๒๘

ขณะเมื่อตั้งฮีเจ๋นั้น ขุนนางผู้ใหญ่น้อยก็เข้าไปพร้อมกัน แต่เฮาตุกป่วยหามาไม่ ลีเค็กจึงกระซิบว่ากับพีเปงฮูว่า เอาเด็กมาตั้งให้เป็นเจ้า ต่างคนต่างลืมต๋งนี อีฮูเสีย พีเปงฮูจึงว่า การทั้งปวงเด็ดขาดอยู่กับสุยสิด วันนี้เรากับท่านจะพากันไปหาสุยสิด ณ บ้าน ฟังดูว่าจะพูดจาประการใดบ้าง ครั้นเวลาขุนนางกลับไป ลีเค็กกับพีเปงฮูต่างคนขึ้นเกวียนพากันไป ณ บ้านสุยสิด สุยสิดก็ออกมารับเข้าไปต่างคนต่างคำนับกัน ลีเค็กจึงว่า เจ้าของเราก็ดับสูญสิ้นแล้ว ต๋งนีกับอีฮูเจ้าของเราสองคนก็เป็นผู้ใหญ่ ควรจะว่ากิจการบ้านเมืองได้ ตัวท่านก็เป็นขุนนางผู้ใหญ่ เหตุใดจึงไม่ไปรับต๋งนีกับอีฮูมาให้ว่าราชการ จะเอาลูกเมียน้อยอายุสิบเอ็ดขวบตั้งขึ้นดังนี้ ข้าพเจ้าเห็นหามีใครจะยำเกรงไม่ และขุนนางที่เป็นพวกต๋งนีอีฮูก็มีนํ้าใจเจ็บแค้นนางเลกีแม่ลูกอยู่ทุกคน เห็นความหายุติเพียงนี้ไม่ ข้าพเจ้ารู้ว่าเมืองจิ๋นกับเมืองจิวเขาคอยจะช่วยต๋งนีอีฮูอยู่ ข้างในเล่าพวกพ้องที่ชอบพอรักใคร่ก็มีเป็นอันมาก ท่านจะคิดป้องกันรักษาตัวประการใด

สุยสิดจึงตอบว่า จิ้นเฮียนก๋งมอบฮีเจ๋ไว้กับเรา นอกกว่านั้นเราไม่รู้ แม้นผู้ใดจะทำอันตรายฮีเจ๋กับเรา เราก็ไม่กลัว เมื่อเหลือกำลังแล้วก็จะสู้ตาย เอาชีวิตสนองพระคุณเจ้า พีเปงฮูจึงว่า ท่านคิดดังนั้นไม่ชอบ จงคิดเสียอย่างอื่นเถิด สุยสิดจึงตอบว่า ผิดและชอบนั้นใช่เราจะไม่รู้เมื่อไร แต่ได้รับคำจิ้นเฮียนก๋งไว้ถึงจะเป็นประการใดเราก็มิให้เสียสัตย์ พีเปงฮูกับลีเค็กว่ากล่าวเป็นหลายครั้ง เห็นใจสุยสิดนั้นยั่งยืนเหมือนเหล็กจารึกแผ่นศิลา ซึ่งจะว่ากล่าวต่อไปนั้นเห็นสุยสิดจะมิยอม พีเปงฮูกับลีเค็กก็ลากลับมา ณ บ้านลีเค็ก ลีเค็กจึงว่ากับพีเปงฮูว่า เราก็เอาใจจึงชี้แจงให้ฟัง สุยสิดดื้อดึงอยู่ดังนี้ท่านจะคิดประการใด พีเปงฮูจึงว่าความทั้งนี้จะเป็นไรมี เขาบำรุงฮีเจ๋ เราก็บำรุงต๋งนี ต่างคนต่างคิดเถิด พีเปงฮูกับลีเค็กปรึกษาเห็นพร้อมกันจึงเรียกคนสนิทเข้ามาสั่งเป็นความลับ คนใช้นั้นก็ปลอมเข้าไปคอยอยู่ตามคำลีเค็กสั่ง ครั้นเวลาฮีเจ๋เข้าไปคำนับศพบิดาคนใช้นั้นก็เอากระบี่แทงถูกสีข้างฮีเจ๋ตาย

