โคลงนิราศสุพรรณ

๏ เดือนช่วงดวงเด่นฟ้าดาดาว
จรูญจรัดรัศมีพราวพร่างพร้อย
ยามดึกนึกหนาวหนาวเขนยแนบ แอบเอย
เย็นฉ่ำน้ำค้างย้อยเยือกฟ้าพาหนาว ฯ

๏ มหานาก[๑]ฉวากวุ้งคุ้งคลอง
ชุ่มชื่นรื่นรุกขี[๒]สองฝั่งน้ำ
คุก[๓]คิดมิศ[๔]หมายครองสัจสวาดิ ขาดเอย
กล้าตกรกเรื้อซ้ำโศกทั้งหมางสมร ฯ

๏ ขอฝากซากสวาดิสร้อยสุรธร[๕]
ไว้ที่ท่าสาครเขดนี้
ศาลาน่าวัดภร[๖]พี่ฝาก มากเอย
ใครที่พี่เป็นผี้พี่ให้อไภยเจริญ ฯ

๏ จำร้างห่างน้องนึกหน้าสวน[๗]
สองฝ่ายชายหญิงยวนยั่วเย้า
หวังชายฝ่ายหญิงชวนชื่นเช่น เหนเอย
กลเช่นเล่นซักเสร้าเสพเผื้อนเฟือนเกษม ฯ

๏ เลี้ยวลัดวัดษเกษ[๘]ก้มคมลา
กุฏศพนบมานดาเกิดเกล้า
เดชะพระกุศลภาพ้นโลก โอกฆ[๙]เอย
เสวยศุก[๑๐]ทุกค่ำเช้าช่องชั้นสวรรยางค ฯ

๏ เชิงเลนเปนตลาดสล้างหลักเรือ
โอ่งอ่างบ้างอิดเกลือเกลื่อนกลุ้ม
หลีกล่องช่องเล็กเหลือลำบาก ยากแฮ
ออกแม่น้ำย่ำถุ้มถี่ฆ้องสองยาม ฯ

๏ แซ่เสียงเวียงราชก้องกังสดาน
เหง่งหงั่งระฆังขานแข่งฆ้อง
สัง[๑๑]แตรแซ่เสียงประสารสังขีด[๑๒] ดีดเอย
ยามดึกครึกครื้นก้องปี่แก้วแจ้วเสียง ฯ

๏ วัดเลียบเงียบสงัดหน้าอาราม
ขุกคิดเคยพญายามแย่งน้อง
รวยรินกลิ่นสไบทรามสวาดร่วง ทรวงเอย
สูรกลิ่นสริ้น[๑๓]กลอนพร้องเพราะเจ้าเบาใจ ฯ

๏ เจริญบุญสุรธร[๑๔]ไว้ให้สมร
สืบสวัสสัฐาภร[๑๕]ผ่องแผ้ว
เชิญทราบกาพกลกลอนกล่าวกลิ่น ถวินเอย
จำฃาดชาตินี้แคล้วคลาดน้องของสงวน ฯ

๑๐

๏ วัดแจ้งแต่งตึกตั้งเตียงนอน
เคยปกนกน้อยคอนคู่พร้อง
เคยลอบตอบสารสมรสมารสมัก[๑๖] รักเอย
จำจากพรากนุชน้องนกน้อยลอยลม ฯ

๑๑

๏ สาวแก่แม่ม่ายแม้นมีคุณ[๑๗]
ขอเดชะพระวรุณราชรู้
ยามดึกนึกส่งบุญแบ่งฝาก มากเอย
วัดช่วยอวยสวัสดิขู้คิดพร้องสนองเพลง ฯ

๑๒

๏ ยน[๑๘]ฉนวนหวนนึกน้ำเนตรนอง
พระธินั่งบันลัง[๑๙]ทองที่เฝ้า
ชำระพระนิพน[๒๐]สนองเสด็จสนิด[๒๑] ชิดเอย
สริ้นแผ่นดินปิ่นเกล้ากลับร้างห่างฉนวน ฯ

๑๓

๏ แบ่งบุญสุรธร[๒๒]เชื้อชิณวง[๒๓]
สืบซ่างทางพุทพง[๒๔]ผ่องแผ้ว
ถวายพระหริรัก[๒๕]ทรงสารภิเศศ[๒๖] เสวตรเอย
ลุโลกโมฆ[๒๗]เมืองแก้วกิจร้ายหายสูร[๒๘]

๑๔

๏ อีกองมงกุฎิเกล้าเชากรุง
สืบกษัตรขัติยบำรุงรอบแคว้น
ถวายพระอนิสง[๒๙]พดุงพเดช[๓๐]เฟื่อง กเดื่องเอย
สิ่งโศกโรคเรื่องแค้นขจัดผ้ายวายเขน ฯ

๑๕

๏ ท่าช้างหว่างค่ายล้อมแหล่งสถาน
ครั้งพระโกฎ[๓๑]โปรฐ[๓๒]ประทานที่ให้
เคยอยู่คู่สำรานร่วมเย่า เจ้าเอย
เหนแต่ที่หมีได้[๓๓]ภบน้องครองสงวน ฯ

๑๖

๏ วังหลังครั้งหนุ่มเหล้าเจ้าเอย
เคยอยู่ชูชื่นเชยค่ำเช้า
ยามนี้ที่เคยเลยลืมภัก[๓๔] พี่แฮ
ต่างชื่นอื่นแอบเคล้าคลาศแคล้วแล้วหนอ ฯ

๑๗

๏ คิดคำลำฦก[๓๕]ไว้ใคร่เตือน
เคยรักเคยร่วมเรือนร่วมรู้
อย่าเคืองเรื่องเราเยือนยามแก่ แม่เอย
ใครที่มีชู้ชู้ช่วยช้ำคำโคลง ฯ

๑๘

๏ เลี้ยวทางบางกอกน้อยลอยแล
บ้านเก่าเย่าเรือนแพพวกพ้อง
เงียบเหงาเปล่าอกแดดูแปลก แรกเอย
ลำฦกนึกรักร้องเรียกน้องในใจ ฯ

นาคบริพันธ์

๑๙

๏ สาวเอยเคยอ่อนหนุ้มอุ้มสนอม
ออมสนิดชิดกลิ่นหอมกล่อมให้
ไกลห่างว่างอกตรอมออมตรึก รฦกเอย
เลยอื่นขึ้นครองไว้ใคร่หว้าหน้าสวน[๓๖]

๒๐

๏ ยนย่านบ้านบุตั้งตีขัน
ขุกคิดเคยชมจรร[๓๗]แจ่มฟ้า
ยามยากหากปันกันกินซีก ฉลีกแฮ
มีคู่ชูชื่นหน้านุชปลื้มลืมเดิม ฯ

๒๑

๏ เสียดายสายสวาดโอ้อาวร
รักพี่มีโทษกร[๓๘]กับน้อง
จำจากพรากพลัดสมรเสมอชีพ เรียมเอย
เสียนุชดุจทรวงต้องแตกฟ้าผ่าสลาย ฯ

นาคบริพันธ์

๒๒

๏ เคราะกำ[๓๙]จำห่างน้องห้องนอน
หวนนึกดึกเคยวอนค่อนหว้า[๔๐]
คิดไวไม่ห่างจรห่อนจาก
หากจิตรมิศ[๔๑]หลายหน้าล่าน้องหมองหมาง ฯ

๒๓

๏ เดือนตกนกร้องเร่งสุริยง
เยี่ยมยอดยุคุนท[๔๒]ทรงส่องฟ้า
เดือนดับลับโลกคงคืนขึ้น อีกเอย
จันพี่นี้ลับหน้านับสริ้นดินสวรร[๔๓]

๒๔

๏ วัดปขาว[๔๔]คราวรุ่นรู้เรียนเขียน
ทำสุรท[๔๕]สอนเสมียนสมุท[๔๖]น้อย
เดินรวางรวังเวียนหว่างวัด ปขาวเอย
เคยชื่นกลืนกลิ่นสร้อย[๔๗]สวาดิห้างกลางสวน ฯ

๒๕

๏ เหนเรือนเพื่อนรักร้างแรมโรย
โอ้อกอาดูรโดยทเวด[๔๘]ด้วย
ดูสวร[๔๙]ป่วนจิตรโหยหาดอก สร้อยเอย
แลลับกลับชาติม้วยไม่ได้ใกล้กลาย[๕๐]

๒๖

๏ บางบำรุบำรุงแก้วกานดา
แก้วเนตรเชฐาชราร่างแล้ว
ถือบวด[๕๑]ตรวจน้ำภาภพ[๕๒]ชาติ อื่นเอย
ชาตินี้พี่แคล้วคลาศค้างห่างสมร ฯ

๒๗

๏ บางรมาดมิ่งมิดครั้งคราวงาน
บอกบทบุญยัง[๕๓]พยานพยักหน้า
ประทุนประดิศถาน[๕๔]แทนฮ่อง[๕๕] หอเอย
แหวนประดับกับผ้าพี่อ้างรางวัน[๕๖]

๒๘

๏ สงสารสายเนตรน้องนองชล
ลเนตรพี่เพียงฝอยฝนเฟ่าน้อง
จวนรุ่งร่ำสอื้นจนจำจาก แจ่มเอย
คราวเคราะ[๕๗]เพราะน้องต้องพยุกล้าสลาตัน ฯ

๒๙

๏ สวรหลวง[๕๘]แลสล่างล้วนพฤกษา
เคยเสดจวังหลังมาเมื่อน้อย
ข้าหลวงเล่นปิดตาต้องอยู่ โยงเอย
เหนแต่พลับกับสร้อยซ่อนซุ้มคลุมโปง ฯ

๓๐

๏ วัดพิกุน[๕๙]กรุ่นกลิ่นเกลี้ยงกลอยใจ
แรกรุ่นรวยมาไลไส่เหล้น
เรียนร้อยค่อยสอดไหมเหมือนแน่ และ[๖๐]เอย
ร้อยคล่องต้องนั่งเน้นนวดฟั้นท่านครู ฯ

๓๑

๏ บางขวางข้างเขดแคว้นแขวงนน[๖๑]
สองฟากหมากมพร้าวผลพรรไม้[๖๒]
หอมรื่นชื่นเช่นปนแป้งประ ปรางเอย
เคลิ้มจิตคิดว่าใกล้กลิ่นเนื้อเจือจรร ฯ

๓๒

๏ เชิงสวรล้วนรักน้ำคล้ำไคล
ลูกดกรกเรื้อไบ[๖๓]บิดพลิ้ว
รักร้ายฝ่ายคนไกลกลัวรัก นักเอย
เดจ[๖๔]ลูกถูกยางนิ้วหนิดเนื้อเหลือคัน ฯ

๓๓

๏ บางกรวยตรวดน้ำแบ่งบุญทาน
ส่งนิ่ม[๖๕]นุชนิบพานผ่องแผ้ว
จำจากพรากพลัดสถานทิ้งพี่ หนีเอย
เหนแต่คลองน้องแคล้วคลาศเลื่อนเดือนปี ฯ

๓๔

๏ บางศรีทองคลองบ้านเก่าเจ้าคลอง
สีเพชผัวสีทอง[๖๖]ถิ่นนี้
เลื่องฦๅชื่อเสียงสนองสำเหนียก นามเอย
คลองคดลดเลี้ยวชี้เช่นไสร้ไสทอง ฯ

๓๕

๏ ล่วงทางบางบ้านเรียดริมชลา
สองฝั่งพรั่งพฤกษาสลับสล้าง
ไม้ปลูกลูกดอกดาดกดาศ กลาดเอย
ทรงกลิ่นรินรื่นข้างขอบคุ้งฟุ้งขจร ฯ

๓๖

๏ รอกแตแลลอดเลี้ยวโลดโผน
นกหกจกจิกโจนจับไม้
ยางเจ่าเหล่ายางโทนท่องเที่ยว เยี่ยว[๖๗]เอย
โฉบฉาบคาบปลาได้ด่วนขึ้นกลืนกิน ฯ

๓๗

๏ บางกร่างข้างคุ้งค่ามเขด[๖๘]คลอง
บางขนุนขุนกองก่อสร้าง
ของสวนส่วนเจ้าของฃายน่า[๖๙] ท่าเอย
สาวแก่แม่ม่ายบ้างบกน้ำลำเรือ ฯ

๓๘

๏ โรงหิบหนิบอ้อยออดแอดเสียง
สองข้างรางรองเรียงรับน้ำ
อ้อยไส่ไล่ควายเคียงคู่วิ่ง เวียรเอย
อกพี่นี้ชอกช้ำเช่นอ้อยย่อยรยำ ฯ

๓๙

๏ หีบหันนั้นและเหล้[๗๐]กระลาการ
ขู่ข่มเหงหักหาร[๗๑]ห่อนเว้น
เข้าพวกคิดอ่านพาลเอาผิด พ่อเอย
กลหีบหนิบนิดเน้นนึกช้ำน้ำใจ ฯ

๔๐

๏ บางคูเวียงเสียงสงัดล้วนสวร[๗๒]ไสว
เวียงชื่อศรีท้าวไทท่านตั้ง
เวียงราชคลาศแคล้วไกลกลับรฦก นึกเอย
ยามยากจากเมืองทั้งถิ่นปลื้มลืมกเษม ฯ

๔๑

๏ บางม่วงทรวงเศร้าคิดเคยชวน
ม่วง[๗๓]เกบมม่วงสวนศุกรย้า
ม่วงอื่นรื่นรันจวนจิตไม่ ใคร่แฮ
ม่วงหม่อมหอมห่วน[๗๔]หน้าเสน่[๗๕]เนื้อเจือจรร[๗๖]

๔๒

๏ จันต้นผลห่ามให้หวนหอม
แมลงภู่วู่เวียนตอมไต่เคล้า
เพียงพี่ที่สุดถนอมเสน่ห์แจ่ม จรรเอย
พร้องชื่อรื้อเสียวเศร้าโศกร้างห่างจรร[๗๗]

๔๓

๏ ล่วงทางบางใหญ่บ้านด่านคอย
เลี้ยวล่องคลองเล็กลอยเลื่อนช้า
สองฝั่งพรั่งพฤกษพลอยเพลินชื่น ชมเอย
แลเหล่าชาวสวนหน้าเสน่หน้องคลองสนอม ฯ

๔๔

๏ คลองคดลดเลี้ยวล้วนหลักตอ
เกะกะรเรือรอร่องน้ำ
คดคลองช่องแคบพอพายถ่อ พ่อเอย
คนคดลดเลี้ยวล้ำกว่าน้ำลำคลอง ฯ

๔๕

๏ ล่วงย่านบ้านวัดร้างเรือนโรง
ตกทุ่งถึงคลองโยงหย่อมไม้
วัดใหม่ธงทองโถงที่ติด ตื้นแฮ
ควายลากฝากเชือกไขว้เคลื่อนคล้อยลอยเลน ฯ

๔๖

๏ คนขี่ตีต้อนเร่งรันควาย
ถอนถีบกีบกอมตกายโก่งโก้
เหนื่อยนักชักเชือกหงายแหงนเบิ่ง เบือนแฮ
คนหวดปวดป่วนโอ้สอึกเต้นเผ่นโผน ฯ

๔๗

๏ ทุก[๗๘]ใครในโลกล้นล้ำเหลือ
ไม่เท่าควายลากเรือรับจ้าง
หอบฮักจักขุเจือเจิ่งชุ่ม ชลเอย
มนุษดุจติดค้างเฆี่ยนเร้าเอาเงิน ฯ

๔๘

๏ สังเวท[๗๙]เหตุด้วยทรัพ[๘๐]ศฤงฆาร
ภาสัตววัตนสงสารโศกเศร้า
ตรวดน้ำร่ำศีลทานทั่วสัตว สวัดิเอย
จงศุขทุกค่ำเช้าชาติพ้นชณมาร[๘๑]

๔๙

๏ ข้างคลองสองฝั่งเฟื้อยเฟือยแขม
คาแฝกแซกเซียดแซมซับซ้อน
ไนพุ่มกุ่มกกแกมกอย่า[๘๒] รย้าแฮ
นกหกวกเวียรหว้อนวิ่งเต้นเผ่นโผน ฯ

๕๐

๏ นกกกรุม[๘๓]กลุ้มเกลื่อนท้องทุ่งนา
คุ่มคุ่มสุ่มสับปลาปากโง้ง
ขยอกขยอกกลอกเหนียงภาเพื่อนเที่ยว เกรียวแฮ
สีส[๘๔]กระกรุมโล้งเล่ล้านบ้านเรา ฯ

๕๑

๏ นกกทุงฝูงไหญ่กลุ้มกลางหนอง
ลอยเลื่อนเคลื่อนคลอประคองคู่เคล้า
คิดเช่นเล่นลำคลองคลอนุช น้อยเอย
สอนว่ายฝ่ายพี่เฝ้าฝึกน้องคล่องไจ ฯ

๕๒

๏ กาน้ำดำแหวกหว้ายวาริน
คาบขยอกขแยงกินเก่งแท้
เด็กโห่โผล่ผลุนบินปเปียก[๘๕] ปีกแฮ
ยางกรอกดอกบัวแซ่สนั่นร้องซ้องเสียง ฯ

๕๓

๏ กาเยี่ยว[๘๖]เที่ยวว้าว่อนเวหา
ร่อนร่ายหมายมัจฉาโฉบได้
ขุนนางอย่างเฉี่ยวกากินสัตว์ สูเอย
โจมจับปรับไหมไช้เช่นข้าด่าตี ฯ

๕๔

๏ ยางเจ่าเซาจับจ้องจิกปลา
กินเล่นเป็นพักสา[๘๗]ศุขล้ำ
กระลาการท่านสัทา[๘๘]ถือสัต[๘๙] สวัดิแฮ
บนทรัพกลับกลืนกล้ำกล่าวคล้ายฝ่ายยาง ฯ

๕๕

๏ ออกแควแม่น้ำปากคลองโยง
แด่น[๙๐]ด่านบ้านเรือนโรงเรียดคุ้ง
ชื่อลานตากฟ้าโถงทุ่งรอบ ขอบแฮ
เยนย่ำน้ำค้างฟุ้งฟากฟ้าสากล ฯ

๕๖

๏ ชาวบ้านร้านเรือกตั้งตากปลา
แต่ปากว่าตากฟ้าเฟื่องฟุ้ง
กว่างขวางทร่างวัดวา[๙๑]ไว้ช่อง คลองแฮ
ริมฝั่งพรั่งผักบุ้งยอดแย้มแซมไสว ฯ

๕๗

๏ รอนรอนอ่อนอกโอ้อัศดง
เลี้ยวเหลี่ยมพระสุเมรุลงลับฟ้า
มืดคลุ้มพุ่มไผ่พงพี่เปลี่ยว เดียวเอย
เสียงพึ่ง[๙๒]หึ่งหึ่งหน้านึกคร้ามหวามถวิล ฯ

๕๘

๏ ทางเปลี่ยวเลี้ยวล่องคุ้งเขดคัน
ย่อมย่านบ้านกระจันจรรกจ่างฟ้า
เงียบเหงาเปล่าทรวงกระสันโศกสอื้น อกเอย
จรรอื่นชื่นแต่หน้าไช่เนื้อเจือจรร[๙๓]

๕๙

๏ ลำภูดูหิ่งห้อยพรอยพราย
เหมือนเมดเพชรัต[๙๔]รายรอบก้อย
วับวับจับเนตรสายสวาดิสบ เนตเอย
วับเช่นเห็นหิ่งห้อยหับหม้าน[๙๕]นานเหน ฯ

๖๐

๏ ถึงย่านบ้านฝั่งข้ามโขลงหลวง
หมอเท่าเจ้าเล่ลวงล่อคล้อง
ไช้เล่นเช่นกับดวงเนตรนูท[๙๖] พี่เอย
บ่วงรักดักพี่ต้องติดไห้ไช้แรง ฯ

๖๑

๏ ล่องทางบางบ้านสศรีธร[๙๗]
แปรชื่อครือจรร[๙๘]จรแจ่มแจ้ง
เรือนตั้งฝั่งสาครคนเงียบ เสียบแฮ
บ้านไร่ใครหนอแกล้งกล่าวอ้างอย่างจรร ฯ

๖๒

๏ ยามดึกครึกครื้นลั่นลมฝน
ถึงย่านบ้านขโมยมลมืดคลุ้ม
จรเข้เร่คำรนร้องฮุ่ม ฮูมแฮ
มุ่งเขม่นเห็นขุ้มขุ้ม[๙๙]แข่งขู้ฟูลอย ฯ

๖๓

๏ ราตรีหนีตเข้[๑๐๐]เค่าบ้านขโมย
เดกหนุ่มสุ่มเรือโดยด่วนพุ้ย
ฝนปรำพร่ำเปรียะโปรยปรายสัต สนัดแฮ
ต่างง่าพร้าขวานมุ้ยมุ่งทุ่มกุมภา ฯ

๖๔

๏ น่ากลัวตัวตเค่ขู้ฟูขนอง
ฮึดฮาดฟาดฟูมฟองฟ่องเฟื้อย
เคียงคู่สู่สมสองสังวาด สวาดแฮ
ยาวใหญ่ไล่โลดเลื้อยเล่นน้ำปล้ำขนอง ฯ

๖๕

๏ เดกน้อยคอยขเหม้นมุ่งมองมัน
ว่าตเข้ขบกันปกับท้อง
บูรานท่านว่าสันดานสัต[๑๐๑] กำนัด[๑๐๒]แฮ
ปีหนึ่งจึ่งงอกต้องติดค้างนางเมีย ฯ

๖๖

๏ หนีศึกว่าปะซุ้มเซิงเสือ
ได้กับเราแล้วเหลือหลากล้ำ
หลบตเข้เค่า[๑๐๓]จอดเรือริมเขด ขโมยแฮ
บกก็เสือเรือซ้ำสัตเข้เฉโก ฯ

๖๗

๏ รุ่งเช้าเบาอกสริ้นโศรกสบาย
ลาย่านบ้านขโมยหมายมุ่งข้าม
น้ำขึ้นรื่นลมชายเฉื่อยส่ง ตรงเอย
ทางเปลี่ยวเสียวทรวงซ้ำสัตน้ำคล่ำขนอง ฯ

๖๘

๏ บางปลาตาบ้านอยู่หญิงชาย
สองฮ่องสองเรือนรายร่ายกล้วย[๑๐๔]
ชาวป่าหน้านอนสบายบ่ครั่น ตวันเอย
มีคู่อู๋เข้า[๑๐๕]ด้วยดั่งนี้ที่สบาย ฯ

๖๙

๏ ซ้ายขวาป่าไผ่ซุ้มเซิงหนาม
สองฝั่งรังรำรามรกเรื้อ
แพงพวยผักบุ่ง[๑๐๖]งามงอนทอด ยอดเอย
บนบกนกกับเนื้อหว่างไม้ไผ่สลอน ฯ

๗๐

๏ บางปสีที่ถ่านตั้งตวงซาย
เผาไผ่ไม้ซากรายเรียดถ้า
หนุ่มสาวเหล่าหญิงชายเช่นพูด อูดเอย
ดำทมื่นทื่นหน้าแนบน้องลองโลม ฯ

๗๑

๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อยลอยลำ
ล่วงย่านบ้านบางรกำรกไม้
สาวหนุ่มสุ่ม[๑๐๗]ซ่อนทำแทงพวก ชมวก[๑๐๘]แฮ
ปลาติดปลิดปลดได้ดุกด้องช่อนชโด ฯ

๗๒

๏ บางยุงคุ้งลาดล้วนเหล่าควาย
ลงปลักทลักทลายเล่นน้ำ
ดำผุดฟูดฟาดหงายแหงนเบิ่ง เทิ่งแฮ
ลูกเล็กเด็กเลี้ยงปล้ำปล่อยห้อยอควาย ฯ

๗๓

๏ เขาควายรายร่องนิ้วนิทาน นานเอย
ว่าพญาภาลีทยานยุท[๑๐๙]พลิ้ว
ศรีศะกระบือกระบานบั่งบั่ง ยังแฮ
นึกเช่นเปนรอยนิ้วเหนี่ยวเน้นเหนรอย ฯ

๗๔

๏ บ้านไซไซใหญ่ย้อยสร้อยไสว
คิดเช่นเล่นต้นไซแซ่ซ้อง
ผูกกิ่งชิงช้าไกวแกว่งชัก เชือกเอย
เคยขี่พี่กับน้องแนบเนื้อเจือใจย ฯ

