พระสี่เสาร์กลอนสวด

ประนมนิ้วขึ้นเหนือเศียร ต่างธูปเทียนชวาลา
บูชาพระศาสดา อันโปรดสัตว์ในสงสาร
ไหว้คุณพระสธรรม อันฦกลํ้าพิสดาร
พระเจ้าโปรดประทาน ไว้สั่งสอนประชาชน
ข้าไหว้คุณหมู่สงฆ์ เธอได้ทรงศีลทศพล
ศึกษาได้มรรคผล จะนำตนสู่นิพพาน
ข้าไหว้พระคุณครู สอนให้รู้วิชาการ
ไหว้เทพในสถาน อันรักษาทั้งแดนไตร
ขอเดชพระบารมี อยู่เกศีอย่ามีภัย
ไหว้คุณท่านทั้งหลาย ขอจงได้คุ้มโทษา
ไหว้ทั้งคุณบิตุเรศ บังเกิดเกศเป็นกายมา
ทั้งคุณพระมารดา ลํ้าโลกาใครจักปาน
คุณแม่ยิ่งนักหนา เลี้ยงรักษาพยาบาล
พระคุณใครจะปาน สั่งสอนลูกจนใหญ่มา
กล่าวนักจักเนิ่นนาน เรื่องนิทานยาวนักหนา
ว่านักเห็นจักช้า คุณมารดาล้ำโลกัย ๚ะ

สุรางคนางค์

จะกล่าวตำนาน
นิยายบูราณ แต่ก่อนล่วงไป
เมื่อพระสรรเพชญ์ สมเด็จจอมไตร
สร้างสมภารได้ นับสี่สังขยา
๑๐ สมเด็จพระชินศรี
สร้างพระบารมี แต่ก่อนโพ้นมา
ชักเอาชาดก ยกออกเทศนา
พระองค์สร้างมา ได้สี่อสงไขย
๑๑ เอโกราชา
ยังมีพญา องค์หนึ่งเลิศไกร
ครอบครองพารา ช้างม้าพลไพร่
นามชื่อเวียงไชย อนันตนคร[๑]
๑๒ ท้าวผู้เสวยราช
ทรงนามพระบาท สุนทราชบวร[๒]
ครอบครองไพร่ฟ้า ประชาราษฎร
เป็นที่สโมสร แก่ฝูงประชา
๑๓ มีพระมเหสี
นามกรเทวี นพรัตน์กัลยา
นวลนางมารศรี เป็นที่เสนหา
สมเด็จราชา ร่วมรักสโมสร
๑๔ นักสนมชาวรัง
สาวสาวสะพรั่ง นั่งเฝ้าสลอน
เหมือนดั่งดารา ห้อมล้อมจันทร
เห็นงามบวร ดุจท้าวโกสีย์
๑๕ ทั้งสองกระษัตริย์
เสวยราชสมบัติ เป็นบรมเปรมปรีดิ์
อยู่ในธรรมิศ บพิตรยินดี
สมเด็จจักรี อยู่ในทศธรรม
๑๖ อยู่มาวันหนึ่ง
นพรัตน์เอวกลึง ทรงโฉมแจ่มจันทร์
เสด็จไสยาสน์ เหนืออาสน์สุวรรณ
เมื่อนั้นจอมขวัญ ทรงพระสุบิน
๑๗ ในฝันนั้นว่า
พระบาทเบื้องขวา เหยียบยอดศิขรินทร์
แห่งเขาพระสุเมรุ อ่อนเอนไปสิ้น
เทวาพระอินทร์ ลินลาศหลีกหนี
๑๘ ยังฝันอีกเล่า
พระบาทแห่งเจ้า เบื้องซ้ายโฉมศรี
เหยียบยอดสัตตภัณฑ์ สะท้านธรณี
เทพในราศี หลีกหนีทุกสถาน
๑๙ ยังฝันอีกเล่า
ว่าองค์พระเจ้า เห็นงามตระการ
พระองค์พินิจ พิศดูบนาน
เห็นมณฑาบาน เด็ดเอาทันใจ
๒๐ เด็ดดอกมณฑา
เชยชมไปมา สำราญหฤทัย
ฝันเท่านั้นแล้ว นางแก้วทรามวัย
ตื่นขึ้นทันใด อัศจรรย์นักหนา
๒๑ นพรัตน์นางแก้ว
ถึงเวลาแล้ว ขึ้นเฝ้าราชา
จึ่งเล่าความฝัน อัศจรรย์มีมา
แห่งนางฉายา ถวายพระภูบาล
๒๒ ตามฝันอรทัย
เล่าถวายท้าวให้ ทราบสิ้นอวสาน
ขอพระองค์เจ้า ได้โปรดประทาน
ให้โหราจารย์ มาทำนายดู
๒๓ เมื่อนั้นจักรี
สุนทราชภูมี ได้ฟังโฉมตรู
สนเท่ห์พระทัย ท้าวใคร่จักรู้
พระน้องโฉมตรู เจ้าฝันเป็นไฉน
๒๔ มีพระโองการ
แก่ชาวพนักงาน สาวใช้ชาวใน
จงบอกขอเฝ้า ว่าเราให้ไป
หาโหรมาให้ ทายฝันเทวี
๒๕ บัดนั้นสาวใช้
รับสั่งแล้วไป มิได้รอรี
ไปหาขอเฝ้า บอกเล่าคดี
ว่าพระภูมี ให้หาโหรา
๒๖ บัดนั้นขอเฝ้า
ได้ฟังคำเจ้า สาวศรีบอกมา
จึ่งชวนกันไป สู่โรงโหรา
ว่าพระราชา ให้หาเข้าไป
๒๗ บัดนั้นโหรเฒ่า
ได้ยินขอเฝ้า ว่าเจ้าจอมไตร
พระองค์ให้หา ตัวข้าเร็วไว
ช้าอยู่มิได้ จึ่งไปด้วยพลัน
๒๘ ครั้นถึงก้มเกล้า
บังคมพระเจ้า ปิ่นเกล้าไอศวรรย์
สมเด็จจักรี มีโองการพลัน
ว่านางจอมขวัญ ฝันร้ายฤๅดี
๒๙ เมื่อนั้นทรงธรรม์
จึ่งเล่าความฝัน ของนางโฉมศรี
แก่ขุนโหรเฒ่า ตามเค้าคดี
ว่านางเทวี จะเป็นฉันใด
๓๐ บัดนั้นโหรเฒ่า
ได้ฟังพระเจ้า ปิ่นเกล้าภพไตร
ดูในตำรา เห็นดีเหลือใจ
โฉมงามทรามวัย จะมีบุตรา
๓๑ ฝันนี้ปรากฏ
จะมีโอรส ล้ำเลิศฦๅชา
จะเป็นผู้ชาย โฉมงามโสภา
ใครเลยจะมา เปรียบได้ถึงสอง
๓๒ สมเด็จราชา
ฟังโหรทูลมา ประทานสิ่งของ
สินทรัพย์เสื้อผ้า เงินตราเนืองนอง
ช้างม้าทั้งผอง ให้แก่โหรา
๓๓ เมื่อนั้นเทวี
นพรัตน์โฉมศรี เจ้าอรฉายา
ท้าวน้องทรงครรภ์ ถ้วนทศมาสา
ประสูติลูกยา เป็นชายบวร
๓๔ ข้าสาวชาวแม่
พิทักษ์อัดแอ ห้อมล้อมสลอน
เฝ้าอยู่รักษา ผ่านฟ้าบวร
สมเด็จภูธร ให้ชื่อลูกยา
๓๕ ชื่อพระสี่เสาร์
โฉมเฉิดเพริศเพรา เลิศล้ำโลกา
อายุเจ้าได้ สิบหกพระวษา
สมเด็จบิดา มอบเวนศฤงคาร
๓๖ จึ่งอภิเษก
อนงค์องค์เอก เป็นยอดเยาวมาลย์
นางหนึ่งมเหสี อนันต์นงคราญ
กับพระภูบาล ครองราษฎร์ประชา
๓๗ องค์พระสี่เสาร์
ฤทธิเดชพระเจ้า ล้ำเลิศโลกา
มีอัศวราช เชื้อชาติอาชา
ฤทธีนักหนา สรรพทั้งสองตัว
๓๘ หนึ่งชื่อไตรจักร
ท้าวย่อมทรงนัก เทวาย่อมกลัว
สมเด็จท่านไท เหาะไปได้ทั่ว
ตรีโลกกลอกหัว ฤทธิเดชราชา
๓๙ ท้าวเธอเสด็จไป
บาดาลตํ่าใต้ พิภพนาคา
แล้วเสด็จเหาะหน ไปบนเวหา
กินอุทกธารา อโนดาตนที
๔๐ ตัวหนึ่งเล่านา
ชื่อมหาศักดา ฤทธาแสนทวี
พระทรงเหาะไป ในไตรตรึงษ์ศรี
ชมนางนารี ฝูงเทพกัลยา
๔๑ ท้าวผู้องอาจ
เชยชมนางนาฏ แล้วกลับลงมา
มีศักดิ์มียศ ปรากฏฦๅชา
เที่ยวทุกทิศา ชมเล่นทุกเมือง
๔๒ ฝ่ายเหนือฝ่ายใต้
ถวายดอกไม้ เงินทองนองเนือง
พระเกียรติยศ ปรากฏรุ่งเรือง
หมื่นสี่พันเมือง กลัวเกรงนักหนา
๔๓ ออกชื่อนามท้าว
ปวดเสียวเศียรเกล้า ทุกท้าวพญา
สี่ทวีปย่อท้อ ไม่ต่อฤทธา
เป็นปิ่นกระษัตรา ทั่วทั้งปฐพี
๔๔ คนธรรพคนธรรพ์
นาคาสุบรรณ กุมภัณฑ์ยักษี
เกรงกลัวเดชา ฤทธาภูมี
ทุกกรุงธานี ถึงปีเสด็จมา
๔๕ เสด็จเหนืออาสน์
ทุกกรุงเดียรดาษ เข้าเฝ้าราชา
มงกุฎกระทบกัน ทุกวันอัตรา
หัวเพชรมีค่า ร่วงหล่นทุกองค์
๔๖ เฝ้าแล้วเสด็จไป
หัวเพชรนั้นไซร้ ที่ร่วงตกลง
นายโรงกวาดได้ เก็บไว้โดยจง
ดั่งดาวเยียรยง วันละเจ็ดพันทะนาน
๔๗ ไม่เป็นของหลวง
นายโรงตักตวง ออกขายทุกวัน
สมเด็จสี่เสาร์ อยู่ในทศธรรม์
ให้ทานอนันต์ แก่ราษฎร์ประชา
๔๘ สวดมนตร์ไหว้พระ
ยิ่งเป็นตบะ จำศีลภาวนา
เธอสร้างสมภาร ปณิธานปรารถนา
เป็นพระศาสดา ในอนาคตกาล
๔๙ วันหนึ่งบรรทม
เหนือแท่นภิรมย์ เป็นสุขสำราญ
ท้าวเสวยสุบิน สุดสิ้นในสถาน
เมื่อราตรีกาล ตื่นขึ้นพิศวง
๕๐ ในฝันนั้นว่า
ปรางค์แก้วรจนา ยอดหักพับลง
เล็งดูทุกวัน ยอดนั้นยังคง
ไพบูลย์สูรย์ทรง วิจิตรรจนา
๕๑ ท้าวตรึกความฝัน
เห็นเป็นอัศจรรย์ พรั่นในวิญญาณ์
เร่งคิดสงสัย พระทัยราชา
สี่เสาร์ฤทธิ์กล้า เร่งมาพิศวง
๕๒ เหตุอันหนึ่งนั้น
เสโททรงธรรม์ ไหลออกโซมองค์
สมเด็จจอมไตร ท้าวไทพิศวง
เหตุหนึ่งพระองค์ ดูหลากนักหนา
๕๓ ว่ากายนั้นสั่น
หฤหัยไหวหวั่น สั่นคือตีปลา
เหตุอันหนึ่งนั้น ทรงธรรม์ราชา
เศร้าหมองโรยรา เป็นน่าบัดศรี
๕๔ โองการให้หา
โหรเฒ่าเข้ามา มิช้าทันที
จึ่งเล่าความฝัน อัศจรรย์อันมี
ตามเค้าคดี ที่เธอฝันมา
๕๕ วันนั้นโหรเฒ่า
ได้ฟังปิ่นเกล้า ดูในตำรา
ทูลแก่ท้าวไท เคราะห์ร้ายนักหนา
พระเสาร์จะมา ทับลัคน์ทรงธรรรม์
๕๖ ยังเจ็ดราตรี
พระเสาร์จรลี จะทับลัคน์พลัน
ถึงสองปีกึ่ง จึ่งคลายโทษทัณฑ์
พระนิมิตฝัน อัศจรรย์นักหนา
๕๗ สามโมงสี่บาท
เสาร์จะลินลาศ มาทับลัคนา
จะเกิดโกลี มีแก่ราชา
พระเคราะห์ตัวกล้า มาให้เกิดเข็ญ
๕๘ เสาร์จะทับลัคน์
พระเคราะห์ร้ายนัก จักได้ยากเย็น
ศุกร์ทับภูมินทร์ จะเกิดความเข็ญ
อังคารสุเรนทร์ ทับจันทร์บ่คลา
๕๙ พระเสาร์จะทับลัคน์
พระศุกร์ทรงศักดิ์ แทรกเข้ามิช้า
ดูในอินทภาษ แล้วดูทักษา
พระศุกร์ตัวกล้า เข้าอยู่ภูมินทร์
๖๐ พระเคราะห์ร้ายนัก
พระองค์ทรงศักดิ์ อย่าได้ดูหมิ่น
จงบูชาเคราะห์ พระเสาร์สุรินทร์
อย่าหลู่ดูหมิ่น ว่าพระมีบุญ
๖๑ จงรับพระเสาร์
ต่อนานไปเล่า เธอจะให้คุณ
อย่าถือมานะ ว่ากูมีบุญ
จงฟังดั่งทูล เถิดพระทรงธรรม์
๖๒ จะให้พลัดพราก
พระองค์จะจาก ราชัยไอศวรรย์
จะได้ความยาก ปิ้มจักชีวัน
ต่อผ่ายหลังนั้น จึ่งจะได้ดี
๖๓ เมื่อนั้นภูวไนย
กริ้วโกรธคือไฟ แก่โหรมากมี
เอาเท็จมาทาย กล่าวร้ายบัดศรี
ให้กูชุลี พระเสาร์ด้วยรา
๖๔ เทียมถึงตรึงษ์ตรัย
กูขึ้นไปได้ ด้วยอิทธิฤทธา
ไปถึงสวรรค์ ดุสิตยามา
หมู่เทพเทวา ย่อมกลัวทุกองค์
๖๕ สี่ทวีปเที่ยวจบ
ต่ำใต้ไตรภพ นาคาภุชงค์
ถ้าเห็นกูไป ทรงกายไม่ตรง
พระเสาร์ตัวยง จะทำอะไรกู
๖๖ พระถือมานะ
ว่ามีเดชะ กว่าชาวชมพู
เทพในตรึงษ์ตรัย ก็ย่อมกลัวกู
โหรเฒ่าสู่รู้ ให้กูบูชา
๖๗ กูกับพระเสาร์
จะรบกันเล่า ไม่กลัวเลยนา
รบด้วยทหาร แต่ล้วนตัวกล้า
พระเสาร์เข้ามา จะม้วยบรรลัย
๖๘ โหรเฒ่าอาจารย์
ทูลทัดภูบาล สมเด็จจอมไตร
พระองค์จงโปรด กริ้วโกรธไปไย
พระเสาร์นั้นไซร้ ใช่จะมาให้เห็น
๖๙ มิใช่เป็นตัว
พระองค์ไม่กลัว จะให้กะเกณฑ์
ทหารอาสา ใครเลยจะเห็น
พระเสาร์สุเรนทร์ เป็นเงาเข้ามา
๗๐ ยังอีกเจ็ดวัน
พระเคราะห์กวดขัน ร้ายกาจนักหนา
พระองค์จะจาก พลัดพรากพารา
ขอพระผ่านฟ้า เร่งระวังพระองค์
๗๑ สมเด็จราชา
ได้ฟังโหรว่า ฤทธายิ่งยง
ให้หาเสนา เข้ามาโดยจง
เชี่ยวชาญณรงค์ สิบหมู่อาสา
๗๒ ให้จัดทหาร
อยู่เฝ้าพระทวาร แห่งละพันโดยตรา
เร่งรัดจัดกัน ขยันนักหนา
แล้วให้เข้ามา เฝ้าปราสาทไชย
๗๓ ปราสาทชั้นบน
ให้ได้ร้อยคน เคยประจญศึกใหญ่
ชั้นสองสองร้อย ให้คอยจงได้
ชั้นสามเล่าไซร้ สามร้อยโดยหมาย
๗๔ ชั้นสี่สี่ร้อย
ชั้นห้าไม่น้อย ห้าร้อยเพริศพราย
ชั้นหกหกร้อย คอยตามบาดหมาย
สมเด็จฦๅสาย ให้เฝ้าทุกชั้น
๗๕ ชั้นเจ็ดลงมา
เจ็ดร้อยโดยตรา รักษาทรงธรรม์
ตีนปรางค์ปราสาท อำมาตย์ตัวขยัน
สำหรับป้องกัน รอบทั้งปรางค์ปรา ๚ะ

ยานี

๗๖ ครั้นถ้วนถึงเจ็ดวัน พระเสาร์นั้นเสด็จมา
พอครบเหมือนโหรว่า พระราชาทุรนทุราย
๗๗ นั่งนอนห่อนเป็นสุข ผลุดนั่งลุกระส่ำระสาย
รับพระขรรค์อยู่วุ่นวาย เข้าฟาดฟันคนทั้งปวง
๗๘ ฝ่ายว่าคนทั้งหลาย วิ่งวุ่นวายทั้งวังหลวง
เสนาทุกกระทรวง ก็เจ็บยากลำบากใจ
๗๙ คนร้อยอยู่ชั้นบน ต้านจุมพลบ่หวาดไหว
ถัดมาสองร้อยไซร้ ชวนกันไปห้ามราชา
๘๐ สมเด็จเจ้าจอมไตร ให้คลั่งไปในวิญญาณ์
ไล่ฟันหมู่เสนา พระราชาบ่ปราศรัย
๘๑ ทหารอยู่สองชั้น ด้านทรงธรรม์บ่หวาดไหว
เขาละอำเภอใจ พระภูวไนยเสด็จหนี
๘๒ ทรงเครื่องทั้งห้าแล้ว จึ่งพระแก้วเสด็จจรลี
มาขึ้นทรงพาชี พระภูมีก็เหาะไป
๘๓ ฝ่ายว่าพระมเหสี เห็นภูมีจากเวียงไชย
นางนาฏเจ้าร่ำไร ถึงท้าวไทผู้ผัวขวัญ
๘๔ โอ้พระฤทธิไกร กรรมสิ่งใดมาตามทัน
จำจากพรากพลัดกัน เมียโศกศัลย์ไม่รู้วาย
๘๕ เหตุด้วยเพราะพระฝัน โหรทูลพลันว่าเคราะห์ร้าย
พระไม่เชื่อโหรทาย จึ่งพลัดพรากไปจากเมือง
๘๖ แต่นี้ไปเมื่อหน้า กินน้ำตาน่าแค้นเคือง
ท้าวไทไปจากเมือง พระบุญเรืองจะเป็นไฉน
๘๗ ใครเลยจะปกเกล้า ข้าพระเจ้านี้สืบไป
ผ่านฟ้ามาตัดใจ ละเมียไว้ไม่เอ็นดู
๘๘ ละทั้งนางสาวสรร นางกำนัลอยู่พรั่งพรู
ค่ำเช้าเคยชมชู สู้ละเสียหนีเมียไป
๘๙ สี่พันหมื่นบูรี รู้คดีจะชิงชัย
ฤทธิ์เดชใครผู้ใด เหมือนท้าวไทก็ไม่มี
๙๐ โอ้กรรมกรรมสิ่งใด มาซัดให้เป็นดั่งนี้
จำให้ปิ่นธรณี มาพลัดพรากจากเวียงไชย
๙๑ รํ่าพลางนางเทวี มีเสาวนีย์รับสั่งไป
แก่หมู่เสนาใน ให้ชุมพลตามพระองค์
๙๒ บัดนั้นชาวมนตรี รับเสาวนีย์นางโฉมยง
ไปชุมจัตุรงค์ ติดตามองค์พระราชา
๙๓ แล้วแต่งสารตราไป ถึงกรุงไกรทุกพารา
ว่าท้าวเสียกิริยา เธอหนีมาจากธานี
๙๔ ถ้าว่าผู้ใดพบ ได้ประสบพระภูมี
จงตอบซึ่งสารศรี บอกคดีให้แจ้งมา
๙๕ ส่วนหมู่เสนาใน ชุมพลไปตามราชา
เที่ยวเสาะทุกพารา ไม่พานพบพระภูมี
๙๖ เว้นแต่เมืองกินนุวัต พากันลัดไม่จรลี
เพราะกรรมของจักรี จึ่งดลใจหมู่เสนา
๙๗ ปรึกษากันถ้วนถี่ ว่าเมืองนี้น้อยนักหนา
ไปเที่ยวหาราชา ถ้าไม่พบจะเสียที
๙๘ คิดแล้วจึ่งเสนา กลับโยธามาบูรี
กราบทูลแก่เทวี ว่าไม่พบพระทรงธรรม์
๙๙ สมเด็จนางเทวี ฟังเสนีเร่งโศกศัลย์
ร่ำรักพระทรงธรรม์ กับสาวสรรกำนัลใน
๑๐๐ โอ้พระยอดเสน่ห์น้อง เคยประคองอุ่นอกใจ
ยามเมื่อชมสาวใช้ เมียมิได้อุเบกษา
๑๐๑ โอ้โอ๋พระยอดรัก ผู้ทรงศักดิ์เคยเสด็จมา
ชมน้องห้องไสยา พระราชาสำราญใจ
๑๐๒ เคยจูบพระเคยกอด พระกรสอดกระหวัดไว้
เคยชมภิรมย์ใน ควรฤๅไปจากพารา
๑๐๓ ว่านักจักยืดยาว จะกล้บกล่าวถึงเจ้าฟ้า
พล้ดพรากจากพารา มากับม้ามโนนัย
๑๐๔ สี่เสาร์พระราชา เสาร์เข้ามานับลัคน์ไท
เสด็จขึ้นอาชาไนย เหาะเหิรไปจากพารา
๑๐๕ ไปได้หลายวันแล้ว องค์พระแก้วอดโภชนา
ทรุดองค์ทรงโศกา กับหลังม้ามโนนัย
๑๐๖ คิดถึงมเหสี เนตรภูมีดั่งเลือดไหล
คิดจะคืนพระเวียงไชย ไปไม่ได้จนปัญญา
๑๐๗ ด้วยกรรมของท้าวไท ได้ทำไว้แต่หลังมา
คลั่งไคล้ในวิญญาณ์ พระยอดฟ้าโศกาลัย
๑๐๘ ฝ่ายว่าม้าพาชี พาภูมีเธอคลาไคล
มาถึงแดนกรุงไกร กินนุวัตพระนคร
๑๐๙ เหาะไปในเวหา ด้วยฤทธาอัสดร
เป็นกรรมของภูธร ม้าเหาะไม่ได้แล้วนา
๑๑๐ หลงอยู่กลางพงพี จูงพาชีค่อยเดินมา
เป็นกรรมของราชา ถือมานะว่ามีบุญ
๑๑๑ ลำบากพ้นกำลัง เพราะไม่ฟังคำโหรทูล
ทีนี้เห็นจะสูญ ไม่ได้กลับพระพารา
๑๑๒ ร่ำพลางทางบทจร จูงอัสดรค่อยเดินมา
ลุถึงกลางทุ่งนา พระราชาค่อยเดินไป ๚ะ

