นิราศนรินทร์

ร่าย

๏ ศรีสิทธิ์พิศาลภพ เลอหล้าลบล่มสวรรค์ จรรโลงโลกกว่ากว้าง แผนแผ่นผ้าง[๑]เมืองเมรุ ศรีอยุธเยนทร์แย้มฟ้า แจกแสงจ้าเจิดจันทร์ เพียงรพิพรรณผ่องด้าว ขุนหาญห้าวแหนบาท สระทุกข์ราษฎร์รอนเสี้ยน ส่ายเศิกเหลี้ยน[๒]ล่งหล้า ราญราบหน้าเภริน เข็ญข่าวยินยอบตัว ควบค้อมหัวไหว้ละล้าว ทุกไทน้าวมาลย์น้อม ขอออกอ้อมมาอ่อน ผ่อนแผ่นดินให้ผาย ขยายแผ่นฟ้าให้แผ้ว เลี้ยงทแกล้วให้กล้า พระยศไท้เทิดฟ้า เฟื่องฟุ้งทศธรรม ท่านแฮ

๏ อยุธยายศล่มแล้ว ลอยสวรรค์ ลงฤๅ
สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร เจิดหล้า
บุญเพรงพระหากสรรค์ ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ
บังอบายเบิกฟ้า ฝึกฟื้นใจเมือง ฯ

๏ เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น พันแสง
รินรสพระธรรมแสดง ค่ำเช้า
เจดีย์ระดะแซง เสียดยอด
ยลยิ่งแสงแก้วเก้า แก่นหล้าหลากสวรรค์ ฯ

๏ โบสถ์ระเบียงมรฑปพื้น ไพหาร
ธรรมาสน์ศาลาลาน พระแผ้ว
หอไตรระฆังขาน ภายค่ำ
ไขประทีปโคมแก้ว ก่ำฟ้าเฟือนจันทร์ ฯ

๏ เสร็จสารพระยศซ้อง สรรเสริญ
ไป่แจ่มใจจำเริญ รํ่าอ้าง
ตราตรอมตระโมจเหิน หวนสวาท
อกวะหวิวหวั่นร้าง รีบร้อนการณรงค์ ฯ

๏ แถลงปางบำราศห้อง โหยครวญ
เสนาะเสน่ห์กำสรวล สั่งแก้ว
โอบองค์ผอูนอวล ออกโอษฐ์ อรเอย
ยามหนึ่งฤๅแคล้วแคล้ว คลาดคล้ายขวบปี ฯ

๏ รอยบุญเราร่วมพ้อง พบกัน
บาปแบ่งสองทำทัน เท่าสร้าง
เพรงพรากสัตว์จำผัน พลัดคู่ เขาฤๅ
บุญร่วมบาปจำร้าง นุชร้างเรียมไกล ฯ 

๏ จำใจจากแม่เปลื้อง ปลิดอก อรเอย
เยียวว่าแดเดียวยก แยกได้
สองซีกแล่งทรวงตก แตกภาค ออกแม่
ภาคพี่ไปหนี่งไว้ แนบเนื้อนวลถนอม ฯ

๏ โอ้ศรีเสาวลักษณ์ลํ้า แลโลม โลกเอย
แม้ว่ามีกิ่งโพยม ยื่นหล้า
แขวนขวัญนุชชูโฉม แมกเมฆ ไว้แม่
กีดบ่มีกิ่งฟ้า ฝากน้องนางเดียว ฯ

๏ โฉมควรจักฝากฟ้า ฤๅดิน ดีฤๅ
เกรงเทพไท้ธรณินทร์ ลอบกลํ้า
ฝากลมเลื่อนโฉมบิน บนเล่า นะแม่
ลมจะชายชักชํ้า ชอกเนื้อเรียมสงวน ฯ

๑๐

๏ ฝากอุมาสมรแม่แล้ ลักษมี เล่านา
ทราบสยมภูวจักรี[๓] เกลือกใกล้
เรียมคิดจบจนตรี โลกล่วง แล้วแม่
โฉมฝากใจแม่ได้ ยิ่งด้วยใครครอง ฯ

๑๑

๏ บรรจถรณ์หมอนม่านมุ้ง เตียงสมร
เตียงช่วยเตือนนุชนอน แท่นน้อง
ฉุกโฉมแม่จักจร จากม่าน มาแฮ
ม่านอย่าเบิกบังห้อง หับให้คอยหน ฯ

๑๒

๏ สงสารเป็นห่วงให้ แหนขวัญ แม่ฮา
ขวัญแม่สมบูรณ์จันทร์ แจ่มหน้า
เกศีนี่นิลพรร โณภาส[๔]
งามเงื่อนหางยูงฟ้า ฝากเจ้าจงดี ฯ

๑๓

๏ เรียมจากจักเนิ่นน้อง จงเนา นะแม่
ศรีสวัสดิ์เทอญเยาว์ อย่าอ้อน
อำนาจสัตย์สองเรา คืนร่วม กันแม่
การณรงค์ราชร้อน[๕] เร่งแล้วเรียมลา ฯ

๑๔

๏ ลงเรือเรือเคลื่อนคว้าง ขวัญลิ่ว แลแม่
ทรุดนั่งถอนใจปลิว อกว้า
เหลียวหลังพี่หวาดหวิว ใจวาก
แลสั่งสบหน้าหน้า แม่หน้า[๖] เอ็นดู ฯ

๑๕

๏ ออกจากคลองขุดข้าม ครรไล
เรือวิ่งอกว้าใจ หวาดขวํ้า[๗]
เด็ดแดดั่งเด็ดใย บัวเบ่ง มาแม่
จากแต่อกใจปลํ้า เปลี่ยนไว้ในนาง ฯ

๑๖

๏ บรรลุอาวาสแจ้ง เจ็บกาม
แจ้งจากจงอาราม พระรู้
เวรานุเวรตาม ตัดสวาท แลฤๅ
วานวัดแจ้งใจชู้ จากช้าสงวนโฉม ฯ

๑๗

๏ มาคลองบางกอกกลุ้ม กลางใจ
ฤๅบ่กอกหนองใน อกช้ำ
แสนโรคเท่าไรไร กอกรั่ว ราแม่
เจ็บรักแรมรสกลํ้า กอกร้อยฤๅคลาย ฯ

