โหราศาสตร์

(กลอน ๖)

ดาวเดือนเกลื่อนกลาดดาดฟ้าล้วนหล้าลอยคว้างกลางหาว
เข้ากลุ่มคุมเห็นเป็นระนาวดาวโลกล้อมดาวอาทิตย์[๑]
ลางโลกโชคดีมีจันทร์[๒]หมดสว่างกลางวันพลันสฤษดิ์
แสงงามยามค่ำร่ำพิศบุญฤทธิ์เสกสร้างฝั่งฟ้า
ดาวฤกษ์ทั้งหลายฉายแสงเด่นแดงดวงเพลิงพลามหล้า[๓]
ดาวโลกบริวารนานาเข้ากลุ่มจักราศีตน
โลกน้อยของเราเท่าผง[๔]เวียนวงว่ายเวิ้งเวหน
มนุษยโอ่โวว่าโลกตนใหญ่จนดาวจิ๋วปลิวฟ้า
จันทร์ฉุดสมุทรนูนน้ำแบ่ง[๕]จุดแห่งอาทิตย์ฤทธิ์กล้า
นิมิตรวิปริตนานา[๖]โลกานุเคราะห์เหมาะมี
ใหญ่บังคับน้อยค่อยขลังนามบังคับรูปควรที่
อันว่าชาตามนุษย์นี้เป็นไปร้ายดีฉันใด ?
คนบังคับดาวหรือดาวบังคับคน, กล่าวไฉน
อย่างแรกแปลกๆ เป็นได้อย่างหลังเหลวใหลแน่แล้ว
หากว่าชาตาคนเราดาวเข้าบังคับคล่องแคล่ว
ใจคนไม่มีวี่แววที่จะสอดแคล้วแดดาว[๗]
คนกลายเป็นวัตถุธาตุปราศจากวิญญาณสืบสาว[๘]
ไม่แผกดินฟ้านภาพราวนามธรรมทั่วด้าวดับพลัน
รูปธรรมบังคับนามธรรมกฎอำนาจเพริดเฉิดฉัน
กำลังเป็นใหญ่ไกวัล[๙]นามธรรม, ยุติธรรม์บัลลัย
หากยังมีทางสงกาว่ามหาจักรวาฬน้อยใหญ่
ย่อมมีนามธรรมงำไว้ช่วงใช้แช่งชูหมู่มนุษย์
ก็ต้องสอดคล้องคล่องอ้างแผนสร้างโลกดีที่สุด
กำปั้นตีดิน[๑๐]ดินทรุดมนุษย์อ้างพระเจ้าเข้าไว้
นี้หรือเราเห็นเป็นจริง?มนุษย์หยิ่ง, ทะเล้น, เป็นได้
ตัวนิด, โลกน้อยจ้อย, ในจักรวาฬเวิ้งใหญ่ไหล่เรียง[๑๑]
โยงตัวทั่วฟ้านภาพื้นดาวเดือนเหมือนผืนภาพเที่ยง
คอยแต่รับใช้ใกล้เคียงส่งเสียงเสนอข่าวคราวตน[๑๒]
แต่พระพุทธองค์ทรงญาณขานกรรมทำไว้ให้ผล[๑๓]
อันใดสัยศาสตร์[๑๔] มืดมนต์ทรงค้นแก้ไขใฝ่ธรรม

ตุล. ๗๓



[๑] ......อาทิตย์ Solar System กลุ่มอาทิตย์ของเรามีดาวโลกเรียก ดาวพระเคราะห์ Plannets หมุนไปรอบดวงอาทิตย์ ด้วยอำนาจของใหญ่ดูดดึงของน้อยกับอำนาจความแล่นประกอบกัน รวม ๙ ดวง ทั้งที่พบใหม่นับจากอาทิตย์ไป คือ พุธ, ศุกร์, โลก, อังคาร, พฤหัส, เสาร์, มฤตยู, เกตุ, ปลูโต. กลุ่มอาทิตย์เช่นของเรานี้ในจักรวาฬที่ว่างทั่วไปมีนับไม่ถ้วน

