ฉันท์เยาวพจน์ ตอน ๒

ตบมือแปะ ๆ ว่าจะได้กินปลา ไปถึงศาลาก็จะได้กินนม ฯ

ช้าเจ้าหงส์เอย ปีกอ่อนร่อนลง เข้าในดงชุมแสง พี่ไม่ทุกข์พี่ไม่อยาก พี่ไม่จากหนูแดง ฯ

โหนชิงโหนช้า เจ้าพระยาหงส์เอย ฯ

ตะรุงตุงแช่ เขาแห่ยายมา ครั้นถึงศาลา เขาก็วางยายลง ฯ

หลวงชีหกคะเมน ตาเถรต่ายลวด ฯ

หัวโล้นโกนใหม่ๆ ควักขี้ไก่ ใส่หัวโล้น ฯ

หัวจุกคลุกน้ำปลา เห็นขี้หมา นั่งไหว้จองหง่อง ฯ

ไม้หนึ่งไม้นอง ข้าวพองข้าวเจ้า หัวนกหัวเน่า หนังกะเบนเน้อ ฯ

ซุ่มๆ มะระตี ระวังให้ดี จะต้องปะเตะ ฯ

๑๐ ตารอดปอดแฉ่ง ผัวอีแมงดา ฯ

๑๑ ชะป่อยแม่นางป่อย ใครใช้ใครสอย ไปซื้อหอยสำเพ็ง จีนเจ๊กมันมาก มันก็ลากเข้าเก๋ง ฯ

รวม ๑๑ บท

เรื่องตบมือแปะ ๆ

๑๖ เห็นพี่ตบมือแปะ ๆหัวเราะแหะ ๆ
ว่าเราจะได้กินปลา 
๏ แม่ข้ายังไม่กลับมาไปถึงศาลา
ก็คงจะให้กินนม 
๏ ข้าหิวหิ้วท้องร้องระงมทั้งสองเกรียมกรม
ละห้อยถึงแม่แลหาย 
๏ นางพี่ปลอบน้องพอคลายคิดด้วยอุบาย
ก็ลงในเปลสองรา 
๏ ไกวแกว่งแกล้งเย้าไปมาร้องเพลงภาษา
ด้วยเล่ห์อุบายหมายโลม ฯ 

เรื่องช้าเจ้าหงส์

๏ ช้าเจ้าหงส์เอยงามโฉมปีกอ่อนร่อนโพยม
ก็ลงในดงชุมแสง 
๏ พี่ไม่ทุกข์ยากอย่าแหนงไม่จากหนูแดง
น้องข้าก็ร่วมรักกัน 
๏ มาเล่นชิงช้าชักหันโหนเล่นพัลวัน
ก็ร้องเป็นเชิงชวนใจ 
๏ โหนชิงโหนช้าแกว่งไกวทำนองคลองไป
จบเจ้าพระยาหงส์ เอย ฯ 

เรื่องตะรุงตุงแช่

๒๘ ยินเสียงพิณพาทย์ฆ้องกลองกัมปนาท
แห่มาโน้นเหวยน้องจึ่งถามพี่
ไม่เคยเห็นเลยแห่ใครพี่เอ๋ย
ไปดูหน่อยนา 
๏ เสียงตะรุงตุงแช่พี่ว่าเขาแห่
ศพยายเรามาแห่ไปข้างไหน
ว่าไปศาลาถึงที่ป่าช้า
เขาวางยายลง 
๏ อย่างนี้เด็กร้องมันว่าพอคล้อง
คำเด็กใหลหลงคิดไปก็ขัน
ถ้อยคำจำนงข้อความบคง
วางเรื่อยเปื่อยไป 
๏ น้องมันถามเล่าศพยายผู้เฒ่า
มีงานฤๅไฉนนางพี่ตอบขาน
งานสนุกสุดใจโขนหนังโรงใหญ่
เต้นรำทำเพลง 
๏ ยายชีหกคะเมนมีทั้งตาเถร
ไต่ลวดโหยงเหยงอย่าไปดูเลย
นองเอ๋ยจงเกรงขี้เมามันเก่ง
มืดค่ำคลำทาง 
๏ น้องมันขัดใจอยาบช้าว่าให้
เย้ยเยาะไปพลางหัวโล้นโกนใหม่
ไก่หยอดไชขางนางพี่คิดหมาง
กล่าวแก้ตามกล 
๏ ว่าเองมีจุกเอาน้ำปลาคลุก
ให้สาใจซนเห็นไข่สุนัข
กองกลางถนนหัวจุกสัปดน
นั่งไหว้จ๋องหง่อง 
๏ ลางเด็กมันเล่นร้องตามความเป็น
นับนิ้วลำพองตีความไม่ถึง
ไม้หนึ่งไม้นองข้าวเจ้าข้าวพอง
จะแปลอย่างไร 
๏ หัวนกหัวเน่าหนังกะเบนอีกเล่า
ไม่รู้สงไสยพระพิศณุกรรม์
เสกสรรคำไทยสอนทารกไว้
ทุกสิ่งนานา 
๏ ซุ่มๆ มะระตีระวังต้องดี
ต้องปะเตะกันหวามันเห็นขบขัน
ชอบใจเฮฮาเล่นตามภาษา
ลูกเล็กเด็กแดง 
๏ หนึ่งนางสาวน้อยอยากกินแกงหอย
ไปเที่ยวแสวงครั้นถึงสามเพ็ง
เห็นเข่งหอยแครงทั้งหอยจุบแจง
เจ๊กจีนขายอึง 
๏ พวกเจ๊กมันมากมันเข้าฉุดลาก
สาวน้อยไปถึงพาเจ้าเข้าเก๋ง
จีนเต็งมันดึงครั้นเจ้าร้องอึง
มันปล่อยกลับมา 
๏ ตารอดปอดแฉ่งนั่งคอยท้องแห้ง
ผัวนางแมงดาแลเห็นเมียกลับ
ขัดใจนักหนาเป็นไรไปช้า
ไม่ได้หอยแครง 
๏ อ้ายเด็กมันเห็นมันจึ่งร้องเล่น
เป็นลำคำแผลงเพราะนางแมงดา
มีมาสำแดงตารอดปอดแฉ่ง
ท่านผูกเป็นเพลง 
๏ ชะป่อยนางป่อยใครใช้ใครสอย
ซื้อหอยสามเพ็งเจ๊กจีนมันมาก
มักลากเข้าเก๋งจบบทหมดเพลง
เท่านี้เแล เอย ฯ 

