เพลงยาวเล่นว่าความ

๏ ขอให้การเปนกลอนอักษรศรี
มายื่นเจ้ากรมขุนพิทักษมนตรีให้นำคดีทูลสมเด็จพระนัดดา
ด้วยข้าพเจ้าจมื่นไวยวรนารถหัวหมื่นมหาดเล็กเวรขวา
กับหลวงทรงพลกรมม้าคุ้นเคยกันมาแต่ไร ๆ
บัดนี้เจ้ากรมเกราะทองขวาหามีความเมตตาข้าพเจ้าไม่
ลวงเอากล้องสูบยาข้าพเจ้าไปจะให้แส้หางม้าห้าอัน
ข้าพเจ้าผู้ทาษปัญญาก็พาซื่อไม่คิดเดียดฉัน
สำคัญใจว่ารักใคร่กันซ้ำให้งาตันไปอันยาว
แล้วยืมพายคิ้วคาดลวดขวดเฟืองเครื่องน้ำชากาทองขาว
กับปืนนกสับดาบลาวแต่คราวขึ้นไปเที่ยวภูเขาทอง
ครั้นกลับมาข้าพเจ้าก็ได้ถามถึงความแส้แลเตือนสิ่งของ
ทำแชเชือนเบือนบิดผิดทำนองเปนขุ่นหมองมิใคร่จะพาที
ได้ซ้ำทวงถามถึงสามหนกลับบ่นว่าข้าพเจ้านี้จู้จี้
แต่เตือนเตือนก็เชือนมากว่าปีมีแต่มักได้ไม่อายใจ
ที่แส้หางม้าก็ทำลืมที่ของยืมแต่สักสิ่งก็ไม่ได้
ข้าพเจ้าผู้ยากก็ยับไปเจ็บใจเปนพ้นพรรณา
ข้อหนึ่งม้าผู้ผ่านตอนกองมอญได้มาแต่ลาดหญ้า
เปนม้าของพระยาธรมาเจ้ากรมเกราะทองขวารับเลี้ยง
ครั้นพระยาธรมาอาสัญกรรมก็คืนคำว่ากล่าวก้าวเฉียง
เดิมไม่รับแล้วก็กลับเลียบเคียงเถียงว่าม้าล้มแต่คราวงาน
บัดนี้ข้าพเจ้ารู้ระคายเพราะนายเอี่ยมหลวงสุนทรโวหาร
กับหมื่นราชนาคาตาชำนาญนายบุญคงนายปานมหาดเล็ก
ว่าพบม้าผู้ผ่านตอนที่ริมบ่อนตรงหลังโรงเหล็ก
ผูกม้าไว้ที่น่าร้านเจ๊กแต่เด็กเด็กรักษาอยู่สองคน
ครั้นข้าพเจ้าให้นำเอาตำแหน่งก็เคลือบแฝงไม่บอกอนุสนธิ์
ทีทำเปนจะอำเอาสินบนข้าพเจ้าก็จนเต็มที
ถ้าพอคราวหาได้ไม่ขัดสนก็ไม่เปนกังวลจู้จี้
นี่สารพัดเหมือนต้องสลัดตีแต่ป้านชาก็ไม่มีจะใส่กิน
ข้อความข้าพเจ้าที่ว่าขานมีพยานเห็นรู้อยู่สิ้น
พระยาอไภยโณฤทธิ์ราชรินอินทร์เดชะพระมหามนตรี
มหาดเล็กนายเวรสองนายเลวหลายจ่าหนึ่งหุ้มแพรสี
กรมนาหลวงพิพิธสาลียังพยานนอกนี้ก็หลายคน
ขอท่านผู้เปนเจ้ากรมบังคมทูลให้ทราบอนุสนธิ์
ให้หาตัวนายหลวงทรงพลมาถามความตามยุบลคดี เอย ฯ

