เดือน ๑๑ จุลศักราช ๑๒๓๙

จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน

พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

วันจันทร์ ขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๔ โมง นานไปมหาปราสาทเลี้ยงพระถวายโถเข้ายาคู สดัปกรณ์พระบรมอัฐิ ออกขุนนาง ท่านภูธราภัยมาลาขึ้นไปตรวจนาเข้าตามหัวเมือง กลับเวลาเที่ยง

อาลบาสเตอร์ จดหมายเข้ามาว่าด้วยพระยาภาษพูดโตโรโตเรเรื่องเงินกาพย์ไปอินเดียนั้น ส่งต้นหนังสือพระยาภาษเข้ามาด้วย จดหมายถึงคุณสุรวงศ์ว่าด้วยการทำทางโคราช ที่ปรึกษากับสมเด็จเจ้าพระยาตกลงเป็นให้พระเพ็ชรบุรีเป็นผู้ทำ พระยามหาอำมาตย์เป็นผู้ส่งเสบียงส่งคน ให้คุณสุรวงศ์เป็นผู้กำลับกะการและอุดหนุนในการที่จะทำทุกสิ่ง ให้ปรึกษาท่านภูธราลัยคิดกะการเสีย จะได้ลงมือทำ

วันอังคาร ขึ้น ๒ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

นายจันสตาบทหารหน้า ทำเรื่องราวมายื่นว่าด้วยทรัพย์น้าสาวกมลาศที่พามาแล้ว กมลาศไปบุกรุกเอาตัวที่บ้าน รับหนังสือเจ้าพระยาสุรวงศ์ว่าด้วยทำทางโคราช ขอให้สมเด็จเจ้าพระยาเป็นแม่กอง และขออนุญาตให้เจ้าพระยาภูธราภัยและพระยามหาอำมาตย์ ผู้เป็นเจ้าของเมืองด้วย แล้วเขียนหนังสือบอกท่านภูธราภัยให้ปรึกษาคุณสุรวงศ์ด้วยเรื่องทางโคราชฉะบับหนึ่ง กับจดหมายถึงกาพย์บอกด้วยมิสนอกซ์นายครัวมาขอออกแล้วว่าด้วยเรื่องเงินค้าง ถ้าไม่ได้ไม่ทำครัว กับได้กำชับเงินที่เอาไปแต่ห้างบอเนียวกำปนี จะใช้เงินรายใดรายหนึ่งก็ตาม ใจให้ใช้แต่เพียง ๒๐๐ ชั่ง แล้วเขียนหนังสือถึงมิสเตอร์อาลบาสเตอร์ด้วยอีกฉะบับหนึ่ง รับใช้เงินรายกาพย์เอาไปแต่ห้างบอเนียวกำปนี พระยาอุทัยธรรมเอาขัดข้องมายื่นว่าด้วยส่งเงินไม่มีรายรายละเอียด พระยามหามนตรีเอาความเรื่องบ่าวเจ้านิลลักกระดานบ้านองค์จิตรมาให้ จมื่นสราภัยผู้แทนผู้รับพระบรมราชโองการกับจมื่นวิชิต จดหมายมาว่าด้วยกะราคากับเข้า ออฟฟิศเซอร์ที่ให้จีนจิ๋วทำแล้วพระชลธารเอาหมายประกาศขุดคลองซึ่งไปตีพิมพ์มาให้ดูด้วยพระยาสมุท เอาหนังสือท่านกรมท่าส่งมาเป็นสำเนาหนังสือมิศเตอร์ฟอส ห้างบอเนียวกำปนีว่าด้วยรายเครดิตบิลที่กาพย์เอาไปขอให้เวอร์แมนต์รับใช้ แล้วตอบไปฉะบับหนึ่งให้ยอมรับ หลวงนริศเอาหนังสือท่านกลางฉะบับเล็กมาให้ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยเจ้าภาษีรังนกส่งภาษีคืน แล้วมีจีนอื่นเรื่องราวจะขอทำตามเดิม เจ้าภาษีคนใหม่กลับประมูลขึ้นอีก ๕๐ ชั่ง แต่จีนใหม่ประมูลแต่ ๒๐ ชั่ง เธอเห็นว่าถ้าจะให้จีนคนเก่าทำก็เอาเปรียบเจ้าพนักงาน ด้วยภาษีมาส่งคืนแล้ว ถ้าไม่มีใครประมูลแล้วก็ต้องขาด

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกพระสุจริตว่าด้วยพระพลเอาตราไปว่าจะไปจับผู้ร้ายฆ่าพระแล้วหนีไป เอาคำตัดสินความของตัวไปเสียด้วย ว่าไปทางเชียงใหม่ พระนรินทรอ่านบอกเมืองภูเก็ตว่าด้วยผูกปี้จีน เดิมผูกได้ ๔ วัน เกิดจีนกำเริบจึงต้องเลิก ครั้นการเรียบร้อยแล้วจะผูกปี้จีนก็จะได้ความเดือดร้อนกลัวจะเกิดเหตุขึ้นอีก ด้วยพึ่งได้ลงมือทำการเหมืองใหม่ ๆ จึงได้เรียกจีนหัวหน้ามาเปรียบเทียบขอเก็บค่าตีตราฝิ่นพะชดแทนจนครบเงินผูกปี้เท่าปีก่อน แต่ค่าตีตราที่เกาะหีบละ ๕๐ เหรียญ จะตีตราแต่หีบละ ๓๗ เหรียญ จีนหัวหน้าก็ยอม ได้เก็บมาจนถึงเดือน ๙ ทั้งจีนผูกปี้เก่าคิดเป็นคนได้ ๘๙๖ คน แล้วยื่นงบภาษีฝิ่นร้อยชักสามเดือน ๙ พระโทรเลขนำริโปดกัปตันลอบตัศยื่นคุณสุรวงศ์วาทำแผนที่แม่น้ำปากลัดน้ำน้อย เซ็นฎีกา ๑ แซงชั่น ๒ ใบสั่ง ๑ นายเสนอยื่นบัญชีคนคุก นายพิศลยื่นจำนวนแจกเงินเดือนกับจมื่นสราภัยยื่นจำนวนออฟฟิศเซอร์ ที่กะกับเข้าไว้ว่าจะให้กินเป็นเวลา ตอบไปฉะบับหนึ่งว่าดีแล้ว รับหนังสือไปรเวต พระยาสุจริตบอกด้วยพระพลหนีตามบอก กลางวันกรมภูธเรศเอาริโปดใบสัจเดือน ๑๐ แพ่งเกษม ขุนพิเทศพิไชยแพ่งกลาง พระยานุชิตประทับฟ้อง พระยาธรรมสารนิตรับเรื่องราวมาให้ แล้วสมเด็จทรงเรื่องจีนหัวกล่าวโทษพระยาโชฎึกเรื่องภาษีเกลือและคำให้การจีนติดขวันจีนหัว เรื่องภาษีสุกรต่างคนต่างไล่กัน ฟังเทศน์เทพกระวี

วันพุธ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ไม่มีราชการ

วันพฤหัสบดี ขึ้น ๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาศรีเอาสำเนาตราที่ให้พระพลถือไปจับผู้ร้ายฆ่าพระตายมาอ่านให้ฟัง ว่าพระยาอภัยรณฤทธิ์ขอไป แล้วได้สั่งให้ทำตราตอบพระยาสุจริตว่า ความซึ่งพระพลเป็นกับพะม่านั้น ถึงยังไม่ได้ตัวพระพลมาพอที่จะชำระให้แล้วกันได้ก็ให้ชำระเสีย ให้คัดคำตัดสินส่งขึ้นไปให้ด้วย