บทร้อง

๑๑ จุบแจงเอยแม่ยายร้องเรียก
ควักข้าวเปียกให้แม่ยายกิน
ทอดกฐินปัดริ้นปัดยุง
นกกะทุงตายห่าทั้งงวงทั้งงา
ออกมาให้สิ้นเจ้ากฐินทอง เอย ฯ
๑๓ จันทร์เจ้าเอยขอข้าวขอแกง
ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า
ขอช้างขอม้าให้น้องข้าขี่
ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง
ขอยายชังเลี้ยงน้องข้าเถิด
ขอยายเกิดเลี้ยงน้องข้าที
ขอยายมีเลี้ยงตัวข้าเอง ฯ
๑๔ พระจันทร์เจ้าข้าดีฉันถามข่าว
พระจันทร์โศกเศร้าดีฉันเป็นทุกข์
พระจันทร์เป็นสุขดีฉันสบาย
พระจันทร์เดือนหงายดีฉันเที่ยวเล่น
เดือนมืดไม่เห็นดีฉันนอนเสีย ฯ
๑๕ เจ้าฉุยฉายเอยจะไปไหนหน่อยก็ลอยชาย
เยื้องย่างเจ้าช่างกรายเจ้าก็ลอยชายไปข้างหลังวัด
หนุ่มน้อยๆ ก็จะคอยสังกัดจะกอดจะรัดถนัดใจ เอย ฯ
๑๖ ต้อยตะริดติดตอยเอาตัวไปห้อย ที่โสนคางคก
กินยาว่าจะให้ลูกดกเจ้าโสนคางคก อกแตกตาย เอย ฯ
๑๗ แม่ศรีสาสะ 
ยกมือไหว้พระว่าจะมีคนชม
ขนคิ้วเจ้าต่อขนคอเจ้ากลม
ชักผ้าปิดนมชมแม่ศรี เอย ฯ
๑๘ แม่ศรีเอยแม่ศรีสาคร
นมยานหน้าอ่อนผัวจะร้างเจ้าไว้
กระดิกช้างน้อยเป็นทองคำเปลว
รีบมาเร็วๆ เถิดแม่ทองศรี เอย ฯ

รวม ๗ บท

เรื่องจุบแจง

๑๑ ยังมีสิบปิการังเป็นเศษสังข์บริวาร
นามหนึ่งขนานขานว่าจุบแจงแสดงดี
๏ แม่ยายก็ร้องเรียกควักข้าวเปียกให้กินที
เรี่ยรายลูกหลานมีว่าจะทอดกฐินทอง
๏ ริ้นยุงในทุ่งลัดจะต้องปัดด้วยไม้ตะบอง
ตัวเล็กก็จองหองจะต้องตีให้บี้แบน
๏ นกกะทุงนี้อวดกล้าก็ตายห่าลงเกือบแสน
ฉัททันต์น้ำมันแกนทั้งงวงงาออกมาเตียน
๏ นิ้วกวักประจักษ์แจ้งเจ้าจุบแจงก็หันเหียน
เปิดฝาออกมาเยียนกฐินทองของน้องอา ฯ

เรื่องจันทร์เจ้า

๑๖ โจทว่าพี่เลี้ยงทารกาอุ้มชูหนูมา
เมื่อคํ่าราตรีชี้เชย 
๏ จึ่งร้องว่าจันทร์เจ้าเอ๋ยอดขนมนมเนย
น้องข้ามาขอข้าวแกง 
๏ น้องข้ายากจนพ้นแสวงขอแหวนทองแดง
ผูกมืออนุชหน่อยรา 
๏ อนึ่งพาหนะน้อยนักหนาขอคชอาชา
ให้น้องข้าขี่ดีจริง 
๏ จนทั้งอาสนะพะพิงขอเก้าอี้อิง
ให้น้องข้านั่งตั้งตน 
๏ อีกทาสชายหญิงขัดสนขอยายชังคน
หนึ่งเถิดพอเลี้ยงน้องเรา 
๏ กับขอยายเกิดเฉิดเฉลามาประคองน้องเยาว์
เลี้ยงนุชข้าดีทีเดียว 
๏ แต่ตัวยายมีขี้เหนียวว่องไวใช้เปรียว
ข้าขอเลี้ยงตัวข้าเอง ฯ 
๒๘ บัดนั้นอสุรินทร์ราหูใจทมิฬ
โจมจู่ลู่มาเห็นจันทร์ทรงโฉม
ลอยโพยมเมฆาใจคิดริษยา
เบียดบังรังแก 
๏ พระจันทร์ขวัญหายตกใจไม่สบาย
แสงอับลับแลกล่าวสรรจันทรคาธ
วิปลาศดวงแขขี้คายทายแปล
ร้องลำคำกลอน 
๏ ว่าพระจันทร์เจ้าดีฉันถามข่าว
โศกเศร้าสุดสยอนดีฉันเป็นทุกข์
ให้ยุคกำจรจงสัตถาพร
พ้นภัยไขดวง 
๏ เมื่อพระจันทร์สุขพลอยหายวายทุกข์
บันเทาเบาทรวงดีฉันค่อยสบาย
หญิงชายทั้งปวงเฝ้าพร่ำบำบวง
จนจันทร์แจร่มจาง 
๏ ครั้นเมื่อเดือนหงายเพริศพริ้งหญิงชาย
เที่ยวเล่นเห็นทางเมื่อจันทรแรม
ไม่แจร่มส่องสางปวงข้ามาระคาง
เข้ามุ้งนอนกรน 
๏ รำพันจันทร์เจ้าโดยลำคำเก่า
เด็กร้องตามถนนโบราณทารก
ยอยกเป็นนิพนธ์ใครไม่เล่าปน
จักเสื่อมสูญ เอย ฯ 

เรื่องฉุยฉาย

๑๖ บัดนั้นวรนาฏผาดผายสมญาฉุยฉาย
ค่อยเยื้องค่อยยาตรนาฏนวล 
๏ จะไปไหนหน่อยค่อยกระบวนลอยชายเชิงชวน
จะยั่วจะเย้าเข้าฤๅ 
๏ เยื้องย่างช่างกรายกรีดมือลอยชายกระพือ
ก็ไปข้างทางหลังวัด 
๏ ล้วนหนุ่มน้อยน่าปฏิพัทธ์จะคอยสังกัด
จะกอดจะรัดถนัด เอย ฯ 