๗๕

๏ เลยทางบางบ้านแห่งหินมูล
เดิมว่าเตาเผาปูนป่นไว้
อาภัพลับชื่อสูรเสียเปล่า เราเอย
อกพี่นี้และได้ดุจอ้างอย่างปูน ฯ

๗๖

๏ ถึงคลองร้องเรียกบ้านบางหลวง
ลำฦกนึกถึงดวงดอกฟ้า
เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวทรวงแสนทเวท[๑๑๐] ทุเรด[๑๑๑]เอย
อู้มรักหนักอกถ้าเทียบเถ้าเขาหลวง ฯ

๗๗

๏ บางน้อยพลอยนึกน้อยน้องเอย
น้อยแนบแอบอกเคยคู่เคล้า
เนื้อน้อยค่อยสนอมเชยเชือนชื่น อื่นแม่
น้อยแต่ชื่อหฤๅเจ้าจิตรน้อยลอยลม ฯ

๗๘

๏ บางหวายท้ายคุ้งช่องคลองมี
แดนนครไชยศรีสุดสริ้น
เข้าแดนสุพันบูรี[๑๑๒]รื้อเปลี่ยว เดียวเอย
ทุ่งท่าป่ายุงริ้นรกเรื้อเบื่อชม ฯ

๗๙

๏ ชุมนักผักตบซ้อนบอนแซง
บอนสุพรรณหั่นแกงอร่อยแท้
บอนบางกอกดอกแสลงเหลือแหล่ แม่เอย
บอนปากยากจะแก้ไม่สริ้นลิ้นบอน ฯ

๘๐

๏ บางสามศาร[๑๑๓]เจ้าทร่างปางหลัง
อารักศักสิทรวัง[๑๑๔]แว่นแคว้น
ศุกขีที่ข้าหวังวานช่วย ด้วยแฮ
กำจัดศัตรูแม้นมุ่งร้ายตายเอง ฯ

๘๑

๏ ถึงบ้านด่านดักตั้งฝั่งกระแส
สองพี่น้องคลองแควค่ามคุ้ง
ตลิ่งตลิบโตล่งแลตาน[๑๑๕]สลับ สล้างเอย
สริ้นไผ่ในแขวงถุ้ง[๑๑๖]ถิ่นอ้อกอแขม ฯ

๘๒

๏ ปลาชุมกลุ้มเกลื่อนท้องธารา
ลอยเล่นเห็นคนถลาหลบสริ้น
สลิดสลาดสลับปลาช่อนดุก พลุกแฮ
กระดี่กระดิกกระเดือกดิ้นกระโดดเหล้น[๑๑๗]เห็นตัว ฯ

๘๓

๏ นานาปลาว่ายเคล้าคลอเรือ
สีเสียดซิวกระโสงเสือซ่าสร้อย
เพลี้ยตภากตเพียนเหลือหลายหลาก มากเอย
กริมกระตรับนับร้อยเร่หว้ายรายเรียง ฯ

๘๔

๏ แก้มช้ำดำที่แก้มแต้มดำ
ดูเคลื่อนเหมือนจนำแนะน้อง
แรกรักปรักปรางประจำจุมพิศ[๑๑๘] นิด[๑๑๙]เอย
ช้ำเช่นปลาย้า[๑๒๐]ต้องแต่งแต้มแก้มสมร ฯ

๘๕

๏ เนื้ออ่อนห่อนซู่เนื้อน้องหญิง
อ่อนแอบแนบอกอิงอุ่นล้ำ
นวลจันนั่นนวลจริงแต่ชื่อ ฦๅเอย
นวลที่พี่กลืนกล้ำกลิ่นเนื้อเหลือนวล ฯ

๘๖

๏ ปลาใหญ่ไล่เลี้ยวฮุบหวดหาง
ฮืดฮาดฟาดโผงผางพ่นน้ำ
ปลาค้าวเหล่าสวายคางเบือนบิด เบี้ยวแฮ
กโฮ่[๑๒๑]โผล่ผุดขล้ำ[๑๒๒]เคลื่อนคล้อยลอยแล ฯ

๘๗

๏ บางซอกอไผ่ล้อมหลายกอ
บ้านบ่มีสีซอสักน้อย
เรือใกล้ไผ่พุ่มภอพยุโยก โชกแฮ
ไผ่เบียดเอียดออดอ้อยเอื่อยอ้อซออิน[๑๒๓]

๘๘

๏ ทุ่งกว้างทางเปลี่ยวโอ้อาทวา
สองฝั่งฝ่ายวิหกากู่ก้อง
เร่ร่อนว่อนเวหาหาเหญื่อ[๑๒๔]
นกเถื่อนเหมือนจร้องเรียกให้คนชม ฯ

๘๙

๏ ถึงที่สีสนุกนั้นน้องเอย
สนุกแต่ชาวบ้านเคยค่ำเช้า
พวกพี่ที่จากเชยชวดสนุก ทุก[๑๒๕]แม่
สนุกที่ดูสูเจ้าสนุกเถ้า[๑๒๖]นั้นเอง ฯ

๙๐

๏ ชุมแท้แต่สวะเฟื้อยเฟือยตวาง[๑๒๗]
ลอยเลื่อนเกลื่อนกลาดกลางกลบน้ำ
ซ้อนซับทับถมทางที่แคบ
เรือขัดตัดฟันค้ำค่อยกว้างทางจร ฯ

๙๑

๏ แหลมคุ้งทุ่งเถื่อนไม้ไรราย
ถึงย่านบ้านตเภาทลายทลุท้อง
เดิมที่นี่เป็นชายชเลหาด ลาดแฮ
เรือสัด[๑๒๘]พลัดมาต้องติดเข้าตเภาทลาย ฯ

๙๒

๏ แลลิ่วทิวทุ่งต้นตาน[๑๒๙]ราย
ลิบลิบลมปลิวปลายไปล่แปล้
เล่คนคัด[๑๓๐]ปีกฉายเฉิบเช่น เหนแฮ
เรี่ยเรี่ยเตี้ยต่ำแจพิศให้ใจเพลิน ฯ

๙๓

๏ บางปลาร้าปลาคล่ำน้ำลำคลอง
คนเหล่าเชาปมง[๑๓๑]มองมุ่งข้า[๑๓๒]
สุ่มซ่อนช้อนฉะนางปองปิดเรือก เฝือกแฮ
เหม็นเน่าคาวปลาร้าเรียดคุ้งคลุ้งโขลง ฯ

๙๔

๏ ริมน้ำทำที่ขึ้นขอดปลา
เกล็จ[๑๓๓]ติดตัวตีนตาตมูกแก้ม
คิดคู่สู่เสน่หาหอมชื่น รรื่นเอย
โคลนเช่นเปนแป้งแต้มติดเนื้อเหลือหอม ฯ

๙๕

๏ บางสแกแลสะล่างงิ้วทีวราย
เรียงฝั่งดังฉัตรฉายแช่มช้อย
งิ้วไม้ใช่งิ้วสายสวาดิเช่น เหนเอย
งิ้ว[๑๓๔]พี่ที่แน่งน้อยนึกหน้าอาไลย ฯ

๙๖

๏ ยามยนต้นงิ้วป่าหนาหนาม
นึกบาปวาบวับหวามวุ่นแล้ว
คงจะปะงิ้วทรามสวาดิเมื่อ ม้วยแฮ
งิ้วกับพี่หมีแคล้วคึ่นงิ้วลิ่วสูง ฯ

๙๗

๏ ถึงบ้านคันชั่งแท้เที่ยงตรง
เพียงพี่ที่ตำรงรักน้อง
เคยคู่ซู่ซื่อตรงสัจคิด สนิดเอย
ยามยากจากพวกพ้องพี่ให้ใจหาย ฯ

๙๘

๏ เหลียวซ้ายฝ่ายฝั่งเฟื้อยเฟือยไสว
พงไผ่ไม้รำไรรอบคุ้ง
แลขวาป่าแฝกไฟฟอนเรี่ยน เกรียนแฮ
ลิบลิ่วทิวท้องถุ้งถิ่นกว้างวางเวง ฯ

๙๙

๏ ถึงย่านบ้านกุ่มข้ามตามแหลม
วัดเก่าเศร้าโทรมแรมรกร้าง
ผู้ใดไม่ซ่อมแซมทร่าง[๑๓๕]วัด สวัดิ[๑๓๖]เอย
เพียงพี่ที่อ้างว้างทเวทให้ใจหาย ฯ

๑๐๐

๏ ลมตกนกว้าว่อนร่อนบิน
โฉบฉาบคาบปลากินกู่ก้อง
ค้อนหอยค่อยคุ้ยดินเดินซ่อง มองแฮ
ถิบถ่อกรอปีกจ้องจ่อมน้ำปล้ำปลา ฯ

๑๐๑

๏ ถึงบางนางแม่หม้ายไร้ผัว
เปลี่ยวเปล่าเศร้าหมองมัวหม่นไหม้
คราวใครใคร่ฝากตัวต่อม่าย หมายเอย
พร้อมจิตคิดจได้ดับหม้ายกลายมี ฯ

๑๐๒

๏ ตวันยอจอรเข้[๑๓๗]ฟู่คู่เคียง
ยาวใหญ่ไล่เรือเรียงเราะท้าย
เด็กตวาดผาดแผดเสียงแซ่สุ่ม ขยุมเอย
มันบ่หยุดผุดหว้ายวู่คว้างขวางเรือ ฯ

๑๐๓

๏ เดชะพระพุทธิเจ้าเข้าชาน[๑๓๘]
เคยชนะพญามารแม่นแล้ว
รฦกถึงจึ่งบันดานดุจเช่น เหนแฮ
จอรเค่[๑๓๙]เหห่างแคล้วคลาศคล้อยถอยหนี ฯ

๑๐๔

๏ ถึงช่องคลองน้ำชื่อกฤษนา
เข้าตอกออกตอก[๑๔๐]ตำราร่ำไว้
คิดสบภบถ้ำมหาสนุกแน่ แม่เอย
นึกจปลง[๑๔๑]คงได้กระดากเจ้าเฝ้าหวง ฯ

๑๐๕

๏ บางเลนเป็นที่หลุ้มแหล่งปลา
แปลงปลักคลักคงคาขุ่นฃ้น
ไท[๑๔๒]เจ๊กเดกใหญ่พาพวกซ่อน ช้อนเอย
บุญส่งจงหลีกพ้นทุกถั้ว[๑๔๓] ตัวปลา ฯ

๑๐๖

๏ บางบัวบ้านชื่อพร้องสนองนำ
นึกเช่นเห็นบัวคำคู่พร้อง
เค่า[๑๔๔]เหนียวเกี่ยวมาทำแทนเค่า[๑๔๕] เจ้าเอย
คราวเคราะ[๑๔๖]เพราะเกี่ยวข้องขัดค้างขวางเชิง ฯ

๑๐๗

๏ ลมเรื่อยเฉื่อยชื่นใช้ใบคลา
ถึงย่านบ้านดารารกเรื้อ
สองเรือนเพื่อนพูดจาเจ่านั่ง รวังเอย
คิดใคร่ได้ชิดเชื้อช่วยเฝ้าเย่าเรือน ฯ

๑๐๘

๏ ใบร่มลมเรื่อยแหล้น[๑๔๗]ลีลา
เหล่าหนุ่มชุ่มชื่นพาเพื่อนร้อง
อิเหนาเค่า[๑๔๘]มลกากลเม็ด มากแฮ
ฟังเสนาะเพราะพร้องพรักพร้อมซ้อมเสียง ฯ

๑๐๙

๏ ถึงชีปฃาวย่านบ้านโบรำ
ชีไม่เห็นกาดำดื่นร้อง
เชาบ้านย่านนั้นทำแทงพวก ฉมวกแฮ
ซาวแต่คำพร่ำพร้องชื่อนี้ชีปฃาว ฯ

๑๑๐

๏ ฃาวอื่นหมื่นสิ่งล้วนนวลขาว
แพรพ่า[๑๔๙]ฟ้าดินดาวดุจพร้อง
ขาวดูครู่เดียวคราวหนึ่งเบื่อ เหลือแฮ
ฃาวบ่เบื่อเนื้อน้องน่วมนิ้วผิวฃาว ฯ

๑๑๑

๏ คุ้งขวางบางบ้านชื่อชี้หล[๑๕๐]
ทางทิศทุกตำบลบอกแจ้ง
อยู่กลางหว่างมนทน[๑๕๑]ทางร่วม รวมแฮ
คนเปลี่ยนเพี้ยนชื่อแย้งย่านนี้ยีหน ฯ

๑๑๒

๏ บางปลาม้าป่าอ้อกอรกำ
ไม้ไผ่ใหญ่สลวยลำสะล่างเฟื้อย
ชาวบ้านย่านนั้นทำที่ไร่ ไว้แฮ
ปลูกผักฟักแฟงเลื้อยลูกห้อยย้อยไสว ฯ

๑๑๓

๏ ถึงคุ้งโพกระก้มกราบกราน
โพอยู่บูรานนานเนิ่นแล้ว
ชื่นชุ่มพุ่มพิศดารเดชะ พระเอย
ฃออย่าให้ไภยแผ้วผ่องพ้นกลโกง ฯ

๑๑๔

๏ โคกครามนามที่บ้านหว่านคราม
เฃียวชุ่มฉอุ่มงามกิ่งก้าน
เหมือนศรี[๑๕๒]ที่นุชทรามสวาดิฮุ่ม[๑๕๓] พุ่มเอย
เหนแต่ครามนามบ้านไสบเจ้าเศร้าสูน ฯ

๑๑๕

๏ สวนหง[๑๕๔]วงวัดพร้อมพระเนร[๑๕๕]
รื่นรอบขอบบริเวณหว่างบ้าน
เดกเยาเล่ากนเกนก้องที่ กดี[๑๕๖]แฮ
ใช่ที่มีสวนสอ้านชื่ออ้างปางหลัง ฯ

๑๑๖

๏ ตลาดแก้วแถวถิ่นตเข้ตนฃาม
ตลิ่งตลาดแต่ล้วนหนามสนับหญ้า
แก้วอื่นหมื่นแสนทรามสู้สละ ปละเอย
รักแต่แก้วแววฟ้าจะเฝ้าเคล้าสนอม ฯ

๑๑๗

๏ ถึงวังตาเพชอ้างปางหลัง
ไผ่พุ่มซุ้มเซิงรังรกเรื้อ
ตาเพชเหตุไดวังมีเล่า เจ้าเอย
ฤๅว่าตาเพชเชื้อชาติท้าวเจ้าเมือง ฯ

๑๑๘

๏ สวนฃิงตลิ่งแต่ล้วนสวนมเฃือ
พริกเทด[๑๕๗]เม็จอร่ามเหลือเรื่อไหร้[๑๕๘]
กล้วยปลูกสุกห่ามเครือครบซ่ม[๑๕๙] มยมเอย
คิดคู่อยู่สวนได้แต่งต้มซ่มตำ ฯ

๑๑๙

๏ บ้านยอดยอดไม้สพรั่งฝั่งชลา
ยอดยื่นชื่อฉ้อพกากิ่งคว้าง
ยอดอื่นหมื่นแสนดาดาษทอด ยอดแฮ
ยอดรักจักหาบ้างบ่ได้ใจหาย ฯ

๑๒๐

๏ ลุดน[๑๖๐]ชนบทบ้านขนมจีน
โรงเจ๊กตั้งริมตีนท่าน้ำ
นั่งนับทรัพสิ่งสีนสยายเพ่า[๑๖๑] เล่าแฮ
เมียช่างสางสลวยล้ำสลับผู้[๑๖๒] หูหนาง[๑๖๓]

๑๒๑

๏ โพคอยโพขึ้นอยู่คู่เคียง
ปากช่องคลองชลาเฉลียงลัดถุ้ง[๑๖๔]
บ้านตั้งฝั่งน้ำเรียงรายอยู่ หมู่แฮ
แลรอบขอบแหลมคุ้งเขดบ้านตานราย ฯ

๑๒๒

๏ ถึงหน้าท่าน้ำวัดมนาวหวาน
ฦๅเลื่องเบื้องบูรานร่ำพร้อง
หวานอื่นคลื่นไสร้[๑๖๕]นานนักเบื่อ เหลือแม่
หวานแต่น้ำคำน้องเสนาะน้ำคำหวาน ฯ

๑๒๓

๏ ทับคีเลก[๑๖๖]เดกว่าต้มขมเหลือ
ครั้นแต่งแกงต้มเกลือกลบคั้น
พรีกขิงสิ่งไส่เจือจิบอร่อย น้อยฤๅ
ขมฃื่นคลื่นไสร้นั้นแต่น้ำคำขม ฯ

๑๒๔

๏ วัดฝางอ้างชื่อไว้ใช่ฝาง
ฝางย่อมย้อมแพรยางยิ่งขรั้ง[๑๖๗]
แดงศุก[๑๖๘]ถูกแดดหมางหมองคร่ำ ดำแฮ
อกพี่ที่แค้นขั้ง[๑๖๙]ขู่[๑๗๐]คล้ำน้ำฝาง ฯ

๑๒๕

๏ ท่าระหัดพัดน้ำท่วมท้องนา
หันกลับขับคงคาคึ่นได้
ใคร่จ้างช่างรหัดหาห่อนภบ หลบเอย
อกพี่ที่ร้อนให้รหัดน้ำพร่ำพรม ฯ

๑๒๖

๏ ถึงบางนางศุข[๑๗๑]น้องนามเหมือน
ศุขพี่ที่ร่วมเรือนเพื่อนร้อน
ยามศุขทุกปีเดือนได้อยู่ คู่เอย
ยามทุกศุขกาหล้อนหล่นเหน้า[๑๗๒]เปล่าดาย ฯ

๑๒๗

๏ ถึงย่านยายท้าวที่ผีลง
ฦๅข่าวเจ้าสิงทรงสอดรู้
คิดใคร่ไถ่ถามอง[๑๗๓]อารัก[๑๗๔] ประจัก[๑๗๕]เอย
แม่ม่ายหมายเคียงขู้คบเผื้อนเชือนไฉน ฯ

๑๒๘

๏ ท่าโขลงโขลงช้างค่ามตามโขลง
พลอยถูกผูกกูบโยงแย่ท้าย
ลืมเถื่อนเพื่อนร่วมโรงรักยศ หมดแฮ
พี่เที่ยวเดียวโดดคล้ายคชร้างห่างโขลง ฯ

๑๒๙

๏ บ้านตั้งฝั่งน้ำที่กดีทอง
ลาวอยู่รู้เสียงสนองเหน่อช้า
ปลูกผักหักฟืนตองตามเถื่อน เพื่อนแฮ
หูเจาะเหมาะแต่หน้าแน่งน้อยกลอยใจ ฯ

๑๓๐

๏ โคกม่อ[๑๗๖]ก่ออิด[๑๗๗]ตั้งเตาเพลิง
เผาม่อก่อไฟเริงเร่งเร้า
ม่อมีที่พะเพิงเพื่อนเหล่า เผาแฮ
อกพี่ที่ร้อนเถ้าถ่านกลุ้มรุมแรง ฯ

๑๓๑

๏ ถึงรยะ[๑๗๘]สระโปยชหญ้านบ้านลาว
ผ้านุ่งถุงทบยาวย่างย้าย
กลีบกลับวับแวมวาวแวบแวบ แทบแฮ
เด็กว่าฟ้าแลบฉะม้าย[๑๗๙]มุ่งค้อนงอนงาม ฯ

๑๓๒

๏ ถึงท้ายชายน้ำตกรกคลอง
ที่ลุ่มขุมรางรองรับน้ำ
หน้าแล้งแฮ่ง[๑๘๐]นาหนองน้ำตก ซกแฮ
ชลเนตเชฐา[๑๘๑]ผร้ำ[๑๘๒]เช่นน้ำตกบาง ฯ

๑๓๓

๏ ตวันเย็นเห็นหาดหน้าถ้า[๑๘๓]มี
เมืองสุพรรณบุรียรกร้าง
ศาร[๑๘๔]ตั้งฝั่งนัทีที่หาด ลาดแฮ
โรงเล่า[๑๘๕]เฃาต้มค้างขอบคุ้งหุงสุรา ฯ

๑๓๔

๏ ผู่รั้ง[๑๘๖]ตั้งรั้วรอบขอบราย
เปนหมู่ดูงัวควายไขว่บ้าน
สาวสาวเหล่านุ่งลายแล้วหม่อม มอมเอย
จ้ำม่ำลำสนสอ้านอาบน้ำปล้ำปลา ฯ

๑๓๕

๏ กรมการบ้านตั้งตลอดตลิ่งเตียร[๑๘๗]
ต่างต่อล้อเลื่อนเกียร[๑๘๘]เก็บไว้
เรือริมหาดดาษเดียรรดะปัก หลักแฮ
ของเหล่าเชาสวนใต้แต่งตั้งนั่งฃาย ฯ

๑๓๖

๏ ฝั่งซ้ายฝ่ายฟากโพ้นพิศดาร
มีวัดพระรูป[๑๘๙]บูราณท่านสร้าง
ที่ถัดวัดประตูสารสง[๑๙๐]สู่ อยู่เอย
หย่อมย้านบ้านขุนช้าง[๑๙๑]ชิดข้างสวนบันลัง ฯ

๑๓๗

๏ วัดกระไกร[๑๙๒]ใกล้บ้านที่ศรีประจัน[๑๙๓]
ถามเหล่าชาวสุพรรณเพื่อนชี้
ทองประศรี[๑๙๔]ที่สำคันฃ้างวัด แคแฮ
เดิมสนุกทุกวันนี้รกเรื้อเสือคนอง ฯ

๑๓๘

๏ ประทับหน้าท่าสิบเบี้ยบูราณ
หว่างวัดฝาโถสถานถิ่นร้าง
มหาโพท[๑๙๕]โบศ[๑๙๖]วิหารหักทับ ยับเอย
ภิมพีลาไล[๑๙๗]สร้างสืบขู้สูพรรน[๑๙๘]

๑๓๙

๏ สงสารบ้านวัดร้างแรมโรย
เสียงแต่นกหกโหยค่ำเช้า
อกพี่ที่เดียวโดยด้วยแก่ แม่เอย
เข้าเรื่องเมืองร้างเศร้าโศกซ้ำรำจวน ฯ

๑๔๐

๏ นอนค้างข้างคุ้งถัดวัดกระไกร
ครั้นรุ่งมุ่งเดินไพรพรั่งพร้อม
ไหว้พระป่าเรไร[๑๙๙]ร่มรรื่น ชื่นเอย
ริมรอบขอบเขื่อนล้อมสะล่างไม้ไพรพนม ฯ

๑๔๑

๏ น้อยน้อยพลอยชื่นชี้ชมไพร
ครึมครึกพฤกษาไสวแว่นแคว้น
ผลิดดอกออกผลใบรบัดชื่น รื่นเอย
รอกกระแตแลแหล้น[๒๐๐]โลดเต้นเผ่นผยอง ฯ

สรล้วน

๑๔๒

๏ แจ้วแจ้วจักกระจั่นจ้าจับใจ
หริ่งหริ่งเรื่อยเรไรร่ำร้อง
แซ้งแซวส่งเสียงไสทราบโสท[๒๐๑]
แหนงนิ่งนึกนุชน้องนิ่มเนื้อนวลนาง ฯ

๑๔๓

๏ พิกุนบุนนากแก้วกาหลง
หอมชื่นรื่นรำดวนดงดอกรย้า
สาวอยุดพุทธิชาดทรงเสาวรศ สดเอย
หนุ่มหนุ่มรุมเก็บหน้าสนุกโน้มโถมชิง ฯ

๑๔๔

๏ เด็ก[๒๐๒]ได้ไส้ห่อผ้าพับเฉียง
เหนไก่ไล่ลัดเฉลียงลดเลี้ยว
ล้มลุกสนุกสำเนียงสนั่นโห่ โร่เอย
หน้าผากปากบวมเบี้ยวบ่อเว้นเผ่นผยอง ฯ

๑๔๕

๏ นกร้องก้องกิ่งไม้ใบบัง
แลลับกรับเสียงวังเวกแหว้ว[๒๐๓]
ค้อนทองป่องเป๋งดังดุจเฆาะ ฆ้อนแฮ
กอไผ่ไก่ขันแจ้วแจ่มเจื้อยเฉื่อยเสียง ฯ