อิวสีเข้าไปกับฮีเจ๋เห็นดังนั้น ถือกระบี่จะฟันผู้ซึ่งแทงฮีเจ๋ คนใช้นั้นก็แทงอิวสีตายลงอีกคนหนึ่ง แล้วก็หนีออกไปเสียจากที่นั้น คนที่เฝ้าศพต่างคนต่างก็อื้ออึงร้องขึ้นว่ามีผู้เข้ามาลอบทำร้ายฮีเจ๋ สินกุนสุยสิดรู้ก็เข้ามาเห็นฮีเจ๋นอนตายอยู่ เอามือเข้าลูบศพแล้วร้องไห้ว่า เรารับคำจิ้นเฮียนก๋งไว้ก็ได้บำรุงฮีเจ๋มา มีผู้ลอบทำร้ายได้ดังนี้ ตัวเรามีชีวิตอยู่ก็จะอายแก่คนทั้งปวงตายเสียดีกว่า ว่าแล้วก็จะเอาศีรษะโดนเสาเตียงเสียให้ตาย นางเลกีเห็นก็ให้คนใช้ออกมาห้ามไว้แล้วหาตัวเข้าไปว่า ซึ่งท่านจะมาฆ่าตัวเสียดังนั้นไม่ชอบ ศพจิ้นเฮียนก๋งก็ยังหาได้ฝังไม่ ถึงมาตรว่าฮีเจ๋ตายโต๊ะจูยังอยู่ ท่านจงช่วยทำนุบำรุงต่อไปเถิด สุยสิดมีความแค้นเป็นอันมาก กลับออกมาให้เอาคนซึ่งรักษาศพไปฆ่าเสียถึงแปดสิบสองคน

อยู่สองวันสุยสิดให้หาขุนนางเข้ามาปรึกษาพร้อมกัน จะตั้งโต๊ะจูขึ้นให้ครองสมบัติ อายุโต๊ะจูได้เก้าขวบ ลีเค็กพีเปงฮูทำเป็นไม่รู้หาเข้าชื่อปรึกษาด้วยไม่ เลียงฮูจึงว่ากับสุยสิดว่า ฮีเจ๋ตายครั้งนี้ก็เพราะลีเค็กพีเปงฮู ท่านจะตั้งโต๊ะจูขึ้นจึงไม่ลงใจด้วย ขอท่านให้จับเอาตัวไอ้สองคนมาฆ่าเสียจึงจะสิ้นเสี้ยนหนาม สุยสิดจึงว่า ลีเค็กพีเปงฮูเขาเป็นขุนนางเก่าพวกพ้องก็มาก ทำการเกลือกมิสำเร็จก็จะเสียที เราจะงดไว้เอาดีต่อ ถึงเขาจะทำอย่างไรการก็ยังไม่เร็วดอก เมื่อฝังศพจิ้นเฮียนก๋งแล้วโต๊ะจูได้เป็นใหญ่ เราจะมีหนังสือไปเป็นไมตรีไว้กับหัวเมืองทั้งปวง แล้วจะกำจัดศัตรูเหล่านี้เสียให้สิ้น เห็นการก็จะสำเร็จโดยง่าย เลียงฮูได้ฟังดังนั้นก็ถอยหลังออกมา แล้วปรึกษากับตังกวยอูว่า สุยสิดนี้ซื่อตรงต่อแผ่นดินก็จริงอยู่แต่ความคิดน้อย จะคิดการสิ่งใดก็ไม่ว่องไว ซึ่งจะนิ่งคอยสุยสิดอยู่การของเราที่คิดกันไว้ก็จะช้าไป แต่กำลังเราทั้งสองก็พอจะทำได้ ถึงพีเปงฮูกับลีเค็กร่วมคิดกันก็จริง แต่ลีเค็กคนเดียวดอกเป็นพวกซีนเซง ถ้าเรากำจัดลีเค็กได้แล้วพีเปงฮูก็จะหามีเพื่อนคิดไม่ ตังกวยอูจึงว่า ท่านจะคิดประการใดจึงจะกำจัดลีเค็กได้ เลียงฮูจึงว่า เมื่อจะเอาศพจิ้นเฮียนก๋งไปฝัง เราจะซุ่มคนไว้ประตูตะวันออก ถ้าลีเค็กออกไปส่งศพก็จะให้จับตัวฆ่าเสีย ตังกวยอูเห็นชอบจึงว่า เรามีเพื่อนคนหนึ่งชื่อโต๊ะไงอี มีกำลังแบกของได้ถึงสามร้อยชั่ง จะเดินทางเท่าใดก็ไม่เหนื่อย เราจะไปชวนมาให้ช่วยกำจัดลีเค็กเสีย