เรื่องต้อยตะริด

๒๘ ต้อยตะริดติดตอยเอาตัวไปห้อย
ที่โสนคางคกตัวเจ้าเป็นหมัน
อยากได้ลูกดกเจ้าโสนคางคก
อกแตกเลยตาย 
๏ ดอกเอ๋ยดอกสลิดรักเจ้าจึ่งติด
ตามมาขวนขวายเป็นเรื่องเครื่องปี่
ดนตรีท่อนปลายส่งรับตามสบาย
จำไว้ดูดี ฯ 

เรื่องแม่ศรี

๑๖ ครั้นเมื่อเวลาราตรีเล่นเข้าแม่ศรี
ก็นั่งเป็นวงลงกัน 
๏ แม่ศรีสาสะจะสรรยกมือขึ้นพลัน
ไหว้พระจะมีคนชม 
๏ โฉมเฉิดเลิศลํ้างามสมคิ้วต่อคอกลม
พี่เพิ่งจะพิศติดพัน 
๏ แย้มสะไบไหวแวบแมลบถันชักผ้าปิดพลัน
พี่ชมแม่ศรีดีใจ 
๏ แม่ศรีสาครขานไขใช่สาวคราวใคร
นมยานหน้าอ่อนเอวกลึง 
๏ ผัวเจ้าตั้งจิตต์คิดถึงจะรั้งจะดึง
เจ้าไว้ภิรมย์ชมชวน 
๏ ขึ้นขี่ช้างน้อยละห้อยหวลลาผัวยั่วยวน
ไปซื้อคำเปลวปิดพระ 
๏ ภรรดากำชับรับคะรีบมาเร็วนะ
อย่าช้าแม่ทองศรี เอย ฯ 

บทร้อง

๑๙ ขอเชิญเสด็จเอยใช่ไม่เคยอยู่เมื่อไร
พ่อมาด้วยเรือก็กลัวจะช้าพ่อมาด้วยม้ามโนไมย
มาแล้วอย่าแวะอย่าเวียนอย่าให้เปลืองเทียนเปลืองไต้
มาแล้วก็จะหนีน้องไปใครเลยจะรู้ว่าเสด็จมา เอย ฯ
๒๐ ผีลงแล้วเหวยผีลงแล้ววา
ลงมาไม่ได้ไต่ไม้ลงมา
เรียวหนามพุทราเกี่ยวหน้าผีปอง
หมากก็ซองพลูก็ซอง
ยกเชี่ยนขันทองมารองเช็ดหน้า ฯ

๒๑ เชิญเอยเชิญลง เชิญพ่อบุญคง มาลงโรง เอย ฯ

๒๒ หมอเอยพ่อหมอปี่ นิ้วชี้อยู่ไวไว ฯ

๒๓ หนูๆ หนูมาแต่รู จะต้องกำกับ ถือไม้ค้อนคับ กับแจ้กับแจ้ หนูท้อแท้ ท้อแท้รังไก่ กินแต่ไข่ เปลือกรองรัง ทอดสะพาน ให้นางหนูเดิน นางหนูไม่เดิน ไปเดินทางเก่า พบพี่น้องเจ้า เคี้ยวข้าวกะสารหนู เคี้ยวหมากเคี้ยวพลู ไพล่ทั้งสองแก้ม ซื้อผ้าลายแล่ม มาทั้งสองผืน ดอกไม้ดอกบัว ก็เป็นหัวปลากราย เชิงมันลาย จมูกมันงอน เมื่อมันไข่ มันไข่ใต้ขอน เมื่อมันนอน มันนอนใต้ไม้ เมื่อมันไป มิรู้ได้เลย ฯ

๒๔ แมลงมุมเอย ขยุ้มหลังคา ลูกเจ็บนักหนา วางลูกเสียเถิด ฯ

รวม ๖ บท

เรื่องเชิญเสด็จเอย

๑๑ ขอเชิญเสด็จเอยใช่ไม่เคยอยู่เมื่อไร
มาแล้วหนีไปไหนจะหนีน้องครรไลจร
๏ มาพ่ออย่าแวะเวียนให้เปลืองเทียนลงทุนรอน
ไต้ไฟก็ฟูนฟอนแต่ล้วนเครื่องจะเปลืองไป
๏ พ่อมาเรือจะช้าเสด็จมามโนไมย
มาแล้วหนีน้องไปนี่ใครเลยจะรู้มา
๏ ผีลงมาแล้วเหวยก็ผีลงมาแล้ววา
เจ้ากำม์หนามพุทรามันเกี่ยวหน้าปิศาจปอง
๏ หมากพี่ก็มีอยู่อิกทั้งพลูสิ่งละซอง
ยกเชี่ยนแลขันทองเอามารองเช็ดพักตรา
๏ เชิญเอ๋ยจะเชิญลงพ่อบุญคงผู้ศักดา
มาลงในโรงข้าอย่าชักช้ารำคาญใจ
๏ หมอเอยพ่อหมอปี่ทำนิ้วชี้กระดิกไว
ถือเทียนประณมไว้แล้วห่มตัวไม่ลืมตา
๏ ทำเท้ากระดิกดิกอยู่ระริกระรัวมา
มตเท็ดมีมารยาเอากำนลให้บน เอย ฯ