ฉบัง

๑๑๓ กล่าวถึงชาวนานั้นไซร้ ครั้นเช้าออกไป
ขับนกกินข้าวในนา
๑๑๔ มีสุนัขตัวหนึ่งเดินมา ที่กลางท้องนา
ก็คาบกระบายมันไป
๑๑๕ วันนั้นเป็นเคราะห์ท้าวไท มงกุฎกลายไป
ก็เป็นกระบายทันที
๑๑๖ ชาวนามันเห็นภูมี ร้องด่าทันที
อ้ายนี่มาลักกระบายกู
๑๑๗ พาอายขี้ร้ายไม่อดสู มาลักเอาของกู
เอาครอบไว้บนเกศา
๑๑๘ เมื่อนั้นสี่เสาร์ราชา ได้ฟังชาวนา
ตอบว่ามงกุฎของกู
๑๑๙ ชาวนาว่าไม่อดสู มึงช่างลวงกู
มงกุฎมึงได้ไหนมา
๑๒๐ ว่าแล้ววิ่งไปมิช้า ตีพระราชา
ก็ล้มลงเหนือปฐพี
๑๒๑ มันซ้ำถองเอาหลายที สมเด็จจักรี
ภูมีเจ้าแทบปางตาย
๑๒๒ โลหิตไหลอาบทั้งกาย สงสารฦๅสาย
แทบตายไม่เป็นสมประดี
๑๒๓ มันจึ่งว่ากับภูมี อย่าอยู่ที่นี่
จงไปให้พ้นเถิดรา
๑๒๔ ว่าแล้วมันเอากระบายมา จึ่งพระราชา
อุตส่าห์ดำรงทรงกาย
๑๒๕ จงค่อยจูงม้าผันผาย เจ็บป่วยมากมาย
ทรงกายมิใคร่ได้เลย
๑๒๖ คิดถึงอรนุชทรามเชย กรรมของกูเอย
ไม่เคยมาเป็นเช่นนี้
๑๒๗ สงสารแต่พระภูมี จึ่งค่อยจรลี
ถึงนาแห่งหนึ่งโดยหมาย ๚ะ

ยานี

๑๒๘ ส่วนว่าอ้ายชาวนา บ่นำพาจะมากราย
นานนานออกมาชาย วันหนึ่งไปดูนาตน
๑๒๙ ขโมยลักเกี่ยวข้าว ของอ้ายเฒ่าไปหลายหน
วันนั้นพอจุมพล จูงม้ามาที่นามัน
๑๓๐ มันแบกหอกออกไป มันคอยไล่ขโมยนั้น
แลเห็นพระทรงธรรม์ สำคัญว่าขโมยมา
๑๓๑ เป็นกรรมของท้าวไท พระขรรค์ไชยมีฤทธา
กลับกลายมิทันช้า กลับเป็นเคียวบัดเดี๋ยวใจ
๑๓๒ อ้ายเฒ่าเห็นราชา ถือเคียวมาวิ่งเข้าไป
ตีโบยพระทรงชัย พระภูวไนยไม่รู้ตัว
๑๓๓ คนชั่วมันตบตี พระภูมีให้มืดมัว
สงสารไม่รู้ตัว มันชกต่อยไม่ปรานี
๑๓๔ ท้าวเธอล้มลงไป ซ้ำตีไทใช่พอดี
พระถามตามคดี ว่าภูมีผิดอันใด
๑๓๕ อ้ายเฒ่าฟังเธอว่า มันตีด่าไม่ปราศรัย
เอาม้ามาเลี้ยงไว้ แล้วลักเกี่ยวข้าวของกู
๑๓๖ พระองค์จึ่งเถียงไป เคียวเมื่อไรพระขรรค์กู
ว่าแล้วชูขึ้นดู พระขรรค์งอเป็นเคียวไป
๑๓๗ อ้ายเฒ่าวิ่งเข้ามา ความโกรธาดังหนึ่งไฟ
มันชิงเอาเคียวไว้ นี่ฤๅใช่พระขรรค์มึง
๑๓๘ พระองค์เห็นพระขรรค์ ผู้ทรงธรรม์เร่งรำพึง
นี่แท้กรรมมาถึง จึ่งมาเป็นเช่นนี้นา
๑๓๙ เจ้านาอ้ายจงไร ขับท้าวโทมิได้ช้า
ไปไปให้พ้นนา ถ้าอยู่ช้าจะแทงเสีย
๑๔๐ สงสารพระสี่เสาร์ ลุกขึ้นเล่าเดินปลกเปลี้ย
น้ำเนตรไหลเรี่ยเรี่ย เช็ดเลือดเสียจูงม้าไป
๑๔๑ สงสารพระผ่านฟ้า ยังแต่ม้าอาชาไนย
เจ็บปวดยิ่งยวดใจ โลหิตไหลโซมทั้งองค์
๑๔๒ จะเดินมิใคร่ได้ ทรงองค์ไว้มิใคร่ตรง
สงสารแต่พระองค์ ค่อยดำรงจูงม้ามา
๑๔๓ ถึงนาแห่งหนึ่งเล่า พระองค์เจ้าค่อยไคลคลา
ฝ่ายว่าเจ้าของนา ผูกโคไว้ไปเกี่ยวข้าว
๑๔๔ วันนั้นมันเป็นสัด มันสะบัดเชือกขาดเล่า
วิ่งวางย่างเหยาะเหย่า หนีไปเข้าฝูงตัวเมีย
๑๔๕ วันนั้นพระภูวไนย จูงม้าไปเดินปลกเปลี้ย
น้ำเนตรเธอไหลเรี่ย พอถึงนาเจ้าวัวพลัน
๑๔๖ เป็นกรรมของพระองค์ ม้าเคยทรงอยู่ทุกวัน
กลับกลายเป็นวัวพลัน พระองค์นั้นไม่รู้ตัว
๑๔๗ ฝ่ายว่าอ้ายเจ้านา เหลียวแลมาไม่เห็นวัว
ขัดใจมิใช่ชั่ว เหตุด้วยวัวนั้นหนีไป
๑๔๘ มันเห็นพระทรงธรรม์ เดินผายผันมาไวไว
สำคัญว่าลักไป ชวนกันไล่พระทรงธรรม์
๑๔๙ ว่าเหวยอ้ายคนชั่ว มาลักวัวกูกลางวัน
อาจใจใครจะทัน ว่าแล้วมันรุมกันตี
๑๕๐ ท้าวล้มลงด้วยพลัน ร้องเถียงมันไปทันที
จูงม้ามาดีดี พาโลตีว่าลักวัว
๑๕๑ เห็นว่ากูผู้เดียว ตีเล่นเจียวไม่เกรงกลัว
ม้ากูสิว่าวัว รุมกันตีเล่นตามใจ
๑๕๒ เจ้าโคมันจึ่งว่า อ้ายมุสาช่างเถียงได้
นี่ฤๅม้ามึงไซร้ อ้ายโกหกช่างเจรจา
๑๕๓ สมเด็จพระจักรี เห็นพาชีเป็นโคนา
โอ้โอ๋อนิจจา ม้าเป็นวัวน่าใจหาย
๑๕๔ ด้วยกรรมพระทรงธรรม์ สิ่งสารพันจะกลับกลาย
มงกุฎเป็นกระบาย พระขรรค์กลายเป็นเคียวไป
๑๕๕ เป็นเวรมาถึงตัว ม้าเป็นวัวน่าน้อยใจ
ทีนั้นพระจอมไตร จึ่งอ้อนวอนแก่เจ้าวัว
๑๕๖ ว่าท่านอย่าโบยตี ข้าเจ้านี้ขอโทษตัว
เราผิดเพราะลักวัว ท่านจงอดโทษเถิดรา
๑๕๗ ถ้าว่าลักอีกเล่า จงทำเราให้นักหนา
ฆ่าเสียให้มรณา ฟังเราว่าจงปรานี
๑๕๘ ฝ่ายว่าเจ้าโคนั้น ฟังทรงธรรม์กล่าวคดี
จึ่งว่าแต่หัวที ว่าดังนี้จะเป็นไร
๑๕๙ เอ็งเถียงเอาต่อหน้า วัวว่าม้าข้าขัดใจ
ทีนี้งดโทษไว้ ลักอีกไซร้ไม่ละกัน
๑๖๐ ว่าแล้วจูงวัวไป ขับท้าวไทเสียด้วยพลัน
เอ็งนี้ใจฉกรรจ์ แต่กลางวันยังลักเรา ๚ะ

เยสันตา

๑๖๑ เมื่อนั้นจึ่งพระจอมไตร เจ็บปวดเหลือใจ
ท้าวไทแทบม้วยมรณา
๑๖๒ เดินเช็ดชลเนตรราชา ค่อยทรงกายา
เดินมาก็พอสายัณห์
๑๖๓ แลเห็นเรือนยายตาพลัน สมเด็จทรงธรรม์
หมายมั่นจะขออาศัย
๑๖๔ เดินมาถึงเข้าบัดใจ จึ่งร้องขึ้นไป
ขอข้าอาศัยด้วยเถิดรา
๑๖๕ ยายแก่แกร้องลงมา แต่วันนั้นนา
เหตุไรไม่มาอาศัย
๑๖๖ ตาเฒ่าจึ่งร้องว่าไป เขาจะมาอาศัย
ตามใจเขาเถิดหนายาย
๑๖๗ เมื่อนั้นสมเด็จฦๅสาย อาศัยตายาย
เจ็บปวดแทบจะวายชนม์
๑๖๘ ทีนั้นก็องค์จุมพล ปัวแหวนของตน
ก็กลายเป็นเล็ดถวงา
๑๖๙ วันนั้นสองเฒ่ายายตา คิดกันไปมา
ว่าเราจะปลูกผักขาย
๑๗๐ เต้าแตงแฟงฟักผักไห่ ถั่วงาหาไว้
แตงโมแตงไทยมากมี
๑๗๑ ถ้าขายได้เงินก็ดี หลายหลากมากมี
กูนี้จะมีเมียอย่างเขา
๑๗๒ งานการสิ่งใดพอทำเนา กูจะได้เมียสาวสาว
ได้คลึงได้เคล้าสบายใจ
๑๗๓ ยายเฒ่าเกาก้นบ่นไป น้ำตาก็จะไหล
ตาว่าร้องไห้กูจะทิ้งเสีย
๑๗๔ น้ำตาจะไหลลามเลีย เห็นก็กอดเมีย
อีเฒ่าจะเสียน้ำใจ
๑๗๕ ยายเฒ่าได้ฟังก็ว่าไป อ้ายแก่จังไร
โอหังว่าไปไม่อาย
๑๗๖ ยังไม่ทันเห็นต้นปลาย อ้ายเฒ่าขี้ร้าย
พูดจาจองหองเหลือใจ
๑๗๗ ยังไม่ทันเห็นน้ำที่ไหน ตัดกระบอกคอนไป
อ้ายเฒ่าจังไรเหนื่อยเปล่า
๑๗๘ ยังไม่เห็นกระรอกเลยอ้ายเฒ่า ก่งหน้าไม้เดา
ออกว่าจะเอากระรอกกิน
๑๗๙ ตาเอ้ยอย่าคิดทมิฬ คนเขาได้ยิน
เขาจะหัวเราะเยาะหยัน
๑๘๐ เขาจะว่าอ้ายแก่งกงัน พูดจากวดขัน
ตัวสั่นจะหาเมียสาว
๑๘๑ เขาจะโห่เล่นฉาวฉาว จองหองมีเมียสาว
อ้ายเฒ่าอย่าคิดเลยหนา
๑๘๒ สองเฒ่าเถียงกันไปมา จนพระสุริยา
เพลาใกล้รุ่งราตรี
๑๘๓ ค้นหาลูกผักด้วยดี ถั่วงาอันมี
ในถุงไถ้ของอาตมา
๑๘๔ ไม่พบสักสิ่งเลยนา ลูกผักถั่วงา
บันดาลให้หายสูญไป
๑๘๕ หัวเพชรหัวแหวนของท้าวไท กลับกลายเป็นไป
เป็นเล็ดถั่วงาด้วยพลัน
๑๘๖ เป็นกรรมขององค์ทรงธรรม์ ยายเฒ่าว่าพลัน
อ้ายนั้นฤๅมันลักไป
๑๘๗ ตาเฒ่าไปค้นดูทันใจ ในองค์ภูวไนย
ก็พบเล็ดถั่วแลงา
๑๘๘ ตาแกกริ้วโกรธนักหนา กุมเอาราชา
คร่ามาโบยตีแทบตาย
๑๘๙ ที่นั้นสองเฒ่าตายาย ตีพระฦๅสาย
เอาไถ้นั้นไว้แล้วขับเสีย
๑๙๐ พระองค์ไปจากเฒ่าผัวเมีย ตะแกขับเสีย
พระองค์เจ้าทรงโศกา ๚ะ

สุรางคนางค์ พิลาป

๑๙๑ โอ้อกกูเอย
ที่ไหนเล่าเลย จะมีชีวา
จะได้สิ่งใด เป็นเพื่อนอาตมา
ที่นี้เห็นว่า จะม้วยบรรลัย
๑๙๒ กรรมมาตามมัน
มงกุฎพระขรรค์ ก็กลับกลายไป
หัวแหวนจินดา กับอาชาไนย
กลับกลายไปได้ สมเพชเวทนา
๑๙๓ สงสารผ่านเกล้า
ทรงโศกสร้อยเศร้า คิดถึงอาตมา
ทั้งนี้เพราะกรรม ทำไว้นักหนา
จึ่งตามติดมา ล้างผลาญทันที
๑๙๔ โอ้อกกูอา
เห็นเป็นเวทนา ดูน่าบัดศรี
จะไปแห่งไร เขาไม่ปรานี
มีแต่ชกตี ยับทั้งกายา
๑๙๕ ความเจ็บเหลือใจ
บ่ายหน้าหาใคร ไม่มีเมตตา
อาหารสิ่งใด ก็ไม่ได้มา
ไหนเลยชีวา จะรอดเป็นตัว
๑๙๖ แต่ก่อนไรมา
ทุกท้าวพญา ย่อมมาเกรงกลัว
มาครานี้แล แต่อ้ายเลี้ยงวัว
มันไม่เกรงกลัว ทุบถองแทบตาย
๑๙๗ พระทรงโศกา
สะอื้นไปมา น้ำตาบ่วาย
ทรงพระกำสรด ระทดพระกาย
องค์พระฦๅสาย เจ้าค่อยบทจร
๑๙๘ ทรงพระกันแสง
หิวโหยโรยแรง แทบจะม้วยมรณ์
ครั้นว่าเหนื่อยหนัก หยุดพักเสียก่อน
แล้วค่อยบทจร ตามทางคลาไคร
๑๙๙ ถึงวัดแห่งหนึ่ง
พอเข้ามาถึง อารามทันใด
เข้าเขตกุฎี พระชีผู้ใหญ่
สมเด็จจอมไตร ล้มลงทันที
๒๐๐ แล้วร้องขึ้นไป
พระคุณข้าไหว้ ได้โปรดเกศี
ดีฉันคนยาก อดอยากแสนทวี
คุณจงปรานี ให้ทานบ้างรา
๒๐๑ สูปังจังหัน
ที่อันเหลือฉัน ตามท่านเมตตา
เหมือนให้ชีวิต ดีฉันเถิดรา
จนแล้วจึ่งมา ขอทานเจ้าคุณ
๒๐๒ ยังมีเณรน้อย
รูปโฉมแช่มช้อย เป็นเณรใจบุญ
ได้ยินเสียงร้อง มองตามใต้ถุน
ไม่เห็นแล้วหมุน วิ่งออกไปดู
๒๐๓ แลเห็นภูมี
วิ่งไปทันที บอกแก่พระครู
กับสงฆ์ทั้งนั้น ชวนกันมาดู
เห็นพระโฉมตรู เลือดย้อยลามไหล
๒๐๔ พระสงฆ์จึ่งถาม
แก่พระโฉมงาม ว่ามาแต่ไหน
สมเด็จสี่เสาร์ จึ่งเล่าความไป
ต้นปลายเล่าให้ พระสงฆ์เจ้าฟัง
๒๐๕ เจ้าสามเณรน้อย
มีใจละห้อย เป็นพ้นกำลัง
อาหารมากมี กัปปีย์สูปัง
เณรน้อยร้อยชั่ง เจ้านำเอามา
๒๐๖ ให้แก่ภูบาล
เธอเสวยสำราญ ภูบาลหรรษา
ด้วยความอดอยาก เป็นหลายวันมา
เณรน้อยนั้นหนา ปรนนิบัติภูวไนย
๒๐๗ ต้มน้ำให้อาบ
เลือดแห้งเป็นคราบ ติดตัวท้าวไท
เจ้าค่อยขัดสี เช็ดล้างทั่วไป
สมเด็จภูวไนย ค่อยสำราญองค์
๒๐๘ ชาติก่อนนั้นเล่า
พระสี่เสาร์เจ้า มีคุณแก่สงฆ์
ครั้นมาชาตินี้ ยินดีทุกองค์
อยู่ด้วยพระสงฆ์ ช้านานหลายวัน
๒๐๙ คิดจะใคร่บวช
จะออกผนวช เป็นสงฆ์ทรงธรรม์
จึ่งคลานเข้าไป หาสมภารนั้น
กราบลงด้วยพลัน จึ่งมีวาจา
๒๑๐ ข้าแต่พระครู
เหมือนได้เอ็นดู แก่โยมเถิดรา
ข้าเจ้าจะใคร่ บวชในศาสนา
คุณจงเมตตา แก่ข้าสืบไป
๒๑๑ เมื่อนั้นพระครู
ได้ฟังโฉมตรู ดีเนื้อดีใจ
จึ่งจัดแจงผ้า ให้แก่จอมไตร
เอากรักมาให้ ต้มขึ้นด้วยพลัน
๒๑๒ ครั้นต้มกรักไว้
สมเด็จภูวไนย ลินลาผายผัน
ซักผ้าจีวร แล้วขึ้นมาพลัน
เมื่อกรรมมาทัน แก่พระจอมไตร
๒๑๓ ยังมีนายโค
คนหนึ่งใหญ่โต ตามโคหายไป
มาเห็นราชา สูมาอยู่ไหน
แลเห็นแต่ไกล มันจึ่งเข้ามา
๒๑๔ มันเห็นซึ่งกรัก
เป็นเนื้อประจักษ์ น้ำกรักนั้นหนา
เป็นเลือดวัวแดง แม่นแท้แก่ตา
แลดูผืนผ้า เห็นเป็นหนังวัว
๒๑๕ อันสายรัตคด
เป็นไส้พุงหมด หน้าตามืดมัว
มันจึ่งเข้าไป ไม่ให้รู้ตัว
อ้ายนี่ลักวัว กูมาฆ่าพลัน
๒๑๖ อ้ายเฒ่าสาหส
ตีด้วยไม้ตะพด ถูกพระทรงธรรม์
ล้มลงกลางดิน ดิ้นอยู่ยันยัน
เธอร้องไปพลัน กูผิดสิ่งไร
๒๑๗ มันตีอกเล่า
สงสารพระเจ้า ปิ้มจักตักษัย
พระองค์จึ่งว่า แก่อ้ายจังไร
กูต้มกรักไซร้ เหตุไรตีกู
๒๑๘ พระสงฆ์ทั้งหลาย
ได้ยินวุ่นวาย จึ่งออกไปดู
เห็นเขาผูกคอ ประสกนั้นอยู่
ไปบอกพระครู ตามเหตุมีมา
๒๑๙ พระสงฆ์จึ่งถาม
มันบอกออกความ แก่สงฆ์มิช้า
อ้ายโจรคนนี้ ลักเอาวัวมา
ฆ่าให้มรณา กินเล่นสำราญ
๒๒๐ พระครูผู้เฒ่า
จึ่งบอกไปเล่า แก่นายโคบาล
ประสกนี้นา ดูน่าสงสาร
ทลิทกขอทาน เข็ญใจนักหนา
๒๒๑ เราให้ต้มกรัก
จะย้อมจะซัก ผ้าไตรดอกนา
ประสกนี้เล่า อยู่ด้วยเรามา
เป็นคนศรัทธา ไม่ไต้ฆ่าวัว
๒๒๒ เจ้าโคจึ่งว่า
พระสงฆ์ถ้วนหน้า ไม่มาเกรงกลัว
สมคบโจรไว้ ให้ไปลักวัว
ได้แล้วชมชัว มาสู่กันกิน
๒๒๓ พระสงฆ์จึ่งว่า
อ้ายคนหยาบช้า กูอยู่แก่ศีล
มึงว่าหยาบช้า ว่าชวนกันกิน
มึงอย่าดูหมิ่น แก่กูเลยนา
๒๒๔ เจ้าโคว่าเล่า
นิมนต์ผู้เป็นเจ้า ดูเอาเถิดรา
กรักฤๅว่าเนื้อ น่าเบื่อนักหนา
ฤๅข้าเท็จว่า ของเป็นสำคัญ
๒๒๕ ฝ่ายเจ้าเณรน้อย
มีใจละห้อย ด้วยพระทรงธรรม์
ว่าแก่เจ้าวัว ข้าขอประกัน
แก้เชือกออกพลัน จากคอราชา
๒๒๖ ชวนกันไปดู
แลเห็นจริงอยู่ เหมือนเจ้าวัวว่า
คิดน่าอัศจรรย์ เห็นหลากนักหนา
เจ้าโคจึ่งว่า ให้ขับเสียพลัน
๒๒๗ พระผู้เป็นเจ้า
แขวงมันรู้เข้า จะต้องโทษทัณฑ์
จะมีความผิด จงคิดผ่อนผัน
ฟังคำบอกพลัน ขับเสียเถิดรา
๒๒๘ ว่าแล้วเท่านั้น
มันเก็บเอาพลัน เนื้อหนังบ่ช้า
มันขนเอาไป จากในวัดวา
ไปสู่เคหา เหย้าเรือนของมัน ๚ะ