พระยารองเมืองมาพูดด้วยเรื่องที่รายยุเกอจะซื้อ และเอาแผนที่บ้านสวัสดิประวัติมาให้ดู และส่งคำลูกขุนปรึกษาเรื่องตีกันจมน้ำตายริมวัดสามจีนมาให้ดูด้วย รับหนังสือคุณสุรวงศ์ว่าด้วยจะแจกคนมีความชอบราชการ เมืองภูเก็ต เมืองระนองนั้น กรมการ แขก จีน ที่จะได้เหรียญให้รอไว้ทีหลังก็ได้ แต่ไทยที่จะได้เสื้อผ้าให้แจกไปก่อน พระนรินทรเอาบัญชีความชอบมาส่งอีกฉะบับหนึ่งมีความทุก ๆ คน กรมพิชิตเอาพระราชบัญญัติลักษณะพยานออกใหม่ประทับตราราชสีห์คชสีห์บัวแก้ว ๓ ฉะบับมาให้ เอาไว้ออฟฟิศเป็นข้างที่ฉะบับหนึ่ง ไว้ห้องอาลักษณ์ฉะบับหนึ่ง ไว้ศาลฎีกาฉะบับหนึ่ง แล้วพระยาภาษเอาตัวอย่างเหรียญที่จะสั่งกับคำอธิบายมาให้ด้วย ๒ ฉะบับ

เจ้าพระยามหินทรจดหมายเป็นไปรเวตมาว่าด้วยนักการตำรวจในกรมสัสดีไปเกาะจ่าฤทธิไชยขุนนางวังหน้าเรื่องเงินราชการ จ่าฤทธิไชยกลับตีตำรวจ ออกขุนนางเซ็นใบสั่งเงิน ๑ กับเรื่องภาษีเกลือเซ็นคืนเรื่องราวไปถามที่พระยาโชฎึกแจ้งความ กับเรื่องภาษีสุกรให้เจ้าพนักงานปรึกษากันดูใครควรทำได้ก็ให้ผู้นั้นทำ

หลวงนริศทำหนังสือมาพูดด้วยเรื่องผู้ร้ายฉะบับหนึ่ง

จมื่นสราภัยจดหมายว่าด้วยจมื่นวิชิตเจ็บ และพระวรภัณฑ์จดหมายขอเงินเพิ่มเงินเดือนผู้ที่ได้รับการแทนกวอดเตอร์มาศเตอร์ซายันที่ป่วย และเสมียนแสงว่าเป็นกำลังอยู่ด้วย วับนายพิศลยื่นจำนวนแจกเงินเดือนทหารด้วยฉะบับหนึ่ง ได้เขียนตอบไปฉะบับหนึ่ง เรื่องหลวงสรสิทธิ์นั้นเป็นสินเนียออฟฟิศเซอร์อยู่แล้วเมื่อมีการจรก็ต้องว่าไปตลอด เรื่องพระวรวัณฑ์ขอเพิ่มเงินเดือนนั้นควรผู้รับพระบรมราชโองการจะบอกเข้ามาจะได้สั่งให้ กับเสมียนแสงนั้นควรจะมีรางวัลก็ได้ ฟังเทศน์และวันนี้สวดมนต์พิธีคเชนทรัศวสนาน

วันศุกร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้ารับหนังสือไปรเวต ท่านเล็กบอกด้วยไปทำความใหญ่มาฉะบับหนึ่ง แล้วคุณแพมาบอกอีก แล้วรับหนังสือไปรเวตคุณสุรวงศ์บอกด้วยความท่านเล็ก แล้วได้เรียกท่านกลางมาปรึกษา แล้วให้ไปทูลสมเด็จด้วย

เขียนหนังสือถึงคุณสุรวงศ์ขอโทษแล้วมาฉะบับหนึ่งให้ท่านกลางถือไป พลบท่านกลางกลับมาหาแล้วให้ชำระพวกบ่าวพร้อมด้วยพระยามหามนตรี ตีเจ้ากรม ปลัดกรม จางวาง คนละ ๓๐ แล้วให้ปล่อยไป แต่คนที่ไปด้วยเฆี่ยน ๖๐ จำไว้ แล้วท่านเล็กมาหาเวลา ๒ ยามกลับ เขียนหนังสือถึงสมเด็จเจ้าพระยาฉะบับหนึ่งส่งไปราชบุรีขอโทษในการเรื่องนี้

วันนี้แห่คเชนทรัศวสนานไม่ได้ไป

ให้เงินรางวัลนายชื่นที่ช่วยท่านเล็ก ๕ ชั่ง กับบ่าว ๒ คน เงิน ๒ ชั่ง

วันเสาร์ ขึ้น ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือคุณสุรวงศ์ตอบไปรเวตฉะบับหนึ่ง รับษมาและขอโทษตัวและญาติและบ่าวที่ไม่รู้ เขียนตอบไปฉะบับหนึ่ง วันนี้สมโภชเดือนลูกฟ้าหญิง ให้ทองเมืองปราจิณทำขวัญท่านเล็กแท่งหนึ่งหนัก ๒ ชั่ง ๔ ไพ ๑ เฟื้อง

วันอาทิตย์ ขึ้น ๗ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระชลธารเอาประกาศขุดคลองมาให้ แล้วให้เอาไปแจกราษฎรทีเดียว จดหมายถึงสมเด็จกรมพระให้ชำระลูกหนี้พระยาสุรศักดิ์ตามเรื่องราวที่ลูกหนี้ยื่น วันอาทิตย์แรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๐ ว่าได้ทดลองราชการนั้น ให้รวบรวมมาดูก่อน เมื่อได้ความประการใด ควรหักควรเร่ง ก็จะได้เร่งได้หักไป แล้วจดหมายตอบพระยาอุทัยธรรมด้วยฉะบับหนึ่ง ว่าได้ให้ไปทูลถามสมเด็จ ท่านบังคับไว้นั้นชอบแล้ว ให้รับตามท่าน พระอินทรเทพยื่นสารบบความอำเภอฟากข้างโน้นเดือน ๙ จมื่นสราภัยจดหมายว่าด้วย หลวงสัคยุท นายรองชิต ไปบ้านเกินเวลากำหนดมาลุแก่โทษตัว แล้วขออนุญาตต่อไปว่าถ้าออฟฟิศเซอร์จะไปบ้านและต้องให้บอกผู้รับพระบรมราชโองการ เมื่อเกินกำหนดจะได้ทราบและคิดที่จะทำโทษมาด้วย กับส่งจดหมายพระวรภัณฑ์ขอให้นายสินอมรซาหันรับราชการแทนนายาขุนทองซายันที่ป่วยในเดือน ๑๑ กับนายพิศลยื่นจำนวนจ่ายเงินทหารรวมมาด้วย วันนี้ปิดทอง เวลาบ่าย ๕ โมงเศษไปสมโภชเดือนลูกฟ้าหญิง ให้ชื่อสุทธาทิพย์รัตนสุขุมขัติยกัลยาวดี มีกรมขุนบดินทรและกรมเจริญเจ้านายทั้งปวงหลายคน เจ้าผู้หญิงวังหน้ามาด้วย ขุนนางคุณสุรวงศ์และท่านกรมท่า มหินทร ศรีพิพัฒ ภาษ ศรี ศรีสรราช มหามนตรี นรินทร และคนอื่นๆ อีกหลายคนกับพวกพี่น้องด้วย เวียนเทียนแล้วให้กรมขุนบดินทร ท่านกลาง คุณสุรวงศ์ ท่านกรมท่า ศรีพิพัฒ เจิมด้วย อยู่จนขับไม้แล้วกลับ

วันจันทร์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลู นพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ปิดทองหนังสือแล้ว ท่านภูธราภัยมาหาบอกด้วยไปตรวจนาเข้าที่หัวเมือง แล้วจมื่นสราภัยจดหมายส่งบัญชีพระวรภัณฑ์ซื้อของใช้ในการทหาร พระยาอนุรักษ์จดหมายเข้ามาว่าด้วยจับขวดน้ำมีแป้งเป็นผงอยู่ในนั้นที่ประตูดิน เป็นบ่าวเท้าสมศักดิ์