๑๔๖

๏ ขึ้นโขดโบศเก่าก้มกราบยุคน[๒๐๔]
พระป่าเรไรยนอย่างยิ้ม
ยอกรหย่อนบาทบนบงกช แก้วเอย
ปลั่งเปล่งเพ่งพิศพริ้มพระหนั้ง[๒๐๕]ดังองค์ ฯ

๑๔๗

๏ เทียรทูป[๒๐๖]บุพชาติบ้างบูชา
นึกพระเสด็จมายับยั้ง
ลิงเผือกเลือกสมอพวาถวายไว่[๒๐๗] ใกล้แฮ
ช้างเผือกเลือกพึ่ง[๒๐๘]ทั้งกิ่งไม้ไหว้ถวาย ฯ

๑๔๘

๏ ขอเดชะพระพุทธิเจ้าจงเหน
อดส่า[๒๐๙]มาเช้าเย็นยากไร้
ปราศนา[๒๑๐]ว่าจะเปนปเจกพุท ธะภูม[๒๑๑]เอย
บุญช่วยด้วยให้ได้ดุจข้าอาวอร[๒๑๒]

๑๔๙

๏ ยังไปไม่พ้นภพสงสาร
ขอปะพระศรีอาร[๒๑๓]อีกเหล้า[๒๑๔]
กราบถึงซึ่งพระนิพานผ่ายภาก หน้าเอย
ฃอศุขทุขโศกเศร้าสิ่งร้ายหายสูร ฯ

๑๕๐

๏ อนึ่งเจ้าเหล่าเล็กล้วนลูกหลาน
หมายมั่งดังพิศถานถี่ถ้วน
ขอให้ใส่นามขนานตาบพัท สวัดิเอย
กลั่นชุบอุประถำล้วนลูกเลี้ยงเที่ยงธรรม์[๒๑๕]

๑๕๑

๏ เยนรอนอ่อนเกษก้มกราบลา
จากวัดตัดตรงมาแม่น้ำ
ค้างคืนตื่นเช้าคลาคลาสเคลื่อน เรือเอย
ติดแก่งแขงข้อค้ำขัดข้องต้องเขน ฯ

๑๕๒

๏ เลี้ยวหนึ่งถึงบ้านชื่อโพคลาน
โพใหญ่ไม้บูราณร่มชื้น
สองฝั่งพรั่งพฤกษตาน[๒๑๖]โตนดพุ่ง สูงเอย
ท่าลาดหาดทรายตื้นตลิ่งล้วนสวนมเขือ ฯ

๑๕๓

๏ ศรีศะเวียงเสียงแซ่ล้วนพวนลาว
แก่หนุ่มสุ่มปลาฉาวแช่น้ำ
ผ้าบ่อนุ่งพุงฃาวฃวยจิตร รอิดเอย
เดกด่วนชวนเพื่อนค้ำค่าม[๒๑๗]ให้ไกลลาว ฯ

๑๕๔

๏ โพหลวงห้วงน้ำฦกไหลเนือย
ปะแต่ลาวเปล่าเปลือยปลอดผ้า
อาบน้ำคล่ำริมเฟือยฝูงหนุ่ม กลุ้มแฮ
เดกเกลียดเบียดเบือนหน้านิ่วร้องสยองแสยง ฯ

๑๕๕

๏ สำประทิวงิ้วง้าวสล่างกร่างไกร
ถิ่นท่าป่ารำไรไร่ฝ้าย
เจ๊กอยู่หมู่มอรไท[๒๑๘]ทำถั่ว รั้วเอย
ปลูกผักฟักกล้วยกล้ายเกลื่อนข้างทางจร ฯ

๑๕๖

๏ ถึงย่านบ้านรัดช้างปางหลัง
ข้างถูกผูกรึงรังรัดไว้
พลัดพรากจากฝูงพังพวกเพื่อน เถื่อนเอย
เพียงพี่ที่ทุเรศไร้นิราศร้างห่างสมร ฯ

๑๕๗

๏ บ้านตั้งฝั่งฟากน้ำธรรมกูล
วัดทร่าง[๒๑๙]ปางก่อนสูรสงัดเศร้า
ขอบเขื่อนเกลื่อนอิด[๒๒๐]ปูนเปื่อยเปล่า เจ้าเอย
โบศ[๒๒๑]ยับทับพระเจ้า[๒๒๒]เจิ่งน้ำกรำฝน ฯ

๑๕๘

๏ ยน[๒๒๓]ย่านบ้านหนึ่งนั้นแนะนาม
วัดสว่างอารมอารามรื่นไม้
สว่างแต่ที่พี่ยามมืดมิด จิตรเอย
ห่อนสว่างอย่างไว้ชื่ออ้างสว่างอารม ฯ

๑๕๙

๏ โพพระระยะหญ้าน[๒๒๔]หญ่อมไพร
โพชื่นรื่นร่มใบโบกรย้า
โปรดด้วยช่วยคุ้มไภยพยัฆพยศ คด[๒๒๕]เอย
โพพระอนุเคราะห์ข้าพระเจ้าคราวเขน ฯ

๑๖๐

๏ โพพญา[๒๒๖]ท่าตลิ่งล้วนฬ้อเกวียร
โพไผ่ไม้เตงตเคียนตขบบ้าง
ซิกซากกระบากกระเบียนกระเบากระแบก กระบกแฮ
เสลาสลอดสลับสล้างเหล่าไม้ใกล้กระสิน[๒๒๗]

๑๖๑

๏ บ้านซ่องช่องชวากเวิ้งเซิงหวาย
เหล่าที่หนีมุนนาย[๒๒๘]เนิ่นช้า
ซ่องสุมซุ่มเรือนรายริมกับ เกรี่ยง[๒๒๙]แฮ
ใครจับกลับรุมข้า[๒๓๐]ขัดข้องซ่องหลวง ฯ

๑๖๒

๏ บางมดแดงแขวงเขดคุ้งทุ่งไพร
ถิ่นเถื่อนเรือนรำไรไร่กล้วย
นึกมดอดสูใจจงมม่วง หวงแฮ
เพียงพี่หมี[๒๓๑]มอดม้วยไม่สริ้นถวิลหวัง ฯ

๑๖๓

๏ วังยางค่างคุ้งสะล่างยางยูง
โตล่งตลิ่งยิ่งสูงสูงฉโงกง้ำ
นกแลแต่ลฝูงลฝูงฟุบสพั่ง รังเอย
ร่มรื่นชื่นชายน้ำนั่งเหล้น[๒๓๒]เยนสบาย ฯ

๑๖๔

๏ ถึงบ้านตานเสี้ยนร่ำทำตาน
ไต่ผโอง[๒๓๓]โหญ่งโย่ทยานย่างเก้า[๒๓๔]
หน้าหวัวเราะเพราะรักหวานหวังใคร่ ได้ฤๅ
เพียงพี่ที่แฝงเฝ้าไฝ่น้ำคำหวาน ฯ

๑๖๕

๏ ว่างบ้านย่านน้ำเปลี่ยวเหลียวแล
ตลิ่งสูงฝูงรอกแตไต่ไม้
กรวยกร่างค่างเคี่ยมแคข่อยกทุ่ม กุ่มเอย
ลมป่วนหวนหอมให้ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงา ฯ

๑๖๖

๏ จวบจนชนบทบ้านศรีจัน[๒๓๕]
ท่าลาดหาดเกิดกันแก่งตื้น
เรือนตั้งฝั่งเรียงรันโรงเหล็ก เจ๊กเอย
คนภู่[๒๓๖]ดูครึกครื้นค่ามช้างต่างเกวียน ฯ

๑๖๗

๏ จวนเยนเหนแห่งบ้านด่านขนอน[๒๓๗]
หาดใหญ่ไทยเจ๊กมอนมี่บ้าน
จอดเรือเมื่อเยนรอนริมหาด สอาดเอย
ร้องว่าอาไศรยร้านร่มไม้ใกล้เรือ ฯ

๑๖๘

๏ เจ้าของร้องรับให้ได้การ
หนุ่มหนุ่มชุ่มชื่นบานบ่อเศร้า
ขึ้นฝั่งนั่งสำรานร้านไต้ ไซ[๒๓๘]เอย
สาวรุ่นวุ่นเวียรเฝ้าฝั่งน้ำชำเลือง ฯ

๑๖๙

๏ ลูกเอยเฉยเช่นปั้นปูนฃาว
สาวเพ่งเลงหลบสาวซิ่น[๒๓๙]แล้ว
ปะเปนเช่นพ่อคราวครั้งหนุ่ม ชุ่มฤๅ
ตายราพ[๒๔๐]ลาภไม่แคล้วคลาศช้านาที ฯ

๑๗๐

๏ ลูกลาวสาวรุ่นร้องทักทาย
เรือพี่มีสิ่งฃายค่อย[๒๔๑]ไหว้
ลูกเราเหล่าหนุ่มอายแอบเด็ก เล็กแฮ
สอนกระสาบ[๒๔๒]ตาบให้ว่าซื้อหฤๅจ๋า ฯ

๑๗๑

๏ หนูพัดพลัดพลอดฬ้อเลียนลาว
มีหมากหยากสู่สาวซิ่นแล้ว
บ้านเจ้าเค่าเหนียวฃาวฃายมั่ง กระมั่งแม่
ตาบฮ่าม[๒๔๓]ถามหาแห้วแห่งนี้มีฤๅ ฯ

๑๗๒

๏ ลาวไปไทพี่น้องมองเมียง
มืดค่ำทำร่ายเรียงเราะร้าน
กลั่นชุบอุบอิบเอียงกแอมแอบ แยบเอย
ขอหมากปากสั่นสท้านทดท้อย่อหญิง ฯ

๑๗๓

๏ ราตรีพี่น้องอ่อนเอนดู
ขันใหญ่ไส่หมากพลูนาบ[๒๔๔]ให้
แห้วเลือกเผือกถั่วภูพัดรับ กลับแฮ
จสั่งมั่งไม่ได้เดือดหน้าด่าตี ฯ

๑๗๔

๏ ดึกลาวสาวรุ่นกล้ามาเดียว
ให้กระเช้าเข้าเหนียวนั่งใกล้
ถอยหลีกอีกบ่อเหลียวเลยลูก กูเอย
กลั่นรับกลับจุดไต้ตอบโต้โมทนา ฯ

๑๗๕

๏ บูราณท่านว่าเลี้ยงลูกสาว
มันมักหักรั้วฉาวเช่นพร้อง
หนุ่มชายฝ่ายรุ่นราวรักขะยั่น พรั่นแฮ
ลูกโง่โซแสบท้องบ่อรู้สู่สาว ฯ

๑๗๖

๏ ครั้นช้าวสาวสบหน้าลาสาว
จากขนอนอ่อนหนาวหนุ่มเศร้า
คราวได้ไม่โลมลาวลองซู่[๒๔๕] ดูแฮ
ครั้นลับกลับรฦกเหล้า[๒๔๖]ลูกโหง้[๒๔๗]โซสาว ฯ

๑๗๗

๏ เอนดูหนูพี่น้องสองสาว
คิดใคร่ได้เลี้ยงลาวลูกสไภ้
แต่ลูกผูกรักชาววังเล่า เจ้าเอย
จเจ็บเล็บเฃาไว้ข่วนร้ายคล้ายเสือ ฯ

๑๗๘

๏ บางกระพุ้งคุ้งน้ำเปลี่ยวเหลียวแล
บนบกนกซอแซแซ่ซ้อง
เหนนกกกคู่แดดานลฦก นึกเอย
เหมือนอยู่คู่เคียงน้องแนบเนื้อเหลือสนอม ฯ

๑๗๙

๏ บ้านใหม่ไร่ฝ่ายสพรั่งฝั่งชลา
ฟ่าย[๒๔๘]ออกดอกฃาวดาเด่นช้อย
เนื้อนุชสุดโสภาเพียงฟ่าย ไร่เอย
ชมฟ่ายคล้ายผิวสร้อยสวาดิเนื้อเหลือนวล ฯ

๑๘๐

๏ ถึงย่านบ้านกร่างเวิ้งวาริน
เกิดแก่งแหล่งเหวหินฮ่วงคุ้ง
ปล่องน้ำท่ำ[๒๔๙]กุมภินพวกเงือก เลือกแฮ
ยามเปลี่ยวเสียวทรวงสดุ้งด่วนพ้นวลวัง ฯ

๑๘๑

๏ บ้านไร่ไทเจ๊กตั้งทั้งทวาย
กล้วยไข่ไร่เรียงรายเรียกซื้อ
ตกเครือเรื่อเรืองปลายปลีสลับ ปกับแฮ
เฟื้องหนึ่งถึงสี่มื้อหมดรื้อซื้อเสมอ ฯ

๑๘๒

๏ วังปรานบ้านเว้นว่างวางเวง
สองฝั่งวังเสือเกรงเกรียบฉม้อย[๒๕๐]
นายรอด[๒๕๑]ทอดท้ายเพลงพลอยหนุ่ม ชุ่มเอย
ป่าใหญ่ไม้ชื่นช้อยชุ่มฉ้อออรชร[๒๕๒]

๑๘๓

๏ บางม่วงห้วงหาดตื้นติดเรือ
ทรายเกลี่ยเรี่ยรอยเสือซับซ้อน
ซึ้งซึกพฤกษครุมเครือค่างโครก โฮกแฮ
โปรยแต่ใบไม้หว้อนวิ่งร้องพองขน ฯ

๑๘๔

๏ ลูกค่างอย่างย้อมชาติชมภู
เหลืองอ่อนโอ้เอนดูเด็กน้อย
แม่อุ้มชุ่มชื่นชูชมลูบ จูบเอย
กอดแอบแนบอกห้อยหกโน้มโถมทยาน ฯ

๑๘๕

๏ ย่านซื่อชื่อว่าบ้านย่านยาว
เหนแต่ชุมนุมลาวล่อนโล้ง
ลากอวนส่วนหนุ่มสาวเสียงแซ่ แม่เอย
เท่า[๒๕๓]แก่แลโล้งโต้งต่างหล้อน[๒๕๔]ห่อนอาย ฯ

๑๘๖

๏ อ้างว้างกลางน้ำร่มลมโชย
ลิงค่างครางครวนโหยโห่ร้อง
กระเบาออกดอกร่วงโรยรศรื่น ชื่นเอย
หึ่งหึ่งพึ่ง[๒๕๕]เพียงฆ้องย่ำเถี้ยง[๒๕๖]เสียงกระหึม ฯ

๑๘๗

๏ ยนย่านศารปู่เจ้า[๒๕๗]จอมไพร
ปลาคล่ำน้ำซึ้งใสสอาดสอ้าน
งูเหลือมเลื่อมเลือกไคลคลานกลิ่ง[๒๕๘] ตลิ่งแฮ
โตเท่าเสาเรือนกว้านกวาดน้ำดำปลา ฯ

๑๘๘

๏ ติดตื้นขืนถ่อค้ำเขนเรือ
บนบกรกรังเสือซอกซุ้ม
นำ[๒๕๙]งูฟู่เลื้อยเหลือหลีกยาก หลากแฮ
ศักครู่ดูควันกลุ้มกลบข้างทางจร ฯ

๑๘๙

๏ เดกเหนเช่นมนุษหนั้ง[๒๖๐]หลังงู
แวววับคลับคลายฟูฟ่องเฟื้อย
รู้ชัดจัดหมากพลูพลีปู่ เจ้าเอย
งูกระเพื่อมเลื่อมเลื้อยหลีกคล้ายหายสูร ฯ

๑๙๐

๏ เรือคล่องล่องเลี้ยวเลื่อนเคลื่อนคลา
ถึงย่านบ้านกลวย[๒๖๑]เวลาบ่ายคล้อย
กล้วยไข่ไร่รื่นรดาดกเรื่อ เครือเอย
หล่างแห่งแปลงปลูกอ้อยแอบกล้วยสลวยลำ ฯ

๑๙๑

๏ ถึงช่องคลองน้ำซับซ้ายมือ
เกิดแร่แง่งอกครืครืดท้อง
ผู้เท่า[๒๖๒]เล่าเลื่องฦๅเหล็กที่ ดีเอย
ครึคระระเรือต้องติดตื้นขืนเขน ฯ

๑๙๒

๏ บ้านว่าขวาซ้ายค่าง[๒๖๓]ทางจร
หินแร่แลสลับสลอนฦกซึ้ง
เรือนตั้งฝั่งสาครคนเงียบ เสียบ[๒๖๔]เอย
ปลาคล่ำน้ำไหลอึ้งแอบคุ้งมุ่งทาง ฯ

๑๙๓

๏ วังหินถิ่นเถื่อนกว้างยางยูง
สมอแสมสารสูงสดฉุ้ม[๒๖๕]
หว่างไผ่ไก่เถื่อนฝูงฟุบเขี่ย เรี่ยเอย
เด็กใคร่ได้ไก่อุ้มแอบขึ้นครึนราย ฯ

๑๙๔

๏ ไก่เถื่อนเหมือนจฬ้อ[๒๖๖]ก้อกพือ
เด็กย่องด่องดีดมือมุ่งหน้า
เข้าใกล้ไก่เปรียวปรื๋ปร๋อร่อน ว่อนแฮ
เด็กโดดโลดไล่คว้าไคว่ขว้ำขะมำมอม ฯ

๑๙๕

๏ ลงเรือเหื่ออาบหน้าหนูเอย
อย่าไล่ไก่เลยเชยช่อไม้
ดอกดวงร่วงรื่นรเหยหอมกลิ่น รรินแฮ
เก็บศักห่อพ่อได้เด็จร้อยสร้อยสน ฯ

๑๙๖

๏ ย่านยาวลาวตั้งกลาดหาดทราย
แล่ผ่าปลาฉแวงสวายแหวะท้อง
ย่างไฟไส่ฃ่ารายเรียงนั่ง สพรั่งเอย
พวกหนุ่มสุ่มเรือร้องเจ่ยรน้อฬ้อลาว ฯ

๑๙๗

๏ ถึงวนก้นหวด[๒๖๗]ห้วงหินแลง
แร่เกลื่อนเหมือนฃิงแขงค่าง[๒๖๘]คุ้ง
ตำราว่าทองแดงเดกต่อย ย่อยแฮ
พรายพร่างอย่างศรี[๒๖๙]รุ้งรอด[๒๗๐]ชี้ที่แถลง ฯ

๑๙๘

๏ ตวันเยนเหนพยัฆด้อมดื่มชล
โห่ขับกลับโฮกคนเคี่ยว[๒๗๑]โง้ง
ขึ้นตลิ่งวิ่งคำรนเราะไล่ ใกล้แฮ
ทังขู่[๒๗๒]ภู่เมียโขร้งคร่างร้องก้องกระหึม ฯ

๑๙๙

๏ นายรอดสอดรู้เท่าเหล่าเสือ
มักกัดสัต[๒๗๓]กินเหลือละไว้
มันหวงล่วงไล่เรือรอดแนะ แวะแฮ
หนูหนุ่มกุมมีดไม้มุ่งแย้งแทงเสือ ฯ

๒๐๐

๏ โห่ร้องซ้องแส้ป่ากล้าหาน
เสือวิ่งยิ่งทเยอทยานหยักรั้ง
ตามทางห่างฝั่งประมาณสองเซ่น[๒๗๔] เหนแฮ
ได้แต่เนื้อเหลือทั้งท่อนท้ายชายโครง ฯ

๒๐๑

๏ รอดรัดมัดเชือกกลุ้มหนุ่มหาม
ถึงที่เรือเสือตามติดก้น
จากท่าป่าเปลี่ยวขามขยาดพยัฆ นักพ่อ
ถ่อถี่หนีเสือพ้นพี่ให้ใจหาย ฯ

๒๐๒

๏ บูรานท่านว่าล้วงคอเสือ
เหล่าลูกถูกตำราเหลือเหล็กกล้า
เช่นพ่อก็กลืนเกลือกลั้วเค่า[๒๗๕] เจ้าเอย
ชิงเหญื่อเสือต่อหน้านึกคร้ามฃามแขยง ฯ

๒๐๓

๏ วังฉลามยามสูริยเยื้องเยนรอน
เสียงสุนักไนหอนเห่าเนื้อ
ลิงค่างต่างโหวยวอรวิเวกวาบ สาบเอย
เผาะเผาะเราะรกเรื้อเรียดข้างทางจร ฯ

๒๐๔

๏ มืดค่ำจำจอดค้างหว่างไพร
หนุ่มหนุ่มสุมฟืนไฟฝั่งน้ำ
เนื้อย่างค่างเครื่องในหมูแบ่ง แกงแฮ
เนื้อสดรสอร่อยล้ำกระหลบฟุ้งคุ้งแหลม ฯ

๒๐๕

๏ นอนค้างกลางหาดตื้นตลิ่งสูง
นิ่งนั่งฟั่งฟานฝูงมฤคฆร้อง
เงาไม้ใหญ่ยางยูงเยนเยียบ เงียบเอย
เผาะเผาะเราะป่าต้องตวาดซ้ำร่ำไป ฯ

๒๐๖

๏ เกือบหลับกรับเกรียบไม้ไต้เหนือ
คุ่มคุ่มดุ่มตามเรือรอบข้าง
ปลุกหนุ่มรุมโห่เสือสวบโขยด โดดแฮ
เด็กด่าคว้าฟืนขว้างก่อให้ไฟโพลง ฯ

๒๐๗

๏ เสือชุมหนุ่มแน่นหนั้งรวังไฟ
ดึกยิ่งวิ่งเวียรไวแวดล้อม
จำเปนเซ่นพระไพรเพราะเหญื่อ เสือแฮ
ตัดตับกับเนื้อพร้อมพร่ำตั้งสังเวย ฯ

๒๐๘

๏ เยนเยียบเงียบสงัดเงื้อมเงาครึม
อารักศักสิทพึมพุ่มไม้
ทิ้งทูตพูดงึมงึมเงี่ยง่วง ทรวงเอย
จังหรีดกรีดกริ่งให้ลเหี่ยเศร้าหาวนอน ฯ

๒๐๙

๏ ดึกดื่นฝืนเนตรหนั้งฟังเสียง
แม่ม่ายลองไนเรียงแหร่ร้อง
รฦกแต่แม่ม่ายเวียงสวาดิว่าง ค้างเอย
เปนม่ายร้ายนักน้องจต้องลองไน ฯ

๒๑๐

๏ หนุ่มหลับคลับคล้ายเลื่อมแลเหน
เจ้าป่าหน้าปากเปนพยัฆร้าย
ขี่แรดแผดเสียงเยนขยอกเยื่อ[๒๗๖] เนื้อเอย
ร้องว่าลาแล้วคล้ายเคลือบเข้าเงาหาย ฯ

๒๑๑

๏ ยามสามยามสงัดไม้ไพรพนม
พร่ำพร่ำน้ำค้างพรมพร่างพร้อย
เยนเยียบเงียบสงัดลมแลตล่ง ดงเอย
ไม่นิ่งกิ่งก้านช้อยชื่นฉุ้มพุ่มพกา ฯ

๒๑๒

๏ ค่อนรุ่งฝุงไก่แจ้แจ้วเสียง
เอ๊กเอื่อยเฉื่อยสำเนียงเนื่องซ้อง
เรไรร่ายร้องเรียงรับแซ่ แม่เอย
เพียงรนาดพาดฆ้องแข่งเจ้งเพลงจีน ฯ

๒๑๓

๏ เกือบรุ่งฟุ้งกลิ่นเกลี้ยงเพียงสุคน
หึ่งหึ่งพึ่งเวียรวลว่อนเคล้า
มาลีคลี่กลีบบนบานกลิ่น รรินเอย
ยิ่งรุ่งฟุ้งหอมเร้าเร่งให้ใจเจริญ ฯ

๒๑๔

๏ รื่นรื่นชื่นเช่นน้ำอบหอม
หวนจิตคิดเคยสนอมแนบน้อง
เจือจรรกลั่นกลิ่นรอมรวยรรื่น ชื่นเอย
เคยชื่นรื่นรศต้องตกไร้ไกลสมร ฯ

๒๑๕

๏ เรืองรุ่งฝูงนกร้องก้องดง
เรียกเร่งรถสูริยงเยี่ยมฟ้า
ล่าป่าท่าน้ำจงเจริญศุข รุกขเอย
จากฝั่งพรั่งพร้อมหน้าหนุ่มน้อยพลอยเพลิน ฯ

