อุเทนคำฉันท์

๑๔ เบญจางค์วรางคอภิวาทยภิวันทกรรพุม
ด้วยกายวจีจิตประชุมอภิมัตย์นมัสการ
๏ โลเกศวสุนธรสยมภุวรุตมาจารย์
เสด็จเถลิงสิหาสน์วิมุติมาร-วิชิตฉัตรไชย
๏ โปรดปวงประชาสุรคณากินรนาคเวนไตย
แจงธรรมจักรวัติวิไนยก็ลุโลกศิวารมย์
๏ หนึ่งข้าถวายกรประณามนวโลกกุดรพรหม
ตรวจไตรปิฎกธรรมอุดมพุทธภาษิตสุขุม
๏ ส่องสัตว์สกลกมลมันท์เบญจขันธเคลิ้มคลุม
ปราศโทษมลายมลประชุมจตุรโอฆกันดาร
๏ ไหว้อัคสาวกบวรอุดรทักษิณาสถาน
เอตทัคคอสีติอารย์อาทิอัญโกณฑัญ
๏ นายกคณาสมมุติสงฆ์วิสุทธิสาธุพรหมจรรย์
จตุปาริสุทธิศิลบรรพชิตกิจสังวร
๏ บังคมบรมอุศภพาหนสุราคณิศร
ปางตรีบุรำอสุรมรณ์นยนาถบรรหาร
๏ ถวายกรบวรจตุรภุชชำนิครุฑพญายาน
นิทรนาคกระสินธุ์ขษิรธารอัจฉเรศสองสม
๏ สี่มุขมเหศักขมหาสุธาวาสไกรกรม
เหิรเหมพาหนอุดมสฤษดิโลกยสบสรรพ์
๏ ไหว้วัชราวุธวิไชยธรไอยราวัณ
สองสรวงอำเภอบพิตรบัญญัติเทวโองการ
๏ บังคมบรมจักรจุฑทวาราวดีสถาน
เดชดั่งพระกฤษณวตารวรองคลงเปน
๏ สาสนูปถัมภกตระศักดิ์อาณาจักรกำจายเข็ญ
พราหมณ์ชีประชาชนก็เย็นธนสรรพสมบูรณ์
๏ เกิดแก้วกรินทรอำนวยชำนิจักรพรรดิพูล
เฉลิมภพพาหนอดูลย์ผดุงเดชสมเด็จแสดง
๏ ท้าวเทศถวายสุวรรณมาลยบรรณาอเนกแขวง
ราชร้ายดำริห์อรินทรแรงพเอิญออกพระสมภาร
๏ เพ็ญโภคคือไพสพสมบัติสารพัดจะไพศาล
กรุงเทพมหานครปานสุทัศนะเทวไอศูรย์
ไหว้บุพจาริยคุณาอุปการคุณมูล
ป้อนหม่ามขิรามรสนุกูลนุเคราะห์เท่าเจริญมา
๏ นบอุปัชฌาย์คุณนุสาสน์คุรุราชเมธา
ศึกษานุสนธิอักขรากลกาพย์ประกอบกลอน
๏ เริ่มเรื่องอุเทนทวนิทานอดิตกาลเริ่มสอน
ขอเปนสวัสดิ์สิริบวรนิรุปัทวันตกาล ฯ
๑๖ ดำเนิรโดยในดำนานจอมจุลจักรพาฬ
ปรันตปะธิบดี
๏ เสวยไปศุริยราชธานีแก้วโกสามพี
พิศาลพิเศษโสภิณ
๏ โสภาคยอำไพไชยสินธุ์ใสสุทธชลธิน
ดั่งชาติสระใสสรง
๏ นานาบุษบาเบญจงค์เสียงมธุภมรลง
คือคีตบำเรอสระสนาน
๏ ปรากฎจรัลเทินปราการคือเขาจักรพาฬ
สง่าจะงำธรณี
๏ เทริดซุ้มทวารารูจีโดรณาไพที
ประดับด้วยเทียวเถือกถกล
๏ คันทึกเทียบทุกทางถนนไปมาผู้คน
บรู้พิกัตอัดแอ
๏ พระลานเลี่ยนทิพยพลานแลพรักพิริยโจษแจ
ชำนิชำนัลนนทรี
๏ ลองทายขลุบชิงช่วงคลีอาวุธคระวี
ละตัวประลองยุทธแยง
๏ ลองคชบำรูรณแรงผัดพานกลางแปลง
ลองรถระแทะแกะเกวียน
๏ บัติพลรณรงค์คงเรียนฉะบัดตัดเศียร
อรินทรด้วยดีดใดเดียว
๏ ส่ำสารชาญชนะประเปรียวข่าวเข็ญมาเคียว
ก็ร่านคำรณเรียกมัน
๏ พลไหยหาญศึกคึกคันแล่นล้ำลมพลัน
ดั่งแสงอสนีสาดสาย
๏ พระกฤษฎาเดชพันรายอริราชกลัวกลาย
ระยั่งระย่อหยอนแสยง
๏ พระมนทิรารัตน์เรืองแสงเฉลิมโลกยสำแดง
ดำเริงในภูวนัถไตร
๏ นพศูลพรหมพักตรฉัตรไชยแก้วกาญจนาไมย
ประกอบประกิจประติภา
๏ รายรูปกินรคณาสุรนาคอสุรา
แลครุฑอัดอำพน
๏ ช่อฟ้าเทิดทองหาวหนลำยองย่องยนต์
ด้วยนาคเจ็ดเศียรสลอน
๏ เสาทองฝาทองบัญชรรายรัตนากร
ประดับประดาจารนำ
๏ พริ้งพรายทวยทองคำทำนองนาฎระบำ
ขบวรระเบ็งแบบบน
๏ ดาวทองรองรัตนพิมลพิดานดำกล
ระย้าระยับแสงผสาน
๏ กั้นเศวตฉัตรรัตโนภารยรรยงก์พระสถาน
พิมานบันทมบรรจฐรณ์
๏ ประดับราชอาสน์ลังกรเครื่องราชาภรณ์
ประโภคพิพิธพัฬเหา
๏ ประดับอับสรโฉมเฉลาเลือกลักษณลำเภา
จำนำบำเรอรอบการ
๏ เนืองนาฎนัจจันตนักงารฟ้อนขับบันสาน
สังคีตสงคมรมยา
๏ ปรากฎพระยศวราเจียรจักรมันธา
ตุราชธำรงธริษตรี
๏ พระยอดเยาวราชเทพีเพี้ยงภควดี
อุมาอมรแมนสรรค์
๏ พระโฉมเฉลิมหล้าลาวัณย์อย่าชายชมขวัญ
สุดาก็ดาลใหลหลง
๏ พระแสนเสน่ห์สนิธจำนงในอัครเอกองค์
สุรางคราชกัญญา
๏ บันเทิงรสทิพยสุธาดุจดั่งภุมรา
จำเนียรสโรชเรณู
๏ ฟั่นเฝือเกื้อกามชมชูรสทิพย์มฤทู
สำเริงฤทธิใสสานต์
๏ สมเด็จพระอนุชนงพาลทรงครรภ์บันดาล
พระภาคย์ประภาลาวัณย์
๏ ท้าวให้ท้าวนางกำนัลบริรักษ์พระครรภ์
พรนางระไวไตรตรา
๏ จวบจวนถ้วนทศมาศาฤๅรู้เวลา
บันจวบบันจบตกเข็ญ ฯ
๑๑ ดลบุษยามาศบุบผชาติชุกเปน
น้ำค้างยะหยาดเย็นพระพรำพรมสุมามาลย์
๏ แสงทองประเทืองภพนรคปธราธาร
จากอาสน์อลังการวรภูษนาภรณ์
๏ ชวนเอกอนงค์นาฏสุรางค์ราชอับสร
ยังหน้าพระลานจรประพาสพรรณมาไลย
๏ ไม้ดอกและไม้ดัดก็ผลิผลัดระบัดใบ
ดอกผลถกลในบริเวณวิวิธวรรณ
๏ แบ่งบานตระการช่อระกะกอระคนคันธ์
มาโนชประหนึ่งนันทวะนานต์สำราญรมย์
๏ สารภีระดูดวงรสร่วงชะชวยฉม
สายหยุดขจรลมจรุงรื่นรำเพยพาน
๏ กรรณิกาผกาแก้วพิกุลเกษสุมนทาน
เสาวรสตระบอกบานรสคนธ์อำไพพวง
๏ ชาตบุษพุทธชาติชะมุนาดกระแจงจวง
สุกกรมลำดวนดวงประยงคุ์กลิ่นกำจรจรง
๏ เด็ดดอกจำปาปลิดที่ใบติดดำเนิรทรง
ดมพลางประทานองค์อัคเรศนงค์ราม
๏ หยอกเย้ากำนัลนางสุรางค์ราชมาตาม
จวบเนตรพงางามก็สทกสเทินเมิน
๏ เสสรวลสำรวลตรัสก็จูงหัตถ์พระนางเดิร
ยังเกยกนกเตรินประสงค์แสงพระสุริยัน
๏ เชิญชวนประทมเทียมประเลาะเลียมวิมลมัณ
ฑาทิพย์ตระการกัล-กระสันต์เกษมสมร
๏ โฉมฉายฉม้ายเมียงประอายเอียงประอรงอน
อภิวันทกรรกรชำเลืองเนตรยรรยง
๏ ฉุดชิงกัมพลพัสตรวรกษัตริยคลุมองค์
ทูลขอพระธำมรงค์ประดิษฐในพระนิ้วนาง
๏ สองท้าวเสวยสวัสดิดำรัสสำรวลพลาง
แสนสาวสุรางค์ตางบริรักษรอบราย
๏ ปางเวรวิบัติเหตุยุพเรศจะพลัดพราย
เพลินพลั้งลำพังกายสุขเกษมสององค์ ฯ
๑๖ ปางนั้นมีหัสดินทร์ดงสกุณาหนึ่งทรง
พหลมหันต์กายา
๏ โฉบเฉี่ยวโคคชอัศวาได้ด้วยสหัสา
เปนภักษภุญชอาจิณ
๏ วันนั้นวิหคหัสดินทร์บินถาบถาถวิล
ประโยชนเหยื่ออย่างเคย
๏ เห็นจอมขัตติยาสองเสวยสุขรมย์บนเกย
กัมพลพัสตรคลุมองค์
๏ เหมาะหมายแต่ไกลใจจงมางสะประสงค์
ก็โฉบด้วยพลพันลือ
๏ เสียงปีกปักษากระพือครึกครึนเครงคือ
วายุประไลยลมกาล
๏ ไม้ไหล้แหลกหักบมิทานสัตว์สิงวิ่งซาน
ระนาทสุธากำธร
๏ นานามนุษยนิกรย่านไภยาหยอน
ก็แล่นชระเหลียกหลีกตน
๏ สมเด็จอดิศรสากลเซงศัพทอึงอล
ประเมิลประหม่าสมประดี
๏ ภิตไภยมจุราชรอนชีวิตเลยลืมศรี
สวาทประลาตเลวองค์
๏ ปรานีพระอนุชนงค์ยงครรภาเพียบทรง
พระตนบทันครรไลย
๏ ปักษาโฉบองค์อ่อนไทได้ด้วยบัดใจ
ก็โผอัมพรบินบน
๏ นานาฏนิกรทุกตนบันดาซอนซน
ขยาดอำนาจมฤตยู
๏ ครั้นนกไปแลมาดูพระพาลพธู
ทั่วทั้งจังหวัดวังใน
๏ บมิพ้องพนิดาดวงใจต่างโศกาไลย
ก็ค้นทุกแหล่งหลายหา
๏ เหลือคิดเหลือค้นคณนาตระหม่าอาชญา
ผู้เจ้าก็เข้าเทียบทูล
๏ ข้าแต่อดิศรไอศูรย์พระอรพอูล
ประลาตลี้หลีกไภย
๏ ผู้ข้าฝ่าเฝ้าอ่อนไทหาหนแห่งใน
พิมานประเมิลเปนดาย
๏ โทษข้าครานี้มีหลายปรับตายเปนตาย
บพิตรโปรดปรานี
๏ จักหาแห่งหนใดดีจักพบพระศรี
สุรางคมกุฎกำนัล
๏ ทูลพลาปทางเศร้าโศกศัลย์ตีทรวงรำพรรณ
พิลาปพิไรไห้โหย
๏ ฟังสารดาลดิ้นแดโดยพักตราราโรย
พิการพิกลหม่นหมอง
๏ ให้เร่งหาทุกคลวงคลองมนเทียรปรางค์ทอง
ปรัสว์พระโรงน่าหลัง
๏ พระตำหนักฉนวนน้ำจวนคลังนอกในราชวัง
บพบพระนุชสุดสมร
๏ ตระหนักแน่สกุณาพาจรพระอัคเอกอร
ประจากทั้งเปนเปนไป
๏ แรงรักเสียดสลักทรวงในเทียมดวงหฤไทย
จะขาดกระจัดจำราย
๏ ไป่อาจอสาสะระบายองค์อ่อนระทาย
วิสัญญิภาพก็ดล
๏ ครุวณาดังดวงโกมลต้องแสงสุริยน
ระย่อในกาลมัชฌันติก์
๏ อันเตบุริกากำนัลว่ายทรวงโศกศัลย์
เสนาะในราชเรือนทอง
๏ บ้างเข้าเอางารประคองสุหร่ายโรยลออง
สุคันธรังรสฉม
๏ รำเพยพัชพานเอาลมได้พระอารมณ์
แลโศกบสร่างกำศรวญ
๏ เอนองค์กับอาสน์อักอวนกาศกามกองกวน
ตระกัดกระวนหนหา
๏ ละเลยเสวยสรงไสยาเยาวราชยุพา
ละเลียมละเล้าเฝ้าแหน
๏ ละองค์โอ่อ้างนางแมนฤๅแลแปรแสน
กำเสาะกำศรวญครวญคนึง
๏ พระกรก่ายพักตรรำพึงรำพรรณทรรทึง
ระทดระทึกตรึกตรอม ฯ
๑๙ อ้าโอ้อัคยุพาสุดารัตนจอม
เคยเรียมถนอมออมอนงค์
๏ ร่วมสุขทุกข์บร้างจะห่างพระอรองค์
ฤๅเวรนุจรจงประจาก
๏ เจ็บจิตต์จัณฑวิหคแลฉกกนิฐพราก
จักตามก็ตามยากจะบิน
๏ แม้มาทราชริปูและอยู่ณธรณิน
สู้ตายจะไพรินฤอิด
๏ รักเจ้าใครและจะเห็นก็เปนดุจบคิด
น้อยใจเพราะไร้ฤทธิ์จะตาม
๏ เสียดายยอดยุพราชวิลาสดิลกกาม
หกสวรรคสรรคงามฤปูน
๏ ฉวีวรรณพรรณพักตรลำนักศศิวิบูลย์
เกศแก้วจำรูญนิลมณี
๏ คิ้วค้อมก่งกลคันกุทัณฑ์ทฤษดี
ชายเนตรละทีโลกละลาญ
๏ กรรณานงนุชกลอุบลวิบุลยบาน
นาสาอังกุสกาญจน์พิมล
๏ งามโอษฐอรดุจแย้มและแก้มปรัศคนธ์
แสงทันตระหยับยลพระพราย
๏ คางคือสีหและสอคือคอหงสละวาย
อังสาผะผึ่งผายพิลาส
๏ ทรวงเทียมแท่นพระผทมภิรมย์รัตนอาสน์
ถันเทียมประทุมมาศยุคัล
๏ กรกลงวงพระคเชนทร์สุเรนทรฤทัน
นิ้วน้อยนขาวรรณวิเชียร
๏ นาภีศรีสมรเรียมก็เทียมทิพยเฉนียน
โรมรุ่นละเมียรเจียรจรลึง
๏ งามเอวอรยุพาลตระการตระกลกลึง
คล้ายคลึงลันโทลวัลลดา
๏ กล้วยทองเทียมอุรุชงฆ์คือชงฆ์สิหลิลา
เยื้องอย่างละคราแลลำเภา
๏ นางในไตรภพเทียบฤเปรียบลักษณเฉลา
แก้วกัลยาเยาพดี
๏ เรียมได้นุชลำเพ็ญและเปนพระมหิษี
ศรีสวัสดิ์กษัตรีย์สุรางค์
๏ ได้สมนาฎนฤมลกุศลบุรพปาง
ใดบาปใดหนอนางนิราส
๏ เจ้าตายยังก็บเห็นและเปนทุกขอนาถ
ใจเจียรจะขาดคิดบวาย
๏ ปรานีองค์ปิยบุตรก็สุดสมรหมาย
โอ้อกจะหญิงชายฤยล
๏ เสียแรงเปนขัตติยาและมาทุกขวิกล
มิยากจะอยู่ทนเทวษ
๏ ครวญพลางนองชลนานรากรธิเบศร์
อากัปอาเภทพิกาล ฯ
๑๑ ฝ่ายฝูงคณานาฎยุพราชบริพาร
เห็นจอมจุฑาธารธิปะปิ่นกษัตรีย์
๏ ทรงโศกพิโยคยอดเยาวราชเทพี
ลืมสมประดีดีปริเทวนานาน
๏ เนาในพิมานทองทิพห้องประสาทสถาน
องค์เดียวอดุรดาลบมิส่างมิสรงเสวย
๏ เคยออกพระโรงรัตน์กิจวัตก็ขาดเคย
สิ่งสรรพลืมเลยพระสนมนิกรสมร
๏ นอกในนิเวศน์เว้นบมิเปนสถาวร
นานาประชากรก็สงบสงัดเหงา
๏ ท้าวนางอนงค์สนิธก็บอกกิจกันเบาเบา
จอมจักราเราดุจนี้มิเปนงาร
๏ แรงโศกบเสื่อมศัลย์ผิวอันตรายกาล
ไพร่ฟ้าสุธาธารก็จะเกิดจลาจล
๏ อย่าเราจะเข้าทูลธุระราษฎร์ร้อนรน
แท้ท้าวจะกังวลอนุกูลประชากร
๏ ยินชอบระบอบบรรพ์ก็ชวนกันลิลาจร
ขึ้นเฝ้าบดีศร-คในพิมานสถาน
๏ เห็นไท้ธไสยาสน์อนาถอาสนเลวลาญ
ต่างคนก็รุมรานอุรร่ำรำพรรณทูล
๏ อ้าจอมมกุฎกษัตริย์วิยฉัตรวิเชียรจรูญ
เฉลิมภพสมบูรณ์สุขเกษมธเรษตรี
๏ นาเขตประเทศราชก็วินาสพระบารมี
บรรณามาภักดีวรบาทบงสุ์บวง
๏ สมณาประชาราษฎร์ทวิชาติทั้งปวง
เสวยสุขเสมอสรวงเพราะพระเดชปกปอง
๏ ครั้งนี้ก็มีแต่อดูรแดกำเดาดอง
เพื่อฝ่าธุลีลอองทุกขแสนรทมทวี
๏ พระทรงพระปรีชาอธิการะบารมี
นักปราชญ์ประเพณีประตยักษ์พระสันดาน
๏ ซึ่งทรงกำสรดเศร้าทุกค่ำเช้าคำนึงนาน
ใช่ที่พระเยาวมาลย์ธจะคืนนครคง
๏ แรงทุกขโทมนัส-พิบัติเบียฬองค์
เกลือกทรงประชวรลงก็จะเกิดรำคาญเคือง
๏ ควรดับรำงับโศก-วิโยคจงเปลือง
สงสารทุกบ้านเมืองอนุกิจติดตาม
๏ เผื่อบรรพบุญญาปถัมภาพยายาม
จักข่าวพงางามวณิภาคยโดยเดา ฯ
๑๖ ทรงสดับสารสนมนงเยาว์เทียบทูลทางเบา
ราณราชนิติสิตการ
๏ ต้องราชหฤไทยใสสานต์หวลหายคลายดาล
สติวิกาลกังวล
๏ เสด็จจากอาสน์อ่อนอำพลดำรงพระตน
มาโสรจมาสรงสาคร
๏ ฤๅทรงคันธาอาภรณ์แขงขืนใจจร
ไปยังพระโรงรัตนา
๏ พร้อมพระสนมนาฎบริจาออกหมู่มุลิกา
ดำรัสด้วยการบ้านเมือง
๏ กลายกล่าวราวเรื่องแค้นเคืองจากนางพลางเนือง
อัสสุสอื้นอาไลย
๏ ชุมชาวโหรารู้ไตรเพทางคพิไสย
พิเศษทั้งยามพยากรณ์
๏ สกุณาพาพระนางจรไปจักม้วยมรณ์
ฤๅยังจะเปนฉันใด
๏ ขษณนั้นประภาณจันทร์ไวปรีชาชาญใน
ดำหรับคำนวณคำนูณ
๏ ได้ด้วยพิสดารหารคูณแจ้งจบแล้วทูล
สมเด็จนราธาตรี
๏ ภูมเสาร์ตกกาลกิณีจรจักรราศี
สถิตถึงลักษณ์นัครา
๏ พระนางถึงฆาฏชนมาพระเคราะห์ราชา
ตกภูมพิบากยากเย็น
๏ ของรักจักจากจำเปนเพื่อกรรมทำเข็ญ
บวายวิโยคโศกศัลย์
๏ หากองค์โอรสในครรภ์อดูลเดชบรร
หารเหตุเบื้องบุญญา
๏ บำบัดไภยพาลมารดาไป่วายชนมา
ลำบากแต่ต้นล้นหลาย
๏ เกมาะมีสิทธาเที่ยงทายวิริยภาพแก่กาย
นุกูลเกื้ออุปการ
๏ ชมัยขัตติยายังสถานพระหารนานต์
ทเรศบใคร่ไคลคลา
๏ เท่าถึงทวาทศพรรษาเอารสราชา
นุภาพพ้นพึงแสยง
๏ จักมาด้วยพระฤทธิแรงดาลเดชสำแดง
สนองพระองค์คงคืน
๏ เปนความสัจจังยั่งยืนขอพระเจ้าฝืน
พระไทยรำลึกตรึกตรา
๏ โดยในโลกธรรมธรรมดาอกุศลกุศลา
สงสารสำหรับกัปกัลป์
๏ พระองค์ดำรงทศธรรม์โลกากรถวัลย์
เปนองคเอกัตมา
๏ สงเคราะห์นรราษฎร์มุลิกาจงทรงกรุณา
บันเทาซึ่งโศกาวรณ์
๏ รำงับดับทุกข์ราษฎรข้าบาทกรรมกร
ผู้รองลอองบทมาลย์
๏ พระฟังปโรหิตาจารย์ทูลถวายเทียบทาน
ยุบลอันควรมวญมูล
๏ ทรงดุษณีภาพบัณฑูรเสด็จย่างยาตรยูร
ยังมนทิรรัตนบวร
๏ เข้าที่บันทมบรรจฐรณ์อับสรสาวสลอน
สลักแสลงแบ่งกาม
๏ หวลจิตต์คิดคนึงนงรามเสียวเสียดทรวงทราม
ดั่งเสี้ยนอันเสียบส่งแผล
๏ รำงับอารมณ์ข่มแดอักอวนปรวนแปร
จระเคลิ้มจระเคล้นเห็นโฉม
๏ พระเยาวยุพามาโลมลาเพสู่โสม-
นัสดำรัสเรียกขวัญ
๏ บางคาบสำรวลสรวลสันต์บางคาบจาบัลย์
ระทดระทวนหวลโหย
๏ ดุจบัวเด็จน้ำช้ำโรยอาดูรเดียวโดย
จระลึงจระไลใหลหลง ฯ
๑๔ ปางองค์พธูทิพยุพาลสุขุมาลวิมลมง
กุฎเหล่าสุรางค์คณอนงค์นคเรศกุสามพี
๏ พ้องไภยมหันต์วิหคทารุณทุษฐพาลี
ลาล่วงทิฆัมพรพิถีทรทางโพยมบน
๏ แลลับสมเด็จนฤบดินทรปิ่นประชาชน
ขวัญหายฟะฟายอสุสกนธ์กัมปนาทอนาถใน
๏ แลซ้ายบยลมิตรคณาจะแลขวาก็เปล่าใจ
ฤๅรู้จะพักสำนักนิใดและจะพ้นอำเภอมรณ์
๏ องค์เดียวก็เปลี่ยวจิตสลดและสยดสยบสมร
เนาเน่งในนขสกุณทรมนะคิดคำนึงองค์
๏ อ้าเวรวิบากวิบัติใดอนุพันธมาปลง
หลัดหลัดก็ตัดชนมทิวงคตเดียวประดาษดาย
๏ ปรานีปิโยรสดนัยอุทรแม่จะหญิงชาย
ฤๅรางจะรู้ก็จะมลายชนมชีพเมื้อมรณ์
๏ แม้แม่ปราลยชีวิตบมิคิดจะอาวรณ์
คิดแต่พระสายสมรอรปิยบุตรในครรภ์
๏ เจ้าแม่บรางจะนฤไภยจะพินาสในวัน
นี้แท้บใครนุกูลกรรอุปการไป่มี
๏ อ้าองค์บรมภรรดาธิบดินทรโมลี
แลลับพระเนตรทฤษดีสกุณชาติโฉบมา
๏ แท้ท้าวจะโทมนะพิลาปนยอาบพุธารา
ด้วยความเสน่ห์นิตยปรารภข้าธุลีถนอม
๏ เคยรองฉลองบทบำเรอบริรักษ์ลอองออม
อกเอ๋ยบเคยจะนิรจอมจักรจากทั้งเปนเปน
๏ ข้าน้อยจักวายชนมชีวาตม์วรบาทจะห่างเห็น
วังเคยเสวยสุขจะเย็นยะเยียบอย่างสุสาสาน
๏ เคยฟังบำเรอสุรสุรางค์ก็จะร้างจะแรมราญ
เสียงไห้จะปานสาลวนานตระดูระดมลม
๏ ใครเลยจะดับปริวิตกปริเทวเกรียมกรม
ดั่งข้าพระบาทบทบรม-นรินทรฤๅมี
๏ แต่นี้ก็นับจะนิระบาทวรราชกษัตรีย์
ขอลานรานฤบดีอวสานวันวาย
๏ เบื้องโทษปางบุรพทำมนะกรรมวจีกาย
ขุ่นเคืองณเบื้องบทระคายขมะโทษเวรเวียน
๏ หนึ่งข้าจำนงจิตสวามิปวาสจำเนียรเพียร
ภักดีคงอับสรเสถียรอมรเทพภรรดา
๏ จงเทพในศิขรเขตหิมเวศวะนาอา
รักษ์อันมเหศักขคณาจตุโลกยบาลชาญ
๏ อินทร์พรหมบรมพิษณุมาน์สุรศักดิสังหาร
เฉลิมตรีพิภพอุปการทศทิศสรวมพร
๏ เชิญรับประณามประนิตข้าบริจาริกากร
พ้นไภยอำเภอมจุรรอนชนมชีพรอดปาง
๏ รุกขาสุราสุรคในศิขเรศธารทาง
ทิพโสตสดับนุสรนางปริเทวนาการ
๏ ไป่อาจจะทนทุกขระทดทุมนัสสงสาร
ยื่นเยี่ยมพิมานรุกขทยานก็ตรลึงลลาญทรวง
๏ ปักษาคณาสัตวในวนพฤกษป่าปวง
แลนางก็ต่างทุกขรลวงบมิกลั้นกำศรวญศัลย์
๏ จับรังประนังมุขชะแง้ตรลึงแลจระหง่องงัน
ลืมภักษ์ผลาผลจำนันก็ซะเซียบยะเยียบเย็น ฯ
๒๘ วิหคหัสดินทร์
โฉบเฉี่ยวยุพินทร์ยุพาพาลเพ็ญ
มาถึงมหานิโครธอันเปน
คอนเคยบมิเว้นภักษสัตว์อาจิณ
๏ วางบนค่าคบ
พฤกษาปรารภเพื่อจะจิกกิน
ฝ่ายองค์นงค์เหน้าพระเยาวยุพินทร์
ตรหนักกายินกำหนดสัญญา
๏ เลิกกำพลพัสตร
ประหารพระหัตถ์คำรบสามครา
เปล่งพระสุรเสียงสำเนียงโกลา
ด้วยเดชเทวาพิทักษ์ทรามไวย
๏ ทั้งบุญวโร
รสราชภิญโญในครรภ์อรไทย
จะเจนปกรณ์กุญชรพิไชย
เปนปิ่นภพไตรแก้วโกสามพี
๏ มหันตวิหค
พัญเอิญตื่นตกตระหม่าสมประดี
ดังอสนีบาตสาดซ้ำแสนที
ความกลัวชีวีพินาสขาดปราณ
๏ วางนางลลน
ผละจากมณฑลพระไทรบนาน
ตัวสั่นระรัวดั่งกลัวพระกาล
บินหนีลนลานประลาศหลีกไกล
๏ ฝ่ายครรภเทวี
แก้วโกสามพีประจากพาลไภย
ดำรงพระตนอยู่บนต้นไทร
องค์เดียวเปลี่ยวในวเนเอกา
๏ ไป่รู้หนแห่ง
สำนักหลักแหล่งใกล้ไกลไคลคลา
บเห็นผู้คนเดิรหนไปมา
ล้วนห้วยเหวผาชำเราะเซาะธาร
๏ ยิ่งแลยิ่งเปลี่ยว
สันโดษแดเดียวอรอาดูรดาล
รอนรอนสุริยนสนธยากาล