เลียงฮูได้ฟังก็มีความยินดี จึงให้คนใช้ไปหาตัวโต๊ะไงอีแล้วว่า ถ้าท่านทำได้สำเร็จเหมือนเราว่านี้ จะช่วยเสนอความชอบให้ได้ยศถาบรรดาศักดิ์เบี้ยหวัดมากขึ้น โต๊ะไงอีมีความยินดีรับจะทำตามคำเลียงฮูแล้วก็ลากลับไปบ้าน โต๊ะไงอีมาถึงกลางทางจึงคิดว่า เรามีเพื่อนคนหนึ่งเป็นขุนนางที่ไตหูชื่อตุยฉวนจะไปปรึกษาดู โต๊ะไงอีก็ไป ณ บ้านตุยฉวนเล่าความให้ฟังแล้วถามว่า จะฆ่าลีเค็กเสียเถิดหรือท่านจะเห็นประการใด ตุยฉวนจึงว่า เลียงฮูตังกวยอูสองคนคิดฆ่าซีจูซีนเซงเสีย คนทั้งเมืองเขาก็เจ็บแค้นเลียงฮูตังกวยอูว่าเป็นพวกนางเลกี บัดนี้พีเปงฮูกับลีเค็กเขาจะกำจัดพวกนางเลกีเสียให้หมด จะรับต๋งนีมาเป็นเจ้า ซึ่งลีเค็กพีเปงฮูเขาทำนี้ชอบด้วยขนบธรรมเนียมแผ่นดิน ซึ่งตัวจะคิดทำร้ายคนซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินเสีย ไปเข้าด้วยคนอาธรรม์นั้นไม่ควร ถึงมาตรว่าทำการสำเร็จตัวของท่านจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์สักเท่าใดก็ดี เทพยดาก็หาสรรเสริญไม่ คนทั้งปวงก็จะผูกใจเจ็บแค้นปองทำโทษท่านไม่รู้แล้ว โต๊ะไงอีจึงว่า ข้าพเจ้าเป็นคนโฉดหารู้จักผิดแลชอบไม่ ข้าพเจ้าจะไปคืนคำเสียท่านจะเห็นประการใด ตุยฉวนจึงว่า ถึงจะคืนคำเสียเขาก็จะให้ผู้อื่นต่อไป ตัวท่านก็จะเป็นคนกลับกลอกภายหลังภัยจะถึงท่าน โต๊ะไงอีจึงถามว่า ท่านจะให้ทำประการใดจึงจะไม่มีอันตราย

ตุยฉวนจึงว่า ท่านจงรับคำเขาไปเถิด จึงค่อยกลับคืนฆ่าเลียงฮูตังกวยอูเสีย เราจะไปรับต๋งนีมาเป็นเจ้า แล้วจะยกความชอบให้ตัวเป็นขุนนางมีชื่อเสียงต่อไป ซึ่งถ้อยคำของเราว่านี้ ตัวยังจะซื่อตรงต่อเราแล้วหรือ โต๊ะไงอีจึงว่า ซึ่งไตหูสั่งสอนข้าพเจ้านั้นคุณหาที่สุดมิได้ ถ้าท่านคิดแคลงข้าพเจ้าอยู่ ข้าพเจ้าจะทำให้เห็นความจริง จึงเอาไก่มาเชือดคอทำสัตย์สาบานต่อกันแล้วโต๊ะไงอีก็ลากลับไป ตุยฉวนเอาความมาบอกพีเปงฮูลีเค็ก ต่างคนต่างมีความยินดี แล้วขุนนางทั้งสามจัดเอาคนที่สนิทให้เตรียมเครื่องสาตราวุธไว้ เมื่อจะไปส่งศพให้พร้อมกัน ครั้นถึงกำหนดวันส่งศพ ลีเค็กบอกป่วยหาไปไม่ โต๊ะไงอีแกล้งอุบายบอกตังกวยอูว่า คนทั้งปวงไปส่งศพสิ้น เว้นแต่ลีเค็กคนเดียว เทพยดาจะสิงชีวิตเขามั่นคงอยู่แล้ว ข้าพเจ้าจะขอทหารสามร้อยไปล้อมเรือนจับตัวฆ่าเสีย

ตังกวยอูสำคัญว่าจริงก็จัดคนให้โต๊ะไงอียกไป ลีเค็กให้คนไปคอยอยู่ที่ฝังศพ เห็นสุยสิดมาแล้วให้บอกว่าในเมืองเกิดศึกกันขึ้น สุยสิดได้ยินดังนั้นก็ตกใจ ถามว่าในเมืองเหตุใดจึงวุ่นวาย ตังกวยอูบอกว่าลีเค็กเป็นขบถข้าพเจ้าเกณฑ์คนให้ไปจับ ถ้าทำการสำเร็จความชอบจะยกให้ท่าน สุยสิดให้ยินดังนั้นให้ร้อนใจนักดังกองเพลิงเกิดขึ้นในอก อดกลั้นความไว้จนฝังศพแล้ว รีบกลับเข้ามาในเมืองพร้อมกันที่ว่าราชการ สุยสิดจึงสั่งตังกวยอูกับเลียงฮูให้คุมทหารไปช่วยโต๊ะไงอีจับตัวลีเค็กให้ได้ เลียงฮูตังกวยอูยกมาถึงตลาดข้างทิศตะวันออกพบโต๊ะไงอี โต๊ะไงอีทำเป็นจะเข้ามาเล่าเนื้อความ ครั้นเข้ามาใกล้ก็หักคอตังกวยอูตายทหารแตกตื่นไป