๒๑๖

๏ ล่วงทางบางขวากคุ้งเขดไพร
เหนแต่แร่รก[๒๗๗]ไคลเคลือบคล้ำ
ซ้ายขวาป่าสูงไสวว่างย่าน บ้านเอย
เด็กใคร่ไปปลายน้ำสนุกแท้แควเหนือ ฯ

๒๑๗

๏ นึกนามสามชุกถ้าป่าดง
เกรี่ยงไร่ได้ฟ่ายลงแลกล้ำ
เรือค้าท่านั้นคงคอยเกรี่ยง เรียงเอย
รายจอดทอดท่าน้ำนับฝ้ายฃายฃอง ฯ

๒๑๘

๏ นางเกรี่ยงเสียงเพราะพร้องกหนองกแหนง
สาวผูกลูกปัดแดงประดับพร้อย
คิ้วตาน่านวลแตงตล[๒๗๘]หม่อม จอมเอย
แค่ง[๒๗๙]ทู่หูยานย้อยอย่างลว้าพาคลาย ฯ

๒๑๙

๏ สามเพงเลงสะล่างไม้ไพรสน[๒๘๐]
ป่าใหญ่ใช่เขดคนฃาดบ้าน
ร่มรื่นชื่นชมชลชุ่มแต่ แร่เอย
ปลาว่ายสายสินสอ้านสอาดตื้นพื้นทราย ฯ

๒๒๐

๏ ปลาชนางคว้างแคว้งว่ายลายแล
เลื่อมเลื่อมเล่ตุกแกกดิบกเดี้ย
ไข่ฉะนางอย่างฝักแคเฃียวฉอุ่ม ชุ่มเอย
สร้อยซ่ากากดเพลี้ยพล่านน้ำคล่ำทาง ฯ

๒๒๑

๏ ไอ้บ้าอ้าปากกว้างหางแดง
ซิวสูบสีเสียดแซงแซกซ้อน
กรีมกรายว่ายเวียรรแวงรวังม่าย หมายเอย
ฝักดาบปลาบเปลือยหล้อนแฉลบหว้ายสายสินธุ์ ฯ

๒๒๒

๏ ปลาตเพียนเวียรว่ายเคล้าคลอเรือ
เกล็จเคลือบเหลือบเหลืองเหลือเลื่อมพร้อย
ปลาเสือมุ่งเหมือนเสือส่ายโบก กโชกแฮ
หางไก่ใช่หางช้อยชแล่มหว้ายร่ายเรียง ฯ

๒๒๓

๏ นานาปลาน้ำถิ่นหินทราย
ชมเล่นเหนปลาดหลายเล็กน้อย
ทางเปลี่ยวเที่ยวถึงปลายน้ำเล่า เจ้าเอย
บนบกนกกระเตนกระต้อยต่างร้องซ้องเสียง ฯ

๒๒๔

๏ ถึงรวางว่างบ้านชื่อชัดหอม
หอนประดู่ปรูพยอมยื่นย้อย
ดอกกระดึงพึ่งแตนตอมต่อร่อน ว่อนแฮ
นกพริกจิกจับห้อยหกหิ้วพลิ้วแพลง ฯ

๒๒๕

๏ ถึงแก่งแห่งท้ายย่านบ้านทึง
หินแร่แก่เก่าตรึงกรวดก้อน
ลงเข็นเล่นน้ำอึงอาบชุ่ม หนุ่มเอย
เยนสบายหายร้อนเรื่อยร้องลองลำ ฯ

๒๒๖

๏ เอนหลังฟังดอกสร้อยสักระวา
ร้องรับขับเสภาเพื่อนพร้อม
ลำนำคร่ำครวนหาหวนเอก วิเวกเอย
ผอยหลับรับเสียงซ้อมเสนาะน้ำคำครวน ฯ

๒๒๗

๏ อยุดเรือเหนือวัดเงื้อมเงาโพ
รื่นร่มรมยศุกโข[๒๘๑]ค่าง[๒๘๒]คุ้ง
วัดมีที่พระอุโบสดที่ กดีแฮ
เหนพระศรทาหมุ้ง[๒๘๓]มั่นสร้างทางบุญ ฯ

๒๒๘

๏ จัดแจงแต่งตบะเหลื้อมลายทอง
เทียรทูบ[๒๘๔]ท่วยแก้ว[๒๘๕]รองดอกไม้
ลูกพลับกับกระเทียมดองถวายคนะ พระเอย
ย่ามร่มสมภารได้รับพร้อมน้อมถวาย ฯ

๒๒๙

๏ ตวันเยนเหนพระพร้อมล้อมวง
ตีปะเตะตะกร้อตรงคู่โต้
สมภารท่านก็ลงเล่นสนุก ขลุกแฮ
เข่าค่างต่างอวดโอ้อกให้ใจหาย ฯ

๒๓๐

๏ อยุดกระกร้อฬ่อไก่ตั้งตีอัน
ผ้าพาดบาตเหล็กพนันเหน็บรั้ง
ไก่แพ้แร่ขบฟันฟัดอุบ ทุบเอย
เจ้าวัดตัดเรือตั้งแต่งเหล้นเยนใจ ฯ

๒๓๑

๏ เสียเทียรเสียทูบซ้ำเสียสัทา[๒๘๖]
เสียที่มีกระมลมาโนศน้อม
เสียดายฝ่ายศาศนาสัมนะ[๒๘๗] พระเอย
เสียน่าตาหูพร้อมเพราะรู้ดูเหน ฯ

๒๓๒

๏ จวนค่ำจำค้างย่านบ้านทึง
ถอยหนีที่วัดอึงแอบคุ้ง
ตรวดน้ำร่ำรำพึงแผ่ทั่ว ตัวเอย
ให้เหล่าเจ้าป่าถุ้งเทพสริ้นดินสวรร ฯ

๒๓๓

๏ เหมือนรู้ผู่เถ้า[๒๘๘]ท่านทังสอง
เมียนากนามผัวทองผ่องแผ้ว
มาหาพ่าฃาวฃองคำนับ รับเอย
ท่านช่วยอวยภรแล้วเล่ารู้บูราณ ฯ

๒๓๔

๏ ฝ่ายตาอายุร้อยญี่สิบแถม
ยายสิบแปดปีแกมกับร้อย
ตามองช่องเขมแหลมตลอดแน่ แม่เอย[๒๘๙]
ฟันปากหมากเฆี้ยว[๒๙๐]จ้อยแจ่มอ้วนนวลฃาว ฯ

๒๓๕

๏ ผู้เถ้าเล่าเรื่องอย้าน[๒๙๑]บ้านทึง
ท้าวอู่ทองมาถึงถิ่นถุ้ง[๒๙๒]
แวะฃอเชือกหนังขึงเขาไม่ ให้แฮ
สาปย่านบ้านเขดคุ้งคี่ทึ้งทึงแปลง ฯ

๒๓๖

๏ วัดทร่างข้างคุ้งย่านบ้านทึง
ชื่อชัดวัดคี่ทึ้งถูกต้อง
ผู่เถ้าเล่าเรื่องจึงจะแจ้ง แสดงเอย
ท่านนั่งสั่งสอนพร้องพร่ำไว้ไม้ตรี[๒๙๓]

๒๓๗

๏ ได้ครูผู่เท่าทั้งยายตา
สมมุติดุจะเทวดาบอกเหล้า[๒๙๔]
ทายทักลักขณะราศรีทั่ว ตัวเอย
จอดน่าท่าผู่เถ้าท่วน[๒๙๕]ห้าราตรี ฯ

๒๓๘

๏ ตวันเที่ยงเสียงวิ่งแหร้แซ่สนอง
เสือตบขบภิขุ[๒๙๖]สองรูปม้วย
ต่อไก่ไล่นกคนองนามเทศ เกด[๒๙๗]แฮ
เสือฟัดกัดกินด้วยบาปซ้ำกรรมหนา ฯ

๒๓๙

๏ ต่อนกยกพเนียดตั้งบังกาย
เสือฉีกซีกโครงทลายทลักท้อง
กินตับกับตโพกหายเหนน่า ขาเอย
ภิขุทุศีลต้องโทษนั้นทันตา ฯ

๒๔๐

๏ ต่อไก่ไม่สู้ฟาดฃาดใจ
ที่อยู่ปู่เจ้าไปหลับเหล้า[๒๙๘]
เสือกินซิ่น[๒๙๙]ตับไตตีนน่อง ท้องแฮ
สังเวทเหตุผู่เถ้าทักแท้แน่จริง ฯ

๒๔๑

๏ สำเรจรู้ผู่เถ้าช่วยอวยภร
สิบประการประกอบกลอนกล่าวไว้
ขอสวัดสัฐาวอร[๓๐๐]ไว้ว่า ลาเอย
สองเท่าเฝ้าร้องไห้ลเหี่ยลห้อยหงอยเหงา ฯ

๒๔๒

[๓๐๑]๏ สงสารท่านสอื้นโอ้โศกา
พลั่งพลั่ง[๓๐๒]หลั่งน้ำตาตกด้วย
หนูหนุ่มชุ่มชลนานั่งเจ่า เหงาเอย
ร่ำว่าท่าไม่ม้วยไม่สริ้นถวินหวัง ฯ

๒๔๓

๏เรือออกนอกท่าบ้านท่านยาย
ย่อไว่[๓๐๓]ไห้สอื้นฟายมูกย้อย
เชาบ้าน[๓๐๔]ท่านทังหลายแลสลด หมดเอย
ไห้มั่งทังใหญ่น้อยนั่งผร้ำ[๓๐๕]น้ำตา ฯ

๒๔๔

๏ แลลับกลับกลั้นโศกสงสาร
หนุ่มน่อยพลอยรำคารคิดเศร้า
ทังหลายฝ่ายบูราณรักขู่[๓๐๖] ชู้เอย
เราพรากจากผู่เถ้าทุก[๓๐๗]ร้อนห่อนเสบย ฯ

๒๔๕

๏ ถึงย่านบ้านกระตั้วเหล่าเชาดง[๓๐๘]
โกนจุกลูกสาวทรงสอาดสอ้าน
เชิญด้วยช่วยแต่งมงคนเกริก ฤกษเอย
โกนจุกลูกเชาบ้านอยู่ค้างกลางคืน ฯ

๒๔๖

๏ ฟังตีปี่พาดฆ้องกลองตโภน[๓๐๙]
เพลงไทยใส่กลองโยนยุ่งแท้
เด็กโดดโลดเล่นโขนแขนคอก ออกเอย
ร้องขับรับอ้อแอ้อุบเหล้าเมามาย ฯ

๒๔๗

๏ เสียงซออ๋ออ่ออ้อเอื่อยเพลง
จับปี่เตร๋งเต้งเต๋งเต่งต้อง
คลุย[๓๑๐]ตรุ๋ยตรุ่ยตรุ้ยเหนงเหน่งเน่ง รนาดแฮ
ฆ้องหน่องหนองน่องหน้องผรึ่งพรึ้งพรึ่งตโภน ฯ

๒๔๘

๏ สาวสาวเหล่าเลี้ยงเล่นเต้นรำ
ซองหมากฝากหนุ่มนำเนตรชม้อย
โกนจุกลูกเล็กทำขวันเล่า เจ้าเอย
เนตรซู่หนูหนุ่มน้อยนั่งปลื้มลืมนอน ฯ

๒๔๙

๏ บ่วงรักดักเด็กต้องสองตา
เปิดปากฝากคำลาเหล่าน้อง
ลงเรือเมื่อจะคลาคลอเนตร ทเวทเอย
แก่เท่าสาวส่งซ้องแซ่หน้าอาไลย ฯ

๒๕๐

๏ บ่วงผูกลูกรักแล้วแร้วราย
ดักพ่อท้อที่กายแก่แล้ว
ห่อนอยู่ซู่สมรหมายมัติโมฆ โอขเอย[๓๑๑]
แต่เหล่าเจ้าลูกแก้วก่อร้อนสอนแสลง ฯ

๒๕๑

๏ หมากพลูบู้หรี่ส้มขนมขนุน
สาวหนุ่มรุมการุญรักให้
ผูกมิศ[๓๑๒]คิดขอบคุณคนเท่า[๓๑๓] สาวเอย
ทุกโศกโรคอย่าได้เดือดร้อนนอนสบาย ฯ

๒๕๒

๏ จากย่านบ้านกระตั้วแต่แลดู
ศรรักปักทรวงหนูเหน็บช้ำ
รักป่าน่าชื่นชูชมเล่า เจ้าเอย
ดูถูกลูกปลายน้ำหนุ่มต้องหมองหมาง ฯ

๒๕๓

๏ น้อยน้อยพลอยว่าน้ำลำสุพรรณ
สาวแก่แลคมสันสะคร้าน
ดูมากว่าสิบวันตลอดแว่น แคว้นเอย
ไรจุกทุกทุกบ้านบ่อเว้นเหนสาว ฯ

๒๕๔

๏ บูราณท่านว่าน้ำสำคัน
ป่าต้นคนสุพรรณ[๓๑๔]ผ่องแผ้ว
แดนดินถิ่นที่สูวรรณธรรมชาด มาศเอย
ผิวจึ่งเกลี้ยงเสียงแจ้วแจ่มน้ำคำสนอง ฯ

๒๕๕

๏ ถึงถิ่นสริ้นบ้านป่าโป่งแดง
เรือติดคิดขยาดแสยงพยัฆร้าย
สวบสวบยวบไม้แฝงฟุ้งสาบ วาบแฮ
สองฝั่งทั้งขวาซ้ายสัต[๓๑๕]ร้องซ้องเสียง ฯ

๒๕๖

๏ คลองกระเสียวเปลี่ยวป่ากว้างทางโขลง
เคยถิ่นกินโป่งโทงเที่ยวเร้น
ฃามช้างต่างจัดโจงกระเบนกระบิด ตี้ดแฮ
เก็บกรวดอวดกันเหล้นตลอดน้ำลำทาง ฯ

๒๕๗

๏ คุ้งขวางบางแวกตื้นพื้นทราย
กรวดกระจ่างพร่างพรายลายเลื่อมพร้อย
เหมือนเม็จ[๓๑๖]เพชรัตรายแอร่มอร่าม งามเอย
ฉุนว่าแววแก้วก้อยนพเก้าวาวแหวน ฯ

๒๕๘

๏ กระเบาออกดอกรยับย้อยห้อยหอม
พึ่ง[๓๑๗]หมู่แมงภู่ตอมไต่เคล้า
ว่าสุกลูกงามงอนเงาะป่า พวาเอย
กระทุ่มกระถินกลิ่นเร้ารื่นข้างทางจร ฯ

๒๕๙

๏ รินรินกลิ่นเฟื่องฟุ้งคลุ้งโขลง
ป่านอกดอกสำโรงร่วงค้าง
เหล่าลูกผูกเรือฉโลงลากวิ่ง จริงแฮ
เหมนเช่นเหมนชื่ออ้างอีกล้ำสำโรง ฯ

๒๖๐

๏ ถึงหว่างยางพี่น้องสองยาง
เก่าแก่แต่ก่อนปางป่าต้น
เกิดแร่แง่งอกขวางขวากระ รกะแฮ
ถูกปวดรวดเร้าล้นสะล่างแหร้[๓๑๘]แง่สลอน ฯ

๒๖๑

๏ ปลายน้ำลำคุ้งแขบ[๓๑๙]โขดเขิน
ขัดค่องต้องติดพเอิญแอ่งตื้น
จอดสองพี่น้องเพลินพลองสะล่าง ยางเอย
ชื่นชุ่มพุ่มพฤกษครื้นคร่อมน้ำลำลหาล[๓๒๐]

๒๖๒

๏ ปลาด[๓๒๑]เหลือเรือหนุ่มน้อยลอยพาย
ถึงหว่างต้นยางตายตกน้ำ
ช่วยฉุดสุดชีพทลายทลักเลือด เฝือดแฮ
เมียแม่แซ่มาปล้ำปลุกร้องซ้องเสียง ฯ

๒๖๓

๏ ถามเฃาเล่าว่าอ้ายฟักเฟือน
ตีแม่แร่ลงเรือนร่านร้าย
เจ้าสองพี่น้องเหมือนมุ่งปราบ บาปแฮ
โพล่งผลักหักคออ้ายฝัก[๓๒๒]ม้วยด้วยกรรม ฯ

๒๖๔

๏ ชาวป่าภาศภ[๓๒๓]เศร้าสู่สถาน
เราเปลี่ยวเหลียวเหนศาลสองพี่น้อง
อารักศักสิทชาน[๓๒๔]เชี่ยวช่วย ด้วยเอย
โป่งป่าอย่าแผ้วพ้องพวกฃ้าอาไศรย ฯ

๒๖๕

๏ สรวง[๓๒๕]จ้าวพร้าว[๓๒๖]อ่อนกล้วยด้วยเอย
เชิญพี่น้องสองเสวยสว่างร้อน
แรกมาอย่าถือเลยลุกระโทษ โปรดพ่อ
ขอแร่แม่เก็จก้อนกับเต้าเจ้ายาง ฯ

๒๖๖

๏ หนูน้อยพลอยร้องบ่วงสรวงศาร[๓๒๗]
เสียงฉ่ำน้ำนมหวานแว่วก้อง
เบิกป่าท่าเทวถาน[๓๒๘]ถูกท่วน ขบวนเอย
หนุ่มรับสรัพ[๓๒๙]เสียงซ้องเสนาะซ้อนกลอนใน ฯ

๒๖๗

๏ เทียรจุดขุดแร่หลั้น[๓๓๐]ควันเฃียว
พลุ่งพลุ่งมุ่งดูประเดียวดุ่มคล้าย
หนุ่มเหนเช่นลิงเหลียวเลื่อนกลับ ลับแฮ
ฟุ้งพิศฤทธแร่ร้ายรู้เถ้า[๓๓๑]เจ้าหวง ฯ

๒๖๘

๏ เหมือนครูผู่เท่า[๓๓๒]แจ้งแหนงใจ
รอขุดจุดเทียรใชยเช่นรู้
ดับพิศฤทธิพระไพรพรมสมุท[๓๓๓] อยุดแฮ
เดี๋ยวหนึ่งอึ่งอู้อู้อ่อนไม้ใหญ่รเนน ฯ

๒๖๙

๏ ลมลั่นครั่นครึกฟ้าหนาฝน
ซู่ซู่หนูวิ่งวนว่าช้าง
เทียรดับกลับมืดมนเหมนเบื่อ เสือเอย
จวนค่ำจำอยุดค้างคิดแก้แร่โพรง ฯ

๒๗๐

๏ ฃอน[๓๓๔]เรือเหนือน้ำนึกน้อยใจ
คราวเคราะ[๓๓๕]เพราะพระไพรพี่น้อง
ขัดพระจเชิญไฟฟอนซู่[๓๓๖] รู้ฤๅ
ทุ่งท่าป่าจะต้องโตล่งสริ้นถิ่นสถาน ฯ

๒๗๑

๏ เราถือซื่อสัจสร้างศีลทาน
แล่งล่า[๓๓๗]ฟ้าดินพญานย่อมรู้
หวังแร่แต่บูราณระงับโศก โลกเอย
จ้าวคิดปิดของขู้[๓๓๘]มนุษนั้นฉันใด ฯ

๒๗๒

๏ ดึกสงัดสัตสงบคลุ้มพุ่มพง
เยนรย่อบริเวนวงหว่างไว้
เคลิ้มหลับคลับคล้ายองค์อารัก ทักแฮ
เหนสพรั่งนั่งไหว้ว่าฬ้อฃอสะมา ฯ

๒๗๓

๏ รูปจ้าวสาวหนุ่มล้วนนวลงาม
สองพี่มีเป็นสามทั่งน้อง
เรียกสองพี่น้องนามน้องพี่ มีเอย
สามแน่แต่คำพร้องพี่น้องสองชาย ฯ

๒๗๔

๏ เล่าความตามเรื่องแหร้[๓๓๙]แต่หลัง
ใช่คิดบิดเบือนบังบอกแจ้ง
ขัดเคราะเพราะยุก[๓๔๐]ยังอยู่อย่า มาเลย
กายสิทพิศ[๓๔๑]กล้าแกล้งกลบกลุ้มคลุ้มควัน ฯ

๒๗๕

๏ รู้ศึก[๓๔๒]นึกเรื่องเจ้าเล่าความ
ทราบหมดจดหมายตามแต่งไว้
โออกตกอับยามยุกยาก มากเอย
บุญบวดกรวดกระสินให้แห่งเจ้าเล่าความ ฯ

๒๗๖

๏ เหมือนรู้ผู่เถ้าเล่าจ้าวแถลง
สามอย่างต่างลายแทงถูกต้อง
ใคร่เหนเช่นชี้แจงเจ้าบอก ดอกแฮ
ค้างย่านศารพี่น้องพนัศร้ายหายสูร ฯ

๒๗๗

๏ รุ่งเช้าเข้าป่ากว้างทางโขลง
คลองเก่าเท่าลำกระโดงโป่งช้าง
ซ้ายฃวาป่าสมอโมงไม้อุโลก โมกเอย
กระแบกกระเบาเสลาสล้างสลับต้นคนทา ฯ

๒๗๘

๏ ตามร่องคลองที่เจ้าเล่าความ
เด็ดดอดลอดลัดตามติดท้าย
เลี้ยวลดปลดปลิดหนามหน่อคลอก ยอกแฮ
เสียงแต่เนื้อเสือร้ายร่านร้องก้องกระหึม ฯ

๒๗๙

๏ สุดคลองหนองหนึ่งกว้างอย่างแถลง
ที่ถิ่นดินดาดแดงดุจพร้อง
สังเกตเขดขอบแขวงความที่ ชี้เอย
ขึ้นค่าง[๓๔๓]ทางขวาท้องทุ่งช้างวางเวง ฯ

๒๘๐

๏ ภบถ่อบ่อแร่น้ำดำนิล
เหมือนหมึกปึกปะดินเดกคุ้ย
ปะแต่แร่ปรอดกินแก่นเท่า เจ้าเอย
เนื้อมั่งยังขยี้หยุ้ย[๓๔๔]ยกไว้ไปแสวง ฯ

๒๘๑

๏ ตัดทางหว่างต้นโตนดโขดสูง
เนื้อแยกแตกตื่นฝูงฝุ่นฟุ้ง
แฝงดูหมู่นกยูงยอบย่อง มองเอย
พรายพร่างอย่างศรีรุ้งอร่ามเพี้ยนเขียนฃน ฯ

๒๘๒

๏ รำแพนแอ่นอกฉะแง้แผ่หาง
หันร่ายฝ่ายฝูงนางนกเคล้า
ตัวผู่[๓๔๕]อยู่กลางกางกลมปีก หลีกเอย
ก้อกรีดขีดเขี่ยเท้าท่าฟ้อนอ่อนเอียง ฯ

๒๘๓

๏ ด้อมดูหมู่มยุรย้ายร่ายรำ
เยี่ยงย่างนางรบำทำท่าฉะม้าย
เคยดูคู่เคียงรบำรเบงกลับ ลับเอย
เหนแต่ฝูงยูงคล้ายนุชฟ้อนงอนงาม ฯ

๒๘๔

๏ ฝ่ายฝูงยูงบ่อรู้สู่สม
สังวาดชาติเช่นพรมพระพร้อง
ตัวภู่ฟู่ฟองกลมเมียชื่น กลืนแฮ
เกิดไข่ได้พวกพ้องเพื่อส้องฟองกสิน ฯ

๒๘๕

๏ หนุ่มหนูพรูไล่พร้อมล้อมยูง
ปีกกระพือฮือฝูงฟ่องฟ้า
ตานโดดโขดทรายสูงสมเล่า เจ้าเอย
เหนรอบขอบเขดหน้าสนุกแท้แลเพลิน ฯ

สรล้วน

๒๘๖

๏ เฃาเฃียวโขดคุ่มขึ้นเคียงเคียง
ร่มรื่นรุกขรังเรียงเรียบร้อย
โหมหัดหิ่งหายเหียงหัดหาด แฮ่ว[๓๔๖]แฮ
ย่างใหญ่[๓๔๗]ยอดยื่นย้อยโยกโย้โยนเยน ฯ

๒๘๗

๏ เลี้ยวทางหว่างช่องไม้ไผ่เหลือง
ปะแต่แร่กรัด[๓๔๘]เรืองร่วงรุ้ง
ย่องเหยียบเลียบลำเหมืองไม้ชื่น รรื่นเอย
หอมกระถินกลิ่นฟุ้งเฟื่องฟื้นชื่นใจ ฯ