๑๘

๏ ชาวแพแผ่แง่ค้า ขายของ
แพรพัสตราตาดทอง เทศย้อม
ระลึกสีสไบกรอง เครือมาศ แม่เฮย
ซัดสอดสองสีห้อม ห่อหุ้มบัวบัง ฯ

๑๙

๏ วัดหงส์เหมราชร้าง รังถวาย นามแฮ
เรียมนิราเรือนสาย สวาทสร้อย
หงส์ทรงสี่พักตร์ผาย พรหมโลก แลฤๅ
จะสั่งสารนุชคล้อย คลาดท้าวไป่ทัน ฯ

๒๐

๏ สังข์กระจายพี่จากเจ้า จอมอนงค์
สังข์พระสี่กรทรง จักรแก้ว
สรวมทิพย์สุธาสรง สายสวาท พี่เอย
สังข์สระสมรจงแผ้ว ผ่อนถ้า[๘] เรียมถึง ฯ

๒๑

๏ จากมามาลิ่วลํ้า ลำบาง
บางยี่เรือราพลาง พี่พร้อง
เรือแผงช่วยพานาง เมียร[๙]ม่าน มานา
บางบ่รับคำคล้อง คล่าวนํ้าตาคลอ ฯ

๒๒

๏ มาด่านด่านบ่ร้อง เรียกพัก พลเลย
ตาหลิ่งตาเหลวปัก ปิดไว้
ตาเรียมหลั่งชลตัก ตวงย่าน
ไฟด่านดับแดไหม้ มอดม้วยฤๅมี ฯ

๒๓

๏ นางนองชลน่านไล้ ลบบาง
ไหลเล่ห์ชลลบปราง แม่คลํ้า
แสนโศกสั่งสารปาง จากพี่ ปลอบแม่
นาสิกเรียมซับนํ้า เนตรหน้านางนอง ฯ

๒๔

๏ บางขุนเทียนถิ่นบ้าน นามมี
เทียนว่าเทียนแสงสี สว่างเหย้า
เย็นยามพระสุริยลี ลาโลก ลงแม่
เทียนแม่จุดจักเข้า สู่ห้องหาใคร ฯ

๒๕

๏ ปานนี้มาโนชญ์น้อย นงพาล พี่เอย
เก็บเกศฤๅกรองมาลย์ มาศห้อย
ปรุงจันทน์จอกทองธาร ประทิ่น ทาฤๅ
นอนนั่งถามแถลงถ้อย ทุกข์พร้องความใคร ฯ

๒๖

๏ คิดไปใจป่วนปิ้ม จักคืน
ใจหนึ่งเกรงราชขืน ข่มคร้าม
ใจหนึ่งป่วนปานปืน ปัดปวด ทรวงนา
ใจเจ็บฝืนใจห้าม ห่อนเจ้าเห็นใจ ฯ

๒๗

๏ มิตรใจเรียมจอดเจ้า จักคิด ถึงฤๅ
จากแม่เจ็บเสมอจิต พี่บ้าง
ฤๅลืมมลายปลิด แปลนสวาท
จำพี่โหยไห้ช้าง ค่ำเช้าชำงาย ฯ

๒๘

๏ ไปศึกสุดมุ่งม้วย หมายเป็น ตายเลย
สูญชีพไหนนุชเห็น หากลี้
อรเอยลับหลังเอ็น ดูนัก นะแม่
โอ้โอะไกลกันกี้ เมื่อไซ้จักสม ฯ

๒๙

๏ เรือมามาแกล่ใกล้ บางบอน
ถนัดหนึ่งบอนเสียดซอน ซ่านไส้
จากมาพี่คายสมร เสมอชีพ เรียมเอย
แรมรสกามาไหม้ ตากต้องทรวงคาย ฯ

๓๐

๏ บางกกกลกล่อมแก้ว กับแด
กรตระกองนุชแปร ปรับเนื้อ
ลานโลมวิไลแถง ชระมุ่น อกเอย
จำนิรารสเกื้อ กกแก้วกับทรวง ฯ

๓๑

๏ หัวกระบือกบิล[๑๐] ราชร้า รณรงค์ แลฤา
ตัดกบาลกระบือดง เด็ดหวิ้น[๑๑]
สืบเศียรทรพีคง คำเล่า แลแม่
เสมอพี่เด็ดสมรดิ้น ขาดด้วยคมเวร ฯ

๓๒

๏ โคกขามดอนโคกคล้าย สัณฐาน
ขามรุ่นริมธารสนาน สนุกนี้
พูนเพียงโคกฟ้าลาน แลโลก ลิ่วแม่
ถนัดหนึ่งโคกขามชี้ ช่อง[๑๒]ให้เรียมเห็น ฯ

๓๓

๏ มาคลองโคกเต่าตั้ง ใจฉงาย
ตัวเต่าฤๅมีหมาย โคกอ้าง
เจ็บอกพี่อวนอาย ออกปาก ได้ฤๅ
คืนคิดโคกขวัญร้าง อยู่เร้นแรมเกษม ฯ

๓๔

๏ มหาชัยชัยฤกษ์น้อง นาฏลง โรงฤๅ
รับร่วมพุทธมนต์สงฆ์ เสกซ้อม
เสียดเศียรแม่ทัดมง คลคู่ เรียมเอย
ชเยศชุมญาติห้อม มอบให้สองสม ฯ

๓๕

๏ ท่าจีนจีนจอดถ้า[๑๓] คอยถาม ใดฤๅ
จีนช่วยจำใจความ ข่าวร้อน
เยียวมิ่งแม่มาตาม เตือนเร่ง ราแม่
จงนุชรีบเรียมข้อน เคร่าถ้า[๑๔] จีนคอย ฯ

๓๖

๏ บ้านบ่อนํ้าบกแห้ง ไป่เห็น
บ่อเนตรคงขังเป็น เลือดไล้
อ้าโฉมแม่แบบเบญ จลักษณ์ เรียมเอย
มาซับอัสสุชลให้ พี่แล้วจักลา ฯ