ฯ ๓๔ คำ ฯ

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

๏ หมายหมื่นพจนาดถ์อักษร
มาถึงท่านเจ้ากรมอัศดรบวรเกราะทองขวาชาญฉกรรจ์
ด้วยพณหัวเจ้าท่านโกษาปรากรมโกษฐาไอสวรรย์
สั่งว่าหมื่นไวยวรนารถนั้นมากล่าวโทษข้อขันเปนหลายราย
ยื่นฟ้องขุนพิทักษมนตรีให้เอาคดีบังคมทูลถวาย
แก่บรมนัดดาปรีชาชายให้เรียกนายมาพิจารณา
บัดนี้พระภาคินัยราชประชวรลมปราศวาตเสียดขวา
กว่าจะคลายเห็นหลายเดือนตราจะบัญชาข้อความนั้นช้าไป
จึงสั่งฟ้องมายังกองกรมท่าให้ช่วยพิจารณาว่ากล่าวให้
พณหัวเห็นฟ้องทำนองในก็ยิ้มใหญ่ยิ้มน้อยด้วยถ้อยความ
เออสองนายเหมือนจะตายด้วยกันได้ควรฤๅมาเทไถ้ออกกลางสนาม
พระนายไวยนี้ก็ใจช่างวู่วามไม่ไว้นามไว้หน้าแก่หลวงนาย
เกี่ยวข้องกันด้วยของสี่ห้าสิ่งอ้างอิงนี่กระไรน่าใจหาย
ดูทีเหมือนทีจะตัดตายข้างหนึ่งร้ายจำดีเขาว่าวอน
ใบฟ้องยังมิได้ไปประทับพณหัวจะดับทั้งสองก่อน
เปนเถ้าแก่มิได้ว่าเปนแง่งอนผ่อนแต่ของให้แล้วเลิกกัน
จึงจะให้สองนายเข้าในวัดตั้งสัตย์สมานมิตรอย่าบิดผัน
เพราะเมตตาจึงช่วยว่าให้เปนธรรม์เห็นด้วยกันแล้วเร่งมาทำตาม
แม้นมิยอมสิจะให้ไปประทับกำกับกันวิจารณ์เปนสาม
สมุหคชบาลชำนาญความเคยบุ่มบ่ามนั่งศาลบ้านเมืองดี
อันพระยามหานุภาวะว่ากล่าวได้จังหวะไม่คลาศที่
จงคิดดูใช่จะขู่เมื่อไรมีรู้สึกคดีอย่านิ่งเนื้อความ เอย ฯ

ฯ ๒๒ คำ ฯ

จมื่นไวยวรนารถ

๏ แต่ยื่นฟ้องแล้วก็เวียนระวังถาม
ขุนพิทักษมนตรีผู้มีนามแจ้งความว่าสมเด็จพระนัดดา
ทรงประชวรเพื่อลมปราศวาตกำเริบโรคปัตฆาตเสียดขวา
อันใบฟ้องนั้นประทานมาให้พณหัวกรมท่าช่วยชำระ
ก็หมายใจจะไปว่าหมื่นสนิทเคยเปนมิตรคบหาวิสาสะ
มีกังวลขัดสนด้วยธุระเธอไม่ละช่วยร้อนอยู่ทุกที
จึงรีบตรงมาศาลกรมท่าพอเห็นหมื่นพจนาอักษรศรี
ลงนั่งศาลอาการนั้นเปนทีห่มส่านแสดสีมัวมัว
เหล่าพวกภูดาษเสมียนเวรล้วนจัดเจนแต่ละคนมิใช่ชั่ว
เปนคนไม่เคยความก็คร้ามตัวติดจะกลัวประหม่าศาลเศียรพอง
แต่มานะสกดใจนั่งท่าจนเวลาคนห่างชอบช่อง
ค่อยเสงี่ยมเจียมใจในทำนองเกรงจะหมองระคางเคืองวิญญา
เห็นได้ทีแล้วก็พลอยฉลอยถามว่าข้อความรับสั่งมากรมท่า
ได้นำเรื่องคดีซึ่งมีมาขึ้นกราบเรียนพระกรุณาแล้วฤๅยัง
จงการุญเหมือนทำคุณแก่สัตว์ยากได้บากมาแล้วให้สมอารมณ์หวัง
ครั้นจะเฉยเกรงจะช้าจึงมาฟังฉวยขัดข้องต้องระวังพวกพยาน
แม้นได้ตัวมาจะขอคุมกว่าจะฦกเปนหลุมอยู่กับศาล
ให้สาใจที่เจ็บใจมาช้านานสำเร็จการแล้วจะเห็นคุณ เอย ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