ยานี

๒๒๙ สงสารพระผ่านเกล้า ทุกข์สร้อยเศร้ายิ่งโศกศัลย์
จึ่งเจ้าเณรน้อยนั้น พลอยจาบัลย์ด้วยภูมี
๒๓๐ ตักน้ำมาล้างให้ รักท้าวไทอย่างแสนทวี
ล้างเลือดพระพันปี แสนโศกีเจ็บนักหนา
๒๓๑ เจ้าเณรแลพระสงฆ์ สมเพชองค์พระราชา
ข้าวน้ำโภชนา ทั้งหยูกยาให้กินพลัน
๒๓๒ เจ้าเณรพยาบาล ค่อยสำราญอยู่หลายวัน
สมภารผู้เฒ่านั้น ว่าไปพลันแก่ราชา
๒๓๓ ประสกอย่าได้อยู่ แขวงมันรู้มันจะมา
เขาจะว่าหยาบช้า มันจะมาเอาตัวไป
๒๓๔ เรานี้คิดเอนดู ถ้ามันรู้ไม่พ้นภัย
สงสารแต่จอมไตร จำต้องไปจากวัดวา
๒๓๕ พิศดูเณรน้อยเล่า น้ำเนตรเจ้าอาบพักตรา
อุ้มขึ้นทูนเกศา มีคุณข้าเป็นเหลือใจ
๒๓๖ ถ้าข้าไม่มรณา จะกลับมาให้จงได้
เจ้าเณรสั่งท้าวไท เมื่อหน้าไปท่านจงมา
๒๓๗ ท้าวฟังเจ้าเณรสั่ง น้ำเนตรหลั่งอาบพักตรา
ท้าวเธอจึ่งลินลา เข้าไปหาสงฆ์ทั้งหลาย
๒๓๘ กราบลาสงฆ์ทั้งนั้น เมื่อทรงธรรม์จักผันผาย
เสด็จเข้ามาโดยหมาย จึ่งถวายนมัสการ
๒๓๙ อาปุจฉิขอกราบลา สุขิตาอยู่สำราญ
สมเด็จพระภูบาล ออกจากวัดแล้วเดินไป
๒๔๐ สงสารพระสี่เสาร์ กำสรดเศร้าน้ำเนตรไหล
รันทดในพระทัย อนาถในไห้โศกศัลย์
๒๔๑ เดินพลางทางร่ำไร ค่อยครรไลในแนวอรัญ
ใกล้ถึงเมืองหนึ่งนั้น พระจรจรัลเข้าพารา
๒๔๒ สงสารพระบุญเรือง ความแค้นเคืองเป็นนักหนา
มีผ้าผืนเดียวมา น่าเวทนาพระภูวไนย
๒๔๓ ชายหนึ่งพันพระองค์ ชายหนึ่งทรงคลุมเศียรไว้
ค่อยเดินดำเนินไป ถึงที่ท้ายตะแลงแกง
๒๔๔ เห็นยาจกเที่ยวขอทาน พระภูบาลทรงกันแสง
ถึงที่ตะแลงแกง ทรงกันแสงแล้วนิ่งอยู่
๒๔๕ คิดทำเช่นเขาบ้าง ผิดท่าทางน่าอดสู
ผ้าคลุมพระเศียรอยู่ พระโฉมตรูอยู่เอกา
๒๔๖ กล่าวถึงท้าวกินนุวัต ผ่านสมบัติในพารา
กินนุวัตเรืองโอฬาร์ พลช้างม้าก็มากมี
๒๔๗ สุทธิโฉมนรลักษณ์ เป็นองค์อัครมเหสี
สุทัตต์นางเทวี เป็นธิดาพระภูธร
๒๔๘ ทรงโฉมงามผุดผาด เทียมธรรมชาติเทพอัปสร
บิดาพระมารดร รักบังอรดังนัยนา
๒๔๙ พี่เลี้ยงนางกำนัล หมื่นหกพันล้อมซ้ายขวา
สำหรับพระลูกยา ในมหาปราสาทไชย
๒๕๐ สมเด็จพระบิตุเรศ คะนึงเหตุคิดสงสัย
หาโหรเข้ามาใน ให้ทายทักดวงชะตา
๒๕๑ ราศีแลนรลักษณ์ ให้ประจักษ์ในสารา
ว่าองค์พระธิดา จักดีร้ายเป็นฉันใด
๒๕๒ โหรเฒ่ากราบภูบาล จับกระดานคูณหารไป
นับวันเดือนปีใส่ เสร็จถวายทูลราชา
๒๕๓ อันว่าพระบุตรื ชะตาปีเดือนวันว่า
หัวทีมิสุขา ทุกข์แล้วมาจึ่งจะดี
๒๕๔ โทษแล้วกลับให้คุณ จะมีบุญนะภูมี
สมภารพระจักรี ขอพันปีทราบบาทา
๒๕๕ พระฟังโหรทูลไข น้ำพระทัยให้กังขา
ควรฤๅดังนี้นา เห็นจะว่าได้ความอาย
๒๕๖ จึ่งตรัสถามอีกเล่า ว่าคู่เจ้าผู้โฉมฉาย
ทั้งสี่จงเร่งทาย อยู่ใกล้ไกลไฉนนา
๒๕๗ ผู้ดีฤๅเข็ญใจ ฤๅหน่อไทกระษัตรา
ฤๅว่าคนต่ำช้า จะไปมานั้นอย่างไร
๒๕๘ อยู่ปรางค์อย่างอินทรา ที่จะมานั้นกลใด
โหรนั้นอั้นอกใจ ทูลไม่ได้กลัวอาญา
๒๕๙ จึงตรัสแก่โหรใหญ่ ท่านจงทายตามตำรา
เราไซร้ไม่โกรธา ดวงชะตามาเป็นเอง
๒๖๐ โหรเฒ่าดูทักษา จันทกลาก็แลเล็ง
คู่นั้นรักกันเอง ไม่กลัวเกรงพระทรงธรรม์
๒๖๑ ว่าคู่ของนางแก้ว มาถึงแล้วโดยสำคัญ
เป็นคนยากเข็ญครัน เที่ยวขอทานจึ่งได้กิน
๒๖๒ เป็นคนต่างประเทศ ทูลภูเบศรจนสุดสิ้น
สมเด็จพระภูมินทร์ ทราบสารสิ้นโทรมนัสา
๒๖๓ เสียแรงกูเลี้ยงไว้ หมายจะให้ครองพารา
ควรฤๅทั้งนี้นา เห็นผิดท่าขับเสียพลัน
๒๖๔ ถ้าอยู่จะอายหน้า แก่ไพร่ฟ้าสิ้นทั้งนั้น
ไปเสียจากไอศวรรย์ สู่หิมวันต์ไกลพารา
๒๖๕ สุทธินางเทวี ผู้ชนนีเจ้าฉายา
จึ่งทูลท้าวภรรดา พระผ่านฟ้าขับเสียไย
๒๖๖ ทั้งนี้ย่อมวาสนา ดวงชะตาของสายใจ
สมเด็จพระจอมไตร ให้โกรธายิ่งแสนทวี ๚ะ

พิลาป

๒๖๗ สุทธิฉายา
ผู้เป็นมารดา นางแก้วโฉมศรี
ได้ฟังภูธร เดือดร้อนแสนทวี
โศกเศร้าโศกี พ่างเพียงบรรลัย
๒๖๘ โอ้พระลูกแก้ว
กรรมของเจ้าแล้ว จักทำฉันใด
พระทองเนื้อเกลี้ยง แม่เลี้ยงเจ้าไว้
หวังว่าจะได้ พึ่งบุญสมภาร
๒๖๙ โอ้แก้วแม่เอย
โฉมงามทรามเชย ใครเลยจักปาน
แม่เสียดายเจ้า โฉมลำเพาพาล
รูปทรงนงคราญ เทียมเทพอัปสร
๒๗๐ สมเด็จมารดา
ร่ำรักลูกยา เพี้ยงจะม้วยมรณ์
ควรฤๅบิดา ช่างมาตัดรอน
สงสารบังอร จะไปกลใด
๒๗๑ ป่ารกหนามหนา
เจ้าแม่กำพร้า ลำบากยากใจ
เจ้าเคยสำอาง อยู่ปรางค์สุกใส
ที่นี้กลอยใจ จะไปไพรสาณฑ์
๒๗๒ รูปทรงอย่างเขียน
นิ้วดั่งลำเทียน วาดเขียนบ่ปาน
เอวองค์ทรงสวัสดิ์ กำดัดนงพาล
ปลูกปลื้มสงสาร ด้วยความเสนหา
๒๗๓ พระเกศพระกรรณ
พระจุไรเจ้านั้น งามยิ่งเลขา
ชายใดเพ่งพิศ ต้องติดนัยนา
ตรมตรอมอุรา ไม่วายตาดู
๒๗๔ แม่ลูกสองรา
ทรงโศกโศกา ชลนาพร่างพรู
สงสารโฉมฉาย น่าอายอดสู
เจ้าเคยเสด็จอยู่ ปรางค์แก้วรจนา
๒๗๕ ถ้านางไปชม
สวนแก้วอุดม ทรงสีวิกา
แสนสาวสนม ห้อมล้อมซ้ายขวา
ทีนี้จะมา เดินป่าองค์เดียว
๒๗๖ เจ้าจะเดินไป
คนเดียวเปลี่ยวใจ ใครเลยจะเหลียว
แม่สงสารเจ้า เปลี่ยวเปล่าผู้เดียว
ใจแม่ให้เสียว เห็นจักวายชนม์
๒๗๗ ร่ำนักจักช้า
จึ่งโฉมมารดา คิดได้บัดดล
นางทูลปิ่นเกล้า ท่านท้าวจุมพล
ให้ทราบนุสนธิ์ ได้โปรดก่อนรา
๒๗๘ อย่าขับไปไกล
ลูกรักสายใจ เห็นเป็นเวทนา
ให้อยู่แต่ใกล้ นอกกรุงพารา
ตามแต่บุญญา ของนางเทวี
๒๗๙ ท้าวมีโองการ
แก่ยอดเยาวมาลย์ ผู้เป็นมเหสี
จะให้ลูกอยู่ นอกกรุงบุรี
สุดแต่เทวี จะมีเมตตา
๒๘๐ พี่ตรัสออกไป
คืนคำไม่ได้ เขาจักนินทา
ว่าเป็นกระษัตริย์ ได้ตรัสออกมา
ไม่ยืนวาจา กลับมากลับไป
๒๘๑ สมเด็จนางพญา
ค่อยคลายโศกา มาบอกทรามวัย
แล้วมีเสาวนีย์ สั่งขอเฝ้าไป
ปลูกตำหนักให้ ที่นอกพารา
๒๘๒ ครั้นแล้วเทวี
จัดของมากมี ให้แก่ลูกยา
เงินทองของดี เพชรนิลจินดา
เป็นท้าวพญา ยากจนเมื่อไร
๒๘๓ สุทัตต์ฉายา
กราบบาทมารดา ชลนาหลั่งไหล
กับนางสาวสรร ห้อมล้อมคลาไคล
ถึงตำหนักใหญ่ ดั่งใจจินดา
๒๘๔ ครั้นแล้วมินาน
นางจึ่งคิดอ่าน ให้ตั้งศาลา
เจ้าจึ่งให้ทาน อาหารนานา
ทั้งเหล้าแช่ยา จัดมาตั้งไว้
๒๘๕ ยาจกทั้งหลาย
ชวนกันมากมาย รับทานอรไท
เหล้าแช่แก้กล่อน เผ็ดร้อนเหลือใจ
แก้ทั้งหืดไอ แก้ได้ทุกประการ
๒๘๖ นางนาฏเทวี
น้ำจิตยินดี บำเพ็ญศีลทาน
ให้แก่ยาจก ทลิทาการ
เดชะผลทาน ของนางเทวี
๒๘๗ เมื่อจะได้พบ
แรกจะประสบ องค์พระจักรี
เธอเห็นเขานั้น ชวนกันจรลี
รับทานเทวี พลอยไปด้วยกัน
๒๘๘ ยกจกทั้งหลาย
ชวนกันถวาย บังคมแจ่มจันทร์
ครั้นรับทานแล้ว ชวนกันผายผัน
สมเด็จทรงธรรม์ บ่ไหว้เทวี
๒๘๙ สุทัตต์กัลยา
เห็นหลากนักหนา ยาจกคนนี้
เร็วเร็วสาวใช้ เร่งไปดูที
ยาจกคนนี้ นี่มาแต่ไหน
๒๙๐ มันยืนคลุมหัว
มันไม่เกรงกลัว มายืนอยู่ได้
สาวศรีรับสั่ง บังคมแล้วไป
ถึงองค์ท้าวไท สมเด็จจักรี
๒๙๑ สาวศรีตกใจ
นั่งลงก้มไหว้ ไถ่ถามตามที
แก่องค์จุมพล ยุบลอันมี
เหมือนคำเทวี เจ้าตรัสสั่งไป
๒๙๒ เมื่อนั้นพระบาท
สี่เสาร์ธิราช พระจึ่งเฉลยไข
เศียรพี่นะน้อง กลัวต้องสุริย์ใส
จึ่งต้องคลุมไว้ กลัวร้อนเจ้าพี่อา
๒๙๓ ดูราสาวน้อย
ตัวพี่นี้พลอย ตามเขาเข้ามา
เมืองพี่อยู่ไกล ยากไร้ระอา
น่าอายขายหน้า ขอทานท่านกิน
๒๙๔ ฤๅท่านไม่ให้
จะลาท่านไป ขออื่นดังจินต์
เจ้าจงไปทูล แก่พระยุพิน
ฤๅจะให้ทานกิน ตามแต่เมตตา
๒๙๕ สาวศรีกลับไป
ทูลนางทรามวัย เหมือนท้าวสั่งมา
ข้าเจ้าเข้าไป ได้พิจารณา
รูปลักษณ์พักตรา เห็นงามตระการ
๒๙๖ เจรจาวาที
ไพรเพราะมีศรี กล่าวเกลี้ยงเสียงหวาน
แม้วได้เป็นคู่ ร่วมรู้เยาวมาลย์
คือแก้วสูริย์กานต์ แกมทองรจนา
๒๙๗ สุทัตต์เทวี
ได้ฟังสาวศรี ยินดีนักหนา
กะแร่มแกมอาย ยิ้มละไมไปมา
แล้วนางจินตนา ถึงคำโหรทาย
๒๙๘ แล้วตรึกนึกไป
ฤๅชายนี้ไซร้ ไม่มีความอาย
ฤๅว่านักเลง โฉงเฉงใจหาย
เล่นเบี้ยเมียขาย แล้วไพล่หนีมา
๒๙๙ ฤๅเข้าบ่อนสั่ว
พนันวิ่งรัว ไม่ชั่วเลยนา
ฤๅเล่นปลากัด ขุดวัดขุดวา
คบเถรเณรบา เล่นเก่งไม่เบา
๓๐๐ ฤๅเล่นต่อแต้ม
พะกะริตเข้าแกม เสียแล้วซบเซา
ทับให้ถึงแรด ถึงแปดถึงเก้า
เป็นเจ้ามือพกเปล่า ขี้ฉ้อสิ้นที
๓๐๑ ฤๅนักเลงดวด
ว่าตัวยิ่งยวด อวดว่าเดินดี
ฤๅเล่นหยิบเบี้ย เสียแล้วลอบหนี
ฤๅว่าเด็ดปลี หนีเขากระมังนา
๓๐๒ ฤๅเล่นกำตัด
ว่ากูสันทัด รัดเบี้ยออกมา
เล่นจนฉิบหาย อับอายนักหนา
นักเลงปะขา ดูน่าบัดศรี
๓๐๓ ฤๅเล่นอีโปง
อวดโวโอ่โถง ว่าสองสามสี่
แทงลงที่สอง มันไปข้างสี่
มันกินสิ้นที ต้องขายลูกเมีย
๓๐๔ ถ้าเป็นเช่นนี้
เห็นน่าบัดศรี ดูเป็นคนเสีย
เล่นโปเล่นไพ่ แล้วขายลูกเมีย
ทิ้งขว้างร้างเสีย แล้วหลบหลีกหนี
๓๐๕ เมื่อนั้นนางแก้ว
รำพึงคิดแล้ว ว่าแก่สาวศรี
จะคิดเป็นไฉน จักได้รู้คดี
จึ่งนางทาสี ว่าแก่ฉายา
๓๐๖ เชิญแม่ลงไป
ดูเล่นเป็นไร ให้เห็นแก่ตา
กระหม่อมฉันนี้ เห็นดีนักหนา
จึ่งนางกัลยา ว่าไปทันที
๓๐๗ ดูราสาวใช้
จะให้ข้าไป ดูชายคนนี้
ใจข้าขวยเขิน สะเทิ้นสิ้นที
ทำไฉนนะพี่ จะรู้กิริยา
๓๐๘ พี่เลี้ยงคนหนึ่ง
รูปร่างอย่างกลึง ขี้หึงนักหนา
ทรวดทรงสำอาง เคยเล่นหางตา
ครั้นถึงออกมา ที่ริมประตูดิน
๓๐๙ คอยท่าขอเฝ้า
ปดโป่โวเปล่า ด้วยจิตคิดถวิล
ขอเฝ้าอ้าปาก ยื่นหมากให้กิน
ที่ริมประตูดิน จะทำอะไรกัน
๓๑๐ พี่เลี้ยงคนนี้
ฉลาดสิ้นที จึ่งทูลแจ่มจันทร์
อันการจํ้าจี้ พี่ไม่กลัวมัน
จะทำตัวสั่น ขวยเขินไปไย
๓๑๑ สมเด็จเทวี
ได้ฟังสาวศรี เร่งคิดพิสมัย
ให้แต่งสำรับ พร้อมสรรพฉับไว
สมเด็จอรไท แต่งตัวด้วยดี
๓๑๒ ครั้นแล้วนางนาฏ
เจ้าค่อยยูรยาตร กับเหล่าสาวศรี
ไปสู่โรงทาน ด้วยพลันทันที
จึ่งนางทาสี ให้สำรับพลัน
๓๑๓ สมเด็จจอมจักร
เห็นประหลาดนัก มีทุกสิ่งอัน
ถามเหล่าสาวศรี ที่มาทั้งนั้น
ว่านางจอมขวัญ ให้ข้าฤๅไฉน
๓๑๔ ทาสีบอกเล่า
ว่าแม่ ณ หัวเจ้า ถวายแด่จอมไตร
เป็นบุพเพสันนิวาส แต่ชาติก่อนไกล
สองกระษัตริย์นั้นได้ เคยคู่ครองกัน
๓๑๕ เจ้าจะให้พี่
เสวยโภชนานี้ ทุกสิ่งครบครัน
ยังเสวยไม่ได้ บอกไปด้วยพลัน
จงทูลจอมขวัญ ว่าไม่สบาย
๓๑๖ ถ้าว่าทำทาน
ให้เป็นแก่นสาร ขอนางโฉมฉาย
เอาข้าอาบน้ำ ชำระวรกาย
บอกแก่โฉมฉาย ให้รู้คดี
๓๑๗ ทาสีกลับไป
ทูลนางทรามวัย ตามสั่งภูมี
นางแต่งภูษา คนธาอันดี
ใช้นางทาสี ไปถวายพระองค์
๓๑๘ สมเด็จราชา
สระสรงคงคา แล้วทาเครื่องทรง
แล้วจึ่งเสวย เครื่องสุวรรณบรรจง
สมเด็จพระองค์ เสวยตามประเพณี
๓๑๙ เสวยแล้วมิช้า
จึ่งนางทาสา ยกมาด้วยดี
จึ่งเอาของหวาน ใส่พานมากมี
กับทั้งพระศรี ถวายแก่พระองค์
๓๒๐ นางดูกิริยา
เห็นพระราชา เป็นกระษัตริย์มั่นคง
สุจหนี่ยี่ภู่ ธูปเทียนบรรจง
ถวายแก่พระองค์ ที่ในโรงทาน ๚ะ

