบิน บังอาจ
คนเคอะคิดตื้นตื้น ลูบเหล้นคมตาว
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๘.  
ฆเร ทุฏฺโ ว มุสิโก วเน ทุฏฺโ จ วานโร
สกุเณ จ ทุฏฺโ กาโก นเร ทุฏฺโ จ พฺราหฺมโณ
  โลกนิติ
ชาติหนูอยู่เหย้าแล้ว ทำลาย
พานรอยู่ไม้หมาย มุ่งล้าง
กากับนกฤๅอาย จับจิก กันนา
พราหมณ์พวกใจกระด้าง เดือดร้ายนรชน
  สำนวนเก่า
หนูร้ายแรงโทษแท้ เรือนผลาญ
ลิงถ่อยจัณฑาลราน ป่าไม้
กาโฉดชาติอันธพาล เบียนหมู่ นกนา
พราหมณ์โหดโทษทิ้งให้ เบียดเบื้องนรชน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๗๙. (ยังไม่พบคาถา)  
อารักษ์มีทั่วไม้ รุกขมูล
ที่ศักดิ์สิทธิ์บริบูรณ์ เครื่องเส้น
ที่ไป่ศักดิ์สิทธิ์สูญ สงัดลาภ
ดุจดั่งเสวกเว้น ว่าถ้อยความเมือง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ผิวฆ่านางนาฏถ้วน ถึงพัน
ฆ่าพฤฒิพราหมณ์พรตกรรม์ เกือบร้อย
ฆ่าโคอุศุภสรรพ์ แสนโกฏิ ก็ดี
บาปบ่เปรียบปรับถ้อย ท่านให้ลำเอียง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ทำผิดลึกลับได้ พันวา ก็ดี
ทำชอบเสมอภูผา เขตขั้น
อย่าคิดจิตสัญญา หลีกลับ อยู่นา
ผิดชอบที่ทำนั้น หากให้คนเห็น
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๒. (ยังไม่พบคาถา)  
พวกพ้องผิดเท่าช้าง งำเงา
พวกอื่นโทษเท่าเหา หากรู้
โทษตนเท่าภูเขา คิดปิด ไว้แฮ
โทษท่านเท่าก้อยสู้ ส่งให้เห็นสูง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๓.  
นตฺตโทสํ ปเร ชญฺา ชญฺา โทสํ ปรสฺส ตุ
คุเยฺห กุมฺมาว องฺคานิ ปรโทสญฺจ ลกฺขเย
  โลกนิติ
โทษตนซนซ่อนแท้ กลปิด
โทษท่านหวังเอาผิด ออกแจ้ง
ดุจเต่าสี่เท้ามิด เศียรซ่อน ไว้แฮ
สัตว์อื่นกายเกลาแกล้ง เต่าเตี้ยตรีชา
  สำนวนเก่า
โทษตนงำเงื่อนไว้ ห่อนแถลง
โทษท่านเก็บมาแจง ดุจเบี้ย
ตัวเต่าสี่ตีนแฝง หัวหนึ่ง ซ่อนนา
หยิบกล่าวแต่โทษเหี้ย มุขเท้ารุงรัง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๔. (ยังไม่พบคาถา)  
นํ้าใช้ใส่ตุ่มตั้ง เต็มดี
น้ำอบอ่าอินทรีย์ อย่าพร้อง
น้ำปูนใส่เต้ามี อย่าขาด
นํ้าจิตอย่าให้ข้อง ขัดน้ำใจใคร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๕. (ยังไม่พบคาถา)  
นํ้าเงินนํ้านากแม้ มัวแสง
นํ้าส้มต้มนํ้าแปลง ผ่องได้
นํ้าจิตวิปริตแหนง มัวหม่น
นํ้าอื่นเอาลูบไล้ ห่อนล้างใจเคือง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๖. (ยังไม่พบคาถา)  
ปางไข้ปางขาดข้าว แพงเกวียน ละชั่งแฮ
วิบัติบรจองเจียน จักม้วย
ปางต้องปรับไหมเตียน ตนมอด ก็ดี
ปางมิตรได้ทุกข์ด้วย มิตรนั้นไหนเสมอ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๗. (ยังไม่พบคาถา)  
หมาเอยสูเหนื่อยแท้ ทุกวัน
ไปไล่เนื้อไล่ทัน ท่านได้
เจ้ามันแม่นหื้อมัน กินแต่ ข้าวนา
แมวบ่ทำใดให้ หม่ำข้าวกับปลา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๘.  
กฺรกเฏ น สิเร กาทฺย สฺรปฺโป ปาทา น คจฺฉติ
กุกฺกุเฏ น ถเน ปาเตฺร ปุรุเปฺย น สมญฺติ
ปูเปี้ยวหัวเปล่าไซร้ ตีนยัง
งูบ่มีตีนตรัง ไต่ไม้
นมไก่บ่มีหวัง เลี้ยงลูก เป็นแฮ
ชายตกเข็ญใจไร้ อย่าได้ดูแคลน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๘๙. (ยังไม่พบคาถา)  
อา สาสุดสิ้นเรี่ยว แรงกาย
ภัพ และผลพังหาย โหดเศร้า
เหมือน เพลิงตกสินธุ์สาย สูญดับ ไปนา
ปูน ต่อขาดขอดเต้า จึ่งรู้คุณปูน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๐. (ยังไม่พบคาถา)  
เนื้อ ในไตตับต้ม แกงยำ
ไม่ ประสบสักคำ ที่ลิ้น
ได้ ยากลากโครงทำ เสียเปล่า
กิน แต่เขาเราชิ้น หนึ่งได้ไป่มี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๑. (ยังไม่พบคาถา)  
หนัง เนื้อเถือท่านไว้ รองกาย
ไม่ แบ่งปันชั้นชาย เชือดไว้
ได้ ทุกข์แทบตัวตาย เสียเปล่า
นั่ง แต่ลำแพนไม้ ตอกสู้สานเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๒. (ยังไม่พบคาถา)  
มือ ซ้ายขวาขาดนิ้ว ฤๅมี
ด้วน เด็ดดูใดดี หนึ่งน้อย
ได้ ทองเท่าต่อมตี แหวนประดับ
แหวน จะสอดสวมก้อย กุดสิ้นใส่ไฉน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ตา มัวมืดคู่เข้า คูหา
บอด บ่ทราบสุริยา ย่ำฆ้อง
ได้ สมสิ่งเสริมตา จักใส่
แว่น แต่หยิบจ้องจ้อง จับแล้วเวียนวาง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๔. (ยังไม่พบคาถา)  
หัว หูดูชั่วช้า ไฉไล
ล้าน เลื่อมแลเงาใส เกือบแก้ว
ได้ ส่องกระจกใจ เจียนขาด
หวี แต่จับจ้องแล้ว ลูบโอ้อายเอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๕. (ยังไม่พบคาถา)  
รูป ชั่วแต่ชอบแล้ว ใดปาน
รส รักผักว่าหวาน หล่อนต้ม
กลิ่น อบจบดินดาล บ่ดุจ เจ้านา
เสียง ก็จับใจหล้ม โลกแล้วฤๅมี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๖. (ยังไม่พบคาถา)  
นํ้า ฝนหม่นเมฆตั้ง ตกตะบึง
ไหล หลั่งถั่งชลถึง ท่วมเหย้า
ไฟ ติดนิดหนึ่งพึง จักก่อ
ดับ ระทมถ่านเถ้า หิ่งห้อยไป่มี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๗. (ยังไม่พบคาถา)  
รู้หลบ พบเศิกเสี้ยน กลัวไกล
เป็นปีก ป้องกันภัย ผ่อนช้า
รู้หลีก เล็ดลอดไป สุดเนตร
เป็นหาง ไกลกล่าวกล้า ต่อด้วยดัสกร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ช้างสาร หกศอกไซร้ เสียงา
งูเห่า กลายเป็นปลา อย่าต้อง
ข้าเก่า เกิดแต่ตา ตนปู่ ก็ดี
เมียรัก อยู่ร่วมห้อง อย่าไว้วางใจ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๓๙๙. (ยังไม่พบคาถา)  
เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้ว แหนงหนี
หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้
เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี วาอาตม์
หายาก ฝากผีไข้ ยากแท้จักหา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ไป่เห็นนํ้า หน้าด่วน ชวนกัน
ตัดกระบอก แบ่งปัน ส่วนไซร้
ไป่เห็นรอก อวดขัน มือแม่น
ขึ้นหน้าไม้ ไว้ให้ หย่อนแท้เสียสาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ชายเฉกเท้าหน้าคช เคียงความ เทียบแฮ
หญิงเล่ห์เชิงหลังตาม คลาดคล้อย
การกิจคิดงามตาม สุดแต่ ผัวนา
เมียมิ่งเหมือนด้ายร้อย สอดเคล้าตามเข็ม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๒. (ยังไม่พบคาถา)  
เมียใดใจดุร้าย ริษยา
กินเติบใช้เชิงตา เฉิดช้อย
มักเที่ยวสู่คฤหา แห่งท่าน นะพ่อ
แม้ว่ามีบุตรร้อย หนึ่งไซร้มละเสีย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ปุยนุ่นเบาชั่งเที้ยน ทำเนา นะพ่อ
คนที่เบาความเบา กว่านั้น
หนักหินมั่นคงเขา ควรนับ หนักนา
ไป่เท่าหนักแน่นกลั้น อดถ้อยทรชน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ลามกประเทศทั้ง ทุรมิตร
อีกตระกูลเผ่าชิด ชั่วร้าย
ภรรยาทาสทุรจิต จำพวก นี้พ่อ
ควรบุคคลพึงผ้าย ห่อนลี้หลีกหนี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๕. (ยังไม่พบคาถา)  
นกลอดหลุดบ่วงแร้ว ราวสาม คาบนา
ชีหลีกหลายอาราม เร่เร้น
สตรีเตร่จิตตาม ชายสี่ สามแฮ
อย่าประมาทใช่เหล้น มากด้วยมายา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๖.  
สกึ ทุฏฺติ โย มาตฺยา ปุน สนฺธิตุมิจฺฉติ
ใส มจฺจุ อุปคณฺหาติ คพฺภา อสฺสตรี ยถา
ทวยใดมิตรล่อล้าง หลายที แล้วพ่อ
ขืนจักก่อไมตรี เสพส้อง
ผู้นั้นนับว่ามี ชนม์ชีพ ไฉนนา
เหมือนแม่อัสดรท้อง แก่ใกล้ความตาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๗. (ยังไม่พบคาถา)  
อ่อนหวานมานมิตรล้น เหลือหลาย
หยาบบ่มีเกลอกราย เกลื่อนใกล้
ดุจดวงศศิฉาย ดาวดาษ ประดับนา
สุริยส่องดาราไร้ เมื่อร้อนแรงแสง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ทรมานมิตรด้วยไป่ พูดกับ เขานา
ผจญหมู่โจรจำขับ เฆี่ยนไซร้
ตัดเมียไป่มอบทรัพย์ สมบัติ ให้แฮ
ร้อนราคจริตให้ โภชน์น้อยพึงภุญช์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๐๙. (ยังไม่พบคาถา)  
เรือนไร้บุตรสืบซั้น ทรัพย์มอด หมดแฮ
บ่อบ่มีฝนขอด ค่นน้ำ
พฤกษชาติปราศจากยอด ยืนอยู่ ไฉนนา
ปากไป่มีสัจซ้ำ เสื่อมสิ้นแก่นสาร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๐. (ยังไม่พบคาถา)  
เทศใดภัยพ้องพาธ พาลสรร - พสัตว์นา
สัปบุรุษสีหราชผัน อื่นย้าย
กาโฉดทุรชนฉกรรจ์ กาจจิต นี้พ่อ
มันมักสู่เทศร้าย อยู่ได้โดยวิสัย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๑.  
อนาคตํ ภยํ ทิสฺวา ทูรโต ปริวชฺชเย
อาคตญฺจ ภยํ ทิสฺวา อภีโต โหติ ปณฺฑิโต
  โลกนิติ
เห็นภัยใหญ่แต่ช้า จักถึง ตนแฮ
ปราชญ์ย่อมผันผ่อนพึง หลบลี้
ภัยใดด่วนโดนตรึง ตราติด ตัวนา
ใจปราชญ์ปราศแสยงชี้ เช่นหล้าและไศล
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๒.  
ธนฺวา โชติโย ราชา นที เวชฺโช ตถา อิเม
ปญฺจ ยตฺถ น วิชฺชนฺติ น ตตฺถ ทิวสํ วเส
เมืองใดไร้ราชทั้ง ปราชญ์สดับ ก็ดี
อีกตระกูลมีทรัพย์ สิ่งให้
หนึ่งไร้นทีกับ ขุนแพทย์
ภัยมากเมืองนั้นไชร้ ท่านห้ามอย่าเนา
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๓.  
มาตา ปุตฺตกรํ ปาปํ สิสฺสา ปาปํ คุรู ตถา
ราชา รฏฺกรํ ปาปํ ราชา ปาปํ ปุโรหิโต
บุตรใดครุ่นครุ่นสร้าง กองกรรม
ชื่อว่ามาดาทำ เที่ยงพร้อง
ส่ำศิษย์บ่เกรงยำ เยียบาป
โดยโลกโวหารร้อง เรียกแท้ครูทำ
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๔.  
อิตฺถีมิสฺโส กุโต สีลํ มํสภกฺโข กุโต ทยํ
สุราปาโน กุโต สจฺจํ มหาโลโภ กุโต ลชฺชํ
มหาตนฺโท กุโต สิปฺปํ มหาโกโธ กุโต ธนํ
มักเมาหมดสัจถ้อย เจรจา
แรงโลภละอายหา ห่อนได้
มักเนื้อหน่ายกรุณา เป็นเที่ยง
บรรพชิตหญิงอยู่ใกล้ แกล่สิ้นศีลแสวง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๕.  
อธนสฺส รสํ ขาทา อพลสฺส หตา นรา
อปญฺสฺส วากฺยกถา อุมฺมตฺตกสมา อิเม
คนยากอยากภักษ์เคี้ยว ของแพง
คนโรคบำราศแรง ร่านปลํ้า
คนโฉดอวดสำแดง ธรรมเทศ นานา
สามเหล่าเขานี้ก้ำ กึ่งบ้ากลกัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๖. (ยังไม่พบคาถา)  
เมียดีดุจทาสรู้ การเรือน รอบแฮ
อายแก่สามีเหมือน ดั่งน้อง
เป็นที่ปรึกษาเตือน ดัดดุจ มดายนา
ยามเมื่อผัวเคืองข้อง อดกลั้นกลัวเกรง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๗.  
