เดือน ๑๒ จุลศักราช ๑๒๓๙

วันอังคาร ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือท่านกรมท่าฉะบับหนึ่งว่าด้วยที่โรงสียุเกอ ขอให้พระองค์สาย พระนายศรี ไปว่ากล่าวว่าเห็นจะแล้วกันได้ แล้วสั่งพระองค์สาย พระนายศรี ให้ไปฟังคำสั่งเจ้าพระยาภาณุวงศ์

นิวแมนมาหาลาไปนอก แล้วพระยาภาษนำหนังสือหมอแมกฟาลันด์ให้หนังสือกิจวินิจฉัย

จมื่นสราภัยจดหมายเข้ามาว่าด้วยการตรวจของครัวขาดฉะบับหนึ่ง กับสั่งการให้จมื่นวิชิตรับต่อไปฉะบับหนึ่ง กับส่งริโปดตรวจของต่าง ๆ ด้วย ๕ ฉะบับ

ออกขุนนาง กรมหลวงวรศักดา กรมขุนภูวนัย กรมขุนบดินทร ศรีสิทธิ์ จันทรทัต วรวรรณ โสณ์ มาถวายพระราชกุศลทอดกะฐิน แต่กรมขุนบดินทรเอาริโปดความมาให้ด้วย ศรีสิทธิ์ให้บุญที่บวชด้วย

พระนรินทร์ถวายงบภาษีฝิ่นร้อยชักสามเดือน ๑๐ กับฎีกาเบิกดินดำเซ็นให้ไป แล้วได้ส่งคำสั่งเรื่องผู้ร้ายปล้น ย่องเบา ๖ ตำบล กับฎีกาซึ่งผู้ร้ายร้องไปให้คุณสุรวงศ์ตรวจด้วยคำสั่ง

หลวงวิจารณ์ยื่นริโปดความเดือน ๑๑ แล้วพระพิเรนทรยื่นด้วยอีกฉะบับหนึ่ง จมื่นวิชิตจดหมายว่า กรมอดิศรจะไปชักรูปที่บางปอินขอลาไปจัดการฉะบับหนึ่ง

วันนี้สวดมนต์พิธีจองเปรียงที่อาภรณ์พิโมขปราสาท

วันพุธ ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

กรมภูธเรศยื่นริโปดใบสัจ คำลูกขุนชี้ขาดรับเรื่องราวรับฟ้องรวม ๔ ฉะบับ กรมพิชิตริโปดความศาลฎีกา แพ่งกลาง แพ่งเกษม พระดิฐการกรมท่า จำนวนเดือน ๑๑ ทั้งนั้น พระยาเวียงในนำหนังสือคูลนิตมาให้ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยการที่จะเอาหมันหลังคาออก และเงินเดือนพระยาเวียงใน รับสำเนาหนังสือท่านกรมท่าส่งมา ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งหนังสือพระยาอัษฎงค์ว่าด้วยเซอร์วลเลียมโรบินซันมาถึงเมืองสิงคโปร์เป็นเคาวนา ฉะบับหนึ่งสำเนาหนังสือพระสยามธุรานุรักษ์ขอเงินเดือนขึ้นอีก จมื่นวิชิตจดหมายเข้ามาฉะบับหนึ่ง บอกด้วยจัดคนไปรับกะฐินกรุงเก่า ลูกชายศรีสิทธิ์มาหา ๒ คนได้ให้ทองตามธรรมเนียม แล้วให้ชื่อลูกชายที่ ๑ อุปพัทธพงศ์ ที่ ๒ ธำรงค์สิริ

ออกขุนนางไม่มีราชการอะไร เกษมศรี ชุมพล มาให้บุญลาบวชและทอดกะฐิน แล้วทอง กมลาสน์ ยุคุนทร มาให้บุญทอดกะฐินอีกด้วย จมื่นวิชิตจดหมายถามด้วยแจกเงินเดือนฉะบับหนึ่ง นายพิศลยื่นจำนวนด้วยฉะบับหนึ่ง แล้วได้จดหมายตอบสั่งไป

มนุษย์รวมสารบบต่าง ๆ เดือน ๑๐ มาให้ดู

กับเช้ายกโคมพิธีจองเปรียง ค่ำออกไปจุดด้วย

วันพฤหัสบดีขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้าโมงเศษไปตำหนักแพสมเด็จเจ้าพระยา คุณสุรวงศ์มาส่งพูดกันด้วยราชการเรื่องโรงสีครู่หนึ่ง แล้วลงเรือโสภณออกแต่ตำหนักแพจอดวัดเขมาทอดกะฐินแล้วไปบูชาพระเจดีย์แล้วกลับ มีขุนนางมาคอยรับ พระยารองเมือง พระโทรเลข ๒ คนด้วยกันเท่านั้น แล้วแวะไปวัดเฉลิมพระเกียรติ มีขุนนางกรมท่าหลายคน ท่านกรมท่ามาคอยรับอยู่ด้วยเข้าไปในโบสถ์ทอดกะฐินเรียกท่านกรมท่าเข้ามาพูดด้วยเรื่องที่ยุเกอ ออกจากวัดเฉลิม ไปวัดปรมัยยิกาวาศ มีขุนนาง พระยาพิพัฒเป็นหัวหน้ากับพระยาอัคนีและพวกช่างต่างๆ กรมการมาคอยรับมาก ทอดกะฐินแล้วออกจากวัดปากอ่าว ไปถึงบางปอินเวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เวลาเย็นไปศาลเจ้าบูชาแล้ว ข้ามฟากไปดูงานที่วัด กลับเวลาเกือบทุ่มชักโคมชัยแล้วกินเข้า

วันศุกร์ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาภาษพากงซุลอเมริกันและมิสเตอร์ตอมมัสดับเบอลยูนอกซ์กับมิสเตอร์ชาลลิบเมอร์แมน มาหาพูดจาถามไถ่กันตามธรรมเนียม แล้วเขาลาขึ้นไปเที่ยวกรุงเก่า แล้วจดหมายส่งหนังสือชื่อโลตัดลิบ ที่พวกเขาแต่งพร้อมกันสำหรับคลับมาให้ฉะบับหนึ่ง

เจ้าเข่งกลับมาจากเพนียด นำหนังสือสมเด็จกรมพระมาให้ว่าด้วยจัดที่ไว้รับเล่นทุ่งคลองน้ำยากับทุ่งเพนียด กับบอกด้วยรายน้ำฝนน้ำท่า

หลวงบำราบและปลัดเมืองลพบุรีเอาของมาให้ กับพระองค์เจ้าสายนำเรือขนูที่เมซันฝากเข้าให้นั้นมาให้ดูมีใบด้วย ได้ลองขี่ดูแล้วแวะขึ้นที่สวนดูการกับกรมนเรศ ปรึกษาตกลงกันใหม่ให้รื้อกำแพงแก้เป็นเอาคลองไว้ในสวน

เย็นเจ้าปรีดาเอาเรือแหวดโถง ๔ แจวมาให้ลำหนึ่ง ฝีมือทำเรียบร้อย ได้ลงเรือไปดูบ้านสรรเพธแล้วกลับมาชักโคมชัย

ค่ำมีดินเนอ พร้อมด้วยคนอเมริกันสวมเสื้อแยกเกตขาว คนทั้งปวงเสื้อต่างๆ แต่ฝรั่งอิฟนิงเดรส นอกซ์นั่งซ้าย กงซุลนั่งขวา ไทยมีท่านเล็ก กรมนเรศ เทวัญ ทอง ดิศ วรวรรณ ภาษ ๑ กินแล้วขึ้นไปสนทนาอยู่ที่ห้องดรออิงรูม อยู่จน ๕ ทุ่ม ให้เหรียญบางปอินคนละเหรียญ ผ้าพื้นคนละ ๒ ผืน ผ้าขาวม้าลาวคนละผืนแล้วให้ไปนอนอาศัยที่แพพระยาราช

วันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

จมื่นวิชิตจดหมายจำนวนทหารรับ ทหารตาม ไปทอดกะฐินมายื่น

บ่ายไปวัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ผู้หญิงไปด้วย ดูการทั่วแล้วกลับมาลงเรือแหวด ๔ แจว ๆ ขึ้นไปเหนือน้ำเลี้ยวหน้าวัดชุมพลไปทางคลองหลังเกาะแล้วเข้าคลองข้างใต้มาในสระขึ้นจุดโคมชัยแล้วเข้าไปข้างใน

วันอาทิตย์ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้ารับหนังสือคุณสุรวงศ์มีขึ้นมาฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยการจะไปแจกตราความชอบ

หัวเมืองตวันตกเสมอใจขออยู่ จะขอให้พระอมรไป กับทหารเก่าที่ไปนั้นอยู่นานแล้ว ขอคนไปเปลี่ยนคนเก่ากลับมา

๔ โมงเช้าแต่งตัวสวมเสื้อกัดเอเว ลงเรือโสภณขึ้นไปถึงแหลมป้อมเพ็ชร์ ลงเรือเก๋งทองทั้งแท่ง ไปขึ้นวัดสุวรรณทอดกะฐินแล้วแจกเทียนเจ้านายบูชาพระแล้วไปพระเจดีย์ ได้สั่งพระยาราชให้ทำวิหารเสียให้แล้ว กับกุฏิและที่ต่างๆ ในวัดชำรุดหักพังให้ซ่อมเสียด้วย

ออกแต่วัดสุวรรณไปทอดวัดพระนัญเชิงเป็นที่ ๒ แล้วกลับมาวิหารบูชาพระแล้วลงเรือโสภณ จอดที่วังจันทรขึ้นบกไปวัดเสนาสน์ทอดกะฐิน เจ้านายผู้หญิงถวายไตรพระด้วยทั้งวัดอย่างคราวก่อน แล้วกลับลงเรือไปเข้าคลองเมืองทอดวัดศาลาปูน แล้วเลยออกจากคลองเมืองไปแวะวัดศพสวรรค์ดูของบูราณให้มิสไปเยอสเคสแล้ว ข้ามมาวัดธรรมา กินเข้ากลางวันในเรือ แล้วขึ้นไปดูวัดไม่สู้มีของโบราณเป็นของซ่อมใหม่ ได้ความว่ากรมพระราชวังหลัง และกรมนราเทวศ นเรศโยธี เสนีบริรักษ์มาปฏิสังขรณ์ แล้วไปวัดกระษัตรา หม่อมเจ้าอุไร ในกรมขุนอิศรานุรักษ์มาปฏิสังขรณ์อยู่ กำลังทำการเปรียญใหม่อยู่ยังไม่แล้ว แล้วล่องไปดูวัดชัยวัฒนารามใหญ่โตมาก แล้วกลับลงมาทางคลองตะเคียนถึงบางปอินย่ำค่ำ จุดโคมชัย ค่ำวันนี้แต่งหนังสือจะให้ชื่อเรื่องบางปอิน พร้อมกันกับเจ้านายทุกคนแต่งคนละเรื่อง ตามแต่ใครจะว่าได้เรื่องไรเป็นเอชเช แล้วจดหมายตอบคุณสุรวงศ์ไปฉะบับหนึ่ง

วันจันทร์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลา ๔ โมงเข้าไปลงเรือโสภณขึ้นไปกรุงเก่าทอดกะฐินวัดบรมวงศ์แล้วกลับลงเรือไปทอดวัดวรนายกรังสรรขึ้นทางหลังโบสถ์ เวลากลับฝนตกมาก ถึงบางปอินบ่าย ๒ โมง

ค่ำจุดเทียนไปให้ตำรวจชักโคมชัย กลับเมื่อกินเข้าแล้ว พระศิริสมบัติขึ้นมาจากกรุงเทพฯ นำหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ มาส่งว่าด้วยกงซุลฝรั่งเศสตอบเรื่องที่ยุเกอ

กลับเข้าไปข้างใน ยายศรีวิไลยมาถึงวันนี้แล้วเอาหนังสือคุณสุรวงศ์ถึงพระนายไวยมาให้ดู ๒ ฉะบับ ว่าด้วยแพ้รู้พระนายศรีพระองค์สายที่ไปเป็นพยานเขา

วันอังคาร ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ตื่น ๓ โมงเศษ จดหมายตอบพระนายไวยฉะบับหนึ่ง แล้วจดหมายตอบเจ้าพระยาภาณุวงศ์ให้พระสิริถือไปอีกฉะบับหนึ่ง ทุ่มหนึ่งแต่งตัวสลิปปิงโคต ลงเรือตองปลิวโถง เอาราชยานตั้งเป็นกะฐินกระบวนข้างในไปทอดวัดชุมพล มีผู้หญิงลงหน้าแคร่ ๕ หัวหมื่นมีสรรเพธไปคนหนึ่ง แต่เรือคนอื่นๆ ล่วงหนำไปก่อนเวลา ๒ ทุ่มกลับ คุณแพเป็นศุภรัต เจ้าเข่งเป็นคลังวิเศษ ยายดัดทูลวัดจำนวนพระ ในโบสถ์มีสังฆการีคนเดียว ในสระวันนี้มีผ้าป่าตำรวจทหาร การฉลองเพลงและทะแยสองท่อน ที่โรงลครมีลคร เวลา ๕ ทุ่มเศษลงเรือแหวด ๔ แจวเที่ยวดูในสระ แล้วขึ้นไปบนโรงลคร แสงนักสวดว่าอัศจรรย์มิวเซียม ฟังอยู่ครู่หนึ่งแล้วกลับมา พระยามหามนตรียื่นจำนวนเรี่ยไรผ้าป่า

จมื่นวิชิตจดหมายยื่นด้วย หลวงสรสิทธิ์ไม่ฟังบังคับผู้รับพระบรมราชโองการ

วันพุธ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๙

เวลาเที่ยงลงเรือโสภณขึ้นไปกรุงเก่า เข้าคลองท่อ ไปจอดวัดราชประดิษฐาน เข้าไปดูโบสถ์ยังมีรูปเขียนติดผนังอยู่ ได้ให้เจ้าต๋งเขียนไปแล้วสั่งให้กรมอดิศรมาถ่ายรูปไปด้วย แล้วไปขึ้นเสลี่ยงไปดูวัดราชบุรณ วัดมหาธาตุ แล้วกลับมาลงเรือออกแม่น้ำไปดูวัดพุทไธยสวรรย์ แล้วกลับมาบางปอิน ได้สั่งพระยาราชให้ยกใบเสมาศิลาวัดราชบุรณ วัดมหาธาตุไปบางปอิน

เวลาบ่าย ๕ โมงรับหนังสือคุณสุรวงศ์ว่าด้วยมิสเลอร์อาลบาสเตอยื่นริโปดทำสายโทรเลขที่ให้คิดตั้งแต่กรุงเทพฯ ไปเมืองไทร ส่งริโปดมาด้วยฉะบับหนึ่ง เอสติเมศฉะบับหนึ่ง กับหนังสือพระยาศรีคัดบอกเมืองอุบลว่าด้วยวัดถาฆ่าฟ้านงมหาเสนาเสีย กับบอกเมืองสวรรคโลกน้ำฝนต้นเข้า แล้วจดหมายถึงสมเด็จกรมพระฉะบับหนึ่ง ถามด้วยจะใช้เงินรายใด ส่งต้นหนังสือคุณสุรวงศ์ไปด้วย แล้วเขียนคำสั่งให้จมื่นวิชิตทำโทษหลวงสรสิทธิ์ไม่ฟังบังคับผู้รับพระบรมราชโองการ ฉะบับหนึ่งเย็นลงเรือขนูไปทางคลองข้างเหนือ แล้วกลับมาทางข้างใต้จนถึงบ้านพระยาราชสงครามกลับ เรือผู้หญิงพายไปด้วย

