คำวิพากย์

ยายเกลียดหน้าตาคนนั้นแกปั้นปึ่งชอบทะลึ่งชวนทะเลาะไม่เหมาะเหม็ง
ขัดคอคนพ่นพิษฤทธิ์นักเลงเอ่ยอวดเก่งเกกมะเหรกเฉกคนพาล
หัวเรือใหญ่โดนไหนก็โดนเข้าเขารู้เข้าทำทะเล้นเล่นโวหาร
จะอวดว่าข้ามีปฏิภาณพวกชาวบ้านร้านตลาดขาดเล่าเรียน
เกลียดอะไรไม่เท่าเฝ้าขัดคอถ้าเฆี่ยนได้ละก็ยายจะเฆี่ยน
พวกผีเจาะปากไว้ให้ติเตียนคอยแต่เวียนขัดคอเขาร่ำไป
บริหารงานฉมังฟังยายบ่นเธอก็คนหนึ่งทนมิค่อยได้
งานเธอคงมิใช่กงการของใครทำไมไพล่มีผู้เอาธุระ
มือไม่พายเท้าป่ายลงราน้ำแล้วมีคำแก้ว่าวิพากษะ
นี่แหละหรือคือปากเป็นเอกละฉะนั้นจะมัวทำกันทำไม
นักวิพากษ์ปากสว่างพลางชี้แจงมิใช่แกล้งติเพรื่อหัวเรือใหญ่
มองตัวเองอาจมัวสลัวไปต้องอาศัยตารู้ช่วยฟูฟื้น
ท่านว่าเราแลอะไรใช้ตาหน้าอันตาหลังต้องอาศัยผู้อื่น
แลข้างในมักได้เห็นราบรื่นต่อออกยืนข้างนอกจึ่งบอกชัด
อนึ่งหลายความคิดค่อยผิดน้อยประมาทพลอยหลบหนีเมื่อมีขัด
ฉะนั้นจึ่งรับรู้ผู้สันทัดใครถนัดว่าไปไม่กีดกัน
ติส่วนตัวยั่วหมัดประหัตประหารไม่ใช่งานผู้วิพากษ์จะบากบั่น
เขาพูดแต่ส่วนการงานเท่านั้นและพูดฉันเชี่ยวชาญเพื่องานแท้
พูดด้วยตั้งใจดีไม่มีหยาบสมสุภาพไพเราะมั่นเหมาะแน่
หากจะเผ็ดร้อนบ้างอย่างตอแยก็เพียงแต่แรงรสตามบทร้อน
คำเหลวไหนกล่าวไปด้วยอคตินั้นยังมินับว่าวิพากษ์ก่อน
เสียงผู้ไม่สันทัดพูดตัดรอนก็เหมือนหนอนตายอยากวิพากษ์แท้
คำคุณยายนอกข่ายคำวิพากษ์คำคุณหลานแหละหากจะช่วยแก้
บริหารงานควรส่วนรวมแม้มาผูกขาดอาจแย่ไปตามกัน
โบราณท่านสรรเสริญผู้สมรรถฟังความเห็นข้างขัดไม่อัดอั้น
สามารถย่อยและอร่อยรสครามครันแล้วเลือกสรรแต่เนื้อเพื่อพินิจ
ท่านตำหนิผู้มิสามารถทนฟังความเห็นติงตนในการกิจ
เชิญงดโทษโปรดฟังและยั้งคิดดูสักนิดเถิดท่านหลานคุณยาย

มกร. ๗๗

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