โต๊ะไงอีจึงร้องประกาศกับคนทั้งปวงว่า ต๋งนียกทหารเมืองจิ๋นกับเมืองเต๊กมาตั้งอยู่นอกเมือง ซึ่งเราฆ่าตังกวยอูเสียนี้ตามคำลีเค็กสั่งจะแก้แค้นแทนซีจูซีนเซง จะกำจัดพวกนางเลกีเสีย รับต๋งนีมาเป็นเจ้า ถ้าผู้ใดจะเข้าด้วยมาไปช่วยเรา แต่บรรดาทหารทั้งปวงได้ยินว่าต๋งนีจะมาเป็นเจ้า ต่างคนต่างก็ดีใจมาเข้าด้วยโต๊ะไงอีเป็นอันมาก เลียงฮูยกตามมาภายหลัง ถึงกลางทางรู้ว่าโต๊ะไงอีกลับไปฆ่าตังกวยอูเสียก็ตกใจ รีบหนีกลับเข้าไปที่ว่าราชการจะพาสุยสิดกับโต๊ะจูหนี โต๊ะไงอีไล่หลังเลียงฮูเข้ามา

ฝ่ายลีเค็กพีเปงฮูตุยฉวน ต่างคนยกทหารมาถึงพร้อมกันเข้า เลียงฮูเห็นจะหนีไม่พ้นก็ชักกระบี่ออกจะเชือดคอตาย โต๊ะไงอีจับตัวไว้ได้ พอลีเค็กมาทันเอากระบี่ฟันเลียงฮูตัวขาดไปเป็นสองท่อนตาย แล้วยกเลยเข้าไปถึงประตูวัง ลีเค็กถือกระบี่เดินเข้าไปหน้าทหารทั้งปวง ทหารทั้งปวงเดินเป็นสองแถว คนทั้งปวงเห็นก็ตกใจแตกตื่นกันไป แต่สุยสิดนั้นมิได้ย่อท้อมือขวาอุ้มโต๊ะจู มือซ้ายกวัดชายเสื้อปกโต๊ะจูไว้ โต๊ะจูกลัวก็ร้องไห้ สุยสิดจึงว่ากับลีเค็กว่า โต๊ะจูเป็นเด็กเท่านี้หามีโทษอันใดไม่ ท่านจะฆ่าเราเสียก็ตามเถิด ขอแต่โต๊ะจูไว้ด้วยเป็นเชื้อจิ้นเฮียนก๋ง ลีเค็กจึงว่า ซีนเซงอยู่ไหนเล่า นั่นก็เชื้อจิ้นเฮียนก๋งเหมือนกัน แล้วลีเค็กร้องว่า ทำไมโต๊ะไงอีไม่ลงมือเล่า โต๊ะไงอีได้ยินดังนั้นก็เข้าชิงเอาโต๊ะจูที่มือสุยสิดฟาดลงกับศิลาขาดใจตาย สุยสิดฉวยกระบี่จะมาฟันเอาลีเค็ก โต๊ะไงอีก็เอากระบี่ฟันสุยสิดตาย แล้วลีเค็กโต๊ะไงอีก็เข้าไปที่ข้างใน นางเลกีเห็นก็ตกใจกลัวหนีเข้าไปในสวนดอกไม้ขึ้นไปบนสะพานโจนนํ้าตาย ลีเค็กเห็นดังนั้นก็ให้คนไปลากเอาศพขึ้นมาสับเสีย แต่น้องสาวนางเลกีซึ่งเป็นมารดาโต๊ะจูนั้นให้ไปอยู่ตำหนักอื่น แล้วลีเค็กออกมาที่ว่าราชการขุนนางใหญ่น้อยก็มาพร้อมกัน ลีเค็กสั่งทหารให้ไปจับบรรดาญาติพี่น้องเลียงฮู ตังกวยอู อิวสี มาฆ่าเสียสิ้นทั้งสามพวก แล้วว่ากับขุนนางทั้งปวงว่า เราปราบเสี้ยนหนามในเมืองสิ้นแล้ว เมืองว่างเปล่าอยู่ไม่มีเจ้านั้นหาควรไม่ บุตรจิ้นเฮียนก๋งเล่าเราเห็นแต่ต๋งนีเป็นผู้ใหญ่ แล้วมีสติปัญญาทั้งนํ้าใจก็โอบอ้อมอารี ถ้าขุนนางผู้ใหญ่จะยอมตามคำเรา ก็ให้เขียนชื่อลงทุกคน

พีเปกฮูจึงว่า ข้าราชการทั้งปวงแต่บรรดาอยู่ในที่นี้เห็นพร้อมกันอยู่ แต่ยังไม่ได้ปรึกษาเฮาตุกซึ่งเป็นขุนนางผู้ใหญ่ ลีเค็กได้ฟังดังนั้นก็สั่งให้เอารถไปรับเฮาตุก เฮาตุกไม่มา บอกว่าเฮามัวเฮาเอียนบุตรเราทั้งสองคนไปติดตามต๋งนีอยู่ถ้าเราจะลงชื่อไปรับด้วย เขาก็จะติเตียนว่าเราเป็นพวกฆ่าฮีเจ๋เสีย ตัวเราก็ชราแล้วอย่าให้เรารู้ด้วยเลย ตามแต่ท่านทั้งปวงปรึกษาพร้อมกันเถิด คนใช้กลับมาแจ้งกับลีเค็กและขุนนางทั้งปวง ลีเค็กก็ให้จดหมายแต่บรรดาผู้ซึ่งลงใจด้วยเป็นขุนนางสามสิบเศษ แล้วลีเค็กให้โต๊ะไงอีถือหนังสือไปเชิญต๋งนี ณ เมืองเต๊ก โต๊ะไงอีไปถึงเมืองเต๊กแล้ว เข้าไปคำนับต๋งนีบอกว่า ขุนนางทั้งปวงพร้อมใจกันให้มาเชิญท่าน แล้วส่งหนังสือให้ต๋งนี ต๋งนีรับเอามาอ่านดูหามีชื่อเฮาตุกไม่ คิดแคลงใจก็นิ่งอยู่ งุยฉิวจึงว่า เขามีหนังสือมารับซึ่งจะไม่ไปตามหนังสือนั้น จะเที่ยวซัดเซอยู่ดังนี้หาควรไม่