๏ หมื่นพจน์อิงหมอนนอนไขว่ห้าง
ห่มส่านแสดถือแหนบถอนหนวดพลางสั่งให้ร่างตราตอบมลายู
เสมียนรองจ้องเขียนแล้วเวียนลบอ่านตลบผิดเรื่องก็เคืองหู
พอแลไปเห็นพระไวยเข้าในประตูรู้ว่ามาเร่งรัดให้ขัดใจ
เมื่อหมายไปกึ่งวันไม่ทันค่ำควรฤๅซ้ำจะมาเตือนก็เปนได้
เธอนี้พานจะจู้จี้เปนพ้นใจเอาให้นั่งตั้งฅออยู่พอแรง
คิดพลางทางทำเปนไม่เห็นขู่เข็นเสมียนให้เสียงแขง
แต่เขียนเขียนเวียนลบแล้วเวียนแปลงกูสักให้หลังแดงดอกกระมัง
พอได้ยินเสียงถามก็เหลียวรับร้องเชิญให้ขยับมานั่งหนัง
ข้าพเจ้าจะเล่าให้พระนายฟังมีรับสั่งส่งฟ้องของท่านมา
พึ่งจะได้กราบเรียนเมื่อเจียนค่ำพณหัวอ่านซ้ำแล้วสรวลร่า
ว่าทีนี้พร้าหายคล้ายตำราแต่ดูทีกิริยาเมตตานาย
จึ่งสั่งว่าหมื่นพจน์อย่ากดไว้มิใช่คนอื่นไกลให้เร่งหมาย
ให้หาหลวงทรงพลมาเปรียบปรายพอหายจะให้หายเสียในเรา
ข้าพเจ้าก็เสนอช่วยหนุนให้ว่าพระไวยมิใช่จะรังเหยา
ชรอยแค้นเรื่องของจึ่งฟ้องเอาพณหัวยิ้มเพราแล้วเดินไป
ข้าพเจ้ารีบหมายแต่บ่ายเย็นโดยเห็นจะหาทันวันนี้ไม่
หลวงทรงพลพานซนไปเที่ยวไกลถ้าพอได้สดวกก็ยิ่งดี
แม้นมาถึงเมื่อไรจะไปบอกอย่าเข้าออกเช้าเย็นเห็นบัดสี
ด้วยที่ศาลแขกพล่านทั้งตาปีชั่วดีจะระคนเข้าปนกัน
นั่นหายนี่หายวุ่นวายนักนี่ว่ารักเจ้าจอมถนอมขวัญ
แม้นจะคุมจะให้ซุ่มไว้โรงทัณฑ์ธุระนั้นจะช่วยพระนาย เอย ฯ

ฯ ๒๒ คำ ฯ

หลวงทรงพล

๏ พอเวลาตวันบ่ายชายแสง
ฝึกม้าอยู่ที่น่าพลับพลาแดงดัดแปลงคนทำให้รำทวน
พอนายรองจ้องหมายมาสกิดรับวินิจดูคดีถี่ถ้วน
พระนายไวยเจียวสิหวาน่าสำรวลมาเล่นกันเมื่อจวนจะแก่ตาย
เสียแรงที่ชอบกันเปนไหน ๆครั้นเคืองใจที่รักก็สูญหาย
นี่เนื้ออิจฉาใจใช่มากมายดีร้ายตาจะลายลงเพราะคำ
ช่างไม่ถามไถ่ว่าประสารักมาฮึกฮักเบาจิตรผิดส่ำ
ทั้งว่าเห็นกายชายคล้ำดำคิดว่ากรำแดดต้องลอองมัว
มิรู้เที่ยวเก็บผิดคิดฟ้องกันก็ไม่พรั่นสิ่งใดมิได้ชั่ว
สุดแต่ความจริงใจที่ในตัวถ้าใครชั่วก็จะกลิ้งลงกลางคัน
ถึงนายไวยหมายใจว่ามีทรัพย์จะเข้ากับเสมียนเวรก็ไม่พรั่น
พณหัวยังกระจ่างในทางธรรม์จึงชวนกันบ่าวไพร่ไปพรั่งพรู
ถึงบ้านกรมท่าน่าช่องกุฏเห็นหมื่นพจน์จับสมุดอ่านอยู่
เข้านั่งชิดแล้วสกิดว่าเอนดูช่วยแจ้งตูข้าข้อที่หมื่นไวย
อันเรื่องฟ้องแลสำเนาที่เขาหานั่นให้พี่หมื่นว่าด้วยฤๅไฉน
ซึ่งท้ายหมายในหมายที่ให้ไปเปนว่าให้คืนของปรองดองกัน
เมื่อแต่โจทย์เขาหาว่าข้างเดียวแต่ป่านนี้ฤๅเฉลียวเอาเปนมั่น
ถึงพยานในฟ้องสักสองพันเมื่อไม่ทันสืบถามกันสักครา
ระวังตัวกลัวเกรงด้วยความผิดเขาคิดกันเปล่า ๆ เอามาว่า
นี่เล่าพี่ดอกจงมีเมตตาให้ทราบพระกรุณาไม่บังควร
จึงกระซิบว่าโคใหญ่ไปเกวียนดีของเรามีอยู่วัดหนังหลังสวน
ให้แต่ตรงคงคำในสำนวนผิดชอบตามกระบวนบุคคลพาล
ประมาทกันด้วยของสองสามสิ่งผิดก็คุมกันกลิ้งอยู่กลางศาล
คือใครจะอาสาเปนพยานจะไม่เกรงนรการก็ตามใจ
แล้วชวนหมื่นพจนาดถ์อักษรเราไปคอยเจ้าคุณก่อนก็พอได้
ตามแต่จะโปรดปรานประการใดก็ขึ้นไปคอยท่าเจ้าคุณ เอย ฯ