ยานี

๓๒๑ เมื่อนั้นนางกระษัตริย์ เจ้าสุทัตต์ยอดสงสาร
พระทัยให้รำคาญ ด้วยสงสารเป็นกำลัง
๓๒๒ อายุสิบห้าปี นางเทวีมีจิตหวัง
เสนหาพะว้าพะวัง กรรมแต่หลังตามยายี
๓๒๓ ชำเลืองพระเนตรมา ดูราชาด้วยยินดี
ส่วนว่าพระจักรี เห็นเทวีเจ้าแลมา
๓๒๔ สององค์ทรงกำหนัด คิดประหวัดเสนหา
เพราะว่าตาต่อตา เกิดสัญญาความยินดี
๓๒๕ แล้วกลับมาตำหนัก นางน้องรักให้หมองศรี
กามกวนมายวนยี นางเทวีเศร้าพระทัย
๓๒๖ เมื่อนั้นจึ่งโฉมศรี มีเสาวนีย์ตรัสสั่งไป
ดูรานางสาวใช้ จงลงไปหาภูบาล
๓๒๗ ไปเชิญท้าวเธอมา ว่าตัวข้าจะทำทาน
ไปเชิญพระภูบาล ขึ้นมาบนตำหนักพลัน
๓๒๘ บัดนั้นนางทาสี รับเสาวนีย์เจ้าจอมขวัญ
ลินลามาด้วยพลัน บอกทรงธรรม์มิได้นาน
๓๒๙ ข้าแต่พระจอมจักร องค์นงลักษณ์จักให้ทาน
ขอเชิญพระภูบาล สู่สถานตำหนักใน
๓๓๐ พระฟังนางสาวศรี จึ่งภูมีคิดสงสัย
แล้วท้าวตรัสสั่งไป แก่สาวใช้ที่ลงมา
๓๓๑ ว่าข้าคนเข็ญใจ ขอทานได้เลี้ยงตัวข้า
ควรฤๅนางฉายา ให้ไปหาเห็นผิดที
๓๓๒ ท้าวทำเป็นมารยา แกล้งตรัสมาแก่สาวศรี
ไปทูลนางเทวี ว่าเรานี้กลัวนักหนา
๓๓๓ จะให้อยู่ก็อยู่ มิเอ็นดูก็จะลา
ท้าวว่าเป็นมารยา ทำทีท่าเป็นแยบคาย
๓๓๔ สาวศรีจึ่งกลับไป ทูลอรไทนางโฉมฉาย
เหมือนคำพระฦๅสาย นางโฉมฉายนึกรำคาญ
๓๓๕ เกรงว่าพระภูมี จะจรลีจากสถาน
กามกวนป่วนแดดาล ด้วยสงสารมากวนใจ
๓๓๖ จึ่งว่าแก่ทาสี ฉันใดดีพี่สาวใช้
จงเร่งคิดเร็วไว ช่วยแก้ไขด้วยน้องรา
๓๓๗ บัดนั้นนางสาวใช้ จึ่งทูลไปมิได้ช้า
ขอเชิญนางกัลยา ยาตราดูด้วยท่วงที
๓๓๘ ถ้าแม่จักใคร่ได้ อย่าเร่งใจมักไม่ดี
หน่อยเจ้าได้เปรมปรีดิ์ ลืมข้านี้กระมังนา
๓๓๙ ฤๅแม่จะแบ่งให้ ข้าเจ้าได้สักครั้งขา
ฤๅไรเจ้าฉายา อย่าโกรธานะทรามวัย
๓๔๐ สุทัตต์นางเทวี ฟังสาวศรียิ้มละไม
จึ่งองค์ทรงคลาไคล ลงไปสู่พระภูมี
๓๔๑ ครั้นถึงเจ้าบังคม หัตถ์ประนมอัญชุลี
ละอายแฝงสาวศรี ดูท่วงทีแห่งราชา
๓๔๒ สมเด็จปิ่นกระษัตริย์ เห็นสุทัตต์เจ้าลงมา
รู้กลนางกัลยา ฝ่ายราชาได้ท่วงที
๓๔๓ จึ่งตรัสแก่ฉายา พี่โมทนาด้วยโฉมศรี
พระทัยของเจ้าดี ให้ทานพี่ยิ่งนักหนา
๓๔๔ จะให้พี่ขึ้นไป ตำหนักในเจ้าฉายา
ไม่ควรแก่ตัวข้า ถ้าน้องมาพี่ดีใจ
๓๔๕ ว่าแล้วพระภูเบศร ทอดพระเนตรดูทรามวัย
เจ้าชม้อยช้อยเนตรไป ดูอรไทสบนัยนา
๓๔๖ พระองคขยับไป ถดเข้าใกล้นางฉายา
ยกพระกรเบื้องขวา ฉวยหัตถานางเทวี
๓๔๗ สมเด็จนางกระษัตริย์ เจ้าสะบัดกรภูมี
จึ่งมีพระเสาวนีย์ แก่ภูมีเป็นมารยา
๓๔๘ ดูดู๋มาบังอาจ ไม่เกรงราชอาญา
ควรฤๅคุมเหงข้า หยอกต่อหน้านางทาสี
๓๔๙ นางทำเป็นมารยา ธรรมดากระสัตรี
ตัดพ้อต่อภูมี ประเวณีทุกตัวคน
๓๕๐ พระฟังนางทรามรัก จึ่งทรงศักดิ์ทราบนุสนธิ์
แจ้งว่านฤมล เจ้าทำกลเป็นมารยา
๓๕๑ พระตรัสแก่เทวี สไบนี้งามนักหนา
ขอชมสักหน่อยรา ได้ไหมจ๋าว่ากระไร
๓๕๒ นางตอบพระภูมี ถ้อยเทวีดำรัสไข
ดูดู๋ช่างว่าได้ บังอาจใจใครจะเหมือน
๓๕๓ นางแกล้งทำโกรธให้ โฉมอรไทเบี่ยงบ่ายเบือน
แกล้งกล่าวคำแชเชือน ใครจะเหมือนนางมารยา
๓๕๔ น้องรักน้องจึ่งให้ ควรทำได้เป็นหยาบช้า
รับทานแล้วมิสา ซํ้าจะมาเล่นตัวเรา
๓๕๕ ตัดพ้อเป็นมารยา ช้อยนัยนาค้อนพระเจ้า
คุมเหงไม่เกรงเรา เห็นว่าเจ้าเป็นผู้ชาย
๓๕๖ แต่ปากหากพ้อตัด จิตกำหนัดระส่ำระสาย
คิดครุ่นอยู่วุ่นวาย ไม่สบายในวิญญาณ์
๓๕๗ สมเด็จพระภูมี ฟังเสาวนีย์ยอดธิดา
พระรู้จึ่งมารยา ทำโกรธาแล้วตรัสไป
๓๕๘ ดูก่อนนางน้องแก้ว เป็นบุญแล้วส่งมาให้
เห็นว่าถ้าจะได้ ควรฤๅใจไม่กรุณา
๓๕๙ ถ้ารักก็จะอยู่ มิเอ็นดูจะขอลา
อย่าว่าเป็นหยาบช้า ให้อายหน้านางสาวศรี
๓๖๐ ฝ่ายว่านางกระษัตริย์ ได้ฟังตรัสพระภูมี
พระทัยเจ้าหมองศรี กลัวจักรีจะจากไป
๓๖๑ เดือดดิ้นในวิญญาณ์ ตอบราชาไปทันใด
ข้าแต่พระจอมไตร ส่วนท้าวไทสิกลัวอาย
๓๖๒ พระองค์มาหยอกน้อง เล่นคล่องคล่องเห็นว่าง่าย
ว่าบ้างสิกลัวอาย หยอกสบายเล่นข้างเดียว
๓๖๓ ถ้าว่ารักน้องจริง พระยอดมิ่งผู้ทรามเปลี่ยว
หยอกเล่นแต่ข้างเดียว เห็นควรเจียวพระพันปี
๓๖๔ พระองค์รู้มารยา เจ้าฉายามารศรี
จึ่งองค์พระภูมี หยอกเทวีเล่นสำราญ
๓๖๕ ฉวยฉุดยุดกรไว้ ในพระทัยให้เบิกบาน
ส่วนเจ้าเยาวมาลย์ กรปัองปัดพระหัตถ์ไท
๓๖๖ ทำได้ให้บัดศรี พระภูมีมีปราศรัย
ทำได้ไม่อายใจ หยอกน้องได้ที่นี่นา
๓๖๗ ทรงศักดิ์รักน้องแลัว ขอพระแก้วจงไคลคลา
ขอเชิญเถิดราชา ขึ้นตำหนักพระพันปี
๓๖๘ สมเด็จพระจอมจักร ฟังน้องรักก็ยินดี
จึ่งชวนนางเทวี ค่อยจรลีตามกันมา
๓๖๙ ครันถึงตำหนักแลัว นางน้องแก้วก็ปรีดา
จัดแจงแต่งภูษา อันรจนาให้ท้าวทรง
๓๗๐ น้ำกุหลาบอาบอบอ่อน ให้ภูธรเธอโสรจสรง
ทีนั้นสองโฉมยง ชำระองค์ด้วยปรีดา ๚ะ

สุรางคนางค์

๓๗๑ สุทัตต์เทวี
ทูลถามภูมี ด้วยความเสนหา
ข้าแต่พระองค์ จงทรงกรุณา
นามกรเจ้าฟ้า ว่ากระไรภูมี
๓๗๒ พระองค์ทรงไชย
อยู่พาราใด จึ่งมาถึงนี่
เป็นเหตุอันใด จึ่งได้จรลี
ขอพระพันปี จงบอกเถิดรา
๓๗๓ เมื่อนั้นทรงเดช
ได้ฟังเยาวเรศ โฉมงามถามมา
พี่ผ่านไอศวรรย์ อนันตพารา
รุ่งเรืองเลื่องหล้า ยศศักดิ์นามกร
๓๗๔ บอกแก่นวลเจ้า
พี่ชื่อสี่เสาร์ นะพระบังอร
เสาร์เข้าทับลัคน์ จึ่งได้บทจร
จากพระนคร มาถึงเทวี
๓๗๕ พี่ขอถามเจ้า
ทองคำลำเพา ผู้เฉิดโฉมศรี
เหตุฉันใดหนอ เจ้าจึ่งจรลี
มาอยู่ที่นี่ นอกพระเวียงไชย
๓๗๖ นางกราบทูลเล่า
เดิมข้าพระเจ้า โหราทูลไข
ว่าชะตาชั่ว ได้ผัวเข็ญใจ
บิดาข้าไซร้ ทรงพระโกรธา
๓๗๗ จะขับข้าเจ้า
ให้ออกไปเล่า สู่ไพรหิมวา
ชนนีขอไว้ อยู่นอกพารา
พบพระยอดฟ้า เหมือนโหรทูลไข
๓๗๘ พระฟังเสาวนีย์
ไพรเราะมีศรี ชมชื่นรื่นใจ
สมเด็จพระบาท ประภาษปราศรัย
บุญแล้วจึ่งได้ พบกันสองรา
๓๗๙ ถ้าพ้นเคราะห์แล้ว
พี่จะพาน้องแก้ว ไปสู่พารา
พี่จะอภิเษก เป็นเอกชายา
ครอบครองนครา เป็นมเหสี
๓๘๐ นางนาฏทูลสนอง
สุดแต่จะโปรดน้อง พระทองพันปี
ตามแต่บัญชา ของพระภูมี
ตัวข้ามารศรี จะพึ่งท้าวไท
๓๘๑ พระฟังเสาวนีย์
ไพรเราะมีศรี ภูมีถามไป
ตัวพี่นี้เล่า เป็นคนเข็ญใจ
ผิดวงศ์พงศ์ไป จงได้เมตตา
๓๘๒ นางทูลท้าวไท
ตัวน้องนี้ไซร้ เห็นองค์ราชา
หฤทัยยินดี ให้มีเสนหา
เห็นเป็นวาสนา จึ่งมาพบกัน
๓๘๓ น้องดูประจักษ์
เห็นองค์ทรงศักดิ์ นรลักษณ์ทรงธรรม์
เห็นว่าพระทอง ครอบครองไอศวรรย์
เหตุมีสักอัน จึ่งพลัดเมืองมา
๓๘๔ พระฟังเทวี
กล่าวพจน์วาที ยิ่งมีเสนหา
โลมลูบจูบชม เนื้อนมกัลยา
ปลุกปลื้มกามา ปั่นป่วนยวนใจ
๓๘๕ สองสมชมชื่น
พระทัยระรื่น เต็มตื้นพิสมัย
สัมผัสรัดนาง จนสางแสงใส
เสด็จจากห้องใน สู่แท่นรจนา
๓๘๖ น้ำบ้วนพระโอษฐ์
สีพระทันต์นั้นโสด นางจึ่งแต่งมา
ถวายแก่พระองค์ เธอสรงพักตรา
แล้วสั่งทาสา ยกเครื่องมาพลัน
๓๘๗ สาวศรีแต่งเครื่อง
รจนารองเรือง ถวายแก่แจ่มจันทร์
มันควักมันค้อน แสนงอนตามกัน
ทีนี้จอมขวัญ สำราญพระทัย
๓๘๘ ทาสีคิดกัน
จะนิ่งไว้นั้น เห็นไม่พ้นภัย
เราจำไปเฝ้า ปิ่นเกล้าภพไตร
ทูลแก่ท้าวไท ให้ทราบคดี
๓๘๙ คิดแล้วลอบมา
ถึงวังมิช้า ทูลพระมเหสี
พระลูกได้คู่ สมสู่เทวี
แต่งการคืนนี้ จงทราบพระทัย
๓๙๐ ชายนั้นขอทาน
รูปร่างสะคราญ เจ้าพึงพอใจ
แอบลงไปหา รับมาไว้ใน
ห้ามนางอรไท ไม่ฟังเลยนา ๚ะ

ฉบัง

๓๙๑ บัดนั้นสมเด็จมารดา ได้ฟังทาสา
ธิดาเจ้ามีคู่ครอง
๓๙๒ หฤทัยเจ้าให้หม่นหมอง รักลูกโดยปอง
เหตุใดเป็นเช่นนี้นา
๓๙๓ เวรกรรมใดทำก่อนมา อับอายขายหน้า
แก่ฝูงไพร่ฟ้าทั้งปวง
๓๙๔ ร่ำรักธิดาในเรือนหลวง คับแค้นแน่นทรวง
พิลาปก็ไห้ร่ำไร
๓๙๕ เมื่อนั้นกินนุวัตท้าวไท ทราบว่าทรามวัย
สุทัตต์เจ้าได้สามี
๓๙๖ โกรธาดั่งว่าอัคคี พระเนตรภูมี
ดาลแดงดั่งแสงสุริย์ฉัน
๓๙๗ กระทืบบาทสิงหนาทผาดผัน ชั่วช้าอาธรรม์
สามานย์ต่ำศักดิ์บัดศรี
๓๙๘ แล้วจึ่งคิดได้ด้วยดี เพราะชะตาราศี
ตามทีของมันเถิดรา
๓๙๙ โองการตรัสถามลงมา ชายผู้นั้นนา
เดิมทีมันมาแต่ไหน
๔๐๐ สูงต่ำรูปร่างอย่างไร รุ่นราวคราวใคร
ทูลไปให้รู้คดี
๔๐๑ สาวใช้กราบทูลถ้วนถี่ ว่าหน่อจักรี
ทรงศรีดั่งแก้วแกมทอง
๔๐๒ โฉมเฉิดเห็นงามลำยอง โฉมเจ้าทั้งสอง
ดั่งเทพจำลองสรรค์มา
๔๐๓ แต่ยังไม่ทราบเกศา ว่าอยู่พารา
เมืองใดนะพระทรงธรรม์
๔๐๔ โองการตรัสไปด้วยพลัน มันย่อมรักกัน
เอามาเพ็ดทูลมุสา
๔๐๕ ชอบแต่แหวะปากมันนา มะพร้าวห้าวเข้าคา
ให้สามันรู้กันดี
๔๐๖ ทาสีตกใจลุกหนี กลับมาทันที
ก็ทูลแก่นางจอมขวัญ
๔๐๗ ว่าพระปิ่นเกล้าไอศวรรย์ กริ้วโกรธสากรรจ์
ตัวข้าเข้าไปฟังดู
๔๐๘ สมเด็จนวลนางโฉมตรู ด่าว่าสู่รู้
ใครใช้ให้เจ้าเข้าไป
๔๐๙ เป็นว่าไม่เกรงท้าวไท เพราะรักจอมไตร
พระทัยนิยมยินดี
๔๑๐ แต่ค่ำจนรุ่งราตรี กลางวันสองศรี
เวียนชมมิว่างเสนหา
๔๑๑ มิได้เกรงพระบิดา อยู่ช้านานมา
ฉายาเจ้าก็ทรงครรภ์
๔๑๒ ถ้วนทศมาสด้วยพลัน ประสูติบุตรนั้น
เป็นชายเห็นงามโสภา
๔๑๓ โฉมเฉิดลํ้าเลิศโลกา เหมือนพระอัยกา
ปิ่นเกล้าเป็นเจ้าภูวดล
๔๑๔ ทาสีไปทูลนุสนธิ์ ว่านางนฤมล
ประสูติพระราชนัดดา
๔๑๕ รูปร่างอย่างยิ่งเทวา โฉมเฉิดเลิศฟ้า
เป็นชายดูงามเฉิดฉาย
๔๑๖ กินนุวัตตรัสแจ้งภิปราย โกรธาค่อยคลาย
ก็สั่งแก่หมู่เสนา
๔๑๗ เร่งแต่งราชรถอาชา รับพระนัดดา
เข้ามาบัดนี้จงพลัน
๔๑๘ เสนารับสั่งผายผัน ครั้นถึงแจ่มจันทร์
ก็ทูลด้วยพลันทันที
๔๑๙ ท้าวให้นัดดาภูมี ไปยังบูรี
อย่าช้าบัดนี้ขมีขมัน
๔๒๐ เมื่อนั้นนวลนางจอมขวัญ ตอบเสนาพลัน
ทรงธรรม์ไม่ขายบาทา
๔๒๑ เสนารับราชนัดดา ขึ้นรถไคลคลา
ช้างม้าโยธาล้อมไป
๔๒๒ ครั้นว่าไปถึงวังใน จึ่งอุ้มเข้าไป
ถวายท้าวไทอัยกา
๔๒๓ กินนุวัตเธอรักนักหนา เชยชมนัดดา
ตรัสแก่ชายามารศรี
๔๒๔ หลานเรารูปงามโสภี จึงพระเทวี
สองศรีเจ้าชมนัดดา
๔๒๕ ประทานขันสาครรจนา สำหรับนัดดา
จะได้อาบได้สรงวารี
๔๒๖ ทั้งพระสนมมากมี สาวสาวส่งศรี
ให้เลี้ยงนัดดาท้าวไท
๔๒๗ แล้วสั่งพี่เลี้ยงนางใน เอ็งทั้งนี้ไซร้
ไปคอยเอาผิดโดยพลัน
๔๒๘ ถ้าได้ความผิดสักอัน จะฆ่าผัวมัน
ว่าแล้วทรงธรรม์ตรัสไป
๔๒๙ ให้เชิญนัดดายาใจ พี่เลี้ยงนั้นไซร้
ก็เชิญไปสู่แจ่มจันทร์
๔๓๐ ทูลว่าบิตุรงค์ทรงธรรม์ ประทานรางวัล
แหวนทองเสื้อผ้ามากมี
๔๓๑ บัดนั้นสุทัตต์เทวี ฟังนางสาวศรี
ยินดีพระทัยนักหนา
๔๓๒ อุ้มเอาลูกรักมิช้า เสวยนมแม่รา
ผ่านฟ้าผู้ยอดพิสมัย
๔๓๓ แล้วสั่งสาวศรีทันใด อาบน้ำลูบไล้
สาวใช้ให้เจ้าบรรทม ๚ะ