๓๗

๏ นาขวางใครแขวะรุ้ง เป็นทาง
ปองบ่อไป่ปองนาง ป่วยไซร้
นามขวางไขว่หนามขวาง ในอก อีกแม่
ใครบ่งฤๅเบาได้ เท่าน้องนางถอน ฯ

๓๘

๏ สามสิบสองคดคุ้ง เวียนวง
คิดว่าคืนหลังหลง ทุกเลี้ยว
บังเฉนียนไฉนบง พักตร์แม่ เห็นฤๅ
แลตะลึงลืมเคี้ยว ขบค้างคำสลา ฯ

๓๙

๏ มาคลองย่านซื่อซ้ำ พิศวง
ซื่อตลอดย่านเดียวตรง รวดริ้ว
ใจคิดคู่ครองคง รักแม่ นะแม่
ไป่ตลอดเลยพลิ้ว พลัดน้องมาไกล ฯ

๔๐

๏ เห็นจากจากแจกก้าน แกมระกำ
ถนัดระกำกรรมจำ จากช้า
บาปใดที่โททำ แทนเท่า ราแม่
จากแต่คาบนี้หน้า พี่น้องคงถนอม ฯ

๔๑

๏ เรียมจากฤๅจับข้าว เต็มคำ หนึ่งเลย
รินซึ่งชลจานจำ เนื่องแค้น
หยิบกับกระยากำ คิดแม่ คอยแม่
เหียนฤหายหอบแหน้น[๑๕] อกค้างคายคืน ฯ

๔๒

๏ ปรานีนุชอยู่เหย้า เยียบเย็น
เย็นแม่เยี่ยมจักเห็น แต่ห้อง
ครวญหาพี่ใครเป็น สองปลอบ แม่เลย
สไบพี่เปลี่ยนจักป้อง ปิดหน้านางโหย ฯ

๔๓

๏ แลไถงถงาดเลี้ยว ลับแสง
สอดซึ่งตาเรียมแสวง ทั่วพื้น
จวบจันทร์แจ่มโลกแปลง มาเปลี่ยน
หวนว่ามุขแม่ฟื้น เยี่ยมฟ้าหาเรียม ฯ

๔๔

๏ ชมแขแขคิดใช่หน้า นวลนาง
เดือนดำหนิวงกลาง ต่ายแต้ม
พิมพ์พักตร์แม่เพ็ญปราง จักเปรียบ ใดเลย
ขำกว่าแขไขแย้ม ยิ่งยิ้มอัปสร ฯ

๔๕

๏ วิเวกดุเหว่าก้อง ดงดึก แล้วแฮ
กระส่าวเสียงนกนึก นุชพร้อง
พลิกปลอบเปล่าใจทึก ถามแม่ ไหนแม่
ปลุกพี่ฤๅเรียมร้อง เรียกเจ้าไป่ขาน ฯ

๔๖

๏ โอ้ดวงดาเรศด้อย เดือนดับ
ดับดั่งดวงอัจกลับ พู่พร้อย
ชวาลาจะลาลับ นุชพี่ แพงเอย
หลับฤตื่นตรอมละห้อย อยู่ห้องหนหลัง ฯ

๔๗

๏ เรือมารุ่งบ่รู้ คืนวัน
ตื่นแต่ตาใจฝัน คลับคล้าย
แปดยามย่ำแดยัน แทนทุ่ม โมงแม่
นอนนั่งลุกยืนย้าย ยิ่งร้อนเรียมวี ฯ

๔๘

๏ แม่กลองกลองบ่ได้ ยินดัง
รัวแต่กรประนัง หนึ่งค้อน
ทรวงพี่แผ่เพียงหนัง ขึงขอบ กลองเอย
กลองบ่ข้อนเรียมข้อน อกแค้นคะนึงโฉม ฯ

๔๙

๏ ออกจากปากนํ้าน่าน นองพราย
อรรณพพิศาลสาย ควั่งคว้าง
จากนางยิ่งตนตาย ทีหนึ่ง นะแม่
เทียรจักทอดตัวขว้าง ชีพไว้กลางวน ฯ

๕๐

๏ สรวลเสียงพระสมุทรครื้น ครวญคะนอง
คลื่นก็คลี่คลายฟอง เฟื่องฟื้น
ดาลทรวงป่วงกามกอง กลอยสมุทร แม่ฮา
ออกโอษฐ์ออกโอยสะอื้น อ่าวอื้ออลเวง ฯ

๕๑

๏ เรียมวอนเทวะแม่แม้น เมขลา
แบวิเชียรเชิญรา เร่งเจ้า
นางสมุทรเรียกมามา เทอญแม่ มาแม่
ทันที่เรือเรียมเต้า คลื่นเต้นตากทรวง ฯ

๕๒

๏ บ้านแหลมเรือพี่เลี้ยว คลองจร
ระลึกคมแหลมศร เนตรน้อง
เสียวทรวงพี่โอยอร อกแตก ตายแม่
สุดสอดสายเนตรต้อง แม่ตั้งตาคอย ฯ

๕๓

๏ เห็นตะบูนรอยบั่นต้น ตัดรอน
ยังแต่ตอตะบูนทอน กิ่งกลิ้ง
เจียมใจพี่ขาดจร จากสวาท มาแม่
ทอนท่อนไมตรีทิ้ง ทอดไว้วังเวง ฯ

๕๔

๏ ดูใดไป่เท่าด้วย ดวงพักตร์ แม่เลย
โฉมแม่ชื่นใจจัก หล่อหล้ม[๑๖]
มาเดียวพี่ดักดัก ใจจอด แม่แม่
เรือแล่นผายผันก้ม พักตร์ไห้หาศรี ฯ

๕๕

๏ ถับถึงคุ้งคดอ้อย โอชหวาน วายแม่
อ้อยแม่เจียนผจงจาน จอกแก้ว
ของเคียงซ่อมสอดพาน รองร่วม เจ้าฤๅ
รสยิ่งอำมฤตแล้ว ระลึกลิ้นหวานเอง ฯ

๕๖

๏ พิศพานจานแจ่มเจ้า เบญจรงค์ รัตน์เอย
โหยบ่เห็นอนงค์ นั่งน้อม
นพนิตแน่งนางผจง จัดมอบ มาฤๅ
จากรักจากรสพร้อม ไพร่ใช้ชายเคียง ฯ