ฯ ๒๖ คำ ฯ

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

๏ หมื่นพจน์ตรึกคำที่ว่าขาน
แลดูหลวงทรงพลทำลนลานอาการนั้นเห็นพรั่นครั่นไป
หากปากแขงแต่งว่าแต่หน้าเฝื่อนเหมือนเต่าเกลื่อนสมทบกลบรอยไข่
เอาโคเกียดเสียดบนเพราะจนใจจะจับว่าขึ้นก็ในจะแพ้ความ
เอนดูภักตร์รักที่ขี่ม้าทวนงามกระบวนล่อแพนแล่นสนาม
เขาจะชวนกันยินร้ายว่าชายทรามอย่าเลยนะจะปิดความไว้ดูที
ตริแล้วว่าเจ้าจอมหม่อมทรงพลการสินบนนั้นอย่าพูดไม่พอที่
อันโลภะข้าก็ละเสียหลายปีเมื่อก่อนกี้ก็ย่อมรู้ทั้งกรมการ
ถ้าลูกความผู้ใดทำใจแขงข้าจำตรากตรึงแห้งอยู่กับศาล
นี่แก่ไปกลัวไภยในนรการจะว่าขานโดยธรรม์ทุกวันไป
อันท้ายหมายปลายคำให้คืนของทำนองรักดอกจึงแนะเนื้อความให้
เสมือนกล้องส่องทางให้เห็นไกลจะแก้ไขอย่างไรก็ง่ายดาย
อันรอเรือเมื่อจวนไม่สวนทุ่นถ้าฉวยวุ่นสัตย์เสียซึ่งสินหมาย
ข้าช่วยชอบยังไม่ขอบใจสบายไฉนนายจึงมาเปนได้เช่นนี้
เจรจาพลางทางชวนขึ้นหอนั่งเรานิ่งฟังเสียงทับกระจับปี่
ทั้งซอรับขับขานประสานดีเรื่องนี้นางไห้พระนคร
ครั้นพระกรุณาจะใกล้หลับมักให้ขับนางกรายสายสมร
แล้วไปเรื่องมลายูคู่เพื่อนนอนถ้าจวนตื่นแล้วจึงย้อนมาทางใน
มโหรีน้อย ๆ ที่พึ่งหัดแต่สันทัดเรื่องรู้เหมือนผู้ใหญ่
แล้วก็สั่งเสมียนรองทั้งสองไปบอกพระไวยว่าจำเลยมาแล้ว เอย ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ

จมื่นไวยวรนารถ

๏ เวลานาฬิกาห้าโมงหมาย
อาบน้ำชำระสกนธ์กายตามสบายเหมือนเคยทุกวันวาร
ก็แต่งกายชายจากเคหาตั้งใจจะเข้ามาพระราชฐาน
พอนายรองมาแจ้งแสดงการว่าท่านหมื่นพจน์ใช้มา
บัดนี้นายหลวงทรงพลราชซึ่งต้องพิฆาฏในข้อหา
แต่ซนตามเธอเปนสามเวลาพึ่งจะได้ตัวมาในวันนี้
ก็รีบเดินสาวเท้ามาโดยด่วนพอถึงจวนได้ยินเสียงกระจับปี่
ประสานซอขับท่อมโหรีล้วนสัตรีน้อย ๆ เสนาะกรรณ
ให้ปลื้มใจนั่งไหว้วาศนาสารพัดประกอบมาทุกสิ่งสรรพ์
จิตรกระจ่างเปนทางตราชูธรรม์ใครหันมาสำนักก็เย็นใจ
แลเห็นจำเลยกับหมื่นพจน์ปากจดพูดกันจ้อบนหอใหญ่
ก็รอรั้งนั่งอยู่แต่ไกลไกลแต่ใจนั้นขัดใจเต็มที
คิดจะถามเอาความที่เจรจาก็เกรงจะว่าเปนคนจู้จี้
จะด่วนตายก่อนไข้ก็ไม่ดีเปนไรมีจะได้เห็นกัน
เหม่ท่านเจ้าจอมกรมม้าดีร้ายหน้าจะหม่นไม่มีขวัญ
ช่างแสนรู้หมายมาสู้กรมธรรม์ชั่วดีจะรู้กันไม่ทันเย็น
แต่พอพณหัวท่านออกมาฟ้าจะผ่าอย่างไรจะได้เห็น
ที่ใครชั่วจะเปนตัวดำกระเด็นนั่งเขม้นคอยท่าเจ้าคุณ เอย ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ

พระยามหานุภาพ

๏ สาราของพระยามหานุภาพ
ขอประคองกรวางมาต่างกราบทราบพระกรุณาตระลาการ
ก็ยินดีด้วยเปนที่พำนักพักเจริญรักยังไม่วายหายสมาน
แต่ครั้งนี้มีธุระมาพะพานขอประทานพึ่งบุญพระคุณชู
ช่วยดับเข็ญอย่าให้หมองทั้งสองข้างบันเทาทางทุจริตที่ผิดหู
เขาร้องฟ้องกันอย่างไรก็ไม่รู้ต่อได้ดูหมายแสดงจึงแจ้งการ
ถ้าแรกรู้ฤๅจะทักช่วยหักห้ามนี่เกิดความด้วยกำลังอหังหาญ
จะชิงคมกันด้วยลมลำพองพาลไม่ตริการรอบคอบคดีดี
เมื่อคราวรักเขาสิร่วมอารมณ์ถนอมดังจะเปลี่ยนหน้าปลอมเกษมศรี
เมื่อคราวร้างฤๅมาห่างกันเต็มทีไม่พอที่จะให้ชื่อเขาฦๅพาล
จะมาหมองในคลองอุปวาทเหมือนเอาอายลงไปสาดไว้กลางศาล
กว่าจะสิ้นกลิ่นว่าก็ช้านานทั้งจะพานพวกพ้องให้หมองมัว
ถึงไม่ร้ายเขาจะส่ายชื่อชี้มิพอที่จะให้ติก็ต้องชั่ว
ถ้าแม้นใครแพลงข้างก็ขวางตัวจะชูชั่วไว้ให้ชื่อเขาฦๅชา
ข้างทรงพลเล่าก็หลานมาพานอกแสนวิตกหมื่นไวยก็หนักหนา
เสน่ห์นานด้วยเปนหลานของเมียมาข้างฝ่ายย่าเล่าก็อุปการกัน
เมื่อสองหลานจะมารานกันดังนี้หารู้ที่จะเข้าข้างใครนั่น
ก็ตามความเขาจะว่าประสากันจะเดียดฉันผิดพลั้งก็ช่างความ
แต่ว่าญาติแล้วขอฝากพระคุณด้วยพอพึ่งปรีชาช่วยที่ไถ่ถาม
พระกรุณาเปนตราชูงามจงไว้นามไว้หน้าด้วยเถิด เอย ฯ