เรื่องหนู

๏ หนูหนูนี่อยู่ไหนจรไปกระเซซัง
มาแต่นะรูรังจะต้องรับกำกับกัน
๏ ตัวเจ้าขี้มักไถลต้องถือไม้ค้อนคับขัน
ปากร้ายบไว้มันจะทุบตีให้บี้แบน
๏ กับแจ้กับแจ้ร้องอย่าจองหองมาดูแคลน
หนูแก่ท้อแท้แทนว่ารังไก่นี้ไข่มี
๏ มันนี้นิฉลาดหินชาติบบัดสี
กินแต่ไข่แดงดีเอาเปลือกนั้นมารองรัง
๏ เมื่อมันจะครรไลต้องทอดไม้สะพานปะทัง
แต่นางมุสิกังบดำเนินที่ทางสะพาน
๏ กลับวางไปทางเก่าพบพี่เจ้าและน้องหลาน
ต่างหิวกระเซซานจะกละกินบเลือกลอง
๏ พบข้าวกะสารหนูก็เคี้ยวดูจนหมดกอง
หมากพลูแลใบตองทั้งสองแก้มก็เคี้ยวกลืน
๏ เจ๊กขายผ้าลายแล่มก็แถมซื้ออิกสองผืน
ตรับฟังบยั่งยืนระดับเรื่องบเนื่องกัน
๏ ดอกไม้และดอกบัวก็เป็นหัวปลากรายขัน
เชิงลายกระหนกพรรณกระหนาบคาบจมูกงอน
๏ เมื่อมันจะคลอดไข่ก็ซ่อนไว้ที่ใต้ขอน
ราตรีก็หนีนอนอยู่ใต้ไม้ที่รกราน
๏ เมื่อมันจะครรไลยมิรู้ได้กำหนดการ
ผีหนูผู้ใจหาญมาเข้าน้องข้าหน่อยเอย ฯ

เรื่องแมลงมุม

๓๕ แมลงเอ๋ยแมลงมุมขึ้นหลังคาขยุ้ม
จับตัวแมลงคามันก็ร้องขอโทษ
โปรดปรานกรุณาโอยลูกเจ็บหนักหนา
วางลูกเสียที เอย 
๏ เท่านี้ก็เป็นพจน์ตามฉะบับแบบบท
เรื่องราวกล่าวเฉลยคัมภีร์ทารกา
สืบมาเปรียบพิเปรยจงสะดับตามเคย
แต่เยาว์ยังคะนอง 
๏ มีสิ้นทุกประการสาระพันคำขาน
รวมได้ร้อยสิบสองทั้งที่ร้องเห่กล่อม
ทุกประการก่ายกองถูกถ้วนแบบละบอง
ควรจะเป็นฉะบับ เอย ฯ 

โคลง

๏ จบฉันท์ปันเรื่องไว้สองฐาน
บทต่อแสดงการแจ่มแจ้ง
ลำดับเรื่องโบราณโดยเหตุ เดิมแฮ
จึ่งประดิษฐ์มาแกล้งกล่าวไว้เป็นกลอน ฯ
๏ คำขันฉันท์กาพย์นี้ทำเนา
ว่าแต่พอเป็นเลากลั่นแกล้ง
ความยังลับดุจเงางำมืด มัวนา
ยังขยายไป่แจ้งกระจ่างข้อแคลงคำ ฯ

บทร้องโพงพาง

๒๕ โพงพางเอย ปลาเข้าลอด ปลาตาบอด เข้าลอดโพงพาง ฯ

เรื่องโพงพาง

โพงพางเอยแช่งไว้จงปลอด ไปเฮย
แม้ว่าปลาเข้าลอดอย่าข้อง
แต่มัจฉตาบอดมัวมืด มานา
เข้าลอดโพงพางต้องติดเข้าข่ายญวน ฯ
๑๑ พวกญวนชวนกันมาคิดดักปลาไปค้าขาย
โชงโลงโพงพางรายเขาควายเป่าลำเนาธาร
๏ ฝูงเด็กเล็กเล็กเล่นครั้นมาเห็นโพงพางพาน
ดักปลาน่าสงสารสังหารแช่งแกล้งกวนญวน
๏ ปากโป้งโพงพางเอ๋ยอย่าติดเลยปลาทั้งมวล
จงรอดลอดตาอวนอ่อนเนื้อนวลชวนช่อนหนี
๏ สังกะวาดสลาดหลดตะโกกกดรสเจ้าดี
ติดอวนญวนจักจี่ชีวิตเจ้าเข้ากองไฟ
๏ จงหนีเอาตัวรอดอย่าเข้าลอดโพงพางไป
คางเบือนเบือนหนีไภยไหลลื่นลอดรอดโพงพาง
๏ สวายกรายกริวกราวต้องดาบลาวขาวสำอาง
เค้าเขือเสือโบกหางกางหูว่ายหมายตามอง
๏ นวลจันทร์มันเจ้ามากญวนมันอยากต้มยำลอง
เพียนพากฝากพวกพ้องจ้องจับเอาเจ้าไปแกง
๏ อ้ายแก้วเองอย่าก๋าลอดออกมาพ้นงาแซง
กุ้งก้างกางก้ามแฝงแช่งอย่าติดคิดอางขนาง
๏ อ้ายบ้าตาเองบอดจงเข้าลอดในโพงพาง
สาใจอ้ายญวนขวางทางไปมานาวาจร
๏ เด็กแกล้งแช่งเช่นนี้ในคัมภีร์โบราณสอน
เวสสุกรรมทำเป็นกลอนสอนทารกยกมา เอย ฯ

บทร้อง

๒๖ แม่หว้ายแม่วี แม่ปวดท้องขี้ ฮะกระโจนลงน้ำ ฯ

๒๗ ตะเข้ตะโขง มะโรงไม้สัก ตะเข้ฟันหัก กัดเราไม่เข้า ฯ

ลูกเล็กเด็กโดดน้ำพนมที่ เทพย์เอย
ว่าแม่ไหว้แม่วีทรากซ้ำ
แม่ปวดอุจจารีคอยขยับ ตัวแม่
ฮะกระโจนลงน้ำเท่านี้หมดเพลง ฯ
๏ ตะโขงตะเข้กลับโทอัก ษรแฮ
รับมะโรงไม้สักสอดเค้า
จรเข้แก่ฟันหักเราห่อน เกรงนา
มันกัดเราไม่เข้าสุดข้อคำขัน ฯ
๑๑ แช่งญวนแล้วชวนเพื่อนมากลาดเกลื่อนเตือนกันอึง
อาบน้ำลำบทหนึ่งซึ่งจะร้องต้องโดดโดน
๏ ถึงท่ากายาซื่อพนมมือคือมันโลน
ซักซ้อมพร้อมใจโจนโอนตัวน้อมยอมกันดี
๏ หัวหน้าว่าแม่ไหว้พร้อมกันไปว่าแม่วี
แม่ปวดท้องเต็มทีรี่กระโจนโผนลงชล
๏ โครมครามตามกันโดดทะลึ่งโลดอยู่สับสน
คำเล่นเป็นอลวลชลกระชอกหยอกเย้าพลัน
๏ บ้างร้องว่าตะเข้ตะโขงเหวขึ้นพร้อมพลัน
ทำนองคล้องคำขันหลอกเพื่อนกันหันกลับพักตร์
๏ ตะเข้แลตะโขงแถมมะโรงโยงไม้สัก
ตะเข้ฟันมันหักจักกัดเราไม่เข้าเลย
๏ เด็กร้องทำนองนี้แต่เดิมมีมาตามเคย
ทำถ้าวางหน้าเฉยเลยเลิกขึ้นชื่นใจจริง ฯ