๕๗

๏ อยู่เรือนจักเพื่อนพร้อง ความใคร
รสรักแรมกะได ดอกดั้ว
เรียมหมองแม่พาใจ คลายเทวษ
หมองสมรนุชเรียมกลั้ว กล่อมเจ้าเอาใจ ฯ

๕๘

๏ บำราศรสหื่นห้า แหหาย
โหยคระหนรนกาย ก่ำไหม้
รัวรัวราคราวพาย เรือเร่ง แรงแม่
ทันถี่ทุกเล่มไหล้[๑๗] หล่อเต้นตามเผยอ ฯ

๕๙

๏ ถึงเพชรบุเรศเข้า ขุนพล
กรีทัพ[๑๘]ยกโดยสถล มารคเต้า
ธงทองทัดลมบน โบกเรียก พลแม่
เรียมเรียกรสรักเร้า เร่งน้องในทรวง ฯ

๖๐

๏ ออกทัพเอาฤกษ์เร้า ปืนไฟ
ปืนประกายกมไก จี่จิ้ม
เพลิงราคพลุ่งกลางใจ เจียวเจ็บ อกเอย
ทรวงพี่บรรทุกปิ้ม ปวดด้วยปืนกาม ฯ

๖๑

๏ ทุกตรอกเรียมตรวจหน้า ขาดนาง เดียวแม่
จบจรลาดแลทาง ทั่วด้าว
จวบหญิงจ่ายของกลาง ถนนเกลื่อน
เทียมธุลีทาสท้าว[๑๙] อรข้างเดียวเดิน ฯ

๖๒

๏ ถึงชรอํ่าชรอุ่ม[๒๐]ห้อง เวหา หนเอย
คิดอรแมกเมฆมา กลัดไว้
ฤๅเขาชรอ่ำ๒อา ดูรเทวษ
เป็นชรอุ่มฟ้าไข้ ข่าวน้องนางตรอม ฯ

๖๓

๏ สุริยาวิโยคฟ้า ฝนเชย
บุปผชาติรำเพยเผย กลิ่นใกล้
เผยอหอมเลื่อนสมรเหย หาพี่ ฤๅแม่
ถามพฤกษ์พรางเพราะไม้ ปากลิ้นไป่มี ฯ

๖๔

๏ ทัพใต้ทัพตั้งป่า เป็นเรือน
จากนุชมานอนเดือน ต่างไต้
ตรอมตายแต่จักเยือน กันยาก แลแม่
เรือนฤเห็นเห็นไม้ ป่าไม้เป็นเรือน ฯ[๒๑]

๖๕

๏ ราตรีตรวจค่ายฆ้อง ขามขาม ใจเอย
เกราะกระพือเพลิงยาม รุ่งเร้า
กระเวนกระวนกาม กวนอก พี่นา
รันระรมแดเข้า คู่ฆ้องกระแตตี ฯ

๖๖

๏ เคยนิทรอรนุ่มเนื้อ แนบเรียม
เดาะกะไดไดเลียม ลอดเคล้น
นาสาสูบรสเทียม ปรางมาศ
สองสนุกล้วนเหล้น[๒๒] เล่ห์นั้นฤๅลืม ฯ

๖๗

๏ เคยโอษฐ์แอบโอษฐ์อ้อน เอาใจ
คำอ่อนวอนอาลัย ล่อเคล้า
นับเดือนเลื่อนปีไป ไกลมิ่ง นะแม่
เยียวอยู่หนหลังเศร้า สวาทแล้วใครโลม ฯ

๖๘

๏ ออกทัพถะถั่นเข้า ไพรเขียว
ละแม่เดียวมาเดียว ด่วนร้าง
สายตาต่อเต็มเกลียว มากล่อม ไกลแม่
เวระใดเราสร้าง ซัดให้ทันเห็น ฯ

๖๙

๏ ห้วยขมิ้นคิดขะมิ่น[๒๓]เจ้า เคยผจง
กวดสกนธ์สีสรง โสรจน้อง
เรียมจากจักโศกทรง เสาวภาคย์ เผือดฤๅ
ขมิ้นจะวายวันต้อง แต่งเนื้อนางสนาน ฯ

๗๐

๏ อ่าผิวการะเกดเกลี้ยง เกลานวล แน่งเอย
เรียมกะไดเชยชวน ชิดเคล้า
อ้าอรกลิ่นเกศหวน หอมหื่น กูเฮย
คิดภิรมย์รสเกล้า กลิ่นกลั้วไกลฉม ฯ

๗๑

๏ ยกมามาท่าข้าม แขวงปราณ
ปราณประหลาดลมฆาน พี่ข้อง
แลว่านุชทรมาน หมองสิ่ง ใดแม่
ทุกข์โรคหรือจักร้อง ร่ำไห้หาเรียม ฯ

๗๒

๏ ถึงสามร้อยยอดเงื้อม งำทะเล
ทะเลจะหลากลมเห หาดขวํ้า
สามร้อยคิรีเท ทับอก เล่าฤๅ
ใจจะปลํ้าสุดปลํ้า เสน่ห์น้องหนักทรวง ฯ

๗๓

๏ โคแดงนามท่งด้าว โคดง ใดฤๅ
โคอาสน์อิศวรองค์ อยู่เกล้า
พระมาดอาจจักปลง ปลิวเทวษ ราพ่อ
สองจากพระเป็นเจ้า ช่วยให้คืนสม ฯ

๗๔

๏ แลระบัดลาดท่งท้อง ทิวพฤกษ์
มลักเห็นหมู่มฤค ครุ่นคร้าม
หวังหาคู่แนบนึก นุชนาฏ เรียมเอย
คิดเมื่อมาสมรห้าม พี่ห้ามหวงโฉม ฯ

๗๕

๏ นางทรายจามเรศรู้ รักขน
คือนุชสงวนงามตน แต่น้อย
ตายองตอบตายล ยวนเนตร นางเอย
โฉมแม่บาดตาย้อย อยู่พู้นฉันใด ฯ