วิเวกวนานต์บมีเพื่อนสอง
๏ ลิงค่างบ่างชนี
ส่งเสียงเรื่อยรี่เย็นเยือกขนพอง
เสือสัตว์จัตุบาทสีหราชคนอง
ลองเชิงเริงร้องจับสัตว์กุมกิน
๏ กาษรตัวโตรษ
ขุดคัดเขาโขดตะเพิ่นพังพินท์
แรดร้ายกินหนามเลือดทรามลงดิน
ไกลใกล้ได้กลิ่นแล่นไล่คลุกคลี
๏ สารเติบตกมัน
เชื่องซึมครึมครั่นหวงกริณี
โกญจนาทกาจก้องทั้งท้องพงพี
พังพลายพ่ายหนีประลาตกลัวไกล
๏ รอนรอนสุริยง
วางแสงอัสดงค์ลับเหลี่ยมเมรุไกร
โขมดมายาโป่งป่าผีไพร
กู่ก้องร้องไห้ห้อยโหนโยนตัว
๏ หลอนหลอกกลอกตา
โลดเต้นเป็นน่าพิลึกพึงกลัว
องค์สั่นขวัญหนีบมีกับตัว
ยิ่งค่ำยิ่งมัวมืดมลอนธการ
๏ เพื่อเวลากรรม
อดีตมาอำนวยผลภิบาล
บันดาลมาดลให้ทนทรมาน
อดักอดาลกำเดาอาดูร
๏ เมฆมืดหมอกมัว
พรุณโรยรั่วหลั่งหล้านานูน
เมขลาล่อแก้วแพรวแพรวจำรูญ
อสุรารามสูรคว่างขวานคำรณ
๏ พระอรยุพิน
ไป่เคยได้ยินเสียงศัพท์พิกล
องค์สั่นระท้านระทดทั้งตน
สุดกำลังทนสมประดีดาล
๏ นางร่ำกำสรด
พิลาปลาลดสรณสรวงบวงบาล
เทวาในสวรรค์ฉชั้นวิมาน
อารักษ์รักษ์สถานภูผาอารัญ
๏ ขอบุญพำนัก
พระยอดเยาวลักษณ์ลูกน้อยข้าอัน
กปณาอาทรจักจรจากครรภ์
เปลื้องปลอดไภยันตรายราคี
๏ โอ้กรรมทำไฉน
ได้ทุกข์ฉุกใจยากแค้นแสนทวี
พ้นไภยไม่ม้วยด้วยนกหัสดี
เวทนาครานี้อนาถในไพร
๏ ว้าเว้เอองค์
ประยูรสุริย์วงศ์พระสนมกรมใน
ประชวรครรภ์ครางอ้างว้างหฤทัย
บเหลียวเห็นใครพอเพื่อนเปนสอง
๏ เคยสุขุมาล
ในคฤหาสถานทิพยรัตนเรือนทอง
นาเนกอนงค์คณาเนืองนอง
เอางารประคองเฝ้าฝ่ายซ้ายขวา
๏ ยามสรงยามเสวย
นางในใช้เคยรวังเวลา
ยามร้อนนอนนั่งบัลลังก์รัตนา
อยู่งารรำพารำเพยพัชนี
๏ ฝูงนาฎนักงาร
นัจจันตบันสานบันสมดนตรี
บันเทิงบันทมภิรมยฤดี
ดั่งเทพนารีอินทร์อับสรสวรรค์
๏ เสียดายมนเทียร
พิมานจันทร์เจียรทิพเวชยันต์
จะไกลจะกลับจะลับนับวัน
โภไคไอศวรรย์จะสูญเสียดาย
๏ โอ้องค์ทรงเดช
เคยข้าบทเรศรองบาทบคลาย
พระแสนถนอมน้องบข้องระคาย
ลอองอวลอายธุลีลมพาน
๏ ครั้งนี้ตกเข็ญ
ลำบากยากเย็นเจียรจักถึงกาล
ขอบุญโปรดด้วยมาช่วยพยาบาล
พระยอดเยาวมาลย์ลูกน้อยในครรภ์
๏ นางร่ำกรรแสง
กำศรวญครวญแครงพิไรจาบัลย์
จวนปจุสสมัยอุไทยแสงพรรณ
ผเลียงหลั่งอันล้นแล้งบนาน
๏ มหุดีศรีสวัสดิ์
พระสุริยไตรตรัสส่องแสงชัชวาลย์
สมภพหน่อนาถพระราชกุมาร
บริสุทธศรีปานอุไรรังรอง
๏ พระยอดเยาวลักษณ์
ช้อนองค์ลูกรักแอบองค์ประคอง
พิศภาคย์ประไพวิไลยลำยอง
สมมุตินามสนองอุเทนกุมาร
๏ ถอดธำมรงค์รัตน์
อันจอมกษัตริย์ทรงเปลี่ยนประทาน
ผูกข้อพระกรอวยพรพิศาล
ค่อนทรวงประปราณร่ำไห้โศกา
๏ โอ้พ่อทูลเกล้า
เสียทีที่เจ้าอุบัติอาตมา
ทรงโฉมสมบูรณ์ประยูรขัตติยา
อาภัพอัพลาล้ำโลกทั้งหลาย
๏ เกิดในเศวตฉัตร
ฤๅมาวิบัติวิบากพลัดพราย
จากวังลังเลอยู่เอกากาย
ประสูติบนปลายพฤกษาอารัญ
๏ แม้นอยู่ยังวัง
ท้าวนางพร้อมพรั่งสุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์
พระสนมชะแม่เถ้าแก่กำนัล
จะมาชิงกันถวายหน้าพยาบาล
๏ แม่หมอทั้งผอง
จะเข้าประคองพระครรภ์อยู่งาร
หมอยาจะบดโอสถเทียบทาน
คนฟังอาการจะวิ่งชิงทูล
๏ แม้ทอดพระเนตร
จะทรงสังเวชด้วยข้าอาดูร
เห็นพระนรลักษณ์ลูกรักไพบูลย์
พระจะเพิ่มพูลภิยโยยินดี
๏ จะชุมประยูร
พระญาตินิกูลโหราพญารี
เฉลิมขวัญสมโภชสมภารพิธี
แตรสังข์ดนตรีตามอย่างกษัตรา
๏ พี่เลี้ยงนางนม
เรื่องราชนิยมสุรางคณา
บำเรอภิรมย์บันทมปรีดา
ขับกล่อมเห่ช้าเฉื่อยฉ่ำทำนอง
๏ พ่อย่าไห้ร่ำ
กรรมแล้วจึ่งจำจากมนเทียรทอง
จงเสวยขษีรรสธาราอย่าหมอง
ปลอบพลางประคองพระลูกกับกาย ฯ
๑๖ กล่าวเรื่องนักสิทธิสองสหายโดยเดิมบรรยาย
นิยมยุบลบรรพา
๏ พระองค์หนึ่งนามสมญาอัลกัปนรา
มหานรินทร์ธรณี
๏ องค์หนึ่งนามเวฐทีปกบดี
นครบใกล้ไกลกัน
๏ สองท้าวเสมอสมรผูกพันรักร่วมชีวัน
เสน่ห์สนิธนิจกาล
๏ ดำรงพสุธามานานแจ้งลักษณญาณ
อนิจแน่เบญจขันธ์
๏ เหนื่อยหน่ายในรูปนามธรรม์ยินดีในบรร
พชิตกิจสังวร
๏ เษกพระปิโยรสองค์อรเอาภารราษฎร
ดำรงนิเวศน์เสวยรมย์
๏ สองไท้ออกทรงพิเนษกรมอยู่แยกอาศรม
บใกล้บกลายไปมา
๏ กำหนดการเพลิงสัญญาดีร้ายโรคา
พึงรู้ด้วยควันกูณฑ์กอง
๏ บรมราชอิสิตสองต่างตั้งใจปอง
โดยกิจวัดบมิวาย
๏ ไป่ลุอภิญาณยังหมายล่วงแล้วปีหลาย
บเบื่อบบากพากเพียร
๏พระเวฐทิปกก็เนียร-ชีพเสถียร
ยุติในด้าวดาวดึงส์
๏ เปนมเหศักขราชคำนึงสมบัติทิพย์ถึง
กุศลใดนำมา
๏ แจ้งในอานิสงส์บรรพชารำลึกสิทธา
สหายอันเพื่อนพรหมจรรย์
๏ เสด็จด่วนลงจากไกวัลเดิรโดยอารัญ
ด้วยเพศบุรุษหลงทาง
๏ ถึงพระนักสิทธิ์อุตมางค์อภิวาทเบญจางค์
ประพฤติประดิสัณฐาร
๏ถามแถลงทุกข์ไภยพิการปัศวิมิญาณ
ก็แจ้งยุบลบมิอำ
๏ จนพระเวฐทีปกถึงกรรมด้วยโรครัญทำ
แต่วันอันลับหลายมา
๏ เทวราชมีเทวบัญชาข้าคือสิทธา
เวฐทิปกพระสหาย
๏ เปนเทวมเหศักข์สบายทุกข์ไภยใดกลาย
จงบอกอุบัติอย่าบัง
๏ ดาบสก็เล่าให้ฟังช้างป่ามันชัง
มาแย่งมาเย่ออาศรม
๏ ถ่ายมูลลามกสมมมในที่จงกรม
แลสกปรกอาจิณ
๏ อาจารย์อย่าร้อนใจถวิลโยมจักให้พิณ
กับมนต์กำหราบเรียกสาร
๏ แล้วหยิบพิณทิพยโอภารถวายสิทธาจารย์
ทั้งเวทอุบายอุปเทห์
๏ พิณสายหนึ่งนี้มีเดโชภาพมเห
ให้ช้างประลาตหลีกไกล
๏ สายหนึ่งนาเคนทร์ครรไลยดีดขึ้นทีไร
ก็หยุดทั้งช้างพลายพัง
๏ สายหนึ่งช้างนายฝูงพังเท้าถ่อมน้อมหลัง
ประพฤติได้ดังหมาย
๏ เสร็จสั่งโดยสารนิยายสำแดงพระกาย
ก็เมื้อพิมานโดยถวิล ฯ
๑๑ ปางนั้นพระนักธรรม์อัลกัปมุนิน
ได้เวทวิเศษพิณทิพเทพย์ประสิทธิสรรค์
๏ ปราโมทย์ประมูลหมายสาธยายพระมนต์บัน
เลงพิณลกลบัญจศิขรเล่ห์หลาย
๏ ด้วยเดชวิธิเทวะมเหศรังถวาย
นานาคพังพลายทุประทุษฐตื่นหนี
๏ ยั้งอยู่สถารมยนิยมตยาคี
ไหว้อาหุดีมีมนะน้อมปเจกจง
๏ เช้าหิ้วกระเฌอหาผลไม้ณในดง
เพียรเพิ่มลำพังทรงบริกรรมพอคราว
๏ บางยามพรุณโรยธึกท้นสะท้านหนาว
ดาบสบไปราวพนสอยผลาหาร์
๏ เก็บมางสอัฐิสัตวยั้งนิโครธา
หัสดีสกุณาปริภุญชเปนเดน
๏ ต้มภักษ์พอเปนยาปนมัตกาเยนทร์
ยั้งอยู่ณบริเวณทรวนาทิพาศรม
๏ ปางวันจะจวบองค์สุริยวงศ์วรากรม
ฝนตกระดมลมรติภาคยพรอยพรำ
๏ ท้าวรุ่งอุไทยทองสุริยส่องคัคณำ
พรรษานิราจำรัสเรืองจำรูญโพยม
๏ ยามเช้าพอเพลาก็ก่ออาคนีโหม
บริกรรมอ่านโอมชุปรวิตรพระมนต์มี
๏ ทรงธารพระกรจร-ลิลาสเลอลี
งามเงื่อนตยาคีสุทธิศีลเสี่ยมสาร
๏ ยังเนินนิโครธาสวนาสำเนียงนาน
โหยไห้พิลาปลาญจิตหลากประหลาทเปน
๏ ก่อนกูก็เคยมาอนิจาบเคยเห็น
เสียงใดยะเยือกเย็นมิแลเห็นอนาถใจ
๏ เงี่ยโสตหยุดสดับสรศัพท์บใกล้ไกล
โป่งป่าฤผีไพรฤโขมดประมาทตู
๏ ตั้งแผ่เมตตาจิตต์ทุจริตหลอกกู
บ่นพลางก็เดิรดูแลระแวดระไวหา
๏ ยลองคนงค์นาฎยุพราชโศกา
อยู่บนนิโครธาบุตรแอบตรอรโฉม
๏ เลอลักษณลาวัณย์วิยจันทร์จรูญโพยม
ปลุกปลื้มฤดีโลมนรโลกยเจตน์จง
๏ แต่กูก็สมมิทอนิจจิตต์บใคร่ลง
ใครอื่นฤไป่ปลงอุปมานิธีทอง
๏ แม้นางมนุษย์มามรคาก็ป่วยปอง
ใครใดนิหนอนองนยนามพุครางครวญ
๏ ตริพลางธทางถามนุชนามไฉนนวล
ไยเจ้ารำจวญทวนทุกขนั้นประการใด
๏ เปนนางสุรางค์รักษสำนักพิมานไทร
ฤๅนางคินีในหิมเวศมาแปลง
๏ เคยมาสิหลายหนบมิยลก็กินแหนง
จริงใดไฉนแจงกิจแก้กูสงไสย ฯ
๑๔ ปางนาฎอนงค์นุชสดับสรศัพท์มุนีใน
ยอกรเหนือศิรก็ไขเสาวนีสนองความ
๏ ข้าใช่พระไทรสำนักนินี้และคินีวนาราม
เปนนางกษัตริย์สมุตินามบวรอัคเทพี
๏ สมเด็จชนาธิปนรินทรปิ่นธเรษตรี
โกสามพิราชนิคมมีอิศรภาพแผ่ผาย
๏ สามนต์สกลทิศประเทศระย่อเดชตังวาย
อัศวารถาคชนิกายบริบูรณ์มไหศวรรย์
๏ เสวยสุขเทียมทิพยสมบัติสารพัดบไภยันต์
ถึงวารเวรอนุพันธ์จะพินาสบรู้องค์
๏ ข้ากับนเรศวรภุดานิปชาณเกยทรง
โอกาศสพักกัมพลจงสุริยส่องฉวีวรรณ
๏ บัดบัดมหาหัสดีลึงค์ก็โฉบถึงจะคาบคัณห์
ครรภ์แก่อุฐาการบทันวิหคาก็พาจร
๏ ยังเนินคิรินรุขนิโครธกระหยับพอจับคอน
จึ่งข้าประหารหัตถกำธรและตวาดมละเสียง
๏ นกหนีก็มีชนมคงอัสดงค์ก็หลั่งผเลียง
ประสูติปิโยรสก็เพียงจะพินาสประดาษดาย ฯ
๑๖ ราชฤๅษีฟังสารสายสังเวชใจหาย
มีมฤทุจิตต์การุญ
๏ จึ่งว่าอาดูรพอุลอย่าทุกขาดุร
จะช่วยทำนุกนงพงา
๏ มาแม่มาไปอยู่อาศรมเราสัญญา
เปนน้องจะเลี้ยงเที่ยงธรรม์
๏ กานดาตอบวาจาพลันเรากลัวกลั้วพัน
ธุเพศจะเสื่อมศักดิ์สลาย
๏ วนิดาอย่างหมองใจหมายเราเปนเชื้อสาย
กษัตริย์ประเสริฐสวรรยา
๏ เบื่อหนีสมบัติบรรพชาเจริญพรหมเมตตา
สละสลัดยินดี
๏ แท้ท้าวสุริยวงศ์กษัตรีย์ยังมายายี
ไฉนจงแก้กังขา
๏ ดาบสก็สังวรรณานิยมมายา
นุวัติกษัตริย์สำแดง
๏ บำบัดมานัสนางแหนงโดยจริงแจ้งแจง
อเนกนานัปปการ
๏ นางเชิญรับราชกุมารดาบสองค์อารย์
ก็ยังนิโครธมหา
๏ รับราชอุไภยขัตติยาต่างองค์อัชฌา
บหวังสำผัสพ้องพัน
๏ นำนางโดยด่วนด่วนครรไลลงตามวัล
ลดาอันอ้อมทุมาน
๏ ลงลุแหล่งพื้นพสุธารนิวัตยังสถาน
นิวาสนเวิ้งบรรพต
๏ ให้นางกับราโชรสอยู่อาศรมบท
อันมีที่กั้นกำบัง
๏ เสาะหาโภชนสาลีทังมธุกรร้างรัง
ประโยชน์ยุพินภักษ์ภุญช์
๏ กอบเกื้ออุปการนุกุลไป่หวังทารุณ
ทุศีลเสื่อมสมาบัติ
๏ บำเรอบำรุงสองกษัตริย์โดยธรรมเที่ยงทัด
บได้จะเกียจเดียดฉันท์
๏ นับนางหนึ่งน้องเนืองครรภ์นานเนาในบรร
ณศาลวนาศรม ฯ
๑๙ วันหนึ่งนาฏยุพาสุดารัตนผทม
ในที่นิทรารมย์สำราญ
๏ เชยชมราชปิโยวโรรุปก็ปาน
โฉมบิตุเรศธารธรา
๏ หวลคิดจิตตวิกลกมลทุมนอา
รภถึงพระภรรดาบพิตร
๏ โอ้เคยร่วมรสเคยเสวยรมยนิตย์
หลัดหลัดวิบัติปลิดประจาก
๏ ป่านนี้ท้าวจะคำนึงประหนึ่งกนิฐพราก
ฤๅใจจะไกลหลากไฉน
๏ จักโศกฤๅจักสำราญประมาณกิจก็ไกล
หยั่งน้ำฤหยั่งใจก็ยาก
๏ ธรรมดาชาติบุรุษบมิยุติจะปาก
มากรักก็มักมากวิการ
๏ ไหนเลยท้าวจะตามรนามทุรสถาน
เราเดียวสุดาพาลอเนก
๏ หนึ่งท้าวทรงกฤษดาธิการอดิเรก
ไร้นางกษัตริย์เษกฤมี
๏ คิดคืนยังนคราวนาทุรวิถี
ไป่เคยผลูลีไฉน
๏ หญิงเดียวอยู่อนาถบมีญาติมิตรใด
เห็นแต่ชฎิลไพรนุกูล
๏ ท่านใช่วงศคณาวิสาสะและประยูร
หาผลให้ภูญชนผดุง
๏ แท้ท่านเหนื่อยจิตต์หน่ายมลายนุเคราะหจุง
แม่ลูกฤคุงคงชีวิต
๏ ควรเอาบาศอุบายทำลายสมณกิจ
ด้วยเลศดำฤษณ์สิทธิ์ประหาร
๏ ให้หลงรสสำเริงลเลิงจิตต์ลลาญ
อยู่อุปการภา-ระเรา
๏ คิดแล้วอัคสุดายุพาพักตรเฉลา
เข้าที่ผทมเนาสำราญ ฯ
๒๘ ยามอรุณเรือง
แสงทองประเทืองท่องท้องคัคณานต์
พระอรอัคราชวิลาสเลงลาญ
เสด็จอุฐาการจากนิทรารมย์
๏ ช้อนชูลูกเจ้า
วางบนพระเพลาให้เสวยนม
ประโลมปลอบพลางวางให้บันทม
พัดรำเพยลมกล่อมไกวไปมา
๏ แล้วเสด็จจรลี
โสรจสรงวารีวิเลปคนธา
ปรัศผัดผ่องลอองพักตรา
พิมพ์เพียงรำพาวดีนิศกลง
๏ ทรงพระภูษา
เชิงช่อรจนาสไบบัญจง
ทรงเครื่องประดับสำหรับพระองค์
สรวมใส่ธำมรงค์มงกุฎกษัตรีย์
๏ ย่างเยื้องยุรยาตร
รทวยนวยนาฎกรีดกรายจรลี
มายังศาลามหามุนี
ถวายกรดุษฎีรเมียรมายา
๏ ปัดเป่าเผ้าผง
ปูลาดอาสน์ทรงร้อนเย็นเวลา
น้ำใช้น้ำฉันสารพรรณจัดมา
ทำดั่งศรัทธาปราโมชเปรมปรีดิ์
๏ เก็บดอกไม้ร้อย
ต่างต่างมาห้อยในคันธกุฎี
รวยรสรัญจวนอวลอบมาลี
หวังใจให้มีกมลวนเวียน
๏ สิทธาพาซื่อ
ฟั่นเฝือเชื่อถือศรัทธานางเพียร
บรู้ในกลวิจลจักเบียฬ
สิกขาให้เนียรพินาศสาธารณ์
๏ ธทรงมัธยัต
บได้จักตรัสท้วงทัดทักทาน
องค์อัควิไลยได้โอกาศการ
ประโลมลองลาญด้วยกลกสัตรี
๏ ชม้ายชายตา
ชำเลืองเยื้องผ้าห่มให้ยินดี
ชายตาประจบสบเนตรทำที
กระบวรยวลยีหลบเลี่ยงเอียงอาย
๏ นั่งคอยสิทธา
จะมาแต่ป่าสุริยาเย็นชาย
พระอรโฉมยงบัญจงแต่งกาย
ใส่กลิ่นกำจายกำจรเสาวคนธ์
๏ ขับฟ้อนรำเล่น
ทำเปนไม่เห็นดาบสมาดล
ครั้นใกล้ถึงตัวทำกลัวลาญลน
สไปใส่กลหลุ้ยหลุดจำราย
๏ ดาบสเห็นนาง
หมางจิตต์ระคางรังเกียจเอียดอาย
ทำเมินเดิรไปบให้ระคาย
ต่อเลี้ยวลับกายจึงค่อยเข้ามา
๏ นั่งหน้าอาศรม
กล่าวโดยนิยมการุญโอภา
ว่าพระเทพีมีอุปการา
ปรนิบัติอาตมาสุจริตภักดี
๏ แต่บต้องกิจ
วินัยบรรพชิตรคนสัตรี
ฦๅชาฟ้าดินราคินจักมี
ฝอยกับอัคคีบควรใกล้กัน
๏ จงฟังเราว่า
อยู่แต่ศาลาเลี้ยงลูกผูกพัน
เมื่อเจ้าจะมาสนทนาทางธรรม์
ต่อหลายหลายวันค่ำมืดอย่ามา ฯ
๒๑ นางฟังดาบสโอวาทนศาสนสุภา
สิตสารานุสนธิ์สนอง
๏ ไป่โดยมานัสนางปองบมิลุปรทุษฐจอง
ใจตระหม่าหมองก็กล่าวกลาย
๏ ทอดตนตีทรวงอุบายฟายอสุชลอภิปราย
โอ้อุบัติกายประกอบกรรม
๏ เคยเสวยสุขสวัสดิเทียรอำมรฤนิรทุรำ
ทุกขนำเนาพนาลี
๏ เห็นแต่มุนินทรปรานีอุปการจิตตมี
กัตเวทีสนองคุณ
๏ ฤๅแปรเปนโทษทารุณสุจริตจิตตสุน
ทรหวังบุญก็เปนดาย
๏ จักอยู่ใยเลยละอายกายผิวชนมมลาย
หมายประเสริฐกว่าประดักแด
๏ ค่อยลาดาบสจงแลมุขกนิฐจะแปร
ปรโลกแหพระบาทา
๏ ไหว้พลางนางพาษปธารานขชุลิตขมา
คมนายังสำนักนาง
๏ ลืมเลยภุญชนผลสำอางสระสริระสรรพางค์
ให้พิลาปปางทำลายวาย
๏ สายัณห์เท่ารุ่งสุริยสายจริตพิกลกลาย
การพิบัติกายพิกลมี
๏ เท้งทอดอ่อนองคอินทรีย์ครุวนะกัทลี
เล่ห์วิสัญญีก็ดูดาล ฯ
๑๔ ป่างอัลกัปกมุนินทรชฎิลชฎาธาร
เสร็จกิจหุลายชุสการก็อุไทยทิพากร
๏ จงกรมนิยมอิริยาบถจาตุสังวร
เพื่อผ่อนพยาธิทุกขธรวิกลกายา
๏ โดยรอบนิวาศรมบยลนฤมลก็สงกา
เชียบศัพท์ไฉนสุรสุดาจรดลตำแหน่งใด
๏ นอนนิทร์ก็ผิดบุรพกาลประมาณประหม่าใจ
บัดวิวเรตทวารในวรนุชนวลผจง
๏ เห็นสมประดีวิยวินาสวิปลาศลอายองค์
ดาบสธเคลิ้มจิตตดำรงศิลพรหมจรรยางค์
๏ ลดนั่งณเบื้องศิระประเทศตระกองเกศพระนางวาง
เหนือตักพระหัตถ์สำผัสกลางอุรอุ่นลมุนกาย
๏ เอื้อมเอาชโลทกชโลมสริรางคโปรยปราย
นางแสร้งอสาสะและระบายสติติงดำรงองค์
๏ เลื่อนจากอุจังคอภิวาทวรบาทชฎิลดง
โดยด่วนขมาธิกรทรงดุษฎีเสงี่ยมสาร
๏ ดาบสผนวชพนัสเนินและเจริญกสิณฌาน
ราคร้ายรำงับวิกลปานกุกุลามมลายแสง
๏ ได้เชื้อพอเชื่อมและอัคนีก็วิโรจนเรืองแรง
ราคาจลาจลสำแดงปรปักษพรหมจรรย์
๏ เสื่อมศีลสำรวมจิตตสมาบัติวีริยาธรรม์
ร่วมราคอำเภอกมลมันทภิรมยใหลหลง
๏ เสียทางสวัสดิ์อมตโมกข์จตุรโอฆเบียนองค์
เพื่อพาลพธูทิพยดำรงหฤทัยบันเทิง
๏ พลั้งเพลินเจริญสุขสังวาสดุจบาศจองเชิง
ช้างมันทเมือบพลละเลิงชลอร่ามจลงจอง
๏ ถ่อมถอยพลาพหลหาญสุรร่านรเริงปอง
ติดแหล่งลลายจิตตลำพองก็อำนวยอำนาจนาง
๏ หาผลเลี้ยงอุภัยพงศ์สุริยวงศบเว้นวาง
จนราชปิโยรสวรางค์วยวัฒนากาล
๏ เริ่มเรียนธนูศรพิเศษวิธิเวทวิสดาร
แต่องค์พระดาบสชำนาญศิลปศาสตรศึกษา ฯ
๒๘ ปางองค์ปรัน
ตปะธรธรรมิกราชมหา
นราธิบดีดิลกสุธา
แต่หัสดีพาชาเยศแรมวัง
๏ ท้าวบเปนสุข
อาดูรพูลทุกข์ทับทรวงเพียงพัง
ป่วนปั่นโทรมซุดแสนสุดกำลัง
หฤทัยรุมรังร้อนรักอักอวล
๏ บรู้จักคิด
ไต่เต้าตามติดพระน้องนงนวล
โศกาอาไลยพิไรรำจวน
ครวญคร่ำกำศรวญสยบสมประดี๏ พระสนมบริพาร
๏ พระสนมบริพาร
เฟี้ยมเฝ้าเอางารอเนกนารี
ลำเภาพาลเพ็ญเบ็ญจกัลยาณี
ล้วนสาวกษัตรีย์ตรศักดิ์สาวสวรรค์
๏ บำเรอราชา
ดุจดวงดาราพรรณรายล้อมจันทร์
พระไทยไป่ลืมปลื้มจิตต์ผูกพัน
คำนึงถึงอรรคเรศเทพี
๏ ทรงสถิตไสยา
อยู่งารรำภารำเพยพัชวี
รุ่มร้าวผ่าวร้อนดังเปลวอัคนี
เสด็จสรงวารีสุหร่ายปลายลออง
๏ อวลอาบทราบกาย
ภายในไป่หายร้อนเร่าเศร้าหมอง
หวลเห็นเปนนางเคียงข้างประคอง
แลใช่ไหม้หมองรำจวนหวลหา
๏ เสด็จยังอุทยาน
ประพาสสุมาลย์วิมลมาลา
เลวงเสาวคนธ์กลกลิ่นจินดา
ยั่วยามกรีฑาภิรมย์สมสมร
๏ เสด็จออกโรงรัตน์
จำชื่นขืนตรัสกิจการพระนคร
โดยอัชฌาไสยพระไทยอาวรณ์
บำรุงราษฎรโดยวัตขัตติยา
๏ นานาประเทศ
ได้แจ้งแห่งเหตุพระจอมสุธา
เลือกสรรค์บัญจงอนงคธิดา
วิลาสลักษณาถวายเปนมหิษี
๏ บเอื้อมอินัง
นางใดไว้หวังเปนอัคเทพี
เกลี่ยกรีฑารมย์พระสนมนารี
บำเรอฤดีคับแดกังวล
๏ ดำรงราชฐาน
นานนับลับวารล่วงปีเดือนดล
ถึงกาลพระองค์จะปลงพระชนม์
ยังมิ่งเมืองบนสู่สวรรค์ครรไลย
๏ ทรงพระประชวร
พระโรครัญจวนรันทำหฤไทย
รั้งเรื้อเหลือหมอครีครอครุ่นไป
เยียวยาแก้ไขซูบทรุดทุกที
๏ ให้แต่งบูชา
เนาวเคราะห์ทวาตั้งเครื่องพลี
สรงทิพย์มุรธาภิเษกสวัสดี
โดยพรหมพิธีจำเริญชนมา
๏ ผันแปรแก้ไข