บทร้อง

๒๘ เด็กเอ๋ยพาย นายเอ๋ยโยก นายหัวกะโหลก โยกเอาโยกเอา ฯ

เรื่องเด็กเอ๋ยพาย

เด็กเอ๋ยพายอย่าช้าลมโตก
จ้ำป่ายนายเอ๋ยโยกช่วยโย้
นายศีร์ษะกะโหลกชอบหลอก เขาฤๅ
โยกโยกเอาเฝ้าโล้เหนื่อยแล้หมดลำ ฯ
๑๑ บัดนี้จะขี่เรือทำถ้าเผื่อใช่เรือจริง
เรือเล่นเช่นอย่างลิงชิงกันร้องคล้องกันดี
๏ คนหนึ่งทำเป็นนายเด็กทั้งหลายพายทำที
ถ่อพายก็ไม่มีมะมี่ร้องต้องใจกัน
๏ นั่งเล่นเป็นทิวแถวพร้อมกันแล้วแผ้วสรวลสันต์
เคยเล่นเป็นด้วยกันมันสนุกไม่ทุกข์โศก
๏ พวกข้ามามากหลายเด็กเอ๋ยพายนายเอ๋ยโยก
นายชั่วหัวกะโหลกโยกโยกเอาเขย่าคลอน
๏ ยิ่งพายก็ยิ่งโยกยิ่งกระโชกยิ่งขยอน
หัวปั่นเป็นภมรอ่อนใจแล้วแก้วพี่ เอย ฯ

บทร้องจ้ำจี้จ้ำจวด

๒๙ จ้ำจี้จ้ำจวด เอาลูกไปบวช ถึงวัดถึงวา ครั้นสึกออกมา สรรพลุ่นจุนจู๋ ฯ

เรื่องจ้ำจี้จ้ำจวด

จ้ำจี้จ้ำจวดเจ้าจัดแจง
บวชบุตรแบกบุญแรงแบ่งบ้าง
ถึงที่วัดวาระแวงสวาสดิ์หวั่น ถวิลนา
ครั้นสึกออกมาค้างสรรพหลุ้นจุนจู๋ ฯ
๑๑ งามขำเจ้าจ้ำจี้บุตรชายมีครบบรรพชา
อกเอ๋ยเจ้ากำพร้ามารดาหม้ายชายมันกวน
๏ บิดาเจ้ายังอยู่ไหนเจ้าชู้จะมายวน
ตัวเจ้าเล่าก็ควรถ้วนครบบวชชวดมีเมีย
๏ ยากจนอนาถาไปวัดวาบวชบุตรเสีย
บุญแรงแบ่งไกล่เกลี่ยเมียกรวดน้ำนำส่งไป
๏ บุตรบวชอยู่ไม่ช้าเห็นสีกาหน้านวลใย
จีวรร้อนเป็นไฟไพล่สึกลี้หนีอาจารย์
๏ หวังไว้ไม่สมนึกเสียทีสึกน่าสงสาร
หญิงหลอกปอกเอาอานผ้าผ่อนลุ่นจุนจู๋ เอย ฯ

บทร้องเท้งเต้ง

๓๐ เท้งเต้งเอย เท้งเต้งเรือลอย มดตะนอย ต่อยเรือเท้งเต้ง ฯ

เรื่องเท้งเต้ง

เท้งเต้งเอยพี่น้องมาคอย
เท้งกับเต้งเรือลอยทอดเท้ง
เป็นใดมดตะนอยมาต่าย เรือฤๅ
จึ่งต่อยเรือเท้งเต้งแต่งไว้ต่อหลาน ฯ
๑๑ ทำขวัญจิงโจ้แล้วใจผ่องแผ้วแก้วพี่อา
เราเล่นเป็นนาวาว่าตามเพลงเท้งเต้งเอย
๏ เท้งเต้งเร่งมาคอยเรือเจ้าลอยปล่อยตามเลย
คลื่นซัดปัดไปเกยเลยทอดสู่หมู่มดคัน
๏ มดตะนอยลอยมาเองต่อยเท้งเต้งเป้งปับหัน
เจ๊กจีนปีนหนีมันคันทั้งตัวหัวก็โน
๏ เรือเท้งเพลงมาอ้างเมืองจีนจ้างนางรูปโอ่
ลอยทอดจอดคอยโจ้โต้หลงไล่ได้ทองแดง
๏ คำนี้มีมานานบอกลูกหลานท่านอย่าแคลง
ทำนองร้องอย่าแปลงแต่งบทไว้ให้เป็นกลอน
๏ โบราณท่านยอยกเพลงทารกตกแต่งสอน
คุณโทษประโยชน์ห่อนผ่อนสนุกสุขใจ เอย ฯ

บทร้องจ้ำจี้มะเขือเปราะ

๓๑ จ้ำจี้มะเขือเปราะ กะเทาะหน้าแว่น พายเรือแอ่นๆ กระทั่งต้นกุ่ม ได้ผัวหนุ่มๆ ดีเนื้อดีใจ ขอด้ายขอไหม เย็บผ้ายายชี เขาโห่กาลี เขาตีโมงครุ่ม ขยุ้มหน้ากลอง สายบัวใบทอง อาบน้ำท่าไหน อาบน้ำท่าวัด ได้แป้งไหนผัด ได้กระจกไหนส่อง เยี่ยมๆ มองๆ เจ้าขนมทองเอย ฯ