ฯ ๒๐ คำ ฯ

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

๏ เห็นกระดาษประหลาดจิตรคิดว่าหมาย
ต่ออ่านดูรู้ว่าบทซึ่งบรรยายก็ยิ้มพรายว่ามิใช่หาไหนมา
นี่แน่เจ้าพระยามหานุภาพอย่าทำกราบทีเปนเกรงวาศนา
เราชอบกันก่อนไรก็ไปมาได้บากหน้าแล้วไม่ละธุระนาย
อนิจาข้าพึ่งแจ้งก็ใจหวาดว่าเจ้าจอมร่วมญาติทั้งสองฝ่าย
เออไฉนไม่ช่วยปิดให้มิดอายจะมาส่ายไส้รั่วให้มัวมอม
ถ้าใครพล้ำเห็นจะดำไม่พ้นภักตร์ดังหมึกสักติดกายเปนลายหย่อม
เขาจะฦๅฉาวศาลหลานเจ้าจอมจะแก้มอมกว่าจะหายก็หลายปราณ
ข้าเมตตาจึงช่วยเตือนสติให้เปนผู้ใหญ่จำพยุงผดุงหลาน
ก็ย่อมแจ้งอยู่แก่ใจในนิทานเหมือนพระผ่านกาหลังพิไชยควร
เมื่อหย้าหรันปันหยียุทธนาโกลายิ่งกว่านี้สักร้อยส่วน
พระยังดับดีไปได้ทั้งมวญเออก็ควรฤๅที่ว่าช่างใคร
เมื่อตั้งอุเบกขาฌานญาณพรหมไยมิสร้างอาศรมอยู่ป่าใหญ่
มาเปนห่วงอยู่ด้วยบ่วงประการใดจึงบ่ายภักตร์ฝักใฝ่ที่ในความ
โจทย์จำเลยข้าหามาพร้อมอยู่จะเกลี่ยดูยังไม่ควรให้ไถ่ถาม
พอแล้วจะให้แล้วไม่ลุกลามจะไว้นามไว้หน้าอยู่ดอก เอย ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

๏ นิ่งฟังกังวานประสานเสียง
ไพเราะห์เสนาะใจในจำเรียงเมียงม่อยผอยหลับแล้วลืมตา
เคลิ้ม ๆ เปนนิมิตรว่ามีงูกับตุดตู่ไต่ร้องที่ริมฝา
มาปะกันก็เข้าพันเอากายาตุ๊กแกอ้าปากร้องขึ้นสองที
งูสอดลอดทลวงเข้าล้วงไส้คว้าควักสิ่งไรไม่รู้ที่
แล้วมีชายเดินกรายถือไม้รีมาทำทีเหมือนจะตีให้เลิกกัน
แล้วไฉนไม่ห้ามคำรามอยู่ดูดูแล้วก็เบือนศีศะผัน
พอพลิกกายแจ่มหน้าขึ้นมาพลันรู้ว่าฝันนึกอนาถประหลาดใจ
อันตุ๊กแกงูเขียวเกี่ยวกระหวัดจะวิบัติความอื่นหาเปนไม่
ดีร้ายนายทรงพลกับหมื่นไวยจะแก้เกี้ยวกันไปมิใช่น้อย
ที่ชายยืนถือไม้แล้วไม่ห้ามขู่คำรามดังเอาไฟมาใส่ฝอย
จะเปนพระยามหานุภาพผู้ใจลอยมาคอยฝากบากหน้าไว้เอาที
เห็นแท้ในกระแสสุบินสิ้นจึงออกอาบวารินเกษมศรี
ทาแป้งแต่งสกนธ์ระคนดีนุ่งหยี่น่าดอกไม้แล้วไคลคลา
ออกประตูเห็นคู่โจทย์จำเลยทำเดินเฉยนั่งลงที่ตรงหน้า
จึงทักทายว่าพนายทั้งสองมาดีแล้วข้าจะว่าให้เจ้าฟัง
คำบุราณท่านว่าถ้าคบมิตรถนอมจิตรไว้ข้างวางเสียหลัง
เปนไมตรีดีกว่าจะเกลียดชังจงยั้งอย่าชุลมุนทารุณใจ
นี่แน่นายเจ้ารักกันสุดรักดังจะปลอมเปลี่ยนภักตร์พิศมัย
ข้าฟังดูก็ให้เสียวเฉลียวใจน้อยฤๅช่างรักใคร่ไม่เคืองกัน
ไม่น่าฟ้องด้วยของแต่พาเหียรให้เปนเสี้ยนเสียความเกษมสันต์
จะใคร่ขอเลิกฟ้องปรองดองกันให้คงพันธุมิตรสนิทใจ
ประหนึ่งถ้ามิลงจะคงว่าแต่อัชฌาอย่าให้เสียถึงสินไหม
ถ้าทรงพลได้ยืมของ ๆ หมื่นไวยก็คืนให้เสียให้ปรกติดี
ข้างหมื่นไวยไม่เสียของแต่หมองอื่นข้าวานคืนถอนฟ้องอย่าจู้จี้
จงรักกันเหมือนเมื่อวันที่เคยดีกระนี้เถิดฤๅกระไรทั้งสองนาย
เอนดูภักตร์รักเจ้าเราจึงห้ามมานะความมักชักให้ฉิบหาย
เจ้าทั้งสองก็ก้องปรีชาชายจงคิดระคายตรึกดูให้ดี เอย ฯ