สุน่โข สุนขํ ทิสฺวา ทนฺตํ ทสฺเสนฺติ หึสิตุํ
ทุชฺชโน ทุชฺชนํ ทิสฺวา โรสยํ หึสมิจฺฉติ
  โลกนิติ
สุนัขเห็นกันกั้น ตะกุยกัน
กรรโชกยิงฟันรัน แร่เร้า
พาลพบพวกพาลขัน แข็งต่อ
โกรธต่อโกรธงอดเง้า ฮึกห้าวหากัน
  สำนวนเก่า
สุนัขสบสุนัขให้ โกรธา
เขี้ยวแยกยิงทันตา ต่อสู้
พาลยลพวกพาลมา มากเร่ง พิโรธแฮ
จองจิตเวรผูกผู้ พวกล้างลุยละลาย
  สำนวนเก่า
สุนัขสุนัขพ้อง พบกัน
มันย่อมแสยะยิงฟัน ปากแห้
เฉกเช่นหมู่พาลผัน พะพวก พาลนา
ร้ายต่อร้ายราแต้ ต่างกล้าอวดแข็ง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๘. (ยังไม่พบคาถา)  
คับอกออมอยู่ได้ โดยหวัง
คับแคบเคียงคนชัง อยู่ชํ้า
คับจิตเจ็บประนัง เนายาก ยิ่งแฮ
แค้นคับเข็ญใจล้ำ เร่งร้อนฤๅเสบย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๑๙. (ยังไม่พบคาถา)  
อย่าปองสิ่งแก้วไป่ ควรปอง
เขาบ่ตรึกอย่าตรอง ตริบ้า
เร่งคิดคิดแต่ของ ควรคิด นะพ่อ
การที่สูญเปล่าอ้า อย่าได้ควรปอง
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๒๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ผจญคนมีศักดิ์ด้วย หมอบกราน
ผจญท่วยทรพลทาน แจกให้
เสมออาตม์จักทรมาน ชอบอด ออมแฮ
ผจญหมู่ข้าศึกไซร้ ล่อเลี้ยวลวงประหาร
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๒๑.  
โย สิสฺโส สิปฺปโลเภน พหุํ คณฺหาติ ตํ สิปฺปํ
มูโคว สุปินํ ปสฺสํ กเถตุมฺปิ น อุสฺสเห
โลภรู้เรียนมากสิ้น ศิลปศาสตร์
ยามจักปองไป่อาจ กล่าวได้
ผู้นี้นับว่าปราชญ์ ลือชื่อ ไฉนนา
กล่าวบ่ฉานเฉกใบ้ บอกข้อความฝัน
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๒๒.  
โย พาโล มญฺติ พาลฺยํ ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส
พาโล จ ปณฺฑิตมานี สเว พาโลติ วุจฺจติ ฯ
  ธรรมบท
คนพาลพวกหนึ่งน้ำ ใจหาญ
รู้ว่าตนเป็นพาล กระด้าง
พวกนี้วัจนาจารย์ จัดใช่ พาลพ่อ
นับว่าปราชญ์ได้บ้าง เพื่อรู้สึกสกนธ์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๒๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ใครรักย่อมว่าเพี้ยง พงศ์พันธุ์
ใครชอบชิดชมฉัน เพื่อนไร้
ใครเลี้ยงรักษาครรภ์ คือแม่ ตนนา
ใครดับดำกฤษณ์ได้ ชื่อชู้เมียสม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๒๔. (ยังไม่พบคาถา)  
คบปราชญ์เปรียบเสพอ้อย เอมใจ
กินแต่ปล้องปลายไป ตราบต้น
คบคนโหดหื่นไหล เหลวจืด จางแฮ
แหนงหนึ่งอ้อยกัดร้น แต่ต้นตลอดปลาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๒๕. (ยังไม่พบคาถา)  
เมตตาเตือนจิตให้ คนหวัง พึ่งนา
แรงเคียดคนหน่ายชัง ทั่วหน้า
ทานเป็นยอดยายัง เกียรติยศ ยิ่งแฮ
ตระหนี่กลกำพร้า พรากผู้สมาคม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๒๖.  
ทิฏฺเ ธมฺเม จ โย อตฺโถ โย จตฺโถ สมฺปรายิโก
อตฺถาภิสมยา ธีโร ปณฺฑิโตติ ปวุจฺจติ
ประโยชน์ใดในชั่วนี้ โอฬาร
อีกทั้งผลในกาล ชั่วหน้า
พระพุทธองค์ศรีอาริย์ ธ ย่อม ยอนา
ใจดั่งนี้แลอ้า เรียกผู้บัณฑิต
  สำนวนเก่า
ได้ผลในชั่วนี้ ปรัตยักษ์
ทั้งฝ่ายผลในปักษ์ ชั่วหน้า
ทั้งสองอย่างใครรัก ผลดั่ง นี้นา
พระตรัสบัณฑูรอ้า ท่านนั้นทรงญาณ
  สำนวนเก่า
๔๒๗.  
อาตฺมพุทฺธ สุขญฺจาปิ คุรุพุทฺธ วิเสสโต
ปรพุทฺธ วินาสญฺจ สตฺรีพุทฺธปลยํ คตํ
ยืนอาตม์พุทธไซร้ เป็นสุข
พุทธแห่งคุรุนิรทุกข์ เลิศแท้
ปรพุทธนาศเฉาฉุก เฉินใหญ่
พุทธแห่งนี้แล้ พ่างม้วยประลัย
  สำนวนเก่า
๔๒๘.  
สตฺมสฺวลมมิทฺรพฺยมฺ กุปฺเป ชลมิวากฺรเย
ปฺรภูคมสฺส สาธนามฺ ทฺรพฺยญฺ จ สิวฺราณฺณเว
สินสัตชลน้อยแต่ พอควร
คือ บ่ ใสลวนลวน เล่าใต้
ทรชนมั่งมีมวล ทรัพย์มาก
คือสมุทรฤๅให้ อื่นอ้างอาศัย
  สำนวนเก่า
๔๒๙.  
สตฺรุวตฺสุตฺรรานิ โจรวตฺรมิตฺรพานฺธว
จณฺฑาลสฺส สภามเทฺย อโห ทฺรพฺยทลิทฺรเต
เป็นเสี้ยนเมียลูกเต้า เหลนหลาน
ญาติว่าโจรมิตรดาล เกลียดใกล้
ไปสนามดั่งจัณฑาล ไทยหน่าย ตนนา
เพราะเพื่อตกไร้ได้ ยากเที้ยรทรพล
  สำนวนเก่า
๔๓๐.  
ราชวตฺรปุตฺรทารานิ เทฺววตฺยมิตฺรพานฺธว
ปณฺฑิตสภามเธฺย อโห ทฺรพฺยวิเศษต
ลูกเมียเกรงกราบเพี้ยง ราชา
มิตรว่าเทพพงศา เพื่อนใกล้
กลางสนามกล่าววาจา เอมโอช
ทรัพย์ช่างแต่งตัวให้ แปลกโอ้อัศจรรย์
  สำนวนเก่า
๔๓๑.  
ชิวฺหาคฺเคฺร ลภเต สกฺษิ ชิวฺหาคฺเคฺร มิตฺร พนฺธเว
ชิวฺหาคฺเคฺร พนฺธนํ ปฺราเษฺต ชิวฺหาคฺเคร มรณมฺภเวตฺ
ลิ้นลมคำกล่าวได้ สินศักดิ์
มิตรเพื่อนพงศารัก เพื่อลิ้น
ลิ้นตัวเองกล่าวจัก ถึงโทษ ภัยนา
ถึงชีพวายตายดิ้น เพื่อลิ้นลมเอง
  สำนวนเก่า
ลิ้นลมคำกล่าวได้ สินศักดิ์
มิตรเพื่อนพงศารัก เพื่อลิ้น
ลิ้นลมกล่าวตัวจัก ถึงโทษ ภัยนา
ให้ชีพวายลายลิ้น เพื่อลิ้นลมเอง
(จักฉิบหายวายสิ้น เพราะลิ้นตนเอง)
  สำนวนเก่า
๔๓๒.  
พาลากฺกเปฺรตทุมญฺจ วฤฒสตฺรี ตรุณี ทธิ
ปฺรภาเค ไมถุนนิทฺรา สโทษปาณปฺรหาริก
อัสดงค์ดุจต้อง ควันผี
ดินนํ้าสระบ่มี ขังไว้
เลี้ยงเมียเฒ่าสรุงศรี อัประภาค ยิ่งนา
เนื้อเหี่ยวหนังโหดให้ รูปแห้งพลันชรา
  สำนวนเก่า
แดดเช้าควันกลุ้มแล ไฟฝี
เมียแก่กับทธี ไป่ส้ม
ยามเช้าเสพสัตรี เยาวโยค
ผลาญชีวิตพลันล้ม แกล่ใกล้เมืองมรณ์
  สำนวนเก่า
๔๓๓.  
น กุลมฺ น จ วิทยานมฺ น ศีลํ น ปรากฺกมมฺ
ตสฺมา สกลิยุเค ปราเษฺต ธนมฺเมว วิเษศตมฺ
แม้ตระกูลถ่อยแท้ ปัญญาทราม ก็ดี
มารยาทเพียรพยายาม ถ่อยแท้
มาถึงกลีตาม ยุกติแก่ นี้นา
ครั้นมีมูลทรัพย์แล้ ทั่วหล้าสรรเสริญ
  สำนวนเก่า
๔๓๔.  
อถวานฺธุ สกุลิโทสิ โลโก สมฺปูชิเต นรํ
ศศิทาตสฺส วงฺโสปิ นฺฤธนมฺ ปริภูยเต
คนผู้หินชาติช้า พงศ์พันธุ์
ครั้นมั่งมีสินสรรพ์ อวดอ้าง
แม้ผู้เผ่าสุริยจันทร์ สูงศักดิ์ ก็ดี
ครั้นทรัพย์โรยแรงร้าง หมู่ร้ายดูแคลน
  สำนวนเก่า
พงศาถ่อยแท้มั่ง มีทรัพย์
ในโลกนี้คนนับ อ่านอ้าง
พงศามีศรีอัป สินถ่อย
คนบ่เกรงเลยบ้าง กล่าวถ้อยคำแคลน
  สำนวนเก่า
พงศาต่ำช้าชั่ว ทรุดทราม
มารยาทบมิงาม ถ่อยแท้
ถึงกลียุคตาม ขณะ นี้นา
ครั้นว่ามีทรัพย์แก้ ทั่วหน้าสรรเสริญ
  สำนวนเก่า
๔๓๕.  
คิริมยุเร ฆตเน มยุโร
รกฺษานฺตเร ภาณุ ชเลสุ ปฺทมมฺ
เทฺวลกฺษณโสโคเหกมทโธมณนามฺ
เสฺนเหน จนฺทญฺจ ปทาจรนฺติ
ยูงยลยังเมฆห้อง หาวคลอง
สุริยเสด็จผยอง อยู่น้ำ
โกมุทศศิล่อง สถิตต่าง ไกลนา
จรดศศิล้นลํ้า แต่ฟ้าลงดิน
  สำนวนเก่า
๔๓๖.  
ชาติวุฑฺโฒ วโยวุฑฺโฒ วิทฺยา วุฑฺโฒ ธโน วุฑฺโฒ
ภาริกิจฺฉา ตฺรยานาสติ ธนํ ทฺวาเร ปฺรติฏิตมฺ
แก่ด้วยพงศาชาติผู้ เดือนปี
แก่ทรัพย์แก่คุณมี มากรู้
อาศัยบ่มีที่ กิจเกิด ทุกข์นา
จักอยู่ทวารบ้านผู้ แก่ด้วยเงินทอง
  สำนวนเก่า
๔๓๗.  
น วินา ปรวาเทน รมฺมนฺเต ทุชฺชนา ขลุ
สฺวาน สุวรโสภกฺขา วินาเปเตน ตุสฺสติ
พาลชนแม้นเว้นกล่าว นินทา
ความสนุกสุขหา ห่อนได้
คือรสสมสมา คมเสพ
แม้นว่าว่างเว้นไซร้ ห่อนรื้อยินดี
  สำนวนเก่า
๔๓๘.  
ขโล สาสปมตฺตานิ ปรโทสํ น ปสฺสติ
อตฺตโน หตฺถีมตฺตานิ ปสฺสนฺโตปิ น ปสฺสติ
นรชนโทษท่านเพี้ยง วิจารณ์
เพียงผักกาดเห็นงาน ใหญ่แท้
โทษตัวคู่คชสาร ปูนเปรียบ
เห็นเท่าใดใดแก้ กล่าวแกล้งฤๅเห็น
  สำนวนเก่า
๔๓๙.  
ขลุ ปฺรีติ น กตฺตญฺจ อฑฺฒา วาริฆโฏ ยถา
สิรสา รุยฺหมาโนปิ ขเล ขลขลายเต
อย่าทำความเสน่ห์ด้วย ทรชน
นํ้าครึ่งกะละออมกล ดุจนั้น
ชแม้นแบกทูนบน ศีรษะ เดินนา
กลับกลายไปมาซั้น ซ่านร้ายฤๅดี
  สำนวนเก่า
๔๔๐.  
อลสสฺส กุโต สิปฺปํ อสิปฺปสฺส กุโต ธนํ
อธนสฺส กุโต มิตฺตํ อมิตฺตสฺส กุโต สุขํ
  โลกนิติ
เสียเพียรฤๅห่อนรู้ วิทยา ศิลป์แฮ
เสียสินบ่ทรัพย์หา ยากได้
เสียทรัพย์มิตรสมา คมเสพ ฤๅมี
เสียมิตรแม้ขุกไข้ ยากแท้สุขเสวย
  สำนวนเก่า
คร้านครอบใดจักได้ เสพศิลป์
แม้นบ่มีศิลป์ฉินท์ ทรัพย์ใช้
เสื่อมทรัพย์คำบ่ยิน เยียมิตร ไฉนพ่อ
เดียวเด็ดปองไป่ได้ สุขส้องสุดแสวง
  สำนวนเก่า
เกียจคร้านฤๅห่อนรู้ วิชา
คนถ่อยรู้ทรัพย์หา ห่อนได้
น้อยทรัพย์น้อยญาติกา มิตรเพื่อน
ญาติมิตรไป่มีไซร้ สุขร้างแรมโรย
  สำนวนเก่า
มักคร้านฤๅรอบรู้ วิทยา
คนรู้ถ่อยสินหา ไป่ได้
ไร้ทรัพย์อับผู้มา เป็นเพื่อน
เว้นจากมิตรนั้นไซร้ สุขร้างแรมโรย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๔๑.  
อสุขสฺส กุโต ปญฺํ อปุญฺสฺส กุโต นิพฺพานํ
  โลกนิติ
เสียสุขจะก่อเผื้อ บุญไฉน พ่อฮา
มีแต่ทุกข์ทนใจ หม่นไหม้
เสียบุญบรรเพ็ญใน ศีลจาค ก็ดี
แลฤๅควรแกล่ใกล้ แห่งห้องนฤพาน
  สำนวนเก่า
ทุกข์เสวยวายสุขสิ้น สันดาน
บุญห่อนสืบศีลทาน ทอดม้วย
เสพบาปบ่มีบาน จิตต่อ บุญแฮ
ไฉนนึกนิพพานด้วย เด็ดแท้ทรชน
  สำนวนเก่า
๔๔๒.  
สิปฺปสมํ ธนํ นตฺถิ สิปฺปํ โจโร น คณฺหติ
อิธ โลเก สิปฺปํ มิตฺตํ ปรโลเก สุขาวหํ
  โลกนิติ
รู้ศิลปศาสตร์หยิ้ง ธนพิตร พ่อฮา
โจรห่อนหาญปล้นปลิด ลอบล้าง
ในโลกศิลปคือมิตร เสมออาต มานา
ปรโลกพระท่านอ้าง เที่ยงแท้สุขเสวย
  สำนวนเก่า
ทรัพย์สมบูรณ์บ่ได้ เสมอศิลป์
โจรห่อนหมายมุ่งภินท์ พอกล้าง
ศิลป์คือมิ่งมิตรยิน ดีนัก นะพ่อ
เขษมสุขสวัสดิ์สร้าง ภพหน้านำสนอง
  สำนวนเก่า
๔๔๓.  