๒๘๘

๏ สุดเหมืองเยืองขึ้นค่างหว่างเนิน
ล้วนแร่แก่เก่าเกินเก็บทิ้ง
พลวงเหล็กเด็กสดุดเดินกระโดดค่าม ตามแฮ
ชมเล่นเหนเกลื่อนกลิ้งกลาดสล้างอย่างฝัน ฯ

๒๘๙

๏ ลงเนินเดินป่ากว้างวางเวง
ลมลั่นครั่นครืนเครงครึกครื้น
ควายเถื่อนเกลื่อนกลุ้มเกรงเกรียวโห่ โร่แฮ
ป่าใหญ่ไม้ร่มชื้นช่อช้อยย้อยไสว ฯ

๒๙๐

๏ พิศพวงดวงดอกไม้ไพรพนม
รยับรย้าน่าชมแช่มช้อย
ม่วงโมกโศกสุกกรมกรวยกร่าง สล้างเอย
ดอกดกนกน้อยน้อยเหนี่ยวไซ้ไส้เพกา ฯ

๒๙๑

๏ ดูเดียวเปลี่ยวอกอ้างว้างเอย
คิดใคร่ได้คนเคยคู่ชี้
คลอเคล้าเฟ่า[๓๔๙]ชื่นเชยชมนก หกแฮ
ถามไถ่ได้กระจู้กระจี้กระแจะแต้มแก้มหอม ฯ

ราชสีห์เทียมรถ

๒๙๒

๏ ยน[๓๕๐]โศกยามเศร้ายิ่งทรวงเยน
คิดสุดขัดแสนเขน[๓๕๑]โศกไข้
หวนหนาวหากนึกเหนหน้าแห่ง น้องแฮ
ดวงจิตเด็จจากได้จึ่งดิ้นจำโดย ฯ

๒๙๓

๏ เสลาสลอดสลับสล้างสลัดได
สอึกสอะสอมสไอสอาดสอ้าน
มแฝ่มฟาบมเฟืองมไฟมแฟบมฝ่อ พ่อเอย
ตขบตขาบตเคียนตคร้านตคร้อตไคร้ตเคราตครอง ฯ

๒๙๔

๏ ถึงธารบ้านเกรี่ยงร้างกลางดง
ไร่ฟ่าย[๓๕๒]หมายมั่นคงคิดค้าง
รอนรอนอ่อนอัศดงแดดพยับ ลับเอย
ภักผ่อนนอนเรือนห้างก่อให้ไฟโพลง ฯ

๒๙๕

๏ เหล่าลูกถูกส้มทับพลับจีน
หักฮ่าง[๓๕๓]ต่างหัดปีนคล่องแขล้ว[๓๕๔]
เหนื่อยนอนอ่อนมือตีนต่างรงับ หลับเอย
ดึกดื่นฟื้นฟังแหว้ววิเวกวิ้วหวีวโหวย ฯ

สกัดแคร่

๒๙๖

๏ หนาวลมห่มผ้าห่อนหายหนาว
ฟ้าพร่ำน้ำค้างพราวพร่างฟ้า
เด่นเดือนเกลื่อนกลาศดาวดวงเด่น
ใจเปล่าเศร้าซบหน้านึกน้องหมองใจ ฯ

๒๙๗

๏ ไร่เกรี่ยงเสียงหลอดโหร้โหร่เสียง
โหว่งโหว่งโรงรายเรียงรับพร้อง
หว่างไม้ไก่ขันเคียงเสียงเอ่ก อี๋เอ้กเอย
ยามดึกนึกนุชน้องนิ่งเศร้าเปล่าทรวง ฯ

๒๙๘

๏ จังหรีดกรีดกริ่งร้องซ้องเสียง
แหร่แหร่แม่ม่ายเรียงรับซ้อง
จักกจั่นสนั่นสำเนียงเสนาะเรื่อย เฉื่อยเอย
ผี่ผี่วหวิวโหวกร้องรอบฃ้างวางเวง ฯ

๒๙๙

๏ ค่อนคืนดื่นดึกแท้แม่เอย
เกรี่ยงไร่กระไรเลยล่าเนื้อ
ด่องด่องย่องเหยาะเงยฉโงกฉะงัก ทักแฮ
ปลุกหนุ่มกุมฃวานเงื้อผงะร้องซ้องเสียง ฯ

๓๐๐

๏ ถามไถ่ใช่เหล่าร้ายกรายมา
พูดเล่นเป็นคนชรารักใขร้[๓๕๕]
ถามชี้ที่ว่านยารยะย่าน บ้านเอย
ชื่อกวั่ง[๓๕๖]สั่งซ้ำให้แวะเข้าเย่าเรือน ฯ

๓๐๑

๏ ลูกปัตตัดให้สี่สิบใบ
เกรี่ยงชอบยอบยิ้มลไมใส่ข้อ
หมากพลูสู่สมใจจันอับ พลับเอย
ถามกวั่งนั่งพูดจ้อจวบแจ้งแสงสูร ฯ

๓๐๒

๏ รุ่งเช้าเข้าบ้านเกรี่ยงเลี้ยงเหลือ
แกงฟักผักพรีกมเฃือค่างปิ้ง
อึ่งแย้แช่เขม[๓๕๗]เกลือเกลียดขะยั่น กลั้นแฮ
เด็กบ่อชอบลอบทิ้งท่วยขว้ำ[๓๕๘]ซ้ำแสยง ฯ

๓๐๓

๏ หญิงชายฝ่ายเกรี่ยงล้อมพร้อมเพรียง
รักหนุ่มอุ้มแอบเคียงใคร่พร้อง
สาวแก่แม่ม่ายเมียงมุ่งขยิ่ม ยิ้มแฮ
ทักเพรียกเรียกพี่น้องนั่งเฝ้าเคล้าเคลีย ฯ

๓๐๔

๏ น้อยน้อยคอยหลีกเหลี้ยงเมียงเมิน
หญิงฉุดยุดหยอกเอิญแอบฃ้าง
ผลักไสไล่เล่นเพลินพลอยรรื่น ชื่นเอย
รุมรักชักชวนค้างคิดหน้าอาไลย ฯ

๓๐๕

๏ ลูกปัดตัดแจกถั้ว[๓๕๙]ตัวคน
หมดย่ามตามยากจนจัดให้
ลาจากหยากตรมปรนนิบัดหนุ่ม อุ้มเอย
ตากวั่งซั่งบูเรได้เพื่อนด้วยช่วยนำ ฯ

๓๐๖

๏ ตามเกรี่ยงเลี่ยงเลี้ยวลัดตัดทาง
หนามไหน่ไม่มีรคางค่าง[๓๖๐]เท้า
ดงยาป่าฝิ่นฝางฟุ้งรศ โอสถเอย
ต่างต่างย่างทรายเปล้าโปล่งฟ้าชาเกลือ ฯ

๓๐๗

๏ ปรายปรูปู่เจ้าเจดตพังคี
ลักกระจั่น[๓๖๑]ขันใชศรี[๓๖๒]แซ่ม้า
ใครเครือเดื่อดีหมีมื้อเหลก[๓๖๓] เดกเอย
เฃามวกรวกรกฟ้าฝิ่นต้นคนจาม ฯ

๓๐๘

๏ กทกรกกกกนาก[๓๖๔]น้ำใจใคร
ราชดัตสลัดไดไข่เหน้า
พิษนาดพาดไฉนนากกภด กรดเอย
สอึกสอมซมเช้า[๓๖๕]ชิ่งช้าชาลี ฯ

๓๐๙

๏ มหาสดำคำไก่ต้นทนดี
หางตเค่เนระภูศรีซ่มกุ้ง
ชาเลือด[๓๖๖]เหมือดคนมีสมอภิเภก เอกเอย
ลมป่วนหวนหอมฟุ้งเปลือกไม้ใบยา ฯ

๓๑๐

๏ กำยานก้านกิ่งช้อยย้อยยาง
คิดใคร่ได้สำอางอบน้ำ
ยามไร้ไม่มีนางเสน่หพี่ นี้เอย
สรี้นกลิ่นสรี้นศุขซ้ำโศกเศร้าเช้าเยน ฯ

๓๑๑

๏ ฉลูดโลดโกฎเก้าค่าตาเสือ
มเดื่อดินขมิ้นเครือครอบฟ้า
กรันเกราเค่าเยนเหนือหนอนตยาก[๓๖๗] ซากเอย
หวายตมอยข่อยคล้าขลู่ขล้อสมอไทย ฯ

๓๑๒

๏ หนามหันสันพร้าพัก[๓๖๘]แพวแดง
สหัศคุนสมุลแวงสวาดเอื้อง
สลอดเสลาเหล่ากระเจี้ยงแจงกำจัด อัดเอย
หนุ่มอยุดขุดครบเขรื้องห่อผ้าลว้าศพาย ฯ

๓๑๓

๏ เกรี่ยงนำตำแหน่งแหร้แลหลาย
ทุบแหลกแตกเนื้อพรายพร่างพร้อย
เหมือนรู้ผู่เท่าทายถิ่นแร่ แม่เอย
ชมเล่นเยนบ่ายคล้อยคล่ำเนื้อเสือขะนอง[๓๖๙]

๓๑๔

๏ หวังปะพระปรอดรื้อดื้อเดิน
พลอยกวั่งสังบูเรเพลินพลอดพร้อง
หลีกหนามค่ามโขดเขินพนัศรื่น ครื้นเอย
ลำฦกนึกขนิด[๓๗๐]น้องเสน่หเต้าเคล้าคลอ ฯ

๓๑๕

๏ ดงมเกลือเหลือดกล้ำดำเหลือ
เล่หม่อมย้อมมเกลือกแจะให้
ใจหม่อมย่อมเหมือนเกลือกลิ่นร่ำ ดำเอย
ดำเทือกเปลือกแก่นไสร้ซี่นต้นผลดำ ฯ

๓๑๖

๏ เดินดงวงหว่างเวิ้งเซิงสูง
รื่นร่มชมฉมันฝูงฝ่าน[๓๗๑]เนื้อ
เนินไม้ใหญ่ยางยูงพยอมย่อม หอมเอย
ชุ่มชื่นกลืนกล้ำเกลื้อกลิ่นเกลี้ยงเพียงสุคน[๓๗๒]

๓๑๗

๏ ค่ามป่งลงฮ่วงน้ำค่ำเยน
ปะแต่หมอต่อกเตนตกกลิ้ง
หมอตายฝ่ายนกเปนปล่อยโปรด โทษเอย
ย่ามพ่า[๓๗๓]พร้ากะทอทิ้งไท่[๓๗๔]เฃ้ายาวยาน ฯ

๓๑๘

๏ สิ่งของต้องแต่งตั้งบังสกุน
ปลงพระอศุภบุญแบ่งให้
กรวดน้ำร่ำการุญเกรี่ยงกราบ ราบเอย
เถ้ากวั่งสังบุเรได้ดาบหญ้าม[๓๗๕]ตามประสง ฯ

๓๑๙

๏ จากศภพลบค่ำคลุ้มพุ่มพง
ป่าว่านย่านหย่อมดงแด่นลว้า[๓๗๖]
ตามเกรี่ยงเลี่ยงลัดลงแหล่งฮ่วย[๓๗๗] กวยแฮ
หักฮ่าง[๓๗๘]ค้างที่ถ้าถิ่นน้ำลำธาร ฯ

๓๒๐

๏ เกรี่ยงสองกองกิ่งไม้ใส่เพลิง
โพลงพลุ่งฟุ้งฟอนเซิงสว่างฟ้า
กวางปีบถีบป่ากเจิงกจัดถิ่น สิ้นแฮ
ดงว่านกำยานรย้ารเยือกข้างหว่างเฃา ฯ

๓๒๑

๏ เหล่าเกรี่ยงเลี้ยงหนุ่มน้อยอ้อยแตง
มันเผือกเลือกจัดแจงจุดไต้
เดือนหนึ่งพึ่งรวงแสวงหวานฉ่ำ ล้ำเอย
เอมอิ่มยิ้มแย้มได้เกรี่ยงด้วยช่วยรวัง ฯ

๓๒๒

๏ เหล่าลูกผูกฮ่างห้อยย้อยโยน
ไกวเล่นเจรจาโขนขับร้อง
ชักเชือกเยือกยวบโอนอ่อนสบัด กวัดเอย
กล่อมเห่เรไรซ้องแซ่เหรื้อยเฉื่อยเสียง ฯ

๓๒๓

๏ เกรี่ยงว่าป่าว่านร้ายควายงัว
เสือบ่อกล้ามากลัวกลิ่นหว้าน
เข้าชิดพิศมืดมัวเมาซบ สลบแฮ
ต้องย่างค้างไฟร้านรอดได้ไม่ตาย ฯ

๓๒๔

๏ เหมือนรู้ดูหว้านสว่างกลางดง
เลื่อมลุกทุกที่ตรงเกิดต้น
มืดมืดยืดสว่างวงว่านชื่อ กระสือแฮ
คิดใคร่ไปเที่ยวค้นขุดบ้างกลางคืน ฯ

๓๒๕

๏ เกรี่ยงห้ามยามหว้านลุกถูกตาย
แก่[๓๗๙]อย่างไรไม่คลายคลั่งคลุ้ม
จำอยุดสุดเสียดายดูอร่าม วามเอย
ริ่มห่าง[๓๘๐]ว่างซอกซุ้มสว่างหว้านด่านดง ฯ

๓๒๖

๏ ดึกดื่นชื่นชุ่มไม้ไพรพนม
พร่ำพร่ำน้ำค้างพรมพร่างฟ้า
กลิ่นว่านซ่านส่งลมกระหลบกรุ่น อุ่นเอย
ยิ่งมืดครืดสว่างกล้ากลิ่นกลุ้มคลุ้มเมา ฯ

๓๒๗

๏ หากครูรู้แก้ว่านท่านสอน
เศกขะมิ่น[๓๘๑]กินจึ่งนอนนั่นได้
เกรี่ยงเมาเหล่าลูกถอนให้ขะมิ่น กินแฮ
เมาส่างต่างกราบไหว้ว่าขมี้นกินหาย ฯ

๓๒๘

๏ ยามสามยามพิศหว้านซานซึม
เพลิงดับกรับเสียงกระหึมเห่าหื้อ
ว่านคนบ่นพึมพึมพูดค่าง[๓๘๒] ห้างแฮ
กบเขียดเอียดอึงอื้ออึ่งร้องซ้องเสียง ฯ

๓๒๙

๏ กาแกแต่แว่วแหว้วแจ้วเสียง
ไก่กุกลูกเจี๊ยบเรียงรอบห้าง
หนุ่มฟังนั่งมองเมียงหมายไก่ ใกล้แฮ
เกรี่ยงใส่ไฟค่างหล้าง[๓๘๓]ดับสิ้นกลิ่นยา ฯ

๓๓๐

๏ เกรี่ยงชวนจวนสว่างหว้านซ่านแสลง
ต่อแดดแผดแสงแขงค่อยเศร้า
อยู่ชิดพิศร้ายแรงร้อนทั่ว ตัวเอย
หนีออกนอกดงเข้าเขดลว้าพาเดิน ฯ

๓๓๑

๏ สามยามตามเกรี่ยงอย้อง[๓๘๔]มองทาง
เดือนแหว่งแสงรางรางเรี่ยไม้
เกรี่ยงเราเป่าหลอดพลางเพลิงชุด จุดแฮ
ออกจากปากดงได้แด่นลว้า[๓๘๕]ป่าสูง ฯ

๓๓๒

๏ หึ่งหึ่งพึ่ง[๓๘๖]เรียกร้องก้องกหึม
หมีบ่นด้นดุ่มพึมพุ่มไม้
เยนเยียบเงียบเงางึมสงบสงัด สัด[๓๘๗]เอย
ฟ้าพร่ำน้ำค้างไห้รเยือกเนื้อเหลือหนาว ฯ

๓๓๓

๏ จวนรุ่งฟุ้งดอกไม้ไพรพนม
รื่นรื่นชื่นอารมเรื่อยริ้ว
ร่วงหล่นบนเผ้าผมผอยถูก ตมูกเอย
ลมผ่าวหนาวดอกงิ้วง่วงเศร้าเหงาหงิม ฯ

๓๓๔

๏ หนาวลมห่มพ่าแก้แม่เอย
หนาวที่ใจใครเลยจแก้
ยามรุ่นอุ่นอกเคยเคียงคู่ อยู่แฮ
ยามเท่า[๓๘๘]เปล่าทรวงแท้เที่ยวค้างกลางดง ฯ

๓๓๕

๏ เกรี่ยงเราเป่าหลอดโหล้งโหว่งดัง
สำเหนียกเรียกรว้า[๓๘๙]ฟังฝ่ายบ้าน
ข้างเฃาเป่ารับระวังวิเวกโร่ โหร่แฮ
รู้ชัดลัดเข้าหญ้านหย่อมลว้ามาคอย ฯ

๓๓๖

๏ เกรี่ยงปะละว้ารับนับถือ
พาเค่าเย่าเรือนครื[๓๙๐]พี่น้อง
โหมไฟใส่ฟืนฮือให้นั่ง อังเอย
เช้าเพื่อนเกลื่อนมาพร้องพรกพร้อมล้อมสลอน ฯ

๓๓๗

๏ ลว้าเถือเนื้อสดให้ไส่กระบุง
หนุ่มแต่งแกงเผ็ดปรุงเปราะพร้อม
กินเค่า[๓๙๑]เหล่าเกรี่ยงมุงมองปาก อยากแฮ
เสจสับ[๓๙๒]กับเกรี่ยงล้อมกทะลี้มชิมแกง ฯ

๓๓๘

๏ ร้องอร่อยพลางซดกลุ้มหนุ่มสาว
แม่ลูกมูกฟูมยาวยืดย้อย
มด[๓๙๓]เนื้อเหื่อโทรมพราวพร่ำอร่อย น้อยฤๅ
กอดหนุ่มอุ้มหนูน้อยน่าได้ไว้ผัว ฯ

๓๓๙

๏ วานแกงแต่งพรีกพร้อมล้อมดู
ครกใหญ่ไส่โขลกครูครอบให้
กวางป่าฮ่า[๓๙๔]กระทะหูห้อมซด หมดแฮ
อิ่มอกยกมือไหว้แวดล้อมพร้อมเพรียง ฯ

๓๔๐

๏ สาวสาวเหล่าลูกลว้าหน้าชม
ยิ้มย่องผ่องผิวผมผูกเกล้า
คิ้วตาน่านวลสมเสมอฮ่าม[๓๙๕] งามเอย
แค่ง[๓๙๖]ทู่หูเจาะเจ้าจึ่งต้องหมองศรี ฯ

๓๔๑

๏ น้อยน้อยพลอยว่าลว้าหน้านวล
ยุทหยอกนอกเสื้อสวน[๓๙๗]แซ่ซ้อง
สาวสาวเหล่าลว้ากวนกอดหนุ่ม อุ้มเอย
ปล่ำ[๓๙๘]เล่นเช่นพี่น้องนึกหน้าปรานี ฯ

๓๔๒

๏ ตาลวด[๓๙๙]ยวดยิ่งลว้าป่าเฃียว
เคยปะพระเจดีเดียวเที่ยวด้วย
ลาสาวเหล่าลว้าเกรียวกรูส่ง ดงเอย
เกรี่ยงเลือกเผือกมันกล้วยแบกบ้างทางไกล ฯ

๓๔๓

๏ ลวดลว้าพาเลี้ยวลัดตัดทาง
ไผ่ป่าหนาหนามกลางกลับเกลี้ยง
พ้นไผ่ไม้ยูงยางยามหล่น ผลเอย
ลูกร่อนว่อนเวียรเหลี้ยงหลีกต้นหล่นไกล ฯ

๓๔๔

๏ ลูกยางอย่างลูกน้อยถ่อยสถุน[๔๐๐]
ไม่รักศักศรีกระกุน[๔๐๑]เก่งก้อ
ครูสอนห่อนเหนคุนคิดออก นอกเอย
ปลิ้นปลอกหลอกหลอนฬ้อเล่ต้นผลยาง ฯ

๓๔๕

๏ เยนชื่นรื่นร่มไม้ไพรรหง
เปนป่ากฤศนาลงสลับไม้
โกร๋นเกราะเผาะผุะผงผุยล่อน กร่อนเอย
กฤศนางว่าครื[๔๐๒]ไสร้พุะไม้ใหญ่พยูง ฯ

๓๔๖

๏ ขึ้นเนินเดินใกล้ชิดกฤศนา
หอมรื่นชื่นนาสาสูดซ้ำ
สมมุดดุจดังทาแป้งกแจะ และเอย
ใครไม่ได้ให้น้ำกุหลาบกุหล้อยน้อยใจ ฯ

๓๔๗

๏ ฃาดขะมิ่นสรี้นแม่เลี้ยงลูกเอย
สารภีพ่อเคยขัดเนื้อ
บุญนากยากไร้เชยเช่นกลิ่น ขมิ้นแฮ
ถึงไม่เหลืองเรืองเหรื้อร่ำง้อฃอหญิง ฯ

๓๔๘

๏ หนุ่มหนูรู้อบผ้าหาหอม
ดอกไม้ไส่ห่อสนอมแนบไว้
ขาดแป้งแต่งตัวมอมมีดอก ไม้เอย
ต่างฝูก[๔๐๓]ลูกนอนได้นุ่มเนื้อเจือหอม ฯ

๓๔๙

๏ อกเอยเคยขู้พลอดฉอดเสียง
ตกเถื่อนเพื่อนกับเกรี่ยงรว้า
ยามมีที่รักเคียงค่างค่อน ฉออน[๔๐๔]เอย
ยามยากบากเบือนหน้านึกน้องสยองแสยง ฯ

๓๕๐

๏ ทางร่มลมรื่นเหรื้อยเชื่อยโชย
หอมสุกกรมยมโดยดอกไม้
ผิละพวงกลิ่นโรยรริกร่อน ว่อนเอย
ตูมตาดกลาดหล่นใกล้เกลื่อนข้างทางเดิน ฯ

๓๕๑

๏ ตวันเที่ยงเลี่ยงเลียบน้ำลำธาร
ภบที่ศีลาลานฦกซึ้ง
อยุดยั้งนั่งสำราญร่มโศก ฉโงก[๔๐๕]เอย
ชื่นฉ่ำน้ำอ่อนอึ้งอาบเหล้น[๔๐๖]เยนสบาย ฯ

๓๕๒

๏ หนูหนุ่มทุ่มท่องน้ำลำลหาน
ฟุ้งฟาดสาดสายสนานสนุกบ้า
ลวดกวั่งซั่งบูเรบูรานเรียนหนุ่ม กระทุ่มเอย
เด็กอ่อนสอนเกรี่ยงลว้าว่ายน้ำสำราน ฯ

๓๕๓

๏ เกรี่ยงเลือกเชือกชิ่งช้าช่วยแขวน
หนุ่มหนุ่มรุมไกวแสนสนุกล้ำ
เจรจาว่าถวายแหวนหวังเหาะ เคราะแฮ
วัน[๔๐๗]ฃาดพลาดโพล่งน้ำสนั่นร้องซ้องเสียง ฯ

๓๕๔

๏ น้ำใสไหลเลื่อนช้าปลากริม
กระกรับเกราะเราะเรียงริมร่มไม้
ศรีศะตะกั่วพิมพาตพาก[๔๐๘] มากเอย
ปักเป่า[๔๐๙]เหล่าหลดไหล้แฉลบเลี้ยวเที่ยวสลอน ฯ

๓๕๕

๏ แห่งตื่น[๔๑๐]พื้นกรวดแก้วแวววาว
วาววับจับพฤกษพร้าว[๔๑๑]พร่างน้ำ
นิลบ้างหล่าง[๔๑๒]เหลืองขาวเฃียวแข่ง แดงเอย
ช้อนคึ่น[๔๑๓]มึนมัวคล้ำเคลือบคล้ายสลายสลัว ฯ

๓๕๖

๏ กลางน้ำคล่ำดอกไม้ไหลลอย
เหล่าหนุ่มสุ่มว่ายคอยแข่งคว้า
เด็จกลีบจีบเรือพลอยเพลินเล่น เยนเอย
เกรี่ยงว่ายได้ลว้าว่ายไหม้ไคร่เปน[๔๑๔]