ตามคัมภีร์ไสยประเภทนานา
จนสิ้นตำหรับลัทธิโหรา
ท้าวเสด็จสวรรคาไลยลาญชีวัน
๏ หมู่มุขมนตรี
พระสนมนารีนิกรกำนัล
พิโยคจากเจ้าร้อนเร่ารุมรัน
ตีทรวงโศกศัลย์กำสรดเศร้าหมอง
๏ ไห้สรงพระศพ
พระจอมพิภพใส่พระโกฐทอง
ไว้ใต้เศวตฉัตรแท่นรัตน์เรืองรอง
ตั้งเครื่องเนืองนองตามซ้ายฝ่ายขวา
๏ เครื่องสูงชุมสาย
ไม้เงินทองรายระเบียบบูชา
ชแม่พระสนมทุกกรมกัญญา
ทุกเวลามากำสรดสงสาร
๏ ประโคมแตรสังข์
ทุกยามระวังวิเวกกังวาน
เสนาข้าเฝ้าทุกเหล่าพนักงาร
อยู่เฝ้าบริบาลตามศักดิ์กษัตรา
๏ เสนาบดี
ปโรหิตพญารีมวญมาตย์คณา
ชุมกันสันิบาตในราชสภา
ประพฤติทรรษาเรื่องราชนคร
๏ ว่าราชสมบัติ
นิราสกรุงกษัตริย์เปนปิ่นภูธร
จักเกิดยุคเข็ญเปนสัตถันดร
เพื่อโจรดัสกรอุบัติบีฑา
๏ ควรเราจะเสี่ยง
บุษยรถโดยเยี่ยงรบิลโบราณ์
เชิญท่านผู้มีอภินิหารมา
เปนจอมขัตติยาดำรงธรณิน
๏ พระโหรจึงว่า
ข้ากำหนดมาในปรติทิน
อันองค์ผ่านเผ้าผู้เจ้าแผ่นดิน
อื่นไกลใครถวิลเปนเปล่าป่วยปอง
๏ พระราชบุตรา
อันหัสดีพาไปทั้งครรภ์ครอง
บุญญานาเนกภิเษกสมพอง
จักมาสืบสนองสุริยวงศ์พงศ์พันธุ์
๏ ผู้ท่านมนตรี
จงตั้งภักดีพระบาทโดยธรรม์
ช่วยกันบริรักษ์พิทักษ์เขตขัณฑ์
ไตรมาศจักบัลลุราชนครี
๏ นายกมุขมาตย์
ฟังโหราราชนิยมยินดี
เกณฑ์กันรักษาประชาธานี
คอยวันราตรีกำหนดพฤฒา ฯ
๑๖ ปางนั้นอัลกัปกดาบสเสวนา
ด้วยองคยุพินพิมพ์จันทร์
๏ ลืมฌานลาญหลงผูกพันเกื้อกามามันท์
บันเทิงสำเริงสุขรมย์
๏ วันหนึ่งรัติยาประถมนั่งหน้าอาศรม
ประพาสดาราราย
๏ ดูนักขัตฤกษ์ทั้งหลายโดยอุปเทห์ทาย
อุบัติวิบัติอันมี
๏ เห็นดาวกรุงโกสามพีเหตุโหดหาศรี
ขมุกขมัวมัวมนท์
๏ รู้แท้ว่าเจ้าสากลจะสิ้นพระชนม์
ก็กล่าวอุทานด่วนพลัน
๏ ดูราภคินีโนมพันวันนี้ปรัน
ตปะจะถึงมฤตยู
๏ นางน้องสนองท้าวโดยผลูท่านกล่าวนี้ดู
คดีบเยี่ยงยุติธรรม์
๏ ฤๅหนึ่งเปนเวรเวียนวันกับท้าวปรันตป์
แรงพิโรธยังไป่หาย
๏ ใช่แม่อย่าหมองใจหมายฤกษ์บนบรรยาย
นิยมผู้มีภินิหาร
๏ ใช่เรียมรักชังจังฑาลหากเหตุเห็นการ
ก็กล่าวแต่โดยสัจจัง ฯ
๑๙ ปางนั้นนาฎยุพาสุดารัตนฟัง
ภรรดานิราวังวินาส
๏ ท้าวทอดองคกำสรดรทดทุกขอนาถ
เพียงสายสนีสาดสยบ
๏ อ้าโอ้อัคนรินทร์ยุพินทรพิภพ
เลี้ยงข้าพระคุณลบสุธา
๏ น้องหวังจิตต์จะสนองลอองบทนรา
บุญน้อยนิรามาประจาก
๏ ต่างไกลไข้ก็บเห็นและเปนทุกขลำบาก
ตายจากก็ต่างยากจะเยือน
๏ โอ้อกอาตมเอ๋ยเสวยทุกขบเบือน
ใครเลยจะเหมือนอกบมี
๏ เสียดายราชนคเรศนิเวศน์วิยศุลี
เก้าแก้วประกอบตรีพิมาน
๏ สมบูรณ์สรรพสมบัติวัฒนอุฬาร
มั่งมูลทหารพาหนะ
๏ ฦๅข่าวท้าวทศทิศรอิดฤทธิฤพระ
สู่สวรรค์ครไลยละพเอิญ
๏ โอรสเราผิวอยู่ณบุรรัตนเจริญ
มวญมาตย์จะชุมเชิญภิเษก
๏ ถวัลยวงศ์อิศรวราทิพากรดิเรก
เมืองออกโทตรีเอกอนนต์
๏ โอ้ว่าเวรุวิบัติกำจัดบุรีวิกล
อาภัพสำหรับทนเทวษ
๏ ครวญพลางสองกรทุ่มชละลุมชลสุเนตร
มวยมุ่นศิโรเพฐพิกาล
๏ เอนอ่อนองคพิลาปรทาบอรละลาญ
อาลิงคกูมารกำสรด ฯ
๑๑ ปางนั้นพระองค์อัล-กปากะดาบส
เห็นนางธรันทดปริเทวนาการ
๏ ลาเภลำเภาเยาวประภาษนุศาสน์สาร
อ้าแม่วิมลมาลย์อดุรใดณโฉมฉาย
๏ เบญจขันธสรรพสัตวอุบัติก็ทำลาย
ทุกข์สุขสำหรับกายนรโลกยปวงเปน
๏ ฤๅแม่ฉงนจิตตอนิจบแน่เห็น
สงสารรำคาญเข็ญก็ประวัติแปรปรวน
๏ ดินฟ้าสุธาวาสคิรีราชมูลมวญ
พรหมพิษณุอิศวรก็ลุล่มประไลยกัลป์
๏ อย่าแม่กำสรดโศกวะวิโยคแสนศัลย์
ใช่ท้าวธสู่สวรรค์คตฤๅจะคืนคง
๏ อ้าองค์พระสิทธาจิตต์ข้าบใหลหลง
หากโศกสงสารองค์วรราชกุมาร
๏ เสียทีกำเนิดในขัติยาวราสถาน
อาภัพสาธารนิรไอศวรรยา
๏ แม้มาทสถิตวังสุริย์วงศ์ณานา
จักเชิญเสด็จราชภิเษกกษัตริย์สนอง
๏ อ้าแม่ฤปรารภ-พิภพจะหวังครอง
เปนภาระเรียมปองอนุเคราะหจริงจินต์
๏ เรียมจักประสิทธิ์เวทอุปเทศลเบงพิณ
คชาทยายินกิจกอบประดุจหวัง
๏ ให้องค์พระเยาวยศธนำคชพยุห์ยัง
เวียงราชจำบังพังชนบทเอาแดน
๏ อ้าท้าวธการุญและพระคุณโกฏิแสน
กว่าฟ้าสุเมรุแมนภูมิภาคยฤๅเสมอ
๏ เชิญท้าวประสิทธิ์สอนศิลปศาสตรบำรเรอ
ลูกท้าวธให้เปรอบุรีโดยประสงค์สม ฯ
๑๒ ขษณอัลกัปกมุนินทรบรม
คณเวทอุดมกลพิณพิศาล
๏ สุภวารมหุติบริสุทธิ์บริหาร
วรราชกุมารทิพยมนต์สัธยาย
๏ กลพิณกลเวทกนิเทศอุบาย
อุปเทห์วิธิสายคติยางค์บริบูรณ์
๏ ก็สำฤทธิมโนรถนาถนุกูล
พระอุเทนก็พูลมนสานติสำเริง
๏ อภิวันทนะบาทมุนินาถดำเกิง
วรวากยดำเลิงวรวัฒนบนาน
๏ ธก็กล่าวมธุราและประกาสิตสาร
ดุรยอดยุพมาลย์วรพักตรประภา
๏ พระกุมารจะจรพระนครคณา
นรราษฎร์อมจาจะวิจลจิตแหนง
๏ วัตถุไดและประสงค์ขัติวงศสำแดง
วรนุชจงแจงอนุกิจกุมาร ฯ
๑๔ เมื่อนั้นพระเยาวพนิดาสวนานุสนธสาร
รู้แท้พระเอารสยุพาลจะจรเจียรประจากกาย
๏ อาลัยหทัยทุกขระทดและสยดสยองสยาย
เกศกรตระกองตรุณฟายอสุพาษปรำพรรณ
๏ อ้าดวงมณีวิมลมงคลลักษณ์เฉลิมขวัญ
ขวัญเข้าก็เยาวบมิทันจะอุไทยประเทืองโฉม
๏ ดังฤๅจะสัญจรทุเรศหิมเวศรทมโทม
สันโดษบใครและจะประโลมสมรเพื่อพอเปนสอง
๏ โป่งป่าคณาคณปิสาจก็ฉกาจฉกรรจ์คนอง
หลอนหลอกลำพังพละลำพองพพำผิ่วพพึมเสียง
๏ ยอแสงพระสุริย์คณชนีจรี่ร่ายทุมาเมียง
โหยไห้วิเวกศัพทสำเนียงระเรื่อยร้องร่ำเรียกผัว
๏ แม่ม่ายประลองไนวนร้องซแซ่ซ้องก็พึงกลัว
จักระจั่นและเรไรก็จะรัวสุรเสียงสท้านเย็น
๏ ขวัญแม่บเคยนิรอุราอนิจาจะไปเห็น
ขุกไข้ก็ไกลมาตุรเปนทุกขเทียมสุเมรุแมน
๏ จักห้ามบให้ครรลยยังนคเรศครองแดน
ธานีบมีอธิปแหนสิริราชไอศูรย์
๏ ปรานีประชาชนสกลจะวิจลอาดูร
ควรพ่อจะต่อขัติยประยูรผดุงเดิมสุธาดล
๏ เจ้าไปผิถึงพระบริราชและอำมาตยชาวชน
ไป่เคยตระหนักสริรยลวรภาคพงางาม
๏ พ่อพึ่งสำแดงขัติยชาติบิตุราชเสนอนาม
นาศักดิ์มหามุลิกตามตำแหน่งในจำเนียรองค์
๏ ธำมรงค์วิมลกำพลพัสตรวรกษัตริย์สำหรับทรง
แม่เปลี่ยนพระบาทพระบิตุรงค์ธิบดินทร์ประทานมา
๏ บนเกยกนกรัตนวันทิชะจัณฑโฉบพา
ป่าวปวงอำมาตยคณาก็จะสร่างมโนขนาง
๏ ตัวแม่จะเนาวนทุเรศยุบลเหตุจงพราง
แหวนผ้าจงพ่อทัศนต่างวรพักตรมารดร
๏ มาแม่จะชมบรมรูปวรภาคยสายสมร
เปนอาวสานทิวสจรก็จะห่างจะเห็นกัน
๏ ตรัสพลางก็อาดูรพิลาป-พิโยคโศกศัลย์
กอดองค์พระโอรสรำพรรณประสิทธิ์ประสาทพร ฯ
๑๖ ปางนั้นหน่อนาถอดิศรอุเทนบวร
กษัตริย์ประเสริฐศิลปา
๏ เห็นชนนีนองชลนาสงสารโศกา
ก็กอดพระบาทโศกี
๏ อ้าพระแม่มิ่งโมฬีพระคุณอารี
อำรุงผดุงเปนตน
๏ ไป่ทันสนองบาทยุคลเวรามาดล
วิบากประจากเจียรจรัล
๏ เพื่อพระบิตุราชธิปครรไลยโลกสู่สวรรค์
พระคุณก็ควรไปสนอง
๏ ใช่ข้าบอาลัยลอองพระบาทจงปอง
ประโยชน์สมบัติเปนดี
๏ พระแม่จงโปรดปรานีอย่าทรงโศกี
แก่ลูกจะไปเปนลาง
๏ ขอพระคุณคุ้มเกศกลางดงดอนเดิรทาง
พนมพนาทุรคม
๏ ผิวข้าลุลาภนิยมสนองบาทบรม
นราธิเบศบิตุลา
๏ เสร็จข้าจักกลับคืนมารับพระมารดา
นิวัตินิเวศน์เสวยวัง
๏ ตัวแม่บคิดคืนหลังอย่าพ่ออย่าหวัง
จะคิดจะรับกลับคืน
๏ รักเจ้าสุดอกแม่ฝืนแต่ตัวโหดหืน
บควรจะให้ใครเห็น
๏ กรรมแล้วสู่กรรมจำเปนลำบากยากเย็น
ในป่าไปกว่าวางวาย
๏ ร่ำพลางนางนองเนตรฟายอาลัยในสาย
สวาทพระราชบุตรา
๏ จนปัจจุสสมัยมิกาพระลูกทูลลา
พระบาทสมเด็จชนนี
๏ มายังบรมราชฤๅษีด้วยจิตต์ภักดี
ก็น้อมประนตอำลา
๏ ดาบสอวยพรวราประสาทพิณพา
มานั่งยังที่จงกรม
๏ พระกุมารก็อ่านอาคมดีดพิณบรรสม
บนสาขทุมบรรเลง
๏ บรรฦๅสรศัพทครื้นเครงครื้นครึกอลเวง
ด้วยศัพทเกริ่นคชสาร
๏ คชสรรพ์จรรโจษบริวารบริเวณวนานต์
ก็เต็มด้วยนาคนานันต์
๏ นาเนกคชลักษณ์สิบพรรณสิบพวกสกรรจ์
สลอนสล้างลางพงศ์
๏ ลางเผ่าคชอำนวยวงศ์คชาธารมาตงค์
พินายพิเนกเอกทันต์
๏ เผือกเนียมนิลนพสุบรรณสุปดิษฐปิงคัล
โคบุตรชมลบล้ำหลาย
๏ ล้ำเหล่านาเคนทร์ตัวนายตัวหน้าน้อมกาย
กับบาทพระราชกุมาร
๏ พระกุมารก็ซ้ำสั่งสารสั่งสารนายการ
ประกาศกำหนดคชา
๏ คชอันแก่เกินกายากาเยนทรยุพา
ก็ห้ามให้คับคืนไคล
๏ คืนคลายังป่าโดยใจโดยจัดจักไป
สกรรจ์พิกัดพอเกณฑ์
๏ พอกาลสุริยาอุเทนอุไทยนเรนทร์
ทรงบัณฑุพงศ์เผือกพรรณ
๏ พรรณพระภาคย์เฉิดฉันเฉิดโฉมเฉกบัญ
จศิขรกรกุมพิณ
๏ กัมพลธำมรงค์ราชินทร์ราชูบดินทร์
ก็สวมสำหรับกับองค์
๏ จรจากอาวาสวังวงศ์เฉียงอุดรตรง
สพร้อมด้วยคชหลั่งหลาย
๏ หลั่งล้วนคชคณพรรลายพรรฦๅคือสาย
สมุทร์กระฉ่อนช่อผกา ฯ
๑๕ นิลคชคณเปนนายกมรรคานำนิเทศทาง
๏ นิกรคชคณลางบางคนตเคียนคางรเนนนอน
๏ คชคณบริพารสลอนยางแลยูงถอนตล่งลาน
๏ นิกรคชคชาธารอัษฐวงศ์วารอเนกา
๏ นิกรคชอำนวยนาเคนทรจูฑาทศาสาร
๏ นิกรคชบริวารมากประมาณการกำหนดหมาย
๏ คณอัษฐคชตัวนายคชพลพลายสพร้อมพรัก
๏ ส่ำคชนิกรสุภลักษณ์พาจตาลิพรรคพหูหาญ
๏ ส่ำคชนิกรเริงราญอาจผชญชาญชนะงา
๏ ส่ำคชนิกรชื่นตาเห็นแต่ฉายาก็แทงทัน
๏ ส่ำคชนิกรชาญฉกรรจ์เมื่อบทมึนมันท์ทลวงลาม
๏ พลคชสุระสงครามดูสง่างามกระหึมหวล
๏ ส่ำคชนิกรซึมซวนคอยจะเจียรจวนก็โจมแทง
๏ นิกรคชกำแหงแรงโดยเสด็จแซงสลับสลอน
๏ นิกรคชคณแซงจรบนอัมพรเลื่อนตระหลบควัน
๏ ส่ำคชนิกรนำพรรค์แล่นจะจวดกันแลโกญจนาท
๏ วิจลสกลโลกธาตุก้องทั้งอากาศก็อุโฆษ
๏ นิกรสัตวจรรโจษลางก็แล่นโลดตระหลบหนี ฯ
๑๑ อุเทนยุพาพงศ์สุริย์ทรงธเรษตรี
เดโชวโรมีพลภาพเจษฎา
๏ ทรงบัณฑุนาเคนทรพิลาสโลกา
เงื่อนอินทรออกอาสุรราชสงคราม
๏ นาคาคณาพรรค์ก็อนันต์อเนกตาม
ทศทิศดูงามนิกรเทพยอวยพร
๏ เสด็จโพนประพาสชมรุกขพนมพนาดอน
ราวรัถยาจรสุขสานติ์สำราญรมย์
๏ เกดแก้วพิกุลการณิกาสุกรมยม
เล็บนางอนงค์นมสวรรค์สวัสดิสาวสวรรค์
๏ ปริงปรางปรงปรูปริกกรจับจิกขจรจันทน์
สละสลับแสลงพันพยอมโยธกากาญจน์
๏ ทิ้งถ่อนกระทุ่มกระทุงอำพันพุงทลายลาน
ตูมตาดมต้องตาลยี่สุ่นโศกมสังสน
๏ สุรภีสุมาลย์มาลุลีลาจำปาปน
เสาวรสรสคนธ์กุหลาบเลื้อยลำดวนดง
๏ สารภีภิรมย์รสรเหยหอมมหาหง
คัดค้าวสาวหยุดประยงคุ์รดะดอกรดูดวง
๏ กฤษณาสุรารักษ์กระลำพักอำพันพวง
กระแจะกำจรจวงกำจายรสเรณู
๏ เห็นเช้าสีดาห้อยระย้าย้อยระดาดู
เช้านี้พระแม่กูจะหิ้วหากระเช้าสาน
๏ ไป่เคยวิบากบาปจะหอบหาบแสรกคาน
ดงเดิรก็กันดารจะเสาะสอยแสวงผล
๏ นมนางวิลาวัณย์ปรเล่ห์ถันยุคลนน
ทลีเลรฦกชลขษิราพุ์กระหายหอม
๏ เห็นวัลพันรุกข์รัดก็กำหนัดมโนตรอม
กลกรพระแม่ออมตระอรแอบประทมชม
๏ ปานนี้พระแม่เจ้าจะร้อนเร่าอุรากรม
ขุกทรงประชวรลมก็บใครจะอยู่งาร
๏ กำจัดวิบัติบากกำจัดจากก็สงสาร
ระกำกรรมก่อนกาล-จำนองสนองกรรม
๏ สหัสคุณอดูลย์มีชนนีธอุปถัมภ์
ไร้ใบดังไร้ทำอุปการะคุณสนอง
๏ แสลงใจอาไลยคิดแสลงจิตต์สลดตรอง
น้ำนองประหนึ่งนองชลไนยพิไรครวญ
๏ ครวญพลางธลีลาคชพาหน์หมื่นมวญ
สายัณห์ตวันจวนอัสดงคเพลา
๏ แรมพักสำนักในชยพฤกษฉายา
นาเคนทร์คณามาก็ระแวดระไววัง
๏ บุญญาธิกาการภินิหารหนหลัง
ย่อมยั้งประโยชน์ยังอุปการะกอบหมาย
๏ เทพาสุรารักษ์ก็พิทักษทุกภาย
ไป่อันตรายกลายอนุกรมนิยมมา
๏ ทางเท่าบุรีราชประมาณมาศลีลา
เทพย่นมรรคาคลาสัปตวารก็ลุดล
๏ หยุดยั้งยังชายป่าคชพาหน์โจษจล
ก้องโกญจนาทกลอสุนีคนองสาย
๏ เสียงเท้าสำเฑียรเทียมธรณิศทำลักทลาย
หักป่าจำรายขจายตล่งเล่ห์ชำเลลาน
๏ เสด็จยังวิมลมณฑลต้นพระไทรสถาน
แทบสระปทุมมาลย์ณประจิณทิศา
๏ เมิลแม้นกุมารแมนประจากแดนพิมานมา
เฉลิมโลกยขวัญตาประพาสพื้นธราดล ฯ
๑๖ อุเทนราชเรืองรณเรืองฤทธิ์ภุชพล
นุภาพซั้นสั่งสาร
๏ สั่งสารนายฝูงบริพารบริภัณฑ์ทุกสถาน
สถิตยถ้วนทุกภาย
๏ ทุกภาคย์เสร็จเสด็จผาดผายผาดเพียงนารายณ์
นเรศรทรงสายสินธุ์
๏ สายสินธุ์นฤมลชลธินชลเทียบสระอินทร์
สอาดสอ้านโอฬาร์
๏ โอฬารโกสุมภโสภาโสภาคย์บุษบา
บุษเบญจบานตูมสลอน
๏ สลับจงกลนีเกสรเกสรภมร
ประเอียงเอาทราบทระหึง
๏ ทรหวลเซงศัพทประอึงประอรคล้ายคลึง
สังคีตซร้องเสียงผสาน
๏ ผสานเสียงเสนาะในสระสนานสระสนุกในธาร
ในถิ่นสทื้นมัตสยา
มัตสยาเหลือไตรไคลคลาไคลคล่ำเหยื่อหา
ยังฝั่งคละคล้ายสวายไหว
๏ สวายหว่ากากดโกไลยโกไลยเลมไคล
เขงข้อค้าวคือคางเบือน
๏ คางเบือนบอกแก้มช้ำเชือนแก้มช้ำชายเตือน
ไปหาไปสู่หมู่หมอ
๏ ปลาหมูสู้เสือร้ายรอแรดร้ายมีนอ
กระโห้กระแหหางแดง
๏ นวลจันทร์จังโกกชวาดแชวงสร้อยสร้าซิวแขยง
ปักเป้าแลแป้นแปบปน
๏ ตลุมพุกอุกอ้าวอานนท์อานันท์ยี่สน
สีเสียดกระโสงหนามหลัง
๏ โลมาตาเดียวทูกังหลิดหลาดลิงลัง
ฝักพร้าแลพรวนพรมพราม
๏ ชโดดาบด้องดุกโดดตามเพียนทองท่องชลามพุ์
ชระเหลียกในก้านกอบัว
๏ ปลาม้าหวายหวั่นเห็นตัวปลาครอกชักครัว
แลลูกก็ล้อมเลมไคล
๏ หางกิ่วหางไก่หลดไหลในชลพ่นไพร
จันทเมดทรมางราหู
๏ กรกฏกูมินทรดื่นดูในสระสินธู
บรู้พิกัตโกฏิพัน
๏ พระเสด็จโสรจสรงจันทน์รอนรอนสุริยัน
จะเลี้ยวจะลับเหลี่ยมเมรุ
๏ สมเด็จราชอุเทนสถิตในบริเวณ
ภิมาภิมุขมณฑล
๏ หวลหาอาลัยพระชนนีนฤมล
กำเสาะกำศรวญครวญคราง
๏ สงสารปานนี้แม่นางพระองค์เว้วาง
ตระโหมดตระหม่าหม่นหมอง
๏ ใครเลยจักภักดีลอองดั่งข้าเคยฉลอง
พระบาทยุคลนนทลี
๏ พระแม่จักไข้ฤๅดีจักลับนับปี
จะห่างจะห่อนเห็นกัน
๏ โอ้พระสิทธาธรธรรม์ทรงคุณานันต์
นุเคราะห์อำรุงผดุงผดา
๏ ประสิทธ์วิธีเวทศึกษาปรากฎเดชา
นุภาพอ้างอดุลย์
๏ ดังเราหฤโหดทารุณฤๅทันแทนคุณ
สละสลัดอาไลย
๏ เสียทีมาปฏิสนธิในขัตติยาราไชย
นิราสนิรามาดง
๏ แต่แม่กับลูกสององค์สมเด็จบิตุรงค์
เสด็จสวรรคครรไลย
๏ จักอยู่จักดูดีใดเสียทางธรรมใน
บุพพาจารยคุณอุปการ
๏ ดำริห์ทางกตัญญูญาณรำงับสันดาน
ดำรงวิการกังวล ฯ
๒๘ ฝ่ายชาวประจันต์
นิคมคามคันเขตขอบอารญ
แลเห็นคชาเข้ามาเนืองนนต์
บรู้จักผลอาเภทเหตุใด
๏ ล้วนสารสกรรจ์
มากหมื่นพื้นพรรณต่างต่างช้างไพร
รื้อชักหักร้านโรงนาพาไล
ขุดโค่นต้นไม้หมากพร้าวน้าวตาล
๏ ไร่ผักฟักแฟง
เท้าฉัดถีบแทงทุกบ่อนบ่ทาน
ชาวบ้านร้านใกล้ร้องไห้ประปราณ
ล้มลุกคลุกคลานวิ่นหนีพัลวัน
๏ เมียวิ่งเรียกผัว
เข้านอนซ่อนตัวหลับตาหากัน
แก่กกงกเงิ่นเดิรไม้เท้ายัน
ความกลัวตัวสั่นจับมือเมียจุง
๏ ตาฉุดมือยาย
ย่ามใหญ่สพายขาวม้าพันพุง
บ้างร้องไห้หาแม่ป้าอาลุง
เงินใส่ไถ้ถุงซ่อนเหน็บเก็บมา
๏ ที่ลางเปนหม้าย
ลูกล้มผัวตายเปนเวทนา
เก็บของร้องไห้อาไลยภรรดา
คราวยุคฉุกมาสมเหมาะเหราะไป
๏ บ่าวสาวกล่าวขอ
ปลูกสร้างห้างหอยังไม่ทันไร
เกิดการวิปริตต่างคิดเสียใจ
บ้างตกบันไดพลอยโจนตามกัน
๏ บ้างหอบลูกเต้า
พ่อแม่แก่เฒ่าเทครัวพัวพัน
บ้างหนีแต่ตัวกลัวช้างน้ำมัน
เงินทองเชี่ยนขันหกคว่ำจำราย
๏ บ้างวิ่งเข้าป่า
หนามเหนี่ยวเกี่ยวผ้าข้องขาดบาดกาย
ไพร่ปนผู้ดีไม่มีละอาย
ความกลัวตัวตายเสือกสนปนไป
๏ เห็นหน่อนฤบดินทร์
พระหัตถ์ทรงพิณพระขรรค์ศรไชย
นิสีทารมย์ในร่มรุกข์ไทร
ต่างสงสัยในกมลจนจินต์
๏ ฤๅไท้เทเวนทร์
จรจากเมืองเมรุพิมานมาดิน
ไยไม่ทรงสังข์ทักขิณวรินทร์
แปลงองค์ทรงพิณดังนี้ปางใด
๏ ฤๅเปนองค์ปัญจ์
ศิขรเทวัญชำนิพิณไพ
บุลเภทจุฑาห้ายอดวิไลย
เพี้ยนเพศเหตุใดบทรงสงกา
๏ ฤๅองค์โลกบาล
อันเปนประธานคนธรรพ์คณา
ทรงนามธตรฐปรากฎเดชา
เหตุไรไม่มาด้วยพลคนธรรพ์
๏ ฤๅไท้เทวบุตร
อิศรสมมุติเทพเทวกรรม์
เพี้ยนพระภาคย์พักตร์คชลักษณ์ลาวัณย์
มาด้วยอนันต์นาเคนทร์บริวาร
๏ ฤๅสุรารักษ์
สิงสถิตสำนักพิมาพิมาน
ทรงพระกรุณามาอุปการ
ป้องกันไภยพาลคชาทารุณ
๏ บ้างคลานเข้าไป
หมอบราบกราบไหว้นิยมชมบุญ
ลออหล่อลองเทียมทองนพคุณ
รุ่นรวยสวยสุนทรลักษณ์พักตรา
๏ แช่มช้อยเฉิดโฉม
วิลัยเลอโลมไตรโลกขวัญตา
ดั่งพระหริวงศ์แบ่งองค์เสด็จมา
จากกษิรสาคเรศนที
๏ ควรเปนปิ่นกษัตริย์
ดำรงสมบัติในโกสามพี
แทนองค์ผ่านเผ้าเปนเจ้าธรณี
เฉลิมโลกเปนศรีพิภพภพไตร
๏ คิดแล้วทูลถาม
พระผู้โฉมงามปรากฎยศไกร
เปนเทพเทวัญสวรรค์ชั้นใด
เสด็จครรไลยแต่องค์เอกา
๏ ฤๅหน่อจักรพรรดิ
ประพาสไพรพลัดจตุรงค์หลงมา
ฤๅเที่ยวเลือกลักษณ์พระอัคชายา
อุส่าห์เสด็จมาบัลลุธานี
๏ ผู้ข้าทั้งผอง
ขอเอาลอองพระบาทธุลี
ปกเกล้าเกศาเปนข้าภักดี
ไปกว่าชีวีจะม้วยมรณา ฯ
๑๖ พระกุมารฟังสารสาราชาวรัฐประชา
