ยถากรรม

จะกล่าวถึงกระทาชายประชาชาวชะอำชำ-
นิอาชีพทะเลทำถนัดลอบและเบ็ดแห
ชำนาญแนวพนารัญกะสันสรรพ์สภาพแล
เตลิดป่าพนาแปรเพาะปลูกข้าวและแตงโม
มิโก่นเสาก็เผาถ่านประมวญงานสิอักโข
ประทุกเกวียนกระบือโคคำนวณค่ามิค่อยมี
ผิเพียรทำมิจำอดผิจับจดก็เต็มที่
พลังแลกศรีร์พีพลังออมจะผอมจน
ชะอำแล้งพิรุณมากเหมาะพักตากพะโยมหน
เกษตรกรรมมิจำนนก็แร้นแค้นและแค่นหา
กำไรเร่งกำลังงานขนานยอดขะบวนยา
มิอาจยั่วประชาพาชะอำให้ริขวายขวน
เพราะคนน้อยกระทำนิดบเกิดกิจพณิชย์ปรน
บมีมรรคบมีผลและต่างคนก็ต่างทำ
แสวงมื้อเสวยมื้อกำเนิดถือยถากรรม
บบุกป่าก็ฝ่าน้ำอเนกลูกระงมโรง
กะจ้อยร่อยฉลูรุม-กะตุ้มเลี้ยงระวังโขลง[๑]
เจริญวัยสมัยโยงนิยมหาวิชาลัย[๒]
จะทุกข์ยากก็มากท้องฤที่ต้องยำเยงภัย
เพราะกาสรสุกรไก่ขะโมยได้ประดุจเคย
มิมีแพทย์มิมียามิรักษาก็หายเงย
ผิไม่หายก็ตายเลยบรอเสกสุคาถา
ก็แลกายนครแกมิยอมแพ้พยาธิครา
ผจญกวาดพยาธิคร่าห์ประหารให้ประลัยหาย
ผิเหลือรับขยับแพ้มิพ้นแน่ก็ต้องตาย
ฉะนี้แก้วกระทาชายชะอำท้ายถากรรม

พฤศจิก. ๗๘


[๑] โขลง คนอยู่บนยกพื้น วัวอยู่กับแผ่นดิน ภายใต้หลังคาแห่งโรงนาเดียวกัน

[๒] วิชาลัย ที่อยู่แห่งวิชา คือโรงเรียน หรือวิทยาลัย

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