ยานี ช้าลูกหลวง

๔๓๔ นอนไปเถิดพี่จะกล่อม งามละม่อมพระเอวกลม
เห่ช้าอย่าปรารมภ์ พระทรามชมนอนสำราญ
๔๓๕ ช้าช้าจะแกว่งไกว พระสายใจยอดสงสาร
บรรทมให้สำราญ ยอดสงสารของพี่เอย
๔๓๖ นอนเถิดพี่จะช้า พระยอดฟ้าผู้ทรามเชย
รูปทองผุดผ่องเผย ผ่านฟ้าเอยจงบรรทม
๔๓๗ นอนเถิดพระยอดสร้อย อย่าละห้อยน้อยอารมณ์
ขอเชิญเจ้าบรรทม พระเอวกลมอย่าร่ำไร ฯ
๔๓๘ ครั้นว่าเจ้าบรรทมแล้ว นางใจแกล้วมันออกไป
คอยดูแยบภูวไนย จะเอาผิดพระราชา
๔๓๙ มันทำเป็นแยบคาย ล่อท้าวไทด้วยมารยา
สมเด็จพระผ่านฟ้า เธอรู้แจ้งประจักษ์ใจ
๔๔๐ คอยมาไม่ได้ผิด มันจึ่งคิดกันสืบไป
ด่ามี่อีหัวใหญ่ ไสหัวมันลงไปเสีย
๔๔๑ มึงนี่ดีแต่กิน กินจนสิ้นไม่เสียเบี้ย
มันด่าเป็นคนเสีย ว่าหยาบช้าเป็นสามานย์
๔๔๒ พระฟังทาสีด่า เนตรราชาคือท่อธาร
สงสารพระภูบาล ให้รำคาญในพระทัย
๔๔๓ นิจจาว่าตัวกู กูจะอยู่ไปกลใด
ควรฤๅอีสาวใช้ ด่าเปรียบได้มันนักหนา
๔๔๔ สุทัตต์นางเทวี เห็นภูมีผิดกิริยา
ก้มเกล้าเจ้าเข้ามา ทูลถามท้าวปิ่นจอมเมือง
๔๔๕ ใครว่าสิ่งอันใด ฤๅท้าวไทคิดขุ่นเคือง
โกรธาข้าบุญเรือง ฤๅแค้นเคืองข้าสิ่งใด
๔๔๖ พระขานตอบเทวี พระพี่นี้โกรธเจ้าไย
ย่อมมีที่น้อยใจ คิดแค้นไปก็นิ่งเสีย
๔๔๗ ฟังคนมันดูถูก เพราะรักลูกเอ็นดูเมีย
ด่าเปรียบเป็นคนเสีย เจ็บใจนักพี่ขอลา
๔๔๘ อยู่เถิดนางน้องแก้ว สิ้นบุญแล้วแก้วพี่อา
ค่อยเลี้ยงพระลูกยา ไม่มรณาจะแทนคุณ
๔๔๙ ถ้าพี่ถึงเมืองแล้ว จะรับแก้วผู้ใจบุญ
ครอบครองปิ่นไอศูรย์ เจ้ามีคุณแก่พี่ยา
๔๕๐ นางฟังพระภูเบศร ชลเนตรนองพักตรา
กอดบาทพระภัสดา นางฉายาไห้ร่ำไร
๔๕๑ พระองค์จะไปแล้ว ท้าวน้องแก้วจะอยู่ไย
ยาพิษจะกินให้ ชีพบรรลัยไปเมืองผี
๔๕๒ กันแสงสลบไป นางทรามวัยสิ้นสมประดี
เมื่อนั้นพระภูมี เห็นเทวีทรงโศกา
๔๕๓ ช้อนเกศขึ้นใส่ตัก เจ้ายอดรักของพี่อา
รักพี่ยิ่งนักหนา อนิจจามาบรรลัย
๔๕๔ เอาน้ำกุหลาบมา สรงพักตรานางอรไท
ค่อยฟื้นขึ้นมาได้ นางทรามวัยทรงโศกา
๔๕๕ สงสารพระสี่เสาร์ แสนโศกเศร้าในวิญญาณ์
จึ่งอุ้มพระลูกยา พระราชาให้โศกศัลย์
๔๕๖ เมื่อนั้นนางฉายา กราบบาทาพระทรงธรรม์
ไม่เอ็นดูดีฉัน เห็นแก่ลูกท้าวเถิดรา
๔๕๗ พระฟังนางน้องแก้ว กันแสงแล้วมีบัญชา
นางตรัสแก่ลูกยา พ่อหนีหน้ามิอาลัย
๔๕๘ ครั้นว่าจะไปแล้ว คิดถึงแก้วผู้สายใจ
ครั้นว่าพ่อจะไป ให้อาลัยด้วยลูกยา
๔๕๙ ถ้าว่าอยู่เมืองเรา มันนี้เล่าจะมรณา
จึ่งว่าพระลูกยา สั่งไว้แล้วไห้ร่ำไร
๔๖๐ สงสารสองกระษัตริย์ โทรมนัสกันแสงไห้
รักกันเป็นพ้นใจ ไปไม่ได้เพราะเสนหา
๔๖๑ ฝ่ายว่านางสาวใช้ คิดกันใหม่ด้วยริษยา
อุ้มองค์พระยอดฟ้า ไปวางไว้ในกลางดิน
๔๖๒ เมื่อนั้นพระสี่เสาร์ แลเห็นเจ้าพระยุพิน
นอนอยู่เหนือแผ่นดิน พระภูมินทร์อุ้มเอามา
๔๖๓ อุ้มลงขันสาคร พระภูธรสรงลูกยา
ฝ่ายว่ากุมารา ตีน้ำเล่นในสาคร
๔๖๔ น้ำนั้นมันกระเด็น ซ่านเซ็นถูกพระบิดร
สาวใช้อีแสนงอน มันไปทูลแก่ท้าวไท
๔๖๕ ชายนั้นทะนงศักดิ์ อุ้มหลานรักของจอมไตร
อาบน้ำสำราญใจ ในสาครชองพระองค์
๔๖๖ สมเด็จพระภูมี ฟังทาสีทูลมั่นคง
เนตรแดงคือสุริยง ท้าวเธอทรงพระโกรธา
๔๖๗ ตรัสสั่งพระยมราช ให้เพชฌฆาตไปผูกมา
โซ่ตรวนแลขื่อคา สูเร่งจำห้าประการ
๔๖๘ แล้วเอาใส่ตรุไว้ อ้ายจังไรคนสาธารณ์
ยมราชรับโองการ จำภูบาลตามรับสั่ง
๔๖๙ สงสารนางเทวี มารศรีน้ำเนตรหลั่ง
เวรใดแต่หนหลัง จึ่งมาเป็นดั่งนี้นา
๔๗๐ ฉวยอุ้มพระลูกแก้ว ขวางอกแล้ววิ่งตามมา
ปิ่นเกล้าเจ้าเมียอา พระจะเป็นประการใด
๔๗๑ เห็นเขาเอาพระองค์ จำมั่นคงใส่ตรุใน
นวลนางวางเข้าไป กราบทูลไทผู้มารดา
๔๗๒ พระองค์จงโปรดปราน แก่พระหลานด้วยเถิดรา
วางทับพระบาทา ขอมารดาจงปรานี
๔๗๓ ขอโทษซึ่งผัวข้า พระมารดาโปรดเกศี
สมเด็จชนนี อุ้มโฉมศรีพระนัดดา
๔๗๔ เชยชมพระหลานแล้ว ว่าลูกแก้วของแม่อา
เจ้าอุ้มเอาลูกยา ไปเฝ้าท้าวปิ่นภพไตร
๔๗๕ นางรับเอาลูกแก้ว ขวางอกแล้ววิ่งขึ้นไป
เอาลูกวางลงไว้ เหนือพระบาทพระภูมี
๔๗๖ ก้มเกล้าเจ้ากราบทูล นเรนทร์สูรโปรดเกศี
ผัวข้าผิดไม่มี พระพันปีลงอาญา
๔๗๗ สมเด็จท้าวกินนุวัต ยื่นพระหัตถ์อุ้มนัดดา
ยกขึ้นทูนเกศา ยอดรักตาน่ายินดี
๔๗๘ แลเห็นพระธิดา ไม่ดูหน้าเบือนพักตร์หนี
นางทูลสักร้อยที เธอนิ่งได้ไม่เจรจา ๚ะ

พิลาป

๔๗๙ สุทัตต์ทูลเล่า
โปรดข้าพุทธิเจ้า เถิดพระบิดา
มันทูลยุบล ฟังคนริษยา
ไม่พิจารณา โกรธาแสนทวี
๔๘๐ บ่ได้ไถ่ถาม
ให้แจ้งเนื้อความ นะพระพันปี
ถ้าว่าเห็นผิด ไม่คิดชีวี
นี่ผิดไม่มี ไยมิเมตตา
๔๘๑ ฤๅพระพันปี
เห็นแต่มั่งมี สมบัติยศถา
ไม่คิดบาปกรรม จะเป็นเวรา
มาทำผัวข้า เห็นน่าบัดศรี
๔๘๒ เอ็นดูผัวข้า
ไม่มีโทษา เลยนะพันปี
ควรฤๅทำได้ ไม่โปรดเกศี
อยู่ไปไยมี จะตายตามไป
๔๘๓ แม้นผัวตายแล้ว
กับพระลูกแก้ว จะได้ความอาย
ไม่เห็นแก่ข้า เห็นแก่หลานชาย
ขอพระฦๅสาย โปรดเกล้าลูกยา
๔๘๔ จะโปรดมิโปรด
ตรัสให้รู้โทษ บ่จำนรรจา
อย่าอุ้มลูกเต้า ข้าพระเจ้าเลยนา
ส่งยื่นคืนมา เถิดพระพันปี
๔๘๕ พ่อชั่วแม่ชั่ว
ใช่เนื้อใช่ตัว ชมเชยเสียที
ลูกวอนขอโทษ ไม่โปรดเกศี
วันนี้น่าที่ จะตายด้วยกัน
๔๘๖ สุทธิมารดา
เห็นนางอยู่ช้า เสด็จมาด้วยพลัน
เห็นลูกร้องไห้ ฤทัยกระศัลย์
บังคมทรงธรรม์ ชลเนตรบ่วาย
๔๘๗ เห็นลูกโศกา
วิ่งวางลงมา อกคว่ำขวัญหาย
เพราะด้วยรักผัว กลัวว่าจะตาย
นางจึ่งทูลขยาย คดีเนื้อความ
๔๘๘ ขอพระภูมี
ทรงธรรม์พันปี ฟังข้าเจ้าห้าม
เอ็นดูนัดดา อย่าได้วู่วาม
พระองค์ทรงนาม จงโปรดปรานี
๔๘๙ ข้าแต่ผ่านฟ้า
ตามแต่วาสนา ชะตาราศี
มักชั่วได้ชั่ว ว่าไปไยมี
มักดีได้ดี ตามบุญของมัน
๔๙๐ พระภูวจักรี
คติย่อมมี มาแต่ก่อนนั้น
ผิดทีหนึ่งด่า สองคราสอนมัน
สามคราขับผัน จากกรุงภพไตร
๔๙๑ พึ่งผิดที่นี้
จะฆ่าจะตี โทษควรฤๅไฉน
ชังแต่ผัวมัน ลูกเราเล่าไซร้
สลัดสลัดมิได้ เห็นแก่นัดดา
๔๙๒ กำพร้าแต่น้อย
เจ้าไม่รู้ถ้อย คดีเดียงสา
ชังแม่รักลูก ไม่ถูกตำรา
จงทรงเมตตา ข้าทั้งสามองค์
๔๙๓ กินนุวัตราชา
ฟังนางทูลมา คลายความโกรธลง
เจ้ามาอุปมา เห็นจริงมั่นคง
เห็นแก่โฉมยง นัดดาทรงธรรม์
๔๙๔ เจ้ามาขอโทษ
ไม่มีความโกรธ เพราะหลานจอมขวัญ
เจ้าเห็นว่าดี ฤๅอรแจ่มจันทร์
มันไม่เกรงกัน คบคนจังไร
๔๙๕ ถ้าว่าคบหา
ลูกท้าวหลานพญา มันมิคบไย
มาทำขายหน้า ดีฤๅฉันใด
คบอ้ายจังไร มันคนขอทาน
๔๙๖ กูคิดอยู่หนิด
หาไม่ชีวิต จักม้วยวายปราณ
เห็นแก่นัดดา เจ้ายอดสงสาร
ว่าแล้วภูบาล ตรัสไปด้วยพลัน
๔๙๗ ดูราชาววัง
เอ็งออกไปสั่ง พระยายมนั่น
ให้เอานักโทษ ผัวนางจอมขวัญ
เข้ามาด้วยพลัน บัดนี้เร็วไว
๔๙๘ ชาววังออกมา
บอกยมราชา พาไปทันใจ
ถึงท้องพระโรง สมเด็จท้าวไท
สิสี่เสาร์ไม่ ไหว้ท่านพ่อตา
๔๙๙ ท้าวกินนุวัต
แลเห็นกระษัตริย์ ทำอหังการ์
เธอโกรธฮึดฮือ คือดังไฟฟ้า
จองหองนักหนา มึงมาแต่ไหน
๕๐๐ จึ่งพระสี่เสาร์
ทูลแก่ปิ่นเกล้า เจ้าผ่านภพไตร
ตัวข้านักโทษ ไม่ไว้พระทัย
ถึงว่าจะไหว้ ไม่พ้นความตาย
๕๐๑ ท้าวไทธิบดี
ผู้ผ่านธรณี ตรัสอย่ามุ่งหมาย
เลยว่าจะโปรด มีโทษถึงตาย
ก้มเกล้าถวาย บังคมภูมี
๕๐๒ นักโทษทั้งหลาย
ที่โทษถึงตาย ไม่ควรสดุดี
ยอกรประนม บังคมจักรี
บ่เป็นศักดิ์ศรี แก่เจ้าสากล
๕๐๓ ควรแต่เสนา
มนตรีไพร่ฟ้า ท้าวพญาสามนต์
เมืองขึ้นอีกเล่า ของเจ้าจุมพล
บังคมภูวดล จึ่งจะเป็นศักดิ์ศรี
๕๐๔ ข้านี้ถือตัว
บ่ไหว้อยู่หัว ท้าวไทธิบดี
ถึงว่าจะไหว้ บ่เป็นศักดิ์ศรี
แก่พระภูมี ผู้ผ่านพารา
๕๐๕ กินนุวัตได้ยิน
คำพระภูมินทร์ รำพึงจินดา
นักโทษคนนี้ คิดดีนักหนา
ถ้อยคำเจรจา หลากคนทั้งหลาย
๕๐๖ แล้วพิจารณา
นรลักษณ์พักตรา ศรีสรรพ์พรรณราย
ผิดรูปยาจก ทลิทกทั้งหลาย
ดูเห็นเฉิดฉาย ใช่คนขอทาน
๕๐๗ โฉมงามมีศรี
สุทัตต์เทวี จึ่งร่วมสงสาร
นางรักสุดสวาดิ ใครเลยจะปาน
ชะรอยสมภาร สร้างมาด้วยกัน
๕๐๘ กินนุวัตราชา
ตรัสถามลงมา บัดเดี๋ยวด้วยพลัน
ดูรานักโทษ คนโฉดฉกรรจ์
หลักนีติธรรม์ ถ้อยคำเจรจา
๕๐๙ ดังฤๅบังอาจ
ไม่มีมารยาท ทำอหังการ์
ลงร่วมสาคร ของพระนัดดา
ควรแล้วฤๅมา ทำชอบฤๅไฉน
๕๑๐ บัดนั้นพระบาท
สี่เสาร์ธิราช จึ่งทูลสนองไข
ข้าไม่อาจอง ลงสรงร่วมใน
สาครท้าวไท หลานพระ ณ หัว
๕๑๑ ทุกวันเวลา
ข้าเจ้าย่อมมา ยำเยงเกรงกลัว
เดินเหินระวัง ลุกนั่งยอบตัว
หลานพระ ณ หัว ทูนเกล้าเกศา
๕๑๒ ถ้าว่าจะจูบ
เชยชมโลมลูบ แต่เอวลงมา
จนถึงพระบาท ของพระราชนัดดา
ไม่จูบเกศา กลัวพระภูมี
๕๑๓ ข้าทูลภูวไนย
วันหนึ่งนั้นไซร้ พี่เลี้ยงไม่มี
พระราชนัดดา ของพระพันปี
นั่งเล่นธุลี กลิ้งเกลือกไปมา
๕๑๔ นางนมพี่เลี้ยง
ของพระเนื้อเกลี้ยง เขาไม่นำพา
ไม่ให้เสวยนม นะพระราชา
ข้าอุ้มเจ้ามา วางในสาคร
๕๑๕ หลานพระคะนอง
ตีน้ำเป็นฟอง นะพระภูธร
เจ้าตีน้ำเล่น ในขันสาคร
ทาสีแสนงอน มันคอยริษยา
๕๑๖ เจ้าตีน้ำเล่น
น้ำนั้นกระเด็น ต้องกายแห่งข้า
ทาสีมันเห็น จึ่งทูลราชา
ความจริงของข้า นะพระทรงธรรม์
๕๑๗ ข้าทูลเนื้อแท้
จริงเท่านี้แล ข้าไม่เสกสรร
มิได้อาบน้ำ ร่วมพระหลานขวัญ
ไม่จริงดั่งนั้น รับพระอาญา
๕๑๘ สุทัตต์เทวี
อุ้มลูกมารศรี กันแสงโศกา
นั่งแนบแอบผัว ไม่กลัวอาญา
คอยฟังบิดา จะตรัสฉันใด
๕๑๙ กินนุวัตราชา
ฟังพระผ่านฟ้า เจ้ามาทูลไข
เธอหายคลายโกรธ ไม่เอาโทษไท
ให้หาสาวใช้ ขึ้นมาด้วยพลัน
๕๒๐ โองการท่านไท
ให้ตำรวจใน เฆี่ยนสาวใช้นั้น
ฝ่ายตำรวจใหญ่ ผูกคอไปพลัน
ทาสาตัวสั่น ร้องไห้ฟูมฟาย
๕๒๑ วิ่งเข้ากอดบาท
ทูลพระเยาวราช สุทัตต์โฉมฉาย
ขอรับทัณฑ์โทษ โปรดอย่าให้ตาย
ข้าผิดมากมาย ได้โปรดเกศี
๕๒๒ สุทัตต์จึ่งว่า
เมื่อเอ็งทำข้า ไม่คิดร้ายดี
ด่าเปรียบเทียบกัน กูรู้ถ้วนถี่
เห็นว่ากูนี้ ตกยากเข็ญใจ
๕๒๓ ทาสีก้มเกล้า
ผิดแล้วแม่เจ้า จงงดโทษภัย
แม่ได้เมตตา อย่าได้กินใจ
มิโปรดลูกไว้ จะม้วยเป็นผี
๕๒๔ นางคิดอนิจจา
จึ่งทูลบิดา บาปกรรมจะมี
แก่ผัวลูกยา พระอย่าฆ่าตี
จงโปรดเกดี ลูกกลัวเวรา
๕๒๕ กินนุวัตตรัสไป
ตามแต่อรไท เถิดนะลูกอา
แล้วจึ่งให้ปล่อย ไม่ลงอาญา
ทาสีกราบลา ออกมาด้วยพลัน
๕๒๖ แล้วตรัสถามไป
เจ้ามาแต่ไหน ไม่รู้สำคัญ
ผู้ดีเข็ญใจ จงบอกไปพลัน
ตัวของท่านนั้น อยู่บ้านเมืองใด
๕๒๗ ชาวในชาวนอก
ชั่วดีจงบอก ให้ทราบพระทัย
เอ็งมาทำชู้ กูนี้อายใจ
โทษถึงบรรลัย รอดด้วยธิดา
๕๒๘ สมเด็จสี่เสาร์
ได้ฟังคำท้าว ผู้เป็นพ่อตา
ท้าวคิดละห้อย น้อยใจนักหนา
กันแสงโศกา ดำรัสด้วยพลัน
๕๒๙ เราเป็นพญา
ครอบครองพารา นครอนันต์
เราได้เป็นใหญ่ ผ่านไอศวรรย์
นามกรเรานั้น สี่เสาร์ราชา
๕๓๐ ครองราชสมบัติ
กรรมให้กำจัด พลัดบ้านเมืองมา
ซุกซอนนอนดง หลงในพนา
ลุถึงพารา ผ่านฟ้าธานี ๚ะ

ฉบัง

๕๓๑ ท้าวกินนุวัตภูมี ได้สดับคดี
กลัวฤทธิ์พระเจ้าขวัญหาย
๕๓๒ ถอยลงจากแท่นทองพราย ก้มเกล้าถวาย
กลัวซึ่งความตายบังคมไท
๕๓๓ ขอพระโปรดเกล้าข้าเจ้าไว้ จงงดโทษภัย
พระภูวไนยโปรดเกศา
๕๓๔ พระสี่เสาร์จึ่งมีวาจา ไม่ถือโทษา
แก่พระราชาอย่าตกใจ
๕๓๕ เป็นกรรมเราเองโทษใคร ท้าวอย่ากินใจ
กรรมแต่ก่อนให้มาตามสนอง
๕๓๖ท้าวกิณุวัตถามโดยปอง ดังฤๅพระทอง
จึ่งจากมณเฑียรเพื่อใด
๕๓๗ พระสี่เสาร์จึ่งแจ้งแถลงไข เหตุด้วยเคราะห์ไซร้
เสาร์เข้าทับลัคน์ราศี
๕๓๘ โหรให้ทำบัตรบวงพลี เมื่อจะเกิดโกลี
เรานี้มิฟังโหรา
๕๓๙ เราจึ่งพลัดจากเมืองมา องค์เดียวกับม้า
ถึงกลางมรคาก็อัศจรรย์
๕๔๐ มงกุฎกลายเป็นกระบายพลัน ศาตราพระขรรค์
โง้งเป็นเคียวพลันม้าเป็นวัว
๕๔๑ เขาชิงเอาม้าไม่เกรงกลัว เมื่อกรรมถึงตัว
มันว่าลักวัวของมันมา
๕๔๒ ท่านท้าวกินนุวัตราชา พระองค์ให้หา
เครื่องทรงเธอมาถวายไท
๕๔๓ เชิญขึ้นแท่นทองผ่องใส สุทัตต์อรไท
ถวายจอมไตรอีกทั้งพารา
๕๔๔ ท้าวตรัสสั่งว่าอย่าช้า สูเร่งไปจัดหา
หาเครื่องบรรดาของจุมพล
๕๔๕ อำมาตย์กราบลาไปบัดดล จรสู่นิคมชน
ค่อยซับทราบเสาะแสวงหา
๕๔๖ เมื่อสิ้นพระเคราะห์ราชา พระเสาร์ไคลคลา
ผ่านฟ้าเจ้าหายทุกข์ทน ๚ะ