เรื่องจ้ำจี้มะเขือเปราะ

จ้ำจี้มะเขือเปราะเจ้าปลูกสลอน
กระเทาะหน้าแว่นหนอนแหนะไส้
พายเรือแอ่นแอ่นคอนไปสู่ ชายนา
กระทั่งต้นกุ่มได้ชื่นชู้ชมชิม ฯ
๏ ได้ผัวหนุ่มหนุ่มน้อยนวลใย
ดีแต่เนื้อดีใจแจร่มหน้า
ขอด้ายกับขอไหมมามาก
นางเก็บไปเย็บผ้าผ่อนให้ยายชี ฯ
๏ เขาโห่กะลีล่อล้อเลียนนาง
ตีแต่มงครุ่มครางครั่นครื้น
ขยุ้มเอาหน้ากลองพลางพอเพลิด เพลินแฮ
หยอกแม่สายบัวชื้นแช่มช้อยใบทอง ฯ
๏ เออแม่อาบน้ำท่าไหนถนัด ใจนา
เราอาบน้ำท่าวัดทุกครั้ง
ได้แป้งที่ไหนผัดพักตร์แม่
ได้กระจกไหนตั้งส่องแผ้วผัดผิว ฯ
เยี่ยมเยี่ยมมองมองเจ้าขนมทองหมดเค้า
แค่นี้ลงเอย แลนา 
๑๑ อนึ่งลำนางจ้ำจี้สวนไร่มีมะเขือเพาะ
น่าเบื่อมะเขือเปราะกะเทาะแว่นมาแกนหนอน
๏ อยู่ใยมิได้ผลก็เที่ยวซนลงเรือคอน
พายแล่นแอ่นเอวงอนจะจรสู่หาชู้ชม
๏ ถึงฝั่งกะทั่งกุ่มเห็นชายชุมหนุ่มหนุ่มสม
ส่ายหานัยน์ตาคมอารมณ์รักสบพักตร์กัน
๏ หนุ่มน้อยละห้อยจิตต์ประจวบคิดเกษมสันต์
ชายดูรู้ทีกันพลันร่วมจิตต์ก็ชิดชม
๏ เจ้าไปได้ผัวหนุ่มก็ชื่นชุ่มในอารมณ์
ดีเนื้อดีใจสมนิยมหมายพายเรือมา
๏ แสนงอนเฝ้าวอนผัวได้เสียตัวเป็นภรรยา
ปราณีมีเมตตาศรัทธาด้วยช่วยน้องที
๏ ขอด้ายกับไหมมาจะเย็บผ้าให้ยายชี
เด็กเห็นเล่นกาลีมะมี่โห่โอ้อายใจ
๏ เด็กเล่นอยู่เป็นกลุ่มตีมงครุ่มกลุ้มกันไป
เด็กเอ๋ยเย้ยกูใยไล่ขยุ้มกุมหน้ากลอง
๏ เด็กลามเฝ้าถามซักว่ารู้จักสายบัวทอง
อาบน้ำในลำคลองฤๅหนองบึงถึงท่าไหน
๏ นางหลอกบอกไม่ขัดอาบท่าวัดถัดต่อไป
เด็กถามตามสงไสยใครจักพาไปท่าวัด
๏ เจ้ามีอะไรแต่งจะได้แป้งที่ไหนผัด
ไกลท่าสารพัตรขัดไม่มีหวีกระจก
๏ ที่ไหนจะได้ส่องจะขัดข้องทั้งคนยก
วัดวาเป็นป่ารกอกเอ๋ยน่าระอาแทน
๏ นางนิ่งจริงคำเด็กตัวมันเล็กอย่าดูแคลน
เยี่ยมหน้ามามองแหงนขนมทองของน้อง เอย ฯ

บทร้องจ้ำจี้ดอกเข็ม

๓๒ จ้ำจี้ดอกเข็ม มาเล็มดอกหมาก เป็นครกเป็นสาก แม่ยายตำเข้า เป็นน้ำเต้า แม่ยายเลียงซด เป็นชะมด แม่ยายฝนทา เป็นจำปา แม่ยายเด็ดทัด เป็นไม้กลัด แม่ยายเสี้ยมผม เป็นอ้ายพรม เขาชกหัวใช้ เป็นอ้ายไหม เขาขายหัวกิน เป็นอ้ายอิน เขากินหัวเสีย ฯ

เรื่องจ้ำจี้ดอกเข็ม

๏ อนึ่งจ้ำจี้ดอกไม้เข็มหลาก ลำนา
มาจะเล็มดอกหมากมอบเถ้า
เป็นครกอีกเป็นสากเราชอบ ใช้เฮย
ส่งแม่ยายตำเข้าโขลกให้เขยหุง ฯ
๏ ฤๅเป็นน้ำเต้าชอบชิมรส
มอบแม่ยายเลียงซดแซบแท้
กับเป็นเช่นชะมดมีกลิ่น หอมฤๅ
ยายจะฝนทาแก้ปวดเกล้าลมวิง ฯ
๏ เป็นจำปาดอกซ้อนกลิ่นขจัด
วานแม่ยายเด็ดทัดปล่อยเถ้า
หากเป็นเช่นไม้กลัดคงเก็บ ไว้แฮ
ยายจะเสี้ยมผมเผ้าแก่พริ้งเพียงสาย
๏ เป็นอ้ายพรมทาสแท้กรมธรรม์
เขาชกศีร์ษะมันมุ่งใช้
เป็นอ้ายป่านไหมพันผูกเล่น เหลือฤๅ
เขาจะขายหัวให้แม่ค้าเคยทอ ฯ
เป็นอ้ายอินจักต้องกินศิระเสียร้อง
เท่านั้นหมดเพลง แลนา 
๑๑ กล่าวซ้ำว่าจ้ำจี้เจ้าจรลีเก็บดอกเข็ม
ปลูกไว้ในสวนเต็มเล็มดอกหมากฝากแม่ยาย
๏ ว่าเล่นเป็นครกสากยกไปฝากหลากหลากหลาย
ลูกหลานวานกระทายยายตำเข้าเหมาสะเบียง
๏ นางเห็นเป็นน้ำเต้าให้ยายเถ้าแก่แกงเลียง
มีรสซดพอเพียงเลี้ยงลูกหลานบานฤๅทัย
๏ แม้เป็นเช่นชะมดปรุงโอสถรสชูใจ
มาปนฝนฝากไว้ให้ยายทาน่ากอดรัด
๏ เป็นกลีบจีบจำปาแม่ยายหามาเด็ดทัด
กลับเห็นเป็นไม้กลัดจัดมาเตรียมเสี้ยมผมยาย
๏ อย่าเป็นเช่นอ้ายพรมทำโสมมไม่สมกาย
ชกหัวไม่กลัวนายอายเขาใช้ให้ทำการ
๏ หากเห็นเป็นป่านไหมมีกำไรได้เจือจาน
หัวไหมใช้สายพานวานแม่ยายขายหัวกิน
๏ ลูกอินทะผาลำของแขกดำใจทมิฬ
ตาเห็นเป็นอ้ายอินกินหัวเสียเยียนี้ เอย ฯ