วันนี้มีเทศน์มหาชาติที่โรงลคร คาถาพันของหลวง ชูชกของตำรวจเข้ากันธรรมาสน์หนึ่ง ทหารหน้าธรรมาสน์หนึ่ง มหาพนพระยาอนุรักษ์กัณฑ์หนึ่ง ไปฟังหน่อยหนึ่งแล้วกลับมากินเข้าฟังอยู่ที่ปราสาท พระยาประทุมจดหมายรายตุ้มถมวัดนิเวศน์มายื่น ยอมเข้าธารณะด้วย

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลลักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือสมเด็จตอบให้ใช้เงินค่านาภาษีฝิ่นส่งต้นหนังสือคืนมาเวลาเที่ยงลงเรือโสภณขึ้นไปกรุงเก่า เข้าคลองข้าวสารแล้วลงเรือเก๋งไปดูวัดโพธาราม วัดดุสิต วัดสมรโกฎ วัดกุฎีดาว วัดศรีอโยธยา วัดมเหยงคณ์ ที่วัดศรีอโยธยาเมื่อเข้าไปในโบสถ์ได้ลงแหวนทับทิมตราเกี้ยวด้วยหัวใจอิติปิโสแล้ว ให้เงินสมภารปฏิสังขรณ์วัดด้วย ๓ ชั่งแล้วกลับมาบางปอิน เย็นพายเรือขนูในคลองเหมือนวานนี้ ค่ำจดหมายตอบคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ส่งริโปดคืนไปแล้วไปจุดโคมชัยแล้วไปโรงลครฟังเทศน์มหาราชของพระยามหามนตรีอยู่ครู่หนึ่ง กลับมากินข้าวที่ปราสาท พระมหาราชจบ มหาพนเมื่อวานนี้ขึ้นอีก ๒ ยามเลิก

วันศุกร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เาลาเช้าโมงหนึ่ง โกรกแล้วลงเรือโสภณผู้หญิงไปด้วย เจ้านายผู้ชายไปเรือพระนายไวย ขึ้นไปกรุงเก่าไปที่พลับพลาสมเด็จกรมพระ ทำไว้ที่วัดทะเลหญ้า ลงเรือขนูไปเล่นทุ่งกินข้าวเช้าในเรือ เวลาเที่ยงกลับมาพลับพลา แล้วไปที่พระอุโบสถพูดกับสมเด็จกรมพระด้วยราชการต่างๆ จนเวลาบ่าย ๒ โมงกลับมาบางปอิน เย็นลงเรือขนูดูในคลองกะกำแพงให้รื้อทำใหม่ ไปจนถึงบ้านยายศรีวิไลยกลับ

กินข้าวที่ปราสาท

วันเสาร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลา ๕ โมงเช้า ออกมาข้างหน้า พระยาราชยื่นหนังสือซึ่งให้อำเภอตรวจดูนาราษฎรทั้ง ๕ อำเภอ ข้าวที่ได้ผลประมาณ ๔ ส่วน ไม่ได้ผลประมาณส่วน ๑ แต่ข้าวเปลือกที่กรุงเก่ามีอยู่น้อย ลูกค้าซื้อไว้แห่งละ ๙-๑๐ เกวียนก็น้อยราย แล้วจดหมายถึงสมเดชเจ้าพระยาฉะบับหนึ่ง ส่งสำเนาหนังสือพระยาราชไปด้วย ปรึกษาด้วยการจะเปิดไม่เปิด เวลาเที่ยงเศษไปที่ศาลเจ้าบูชาแล้วกลับลงเรือโสภณล่องลงมากรุงเทพฯ ถึงเวลาบ่าย ๓ โมง ๕๐

พระยาศรีอ่านบอกเมืองหนองคายส่งต้นหนังสือท้าวขันตีมีมากับหนังสือญวนถึงท้าวขันตีเรื่องเมืองเชียงขวางด้วย

วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาตอบเรื่องปิดข้าวว่าควรจะปิดไว้ก่อนเพราะข้าวแพง ท่านกรมท่าเข้ามาพูดด้วยเรื่องที่ยุเกอว่าสมเด็จเจ้าพระยาสั่งให้บอกว่า ขอให้บังคับให้พระนายศรีไปว่าให้แล้วกันเสียให้ได้ ถ้าไม่แล้วเสียน้ำพระพิพัฒสัจจา (ว่าเพราะการเรื่องนี้ที่จะยอมเสียรู้เด็กไม่ยอมด้วยคนทั้งปวงก็ทราบกันอยู่หมด การทั้งหลายทั้งปวงได้สู้รบตบมือมาก ครั้งนี้จะหลับตาสู้เด็ก จะว่าแพ้รู้ การที่จะต่อสู้คิดไว้ตลอดแล้ว) แล้วยื่นหนังสือขอพระศรีสมุทโภคเจ้าเมืองระยอง พระสมุทสาครานุรักษ์ เจ้าเมืองสมุทรสาคร ทั้ง ๒ คนว่าเป็นคนเอาใจใส่ราชการ ให้เป็นพระยา กับส่งบัญชีของที่ส่งออกไปเอกซหิบิเชนฝรั่งเศส ตีพิมพ์หมอบรัดเลฉะบับหนึ่ง

รับหนังสือคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยพระยาอนุชิตประทับฟ้องนายแขกกล่าวโทษอำแดงเนียมมาเป็นอาชญานอกผิด เพราะความนี้ได้ชำระเป็นความนครบาลถึงสืบพะยานแล้ว ส่งฟ้องและคำปรึกษาเข้ามา กรมภูธเรศยื่นริโปดใบสัจฉะบับหนึ่ง ขุนพิเทศพิสัยฉะบับหนึ่ง เดือน ๑๑ จมื่นวิชิตจดหมายเข้ามาฉะบับหนึ่ง ส่งจดหมายหลวงสรสิทธิ์รับสารภาพผิดที่ไม่ฟังผู้บังคับผู้รับพระบรมราชโองการ ขอโทษ จดหมายตอบไปฉะบับหนึ่งให้ยกโทษให้ด้วยเป็นครั้งแรก

ตั้งพระนายไวยเป็นพระยาประภากรวงศ์วรวุฒิภักดี จางวางมหาดเล็ก เสมอใจเป็นพระยามนตรีสุริยวงศ์ มีตำแหน่งในมหาดเล็กและสำหรับเป็นข้าหลวงไปราชการหัวเมือง ให้กินพานทองทั้ง ๒ คน

ค่ำไปสวดมนต์ฉลองไตรปีที่อนันตสมาคม สมเด็จกรมพระกลับมาแต่กรุงเก่าเข้ามาพูดกันด้วยราชการต่าง ๆ ท่านภูธราภัยเข้ามาให้บุญทอดกะฐินด้วย เวลายามกลับ

วันจันทร์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้าใส่บาตร์แล้วไปเลี้ยงพระที่อนันตสมาคม วังหน้ามาให้บุญทอดกะฐินด้วย แล้วออกขุนนาง พระยาศรีอ่านตราไปเมืองหลวงพระบาง พระนรินทรอ่านบอกเมืองเพ็ชร์เมืองนครเขื่อนขันธ์เรื่องผู้ร้ายฆ่ากันตาย พระยาพิพัฒอ่านบอกเมืองระยองเมืองตราษส่งส่วยแล้วพาพระระยองพระสมุทสาครเข้ามาหาด้วย เวลาเที่ยงเศษกลับเข้าไปข้างใน คุณสุรวงศ์เข้ามาหาพูดกันด้วยเรื่องที่ยุเกอแล้ว เธอพูดด้วยโรงพิมพ์ลงราชกิจจาด้วยประกาศเก็บเงินค่านาผิดๆ ถูกๆ แล้ว จดหมายต่อว่ากรมขุนบดินทรฉะบับหนึ่งแล้ว

คุณรัตทำเรื่องราวขอเงินใช้เงินค่าราชการ ตัวเอาใช้เสียเป็นเงิน ๘ ชั่ง ๑๗ ตำลึง ๒ บาท