ก็แย้มพระโอษฐ์บรรทูล
๏ เราคือเยาวราชประยูรองค์อดิศูร
ผู้ปิ่นประชาธานินทร์
๏ พระชนนีนาถเทพินนกพาไปกิน
แต่เรายังอยู่ในครรภ์
๏ เดชาภินิหารหากกันไป่วายชีวัน
ด้วยไภยพิหคพาธา
๏ อาศรัยอยู่ในวนากับพระมารดา
ทุราทุรัสถ์ดงดาล
๏ จนจำเริญไวยชนมานจึ่งพาบริวาร
มาหวังจักเยือนเวียงไชย
๏ บ้านเมืองเคืองเข็ญเปนไฉนทุกข์สุขฉันใด
จงแจ้งแก่เราอย่านาน
๏ ข้าแต่พระราชกุมารข้าโพธิสมภาร-
เกษมสุขทุกภาย
๏ ตั้งแต่บรมราชฦๅสายเสด็จสู่สวรรค์วาย
ชีวาตม์อนาถชาวเมือง
๏ อาดูรพูลทุกข์บมิเปลืองโศกานนต์เนือง
ก็เหงาก็เงียบเยียบเย็น
๏ มนตรีผู้ใหญ่อยู่เปนอุปการกันเข็ญ
เอาภาระทุกข์ราษฎร
๏ รำงับดับโจรดัสกรถ้าถวายภูธร
ราโชวโรรสวงศ์
๏ ฟังสารดาลโดยประสงค์จึ่งทรงสารทรง
ดำเนิรดำนานกษัตรีย์
๏ บเริ่มวิหคหัสดีพาพระชนนี
อันทรงพระครรภ์ครรไลย
๏ ไปแจ้งเสนาผู้ใจภักดียังใน
นิเวศนหวังฟังความ
๏ คือเราเอารสเรืองรามมาลุราชคาม
พาหิรเขตขอบคัน
๏ จงมวญมนตรีตริกันโดยเบื้องแบบบรรพ์
ประพฤติกิจกลใด
๏ จะรับเราไปราไชยภิเษกพิไสย
สันตติวงศ์ขัตติยา
๏ ฤๅจักรังเริ่มยุทธนาตามใจจงปรา
รภร้ายจะเห็นเปนดี
๏ จักเอาพลคชพิรีย์แย่งเหยียบธานี
พินาสในวันเดียวดาย
๏ เสร็จทรงเรื่องราโชบายจึ่งสมมุตินาย
ฉลาดเฉลยเคยความ
๏ ไปแถลงเสนาเนืองนามยังในราชคาม
ก็พร้อมประพฤติหรรษา
๏ นำสารเสนอสนองกิจจาข้าบาทมุลิกา
จำเนียรในราชภักดี
๏ เฉกกุมภัณฑสูรอสุรีรังรักษมณี
ถวายบรมจักรา
๏ พระเจ้าเปนเจ้าเสด็จมาข้าพระปรีดา
แต่ไป่ประจักษ์จักปลง
๏ ขอสิ่งสำคัญอันทรงกษัตริย์ประสงค์
ประเสริฐประสาทสำแดง
๏ ผู้ข้าชาวเมืองหวังแสวงโดยสัจจริงแจง
บมิจะเกี่ยงกังวล
ทรงฟังเสร็จสารยุบลจึ่งแสดงกัมพล
ธำมรงค์รัตนเรืองราม
๏ จำทวยเสนางค์กลางสนามอ้างอ่านออกนาม
อำมาตยบาทมุลิกา
๏ ประกาศปรากฎกฤษดานอกในนครา
ก็ชื่นก็ชมสมภาร
๏ เชิญเสด็จยังรมย์อุทยานพร้อมหมู่บริบาล
บำเรอพระบาทบทจร ฯ
๑๔ ปางนั้นมหาภิมุขมาตย์ทวิชาติกวีวร
เขวีและวิชนนิกรชนบทเอิกอึง
๏ รู้แท้พระเอารสวรินทร์ธิบดินทร์มาถึง
โดยในมโนนิตย์คำนึงสุขโสมนัสา
๏ มนตรีผู้นายกก็เริ่มกิจการบัญชา
ชุมเสวกากรคณาเผดียงการผดุงการ
๏ ตกแต่งมหามนทิรราช-นิวาสน์ปราสาทสถาน
มณฑปอุทุมพรอุฬารอภิสิญจเษกสรง
๏ ตั้งเศวตฉัตรรัตนสิหาส-นอาสน์บรรยงก์ผจง
ภัทรบิฐและอัษฐทิศทรงก็ระดับฉบับบรรพ์
๏ ถอดอัษฎาวุธถกลมงคลราชกกุธภัณฑ์
ราชูปโภควิวิธวรรณวิจิตรเจษฎา
๏ เชิญรูปพระเทวกมเลศบรเมศวร์อุมาพงา
จักรกฤษณ์พระอับสรสุดาลักษมีพระศรีสมร
๏ อีกรูปสมเด็จสหัสไนยวิไชยสังข์กร
โลกบาลราชฤทธิกำจรนวเคราะหเทเวนทร์
๏ สถิตที่บัลลังก์วิมลมณฑลพิธิไชเยนทร์
พราหมณ์พรหมโศลกประสิทธิเจนศิวศาสตรเชิญชุม
๏ ตั้งอัจนากิจประกอบชยุการกุณฑ์กุมภ์
เบญจครรภกลศสังขกุสุมชปนเวทบูชา
๏ ธงฉัตรราชวัตรวงอลงกฎวโรฬาร์
นอกในนิเวศนรัถยาทิพโลกสกลยล
๏ กุมภาชลาลยสคันธ์ระรื่นกลิ่นประทิ่นสถล
ปองการประกอบกิจถกลบริบวรณ์รบอบการ
๏ เสนามหามุขกวีคหบดีทิชาจารย์
โหราปโรหิตชำนาญนิติราชเรียนครู
๏ เยียดยังอยานก็อาราธน์วรบาทราชู
เปนปิ่นชนินทร์ดิศรภูธรเสวยสวัสดิ์วัง
๏ สมเด็จก็ทรงนุเคราะหโดยดุษณีประดุจหวัง
นักงารชำนาญสฤษดิรังกิจการสรัพการ
๏ เชิญองค์นเรศรนรามุรธาภิเษกสนาน
สวมทรงวิภูษณลังการมกุฎขัตติยาภรณ์
๏ ทรงพิณสพักศรยุบาทพิลาสราชไกรสร
ทรงสีวิกาญจนนิกรบริพารกรรกง
๏ อวยสวัสดิ์ถวายกรซะซ้องก็ลั่นฆ้องดำเนิรธง
ย้ายยาตรพาหน์จตุรงค์พยุห์หมู่ทหารหาญ
๏ พัดโบกบังสุริย์มยุรฉัตรภิรุมรัตโนภาร
เครื่องสูงพระแสงชำนินักงารก็เชิญโดยลำดับกัน
๏ ฆ้องกลองอุโฆษคณสำเนียงดุริยางคหื่นหรรษ์
แตรสังข์ประนังศัพทและบัณเฑาว์มุทิงค์นครใด
๏ พลหน้าพลากรพหูบมิรู้กิตราไตร
พลหลังก็หลั่งคือชลไหลบมิคั่นมิขาดสาย
๏ นานาประชาชนบูชาสมาลาชโปรยปราย
ธูปทีปฉัตรธวัชรายรรวดรัถยาจร
๏ เกริกเกรียงสำเนียงนิกรสาธุการาถวายพร
ชุมชื่อพระเดชดุจบวรจักรพรรดิธราดล
๏ บ้างว่าชรอยจตุรภุชนิรสมุทร์ถกลกล
บุญตามิอย่าผิวบยลอุรภาคอย่าด่วนตาย
๏ บ้างว่าพะน่านครเราจะเสื่อมเศร้าทุกแพ่งพาย
ด้วยเดชสฤษดิรักษวายยุกูณฐ์เปนนรินทร
๏ เสียดายจะได้ไหนหนอนินางอภิเษกสมสมร
นางแก้วคในทิปอุดรและจะค่าจะเคียงควร
๏ ยิ่งแลก็ลืมจิตต์พะวงสติหลงละเลิงลวน
ลืมแลพหลพลขบวรขนดแห่ทั้งหน้าหลัง ฯ
๑๖ พระเสด็จลีลาลุวังหยุดราชยานยัง
เกยแก้วกนกอาภา
๏ พร้อมสุริยชาติมาตยาปโรหิตโหรา
แลพราหมณพฤฒาจารย์
๏ เชิญเสด็จอภิสิญจมูรธารโดยรีตบุราณ
กษัตริย์ประเสริฐสุริยวงศ์
๏ ทวิชาถวายสังข์ไชยมงคลาประสงค์
สวัสดิ์พิพัฒนบันเทือง
๏ มุขมาตยนักงารนันต์เนืองทูลถวายบ้านเมือง
มนทิรรัตนวัดถา
๏ ยวดยานคชรถอัถวาอาวุธนานา
จตุรงคแสนยากร
๏ ท้าวนางทูลถวายอับสรสุรางคนิกร
อนงค์กำนัลบริพาร
๏ พระเกียรติปรากฎกฤษดาลท้าวเทศธราธาร
บรู้คณาตราไตร
๏ มาโอนมุรธาศถวายไชยบรรณามาไลย
สุวรรณมณีรัชฏา
๏ ศัตรูหมู่ร้ายรอาเขตเข้าสีมา
เกษมเกษตรสมบูรณ์
๏ หิรัญพรรณพัสดุ์เพิ่มพูลกลกัลปพฤกษ์มูล
ในจาตุทิศาสานติ์
๏ ด้วยเดชเดชาภินิหารพระราชกุมาร
อัจฉริยเบื้องบารมี
๏ ในเมืองมีสามเขวีล้ำแต่เศรษฐี
โฆสกเริ่มโรงทาน
๏ ทรัพย์วันพันกหาปณานต์จ่ายภัตรนิจการ
แก่พณิพกปกณา
๏ เศรษฐีไร้บุตรธิดาได้นางสามา
มาเลี้ยงไว้เปนบุตรี
๏ นางนี้หน่อนามเขวีชื่อภรรทวดี
อันเปนอทิฐสหาย
๏ บำนาญสารสั่งบมิวายต่างไมตรีหมาย
นุกูลนุกิจแก่กัน
๏ ครั้งนั้นอหิวาทโรคันพูลในเมืองภรร
ทวดีราชรัฐา
๏ ชนบทนอกในสิมากลัวแต่มรณา
ก็เทซึ่งเหย้าย้ายหนี
๏ จึ่งภรรทวดีเขวีพานางบุตรี
ประจากนครนั้นมา
๏ เมืองโกสามพีนัคราปรารภจักหา
โฆสกสหายแห่งตน
๏ ยังสามเวลาจักดลต้องแดดลมทน
ทั้งโภชน์จะภุญช์บมิพอ
๏ หิวโหยโรยแรงรีรอแขงใจครีครอ
ก็ถึงทวารธานี
๏ ชวนกันอาบกินวารีรำงับอินทรีย์
ในศาลแทบโรงทาน
๏ จึงให้ธิดาพึงพาลถือภาชนพิกาล
ดังยาจกาทุรพล
๏ รับทานพอส่วนสามคนได้มาบมิกล
ก็ส่งแก่นางนนทลี
๏ เศรษฐีภรรยาวาทีข้าแต่เขวี
ผู้เจ้าแก่ข้าอุปการ
๏ เว้นหลายวันแล้งอาหารเชิญเสพย์สำราญ
อย่าคิดแก่ข้าสองเลย
๏ ผิวท่านอย่ายืดยังเสบยสองข้าก็เสวย
ซึ่งศุภผลกลกัน
๏ เศรษฐีฟังคำจำนัญภุญชโภชน์บมิปัน
ก็อิ่มพออืดอุทร
๏ เหลือเตโชธาตุฝ่าฟอนพินาสเน่งนอน
อนาถในยามระติน
๏ สองนางแม่ลูกเพียงพินท์อุราราญถวิล
พิลาปรัญจวนหวลหา
๏ เท่ายามพระฮามเพลาเศรษฐีธิดา
ไปขอดังเคยโรงทาน
๏ พอครองสองส่วนประมาณได้มาบนาน
ก็อวยอำเภอมารดา
๏ บริโภคบมีเศษโภชนาถึงกาลกิริยา
ด้วยธาตุบจุจักเผา
๏ สังเวชสามายุพเยาว์กำสรดซบเซา
อาดูรแดเดียวดาย
๏ ทอดตนตีทรวงกระวายน้ำเนตรสรกสาย
จะแลจะเหลียวเปลี่ยวใจ
๏ กอดบาทมารดาอาไลยสอื้นร่ำไร
สติบเปนสมประดี ฯ
๑๑ ครั้นยามอรุณเรืองประเทืองท้องธเรษตรี
สามากุมารีวรภาคย์พงางาม
๏ เอาเพศทลีทกก็ยกเช้ากระเฌอภาม
ยาจนะเพื่อความกระหายหิวจะภุญชา
๏ นักนายจำหน่ายทานก็ถามพาลสุดามา
กี่ส่วนจะปราถนาและจะเพียงประโยชน์ตน
๏ เศรษฐีธิดาตอบดุจระบอบบเกียจกล
ข้าขอพอภาคย์พลบริโภคเดียวมา
๏ มิตกะฎุมพีฟังคดีก็โกรธา
พาหญิงทุพลกาลกิณีบมีญาณ
๏ โลภลาภบรู้ท้องและขอของก็เกินการ
เหลือท้องทั้งสองวารฤจึ่งขอแต่ส่วนเดียว
๏ สามาบเคยฟังผรุสวาทเครงเครียว
เพี้ยงอัคนีเจียวอุระร้าวกมลหมอง
๏ โศกซบรทบท่าวก็เกลื่อนกล่าวนุสนธิ์สนอง
ผู้เจ้าไฉนปองบริภาษนาการ
๏ ใช่ข้าจักลาภโลภลโมภดังลำพังพาล
บเริ่มมาขอทานก็พอภุญชสามคน
๏ คืนวานบิดาข้าก็นิราสนิราชนม์
ข้อยน้อยกับแม่ตนก็ขอโภชนพอสอง
๏ แม่ข้าพิราไลยชลไนยก็ยังนอง
ภาคย์เดียวมาขอปองบริภุญชพอกาย
๏ เกิดกายก็เสียทีจะทำดีก็เปนดาย
ยามยากวิบากกลายธุระยศอัปรีย์
๏ อยู่ไปก็ได้อายผิวตายก็ดูดี
ร่ำพลางก็ตูมตีอุระจรจากโรงทาน ฯ
๒๘ มิตะกฎุมพี
ฟังสารคดีสามาเยาวมาลย์
ลห้อยสร้อยเศร้าร้อนเร่าแดดาล
มีจิตต์สงสารสังเวชแสนทวี
๏ เรียกให้กลับมา
ปลอบพลางทางว่าแม่น่าปรานี
บเริ่มบรู้เจ้าผู้อารี
บิดาชนนีพิทักษ์รักษา
๏ พ่อขออะไภย
เผ่าพงศ์วงศ์ไหนฉันใดสมญา
ด้าวใดนิเวศน์ประเทศภารา
ดังฤๅเจ้ามาดังนี้นารี
๏ จงอยู่ด้วยเรา
จะเลี้ยงตัวเจ้าไว้เปนบุตรี
สิ่งหนึ่งสิ่งใดบให้ราคี
สิ่งสรรพ์อันมีพ่อไม่ฉันทา
๏ สามานงเยาว์
คำนับกับเท้าเล่าพลางโศกา
ข้าข้อยน้อยนี้มีนามสามา
เศรษฐีบิดาชื่อภรรทวดี
๏ ชาวเมืองพินาส
ด้วยอหิวาตโรคายายี
บิดามารดาพาข้าบุตรี
ประลาตธานีทุเรศกันดาร
๏ อาหารบพอ
ใช้ข้ามาขอไปรับประทาน
พอค่ำเพลาบิดาถึงกาล
ล่วงมาสองวารมาดาประไลย
๏ ข้อยข้าผู้เดียว
จะมีที่เหลียวจะแลเห็นใคร
เห็นแต่พระคุณการุญมีใจ
ขอตั้งอยู่ในพำนักภักดี
๏ นักนายทานภัตร
แสนโสมนัสในกุมารี
จึงรับนางมาเคหาปรานี
ตั้งเปนบุตรีไว้วางต่างตา
๏ อยู่มาวันหนึ่ง
เสียงคนอื้ออึงทั้งทานศาลา
นางจึงอุบายบอกแก่บิดา
ให้ทำเปนฝารอบคั่นชั้นใน
๏ แล้วตั้งทวาร
สำหรับจ่ายทานข้างหนึ่งเข้าไป
ประตูหนึ่งนั้นได้แล้วคลาไคล
แต่นั้นบได้เสียงศัพท์โกลา
๏ มิตะกฎุมพี
เห็นบุตรีมีวิจารณ์ปรีชา
ชื่นชอบกอบนามต่อตามอักขรา
ชื่อนางสามาวดีนฤมล
๏ เศรษฐีโฆสก
เคยฟังยาจกทุกวันอึงอล
ประหลาทในจินต์บยินเสียงคน
ให้เอายุบลทราบสิ้นสารา
๏ ให้หากฎุมพี
พากุมารีมาทัศนา
วิไลยเลิศลักษณ์ซักถามนามา
แจ้งว่าบิดาภรรทวดี
๏ อันเปนอทิฐ
สหายหวลคิดบุพเพไมตรี
จึงขอกัญญาสามาเทพี
มาตั้งยังที่เชษฐธิดา
๏ รักใคร่ให้ปัน
เข้าของสารพรรณเครื่องใช้นานา
ข้าสาวน้อยน้อยห้าร้อยยุพา
เปนบาทบริจาบำเรอเยาวมาลย์
๏ สามาศรีสวัสดิ์
เสวยสุขโสมนัสนิราสไภยพาล
ปรนนิบัติบิดามาตุอุปการ
เปนจำเนียรนานล่วงหลายเดือนมา
๏ ถึงวันนักขัต-
ฤกษ์ศรีสวัสดิ์เหล่ากูลธิดา
เคยเปนภิรมย์นิยมบุรา
สนานกายายังท่านที
๏ ฝ่ายนางสามา
วดียุพาสุขุมาลี
ประเทืองแสงทองท่องท้องธาตรี
สำอางวารีรื่นรสคนธา
๏ ปรัศผัดพักตร
วิไลยลำนักนวลจันทรวรรณา
ภูษาสไบวิไลยลังการ์
รัดองค์ลงยาเพชรรัตน์บรรจง
๏ ตาดทองรองซับ
สร้อยนวมสวมทับอังษารับทรง
สอิ้งสังวาลโอภารธำมรงค์
ประพิมเพี้ยงองค์สุรางคไกวัล
๏ ไปชลีลา
บิดรมารดาอนุญาตแล้วพลัน
พร้อมด้วยข้าสาวรุ่นราวคราวกัน
ห้อมล้อมจรจรัลไปท่าวาริน
๏ เบื้องบุญปณิธาน
สามาเยาวมาลย์อุเทนราชินทร์
บัญจวบจักพบประจบใจจินต์
ได้เห็นเทพินวันสรงคงคา
๏ สมเด็จกรุงกษัตริย์
ภิโยประดิพัทธ์ในแก้วกัญญา
โองการประภาษถามบาทมุลิกา
แจ้งว่าธิดาโฆสกเขวี
๏ ต้องราชประสงค์
มาเปนเอกองค์สุรางคนารี
ให้ไปขอนางโดยทางสวัสดี
โฆสกเศรษฐีบโดยโองการ
๏ บรรหารให้ซัก
เราเปนปิ่นปักวสุนธราธาร
เศรษฐีนี้ไซร้อยู่ใต้บทมาลย์
ไม่ถวายนงพาลธิดาฉันใด
๏ เศรษฐีให้ทูล
ซึ่งทรงนุกูลทราบเกล้าเข้าใจ
ธิดาข้าบาทใช่ชาติชาวใน
เปนเชื้อวิไสยบ้านนอกขอกนา
๏ ไม่รู้ระบอบ
ราชกิจผิดชอบบัญญัติบัญชา
นานไปจะเคืองใต้เบื้องบาทา
พระราชอาชญาโปรดเกล้าอไภย
๏ ทราบเรื่องเคืองขัด
สีหนาทดำรัสสั่งเสนาใน
น้อยฤๅเศรษฐีบมีอาไลย
จงเร่งออกไปขับเสียอย่านาน
๏ เสนาไปขับ
สองเศรษฐีกับข้าไทยบริวาร
ออกจากที่อยู่ประตูใส่ดาล
ปิดตรานักงารอยู่เฝ้ารักษา
๏ สามาวดี
ไปสรงวารียามเย็นกลับมา
เข้าบ้านบได้สงไสยวิญญา
จึ่งถามบิดามารดาทันใด
๏ ซึ่งทรงพระโกรธ
บังคับปรับโทษนฤเทศจากใน
คฤหาอาทรอธิกรณ์สิ่งไร
เพื่อเหตุไฉนบอกลูกรู้รา
๏ เศรษฐีฟังถาม
โศกเศร้าเล่าตามอนุสนธิ์ต้นมา
ประสงค์จงเจ้าลำเภาพงา
อาไลยลูกยาจะร้างแรมไกล
๏ ทูลขัดบัญชา
สั่งให้บัพพาเพื่อเคืองคุมไภย
ลูกเอ่ยคราวเคราะห์จำเพาะเปนไป
เฉกเฌอในไพรผลดกกกตาย ฯ
๑๔ สามาสุดาสรสดับบิตุเรศบรรยาย
ลูบอกตระดกจิตต์ก็ฟายอสุโศกสนองสาร
๏ บิดาฤปรารภฉนี้บมิควรจะหยอกกาล
เจ้าจอมจุฑาภพสุธาร-อเนกอนันต์คุณ
๏ ไป่ควรจะเคืองบวรบาทจะพินาสเปนจุณ
เปนใดก็ตามแต่ผลบุญกรรมเบื้องบุเรสนอง
๏ พาข้าถวายบรมนาถดุจราชรังปอง
กายลูกจะแทนพระคุณครองบมิคิดจะยากเย็น
๏ เศรษฐีชไมยสวนาวนิดาธิดาเห็น
จักจากประจากจิตต์ลำเค็ญก็วิลาปโลมสอน
๏ อ้าแม่วิมลมุขประไพจะจำไกลอุราจร
เปนข้านรารักษนิกรคณในนิวาสน์สถาน
๏ จงแม่สถิตนิตยสัตย์ประดิพัทธภูบาล
อย่าเว้นรไวนุกิจการ-อันควรจะไตรตรา
๏ แสนสรรพ์อนันต์สิริสมบัติสารพัดสุโภคา
จงรักและรู้พระอัธยาศัยกรุงกษัตรีย์
๏ ยามท้าวเสวยบรมสุขอย่ากล่าวทุกข์จะราคี
ท้าวทุกข์และแม่บควรจะมีสุขโดยอัชฌาไสย
๏ สมเด็จมหาสมมุติวงศ์วิยองค์สหัสไนย
พระสนมสุรางค์ลักษณ์วิไลยดุจเทพอับสร
๏ ใช่การจะเกี่ยงวิกลกามชล่าลามประหงิดงอน
ทราบเรื่องจะเคืองบทบวรก็จะน้อยอำนาจตน
๏ รักใคร่อย่างวางจิตต์ประวัติมัธยัตอย่าชังคน
กล่าวใกล้และไกลผิวบยลวินิจไฉยจงใสสาง
๏ หนึ่งราชกูลประยุรวงศ์และอนงค์สุรางค์นาง
จงแม่มิตาจิตต์อย่าจางอนุเคราะหโดยธรรม์
๏ แม่ไปจะไกลบิดรมาตุรออมถนอมขวัญ
ขวัญแม่อย่าลืมจวนอันสุวภาพเจริญศรี
๏ เสร็จสารนุสนธิอนุสาสน์วโรวาทบุตรี
อวยพรวรสวสดีบริบูรณบรรยาย
๏ ให้สรงชโลทกสุคนธวิมลวิเลปลาย
ผัดพักตรเบญวิบุลย์ฉายวิโรจน์แสงศศิธร
๏ อาภาวิภูษิตสไบอำไพรัตนาภรณ์
อำภณประโภคคณนิกรบริพารนานันท์
๏ เศรษฐีผู้มาตุรก็พาวนิดาธิดาครร
ไลยยังนิเวศน์บรมธรรมจุฬาสุธาธาร
๏ บรรณาสการอภิวาทวรบาทกมลมาลย์
ทูลถวายธิดาดุลยพาลวรภาคยเทพี
๏ ท้าวรับคำนับธนบำนาญบริขารเขวี
ภรรยาก็ลานฤบดีคมนานิวาศรม
๏ ปางปิ่นนรินทรมหาขัติยาวรากรม
แสนเสน่หในนุชภิรมย์หฤทัยใสสันต์
๏ อวยสรรพ์ปิลันธนวัตถาภรณาประการนันต์
นาศักดิ์สมเด็จพระอรอรรคเรศราชกัลยา
๏ สถิตไหรญรัตนฐานพิมานจันทรเจษฎา
ห้าร้อยสุรางค์บริคณาบริรักษเทพี
๏ ท้าวทรงเสวยสุขสำเริงบันเทิงราชหฤทัยทวี
สามาวดีภควดีพิลาสลักษณโลมสมร
๏ เชยช่อสุคนธ์วิมลมาลย์ผกากาญจน์กำจรขจร
ชาติเชื้อสุธาทิพยตระอรสโรชรสรำพาย
๏ นาคินทร์วรินทร์ฤทธิคนองฉลองล่องสลิลสาย
หยั่งหยาดวลาหกบรรลายผเลียงล้นธราดล
๏ โกสุมเกสรอันตูมก็ฉ่ำชุ่มลอองฝน
แย้มขยายจำรายสุเสาวคนธ์พิณิกาษระการงาม ฯ
๒๘ เชยชมชมรส
บัวบงบงกชเกษแก้วแก้วกาม
ยิ้มแย้มแย้มยวลสอนสวนสวนสนาม
โลมลวนลวนลามยั่วยงยงยรร
๏ เคลี้ยคลึงคลึงเคล้า
ย่ำยามยามเย้าเหิ่มรสรสบัน
หรรษาษาสมรสอดกรกรกรร
ดุจวัลเวจวัลไม้ลำลำยอง
๏ โกมลมณฑา
แบ่งสร้อยสร้อยผกาฝนฝอยฝอยทอง
ภุมราราร่อนเอาซราบซราบลออง
ละเลิงเลิงลองเสาวคนธ์คนธา
๏ สองสมสมสนิธ
ชวนชื่นชื่นชิดภิรมย์รมยา
หยอกเย้าเย้ายี้เปรมปรีดิ์ปรีดา
ชอบเชิงเชิงลาเภโลมโลมใจ
๏ สุขสองสองสวาท
วิไสยไสยาสน์เปลี่ยมปลื้มปลื้มใน
กมลมณฑารื่นรสรสใจ
ฤดีดีใดจะเปรียบเปรียบปาน
๏ สุมามาโนช
อุบลบนโบษสระแก้วแก้วกาญจน์
ฉะเนียรเนียรมลตระกลกลลาน
ทิพย์เทียบเทียบธารโลกัยไกวัล
๏ สองศรีศรีสวัสดิ์
แสนโสรมโสมนัสพระอรอรอรรค์
ชายายาจิตต์ต้องติดติดพันธ์
ชม่ายม่ายมันท์งอนงามงามคม
๏ ร่วมแท่นแท่นทอง
พระนุชนุชน้องตระอรอรชม
สุขรมย์รมยาฤๅรารารมย์
บันเทิงบันทมสมสรวลสรวลสันต์
๏ สองเสวยเสวยสวัสดิ์
ครองราษฎร์ราชวัตรทรงทศทศธรรม์
นาเทศเทศราชสิมามาคัล
บรรณานานันต์เหลือตราตราไตร
๏ อริริร้าย
อ่อนน้อมน้อมถวายสุมามาไลย
เกริกกฤดิกฤษฎาญธิการกาลใน
นาเขตเขตใดจักเปรียบเปรียบปูน
๏ ทวยราษฎร์ราศทุกข์
โภคพูลพูลสุขเทียรทิพย์ทิพย์จรูญ
เพื่อบุญบุญญาภินิหารหารพูล
แสนสมสมบูรณ์ทุกสิ่งสิ่งสรรพ์ ฯ
๑๑ กล่าวเรื่องนรินทรปิ่นธรณินทราธรรม์
จอมจุลจักรจัณฑปโชตราชี
๏ แสดงเดชอดุลย์ดาลประพาฬรัศมีระวี
กรุงแก้วอุเชนีนคเรศวโรฬาร์
๏ โอฬารพิศาลแสนสิริแสนศวรรยา
เทียรทิพยโลกาติทิวังคไกวัล
๏ ขอบคูถกลชลนฤมลเทียรอรร
ณพนาอุบลบัญจขจรเจริญใจ
๏ เมืองกว้างปราการกั้นสัตภัณฑไศล์ไกล
หอรบทวารไชยสง่าง้ำทิฆัมพร
๏ เทียวธงอลงกฎสถลบทจรจร
นองเนืองประชากรกลสินธุถั่งสาย
๏ เสนาคณาพาหนะยานะพันลาย
พันฦกนิกายนายพลภาพพันฦๅ
นาเขตประเทศท้าวดำริห์ร้าวฤหาญหือ