อปฺปกํ นาติมญฺเยฺย จิตฺเต สุตํ นิธาปเย
วมฺมิโกทกพินฺทู จ จีเรน ปริปูรติ
  โลกนิติ
อย่ามากมักเรียนรู้ วิทยา
วันละน้อยศึกษา ใฝ่ฟื้น
จอมปลวกสูงเพียงตา ตนแท่ง เดียวแฮ
อาบซาบชลชุ่มชื้น หยาดย้อยโสบโถง
  สำนวนเก่า
๔๔๔.  
เสเล เสเล น มณิกํ คเช คเช น มุตฺติกํ
วเน วเน น จนฺทนํ าเน าเน น ปณฺฑิตํ
  โลกนิติ
ทุกผาหาแห่งแก้ว เห็นหา ยากแฮ
หาบ่เห็นดวงมุกดา ทั่วทั้ง
รัตจันทน์แก่นกฤษณา ปวงป่า พบฤๅ
ปวงปราชญ์ปรีชาสร้าง ทรัพย์ด้าวใดมี
  สำนวนเก่า
มณีค่าหาห่อนได้ ทุกเขา
ดวงมุกดาฤๅเอา ทุกช้าง
จันทน์แดงบ่ดาษเนา ทุกทั่ว ป่าแฮ
เวียงใหญ่ทุกทิศสร้าง ปราชญ์ส้องสุดหา
  สำนวนเก่า
๔๔๕.  
ปณฺฑิโต สุตสมฺปนฺโน ยตฺถ อตฺถีติ เจ สุโต
มหุสฺสาเหน ตํ านํ คนฺตพฺพํว สุเตสินา
  โลกนิติ
สถานใดยินข่าวเจ้า บัณฑิต อยู่แฮ
จงอุตสาหะจิต แห่งหั้น
บ่ควรเกลียดควรคิด เสียแฆ่ง เดินแฮ
ดลอำเภอท่านนั้น เสพส้องแสวงคุณ
  สำนวนเก่า
บัณฑิตจิตแจ่มแจ้ง ธรรมา
คำข่าวสัมคฤหา แห่งโพ้น
ผู้แสวงสวัสดิ์บุญญา ใหญ่ยิ่ง นะพ่อ
เร่งสืบสบที่โน้น นั่นรู้รสธรรม
  สำนวนเก่า
๔๔๖.  
โปฏฺเกสุ จ ยํ สิปฺปํ ปรหตฺเถสุ จ ยํ ธนํ
ยถา กิจฺเจ สมุปฺปนฺเน น ตํ สิปฺปํ น ตํ ธนํ
  โลกนิติ
บ่จำความรู้ไว้ ใบลาน
ทรัพย์ฝากท่านสาธารณ์ ป่นปี้
คาบใดกิจบันดาล ดลเกิด บ้างแฮ
ทรัพย์แลความรู้นี้ ห่อนได้เป็นคุณ
  สำนวนเก่า
ความรู้เรียนรอบไว้ ใบลาน
ทรัพย์ตกอื่นสาธารณ์ ทั่วพร้อง
เกิดกิจบ่กอบการ กายเปล่า อยู่แฮ
ชั่วเช่นอย่าเยียต้อง บทห้ามนัดการ
  สำนวนเก่า
๔๔๗.  
พฺรตฺตา ปุตฺรกิมาลเส อพฺรตฺโต ภารหาริโก
พฺรตฺโต ปูชิโต โลเก พฺรตฺตา ปุตฺร ทิเน ทิเน
  โลกนิติ
อย่าพ่ออย่าเกียจเจ้า จงเพียร
ถ่อยเกียจเสมอเกวียน ท่านใช้
ศิลปศาสตร์วิทยาเรียน เลื่องโลก นับแฮ
จงพ่อเรียนรู้ไว้ ใหญ่แล้วเป็นคุณ
  สำนวนเก่า
ดรุณบุตรผุดผาดด้วย เพียรเพ็ญ
ผู้เกียจพาหนเป็น ช่วงใช้
พลเพียรโลกเล็งเห็น หากนับ หน้าแฮ
เพียรพ่อค้นอ้นไว้ ว่องแท้ทางศิลป์
  สำนวนเก่า
๔๔๘.  
มาตา เวรี ปิตา สตฺรุ กน พาเลน สิกฺขิตา
สภามชฺเฌ น โสภติ หํสมชฺเฌ พโก ยถา
  โลกนิติ
พ่อแม่ผูกเคียดแค้น ไพรี บุตรไฉน
สอนไป่สอนให้ดี เมื่อน้อย
ยามใหญ่อยู่กลางชี คฤหัสถ์ ก็ดี
ตัวนกยางย่างค้อย แข่งเข้าฝูงหงส์
  สำนวนเก่า
พ่อแม่เมื่อหน่อน้อย ฤๅสอน
ยามใหญ่โฉดเฉาซอน ซุกลี้
เข้าประชุมเฉกยางหยอน หงส์รอบ ล้อมนา
พ่อแม่แม้เยียนี้ นับเสี้ยนศัตรู
  สำนวนเก่า
แม่เหมือนข้าศึกทั้ง บิดร ด้วยแฮ
เหตุบ่สอนบุตรสอน เมื่อน้อย
ครั้นใหญ่ไป่งามอร ออกที่ ประชุมนา
เยียเยี่ยงยางเจ่าจ้อย จับจ้องหมู่หงส์
  สำนวนเก่า
รักบุตรสิไป่ให้ พากเพียร
ปราศจากวิทยาเรียน เริดร้าง
พ่อเหมือนศัตรูเบียน บุตรอีก เล่านา
แม่ดั่งไพรีมล้าง ลูกให้เสียสกนธ์
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๔๙.  
กณฺฑกาติริโก ติกฺขติ
โก อญฺชนํ มิลกฺขิยํ
อุปฺปลสฺส ปลฺลเล โก สุคนฺธํ
กุลปุตตรู โก ปวตฺตติ สมติภโว
  โลกนิติ
หนามผ่าใครเสี้ยมเล่า แหลมเอง
ตาย่อมดำเหมาะเหม็ง ใครแต้ม
ใครเขากลิ่นหอมละเวง ในดอก บัวนา
กุลบุตรปัญญาแย้ม ชาติแล้วแหลมเอง
  สำนวนเก่า
ผู้ฤๅรับจับเสี้ยม ผ่าหนาม
มฤคเนตรดำใดตาม แต่งแต้ม
ฟุ้งกลิ่นอุบลงาม ใดอบ เล่าพ่อ
กุลบุตรบุญเยียแย้ม ยิ่งลํ้าเฉลียวเอง
  สำนวนเก่า
๔๕๐.  
น รสํ อโก ตมฺพุลํ อธนสฺส ลงฺกตมฺปิ
อโลณนฺตุ พฺยญฺชนํ พฺยากรณํ อสิปฺปสฺส
  สำนวนเก่า
หมากพลูเสียปูนไซร้ เสียรส
ยากทรัพย์แต่งตัวงด แง่งํ้า
เสียเกลือกลิ่นแกงซด บ่แซบ เลยพ่อ
ซ้ำโง่งอนกล่าวกลํ้า รสร้ายปริศนา
  สำนวนเก่า
พลูหมากปูนจากสิ้น เสียรส
ผู้อยากยิ่งอลงกฏ ร่างร้าย
แกงกับภัตรฝ่ายรส เพราะจาก เกลือนา
ชายโฉดแก้อรรถย้าย ยิ่งร้ายรสสูญ
  สำนวนเก่า
หมากพลูปูนไป่ป้าย บ่ราง รสนา
แกงบ่จืดเกลือจาง จืดกลํ้า
ไร้ทรัพย์สิ่งสำอาง จักโอ่ งามฤๅ
ใช่ปราชญ์ปริศนาลํ้า ลึกแก้ฤๅงาม
  สำนวนเก่า
๔๕๑.  
สุสฺสูสา สุตสมฺปนฺโน สุตปญฺาย วฑฺฒติ
ปญฺาย อตฺถํ ชานาติอตฺโถ าโต สุขาวโห
  โลกนิติ
หมั่นสดับฟังท่านพร้อง แปลความ
เฉลิมฉลุปัญญางาม ยิ่งแก้ว
ไตรตรึกอรรถอันความ เพียรถ่อง
รู้เขบ็จเสร็จสิ้นแล้ว แต่ตั้งสุขเสวย
  สำนวนเก่า
สูตรสดับด้วยวัตร จรรยา
จรุงโรจน์เปรมปรีชา ใช่น้อย
รองเรืองอรรถปัญหา เห็นแจ่ม
แจ้งจัดอรรถเรียบร้อย สุขร้างฤๅมี
  สำนวนเก่า
๔๕๒.  
โภชนํ เมถุนํ นิทฺทา โคเณ โปเสปิ วิชฺชติ
วิชฺชา วิเสโส โปสสฺส หีโน โคณสโม ภเว
  โลกนิติ
กินนอนหนึ่งเสพส้อง ตฤษณา ก็ดี
มีชายแก่โลกา ทั่วผู้
สิ่งเดียวทรงวิทยา เป็นแปลก โคแฮ
แม้เสื่อมศิลปศาสตร์รู้ เปรียบด้วยฝูงโค
  สำนวนเก่า
อาหารการหลับแล้ เสพกาม
มีชายแก่โคนาม นับผู้
ชายไววิทยางาม เห็นแปลก ใดแฮ
แม้บ่มีศิลป์รู้ เสื่อมร้ายราวโค
  สำนวนเก่า
๔๕๓.  
วินา สตฺถํ น คจฺเฉยฺย สูโร สงฺคามภูมิยํ
ปณฺฑิตฺวทฺธคุ วาณิชฺโช วิเทสคมโน ตถา
  โลกนิติ
โยธาทิ้งสาตรสู้ สงคราม บ่ควร
ปราชญ์และคัมภีร์ความ อย่าพร้อง
เดินหนเพื่อนบ่ตาม อย่าไต่ ทางแฮ
พานิชเสียพวกพ้อง ต่างด้าวอย่าไป
  สำนวนเก่า
โยธากล้าศึกสู้ ปรปักษ์
อาวุธวางอย่ารัก รบร้า
ปราชญ์หลงคัมภีร์พัก พูดอย่า เพ้อพ่อ
วาณิชเดินทางถ้า เพื่อนแล้วฤๅไคล
  สำนวนเก่า
๔๕๔.  
ธนนาสํ มโนตาปํ ฆเร ทุจฺจริตานิ จ
วญฺจนญฺจ อวมานํ ปณฺฑิโต น ปกาสเย
  โลกนิติ
เสียทรัพย์หนึ่งเคียดแค้น เคืองใจ ก็ดี
ความชั่วลูกเมียใน เนื่องหย้าว
ท่านลวงท่านไยไพ เมินหมิ่น ก็ดี
ควรสงวนในอกอ้าว อื่นผู้อย่าแคลง
  สำนวนเก่า
สูญทรัพย์กับขุ่นข้อง เคืองใจ
การชั่วเกิดการใน เนื่องเหย้า
ท่านลวงล่อคำไข กลกล่าว หมิ่นนา
ปราชญ์บ่สมใจเศร้า นิ่งสู้ฤๅแคลง
  สำนวนเก่า
๔๕๕.  
อตฺตานุรูปกํ วากฺยํ สภาวรูปกํ ปิยํ
อตฺถานุรูปกํ โกธํ โย ชานาติ สปณฺฑิโต
  โลกนิติ
รู้พูดพอสมพื้น พงศ์ตัว พ่อฮา
รักท่านอย่าเมามัว ฟั่นเฟื้อ
ดาลโกรธที่คนกลัว คนโกรธ
รู้สิ่งสามนี้เอื้อ ท่านแท้เมธี
  สำนวนเก่า
คำกล่าวกล่าวให้ส้อง สบตน
รักอื่นอย่าหลงจน จิตส้าน
ดานโกรธททวยซน ซอนโกรธ ได้นา
สามสิ่งได้แจ่มจ้าน นับผู้นั้นกระวี
  สำนวนเก่า
๔๕๖.  
อธนสฺส รสํ ขาทา อพลสฺส หตา นรา
อปญฺสฺส วากฺยกถา อุมฺมตฺตกสมา อิเม
  โลกนิติ
เข็ญทรัพย์สินโลภลํ้า กลืนของ ตนแฮ
โรยแรงแข่งขันคะนอง อวดปลํ้า
รู้น้อยแข่งคำสนอง ชิงพูด
สามจำพวกนี้กํ้า กึ่งบ้าเสมอกัน
  สำนวนเก่า
เข็ญใจใคร่เสพเข้า ของดี
ร้ายร่างแรงไป่มี มุ่งปลํ้า
งานโง่ว่องวาที ทำหยิ่ง
สามจำพวกนี้กํ้า กึ่งบ้าเสมอกัน
  สำนวนเก่า
๔๕๗.  
อปฺปรูโป พหุภาโส อปฺปปญฺโ ปกาสิโต
อปฺปรูโป ฆโฏ โขเภ อปฺปขีรา คาวี จเล
  โลกนิติ
รูปร้ายมักโอ่อ้า แต่งสกนธ์
รู้ต่ำกล่าวเกินตน เติบถ้อย
กะละออมบกเบาชล มักกระฉอก
เธนุแม้นมน้อย ลูกนั้นถีบทอ
  สำนวนเก่า
ร่างร้ายอวดอ้างรูป สมทรง
งุนโง่ไม่เจียมองค์ อาจถ้อย
กะละออมพร่องขอบลง ชลฉอก ฉานนา
โคแม่น่านนมน้อย บุตรทิ้งถีบทอ
  สำนวนเก่า
๔๕๘.  
มณฺฑุเกปิ อุเกฺร สีเห กากคฺคเห ปิเย ปิเย
อปณฺฑิปิ ปณฺฑิ หุตฺวา ธีรา ปุจฺเฉ อเย อเย
  โลกนิติ
มณฑกอกแอ่นหลั้ง เทียมสีห ราชแฮ
กาเฉี่ยวชูคำดี โอบอ้อม
ใช่ปราชญ์ท่วงทีทำ เทียมปราชญ์
ครั้นปราชญ์ถาบเลียบล้อม เกลื่อนกลํ้ากลับถาม
  สำนวนเก่า
มณฑกยกอาจเอื้อม ราชสีห์
ปอดปอดกาจิกตี รํ่าร้อง
ใช่ปราชญ์ทำปราชญ์ปรี - ชาแค่น คำแฮ
ออดออดบ่นบ่ต้อง แต่ถ้อยปราชญ์ถาม
  สำนวนเก่า
๔๕๙.  
มณฺฑุเกปิ อุเกฺร สีเห สุกเรปิ อุเห ทิเป
พิฬาเร สทิเส พฺยคฺเฆ สพฺพธิเร สิปฺปสเม
  โลกนิติ
มณฑกทำเทียบท้าว สีหะ
แมวว่ากูพยัคฆะ คาบเนื้อ
นกกระจอกมีมานะ ว่ายิ่ง ครุฑนา
เข็ญใจมีข้าเกื้อ หยิ่งหยิ้งแสนทวี
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๖๐.  