ค่ำ สั่งให้จิตรเจริญไปมีเทศน์ที่อมรินทร์แล้ว ๗ ทุ่มลงไปลอยกะทง ๘ ทุ่มกลับ

วันอังคาร ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๓ โมงเศษลงไปตักบาตร์แล้ว ออกไปอนันตสมาคมเลี้ยงพระแล้วออกขุนนาง พระยาศรีเอาหนังสือญวนมีมาถึงท้าวขันตีมาอ่านให้ฟังแล้ว พระยาพิพัฒอ่านบอกเมืองชลส่งส่วยไม้แดง เวลาเที่ยงกลับนอนกลางวัน รับหนังสือกงซุลเยอรมัน เป็นหนังสือไปรเวตขอที่บ้านนุชอาหารทำที่ว่าการกงซุล กับรับร่างหนังสือตอบพระลังกา เจ้าพระยาภาณุวงศ์ส่งมาด้วยฉะบับหนึ่ง แล้วจดหมายตอบท่านกรมท่าไปว่าด้วยกงซุลเยอรมันจะขอที่ ๆ นี้เดิมได้มอบให้ท่านกรมท่าทำโรงภาษีแต่ครั้งก่อนแล้ว จะยอมให้เขาหรือไม่ยอม กับหนังสือพระลังกาเห็นจะต้องทำใหม่ ด้วยพระนั้นจะไปกาญจนดิฐจะไปลังกาแต่คฤหัสถ์ กับว่าด้วยการที่ไม่มีผู้รับหนังสือนั้นดูไม่ชอบกลเลย ให้คิดผ่อนผันเสียใหม่ เวลา ๔ ทุ่มเศษ ออกไปพระที่นั่งอมรินทร พระอมรโมฬีเทศนาจีวรทาน แล้วสั่งพระนายศรีให้ไปพูดเรื่องที่ยุเกอตามสมเด็จเจ้าพระยาขอ กับถามพระยารองเมืองด้วยเรื่องที่จะให้กงซุลเยอรมัน คือที่หม่องซวยอัดเช่าและที่พระยาราช พระยาราชานุชิต ที่ ๒ แห่งนี้ พระยารองเมืองว่าเจ้าของขายเสียแล้ว ให้ทำแผนที่มาดู เวลา ๔ ทุ่มลงไปลอยกะทง ๒ ยามกลับ

รับหนังสือตำรวจว่าด้วยจับคนลักทุ่น

วันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

จดหมายถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยสั่งให้พระนายศรีไปพูดเรื่องที่ยุเกอแล้ว แต่การที่จะโต้ตอบนั้นเธอจะเห็นความประการใดขอให้ทราบ ได้สั่งให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์คัดคอเรสปอนเดนต์ไปให้ด้วยแล้ว แล้วมีถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง บอกเรื่องสั่งพระนายศรีและให้คัดหนังสือให้คุณสุรวงศ์ แล้วลงไปตักบาตร์ แล้วไปอนันตสมาคมเลี้ยงพระแล้วพระลังกาเข้ามาลา ถวายผ้าไตรบริกขารพร้อมแล้ว ไปเปลื้องเครื่องพระแก้ว กลับเข้าทางประตูพรหม เวลาเที่ยงพระนายศรีไปพูดกับยุเกอกลับมาบอกว่าไม่ยอม ด้วยพระยารองเมืองปักที่ให้เขาแล้ว แล้วว่าการเรื่องนี้ไปพูดกับกงซุลฝรั่งเศสตลอดแล้วไม่เป็นธุระ แล้วได้จดหมายถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง คุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ตามที่พระนายศรีมาพูดแล้วให้พระนายศรีไปเล่าให้ฟัง แล้วจดหมายตอบคุณสุรวงศ์อีกฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องส่งฟ้องมานั้น ว่าไปว่าให้ศาลอาชญานอกชำระเพราะศาลหลวงเป็นใหญ่ แต่ซึ่งลูกขุนปรึกษามาว่าไม่ชัด ด้วยไม่ยกความเดิมนั้นดูเป็นกลับโจทย์เป็นจำเลยไปให้ชำระเถิด รับหนังสือท่านกรมท่าตอบด้วยเรื่องที่กงซุลเยอรมันขอว่าถ้าไม่ให้ก็ตอบไปว่าจะทำโรงภาษี กับเรื่องหนังสือพระลังกานั้นไม่มีใครรับ แล้วมีตอบไปฉะบับหนึ่งเรื่องว่าถ้าจะเอาไว้ก็จะตอบไป แต่เรื่องพระลังกานั้น ที่ใครจะไม่รับนั้นไม่ได้มีแต่คุณสุรวงศ์ ของที่จะตอบไปให้เป็นของหลวงก็ได้ เวลา ๕ ทุ่มลงไปลอยกะทง ๒ ยามกลับ แล้วรับหนังสือจมื่นวิชิตว่าด้วยทหารนั่งยามเมาเหล้าทำโทษตามกฎหมาย

วันพฤหัสบดี แรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้าออกไปอมรินทร สดัปกรณ์พระบรมอัฐิ

รับหนังสือท่านกรมท่าว่าด้วยโรงสียุเกอว่า ถ้าจะไม่ยอมก็ต้องห้ามเป็นคำขาดแล้วออกไปที่คอเวอนแมนต์นอก กับว่าคุณสุรวงศ์ไม่อยู่ไปปากน้ำกลับมาจะคัดหนังสือไปให้กับคนส่งคอเรสปอนเดนต์เรื่องนี้เข้ามาแล้ว พระยามหามนตรีจดจำนวนทหารที่จะไปเมืองภูเก็ตเปลี่ยนทหารเก่ากลับเข้ามา นายไพร่ ๖๑ คน กับรับฎีกาเจ้าในกรมสิทธิ์ร้องด้วยเรื่องเลขให้พระศรีกาฬสมุดไปให้เจ้าพระยามหินทร

ออกขุนนาง พระยาพิพัฒลาพระยาจันทบุรีกลับออกไปเมือง แล้วพระนรินทรนำร่างตราที่จะให้พระอมรออกไปแจกตราความชอบเมืองภูเก็ตมาให้แก้

พระยาธรรมสารนิติ พระยากระสาปน์ พระยาเจริญ กลับมาแต่ปราจิณมาบอกให้บุญเผาศพพระยาปราจิณ พระยาจ่าแสนย์เอาริโปดความกับคำปรึกษาเรื่องฆ่าพระพลแสงมาให้ แล้วพระยารองเมืองทำแผนที่ที่หม่องซวยวาดเช่ามาให้ด้วย

ก้บเจ้าวัชรินทรเอากฎหมายทหารมหาดเล็กซึ่งตีพิมพ์แล้วเข้ามาให้ แล้วได้จดหมายถึงจมื่นวิชิต จมื่นสราภัย ส่งออกไปให้แจกทหาร ถ้าเหลือให้เก็บไว้สำหรับออฟพิศ

แล้วรับจดหมายจมื่นสราภัยบอกเข้ามาด้วย ทหารมาทันเวลากินข้าววิวาทกับคนครัว ได้ตัดสินให้เลิกกันแล้ว แล้วส่งริโปดตรวจการครัวต่าง ๆ เข้ามา ๔ ฉะบับ

กับรับหนังสือพระวิสูตรสาครดิฐจะขอมาหาพูดความไปรเวตด้วยอีกฉะบับหนึ่ง ให้เทวัญตอบไปให้มาพรุ่งนี้ กับวันนี้ได้จดหมายไปเรียกเจ้าพระยาภาณุวงศ์ให้มาหา

วันศุกร์ แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาบ่ายโมงเศษออกไปฟังเทศน์มหาชาติถึงกัณฑ์ชูชก พระนายศรีมาเล่าเรื่องที่ยุเกอ คุณสุรวงศ์เรียกไปพูดเป็นการเสียดสีในพี่น้องกันเอง แล้วพระวิสูตรมาหาว่าอยากจะขอให้เรือหลวงเข้าอู่รับเหมาเป็นลำ ๆ กับว่าได้ทราบข่าวว่า กงซุลอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน โปรตุเกศ สบถกันว่าถ้ามีราชการสิ่งใดเกี่ยวข้องจะช่วยกัน