รับก๊าศเชิญกรมขุนภูวนัยในการแซยิดครบ ๕๑

ออกขุนนาง น้าประเสริฐศักดิ์จดหมายบอกด้วยลูกหมู่กระจกตกไปอยู่ในกรมต่างๆ กับจดหมายคุณสุรวงศ์ขอไปเป็นเสมียนในโรงฝิ่นอีกคนหนึ่งสั่งให้ให้ไป รับคำโทรเลขแต่เมืองสมุทบอกด้วยวังหน้าลงไปวันนี้กับกงสุลอังกฤษลงไปวัน ๗ ค่ำด้วย จดหมายตอบจมื่นสราภัยด้วยบัญชีพระวรภัณฑ์ตั้งมานั้นให้เอาเถิด ให้ทำแซงชั่นไปยื่นคลังตามกฎหมาย

วันอังคาร ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยาเวียงในถวายหนังสือขอหลวงรงค์เป็นพระพิเดชสงคราม กับสารบบความมรดกฉะบับหนึ่ง กับหางว่าวเลขล้อมวังฉะบับหนึ่ง พระยารัตนโกษาเอาหนังสือคุณสุรวงศ์มาให้ว่าด้วยพระยารัตนโกษาทำบาญแผนกภาษีรังนกที่ตั้งไป ๆ ทำตรานำ ตราตั้ง ว่าบาญแผนกไม่มีชื่อเจ้ากรม จำนวนกรมพระกลาโหม กับว่าเงินอากรคนใหม่น้อยทำไมจึงได้ตั้งไปผิดพระราชบัญญัติหอรัษฎาในลายที่เซ็นนั้นก็สงสัยเงินเกินไป ๓๐ ชั่ง จึงคัดกอบปี้บาญแผนกเข้ามาให้ด้วย ได้จดหมายตอบไปฉะบับหนึ่งให้พระยารัตนโกษาไปให้ พระยารองเมืองมาพูดเรื่องที่ยุเกอ พระยาอนุรักษ์เอาคำให้การอีหนับที่จับผงดินสอมาให้ ได้สั่งไปให้พระยาราชชำระเพราะเกี่ยวข้องถึงพี่สาว พระยาอภัยรณฤทธิ์มาออกตัวเรื่องพระพลไปจับผู้ร้าย รับคำโทรเลขเจ้าพระยาภาณุวงศ์กลับแต่เมืองสมุท ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองพระพิษณุโลก ๓ ฉะบับ บอกด้วยตรวจโบสถ์พระชินราชชำรุดฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยน้ำมากขึ้นฉะบับหนึ่ง ส่งคนพวกอายาโตฉะบับหนึ่ง

พระมหาราชครูปโรหิตาจารย์ทำหนังสือมาขอลูกเป็นลูกขุน

หลวงวิจารณ์ยื่นริโปดความกรมกลาโหมเดือน

พระนรินทรบอกด้วยหลวงพิพิธภักดีกลับมาแต่เมืองสงขลาเอาแร่ดีบุกกะลินามาให้ ๆ จมื่นสรเดชไปไว้มิวเซียม

รับหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาตอบเรื่องท่านเล็กมาแต่ราชบุรี

วันพุธ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เขียนหนังสือตอบสมเด็จเจ้าพระยา ด้วยท่านไม่ถือโทษคิดถึงบุญคุณฉะบับหนึ่ง จมื่นสราภัยจดหมายมาบอกด้วยซ้อมหัดทหารเมื่อเช้า บอกท่ายิงมีทหารคนหนึ่งยิงมีดินและลูกกระสุนออกมา ตรวจดูว่าเป็นเหตุอย่างไรก็ยังไม่ได้ความ และขอโทษการต่อไปจะต้องตรวจตราไม่ประมาท อีกฉะบับหนึ่งทหารทั้งปวงหลายคนพร้อมกันลงชื่อขอให้พระยานรนาถทำครัวอย่างเดิม กับหนังสือคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยจะรับจัดการภาษีรังนกแต่การต่อไปถ้าจะเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติขอให้ออกประกาศเสียก่อน แล้วเขียนตอบไปฉะบับหนึ่ง การต่อไปจึงจะคิดออกประกาศแต่ครั้งนี้ได้ส่งแล้วก็ให้จัดการไปเถิด พระยารองเมืองมาพูดเรื่องที่ยุเกอจะซื้อ ได้สั่งให้ไปพูดกับท่านกรมท่าให้คิดเสียให้ตลอด พระนานาเอาบัญชีทำขวัญเดือนลูกหญิงฟ้าสุทธาทิพย์รัตนรายข้างหน้ามาให้ พระยาอนุรักษ์ยื่นจำนวนบ้าเข้าวังซึ่งจับไว้ ไม่มีผู้มารับจะขอเอาไปส่งคุกตามธรรมเนียม กับหนังสือพระยาราชบอกมาด้วยชำระจันพี่สาวได้ความเป็นยาทาแขนลิ้นทะเลกับกัลปังหาฝนกัน แต่ให้การถึงท้าวสมศักดิ์ขอมาว่าให้ชำระสอบ ได้สั่งไปให้ยกชำระเสีย เป็นแต่ให้ท้าวสมศักดิ์ รางวัลนายประตูตามธรรมเนียมด้วยเป็นการเคลือบคลุมอยู่

จดหมายถึงกรมขุนภูวนัยให้พรวันเกิดครบ ๕๑ รอบ กับเงินขวัญด้วยปีละ ๒ ตำลึง รวมเป็นเงิน ๕ ชั่ง ๒ ตำลึง จะให้เอาไปพรุ่งนี้ สรรเพธเอาคำลูกขุนปรึกษาวางบทโทษอ้ายบุญฟันอำแดงจิ๋วตายมาให้แล้วสั่งประหารชีวิตอ้ายบุญและเฆี่ยนอีแสงผู้ชักสื่อ ๓๐ ทีจำไว้ กับเขียนคำตัดสินความหนูอิน ๘ ขวบ เรื่องทรัพย์มรดกว่าไม่เต็มใจให้อารักษาไว้ จึงได้ให้พระยารองเมืองเป็นธุระรักษาหรือฝากคลังไว้กว่าหนูอินจะโตรักษาทรัพย์ได้

ขุนสมุทเอาหนังสือพระยาเทพประชุนไปรเวตมาแต่เชียงใหม่บอกด้วยหลวงบริบาล ชำระความผิดด้วยหนังสือเขาถึงเจ้าเชียงใหม่เขามารับเอา ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกพระยาเทพ ๓ ฉะบับ ว่าด้วยโปลิศเชียงใหม่และความหม่องไป๊สืบได้ ๆ มีหนังสือไปยังกอมมิชั่นเนอเมืองผาปูน เพื่อจะให้เขารู้ว่ารู้แล้วเขายังไม่ตอบมา กับเมื่อจับผู้ร้ายได้หม่องไป๊อยู่นั่นด้วยได้มีหนังสือบอกมายังพระยาสิงหนาท ส่งสำเนามาด้วยฉะบับหนึ่งว่าด้วยหลวงบริบาลรับชำระความเกินกำหนด เป็นหนังสือพระยากะลาโหมมารับเอา ส่งต้นหนังสือมาด้วย ฉะบับหนึ่งว่าด้วยสารบบชำระความ เขียนหนังสือถึงคุณสุรวงศ์ว่าด้วยท่านกลางมาพูดให้ไล่กัปตันลอบตัศไปอยู่ที่อื่น แล้วเขียนหนังสือถึงท่านกรมท่าด้วยเรื่องพระยาเทพบอกมาจะควรส่งกงซุนหรือยังไร พระจ่าแสนย์ยื่นสารบบความกรมมหาดไทย แล้วเขียนถวายเสด็จที่วัดอีกฉะบับหนึ่งปรับทุกข์เรื่องท่านเล็ก สั่งเงินให้กรมขุนภูวนัยฉะบับหนึ่งในการวันเกิด ๕ ชั่ง ๒ ตำลึง

วันพฤหัสบดีขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

รับหนังสือท่านกรมท่า ว่าความพระยาจันทบุรีซึ่งตัดสินไปแล้วนั้นไม่เป็นยุติธรรม พระยาจันทบุรีร้องฎีกาก็ไม่สืบให้ และถ้าพระยาจันทบุรีปล่อยผู้ร้ายจริงอย่างคำอ้ายพริ้งซัด ควรจะทำโทษคัดสำเนาฎีกาพระยาจันทบุรีส่งมาด้วย

รับหนังสือคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยที่จะย้ายให้กัปตันลอบตัศไปอยู่ที่อื่นนั้นควรแล้ว แต่ที่ตึกหมอจันดเลอยู่ให้คนไปดูก็ว่ามีของและคนเฝ้าด้วย ครั้นจะไล่ก็ไม่ควร หมอจันไม่มีความผิด จะขอรอหาที่ก่อนเมื่อว่างจึงจะไล่ กับส่งริโปดของกัปตันลอบตัศยื่นขอทำการเซอรเวแม่น้ำบางปะกงฉะบับหนึ่ง ได้คัดริโปดไว้ฉะบับหนึ่งแล้วเขียนตอบส่งต้นริโปดไป ถ้ามีเรือไรว่างก็ให้ไปเถิด กับเรื่องจะย้ายกัปตันลอบตัศนั้นดีแล้ว ส่งหนังสือซึ่งกัปตันลอบตัศร้องเรื่องให้ไล่จีนซักผ้าต่อท่านกลางไปให้คุณสุรวงศ์ไกล่เกลี่ยด้วย แล้วจดหมายถึงกรมขุนภูวนัยบอกด้วยไม่ไปดินเนอ กับส่งหนังสือที่เขียนเมื่อวานให้จ่ายวดไปด้วย รับหนังสือหมอคนว่าถ้าจะให้เงินช่วยคนอดเข้าที่มะคะราชจะรับส่ง รับหนังสือเสด็จที่วัดตอบไปรเวตฉะบับหนึ่งแต่มือเทวัญ ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองอ่างทองบอกด้วยจับผู้ปล้นที่เมืองสุพรรณส่งไปให้พระพรหมบริรักษ์ พระนรินทรอ่านบอกเมืองสงขลาที่ให้หลวงพิพิธภักดีถือมาว่าได้ไปทำแผนที่ที่กลีนากำปนี จีนเถ้าแก่เมงมาร้องว่าที่นี้บิดาได้หักร้างถางพงมาทำดีบุกได้ ๒ อย่าง ๆ หนึ่งเป็นดีบุกขา ไม่เหมือนแร่กลีนา ราคาหาบละ ๑๗ เหรียญ อย่าง ๑ หาบละ ๖ เหรียญ ทำมาได้ ๒๐ ปีแล้ว สืบพยานก็สมส่งคำร้องและคำพยานให้การมาด้วย จมื่นสราภัย จมื่นวิชิต จดหมายมาว่าด้วยคิดจัดม้าแห่นำตามกะฐินจะต้องยืมม้ากรมม้าด้วยกับเครื่องยังมีไม่พร้อม จะต้องขอเบิกของคลังและซื้อบ้าง หลวงนายเดชยื่นริโปดที่กำกับชำระความมรดกฉะบับหนึ่ง

ให้กรมนเรศไปทูลเสด็จที่วัดจะไปเฝ้าพรุ่งนี้เช้า

วันศุกร์ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้าโมงเศษขึ้นรถไปทางบำรุงเมืองเลี้ยวถนนกำแพงหน้าวัดเทพธิดาและวัดบวรนิเวศเฝ้าเสด็จ ปรับทุกข์และพูดด้วยพระลังกาเข้ามาแล้วไปที่โบสถ์บูชาพระชินศรี แล้วกลับทางถนนเฟื่องนครไปแวะดูงานวัดราชบพิธ แล้วกลับมาลงถนนเจริญกรุงไปทางหน้าสวนสราญรมย์ กลับเข้าทางประตูเทวาพิทักษ์ เข้าทางอนันตสมาคมไปบรมพิมานนนัสการพระบรมอัฐิทูลกระหม่อมแล้วกลับ

พระวิสูตรสาครดิฐมาหา

ออกขุนนางพระยาศรีอ่านบอกพระยาคทาธร ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งสืบราชการได้ความว่าเลอเรเปรยันตังออกมาจัดการอยู่ที่ท่ากระพงธม และนักองค์วัดถามาตั้งอยู่ที่เมืองกระพงสวาย พระยาราชเดชะไปตั้งเกลี้ยกล่อมคนอยู่ ฉะบับหนึ่งว่าด้วยทำการเฉลิมพระชนม์พรรษา เซ็นคำปรึกษาวางบทให้พระยารองเมืองไป จมื่นสราภัยจดหมายมาบอกด้วยทหารวิวาทกันตัดสินไปแล้ว ๒ ราย

วันนี้ได้สั่งให้นิมนต์พระครูทั้ง ๘ มาสวดมนต์มูรธาภิเษก อาบสะเดาะเคราะห์

วันเสาร์ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ท่านกลางจดหมายเข้ามาบอกด้วยลูกออกใหม่เมื่อเช้ายำรุ่ง ๔๓ มินิตว่าเป็นผู้ชาย เขียนตอบให้พรไปฉะบับหนึ่งตามเรื่องดวงด้วย แล้วท่านกลางตอบมาอีกฉะบับหนึ่ง ว่าจดหมายถวายเสด็จที่วัดแล้ว พระยาชัยสุรินทรทำหนังสือมาขอที่บ้านพระยาราชภักดีเป็นสิทธิ์ พระยามหาอำมาตย์มาหาเอาบัญชีมาให้เป็นจำนวนคน กับหนังสือฉะบับหนึ่งว่าด้วยเงินส่วยค้าง ได้ถามดูได้ความว่าการที่คุมเงินลงมาส่งถึงกรุงเทพฯ ลำบากนัก เพราะต้องเสีย ค่าช้าง ค่าเรือ และของกำนัล ถ้าเอาเงินมาสำหรับตัวแต่เพียง ๑ ชั่ง ๑๕ ตำลึงก็ไม่พอ ต้องเอาเงินส่วยใช้คนหนึ่งถึง ๖-๗ ชั่งก็มี เงินจึงค้างทับถมมาก พระยามหาอำมาตย์ได้ถามว่า จะให้มีข้าหลวงมารับเงินส่วยที่โคราชจะยอมหรือไม่ หัวเมืองเหล่านั้นก็ยอม คิดเป็นเงินทั้งสิ้นปีหนึ่ง ๑๗๖๑ ชั่ง

พระยามหามนตรีกะโปรแกรมที่จะไปทอดกะฐินกรุงเก่า และอยู่บางปะอินจะมีผ้าป่า และมีเทศน์มหาชาติมาให้