๗๖

๏ ขุนพาฬพยัคฆ์เคล้า พยัคฆี
สารสู่สาวคชลี แหล่งเหล้น[๒๔]
ปวงสัตว์เพรียกไพรศรี สังวาส
สังเวชสมรมาเว้น พี่เว้นวายชม ฯ

๗๗

๏ เนื้อเบื้อนาเนกลํ้า[๒๕] หลายพรรณ
ล่าแหล่งลืมเกลียงวัน แวะเว้น
ไพรพฤกษ์เงียบเซียบศัลย์ โศกแม่
แสนสัตว์ซบเซาเร้น ช่วยร้อนเรียมตรอม ฯ

๗๘

๏ ลมลงโลมลาดไม้ กฤษณา
โบกบอกนาสาหา กลิ่นต้อง
รอยอรรํ่าพัสตรา ตากตรอก[๒๖] ลมฤๅ
พากลิ่นกลอยมาข้อง ค่าไม้หอมเหมือน ฯ

๗๙

๏ หวนหอมการะเกดเกลี้ยง เกล้าผม เจ้าฤๅ
อินทนิลคือแข่งคม เนตรแต้ม
นมนางอับอายนม นุชนาฏ พี่เอย
ปรางเปล่งเปรียบกึ่งแก้ม อ่อนช้ำคราวชม ฯ

๘๐

๏ จำปาจำเปรียบเนื้อ นางสวรรค์ กูเอย
ศรีสุมาลัยพรรณ พิศแพ้
ช้องนางคลี่ระส่ายสรร สลายเซ่น[๒๗]
คือนุชสนานกายแก้ เกศแก้วกันไร ฯ

๘๑

๏ สาวหยุดหยุดย่างช้า หวังชัก ชวนแม่
รักใช่รักแรมรัก สุดรู้
นางแย้มจะยลพักตร์ ฤๅพบ พานเลย
ซ่อนกลิ่นกลอยซ่อนชู้ ชื่อชํ้าใจถวิล ฯ

๘๒

๏ ขานางนง[๒๘]ภาคแพ้ พิมพ์เพลา นุชนา
กลกล่อมสองปลีเยาว์ ยาตรเยื้อง
เล็บนางเล็บนุชเบา บอกคึ่ง[๒๙] พี่ฤๅ
หลงปัดเล็บนางเปลื้อง ปลาบเนื้อเรียมขนาง ฯ

๘๓

๏ พะยอมคิดเยาวแม่แย้ม ยินดี
สีเสียดคือทรวงสี เสียดซ้อน
ชิงชันเฉกในที เชิงเกี่ยว กายแม่
หว้าดั่งวอนนางค้อน เคียดแกล้งเป็นกล ฯ

๘๔

๏ นกแก้วจับกิ่งแก้ว กอดคอน
กลพี่กอดแก้วนอน แนบเนื้อ
นางกวักนกกวักจร จับกวัก ไกวแม่
หลงว่ากรนุชเกื้อ กวักให้เรียมตาม ฯ

๘๕

๏ นางนวลจับแมกไม้ นางนวล
นวลนุชแนบเรียมควร คู่แคล้ว
เบญจวรรณจับวัลย์พวน พันโอบ ไม้แม่
แลว่าวัลย์กรแก้ว กอดอ้อมเอววัลย์ ฯ

๘๖

๏ โนรีสีชาดย้อม ระยับแดง
นกขมิ่น[๓๐]ชมพูแสง แสดผ้า
ปนแปลกนึกนางแปลง สไบเปลี่ยน
เย็นห่มแสดสีฟ้า ฝ่ายเช้าเคยชม ฯ

๘๗

๏ แขกเต้าตามคู่เต้า แขกสมร มาฤๅ
ถามข่าวนุชแหนงจร จับไม้
สัตวาสุวาวอน วานหน่อย นกเอย
บอกสมรเรียมไห้ให้ ข่าวน้องมาแถลง ฯ

๘๘

๏ เสนาะเสียงสุโนกร้อง ระงมวัน
สาลิกามาปัน เหยื่อป้อน
นางนกกระสรวลสันต์ สมเสพ
คือนุชแนบโอษฐ์อ้อน แอบให้เรียมโลม ฯ

๘๙

๏ เรียมเมิลโมเรศเคล้า โมรี
นางมยุร[๓๑]ยวนยี ยั่วเย้า
เฉกโฉมแม่มังสี เสาวภาคย์ กูเอย
แลนกลอบนึกเจ้า พี่ดิ้นโดยยูง ฯ

๙๐

๏ ยกมาออกอ่าวนํ้า นามนาง รมนา
นางบ่เห็นเห็นบาง เปล่าเศร้า
ฉมนางชไมปราง สมรมิ่ง กูเอย
ดินหื่นหอมฟ้าเร้า รื่นร้างอภิรมย์ ฯ

๙๑

๏ นางรมรมเยศร้าง รมยา
กลพี่จากเจียนกา เมศม้วย
ฤๅหากแม่มายา พิโยคหยอก เรียมฤๅ
มาแม่สำราญด้วย พี่น้อยนางรม ฯ

๙๒

๏ บางสะพานสะพาดพื้น สะพานทอง
ฤๅสะพานสุวรรณรอง รับเจ้า
อ้าโฉมแม่มาฉลอง พิมพ์มาศ นี้ฤๅ
รอยร่อนเหนือบ่าเบ้า แบบเนื้อนพคุณ ฯ

๙๓

๏ บางสะพานสะพาดพื้น ทองปาง ก่อนแฮ
รอยชะแลงชระลุราง ร่อนกลุ้ม
ระลึกโฉมแม่แบบบาง บัวมาศ กูเอย
ควรแผ่แผ่นทองหุ้ม ห่อไว้หวังสงวน ฯ

๙๔

๏ เห็นขามสาวบ่าวต้น เคียงกัน
สาวบ่าวปลูกสำคัญ คู่สร้าง
เสมอเรียมร่วมรักขวัญ เมืองมิ่ง แม่ฤๅ
สองประสิทธิ์สัตย์อ้าง ปลูกไว้กลางใจ ฯ

๙๕

๏ ยกมามาอกไหม้ ทรมาน
ถึงที่นามละหาน อู่แห้ง
นุชเอยจักหาธาร ทาอก พี่แม่
อู่ก็แล้งชลแล้ง อกแล้งลืมงาย ฯ