เคยอาจก็ออกมืออริรอบมามองเมือง
๏ ราชฐานพิมานทองทิพยท้องพระโรงประเทือง
ปรางค์แก้วมลังเมลืองมลักแสงดำกลกล
๏ นพศูลจรูญรัตนวิโรจน์ฉัตรบังบน
สลักขนุนขนบยลลอออาอุไรรอง
๏ บานบันทมกลับฉลักพรหมพักตรเฉลิมฉลอง
ยอดแซกไม้สิบสองทั้งเจ็ดชั้นบันผจง
๏ บังแสลงกระจังรายแม่ลายลายฉลุอลงกฎ์
ช่อฟ้าและหางหงส์พิลาสโลกยพัฬเหา
๏ เชิงบาตรโอภาสภาพสระราพนาคเนา
เลื่อมเลื่อมกลอกเงาผิจะเปนจะเผ่นผาย
๏ เสาหารพิมานมีครุฑเผ่นผงาดกาย
จับนาคจำทายจำทวยฤทธิแรงรำ
๏ หน้าบันประกิจกาบกนกคาบในเครือคำ
เพียงพัฒกีอำมรแปลงบแปลกสรวง
๏ เมิลมุขพรรณรายวิไลยลายลดาดวง
ช่อห้อยสร่ายรวงภมรสิงหชงฆ์ชาญ
๏ ลำยองระรองรวยระทวยทวยประดากาญจน์
สดมภ์บุษบาบานตรกลบุษบงบน
๏ ชมทวารและบานบัญชรจารนำยล
ฝาแก้วกลอกชลตระศักดิ์สับตแสงพัน
๏ บัลลังก์พิมลมงคลรัตนาบรรจ์
ฐรณ์ทิพย์ขจรคันธ์เลวงกลิ่นกำจรใจ
๏ สาวสรรค์สกรรจ์เกณฑ์ประจงเวรตำแหน่งใน
เลือกล้วนอำไพไพบูลยสาวกษัตริย์สรรค์
๏ เฟี้ยมเฝ้าเอางารบาทนรนาถคั่งคัล
ดังดวงประดับจันทรจรูญจรัสโพยม
๏ วาสุละทัตรเทพ-ธิดาวราโฉม
เลอลักษณ์ประโลมโลมจิตต์โลกยใหลหลง
๏ เปนที่เกษมสวาทบิตุราชมาตุรงค์
สาวสรรค์อนันต์อนงค์บริรักษ์บำเรอสนอง
๏ สุขาธรารมย์อุดมอาสน์ปราสาททอง
อย่าคนจะไปปองผิวลมบลอดชาย ฯ
๑๖ พระยาจัณฑประโชตฦๅสายพระเดชบันลาย
ดำเริงในภูมิประกาศ
๏ โยธาพาหนสามารถหนึ่งนายกากะทาส
มหามหันตกำลัง
๏ ทางหกสิบโยชนหวังเดิรโดยลำพัง
ก็ลุในวันบมิเกิน
๏ พังภัทวดีดำเนิรห้าสิบโยชน์เดิร
วันเดียวก็ได้ดีหลี
๏ พญาช้างนาฬาคิรีร้อยยี่สิบลี
แลโยชน์บทันสายัณห์
๏ ยังสองอาชาเชาวันม้าหนึ่งนามมัญ
ชเกศีเษกสมญา
๏ หนึ่งวาฬุกัฏฐีอัศวาร้อยโยชน์มรรคา
ก็ถึงบค่ำค่ากัน
๏ มีคำปุจฉาพระยาจัณฑ์กอบราชพาหนอัน
อธิกนี้กลใด
๏ เสนอสนองดำนานกาลไกลชาติลับหลายใน
บุราบรมขัตติยา
๏ กาลนั้นยังมีมัจจาผู้ยศวรา
คในนครหนึ่งมี
๏ ลงไปสระสนานวารีสำราญอินทรีย์
ยังนอกนครขึ้นมา
๏ วันนั้นพระปัจเจกพุทธาโคจรยาจนา
แก่ชนชาวนคไร
๏ มาราร้ายดาลดลใจชาวเมืองบใคร
ศรัทธาจะทานสักคน
๏ บาตรเปล่ากลับมาพบมนตรีถามอนุสนธิ์
สำแดงบได้อาหาร
๏ อำมาตย์สังเวชวิญญาณศรัทธาเปรมปราณ
เผดียงผดุงราธนา
๏ ยั้งยังที่ควรบคลาคมนาการมา
สำนึงสำนักบมินาน
๏ ถามนายภัตการกการพร้อมเสร็จคาวหวาน
บันโดยมโนปราโมช
๏ จึ่งใช้อุปฐากหนึ่งโสดยังพระปัจเจกโพธิ
ไปนำซึ่งบาตรนั้นมา
๏ ใส่ภัตรสุปเพียญชน์โภชาปะณีตนานา
ด้วยใจจำนงเคารพ
๏ สั่งให้อุปฐากมานพบาบ่าวจงปบ
ถวายจงทันจักสาย
๏ กุศลโกฎฐาสทั้งหลายแบ่งกึ่งแก่นาย
ผู้เหนื่อยอย่านิ่งนานเนา
๏ มานพเคารพรับเอาบาตรแบกบมิเซา
ก็แล่นด้วยเร็วแรงตน
๏ ถึงถวายจันหันนิมนต์เพลาจวนจน
พระคุณจงทำภัตรกิจ
๏ เดชะอานิสงส์สุจริตวจีกายจิตต์
ประณามบเหนื่อยแหนงคุณ
๏ มีแรงเปนแดนแทนคุณกับนายแบ่งบุญ
เปนส่วนสังกัดกึ่งกัน
๏ ไปในโพ้นภพจงบันดาลดังมัชฌัน
ติกสมัยสุริยแสง
๏ กอบราชพาหนะเร็วแรงยิ่งโยชน์ย่านแสดง
นิยมดังกล่าวแล้วมา
๏ พระปัจเจกก็กล่าวโมทนาสิ่งสูปราถนา
จงลุมโนไมยหมาย
๏ มานพอุปฐากทำลายเบญจขันธ์มากลาย
คือองค์บรมขัตติยา
๏ พระจัณฑประโชตมหาสมมุติเทพา
นุภาพไกรเกริกดิน
๏ โภไคมไหศวรรยาจิณเอิบอ้างอมรินทร์
อเนกอนันต์ศฤงคาร
๏ พระองค์ทรงวัชนาการสมบัติเบิกบาน
บันเทิงหฤทัยไพบูลย์
๏ โองการมารพระบัณฑูรกระลานิกูล
นิกรอำมาตย์บริบาล
๏ กรุงเราปรากฎกฤษดารทั่วเทศธราธาร
ผู้อาจอ้างยังยิน ฯ
๑๔ ข้าแต่ชนินทรนิกรอดิศรสวามินทร์
ดังข้าพระทูลบทรบิลยุบลวิงกิดาการ
๏ ข่าวโฆษถคึงคุณขจรนครราชไพศาล
โกสามพีโพ้นภพอุฬาร-เสมอสุเมรุแมน
๏ เสนาพลากรและพาหนยานเนกแสน
สมบัติก็สมบุรณบแคลนเขมงหมู่ทหารหาญ
๏ ล้ำแต่นเรศรนรินทร์ธิปปินจุฑาธาร
ปรากฎประกาศพระกฤติดาลอานุภาพอัศจรรย์
๏ ทรงพิณสุรินทรประสาทประกาศเพลงเลบงบรรพ์
คชยินก็นำคณอนันต์คมนานรากร
๏ เฝ้าฟังยุบลกิจประกาสิตสารสังหรณ์
ใช้ใดก็ดังมนะนุสรธิบดินทรโดยดาล
๏ ทรงฟังมหาภิมุขมาตย์ก็ปรภาษบรรหารหาญ
พลเราก็เชี่ยวชิตรำบาญปรปักษมากเมือง
๏ โกสามพีราชนคเรศขจรเดชเลิศเลือง
ควรเราจะเริ่มรณประเทืองยศไว้ในธาษตรี
๏ เร่งเรียบสกลนิกรมายกพาหเสนี
เคยไชยจะไปยุทธอรีพิริย์ภาพฤๅแคลน
๏ ข้าแต่มเหศรสมมุติจะประยุทธชิงแดน
ใช่แรงต่อแรงพหลแหนและจะหมิ่นประมาทหมาย
๏ เมืองกว้างทั้งช้างเปนบริพารจะริราญฤจำราย
งูร้ายจะตีผิวบตายก็จะคุมอาฆาฎเคือง
๏ เมืองเคยเสวยสุขจะร้อนดัสกรจะหมิ่นเมือง
ศิขานลามะรุประเทืองฤจะดับอย่าดูเบา
๏ ชอบใช้อุบายกลประกอบคชยนตร์ถกลเอา
ปล่อยไปคในวนะลำเนาผะลุรัฐรวมกัน
๏ แท้ท้าวอุเทนทรสดับจะมาจับคชาอัน
แต่งล่อพอพ้นพลบทันพลเราเข้ากุมกาย
๏ จับเปนก็เห็นบมิลำบากบมิยากนิกายนาย
แม้มาทบได้ดุจอุบายกลคิดก็ชิดชม
๏ เสาวนามหามุลิกมาตย์ดำริห์ราชนุสรสม
ชุมช่างรจิตกิจนุกรมถกลการกอบการ ฯ
๑๖ เร่งเริ่มริร่างรูปสารศุภลักษณ์ผู้พาล
ลำเภาด้วยผิวเผือกพรรณ
๏ งามศรีส่อศรีสังข์สรรค์งางามเงื่อนจันทร์
อันพาลพรพราวขาวขน
๏ เสร็จแล้วเพียรผูกด้วยกลไขไกใยยนต์
หูหางคะคว้างกวัดไกว
๏ เดิรเหิรวางวิ่งว่องไวแฝงคนกลใน
แลหัดให้ชำเช้าเย็น
๏ ถ้าใครไคลคลามาเห็นเหมือนช้างเปนเปน
อากัปบแผกแปลกปน
๏ เสร็จสั่งผู้รังร่วมกลให้นำช้างยนต์
ไปวางณกลางดงแดน
๏ กรุงโกสามพีบมิแคลนส่ายเสยเงยแหงน
ดังเถื่อนลเลาะเลาพง
๏ ขษณนั้นมีลุทธ์หนึ่งทนงล่ามฤคเลยหลง
แลล่วงมาถึงป่าหลวง
๏ เห็นคชสารศรีเงินยวงฤๅรู้กลลวง
ว่าช้างชำนาญทรรทึง
๏ ปรีดามนัสเต็มตึงรอยบุญตูถึง
มาพบซึ่งสารสำคัญ
๏ ถวายข่าวท้าวแท้ธรธรรม์จักรางวัลปัน
บำนาญบำเหน็จตนตู
๏ บัดนายพนะจรเจนผลูดั้นดอยดงทู
รัสถ์ทางก็ถับถึงเมือง
๏ แถลงข่าวทูลท้าวผู้เรืองพระยศบันเทือง
ซึ่งพบเศวตคชสาร
๏ ควรเปนชำนินฤบาลบริสุทธิ์ศรีปาน
เกลาสล้ำศรีสังข์
๏ ราชาอุเทนทรฟังสารสายนายถมัง
มรรคันตราทูรคม
๏ หวังเสด็จไปโพนช้างชมชมไพรชมพนม
จงเปนเกษมสาทร
๏ ซั้นสั่งเทียมแสนยากรย่ำรุ่งจักจร
กระบวรพยุหยาตรา
๏ สั่งเสร็จเสด็จมนทิรานั่งแนบสามา
วดีสุดาดวงมาลย์
๏ เรียมจักลาลำเภาพาลไปวังคชสาร
เศวตสวัสดิ์ศรีเมือง
๏ นุชเนาในปรางค์รัตนเรืองอย่าทุกขาเคือง
พิโยคเรียมอาทวา ฯ
๑๑ สามายุพาพาลสดับสารพระภรรดา
หว่าหวั่นฤทัยอาดุรน้อมประนุตมางค์
๏ กับเบื้องพระบาทบงกชทรงกำศรวญพลาง
ตีทรวงสอื้นนางปริเทววิงวอน
๏ อ้าจอมจุฑาธเรศมกุฏเกศนรากร
ละข้าพนาจรบมิเอื้อจะอาไลย
๏ ขอรองลอองบาทภูวนาถกลางไพร
น้อยจิตต์บตามใจอุรเจ็บฤใครเห็น
๏ อ้าแม้จะบทจรมคันดรก็ยากเย็น
ซอกเขาลำเนาเปนชำเราะห้วยละหานเหว
๏ ป่ากว้างปรางควานก็สามาญมิใช่เลว
ตากลอกกระลอกเปลวอัคนีปลองหลอน
๏ สิงสัตวจัตุบาทก็ร้ายกาจกระลำภร
ขวัญอ่อนจะอาวรสนุกไฉนจะไปตาม
๏ รักพี่จะตามพี่ก็ใช่ที่พยายาม
ควรแม่สงวนงามบำรุงรักเรียมถนอม
๏ ไป่ช้าจะมาสมภิรมย์รสพอูลออม
อย่าแม่ทุกขาตรอมจะเศร้าศรีวิมลโฉม
๏ หยอกเย้าลำเภาพักตร์วรลักษณ์ประเล้าโลม
กำเดาบันเทาโทม-นะในก็ไสยา ฯ
๒๑ มนตรีรับราโชยงการ์อดิศรคมนา
จัดพหลพาหนาพลัน
๏ ขุนคชผูกคชดั้งกันสุระฉะกะบมิทัน
มันเมือบเมามันก็ห้าวหาญ
๏ แปลกหมอชิงขอสลัดควาญปรปักษจรำบาญ
รู้ก็ร่านราญกำเริบแรง
๏ นายกลางจ้องปืนแสลงแผลงสะนะเกราะกรคระแลง
ขอถมรรถะแมงทั้งหมอควาญ
๏ เตรียมทั้งพระที่นั่งคชาธารสุวรรณปฤษฎางคยาน
ทรงประพาสพนานต์และละคอ
๏ คชาภรณ์เรืองรัตนเทียบพอวิรุจินิขะละออ
สายชนักขอกระวินทอง
๏ ผ่านหน้าหลังรัตคนจองแย่งสุพรรณระรอง
ข่ายตระพองกองประดับดาว
๏ จงกลภู่จามรีขาวยุคลสุตรววาว
พลุกพระพรายพราววิจิตรคำ
๏ นายม้าผูกม้าเฉวียงสดำอัศวภรณอำ
ไพจำนำนายทะทายทวน
๏ เคียนคดขัดดาบเดียรขบวรนำพยุหพลพวน
แชรงก็แซรงสวนระไวทาง
๏ ล้วนม้าเลิศลักษณสรรพางค์สมรรถสมรกลาง
เชี่ยวชวันวางรำบาญบร
๏ ม้าที่นั่งดังสิงหไกรสรสุระผยศผงอน
กาญจนลังกรณ์พระพรายเพรา
๏ ผ่านหน้าบังเหียนแลสายเหากแนะกนกนิขเนา
วรัตนงามเงามุกดาหาร
๏ ห้อยหูภู่จามรีพาลวิจิตรจงกลกาญจน์
อานกุดั่นลายระยับยับ
๏ ขุนรถเทียมรถสำหรับรณรงคอริรอับ
ธงระดับดาสง่างอน
๏ เทียมล้อลาอัศวาภรณ์ชักรถวิยภมร
กงกำทรท้องปรัฐพี
๏ สารถีสอดสนะโพกศรีคระวีอาวุธวิรี
เขนเสน่าตรีกำซาบศร
๏ บ้างถือเสโลหะโตมรกระยับขย่อนกรคละคลอน
ดัสกรเกรงนุภาพพล
๏ นายรถอ่าอาตมทุกตนชำนิศฎระผจญ
ค้าคำรณโรมริปูปอง
๏ ทวยทัศโยธิศเลิศลองมหิทธิจิตต์ลำพอง
อาวุธถบองจำทวยถือ
๏ โล่ห์ดั้งดาบเขนถมรรถมืออริระอิดฤทธิคือ
กาลบหาญครือคระคร้ามครัน
๏ พลส้าวง้าวทวนแลกุทัณฑ์ธนุจรีกฤชชำนัญ
ร่านจะโรมผันลำแพงแคลง
๏ แต่งตนตามหมู่กำแหงแรงฉบับฉบบบมิแปลง
เข้ากระบวรแซรงสเสือกสน
๏ พลคชรถอัศวโจษจลสุราศัพทสกนธ์พล
เมทนีดลสเทื้อนไหว
๏ คอยเสด็จจอมภูวนัตไตรยนิกรพลอนนต์ใน
ท่งสนามไชยอเนกา ฯ
๑๒ พออรุณอุไทยปจุสสมัยทิพา
กรราชจุฑาธรณินทร์ขัตติยางค์
ธก็สรงมุรธารภิเษกสำอาง
สุวคนธวรางควิเลปวิไลย
๏ วรภูสิตทรงวรองคประไพ
กรรจุการพิไชยยุธเกยุรยง
๏ รัตพัสตรพิจิตรวรกฤษดิอลง
กฎรัดวรองคอุไรยะระรอง
๏ ธทรงสังวาลตาบทิศทาบอุระทอง
กรนาคะถะบองจรกรรณกุณฑล
๏ วชรินทรมกุฎวรอุดมยล
ธำมรงควิมลนวรัตนพระพราย
๏ แลสะพักศรศิลป์ทิพยพิณประภาย
วิยวิษณุกรายกรราชลิลา
๏ อภิรุยหณเกยคชลักษณมหา
อนุโยคทิวาระมหุดิวิมล
๏ ธเถลิงหัสดินทร์ปฤษฎางคพหล
ก็ประนังดุริย์ดนตรีและพาทยเภรี
๏ ธก็ยังวนจารถนายกนี
เทศทิศวิถีทุรรัถยจร
๏ พลผองพยุห์บาตรก็นิราสนคร
สุรศัพทกำทรวิจลอจลา
๏ จรดลวนวาสก็ประภาษประกา
สิตโยธิกำชาสรศัพท์หฤหรรษ์ ฯ
๑๔ พระเสด็จประพาสทิคชณาวิหคาวิวิธวรรณ
เซงศัพท์ประสานสรจำนัญจ์เสนาะในวนาไลย
๏ แขกเต้ากตั้วและกุกุหาติติราระวังไพร
พรรหิตโกกิลตระไนภุระโดกตระลอนฟาง
๏ จากพรากคือพรากนุชบำราศวนะวาสทุเรศทาง
ป่านนี้จะอาวรขนางหฤทัยถวิลหา
๏ นกแก้วจะแจ้วสรสำเนียงคละคลอเคียงจำนัญจา
วันที่จะจากสมรมาพิไรวอนจะจรตาม
๏ เค้าโมงประจำวนสำหรับกำหนดนับทุ่มโมงยาม
เรามาประพาสวนะจะถามกิโมงมาทิวากาล
๏ รังนานกับนางสกุณิคู่นอนแนบอยู่ในรังนาน
จากนางมาทางทุรสถานพระน้องเอ๋ยจะนานชม
๏ ระวังไพรรู้รักรุกขระวังดังเรียมหวังระวังสม
อ้าสูพธูทิพยผทมจะเออาสน์อนาถเนา
๏ ยลหมู่มยูรคนางมยุรย่างณยอดเขา
เยื้องยูงลิลาสนุชลำเภาพิลาสล้ำมยูรยล
๏ เบญจวรรณสลาบวิลยลายสไบคล้ายกับลายขน
ดั่งสีสไบวิมลยลมลักแลละลาญใจ
๏ การวิกวิเวกสรสำเนียงเสนาะเสียงประหวัดไหว
หวานแว่วพระเสาวะนิศไพเราะหลั่งเสนาะสาร
๏ สาริกานรากรจะจำนัญจ์สารพันจะแจ้งการ
วานข่าวเสนอพระเยาวมาลย์สถิตวังจะยังไฉน
๏ คับแคก็คับในอุระร้างมาดงกว้างฤคับใจ
กดเพลิงดังเพลิงถกลในกมลพลุ่งคือเพลิงกอง
๏ นกเปล้าดังเปล่าสมรเปลี่ยวในดงเดียวบเพื่อนสอง
สัตวานิรารสสมพองสัปตวันแต่รัญจวน
๏ นางนวลคือนวลนุชปรัดหวลกำหนัดแนบเนื้อนวล
กระสากระสัลจิตต์กำศรวญก็สาใจบให้มา
๏ นกทักรู้ทักและฤบท้วงให้ละดวงสุดาพงา
นกหว้ารู้ว่าฤมินำภาจะแนะนำฤอำยวน
๏ ไป่เคยนิรารสสวาทนฤอาสนอักอวล
อย่าคิดประชาชนจะสรวลจะคืนสมจงสร่างศัลย์
๏ เสร็จชมทิชากรคณาสุริยาก็สายัณห์
จตุบาทชาติปเจกสัญจรเล่นทุกแหล่งหลาย ฯ
๑๙ นานาพรรณมิควนาครระราย
ฟานกวางละมั่งทรายฉมัน
๏ หมีหมูหมู่ทิปิป่าและกาษรอนันต์
ทักทอกะทิงทัณฑิมา
๏ สิงคิณัสอัชะสีหจิตรมิคขัคคา
ล่อลินกิเลนลาสลอน
๏ ชมดเม่นโสณสิงคาลและกาฬสิหนิกร
พังพอนกระจงจามรี
๏ เยียงผาฌาปิตะกาวิฬาระและกบี
สรรโสงสะสาชนีอนันต์
๏ ลางพวกพาคณากินลบัดติณอรัญ
เลียโลมลางกินชลามพุ์
๏ ลางเหล่าโปดกสกอก็คลอมาตุรตาม
ดูดดื่มขิราทรามคนอง
๏ บ้างตัวต่างก็สำเริงและเบิ่งบทผยอง
ขวิดคว้างลำพองลองกำลัง
๏ เดิรทางหว่างพนะพนมและชมสัตวประนัง
ฤๅเพลินฤทัยประทังเทวษ
๏ ยอแสงศัพทชนีมะมี่วนประเทศ
หวลถึงพระเยาวเรศคำนึง
๏ รังสีเสร็จสนธยาวนาจรบหึง
ถึงที่ประทับสึงสำนัก
๏ ยั้งหยุดจัตุรงคยานสำราญรมยพัก
นักงารพิทักษ์ราชระเวียร
๏ เสียงคนดนตรีพาทย์นินาทภุมิสำเทียร
แสงเพลิงกระจ่างเจียรตระวัน
๏ เนาในวันตำหนักตระชักจิตกระสัล
รูดสูตรรำพึงขวัญพิลาป
๏ เน่งนิทรนิทรบหลับรำงับจิตต์ระทาบ
โหยหายุพาภาพพธู
๏ ไป่วายทุกขพระหวลจนจวนสุริยยู
รยาตรเยี่ยมพระเมรูระรอง ฯ
๑๖ ฝ่ายชาวอุเชนินายกองเหตุเห็นพลผอง
อุเทนตั้งคั่งคับ
๏ ควบม้าเมือเมืองโดยฉับเฝ้าไท้คำนับ
ก็ทูลดังเหตุเห็นมา
๏ บัดนี้องค์อุเทนทราเสด็จยั้งโยธา
ในกันทรดอยดงแดน
๏ แสนยากรข้าหาญแหนคั่งคับนับแสน
และแลสล้ายเหลือตา
๏ มานี้ดีร้ายรอยมาจับคชมายา
คงโดยสมเด็จบัณฑูร
๏ พรยาจัณฑราชฟังมูลเหตุท้าวเพิ่มพูล
มนัสภิรมย์สมหมาย
๏ ตระบัดบัณฑูรสั่งนายนายกนิกาย
ให้เทียมนิกรกำแหง
๏ สามหมื่นพื้นม้าเร็วแรงสรรพอาวุธแวง
คำนวณคำนบกับมือ
๏ สายัณห์จักยาตรพลปือเอาไพรินทร์รบือ
พระเกียรดิประกาศไตรภพ
๏ เสนารับสั่งเคารพจัดพลสินธพ
ก็ถ้วนจำนวนหนึ่งหมาย
๏ นายม้าใส่เสื้อสพายตาวน้าวเหนี่ยวสาย
กำซาบธนูยิงยำ
๏ บ้างกวัดหอกซัดคอคำลางถือทวนกำ
สินาศค้าเข็ญขาม
๏ ซ้ายขวาหน้าหลังตั้งตามตำหรับสงคราม
พิไชยผจญรณรงค์
๏ เทียมวาฬุกัฏฐีม้าทรงมาเทียบท่าองค์
เสด็จสมเด็จลีลา
๏ ปางนั้นพระยาจัณฑมหามหันตเดชา
นุภาพปราบสากล
๏ สายัณห์หย่อนแสงสุริยนเสด็จโสรจสรงชล
ปริตชโลคันธ์ขจร
๏ ทรงภูษิตพัสตราภรณ์โดยวารบวร
วิไชยยาตรยุทธนา
๏ สอดธำมรงค์รัตโนภาสวมทรงชฎา
เดิรหนผจญไพรินทร์
๏ ขัดขรรคาวุธเพียงอินทร์สพักแสงศิลป์
ธนูยุบาทบทจร
๏ ทรงวาฬุกัฏฐีอัสดรยืดแสนยากร
ออกจากประตูบูรี
๏ มาไกลใกล้ดงพงพีปลายแดนธานี
ก็สั่งประสาสน์สารเผดียง
๏ ให้แต่งแบ่งกองรายเรียงซุ่มซ่องมองเมียง
ทุกทางอันช้างไปมา
๏ กำชับทุกนายโยธาได้ทีสัญญา
จงกรูกันรีบออกเอา
๏ จับองค์อุเทนราเชาจงได้แลเอา
จะปูนบำนาญรางวัล
๏ แม้จับบได้จักทัณฑ์ปาดคอครัวปัน
เปนช่วงแก่ช้างเหล่าหลาย
๏ มาตยานายกเนืองนายรับสั่งกฎหมาย
พิกัดประกาศพลผอง
๏ ต่างตนจัดแจงแต่งกองซุ่มซงจงจอง
ชระเหลียกชระลี้แหล่งดง ฯ
๑๑ ปางองค์อุเทนไท้ธรณีระพีพงศ์
รอนรอนพระสุริยงประพาสพื้นทิฆัมพร
๏ จากอาสนบรรยงกโสรจสรงชโลธร
สุหร่ายโรยลอองอรจรุงรสเรณู
๏ ขัตติยาธราภรณ์บวรรัตนไพรู
ขัดขรรควิเชียรยูรยาตรหน้าพลับพลาไชย
๏ ออกมุขมาตยาพิริย์พาหุเกียรดิไกร
เฝ้าแน่นสนามในอภิวาทดาษดา
๏ ตรัสถามพเนนายมฤคลุทธอันมา
สำนึงคเชนทราประมาณมารคปานใด
๏ ข้าแต่นรินทรมคันดรบใกล้ไกล
ยังโยชนครรไลยจะลุแหล่งพญาสาร
๏ ทรงฟังขมังมาควิกันแถลงการ
สั่งมาตยบริบาลวรบาทแบ่งพล
๏ เลือกผู้ที่คู่ใจพอตามไปสักพันคน
มากหลายจะรายจะรนคชลักษณ์จะหลีกไกล
๏ สั่งแล้วเถลิงหลังพระที่นั่งมะโนไมย
เดิรพลมาในวนะโดยวะเนจร
๏ ออกดงลุทุ่งกว้างก็เห็นช้างผู้เผือกพร
เดิรกรายณชายดอนและเลมลัดละบัดเกรียง
๏ ต้องลักษณ์ตระศักดิ์สรรพและอากัปก็พร้อมเพรียง
ผ่องพรรณหิรัญเพียงอำไพภาคยากหา
๏ ชอบราชหฤไทยธหวังไว้พระกฤษดา
เปนราชพาหานะก็ประพาสโดยดาล
๏ ดูราพเนนายนิกรราชบริพาร
จงทัศนาการพลภาพพิณเรา
๏ จักดีดดำเริงสายสธยายพระมนต์เอา
ช้างเผือกให้มาเทาณเบื้องบาทโดยประสงค์
๏ ตรัสแล้วก็สัธยายพระมนต์กรายพระหัตถ์ผจง
ดีดพิณพระแสงทรงเสนาะเสียงสนั่นไพร
๏ นายยนต์ชำนาญยินสำเนียงพิณก็ไขไก
ช้างภาพก็เดิรไปดะดุ่มด่วนบหยุดฟัง
๏ อุเทนนเรนทร์เรืองบรู้เรื่องระบิลบัง
เห็นช้างบอยู่ยังก็ดิ่งดีดจะเข้ขาน
๏ ซ้ำซ้ายก็หลายหนช้างกลยลทำอาการ
ตื่นหนีตลีตลานประลาตแล่นและล่อไป
๏ เห็นไกลก็รอท่าครั้นใกล้มาก็วิ่งไกล
ยั่วเย้าพระไทยไทธิบดินทร์บสงกา
๏ มานะพระหฤไทยก็ขับใหญ่ดุรงค์มา
พิริยพลบันดาที่ตามไปก็ไม่ทัน ฯ
๑๖ กองซุ่มโยธาพระยาจัณฑ์คิดค้อยคอยคัณห์
พระองค์เห็นองค์อุเทน
๏ ขับม้าไล่รูปนาเคนทร์ล่วงล้ำบริเวณ
ก็พลัดนิกรล่วงมา