น ติตฺติ ราชา ธนมฺหิ ปณฺฑิโตปิ สุภาสิโต
จกฺขุปิ ปิยทสฺสเส ชเล น ติตฺติ สาคโร
  โลกนิติ
ทวยราชบ่ร้างอิ่ม ไอศวรรย์
ปราชญ์ฤๅอิ่มกองธรรม์ เที่ยงแท้
จักษุฤๅอิ่มอัน เล็งรูป
สมุทรฤๅอิ่มแอ้ น่านนํ้านองไหล
  สำนวนเก่า
ฤทัยท้าวบ่เทียบพื้น วรพิตร
ปราชญ์อิ่มอรรถสุภาษิต อย่าพร้อง
เนตรรมย์รูปพินิจ ฤๅอิ่ม นะพ่อ
สาครอิ่มธารท้อง ที่นั้นฤๅมี
  สำนวนเก่า
๔๖๑.  
หีนปุตฺโต ราชมจฺโจ พาลปุตฺโต น ปณฺฑิโต
อธนสฺส ธนํ พหุ ปุริสานํ น ปญฺถ
  โลกนิติ
เชื้อไพร่บุญฉุดขึ้น เป็นนาย
พาลบุตรรู้มลักหลาย เลิศผู้
โฉดไร้เพียรขวนขวาย ทรัพย์มั่ง มีแฮ
สามเหล่านี้พึงรู้ อย่าได้ดูเบา
  สำนวนเก่า
ทุรพลชนฉุดได้ เป็นขุน
พาลบุตรผูกคามคุณ ปราชญ์สร้อง
เข็ญใจจับจ่ายทุน พูนพิตร
ล้วนลุเพราะบุญหย้อง อย่าได้ดูแคลน
  สำนวนเก่า
๔๖๒.  
โย สิสฺโส สิปฺปโลเภน พหุํ คณฺหาติ ตํ สิปฺปํ
มูโคว สุปินํ ปสฺสํ กเถตุมฺปิ น อุสฺสเห
  โลกนิติ
ศิษย์ใดโลภเล่าหรํ้า เรียนธรรม มากแฮ
เคลิ้มคลาดบาทบทถลำ เลื่อนลี้
จักแถลงแคลงหลังพลัม ลืมเล่า
ปากบ่นซอนอู้อี้ ดุจใบ้บอกฝัน
  สำนวนเก่า
ศิษย์เสพศิลปมากล้น เหลือจำ
ครไลหลงงึมงำ อัดอั้น
บ่อาจต่อตอบคำ นานนิ่ง
ดูดุจใบลิ้นสั้น ไป่แก้สุบิน
  สำนวนเก่า
โลภรู้เรียนมากสิ้น ศิลปศาสตร์
ยามจักปองไป่อาจ กล่าวได้
ผู้นี้นับว่าปราชญ์ ลือชื่อ ไฉนนา
กล่าวบ่ขานเฉกใบ้ บอกข้อความฝัน
  สำนวนเก่า
๔๖๓.  
สพฺภิเรว สมาเสถ สพฺภิ กุพฺเพถ สนฺถวํ
สตํ สทฺธมฺมมญฺาย เสยฺโย โหติ น ปาปิโย
  โลกนิติ
ยืนเดินนอนนั่งด้วย เมธี
คบปราชญ์ฝากไมตรี ชิดเชื้อ
เบญจศีลของอาจรีย์ เรียนจบ
มีบาปบานบุญเกื้อ ก่อสร้างสืบไสย
  สำนวนเก่า
พึงเสพสัปบุรุษแท้ เมธี
มิตรมั่นอย่าย้ายหนี นึกร้าง
เบญจศีลประเวณี โลกเร่ง รู้พ่อ
สืบสวัสดิ์ถาวรอ้าง บาปเว้นบังวาย
  สำนวนเก่า
๔๖๔.  
กุลชาโต กุลปุตฺโต กุลวํสานุรกฺขโต
อตฺตนา ทุกฺขปตฺโตปิ หีนกมฺมํ น การเย
  โลกนิติ
กุลบุตรกุลชาติเชื้อ ในตระกูล ใหญ่แฮ
สงวนสืบวงศ์ประยูร ยึดไว้
แม้ทุกข์พ่างเพียงสูญ เสียชีพ ก็ดี
บ่เวียกงานคนไร้ ตํ่าต้อเสียวงศ์
  สำนวนเก่า
กุลบุตรกอบชาติเชื้อ สูงพงศ์
แรงรักงามสงวนวงศ์ สืบไว้
มาตรมีทุกข์เทวษลง ลดศักดิ์ เสื่อมนา
บ่ละยศเยียการได้ ผ่อนร้นรมเฉย
  สำนวนเก่า
๔๖๕.  
จนฺทนํ สีตลํ โลเก ตโต จนฺทํว สีตลํ
จนฺทนจนฺทสีตมฺหา สาธุ วากฺยํ สุภาสิตํ
  โลกนิติ
รัตจันทน์ในโลกนี้ ยาเย็น ยิ่งแฮ
เย็นแสงจันทร์โดยเห็น กว่านั้น
คำปราชญ์ภาษิตเป็น ฉบับโลก
เย็นกว่าสองแห่งหั้น ว่าไว้จงเห็น
  สำนวนเก่า
จุณจันทน์เจิมลูบไล้ ชโลมเย็น
จันทร์ส่องแสงเย็นเห็น กว่านั้น
ผู้ปราชญ์คำกล่าวเป็น แบบระบอบ โลกพ่อ
เย็นยิ่งสองสิ่งชั้น เชิดไว้หวังเฉลิม
  สำนวนเก่า
๔๖๖.  
มาตา หีนสฺส ทุภาสา ปิตา หีนสฺส ทุกฺริยา
อุโภ มาตาปิตา หีนา ทุพฺภาสา จ ทุกิริยา
  โลกนิติ
มารดาหฤโหดห้วน วาจา
พ่อชั่วมักหึงสา พวกพ้อง
บิดามารดาชา ตรีเผ่า สุทธินา
ใจซื่อสัจคำพร้อง เพราะพร้องเอาใจ
  สำนวนเก่า
พงศ์แม่ต่ำต้อบุตร วาจา ชั่วแฮ
พ่อชั่วบุตรกิริยา หยาบย้าย
พ่อแม่ส่ำพงศา ส่องชั่ว
ฝ่ายบุตรไขคำร้าย อีกร้ายกิริยา
  สำนวนเก่า
แม่ต่ำบุตรเบิกถ้อย หยาบนา
พ่อต่ำบุตรกิริยา ชั่วร้าย
พ่อต่ำแม่พงศา เสมอดุจ กันนา
บุตรถ่อยถ้อยหยาบย้าย ยับทั้งกิริยา
  สำนวนเก่า
๔๖๗.  
มาตา เสฏฺสฺส สุภาสา ปิตา เสฏฺสฺส สุกฺริยา
อุโภ มาตาปิตา เสฏฺา สุภาสา จ สุกิริยา
  โลกนิติ
มารดายศหยิ้งลูก คำหวาน
ยศพ่อบุตรมาร ยาตรเยื้อง
พ่อแม่ศักดิ์สมาน เสมอส่ำ กันนา
ลูกเหล่ากล่าวคำเกลี้ยง อ่อนน้อมกิริยา
  สำนวนเก่า
บุตรต่ำอ่อนอ้างเพราะ พงศ์พันธุ์
พ่อผุดบุตรอากรร เรียบร้อย
มารดาบิดาผัน สูงเผ่า
บุตรถ่อมถ้อยอ่อนอ้อย อิ่มพร้อมกิริยา
  สำนวนเก่า
๔๖๘.  
มา จ เวเคน กิจฺจานิ กาเรสิ การาเปสิ วา
สหสา การิตุํ กมฺมํ มณฺโฑ ปจฺฉานุตปฺปติ
  โลกนิติ
ทำเองก็ดีใช้ อื่นทำ ก็ดี
งานอย่าเร่งเร็วจำ ชอบช้า
เยียใดโดยพลันพลำ มักพลาด
งานเร่งเสียงานหน้า เดือดร้อนหนหลัง
  สำนวนเก่า
๔๖๙.  
โกธํ วิหิตฺวา น กทาจิ โสจติ
มกฺขปหานํ อิสโย วณฺณยนฺติ
  โลกนิติ
ส่ำร้ายไฟเดียดสิ้น ไฟศัลย์ โศกนา
คุณท่านแทนนักธรรม์ สาธุส้อง
กระษมาอดคำหยัน หยาบยิ่ง
สรรเพชญ์แส้งสารพร้อง เลิศลํ้าอดใจ
  สำนวนเก่า
ได้ล้างละพิโรธได้ โดยธรรม์
จิตแจ่มฤๅโศกศัลย์ สักครั้ง
ละลบหลู่ท่านอัน มีมาก นะพ่อ
องศ์อริยะเจ้าตั้ง แต่สร้องสรรเสริญ
  สำนวนเก่า
๔๗๐.  
สพฺเพสํ ผรุสวจนํ ขเมถ เอตํ ขนฺติ อุตฺตมมาหุสนฺโต
  โลกนิติ
คนชั่วหยาบยิ่งถ้อย ทับทวี
ใดอดเอาตนหนี ไป่สู้
เอกองค์อินทรขันตี เต็มเปี่ยม
สัปบุรุษเกื้อคำกู้ เกียรติก้องเชยชม
  สำนวนเก่า
๔๗๑.  
ทุกฺโข นิวาโส สมฺพาโธ าเน อสุจิ สงฺกเต
ตโต อริมฺหิ อปิเย ตโตปิ อกตญญุนา
  โลกนิติ
ทุกข์ไฉนเพราะอยู่ยั้ง ในสถาน
ปนแปดอาจมจาน กลิ่นคลุ้ง
ไพรีร่วมเรือนดาล ทุกข์ยิ่ง กว่าแฮ
ทุกข์ยิ่งทุกข์โทษฟุ้ง อยู่ด้วยเนียรคุณ
  สำนวนเก่า
นิเวศน์ว่างที่ไว้ แคบคับ
ฟุ้งกลิ่นอสุจิทับ ทุกข์ได้
อยู่แกล่ข้าศึกรับ ทุกข์ยิ่ง นั้นนา
ทุกข์ยิ่งทุกข์เพราะใกล้ กับผู้เนียรคุณ
  สำนวนเก่า
๔๗๒.  
โอวาเทยฺยานุสาเสยฺย ปาปกา จ นิวารเย
สตํ หิ โส ปิโย โหติ อสตํ โหติ อปฺปิโย
  โลกนิติ
ผู้ปองประโยชนให้ คำสอน สั่งนา
สอนแสวงบุญเบียนบอน บาปนี้
พึงใจสาธุนิกร คุณขอบ
บ่ชอบคุณเลยนี้ แต่ผู้อาธรรม์
  สำนวนเก่า
๔๗๓.  
อุจฺจํ อตฺตนิ วาเตน สูรํ เภเทน นิชฺชเย
นีจํ อปฺปกทาเนน วิธเมน สมํ ชเย
  โลกนิติ
สูงศักดิ์ต้านต่อด้วย ถ่อมตน ชนะแฮ
สูงส่ำชอบยศผจญ จ่อจั้ง
เข็ญใจชอบอวยธน ทรัพย์แผ่ ผจญนา
ออมอดต่างค่ายตั้ง ต่อสู้เสมอตัว
  สำนวนเก่า
๔๗๔.  
น วิสํ วิสมิจฺจาหุ ธนํ สงฺฆสฺส อุจฺจเต
วิสํ เอกํว หนติ สพฺพํ สงฺฆสฺส หนติ
  โลกนิติ
ยาพิษอ่านอ้างว่า พิษแสลง
ทรัพย์แห่งสงฆ์พิษแรง รวดเร้า
ยาพิษพิษดาลแผลง ผลาญชีพ เดียวแฮ
ทรัพย์แห่งสงฆ์ฆ่าเค้า โคตรพ้องคนกิน
  สำนวนเก่า
ยาพิษปราชญ์ห่อนร้อง ว่าพิษ
สงฆ์ทรัพย์สิ่งร้ายฤทธิ์ พิษแท้
สูญสิ้นเพราะยาพิษ เดียวชาติ
ใดลักทรัพย์สงฆ์แล้ พิษร้อนเสมออบาย
  สำนวนเก่า
๔๗๕.  
อปตฺเถยฺยํ น ปตฺเถยฺย อจินฺเตยฺยํ น จินฺตเย
สภาวเมว จินฺเตยฺย การํ โมฆํ อนิจฺฉเย
  โลกนิติ
ริปองอย่าอาจเอื้อม ปองสูง
ริคิดอย่าคิดจูง จิตกล้า
สวภาพพ่างเพียงพยูง ตนคิด เทอญพ่อ
วันและวันไขว่คว้า ทรัพย์สร้างอย่าสูญ
  สำนวนเก่า
สิ่งใดควรบ่ได้ อย่าหวัง
บ่คู่คิดอย่าฟัง จิตเล้า
เร่งคิดที่ควรจัง จิตแน่ นะพ่อ
อย่าปรารถนาการเศร้า เปล่าสิ้นสูญผล
  สำนวนเก่า
อย่าปองสิ่งแก้วไป่ ควรปอง
เขาบ่ตรึกอย่าตรอง ตริบ้า
เร่งคิดคิดแต่ของ ควรคิด นะพ่อ
การที่สูงเปล่าอ้า อย่าได้ควรปอง
  สำนวนเก่า
๔๗๖.  
อจินฺติตมฺปิ ภวติ จินฺติตมฺปิ วินสฺสติ
น หิ จินฺตา มหาโภคา อิตฺถิยา ปุริสสฺส วา
  โลกนิติ
บ่คิดสิ่งใดนั้น กลับมี เล่านา
คิดสิ่งใดกลับวี นาศไซร้
สรรพสรรพสิ่งโภคี กลใช่ คิดแฮ
บุญแบ่งแจงแบกให้ รุ่งหน้าหญิงชาย
  สำนวนเก่า
ทรัพย์สิ่งใดไป่ได้คิด กลับมูล
ที่คิดกลายกลับสูญ เสื่อมม้วย
สมบัติจักไพบูลย์ เพราะคิด ไยพ่อ
หญิงบุรุษลอบเกียจด้วย ยากแท้ทางเข็ญ
  สำนวนเก่า
๔๗๗.  
อสนฺตสฺส ปิโย โหติ สนฺเต น กุรุเต ปิยํ
อสตํ ธมฺมํ โรเจติ ตํ ปราภวโต มุขํ
  ปราภวสุตฺต
ผู้ใดไวเสน่ห์น้อม ในพาล
ไป่ร่วมรักในสานต์ ปราชญ์ผู้
พึงใจใฝ่ในการ พาลพวก นั้นนา
สามสิ่งนี้เป็นกระทู้ บอกเบื้องฉิบหาย
  สำนวนเก่า
แรงรักพาลพวกช้า ทรชน
ไป่รักสัปบุรุษผล แผ่ให้
พึงใจร่วมเรียนมนต์ พาลภักดิ์
สามสิ่งนี้ว่าไว้ ชั่วชี้ฉิบหาย
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๔๗๘.  