ออกขุนนางพระยาศรีอ่านบอกน้ำฝนต้นเข้ากรุงเก่า น้ำท่าน้อยกว่าปีกลาย ๒ ศอก ๗ นิ้ว ราคาเข้าทุ่งเกวียนละ ๙ ตำลึง เข้านาปักเกวียนละ ๘ ตำลึง ๒ บาท กับเมืองปราจิณบอกมาด้วย ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งน้ำฝนต้นเข้า เข้าเกวียนละ ๗ ตำลึง ๒ บาท น้ำลด ๒ นิ้ว ฉะบับหนึ่งกำหนดเผาศพพระยาปราจิณ พระนรินทรอ่านบอกเมืองอะไรจำไม่ได้ ส่งเงินปี้จีนหมดจำนวน จดหมายตอบท่านกรมท่าด้วยเรื่องความพระยาจันทบุรีชี้แจงที่ไม่สืบ เพราะการล่วงเกินนานแล้วเกินกำหนดจึงมาร้องฎีกาขอโทษนั้นเป็นของในตัวเราเอง คิดถึงความชอบอยู่จึงยกให้ เขียนหนังสือตอบจมื่นสราภัยอนุญาตใครจะไปบ้านตามเวลากำหนดต้องลาผู้รับพระบรมราชโองการ ถ้าเกินเวลากำหนดทำโทษตามจมื่นสราภัยขอมากับจดหมายพระวรภัณฑ์ว่าด้วยนายสินรับการแทนซายันนั้น ให้เพิ่มเงินเดือนในเดือน ๑๑ ขึ้น ๘ บาท กับกรมนเรศมาบอกด้วยนายขุนทองควอดเตอมาศเตอซายันป่วยเห็นจะรับการไม่ได้ ให้ปรึกษากันหาคนใหม่แล้วตัดผม แล้วอาบน้ำมนต์ พระครูทั้ง ๘ สวด

วันอาทิตย์ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๔ โมงออกไปอมรินทรเลี้ยงพระสดัปกรณ์ทำบุญวันประสูติทูลหม่อม เวลาเที่ยงกลับ พระยาภาษนำมิสเตอไปเยอผู้เขียนราชสาสน์ถึงรายาเบนาริศ เป็นหนังสือสันสกฤตเป็นคาถาภาษามคธพระสาสนโสภณแต่งฉะบับหนึ่ง เป็นหนังสืออังกฤษฉะบับหนึ่ง ทานดูยังตกอยู่ให้เอาไปแก้ใหม่แล้วมิสเตอไปเยอส่งหนังสือขอรับทำการอยู่กรุงเทพฯ หมอสายเอาฎีกาเจ้าหมื่นสรรเพธเบิกปัสตันปืนมาให้ ได้สั่งให้จ่ายไป เขียนหนังสือถึงจมื่นสราภัยส่งคนลงเรือบัลลังก์ให้มีแต่แอดดิกง ๑ กัปตัน ๑ ตามเดิม แต่ผู้รับพระบรมราชโองการให้อยู่บนบก รับหนังสือท่านกรมท่าว่าด้วยข้อความต่าง ๆ ในฎีกาพระยาจันทบุรีควรจะสืบได้หลายข้อ กับพระยาศรีเป็นปรีวีเคานซิลควรจะชำระข้อรับสินบล อาบน้ำแล้วออกไปอมรินทร พระสวดมนต์จบแล้วพระญาณสมโพธิเทศนาทานมัย เขียนหนังสือถึงพระยาเจริญไปรเวตถามด้วยความพระยาจันทบุรี แล้วลงไปตำหนักแพลอยกระทงในเวลา ๕ ทุ่มเศษเวลา ๒ ยามกลับ จมื่นสราภัยจดหมายเข้ามา ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยครเนตนายสวาทป่วยขอลาไปรักษาบ้าน ฉะบับหนึ่งมิสนอกซ์มาเตือนด้วยเรื่องเงินรายกาพย์จะเอาสัญญา ถ้าไม่ได้จะฟ้อง จมื่นสราภัยทำผัดไป ๑๐ วัน แล้วจะขอเงินรายฎีกากาพย์ซึ่งเบิกไว้ ๑๕๑ ชั่ง กับมีอีกฉะบับหนึ่งลงชื่อจมื่นสราภัยพระวรภัณฑ์ ปรึกษากันเห็นนายสอนเปซายันคน ๑ นายเยื้อนซายันคนหนึ่ง ควรจะเป็นควอดเตอมาศเตอซายันได้ แล้วจดหมายถึงจมื่นสราภัยฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยท่านเล็กขอนายรองชิตนายประจณไปเที่ยวด้วย ยอมอนุญาตให้เงินเดือนให้ตั้งเต็ม

วันจันทร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

ไปตักบาดรแล้วออกไปที่อมรินทรเลี้ยงพระสดัปกรณ์พระบรมอัฐิเวลาเกือบเที่ยงกลับ พระยาเจริญเข้ามาหาพูดเรื่องท่านกรมท่าเรียกไปปรึกษาเรื่องความพระยาจันทบุรี แล้วจดหมายตอบท่านกรมท่าฉะบับหนึ่ง เกษมสันต์เอาหนังสือท่านใหญ่บอกอาการท้าวทรงกันดารป่วยมากแล้วลาอยู่พยาบาลที่บ้านเกษม รับหนังสือกาพย์มีมาแต่สิงคโปร์ฉะบับหนึ่ง ว่าไปถึงพฤหัสบดีขึ้น ๕ ค่ำเดือน ๑๑ ได้ไปหากอลอแนลแอนซัน กับพูดเรื่องเงิน ค่ำออกไปอมรินทร พระวัดราชประดิฐสวดมนต์จบแล้ว พระสุคุณคณาภรณ์เทศนาสีลนัย แล้วลงไปลอยกระทง เวลา ๕ ทุ่มเศษกลับขึ้นมา

วันอังคารแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เขียนหนังสือถึงพระยาพิพิธโภไคฉะบับหนึ่ง สั่งขึ้นเงินเดือนสุขุมาลย์แต่เดือน ๑๐ อีก ๓ ตำลึงรวมเก่าใหม่เป็น ๕ ตำลึง ลูกหญิงเจ้าฟ้าสุทธาทิพย์รัตนเดือนละ ๓ ตำลึง พระยาอุทัยธรรมยื่นขัดข้องด้วยกรมสัสดียังไม่ส่งเงิน จมื่นสราภัยจดหมายมาว่าด้วยได้คิดตรางตรวจทหารฉะบับหนึ่ง เวลายามเศษออกไปอมรินทรพระโพธิวงศ์เทศนาภาวนามัย แล้วลงไปลอยกระทง ๕ ทุ่มกลับ

วันพุธแรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระยามหามนตรีเอาหนังสือเป็นรายจำนวนตัดเสื้อตำรวจในการกะฐินและจำนวนทหารเกณทในการกะฐิน และจำนวนฝีพายระดมและจำนวนเรือที่จะขี่ไปกะฐินกับจำนวนจ่ายเรือเจ้านายด้วย รวมเป็น ๕ ฉะบับด้วยกัน พระวุฒิการเอาความเข้ามาให้ตัดสินเรื่องหนึ่ง เขียนหนังสือสั่งเงินใช้ค่ารูปรายมิศเตอชูเรนส่งมาให้พระนายศรีไปใช้เงิน ๔๐๐ เหรียญ หมอสายเอาแบบเรือยอดเวสาตรีมาให้เป็นกระดาษแปลนรูปเรือดั้งแผ่นหนึ่ง แปลนห้องแผ่นหนึ่ง กับรูปเรือเป็นไม้แผ่นหนึ่งแขวนไว้ พระยาภาษเอาราชสาสน์ถึงรายาเบนาริศที่ให้ไปแก้มาให้เซ็น กับทำหนังสือมาขอเป็นออนอรารีในทหารด้วย ว่ามีการแปลหนังสือมาก ท่านกรมท่าส่งสำเนาหนังสือมา ๒ ฉะบับ เป็นสำเนาแครฮานมีมาบอกด้วย มองซิเออเทียดเปรสิเดนฝรั่งเศสคนเก่าตาย เมื่อวันที่ ๓ เดือนเสบเตมเบอ อีกฉะบับหนึ่งเป็นหนังสือกงซุลปินังบอกเข้ามาด้วยเกิดจีนกำเริบที่เมืองปลิศ จมื่นสราภัย จมื่นวิชิต จดหมายกะจำนวนทหารตามและรับวัดในการกะฐินมาให้กับหม่อมราชวงศ์ชื่นยื่นริโปดรักษาช้างป่วยฉะบับหนึ่ง เขียนตอบไปฉะบับหนึ่งว่าทหารที่จัดนั้นดีแล้ว แต่ที่ลงเรือแซงให้เอาทหารม้า กับคนที่จะเป็นควอดเตอมาศเตอซายันนั้นให้เลือกดูตามควรแล้วแต่นายกำปนีด้วยแล้วให้บอกมาจะได้ตั้ง จ่ายวดยื่นเรื่องราวขอเงินรายฎีกาคลังในขวาค้าง

ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองนครนายกน้ำฝนต้นเข้าฉะบับหนึ่ง เมืองนครราชสิมา ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่งน้ำฝนต้นเข้า ว่าเข้าได้น้อยราคาแพงถึงเกวียนละ ๓ ตำลึง ๒ บาท ราษฎรคนจนต้องปนเผือกมัน ฉะบับหนึ่งว่าด้วยผู้ร้ายย่องเบาของต้องซู่ เซ็นฎีกาฉะบับหนึ่ง พระยาศรีสรราชมาบอกด้วยคุณสุรวงศ์ให้ขออนุญาต เป็นหนังสือรายที่จะจัดธรรมเนียม พระยารองเมืองมาบอกด้วยเรื่องที่อับดุลเซ็นมิสนอกซ์ว่าให้เสียเงินให้เจ้าของเสีย ๔๐ ชั่ง ที่ติดนั้นเป็นสิทธิ์ แล้วเขียนหนังสือฉะบับหนึ่งถึงพระยาไชยสุรินทรให้เอาเงินไปพร้อมกับพระยารองเมือง ไปเสียให้และขอสำคัญมาด้วย ท่านเล็กมาลาไปทอดกะฐินกรุงเก่า

วันพฤหัสบดี แรม ๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เจ้าพระยาภาณุวงศ์มาหา พูดกันเล็กน้อย ว่าด้วยความจันทบุรีกับพระดิฐการเอาบอกหัวเมืองกรมท่ามาอ่าน เจ้าปฤษฎางค์เอาแผนที่บางปอินซึ่งจะคิดแก้กันน้ำแทงมาให้กับมีริโปดมาด้วยฉะบับหนึ่ง กับหนังสือฉะบับหนึ่งขอทำสะพานที่หัวลำโพง เซ็นใบสั่ง ๒ ฉบับ หลวงนายสิทธิ์ทำหนังสือมาขอเบิกเหล็กทำเรือนลูกหญิงบิไตรต์ภัทรายุวดี ออกขุนนาง ไม่มีราชการอะไร ตั้งขุนนาง ๖ คน

พระโทรเลขนำหนังสือคุณสุรวงศ์มาให้ฉะบับหนึ่ง กับคำลูกขุนปรึกษาเรื่องปล้นเมืองนครเขื่อนขันธ์ ๖ ตำบล ซึ่งพระยาสุรเสนาเป็นแม่กองชำระ ในหนังสือคุณสุรวงศ์ว่าอ้ายจุ้ยผู้ร้ายยัน ๑๒ ปาก แต่ได้เฆี่ยน ๒ ยก ไม่รับลูกขุนปรึกษาให้ประหารชีวิตนั้น ขอให้ลดโทษเพียงติดคุกไม่มีกำหนดออก ถ้าจะฆ่าเขาจะว่าฆ่าคนไม่รับเป็นสัจ เกษมศรีจดหมายมาลาสึกอีกฉะบับหนึ่ง ว่าเจ็บมาไม่ได้ กับทองแถม ชุมพล ศรีสิทธิ์ มาลาสึกด้วย เณรศรีมาลาไปปฐมเจดีย์ กับสมเด็จกรมพระเข้ามาพูดด้วยราชการต่าง ๆ พระยาราชจดหมายเข้ามาถามด้วยจะไปโคราชแน่หรือไม่แน่ ถ้าจะไปจะต้องคิดเตรียมเข้าจ่ายเสียด้วย พระยาปลัดโคราชบอกลงมาว่า เข้าเมืองโคราชแพง

วันศุกร์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เซ็นเรื่องราวหลวงภิรมย์โกษา เอี่ยมภรรยากล่าวโทษกรมพิชิตว่าไม่คัดคำให้การ คำพยาน ขึ้นมาให้ตัดสินและตัดสินไม่อ่านให้ฟังสงสัย ไปให้กรมพระตรวจแล้วให้ทำความเห็นเข้ามา คุณสุรวงศ์มาหาพูดกันด้วยเรื่องความพระยาจันทบุรี และเรื่องต่าง ๆ คัดคอเรศปอนเดนต์ให้ไปด้วย มิสเตอร์อาลบาศเตอร์มาลาไปบางปอินแล้วให้ริโปดกัปกันลอบตัศที่ตรวจแม่น้ำปาศักไปให้ดูด้วย ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกเมืองเสียมราฐ ๒ ฉะบับ ๆ หนึ่ง ว่าด้วยการทำการเฉลิมพระชนม์พรรษา ฉะบับหนึ่งว่าด้วยสืบข่าววัดถามาเมืองหลวงพระบาง และพระยาสุริยภักดี พระยาพิไชยบอกมาด้วยเรื่องเมืองพวน อยากจะให้ตั้งท้าวขันตี และข่ากำเริบ พระนรินทรอ่านบอกเมืองไชยา ๘ ฉะบับ เป็นส่งส่วยต่าง ๆ ๕ ฉะบับ ค่านาฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยหลวงสโมสรไปทำแผนที่ให้ตัวอย่างเสาเตเลกราฟฉะบับหนึ่ง จับผู้ร้ายมาส่งฉะบับหนึ่ง

ตั้งขุนนาง ๓ คน

เซ็นใบสั่ง ๒ แซงชั่น ๒

พระยาจ่าแสนย์นำหนังสือท่านภูธราภัยมาให้ว่าด้วยนายรอดกล่าวโทษพระพิทักษ์อุไทยเขตรและกรมการผู้คุมนั้น ว่ายังให้พระยาจ่าแสนย์แต่งข้าหลวงขึ้นไปเอาตัวความอยู่ และได้เกาะตัวพระพิทักษ์อุไทยเขตรไว้แล้ว จะได้ถามวัน ๑๓ ค่ำ โจทย์ยังไม่มา พระพิเรนทรนำคำลูกขุนปรึกษาเรื่องปล้นมาให้ฉะบับหนึ่ง เป็นความไม่จริงให้เรียกประกันทานบนนายบัวโจทย์ นายตาษ นายนก อ้ายกล่ำ จำเลย