๏ ต่างต่างให้ศัพท์สัญญาต่างกรกรีโยธา
ทุกกองกระชั้นชุมรุม
๏ ล้วนเหล่ามักสันกรรกุมเข้าจับจอมจุม
พลาก็ค้าคำหาญ
๏ ดูราอุเทนทราบาลจงรู้พระกาล
แลการจะนาศในวัน
๏ ดังฤๅบมิเกรงมากรรไล่ช้างเผือกอัน
เปนแก้วประกอบเจ้าเรา
๏ บัดนี้ไซ้เรามาเอาท่านผู้ทรเมา
จงมาจะพาไปถวาย
๏ ว่าพลางเข้ากลุ้มกุมกายอุเทนฦๅสาย
ฤทันจะตั้งติงองค์
๏ เหลียวหาพลพาหน์ยุทธยงอรินทรรอนรงค์
จะหาบเห็นใครมี
๏ เสียเชิงเสียไชยไพรีพลไภยได้ที
ก็จับจำนองนำจร
๏ เฉกดวงมณีรัตนากรเสียแก่วานร
อันมีปมานุปไมย
๏ เสื่อมศรีสุรศักดิ์สุริยใสเพียงสุริยพ้องไภย
อสุรินทรร้ายรันทำ
๏ พระยาจัณฑปโชตให้นำไว้ตรุตรึงตรำ
แห่งโจรในนครา
๏ เสด็จยาตรพยุหพลแสนยาด้วยโสมนัสา
พิชิตพิเชตสงคราม
๏ เดิรโดยบุรพางค์ทางงามพระเกียรดิเกริ่นสาม
ไผทสระทกกฤษดา
๏ คืนราชนิคมรมยาบัณฑูรบัญชา
สมุหรังรับภาร
๏ รังแต่งเสาวภาคพิมานเพียบโภคลังการ
บเพี้ยนพิภพพันตา
๏ แต่งสรรพสุปเพียญชน์ไชยปานิศชุมมุลิกา
สามนต์นิกรมในสถาน
๏ ทรงเสวยน้ำจัณฑ์สำราญเลี้ยงเหล้าไชยบาน
นิกรหมู่มาคม
๏ บันเทิงหฤทัยใสสมเริงราชอารมณ์
ลเบงในเบญจฤดี
๏ เลยวันเวลาลุตรีพิณพาทย์มโหรี
ประโคมประคับขับขาน
๏ ฟังรำบำเรอบทมาลย์ล้วนเหล่านงพาล
พิลาสสล้างแลสลอน ฯ
๒๘ ฝ่ายหมู่โยธา
มวญมาตย์อันมาโดยเสด็จบทจร
ทรงขับกัณฐัศว์สพัดกุญชร
บได้หยุดหย่อนผ่อนพักหนักไป
๏ หมู่สุรโยธา
แล่นหลามตามม้าหมดแรงแขงใจ
กระหมอบหอบรวนเซซวนคลาไคล
ไป่มีผู้ใดทันเสด็จภูวดล
๏ บัดเดี๋ยวได้ยิน
เสียงปืนพลพฤนท์โห่ร้องอึงอล
แล่นแลแต่ไกลไม่เห็นจุมพล
แต่ล้วนผู้คนเยียดยัดอัดแอ
๏ ตระหนกตกใจ
ชะเง้อเฌอไม้แมกเมียงเลี่ยงแล
เห็นเขาจับเจ้าร้อนเร่าดวงแด
จะเข้ากันแก้เห็นไม่ได้ที
๏ วิ่งกลับพลับพลา
แซ่เสียงโศกาสนั่นพงพี
แจ้งแก่มหาเสนาบดี
โดยเหตุอันมีตามเห็นทุกอัน
๏ ซึ่งข้าโทษผิด
ตามเสด็จบติดขอรับปรับทัณฑ์
ทุกข์แต่เจ้านายข้องข่ายไภยันต์
จะคิดแก้กันผ่อนปรนกลใด
๏ มวญหมู่มนตรี
ฟังสุรโยธีต่างตื่นตกใจ
ตีทรวงระทาบพิลาปร่ำไร
ทั้งพลับพลาไชยสยบสมประดี
๏ ครั้นสร่างโศกา
ต่างตรึกปรึกษาว่าเหตุที่มี
ดีร้ายลายเล่ห์ชาวอุเชนี
ปองเปนไพรีจะชิงกรุงไกร
๏ เกรงมือทหาร
ซึ่งหน้ามาต้านบอาจเอาไชย
จึ่งปล่อยช้างล่อก่อกลยนต์ใน
สตรีนิไสยขัตติยาอาธรรม์
๏ พวกเราเจ้าเลี้ยง
ได้ชื่อฦๅเสียงสมบัติผลัดพันธุ์
โหงหายตายดีทีเดียวด้วยกัน
ละไว้ให้มันหมายหมิ่นฤๅควร
๏ จะซ่องชุมโย
ธาเมืองเอกโทตรีจัตวามวญ
ควบทัพกับเราเข้าเปนกระบวร
หักไหนให้ซวนรุกเร้าเผาเมือง
๏ จับมาให้หมด
เด็กใหญ่ไม่ลดกุดหัวให้เปลือง
จนใจด้วยเจ้าเข้าที่คับเคือง
จึ่งยั้งฟังเรื่องตายเปนเห็นกัน
๏ ทั่วหน้าหาฤๅ
คิดรบครบชื่ออาฆาฏฟาดฟัน
จึงให้เขียนสารบอกการสำคัญ
ตามเรื่องเบื้องบรร-ยายร้ายดี
๏ ส่งให้เสนา
นายหนึ่งขึ้นม้ารีบไปธานี
ครั้นถึงขึ้นเฝ้าพระเยาวเทวี
ทูลความตามมีเหมือนหลังฟังมา ฯ
๑๔ สามาประภาพักตรวเรศสดับเหตุพระภรรดา
ตกเงื้อมอมิตรประทุษฐทารุณราชไภยพาล
๏ เพียงสายสุนีสรพิฆาฏศิรขาดประจากปราณ
แดดิ้นระด่าวอดูรดาลสยบซบสมประดี
๏ ไป่ทันจะสืบยุบลสางอนุสนธิยังมี
แลเล่ห์สุวรรณกทลีประไลยลมและล้มลง
๏ ขัดคลองอสาสะจะระบายนิทรแน่อนาถองค์
สิ้นศัพท์พระเสาวนิศทรงอัตภาวสัญญี
๏ ปางปวงอนงคณสุรางค์และท้าวนางตำแหน่งนี
กรยลพระเยาว์ภควดีดิลกลักษณ์อับสรสรรค์
๏ ทรงเสวยวิสัญญิกะอนิจตระดกจิตตจาบัลย์
ช้อนเชิญพระองค์พระอรอรรคเรศราชกานดา
๏ ยังแท่นสุวรรณวิจิตรวางคณนางก็โศกา
หมายแม่นประลาลยสัญญาก็วิลาปรำพรรณ
๏ อ้าแม่ผู้ดวงวชิรรัตน์สิริสวัสดิวังจันทร์
ช้อยข้าคณากรกำนัลอภิรมยเปรมปรีดิ์
๏ กี้ใดก็เสาวนิเฉลยกิจเคยทุกครามี
ดังฤๅเสด็จสุคตนีพระพิมานคือแมนสวรรค์
๏ ทิ้งทั้งสมบัติพัศยากรข้าพระบาทครร
ไลยเลอพระองค์จรจรัลและบสั่งสักคำไฉน
๏ ดั่งฤๅบคิดพระภรรดาจุฑาเทพพ้องไภย
ไป่ทันจะแก้กลกลใดเสด็จสู่พิมานเมิน
๏ ทุกข์ท้าวผู้เจ้าจลวิบัติคือฉายฉัตรระยำเยิน
ขวัญเมืองดังจักรรถเจริญนิรไปฤใครแทน
๏ เวียงวังก็ตั้งแต่นี้จะโรยทุกระโหยฤใครแหน
จักฟังแต่ศัพท์อับสรแสนกำเสาะโศกฤห่างหาย
๏ โศกสร่างสุรางค์ปรมสังคติยังพระวรกาย
อ่อนอุ่นบมีพิกลวายคณนาฏก็ยินดี
๏ โปรดเสาวคันธรสสุหร่ายรำพายพัชนีวี
รื่นรื่นสุคันธสุรภีธก็ฟื้นพระองค์คง ฯ
๑๖ ปางนั้นสามายุพยงสร่างสมประดีทรง
กำสรดบวายหายศัลย์
๏ รันทดรันทวยเทียมวันทุ่มทรวงรุมรัน
พิลาปรำจวนหวลหา
๏ โอ้พระปิ่นภพภรรดาพระคุณคณนา
นุภาพล้ำธรณิน
๏ เทียมเทวสุทัศนราชินทร์เมือบพลเพียงบิน
เอาด้าวรด่าวดาลแสยง
๏ บรรณามาคัลทุกแขวงขุนเขนเคยแขง
ก็ค้อมมาขึ้นเคียมคม
๏ เวลาเราใดนิยมพระร้างอารมณ์
ระแวงระวังกังวล
๏ เสียรู้เสียฤทธิ์เสียกลเสียเชิงทุรชน
ประทุษฐหลอนห่อนเห็น
๏ ไป่เคยเลยตกยากเย็นจักตายจักเปน
พระคุณบได้ไปสนอง
๏ เสียทีพระเลี้ยงเมียปองพระเปนโพธิ์ทอง
พำนักแต่นี้จักตาย
๏ จักอยู่ใยดีแต่กายพระผัวชำงาย
ชำงือคือกรดกริบคม
๏ พระน้องรันทดทุกขทมองค์อ่อนอารมณ์
พิไรยร่ำบำบวง
๏ โสฬศเทวแดนแมนสรวงเกลาสปิ่นปวง
สุรามเหศักขญาณ
๏ ขอพรขอพระอภิบาลพระพ้นไภยพาล
พินาศนิราสแรงไภย
๏ ร่ำพลางพลางโศกาไลยเทียมแดเด็จใย
กำสรดบสร่างสมประดี
๏ ส่ำแสนสุรางค์ราชนารีต่างตนตูมตี
อุราพิไรรำพรรณ
๏ เสนาประชากรข้าขัณฑ์อาดูรแดยัน
บเสียบกำสรดสบสถาน
๏ ครุวนามธุกรสำนารผิวบนั้นปาน
มรุตป่วนป่ารัง
๏ ทั่วทั้งนอกวังในวังถามข่าวคอยฟัง
กำเสาะสยบซบเซา
๏ ปางพราหมณ์ปโรหิตราเชาวุฒิภาพบมิเยาว์
ในศาสตรสรรพเพทางค์
๏ แจ้งเหตุใช่เหตุหนปางวิยวัตถุวาง
วินิจกลอกกลางใด
๏ ทราบเหตุผู้เจ้าตกในเงื้อมหัตถ์พาลไภย
ก็ตื่นตระหม่าสมประดี
๏ พราหมณ์พฤฒิก็ค้นคัมภีร์ฤกษบนอสี
ติธาตุทักษาพยากรณ์
๏ ควรพระเคราะห์พักลักษณจรชันษานคร
ประจักษ์ทุกสิ่งจริงใจ
๏ ขึ้นเฝ้าเยาวยศยังในมนทรีพิไลย
พิลาสด้วยเหล่าอับสร
๏ เมิลมิ่งพนิดาอาวรณ์สยบทบถอน
หฤทัยวิโยคโศกศัลย์
๏ พฤฒิพราหมณ์บมิอาจอดกรรแสงพลางทูลอรร
คเรศด้วยภักดี
๏ ข้าแต่พระแม่โมลีฤๅควรด่วนตี
พระตนแต่ไข้ไป่ทัน
๏ เปนตนผลบุญบาปบรรพ์ทุกข์สุขเวียนวัล
วิไสยกระแสสงสาร
๏ พระแม่คับแดดุรดาลกาลนี้เปนกาล
พระเคราะหแรงรันทำ
๏ ข้าพระพิจารณ์ในคัมภีร์เพทางค์นำ
มาสอบมาสวนทวนหลาย
๏ พระบุญอดุลยเฉกฉายพระสุริยพันลาย
มล้างมละอันธการ
๏ เข่นฆ่าอสุรินทรหักหาญอาฆาฏคิดพาล
ฤห่อนจะลุหลีกเอง
๏ แท้เทียรทุกขลาภอย่าเกรงอมิตรมารเพรง
จะมาเปนมิตรเมตตา
๏ แน่ในพยากรณ์ตำราเยาวยศยุภา
ผู้หนึ่งจะเอื้ออุปถัมภ์
๏ สิ้นร้ายปลายปีนี้จำทูลไว้ไกลคำ
จงควรแก่ทัณฑ์ทั้งหลาย ฯ
๑๑ สามาสุดาฟังทวิชาพฤฒาทาย
ทูลเทียบทำเนียบถวายนิติศาสตรแสดงความ
๏ ปราโมทย์กมลมีสวนีสนองพราหมณ์
ท่านผู้พระคุณคามภิรภาพปรีชา
๏ เทียบทายทำนายนำวิยอำมฤตยา
จันจวนประมวญอาวรณ์หมายทำลายสกนธ์
๏ คุณท่านประมาณมีชนนีถนอมปรน
กษิรามพุ์บำรุงชนม์วยวัฒนาวัน
๏ พิษภัยพิโยคท้าวระร้าวร้าวละกลกัลป์
ผิวท่านบมาทันก็จะแท้ทำลายกาย
๏ บัดให้บำนาญนันต์หิรัญรัตนแพรพราย
ค่าพราหมณ์พฤฒาทายก็นิวัตน์นิวาสนสถาน
๏ พระนางฤวางในหฤไทยอดูรดาล
ครวญคร่ำรำคาญนานเทวษท่าทิวาครวญ
๏ ปรับทุกข์ทุกหน้านางสุรางค์ราชรัญจวน
ซั้นโศกกำศรวญทวนทุกหน้านางฤห่างถวิล ฯ
๑๙ ปางนั้นองค์อุเทนนเรนทร์ศรบดินทร์
พ้องภัยอรินทร์เปนอนาถ
๏ เนาในเรือนตรุเทวษประเภททุพลชาติ
เสวยสรงจะไสยาสน์ก็ยาก
๏ ไป่เคยทุกข์และทุกข์กระอุกอุระลำบาก
รู้ผู้จะอุปฐากทำงล
๏ เน่งนิทรคิดก็ระทดสลดจิตต์วิจล
เสียกายเพราะเสียกลริปู
๏ เสียศรีศักดิ์สุริยชาติอาจอริบำรู
ฤๅมาประดักดูประดาษ
๏ อ้าโอ้อัครสุดาประภาพักตรพิลาส
สนมนางสุรางค์ราชนิกูล
๏ แม้มาทรู้ทุกขเรียมจะเตรียมอุระอดูร
ปรับทุกข์ทุกหน้าพูลพิลาป
๏ โอ้เคยเสวยสวัสดิวังคือดังอมรสาป
สฤษดิจากวิบากบาปไฉน
๏ เจบตนชนม์จะพินาสนิราสสุริยไอ
ศวรรยาฤอาไลยหนึ่งนุช
๏ ร้อยทุกข์พันทุกขหนักจะหักจิตต์ก็ยุติ
ความรักฤหยุดสุดกระสัล
๏ ตกเข็ญเปนฤจะตายและวายทุกขมหันต์
ไกลกันก็สุดวันจะเห็น
๏ ใดดีชีวิตคงดำรงทุกขลำเคญ
ตายดีกว่าเปนทรมาน ฯ
๑๖ ตระบัดถามนายทัณฑบาลเจ้าท่านผู้ชาญ
ประพฤติธิกิจมายา
๏ จับเราบมิพ้องผิดมาตรากตรุตรึงตรา
แลไปสถิตที่ใด
๏ นายทัณฑก็กล่าวคำไขเจ้าเรามีไชย
แก่ราชอรินทร์ยินดี
๏ ให้แต่งสวภาคมนทีร์ชุมมาตย์พิรีย์
นิกรแน่นในคลวง
๏ แต่งสรรพกระยาเส้นสรวงขับรำบำบวง
แก่เทพรักษนัครา
๏ ทรงเสวยน้ำจัณฑ์ไชยปานิศกับมุลิกา
ด้วยราชหฤทัยใสสานต์
๏ อุเทนก็ตอบโดยหาญเจ้าท่านอาการ
อุบายก็คล้ายสตรี
๏ โบราณขัตติยาอย่างมีมีไชยไพรี
แลจับมาได้ด้วยมือ
๏ ควรฆ่าห่อนไว้ให้หือควรปล่อยให้ลือ
พระยศก็ปลดปล่อยไป
๏ ห่อนทำทรมานอย่างใจเจ้าท่านฉันใด
บเอาระบอบบรรพา
๏ มึนเหล้าเมาเล่นปรีดาถ้ามีเมตตา
แก่เราลำบากตรากตรำ
๏ นายคุมฟังคำเอาคำอันกล่าวบมิยำ
ไปอ่านแก่ท้าวทูลสาร
๏ พระยาจัณฑ์ธก็มีบรรหารให้หาบนาน
ยังที่ประชุมทรรษา
๏ ประภาษสิหนาทโชยงกาดูราราชา
อุเทนชเลยยุพเยาว์
๏ ตกในเงื้อมหัตถแห่งเราบมิวันทาเทา
มานะทรนงฉันใด
๏ อุเทนก็ตอบโดยใจอ้าท้าวกล่าวไฉน
ฉนี้ก็ควรสรวลสันต์
๏ จักเอายศใดอภิวันท์คนต่ำตกทัณฑ์
จะเปนประโยชน์ใดดี
๏ แม้ไหว้โดยใจอารีแท้ทางไมตรี
เจริญสิริทั้งสอง
๏ พระยาจัณฑ์ซั้นบัญชาสนองผิวบไหว้อย่าปอง
จะเปนชีพิตจักดาย
๏ ตามเทิญสิทธิท้าวแล้วกายใจเราอย่าหมาย
จะข่มบขอชีวี
๏ สงวนศักดิ์กษัตริย์สืบธาตรีเยี่ยงทรายจามรี
ชีวันบห่วงหวงขน
๏ เกิดตายฤๅวายเว้นตนสงสารวัฏวล
ฤๅเว้นจะเบียนเวียนเวรุ ฯ
๒๑ พระยาจัณฑ์ฟังสารอุเทนขัติยมานบเอน
คงแก่วาเจนทร์บคืนขาม
๏ เปรียบปรายหลายเล่หแหลมลามวิยะอคนิวะวาม
ทรงสดับความก็เปนดี
๏ เพื่อองค์อุเทนทรราชีวาสุละทัตรบุตรี
บุรประเพณีสนองสอง
๏ พัญเอิญเจริญรักษรังปองประทุษฐอภัยจอง
จิตต์จำนองคลองเสนหา
๏ เอื้อนอรรถมัธุรสดูราตรุณวิทยปรา
กฎอย่าอาดุรกำเดา
๏ จักส่งองค์อัคราเชานิวัตินครเนา
ตูจะเรียนเอาพระมนตรา
๏ อุเทนสนองราชบัญชาผิบพิตรจิตต์ทยา
เวทวันทาก็จักสอน
๏ อ้าดูอรินทรอธิกรณ์บมิยำจิตต์ผนอน
อ้างอุทาหรณ์ฤเกรงกาล
๏ อ้านี้นิติราชศาสตรสารคติยบุรพจารย์
เปนนิยมนานนิเทศเหตุ
๏ ดูราอุเทนตรุณเรศผิวขุชทุรเพศ
ไหว้จะเรียนเวทจะยังไฉน
๏ อ้าท้าวกล่าวแล้วฤกลับไกลตรุณตระกูลใด
แม้วโดยใจคำรพเรา
๏ ควรสอนปกรณแก่เขาสฤษดิฤทธิพัฬเหา
เทพทุกลำเนาก็เพิ่มพร
๏ ศิษยใดไป่อัญชลีกรศิลปศาสตรจะสอน
ห่อนจะวัฒนานุภาพพล ฯ
๑๖ พระยาจัณฑ์ฟังสารยุบลเคืองคับใจจน
มโนมานะละอาย
๏ ใคร่ฆ่าชีวาให้วายพระเวทเสียดาย
วิจารณจิตต์นิศจล
๏ ดำริห์ผู้เริ่มเรียนมนต์จักต่างพระตน
แต่ราชธิดาเดียวดี
๏ เสด็จยังพิมานมนทรีหาราชบุตรี
มาใกล้ก็เกลี้ยงกล่าวสาร
๏ อ้าแม่วาสุละทัตรนงพาลยังชายหนึ่งชาญ
พระมนต์ละเบงเพลงพิณ
๏ เรียกช้างป่าได้โดยจินต์ใช้ได้ดังถวิล
แลขับก็ลี้แหล่งพน
๏ บิดาอาครใคร่มนต์ครูโรคเรื้อนตน
จะเรียนฤๅควรขัตติยา
๏ จงแม่เอาภารบิดาวิทยายากหา
บชอบจะแผ่แพร่หลาย
๏ จักหามาวังดังหมายห้ามคนใกล้กลาย
จะดูแลดอดด้อมฟัง
๏ แม่เรียนมนต์ในม่านบังได้แล้วภายหลัง
จึ่งพ่อจะต่อเยาวมาลย์
๏ พระยาจัณฑ์กล่าวกลายสายสารดังนี้เพื่อการ
รังเกียจแก่สองกษัตรีย์
๏ รู้ศักดิ์จักเสพย์สามคีเพื่อเปลี่ยวฤดี
ดำฤษณ์กำเดาะกำเดา
๏ สองราชสุริยวงศ์ทรงเยาว์ฤๅรู้เงื่อนเงา
แห่งท้าวอุบายบรรหาร
๏ ธิดาท้าวรับปฏิญาณท้าวสั่งเตรียมการ
กำหนดทั้งวันสัญญา
๏ ให้นำองค์อุทเยนทรามายังมหา
พิมานกำบังดังปอง
๏ ให้เชิญธิดานวลลอองจัดเครื่องสำรอง
สำหรับคำนับคุณครู ฯ
๑๑ ปางนั้นสุดาวาสุละทัตรอันตรู
ครั้นจวนเวลายูรยาตรามาเรียนมนต์
๏ จากอาสนลังการ์เสด็จมาสนานชล
พนักงารถวายคนธ์ผทมผิวพิมลพรรณ
๏ ผัดพักตรประไพผ่องลอออ่องคือเพ็ญจันทร์
มุ่นทวยสลวยกันจุไรรัตนเพราพราย
๏ ภูสิตวิจิตรจีบประจงกลีบและวางชาย
รัดองค์วิเชียรฉายประจำยามอร่ามตา
๏ อำไพสไบบางระรางรางวโรฬาร์
สร้อยทับอังสาพาหุรัดรัตนทองกร
พรายพริ้งสอิ้งองค์ธำมรงค์สังวาลวร
กรอบพักตรกัญเจียกจรและมงกุฎกษัตรีย์
๏ งามองคอาภรณ์วรภาคพิมลมี
เฉกโฉมพระลักษมีวิลาสโลกนิศกลง
๏ พร้อมสาวสนมนาฏยุพราชลิลาลง
ไปยังพิมานมงคลรัตนบัดดล
๏ สถิตนั่งในม่านมาศก็ประพาสบเกี่ยงกล
ข้าผู้จะเรียนมนต์อภิวันทนาจารย์
๏ ตรัสพลางพงางอนชลีกรกฤษฎาล
บูชาสการมาลยผจงและส่งไป
๏ กำนัลที่มาตามก็สั่งห้ามให้อยู่ไกล
กำชับบใครใครจะนั่งดูและอยู่ฟัง ฯ
๑๔ ปางองค์อุเทนทรรพินทร์ธรณินทรเสาวนัง
สารศัพท์คำนับพระนุชหวังกระเหมาะแม่นขุชชามา
๏ ทรงตรัสนุสาสนพระมนต์กลอรรถคาถา
วาสุลทัตรพนิดาธก็ทรงสังวัธยาย
๏ เอื้อนโอษฐ์จะอ่านอรรถบชัดและอุทัจสะเทินอาย
หลายซ้ำบยำอักขรกลายอาทิบาทปนหลัง
๏ แบ่งบาทละสี่สระจะต่อก็บพอปัญญายัง
เคลิบเคลิ้มทีฆะรัสสะและสังโยคย้อนอักษรสลาย
๏ เคืองขัดดำรัสผรุษวาทปริภาษคำคาย
ช่วงชาติขุชชาพิกลกายทรลักษณจะใครสอน
๏ ป่วยปากแก่กูบมิจะจำจะแนะนำก็เหงานอน
ปากหนาจะว่าก็บมิหยอนจะแก้โกงให้โค้งคืน
๏ ลูกท้าวสดับผรุษวาจกภาษโหดหืน
เลิกสาณีเยียมพระพักตรยืนกระทืบบาทโกรธา
๏ พาชายบชาติบมิเสงี่ยมและฤเทียมทรนงมา
ว่าค่อมแก่กูธิตวราประมาทหมิ่นบรู้ตาย
๏ แม้ทราบพระบาทพระบิตุรงค์ฤจะคงชีวาวาย
เหวยเรื้อนบุรุษทัศนกายนี้ขุชชาฤมาดู
๏ สมเด็จอุเทนทรสวนาทัศนาพธูตรู
เลอลักษณวิไลยพระดนูประดิพัทธเพิ่มภิญ
๏ ลืมตนอันทนทุกขลำบากในตรุตรากประดิทิน
พลั้งเพลินเจริญจิตต์ถวิลธก็กล่าวด้วยสุนทร
๏ อ้าแม่จงให้อภัยพี่กิจนี้พระบิดร
ว่าค่อมประดาษกรรมกรก็กล่าวโดยบรู้กัน
๏ เราเปนมเหศรมหาขัติยาธราธรรม์
ฤๅแม่ประเทียดทุพลพันธุ์ไฉนแม่พงางาม
๏ บุตรีบดีศรสดับสุรศัพทแลตาม
เห็นโฉมประโลมหฤทัยกาม-วิโรธเกลื่อนกลาย
๏ อายองค์อนงคอภิวาทวรนาฎบรรยาย
โดยเบื้องพระบิดุรอุบายอนุสนธิ์ยุบลบัง
๏ ซึ่งข้าประทุษฐ์วจนทารุณพาลเพื่อยัง
ไป่ทราบพระยศบทวรังอนุญาตอธิกรณ์
๏ อ้าศรีสุรางค์ลักษณวิไลยประไพพักตรพิมลสมร
การนี้ก็กลพระบวรบิดุรงคนงเยาว์
๏ ท่านแกล้งประกอบยุบลเลศหินเพศเพิ่มเรา
เพื่อไวยวรารุปลำเภาจะภิรมยแก่กัน
๏ อย่าแม่บควรนุชขมาขัติยาทุพลพันธุ์
อำเภอมฤตยชีวันบมิรู้จะวันวาย
๏ หมายแม่คือทารุจะพำนักชลอพักชโลงกาย
ข้ามคันมหรรณพทุลายและลุด้วยสวัสดี
๏ พระคุณอดุลยคณาวิยฟ้าและธาตรี
มอบกายถวายสมรมีสุจริตจิตต์จอง
๏ เสาวนานราธิปประพาสพจนาทเสนาะสนอง
บุพเพเผอิญเจริญจิตต์จำนองอนุสรเสนหา
๏ ไต่ถามคดีอุดมเดิมธิบดินทรอันมา
นางฟ้าก็คร่าวอัสสุปธารพิลาปแดดาล
๏ อวยพัสตรวัสดุแก่นายธิกรณ์ฝ่ายพนักงาร
ผ่อนสังขลิกพันธนการธิบดินทรจำนอง
๏ เสด็จมานุสาสน์ศิลปเวทยุพเรศแต่สอง
จำเนียรสันถวะจำลองก็ละเลิงละลายองค์
๏ ร่วมทิพย์สุรารสสังวาสยุพราชใหลหลง
เวทมนต์บกังวลจะทรงสำเริงรมยสมสมร
๏ ลืมเฝ้าชนินทร์ชนกนาถอัคราชมารดร
ลืมเล่นกับเหล่าคณนิกรคณนาฏบริจา
๏ แต่เช้าก็เท่าสุริยเย็นบมิเว้นทิวามา
เรียนมนตกลจิตต์อุสาหจะเกลื่อนด้วยเงื่อนงาม
๏ สมเด็จพระบาทบิดุรราชพจนาทเนืองถาม
ลูกท้าวธแบ่งยุบลความจะจวนจบคำรบเรียน
๏ ท้าวนางสุรางค์คณพธูบมีผู้ระแวงเวียน
เพื่อบุญยุพาอุภัยเพียรบุรพภพสบประสงค์ ฯ
๑๖ ปางนั้นอุเทนสุริยวงศ์เสวยสุขด้วยองค์
วาสุละทัตรลำเภา
๏ ร่วมเริ่มสุรารสเสาวคนธาทิพยเยาว์
ยุพินภิรมยหรรษา
๏ น้องท้าวบำเรอรมยาทุกวันทิวา
ในเหมพิมานมนทรี
๏ เลยหลงปลงรสฤดีสุดากษัตรีย์
ดั่งดวงหฤทัยไป่ปาน
๏ ลืมแสนสมบัติพัสดุ์สถานลืมยอดเยาวมาลย์
สุรางคนางกำนัล
๏ ลืมทั้งเวียงไชยไอศวรรย์ลืมทุกขทนทัณฑ์
ในตรุอันตรึงตรอมใจ
๏ วันหนึ่งทรงไสยนาในราษตรีออาไลย
ละห้อยตระหลห่วงหลัง
๏ อ้าสูสามาอยู่วังปานนี้จะยัง
พิลาปท่าหาเรียม
๏ รอยรูปซูบผอมกรอมเกรียมร้อยทุกขฤๅเทียม