สุรางคนางค์

๕๔๗ เคราะห์สิ้นเจ็ดวัน
สิ่งของทั้งนั้น อยู่ทุกตำบล
กลายกลับอย่างเก่า ของเจ้าสากล
วัวเป็นม้าต้น พิจิตรรจนา
๕๔๘ เคียวเป็นพระขรรค์
กระบายกลายพลัน มงกุฎบ่ช้า
หนังโคกลับกลาย เป็นผ้ากาสา
เล็ดถั่วเล็ดงา เป็นเพชรธำมรงค์
๕๔๙ ผู้คนทั้งนั้น
เห็นเป็นอัศจรรย์ ดูหลากพิศวง
แม้นเราเอาไว้ เห็นโทษมั่นคง
เอาถวายพระองค์ กินนุวัตราชา
๕๕๐ ปากคนฦๅเล่า
พระสี่เสาร์เจ้า เป็นผัวกัลยา
ที่ท้าวคนนั้น เป็นโทษนักหนา
ฝูงคนทั้งห้า ทำผิดคิดฉงน
๕๕๑ คิดแล้วใจหาย
ทั้งห้ากลัวตาย พร้อมกันทุกคน
เอามงกุฎพระขรรค์ ของพระจุมพล
ทั้งพญาม้าต้น อีกทั้งภูษา
๕๕๒ กับเพชรธำมรงค์
โดยใจจำนง เดินตามกันมา
ไปถวายปิ่นเกล้า เจ้ากรุงนัครา
ถึงกลางมรคา พออำมาตย์ไป
๕๕๓ เขาเห็นประหลาด
หมู่มุขอำมาตย์ คร่าเอาทันใด
ของหลวงทั้งนี้ มึงพาไปไหน
เขาจึ่งบอกไป จะถวายราชา
๕๕๔ อำมาตย์ไม่ฟัง
ผูกมือไพล่หลัง ทุบถองจูงมา
ถึงวังภูเบศร ทูลเหตุมิช้า
ถวายคนทั้งห้า แก่ปิ่นภพไตร
๕๕๕ สมเด็จสี่เสาร์
ตรัสลงมาเล่า ผูกคอเขาไย
เป็นกรรมของข้า จะมาโทษใคร
พระไม่จองภัย แก่ราษฎร์ประชา
๕๕๖ ตรัสให้รางวัล
เงินทองแพรพรรณ มากมายเหลือตรา
ปล่อยคนทั้งนั้น ชวนกันออกมา
คืนสู่เคหา อยู่สุขสำราญ
๕๕๗ สมเด็จสี่เสาร์
เห็นเครื่องพระเจ้า น้ำเนตรคือธาร
มงกุฎพระขรรค์ ทั้งเครื่องสังวาล
ภูษาภูบาล เศร้าหมองโรยรา
๕๕๘ อีกทั้งธำมรงค์
รัศมีศรีทรง อย่างยิ่งสูริยา
กลายกลับอับเฉา หมองเศร้านักหนา
พระขรรค์คมกล้า มาเป็นสนิมไป
๕๕๙ กรกอดเครื่องทรง
แนบกับทรวงองค์ ชลเนตรลามไหล
เมื่อกรรมมาทัน อัศจรรย์พรัดพราย
เมื่อบุญจะให้ ย่อมได้คืนมา
๕๖๐ ยังแต่มเหสี
อนันต์เทวี ไม่เห็นกัลยา
ทำไฉนจะพบ เจ้าแก้วแววตา
ป่านฉะนี้ฉายา ครวญคร่ำร่ำไร
๕๖๑ ไม่รูดีร้าย
ว่าพี่เป็นตาย ทุกข์สุขเป็นไฉน
เจ้าจะโศกา ชลนาหลั่งไหล
ครวญคร่ำร่ำไห้ ทุกแห่งแสวงหา
๕๖๒ มิพบพักตร์พี่
เคราะห์กรรมยายี บังหูบังตา
ไม่ควรที่เป็น ดังนี้เลยนา
โอ้ว่าอนิจจา ช่างน่าสงสาร
๕๖๓ ท้าวกำสรดนัก
บุญเห็นประจักษ์ ด้วยโพธิสมภาร
บัดเดี๋ยวเครื่องทรง ก็งามชัชวาล
สมเด็จภูบาล ยินดีพระทัย
๕๖๔ ท้าวทรงภูษา
อาภรณ์รจนา สะอิ้งสุกใส
ธำมรงค์มงกุฎ งามสุดเลิศไกร
ท้าวเสด็จลงไป สู่ม้าอาชา
๕๖๕ เห็นพญาม้าแก้ว
ผอมผ่ายไปแล้ว กันแสงโศกา
กรรมเวรสิ่งไร กลายเป็นโคนา
มันใช้นักหนา จนผ่ายผอมไป
๕๖๖ ลูบหลังลูบหน้า
พระกรกำหญ้า ป้อนม้ามโนมัย
มาระหกระเหิน ดำเนินในไพร
ยังเหาะเหิรได้ ฤๅพี่พาชี
๕๖๗ ค่อยปลอบค่อยว่า
บัดเดี๋ยวพญาม้า ดูงามมีศรี
มิได้ผอมผ่าย ใหญ่หลวงพ่วงพี
พระปิ่นธรณี ชื่นชมนักหนา
๕๖๘ เผ่นขึ้นม้าแก้ว
จับบังเหียนแล้ว เผ่นขึ้นเวหา
ทักษิณโดยรอบ ขอบขัณฑเสมา
ฝูงราษฎร์ประชา ตระหนกตกใจ
๕๖๙ เกิดมาไม่เคย
เห็นอย่างนี้เลย เหาะเหิรครรไล
ผัวนางเทวี มีบุญเหลือใจ
หัวปีต้องภัย เป็นคนทลิทการ
๕๗๐ ม้าร้องก้องกึก
ระโรมโครมครึก สนั่นห้องจักรวาฬ
ลางหมู่ตกใจ เสือกสนลนลาน
บ้างวิ่งเข้าบ้าน บ้างซุกซอนไป
๕๗๑ บางวิ่งปะทะกัน
ล้มลุกไม่ทัน คลานเข้าเตาไฟ
บ้างกอดไหเหล้า ตักดื่มเข้าไป
วิ่งซานหวั่นไหว ทั้งพื้นแผ่นดิน
๕๗๒ ราษฎรทั้งหลาย
เอิกเกริกวุ่นวาย กลัวฤทธิ์ภูมินทร์
หมู่มุขมนตรี สาวศรีได้ยิน
สลบไปสิ้น ทั้งวังพระองค์
๕๗๓ กินนุวัตราชา
พลัดตกลงมา จากแท่นทองทรง
ทรงกันแสงไห้ ชีพไม่คืนคง
เห็นจะปลดปลง ครั้งนี้แล้วนา
๕๗๔ ท้าวยอพระหัตถ์
บังคมสุทัตต์ เอ็นดูพ่อรา
ช่วยห้ามเธอเสีย อย่าแผลงฤทธา
พิภพจะมา โทรมทรุดลงไป
๕๗๕ นางฟังบิดา
ห้ามว่าอย่าอย่า ไหว้ข้าว่าไร
ท้าวคนอัปรีย์ ฤทธีที่ไหน
จะกลัวทำไม แก่คนขอทาน
๕๗๖ กลัวไยเล่านา
อับอายขายหน้า บิดาทุกประการ
ผูกคอลงไป สั่งให้ทหาร
ฟันเสียอย่านาน ลับหูลับตา
๕๗๗ สมเด็จกินนุวัต
ฟังลูกสาวตรัส เนตรคือธารา
ลุกแล้วล้มลง ไม่ทรงกายา
กลิ้งเกลือกไปมา กับพระโรงทอง
๕๗๘ อ้าปากหายใจ
ออกไม่ใคร่ได้ น้ำลายฟูมฟอง
ระด่าวท่าวดิ้น ตาปลิ้นตาพอง
เหงื่อไคลไหลนอง โซมองค์ราชา
๕๗๙ สุทัตต์เห็นหลาก
ท้าวทนลำบาก กลัวเป็นเวรา
ยอกรขึ้นไหว้ ทูลไทราชา
โปรดเกล้าข้ารา กับทั้งบิดร
๕๘๐ ถ้าจะอยู่ช้า
บิตุเรศของข้า จะมาม้วยมรณ์
ขอเชิญพระองค์ ลงจากอัมพร
พระราชบิดร กลัวอิทธิฤทธา
๕๘๑ พระฟังน้องรัก
จะขัดแข็งนัก เอ็นดูกัลยา
เวียนได้เจ็ดรอบ ขอบขัณฑเสมา
จึ่งชักอาชา ลงยืนเกยไชย
๕๘๒ ลงจากม้าแล้ว
แกว่งพระขรรค์แก้ว จึ่งเสด็จเข้าไป
กินนุวัตใจกล้า ฤทธาเป็นไฉน
ดูถูกเราได้ ดูน่าบัดศรี
๕๘๓ ให้ท้าวแผลงฤทธิ์
สุดสิ้นชีวิต เราไม่ถอยหนี
ท้าวว่าท้าวกล้า เราว่าเราดี
มาแผลงฤทธี สงครามกันไป
๕๘๔ ทำเราสิ้นที
ไม่คิดชีวี แทบเลือดตาไหล
จงมารบกัน จะกลัวทำไม
ทดแทนให้ได้ สาใจจังฑาล
๕๘๕ เชิญท้าวกินนุวัต
จะจับเศียรตัด เต็มทั้งจักรวาฬ
สูงเทียมพรหมโลก เราจักสังหาร
ไม่กลัวเกรงท่าน สักกึ่งเกศา
๕๘๖ ไม่รู้ว่าไฟ
เอาสุมหัวไว้ ร้อนนักท่านอา
ตรัสพลางทางเย้ย เฉยอยู่ไยนา
นางนี้เมียข้า ธิดาของใคร
๕๘๗ กินนุวัตใหลหลง
ปิ้มจักปลดปลง ชีวิตตักษัย
อ่อนโอนเกศเกล้า กับเท้าภูวไนย
ผิดแล้วท้าวไท ขอรับอาญา
๕๘๘ ขอถวายสมบัติ
แก้วเก้าเนาวรัตน์ สิ้นทั้งพารา
ขอทานชีวิต อย่าให้มรณา
เห็นแก่ฉายา สุทัตต์ทรามวัย
๕๘๙ พระยอดโลกา
ได้ฟังพ่อตา ยิ้มแย้มแจ่มใส
เธอทรงพระสรวล ไม่ควรว่าไป
เราเป็นอะไร กลัวไยเล่านา
๕๙๐ ตรัสแล้วภูมี
สั่งแก่มนตรี ปลูกโรงอาชา
ตะพุ่นทั้งหลาย มากมายนักหนา
สำหรับเกี่ยวหญ้า มาไว้พยาบาล
๕๙๑ สี่เสาร์ทรงธรรม์
ครองภพไอศวรรย์ เป็นสุขสำราญ
กับนางกระษัตริย์ สุทัตต์นงคราญ
สมเด็จภูบาล เป็นสุขเหลือตรา
๕๙๒ วันหนึ่งภูเบศร
ตรัสสั่งวิเสท แต่งเครื่องเข้ามา
เราจะทำบุญ ให้มากนักหนา
สงฆ์ทั้งวัดวา กับเณรน้อยนั้น
๕๙๓ อำมาตย์จึ่งไป
นิมนต์เจ้าไท เณรน้อยด้วยพลัน
สั่งให้นิมนต์ สิ้นทั้งวัดนั้น
อำมาตย์ไปพลัน นิมนต์ทันที
๕๙๔ พระสงฆ์ทั้งหลาย
ชวนกันผันผาย สู่วังภูมี
กับเณรน้อยด้วย เข้ามาในที่
วังพระภูมี นั่งแท่นรจนา
๕๙๕ สงฆ์องค์หนึ่งนั้น
เห็นพระทรงธรรม์ จำแน่นักหนา
สะกิดบอกกัน กระซิบเจรจา
เธอองค์นี้นา ที่อาศัยเรา
๕๙๖ เพื่อนกันจึ่งว่า
เธอนี้เป็นพญา อย่าว่าเปล่าเปล่า
ฝ่ายว่าสมภาร ถวายพรไปเล่า
ว่าบพิตรเจ้า มีบุญนักหนา
๕๙๗ บพิตรฤๅใช่
ที่มาอาศัย วัดของอาตมา
เณรน้อยนั่นเล่า ท้าวรักนักหนา
รูปขอสมา อย่าถือพระทัย
๕๙๘ สมเด็จสี่เสาร์
กราบลงกับเท้า แล้วจึ่งแถลงไข
แต่โยมนี้แท้ จำแน่เหลือใจ
คิดถึงเจ้าไท จึ่งนิมนต์มา
๕๙๙ เรียกเณรน้อยเล่า
มานี้พ่อเจ้า กลัวโยมไยนา
อุ้มขึ้นใส่ตัก จูบพักตร์ไปมา
พ่อมีคุณข้า ยิ่งล้นพ้นตัว
๖๐๐ เณรน้อยสามารถ
เจ้ากูฉลาด เห็นท้าวชมชัว
ทูลแก่ราชา เป็นพญาข้ากล้ว
บ้านนอกขอกรั้ว ไม่เคยเข้าวัง
๖๐๑ เผ่าพงศ์วงศา
ชาวดงชาวป่า ยากพ้นกำลัง
ร้อยแขวงมูลนาย จำหน่ายหลายครั้ง
ไม่เคยเข้าวัง ขอได้โปรดปราน
๖๐๒ พระสี่เสาร์ราช
เธอจึ่งประภาษ ตรัสแก่สมภาร
โยมรักเณรน้อย นึกละห้อยสงสาร
พระคุณโปรดปราน ให้โยมเถิดรา
๖๐๓ สมภารถวายพร
สุดแต่ภูธร จะทรงเมตตา
รูปนี้ถวาย แก่ไทราชา
ตามแต่บุญญา เณรกับภูมี
๖๐๔ พระสงฆ์ถวาย
สี่เสาร์ฦๅสาย ยอกรชุลี
ชาววังทั้งหลาย ยกเครื่องมากมี
มหาดเล็กชาวที่ ยกสำรับพลัน
๖๐๕ ถวายแก่พระสงฆ์
ครบสิ้นทุกองค์ บรรจงให้ฉัน
ของคาวของหวาน ตระการครบครัน
ฉันแล้วด้วยพลัน จึ่งถวายพระพร
๖๐๖ สงฆ์ออกจากวัง
ลางองค์เหลียวหลัง สั่งเณรบังอร
เจ้าเณรมีบุญ อย่าสูญเราก่อน
ว่าแล้วบทจร ไปวัดทันใด
๖๐๗ เจ้าเณรน้อยนั้น
สมเด็จทรงธรรม์ รักร่วมฤทัย
เลี้ยงเป็นลูกหลวง ทั้งปวงน้อมไหว้
บุญได้ดั่งใจ ประเสริฐนักหนา
๖๐๘ อารามนั้นไซร้
ให้บูรณะใหม่ วิจิตรรจนา
วาดเขียนปิดทอง ทุกช่องชั้นฝา
เห็นงามนักหนา กว่าวัดทั้งหลาย
๖๐๙ แล้วทำเขายนต์
เป็นเล่ห์เป็นกล ล้ำเลิศเฉิดฉาย
ชื่อบูรณาราม งามกว่าทั้งหลาย
วิหารพรอยพราย ระเบียงเฉิดฉัน
๖๑๐ ตลาดขนอน
ส่วยสาอากร ชั้นวัดครบครัน
ราชยานคานหาม ถวายพระครูนั้น
จึ่งตั้งขึ้นพลัน เป็นสังฆราชา
๖๑๑ แล้วแต่งทำขวัญ
เจ้าเณรน้อยนั้น กับพระลูกยา
เป็นพี่น้องกัน วันนี้ลูกอา
ถวายนามเจ้าฟ้า สุทัตศรีกุมาร
๖๑๒ ลูกหลวงนี้ไซร้
ตรัสผลัดชื่อใหม่ เรวัตชายชาญ
ใหญ่มารูปทรง พระองค์สะคราญ
เฝ้าชิดภูบาล เป็นสุขสบาย
๖๑๓ อยู่มาช้านาน
พระทัยภูบาล ระส่ำระสาย
คิดถึงไอศวรรย์ กำนัลทั้งหลาย
รี้พลมากมาย ทั้งพระมเหสี
๖๑๔ กูมาช้านาน
ปานนี้นงคราญ จะร้อนฤๅดี
เจ้าจะทุกข์ใจ ร่ำไรแสนทวี
คิดแล้วภูมี กันแสงโศกา
๖๑๕ ครั้นจะบอกเล่า
เอ็นดูแก่เจ้า นางอรฉายา
รู้ว่าเมียมี จะโทรมนัสา
อย่าเลยจะมา แต่งสารตราไป
๖๑๖ คิดเห็นชอบแล้ว
เสด็จเหนือแท่นแก้ว จึ่งพระภูวไนย
ตรัสแก่เสนา แต่งสารตราไป
บัดนี้จงไว ถึงอนันตนคร
๖๑๗ เสนาแต่งสาร
ตามราชโองการ แล้วลาภูธร
ยกพลมนตรี หัตถีอัสดร
สามเดือนบทจร บรรลุนครา
๖๑๘ เอาสารตราให้
เสนาผู้ใหญ่ ตามไท้บัญชา
เสนาอ่านถวาย องค์อัครชายา
ว่าพระเจ้าฟ้า ผู้ปิ่นธรณี
๖๑๙ รู้ว่าปิ่นกระษัตริย์
อยู่เมืองกินนุวัต แต่จากบูรี
พระสนมชาววัง กับทั้งมเหสี
ชื่นชมยินดี ทั่วทั้งพารา
๖๒๐ สมเด็จเทวี
มีพระเสาวนีย์ สั่งแก่เสนา
จัดพลเร็วไว ไปเชิญราชา
เร็วเร็วอย่าช้า เตรียมพลออกไป
๖๒๑ เสนาจัดพล
อัดแอแจจน ช้างม้ารถไชย
พลทั้งสี่หมู่ ดูงามไสว
เสร็จแล้วบัดใจ ทูลลาเทวี
๖๒๒ ยกพลคลาเคลื่อน
หนทางสามเดือน แต่ราชธานี
กองหน้าไปถึง ซึ่งแดนบูรี
กองหลังเสนี พึ่งจะยาตรา
๖๒๓ จึ่งมุขมนตรี
จัดพลเสนี นอกขัณฑเสมา
แต่ล้วนผู้ใหญ่ เข้าในพารา
ถึงวังราชา กราบไหว้ถวายกร ๚ะ

ฉบัง

๖๒๔ เสนาเข้ามาสลอน บังคมภูธร
กราบทูลบงกชบทยุคล
๖๒๕ ข้าบาทค้นทุกตำบล เที่ยวหาจุมพล
ไปจบทั่วทุกทิศา
๖๒๖ เมืองนี้มิได้สงกา เห็นน้อยนักหนา
คิดว่าพระองค์จะมาไฉน
๖๒๗ ตั้งแต่สมเด็จจอมไตร เสด็จจากวังใน
พลไพร่ไป่มีสุขเลย
๖๒๘ โศกเศร้าร้อนเร่าบ่เสบย ปิ่นเกล้าเราเอย
ไม่เคยจะจากจรไกล
๖๒๙ ภูมีสี่เสาร์เฉลยไข ตรัสตอบขอบใจ
แก่หมู่อำมาตย์มนตรี
๖๓๐ เวราตามมายายี พลัดจากบูรี
เรานี้ได้ยากนักหนา
๖๓๑ เราอดอาหารโภชนา เป็นกรรมทำมา
เวรานั้นตามมาทัน
๖๓๒ เสนาก้มเกล้าอภิวันท์ ขอเชิญทรงธรรม์
พระองค์จงคืนพารา
๖๓๓ กลับไปครอบครองประชา โปรดฝูงไพร่ฟ้า
อาณานิกรสุขสบาย
๖๓๔ สมเด็จปิ่นเกล้าฦๅสาย บอกคนทั้งหลาย
จักควรจักคืนสู่สถาน
๖๓๕ พระเจ้าเข้าไปมินาน บอกซึ่งอาการ
แก่ท้าวกินนุวัตบัดใจ
๖๓๖ เรานี้ขอลาท้าวไท คืนยังกรุงไกร
อนันตราชบูรี
๖๓๗ กินนุวัตตรัสถามคดี จัดแจงสาวศรี
สนมกำนัลทั้งหลาย
๖๓๘ รูปร่างสำอางพริ้งพราย งามเลิศเฉิดฉาย
ทั้งเจ้าขรัวยายมากมี
๖๓๙ สิบสองกำนัลขันที ไปด้วยเทวี
ภูมีประทานแก่ธิดา
๖๔๐ แล้วท้าวจัดพลโยธา ม้ารถคชา
ทั้งสีวิกายานทอง
๖๔๑ ไพร่พลมนตรีเนืองนอง แตรสังข์ฆ้องกลอง
สำหรับกระษัตริย์ยาตรา
๖๔๒ เสร็จแล้วทูลแก่ราชา บัดนี้โยธา
สำเร็จเสร็จพร้อมมูลมี
๖๔๓ เมื่อนั้นสี่เสาร์ธิบดี บอกแก่เทวี
พรุ่งนี้พี่จักยาตรา
๖๔๔ ผัวรักจักจรพารา ไปด้วยพี่ยา
ฤๅว่าไม่ไปเทวี
๖๔๕ นางนาฏกราบบาทบทศรี จะขอจรลี
ไปด้วยพระองค์ทรงธรรม์
๖๔๖ สองกระษัตริย์ตรัสปรึกษากัน จักไปอภิวันท์
ทรงธรรม์บิตุเรศมารดา
๖๔๗ ตรัสแล้วสองทรงสีวิกา เสด็จลินลา
มาเฝ้าท่านท้าวสองศรี ๚ะ