ฯ ๒๘ คำ ฯ

จมื่นไวยวรนารถ

๏ ได้ทราบความตามคำพิพากษา
เห็นสุจริตโดยจิตรกรุณาเปนอุเบกษาพร้อมจตุพรหม
จึงกราบเรียนประนมน้อมสนองซึ่งโปรดประคองพระคุณก็ควรผม
อันความสัตย์สุจริตในอารมณ์ข้าพเจ้ากับเจ้ากรมอัศดร
ก็เปนข้าราชการสมานภักตร์ซ้ำรักชอบอัชฌามาแต่ก่อน
ใช่จะแกล้งแต่งลมนิยมกลอนมาแค่นค่อนเศกใส่เมื่อไรมี
อันความจริงสิ่งของที่กล่าวหาล้วนสัจจาสุจริตไม่ใส่สี
ไม่เล่นลำเที่ยวทำแต่พาทีให้ราคีหมางมิตรสนิทใน
ใช่จะแสร้งแต่งคำแต่พาเหียรให้เปนเสี้ยนสูญมิตรพิศมัย
รักมิตรถนอมจิตรก็สุดใจหวังมิให้หมองหมางระคางคาย
แต่ทวงถามมาด้วยความสิ่งของจะต้องการว่าอยู่ฤๅหักหาย
ก็แชเชือนเบือนบิดบรรยายเปนปีปลายแล้วยังไม่ได้จริง
ครั้นเตือน ๆ ดูเหมือนจะเยื้อนรับแล้วก็กลับกล่าวเกี่ยงเถียงทุกสิ่ง
เห็นน้อยภักตร์แกล้งชักแชประวิงกลอกกลิ้งลวงเล่นเปนอัตรา
จึงเจ็บใจจนต้องมาขึ้นศาลก็คิดความอัประมาณนักหนา
อดสูชายที่ไม่แจ้งกิจจาจะพาลพาประมาทหมิ่นว่าหมอความ
แต่จนใจด้วยแทงวัวก็มุ่งผากได้บากรักมาเริ่มกลางสนาม
เหมือนส่ายไส้ให้กาตอมตามจะไว้งามไว้ชื่อให้ฦๅชาย
ใครชั่วจะชี้ชั่วออกให้เห็นจะเอาเส้นหมึกซ้ำประจำหมาย
ให้หนำจิตรที่ไม่ออมถนอมอายจะรื้อร้ายออกให้แจ้งประจักษ์ใจ
ซึ่งพระกรุณาเจ้าตัดสินก็ทราบสิ้นในกระแสไม่สงไสย
เพราะโปรดศักดิ์รักหน้าด้วยอาไลยจะมิให้ยากยับอัประมาณ
จึงเลิกฟ้องให้ปรองดองกันคงมิตรบำรุงจิตรเจริญรักสมัคสมาน
จะปรนิบัติมิให้ขัดเคืองรำคาญขอประทานฝากชีวิตรไว้ใต้ท้าว
แต่ความว่าตกมาถึงสองศาลจนพวกพาลเล่าอื้อระบือฉาว
ครั้นนิ่งยอมเห็นจะมอมไม่หมดคาวที่ใต้ท้าวจะขอแจ้งแต่สัจจา
ซึ่งจะให้คืนของที่ข้องค้างจะให้บ้างฤๅมิให้ก็ไม่ว่า
ทั้งนี้ตามแต่มีเมตตาจะให้เคืองพระกรุณาไม่บังควร
แล้วเบือนหน้าชายตาดูจำเลยเห็นทำเฉยเชิงผิดก็คิดสรวล
จะใคร่พูดดูสักคำฟังสำนวนให้ประจักษ์ในกระบวนบุคคลพาล
ก็จะเคืองใต้เท้าพระกรุณาจะติว่าเปนคนอหังหาญ
ค่อยเสงี่ยมเจียมใจให้ควรการกราบกรานคอยสดับคดี เอย ฯ