อันเจ็บกูจากจวบไภย
๏ เจ็บกูตกทัณฑทุกข์ใจฤๅเจ็บเจียรไกล
พระนุชคือดวงใจจร
๏ เว้ว้างอยู่กลางมือมรณ์ฤๅเนามานอน
อนาถบแหนงหนีตาย
๏ เสียทีเปนชายเชื้อชายกำเลาะลืมกาย
ตระกัตแก่กามกลืนเกลียว
๏ เห็นแต่พระน้องนางเดียวพำนักจักเยียว
ฤๅร้างจะฝืนยืนปาง
๏ ความควันใครทันเที่ยงทางกายกูกับนาง
จะเปนอย่าเปนป่วยปอง
๏ ควรกูอุบายเลียมลองลำเภาพิมพ์ทอง
จงรู้ดำริห์รวมความ
๏ จะลักลอบพาพงางามหลีกหลีกหลาหลาม
ด้วยกลอย่าทันเห็นควัน
๏ ตริพลางพลางคอยสุริยันอย่างเคยทุกวัน
ก็มายังสำนักนาง
๏ พระแสร้งใส่กลครวญครางทรงโศกาพลาง
สอึกสอื้นอาดูร
๏ น้องท้าวเห็นท้าวเพิ่มพูลทุกขาอากูล
ก็ท่องแก่ท้าวทันใด
๏ อ้าท้าวผู้เจ้าเยียไฉนทรงโสกาไลย
มลากแก่ข้าอย่าอำ
๏ ฤๅหนึ่งนายทัณฑมันทำหยาบหยามบยำ
จงไว้แก่ข้าบทมาลย์
๏ อ้าอรวรลักษณเภาพาลการอัลเลาะการ
แลแม่บควรคำถาม
๏ ผิวแจ้งแต่ใจจริงความใช่แม่จักตาม
อำเภอแก่ใจใจจริง
๏ นางน้องพร้องคำวอนวิงขอพระอย่าติง
แก่ข้าบค้าคำสอง
๏ สิ่งใดผู้เจ้าเจตนจองข้อยน้อยจักสนอง
จงลุฤลืมใจดาย
๏ ใช่เริ่มพอกันเหิมหายพระชีวาวาย
มิอยากจะอยู่ใยดี
๏ อ้าศรีเสาวภาคยเพียงชีวาเรียมมามี
มโนวิการกังวล
๏ เรียมมาตกต้อยแต่ตนซ้ำต้องทัณฑ์ทน
เทวษล้ำลำเค็ญ
๏ พำนักพระนุชอยู่เย็นนับวันอยู่เปน
กำหนดบแน่วันวาย
๏ ผิวความร้ายร้าวเรืองรายนับหนึ่งเปนตาย
คำนึงแต่คุณขาดสนอง
๏ จงแม่เทียมใจไตร่ตรองร่วมคิดประคอง
แก่พี่จงเปลื้องปลอดเข็ญ
๏ จักเชิญแม่เมื้อเมืองเปนเอกอัคชาเยนทร์
สุรางคราชบริจา
๏ นางเสาวนีสนองโชยงการ์ทรงพระกรุณา
พระคุณกว้างกว่าไกล
๏ ยามโปรดหากตรัสตัดไปลำพังพระไทย
จะฟังดังคำควรขนาง
๏ เกลือกไปต้องลมล่มกลางชเลเว้ว้าง
จะชอกจะช้ำคำเคือง
๏ พระคุณการุญจักเปลืองอปยศชาวเมือง
ระบินระบือฤๅหาย
๏ จักอยู่ฤดูดีดายหม้ายมาเมืองหมาย
ก็ยากจะไว้ใครชม
๏ ขวัญเมืองแม่อย่าปรารมภ์เรียมกล่าวฤๅกลม
อสัตยวิบัติเปนสอง
๏ จักเลี้ยงเที่ยงธรรมทำนองตราชูชั่งทอง
บเหลือบบล้ำลำเอียง
๏ อ้าพระจักจรจากเวียงกลใดผเดียง
จะลุมโนเจตนจง
๏ พระบิดุรราชฤทธิรงค์เอกอัคยานยง
แลกอบกับฤทธิ์เร็วระบือ
๏ ค่าใครจักไปพ้นมือตักแตนเต้นหรือ
จะผ่านจะพ้นกูณฑ์กอง
๏ พระนุชสุดสวาทอย่าหมองกิจอันเรียมปอง
ฤๅเว้นแก่ปองเปนตาย
๏ ทูลลาหายาอุบายขอช้างกับนาย
ทวารไว้เปนภาร
๏ คอยท่าท้าวเสด็จอุทยานจักพาเยาวมาลย์
ประลาตจากนัครี
๏ เสร็จสองทรรษาคดีพระน้องลาลี
พิมานอันเคยเสด็จคง
๏ อาลัยไอสูรย์สุริยวงศ์ปรับใจบมิลง
ลอุในอาสน์อางขนาง
๏ รักท้าวร้าวรุมสรรพางค์รัญจวนใจกลาง
เทวเทวษหม่นหมอง
๏ ปล้ำใจฤใคร่คงครองจนแจ้งแสงทอง
จะหลับบหลับสมประดี
๏ เสด็จจากแท่นท้ายเทพีอ่าอาตมินทรีย์
วิเลปน์สุคันธกลิ่นเกลา
๏ ลังการ์อาภรณ์พัฬเหาตระสักสริรเสา
วภาคยแลลาญสมร
๏ สพรักนักสนมนิกรดั่งดวงศศิธร
พิลาสดวงดารา
๏ เฝ้าสองกษัตริย์ทรงคุณาอเคื้อคมสา
ภิรมยเบื้องบทมาลย์
๏ แย้มยวลสรวลสันต์สำราญระเมียรอาการ
แลคอยยุบลบัณฑูร ฯ
๒๘ ปางองค์พญาจัณฑ์
ประโชตธรธรรม์พำนักตระกูล
เห็นราชธิดาวรายาตรยูร
มาเฝ้าท้าวพูลภิรมย์หฤทัย
๏ ดำรัสโอภา
แม่ดวงไนยนาตั้งแต่แม่ไป
เรียนมนต์กลพิณลุจินดาไฉน
บิดาอาไลยคอยหาช้าหลาย
๏ พราะราชบุตรี
ได้ช่องชลีสนองด้วยอุบาย
อุปเทห์พระเวทนิเทศมากมาย
เพียรหากยากกายจึ่งลุบริบูรณ์
๏ ลัทธิตำรา
เกบยาเวลาดารกจำรูญ
มากอปกับเวทอุเทศอดูลย์
จงทรงนุกูลแก่ข้าบทมาลย์
๏ จะขอทวารา
ปิดเปิดไปมาตามกาลชอบกาล
กับช้างฝีเท้าเชาวนอันชาญ
เตรียมไว้ใช้งารทันฤกษ์นาฑี
๏ ฟังสารมายา
ไป่ทันสงกากลพระบุตรี
ประทานช้างที่นั่งพังภัทวดี
หมอควาญเคยขี่สำหรับเยาวมาลย์
๏ แล้วสั่งทวารา
ให้สิทธิ์ธิดาเปิดไปใช้งาร
นางได้โอกาศพระราชโองการ
ยินลาภกราบกรานบันเทิงกมล
๏ บังคมลามา
ทูลพระภรรดาบดินทร์ภูวดล
ร่วมริตริตรองทั้งสองหากล
ได้ทีหนีพ้นจะพาคลาไคล
๏ สมเด็จพญาจัณฑ์
ประโชตมหันต์เดโชชาญไชย
ประพาสอุทยานสำราญโดยไนย
ปักขันต์เคยไปนิยมเนืองมา
๏ มนตรีเตรียมพล
ผูกช้างม้าต้นชำนินานา
โดยกาลกำหนดทวยทศโยธา
สรรพด้วยศัสตราจำรายไพรี
๏ ตั้งตามกระบวร
เสด็จชมสวนอย่างเคยทุกที
พร้อมแต่ประถมยามย่ำราตรี
หมู่สูรโยธีทุกหมวดตรวจกัน
๏ ครั้นจวนอรุณ
โณภาสยุคุนธราพญาจัณฑ์
ประโชตนรินทร์ปิ่นภุดาถวัลย์
ไสยาสน์ยังบัลลังก์อาสน์ยรรยง
๏ เสด็จอุฐาการ
มาสรงมุรธารภิเษกาทรง
สุคันธาธรกำจรกลิ่นผจง
อเนกอนงค์เฝ้าหลามตามงาร
๏ ทรงเครื่องเรืองรัตน์
สำหรับกษัตริย์ประพาสอุทยาน
ทองกรธำมรงค์มงกุฎแก้วกาญจน์
ขัดขรรค์เพชรพาลยุบาทนาดกร
๏ ขึ้นทรงคชสาร
ลอออัคยานมงคลกุญชร
ย้ายยืดพหลสากลกำธร
ออกจากพระนครไปสวนอุทยาน ฯ
๑๙ กานดาวาสุละทัตรวรารัตนยุพาล
อุเทนทรหาการอุกาศ
๏ รู้แท้ไท้ชนกาจราอุยานะยาตร
เสาวนีประกาศนาฏคณา
๏ สมเด็จองคชนกดิลกภพประภา
สิตสั่งไปเกบยาอรญ
๏ ตรัสพลางสั่งคชเทียบก็เรียบธนถกล
บนปฤษฎางคภัทพดี
๏ ด่วนด่วนนางก็ธราทิพาภรณธรี
จำลองกริณีบนาน
๏ ปลอมแปลงองคอุเทนนเรนทรเปนควาญ
รีบออกทวารวังลิลา
๏ เสาวนีนาฏดำรัสหัตถาจารยมา
เก็บยาพนาทางทุเรศ
๏ เร่งขับคชชวันอย่าทันพระสุริเยศ
อุไทยโดยเลศดำหรับ
๏ คชบาลรับเสาวนิศพระธิตบังคับ
ขับคชโดยฉับชบัด
๏ นานาชาวพระนครขจรกิจกษัตริย์
แหนงในรหัสเห็นพิการ
๏ บ้างนำกิจพิกลก็ดลพระอุทยาน
ทูลไท้ชนกพาลพงา
๏ บางหมู่รีบอนุพันธ์กระชั้นสระพญา
อุเทนพระธิดาประลาต
๏ ชาวเราเชาวนะจับจงฉับดุจประกาศ
บได้จะเศียรขาดขจัด
๏ พลพฤนทยินกิจนั้นกระชั้นคชสกัด
สองท้าวก็ซัดรัชชฎะ
๏ เนืองนองท้องถลพลแลยลปัรกระดะ
บ้างเก็บบ้างตามพระรยัง
๏ สองท้าวทอดทัศนาพลากรประดัง
ยังทองกะทอทังจำราย
๏ ล่อเหล่าชาวนคราทยานิกขะอันปราย
ชิงกันวะวุ่นวายก็คลาศ ฯ
๑๖ ปางสองขัตติยาเยาวราชขับคชพาหนาสน์
จรลจรายผายผัน
๏ พลเมืองเนืองตามบมิทันพ้นเขตขอบขัณ
ฑนครอุเชนี
๏ ล่วงแดนกรุงโกสามพีมาโดยสวัสดี
ก็รีบทุรัสถ์ดงเดิร
๏ รื่นรุกขร่มรายริมเนินแนวรัฐเจริญ
ตระการตระกลผลผกา
๏ พระพายรำเพยพัดพาเสาวคนธ์คนธา
ลอองละอบหอมหวาน
๏ บ้างผลิพวงพุ่มตูมบานโรยร่วงห้วงธาร
จรุงเจริญรสฉม
๏ นานาปักษาระงมบันสานเสียงสม
คือซอประสานเสียงสาย
๏ ลางสลาบขาบเขียวเหลืองลายรเบียบรบาย
วิจิตรกรรม์บรรจง
๏ บ้างบินไปมามาลงจับไม้ในดง
คละแคล้คละคล้อซ้อเสียง
๏ ส่ำสัตว์จัตุบาทรายเรียงหมายคู่หมู่เมียง
ทรหึงทรหวลหวงฝูง
๏ พรรค์คชคณาป่าสูงคัดค้อนยางยูง
ลางหักซึ่งรุ่นรวดราม
๏ ฝูงโขลงโยงลูกต้อยตามพลายมันเมือบกาม
ก็แล่นชลอคลอพัง
๏ กะทิงถึกพ่วงไพรตรังเปลี่ยวปละกำลัง
แลแล่นลำพองลองเขา
๏ กาษรเลงเฝือแฝงเงาพยัคฆจับโจมเอา
ปะปัดปะป่วนกลางแปลง
๏ ต่างตนต่อต่างกำแหงตาปลาบเปล่งแสง
ฉวัดเฉวียนเวียนไว
๏ เนื้อเบื้อกลอยเกลียงกลางไพรเลียลูกลางไป
ลงเล่นสลิลกินชล
๏ เยียงผาเผ่นผาตกบนเขาเพลียแพลงตน
แลแลบมลิ้นเลียกาย
๏ สาวสวาแมกเมียงไม้รายผู้พานรชาย
ชำลักแลไล่ล่อกัน
๏ ส่ำสัตวคณาอารัญอเนกนาพรรค์
พิพิธภาคหลากหลง
๏ ชี้ชวนนวลนุชนงค์ยงเชิญชายชมดง
พอดับกมลหม่นหมอง
๏ ข้ามห้วยเหวละหานธารชระลองถึงพลับพลาทอง
สมิปสุริยสนธยา
๏ ปางนั้นหมู่มาตยโยธาทัศนานรา
ผู้เจ้าประจากเจียรจร
๏ เสด็จทรงคชลักษณบวรมาด้วยเอกอร
อเคื้ออคาษเคียงกัน
๏ ด่วนด่วนรับเสด็จด้วยหฤหรรษ์ยอกรอภิวันท์
กระเกริ่นกระเกริกกฤษฎา
๏ เพียงองคจักรปาณีพาสุชาดามา
จากวังอสุรช่วงชุม
๏ ควรท้าวทุกแผ่นกรรพุมพระเดชจอมจุม
พลาแลอ้างอัศจรรย์
๏ แซ่ซ้องสาธุการมี่มันเชิญเสด็จยังวัน
ตำหนักสมเด็จเสด็จดล
๏ ต่างเข้ากราบบาทยุคลสบโศกานนต์
ด้วยจิตต์ประณีตภักดี
๏ ท่าวทูลถามเหตุโดยมีปิ่นภพโมลี
ก็เล่านุสนธิหนหลัง
๏ แต่ต้นจนปลายบมิบังหมู่มนตรีฟัง
ก็ต่างกำสรดสงสาร ฯ
๑๔ อ้าเกล้าสุธาดลธเรศวรเดชกฤษดาล
เลี้ยงข้าพระบาทบทมาลย์อภิมัตย์มนัสา
๏ มั่งมูลประยูรยศสมบัติสารพัดจะอุปการ์
ราสไร้กตัญญุสัตยากตเวทิธรรมแทน
๏ เจ้าตนบกังวลระวังและจะฟังรหัสแหน
เสียรู้ริปูประทุษฐแคลนธิบดินทรดูดาย
๏ หากบุญฤทธิวิสดารอภิบาลบอันตราย
โทษข้าก็ถึงสหัสวายชนมชีพเมื้อมรณ์
๏ บัณฑูรธรรมนูญธรรมกถาดูรนายกากร
ผองผู้จำนงจิตต์นิวรณ์นิตยราชภักดี
๏ การนี้ก็เพื่อบุรพกรรม์อนุพันธรามี
จึงตกอำนาจหัตถอรีก็เสวยวิบากเบียน
๏ ทุกข์สุขก็เปนพิสยโลกิยสัตวว่ายเวียน
ฤๅโทษแก่หมู่มุลิกเนียรโทษปองจะพ้องพาล
๏ อนึ่งองค์พระศรีสุรสุดาสุขุมาวิมลมาลย์
เรามานิรานครนานวรนุชยังไฉน
๏ เวียงไชยมไหศุริยวงศอนงค์คณาใน
มวญมาตย์และราษฎรไภยอุบัติใดมี
๏ ข้าแต่นรากรวเรศมกุฎเกศกษัตรีย์
สมเด็จพระเยาว์ภควดีสุริยวงศ์อนงค์นาง
๏ ข้าเมืองก็เนืองสุรกำสรดบมิอดทุกแพ่งทาง
นอกในนิเวศนบมิวางกำเสาะเสียงสยบสยอง
๏ สังเวชพระองค์พระอัคราชวิปลาศศรีทอง
ซูบเศร้าสกนธ์วิมลหมองมุขควรจะสงสาร
๏ ฟังทูลยุบลพอุลอรอุระร้อนกำเดาดาล
ชลเนตรคลอพักตรวิการวิกลกลั้นก็บัญชา
๏ ให้เทียบพลากรขนาดพยุหบาทแสนยา
จงทันอุทัยพระทิพาจะประเวศนิวัติสถาน
๏ สั่งแล้วก็ทรงนุสรสารวราชโยงการ
หานายหัตถาจารยบำนาญอดิเรกรางวัล
๏ นำสารนิวัตินครพูลอดิศูรพญาจัณฑ์
จงรู้เราพาพระอรอรรควเรศธิดาคลา
๏ จักเษกเปนเอกอัคอนงค์เฉลิมวงศ์ศวรรยา
จงท้าวอย่างหมองกมลมานประทานอภัยพร
๏ สองเวียงอันเกี่ยงภพพิพาทจะนิราสดัสกร
รอยท้าวผิวข่าวกิจขจรก็จะเลื่องพระเดชา
๏ เสร็จสั่งก็ส่งลิขิตสาคชบาลให้คลา
แล้วชวนพระศรีสมรวาสุละทัตรวธูไท
๏ เข้าที่ผทมบรมผาสุกไสยนาใน
เลื่อยล้าพนาจรมาไกลก็ภิรมยไสยา
๏ ปางนายกากรอำมาตยรับราชโยงการ์
เร่งรีบสกลพหลพาหนนาทโจษจัล ฯ
๑๖ ขุนช้างผูกช้างซับมันแซกแซงดั้งกัน
สพัตแสค้ำคชา
๏ ลางสารชาญชำนะงากล้าบ้าชื่นตา
จรนจรายร้ายแรง
๏ เครื่องมั่นกัลเม็ดฝังแฝงสนสายขาบแพง
ผ่านหน้าประโคนซองหาง
๏ พร้อมหมอคอควาญแลกลางต่างแต่งสรรพางค์
ฉวัดซึ่งสัษฏนานาม
๏ ขุนม้าผูกม้าด่อนดามพ์เมฆหมอกหมึกคราม
แลผ่านกะเลียวเขียวเหลือง
๏ ล้วนม้าเคยใช้ได้เมืองวิ่งไวบมิเปลือง
คำสั่งดั่งฟ้าเปล่งเปลว
๏ หมื่นม้าล้วนตัวเลือกเลวสะคดเคียนเอว
สนะกรหมอกเขียนคำ
๏ ล้วนสนัดสันทัดทวนลำแทงพุ่งมือยำ
กุทัณฑ์ธนูศาสตรศร
๏ ขุนรถต่างเทียมอัสดรธงทองปักงอน
แลเลื่อนสนามหลามหลาย
๏ สารถีถือธนูจำทายนายรถนานาย
แลร่านบำรูโรมรัน
๏ เทียมทั้งรถทรงทรงธรรม์เพียงเวชยันต์
ปราสาทสุเรนทรมาแปลง
๏ ขุนพลเทียบพลทุกแขวงง้าวส้าวทวนแทง
หอกคู่ธนูเสน่าศร
๏ โล่ห์ดั้งดาบเขนคทาธรหอกซัดโตมร
ก็พร้อมทุกหมู่อาสา
๏ ลางส่ำใส่เสื้อเสนากุฏเกราะเดชา
สง่าอรินทรจำบัง
๏ จัดเปนซ้ายขวาหน้าหลังกองแซรงระวัง
ยุกระบัตรปลัดเกียกกาย
๏ นั่งทางวางกองเกณฑ์รายตรวจไตรไพร่นาย
ก็ถ้วนจำนวนบาญชี
๏ พร้อมในประถมยามราตรีคอยเสด็จนฤบดี
ดิลกเฉลิมโลกา
๏ ปางสองกษัตริย์สร่างไสยาทิพาเพลา
อุไทยประเทืองนภางค์
๏ เสด็จจากบรรยงก์ไสยางค์ชวนพระน้องนาง
ลีลามาโสรจสรงชล
๏ สำอางองค์อ่าอำพลวารีวิมล
สุคนธอบอวลอาย
๏ ทรงเครื่องเรืองรัตนพรรณรายแพรวแพรวพรายพราย
ด้วยสัปดรัตนจำรูญ
๏ งามสองขัตติยราชยาตรยูรโอภาสเพียงสูริย์
จันทรประพาสราตรี
๏ เสด็จยังเกยแก้วรูจีกับอัคเทพี
ก็ทรงรันแทะทองผยอง
๏ ไชยธชดำเนิรธงทองบันฦๅฆ้องกลอง
แตรสังขประนังกาหล
๏ เสียงช้างม้ารถคชพลอัจลาอจล
สรท้านสรเทื้อนกำธร
๏ ส่ำสัตวพนานิกรผังเผื่อนผาซอน
แลลี้ยังเล้าแหล่งไกล
๏ เดิรทางหว่างพนมเนินไศลพันฦกพฤกษไพร
แลล้วนจะควรทัศนา
๏ ลางเฌองอกง้ำเงื้อมผาชิดชัฏฉายา
คือฉัตรกั้งบังบน
๏ ศิลาลางเหล่าละกลบัณฑุรกำพล
ศิลาสุราไลยสถาน
๏ ภูมิพื้นรื่นราบเพียงลานทุมาตระการ
รเบียบดั่งเรียบรังสรรค์
๏ ลางผางอกเงื้อมเทิ่งถงันต้องสุริยแสงพรรณ
พรเพรี้ยมพรพร่างต่างสี
๏ เขียวคือมรกตมณีแดงดั่งรัศมี
ทับทิมแลแก้วโกมิน
๏ ที่ดำคล้ายคล้ำน้ำนิลลางขาวคือจิน
ดาดวงวิเชียรประภา
๏ ลางเหลืองเหลืองแลบุษราหมอกมัวมุกดา
แลลางชมภูเพทาย
๏ ลางคือไพฑูริย์แสงฉายลางปวะหล่ำลาย
แลแลก็พึงพิศวง
๏ แสงส่องสลึกเฌอชายดงรยับยรรยง
ด้วยศรีมณีนฤมล
๏ น้ำพุพุ่งพรายสายฝนลงสระซริ้งชล
ใสสอาดแลเห็นปลา
๏ ท้องธารตระการด้วยสิขราต่างศรีโสภา
พิลาสในพื้นสระศรี
๏ ดาดวงจงกลกลณีเบญจบุษปมาลี
ลอองละอบเกสร
๏ ภุมราเอารสตระอรเทพีภูธร
ก็พูลมโนปรีดา
๏ ประเมิลมาโดยรัถยาชมพรรณผกา
พินิกาษตระการริมทาง
๏ ทรงเด็ดดอกไม้ให้นางยื่นเย้าหยอกพลาง
สำราญสำรวลสรวลสันต์
๏ พระเสด็จพักร้อนแรมวันมาในอรัญ
ทุเรศล่วงหลายวาร
๏ บัลลุยังสวนอุทยานพอสนธยาการ
ก็หยุดนิกรโยธี
๏ เนาในมนทิรด้วยศรีสุดากษัตรีย์
บรมสุขสองสมร
๏ มาตยาเสนานิกรผลัดตาตื่นนอน
ตระเวนระวังแวดวง
๏ หยุดรถปลดม้าช้างลงตั้งกองกรรกง
แลดั่งทังเพลิงรอบราย
๏ แหนห้ามบริรักษทุกภายผู้คนใกล้กลาย
ละลอบละลวงท้วงถาม
๏ ซั้นสั่งเสนาหนึ่งนามนำสารเสนอความ
ยังองค์พระอัควดี ฯ
๑๔ ปางปิ่นสุรางครัตนวิไลยสถิตในพระมนทรี
ลาลตระทตทุกขทวีเทวษถึงพระภรรดา
๏ อาวรณ์บวายดุรพิลาปนยอาบพุธารา
ปรับทุกข์ทุกหน้าวณิคณาคณนาฎรัญจวน
๏ องค์อ่อนสท้อนทุกขเสวยกรเกยนลาตครวญ
ซูบทรงพระไข้หฤทัยทวนสริรศรีวมลหมอง
๏ เฉกดวงกมลชลนิราสวิปลาศสุคันธ์ลออง
ชอกแสงพระสุริยระรองสยบย่อบควรยล
๏ ปางทราบบรมภรรดาจุฑาเทพสากล
ยั้งยังอุยานภิรมยมนทิรราชเรือนรมย์
๏ ปรียาภิมัตมนัสาวิยสุรามฤตพรม
ด่วนเสด็จอุฐาการประทมก็ประพาสสั่งสาร
๏ เตรียมนาฏอนงค์คณนิกรบทจรอุทยาน
นักงารก็สั่งสัมฤทธิการเสด็จโดยพระเสาวนี
๏ ฤๅทันอุไทยอุทกสรงสำอางองคเทพี
ไป่ทรงปรัดพักตรวรีก็ธราลังกาภรณ์
๏ โดยนารีราชขัตติยเพศยุพเรศรีบจร
ยังเกยอลงกฎนิกรบริพารหลายหลาม
๏ ทรงรถสุวรรณวิจิตรสาณิธราระวังงาม
งามเครื่องประโภคพิพิธตามนุประการนักงาร
๏ ท้าวนางชแม่วุฒิคณางค์และสุรางคนงค์พาล
โดยเสด็จสมเด็จพระเยาวมาลย์ขนัดเนื่องณเบื้องหลัง
๏ แห่หน้าระดาพลประนมกรกรมแวงวัง
หมู่ราชมัลพิทักษทังทวิภาคยรัถยา
๏ จ่าโขลนจระโกนศัพทสำเนียงถวายเสียงและตรวจตรา
ปรามคนจระกล้ายนุกรมมาวรราชอุยานสถาน
๏ ถั่นถึงบทันรถประทับระดับเกยชลาลาน
ให้ยั้งยังนอกวรทวารก็ลงจากรถางค์กอง
๏ ขึ้นเฝ้าธิเบศรนราอสุชลนานอง
คลานเข้าชลีกรตระกองบทเรศโศกี ฯ
๒๘ ปางองค์อุเทน
สุริยวงศ์วเรนทราธาตรี
พิศพระวรพักตรวรอัคเทพี
เสื่อมเศร้าเสียศรีสกนธ์หม่นหมอง
๏ พระแสนสังเวช
พระน้องนองเนตรซับชลนานอง
ลูบปฤษฎางค์ดวงพวงมณฑาทอง
ประพาสสารสนองด้วยสารเสนหา
๏ อ้าองค์นงเยาว์
รอยเวราเราเคยสร้างปางมา
จึงจำนำไปพ้องไภยพาลา
ตรากตรำตรึงตราเรือนตรุตรอมใจ
๏ รำพึงถึงตน
บรู้ว่าชนม์อาสัญวันใด
เสน่ห์ในนุชบสุดอาไลย
สองทุกข์ฉุกในอุราฤๅวาย
๏ เรียมไปไกลเมือง
ศัตรูรู้เรื่องจักอันตราย
ใครเลยจะป้องพระน้องดั่งกาย
เรียมสงสารสายสวาทพงา
๏ รอยเบื้องบุญบรรพ์
ได้มาพบกันจงดับโศกา
พักตรผ่องหมองหม่นพิกลกายา
ดั่งดวงมณฑามาศมัวหมองศรี
๏ สามายุพเยาว์
ฟังสารผ่านเกล้าประพาสพาที
น้อมเศียรบังคมบรมสามี
ทูลพลางโศกีพิไรรำพรรณ
๏ อ้าองค์ทรงเดช
แต่ข้าทราบเหตุพระพ้องไภยันต์
ข้าบาทราชกิจบติดตามทัน
องค์เดียวประจัญเสียชัยไพรี
๏ ดั่งจักรกฤชกรด
ตัดศอสคตมล้างอินทรีย์
รท่าวด่าวดิ้นสิ้นสมประดี
ถึงวิสัญญีท่ามกลางปรางค์ใน
๏ ฟื้นกายวายทรวง
ทุกข์เท่าเขาหลวงท่าวทุ่มรุมใจ
ไห้ร่ำบำบวงสรวงสุราไลย
ทุกห้องป้องไภยปิ่นเกล้าเจ้านาย
๏ พระรักเลี้ยงน้อง
บได้สนองดั่งภักดีดาย
แม้เมียไปได้ไม่คิดแก่กาย
ยากเย็นเปนตายใต้ฝ่าธุลี
๏ พระราชสมภาร
อัจฉริยกาลปรากฎโลกีย์
มาปกเกศาข้าผู้ภักดี
ได้ด้วยบารมีเลิดเลื่องเรืองไชย
๏ ทูลพลางทัศนา
องค์อัคยุพาวิลาสวิไลย
ยอกรประณามทูลถามทันใด
นางนี้ที่ไหนได้ตามเสด็จมา
๏ ฟังสารนงลักษณ์
แย้มยิ้มพริ้มพักตร์ประพาสบัญชา
โฉมยงองค์นี้บุตรีพญา
จัณฑ์ทรงนามวาสุละทัตรนงคราญ
๏ สอดเสียเงินทอง