สุรางคนางค์

๖๔๘ สุทัตต์กัลยา
น้อมเกล้าเกศา กราบลาชนนี
พระจงเป็นสุข ภัยทุกข์อย่ามี
ลูกจักจรลี พรุ่งนี้แลนา
๖๔๙ พระคุณโปรดเกล้า
มิช้านักเล่า ลูกจักกลับมา
เคยขึ้นมาเฝ้า ค่ำเช้าอัตรา
เคยจำนรรจา แต่นี้จะไกล
๖๕๐ ทั้งราชนัดดา
โปรดเกล้าเกศา ขอลาเอาไป
ชมเสียยังแล้ว หลานแก้วจะไกล
อย่าตรอมพระทัย ท้าวทั้งสองรา
๖๕๑ ยื่นพระโอรส
งอนงามปรากฏ ให้แก่มารดา
แต่นี้จะไกล อัยกีอัยกา
ชมแล้วจะลา ปิ่นเกล้าไอศววรย์
๖๕๒ สมเด็จพระยาย
อุ้มพระหลานชาย รับมิ่งสิ่งขวัญ
ความยายรักเจ้า ใครจักเทียมทัน
สมบัติเนืองนันต์ ปองให้นัดดา
๖๕๓ ชมแล้วชมเล่า
ยกขึ้นทูนเกล้า แล้วทรงโศกา
แต่นี้จักไกล พระราชนัดดา
อัยกีอัยกา จะเศร้าโศกศัลย์
๖๕๔ ตรัสแล้วสั่งเล่า
แก่พระสี่เสาร์ ขอฝากจอมขวัญ
พี่เลี้ยงนางนม สาวสนมกำนัล
ให้เลี้ยงจอมขวัญ พระราชนัดดา
๖๕๕ ฝ่ายนางสุทัตต์
ผิดร้ายให้ตรัส เห็นแก่ลูกยา
ผิดชอบหนักเบา ขอท้าวเมตตา
อย่ามีอาชญา ฆ่าให้บรรลัย
๖๕๖ พระสี่เสาร์ราช
รับคำภูวนาถ อย่าร้อนพระทัย
อันพระบุตรี ไม่มีโพยภัย
ผิดพลั้งสิ่งใด อย่าได้ฉันทา
๖๕๗ อันองค์นงนุช
มีคุณที่สุด เท่าเทียมภูผา
แทนคุณอรไท เหมือนได้สัญญา
แม้นถึงพารา จะแทนเทวี
๖๕๘ ข้าจะอภิเษก
ตั้งให้เป็นเอก ยิ่งปวงนารี
มิให้อับอาย อย่าได้หมองศรี
ยืดไปพันปี จะเห็นสัจจา
๖๕๙ ท้าวจงเป็นสุข
อย่ามีความทุกข์ ถึงพระนัดดา
ถ้าไม่บรรลัย เติบใหญ่ผ่ายหน้า
แทนคุณอัยกา อัยกีสืบไป
๖๖๐ สุทธิฉายา
ฟังคำเขยว่า ดีเนื้อดีใจ
ลูบหลังลูกแก้ว กอดแล้วร่ำไห้
แต่นี้จะไกล จากอกมารดา
๖๖๑ แม่จะสอนแก้ว
ถ้าถึงวังแล้ว จงมีอัชฌา
ลูกเมียพระสนม เจ้าอย่าริษยา
ฟังคำแม่ว่า ประคิ่นจงดี
๖๖๒ เจ้ารักษาตัว
อย่าได้ให้ผัว หม่นหมองราคี
เอาใจรอบคอบ ประกอบจงดี
สิ่งอันใดมี พิทักษ์รักษา
๖๖๓ ทรัพย์อยู่ในคลัง
ลับหน้าต่อหลัง อย่าเอาออกมา
ถึงน้อยเหมือนมาก ปากคนลูกอา
สิ่งใดปรารถนา ทูลท้าวจงดี
๖๖๔ แม่อย่าหึงหวง
ยุ่งหยาบจาบจ้วง หึงหวงไม่ดี
ท้าวจักไปชม นักสนมสาวศรี
หึงสายายี ไม่ดีนะลูกอา
๖๖๕ ลูกเมียท้าวมี
นบนอบให้ดี อย่าอหังการ์
เมียน้อยเมียหลวง อย่าล่วงเจรจา
หนักเบาอย่าว่า อดออมจงดี
๖๖๖ อย่าเล่นสนุก
สกาหมากรุก อีกทั้งมโหรี
อย่าเล่นต่อแต้ม ใช่การผู้ดี
นักเล่นเช่นนี้ เห็นจะเสียความ
๖๖๗ ถ้าว่าใครผิด
พระองค์ทรงฤทธิ์ ท้าวจะไถ่ถาม
ค่อยทูลขยาย อย่าให้วู่วาม
เจ้าอย่าลุกลาม โทษคนทั้งหลาย
๖๖๘ ทำได้ดั่งนี้
กำนัลขันที จะรักมากมาย
แม้จะพลั้งพลาด มิอาจอันตราย
เพราะเขาทั้งหลาย เมตตากรุณา
๖๖๙ ท้าวจะประทาน
แสนสาวศฤงคาร ตามพระอัชฌา
แม่อย่าทูลขัด ทานทัดบัญชา
ลาภเขาลูกอย่า ไม่ควรมิดี
๖๗๐ ถ้าท้าวไปชม
นวลนางพระสนม ภิรมย์สาวศรี
ค่อยเลี่ยงเบี่ยงบ่าย แยบคายจงดี
อย่าให้ภูมี ขัดเคืองพระทัย
๖๗๑ อย่ามุ่งหมายคิด
เมื่อท้าวสนิท จักหมองน้ำใจ
อย่าเคียดเดียดฉันท์ อย่างนั้นมิได้
ทูลแก่ท้าวไท จึ่งควรนะลูกอา
๖๗๒ เมื่อยามราตรี
อย่าห่างสามี ใจจงจินตนา
ชายมักเดียดฉันท์ สิ่งนั้นแลนา
ฟังคำแม่ว่า จะเป็นศักดิ์ศรี
๖๗๓ หญิงมีมารยาท
ผัวรักพิศวาส ชื่นชมยินดี
อย่าสะบัดสะบิ้ง ถุ้งทิ้งถ้อยสี
เจรจาพาที จงมีอัชฌา
๖๗๔ สอนแล้วสอนเล่า
โลมลูบจูบเกล้า เจ้าปลื้มอุรา
มิใคร่ให้ไป ไกลจากมารดา
เกรงกลัวอาญา ผู้เป็นสามี
๖๗๕ นางให้อนุญาต
สุทัตต์กราบบาท รับพรชนนี
ใส่เกล้าเกศา ชลนาเทวี
นองเนตรมารศรี กับบาทมารดา
๖๗๖ ถ้อยคำแม่เจ้า
ลูกรับใส่เกล้า ตราบม้วยมรณา
นางบังคมบาท พระราชบิดา
ลูกรักจักลา ปิ่นเกล้าภพไตร
๖๗๗ สมเด็จบิดา
ฟังลูกทูลลา น้ำตาหลั่งไหล
เจ้ารักษาตัว อย่าให้มีภัย
สนมชาวใน ครองใจจงดี
๖๗๘ กินนุวัตราชา
ก้มเกล้าเจ้าฟ้า ฝากนางเทวี
หนักเบาสิ่งไร โทษภัยอย่ามี
เอ็นดูมารศรี อย่ามีอาญา
๖๗๙ สมเด็จพระเจ้า
สี่เสาร์ผ่านเกล้า ได้ฟังพ่อตา
ข้าเจ้าทรพล เป็นคนทลิทา
จักเลี้ยงธิดา ของท้าวอย่างไร
๖๘๐ อาศัยร้านตลาด
ขอทานเป็นทาส ตามความเข็ญใจ
ท้าวกลัวขายหน้า โกรธาคือไฟ
สั่งเขาเอาไป ทำโทษแทบตาย
๖๘๑ นี่ได้ชนนี
กับนางเทวี หาไม่ฉิบหาย
รอดอยู่ครั้งนี้ พันปีอับอาย
จะฝากโฉมฉาย ใครจะตามใจ
๖๘๒ เป็นท้าวเป็นพญา
เหมือนท้าวเล่ารา งามหน้าท้าวไท
ข้าคนทลิทา จะว่าไปไย
ฝากนางอรไท ไม่ควรนะท่านอา
๖๘๓ สมเด็จกินนุวัต
ฟังลูกเขยตรัส ประชดวาจา
อกคว่ำขวัญหาย ฟูมฟายน้ำตา
กลัวพระอาญา พ่างว่าจะบรรลัย
๖๘๔ ข้าพระเจ้าผิด
ขอองค์ทรงฤทธิ์ อย่าคุมโทษภัย
ไม่เห็นแก่ข้า เห็นแก่อรไท
อีกทั้งกลอยใจ พระราชนัดดา
๖๘๕ สมเด็จสี่เสาร์
ฟังพ่อตาเจ้า ยิ้มแย้มไปมา
เราไม่ถือโกรธ คุมโทษราชา
เรานี้นึกว่า ให้ท้าวแจ้งใจ
๖๘๖ ค่อยอยู่เถิดหนา
เรารักขอลา ไปสู่เวียงไชย
พระเสด็จจากวัง นำนางอรไท
โองการตรัสไป เรวัตลูกยา
๖๘๗ เร่งคุมพลไป
กองหน้าทัพใหญ่ ไปก่อนบิดา
ป้องกันชนนี จงดีนะลูกอา
ทั้งพระน้องยา อย่าให้อันตราย
๖๘๘ ถ้าถึงกลางไพร
จงค่อยคลายใจ ชมไพรสบาย
ตามแต่หฤทัย อย่าได้ระคาย
พ่อนี้มุ่งหมาย อนันตบูรี
๖๘๙ เรวัตกุมาร
รับพระโองการ บังคมบทศรี
สองกระษัตริย์ทรงยศ ขึ้นรถจรลี
เรวัตโฉมศรี ขี่ช้างนำไป
๖๙๐ ได้ฤกษ์เวลา
ยกพลไคลคลา ออกจากกรุงไกร
เสนาแห่ห้อม แวดล้อมกันไป
สะท้านหวั่นไหว สนั่นถึงเวหา
๖๙๑ พวกพลแออัด
จากเมืองกินนุวัต ไปตามมรคา
ระโรมโครมครึก ก้องกึกโกลา
เสียงพลโยธา สนั่นธรณี
๖๙๒ โครมครึกกึกก้อง
เสียงปี่ฆ้องกลอง แตรสังข์มากมี
เสียงพลโห่ร้อง ลั่นท้องพงพี
ทางเป็นผงคลี มืดกลุ้มเป็นควัน
๖๙๓ พลถือธงไชย
แห่หน้าไสว คือดั่งแกล้งสรร
ห่มเสื้อสักหลาด องอาจใครจะทัน
ถือปืนยืนยัน หน้าช้างวางมา
๖๙๔ หน้าไม้เกาทัณฑ์
ทวนทองเป็นหลั่น ดูงามโสภา
ห่มเสื้อลายเขียว ประเปรียวนักหนา
หัตถีอาชา หน้าหลังคั่งไป
๖๙๕ พวกพลช้างแซง
ห่มเสื้อลายแดง ดูงามเหลือใจ
ช้างดั้งช้างกัน สรรพ์กุญชรไชย
ธงเทียวไสว จามรทานตะวัน
๖๙๖ ครั้นค่ำสนธยา
หยุดนั่งพลับพลา ให้พระจอมขวัญ
ครั้นรุ่งอโณทัย ยกไปด้วยพลัน
ข้ามเขาอารัญ ห้วยเหวคงคา
๖๙๗ สี่เสาร์พระบาท
ขึ้นพาชีชาติ เหาะขึ้นเวหา
เร็วกว่าลมพัด ตระบัดเหาะมา
ด้วยอิทธิศักดา ถึงมหานที
๖๙๘ ชักม้าลงมา
ถึงฝั่งคงคา ลงจากพาชี
ชำระพระเกศ ริมฝั่งสระศรี
สรงอาบพาชี ปล่อยตามอัชฌา
๖๙๙ มงกุฎพระขรรค์
เครื่องทรงทรงธรรม์ ท้าวเปลื้องออกมา
พระทรงชำระ ในสระธารา
อโนดาตคงคา ศักดิ์สิทธิ์มีศรี
๗๐๐ ท้าวเก็บผลไม้
ริมฝั่งนั้นได้ หลายหลากมากมี
ชมไม้ชมนก ผันผกจรลี
คำนึงเทวี แก้วพี่ไม่มา
๗๐๑ สมเด็จจอมไตร
เลือกเก็บผลไม้ ห่อชายภูษา
ฝากลูกทั้งสอง กับน้องฉายา
เสด็จขึ้นอาชา ผ่านฟ้าเหาะไป
๗๐๒ แลเห็นกองทัพ
ชักพาชีกลับ ลงมาบัดใจ
ขึ้นบนรถแก้ว แล้วยื่นผลไม้
ให้แก่อรไท พระยอดชีวี
๗๐๓ โองการประภาษ
พี่ไปอโนดาต แสนสนุกเปรมปรีดิ์
พี่คิดถึงเจ้า ลำเพามารศรี
จึ่งชวนเทวี เสวยผลพฤกษา
๗๐๔ เข้าดงพงไพร
ชมดวงดอกไม้ อเนกนานา
สาวหยุดพุดตาน แก้วกรรณิการ์
พุดซ้อนพุดลา กระดังงาสารภี
๗๐๕ มะลิซ้อนหงอนไก่
มะลิวัลย์พันไม้ ยี่สุ่นสอดสี
พิกุลบุนนาก หอมหลากมากมี
ดอกดกงามดี กลีบแซมแนมใบ
๗๐๖ เสด็จเข้าดงหลวง
ชมไม้ทั้งปวง เห็นงามไสว
สักสูงยูงยาง ขานางกร่างไกร
ลำดวนยวนใจ พยอมหอมมา
๗๐๗ ชมพรรณไม้แล้ว
สมเด็จพระแก้ว ชมหมู่ปักษา
นกยางจับเจ่า แขกเต้าสาลิกา
แก้วโทนโกญจา สัตวาโนรี
๗๐๘ นกเขานกคุ่ม
กระทาอีลุ้ม ตะกรุมอินทรี
กระสากระสัง นางนวลมีศรี
พระหัตถ์ตรัสชี้ บอกแก่กัลยา
๗๐๙ โนรีร่ำร้อง
ดุจหนึ่งเสียงน้อง เมื่อจำนรรจา
พระทองตรัสชม ภิรมย์หรรษา
สัพยอกกัลยา ชี้ชมพนมวัน
๗๑๐ ชมนกวายุภักษ์
การเวกน่ารัก เห็นแล้วรับขวัญ
ชมแล้วชมเล่า ปิ่นเกล้าไอศวรรย์
ชวนอรแจ่มจันทร์ เก็บผลพฤกษา
๗๑๑ สมเด็จภูวไนย
กรีดเล็บเก็บไป ผลไม้นานา
ทุเรียนมังคุด ละมุดสีดา
มะดูกลูกหว้า พะวาอินจัน
๗๑๒ ทับทิมลิ้นจี่
ลูกเงาะเหมาะดี สีแดงเฉิดฉัน
ส้มแก้วส้มจุก ดิบสุกครามครัน
เก็บแล้วทรงธรรม์ ให้สองทรามวัย
๗๑๓ เสด็จมาช้านาน
ถึงริมชลธาร จึ่งพักพลไกร
ให้หยุดโยธา ช้างม้าข้าไท
ตั้งพลับพลาไชย ที่ริมคงคา
๗๑๔ ชวนพระมเหสี
กำนัลขันที เรวัตลูกยา
แวดล้อมทรงธรรม์ ทั้งสองกระษัตรา
ลงจากพลับพลา มาสรงสนาน
๗๑๕ น้ำใสไหลริน
เย็นฉ่ำชลสินธุ์ ชมบุษบาบาน
ชมสัตตบงกช เห็นงามตระการ
แสนสนุกสำราญ ลงเล่นคงคา
๗๑๖ ชมดอกบัวแดง
เห็นงามเป็นแสง น่ารักนักหนา
ชวนกันเก็บไป เด็ดดอกบุษบา
ต่างพรรณนานา น่าชมยินดี
๗๑๗ ชมดอกบัวขาว
หมู่นางสาวสาว ชิงกันวิ่งหนี
ชมดอกจงกล นิลุบลสดสี
ฝักออกดอกมี เก็บได้เอามา
๗๑๘ พระสรงเสร็จแล้ว
ชวนนางน้องแก้ว เข้าในพลับพลา
ภิรมย์สมสวาดิ ด้วยราชกัญญา
สองสมเสนหา ปรีดิ์เปรมพระทัย
๗๑๙ ครั้นรุ่งสุริยา
ยกพลโยธา โห่ร้องก้องไพร
แตรสังข์ฆ้องกลอง กึกก้องป่าใหญ่
สามเดือนล่วงไป ลุถึงพารา
๗๒๐ สมเด็จพระแก้ว
มาถึงเมืองแล้ว พระค่อยไคลคลา
กับนางกระษัตริย์ สุทัตต์กัลยา
ชาวเมืองถ้วนหน้า ดีเนื้อดีใจ
๗๒๑ ก้มเกล้าอภิวันท์
ถวายบังคมคัล สมเด็จจอมไตร
ชาวบ้านร้านตลาด เกลื่อนกลาดกันไป
แห่ห้อมล้อมไท กึกก้องโกลา
๗๒๒ ท้าวเสด็จถึงวัง
ประโคมแตรสังข์ อึงคะนึงนักหนา
ลงจากรถทอง ชวนน้องกัลยา
กับลูกเสนหา เข้าสู่ปรางค์ใน ๚ะ

ยานี

๗๒๓ อนันต์นางเทวี มเหสีพระจอมไตร
เห็นท้าวเสด็จใน เจ้าชื่นใจเป็นนักหนา
๗๒๔ นางน้องน้อมเศียรเกล้า บังคมเจ้าปิ่นโลกา
กำนัลทั้งซ้ายขวา ก้มกราบเกล้าเข้าพัดวี
๗๒๕ ขรัวยายนางเถ้าแก่ ทั้งชาวแม่แลขันที
อึงคะนึงทั้งปรางค์ศรี น้อมเศียรเกล้าเฝ้าราชา
๗๒๖ อนันต์นางเทวี ทูลคดีแต่หลังมา
แต่ท้าวจากพารา ข้าโศกศัลย์ทุกวันวาร
๗๒๗ ท้าวไปไม่มีสุข ได้ความทุกข์แทบวายปราณ
ห่วงหาอาลัยลาญ ดาลรันทดกำสรดศัลย์
๗๒๘ ตั้งแต่กันแสงร่ำ ทุกเช้าค่ำบ่วายวัน
แสนสาวชาวกำนัล หวนโหยไห้ฟายน้ำตา
๗๒๙ พระจากซึ่งไอศูรย์ ทุกข์อาดูรเพียงมรณา
คิดถึงองค์ราชา พระผ่านฟ้าจากราชัย
๗๓๐ ท้าวตอบนางเทวี จากแก้วพี่ผู้สายใจ
ลำบากยากกระไร พระเล่าไปแต่หลังมา
๗๓๑ เจ้าเรวัตกุมาร คุณใครปานนะน้องอา
พี่ขอเจ้าไทมา เลี้ยงดั่งบุตรในอุทร
๗๓๒ นางนี้มีคุณนัก จึ่งผัวรักไม่ม้วยมรณ์
เลี้ยงพี่ไม่อนาทร พี่จึ่งพาเอาเจ้ามา
๗๓๓ สุทัตต์จงก้มเกล้า นางโฉมเฉลาคือชายา
อย่ามีความฉันทา ว่าพี่น้องร่วมอุทร
๗๓๔ สุทัตต์นุชนาฏ ฟังพระบาทไม่แง่งอน
บังคมประนมกร กราบอนันต์เจ้าเทวี
๗๓๕ ทูนเกล้าแม่ไม่เห็น ท้าวยากเย็นเขาโบยตี
ขอทานชาวบูรี ยากสิ้นทียิ่งทลิทา
๗๓๖ ข้าบาทเอ็นดูไท รับมาไว้ตำหนักข้า
บิดาข้าโกรธา ลงโทษาแทบถึงตาย
๗๓๗ ข้าน้อยขอโทษไว้ ชีพท้าวไทไม่วอดวาย
พอเคราะห์ท้าวเคลื่อนคลาย จึ่งส่งสารถึงกัลยา
๗๓๘ เมื่อนั้นนางมเหสี ฟังคดีถี่ถ้วนมา
โฉมยงทรงโศกา กรรมของท้าวนะทูนหัว
๗๓๙ พี่นี้มีใจรัก แก่เจ้านักเป็นพ้นตัว
แก้วพี่มีคุณผัว อย่าคิดตัวเป็นอื่นไกล
๗๔๐ กอดจูบลูบหน้าหลัง ไม่ชิงชังอย่าร้อนใจ
สมบัติทั้งนี้ไซร้ จะแบ่งปันกันรักษา
๗๔๑ แล้วนางจึ่งประทาน สาวศฤงคารมากเหลือตรา
เครื่องทองอันรจนา สะอิ้งตาบสร้อยสังวาล
๗๔๒ พี่เลี้ยงแลนางนม เลี้ยงทรามชมพระกุมาร
นางแต่งบรรณาการ ให้เรวัตลูกบุญธรรม
๗๔๓ สมเด็จพระสี่เสาร์ ฟังสองเจ้ากล่าวถ้อยคำ
รักกันเป็นยุติธรรม อย่าได้คิดอุเบกษา
๗๔๔ ท้าวแบ่งซึ่งสมบัติ ให้สุทัตต์กึ่งพารา
ตั้งเป็นฝ่ายซ้ายขวา กับอนันต์นางเทวี
๗๔๕ พระเสด็จร่วมไสยาสน์ กับนางนาฏมเหสี
อยู่มาช้าหลายปี โฉมอนันต์ทรงครรภา
๗๔๖ ครั้นถ้วนทศมาส ประสูติราชธิดา
เสาวภาคย์ยิ่งจันทรา รูปโสภาใครจะปาน
๗๔๗ ให้ชื่อศรีสุวรรณ เลี้ยงแจ่มจันทร์มาช้านาน
โรคภัยไม่มีพาน ค่อยจำเริญวัยใหญ่มา
๗๔๘ กินนุวัตพระภูบาล อยู่ช้านานแก่ชรา
ประชวรซึ่งโรคา ทุกข์เวทนาในพระทัย
๗๔๙ ส่งสารรับสั่งหา พระธิดาผู้สายใจ
บิดาจักบรรลัย ห่วงแต่เจ้ากับนัดดา
๗๕๐ นางรู้ในสารศรี ทูลภูมีปิ่นโลกา
จึ่งยกพลโยธา หมายใจมาเฝ้าบิดร
๗๕๑ ครั้นถึงจึ่งนางนาฏ กราบกับบาทพระภูธร
นัดดาประนมกร เห็นอัยกามาหนักไป
๗๕๒ กินนุวัตท้าวทัศนา เห็นนัดดาค่อยแข็งใจ
ฟื้นองค์ขึ้นแว่นไว จูบหลานแก้วแล้วรับขวัญ
๗๕๓ เจ้าไปแต่วัยเยาว์ จนเป็นบ่าวจึ่งพบกัน
น้อยใจไม่ถึงวัน จะอาสัญสูญชีวา
๗๕๔ ตานี้ไม่รอดแล้ว พระหลานแก้วอยู่เถิดหนา
สมบัติทั้งพารา ตาให้เจ้าครองสืบไป
๗๕๕ ขอฝากแต่พระยาย กว่าจะวายชีพบรรลัย
สั่งแล้วบรรทมไป ท้าวก็ถึงซึ่งมรณา
๗๕๖ สุทัตต์นางเทวี กับชนนีทรงโศกา
กำนัลทั้งซ้ายขวา ร้องไห้ร่ำทั้งปรางค์ใน
๗๕๗ ลางนางร่ำคร่ำครวญ ทรวงกำสรวลโศกาลัย
วังเวงทั้งเวียงไชย ทุกข์ทบท่าวเศร้านักหนา
๗๕๘ สมเด็จพระสี่เสาร์ ท้าวจึ่งมีโองการมา
ให้แต่งเครื่องบรรณา สำหรับศพเจ้าธรณี
๗๕๙ ประดับพระศพไว้ ในเวียงไชยรุ่งเรืองศรี
โกศทองอันงามดี ทั้งโคมแก้วชวาลา
๗๖๐ ให้แต่งเมรุมาศ อันโอภาสงามพอตา
ฉัตรธงอันรจนา ทั้งพลับพลาเสร็จสมปอง
๗๖๑ ยกศพใส่ราชรถ งามปรากฏเข้าเมรุทอง
แตรสังข์ทั้งฆ้องกลอง เครื่องฉลองศพท้าวไท
๗๖๒ นอนศพสามราตรี พระภูมีจึ่งตรัสไป
ให้จุดเพลิงบัดใจ ลุกรุ่งโรจน์โชตนา
๗๖๓ ดับเพลิงเก็บธาตุท้าว แล้วเชิญเข้าในปรางค์ปรา
บำเพ็ญทานนักหนา สิ้นทั้งวัดบูรณาราม
๗๖๔ จึ่งพระนางสุทธี คิดคดีเห็นงดงาม
บวชตัวเป็นชีพราหมณ์ ส่งบุญให้ถึงภัสดา
๗๖๕ ครั้นเสร็จการนั้นเล่า พระสี่เสาร์มีบัญชา
สุทัตต์ศรีผู้ลูกยา ชำเลืองตาดูท้าวไท
๗๖๖ เมืองนี้สิน้อยนัก พระลูกรักครองกระไร
เมืองเราคือกรุงไกร พ่อจะให้เจ้าครองสถาน
๗๖๗ สุทัตศรีอัญชลี ก้มเกศีรับอาการ
ควรเรวัตกุมาร ให้ครอบครองพระเวียงไชย
๗๖๘ ให้ครองซึ่งสมบัติ แทนกินนุวัตสืบวงศ์ไป
เพราะเจ้าผู้สายใจ มีคุณแท้แก่บิดา
๗๖๙ บิตุเรศฟังลูกไข ชอบพระทัยยิ่งนักหนา
เจ้านี้มีปัญญา ทูลเหมือนจิตพ่อคิดหมาย
๗๗๐ จึงสั่งหมู่เสนา แต่งบรรณาการทั้งหลาย
อภิเษกบุตรฦๅสาย ครองแว่นแคว้นแทนเจ้าตา
๗๗๑ นางสุวรรณมาลี เป็นสาวศรีงามโสภา
เสกให้ครองพารา เป็นชายาครองคู่ขวัญ
๗๗๒ อภิเษกกับกุมาร ครองศฤงคารแลกำนัล
ขวัญข้าวเจ้าเลี้ยงกัน กับเรวัตพระลูกยา
๗๗๓ ครั้นได้ฤกษ์พิธี เสกสองศรีครองพารา
สมบัติทั้งปรางค์ปรา พระสนมกำนัลใน
๗๗๔ สององค์จงอยู่ดี อย่าได้มีความทุกข์ภัย
ครองภพลบเลิศไกร จงตั้งใจให้เป็นธรรม
๗๗๕ ปกครองต้องด้วยอรรถ อยู่ในสัตย์ไม่คืนคำ
วัดวาเราได้ทำ บำรุงไว้นะลูกอา
๗๗๖ เรวัตพระกุมาร รับโองการใส่เกศา
สิ่งใดไท้โปรดมา ข้าจักตามคำภูมี
๗๗๗ พระคุณเป็นล้นฟ้า โปรดเกศาข้าเจ้านี้
ร้อยชาติไม่หน่ายหนี พระคุณมีล้ำภพไตร
๗๗๘ สมเด็จพระสี่เสาร์ ได้ฟังเจ้าแถลงไข
ว่าพ่อขอลาไป ทั้งสองไทจงอยู่ดี
๗๗๙ ท้าวว่าแก่สุทัตต์ ไปอำลาพระชนนี
รุ่งเช้าจักจรลี ยกโยธีไปพารา
๗๘๐ สุทัตต์รับโองการ ไปกราบกรานพระมารดา
ลูกรักจักขอลา ตามราชาคืนกรุงไกร
๗๘๑ ท้าวอย่ามีโรคา เบียนบีฑาพ้นโพยภัย
หนักเบาส่งข่าวไป ถึงลูกรักจักมาหา
๗๘๒ พระแม่ฟังอรไท ชลเนตรไหลคือธารา
กอดจูบพระธิดา ทั้งพระหลานของพันปี
๗๘๓ ทั้งคู่เจ้าจะไป ตามพระทัยไปจงดี
เมตตามาเผาผี ตัวแม่นี้นะลูกอา
๗๘๔ นางฟังพระชนนี ซบเกศีกับบาทา
พระแม่อย่าโศกา ใช่ลูกยาละเมื่อไร
๗๘๕ ลูกรักจักขอลา จวนเวลาจะคลาไคล
ขอลามารดาไป สู่เมืองท้าวผู้สวามี
๗๘๖ ครั้นถึงเวลาเช้า พระปิ่นเกล้ายกโยธี
พร้อมด้วยนางเทวี สุทัตต์ศรีผู้ลูกยา
๗๘๗ จึ่งเรวัตกุมาร ยกพลหาญส่งราชา
ไปถึงกลางมรคา แล้วกลับมาสู่บูรี
๗๘๘ เจ้าครองไอศวรรย์ กับสุวรรณมาลี
โพยภัยบ่ได้มี กระเษมสุขทุกเวลา
๗๘๙ อันวัดบูรณาราม แต่งให้งามตามบัญชา
มีผู้อยู่รักษา บ่ให้เคืองแก่พระชี
๗๙๐ บิดาแลมารดา ทั้งวงศาบรรดามี
ทั้งหลายพลอยได้ดี เพราะเณรน้อยครองพารา ๚ะ