ต๋งนีจึงว่า ซึ่งท่านว่านั้นชอบแล้ว แต่ว่าเชื้อยังอยู่หลายคนจำเพาะแต่เราเมื่อไรมี แล้วฮีเจ๋โต๊ะจูก็พึ่งตาย พวกพ้องยังอยู่มาก ครั้นเราเข้าไปแล้วเกลือกจะมิสมควร คิดจะถอยหลังยาก ถ้าบุญของเราเทพยดาช่วยแล้วคงจะมีเมืองอยู่ แล้วต๋งนีจึงเรียกโต๊ะไงอีเข้ามาว่า ตัวเราเป็นคนผิดบิดาจะเอาโทษเราหนีเอาชีวิตรอด เมื่อบิดาป่วยลงก็มิได้พยาบาล บิดาตายก็หาได้ไปเยี่ยมศพตามประเพณีไม่ ซึ่งเราจะเห็นแต่บ้านเมืองเขาก็จะนินทาได้เราไม่ยอมแล้ว ท่านจงไปจัดแจงเอาผู้อื่นเถิด

โต๊ะไงอีก็ลากลับมาแจ้งแก่ลีเค็กทุกประการ เลียงอิวมีจึงว่า เมื่อต๋งนีไม่ยอมแล้วเราจะได้ใครเป็นเจ้าเล่า ขุนนางทั้งปวงได้ยินดังนั้น บางคนก็ว่าให้ไปรับอีฮูมาเถิด ลีเค็กจึงว่า อีฮูเป็นคนโลภไม่มีความกรุณาแก่พี่น้อง เห็นจะรักบ้านเมืองไปมิได้ ขุนนางทั้งปวงว่าอีฮูก็เป็นลูกจิ้นเฮียนก๋ง เมื่อไปรับต๋งนีมิมาจะให้เมืองว่างเปล่าอยู่นั้นหาควรไม่ ปรึกษาเห็นพร้อมกันจะให้ไปรับอีฮู ลีเค็กขัดมิได้ก็ยอม จึงใช้โต๊ะไงอีกับเลียงอิวมีถือหนังสือไปเชิญอีฮู ณ เมืองเลียง

ฝ่ายอีฮูเมื่ออยู่ ณ เมืองเลียงนั้น เจ้าเมืองเลียงยกลูกสาวให้เป็นภรรยา เกิดบุตรชายด้วยกันคนหนึ่งชื่อก๋งจูหึง อีฮูคิดอยู่มิได้ขาดว่าเมื่อใดเมืองจิ้นเกิดเหตุขึ้นจะได้กลับคืนไปเมือง พอรู้ข่าวว่าบิดาถึงแก่ความตาย อีฮูจึงใช้ให้ลีเซงไปรักษาเมืองคุดเต ครั้นรู้การในเมืองจิ้นแล้ว จึงมีหนังสือแจ้งการมาถึงอีฮูว่าเมืองจิ้นนั้นเกิดรบพุ่งฆ่าฟันกันขึ้น ฮีเจ๋โต๊ะจูนางเลกีกับพรรคพวกตายสิ้น ขุนนางทั้งปวงปรึกษาพร้อมใจกันจะไปรับต๋งนีมาเป็นเจ้า อีฮูได้แจ้งดังนั้นจึงปรึกษากับเค็กเสียคับโยยว่า เราจะยกกองทัพไปตีเอาเมืองคืน พอว่าขาดคำลงแลไปเห็นโต๊ะไงอีกับเลียงอิวมีเดินตรงเข้ามาถึงคุกเข่าลงคำนับส่งหนังสือให้ อีฮูรับมาดูแจ้งแล้วมีความยินดีนักว่า บุญของเราเทพยดาชิงเอาเมืองของต๋งนีมาให้กับเรา แล้วส่งหนังสือให้คับโยย คับโยยดูหนังสือแล้วจึงว่า ใช่ก๋งจูต๋งนีจะไม่รักบ้านเมืองเมื่อไรมี แต่ทว่าก๋งจูต๋งนีคิดแคลงใจอยู่ ถึงตัวท่านก็อย่าเพิ่งเชื่อนัก ขุนนางทั้งปวงอยู่ในเมืองให้แต่งหนังสือมารับท่านอยู่ข้างนอกไปเป็นเจ้า ท่านจงตรึกตรองดูให้ดี บัดนี้ราชการในเมืองจิ้นนั้น ลีเค็กกับพีเปงฮูใหญ่กว่าคนทั้งปวง ถ้าท่านจะเข้าไปตามหนังสือ จงคิดให้มีประโยชน์กับลีเค็กพีเปงฮู คนทั้งสองจึงจะมีนํ้าใจตรงต่อท่าน