แล้วเจ้าพระยาภาณุวงศ์มาหาได้ไล่เลียงในความเห็นเรื่องที่ยุเกอเหลวไหล กับได้รับหนังสืออาลบาศเตอว่าได้พูดกับกงซุลเยอรมันเรื่องที่ตามที่ให้เทวัญไปพูด กงซุลว่าไม่สู้อยากได้นัก แต่กลัวจะไปตกเป็นที่ของกงซุลอเมริกันและวิลันดา จึงได้พูดไว้เสียก่อน แล้วได้จดหมายตอบกงซุลเยอรมันไปฉะบับหนึ่ง ว่าอยากจะช่วยดอก แต่ที่นี้ติดด้วยจะทำโรงภาษี เย็นกลับเข้าไปข้างในค่ำออกมาอีก

วันเสาร์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยที่โรงสียุเกอนั้น ได้รับคอเรศปอนเดนต์ที่ท่านกรมท่าคัดให้ไปแล้ว กับเรียกพระนายศรีไปถามเห็นว่า หนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์ ลงวันเดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำนั้นยอมว่าซื้อที่ปลูกตึก ปลูกเรือน ได้เป็นคำอนุญาตเสียแล้ว แต่เห็นความในหนังสือกงซุลฝรั่งเศสตอบวันศุกร์ ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ว่าแม้นไทยจะห้ามต้องใช้ทุนที่ขาด มีทางอยู่จึงได้ร่างหนังสือตอบเข้ามาฉะบับหนึ่ง

เวลาบ่ายโมงเศษออกไปอมรินทรฟังเทศน์อริยสัจ แล้วจดหมายถึงมิสเตอร์อาลบาศเตอฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเรื่องที่กงซุลเยอรมันขออยากจะช่วยดอก แต่เป็นการจนใจต้องตอบหนังสือโดยการขัดข้อง แต่ในใจอยากจะเป็นไมตรีกับกงซุล ให้อาลบาศเตอบอกด้วย แล้วกลับ

เข้ามาจดหมายถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยคุณสุรวงศ์ร่างตอบเรื่องที่ยุเกอเข้ามา ชอบกลอยู่ให้เธอตอบไป

แล้วมีไปถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าได้สั่งให้ท่านกรมท่ามีตอบไปตามที่ร่างเข้ามา กับจดหมายถึงพระยาพิพิธโภไคฉะบับหนึ่ง สั่งให้ส่งเงินเบี้ยหวัดข้างในเข้ามา กับให้เติมเงินที่เคยชักให้เสด็จยายแจกข้าหลวงเดิม ๒๐ ชั่งลงในเบี้ยหวัดเสด็จยายด้วย รวมเป็น ๑๗๐ ชั่ง กับเงินวังหน้าถ้าได้ลงมือเบี้ยหวัดวังหลวงให้ส่งขึ้นไป

วันอาทิตย์ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาธรรมสารนิติทำเรื่องราวมาขอขุนราชพิทักษ์เป็นหลวงธรรมสาตร์ กับพระปรีชามาแต่ปราจิณเข้ามาหาด้วยได้รับหนังสือท่านกรมท่าฉะบับหนึ่งว่า มีผู้มาลือว่า เมืองพนัศนิคมฝนแล้งคนอดข้าวตายมาก ตั้งแต่เดือน ๑๑ มาจะขอเงินภาษีเบ็ดเสร็จไปตั้งโรงเลี้ยงสัก ๑๐๐ ชั่ง จะออกไปเอง กับว่ามีผู้จะเข้าเรี่ยไรมาก พระยานครเขื่อนขันธ์นำแผนที่กับริโปดที่จะขุดคลอง แต่ปลายคลองพระโขนงที่พระยานครเขื่อนขันธ์เก่าขุดไว้ไปปลายคลองบางพระ แขวงฉะเชิงเทรา ทางประมาณ ๙๐๐ เส้น กับพระยารัตนโกษาจดหมายค่าของส่งออกไปเอกซหิบิเชนฝรั่งเศสเข้ามาให้ว่าสิ้นเงิน ๗๑ ชั่งเศษ แต่ไม่ต้องเบิก ๒๕ ชั่งเศษ

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านร่างตราที่จะให้หลวงศักดิ์เสนีถือไปเมืองสุรินทร์ สังขะ ขุขัน กำชับหัวเมืองเขมรป่าดงด้วยเรื่องที่พระยานุภาพบอกมาว่า พระยาราชเดชะตายวัดถาหนีนโรดม ถ้าเข้ามาในเขตต์แดนให้คอยจับตัว กับให้ออกไปชำระความปล้นด้วย แล้วเอาคำให้การหลวงบริบาลบุรีรมย์ซึ่งกลับมาแต่เมืองเชียงใหม่มาให้ดู ได้ให้ไปเสนอท่านเสนาบดี หลวงพิชัยเสนานำหนังสือเจ้าพระยามหินทรมาให้ว่าด้วยความเจ้าวัฒนาในกรมสิทธิ์ กับเจ้ากรมว่าด้วยเงินราชการเลขเจ้ากรมว่าส่งถวายกรมสิทธิ์แล้ว แต่ไม่มีใบเสร็จจะขอสืบพะยาน เจ้าวัฒนาไม่ให้สืบ กับเรื่องเลขทาสพ้นค่าตัว เจ้าวัชรินทรฟ้องเจ้าวัฒนา ส่งคำตัดสินเข้ามาให้ดู เห็นว่าจะสืบพยานกับผู้ตายนั้นไม่ถูก ได้เขียนสั่งให้หลวงพิชัยเสนาเอาไปถวายสมเด็จกรมพระตรวจ แล้วพระยาโชฎึกทำจดหมายยื่นว่าด้วยชำระความ ขุนเจนกระบวนหัดกล่าวโทษจมื่นไวยกระทำของไม่จริงมาให้ กับเซ็นใบตั้งจ่ายเงินด้วยฉะบับหนึ่ง

วันจันทร์ แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๕ โมงเศษออกไปอมรินทร เลี้ยงพระเจิมเงินแล้วแจกเบี้ยหวัด แล้วกลับเข้ามาแจกข้างใน แล้วกลับมาจดหมายถึงท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยคนอดข้าวเมืองพนัศ ก็เป็นที่น่าสังเวช แต่ที่จะขอเงินแผ่นดินไปตั้งโรงทานเลี้ยงนั้นเยี่ยงอย่างธรรมเนียมแต่ก่อนก็ไม่เคยมี ถึงข้าวแพงมากๆ ก็ไม่ได้เลี้ยงหัวเมืองใด การต่อไปถ้าเป็นขึ้นพร้อมๆ กันจะลำบาก ขออย่าให้เป็นการแผ่นดินและเป็นธรรมเนียมตั้งเลี้ยงก่อนให้เป็นแต่การเรี่ยไรครั้งนี้จะให้เงินเรี่ยไรไป ๕๐ ชั่ง เพราะเป็นแต่การบอกเจ้าเจ้าเมืองกรมการไม่ได้บอกเข้ามา เมื่อออกไปจัดการไม่พออย่างไรจึงค่อยคิดภายหลัง ก็เหมือนคอเวอนแมนต์เอาธุระเหมือนกัน

จมื่นวิชิตจดหมายเข้ามาว่าด้วยจมื่นสุรฤทธิ์มาฟ้องทหารเรื่องลักพาทาสแล้วจะมาขอรับตัวคนกลางไปให้ความเป็นเลิกแล้วแก่กัน กับรับหนังสือพระยาอัษฎงค์ส่งรูปเซอรอบินซันเคาวนาสิงคโปร์เข้ามาฉะบับหนึ่ง ได้ส่งให้พระยาภาษไปแปลเข้ามา

วันอังคารแรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เที่ยงไปแจกเบี้ยหวัดข้างในแล้วออกไปแจกข้างหน้าเวลาบ่าย ๓ โมงกลับ รับหนังสือท่านกรมท่าส่งเข้ามา ๔ ฉะบับ เป็นหนังสือเมซัน ๒ ฉะบับ ว่าด้วยได้รับหนังสือเรื่องความจีนที่กรมท่าส่งไปได้ให้ราชทูตวิลันดาที่เมืองลอนดอนแล้ว อีกฉะบับหนึ่งว่ารับหนังสือเรื่องสุราลายเซ็น ได้ให้คอเวอนแมนต์เมืองโปรตุเกศนิเธอแลนด์แล้ว อีก ๒ ฉะบับเป็นหนังสือมิสเตออับกากงซุลเมืองกัลกัตตาบอกด้วยกาพย์ออกไปถึงกับส่งม้า ๒๐ ที่ท่านกรมท่าสั่งออกไปเข้ามาฉะบับหนึ่ง อีกฉะบับหนึ่งสำเนาหนังสือพระยาอัษฎงค์ว่าด้วยไปพบเซอรอบินซันและส่งรูปเข้ามาที่ท่านกรมท่าว่าเป็นคนอัธยาศัยดี กับท่านกรมท่าส่งต้นหนังสือมิสเตออับกามีมาถึงบอกด้วยรับรองกาพย์ด้วยอีกฉะบับหนึ่ง กับวันนี้ได้รับหนังสือกาพย์มีเข้ามาบอกด้วยไปถึงกัลกัตตา และเขารับรองและซื้อม้าอีกฉะบับหนึ่ง แล้วจดหมายถึงคุณสุรวงศ์ว่าด้วยพระยานครเขื่อนขันธ์ทำริโปดกับแผนที่รายซึ่งจะขุดคลอง ตั้งแต่ปลายคลองพระโขนงออกไปถึงพรมแดนเมืองฉะเชิงเทราและขุดตัดปลายคลองบางเหี้ย หรือปลายคลองศีร์ษะตะเข้มาทลุถึงคลองแสนแสบนั้นดีแล้ว ให้จัดการไปจะผ่อนจ่ายเงินให้

แล้วพระเทพผลูจดหมายบอกรายคนแหกฝาเรือนยิงกันมาให้ฉะบับหนึ่ง กับรับคำโทรเลขบอกด้วยวังหน้ากลับมาฉะบับหนึ่ง แล้วเข้าไปกินเข้า คุณแพมาพูดว่าท่านกรมท่าสั่งมาว่ามีลูกค้า ๑๑-๑๒ คน พากันไปหาพูดว่าได้ทราบข่าวว่าจะเปิดเข้าลูกค้าทั้งปวงขอให้ปิดไว้ก่อน ด้วยเข้าที่ซื้อไว้ยังมาก ถ้าเปิดราคาเข้าก็คงจะตกลูกค้าขาดทุน จึงได้จดหมายตอบไปฉะบับหนึ่ง ตามเรื่องที่ได้ปรึกษาพร้อมกันกับสมเด็จเจ้าพระยาแล้วว่าจะไม่ปิด ควรจะเอาปรึกษาลงราชกิจจาเสียก็คงจะสิ้นความหวาดหวั่น กับถามไปด้วยผัดไว้กับมิสเตอนอกซ์ว่าเดือน ๑๑ จะบอกเขาด้วยกำหนดเปิดเข้าปิดเข้านั้นได้มีไปแล้วหรือยังด้วย

วันพุธแรม ๘ ค่ำเดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือท่านกรมท่า ๒ ฉะบับ ว่าเมื่อเช้านี้มีเรือใบอเมริกันให้เรือไฟห้างบอเนียวกัมปนีลากขึ้นไปทอดอยู่ที่หน้าโรงสียุเกอไม่แวะที่เจ้าท่า ได้มีหนังสือต่อว่ากงซุลฉะบับหนึ่ง ส่งสำเนามาด้วยอีกฉะบับหนึ่งว่าด้วยเรื่องเปิดเข้ามีลูกค้ามาถามลงชื่อในหนังสือมา ๓๔ คน ส่งต้นหนังสือมาแล้วเธอได้ตอบไปว่าจะรอดูน้ำลดเสียก่อนจึงจะเปิดแล้วจะได้ลงราชกิจจา แต่ที่จะมีไปที่กงซุลอังกฤษนั้นขอรอไว้กลับแต่ปฐมเจดีย์จึงจะตอบ ว่าจะไปวันนี้กลับพรุ่งนี้ แล้วได้จดหมายตอบไปฉะบับหนึ่ง ว่าเรืออเมริกันที่รีบต่อว่าไปนั้นดีแล้ว กับเรื่องปิดเข้านั้น คุณแพมาพูดอย่างหนึ่งผิดกับคำเธอพูดมาถ้าได้ตอบไปดังที่ว่านั้นก็ดีแล้ว แต่ให้รีบลงราชกิจจาตอบหนังสือลูกค้าเสีย พระยาไชยสุรินทรเอาหนังสือรายที่อับดุลเซ็นมาให้ ๔ ฉะบับ เป็นเรื่องราวอับดุลเซ็นขอจำนำฉะบับหนึ่งสัญญาฉะบับหนึ่งหนังสือกงซุลอังกฤษเมื่อใช้เงิน ๔๐ ชั่ง ฉะบับหนึ่ง หนังสือพระยาไชยสุรินทรกับพระยารองเมืองเมื่อใช้เงินอับดุลเซ็นสัญญาจะไปฉบับหนึ่ง วันนี้ หลวงสิงหฬเข้ามาหา กลับมาแต่เชียงใหม่นำหนังสือพระยาเทพมาให้ ๓ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยการจะให้ลาวทำป่าไม้ ฉะบับหนึ่งได้บอกเรื่องจะซ่อมสพานที่เมืองเชียงใหม่พัง ฉนับหนึ่งขอของต่าง ๆ กับพระอินทรเทพมาหาเอาเรื่องราวคนที่ถูกยิงรายพระเทพผลูออกมาให้ แล้วหลวงพิชัยเสนาเอาคำตัดสินเรื่องความหม่อมเจ้าวัฒนาหม่อมเจ้าวัชรินทรในกรมสิทธิ์เรื่องสักทาสสมยอมกับคำเห็นสมเด็จกรมพระมาให้ ได้เขียนคำตัดสินไปใหม่แก้คำตัดสินเดิมลดเงินค่าปรับลงมาบ้างให้ไปใหม่ พระยาภาษเอาหนังสือพระยาอัษฎงค์ที่ให้ไปแปลมาให้ ส่งรูปเซอรอบินซันเข้ามากับขอรูปเราไปจะให้เซอรอบินซัน ได้จดหมายตอบส่งรูปแคบบิเนตให้ไปรูปหนึ่ง รับหนังสืออาลบาศเตอว่าด้วยได้พบกับกงซุลเยอรมันได้พูดเรื่องที่เขาไม่เสียใจเลย แล้วได้จดหมายตอบจมื่นวิชิตให้บังคับนายปุ่นให้ส่งทาสให้จมื่นสุรฤทธิ

วันพฤหัสบดีแรม ๙ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

๑ บ่ายโมงเศษออกไปพระที่นั่งอัมรินทรจากเบี้ยหวัด หลวงเสนีพิทักษ์อ่านบอกพระยาเทพประชุน

๒ พระพิพัฒส่งคำลูกขุนปรึกษาเรื่องความแขกผู้ร้าย ๓๖ คน ปล้นกระบือฆ่านายตำบลตายคนหนึ่ง

๓ พระยาประภาเอาแบบเรือไฟที่จะสั่งมาให้ดูได้บอกไปว่าให้รอไว้ก่อน

๔ รับหนังสือท่านกรมท่าว่าได้กลับมาถึงกรุงเทพฯ บ่าย ๕ โมง รับหนังสือกงซุลอเมริกันตอบยอมให้เรือถอยกลับลงมาว่าเรือกลับมาแต่บ่าย ๓ โมงวานนี้แล้ว คัดสำเนาหนังสือกงซุลอเมริกันมาด้วย

๕ ได้มีตอบท่านกรมท่าไปฉะบับหนึ่ง ว่าที่เขายอมนี้เป็นการดีนักจะได้เอาไว้เป็นตัวอย่างต่อไป ให้ตอบขอบใจเขาวัดเข้าไว้อีกชั้นหนึ่ง กับบอกเรื่องสั่งเงินรายที่จะตั้งโรงทานเมืองพนัสให้มารับที่พระยาพิพิธด้วย