๙๖

๏ หมอนเจ้าเขาเทพไท้ สถิตสิง
คิดคู่เขนยอรอิง ร่วมร้าง
เขนยทองทอดกายพิง พูนเทวษ ฤๅแม่
นอนจะแนบเขนยข้าง คู่เนื้อเรียมถนอม ฯ

๙๗

๏ ลองไนจักจั่นแจ้ว ใจรัว รัวแม่
ชะนีร่ำโหยหาผัว ผ่าวไส้
ดวงเดียวเด็ดแต่ตัว ตกป่า ชัฏแม่
จากสมรพี่มาไห้ แห่งห้องชะนีโหย ฯ

๙๘

๏ รอยกรรมมาแบ่งแก้ว กับสกนธ์ กูเอย
ขวัญอยู่อยุธยาตน ต่างร้าง
โอ้ดวงทิพยสุมณ ฑามาศ แม่เอย
บุญที่สมสองสร้าง จักสิ้นฤๅยัง ฯ

๙๙

๏ ควิวควิวอกควากคว้าง ลมลอย แลแม่
ถอยแต่ใจจากถอย ทัพช้า
ทศทิศทอดตาคอย ขวัญเนตร พี่เอย
เอาสไบนุชต่างหน้า แนบเนื้อแทนนาง ฯ

๑๐๐

๏ พระลบสุริยเลี้ยว ไศลลา โลกเอย
ทุกทิศชระมัวมา มืดแล้ว
เนตรหนึ่งว่ายนภา เพียงเมฆ
เนตรหนึ่งตรวจไตรแผ้ว แผ่นหล้าหาสมร ฯ

๑๐๑

๏ โพสลับโพเทพไท้ เทพา พ่อฤา
เอาพระโฆษผยองยา สวาทชู้
อาราธน์พระเอยอา รักษ์เร่ง ราพ่อ
เชิญช่วยพาสมรู้ รสน้องแรมนาน ฯ

๑๐๒

๏ ลับยักษ์ลับเยาวให้ เรียมหา แม่แฮ
ฤๅอสุรพาลพา แวะเว้น
ลับหลังพี่ลับตา แสนโยชน์
รำลึกลับนุชเร้น ร่วมรู้ในใจ ฯ

๑๐๓

๏ ยกมาเมืองแม่นํ้า ใจหมอง
เมืองก็ศูนย์กลสอง สวาทว้าง
ขวัญเมืองอยู่เมืองครอง ใจเคร่า พี่ฤๅ
ฤๅพี่จากมาค้าง ขวบแล้วนางลืม ฯ

๑๐๔

๏ อู่สะเภาพาณิชใช้ ใบคลา
ทุกข์พี่พ้นเภตรา เลื่อนโล้
จากสมรแม่เสมอมา กลางสมุทร
แลบ่เห็นตระหลิ่ง[๓๒] โอ้ อกคว้างกลางชล ฯ

๑๐๕

๏ หนองบัวบงกชช้อย ชูชวน ชื่นเอย
บัวดั่งบัวนุชอวล อ่อนนํ้า
กระบอกทิพย์ผกากวน กาเมศ กูเอย
ภุมเรศแรมรสกลํ้า กลีบฟ้ายาไฉน ฯ

๑๐๖

๏ ศิขรศิขเรศเงื้อม งามเงา
แลเล่ห์ฉากเขียนเขา คั่นห้อง
พ่างเพียงแผ่นผาเฉลา ฉลักลวด ลายแฮ
กลหนึ่งเตียงนอนน้อง ม่านกั้นกำบัง ฯ

๑๐๗

๏ ผาเผยพุพ่างนํ้า ฝอยฝน
คือสุหร่ายโรยชล ช่วยร้อน
สาครร่วมสรงสกนธ์ ไกลพี่ แล้วแม่
อ้าแม่เอยจักอ้อน อาบนํ้าตาแทน ฯ

๑๐๘

๏ เคยปรุงประทิ่นแป้ง ปนละออง อบเอย
สรงสว่างใจสอง ครุ่นครั้ง
จอกจันทน์จากจรุงหมอง ราแม่
พานใส่เสาวคนธ์ตั้ง แต่งให้ใครทา ฯ

๑๐๙

๏ คันฉายคันฉ่องน้อย เสนียดนาง พี่เอย
จากจะลืมเสยสาง สระเผ้า
โศกเสียสิ่งสำอาง อายโอ่ ฤๅแม่
พักตร์จะผัดผจงเกล้า เยี่ยมแย้มแกลคอย ฯ

๑๑๐

๏ หลัดหลัดพลัดพรากแก้ว กานดา พี่เอย
ลิ่วแต่ตัวเรียมมา ตกไร้
ขวัญแขวนอยู่ขวัญตา ทุกเมื่อ
เรียมรํ่าไข้ฟ้าไข้ แผ่นพร้องรำพัน ฯ

๑๑๑

๏ ลงลุแก่งตุ่มตั้ง โศกา
แสนตุ่มตวงชลนา พี่พ้น
กลืนโศกสุดอกอา ดูรเทวษ วายเลย
ซับแต่สายเนตรล้น ลูบร้อนฤๅเย็น ฯ

๑๑๒

๏ คุลาตีอกไห้ หาใคร
นามจึ่งปรากฏใน แก่งนี้
เจ็บจากพี่เจ็บใจ เจ็บยิ่ง เจ็บฤๅ
เจ็บบ่ปานกูลี้ ลาด[๓๓]ข้อนทรวงครวญ ฯ

๑๑๓

๏ สงสัยด้วยแก่งแก้ว สงสาร
จากสิ่งใดใดราญ ร่นร้อง[๓๔]
แก่งเกิดวิการดาล ดุจอก พี่ฤๅ
เรียมก็โศกาก้อง แก่งแก้วกันแสง ฯ

๑๑๔

๏ เดินทางพลางพี่ไห้ โหยหวน
ถึงแก่งนามนางครวญ ครุ่นนั้น
อ้าแม่จักกำสรวล เสมอแก่ง นี้ฤๅ
ฤๅว่าโศกสมรกลั้น เทวษถ้า[๓๕] เรียมถึง ฯ

