• จดหมายหลวงอุดมสมบัติ

    หลวงอุดมสมบัติ
    หนังสือที่เรียกชื่อว่า “จดหมายหลวงอุดมสมบัติ” เรื่องนี้ถ้าใครไม่เคยอ่าน ได้ยินแต่ชื่อเรื่องน่าจะเข้าใจว่า เปนแต่หนังสืออย่างสามัญอะไรเรื่อง ๑ แต่ที่จริงเปนหนังสือดีอย่างที่สุดซึ่งผู้เอาใจใส่ในโบราณคดี แลในทางความรู้ราชการเล่า จะเปนราชการทหารหรือราชการพลเรือนไม่ว่า ถ้าได้อ่านแล้วจะมีความเห็นเปนอย่างเดียวกันทุกคน ว่าเปนหนังสือน่าอ่านนับเปนอย่างเอกได้เรื่อง ๑
  • บทลครนอก พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๒

    พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
    เรื่องลคร ๖ เรื่องที่พิมพ์ในสมุดเล่มนี้ เดิมเปนนิทานในนิบาตชาดกบ้าง นิทานในปัญญาสชาดกบ้าง เปนนิทานในพื้นเมืองมาแต่โบราณบ้าง บางเรื่องเชื่อถือกันว่าเปนเรื่องจริง เปนเรื่องที่รู้กันแพร่หลายมาแต่โบราณ จึงมีผู้เอานิทานทั้ง ๖ เรื่องนี้แต่งเปนบทเล่นลครกันตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยายังเปนราชธานี
  • ปูมราชธรรม

    “ปูมราชธรรม” เป็นการประมวลข้อธรรมที่พระมหากษัตริย์จะพึงทรงปฏิบัติเพื่อประกาศพระเกียรติคุณให้ปรากฏและเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของเหล่าพสกนิกร เนื้อหาแบ่งออกเป็น ๓ ตอน คือ “ราชธรรม” เป็นคำสอนหรือข้อแนะนำให้พระมหากษัตริย์ทรงปฏิบัติ ตอนกลางว่าด้วย “ราชพยัตติธรรม” หรือ “เนาวพยัตติ” อันได้แก่ ความฉลาดรู้แจ้ง ๙ ประการสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ และตอนปลาย ว่าด้วย “ราชวิจารธรรม” ข้อธรรมที่พระมหากษัตริย์ทรงพิจารณาเลือกแต่งตั้งบุคคล
  • นางอุทัยกลอนสวด

    “คำกาพย์” เป็นรูปแบบร้อยกรองไทยอย่างหนึ่ง มักแต่งเป็นเรื่องยาวประกอบด้วย “กาพย์” หลายชนิดคละกัน ได้แก่ สุรางคนางค์ ฉบังและยานี ในสมัยโบราณนิยมนำวรรณกรรมคำกาพย์ไปใช้เป็นบทสวด ดังนั้นจึงเรียกวรรณกรรมประเภทนี้อีกชื่อหนึ่งว่า “กลอนสวด” เช่น เรื่องสุบินคำกาพย์ อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “สุบินกลอนสวด”
  • พระสี่เสาร์กลอนสวด

    เรื่องพระสี่เสาร์ที่โบราณกวีนำมาแต่งเป็นกลอนสวดนี้ มีที่มาจาก “สิโสรชาดก” ในปัญญาสชาดก ซึ่งนับว่ามีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการสร้างสรรค์วรรณกรรมร้อยกรองไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเช่นเรื่องสมุทรโฆษ เรื่องพระรถเสน เรื่องพระสุธน เป็นต้น
  • สุธนูกลอนสวด

    เรื่องสุธนูเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยอยุธยา กวีหลายท่านนำเอาการพลัดพรากชองตัวละครเอกในเรื่องคือพระสุธนูกับนางจีรัปภามาประพันธ์เป็นโวหารเปรียบเทียบในวรรณคดีหลายเรื่อง เช่น โคลงนิราศหริภุญไชย, โคลงกำสรวล และโคลงทวาทศมาส วรรณคดีสำคัญสองเรื่องสมัยอยุธยา ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระยาอิศรานุภาพ (อ้น) ได้นำเรื่องราวของพระสุธนูจากปัญญาสชาดกมาประพันธ์เป็น “สุธนูคำฉันท์”
  • โสวัตกลอนสวด

    เรื่องโสวัตเป็นนิทานไทยโบราณ เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า “โสวัตนางประทุม” เรื่องนี้เป็นที่รู้จักในสังคมไทยสมัยอยุธยาสืบมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ดังปรากฏหลักฐานในสมุดภาพหนังสือสวดสมัยอยุธยา สมบัติของวัดสุวรรณภูมิ จังหวัดสุพรรณบุรี มีจิตรกรรมเรื่องโสวัตประกอบอยู่ด้วย สันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย
  • นกกระจาบกลอนสวด

    เรื่องนกกระจาบเป็นนิทานไทยโบราณมีเค้าเรื่องปรากฏใน “สรรพสิทธิชาดก” อันเป็นปัญญาสชาดกเรื่องหนึ่ง นิทานเรื่องนี้เคยเป็นที่รู้จักแพร่หลายในสังคมไทย กวีในอดีตนำมาประพันธ์เป็นร้อยกรองหลายสำนวน เช่น นกกระจาบกลอนสวดสำนวนที่แต่งในสมัยรัชกาลที่ ๑ และสรรพสิทธ์คำฉันท์ พระนิพนธ์ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส เป็นต้น
  • ไตรภูมิกถา พระราชนิพนธ์

    พญาลิไทย
    เป็นวรรณคดีสมัยสุโขทัย มีอายุกว่า ๖๐๐ ปี การคัดลอกกันมาหลายชั้นหลายสมัย มีส่วนวิปลาสคลาดเคลื่อนอยู่มาก ทำให้ของเดิมของแท้มัวหมองและขาดตกไป การตรวจชำระครั้งนี้ ได้ปริวรรตถ่ายถอดตามหลักวิชาการ โดยรักษารูปอักษร ภาษา วรรณยุกต์ ให้คงเดิมเหมือนต้นฉบับทุกประการ เพื่อให้ผู้ศึกษาสอบทานด้านอักษรกับต้นฉบับคัมภีร์ใบลานได้ง่าย
  • คำฉันท์ดุษฎีสังเวย คำฉันท์กล่อมช้าง ครั้งกรุงเก่า และคำฉันท์คชกรรมประยูร

    คำฉันท์ดุษฎีสังเวย เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้สำหรับประกอบพิธีคชกรรม สันนิษฐานว่าเรื่องนี้แต่งขึ้นก่อนรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ใช้ภาษาเขมรเป็นส่วนมาก คำฉันท์กล่อมช้าง ครั้งกรุงเก่า สันนิษฐานว่าน่าจะแต่งขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อใช้เป็นบทสำหรับกล่อมช้าง หลังจากคล้องช้างได้แล้วก่อนที่จะนำมายังพระนคร คำฉันท์คชกรรมประยูร แต่งขึ้นในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ มีเนื้อหาว่าด้วยเรื่องคชลักษณ์ หรือลักษณะช้างชนิดต่าง ๆ

ข่าวสารล่าสุด