บทร้องชักเส้า

๓๓ ชักเส้าเอย มะนาวโตงเตง ขุนนางมาเอง ว่าจะเล่นชักเส้า มือใครสั้น เอาเถาวัลย์ต่อเข้า มือใครยาว สาวได้สาวเอา ฯ

๓๔ ฮีย่อฮ่อขวัญ ชักสายยนต์ เอาก้นชนกัน ฯ

เรื่องชักเส้า

ชักเส้าเอยเย่อยื้ออลเวง
ผลมะนาวโตงเตงต่างเย้า
ขุนนางท่านมาเองออกหน้า นำแฮ
ว่าจะเล่นชักเส้าฉุดยื้อกระตุกแขน ฯ
๏ แม้มือใครสั้นกว่าเกรงกัน
กระชากเอาเถาวัลย์ต่อเข้า
มือใครที่ยาวพลันเร่งชัก
สาวพ่อสาวเอาเจ้าชักให้หัวถลา ฯ
ฮีย่อฮอฮ่อขวัญจึงพลันชักสายยนต์ร้น
เอาแต่ก้นต่อกันติดโต้ตามคนอง แลนา
๑๑ ท่านได้ไปเห็นเด็กลูกเล็กเล็กเล่นซุกซน
เข้าคู่ดูชอบกลคนหนึ่งรับจับแขนชัก
๏ ฉุดลากกระชากเย้าว่าชักเส้าเขย่าหนัก
ชนต้นมะนาวหักพักผลน้อยห้อยโตงเตง
๏ ขุนนางต่างวายทุกข์เห็นสนุกลุกมาเอง
เด็กเอ๋ยเองอย่าเกรงว่าจะเล่นเช่นชักกัน
๏ มือมันสั้นนักหนอเองจงต่อด้วยเถาวัลย์
มือใครที่ยาวครันพลันสาวได้ให้สาวเอา
๏ ลูกเด็กมันเล็กกว่าว่าตัวข้านี้แรงเบา
แขนนั้นสั้นกว่าเขาเราจะเล่นเช่นชักยนต์
๏ ฮีย่อฮอฮ่อขวัญมาพะนันหันหลังชน
ชักชายเป็นสายยนต์กันต่อก้นชนติดกัน
๏ ขุนนางไม่อยากเล่นไม่เคยเห็นดูเป็นขัน
ซุกซนชนพะนันมันช่างโลนโดนกันดี
๏ เคยเห็นเช่นเรือพายพวกผู้ชายร้องอย่างนี้
เอะอะจังหวะมีตีกระทุ่มกลุ้มไปเอย ฯ

บทร้องกะเกย

๓๕ กะเกยลำภู ใครมาแลดู เอากูออกก่อน สาวสีพี่น้อง ตะต้องตังเม เลเพหัวหอม กระท่อมติงเปรียะ ฯ

๓๖ กะเกยเลยละ กุ้งกะมุกไม้ ฯ

เรื่องกะเกย

กะเกยบทหนึ่งต้นลำภู
ใครจะมาแลดูอย่าต้อง
หยุดรอต่อตัวกูออกก่อน
สาวห่มสีพี่น้องนั่งยิ้มยลเพลิน ฯ
กะเกยเลยละชี้กุ้งกะมุกไม้จี้
จับให้อยู่โยง แลนา ฯ 
ตะต้องอีกทั้งตังเมเลเพหัวหอมต่อเข้า
กะท่อมติงเปรียะเจ้าจึ่งต้องอยู่โยง แลนา ฯ
๑๑ เด็กเอ๋ยมาพร้อมสรรพยืนเรียงรับนับกะเกย
เอาเถิดเลิศจริงเหวยเคยเล่นฤๅคือคนโยง
๏ เด็กเรียงเคียงเป็นตับคนหนึ่งนับจับตัวโกง
เด็กเล่นเป็นโขมงโป้งปากร้องคล้องกันไป
๏ กะเกยนับเลยละลงกุ้งกะกับมุกไม้
ชี้ถูกลูกคนไหนให้อยู่โยงโกงหนีผัน
๏ กะเกยอีกบทนะก็นับกะไปตามกัน
ไม้วาเที่ยววัดหันนับเกินเลยเกยลำภู
๏ เล่นกันขันหนักหนาใครใครมาจึ่งแลดู
ต่างว่าน่าอดสูกูออกก่อนผ่อนกันไป
๏ สาวสีเป็นพี่น้องมานั่งมองยิ้มละไม
โต๊ะตะคนละใบต้องไปตั้งใส่ตังเม
๏ ขนของมากองหลายมีมากมายออกเลเพ
หัวหอมกระท่อมเทใส่ถาดอ้อมกระท่อมมา
๏ ถาดลั่นดังติงเปรียะเพราะวิ่งเดียะด่วนไคลคลา
หมดแล้วแก้วพี่อาว่านางน้องจะต้องตี
๏ ของเขาจะเอาใช้ยืมมาใส่จะใหัดี
ของเข้าเราทั้งนี้พี่วางรายถวายสงฆ์
๏ คำแปลแก้ตามบทจะกำหนดบ่ตรงลง
เช่นเพ้อมะเมอหลงพอลงได้ไปที เอย ฯ

บทร้อง

บทถามบทตอบ
๓๗ นกเอ๋ยกะเทยกี่ร้อยสองร้อย
อ้อยกี่สิบสองสิบ
หมากดิบกี่ต้นสองต้น
ปล้นกี่ทะลายสองทะลาย
ผ้าลายกี่ผืนสองผืน
ฟืนกี่มัดสองมัด
ไม้กลัดกี่เล่มสองเล่ม
เข็มกี่กะบอกสองกะบอก ฯ
๓๘ หมากกอกฤๅหมากยันหมากยัน ฯ