[๒] ......จันทร์ โลกเรามีจันทร์ดวงเดียว โลกพฤหัสมีหลายดวง เสาร์ มีแสงเห็นเป็นวงแหวนรอบ จันทร์ของโลกไหนก็หมุนไปรอบโลกนั้นด้วยกฎเดียวกันกับที่โลกต่างๆ หมุนรอบดวงอาทิตย์

[๓] ......หล้า ดาวฤกษ์ คือ ดวงอาทิตย์ทั้งหลายยังมีธาตุไฟอยู่ มีแสงสว่างในตนเอง ส่วนดาวบริวาร คือ แปลนเน็ตทั้งหลายนั้น กลายเป็นธาตุดิน น้ำ ลม เย็นลงแล้วมากและน้อยต่างๆ กัน ไม่มีแสงของตนเอง ได้แต่รับแสงแดดฉายไปสว่างที่อื่นอย่างกระจก ถ้าเราไปอยู่ที่พระจันทร์ ก็จะเห็นส่วนสว่างของโลกที่เป็นกลางวัน เหมือนพระจันทร์เวลาเดือนหงาย

[๔] ......ผง เส้นผ่าศูนย์กลางแห่งดวงอาทิตย์ของเรา ยาวตั้ง ๑๐๐ เท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางแห่งโลก และดวงอาทิตย์ของเรายังเป็นขนาดย่อมในหมู่อาทิตย์ทั้งหลายในจักรวาฬเวิ้งว้างไม่รู้สิ้นสุด ฉะนั้นโลกเราก็ราวผง

[๕] ......แบ่ง พระจันทร์มีกระแสลมแห่งโลกเป็นแรงช่วย บังคับน้ำทะเลให้มีขึ้นลง การขึ้นลงแห่งทะเล ท้นน้ำในแม่น้ำลำคลองที่ใกล้ทะลให้มีขึ้นลงไปตามด้วย

[๖] ......นานา นักวิทยาศาสตร์สอบความแปรปรวนแห่งดินฟ้าอากาศในโลกว่าเนื่องจากจุดในดวงอาทิตย์ Sun Spots ที่แปรปรวนอยู่เสมอ

[๗] ......ดาว สอดแคล้ว คือแตกต่างกัน ผิดกับสอดคล้องที่ตรงกันหรือลงคลองเดียวกัน แด คือ ใจ ทั้งหมดหมายความว่า ถ้าใจคนจะเอาตามใจตนบ้างไม่ได้

[๘] ......สืบสาว การสร้างสมอบรมมา ที่มักเรียกกันว่า ยถากรรม

[๙] ......ไกวัล ไกวัล คือ สิ้นเชิง, ล้วน, อย่างเดียว ทั้งวรรคตรงกับภาสิตขึ้นชื่อของมหาสงครามว่า Might is Right.

[๑๐] ......ดิน อ้างอย่างครอบจนไม่อาจให้ความรู้, อ้างอย่างชัดไม่ให้เถียง เช่น อ้างผีสางเทวดา หรือแม้พระเจ้า จนหมดพูด

[๑๑] ไหล่เรียง เคียงไหล่, ตีเสมอ, คือ ตัวเพียงเล็กน้อย ปลายอ้อ ปลายแขม เผยอเข้าไปเทียบกับจักรวาฬ มโหฬาร จนหยั่งรู้ที่สุดไม่ได้

[๑๒] ......ตน คือบอกชาตาให้มนุษย์

[๑๓] ......ผล คำสั่งสอนในพุทธศาสนาว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เราย่อมเสวยผลแห่งกรรมที่ได้กระทำไว้ ฉะนั้น ชาตาของมนุษย์ ก็คือผลแห่งกรรมทั้งหลายที่มนุษย์ได้อบรมทำแล้วนั้นเอง

[๑๔] สัยศาสตร์ ศาสนาพราหมณ์ ซึ่งมีมาก่อนพุทธศาสนานานนัก

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