อติปิโย น กาตพฺโพ ขโล โกตุหลํ กโร
สิรสา วหมาโนปิ อฑฺฒปูโร ฆโฏ ยถา
  โลกนิติ
อย่าผูกเสน่ห์ด้วย ทรชน ยิ่งแฮ
มักก่อกุลาหล วุ่นร้าว
ดุจนํ้าพร่องทนนคน แบกบ่า
เดินขยักขย่อนก้าว วุ่นนํ้าในทนน
  สำนวนเก่า
อย่าปองรักร่วมด้วย นรพาล
ก่อกุลาหลหาญ หึกหํ้า
ดุจหม้อพร่องชลฉาน ฉอกรด เศียรแฮ
เดินยิ่งเร็วยิ่งซ้ำ ซุดนํ้าในทนน
  สำนวนเก่า
๔๗๙.  
สปฺโป ทฏฺโ ขโล ทฏฺโ สปฺปา ทุฏฺตโร ขโล
มนฺโต สเถหิ โส สปฺโป ขโล เกนุปสมฺมติ
  โลกนิติ
เจ็บไฉนเพราะงูเงี้ยว ขบสกนธ์
เจ็บยิ่งทุรชน ปักษ์ร้าย
เจ็บงูเคี่ยวยามนต์ พิษผ่อน พ่ายแฮ
เจ็บเขี้ยวคนร้ายบ้าย แบ่งแก้กลไฉน
  สำนวนเก่า
เงี้ยวง่านกอดพิษร้าย ราวใด
พาลพิษเจ็บสุดใจ ยิ่งล้าน
พิษงูเล็กปัดไป ยากอบ แก้นา
ยาเวทห่อนทานต้าน ต่อด้วยพิษชน
  สำนวนเก่า
๔๘๐.  
โย พาโล มญฺติ พาลฺยํ ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส
พาโล ปณฺฑิตมานีว โสเว พาโลติ วุจฺจติ
  ธรรมบท
พาลใดเดียงใจแจ้ง ตนพาล
นับว่าปราชญ์ใจบาณ ฑิตแท้
พาลใดยกตัวทาน เทียมปราชญ์
ชี้เช่นพาลนั้นแหน้ ถ่อยแท้คนพาล
  สำนวนเก่า
คนพาลพวกหนึ่งนํ้า ใจหาญ
รู้ว่าตนเป็นพาล กระด้าง
พวกนี้วัจนาจารย์ จัดใช่ พาลพ่อ
นับว่าปราชญ์ได้บ้าง เพื่อรู้สึกตน
  จารึกศิลา
๔๘๑.  
มธุว มญฺติ พาโล ยาว ปาปํ น ปจฺจติ
ยทา จ ปจฺจติ ปาปํ อถ ทุกฺขํ นิคจฺฉติ
  โลกนิติ
ตราบใดบาปเบื้องนี้ ไป่เตือน
พาลเสพบาปนั้นเหมือน เสพผึ้ง
ปางใดบาปมาเยือน ยังอาต มานา
ทนวิบากตรากตรึ้ง คาบนั้นเห็นผล
  สำนวนเก่า
พาลเผ่าเสพบาปให้ เห็นหวาน
ผลบาปยังไป่ราญ ห่อนรู้
ปางใดบาปเบียนดาน แดทราบ
ทนเทวษเหตุพาลผู้ เพิ่มไว้ในตน
  สำนวนเก่า
๔๘๒.  
น สาธุ พลวา พาโล สหสา วินฺทเต ธนํ
กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโ นิรยํ โส อุปปชฺชติ
  โลกนิติ
พาลมีอิสรเรื้อง ยศพล
ปองทรัพย์ปรเบียนคน ขุ่นขั้ง
ขันธนฤชีพดล ปรโลก
ทนทุกข์ยาวยืนยั้ง ต่ำใต้นรกา
  สำนวนเก่า
พาลชื่อลือยศเบื้อง ไป่งาม
สมทรัพย์ใดโดยหยาม หยาบแท้
ทำลายละรูปนาม นฤชีพ
ปฏิสนธิ์นรกแล้ ทุกข์ล้นเหลือแสน
  สำนวนเก่า
๔๘๓.  
ปณฺฑิตสฺส ปสํสาย ทณฺโฑ พาเลน ทิยเต
ปณฺฑิตํ ปณฺฑิเต เนว วณฺณิโตว สุวณฺณิตํ
  โลกนิติ
พาลชนเพียงส้องสรร เสริญบัณ ฑิตแฮ
คือหนึ่งให้ลงทัณฑ์ ท่านแท้
บัณฑิตสรรเสริญกัน คำท่าน นั้นนา
นับว่าพรรณิตแล้ ถ่องแท้สรรเสริญ
  สำนวนเก่า
๔๘๔.  
ลุทฺธํ อตฺเถ น คณฺเหยฺย ถทฺธํ อญฺชลิ กมฺมุนา
ฉนฺทานุวตฺติยา มุฬฺหํ ยถา ภุเตน ปณฺฑิตํ
  โลกนิติ
ผู้โลภโลมจิตได้ โดยทรัพย์
ผู้หยาบยิ่งคำนับ ชอบหน้า
ผู้หลงสั่งเร่งรับ ฤๅขัด ใจแฮ
ผู้ปราชญ์เปรมใจอ้า เพราะอ้างสัตย์สนอง
  สำนวนเก่า
จับจองทวยโลภด้วย ปรนทรัพย์ ให้แฮ
ปั้นปึ่งคำนับปอง จับได้
ทวยหลงชอบจองจับ โดยจิต มั่นนา
จับปราชญ์ยืนมั่นไว้ เพราะถ้อยคำจริง
  สำนวนเก่า
๔๘๕.  
โส พนฺธุ โย หิเต ยุตฺโต ปิตโร โหติ โปสโก
ตํ มิตฺตํ ยตฺถ วิสฺสาโส สา ภริยา จ นิพฺพุติ
  โลกนิติ
เยียคุณพูนสวัสดิ์ให้ คืนพันธุ์ เผ่านา
เลี้ยงปลูกบุตรโดยธรรม์ พ่อแท้
พิศวาสร่วมใจกัน เรียกมิตร
ร้อนราคหญิงดับแก้ กล่าวแท้ภรรยา
  สำนวนเก่า
เยียใดคุณกอบเกื้อ ชอบญาติ
ใดเล่าเลี้ยงสมชาติ พ่อแท้
ใดคุณคู่สังวาส นับมิ่ง มิตรพ่อ
หญิงดับราคร้อนแก้ ชื่อแก้วชายา
  สำนวนเก่า
๔๘๖.  
น วิสฺสาเส อมิตฺตสฺส มิตฺตญฺจาปิ อวิสฺสเส
กทาจิ กุปฺปิเต มิตฺเต สพฺพโทสํ ปกาสติ
  โลกนิติ
ศัตรูอย่าสนิทคุ้น เจรจา
แม่นว่าเป็นมิตรอย่า ใคร่ใกล้
ทรชนเมื่อโกรธา ลางคาบ
โทษสิ่งใดฤๅไว้ กล่าวแกล้งแสดงธรรม
  สำนวนเก่า
ข้าศึกฤๅควรไว้ วางใจ
มิตรบ่ควรความไข ลับลี้
ปางใดมิตรฟุนไฟ ตึงเคียด
เทียรย่อมรู้เชิดชี้ โทษแท้ถึงตาย
  สำนวนเก่า
อย่าพึงเยียคู่คุ้น ข้าศึก
มาตรมิตรความอันลึก อย่าแจ้ง
บางคาบโกรธโหมฮึก ฤๅคิด มิตรแฮ
ความลับกลับกลายแกล้ง โทษร้ายลำเค็ญ
  สำนวนเก่า
๔๘๗.  
สกึ ทุฏฺติ โย มาตฺยา ปุน สนฺธิตุมิจฺฉติ
โส มจฺจุ อุปคณฺหาติ คพฺภา อสฺสตรี ยถา
  โลกนิติ
ผู้ใดแตกร้าวเพื่อน ปางเดียว
สืบรักใครอย่าเยียว อีกพร้อง
ผู้นั้นเที่ยวกึ่งเกลียว มฤตยุราช
ดุจแม่ลาอุ้มท้อง มิ่งม้าอัศดร
  สำนวนเก่า
มิตรแม้ทำโทษให้ เดียวคราว
ใดบ่เจ็บสืบสาว มิตรส้อง
ผู้นั้นชีพไฉนยาว จักย่อย ทรัพย์นา
ดุจอัศดรถีบท้อง แม่ให้ลอยลาญ
  สำนวนเก่า
ทวยใดมิตรล่อล้าง หลายที แล้วพ่อ
ขืนจักก่อไมตรี เสพส้อง
ผู้นั้นนับว่ามี ชนม์ชีพ ไฉนนา
เหมือนแม่อัศดรท้อง แก่ใกล้ความตาย
  จารึกศิลา
๔๘๘.  
วเห อมิตฺตํ ขนฺเธน ยาว กาลํ อนาคตํ
ตเมว อาคเต กาเล เสเล ภินฺเน ฆฏํ อิว
  โลกนิติ
ปรปักษ์แบกบ่าไว้ ก่อนดี
กาลบ่ควรต่อตี นิ่งไว้
คาบใดชอบเชิงที หาญหัก เอาแฮ
ต่อยดุจต่อยหม้อให้ แตกด้วยศิลา
  สำนวนเก่า
ใครยกข้าศึกขึ้น คอจร
การบ่ควรราญรอน นิ่งรั้ง
ได้ทีค่อยตีฟอน ฟันฟาด
ดุจคอหม้อดินตั้ง แตกด้วยศิลา
  สำนวนเก่า
๔๘๙.  
อิณเสโส อคฺคิเสโส สตฺรุเสโส ตเถ วจ
ปุนปฺปุนํ วิวฑฺฒนฺติ ตสฺมา เสสา น การเย
  โลกนิติ
เศษเพลิงเศษนี่นั้น ชั่วนัก
อีกเศษศัตรูมัก เริ่มร้าย
ยามร่วมจำเริญหัก หาญฉิบ หายแฮ
เห็นเหตุอย่าเยียบ้าย แบ่งไว้เศษสม
  สำนวนเก่า
เศษหนี้เศษไฟไว้ เหลือฟืน
เศษศัตรูยังยืน เช่นเชื้อ
จักเจริญสืบวันคืน ใหญ่ยิ่ง
สามสิ่งอย่ารั้งเรื้อ เศษน้อยจงสูญ
  สำนวนเก่า
๔๙๐.  
ปทุมํว มุขํ ยสฺส วาจา จนฺทนสีตลํ
ตาทิสํ โนปเสเวยฺย หทเยสุ หลาหลํ
  โลกนิติ
มุขมาศผาดเพียงสร้อย บัวพรรณ
รสกล่าวเย็นเทียมจันทน์ แก่นย้อม
บ่ควรเสพมิตรฉัน ดังกล่าว
ดพราะจิตเขาคดค้อม ตรึกร้ายภายหลัง
  สำนวนเก่า
ใดผู้ผุดพักตร์เพี้ยง สัตตบรรณ
เย็นพจน์อย่างแก่นจันทน์ แจ่มถ้อย
จิตประเสริฐบ่เทียมทัน กับพักตร์ นะพ่อ
ชั่วเช่นอย่าคำถ้อย คบเข้ามิตรสมาน
  สำนวนเก่า
๔๙๑.  
น เสเว ผรุสํ สามึ น จ เสเวยฺย มจฺฉรึ
ตโต อปคหํ สามึ เนว นิคฺคหิตํ ตโต
  โลกนิติ
นายหนึ่งแรงโกรธร้าย คำขาน
นายหนึ่งบ่เจือจาน ทรัพย์บ้าง
นายหนึ่งเมื่อเอางาน บ่ย่อง ยกนา
นายหนึ่งข่มคุณมล้าง สี่นี้เสพไฉน
  สำนวนเก่า
นายหนึ่งหยาบหยิ่งถ้อย คำคม
นายหนึ่งตระหนี่สม ทรัพย์ไว้
นายหนึ่งบ่นิยม ยกชอบ
นายหนึ่งข่มคุณให้ เสื่อมสิ้นฤๅสมาน
  สำนวนเก่า
นายหนึ่งแรงโกรธร้าย เรียกขาน
นายหนึ่งบ่เจือจาน ทรัพย์บ้าง
นายหนึ่งเมื่อเอางาน บ่ย่อง ยกนา
นายหนึ่งข่มคุณมล้าง สี่นี้เสพไฉน
  สำนวนเก่า
๔๙๒.  
สิงฺคี ปญฺาสหตฺเถน สเตน วาชินํ วเช
หตฺถี ทนฺตึ สหสฺเสน เทสจาเคน ทุชฺชนํ
  โลกนิติ
ใกล้ห้าสิบศอกไซร้ หนีสิงห์ สัตว์แฮ
ร้อยศอกหนีอัศดรปรึง เปรื่องหวิ้ง
ช้างสารเก่งงาถึง พันศอก หนีนา
หนีทุรชนชอบทิ้ง เทศร้างเรือนหนี
  สำนวนเก่า
หนีโคมหิงห์ห่างห้า สิบศอก
ขลาห่างร้อยศอกบอก จุ่งแจ้ง
หนีช้างห่างพันศอก เทิญพ่อ
หนีเผ่าพาลไกลแกล้ง ที่ทิ้งเรือนหนี
  สำนวนเก่า
๔๙๓.  
กุเทสญฺจ กุมิตฺตญฺจ กุกุลญฺจ กุพนฺธวํ
กุทารญฺจ กุทาสญฺจ ทูรโต ปริวชฺชเย
  โลกนิติ
ด้าวใดมิตรโหดร้าย หนึ่งตระกูล ร้ายแฮ
พันธุ์เผ่าพงศ์ประยูร ยิ่งร้าย
เมียร้ายโทษทารุณ แรงโทษ
หกพวกนี้พึงผ้าย ผ่อนเว้นแต่ไกล
  สำนวนเก่า
ที่อยู่แลมิตรแม้ ลามก
ตระกูลเผ่าพันธุ์ฉก ชั่วไซร้
ภรรยาทาสโกหก เห็นแผก
หกสิ่งนี้อย่าใกล้ เกลียดเว้นบังวาย
  สำนวนเก่า
๔๙๔.  
โรคาตุเร จ ทุพฺภิกฺเข พฺยสเน น สตฺรุคฺคเห
ราชทฺวาเร สุสาเน จ สขา ติฏฺา สุมิตฺตกา
  โลกนิติ
ปางไข้ปางเข็ญข้าว แพงตึง ก็ดี
ปางนาศศัตรูตรึง ตรากไว้
ปางราชทัณฑ์ถึง ปางมอด ก็ดี
ปางหกมิตรร่วมไซร้ มิตรนั้นใครเสมอ
  สำนวนเก่า
ยามโรคร้อนค่าข้าว แพงตาย
ยามร่อยศัตรูราย รอบล้อม
อีกราชอาญาวาย ชีพป่า ช้าแฮ
มิตรช่วยชูช่วยห้อม ชื่อแท้มิตรธรรม
  สำนวนเก่า
๔๙๕.  
สิตวาโจ พหุมิตฺโต ผรุโส อปฺปมิตฺตโก
อุปมํ เอตฺถ ญาตพฺพํ สุริยจนฺทราชุนํ
  โลกนิติ
ผู้ใดใครเพราะเอื้อย คำหวาน
มากมิตรเมื่อเอางาน เกลื่อนหน้า
หยามหยาบกล่าวสาธารณ์ มิตรเกลื่อน ไกลน
ดุจสุริยะจันทร์แจ่มจ้า โลกนี้อุประมา
  สำนวนเก่า
ใดอ่อนอมฤตยถ้อย มิตรมาก
ใดหยาบคำสำราก มิตรน้อย
แสงอาทิตย์จันทร์หาก เย็นและ ร้อนแฮ
กษัตริย์ร้ายเรียบร้อย รอบรู้อุปมา
  สำนวนเก่า
๔๙๖.  