อีฮูได้ฟังดังนั้นจึงว่า ความคิดของท่านนั้นดีนัก เราจะทำตามคำท่าน อีฮูจึงทำหนังสือทานบนว่า ถ้าเราได้สำเร็จงานการในเมืองจิ้นแล้ว จะยกนาตำบลอุเหลียงร้อยหมื่นให้แก่ลีเค็ก ตำบลฮูขีวให้กับพีเปงฮูเจ็ดสิบหมื่น แล้วสั่งโต๊ะไงอีว่า ท่านจงไปแจ้งแก่ลีเค็กพีเปงฮูเถิด แต่เลียงอิวมีซึ่งมากับท่านนั้นเราจะให้ถือหนังสือไปเมืองจิ๋น โต๊ะไงอีคำนับลาอีฮูกลับไปเมืองจิ้น แจ้งความกับลีเค็กพีเปงฮูทุกประการ อีฮูจึงทำหนังสือฉบับหนึ่งบอกแจ้งข้อความทั้งปวง ให้เลียงอิวมีนำหนังสือไปให้ก๋งจูบุนเจ้าเมืองจิ๋น เจ้าเมืองจิ๋นแจ้งดังนั้น จึงปรึกษากับกวนซกว่า ซึ่งเราฝันเห็นว่าเทพยดาบอกว่า เมืองจิ้นจะเกิดจลาจลให้เราไปปราบปรามนั้น จะถูกเข้าคราวนี้ดอกกระมัง เราได้ยินว่าต๋งนีกับอีฮูทั้งสองนี้มีสติปัญญาเสมอกันเราจะเลือกเอาคนหนึ่ง

กวนซกจึงว่า บัดนี้ต๋งนีก็อยู่ ณ เมืองเต๊ก อีฮูอยู่ ณ เมืองเลียง ท่านจงใช้คนเอาเครื่องขาวตามธรรมเนียมไปช่วย จะได้ดูอัชฌาสัยต๋งนีกับอีฮูว่าผู้ใดจะมีปัญญาดีกว่ากัน ก๋งจูบุนเห็นชอบด้วยจึงจัดเครื่องขาวตามธรรมเนียมสองที่มอบให้ก๋งจูจี แล้วสั่งว่า ท่านเอาไปให้ต๋งนี ณ เมืองเต๊กแล้วจึงให้อีฮู จะได้ดูว่าใครจะดีกว่ากัน ก๋งจูจีรับสิ่งของแล้วก็ไป ณ เมืองเต๊ก เข้าไปหาต๋งนี ต่างคนต่างคำนับกันต๋งนีเชิญให้ก๋งจูจีนั่งที่สมควร ก๋งจูจีจึงว่าเจ้าเมืองจิ๋นให้ข้าพเจ้าเอาของทั้งนี้มาให้กับท่าน ต๋งนีแจ้งดังนั้นรับสิ่งของแล้วมิได้ตอบประการใด ลุกขึ้นเดินเข้าไปในซอกเล่าความให้เตียวสวยฟัง ก๋งจูจีนั่งอยู่ข้างนอกจึงเรียกคนสนิทของต๋งนีเข้ามากระซิบบอกว่า จิ้นเฮียนก๋งตายแล้ว ให้ต๋งนีเร่งคิดอ่านเข้าไปเมืองเจ้าของเราจะช่วยเป็นทัพหน้า คนใช้ก็เข้าไปบอกความกับต๋งนีทุกประการ เตียวสวยได้ยินดังนั้นจึงว่า ซึ่งเขาทำเป็นรักมารับว่าจะช่วย อันเรายอมจะเข้าเมืองตามคำเขานั้นไม่ได้ เราทุกวันนี้เหมือนคนตามืด มิได้รู้เหตุผลในเมืองนั้นประการใด ต๋งนีเห็นชอบด้วยก็ออกมาหาก๋งจูจีจึงว่า เจ้าของท่านมีใจเมตตาให้เอาของมาให้แล้วจะช่วยธุระข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้าเป็นคนสิ้นวาสนาบิดามารดาก็หาไม่ การสิ่งใดนั้นข้าพเจ้าไม่คิดต่อไปแล้ว คนข้างนอกเขาจะนินทาเราได้ ด้วยบิดาป่วยมาจนตายก็หาได้ไปเยี่ยมเยียน ว่าแล้วต๋งนีก้มหน้าลงร้องไห้มิได้พูดจาสิ่งใดตอไป