สุรางคนางค์

๗๙๑ พระสี่เสาร์เจ้า
ยกพลไต่เต้า เข้าในหิมวา
บัดลุถึงใน กรุงไกรบ่ช้า
เสด็จเข้าพารา กับนางมเหสี
๗๙๒ ทั้งสามกระษัตริย์
เสวยราชสมบัติ เป็นสุขเปรมปรีดิ์
องค์ภูวไนย จะไปพนาลี
ท้าวทรงพาชี ไปเล่นคงคา
๗๙๓ เที่ยวเล่นดังเก่า
แล้วพระปิ่นเกล้า เที่ยวทุกพารา
สวรรค์มนุษย์ ที่สุดนาคา
ฝูงเทพเทวา กลัวบุญฦๅสาย
๗๙๔ เอ่ยออกพระนาม
ทั้งปวงเข็ดขาม โปรดเกล้าถวาย
ทุกภพกรุงราช บ่อาจคิดร้าย
ดอกไม้ถวาย กลัวบุญนักหนา
๗๙๕ พระโพธิสัตว์
เสวยราชสมบัติ สุขเขษมเปรมปรา
พระเกียรติพระยศ ปรากฏทั่วหล้า
ฝูงราษฎร์ประชา อิ่มเอมเกษมศรี
๗๙๖ สมเด็จภูบาล
ท้าวบำเพ็ญทาน เพิ่มพูนบารมี
ให้ตั้งฉ้ทาน ศาลาเปรมปรีดิ์
รอบทั้งบูรี ให้ทานอัตรา
๗๙๗ ให้ทานทุกวัน
ยาจกหฤหรรษ์ ชีพราหมณ์พฤฒา
ผ้าผ่อนเงินทอง สิ่งของนานา
ฝูงราษฎร์ประชา ปรีดาภิรมย์
๗๙๘ ทั้งอัครชายา
พระทัยศรัทธา สองราชื่นชม
จำศีลให้ทาน นิจกาลนิยม
ไพร่ฟ้าชื่นชม มเหสีภูธร
๗๙๙ ท้าวผู้มียศ
พระองค์ให้ลด ส่วยสาอากร
เรือกสวนไร่นา ตลาดขนอน
สมเด็จภูธร โปรดฝูงประชา
๘๐๐ ลดสิ้นทุกอัน
นอกในเวียงนั้น อำมาตย์เสนา
จิตใจใฝ่ธรรม ตามคำศาสนา
คนต้องโทษา ทุกเหล่าปล่อยไป
๘๐๑ ท้าวครองศฤงคาร
อยู่มาช้านาน เห็นทุกข์เห็นภัย
ท้าวเห็นอนิจจัง สังเวชพระทัย
ครั้นสิ้นชีพไป กลัวภัยจตุรา
๘๐๒ จะเสกลูกรัก
แทนองค์ทรงศักดิ์ ให้ครองไพร่ฟ้า
จัดแจงแต่งการ สถานรจนา
สำหรับราชา ภิเษกทรามวัย
๘๐๓ กองแก้วกองทอง
อภิเษกทั้งสอง แตรสังข์เสียงใส
สองกระษัตริย์เจ้านั่ง บัลลังก์ฉัตรไชย
เวนกรุงภพไตร ให้เจ้าสองรา
๘๐๔ เวียนเทียนมณี
วนรอบบายศรี แต่ซ้ายมาขวา
จำเริญสวัสดี อย่ามีโรคา
สืบวงศ์พงศา ตราบเท่านฤพาน
๘๐๕ อภิเษกเสร็จแล้ว
สามกระษัตริย์ผ่องแผ้ว จำเริญชนมาน
พระชีสุทธี รู้คดีข่าวสาร
หลานครองศฤงคาร ชื่นชมยินดี
๘๐๖ เรวัตราชา
ปรนนิบัติรักษา สุทธิพระชี
ตราบกาลนานมา มรณาเป็นผี
ทำศพพระชี ฦๅทั่วภพไตร
๘๐๗ สุทัตศรีกระษัตริย์
ทั้งนางสุทัตต์ ยกพวกพลไกร
ปลงศพพระยาย กระจายฦๅไป
เสร็จแล้วครรไล ยังพระพารา
๘๐๘ สมเด็จสี่เสาร์
อยู่มาช้าเล่า แก่เฒ่าชรา
ม้วยชีพบรรลัย เกิดในดุสิดา
เสวยทิพย์นานา วิมานสุกใส
๘๐๙ อนันต์เทวี
รํ่ารักภูมี กลิ้งเกลือกเสือกไป
ทั้งนางสุทัตต์ เพียงจักขาดใจ
แสนสาวชาวใน ร่ำไรไปมา
๘๑๐ สุรเสียงร้องไห้
อื้ออึงคะนึงไป ที่ในปรางค์ปรา
ระบือฦๅเลื่อง ไพร่เมืองโกลา
ร่ำรักราชา ทั่วทั้งภพไตร
๘๑๑ สุทัตศรีลูกยา
ศรีสุวรรณธิดา แต่งโกศอำไพ
รจนาแก้วทอง เรืองรองสุกใส
สำหรับจักได้ ใส่ศพราชา
๘๑๒ กลิ้งกลดชุมสาย
ระย้าทองราย รอบโรงโสภา
ระย้าแก้วกรอง เพชรนิลจินดา
ประดับศพเจ้าฟ้า ผู้ผ่านโอศวรรย์
๘๑๓ เมรุแก้วเมรุทอง
เห็นงามเรืองรอง เป็นช่องเป็นชั้น
แสงแก้วส่องสว่าง ดุจดังแสงจันทร์
ราชวัติฉัตรกั้น ย่อมแก้วรจนา
๘๑๔ แล้วส่งสารไป
แปดหมื่นกรุงไกร ให้เร่งเข้ามา
ทั้งท้าวเรวัต ตรัสรู้สารตรา
ยกพวกพลมา ยังกรุงภพไตร
๘๑๕ ท้าวพญาทั้งนั้น
มาถึงพร้อมกัน ต่างองค์เข้าไป
สำเนียงโกลา ช้างม้ารถไชย
อยู่นอกเวียงไชย อึกทึกนักหนา
๘๑๖ เรวัตภูบาล
เข้าไปกราบกราน ศพพระบิดา
พระคุณอยู่เกล้า ข้าพระเจ้านักหนา
ชุบเลี้ยงลูกมา ได้ครองภพไตร
๘๑๗ มิทันแทนคุณ
พระมาสิ้นบุญ ลูกจะเห็นใคร
ดั่งร่มโพแก้ว ล้มแล้วลับไป
จะพึ่งผู้ใด คุ้มเกล้าเกศา
๘๑๘ ท้าวคือโพทอง
ที่อาศัยผอง สัตว์ทั่วโลกา
ล้มแล้วบ่ฟื้น ไม่คืนกลับมา
ฝูงราษฎร์ประชา เศร้าโศกหมองศรี
๘๑๙ ท้าวคือเมรุมาศ
เห็นน่าอนาถ ล้มกับธรณี
ทรงกันแสงไห้ ร่ำไรมากมี
ครั้นรู้สมประดี กล่าวเกลี้ยงวาจา
๘๒๐ ประนมก้มเกศ
บังคมบทเรศ สมเด็จน้องยา
สุวรรณมาลี มเหสีเชษฐา
น้อมเกล้าเกศา หน่อเจ้าภพไตร
๘๒๑ สุทัตศรีราชา
ห้ามพระเชษฐา บังคมน้องไย
ตัวข้าเป็นน้อง ทั้งสองท้าวไท
ควรฤๅจักไหว้ ข้าไซร้อนุชา
๘๒๒ เรวัตภูบาล
ตอบพจน์โองการ ทูลสนองวัจนา
ข้าบาทใช่เชื้อ หน่อเนื้อกระษัตรา
ควรแก่ตัวข้า ก้มเกล้าดุษฎี
๘๒๓ สมบัติทั้งนี้นา
ของพระเจ้าตา มอบให้พันปี
พระยังประทานให้ คุณใส่เกศี
ตรัสเรียกว่าพี่ เพราะแก่ชันษา
๘๒๔ ควรองค์พระเจ้า
เป็นปิ่นปกเกล้า แปดหมื่นพารา
แทนองค์ทรงศักดิ์ เป็นอัครราชา
พี่นี้จึ่งมา ก้มเกล้าเกศี
๘๒๕ ขอเชิญพระบาท
เสด็จเหนือเกยมาศ แปดหมื่นบูรี
ผู้เจ้าจักรพาฬ กิจการอันมี
ถวายเครื่องเรืองศรี กับราชธิดา
๘๒๖ สมเด็จสุทัตศรี
ชื่นชมยินดี ด้วยคำเชษฐา
เสด็จเหนือเกยมาศ สิงหนาทตรัสมา
แปดหมื่นพารา เร่งพลทำการ
๘๒๗ จึ่งแต่งเมรุมาศ
เอานพคุณดาด แกมแก้วชัชวาล
ช่อชั้นนภศูล ไพฑูรย์สูริย์กานต์
รุ่งเรืองโอฬาร แสงแก้วมุกดา
๘๒๘ ฉัตรเงินทองนาก
ฉัตรแก้วแววหลาก ปักริมเมรุมหา
ราชวัติฉัตรธง เบญจรงค์เรียงมา
รูปสัตว์นานา ต่างต่างกันไป
๘๒๙ โรงโขนโรงหนัง
โรงเทพทองตั้ง ระทาดอกไม้
โรงหุ่นโรงละคร ทั้งมอญทั้งไทย
ทวายรำปรบไก่ ตะไลจังหัน
๘๓๐ มีต้นกรรมพฤกษ์
หลายต้นพิฦก มีจบครบครัน
ศาลาฉ้ทาน ตระการเรียงรัน
ผ้าเหลืองอนันต์ เต็มตั้งพลับพลา
๘๓๑ แต่งแล้วบ่นาน
สำเร็จเสร็จการ ตามมีบัญชา
เชิญสองพระบาท ยุรยาตรลีลา
ขึ้นรถรจนา วิเชียรอำไพ
๘๓๒ แตรสังข์ฆ้องกลอง
สนั่นมี่ก้อง อึกทึกกันไป
พิณพาทย์มโหรี ดีดสีจับไม้
กลองชนะกลองไชย แห่แหนแน่นมา
๘๓๓ โห่ร้องก้องกึก
เลื่อนลั่นครั่นครึก กึกก้องโกลา
รูปสัตว์ปรากฏ หน้ารถราชา
อำมาตย์เสนา ล้อมพระศพไป
๘๓๔ ครั้นถึงเมรุทอง
เวียนตามทำนอง สามรอบเมรุไชย
เชิญพระศพท้าว ปิ่นเกล้าภพไตร
วางศพท้าวไท บนแท่นรจนา
๘๓๕ โขนหนังระบำ
คนเล่นเต้นรำ ต่างต่างภาษา
หุ่นจีนหุ่นไทย ลาวมอญพม่า
เขมรละว้า ฝาหรั่งแขกไทร
๘๓๖ นอนศพภูมี
ไว้เจ็ดราตรี สนั่นหวั่นไหว
บังสุกุลชักผ้า รู้ว่าเท่าไร
สังข์แตรแซ่ไป ไม่เว้นเวลา
๘๓๗ จุดพลุประทัด
ผู้คนแออัด ดูเล่นเฮฮา
จุดกรวดจังหัน กวดขันทุกท่า
ไฟพะเนียงเสียงซ่า นกบินครามครัน
๘๓๘ ถ้วนเจ็ดราตรี
ถวายเพลิงภูมี กฤษณาจวงจันทน์
พระเพลิงเผาศพ ตรลบเป็นควัน
เสียงนางกำนัล ไห้อึงคะนึงไป
๘๓๙ แล้วเอาน้ำอบ
หอมฟุ้งตรลบ ดับเพลิงทันใด
เก็บธาตุท้าวโสตถิ์ ใส่โกศทองใน
ประดับฉัตรไชย เชิญเข้าพารา
๘๔๐ รับขึ้นปรางค์มาศ
พระสงฆ์เดียรดาษ สวดมาติกา
นิมนต์พระฉัน ทุกวันอัตรา
แล้วให้ก่อมหา เจดีย์เลิศไกร
๘๔๑ ประจุพระธาตุ
แต่งฉลองพระบาท เสร็จแล้วแว่นไว
มเหสีสองรา ศรัทธาเหลือใจ
โกนเกล้าเจ้าไป บวชเป็นนางชี
๘๔๒ ชาวแม่กำนัล
พลอยบวชด้วยกัน อเนกมากมี
ทุกท้าวพญา ทูลลาพันปี
แล้วเสด็จจรลี กลับไปพารา
๘๔๓ ก้มเกล้ากราบกราน
ลาพระภูบาล ด้วยใจหรรษา
ลาทั้งพระชี มเหสีธิดา
แล้วยกโยธา คืนสู่กรุงไกร
๘๔๔ สมเด็จสุทัตศรี
กับนางเทวี ศรีสุวรรณอรไท
ครองราชสมบัติ พิพัฒน์โภคัย
ในเศวตฉัตรไชย แทนพระบิดา
๘๔๕ สืบลูกสืบหลาน
ครอบครองศฤงคาร ต่อเนื่องกันมา
พระชีสุทัตต์ ตรัสม้วยมรณา
อนันต์กัลยา สิ้นชีพสู่สวรรค์
๘๔๖ ปลงศพกัลยา
เหมือนดั่งกล่าวมา แต่หลังอย่างนั้น
สองนางไปสู่ ดุสิดาไกวัล
ร่วมวิมานกัน กับองค์ราชา
๘๔๗ สุทัตศรีเจ้า
ครั้นว่าแก่เฒ่า พระม้วยมรณา
ทั้งท้าวเรวัต ตรัสดับสังขาร์
ไปสู่เมืองฟ้า ประสบพบกัน
๘๔๘ หน่อพระศาสดา
สร้างสมภารมา อเนกอนันต์
ถ้วนสี่อสงไชย กำไรแสนมหากัลป์
พระแจ้งรสธรรม เป็นพระชินสีห์
๘๔๙ เทศนาโปรดสัตว์
ตามธรรมปรมัตถ์ อเนกมากมี
ทศชาติชาดก ยกเป็นบาลี
เหมือนหน่อชินสีห์ สร้างสมภารมา
๘๕๐ พระศาสดาจารย์
นำเอานิพพาน มาตรัสเทศนา
โปรดสัตว์ทั่วโลก จากโอฆโลกา
ทรงประมวลมา ชาดกด้วยพลัน ๚ะ

ยานี

๘๕๑ สมเด็จท้าวกินนุวัต ใจสาหัสร้ายฉกรรจ์
กลับชาติมาเกิดนั้น คือเทวทัตมหาเถร
๘๕๒ ฝ่ายว่าชนทั้งห้า อันตีด่าเป็นกรรมเวร
ร่วมกับเทวทัตเถร ตกมหาอเวจี
๘๕๓ สุทธิผู้แม่ยาย นางโฉมฉายใจปรานี
กลับชาติมาครานี้ คือว่านางวิสาขา
๘๕๔ อนันต์นางเทวี มเหสีองค์ราชา
ลำดับกลับชาติมา ได้เป็นนางภิกขุณี
๘๕๕ ฝ่ายว่านางสุทัตต์ เคยคู่ตรัสสร้างบารมี
กลับชาติมาได้ดี คือสมเด็จพระพิมพา
๘๕๖ ฝ่ายว่าสุทัตศรี บุตรภูมีปิ่นโลกา
ครั้นว่ากลับชาติมา คือว่าองค์พระราหุล
๘๕๗ ฝ่ายว่าพระเรวัต บุตรเลี้ยงตรัสผู้มีคุณ
กลับชาติมาเพิ่มพูน คืออนุรุทมหาเถร
๘๕๘ ส่วนว่าม้ากัณฐัศว์ เป็นเพื่อนตรัสในปริเวณ
คือพระอานนท์เถร เมื่อลำดับกลับชาติมา
๘๕๙ กระษัตริย์ผู้มาช่วย ทั้งแปดหมื่นพระพารา
ครั้นว่ากลับชาติมา คือสาวกพระมุนี
๘๖๐ ฝูงคนทุกกรุงไกร อันมีใจมายินดี
กลับชาติมามากมี คือบริษัททั้งนี้นา
๘๖๑ สมเด็จองค์พระบาท สี่เสาร์ราชจอมราชา
สร้างโพธิญาณมา เธอได้ตรัสเป็นพระชินสีห์
๘๖๒ คือองค์สัพพัญญู อันตรัสรู้ธรรมทั้งนี้
โปรดสัตว์ทั่วโลกีย์ ทั้งมนุษย์แลอินทร์พรหม
๘๖๓ ให้พ้นจากทุกขา เปรมปรีดาอภิรมย์
เสวยสุขอุดม ศิวโมกขนฤพาน
๘๖๔ ผู้อ่านแลผู้ฟัง อารมณ์ตั้งต่อศรัทธา
เป็นธรรมเทศนา ปลงวิญญาณ์เกิดมรรคผล ๚ะ


[๑] สมุดไทยเลขที่ ๕๖๖ ว่าเมืองนันทราช

[๒] สมุดไทยเลขที่ ๕๖๒ ว่าชื่อท้าวสันณุราช

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