อิตฺถีนญฺจ ธนํ รูปํ ปุริสานํ วิชฺชา ธนํ
ภิกฺขูนญฺจ ธนํ สีลํ ราชูนญฺจ ธนํ พลํ
  โลกนิติ
นารีเสาวภาครูป เป็นทรัพย์
ชายมีความรู้สรรพ ทรัพย์ได้
พราหมณ์รู้เวทยานับ ว่าทรัพย์ พราหมณ์นา
ภิกษุเกิดทรัพย์ไซร้ เพื่อรู้ธรรมา
  สำนวนเก่า
นารีนาริษรูป เป็นทรัพย์
วิทเยศชายนับ ทรัพย์สร้าง
ทรงศีลพุทธบังคับ ทรัพย์ภิก ษุนา
ม้ามิ่งรี้พลช้าง ทรัพย์ท้าวทรงเมือง
  สำนวนเก่า
นารีรูปเอี่ยมอ้า เป็นทรัพย์
ชายชื่นวิทยานับ ทรัพย์แท้
ศีลทรงสำรวมรับ ภิกษุ ทรัพย์พ่อ
พาลกลั่นข้าศึกแส้ ทรัพย์ไท้ผดุงเมือง
  สำนวนเก่า
สัตรีดีรูปได้ เป็นทรัพย์
ชายมีวิชารู้สรรพ ห่อนไร้
พราหมณ์รู้ไตรเพทนับ ประเสริฐ พราหมณ์นา
ภิกษุเกิดลาภได้ เพราะด้วยแสดงธรรม
  สำนวนเก่า
๔๙๗.  
ปญฺจรตฺยา สุคนฺธพฺพา สตฺตรตฺยา ธนุคฺคหา
เอกมาสา สุภริยา อฑฺฒมาสา สิสฺส มลา
  โลกนิติ
ห้าวันเว้นหัดซ้อม เสียพิณ พาทย์แฮ
เจ็ดวันเสียษาศิลป น่าไม้
เดือนหนึ่งจากเมียผิน พักตรอื่น ไปนา
ครูจากกึ่งเดือนได้ ศิษย์นั้นโลเล
  สำนวนเก่า
ห้าวันเว้นดีดฟ้อน ดนตรี เสียนา
เจ็ดรัติอักษรหนี ที่ต้อง
เดือนหนึ่งจากเมียมี ใจอื่น นะพ่อ
ถึงมาสราศครูสร้อง ศิษย์เศร้าวิทยา
  สำนวนเก่า
๔๙๘.  
หึ รมติ ปํ หํ รมติ โป
ถี รมติ ปุ ขุ รมติ ธํ
  โลกนิติ
กาสรปองเปลือกกลั้ว ตมหนอง
หงส์หากยินดีปอง สระกว้าง
หญิงเหิมหื่นใจคะนอง ปองรส ชายนา
ภิกษุปองใจกว้าง สู่ห้องธรรเมนทร์
(ภิกษุปองใจอ้าง แต่ด้วยคุณศีล)
  สำนวนเก่า
กาสรโสมนัสกลั้ว เกลือกตม
หงส์ชื่นภิรมย์สม สระสร้อง
หญิงแย้มฤดูชม ชายชื่น
ภิกษุปรีดิ์เปรมห้อง ทศถ้วนธรรมา
  สำนวนเก่า
๔๙๙.  
ชิณฺณมนฺนํ ปสํเสยฺย ทารญฺจ คตโยพฺพนํ
รณปฺรตฺตาคมํ สูรํ สสฺสญฺจ เคหมาคตํ
  โลกนิติ
อาหารย่อยรสส้อง สรรเสริญ
เมียแก่เกิดจำเริญ ยกหย้อง
ผู้แกล้วศึกชัยเชิญ ชมทั่ว ทิศฮา
ข้าวเปลือกนำถึงห้อง แห่งยุ้งสรรเสริญ
  สำนวนเก่า
๕๐๐.  
ทวิตฺริปติมาริโย วิหารทฺ วิตฺริภิกฺขุ จ
สกุโณ ทฺวิตฺริปาสญฺจ กตมายา พหุตรํ
  โลกนิติ
หญิงย้ายผัวเสพไซร้ สองสาม
ภิกษุย้ายอาราม ร่ายนั้น
นกหลุดบ่วง บ่ ยาม สามคาบ หนีนา
สามพวกมารยากั้น กอบไว้มากมาย
  สำนวนเก่า
นกลอดหลุดบ่วงแร้ว ราวสาม คาบนา
ชีหลีกหลายอาราม เร่เร้น
สตรีเตร่จิตตาม ชายสี่ สามแฮ
อย่าประมาทใช่เหล้น มากด้วยมายา
  สำนวนเก่า
๕๐๑.  
ทุชฺชนํ ปหารา ทนฺติ มิตฺตํ ทนฺติ อภณิกา
อิตฺถีนํ พฺยสนา ทนฺติ ราคีนํ อปฺปโภชนา
  โลกนิติ
ทรมานชนชั่วต้อง โบยตี
หักมานะมิตรมิ่งหนี นั่งหนั้ง
หญิงร้ายเร่ยายี ริบทรัพย์ เสียแฮ
กำจัดราคแรงรั้ง เพื่อน้อยอาหาร
  สำนวนเก่า
๕๐๒.  
รตฺติวินา น จนฺทิมา วิจิวินา น อณฺณจา
หํสวินา โปกฺขรณี ปติวินา กญฺา โสภเต
  โลกนิติ
จันทร์แจ่มคืนล่วงแล้ว ลดงาม
สาครราบระลอกทราม สง่าสิ้น
สระบัว บ่ รื่นราม เพราะห่าง หงส์แฮ
นาเรศราศผัวสิ้น ดั่งรื้อดูงาม
  สำนวนเก่า
๕๐๓.  
ปฏินา ชนิตํ โภคํ อิตฺถิยาว สุคุตฺตนํ
ริปุโสว หิ ปธาโน อิตฺถี สูจิ สุตฺตํ ยถา
  โลกนิติ
ผัวแสวงสมบัติได้ โดยปอง
เมียมิ่งคู่สมสอง เก็บไว้
ชายเป็นประธานกอง กอบทรัพย์ นะแม่
หญิงเก็บกลสืบได้ สอดร้อยรูเข็ม
  สำนวนเก่า
๕๐๔.  
สพฺพานที วงฺคนที สพฺเพ วนา กฏฺามยา
สพฺพิตฺถิโย กเร ปาปํ สภมาเน นิวาตเก
  โลกนิติ
คงคาชลเชี่ยวท้อง ทางคด
ไพรสณฑ์สรรพปรากฏ หมู่ไม้
หญิงใดที่ลับลด ละอายบาป
เยียยิ่งยินดีได้ รสด้วยเสพย์กาม
  สำนวนเก่า
๕๐๕.  
วิวาทสิลี จ อุสฺสุยฺยภาณินี ปสฺสนฺตุ ตณฺห พหุปากตกฺกินี
อคฺคนฺตภตฺตี ปรเคหวาสินี นารี จตฺตา ปุตฺตสตํปิ ปุมา
  โลกนิติ
หญิงพาลเพื่อกล่าวร้าย ริษยา
กรมกอกละตัณหา เหิ่มชู้
ภัตรกินก่อนภรรดา ยาตรเย่า อื่นแฮ
มาตรบุตรมีร้อยผู้ แผกเชื้อชายไกล
  สำนวนเก่า
๕๐๖.  
ภตฺเตสุ มณฺเฑสุ ชนนีว กนฺตินี
คุเยฺหสุ ฐาเนสุ ภคินีว อาหิรี
กมฺเมสุ ภตฺเตสุ กรีว ทาสินี
ภาเยสุ มนฺตี สยเนสุ วามณี
  โลกนิติ
หญิงใดร่วมรักส้อง สวามี
ยามภักษ์ยามแต่งศรี โอ่เยื้อง
กอบกิจเฉกชนนี คนึงรัก บุตรแฮ
ที่ลับละอายเบื้อง ระบอบเพี้ยงภคินี
  สำนวนเก่า
๕๐๗.  
สงฺคานีวา ว นจฺจคีตวาทินี
รูเปสุ สิกฺขี กุปฺปเนสุ ขมนี
สา นารี เสฏฺีติ วทนฺติ ปณฺฑิตา
กายสฺส เภทา ติทิเว ภเวยฺยสา
  โลกนิติ
หนึ่งใจไป่ไม่ร้อง รำเพลง
ยามโกรธสวามิเกรง อดสู้
นาเรศร่วมดีเอง ปราชญ์ชื่น ชมแม่
วางชีพชอบช่วยกู้ อาตม์ขึ้นยังสรวง
  สำนวนเก่า
๕๐๘.  
สามา มิคกฺขี ตนุมชฺฌคตฺตา
สุรู สุเกสี สมปนฺติ ทนฺตี
คมฺภีรนาภี ยุวตี สุสีลี
หีนกุเลสุ ชาติปิ จ สา วิวเห
  โลกนิติ
นุชใดผิวผุดเพี้ยง สุพรรณา
เนตรผ่องเนตรมฤคา คู่แผ้ว
เกษดำดุจภมรา บินร่อน
ทันต์เรียบระเบียบแก้ว กอบไว้วายแสง
  สำนวนเก่า
๕๐๙.  
สารทํ รตุกาลานํ ภริยานํ รูปวตี
เชฏฺโ ปธานํ ปุตฺตานํ ทิสานํ อุตฺตรํ ปธานํ
  โลกนิติ
สารทกาลใหญ่ลํ้า ฤดูกาล
หญิงรูปเน่งนงพาน ใหญ่หย้อง
บุตรใหญ่ยิ่งประธาน บุตรอื่น
ทิศทั่วยกใหญ่ต้อง แต่เบื้องอุดร
  สำนวนเก่า
ชุมนุมฤดูสีไซร้ สรัทกาล ใหญ่นา
เมียที่งามเป็นประธาน ทั่วหน้า
บุตรชายเชษฐกุมาร นับใหญ่ ยิ่งแฮ
ลำโลกสี่ทิศอ้า เอกเบื้องอุดร
  สำนวนเก่า
๕๑๐.  
ยา อิจฺเฉ ปุริสํ นารี ชาติ ชาติ ปุนปฺปุนํ
สามิกํ อปจาเยยฺย อินฺทํว ปริจาริกา
  โลกนิติ
หญิงปองแปรชาติเชื้อ เป็นชาย
ประฏิบัติผัวบ่วาย ว่างแล้ว
ดุจเทพธิดาราย อินทร์รอบ จรุงแม่
จักเสร็จสมใจแคล้ว คลาดพ้นเพศหญิง
  สำนวนเก่า
๕๑๑.  
โย อิจฺเฉ ปุริสํ โปโส ชาติ ชาติ ปุนปฺปุนํ
ปรทารํ วิวชฺเชยฺย โธตปาโทว กทฺทมํ
  โลกนิติ
ชายใดปองจักได้ เป็นชาย
ทุกชาติบ่ให้กลาย กลับบ้าง
ภรรยาท่านอย่าหมาย มั่วเสพย์ เลยพ่อ
ดุจเที่ยวแล้วเท้าล้าง หลีกเปื้อนเปือกตม
  สำนวนเก่า
๕๑๒.  
อติมหลฺลโก โปโส อาเนติ ติมฺพรุตฺถนึ
ตสฺสา วสนุสนฺทาติ ตํ ปราภวโต มุขํ
  โลกนิติ
ชายเฒ่าหญิงเด็กเลี้ยง เป็นเมีย
นมเท่าลูกพลับเยีย ขึ้นไว้
ตนแก่หญิงเด็กเสีย ความรัก หญิงนา
มันเอาใจออกได้ อ่างว้างฉิบหาย
  สำนวนเก่า
๕๑๓.  
อถวา สุติโย ราชา นที เวชฺโช ตถา อิเม
ปญฺจ ยตฺถ น วิชฺชนฺติ น ตตฺถ ทิวสํ วเส
  โลกนิติ
ผู้เพ็ญพิตรผู้ปราชญ์ ปรีชา
กษัตริย์แพทยา แม่นํ้า
ห้าสิ่งบ่สืบถา วรที่ ใดแฮ
ท้องที่นั้นชั่วช้า ชอบย้ายอย่าเมา
  สำนวนเก่า
๕๑๔.  
ยสฺมึ ปเทเส น มาโน น เปมํ จ น พนฺธวา
น จ วิชฺชาคโม โกจิ น ตตฺร ทิวสํ วเส
  โลกนิติ
ด้าวใดชนนับหน้า ฤๅมี
มิตรรักญาติอารี หมู่ม้วย
วิทยาชาติกระวี วายเสื่อม สิ้นนา
ที่นั้นอย่าอยู่ด้วย แต่สิ้นสักวัน
  สำนวนเก่า
๕๑๕.  
อปุตฺตกํ ฆรํ สุญฺํ รฏฺ สุญฺํ อราชิกํ
อสิปฺปสฺส มุขํ สุญฺํ สพฺพสุญฺํ ทลิทฺทกํ
  โลกนิติ
เรือนหรือมีบุตรแล ลับสูญ
เวียงใหญ่ไร้ญาติประยูร ย่อยแท้
ศิลปเสื่อมบ่จำรูญ จรุงโอษฐ์ สูญแฮ
เครื่องขุ่นเข็ญใจแล้ ยิ่งลํ้าสรรพสูญ
  สำนวนเก่า
๕๑๖.  
นฏฺโ อติ อสนฺตุฏฺโ สนฺตุฏฺโ จ มหีปติ
นฏฺา ลชฺชา จ คณิกา นิลชฺชา กุลธีตโร
  โลกนิติ
ภิกษุมักมากแล้ว ลับผล
กษัตริย์สันโดษจน ทรัพย์สิ้น
แพศยายิ่งอายชน ชายเสพย์ เสื่อมนา
กุลธิดาฤดีดิ้น มากชู้ฉิบหาย
  สำนวนเก่า
นักบวชบ่มักน้อย พินาศ ศีลนา
กษัตริย์สันโดษขาด ที่ไท้
งามเมืองผิอายอาตม์ อับทรัพย์ สินแฮ
หญิงเผ่าเว้นอายไซร้ สุดร้ายฤๅงาม
  สมเด็จพระเดชา ฯ
๕๑๗.  
ขมา ชาคริยุฏฺานํ สํวิภาโต ทยิกฺขนา
นายกสฺส คุณา เอเต อิจฺฉิตพฺพา สตํ คุณา
  โลกนิติ
อดใจเต็มตื่นด้วย กุศล
เพ็ญเพิ่มทำพูนผล แผ่ให้
เมตตาการุญยล เย็นสัตว์ ยิ่งพ่อ
นายกยอดกอบไว้ ชอบผู้พึงแสวง
  สำนวนเก่า
๕๑๘.  