๖ เมื่อก่อนรับหนังสือท่านกรมท่าได้จดหมายถึงพระยาพิพิธ ฉะบับหนึ่งสั่งให้จ่ายเงินให้ท่านกรมท่าเข้าเรี่ยรายตั้งโรงทานเลี้ยงคนอดเข้าเมืองพนัสเป็นเงิน ๕๐ ชั่ง กับสั่งให้จ่ายทองคำข้างที่ที่ส่งคลังไว้นั้นให้พระยาไชยสุรินทรมาให้ด้วย

๗ สมเด็จกรมพระจดหมายขอขุนพร เป็นสุนทรพิมล กับเตือนรายดินประสิวมาศที่ขอไว้ กับส่งบัญชีเสื้อผ้าปูนบำเหน็จผู้จัดราชการเมืองภูเก็ตเข้ามาด้วย

๘ บัญชีเสื้อผ้านั้นที่ได้ตรายกเสียไม่ให้ๆ แต่พวกจีนหัวหน้าแบ่งเป็น ๓ ชั้น ๆ ที่ ๑ ที่ ๒ เสื้ออัดลัด ชั้นที่ ๓ เสื้อแพร

๙ สวดมนต์หล่อพระที่โรงหล่อแต่ไม่ได้ไป

วันศุกร์แรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

๑ เวลาเช้า ๒ โมงไปหล่อพระที่โรงหล่อพระชันษาทูลกระหม่อมค้างอยู่องค์หนึ่ง พระคันธารราฐยืนจะเอาไปไว้วัดนิเวศน์องค์หนึ่ง สูง ๒ ศอก ๒ นิ้ว พระประทานวัดนิเวศน์องค์หนึ่งหน้าตัก ๒๒ นิ้ว เวลา ๔ โมงกลับ

๒ ท่านกรมท่าเข้ามาหาเอาหนังสือกงซุลอังกฤษซึ่งมีขึ้นมาว่าด้วยเคอเวอนเมนต์อังกฤษจะขอตั้งไวซกงซุลมาให้ดูกับเตือนเรื่องความหม่องไปและชำระความค้างต่างๆ กับหนังสือฝรั่งเศสด้วยฉะบับหนึ่ง

แล้วไปออกขุนนางอมรินทร์แจกเบี้ยหวัดด้วย บ่าย ๓ โมงเศษ กลับขึ้นมา

เวลาบ่าย ๔ โมงแหม่มบรัดเลมาหา แล้วได้จดหมายถึงมิสเตออาลบาศเตอ ถามด้วยมิสเตอนอกซ์มีหนังสือขึ้นมาจะขอตั้งไวซกงซุลที่เมืองเชียงใหม่เห็นอย่างไรบ้าง พระยาเจริญมาหาได้ปรึกษาเรื่องกงซุลอังกฤษมีหนังสือขึ้นมากับเรื่องความมรดกขุนพินิตซึ่งเจ้าพระยามหินทรทำความเห็นเข้ามาด้วย แล้วได้จดหมายถึงคุณสุรวงศ์ส่งเรื่องความขุนพินิตนิกรไปให้ดู ให้ทำความเห็นเข้ามาด้วยการที่จะรักษาเกียรติยศและอำนาจที่จะตัดสินความต่อไป ค่ำได้รับจดหมายอาลบาศเตอตอบเรื่องความเชียงใหม่ จมื่นวิชิตจดหมายเข้ามาว่าด้วยหลวงสรสิทธิลาไปเยี่ยมบิดาป่วย แล้วจดหมายมาบอกขออยู่พยาบาล ส่งอาการมาด้วย

ย่ำค่ำแล้วออกไปมหาปราสาทสวดมนต์สมโภชพระเสวตรฉัตรพระสงฆ์ ๓๒ รูป แต่พระธรรมเจดีย์ผู้ให้ศีล พระโพธิวงศ์ผู้ขัดตำนานไม่มา พระธรรมเจดีย์ว่าไปสวดมนต์แซยิดบ้านท่านภูให้ปลัดมาแทน แต่พระที่เขาไปสวดแล้วกลับมามีอยู่หลายรูป คือพระมงคลเทพ พระอริยโมฬี พระราชมุนีนี้มาทัน ได้ความว่าสวดแต่เย็น แต่ที่ไม่มาให้พระมาแทนขี้เกียจเสีย การนี้ก็เป็นการใหญ่ไม่ควรจะขาด ได้ให้ถอดพระธรรมเจดีย์ลงเป็นพระเทพมุนีตามเดิม ถอดพระโพธิวงศ์ที่ไม่มาลงเป็นพระธรรมภาณพิลาศตามเดิมด้วย ให้คืนตาลีปัตมาตั้งพระเทพโมฬีเป็นพระธรรมเจดีย์แทน ตั้งพระราชมุนีเป็นพระโพธิวงศ์ในเดี๋ยวนั้น พระที่ไปสวดมนต์บ้านท่านภูแล้วมาทันได้ให้รางวัลจีวรแพรองค์ละตัวด้วย เวลายามกลับเข้ามา

วันเสาร์แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๕ โมงเศษออกไปเลี้ยงพระที่ปราสาทเลี้ยงพระแล้วออกขุนนาง พราหมณ์อ่านฉันเวียนเทียนเจิมแล้ว กลับเข้ามา เวลาบ่ายโมงเศษแล้วไปออกอมรินทร์แจกเบี้ยหวัด กลับเข้ามาบ่าย ๒ โมง

รับหนังสือคุณสุรวงศ์ตอบเรื่องความขุนพินิตนิกรและคืนคำตัดสินฎีกาเข้ามา

ท่านกรมท่าส่งคำแปลหนังสือกงซุลอังกฤษเรื่องขอตั้งไวซกงซุลเชียงใหม่ที่อาลบาศเตอแปลขึ้นมาความชัดขึ้นกับที่แปลมาแต่บ้านกงซุล อีกฉะบับหนึ่งคำแปลหนังสือพิมพ์ฮ่องกงชื่อเดลีเปรศ ว่าด้วยปิดเข้า กับเมื่อเช้าได้จดหมายให้เงินวันเกิดท่านภูธราภัยครบ ๖๙ รอบ ปีละ ๒ ตำลึง เงิน ๖ ชั่ง ๑๘ ตำลึงแล้วให้เอาหีบเครื่องแต่งตัวไปให้ด้วย ค่ำได้รับหนังสือท่านภูตอบรับเงินฉะบับหนึ่ง รับหีบฉะบับหนึ่ง เวลาทุ่มเศษไปไพศาลสวดมนต์ เวลายามเศษกลับ กับได้เขียนหนังสือสั่งเงินให้พระธรรมราชาปฏิสังขรณ์วัดศาลาปูน ๑๐ ชั่ง มอบถวายสมเด็จไปแล้ว

วันอาทิตย์แรม ๑๒ ค่ำเดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๕ โมง ไปไพศาลทักษิณเลี้ยงพระแล้วตั้งพระอริยมุนีเป็นพระเทพโมฬี อยู่จนเวียนเทียนแล้ว กลับเวลาบ่ายโมงเศษ ได้แวะดูนกยุงเผือกที่ปรอเฟชเซอเมืองฝรั่งเศสส่งมาให้หน่อยหนึ่ง กับวันนี้เอามโหรสำรับใหม่มาตีด้วย เวลาบ่าย ๔ โมงไปออกอนันตสมาคมแจกตราจุลจอมเกล้าจิตรเจริญ ท. จ. ว. ๑ พระยาประภากรวงศ์ ท. จ. ๑ พระยามนตรีสุริยวงศ์ ท. จ. ๑ พระยาจ่าแสนย์ ท. จ. ๑ นายหนูบุตรพระยาราชานุชิต (จ๋อง) ต. จ. ๑ นายนกยุง หลานพระยาฤทธิไกร (เสือ) ต. จ. ๑ นายรองสรรพวิไชยบุตรพระยาจ่าแสนย์ (คลิบ) ต. จ. ๑ รวม ๗ คน แล้วไปถวายบังคมพระบรมรูปแล้วจนบ่าย ๕ โมงเศษกลับ

