ระยะทางเสด็จพระราชดำเนิรเมืองไชยนาท

วัน ๑ ค่ำ ปีวอก๑๐โทศก[๑] เวลาเช้า ๕ โมง เสด็จพระราชดำเนินจากท่าราชวรดิฐ ทรงเรือพระที่นั่งมณีเมขลา ใช้จักรไป เวลาย่ำค่ำถึงวัดประทุมทอง แขวงเมืองประทุมธานี เวลากลางคืนใช้จักรไป รุ่งขึ้นวัน ๑ ค่ำ เวลาเช้าประทับเรือพระที่นั่งมณีเมขลา ที่พลับพลาเมืองอ่างทอง เรือพระที่นั่งสยามอรสุมพล เรือนัทีเทพธิดา เรือฤทธิแรงศร ก็ทอดอยู่พร้อมกัน เวลาเช้า ๒ โมงเศศ พระยาอ่างทองแลกรมการมาเฝ้าทูลลอองฯ พร้อมกัน ณ เรือพระที่นั่งมณีเมขลา เวลาเช้า ๓ โมงเศศ เสด็จพระราชดำเนินทรงเรือพระที่นั่งเก๋งท้องมาดลายไปทรงนมัสการพระพุทธไสยาศน์ใหญ่ ณ วัดขุนอินทประมูล เวลาย่ำเที่ยงทรงวัดแดดแล้วเสด็จฯ กลับมา ณ พระที่นั่งมณีเมขลา เวลาบ่าย ๒ โมง ๒๕ นาที ออกเรือพระที่นั่งมณีเมขลาใช้จักรไป เวลาย่ำค่ำถึงบ้านสระเกษไชโย แขวงเมืองพรหมบุรี ทอดเรือพระที่นั่งมณีเมขลา อยู่จนเวลา ๔ ทุ่ม แล้วใช้จักรไป เวลา ๒ ยามเศศ ถึงเมืองพรหมบุรี ใช้จักรไปรุ่งขึ้นวัน ๑ ค่ำ เวลาเช้าถึงเมืองอินทบุรี ประทับเรือพระที่นั่งพระอินทประสาทศรผู้สำเร็จราชการ กับกรมการมาเฝ้าทูลลอองฯ แล้วพระราชทานเงิน + ผ้าปูมเขมรผืน ๑ แก่พระอินทประสาทศร เวลาเช้าโมงเศศ ใช้จักรไป เวลาเช้า ๕ โมงเศศ ประทับเรือพระที่นั่ง ณ บ้านศาลาขาว แขวงเมืองไชยนาทบุรี เวลาย่ำเที่ยงทรงวัดแดด เวลาบ่าย ๓๕ นาทีถึงจวนพระยาไชยนาทบุรี เวลาบ่าย ๕ โมง ๔๐ นาที ทอดเรือพระที่นั่ง ณ พลับพลาน่าวัดเขาธรรมามูล แขวงเมืองไชยนาทบุรี ประทับแรมอยู่ราตรีหนึ่ง เรือฤทธิแรงศรก็ทอดอยู่ด้วย รุ่งขึ้น วัน ๑ ค่ำ เวลาเช้าโมง ๑ กับ ๒๕ นาทีเสด็จขึ้นไปทรงนมัศการพระพุทธรูป ณ วิหารวัดธรรมามูล พระยาไชยนาทกับกรมการมาเฝ้าทูลลอองฯ แล้วพระราชทานผ้านุ่ง ๒ ผืน ผ้าราชวัดไหม เป็นผ้าทรงห่มผืนหนึ่ง แก่นายจีนซึ่งเป็นเจ้าอธิการเดิมวัดธรรมามูล แลได้ทรงรู้จักมาแต่ก่อน แล้วเสด็จฯ กลับประทับ ณ เรือพระที่นั่งมณีเมขลา เรือนัทีเทพธิดาก็มาถึง เวลาเช้า ๕ โมง ๑๕ นาที เสด็จฯ ขึ้นไปบนวัดธรรมามูล เวลาย่ำเที่ยงทรงวัดแดด แล้วเสด็จกลับลงเรือพระที่นั่งมณีฯ แลพระราชทานเงิน + แก่พระยาไชยนาทแลกรมการ เรือพระที่นั่งสยามอรสุมพลพอมาถึงเข้า เวลาบ่าย ๔๓ นาที ออกเรือพระที่นั่งมณีฯ ใช้จักรไปเวลาบ่าย ๒ โมงเศศ ประทับเรือพระที่นั่งมณีฯ ณ วัดพระธาตุแขวงเมืองไชยนาทบุรี เสด็จฯ ขึ้นไปนมัศการพระพุทธไสยาศนใหญ่ ยาวได้ ๑๕ วา แล้วเสด็จฯ กลับลงเรือพระที่นั่งมณีฯ แล้วพระราชทานเงินราษฎรชายหญิง ๒๔ คนๆ ละ + เวลา บ่าย ๒ โมง ๔๐ นาที ออกเรือพระที่นั่งมณีฯ ใช้จักรกลับ เวลาย่ำค่ำแล้ว ๔๒ นาที ถึงปากน้ำบางพุดทรา เวลา ๒ ยามทอดเรือพระที่นั่งมณีฯ ณ ท้องพรหมมาศ แขวงเมืองลพบุรี ประทับแรมอยู่ราตรี ๑ เรือพระที่นั่งสยามอรสุมพล เรือนัทีเทพธิดา เรือฤทธิแรงศร ก็ทอดอยู่พร้อมกัน รุ่งขึ้นวัน ๑ ค่ำเวลาเช้าโมง ๑ เสด็จฯ ลงเรือล่องบดกรรเชียงไปประภาศ ณ ท้องพรหมมาศ แล้วเสด็จฯ กลับมา ณ เรือพระที่นั่งมณีฯ พระยาผู้สำเร็จราชการกรุงเก่า พระยาสุจริตรักษาลพบุรานุรักษ[๒] ผู้สำเร็จราชการเมืองลพบุรี พระพรหมประสาทศิลป ผู้สำเร็จราชการเมืองพรหมบุรี พระอินทประสาทศร ผู้สำเร็จราชการเมืองอินทบุรี กับกรมการก็มาเฝ้าทูลลอองฯ แล้วพระราชทานผ้าปูมเขมรแก่พระยาลพบุรี แก่พระปลัด แลพระพรหมบุรี คนละผืน เวลาเช้า ๔ โมงเศศ เสด็จฯ ไปประทับพลับพลาที่วังเมืองลพบุรี ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย แลผู้สำเร็จราชการเมือง แลกรมการหัวเมืองที่ใกล้เคียงก็เฝ้าทูลลอองฯ พร้อมกัน เวลาบ่ายเสด็จทรงม้าพระที่นั่งไปประทับพลับพลาแล้วทอดพระเนตรทเลชุบศร กำหนดระยะทาง ๑๖๕ เส้น เวลาบ่าย ๕ โมงเศศ เสด็จฯ กลับมาประทับแรมอยู่ ณ เรือพระที่นั่งมณีฯ อีก ราตรี ๑ รุ่งขึ้นวัน ๑ ค่ำ เวลาเช้า ๔๐ นาที เสด็จลงเรือล่องบดกรรเชียงไปประภาศตามท้องพรหมมาศอีกเวลา ๑ แล้วเสด็จกลับมาเวลาเช้า ๒ โมงเศศ ถอยเรือพระที่นั่งมณีฯ มาประทับที่น่าวังเมืองลพบุรี แล้วเสด็จฯ ขึ้นประทับพลับพลา เวลาเช้า ๕ โมงเศศ พระราชทานเงินแก่พระยาลพบุรี + พระยาอ่างทอง + รวม + เวลาย่ำเที่ยงทรงวัดแดด แล้วเสด็จฯ ลงเรือพระที่นั่งมณีฯ เวลาบ่าย ๒๕ นาที ออกเรือพระที่นั่งมณีฯ ใช้จักรมา พร้อมด้วยเรือพระที่นั่งสยามฯ เรือวรเทศกิจการ เรือชลธารมารคมุข เรือนัทีเทพธิดา เรือฤทธิแรงศร แลเรือข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย บรรดาที่ขึ้นไปรับเสด็จฯ ณ เมืองลพบุรีเป็นอันมาก ก็นำตามเสด็จฯ มาเป็นกระบวน เวลาย่ำค่ำถึงบางนางร้า แขวงกรุงเก่า เวลาย่ำค่ำแล้ว ๔๕ นาที ถึงวังจันทเกษม เวลา ๗ ทุ่ม ๑๐ นาที ถึงท่าราชวรดิฐ ประทับเรือพระที่นั่งมณีเมขลา เสด็จพระราชดำเนินขึ้นพระราชวัง

(คัดจากสมุดไทย เรื่องจดหมายเหตุ รัชกาลที่ ๔ เลขที่ ๕ ข้อ ๑)



[๑] จ.ศ. ๑๒๒๒ พ.ศ. ๒๔๐๓

[๒] พระยาสุจริตรักษา (จั่น บรรพบุรุษ สุจริตจันทร์)

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