สกึ วทนฺติ ราชาโน สกึ สมณพฺราหฺมณา
สกึ สปฺปุริสา โลเก เอส ธมฺโม สนนฺตโน
  โลกนิติ
คำแน่นับถึงได้ พึงแสวง
สมณพราหมณ์พึงแสดง ดั่งนั่น
สัปบุรุษเสพแสวง วรวากย์ หนึ่งพ่อ
อย่าเยี่ยงกอปรก่อนหั้น แม่นล้ำโลกเฉลิม
  สำนวนเก่า
๕๑๙.  
อลโส คิหิกามโภคี น สาธุ อสญฺโต ปพฺพชิโต น สาธุ
ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ
  โลกนิติ
คฤหัสถ์ครองเย่าคร้าน ใคร่งาม นะพ่อ
ชีไป่สำรวมทราม เสื่อมแท้
ราชไป่ตริตรองความ ดูก่อน ดีฤๅ
ปราชญ์เพิ่มพิโรธแล้ หลู่สิ้นสรรเสริญ
  สำนวนเก่า
๕๒๐.  
อายาวยํ ชญฺา ราชา สยํ ชญฺา กตากตํ
นิคฺคเห นิคฺคหารหํ ปคฺคเห ปคฺคหารหํ
  โลกนิติ
นรินทรพึงรอบรู้ สรรพสรรพ์
การก่อนบ่กอบทัน เท่ารู้
ชาติทุรพลพันธุ์ ควรข่ม ข่มพ่อ
ควรยกย่องผู้ ชอบให้รางวัล
  สำนวนเก่า
๕๒๑.  
ปิฏฺิโตคฺคํ นิเวเสยฺย กุจฺฉินาว หุตาสินํ
สามิกํ สพฺพภาเคน ปรโลกํ อโมหวา
  โลกนิติ
เสพแสงอาทิตย์ด้วย โดยหลัง
เพลิงเสพเปลวประนัง เนื่องท้อง
เจ้าเสพรอบระวัง ภาคทั่ว นะพ่อ
ปรโลกเสพสติต้อง ต่อตังสรณา
  สำนวนเก่า
๕๒๒.  
ทุฏฺภริยสํวาโส โทสจิตฺตทาสโก
สสปฺเป จ ฆเร วาโส มจฺจุ เอว น สํสโย
  โลกนิติ
สมสังวาสช้าชาติ ชายา
โทษจิตลวงทาสา สบใช้
เนานิเวศน์กอบอา สรพิษ นะพ่อ
สามสิ่งหั้มหั่นให้ ชีพมล้างฤๅแคลง
  สำนวนเก่า
๕๒๓.  
มุฬฺหสิสฺโส ปเทเสน กุมารี ภรเณน จ
อสตํ สมฺปโยเคน ปณฺฑิโต อวสีทติ
  โลกนิติ
สอนศิษย์หลงเลศให้ ศึกษา
คบชู้ภรรยาลา มกเลี้ยง
เสพย์พาลพวกมฤจฉา ชาติชั่ว
ปราชญ์กอบสามสิ่งเถี้ยง จ่อมแท้ทางจม
  สำนวนเก่า
๕๒๔.  
มาตา ปุตฺตกรํ ปาปํ สิสฺสา ปาปํ คุรู ตถา
ราชา รฏฺกรํ ปาปํ ราชา ปาปํ ปุโรหิโต
  โลกนิติ
บุตรใดครุ่นครุ่นสร้าง กองกรรม
ชื่อว่ามารดาทำ เที่ยงพร้อง
ส่ำศิษย์บ่เกรงยำ เยียบาป
โดยโลกโวหารร้อง เรียกแท้ครูทำ
  สำนวนเก่า
๕๒๕.  
อทนฺตํ ทมนํ ทานํ กานํ สพฺพตฺถ สาธกํ
ทาเนน ปิยวาจาย อุนฺนมนฺติ นมนฺติ จ
  โลกนิติ
ทานทำหักพยศให้ สูญหาย
แลส่งสมบัติราย รอบไว้
วาจาต่อตอบชาย หญิงรัก รสพ่อ
ใจอ่อนนอบน้อมให้ เพราะด้วยทานทำ
  สำนวนเก่า
๕๒๖.  
ทานํ สิเนหเภสชฺชํ มจฺเฉรํ โทสโนสถํ
ทานํ จ ยสเภสชฺชํ มจฺเฉรํ กปโนสถํ
  โลกนิติ
ทานแท้อย่ารักเรื้อง จำรูญ
ตระหนี่ยาพิษพูน โทษพ้อง
ทานยายศยิ่งมูล มากสุข เสวยพ่อ
ตระหนี่ยาขุ่นข้อง คับแค้นเข็ญใจ
  สำนวนเก่า
๕๒๗.  
พหูนมปฺปสารานํ สามคฺคิยา ชยํ ชเย
ติเณน วตฺตเต โยตฺตํ เตน นาโคปิ พนฺธติ
  โลกนิติ
พึงประจญชนไป่สร้อง สารธรรณ์
สามัคคีรสพัน ผูกได้
ดุจพวนผูกกระสัน สารซับ มันแฮ
เสียเสื่อมพยศให้ ขี่เข้าชุมชน
  สำนวนเก่า
๕๒๘.  
สหาโย อสมตฺโถ จ เตชสา กึ กริสฺสติ
นิวาเต ชลิโต อคฺคิ สยเมวูปสมฺมติ
  โลกนิติ
พลขลาดไป่อาจสู้ สงคราม
ดาษดัษกรฤๅขาม เดชไท้
ดุจเพลิงบ่ลุกลาม เหตุลับ ลมแล
นานนิ่งบ่ติดไหม้ มอดม้วยดับเอง
  สำนวนเก่า
๕๒๙.  
น รญฺา สมถํ ภุญฺเช กามโภคํ กุทาจนํ
อากปฺปํ สรกุตฺตึ วา มาลาคนฺธวิเลปนํ
  โลกนิติ
เสวกฟุมเฝ้าทุก ทิวา
กามอิ่มอาภรณา ลูบไล้
อากัปกอบกิริยา เสียงส่ง
อย่าหยิ่งยศเพิ่มไท้ ที่แพ้ภัยตน
  สำนวนเก่า
๕๓๐.  
น เม ราชสขา โหติ น ราชา โหติ เมถุโน
เอโส สามิโก มยฺหนฺติ จิตฺเต นิฏฺํ สุาปเย
  โลกนิติ
สวกาวางจิตไว้ ฤๅวาย
ท้าวไป่เป็นสหาย แห่งข้า
ท้าวบ่คู่เคยหมาย มากหมิ่น ควรฤๅ
จงรักภักดิ์ดั่งหน้า นอบไท้ทูลละออง
  สำนวนเก่า
๕๓๑.  
นาติ ทูเร ภเช รญฺโ นีจาสนฺโน ปวาตเก
อุชุเก นาตินินฺเน จ น ภเช อุจฺจมาสเน
ฉ โทเส วชฺเช เสวโก อคฺคิว สญฺโต ติฏฺโ
  โลกนิติ
เฝ้าท้าวธแห่งเว้น หกคง
ไกลนักใกล้นักตรง พักตร์ไท้
สูงนักที่ลึกลง ลมพัด เหนือนา
รอบระวังตาอยูใกล้ ที่ร้อนแห่งเพลิง
  สำนวนเก่า
๕๓๒.  
อิตฺถี มิสฺโส กุโต สิตํ มํสภกฺโข กุโต ทยํ
สุราปาโน กุโต สจฺจํ มหาโลโภ กุโต ลชฺชํ
นหาตนฺโท กุโต สิปฺปํ มหาโกโธ กุโต ธนํ
  โลกนิติ
มักเมาหมดสัจถ้อย เจรจา
แรงโลภละอายหา ห่อนได้
มักเนื้อหน่ายกรุณา เป็นเที่ยง
บรรพชิตหญิงอยู่ใกล้ แกล่สิ้นศีลแสวง
  สำนวนเก่า
๕๓๓.  
อนาคตํ ภยํ ทิสฺวา ทูรโต ปริวชฺชเย
อาคตญฺจ ภยํ ทิสฺวา อภิโต โหติ ปณฺฑิโต
  โลกนิติ
เห็นภัยใหญ่แต่ช้า จักถึง ตนแฮ
ปราชญ์ย่อมผันผ่อนพึง หลบลี้
ภัยใดด่วนโดยตรึง ตราติด ตัวนา
ใจปราชญ์ปราศแสยงชี้ เช่นหล้าแลไศล
  สำนวนเก่า
๕๓๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ผู้สอนสิ่งชอบไว้ หวังผล
พึงประพฤติอย่าปน ชั่วร้าย
จิตกายหน่ายอกุศล สละเสลข
จึงสอนนรชนหง้าย ศิษย์ซ้องสรรเสริญ
  สำนวนเก่า
๕๓๕. (ยังไม่พบคาถา)  
โยคีมีจิตแผ้ว ไพบูลย์
เคารพธรรมประมูล มากไซร้
วโรคุณจำรูญ เรืองโรจน์
จรสู่มัคคญาณได้ ดับสิ้นอกุศล
  สำนวนเก่า
๕๓๖. (ยังไม่พบคาถา)  
บุญกรรมก่อเกิดด้วย ดวงใจ
ผลเพิ่มเพื่อเชื้อไตร รัตนแก้ว
บุญบาปมากน้อยใน จะติด ตนนา
ดังจักรเกวียนเวียนแล้ว ไล่เลี้ยวตีนโค
  สำนวนเก่า
๕๓๗.  
โย พฺราหฺมณํ สมณํ วา อญฺํ วาปิ วณิพฺพกํ
มุสาวาเทน วญฺเจติ ตํ ปราภวโต มุขํ
  ขุททกนิกาย
คนใดกล่าวถ้อยเท็จ มฤษา
ลวงล่อสงฆ์พราหมณา ยากไร้
อำพรางผู้อนาถา ยาจก
โทษที่เท็จจักได้ ทุกข์แล้วถึงตัว
  สำนวนเก่า
๕๓๘. (ยังไม่พบคาถา)  
อย่าพะวงหลงเล่ห์ล้วน เหล่าพาล
โปแปะสุราบาน บ่อนเบี้ย
บ่เป็นสิ่งแก่นสาร เสียประโยชน์
พลั้งจิตคิดกลับเกลี้ย กล่อมให้ใจคืน
  สำนวนเก่า
๕๓๙.  
เสหิ ทาเรหฺยสนฺตุฏฺโ เวสิยาสุ ปทุสฺสติ
ทุสฺสติ ปรทาเรสุ ตํ ปราภวโต มุขํ
  ขุททกนิกาย
ชายไป่สันโดษด้วย ภรรยา
มักคบหญิงแพศยา หยาบร้าย
สังวาสบาทบริจา ชายอื่น
มีแต่ทุกข์โทษบ้าย บาปเบื้องนรกานต์
  สำนวนเก่า
๕๔๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ชายใดใจใคร่เหล้น เป็นพาล
ริร่ำทำปรทาร ท่านไซร้
ตรองตรึกนึกในการ ลามก มากแฮ
สิ่งประหลักจักให้ โทษแท้ฉิบหาย
  สำนวนเก่า
๕๔๑. (ยังไม่พบคาถา)  
หญิงใดจ่ายทรัพย์ซื้อ สาธารณ์
ชายเช่นเห็นดูปาน ดั่งนั้น
หวังไว้ให้ภิบาล สมบัติ
พลันฉิบหายทรัพย์หมั้น แม่นแท้แลนา
  สำนวนเก่า
๕๔๒. (ยังไม่พบคาถา)  
เพื่อนมิตรมีอย่าได้ ทำลาย
พลาดตกเหวแลปลาย ยอดไม้
ห่อนเปล่าเปลื้องปลดตาย ที่ยึด หน่วงนา
แม้มาตรม้วยจักได้ สุขเบื้องเมืองสวรรค์
  สำนวนเก่า
๕๔๓. (ยังไม่พบคาถา)  
เว้นประทุษฐ์เพื่อนมิตรทั้ง อาจารย์
แม้ศัตรูปองผลาญ นับร้อย
ดังร่มบังสุริย์ฉาน แสงแดด
ศัตรูหมู่ใหญ่น้อย บ่อ้างอันตราย
  สำนวนเก่า
๕๔๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ให้ท่านท่านจักให้ ตอบสนอง
นบท่านท่านจักปอง นอบไหว้
เกิยรติยศรุ่งเรืองรอง ในโลก
ไม่ทำร้ายมิตรไซร้ เทพสร้องสรรเสริญ
  สำนวนเก่า
๕๔๕. (ยังไม่พบคาถา)  
คบปราชญ์ชาติเชื้อ ชาญธรรม์
จักสูญไปสวรรค์ สวัสดิ์แท้
คบพาลประทุษฐ์อัน หินชาติ
จักได้ทนทุกข์แล้ เพลียกพลั้งเสียตน
  สำนวนเก่า
๕๔๖. (ยังไม่พบคาถา)  
พระธรรมดูดุจแก้ว จินดา
ให้เกิดเชาวน์ปัญญา เลิศด้วย
ให้ตระกูลยศถา ใหญ่ยิ่ง
เกิดสวัสดิ์เท่าม้วย มุ่งฟ้าเสวยสวรรค์
  สำนวนเก่า
๕๔๗. (ยังไม่พบคาถา)  
สิ่งสินทรัพย์แต่ล้วน ของรัก
ปรารถนาหายศศักดิ์ ทั่วผู้
เสน่หาฝ่าฝ่ายนัก แต่มิ่ง เมียนา
แม้เมียตายวายสู้ รักบุตรหญิงสนอง
  สำนวนเก่า
๕๔๘. (ยังไม่พบคาถา)  
มีฤทธิ์ล้ำโลกหล้า ธาตรี
ผ่านแผ่นภพนาคี ต่ำใต้
เบื้องบนจนอสัญญี พรหมโลก
ฤๅซู่มัจจุราชได้ หลีกพ้นเพียงนิพพาน
  สำนวนเก่า
๕๔๙. (ยังไม่พบคาถา)  
กำลังเลิศโลกลํ้า โกฏิทวี
หักพระสุเมรุคีรี ทบแท้
หยิบยกภพไตรตรี ชูกลอก ไว้นา
เทียรย่อมจะพ่ายแพ้ แก่ท้าวมัจจุรา
  สำนวนเก่า
๕๕๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ผู้มีเพียรภาพหยิ้ง เป็นประมาณ
คิดกิจทำการงาน สรรพไซร้
อุตสาหะค่อยพยายาม อย่าละ เลยนา
จักจำเริญขึ้นได้ สุขด้วยความเพียร
  สำนวนเก่า
๕๕๑. (ยังไม่พบคาถา)  
พหูสูตแม้พูด ปุจฉา
ยกบทพจนะคาถา กล่าวแก้
ชักนำทำนุกมา ปรายเปรียบ
ชนิดพหูสูตแท้ ชาติเชื้อกระวี
  สำนวนเก่า
๕๕๒. (ยังไม่พบคาถา)  
งามสงฆ์ทรงสร้างสุทธ์ สังวร
เสงี่ยมสงบจิตใจจร แช่มช้อย
ธุดงควัตรถาพร หมองมืด ก็ดี
งามดังหงส์ทรงสร้อย สู่ถ้ำมุจลินทร์
  สำนวนเก่า
๕๕๓. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดมักน้อยโลภ โลโภ
ระงับดับโกรโธ แช่มช้า
พยาบาทวิหิงโส สูญดับ ได้แฮ
พักตรเพียงจันทร์แจ่มฟ้า เพริศแพร้วไพบูลย์
  สำนวนเก่า
๕๕๔. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดน้อมเข้าสู่ โรงธรรม์