๑๑๕

๏ ถับถึงปากร่วมนํ้า คะนึงนาง
ถามข่าวไปปากพราง พี่พร้อง
อรมาท่าหลงทาง ฉงนอยู่
ปากร่วมวานปากร้อง เรียกเจ้ามาจร

๑๑๖

๏ เมืองเพชรเขาเพชรแพร้ว พรายฉาย
เฉกนุชนาดกรกราย นพเก้า
แสงเพชรพิศอับอาย แหวนนุช พี่เอย
ยอดและยอดรุ่งเร้า รอบก้อยกรสมร

๑๑๗

๏ ถึงตะนาวตระหน่ำซ้ำ สงสาร อรเอย
จรศึกโศกมานาน เนิ่นช้า
เดินดงท่งทางละหาน หิมเวศ
สารสั่งทุกหย่อมหญ้า ย่านนํ้าลานาง

๑๑๘

๏ แสนศึกแสนศาสตร์ซ้อง แสนพัน มาแม่
สุดแต่เวทยากัน ชีพไว้
ศึกทรวงพี่สุดผจัญ ใจซู่[๓๖] โศกแม่
จักยุธยาใจได้ ชีพด้วยนางเดียว

๑๑๙

๏ รอยโฉมนุชเปลี่ยนปั้น เป็นทรวง พี่ฤๅ
ฤๅแม่เป็นมณีดวง เนตรด้วย
จับจิตพี่จึงตวง เต็มเทวษ รักแม่
ดับชีพเกิดใหม่ม้วย แผ่นหล้าฤๅลืม ฯ

๑๒๐

๏ บวงเทพทุกเถื่อนถํ้า มณฑล ทวีปเอย
ยกแต่สองหัตถ์ตน ต่างเบี้ย
ขอคืนร่วมวิมล มาโนชญ์ เรียมนา
แสดงสดับโสตเหงี้ย[๓๗] เงียบสิ้นสุดสวรรค์ ฯ

๑๒๑

๏ พันเนตรภูวนาถตั้ง ตาระวัง ใดฮา
พักตร์สี่แปดโสตฟัง อื่นอื้อ
กฤษณ[๓๘]นิทรเลอหลัง นาคหลับ ฤๅพ่อ
สองพิโยคร่ำรื้อ เทพท้าวทำเมิน ฯ

๑๒๒

๏ นิทานนิเทศท้าว องค์ใด ก็ดี
ทุเรศแรมสมรไท ท่านร้าง
แสนเทวษเท่าไรไป ปานอก พี่เอย
ปวงประสบคู่ค้าง แต่ข้านานคืน ฯ

๑๒๓

๏ กำสรวลศรีปราชญ์พร้อง เพรงกาล
จากจุฬาลักษณ์ลาญ สวาทแล้ว
ทวาทศมาสสาร สามเทวษ ถวิลแฮ
ยกทัดกลางเกศแก้ว กึ่งร้อนทรวงเรียม ฯ

๑๒๔

๏ ชายาเยาวยอดชู้ โฉมสวรรค์ พี่เอย
รอยว่าอินทร์พรหมสรรค์ เสกแสร้ง
เลือกลักษณ์ละอันปัน เป็นรูป นุชฤๅ
มอบมิ่งสมรมาแกล้ง พี่กลั้นใจตาย ฯ

๑๒๕

๏ คิดคลึงสาโรชสร้อย เสาวมาลย์ แม่นา
ภุชเคนทรสำราญ แหล่งแหล้น[๓๙]
สระสวรรค์นิราสนาน ไฉนนาฏ เรียมเอย
สรงเกษมสระสมรเฟ้น ฝั่งฟ้าฝันถึง ฯ

๑๒๖

๏ เปรมปรางปรุงธูปฟ้า อรอวล ใจเอย
จูบฤจางหอมหวน ละห้อย
โฉมทิพย์สุคนธ์ควร จากพี่ เจียวแม่
ถนอมนิเบามือน้อย จิตเจ้าจากไฉน ฯ

๑๒๗

๏ งอนถันทิพย์ยอดย้อน ยันทรวง พี่แม่
กอดนักเยียวอบพวง พุ่มลื้น
ถนอมแอบอุ่นคือดวง ตราติด พี่ฤๅ
จากอกออกราชื้น ชุ่มชํ้าเป็นหนอง ฯ

๑๒๘

๏ แว่วแว่วเสาวณิตน้อง นางทรง เสียงฤๅ
สรวลกระซิกโสตพะวง ว่าเจ้า
คล้ายคล้ายดำเนินหงส์ หาพี่ ฤๅแม่
อ้าใช่อรเรียมเศร้า ซบหน้ากันแสง ฯ

๑๒๙

๏ พวงจาวเจิดแจ่มแก้ว จักรพรรดิ พี่เอย
สมเสมอสมรรัตน์ แท่งแท้
จำเริญจำเราสวัสดิ์ สังวาส
เล็งเลียบดินฟ้าแพ้ ภพนี้ฤๅหา ฯ

๑๓๐

๏ สาวสวรรค์เสพสวัสดิ์ถ้วน เทวินทร์
พรหมภักษ์ทิพย์ปัถพิน งอกง้วน
จักรพรรดิร่วมนารินทร์ รัตนนาฏ
สามเสพทิพย์ลาญล้วน เล่ห์น้องเรียมเกษม ฯ

๑๓๑

๏ จากเจ็บยิ่งโรคเร้า รึงสกนธ์
แสบเสียดขุมขนจน อกด้าน
ยาทาประทับทน ทานเทวษ ได้ฤๅ
แรงรับเหลือแรงต้าน พี่แพ้แรงโรย ฯ

๑๓๒

๏ ฤดูระด่าวร้อน แดนไตร
ลมผ่าวพฤกษ์พรากใบ หล่นแล้ง
ทรวงพี่ผ่าวเผาไฉน นะนาฏ เรียมเอย
ยังยิ่งทินกรแจ้ง จวบสิ้นสูญกัลป์ ฯ

๑๓๓

๏ นทีที่สมุทรม้วย หมดสาย
ติมิงคล์มังกรนาคผาย ผาดส้อน[๔๐]
หยาดเหมพิรุณหาย เหือดโลก แล้งแม่
แรมราคแสนร้อยร้อน ฤเถ้า[๔๑] เรียมทน ฯ