ก๋งจูจีเห็นต๋งนีไม่ยอม ก็เข้าใจว่าต๋งนีมีปัญญาลึกซึ้ง ก๋งจูจีทำทอดใจใหญ่แล้วก็ลาออกไป ครั้นถึงเมืองเลียงเข้าไปหาอีฮูบอกว่า นายข้าพเจ้ารู้ว่าบิดาท่านตาย ให้เอาของธรรมเนียมมาให้ท่าน อีฮูจึงตอบว่า ซึ่งเจ้าเมืองจิ๋นมีความกรุณาข้าพเจ้านั้น ข้าพเจ้ามีความยินดีนัก จะขอสติปัญญาท่านเป็นที่พึ่งด้วย ก๋งจูจีจึงว่า ท่านจะเข้าไปเมืองจิ้นนั้น นายข้าพเจ้าก็คิดอยู่ว่าจะให้กองทัพมาช่วยท่าน อีฮูได้ฟังดังนั้นก็คุกเข่าลงคำนับว่า ถ้าดังนั้นพระคุณหาที่สุดมิได้ แล้วอีฮูกลับเอาความมาเล่ากับคับโยยว่า ก๋งจูบุนมีใจยินดียอมจะให้เราเป็นเจ้าเมืองจิ้น

คับโยยจึงว่า ซึ่งก๋งจูบุนจะมาช่วยเรานั้น เห็นจะมีที่หมายอยู่สักสิ่งหนึ่ง ข้าพเจ้าคิดว่าจะยกเมืองริมนํ้าห้าหัวเมืองให้เป็นสินบนก๋งจูบุนจะได้ตั้งใจช่วยโดยสุจริต การของเราก็จะสำเร็จเป็นแท้ อีฮูจึงตอบว่า จะมาตัดหัวเมืองออกให้กับเขานั้น แผ่นดินเมืองจิ้นจะมิแคบไปหรือ คับโยยจึงว่า ซึ่งจะมาคิดเสียดายหัวเมืองอยู่นั้น ถ้าไม่สมคะเนเมืองจิ้นจะเป็นของผู้อื่นแล้วจะเอาแผ่นดินคืบหนึ่งศอกหนึ่งยังจะได้หรือ ซึ่งท่านมาอาศัยเมืองเลียงอยู่นี้ก็เหมือนกับไพร่คนหนึ่ง จะคิดเสียดายอะไรกับห้าหัวเมือง การข้างหน้าก็ยังมากอยู่ อีฮูเห็นชอบด้วย ก็เขียนเป็นหนังสือสัญญาใส่ในมือเสื้อแล้วออกมาหาก๋งจูจียุดมือเข้าแล้วว่า ลีเค็ก พีเปงฮู เขามารับแล้ว ถ้าข้าพเจ้าได้เมืองของบิดาข้าพเจ้าคืน จะยกเมืองริมนํ้าห้าหัวเมืองกับที่แผ่นดินข้างทิศตะวันออกไปจนถึงเมืองเค็ก ข้างทิศใต้ไปจนเขาฮัวสาน ข้างทิศเหนือออกไปจนแดนเมืองเลียงให้กับเจ้าเมืองจิ๋นแทนพระคุณท่าน แล้วเอาหนังสือสัญญาในแขนเสื้อออกให้ก๋งจูจี ก๋งจูจีทำเป็นมิใคร่จะรับ อีฮูจึงเอาทองสี่สิบแท่งกับหยกคู่หนึ่งให้เป็นส่วนก๋งจูจีให้ช่วยว่ากล่าวก๋งจูบุนด้วย ซึ่งการทั้งปวงนั้นสุดแต่ก๋งจูบุนเถิด ก๋งจูจีรับหนังสือสัญญาแล้วก็กลับไปเมืองจิ๋นแล้วเล่าความให้ก๋งจูบุนฟังทุกประการ แล้วว่าข้าพเจ้าไปดูต๋งนีกับอีฮูเห็นต๋งนีฉลาดกว่าอีฮูมาก ก๋งจูบุนจึงว่า ดังนั้นเราจะเอาต๋งนีเป็นเจ้าเมืองจิ้น ท่านจะเห็นประการใด ก๋งจูจีจึงตอบว่า ทั้งนี้สุดแต่ใจท่าน ถ้าท่านวิตกอยู่ด้วยเมืองจิ้น จะช่วยทำนุบำรุงให้ยืดยาวไปนั้นจึงเอาคนที่มีสติปัญญามาตั้ง ถ้าจะให้แต่ชื่อเสียงปรากฏในแผ่นดินก็เอาแต่คนที่พอดีเถิด แล้วถามว่าสองอย่างนี้ข้างไหนจะเป็นประโยชน์