๓๕๗

๏ ชุ่มชื่นขึ้นจากน้ำสำราน
ลว้าเกรี่ยงเลี้ยงอ้อยตานมตาดมต้อง
เงาะป่าว่าหวายหวานวางต่าง ต่างเอย
อิ่มชื่นรื่นเริงร้องรับช้าลาธาร ฯ

๓๕๘

๏ ตวันบ่ายหายเลื่อยล้าคลาไคล
ค่ามโป่งดงเหลกไหลแล่ง[๔๑๕]ขมิ้น
ภบเตาเก่าก่อไฟผ้าพาด บาตแฮ
ตายแน่แร่กินสริ้นซากเนื้อเหลือของ[๔๑๖]

๓๕๙

๏ สงสารท่านที่ม้วยอวยบุญ
กระดูกยังบังสกุนเก็บผ้า
ย่ามบาตขาดเปนจุน[๔๑๗]จุดใส่ ไฟเอย
ตายเปล่าเจ้ากูบ้าบ่อรู้ครูสอน ฯ

๓๖๐

๏ เหล็กไหลได้แต่บ้าหาแสวง
ถูกแร่แม่สารแสลงเหล็กคล้าย
หลอมถลุงพลุ่งเพลิงแรงราวรศ กรดเอย
ควันพิศฤทธสารร้ายร่ำไซ้ไสร้สูร[๔๑๘]

๓๖๑

๏ เดินทางหว่างไม้ชัด[๔๑๙]ลัดเฉลียง
ลมตกนกสนั่นเสียงแซ่ร้อง
ร่ายไม้ไต่มองเมียงเหมือนจัก ทักเอย
เพรียกพลอดฉอดเสียงซ้องแซ่จ้อซอแซ ฯ

๓๖๒

๏ นกตฃาบคาบตขบเต้นเผ่นโจร[๔๒๐]
บ้ารบุ่นขุนแผนโผนผ่านหน้า
เหล่านกหกหิ้วโหนห้อยไต่ ไม้แฮ
ไก่เถื่อนเกลื่อนไก่ฟ้าฟุบไม้ไซ้ขน ฯ

๓๖๓

๏ คู่ลา[๔๒๑]โห่โหรโร่โหร้โห่โหย
โภระโดกโหวกวิเวกโหวยแว่วซ้อง
ยามยินยิ่งดิ้นโดยเดินหว่าง ทางเอย
เฆ้า[๔๒๒]กู่กู๋กู่ก้องไก่แก้วแจ้วเสียง ฯ

๓๖๔

๏ แซ้งแซวแว่วแหว้วพลอดฉอดเสียง
หวีดหว่อจ้อจับเคียงคู่เคล้า
นึกเหมือนเพื่อนรักเรียงร่ำพลอด ฉอดเอย
อายนกอกใจเศร้าโศกสอื้นฝืนเดิน ฯ

๓๖๕

๏ ผงกผงกนกอี่แอ้น[๔๒๓]กระแวนกระเวน
กวักเกว่าเหล่ากางเขนแขกเต้า
ตัวภู่[๔๒๔]จู่โจมเจนกโจมจับ ทับแฮ
ขะมิ่นอ่อนนอนแนบเคล้าคู่ป้อนสลอนเหลือง ฯ

๓๖๖

๏ หนุ่มหนูดูขมิ้นอ่อนนอนคลอ
ใครช่วยทามาหนอนกขมิ้น
เหลืองอ่อนหล่อนลองฃอขมิ้นนก ขมิ้นเอย
ขมิ้นที่ของน้องสิ้นแซ่งฉอ้อนวอนฃอ ฯ

อักษรสาม

๓๖๗

๏ รวังไพรร่ายร้องกร่อกร๋อกรอ
แอ้แอ่แอ้แอ๊อุลอเลียบร้อง
พญาลอล่อล้อคลอเคล้าคู่ อยู่แฮ
กะหรอดกรอดกร๊อดกร๋อกร้องกะรอกเต้นเล่นกระแต ฯ

๓๖๘

๏ ต้อยตี๋วิศ[๔๒๕]ชิศ[๔๒๖]โฉบร้องก้องเกรียว
ตวี๋ดตวิ๋ดติ๋ดเตี่ยวเตียวเจี่ยวจ้อย
ตามทักปักหน้าเจียวเจ้าตี๋วิด กระจิ๋ดเอย
เด็กรักทักถามกต้อยกเตาะเต้นเผ่นหนี ฯ

๓๖๙

๏ กต่ายตุ่นวุ่นวิ่งข้างทางเตียน
เด็กโดดโลดไล่เฉวียร[๔๒๗]ฉวัดคว้า
ทักกระทอล่อเลี้ยวเวียร[๔๒๘]วิ่งลัด สกัดแฮ
ล้มลุกคุกเข่าหน้านิ่วต้องย่องเดิน ฯ

๓๗๐

๏ ตวันเยนเหนโขดตขุ้ม[๔๒๙]เฃาเฃียว
สูงสุดดุจกลีบเกลียวเมฆคลุ้ม
เสือกวางต่างกระเกริงเกรียวเกริ่นป่า มาแฮ
เดชะพระเจ้าคุ้มคชร้ายควายเสือ ฯ

๓๗๑

๏ ถึงถิ่นหินเงื้อมงอกกรอกเฃา
หินหลักปักสองเสาซอกน้อย
ลอดเลี้ยวเหนี่ยวหน่วงเถาลัดา[๔๓๐]ช่วย ด้วยแฮ
ลงภุปรุะน้ำพร้อยพร่างคล้ายสายฝน ฯ

๓๗๒

๏ พระเจดีที่ค่างถ้ำบุรำบุราน
สูงสักหกสอกประมาณลม่อมป้อม
ปตู[๔๓๑]มีที่ช่องดานดันปิด สนิดแฮ
ปูนเพชรเขดเฃาล้อมแล่ง[๔๓๒]ไว้ใบลาน ฯ

๓๗๓

๏ หนูหนุ่มรุมเข้าผลักปักกตู[๔๓๓]
ปิดห่องของท่านผู่ภิเศศ[๔๓๔]ไว้
ต่างมองซ่องดานดูแวววับ ลับแฮ
สะมาบาปกราบกรานไหว้หวังผึ้ง[๔๓๕]จึ่งมา ฯ

๓๗๔

๏ จัดแจงแต่งตั้งธูปเทียรถวาย
เข้าตอกดอกไม้รายรอบล้อม
สง[๔๓๖]พระประสุคน[๔๓๗]ปรายปรุงรศ สดเอย
กราบพระประนศน้อมนั่งไต้[๔๓๘]ไทรทอง ฯ

๓๗๕

๏ จุดเทียรเวียรสว่างเวิ้งเพิงผา
น้ำภุ[๔๓๙]ทลุศีลาลั่นครื้น
ห้วงห้องปล่องคงคาขังเปี่ยม เปรี่ยมเอย
ชื่นชุ่มภูมิภาคพื้นภิฦก[๔๔๐]หน้าอาไศรย ฯ

๓๗๖

๏ หาถ้ำค่ำมืดไหม้[๔๔๑]ใคร่เหน
สงัดเงียบเยียบเยือกเยนอย่อมไม้
ภบแท่นแผ่นผาเปนปูนเพช สำเรจเอย
ที่อยู่ผู่ภิเศศไว้ฉวากเวิ้งเพิงเฃา ฯ

๓๗๗

อาไส[๔๔๒]ในเงื้อมฉโงกโกรกผา
ที่แท่นแผ่นศีลาเลื่อมแก้ว
เทียรธูปบุพ[๔๔๓]บูชาเชิญช่วย ด้วยเอย
กราบพระอธิถานแล้วลูกน้อยพลอยนอน ฯ

๓๗๘

๏ เกรี่ยงกวั่งทังลวดลว้ากล้าแขง
ฟืนไส่ไฟโพลงแสงสว่างหน้า
หุงเค่าเต่า[๔๔๔]ต้มแกงกินเสจ[๔๔๕] สำเรจแฮ
นั่งเล่นเยนเยือกฟ้าพร่ำพร้อยฝอยฝน ฯ

๓๗๙

๏ ลวดว่าป่าปู่เจ้าเฃาโพรง
ที่อยู่หมู่ช้างโขลงคล่ำล้อม
เยนเช้าเหล่าช้างโยงฝูงเที่ยว เกรียวแฮ
มาปลอดยอดดีด้อมดอดเข้าเฃาสบาย ฯ

๓๘๐

๏ ไต้เหนือเสือช้างรอบขอบเฃา
อยู่แต่นอกสอกเสาแซ่ซ้อง
โกรกกรอกซอกแซกเราทลุโตล่ง โว่งเอย
สัต[๔๔๖]อื่นหมื่นแสนต้องเติ่งค้างข้างเฃา ฯ

๓๘๑

๏ เกรี่ยงลว้าป่าปู่เจ้าเขากลัว
อยู่แต่นอกกลอกหวัวไว่[๔๔๗]ซ้อง
แสกเส้าเค่ามามัวมืดน่า ตาแฮ
เด็กใหญ่ไม่รู้ฉ้อง[๔๔๘]ฉวากโว้งโพรงเฃา ฯ

๓๘๒

๏ ตาลวดอวดอ้างเริ่มเดิมที
โขลงไล่ไพล่ผลุนหนีเหนี่ยวไม้
เหนปล่องช่องเลกมีมุดลอด ตลอดแฮ
จึ่งปะพระเจดีได้สดับต้นหนหลัง ฯ

๓๘๓

๏ ฟังผร่ำ[๔๔๙]ตำ[๔๕๐]เรื่องรู้บูราน
ศักสิทพิศฎาน[๔๕๑]ชาญเชี่ยวแท้
ตรวดน้ำร่ำอธิถานเทพช่วย ด้วยเอย
ขอปะพระปรอดแก้สดวกได้ใบลาน ฯ

๓๘๔

๏ น้ำพึ่ง[๔๕๒]ครึ่งจอกตั้งสังเวย
เชิญพระปรอดเสวยหว่างไม้
บุบผาบุชาเชยช่วยชัก สลักแฮ
ฃออ่านลานทองได้ดุจข้าอาวร ฯ

๓๘๕

๏ หนึ่งครูผู่ภิเศศส้างปางหลัง
เชิญช่วยอวยสวัดิหวังไว่เท้า[๔๕๓]
ประโหญด[๔๕๔]โปรดสัตสังสารวัด[๔๕๕] สวัดิ[๔๕๖]เอย
จึ่งจิตสิทธิแก่กล้ากม่อม[๔๕๗]หมั้นกตันยู[๔๕๘]

๓๘๖

๏ อัพิวาท[๔๕๙]ราตน[๔๖๐]หนั้งตั้งใจ
หวิดหวิดชิดเฉียดไฟฟอดผึ้ง
เทียรดับกลับจุดไฟส่องขเม่น[๔๖๑] เหนแฮ
สธุสพระปรอดขรึ้งจอกแก้วแพรววาว ฯ

๓๘๗

๏ หญิบขึ้นลื่นหลุดเหล้[๔๖๒]ปรอดเหลว
ใสเหน่งเปล่งปลอดเปลวปลอบช้อน
ห่อนเหนเช่นองคเอวเล็ดฟ่าย[๔๖๓] คล้ายแฮ
หญิบหลุดปลุดปลิ้นปล้อนเปล่าคล้ายหายสูร ฯ

๓๘๘

๏ น้ำพึ่งครึ่งกระบอกตั้งหวังริน
ฟอดฟอดปรอดกินกบปล้อง
ควักขึ้นลื่นตกหินหายเปล่า เล่าแฮ
หนุ่มห่อ...[๔๖๔]อยู่ซ้องแซ่ปล้ำคลำหวาม[๔๖๕]

๓๘๙

๏ เกรี่ยงลว้าผ้าขอดเข้าเปล่าหาย
ใส่กลักหนักมือหมายมั่นแท้
กลับลอดปลอดเปล่าดายเดกกโดด[๔๖๖] โครท[๔๖๗]เอย
ลื่นหลุดสุดกลแก้กิจสึ้งตรึงกระสิน ฯ

๓๙๐

๏ หายลื่นคืนเข้ากบอกออกถูน[๔๖๘]
รุ่มร่ำน้ำพึ่ง[๔๖๙]สูนซิ่นม้วย[๔๗๐]
ปรอดหายฝ่ายกองกูลก่อกลับ ดับแฮ
เทียรท่วยพลอยหมดด้วยเด็กจ้องส่องแสวง ฯ

๓๙๑

[๔๗๑]ดึกสามยามสงัดครึ้มงึมเงา
เยนเยียบเงียบขอบเฃาโขดเงื้อม
มืดคลุ้มพุ่มกระแบกกระเบาบังปิด มิดเอย
แวววับลับแลเหลื้อมปรอดหร้อน[๔๗๒]ว่อนเวียร ฯ

๓๙๒

๏ เกือบรุ่งฝูงช้างแซ่แปร๋แปร๋น
กรวดป่ามาแกร๋นแกร๋นเกริ่นหย้าน
ฮูมฮูมอู่มอึงแสนสนั่นรอบ ขอบแฮ
คึกคึกทึกเสทือนสท้านถิ่นไม้ไพรพนม ฯ

๓๙๓

๏ ต่างตื่นฟื้นสติตั้งฟังโขลง
ครื้นครั่นลั่นผึงโผงแผดร้อง
เกรี่ยงเราเป่าหลอดโหวงโหว่งโว่ โร่แฮ
ช้างสงัดบัดเดี๋ยวซ้องแซ่เข้าเสาหิน ฯ

๓๙๔

๏ อึกกทึกครึกครื้นนอกกรอกทาง
หักค่น[๔๗๓]ต้นยูงยางย่ำค้น
เหมือนรู้ว่าอยู่กลางกลีบช่อง ปล่องแฮ
จนรุ่งฝูงช้างร้นรุกร้องซ้องเสียง ฯ

๓๙๕

๏ เกรี่ยงลว้าพาขึ้นฉโงกโกรกสูง
แลค่างล่าง[๔๗๔]ช้างฝูงฟูดฉเง้อ
กลิ่นใกล้ไล่โยกยูงยางค่น[๔๗๕] ต้นแฮ
เขย่งคึ้นยื่นงวงเหญ้อ[๔๗๖]ยุดไม้ไต่เฃา ฯ

๓๙๖

๏ ดูเล่นเหนสนุกหน้าผาเผิน
ตรงกรอกซอกเสาเนินนั่งพร้อม
ช้างยิ่งวิ่งพล่านเพลินพลอยคว่าง[๔๗๗] ช้างแฮ
ช้างแล่นแปร๋นฮูมห้อมหืดฮื้ออื้ออึง ฯ

๓๙๗

๏ หนุ่มหนุ่มรุมโห่ขว้างช้างโขลง
มันขเม่นเหนคนโขยงเย่อไม้
ตามุ่งพลุ่งพลามโพลงพลั่งพลั่ง ปลั่งแฮ
ฮูมเค่าเสาหินไง้งัดง้างสล้างสลอน ฯ

๓๙๘

๏ แลดูหมู่ช้างเถื่อนเกลื่อนโขลง
ลุยป่ามาผางโผงพวกพ้อง
ยัดเยียดเสียดแซกโยงยาวยืด มืดแฮ
แหงนน่างาเงยซ้องสลับสล้างค่างเฃา ฯ

๓๙๙

๏ ช้างบ้างาใหญ่เฟื้อยเปลือยเปลา
ทลวงทลึ่งถึงแทงเสาสวบง้าง
งากระเด่น[๔๗๘]เผ่นท้าวเทาแทงอีก ฉลีกเอย
บ้าเลือดเดือดดุนช้างอื่นร้องซ้องเสียง ฯ

๔๐๐

๏ เพลินดูหมู่ช้างคล่ำต่ำสูง
เตี้ยค่อมปลอมแปลกฝูงเฟ่าฉแง้
ขุดขัด[๔๗๙]งัดยางยูงยับทับ สลับแฮ
จนเที่ยงเสียงเซงแส้แสบท้องต้องถอย ฯ

๔๐๑

๏ เกรี่ยงลว้าปลาเค่าน้ำสำรอง
ติดย่ามตามทำนองน่าไม้
พรีกเกลือเมื่อฃาดของคิดคู่ หมูเอย
อร่อยอิ่มยิ้มแย้มได้เด็กน้อยพลอยเพลิน ฯ

๔๐๒

๏ เลียบเดินเนินไม้รอบขอบเฃา
รื่นร่มชมฉลูด[๔๘๐]เสลาสลับเลื้อย
มสังมทรางกร่างกรันเกรากรวยกระทุ่ม ฉอุ่มเอย
เคี่ยมข่อยสร้อยฟ้าเฟื้อยเฟื่องฟุ้งจรุงรวย ฯ

๔๐๓

๏ มไฟมเฟืองเหลืองอร่ามต้นผลพวา
แมงคุดลมุดษีดาดกด้วย
บูราณท่านปลูกมามีพืด ยืดเอย
ไม้งอกซอกเหวห้วยดอกห้อยย้อยไสว ฯ

๔๐๔

๏ มตูมมตาดกลาศกลิ้งหล่นล้นเหลือ
เดกใคร่ได้ไส่เรือร่ำค้า
เหมือนปลูกลูกดอกเฝือฟุ้งตลบ อบเอย
อยากอยู่ดูสนุกหน้านั่งเหล้น[๔๘๑]เยนใจ ฯ

๔๐๕

๏ เลียบรอบขอบเขตฃ้ำ[๔๘๒]ย่ำเยน
มาที่เจดีเหนแห่งถ้ำ
น้ำภุปรุะซ่านเซนสาดปิด มิดแฮ
ต่อนั่งหลังรับน้ำภุไว้ได้เหน ฯ

๔๐๖

๏ อยากดูซู่[๔๘๓]เปียกน้ำตรำหนาว
มืดขเม่น[๔๘๔]เหนแวววาวสว่างหว้าน[๔๘๕]
ภุน้ำพร่ำพรมพราวหนาวสุด อยุดแฮ
ต่างต่างคางสั่นสท้านสทึกสท้อนถอนใจ ฯ

๔๐๗

๏ หนาวน้ำซ้ำเปียกผ้าหน้าจ๋อย
สุมไส่ไฟโพลงพลอยผึ่งผ้า
เพลิงแรงแฮ่ง[๔๘๖]แล้วคอยฃึงอื่น ผืนแฮ
พร้อมพรั่งทังเกรี่ยงลว้าไว่[๔๘๗]ตั้งสังเวย ฯ

๔๐๘

๏ บุบผาสารพัดพร้อมหอมรเหย
บำบ่วงสรวงสังเวยสวัดิให้
ผลักดูปตูเผยภอขเยื่อน เคลื่อนแฮ
แย้มช่องสองนิ้วได้เด็กด้วยช่วยดุน ฯ

๔๐๙

๏ ในห้องมองมืดกลุ้มคลุ้มควัน
หอมรื่นชื่นกลิ่นจรร[๔๘๘]จากห้อง
ผลักอีกกริกกลอนดันดุนผลัก หนักแฮ
ปตูกลับหับกึงก้องปกับแหน้น[๔๘๙]แผ่นผนัง ฯ

๔๑๐

๏ โยกคลอนห่อนจได้ไหวสเทือน
รู้เท่าเจ้าบิดเบือนบ่อให้
เยนย่ำค่ำคิดเฟือนไฟไส่ ไว้แฮ
ไกลถิ่นสริ้นเทียร[๔๙๐]ไต้ต่างต้องกองเพลิง ฯ

๔๑๑

๏ เหมือนรู้ครูเถ้าเล่าเราเหน
ถ้ำที่เจดีเปนป่าซึ้ง
เบิกสลักผลักกระดอนกระเดนกระดากกลับ หับแฮ
หมดเลี่ยนเทียรน้ำผึ้งผักส้าปลายำ ฯ

๔๑๒

๏ คิดกลับหลับอ่อนสอื้นตื้นใจ
กรีดกริ่งหริ่งเรไรเรื่อยร้อง
แจ้วแจ้วแว่วเสียงไสซอรับ ขับเอย
เรื่อยเรื่อยเฉื่อยเสียงซ้องเสนาะน้ำคำครวน ฯ

ฝัน

๔๑๓

๏ เสียวทราบวาบสว่างเวิ้งเผิงผา
เพียงพระโรงโถงฝาเฟ่า[๔๙๑]ท้าว
สี่นางค่าง[๔๙๒]เคียงพญายอดยิ่ง หญิงเอย
ไว้จุกลูกเล็กจ้าวแจ่มหน้าสง่างาม ฯ

๔๑๔

๏ ท้าทับจับปี่จ้องลองซอ
พร้อมพรั่งนั่งเรียงรอเรียบร้อย
กระษัตรหัฐ[๔๙๓]จบฃอคำขับ สดับแฮ
ยินชื่อฦๅเลื่องถ้อยเทพท้าวกล่าวยอ ฯ

๔๑๕

๏ จำรับขับกล่อมท้าวกล่าวกลอน
ชมพระศะศริทร[๔๙๔]ถ่องฟ้า
ดาวประดับกับจรร[๔๙๕]จรแจ่มเมฆ วิเวกเอย
เพียงราชนาฎนวลหน้านอบน้อมล้อมสลอน ฯ

๔๑๖

๏ ท้าวชอบตอบเหล้า[๔๙๖]เรื่องเบื้องบุราณ
ปราสาทราชวังสถานท่านส้าง[๔๙๗]
เฃารอบขอบปรากาล[๔๙๘]เกิดห่า มาแฮ
เปนเถื่อนเกลื่อนโขลงช้างช่วยเฝ้าเข้าของ ฯ

๔๑๗

๏ เจดีที่อยู่ห้องทองพทม
ปรอดเสร็จเพชปูนปสม[๔๙๙]ใส่ไว้
สำหรับกับถั่วนมเนื้อแผด แปดแฮ
ของลูกจุกจได้เกิดสร้างปรางทอง ฯ

๔๑๘

๏ ใช่ยาอายุร้อยแสนปี
ทั่วล่า[๕๐๐]หาห่อนมีแม่นแล้ว
ปรอดฟอดรัศมีเสมอเม็จ[๕๐๑] เพชเอย
ใช่พระปรอดแพร้วพระไหว้ใช่การ ฯ

๔๑๙

๏ หนึ่งคว่าง[๕๐๒]ช้างเจ้าป่างากระเดน
โป่งป่ามาคอยเขน[๕๐๓]เคียดแค้น
สมเคราะ[๕๐๔]เพราะเหตุเหนให้สวัดิ กษัตรเอย
นอนหลับทับที่แถ้น[๕๐๕]ท่านอ้างทางบุญ ฯ

ห้าม ๓ ข้อ

๔๒๐

๏ ห้ามอย่าหาปรอดแหร้แชเชือน
สืบทร่างทางบุญเบือนแบ่งบ้าง
ยายืนหมื่นปีเฟือนฝ่ายว่า บ้าแฮ
อย่าอยู่จู่หนีช้างช่วยให้ไปดี ฯ

๔๒๑

๏ ปลาดหลากฝากบุตรไว้ให้เรียน
กลอนกล่าวท่านลัศเตียน[๕๐๖]แต่ต้น
ลูกวานอ่านรามเกียรเกิดยุก[๕๐๗] สนุกแฮ
ช้างไล่ได้พาพ้นพูดอ้อนวอนวาน ฯ

ตื่น

๔๒๒

๏ สว่างตื่นขึ้นเก้าค่ำสำคัน
จาฤกเรื่องเมืองสุพรรณผูกไว้
เคลิ้มเหนเช่นไฝ่ฝันฟังเจ้า เล่าเอย
ลูกเล็กเด็กจได้สดับห้ามสามสถาน ฯ

๔๒๓

๏ เลยลาป่าปู่เจ้าเช้าสาย
ออกจากปากปล่องหมายมุ่งช้าง
เหนเกลื่อนเถื่อนพังพลายพล่านสกัด อัดเอย
ล้อมรอบขอบเฃาข้างเขดเฃ้าเสาหิน ฯ

๔๒๔

๏ ใจหายหมายดุจเจ้าเข้าฝัน
โป่งป่ามาสกัดกันเก่งแท้
โห่ขับกลับกลุ่มถลันทลวงไล่ ใกล้แฮ
อยู่จค่ำจำแก้ก่อให้ไฟโพลง ฯ

๔๒๕

๏ เกรี่ยงลว้ากล้าไล่ช้างกลางโขลง
คบแกว่งแสงเพลิงโพลงพล่านร้อง
ช้างตื่นครื้นเครงโยงเหยียดป่า ล่าแฮ
เซงแซ่แปร๋แปร๋นซ้องสนั่นหน้าป่าเปิง ฯ