๑๓๔

๏ ฤดูเดือนเมฆย้อย หยาดเผลียง
โซมสาดธรณิศเพียง เพียบนํ้า
ชระมัวทั่วทิศเอียง อากาศ
อกแผ่นดินฟ้าคลํ้า คู่คลุ้มทรวงศัลย์ ฯ

๑๓๕

๏ อุโฆษรามสูรขว้าง ขวานฉวาง
พรายมณีเมขล์นาง ล่อไหล้[๔๒]
อัมพรอุทรคราง เรียมครํ่า ครวญแม่
เสียงสุดเสียงฟ้าไห้[๔๓] ครุ่นแค้นครางตาย ฯ

๑๓๖

๏ ฤดูลมชระล่องเนื้อ หนาวใด เปรียบเลย
อกพี่เยือกเย็นไกล กอดเกี้ยว
พันผืนพัสตราไป ปานกึ่ง กรแม่
อุ่นอัคคีเสื้อเสี้ยว ซีกนิ้วนางผงม ฯ

๑๓๗

๏ ลมพัดคือพิษต้อง ตากทรวง
หนาวอกรุมในดวง จิตชํ้า
โฉมแม่พิมลพวง มาเลศ กูเอย
มือแม่วีเดียวลํ้า ยิ่งลํ้าลมพาน ฯ

๑๓๘

๏ เอียงอกเทออกอ้าง อวดองค์ อรเอย
เมรุชุบสมุทรดินลง เลขแต้ม
อากาศจักจานผจง จารึก พอฤๅ
โฉมแม่หยาดฟ้าแย้ม อยู่ร้อนฤๅเห็น ฯ

๑๓๙

๏ ตราบขุนคิริข้น ขาดสลาย แลแม่
รักบ่หายตราบหาย หกฟ้า
สุริยจันทรขจาย จากโลก ไปฤๅ
ไฟแล่นล้างสี่หล้า ห่อนล้างอาลัย

๑๔๐

๏ ร่ำรักร่ำเรื่องร้าง แรมนวล นาฏฤๅ
เสนาะสนั่นดินครวญ ครุ่นฟ้า
สารสั่งพี่กำสรวล แสนเสน่ห์ นุชเอย
ควรแม่ไว้ต่างหน้า พี่พู้นภายหลัง

๑๔๑

๏ โคลงเรื่องนิราศนี้ นรินทร์อิน
รองบาทบวรวังถวิล ว่าไว้
บทใดปราชญ์ปวงฉิน เชิญเปลี่ยน แปลงพ่อ
ปรุงเปรียบเสาวคนธไล้ เลือกลิ้มดมดู

ในสมุดไทยหมายเลข ๔๕ จ. ๔๕ ญ. เรื่องนิราศนรินทร์ มีโคลงต่อจากนี้อีก ๒ โคลง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นของอาลักษณ์แต่งเติม ดังนี้

๑๔๒

๏ นรินทร์นเรศไท้ บริบาล
นิพนธ์พจน์พิสดารญาณ ยศไว้
กวีวรโวหาร นายหนุ่ม
ควรแก่ปราชญ์ใดได้ อ่านแล้วเยียรยอ ฯ

๑๔๓

๏ ใดใดโอษฐ์โอ่อ้าง ตนดี
เอาปากเป็นกวี ขล่อยคล้อย
หากหาญแต่วาที เฉลยกล่าว ไฉนนา
ดุจหนึ่งแสงหิ่งห้อย ส่องก้นตนเอง ฯ


[๑] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น พ่าง

[๒] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น เลี่ยน

[๓] ฉบับกระทรวงศึกษาธิการว่า สวยมภูวจักรี

[๔] ฉบับหอพระสมุดฯ ว่า เกศีสินีพรร โณภาส

[๕] ฉบับกระทรวงศึกษาธิการว่า การณรงค์ราชการร้อน

[๖] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น น่า

[๗] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น คว่ำ

[๘] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น ท่า

[๙] ฉบับกระทรวงศึกษาธิการว่า เมียง

[๑๐] ฉบับกระทรวงศึกษาธิการว่า กบินทร

[๑๑] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น วิ่น

[๑๒] ฉบับกระทรวงศึกษาธิการว่า เล่ห์

[๑๓] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็นท่า

[๑๔] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็นท่า

[๑๕] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น แน่น

[๑๖] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น ล่ม

[๑๗] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น ไล่

[๑๘] คือ กรีธาทัพ

[๑๙] คือที่เราใช้ว่า เท้า นั่นเอง

[๒๐] ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ เป็น ชรอำ

[๒๑] บางฉบับว่า เมืองดูเห็นเห็นไม้ ป่าไม้เป็นเมือง

[๒๒] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น เล่น

[๒๓] ที่นี่ตัองการเอก ปรกติเป็น ขมิ้น

[๒๔] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น เล่น

[๒๕] ฉบับหอพระสมุด ฯ เป็นเนื้อเบื้ออเนกล้ำ

[๒๖] คือที่เราใช้ว่า กรอก นั่นเอง

[๒๗] ที่นี่ต้องการเอก ปรกติเป็น เส้น

[๒๘] ฉบับกระทรวงศึกษาธิการเป็น พิศ

[๒๙] ที่นี่ต้องการเอก ปรกติเป็น ขึ้ง

[๓๐] ที่นี่ต้องการเอก ปรกติเป็น ขมิ้น

[๓๑] ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ เป็น มยร

[๓๒] คือที่เราใช้ว่า ตลิ่ง นั่นเอง

[๓๓] ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ เป็น ลี้ลาศ

[๓๔] ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ เป็น เร่งร้อน

[๓๕] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น ท่า

[๓๖] ที่นี่ต้องการเอก ปรกติเป็น สู้

[๓๗] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น เงี่ย

[๓๘] สมุดไทยบางฉบับเป็น กฤษณุ

[๓๙] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น เล่น

[๔๐] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น ซ่อน

[๔๑] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น เท่า

[๔๒] ที่นี่ต้องการโท ปรกติเป็น ไล่

[๔๓] บางฉบับเป็น ไข้

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