๓๙ ไก่ตั้งไก่ต่อ ไก่ล่อไก่ชน ไก่ถอนขน ไก่ก็ลงหม้อแกง ฯ

โคลง

นกเอ๋ยกะเทยกี่ร้อยบอกสอง ร้อยเอย
อ้อยกี่สิบบอกคล่องดุจกี้
หมากดิบกี่ต้นสนองบอกอย่าง นั้นนา
ปล้นกี่ทะลายชี้บอกแม้นเหมือนเดิม ฯ
๏ ว่าผ้าลายมากน้อยกี่ผืน สองเฮย
ฟืนกี่มัดอย่าคืนบอกแม้น
ไม้กลัดกี่เล่มยืนคำบอก โทแฮ
เข็มกี่บอกแน่นแฟ้นอย่างข้อคำโท ฯ
หมากกอกหมากยันเจ้าบอกหมากยันหมดเค้า
จบข้อคำถาม แลนา ฯ 
ไก่ตั้งไก่ต่อนี้นับหงอน
ไก่ล่อไก่ชนบรอย่าท้อ
ไก่ชั่วนับถูกถอนขนอย่า เลี้ยงนา
ไก่ที่นับลงหม้อมุ่งแกล้งแกงมัน ฯ
๑๑ เด็กเอ๋ยเคยสนุกบ่มีทุกข์สำราญใจ
เหยียดเท้ายื่นยาวไปไล่ขายนกวกวนมา
๏ ถามท้าว่านกเอ๋ยกะเทยมีกี่ร้อยขา
บอกร้องสองร้อยนาน่าสงสัยไม่รู้ความ
๏ กะเกยไม่เคยพบกลอนกระทบประจบถาม
เคยว่าปาไปตามความแต่ก่อนสอนกันมา
๏ ถามถ้อยอ้อยกี่สิบทั้งหมากดิบกี่ต้นขา
บอกคล้องสองทุกคราว่าสองต้นปล้นกี่ทะลาย
๏ โจรมีที่นี่มากขึ้นปล้นหมากลากไปขาย
ปล้นฉันสองอันปลายผ้าลายเล่าเท่าไรนา
๏ ผ้าลายหายสองผืนยังแถมฟืนสองมัดกว่า
ไม้กลัดจักเหลามาว่าสองเล่มเข็มก็หาย
๏ โจรปล้นค้นซอนซอกเข็มสองบอกปอกไปหลาย
หมากกอกทรอกมทายว่าหลายหลากฤๅหมากยัน
๏ ว่าเล่นไม่เป็นผลโจรไหนปล้นด้นตามกัน
อย่างนี้ที่ไม่ขันหันกลับไปจับไก่มา
๏ ที่รู้ดูแฉกหงอนนับเป็นกลอนย้อนเจรจา
ตัวไหนได้ตำรามาชนกันพะนันตี
๏ ไก่ตั้งทั้งไก่ต่อนี่ไก่ล่อไก่ชนดี
ถัดไปไก่กาลีตกที่หงอนถอนขนแกง
๏ อย่าตีเลยพี่ขาซื้อเครื่องข่ากับพริกแดง
สับส่งลงหม้อแกงแกล้งนับร้ายหมายกินมัน
๏ เด็กเล่นกันเช่นนี้เป็นกลอนดีที่คำขัน
กล่าวตามความรำพรรณ์ก็จบกันเท่านั้น เอย ฯ

บทร้องลิงลม

๏ ลิงลมเอย มาอมข้าวพอง เด็กน้อยทั้งสอง มาทัดดอกจิก เจ้าพระยานกพริก เจ้าพระยานกเขา ทวงเบี้ยทวงเข้า ให้เจ้าลิงลม ฯ

๏ กระต่ายติดแร้ว ยายแก้วตีกลอง ฯ

เรื่องลิงลม

ลิงลมเอยพยุกล้ากลับคะนอง
มาจักอมข้าวพองตุ่ยแก้ม
เด็กน้อยอีกทั้งสองไล่จับ ลิงแฮ
มาทัดดอกจิกแย้มช่อย้อยระยับหู ฯ
๏ เจ้าพระยานกพริกซ้อเซิงเลา
เจ้าพระยานกเขาอยู่ไม้
ทวงเบี้ยกับเข้าเราร่วมณี่ กันนา
เรากับท่านต้องใช้ณี่ให้ลิงลม ฯ
กระต่ายติดแร้วจึ่งท่านคุณยายแก้ว
จับไม้ตีกลอง แลนา ฯ 
๑๑ เดือนหงายสบายจริงเข้าผีลิงเล่นเถิดหนา
ลงหมอบยอบกายาผ้าคลุมปิดมิดทั้งตัว
๏ ขันขบตบมือร้องเป็นทำนองคล้องพันพัว
ผีลิงนิ่งคลุมหัวกลัวพี่เลี้ยงเคียงประคอง
๏ พร้อมเพรียงเสียงขรมว่าลิงลมอมเข้าพอง
เด็กจ้อยน้อยทั้งสองต้องกำจัดทัดดอกจิก
๏ ตบมือขึ้นพร้อมว่าเจ้าพระยาชาตินกพริก
ตัวมันสั่นริกริกเอาอีกร้องคล้องไปพลัน
๏ ว่าพระยานายนกเขาทวงเบี้ยเขาเอามาปัน
ทวงได้มาใช้มันพลันให้เขาเจ้าลิงลม
๏ ร้องถี่ตีน่ากลอกผีลิงลอกครอกขรม
ลุกไล่ไขว่คว้ากลมชมสนุกคลุกคลีไป
๏ กลางคืนเดือนก็หงายเห็นกระต่ายอยู่ไวไว
วิ่งหนีลี้ตัวไปไผล้ติดแร้วกระแด้วดึง
๏ เด็กเห็นเป็นเดือนหงายไปบอกยายไล่ร้องอึง
ยายร่ามาทันถึงตีกลองตึงปึงปังไป
๏ สัญญาหาชาวบ้านล้วนลูกหลานทะยานใจ
ช่วยกันออกหวั่นไหวได้กระต่ายให้ยายแกง
๏ เรื่องราวกล่าวเวียนวกคำทารกยกมาแจง
โลดเต้นเล่นพลิกแพลงแสดงไว้ให้ยืน เอย ฯ

โคลง

ผู้ใดใครใคร่รู้เรื่องแถลง
ฟังบทจิงโจ้แจงถี่ถ้วน
ก่อกำเนิดเดิมแสดงต่อเรื่อง เหตุแฮ
รวมบทประจวบม้วนกล่าวแก้สงสัย ฯ

จบฉันท์แต่เท่านี้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