๔๒๖

๏ ฮูมฮูมอูมอื้ออึกกทึกโขลง
ป่าแหลกแตกผางโผงแผดร้อง
ฝุ่นฟุ้งพลุ่งควันโขมงมืดล่า[๕๐๘] ฟ้าแฮ
สเทือนสทึกกึกก้องเกือบเถี้ยง[๕๐๙] เสียงอึง ฯ

๔๒๗

๏ เหนเงียบเลียบเลี้ยวออกกรอกทาง
งาหัก[๕๑๐]ดักเดินขวางไขว่ค้น
ไม้ไล่ก่ายกีดกางเกะกะ ผงะแฮ
เหนจะไปไม่พ้นผ่อนเข้าเสาหิน ฯ

๔๒๘

๏ บัดเดี๋ยวเกรียวตรวด[๕๑๑]แส้แกร๋แกร๋น
ขวักไขว่ไปมาแทนท่องเถี้ยว[๕๑๒]
ฬ้อเล่นเช่นผัดแพนพวกเดก เลกเอย
มันไล่ไพล่ผลุนเลี้ยวลอดเข้าเสาหิน ฯ

๔๒๙

๏ จุดไฟไล่แล้วค่อยถอยไป
เพลิงดับกลับเวียรรไวแวดล้อม
หลอดเป่าเท่าไรไรไม่ว่าง ช้างเอย
ดุจว่าฆ่าศึกห้อมฮุ่ม[๕๑๓]ไว้ใจหาย ฯ

๔๓๐

๏ เกรี่ยงลว้าหน้าไม้ส่องย่องบัง
ยิงแปรกแสกหน้าปั๋งป่วนร้อง
งาหักปักกมับ[๕๑๔]ฉมังหมุนป่วน ซวนแฮ
ฝูงเถื่อนเพื่อนพยุงซ้องแซกแส้แปร๋แปร๋น ฯ

๔๓๑

๏ ยางน่องต้องช้างคลั่งปดัง[๕๑๕]เสียง
เพื่อหน่วงงวงประคองเคียงเค่าไม้
ต่างห่างต่างมุ่งเมียงฉม้ายม่าย หมายแฮ
เหลือจลี้หนีได้เด็กน้อยหง่อยเหงา ฯ

๔๓๒

๏ เกรี่ยงลว้าว่าไว่[๕๑๖]เจ้าเฃาโพรง
ช่วยขู่หมู่ช้างโขลงคลาศแคล้ว
ไปถึงจึ่งรำโรงรินเล่า[๕๑๗] เจ้าเอย
จวนค่ำร่ำว่าแล้วหลอดเร้าเป่าถวาย ฯ

๔๓๓

๏ บัดเจ้าเข้าหนุ่มหนั้ง[๕๑๘]สังบุเร
ลุกคึ่นยืนโซเซซั่น[๕๑๙]สท้าน
ยุดมือฮื่อหันเหฮึดฮัด สบัดแฮ
เหนผิดคิดขันจ้านจับไข้ใช่เชิง ฯ

๔๓๔

๏ รู้ที่[๕๒๐]ผีวิ่งเข้าเดาถาม
มาแต่ไหนไขความบอกบ้าง
พลิกผลักซักถึงสามหนตคอก[๕๒๑] ออกแฮ
ไอ้ลว้าฆ่าช้างฉุดไว้ใช้แทน ฯ

๔๓๕

๏ ลวดลว้าว่าไห้ช่วยด้วยเอย
สังบุเรเซเลยสลบแหน้[๕๒๒]
แก้ไขไม่ฟื้นเฉยฉุนคิด ผิดแฮ
จนค่ำจำจนแท้ทุกท้อรย่อแสยง ฯ

๔๓๖

๏ หวังยุดพุทธิเจ้าพระชนะมาร
โปรดปราบราพรางควานไขว่ล้อม
เดชะพระกุศลชาน[๕๒๓]เชินช่วย ด้วยเอย
เคลิ้มเช่นเหนพระพร้อมสพรั่งคล้ายหลายหน ฯ

๔๓๗

๏ เกรี่ยงจามสามฉาดฟื้นยืนหัน
หวัวร่องององันง่วงง้ำ
สองเท่าเค่าถามผันผินขีก[๕๒๔] อีกแฮ
พยักน่าว่าเมื่อฃ้ำ[๕๒๕]ขับน้อยคอยฟัง ฯ

๔๓๘

๏ สังบุเรเซซุดหนั้ง[๕๒๖]ยังหาว
ถามว่าตามันวาววิ่งคว้าง
หวัวจุกลูกเลกขาวเขาช่วย ด้วยแฮ
ว่าพ่อฃอบุญจ้างจให้ไปตาม ฯ

๔๓๙

๏ เหมือนฝันขันน้ำตรวจสวดสัภี[๕๒๗]
พ้นทุก[๕๒๘]ศุกขีศุกขีคึ่นฟ้า[๕๒๙]
โขมดโขลงโป่งป่าผีผาศุข สนุกเอย
อย่าหน่วงหวงห้ามช้าช่วยสร้างทางกุศล ฯ

๔๔๐

๏ แว่วเสียงเพียงรนาดฆ้องหนองเหนง
จวนค่ำซ้ำวังเวงหว่างไม้
ฤๅเจ้าเฟ่า[๕๓๐]ฟังเพลงพลอยบ่วง สวงเอย
แนะหนุ่มรุมร้องไหว้สวัดิเจ้าเฃาเขิน ฯ

๔๔๑

๏ ขับข้อยอยศท้าวกล่าวกลอน
สิงสู่อยู่สิงขรห่อนเศร้า
พร้อมภัก[๕๓๑]อักษร[๕๓๒]สมรเสมอกษัตร สวัดิเอย
ขับกล่อมน้อมแนบเฝ้าฟุบเฟี้ยมเสงี่ยมงาม ฯ

๔๔๒

๏ สองข้อยอยศหญิ้ง[๕๓๓]สิงขร
เสวยศุขทุกภุทันดร[๕๓๔]ห่อนร้าง
ไม้งอกออกออรชรฉัด[๕๓๕]สพรั่ง บังเอย
ชุ่มชื่นพื้นพฤกสล้างสลับล้อมพร้อมไสว ฯ

๔๔๓

๏ สามข้อยอยศไม้ไพรศาร[๕๓๖]
ชื่นชุ่มภุมิภาก[๕๓๗]สถานเถื่อนกว้าง
ผลดอกออกอวยทานอุทิศทั่ว ตัวเอย
แขนงหน่อกอกาบสล้างเลิศลำ[๕๓๘]จำเจริญ ฯ

๔๔๔

๏ สี่ข้อยอยศสริ้น[๕๓๙]ถิ่นถาน
เทพทุกรุกขโรงศาร[๕๔๐]ท่านส้าง
เชิญอยู่สู่สำรานวานช่วย ด้วยเอย
กั่น[๕๔๑]โป่งโหงห่าช้างช่วยให้ไปสบาย ฯ

๔๔๕

๏ อยุดขับตรับเกรียบไม้ไพรรหง
เยนเยียบเงียบสงัดวงหว่างไม้
รอนรอนอ่อนอัศดงแดดดับ พยับเอย
แล่งล่า[๕๔๒]ป่าเหนือไต้เงียบสริ้นถิ่นสถาน ฯ

๔๔๖

๏ เกรี่ยงเหนเปนเด็กน้อยคอยนำ
ไว้จุกลูกจ้าวจำจุดไต้
วู้วู้กู่สมคำคิดเช่น เหนแฮ
ออกจากปากดงได้ดุ่มด้อมด่อมเดิน ฯ

๔๔๗

๏ ตามลว้าพาอ้อมออกนอกทาง
มืดขเม่นเหนรางรางรกเรี้ยว
ไม้ล่าย[๕๔๓]ก่ายกิด[๕๔๔]ขวางขวันพี่ หนีเอย
เด็กดอดลอดลัดเลี้ยวล่วงหน้ากล้าหาน ฯ

๔๔๘

๏ ออกเลมาะ[๕๔๕]เหยาะเหย่าอย้อง[๕๔๖]มองรวัง
ตาเฟ่า[๕๔๗]ดูหูฟังฝ่ายช้าง
เคลิ้มเหมือนเพื่อนหน้าหลังเลื่อมสว่าง ทางเอย
ยามหนึ่งถึงดงสล้างแหล่งไม้ใหญ่สูง ฯ

๔๔๙

๏ เกรี่ยงลว้าว่าพ้นทุ่งฝูงโขลง
ตามไล่ไส่เพลิงโพลงพลอกม้วย
รั้งรอก่อไฟโขมงมึนเมื่อย เหนื่อยเอย
พ้นเถื่อนเดือนขึ้นด้วยสดวกได้ไคลคลา ฯ

๔๕๐

๏ แปร๋นแปร๋แหวแว่วช้างข้างหลัง
เหนเหตุเดชบุญบังบาปแคล้ว
เกรี่ยงหน้าลว้ารวังหลังพลอด ฉอดเอย
ร่มรื้นพื้นกรวดแก้วกจ่างพร้อยพรอยพราย ฯ

๔๕๑

๏ พร่ำพร่ำน้ำค้างพร่างกลางไพร
ผอยเผาะเหยาะเยนใจแจ่มพร้อย
แน่นิ่งกิ่งก้านใบบ่อกดิก[๕๔๘] ริกเอย
ด้าว[๕๔๙]เคลื่อนเดือนบ่ายคล้อยเคลือบคลุ้มพุ่มพง ฯ

๔๕๒

๏ เดือนเอยเคยคู่แก้วแววตา
เกือบตกอกอาทวาว่างแล้ว
โปรดด้วยช่วยรอรารถสว่าง ทางเอย
อย่าเลื่อนเคลื่อนคล้อยแคล้วคลาดฃ้าอาไลย ฯ

๔๕๓

๏ เอนดูหนูหนุ่มน้อยหง่อยเหงา
เกรี่ยงเลือกเผือกมันเผาผ่าให้
เลี้ยวลงโป่งป่ากระเบาบึงสนัด สกัดแฮ
เสือคุ่มดุ่มเดินใกล้กลอกหน้าตาวาว ฯ

๔๕๔

๏ เด็กเหนเปนหิ่งห้อยคอยมอง
มืดหน้าตาเสือสองสว่างแก้ว
กวั่งเกรี่ยงเควี่ยง[๕๕๐]พยักฆ์[๕๕๑]ผยองพยศฮืด มืดแฮ
กรวบกราบสาบสูนแล้วหลอดโหร้โห่เสือ ฯ

๔๕๕

๏ บูราณท่านเทียบแท้แน่เหลือ
มืดค่ำคลำศศะเสือสุดราย[๕๕๒]
ซึ้งซึกพฤกษครุมเครือครึมทั่ว มัวเอย
ย่องย่ำคลำเสือคล้ายท่านอ้างปางหลัง ฯ

๔๕๖

๏ เกรี่ยงลว้าบ่าแบกอุ้มหนุ่มสบาย
ผ้าผูกลูกเลกสพายผาก[๕๕๓]คล้อง
งุมหงุดดุจดังควายความรัก หนักเอย
ไก่เถื่อนเตือนขันก้องกิ่งไม้ใสเสียง ฯ

๔๕๗

๏ เที่ยวสนุกทุก[๕๕๔]สนัดแท้แต่เรา
เร่ร่อนนอนป่าเขาเค่าไม้
หลงเลี้ยวเที่ยวเดินเดาดึกดื่น สอื้นเอย
หาพระปรอดได้เดือดร้อนอ่อนหู ฯ

๔๕๘

๏ เช้าตรู่พรูพร้อยพร่างทางจร
หวานฉ่ำน้ำทศกอน[๕๕๕]เกาะไม้
ขูดได้ไส่กระบอกคอนค่อยชื่น ขึ้นแฮ
เปลี่ยวอกตกยากไร้ร่อนเหร้รเหรหน ฯ

๔๕๙

๏ วันครึ่งถึงไร่ลว้าลาเลย
ลากวั่งสังบุเรเคยเขดแคว้น
ลงสองพี่น้อง[๕๕๖]สังเวยสวัดิ[๕๕๗]ว่า ลาพ่อ
รุ่งเรื่อเรือล่องแหล้น[๕๕๘]ทลุถลึ้ง[๕๕๙]ถึงสถาน ฯ

๔๖๐

๏ โคลงแทนแผนที่ข้างทางสุพรรณ
เที่ยวเล่นเปนสำคันเขดคุ้ง
ไร้นาป่าปลายจรร[๕๖๐]ประเทศ ทุเรศเอย
เฃาท่ำ[๕๖๑]ลำธารถุ้ง[๕๖๒]ถิ่นลว้าป่าโขลง ฯ

๔๖๑

๏ หวังไว้ให้ลูกเต้าเหล่าหลาน
รู้เรื่องเปลืองป่วยการเกิดร้อน
อายุวันชนะ[๕๖๓]ขนานนี้พ่อ ขอเอย
แร่ปรอดยอดยากข้อนคิดไว้ให้จำ ฯ

๔๖๒

๏ โคลงไว้ใช้ชื่ออ้างต่างนาม
นากคปริพัน[๕๖๔]ตามกบเต้น
สรล้วน[๕๖๕]ส่วนอักษรสามสกัดแคร่ แม่นา
ซ้อนดอกบอกบ่อเว้นว่าไว้ให้ฟัง ฯ

[๑] มหานาก = คลองมหานาค

[๒] รุกขี = รุกข – ต้นไม้

[๓] คุก = ขุก

[๔] มิศ = มิตร

[๕] สุรธร = สุนทร

[๖] ภร = พร

[๗] สวน = สรวล

[๘] วัดษเกษ = วัดสระเกศ

[๙] โอกฆ = โอฆะ – ห้วงน้ำ, สังสารวัฏ

[๑๐] ศุก = สุข

[๑๑] สัง = สังข์

[๑๒] สังขีด = สังคีต

[๑๓] สูรกลิ่นสริ้น = สูญกลิ่นสิ้น

[๑๔] สุรธร = สุนทร

[๑๕] สวัสสัฐาภร = สวัสดิสถาพร

[๑๖] สมารสมัก = สมานสมัค

[๑๗] คุน = คุณ

[๑๘] ยน = ยล

[๑๙] บันลัง = บัลลังก์

[๒๐] พระนิพน = พระนิพนธ์

[๒๑] สนิด = สนิท

[๒๒] สุรธร = สุนทร

[๒๓] ชิณวง = ชินวงศ์

[๒๔] สืบซ่างทางพุทพง = สืบสร้างทางพุทธพงศ์

[๒๕] พระหริรัก = พระหริรักษ

[๒๖] สารภิเศศ = สารพิเศษ

[๒๗] โมฆ = โมกข์

[๒๘] หายสูร = หายสูญ

[๒๙] พดุง = ผดุง

[๓๐] พเดช = พระเดช

[๓๑] พระโกฎ = พระโกศ

[๓๒] โปรฐ = โปรด

[๓๓] หมีได้ = มิได้

[๓๔] ภัก = พักตร์

[๓๕] ลำฦก = รำลึก

[๓๖] ใคร่หว้าหน้าสวน = ใครว่าน่าสรวล

[๓๗] จรร = จัน คือ ภรรยาของสุนทรภู่

[๓๘] จันนเดิมเป็นนางฝ่ายใน ในพระราชวังหลัง เมื่อลอบรักใคร่กับสุนทรภู่นั้น ถูกกริ้วต้องเวนจำทั้งคู่ พ้นโทษแล้วต่อมาสุนทรภู่ได้จันเป็นภรรยา มีบุตรด้วยกันชื่อ พัด อยู่ด้วยกันไม่นานก็หย่าร้างกัน จันไปมีสามีใหม่ สุนทรภู่จึงตัดพ้อไว้ในโคลงตอนนี้

[๓๙] เคราะกำ = เคราะห์กรรม

[๔๐] หว้า = ว่า

[๔๑] มิศ = มิตร

[๔๒] ยุคุนท = ยุคุนธร

[๔๓] สวรร = สวรรค์

[๔๔] วัดปขาว = วัดศรีสุดาราม

[๔๕] สุรท = สูตร

[๔๖] สมุท = สมุด

[๔๗] สร้อย = คงจะเป็นหญิงที่เคยมีความสัมพันธ์กับสุนทรภู่ เมื่อคราวรุ่งหนุ่ม ระหว่างที่ศึกษาอยู่ที่วัดศรีสุดาราม)

[๔๘] ทเวด = เทวศ

[๔๙] สวร = สวน

[๕๐] กลาย = กราย

[๕๑] บวด = บวช

[๕๒] ภพ = พบ

[๕๓] บุนยัง = บุญยัง นายโรงละคอนนอกมีชื่อในสมัยนั้น เป็นผู้สร้างวัดละครทำที่ธนบุรี

[๕๔] ประดิศถาน = ประดิษฐาน

[๕๕] ฮ่อง = ห้อง

[๕๖] รางวัน = รางวัล

[๕๗] เคราะ = เคราะห์

[๕๘] สวรหลวง = สวนหลวง

[๕๙] พิกุน = พิกุล

[๖๐] และ = แหละ

[๖๑] นน = นนทบุรี

[๖๒] เดจ = เด็ด

[๖๓] ไบ = ใบ

[๖๔] เดจ = เด็ด

[๖๕] นิ่ม คือ ภรรยาคนหนึ่งของสุนทรภู่ เป็นชาวบางกรวย มีบุตรชื่อตาบ เป็นกวีตามบิดา ได้แต่งเพลงยาว เรียกว่า เพลงยาวนายตาบนิ่มผู้นี้ มีบุตรแล้วไม่ช้าก็ตาย

[๖๖] ผู้หญิงชื่อสีทอง เป็นนักกลอนสักวา เคยบอกดอกสร้อยสักวากับท่านสุนทรภู่

[๖๗] เยี่ยว = เหยี่ยว

[๖๘] เขด = เขต

[๖๙] น่า = หน้า

[๗๐] เหล้ = เล่ห์

[๗๑] หาร = หาญ

[๗๒] สวร = สวน

[๗๓] ม่วง ชื่อภรรยาคนหนึ่งของสุนทรภู่

[๗๔] ห่วน = หวน

[๗๕] เสน่ = เสน่ห์

[๗๖] เจือจรร = เจือจันทน์

[๗๗] จรร คือ จัน ภรรยาของสุนทรภู่

[๗๘] ทุก = ทุกข์

[๗๙] สังเวท = สังเวช

[๘๐] ทรัพ = ทรัพย์

[๘๑] ชณมาร = ชนมาน

[๘๒] ย่า = หญ้า

[๘๓] นกกกรุม = นกตะกรุม

[๘๔] สีส = ศีรษะ

[๘๕] น่าจะเป็น บ่เปียก

[๘๖] เยี่ยว = เหยี่ยว

[๘๗] พักสา = ภักษา

[๘๘] สัทา = สัทธา, ศรัทธา

[๘๙] สัต = สัตย์

[๙๐] แด่น = แดน

[๙๑] กว่างขวางทร่างวัดวา = กว้างขวางสร้างวัดวา

[๙๒] พึ่ง = ผึ้ง

[๙๓] จรร คือ จัน ภรรยาคนแรกของสุนทรภู่

[๙๔] เพชรัต = เพชรรัตน์

[๙๕] หม้าน = ม่าน

[๙๖] นูท = นุช

[๙๗] บ้านสศรีธร = บ้านศศิธร

[๙๘] จรร = จันทร์

[๙๙] ขุ้มขุ้ม = คุ่มคุ่ม

[๑๐๐] ตเข้ = จระเข้

[๑๐๑] สัต = สัตว์

[๑๐๒] กำนัด = กำหนัด

[๑๐๓] เค่า = เข้า ในที่นี้ต้องการ เอก

[๑๐๔] ร่ายกล้วย = ไร่กล้วย

[๑๐๕] อู๋เข้า = รวยข้าว

[๑๐๖] ผักบุ่ง = ผักบุ้ง

[๑๐๗] สุ่ม = ซุ่ม

[๑๐๘] ชมวก = ฉมวก

[๑๐๙] ยุท = ยุด

[๑๑๐] ทเวท = เทวษ

[๑๑๑] ทุเรด = ทุเรศ

[๑๑๒] สุพันบูรี = สุพรรณบุรี

[๑๑๓] บางสามศาร = บางสามศาล

[๑๑๔] อารักศักสิทรวัง = อารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ระวัง

[๑๑๕] ตาน = ตาล

[๑๑๖] ถุ้ง = ทุ้ง

[๑๑๗] เหล้น = เล่น

[๑๑๘] จุมพิศ = จุมพิต

[๑๑๙] นิด = นิตย์, นิจ

[๑๒๐] ย้า = อย่า

[๑๒๑] กโฮ่ = กระโห้

[๑๒๒] ขล้ำ = คล่ำ

[๑๒๓] อิน = อินทร์

[๑๒๔] เหญื่อ = เหยื่อ

[๑๒๕] ทุก = ทุกข์

[๑๒๖] เถ้า = เท่า

[๑๒๗] ตวาง เป็นชื่อหญ้า กระว้าง ก็เรียก

[๑๒๘] สัด = ซัด

[๑๒๙] ตาน = ตาล

[๑๓๐] คัด น่าจะเป็นตัด

[๑๓๑] เชาปมง = ชาวประมง

[๑๓๒] ข้า = ฆ่า

[๑๓๓] เกล็จ = เกล็ด

[๑๓๔] หญิงชื่องิ้วนี้ ท่านสุนทรภู่รักใคร่ใฝ่ฝัน ได้รำพันไว้ในนิราศของท่านหลายเรื่อง เช่น นิราศพระประธม นิราศวัดจ้าวฟ้า และในนิราศเรื่องนี้

[๑๓๕] ทร่าง = สร้าง

[๑๓๖] สวัดิ = สวัสดิ์

[๑๓๗] จอรเข้ = จระเข้

[๑๓๘] ชาน = ฌาน

[๑๓๙] จอรเค่ = จระเข้

[๑๔๐] ออกตอก = ออกดอก

[๑๔๑] จปลง = จะปลง

[๑๔๒] ไท = ไทย

[๑๔๓] ถั้ว = ทั่ว

[๑๔๔] เค่า = ข้าว

[๑๔๕] เค่า = ข้าว

[๑๔๖] เคราะ = เคราะห์

[๑๔๗] แหล้น = แล่น

[๑๔๘] เค่า = เข้า

[๑๔๙] แพรพ่า = แพรผ้า

[๑๕๐] ชีหล = ชีหน หรือยีหน คือบางยี่หน ตำบลตะค่า อำเภอบางปลาม้า

[๑๕๑] มนทน = มณฑล

[๑๕๒] ศรี = สี

[๑๕๓] ฮุ่ม = หุ้ม

[๑๕๔] สวนหง = สวนหงส์

[๑๕๕] พระเนร = พระเณร

[๑๕๖] กดี = กฎี, กุฎี

[๑๕๗] พริกเทด = พริกเทศ

[๑๕๘] ไหร้ = ไร่

[๑๕๙] ซ่ม = ส้ม

[๑๖๐] ดน = ดล

[๑๖๑] เพ่า = เผ้า หมายถึง ผม

[๑๖๒] ผู้ = พู่

[๑๖๓] หูหนาง = หางหนู

[๑๖๔] ถุ้ง = ทุ่ง

[๑๖๕] ไสร้ = ไส้

[๑๖๖] ทับคี่เลก = ทับขี้เหล็ก ปัจจุบันมีแต่ ทับตีเหล็ก

[๑๖๗] ขรั้ง = ครั่ง

[๑๖๘] ศุก = สุก

[๑๖๙] ขั้ง = คั่ง

[๑๗๐] ขู่ = คู่

[๑๗๑] บางนางศุข = บางนางสุก

[๑๗๒] เหน้า = เน่า

[๑๗๓] อง = องค์

[๑๗๔] อารัก = อารักษ์

[๑๗๕] ประจัก = ประจักษ์

[๑๗๖] โคกม่อ = โคกหม้อ

[๑๗๗] อิด = อิฐ

[๑๗๘] รยะ = ระยะ

[๑๗๙] ฉะม้าย = ชม้าย

[๑๘๐] แฮ่ง = แห้ง

[๑๘๑] เชฐา = เชษฐา

[๑๘๒] ผร่ำ = พร่ำ

[๑๘๓] ถ้า = ท่า

[๑๘๔] ศาร = ศาล

[๑๘๕] เล่า = เหล้า

[๑๘๖] ผู่รั้ง = ผู้รั้ง – ผู้ครองเมือง

[๑๘๗] เตียร = เตียน

[๑๘๘] เกียร = เกียน, เกวียน

[๑๘๙] วัดพระรูป วัดประตูสาร อยู่ที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