เวลา ๒ ทุ่มเศษออกไปอนันตสมาคม สวดมนต์ พระวุฒิการเอาร่างหมายเรื่องพระไม่มาสวดมนต์ในการหลวงไม่ให้มีพระมาแทนต่อไป ให้ยกเอาเรื่องที่ถอดพระธรรมเจดีย์ พระโพธิวงศ์ขึ้นว่า กับพระวุฒิการแจ้งว่าขรัวผ่องนั้นไม่ได้ไปไหน แต่เมื่อรับฎีกาสังฆการีนิมนต์ไม่ได้ดูจึงมาไม่ทัน ได้สั่งให้ตีสังฆการีผู้วางฎีกา ๓๐ ด้วยพระขาดไม่ไปตาม เวลา ๔ ทุ่มเศษกลับเข้ามา

วันจันทร์แรม ๑๓ ค่ำเดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๕ โมงเศษออกไปเลี้ยงพระที่อนันตสมาคม วังหน้าขึ้นมาลาจะไปเที่ยวเมืองจันทบุรีวันขึ้น ๒ ค่ำเดือนอ้าย อยู่จนเวียนเทียนแล้วบ่ายโมงเศษกลับเข้ามา

พระยาภาษเอาหนังสือแกรฮานที่มีมาถึงพระยาภาษมาให้ดูว่าด้วยการฝังศพมองซิเออเทียดและข่าวรูเซียเสียทัพและคิดตั้งค่ายป้อมปืนอย่างใหม่ขึ้นอีก กับเตือนเรื่องเงินและคำสั่งเอกซหิบิเชนฉะบับหนึ่ง กับหนังสืออีกฉะบับหนึ่ง ว่าได้รับคำสั่งในการเอกซหิบิเชนและส่งแผนที่มากับหนังสือมิสเตออับกาบอกด้วยเรื่องกาพย์ฉะบับหนึ่ง กับหนังสือดอกเตอร์เอคีดีหมอกฎหมายเมืองเบอลินขอเป็นกงซุลสยามกับคำแปลด้วยแล้วแกพามิสเตอร์ลอรีซึ่งกลับมาแต่ลอนดอนมาหาเอารูปเขียนน้ำมันมาให้ ๓ แผ่นเป็นรูปหมาไล่นากปีนเขาน้ำตก ๑ แผ่น รูปกำปั่นจอดในแม่น้ำ ๑ แผ่น รูปคลองน้ำมีตึกบ้านเรือน ๑

แล้วสั่งให้ประหารชีวิตอ้ายขำผู้ร้ายฆ่าหลวงพล (แสง) กับอ้ายหลำ อ้ายบุญ อ้ายยา พวกเพื่อนเฆี่ยน ๖๐ ส่งคุก

กับหม่อมแดงเอารูปต่าง ๆ มาให้ แล้วพระศิริสมบัติพามองซิเอออาลวนมาหาด้วย รับห้องเขียว

วันอังคารแรม ๑๔ ค่ำเดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

บ่ายวันนี้ได้จดหมายถึงคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง ปรึกษาด้วยเรื่องอังกฤษขอตั้งไวซกงซุลที่เมืองเชียงใหม่ แต่สมเด็จเจ้าพระยาไม่อยู่การที่จะตอบคงจะต้องรอ แต่เธอจะเห็นการอย่างไร

แล้วลงไปช่วยจัดการแซยิดเสด็จยาย กับพระยานานาเอาบัญชีรายเดือนภาษีอากรในคลังสินค้ามาให้ด้วย อนึ่งพระอมรมาบอกว่าคุณสุรวงศ์เธอให้มาขอทหารไปสำหรับตัวพระอมรด้วย ได้สั่งให้ไป กับได้ให้เงินไปใช้สอยด้วยสิบชั่ง แล้วอ้ายตอรีไวซกงซุลอเมริกันมาหาว่าด้วยเรือโปสโบตบอกเรือเข้าเรือออกไม่มีขอให้เตลิกราฟบอกด้วย

ค่ำออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกน้ำฝนต้นเข้ากรุงเก่าน้ำท่าสูงพ้นแท่นเต็มที่ ๘ นิ้วถึงวันมีใบบอกน้ำลดได้ ๙ นิ้ว ราคาเข้าเกรียนละ ๘ ตำลึง กับเมืองสุพรรณบอกด้วยฉะบับหนึ่ง อนึ่งหลวงภักดีณรงค์กับนายกล่ำบุตรลาไปตรวจทางเมืองโคราชทางอ้อมเขายาว พระนรินทรอ่านบอกพระยาราชวังสัน ข้าหลวงเมืองภูเก็ต ๒ ฉะบับๆ หนึ่ง ว่าด้วยซื้อฝิ่นและเข้าแพงฉะบับหนึ่งว่าตั้งแต่เดือน ๙ ถึงเดือน ๑๑ ทหารที่ไปรักษาเมืองป่วยเป็นไข้ถึง ๘๐ คน พระยาพิพัฒอ่านบอกเมืองนครชัยศรีผู้ร้ายลักหมากถูกยิงตาย

วันนี้ตั้งขุนนาง ๗ คน เซ็นใบสั่งเงิน ๑ ฎีกา ๓ ฉะบับ

พระโทรเลขเอาหนังสือหมอสมิทมาให้ว่าเรือโปสโบตไม่มี ถ้ามีเรือกำปั่นเข้าออกแล้ว ขอให้มีเตลิกราฟบอกให้ทราบด้วยนั้น ได้สั่งให้บอกเขาตามขอ กับได้สั่งเงินให้ท่านเล็กทำบ้านอีก ๑๐๐ ชั่ง

วันพุธแรม ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ให้ทองสรรพเพธไปทำเครื่องยศ ๒ แท่ง ที่ ๑๐ ที่ ๑๔

อนึ่งได้รับหนังสือคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ตอบด้วยเรื่องอังกฤษขอตั้งไวซกงซุลที่เมืองเชียงใหม่ ว่าเมื่อเดิมจะไปทำสัญญาที่อินเดียก็ปรึกษาเคาน์ซิลตกลงแล้วจึงออกไปทำ การครั้งนี้ควรปรึกษาเจ้าพนักงานต่างประเทศกับเคาน์ซิล และผู้ไปทำสัญญา เมื่อเห็นประการใด สมเด็จเจ้าพระยากลับมาก็จะได้เป็นทางตริตรองต่อไป แต่ตัวเธอเองไม่ใช่กระทรวงพนักงานจะว่าไปก่อนไม่ได้ เธอเพ้อมากมายไป จึงได้จดหมายตอบเธอไปอีกฉะบับหนึ่ง ท่านกรมท่าส่งสำเนาหนังสือแกรฮานว่าด้วยรับหนังสือเรื่องให้เป็นผู้จัดการเอกซหิบิเชนและได้รับเงิน และเตือนเงินเดือนกับว่าด้วยหนังสือไปถึงคอเวอนเมนต์ฝรั่งเศสเรื่องสุราได้ยื่นผู้ว่าการต่างประเทศแล้ว บอกมาว่าจะคัดกอบปีไปที่ว่าการค้าขายเที่ยวเมล์หลังจะตอบ กับกงซุลเยอรมันมีหนังสือขอมาหามาด้วยฉะบับหนึ่ง ได้บอกท่านกรมท่า เงินแกรฮานนั้นได้ร้องมาหลายหนแล้ว แกก็ไม่มีประโยชน์สั่งของเหมือนเมซัน โดยจะขึ้นให้บ้างเล็กน้อยก็ใต้ แต่ลูกชายที่มารับการช่วยนั้น ถ้าไม่ต้องให้เงินเดือนจะขึ้นให้ก็ได้ ถ้ามีไม่ควรขึ้น กงซุลเยอรนันให้มาวันขึ้น ๔ ค่ำ

หมอจันดเล กลับมาแต่อเมริกามาหา

วันนี้ วันพระ ปิดทองพระปิดทองหนังสือ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