ฯ ๓๒ คำ ฯ

หลวงทรงพล

๏ เงี่ยฟังมโหรีอยู่ที่หอ
เห็นหมื่นไวยมาที่นั่นให้ตันฅอเจ้าโจทย์ใหญ่กวนก่อเนื้อความโกง
ไฉนใจช่างไม่ดีมีแต่ปดรูปร่างก็หมดจดโอ่โถง
ช่างไม่คิดอนิจจังยังแต่โครงสักหน่อยจักเข้าโลงไปตามกัน
ดูกิริยาจะใคร่พลอดเห็นขอดคิ้วใจขี้ริ้วราวกับยักษ์มักกระสัน
เดชะบุญให้ได้คุมสักสามวันจะยั่วเย้าเอาให้หันเปนปั่นไบ
พอเห็นเจ้าคุณออกมานั่งไม่ทันราบกราบกราบด้วยใจภักดิ์รักใคร่
หมอบเยื้องชำเลืองดูพระนายไวยคอยฟังไนยที่รำพรรณทุกอันมา
ครั้นถึงข้อยืมของขอให้คืนดูหมื่นไวยเหมือนจะชื่นรื่นร่า
ถึงข้อไม่เสียของหมองวิญญาเมื่อปะตาอาการพานสเทิน
อกแดงตาคร่ำดำขอบเนตรสังเกตดูกิริยาอัชฌาเขิน
ครั้นจะแย้มยิ้มบ้างระคางเกินต้องกลั้นเมินเสงี่ยมเจียมฟัง
เห็นเสร็จความพอควรจึงทวนสนองกระผมของก็ไว้ค้างวางสันหลัง
อารมณ์เธอพานดุมุทลุดังมักฟังคำคนที่คนพาล
ครั้งนี้ไม่ถอยหลังเธอตั้งก่อดีฉันเห็นผู้ต่อก็จำสาน
ถึงคดีในหาท่าประจานก็แจ้งการตระหนักประจักษ์ใจ
ล้วนใส่สร้อยแกมก่อในข้อคิดสัปติดจะมีจริงก็หาไม่
เหมือนปืนกาเครื่องชาที่ยืมไปนี่ได้ให้เงินซื้อถึงมือนาย
ใช่แต่สองต่อสองใครไม่รู้ผู้มีชื่อแจ้งอยู่มากหลาย
ถึงม้าผ่านที่ท่านกรมวังตายบาญชีจดกฎหมายไว้หลายบาญ
อันสิ่งของทั้งนั้นนั่นใส่สร้อยดาบด้อยเปล่า ๆ มาว่าขาน
เกล้าผมมีเหลือใช้ไม่ต้องการครั้งนานสงขลาเก่าลาวพวน
เหมือนพายคิ้วคาดลวดพึ่งได้ยินหลายแผ่นดินจนกระทั่งมาตั้งสวน
นี่หากต่อใต้เท้าไม่บังควรถ้าที่อื่นจะสำรวลเล่นสักฮา
ความเกรงบารมีเปนที่ล้นให้อั้นอ้นโดยจริงทุกสิ่งว่า
ซึ่งโปรดให้คืนรักสมัคษมาจะรับใส่เกษาไว้ครั้งเดียว
อันพระคุณนี้ล้นพ้นประมาณว่าขานประนอมหน่วงเหนี่ยว
สุดจะสมสมานประสานเกลียวต่างจะคลายหายเหี่ยวเข้าคืนแล
เหมือนถ้วยโถแตกร้าวเอากาวติดถึงสนิทถ้าเขม้นก็เห็นแผล
ตามแต่ดำริห์บั่นผ่อนผันแปรโปรดแก้แต่ให้พ้นอาย เอย ฯ

ฯ ๓๐ คำ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