วันเสาร์ แรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๕ โมงสวมเสื้อเต็มยศทหารมหาดเล็กเจ้านายข้าราชการสวมเสื้ออิฟนิงเดรส ขึ้นรถศรีวิไลย สุวภักตร กรมนเรศมาในรถ เมื่อจะออกรถรับหนังสือคุณสุรวงศ์ฉะบับหนึ่งไปรเวต ว่าด้วยความพระยาจันทบุรี ซึ่งจะมีหนังสือไปให้สมเด็จเจ้าพระยาให้มีไปแต่สั้น ๆ แล้วส่งต้นคอเรศปอนเดนต์ที่ให้ไปคืนมาด้วยทั้ง ๕ ฉะบับ รถไปวัดราชประดิฐพบท่านภูธราภัยพูดด้วยนิดหน่อยแล้ว เข้าไปทอดกะฐินแล้วแวะดูกุฎีที่ทำใหม่หน่อยหนึ่งแล้วมาขึ้นรถเลี้ยวถนนข้างคลองสวนมาขึ้นสพานช้างโรงสีลงถนนบำรุงเมืองตรงไปเลี้ยวหน้าวัดเทพธิดา ราชนัดดา หยุดวัดบวรนิเวศเป็นที่ ๒ ทอดกะฐินแล้ว พระลังกามาหานำพระพูทธรูป ๒ องค์เป็นเงิน กับรูปจำลองพระทันตธาตุทำด้วยงาตั้งบนดอกบัวทองเหลืองมีครอบแก้วหนึ่ง กับพระเจดีย์เงินบรรจุพระธาตุองค์หนึ่ง พระเจดีย์ไม้บรรจุกิ่งโพธิ์หนึ่ง กับสมุด และรูปด้วยหลายแผ่น แล้วออกจากวัดบวรนิเวศไปวัดบูรณศิริ สมเด็จเจ้าพระยาเข้ามาแต่ราชบุรีมารับวัดที่นี่ด้วย ได้เชิญเข้ามาพูดด้วยราชการต่าง ๆ แล้วพูดด้วยเรื่องน้ำน้อยและเรื่องท่านเล็ก แล้วบอกด้วยพระยาไชยสุรินทรขอที่บ้านพระยาราชภักดี ว่าเป็นบ้านใหญ่บ้านโตกลัวอำนาจพระยาไชยสุรินทรจะรักษาไปไม่ตลอด แล้วพูดเรื่องเข้าแพงไปโคราชไม่ได้ ท่านขอให้ไปไทรโยก เรารับว่าจะไปท่านจะเป็นผู้ออกไปจัดการ ออกจากวัดบูรณศิริไปวัดมหาธาตุ บูชาพระเจดีย์ที่วิหารแล้วเข้าในพระอุโบสถ์ทอดกะฐิน แล้วเวลาบ่าย ๒ โมงเศษกลับ

จดหมายถึงสมเด็จเจ้าพระยาเรื่องความพระยาจันทบุรี ส่งคำตัดสินและฎีกาและคอเรศปอนเดนต์ไปด้วย ให้จ่ายวดถือไปให้เวลาพรุ่งนี้เช้า ๓ โมง รับหนังสือกัปตันลอบตัศส่งแบบสำหรับวัด

วันอาทิตย์แรม ๖ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๕ โมงเศษสวมเสื้อเยียรบีบขึ้นเสลี่ยงไปทอดกฐินวัดจักรวรรดิ์ สมเด็จเจ้าพระยามาหาพูดเรื่องความพระยาจันทบุรี แล้วมาวัดสัมพันธวงศ์เป็นที่ ๒ วัดประทุมคงคาเป็นที่ ๓ แล้ว กลับทางเดิม ถึงวัง ๔ โมงเศษ

วันจันทร์แรม ๗ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

พระมหาเทพนำคำให้การผู้ร้ายฆ่ากันตายรายหนึ่งแต่มาลุแก่โทษไม่มีโจทย์มาให้ สั่งไปว่าให้ไปสืบคำตราสินที่อำเภอ เมื่อได้ความอย่างไรให้ขึ้นลูกขุน พระยามหามนตรีจดหมายจำนวนเรือจำนวนทหารซึ่งจะไปบางปอินมาให้ รับหนังสือสมเด็จเจ้าพระยาตอบเรื่องความพระยาจันทบุรี ออกขุนนาง พระยาศรีอ่านบอกกรุงเก่าด้วยน้ำมากขึ้นอีก ๓ นิ้ว อีกนิ้วหนึ่งจะ ถึงแท่นศิลา กับเมืองสุพรรณบอกน้ำฝนต้นเข้าฉะบับหนึ่งแล้ว

พระนรินอ่านบอกเมืองนคร ๓ ฉะบับ ๆ หนึ่งว่าด้วยส่งต้นไม้ทองเงินบรรณาการ ฉะบับหนึ่งบอกด้วยผูกปี้จีน ๙๗๕ คน คุมเงินมาส่ง ฉะบับหนึ่งส่งเงินค่านาเมืองพัทลุงบอกด้วย ฉะบับหนึ่งส่งค่านาเหมือนกัน เมืองราชบุรีบอกน้ำฝนต้นเข้ากับเมืองเพ็ชร์ด้วยอีกฉะบับหนึ่ง

ให้ตรามัณฑนาภรณ์พระยาราชโยธา

พระยาพิพัฒอ่านบอกเมืองระยอง ๓ ฉะบับ ๆ หนึ่งส่งเงินค่านา ฉะบับหนึ่งส่งเงินแทนส่วยไม้แดง ฉะบับหนึ่งส่งเงินส่วยพริกไทย คืนปรึกษาลูกขุนให้พระพิเรนทรไป

ค่ำสมเด็จกรมพระเข้ามาหาพูดเรื่องความพระยาจันทบุรี กรมนเรศอยู่ด้วย จมื่นสราภัย พระสารสาตร หลวงรัตนรณยุทธจดหมายถวายว่าด้วยทหารวิวาทกัน ด้วยนายยามห้ามไม่ให้ออกจากโรงวิวาทกันทำโทษแล้ว กับหลวงสรจักรทำเรื่องราวมายื่นกล่าวโทษหม่อมราชวงศ์ชื่นซายันในอินเยอร์เนียว่ารับของผู้ร้ายไว้ ขอดูไม่ให้ดู

วันอังคารแรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เวลาเช้า ๕ โมง สวมเสื้อเยียรบับไปทอดกะฐินวัดพระเชตุพนและสดับปกรณ์พระอัฐิสมเด็จพระปรมา แล้วหาสมเด็จเจ้าพระยามาพูดด้วยเรื่องความพระยาจันทบุรี อนุญาตการที่จะแก้เรื่องเงินเป็นของแผ่นดิน แล้วท่านรับว่าจะมาที่อฏวิจารณ์ศาลา แล้วได้สั่งกรมพิชิตให้ไปพบสมเด็จเจ้าพระยา ออกจากวัดพระเชตุพนแล้วมาทอดวัดราชบุรณเป็นที่ ๒ วัดราชบพิธเป็นที่ ๓ วัดสุทัศน์เป็นที่ ๔ แล้วเรียกคุณสุรวงศ์มาพูดด้วยความพระยาจันทบุรี เธอเห็นว่าไม่ควรจะรื้อสักอย่างให้นิ่งไว้ดังนั้น แต่ได้ตอบไปว่าได้มอบให้สมเด็จเจ้าพระยาไว้แล้วจะไม่พูดต่อไป เธอจะรับไปพูด กลับบ่าย ๓ โมงเศษ

เวลาพลบ กรมพิชิตมาหาว่าไปบ้านสมเด็จเจ้าพระยามา สั่งมาให้ขอหนังสืออนุญาตให้แก้จึงจะเข้ามาแก้ เพราะคำสั่งเดิมเป็นหนังสือ ถ้าจะแก้ตามคำสั่งปากเปล่าลบล้างไม่ได้ ด้วยคำโบราณว่าไว้ว่า คำพระ คำพระมหากษัตริย์ คำบิดามารดา ใครลบล้างก็เป็นอกตัญญู จึงได้จดหมายถึงคุณสุรวงศ์เป็นไปรเวตฉะบับหนึ่ง ถามด้วยความที่พูดกันไว้ถ้าจะต้องมีไปหรือไม่มี ให้ได้ตอบในเช้าก่อนไปกะฐิน จดหมายนี้ให้กรมนเรศเอาไปส่งที่พระนรินทรให้ถึงมือคุณสุรวงศ์แต่เช้า แล้วจดหมายถึงจมื่นสราภัยฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยตัดสินความรายทหารชกกันยังไม่ถูกสูง ๆ ต่ำ ๆ อยู่ กับความหลวงสรจักรนั้น ให้พระยาภาษพร้อมกันกับออฟฟิศเซอร์ผู้ใหญ่ชำระ

วันพุธแรม ๙ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๔ โมงรับหนังสือคุณสุรวงศ์ไปรเวตฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยได้ไปพูดกับสมเด็จเจ้าพระยาตกลงเป็นล้างคำสั่งเดิมไม่ได้ ท่านจดหมายมาใหม่ฉะบับหนึ่งแก้ท้ายความนั้นตัดเสีย ให้ส่งจดหมายท่านออกไปให้ตระลาการก็เป็นแล้วกัน