ดุจสุรินทรคลายจันทร์ ออกพ้น
ผู้ใดไม่สดับอัน ปราชญ์กล่าว
เอาอันธการก่อตั้น มืดแม้นแสนทวี
  สำนวนเก่า
๕๕๕. (ยังไม่พบคาถา)  
ทำผิดรำลึกได้ พันรา
บังเนตรนระนรา ลับลี้
ทำชอบสิริมหา ใหญ่ทับ แสนฤๅ
ผิดชอบทำทั้งนี้ กลับได้สืบสนอง
  สำนวนเก่า
๕๕๖. (ยังไม่พบคาถา)  
นํ้าลึกนับยิ่งร้อย พันวา
สายดิ่งทิ้งทอดมา หยั่งได้
เขาสูงสุดสายตา ยังอาจ
จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากรู้หยั่งถึง
  สำนวนเก่า
น้ำลึกพานเชี่ยวซึ้ง สุดพาย
หยั่งได้แต่โดยสาย ดิ่งทิ้ง
น้ำใจจะบรรยาย เหลือยาก
ยกแต่ผู้เผาปิ้ง เกลสแห้งหากเห็น
  สำนวนเก่า
๕๕๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ท่านมีอย่าเคลิบเคลิ้ม ใจตาม
เรายากหากใจงาม อย่าคร้าน
อุตส่าห์พยายาม การกิจ
เอาเยี่ยงอย่างเพื่อนบ้าน อย่าท้อทำกิน
  สำนวนเก่า
๕๕๘. (ยังไม่พบคาถา)  
พลั้งปากเพลินพลาดผล้อย พลอยที
เสียสินยับอัปรีย์ ต่ำช้า
พลั้งจิตตาเมินหนี ดูเหตุ นั้นนา
ตกไม้พลำคว่ำหน้า นาศแล้วฤๅคืน
  สำนวนเก่า
๕๕๙. (ยังไม่พบคาถา)  
ดุเหว่าโนเรศแก้ว โกญจา
มยุเรศหงสา ร่ำร้อง
เฉกเช่นชนวาจา เอมโอช
ฟังเสนาะเพราะพร้อง มธุระถ้อยคำดี
  สำนวนเก่า
๕๖๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ผู้มีวิริยะรู้ วิทยา
พยายามตามวิชา เช่นรู้
ขวนขวายเลี้ยงอาตมา โดยชอบ ธรรมแฮ
คนผู้นั้นเลิศผู้ ปราชญ์ซ้องสรรเสริญ
  สำนวนเก่า
คนใดถ่อยคร้านละ วิทยา
ละเพียรในวิชา เช่นรู้
เที่ยวเตร่เร่ไป่หา สู่เพื่อน พาลนา
จะขัดสนทนสู้ ยากไร้อับอาย
  สำนวนเก่า
๕๖๑. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใจใจซ่านฟุ้ง รานคาน
รุกราศร้ายระราน เร่าร้อน
เกิดเหตุเพศภัยพาล พิปลาศ หลายแฮ
วิบัติเป็นเข็ญข้อน ขุกไม้มลายชนม์
  สำนวนเก่า
๕๖๒. (ยังไม่พบคาถา)  
นใดใสสดด้วย มฤธู
แผ่เผื่อเอื้อเอ็นดู เพื่อนพ้อง
คำเสนาะเพราะไพรู เอมโอช
ถึงประลัยให้ฉ้อง ชีพม้วยเมืองบน
  สำนวนเก่า
๕๖๓. (ยังไม่พบคาถา)  
คนใดหาลาภด้วย มารยา
อุบายกลวาจา ลูบไล้
กระสันซึ่งลาภา เพื่อโลภ
กล่าวฝ่ายดีอย่าให้ เชื่อถ้อยฟังคำ
  สำนวนเก่า
๕๖๔. (ยังไม่พบคาถา)  
กำแพงแรงรอบรั้ว แลหลาย
หนามขวากมากเรียงราย เรียบไว้
เคลิ้มกลับหลับลืมกาย ประมาท แล้วนา
มิอาจเกียจกันได้ ฝ่ายข้างศัตรู
  สำนวนเก่า
อุตส่าห์คิดปิดป้อง กันกาย
รื้อรวกขวากหนามราย รอบล้อม
ประมาทมัวเมาหมาย ว่ามั่น คงนา
ศัตรูแค่คอยด้อม ช่องได้ภัยถึง
  สำนวนเก่า
รั้วเรือกรายรอบไว้ โดยประมาณ
หนามขวากเพียงรอการ ปักไว้
บ่ ประมาทหมั่นภิบาล สมบัติ ตนนา
รู้รอบประกอบการได้ คิดคุ้มกันตาย
  สำนวนเก่า
๕๖๕. (ยังไม่พบคาถา)  
เมียหลายระวังถ่ายกั้น ตัวตน
ย่อมแสวงเวทมนต์ดล เปียกป้าย
มืดมัวกลั้วเกลือกมล ทินโทษ
อย่าเคลิ้มเขลามักหง้าย จักสิ้นเสียตัว
  สำนวนเก่า
๕๖๖. (ยังไม่พบคาถา)  
คนหาญฮึกหักห้าว ใจเร็ว
ดังขวานลุ่ยบ้องเหลว แหลกไม้
จู่ลู่วู่ไฟเปลว วูวาบ วามนา
คนดั่งนี้อย่าได้ เสพย์สร้องสมาคม
  สำนวนเก่า
๕๖๗. (ยังไม่พบคาถา)  
พูดมากนักแม้นหมื่น พันคำ
คำเปล่าเอาโทนำ เนื่องได้
คำเดียวกล่าวทางธรรม โอวาท
บุญนั้นย่อมส่งให้ เสพซ้องสุขสวรรค์
  สำนวนเก่า
๕๖๘. (ยังไม่พบคาถา)  
เป็นมนุษย์สุดยากไซร้ ใดปาน
พบพระศาสดาจารย์ ยากแท้
บางคาบเกิดจักรวาล อื่นอื่น
อันพระธรรมนี้แล้ ยากได้สดับฟัง
  สำนวนเก่า
๕๖๙. (ยังไม่พบคาถา)  
ทุกข์เกิดก่อแรกตั้ง ตัณหา
ภัยเกิดเพื่ออวิชชา บ่วงหมั้น
สละกิเลศราคา ขาดเด็ด ได้นา
ทุกข์โศกโรคภัยนั้น ห่อนย้อนมาเบียน
  สำนวนเก่า
๕๗๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ตื่นก่อนผัวแต่เช้า ทุกวัน
ขันน้ำไม้สีฟัน ยื่นให้
จัดหมากจีบพลูพลัน แผ้วกวาด เรือนนา
ข้าวแกงแต่งเตรียมไว้ ค่อยเชื้อเชิญกิน
  สำนวนเก่า
๕๗๑. (ยังไม่พบคาถา)  
ยำผัวกลัวยิ่งเพี้ยง ราชา
บ่โกรธขึ้งหึงษา กราบไหว้
หญิงดีมีกิริยา เยี่ยงอย่าง นี้นา
อาจารย์ท่านกล่าวไว้ ว่าแท้สัตรี
  สำนวนเก่า
๕๗๒. (ยังไม่พบคาถา)  
พระสุริยะแสงส่องต้อง พสุธา
ร้อนแรงแสงเอกา เปลี่ยวไซร้
พระจันทรโสภา สว่างโลก เย็นแฮ
ดาราเรืองล้อมได้ นับน้อยบริวาร
  สำนวนเก่า
๕๗๓. (ยังไม่พบคาถา)  
ยามยากไร้สินน้อย ปัญญา
ญาติวงศ์พงศา เกลียดใกล้
เพื่อนรักบ่ถามหา หายห่าง
แม้พอพบสบไซร้ ซ่อนหน้าหน่ายหนี
  สำนวนเก่า
๕๗๔. (ยังไม่พบคาถา)  
ผู้ใดใสสุทธิ์สร้าง ไมตรี
แผ่เผื่อเอื้ออารี ทั่วหล้า
บ่มีเคียดเบียดเบียนบี ฑาสัตว์ ปวงนา
สิ้นชีพรีบสู่ฟ้า ฝ่ายเบื้องเมืองพรหม
  สำนวนเก่า
๕๗๕. (ยังไม่พบคาถา)  
โครทำโทษเที้ยรตอบ แทนทด
ใครคิดจิตคดคด ต่อบ้าง
ใครจริงจึ่งจริงจรด ตั้งต่อ กันนา
ใครใคร่ร้างเร่งร้าง รักร้างแรมโรย
  สำนวนเก่า
๕๗๖. (ยังไม่พบคาถา)  
จงมีจิตรักรู้ แรงสนิท
ดุจอุทรเดียวชิด ยากไซร้
เลิศลับใดมีคิด สอดข่าว ถึงนา
ทราบความแล้วจึ่งให้ สืบถ้อยถี่ถนอม
  สำนวนเก่า
๕๗๗. (ยังไม่พบคาถา)  
ความสัจประเสริฐแท้ ทางผล
เป็นพำนักนรชน บ่แคล้ว
ความสัจเป็นมงคล ใหญ่ยิ่ง
สุดประเสริฐเสิศแล้ว เล่าล้วนคำดี
  สำนวนเก่า
๕๗๘. (ยังไม่พบคาถา)  
สามภพพรหมโลกพู้น ลงมา
ทุกข์เพื่อเจอตัณหา หน่วงไว้
จิตจากราคราคา คืนสุข
เสียสละเกลศได้ ชื่อได้ดวงนิพพาน
  สำนวนเก่า
๕๗๙. (ยังไม่พบคาถา)  
ชายเฉาเขลาขลาดเคลิ้ม งุนฉงน
หญิงคร้านการงานตน เกลียดใกล้
คนชั่วชาติทรชน สองเหล่า นี้นา
อย่าคบควรคบได้ แต่ผู้รู้ธรรม
  สำนวนเก่า
๕๘๐. (ยังไม่พบคาถา)  
ราชาแรงร้ายราศ ราญยุทธ
มนตรีคฤๅยักษ์สุด กลั่นกล้า
บริวารคฤๅการยุทธ ยื้อแย่ง เอานา
มีที่เมืองใดอ้า อาจให้ฉิบหาย
  สำนวนเก่า
๕๘๑. (ยังไม่พบคาถา)  
รู้นักมักพลาดพลั้ง พลันตาย
แหลมหลักมักฉิบหาย มอดม้วย
นักเลงมักขวนขวาย การเล่น
ปราชญ์ประเสริฐเลิศด้วย รอบรู้อธิบาย
  สำนวนเก่า
๕๘๒. (ยังไม่พบคาถา)  
เขาใดมีถํ้าราช สีห์มา
สระมีบุษบาหงษา ว่อนรู้
ต้นไม้ใบชัดหนา นกมาก ชุมนา
สาวหนุ่มหนีตามชู้ เพราะชู้ชอบใจ
  สำนวนเก่า
๕๘๓. (ยังไม่พบคาถา)  
อิถีบ่อิ่มด้วย ปุริโส
ฤๅสมุทรสาคะโร อิ่มนํ้า
ราชาโลภโลโภ สมบัติ
ไฟบ่อิ่มไม้ซํ้า ใส่ไม้ไฟผลาญ
  สำนวนเก่า
๕๘๔. (ยังไม่พบคาถา)  
บุญยังไป่ให้อย่า ขวนขวาย
อย่าตื่นตีตนตาย ก่อนไข้
คงพร้าวอยู่ยอดปลาย สูงสุด นั้นนา
ใครพร่ำตักน้ำให้ หากรู้เต็มเอง
  สำนวนเก่า
๕๘๕. (ยังไม่พบคาถา)  
ต่อ ต้องทุกข์โทษถ้อย ถึงตน
หน้า โศกเศร้าเสือกสน สู่ซ้อง
ว่า วอนช่วยกังวล วายทุกข์ แล้วพ่อ
ดี แต่ต่อหน้าพร้อง พรอกร้ายภายหลัง
  สำนวนเก่า
๕๘๖. (ยังไม่พบคาถา)  
พญากลัวข้าศึก เบียดเบียน
ชีบ่เล่าเรียนเขียน อ่านไซร้
ชาวนาละความเพียร คร้านเกี่ยว การนา
ทั้งสามสิ่งนี้ให้ โทษแท้สาธารณ์
  สำนวนเก่า
๕๘๗. (ยังไม่พบคาถา)  
รังษีสุริเยศถ้วน ถึงพัน
ส่องทวีปทั้งสี่พลัน ทั่วได้
แต่ปล้องไม้ไผ่อัน ขังค่อ นั้นฤา
ส่องบ่ถึงในไส้ หลากลํ้ากรรมไฉน
  สำนวนเก่า
๕๘๘. (ยังไม่พบคาถา)  
ยามสุขชมชื่นช้อย สำราญ
คดข้าวเกลือใส่จาน ส่งให้
บ่มิได้จะรำคาญ เคืองขุ่น
ขมขื่นกลืนข้าวได้ ยิ่งชิ้นปลาดี
  สำนวนเก่า
๕๘๙. (ยังไม่พบคาถา)  
เมื่อร้อนให้นํ้าด้วย เย็นใจ
เมื่อหนาวท่านให้ไฟ อุ่นเนื้อ
เมื่อยากให้ทรัพย์ใส สว่างโศก
เมื่อทุกข์ช่วยแก้เกื้อ สุดแล้วคุณเสมอ
  สำนวนเก่า
๕๙๐. (ยังไม่พบคาถา)  
สวรรค์ แสวงสุขได้ เสียกรรม
ในอก อิ่มบุญธรรม เที่ยงได้
นรก รักบาปนำ ไปสู่ ทุกข์แฮ
ในใจ ให้สุขให้ ทุกข์ด้วยใจเอง
  สำนวนเก่า
๕๙๑. (ยังไม่พบคาถา)  
สุขใดไป่สุขเถ้า นฤพาน
พ้นจากแก่งกันดาร สี่ได้
คือชาติชราพยาธิกาล มรณะ ทุกข์แฮ
สร้างกุศลใดให้ มุ่งแม้นเมืองเขษม
  สำนวนเก่า
๕๙๒. (ยังไม่พบคาถา)  
ชาติ เกิดรูปพร้อม อาการ
ชรา ร่างสาธารณ เหี่ยวแห้ง
พยาธิ บันดาล ต่างต่าง
มรณะ กาแร้ง แย่งยื้อกันกิน
  สำนวนเก่า
๕๙๓. (ยังไม่พบคาถา)  
สงสารจักรสี่นี้ เวียนวัย
เกิดแต่โรคบรรลัย ห่อนสิ้น
เพราะเหตุบ่ตรองไตร ลักษณะ ธรรมแฮ
พึงวิจารณ์ประขิ้น คิดเค้าเปล่าสูญ
  สำนวนเก่า
สารสืบฉบับสิ้น เสร็จสนอง
ชำระเรื่องคงของ เก่าแก้
ผิดเพี้ยนเปลี่ยนแปลงลอง ลิขิต เดิมนา
ล้วนโอวาทปราชญ์แท้ ถี่ถ้วนควรถนอม
  สำนวนเก่า
https://vajirayana.org/system/files/pdf/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%20%E0%B8%A7%20%E0%B9%91%E0%B9%94%E0%B9%90.pdf
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