[๑๙๐] สง = สงฆ์

[๑๙๑] ที่ว่าเป็น “หย่อมย่านบ้านขุนช้าง” นี้ มีผู้ชี้ว่า น่าจะอยู่ตรงที่เป็น บริเวณโคกใหญ่ระหว่างคลองวัดผึ้ง กับแม่น้ำสุพรรณบุรี ใกล้วัดประตูสาร ปัจจุบันมีเรือน คุณยายไห นาคสุวรรณ อายุกว่า ๘๔ ปี เป็นต้น ตั้งอยู่บนโคกนั้น ท่านผู้ชี้สถานที่อธิบายบอกว่า โคกใหญ่นี้แม้ในฤดูน้ำมาก น้ำท่วมไปทุกหนทุกแห่ง แต่ก็ไม่ท่วมโคกนี้ และยังมีที่เป็นแอ่งอยู่ข้างโคกใหญ่ กล่าวกันว่าเคยเป็นคอกช้าง ซึ่งดูสมกับที่ว่า ขุนศรีวิชัย บิดาขุนช้างเป็นนายกองช้างกรมช้างนอก

[๑๙๒] วัดกระไกร คือ วัดตะไกร

[๑๙๓] ศรีประจัน มารดาพิมพิลาไลยหรือวันทอง ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

[๑๙๔] ทองประศรี มารดาขุนแผน ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

[๑๙๕] มหาโพท = มหาโพธิ์

[๑๙๖] โบศ = โบสถ์

[๑๙๗] พิมพิลาไลย นางเอกในเรื่องขุนช้างขุนแผน ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นวันทอง

[๑๙๘] สืบขู้สูพรรณ = สืบคู่สุพรรณ

[๑๙๙] พระป่าเรไร = พระป่าเลไลย์ ที่วัดป่าเลไลย์ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

[๒๐๐] แหล้น = แล่น

[๒๐๑] โสท = โสต

[๒๐๒] เด็ก น่าจะเป็น เด็ด

[๒๐๓] แหว้ว = แว่ว

[๒๐๔] ยุคน = ยุคล

[๒๐๕] หนั้ง = นั่ง

[๒๐๖] เทียรทูป = เทียนธูป

[๒๐๗] ไว่ = ไหว้

[๒๐๘] พึ่ง = ผึ้ง

[๒๐๙] อดส่า = อุตส่าห์

[๒๑๐] ปราศนา = ปรารถนา

[๒๑๑] ปเจกพุทธะภูม = ปัจเจกพุทธภูมิ

[๒๑๒] อาวอร = อาวร

[๒๑๓] พระศรีอาร = พระศรีอาริย์

[๒๑๔] เหล้า = เล่า

[๒๑๕] หมายถึง บุตรที่ร่วมทางไปด้วย ที่มีชื่อระบุไว้ในนิราศนี้ ได้แก่ พัด (บุตรที่เกิดจาก จัน) ตาบ (บุตรที่เกิดจาก นิ่ม) กลั่นและชุบ ซึ่งเป็นบุตรเลี้ยง

[๒๑๖] ตาน = ตาล

[๒๑๗] ค่าม = ข้าม

[๒๑๘] มอรไท = มอญไทย

[๒๑๙] ทร่าง = สร้าง

[๒๒๐] อิด = อิฐ

[๒๒๑] โบศ = โบสถ์

[๒๒๒] พระเจ้า คือพระพุทธรูป หรือ พระประธาน

[๒๒๓] ยน = ยล

[๒๒๔] หญ้าน = ย่าน

[๒๒๕] คด = คช – ช้าง

[๒๒๖] โพพญา = โพธิ์พระยา

[๒๒๗] กระสิน = กระสินธ์ - น้ำ

[๒๒๘] มุนนาย = มุลนาย

[๒๒๙] เกรี่ยง = กะเหรี่ยง

[๒๓๐] ข้า = ฆ่า

[๒๓๑] หมี = มิ

[๒๓๒] เหล้น = เล่น

[๒๓๓] ผโอง = พะอง

[๒๓๔] เก้า = ก้าว

[๒๓๕] บ้านศรีจัน = บ้านศรีประจันต์

[๒๓๖] ภู่ = ผู้

[๒๓๗] ด่านขนอนหรือหัวขนอน ตำบลศรีประจันต์ อำเภอศรีประจันต์

[๒๓๘] ไซ = ไทร ต้นไทร

[๒๓๙] ซิ่น = สิ้น

[๒๔๐] ราพ = ราบ

[๒๔๑] ค่อย = ข้อย ข้า

[๒๔๒] สอนกระสาบ = สอนกระซาบ คือ กระซิบกระซาบสอน

[๒๔๓] ฮ่าม = ห้าม

[๒๔๔] พลูนาบ คือ พลูที่ใช้ของร้อนๆ นาบให้แห้ง เก็บไว้กินได้นาน

[๒๔๕] ซู่ = สู้

[๒๔๖] เหล้า = เล่า

[๒๔๗] โหง้ = โง่

[๒๔๘] ฟ่าย = ฝ้าย

[๒๔๙] ท่ำ = ถ้ำ

[๒๕๐] ฉม้อย = ชม้อย

[๒๕๑] นายรอด คงจะเป็นนายท้ายและนำทางด้วย

[๒๕๒] ชุ่มฉ้อออรชร = ชุ่มช่ออรชร

[๒๕๓] เท่า = เฒ่า

[๒๕๔] หล้อน ล่อน – ล่อนจ้อน

[๒๕๕] พึ่ง = ผึ้ง

[๒๕๖] เถี้ยง = เที่ยง

[๒๕๗] ศาลปู่เจ้า ตำบลบ้านกร่าง อำเภอศรีประจันต์

[๒๕๘] กลิ่ง = กลิ้ง

[๒๕๙] นำ น่าจะเป็น น้ำ

[๒๖๐] หนั้ง = นั่ง

[๒๖๑] น่าจะเป็น บ้านกล้วย

[๒๖๒] ผู้เท่า = ผู้เฒ่า

[๒๖๓] ค่าง = ข้าง

[๒๖๔] เสียบ = เซียบ, เชียบ

[๒๖๕] ฉุ้ม = ชุ่ม

[๒๖๖] จฬ้อ = จะล้อ

[๒๖๗] น่าจะเป็นหาด

[๒๖๘] ค่าง = ข้าง

[๒๖๙] ศรี = สี

[๒๗๐] นายรอด คนนำทาง

[๒๗๑] เคี่ยว = เขี้ยว

[๒๗๒] ทังขู่ = ทั้งคู่

[๒๗๓] สัต = สัตว์

[๒๗๔] เซ่น = เส้น

[๒๗๕] เค่า = ข้าว

[๒๗๖] เยื่อ = เหยื่อ

[๒๗๗] รก = ระกะ

[๒๗๘] ตล = ตะละ-เหมือน คล้าย

[๒๗๙] แค่ง = แข้ง

[๒๘๐] ไพรสน = ไพรสณฑ์

[๒๘๑] รมยศุกโข = รมยสุโข

[๒๘๒] ค่าง = ข้าง

[๒๘๓] ศรทาหมุ้ง = ศรัทธามุ่ง

[๒๘๔] เทียรทูบ = เทียนธูป

[๒๘๕] ท่วยแก้ว = ถ้วยแก้ว

[๒๘๖] สัทา = สัทธา ศรัทธา

[๒๘๗] สัมนะ = สมณะ

[๒๘๘] ผู่เถ้า = ผู้เฒ่า

[๒๘๙] หมายถึงว่า อายุร้อยกว่าแล้ว แต่นัยน์ตายังดีสามารถมองช่องเข็มเล็กๆ เห็นได้

[๒๙๐] เฆี้ยว = เคี้ยว

[๒๙๑] อย้าน = ย่าน

[๒๙๒] ถุ้ง = ทุ่ง

[๒๙๓] ไม้ตรี = ไมตรี

[๒๙๔] เหล้า = เล่า

[๒๙๕] ท่วน = ถ้วน

[๒๙๖] ภิขุ = ภิกขุ ภิกษุ

[๒๙๗] พระภิกษุที่ถูกเสือกัดตาย ชื่อ เทศ กับ เกด

[๒๙๘] เหล้า = เล่า

[๒๙๙] ซิ่น = สิ้น

[๓๐๐] สวัดสัฐาวอร = สวัสดิ์สถาวร

[๓๐๑] ตั้งแต่โคลงนี้ไป เริ่มสมุดไทยเล่ม ๒ เป็นตอนที่พบใหม่ ต่อจากที่เคยตีพิมพ์แล้ว

[๓๐๒] พลั่งพลั่ง = พรั่งพรั่ง

[๓๐๓] ไว่ = ไหว้

[๓๐๔] เชาบ้าน = ชาวบ้าน

[๓๐๕] ผร้ำ = พร่ำ

[๓๐๖] ขู่ = คู่

[๓๐๗] ทุก = ทุกข์

[๓๐๘] เชาดง = ชาวดง

[๓๐๙] ตโภน = ตะโพน

[๓๑๐] คลุย = ขลุ่ย

[๓๑๑] มัติโมฆ โอขเอย = มัติโมกข์ โอฆเอย

[๓๑๒] มิศ = มิตร

[๓๑๓] เท่า = เฒ่า

[๓๑๔] มีคำพังเพยว่า “ช้างป่าต้น คนสุพรรณ” ในต้นฉบับสมุดไทยมีคำว่า “ช้าง” หน้า “ป่าต้น” แต่มีรอยลบ

[๓๑๕] สัต = สัตว์

[๓๑๖] เม็จ = เม็ด

[๓๑๗] พึ่ง = ผึ้ง

[๓๑๘] สะล่างแหร้ = สล้างแร่

[๓๑๙] แขบ = แคบ

[๓๒๐] ลหาล = ละหาน

[๓๒๑] ปลาด = ประหลาด

[๓๒๒] ต้นฉบับเป็น ฝัก แต่น่าจะเป็น ฟัก

[๓๒๓] ศภ = ศพ

[๓๒๔] อารักศักสิทชาน = อารักษ์ศักดิ์สิทธิ์ชาญ

[๓๒๕] สรวง คือ บวงสรวง

[๓๒๖] พร้าว คือ มะพร้าว

[๓๒๗] ศาร = ศาล

[๓๒๘] เทวถาน = เทวสถาน

[๓๒๙] สรัพ = ศัพท์

[๓๓๐] หลั้น = ลั่น

[๓๓๑] รู้เถ้า = รู้เท่า

[๓๓๒] ผู่เท่า = ผู้เฒ่า

[๓๓๓] พรมสมุท = พรหมสมุทร

[๓๓๔] ฃอน = คอน

[๓๓๕] เคราะ = เคราะห์

[๓๓๖] ซู่ = สู้

[๓๓๗] แล่งล่า = แหล่งหล้า

[๓๓๘] ขู้ = คู่

[๓๓๙] แหร้ = แร่

[๓๔๐] ยุก = ยุค

[๓๔๑] กายสิทพิศ = กายสิทธิ์พิษ

[๓๔๒] รู้ศึก = รู้สึก

[๓๔๓] ค่าง = ข้าง

[๓๔๔] หยุ้ย = ยุ่ย

[๓๔๕] ผู่ = ผู้

[๓๔๖] แฮ่ว = แห้ว

[๓๔๗] ย่างใหญ่ = ยางใหญ่

[๓๔๘] กรัด = กะรัต

[๓๔๙] เฟ่า = เฝ้า

[๓๕๐] ยน = ยล

[๓๕๑] เขน = เข็ญ

[๓๕๒] ฟ่าย = ฝ้าย

[๓๕๓] ฮ่าง = ห้าง

[๓๕๔] คล่องแขล้ว = คล่องแคล้ว

[๓๕๕] รักใขร้ = รักใคร่

[๓๕๖] กวั่ง ชาวกะเหรี่ยง

[๓๕๗] เขม = เค็ม

[๓๕๘] ท่วยขว้ำ = ถ้วยคว่ำ

[๓๕๙] ถั้ว = ทั่ว

[๓๖๐] ค่าง = ข้าง

[๓๖๑] ลักกระจั่น = ลักจัน ชื่อสมุนไพรอย่างหนึ่ง

[๓๖๒] ขันใชศรี = ขรรค์ชัยศรี ชื่อสมุนไพรอย่างหนึ่ง

[๓๖๓] มื้อเหลก = มือเหล็ก ชื่อสมุนไพรอย่างหนึ่ง

[๓๖๔] กทกรก, กก, กนาก

[๓๖๕] ซมเช้า = ส้มเช้า

[๓๖๖] ชาเลือด = ช้าเลือดหรือชะเลือด

[๓๖๗] หนอนตยาก = หนอนตายยาก

[๓๖๘] พัก = ผัก

[๓๖๙] ขะนอง = คะนอง

[๓๗๐] ขนิด = ขนิษฐ

[๓๗๑] ฝ่าน = ฟาน

[๓๗๒] สุคน = สุคนธ์

[๓๗๓] พ่า = ผ้า

[๓๗๔] ไท่ = ไถ้

[๓๗๕] หญ้าม = ย่าม

[๓๗๖] แด่นลว้า = แดนละว้า

[๓๗๗] ฮ่วย = ห้วย

[๓๗๘] ฮ่าง = ห้าง

[๓๗๙] แก่ = แก้

[๓๘๐] ห่าง = ห้าง

[๓๘๑] ขะมิ่น = ขมิ้น

[๓๘๒] ค่าง = ข้าง

[๓๘๓] ค่างหล้าง = ข้างล่าง

[๓๘๔] หย้อง = ย่อง คือ เดิน

[๓๘๕] แด่นลว้า = แดนละว้า

[๓๘๖] พึ่ง = ผึ้ง

[๓๘๗] สัด = สัตว์

[๓๘๘] เท่า = เฒ่า

[๓๘๙] รว้า = ละว้า

[๓๙๐] ครื = คือ

[๓๙๑] กินเค่า = กินข้าว

[๓๙๒] เสจสับ = เสร็จสรรพ

[๓๙๓] มด = หมด

[๓๙๔] ฮ่า = ห้า

[๓๙๕] ฮ่าม = ห้าม หมายถึง นางห้าม หรือ นางชาววัง

[๓๙๖] แค่ง = แข้ง

[๓๙๗] สวน = สรวล

[๓๙๘] ปล่ำ = ปล้ำ

[๓๙๙] ตาลวด ละว้าผู้นำทาง

[๔๐๐] สถุน = สถุล

[๔๐๑] กระกุน = ตระกูล

[๔๐๒] ครื = คือ

[๔๐๓] ฝูก = ฟูก

[๔๐๔] ฉออน = ฉอ้อน

[๔๐๕] ฉโงก = ชโงก

[๔๐๖] เหล้น = เล่น

[๔๐๗] วัน = วัลย์ คือ เถาวัลย์ที่ทำเชือกผูกชิงช้า

[๔๐๘] ตพาก = ตะพาก

[๔๐๙] ปักเป่า = ปักเป้า

[๔๑๐] แห่งตื่น = แห่งตื้น – ที่ตื้น

[๔๑๑] น่าจะเป็น พราว

[๔๑๒] หล่าง = ลาง

[๔๑๓] คึ่น = ขึ้น

[๔๑๔] กะเหรี่ยง คือ กวั่ง สังบุเร ว่ายน้ำได้ ส่วน ละว้า คือ ลวด ว่ายน้ำไม่เป็น

[๔๑๕] แล่ง = แหล่ง

[๔๑๖] คือ พบพระซึ่งเล่นแร่ ถูกแร่กินตาย เหลือแต่ข้าวของ

[๔๑๗] จุน = จุล

[๔๑๘] สูร = สูญ

[๔๑๙] ชัด = ชัฏ

[๔๒๐] โจร = โจน

[๔๒๑] คู่ลา = คุลา

[๔๒๒] เฆ้า = เค้า

[๔๒๓] อี่แอ้น = อีแอ่น

[๔๒๔] ตัวภู่ = ตัวผู้

[๔๒๕] ต้อยตี๋วิศ = ต้อยตีวิด ชื่อนก

[๔๒๖] ชิศ = ชิด

[๔๒๗] เฉวียร = เฉวียน

[๔๒๘] เวียร = เวียน

[๔๒๙] ตขุ้ม = ตะคุ่ม

[๔๓๐] ลัดา = ลดา

[๔๓๑] ปตู = ประตู

[๔๓๒] แล่ง = แหล่ง

[๔๓๓] ปักกตู = ปากประตู

[๔๓๔] ผู่ภิเศศ = ผู้วิเศษ

[๔๓๕] ผึ้ง = พึ่ง

[๔๓๖] สง = สรง

[๔๓๗] สุคน = สุคนธ์

[๔๓๘] ไต้ = ใต้

[๔๓๙] น้ำภุ = น้ำพุ

[๔๔๐] ภิฦก = พิลึก

[๔๔๑] ไหม้ = ไม่

[๔๔๒] อาไส = อาศัย

[๔๔๓] บุพ = บุปผ

[๔๔๔] เต่า = เตา

[๔๔๕] เสจ = เสร็จ

[๔๔๖] สัต = สัตว์

[๔๔๗] ไว่ = ไหว้

[๔๔๘] ฉ้อง = ช่อง

[๔๔๙] ผร่ำ = พร่ำ

[๔๕๐] ตำ = ตาม

[๔๕๑] พิศฎาน = พิสดาร

[๔๕๒] น้ำพึ่ง = น้ำผึ้ง

[๔๕๓] ไว่เท้า = ไหว้เท้า

[๔๕๔] ประโหญด = ประโยชน์

[๔๕๕] สังสารวัด = สังสารวัฏ

[๔๕๖] สวัดิ = สวัสดิ์

[๔๕๗] กม่อม = กระหม่อม

[๔๕๘] กตันยู = กระตัญญู

[๔๕๙] อัพิวาท = อภิวาท

[๔๖๐] ราตน = ราธน (อาราธนา)

[๔๖๑] ขเม่น = เขม้น

[๔๖๒] เหล้ = เล่ห์

[๔๖๓] เล็ดฟ่าย = เล็ดฝ้าย – เมล็ดฝ้าย

[๔๖๔] ที่ละไว้ ต้นฉบับลบเลือนอ่านไม่ออก

[๔๖๕] หวาม หรือ หลาย ต้นฉบับไม่ชัด

[๔๖๖] เดกกโดด = เด็กกระโดด

[๔๖๗] โครท = โกรธ

[๔๖๘] ออกถูน หรือ ออกภูน ต้นฉบับไม่ชัด

[๔๖๙] น้ำพึ่ง = น้ำผึ้ง

[๔๗๐] ซิ่นม้วย = สิ้นม้วย หรือสิ้นถ้วย ต้นฉบับไม่ชัด

[๔๗๑] ต้นฉบับสมุดไทยเล่ม ๓ เริ่มต้นตั้งแต่โคลงบทนี้เป็นต้นไป

[๔๗๒] หร้อน = ร่อน

[๔๗๓] ค่น = โค่น

[๔๗๔] ค่างล่าง = ข้างล่าง

[๔๗๕] ค่น = โค่น

[๔๗๖] เหญ้อ = เย่อ

[๔๗๗] คว่าง = ขว้าง

[๔๗๘] กระเด่น = กระเด็น

[๔๗๙] ขัด = คัด

[๔๘๐] ฉลูด = ชะลูด

[๔๘๑] นั่งเหล้น = นั่งเล่น

[๔๘๒] ข้ำ = คำ

[๔๘๓] ซู่ = สู้

[๔๘๔] ขเม่น = เขม้น

[๔๘๕] หว้าน = ว่าน

[๔๘๖] แฮ่ง = แห้ง

[๔๘๗] ไว่ = ไหว้

[๔๘๘] จรร = จันทน์

[๔๘๙] ปกับแหน้น = ประกับแน่น

[๔๙๐] เทียร = เทียน

[๔๙๑] เฟ่า = เฝ้า

[๔๙๒] ค่าง = ข้าง

[๔๙๓] หัฐ = หัตถ์

[๔๙๔] ศะศริทร = ศศิธร = พระจันทร์

[๔๙๕] จรร = จันทร์

[๔๙๖] เหล้า = เล่า

[๔๙๗] ส้าง = สร้าง

[๔๙๘] ปรากาล = ปราการ

[๔๙๙] ปสม = ประสม

[๕๐๐] ล่า = หล้า

[๕๐๑] เม็จ = เม็ด

[๕๐๒] คว่าง = ขว้าง

[๕๐๓] เขน = เข็ญ

[๕๐๔] เคราะ = เคราะห์

[๕๐๕] แถ้น = แท่น

[๕๐๖] ท้าวลัศเตียน ตัวละคอนในรามเกียรติ์ เป็นพ่อของทศกัณฐ์

[๕๐๗] ยุก = ยุค

[๕๐๘] ล่า = หล้า

[๕๐๙] เถี้ยง = เที่ยง

[๕๑๐] คือ ช้างงาหัก

[๕๑๑] ตรวด หมายความว่า วิ่งตรงเข้ามา

[๕๑๒] ท่องเถี้ยว = ท่องเที่ยว

[๕๑๓] ฮุ่ม = หุ้ม

[๕๑๔] กมับ = ขมับ

[๕๑๕] ปดัง = ประดัง

[๕๑๖] ไว่ = ไหว้

[๕๑๗] เล่า = เหล้า

[๕๑๘] หนั้ง = นั่ง

[๕๑๙] ซั่น = สั่น

[๕๒๐] ที่ น่าจะเป็นที

[๕๒๑] ตคอก = ตะคอก

[๕๒๒] แหน้ = แน่

[๕๒๓] ชาน = ชาญ

[๕๒๔] ขีก = ขิก คือ หัวเราะ

[๕๒๕] ข้ำ = ค่ำ

[๕๒๖] หนั้ง = นั่ง

[๕๒๗] สัภี = สัพพี

[๕๒๘] ทุก = ทุกข์

[๕๒๙] คึ่นฟ้า = ขึ้นฟ้า

[๕๓๐] เฟ่า = เฝ้า

[๕๓๑] ภัก = ภักตร, พักตร

[๕๓๒] อักษร = อัปสร

[๕๓๓] หญิ้ง = ยิ่ง

[๕๓๔] ภุทันดร = พุทธันดร

[๕๓๕] ฉัด = ฉัตร

[๕๓๖] ไพรศาร = ไพรสาณฑ์

[๕๓๗] ภุมิภาก = ภูมิภาค

[๕๓๘] ลำ = ล้ำ

[๕๓๙] สริ้น = สิ้น

[๕๔๐] โรงศาร = โรงศาล

[๕๔๑] กั่น = กัน

[๕๔๒] แล่งล่า = แหล่งหล้า

[๕๔๓] ไม้ล่าย = ไม้ไหล่

[๕๔๔] กิด = กีด

[๕๔๕] เลมาะ = ละเมาะ, ป่าละเมาะ

[๕๔๖] อย้อง = ย่อง

[๕๔๗] เฟ่า = เฝ้า

[๕๔๘] กดิก = กระดิก

[๕๔๙] ด้าว น่าจะเป็นดาว

[๕๕๐] เควี่ยง = เขวี้ยง – ขว้าง

[๕๕๑] พยักฆ์ = พยัคฆ์

[๕๕๒] ราย = ร้าย

[๕๕๓] ผาก น่าจะเป็น พาด

[๕๕๔] ทุก = ทุกข์

[๕๕๕] ทศกอน = ทศกร – ขันทศกร

[๕๕๖] สองพี่น้อง = อำเภอสองพี่น้อง

[๕๕๗] สวัดิ = สวัสดิ์

[๕๕๘] แหล้น = แล่น

[๕๕๙] ถลึ้ง = ทลึ่ง

[๕๖๐] จรรท = จันต คือ ปัจจันต หรือ ประจันต หมายถึง ชายเขตแดน

[๕๖๑] ท่ำ = ถ้ำ

[๕๖๒] ถุ้ง = ทุ่ง

[๕๖๓] อายุวันชนะ เรียกกันในชั้นหลังว่าอายุวัฒนะ

[๕๖๔] นากคปริพัน = นาคปริพันธ์ ชื่อโคลง

[๕๖๕] สรล้วน = สระล้วน

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