เวลา ๕ โมงเศษ สวมเสื้อเยียรนับไปลงเรือเทวาธิวัตไปทอดกะฐินวัดอรุณที่ ๑ จัดโมฬีโลกย์ที่ ๒ ได้หาสมเด็จเจ้าเข้าไปพูดเรื่องจะส่งหนังสือออกไปนั้นดีแล้ว ท่านว่าว่าอย่าวิตกผิดร้าย บุญบาปอยู่แก่ท่าน แล้วไปวัดหงส์เป็นที่ ๓ ได้เรียกคุณสุรวงศ์มาพูดเรื่องนี้ แล้วไปวัดราชสิทธิ์ เห็นพระจะศึกเอาไว้ผมยาวเกินประมาณ ได้กำชับสมภารไม่ให้ตามใจพระ เวลาบ่าย ๓ โมงเศษกลับ

ค่ำกรมนเรศมาหา แล้วพระยารองเมืองมาพูดเรื่องที่โรงสียุเกอว่า สมเด็จเจ้าพระยา คุณสุรวงศ์ไม่ยอม คิดจะให้เจ้าพระยาภาณุวงศ์โต้เขา เห็นว่าถ้าให้เขาแล้วก็เหลืออยู่แต่พระบรมมหาราชวังเท่านั้น เขาลงทุนรอนไว้เท่าใดคอเวอนแมนต์จะออกใช้ให้ แล้วจึงคิดจำหน่ายเอาภายหลัง แล้วพระยารองเมืองเอาแผนที่รายอับดุลเซ็นมาให้ ได้สั่งไปให้ทำมาใหม่จดให้ละเอียดเป็น ๒ ฉะบับ แล้วเอาหมายพระมหาเทพสืบคำตราสินผู้ร้ายลุแก่โทษมาให้ดู แล้วทำขัดข้องมายื่นว่า โจทย์ไม่ยอมด้วยไม่ได้มาชำระ แล้วได้สั่งไปให้ขัดข้องแล้วขนาบพระยารองเมือง ซึ่งไม่มาบอกให้รู้แต่แรก รับผิดว่าติดการอยู่มาก ลอยกระทงและกะฐิน

จมื่นสราภัยพระสารสาตรจดหมายมา โทษทหารวิวาทเพิ่มโทษนายทองดีเข้ามาใหม่

วันพฤหัสบดีแรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๕ โมงเศษ สวมเสื้อเยียรบับ ไปลงเรือรัตนดิลกไปขึ้นฉนวนวัดประยูรวงศ์ ทอดกะฐิน ให้คุณสุรวงศ์ถวายบริกขาร แล้วไปเป็นกระบวนบกทอดวัดบุบผาราม ออกจากวัดบุบผารามไปทางหน้าบ้านสมเด็จเจ้าพระยา แล้วข้ามสะพานเรือกคลองหลังบ้านไปวัดพิชัยญาติ ทอดกะฐินแล้วให้เจ้าพระยาศรีพิพัฒถวายของ แล้วไปวัดอนงคารามแล้วกลับลงเรือถึงบ่าย ๓ โมงเศษ

โหรทั้งปวงทำคำนวณพระราชพิธีจองเปรียงฉะบับหนึ่ง กฤติเศกฉะบับหนึ่ง แล้วจดหมายถึงพระยาราชฉะบับหนึ่ง สั่งให้ปักเสาโคมไชยที่บางปอิน ๒ เสาตามวันพิธี แล้วมีถึงจมื่นสราภัยอีกฉะบับหนึ่ง สั่งให้เปลี่ยนครัวทหารให้สุ่นภรรยาพระยานรนารถทำ

วันศุกร์แรม ๑๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

เช้า ๕ โมงเศษ สวมเสื้ออิฟนิงเดรสตามธรรมเนียมไปลงเรือประจำทวีปทอดกะฐินวัดกัลยาณมิตรเป็นที่ ๑ วัดระฆังที่ ๒ วัดคฤหบดีที่ ๓ วัดราชาธิวาสที่ ๔ เวลาบ่าย ๓ โมงเศษกลับ

รับหนังสือเจ้าพระยาภาณุวงศ์มีมาฉะบับหนึ่ง ว่าด้วยกงซุลฝรั่งเศสมีหนังสือมาเรื่องที่โรงสีมองซิเออยุเกอ ที่ให้พระยารองเมืองนำมาให้ดูนั้น ได้ไปปรึกษาสมเด็จเจ้าพระยาท่านให้ความไปร่างตอบ ได้เอาร่างไปให้ท่านตรวจแล้วส่งเข้ามา จมื่นสราภัยจดหมายถามด้วยการไปกะฐินหัวเมืองและบอกด้วยจัดการ แล้วตอบไปฉะบับหนึ่ง

วันเสาร์แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

วันนี้ต้องคอยน้ำจนเวลาบ่ายโมงเศษ แต่งตัวเสื้อครึ่งยศทหารมหาดเล็ก ไปลงเรือเทวาธิวัต ทอดกะฐินวัดนามบัญญัติที่ ๑ วัดโสมนัสที่ ๒ วัดบรมนิวาสที่ ๓ วัดสระเกศที่ ๔ บ่าย ๕ โมงเศษกลับอยู่ที่ตำหนักแพเรือเจ้าเรือขุนนางถวายลำ กับที่วัดโสมนัสสมเด็จกรมพระท่านลาไปกรุงเก่าแล้วบอกด้วยข่าว

ลอกกันวันนี้แต่ ๒ ทุ่มจน ๓ ยามเศษ

วันอาทิตย์แรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

วันนี้ต้องคอยน้ำอีก แต่งตัวอิฟนิงเดรส เวลาบ่ายโมงไปลงเรือนารายน์ทรงสุบรรณ ดูกระบวนแล้ว ไปทอดกะฐินวัดนางชีที่ ๑ วัดหนังที่ ๒ วัดนางนองที่ ๓ วัดราชโอรสที่ ๔ ทอดกะฐินแล้วไปวิหารแจกเทียนให้ท่านกลาง จิตรเจริญ แล้วเจ้านายราชวงศ์ตามเคย แล้วมาบูชาเก๋งต้นมะขาม แล้วกลับถึงวังเวลาทุ่มเศษ

จมื่นสราภัยจดหมายบอกด้วยหลวงอังคนิศรป่วยเข้ามาฉะบับ ๑

วันจันทร์แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีฉลูนพศก จุลศักราช ๑๒๓๙

วันนี้คอยน้ำอีก แต่งตัวเสื้อทหารขาว ไปลงเรือบุษบกพิศาลเวลาบ่าย ๒ โมงเศษทอดกะฐินวัดเครือวัลที่ ๑ เมื่อสวดจบแล้วให้ท่านภูธราภัยถวายของไทยทานแล้วไปวัดพระยาทำเป็นที่ ๒ วัดนาคกลางที่ ๓ วัดชินโนรสที่ ๔ ได้เรียกสมเด็จเจ้าพระยาที่จัดนาคกลาง คุณสุรวงศ์ที่วัดชินโนรสมาปรึกษาด้วยความหลวงบริบาล กลับวังเวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เจ้าพระยาภาณุวงศ์จดหมายเข้ามา ๒ ฉะบับๆ หนึ่งว่าด้วยโรงสียุเกอ กงซุลฝรั่งเศษมาหา อีกฉะบับหนึ่งว่ากงซุลอเมริกันพามิสเตอร์ทอมมัสดับลยูมาหา แล้วว่าจะเข้ามาหากับนิวแมน มีหนังสือไปรเวตมาจะเข้ามาลาไปนอกด้วย

มีตอบท่านกรมท่าไปฉะบับหนึ่ง

รับคำโทรเลขฉะบับหนึ่ง บอกด้วยเรือต่อสู้ไพรีลงไปทอดอยู่

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