ก๋งจูบุนได้ฟังดังนั้นมีความยินดี จึงว่าเดิมเราไม่ทันคิดต่อท่านชี้แจงให้ฟัง จึงเห็นความสว่างไปในใจของเรา แล้วสั่งกงซุนกีให้เกณฑ์ทัพเกวียนสามร้อยไปส่งอีฮูเข้าเมืองจิ้น ขณะนั้นเป๊กกีน้องสาวซีนเซง ซึ่งได้มาเป็นภรรยาก๋งจูบุนอยู่ในเมืองจิ๋นนั้นมารดาตายแต่เล็ก นางแกกุ๋นซึ่งเป็นภรรยาน้อยจิ้นเฮียนก๋งรับเอานางเป๊กกีมาเลี้ยง นางแกกุ๋นรักใคร่นางเป๊กกี นางเป๊กกีรู้ว่าก๋งจูบุนให้ไปส่งอีฮูเข้าเมือง จึงแต่งหนังสือฉบับหนึ่งไปถึงอีฮูเป็นใจความว่า ถ้าอีฮูได้เป็นใหญ่ในเมืองจิ้นแล้ว ให้อุตส่าห์ปฏิบัติแก่ตระกูลด้วย ข้อหนึ่งเชื้อวงศ์ของเราเมื่อวุ่นวายนั้นต่างคนต่างพลัดกันไป ให้สืบเสาะเอามาเลี้ยงจะได้เป็นเพื่อนรักษาตัว อุปมาเหมือนต้นไม้ ถ้ากิ่งก้านบริบูรณ์แล้วจะดูงาม เขียนแล้วก็มอบให้กงซุนกี กงซุนกีจัดแจงกองทัพเสร็จก็ยกไปเมืองจิ้น

ฝ่ายเจ๋ฮวนก๋งเจ้าเมืองเจ๋รู้ว่าเมืองจิ้นเกิดจลาจล จึงให้เกณฑ์กองทัพมาบรรจบกับทัพหัวเมืองขึ้นยกจะมาช่วยบำรุงเมืองจิ้น ครั้นมาถึงตำบลโกเอียงปลายแดน รู้ข่าวว่าก๋งจูบุนให้ก๋งซุนกีคุมกองทัพมาช่วยเมืองจิ้นทัพหนึ่ง แล้วพระเจ้าจิวเซียงอ๋องให้ไต้หูอ๋องตั้งคุมทัพเมืองจิวมาช่วยอีกทัพหนึ่ง ทัพทั้งสองนั้นออกมาก่อน ยกล่วงเข้าไปถึงเมืองจิ้นแล้ว เจ๋ฮวนก๋งจึงแต่งให้กองซุนสิบผองคุมทัพเมืองเจ๋ยกตามไปพร้อมด้วยทัพทั้งสองเมือง ตัวเจ๋ฮวนก๋งนั้นกลับไปเมืองเจ๋ กองซุนสิบผองก็ยกไปตามเจ๋ฮวนก๋งสั่ง ครั้นไปถึงเมืองจิ้นก็เข้าบรรจบด้วยเมืองจิว เมืองจิ๋น เป็นสามทัพ แล้วปรึกษากับขุนนางในเมืองจิ้นที่จะจัดแจงการไปรับอีฮูเข้ามา พอลีเสงก็มาแต่เมืองคุด ลีเค็กกับพีเปงฮูก็ให้ไปเชิญเฮาตุกเข้ามา แล้วให้ขุนนางทั้งปวงเอารถออกไปรับอีฮูซึ่งอยู่เมืองเสียงปลายแดนเมืองจิ้นนั้น นายทัพทั้งสามหัวเมืองก็แต่งทหารออกไปเป็นกองป้องกันอีฮูเข้ามา ครั้นอีฮูเข้ามาในเมืองแล้วขุนนางทั้งปวงพร้อมกันตั้งอีฮูให้เป็นเจ้าเรียกว่าจิ้นฮุยก๋ง

ขณะนั้นศักราชพระเจ้าจิวเซียงอ๋องเสวยราชย์ได้สองปี อีฮูเป็นเจ้าเมืองจิ้นแล้ว ตั้งก๋งจูหึงผู้บุตรเป็นที่ซีจู ตั้งเฮาตุกเค็กเสียเป็นเสียงไตหู ตั้งลีอี้เสง คับโยยเป็นที่ไตหู โต๊ะไงอี เป็นหยีไตหู แต่บรรดาขุนนางเก่านั้นให้คงที่ตามเดิม ฝ่ายอ๋องจูตังกับกองซุนสิบผองซึ่งคุมทัพเมืองจิวเมืองเจ๋มานั้นก็เข้าไปว่ากับจิ้นฮุยก๋งว่า การของท่านเสร็จแล้วข้าพเจ้าจะลากลับไปเมือง จิ้นฮุยก๋งจึงสั่งให้เลียงอิวมีไปกับอ๋องจูตังขอบใจเจ้าเมืองจิว ให้หันกันเหียนไปกับกองซุนสิบผองขอบใจเจ้าเมืองเจ๋ กองทัพทั้งสองหัวเมืองยกกลับไป ยังอยู่แต่กงซุนกีซึ่งคุมทัพเมืองจิ๋นมานั้นอยู่ทวงสินบนจิ้นฮุยก๋ง

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