คลายจากจำนองตรากตรำทรมาน
จึงเปลื้องปลอดตนมาพ้นภัยพาล
ได้ด้วยกลกานดาดวงหฤไทย
๏ เทวีมีคุณ
จงเจ้าการุญอย่าเกี่ยงกลใน
องค์เดียวเอกาวงศาอยู่ไกล
ตามมาด้วยใจจงรักภักดี
๏ สามาศรีสวัสดิ์
แย้มเยื้อนเอื้อนอรรถสนองวาที
ตรัสไยอยู่เกล้าพระเยาวเทวี
พระไทยอารีอำรุงบทมาลย์
๏ ทั่วหล้าหาไหน
ยามพระตกไร้ได้อุปการ
ตัวน้องรองบาทพระราชสมภาร
ควรรักสมัคสมานหนึ่งน้องครองครรภ์
๏ ทูลแล้วผันพักตร์
ตรัสว่าเยาวลักษณ์วิไลยลาวัณย์
ทำคุณทูลเกล้ายิ่งเหล่าอนันต์
ฟ้าดินแดนกัลป์ฤๅเท่าเบาบาง
๏ แม่เปนกษัตริย์
เคยเสวยศรีสวัสดิ์ฉันใดในปาง
พี่นี้จะสนองคุณพระน้องนาง
บให้ระคางเคืองจิตต์คิดคม
๏ วาสุละทัตร
ฟังสารโสมนัสมโนนิยม
ไว้หวังยังจิตต์สนิธชิดชม
ตอบตามนุกรมไมตรีปรีดา
๏ ว่าอัคเทวี
ทรงพระปรานีข้าน้อยอันมา
เฉกเชษฐกนิษฐสุจริตสัตยา
รอยเบื้องบุญวาสุละทัตรเที่ยงธรรม์
๏ ขอพำนักนิตย์
พี่นางวางจิตต์กว่าม้วยด้วยกัน
อัชฌาอาศรัยสิ่งใดบทัน
สั่งสอนผ่อนผันแก่ข้าปรานี
๏ ฟังสองโฉมฉาย
โอภาภิปรายโดยสวัสดี
แสนโสมนัสในหฤไทยพันทวี
ประโลมขวัญศรีสวาทสองสมร
๏ ว่าสองทรงลักษณ์
สมศรีสมศักดิ์สมบุรณ์สุนทร
ควรเปนเอกองค์อนงคนิกร
กัลยาถาวรสวัสดิ์ศวรรยา
๏ ตรัสแล้วโศกทรง
ด้วยสองสุริยวงศ์ทรงเครื่องอลงการ์
อลังการอนงค์อเนกคณา
ยุบาทยาตราขึ้นทรงกุญชร
๏ ให้สองเยาวราช
ทรงรถรัตนาสน์เสด็จบทจร
กรรชิงกลิ้งกลดบดบังทินกร
พัดโบกจามรเครื่องสูงชุมสาย
๏ หารแห่แซ่ซ้อง
แตรสังข์ฆ้องกลองสนั่นพรรณราย
พันลึกครึกครื้นสทื้นนิกาย
นิกรเรียงรายเรียงริ้วรัฐยา
๏ ธงหน้านำพล
นำพวกพหลพหูหาญมา
หารม้ากองแซงกองสวนมรรคา
มรรคันทวาทวารด่านดง
๏ ออกจากอุทยาน
ยยืดขนานขนัดทิวธง
ทิวทวนหอกง้าวหอกง่ามยรรยง
ยะยาบกรรกงพลไกรไคลคลา
๏ งามพ้องพลพฤนท์
พร้อมพรั่งดั่งอินทร์อมรโยธา
งามองค์ทรงศักดิ์เจียนจักรพัตรา
เสด็จลีลาประพาสธาตรี
๏ งามสองสุริยวงศ์
วิลาสละองค์อัคเรศศุลี
ประดับอับสรสุรางคนารี
เสด็จมาเปนศรีสวัสดิโลกา ฯ
๑๕ นิกรนครโลกาพราหมณพานิช-เขวี
๏ สกลชนก็ยินดีจอมธเรษตรีนิวัติเวียง
๏ ขจรนิกรเกริกเสียงแซ่ผเดียงเดียงนุกิจกัน
๏ นิกรนรหฤหรรษ์เหี้ยมจะมาคัลจุฬาธาร
๏ นรชนบทเบิกบานโปรยสุมามาลยถั่งถวาย
๏ กมลวิมลโปรยปรายฉัตรธวัชรายธราดล
๏ นรวุฒิยุพโจษจลไพร่ผู้ดีปนบนำพา
๏ สกลชนก็เนืองมารัถยาทวาบห่อนบาง
๏ นิยมบรมขัตติยางค์สาธุการพลางก็บังคม
๏ อดุลยบุญเพี้ยงสวยมภูวอุดมพระเดชา
๏ ปรปักษอมิตรมายาจับจำนองพาจำนงผลาญ
๏ พระบุญประพฤติบรรหารได้ยุพินพาลสุดาดวง
๏ พระกฤติมหิทธิสุดสรวงทั่วธราปวงจะอยู่เย็น
๏ นครนรจะขาดเข็ญเพื่อพระเจ้าเปนอดิศูร
๏ สิริสวัสดิสมบูรณ์จงจรูญเรืองพระชนมาน
๏ นิกรนรสบสถานสร้างพระสมภาร-รอดมา ฯ
๑๙ สมเด็จอัคนเรนทรอุเทนทร์วรา
พาพลโยธาลิลาส
๏ ถึงเกยรัตนภาสุดาชมัยยาตร
ยังปรางค์ปราสาทราชภิรมย์
๏ เดียรดาษราชประยูรนิกูรคณสนม
เฝ้าบาทบังคมสลอน
๏ ให้จัดรัตนพิมานนักงารวนิดนิกร
วัตถาลังกาภรณ์มณี
๏ ตั้งองค์วาสุละทัตรขัติยพดี
เปนอัคเทพีวเรศ
๏ นานามาตยคณาและสามนตประเทศ
ราชเขวีวงศเวศย์ทิชา
๏ ทราบสารเสด็จปริวัตรมนัสปริยา
หวังใจจะทัศนาบดี
๏ ต่างแต่งราชบรรณาสุมาลิยมณี
ถวายจอมธเรษตรีอนันต์
๏ ในมาคัณฑิยคามพราหมณหนึ่งบัญ
ญัติจุลมาคัณฑิยนาม
๏ นำนางนาฎนดาธรารูปวราม
มาคัณฑิยนามพราหม-ณี
๏ ถวายองค์อัคชนาจุฑาธริษตรี
ด้วยจิตต์ภักดีบพิตร
๏ ท้าวปูนธนบำนาญประทานยศสถิต
แก่จุลพราหมณปิตุ-ฉา
๏ ตั้งนางพราหมณ์ยุพินเป็นปิ่นบุริก์คณา
ห้าร้อยวนิดาสระพรัก
๏ ประทานกาญจนลังกาวัตถาภรณอนรรฆ
โดยศักดิสามอัคอนงค์
๏ ซื้อสรรค์พรรณสุมาคณาทรัพยละองค์
แปดกหาปณะทรงประทาน
๏ เนืองนิตยจิตต์ประดิพัทธในรัตนยุพาล
ร่วมรมย์ประทมวารละองค์
๏ เปนสุขทุกนิจกาลภิบาลภพธำรง
เจียรจักรวรรดิวงศ์วรา
๏ ท้าวทรงธรรมทศพิธประณิตศีลสมา
เบญจาอุโบสถาสังวร
๏ แจกทานหว่านผลเผื่อเฉลื่อชนนิกร
วัตถาลังกาภรณ์จำราย
๏ พราหมณ์ชีชาวนคราสุขารมยทุกภาย
พาณิชค้าขายบขาด
๏ นานานครเขตประเทศสตราช
ตังวายสุมาลย์มาศมณี
๏ ศัตรูหมู่ปรปักษตระหนักพระบารมี
กลายกลัวพระฤทธีบทาน ฯ
๑๑ ปางนั้นขุชชุตราขุชชมาลยนักงาร
สามาวดีกาล-อุไทยทิวาคลา
๏ ตักน้ำสำอางอาบผจงภาพพอตา
โดยรัถยามาณสำนักอุยานบาล
๏ ขอซื้อสุมาไลยก็เกลี่ยไกล่ประโดยการ
ใจโลภบันดาลทุจริตมูลมี
๏ ทรัพย์แปดกหาปัณ-ก็กันเปนสองที
แบ่งซื้อสุมาลีถวายอรแจ่มจันทร์
๏ ไว้เปนประโยชน์ตนนิจกาลกึ่งกัน
ใครใดบรู้ทันรบิเบื้องอุบายบัง
๏ เบื้องบุญบุรพากาลภินิหารหนหลัง
อุปถัมภกายังขุชชภาพธารี
๏ ในวันสมเด็จพระสวยมภูวโมลี
แสดงธรรมภาคีย์นุเคราะห์นายอุยานบาล
๏ นางค่อมสดับพุทธฎิกานุสาสน์สาร
โสตามรรคัญญาณก็ประดิษฐบัดดล
๏ แจ้งจบนิไสยไนยสหัสญาณยล
อเสกขบุคคลพุทธวงศเวไนย
๏ สังวรวิสุทธิภาพมลบาปธรรมไกล
ญาณยังศิวาไลยหิริโอตปธรรม
๏ ซื้อพรรณสุมามาลยตระการสิ่งสรรพ์
สิ้นแปดกหาปัณ-ถวายพระเทพี
๏ ยังจันทรเวไชยไหยรญรัศมี
เฝ้าฟังพระเสาวนีจะยุบลกลใด
๏ ปางปิ่นจุฬาลักษณ์อรอัคอนงค์ใน
ทัศนาสุมาไลยขุชชุตราถวาย
๏ ชื่นแช่มยแย้มยิ้มพระพริ้มพักตรเปรยปราย
มาลีนี้มากมายประหลาทตากว่าทุกวัน
๏ ฤๅคราวระดูดวงกุสุมาลยมีพรรณ
ฤๅใครกำนัลกันจะไฉนกะไรเรา
๏ ค่อมคมประนมสนองเสาวนิศนงเยาว์
ปางข้ากมลเมามลุโลภมัวมันท์
๏ ฉกฉ้อบแจ้งในนิริยไภยพิบากกรรม์
วันนี้สดับธรรม์บรมศาสดาจารย์
๏ พ้นจากนิไสยสามัญสัตวสัณฐาน
บริสุทธิสันดานวจีจิตต์จลาจล
๏ ฤๅโจรกรรมทำอ่าทินำประกอบกล
กันเอาประโยชน์ตนดุจกาลกะดางลาง
๏ สามาวดีสดับอนุสนธิในนาง
ค่อมไขคดีพรางธก็เยื้อนพระเสาวนี
๏ อ้าพี่ขุชชาค่อมภินิหารมากมี
สดับธรรมวาทีบรมบาทศาสดา
๏ บัดนี้และยังจำจะนำอรรถคาถา
ผู้เราจะเสาวนานุตริยธรรมไฉน
๏ ข้าแต่พระศรีสุนทรเทพวธูไท
อย่าร้อนหไทยในกิจซึ่งสดับธรรม์
๏ จงแต่งธรรมาอาสน์บุบผะชาติรังสรรค์
ครบเครื่องสการพรรณอดิเรกบูชา
๏ ข้าค่อมจะสำแดงวัตถุธรรมคาถา
ตามพุทธฎีกาอนุสาสน์แถลงถวาย
๏ ทรงฟังขุชชุตราวัจนสาธุเปรมปราย
ปราโมทย์กมลหมายจิตต์เสาวนาธรรม์
๏ สั่งนาฎพนักงารบริพารกำนัลนันต์
มาช่วยประชุมกันถกลการกอปการ
๏ แต่งตั้งบัลลังก์ลาดวรอาสนโนฬาร
ดัดดาษพิดานมาลยรจิตลังการ์
๏ ภู่กลิ่นระย้าร้อยระยะห้อยระดับดา
โคมไฟชวาลาประทีปธูปเทียนทอง
๏ ดนตรีประโคมขับและสำหรับก็สำรอง
เสร็จสฤษดิทุกลบองดุจการสรรพการ ฯ
๑๔ สามายุพาภควดีสริยศศรีสุดามาลย์
เสร็จธรรมสภาคฤทยสานติสุขแสนเกษมสันต์
๏ โสรจสรงสุธารสวรินทร์จรุงกลิ่นขจรจันทน์
ภูษาสไบบวรวรรณเศวตลังการ์
๏ ลังการเครื่องขัตติยอนงค์อัคราชกัลยา
พร้อมนางสุรางคบริจาริกนาฎจรลี
๏ ยังจุลอาสนสภาคยภิวันทดุษฎี
คอยเสาวนานุตริยปรีดิภิรมย์หฤหรรษ์
๏ ปางนั้นอนงคขุชชุตราอริยาธราธรรม์
ทรงศีลคุณวิจิตรจรรยวิสุทธิอินทรีย์
๏ นุ่งห่มเศวตฉวัดเฉวียงวิยเยี่ยงตยาคี
ถือพัชวาลวิชนีณสภาคคมนา
๏ นั่งบนถกลปัญญัตอาสน์ก็นุสาสนคาถา
ยังนาฎเบญจางค์สตสมาทานศีลเบญจางค์
๏ สรรเสริญดำเนิรบวรคุณบรมรัตนไตรยางค์
อันเปนมหันตอุตมางควิมุติมหัศจรรย์
๏ สังวรรณนาพระจตุราริยสัตยาธรรม์
แจงชาติชรามรณขันธอนิจอเนกา
๏ สามาคณานิกรอันตบุริกกัลยา
รับรสพุทธภาษิตสุภาขุชชุตเรศแถลงถวาย
๏ โดยในพระไตรลักษณญาณก็วิจารณ์อนิจกาย
แจ้งจบกระแสอรรถธิบายบรมรรถธรรเมนทร์
๏ โสตาธราคุณอดุลย์บริบูรณกาเยนทร์
ตั้งองค์ขุชชุตรวเรนทร์ปดิษฐานนนทลี
๏ สั่งสอนอัฏฐังคิกวิไนยอริยมรรควิถี
บูชาวรามิษก็มีอดิเรกยอเยิน
๏ เพลานิสากรอุไทยขุชชุตรชวนเชิญ
สามาวดีอรดำเนิรสถิตยังพระแกลไชย
๏ คอยถวายภิวันทนพระสีหุตมารอันไพ
บูลสังฆสาวกครไลยบิณฑบาตณในเมือง
๏ เรือนหลวงและปวงวนิตคณาก็กุลาหลาเลือง
ชิงชมพระภาคยประเทืองอุปถัมภศรัทธา
๏ ลาชาสุมาลยสุคนธวิมลทีปา
กอบกิจประนิตยบูชาอธิการรังสรรค์
๏ สามาและนารีบริสัชโสมนัสทานธรรม์
สรรค์สุปพยัญชนอนันตดิเรกถวายทาน
๏ สมเด็จดิโลกุตมมหากรุณาจุฑาจารย์
สังฆาขิณาสุบริพารชินบุตรทังผอง
๏ ทรงศีลจำแนกพรรณิพกและยาจกณปวงปอง
ญาณยังอมัตนครครองสุขสวัสดิ์ศิวารมย์
๏ นานาคณาทิชก็สาธุการานิยมชม
สามาวดีรัตนอุดมศีลคุณสุนทร ฯ
๑๖ สำแดงคุณกล่าวขจรสามาสายสมร
วิสุทธิศีลศรัทธา
๏ อุปฐากบรมสีหุตมาจารย์จอมโลกา
ก็ทราบถึงมาคัณฑีย์
๏ พราหมณีนี้จองเวรีในพระผู้มี
พระภาคย์ในอรรถอ่านความ
๏ ยังมีมาคัณฑีย์พรามณ์น้องชายหนึ่งนาม
คือจุฬมาคัณฑีย์
๏ ภรรยามาคัณฑีย์พราหมณีเจนจบศิลปี
ไตรเพทพิเศษนานา
๏ บริบูรณ์สมบัติวัตถาเนาถานามา
คัณฑียคามนามกร
๏ อยู่แดนกุรุรัฐนครอ่านมนตร์เอาพร
แลก่อซึ่งกูณฑ์บูชา
๏ มีตรุณพราหมณีธิดามาคัณฑีย์กัลยา
ลออแลอ้างนางสวรรค์
๏ บิดามาตุรผูกพันเลือกคู่สู่ขวัญ
ธิดาอันค่าควรครอง
๏ ยังไป่ลุใจจงจองภินิหารแห่งสอง
ทวิชสร้างสมมา
๏ จักสิทธิพระอนาคาอรหัตภิญญา
วิสุทธิพุทธเพไนย
๏ สมเด็จบรมมารพิไชยแจ้งด้วยญาณไญย
ทวาทวิชพฤฒา
๏ เสด็จโดยบิณฑบาตไคลคลาด้วยพุทธลีลา
พิลาสเลอเลวองค์
๏ แต่ยามพระฮามสุริยงค์ประดิษฐานลง
ที่พราหมณ์สการกองกูณฑ์
๏ ปางพราหมณ์ทัศนาอาดูรพุทธลักษณวิบูลย์
ก็เอื้อนบอำอายใจ
๏ ข้าแต่สมณวิไลยเชิญหยุดอย่าไป
ตูข้าจะแจ้งจริงความ
๏ ข้อยนี้มีธิดางามหาคู่ควบกาม
จะต่อประยูรไป่มี
๏ ท่านมาเปนศรีสวัสดีจะมอบมารศรี
เปนบาทเบื้องบริจา
๏ สมเด็จอดิศรพรหมาไป่พุทธฎีกา
แก่พราหมณทรงดุษดี
๏ พราหมณามาบอกพราหมณีเราพบผู้มี
สิริวิลาสเลิศชาย
๏ ควรเปนเขยเราแล้วยายจงเจ้าแต่งกาย
ธิดาจะด่วนไปตาม
๏ ชาวเชียงเคียงข่าวคิดความพราหมณ์ธิดางาม
จะให้บุตรีมีผัว
๏ ใครหนอมาเข้าชรมัวควรเราดูตัว
จะโฉมตระการปานใด
๏ ต่างว่าต่างมาด้วยไวตามพราหมณ์ครรไลย
คค้อยคำนึงทฤษฎี
๏ สมเด็จสรรเพชญโมฬีปางสองปัศวี
จะนำธิดาออกมา
๏ ประดิษฐานวลัญชพุทธาบาทบัดลีลา
ในฐานอื่นบัดดล
๏ พราหมณีภรรยาบมิยลแหนงในใจฉงน
ก็ถามแก่พราหมณ์ภรรดา
๏ บุรุษอันกล่าวโสภาอยู่ไหนให้มา
จะดูฤๅบได้ดู
๏ มหาพราหมณ์พร้องพราหมณ์พธูได้สั่งเมื่อตู
จะไปให้อยู่ท่ามา
๏ นี้แน่บทวลัญชาพยานยังตรา
แลเจ้าจงรู้อาการ
๏ ฝ่ายพราหมณีชำนาญไตรเพทพิสดาร
ก็เกริ่นพระลักษณด้วยมนตร์
๏ แลลายจักรลักษณดำกลแจ้งจริงผัวตน
ว่านี้อย่าควรเปนภาร
๏ ผู้ยังเกี่ยวกามสามประการราคจริตสันดาน
แลบาทย่างหย่งกลาง
๏ คนโทษะจริตเทาทางรอยเท้าจักวาง
ก็หนักข้างซ่นธรรมดา
๏ รอยเท้าผู้เมาโมหาลัทธิตำรา
จะย่องจะย่างหนักปลาย
๏ รอยบาทท่านนี้ควรทายแท้คนพ้นสาย
กระแสกระสินธุสงสาร
๏ พราหมณ์ว่าพราหมณีนงคราญเจ้ากล่าวอาการ
แต่ตามตำหรับลักขณา
๏ อุปมาหญิงยลกุมภาในถาดธารา
แลโจรในกลางเรือน
๏ เถียงกันบมิตกต่างเบือนพักตราชายเชือน
ก็เห็นพระสัพพัญญู
๏ พฤฒิพราหมณ์ชี้นางพราหมณ์ดูโน่นแน่ที่ตู
ไปเห็นจะให้บุตรี
๏ ว่าพลางนำนางพราหมณียังสมเด็จศรี
สุคตเกล้าโลกา
๏ ว่าวอนขอให้ธิดาพระพุทธฎีกา
บัญญัติพิกัตคำปราม
๏ แล้วซ้ำบัณฑูรแก่พราหมณ์ท่านผู้พยายาม
ในไสยเวทไหว้กุณฑ์
๏ จงตั้งโสตประสาทโดยสุนทรภาพไพบุลย์
เอาอรรถตรัสเทศนา
๏ ตถาคตเสด็จทรงบรรพชาพิชิตมารา
ในโพธิบัลลังก์ไชย
๏ ทรงสถิตสัปดวารในอัชบาลพระไทร
นิยมพุทธโพ้นมา
๏ พระยามารยังมารธิดาทรงไวยสริรา
พยพล้ำอับสร
๏ ลเบงเบ็ญจกามวิงวอนด้วยสารสุนทร
อันควรประโลมลาเภ
๏ ตถาคตผู้มีมเหศรภาพฤๅเส
วนอมรมารา
๏ ครั้งนี้ดังฤๅจะทยาในพราหมณธิดา
อันแปมกรีสมูตรมัว
๏ ปลายบาทบมิควรถูกตัวเกลียดไกลกลายกลัว
สงสารวัฏวังวล
๏ เสร็จเสาวนาธรรมทศพลอนาคามิผล
ก็ถึงแก่สองทวิชา
๏ มอบมาคัณฑิยธิดาไว้พราหมณผู้อา
ก็ยังสมเด็จมุนินทร์
๏ ขอบรรพชากรโดยจินต์ทรงบริสุทธศิล
กรรมจำเริญภิญญา
๏ ลุพระอรหันตสัมภิทาเปนพระขีณา
สวสาวกด้วยบุญ
๏ ฝ่ายมาคัณฑียตรุณคำนึงนิศคุณ
สมเด็จพระบรมครู
๏ บมิเอื้ออาไลยตัวตูกล่าวแถมโทษทู
รลักษณเที้ยรสาธารณ์
๏ ผิวกูมีคู่สู่สมานมีบุญสมภาร
ประเทศสถานคึกคัน
๏ กูกับสมณจักพลันเปนเวรนานวัน
บจางบจืดจองผลาญ
๏ มีคำปุจฉาอาจารย์องค์อนันตญาณ
ประเสริฐแลเลิศโลกีย์
๏ ไป่ทรงทราบมาคัณฑีย์จักจองเวรี
ฤๅดำริหติเตียน
๏ อาจารย์สนองคำอันเสถียรพระองค์อาเกียรณ์
พระญาณยลบมิยัง
๏ แจ้งนิสัยสัตวทั่วทังทรงตรัสนี้หวัง
ประโยชน์จะโปรดสองพราหมณ์
๏ สมเด็จสรรเพชญ์เนืองนามทรงเทศนาตาม
นิไสยแห่งสัตว์มีมา
๏ อันนี้เปนพุทธธรรมดาพระมหากรุณา
ธิคุณอดุลยหนปาง
๏ ฝ่ายจุฬพราหมณ์บิตุฉานางมาคัณฑิยเบ็ญจางค์
ลักษณวิไลยใคร่ความ
๏ ตระกูลใดในวงศ์พงศ์พราหมณ์จักค่าเคียงงาม
นางภาคิไนยไป่มี
๏ เลอลักษณ์เบญจกัลยาณีควรอรรคเทวี
กษัตริย์ประเสริฐศวรรยา
๏ จึ่งยังพราหมณีนัดดาลังกาภรณพา
ถวายสมเด็จนฤบดี
๏ ยังกรุงแก้วโกสามพีได้เปนมหิษี
นรินทรองค์อุทเยนทร์
๏ ใจนางบมิจางจองเวรบรมชิเนนทร์
คค้อยคำนึงหาการ
๏ เห็นเหตุสามาเยาวมาลย์ดังกล่าวพิสดาร
แต่หลังประงอนราชา
๏ เทียบทูลโดยมูลมฤษาประมวญมายา
มาต่อมาแต้มเติมความ
๏ ว่าองค์เอกอัคนงค์รามประพฤติฤๅงาม
แลงำพระบาทบัวบงก์
๏ พร้อมใจไปถ้วนหน้าอนงค์นิจภัตรส่งสงฆ์
แลสมณโคดม
๏ เปิดแกลแลช่องฝาชมทุกวันนิยม
ฉนี้แลมีมานาน
๏ ศรัทธาทำทานกว่าทานอาการแก่การ
รำพึงก็พึงคิดฉงน
๏ ทูลความกลกามเกี่ยงกลอาญาอยู่ตน
บร้อนด้วยแรงภักดี
๏ พระญาณยังฟ้าธาตรีกอบเกื้อบารมี
ดำริหดำรงจงควร ฯ
๑๙ ปางนั้นจอมธรณินทร์มหินทรมหิศวร
ทราบสารรัญจวนฤทัย
๏ อ้าองค์อัคสุดายุพาพักตรไฉน
ไป่เคยจะเปนใจวิจล
๏ จักจริงฤๅจะบจริงก็กริ่งจิตต์ฉงน
กลในจะหยั่งยลก็ยาก
๏ สามาอัควดีบมีพิกลหลาก
มาคัณฑิยจักปากก็ผิด
๏ ตัวกูทรงทศธรรมถวัลย์ภพสถิต
เบาจิตต์วินิจฉัยฤชอบ
๏ อย่าเราจักมัธยัตรหัสสุขุมลอบ
ด้วยกลประกอบจงประจักษ์
๏ ตริเสร็จทรงดุษณีบมีพิกลพักตร์
อนุสนธิฤๅซักสนอง
๏ วันหนึ่งสุริยอุไทยครไลยคฤหทอง
สามาสุดาปองมลัก
๏ ยลองค์อัคยุพาคณานิกรนัก
สนมนาฏสรพร้อมพรักณแกล
๏ เสด็จเดียวด่วนบมิทันกำนัลนิกรแล
พริ้มพักตรเปรมแปรประพาส
๏ ดูใดเหล่าคณนางสุรางค์บริกนาฏ
อื้ออัดณรัตนราชพิมาน ฯ
๑๑ สามาวดีเสาวนราชโยงการ
ก้มเกศกฤษฎาญชวลิตสนองทูล
๏ ข้าแต่จุฑาเทพธรณิศร์มหิศูร
เสวยสวัสดิสมบูรณ์ภพโลกยเหล่าหลาย
๏ ข้าทูลธุลีบาทวนินาฏทุกภาย
มาคอยบูชาถวายวรบาทชิเนนทร
๏ อันเปนพำนักนิตย์สัตวสบสโมสร
พรหมาสุรานรสุรนาคสรณสรวง
๏ เนืองกัลปอนันต์สัตวอุบัติใดปวง
ไตรรัตน์จุฑาดวงและอุบัติมหัศจรรย์
๏ เชิญชมพระลักษณะทวะดึงสลาวรรณ
อสีติพยัญช์นฉพรรณรังสี
๏ ฟังทูลพอูลอรบวรราชทฤษฎี
สรรเพชญโมฬีคณะสงฆ์บริษัท
๏ ดาลมีมโนในอภิรมย์โสมนัส
เสด็จคืนนิวัติรัต-นราชพิมานสถาน
๏ ด้วยทรงสิเนห์ในวนิดายุพาพาล
หาวัฒกีการกรรมกรเหล่าหลาย
๏ ชุมกันประกอบแก้กระทำแกลประกิจลาย
เบื้องบันสำคัญหมายสมมุตินามบัญชรไชย
๏ อวยอรรคเทพีทฤษฎีบรมไตร
โลกาบัญชรในอาทินั้นและมีมา
๏ สามาวดีศรีสุรราชกัลยา
เห็นไท้ธกรุณาอนุญาตยินดี
๏ ทรงศีลอำนวยทานนิจกาลโดยมี
ทั่วหน้าสุดาปรีดิภิรมยหรรษา ฯ
๒๘ ฝ่ายมาคัณฑีย์
ทราบว่าบดีบดินทร์โลกา
บได้เคืองขัดดำรัสติชา
ในองค์สามาวดีนฤมล
๏ ตรึกตรองหมองหมาง
ความเราท่าทางจะชั่วตัวตน
ท่านตามใจกันแหวกบัญชรบน
ให้นั่งเยี่ยมยลหัวเราะเยาะหยัน
๏ ได้ความอดสู
ตายดีกว่าอยู่ดูหน้าเพื่อนกัน
พระองค์หลงใหลวางใจครันครัน
ละไว้นานวันจะอันตราย
๏ จำต้องตรองตรึก
หากลล้นลึกเล่ห์เพโทบาย
จับตัวให้มั่นคั้นคอให้ตาย
จึงจะค่อยวายอาวรณ์วิญญา
๏ จึงให้สาวใช้
ไปบ้านบัดใจหาไก่ได้มา
ทังเปนทังตายทูลถวายราชา
ไก่นี้ของอาให้มาถวาย
๏ สมเด็จนฤเบศร์
บได้ทราบเหตุดำรัสภิปราย
ไก่เปนปล่อยไปอย่าไว้วุ่นวาย
เอาแต่ตัวตายไปส่งสามา
๏ ทำเครื่องตามเคย
เราจะเสวยเช้านี้เวลา
นางมาคัณฑีย์มนีมนา
จัดแจงอย่าคลาให้เขาเอาไป
๏ มาคัณฑีย์พราหมณ์
รับสั่งฟังความวันทาคลาไคล
ให้ขนไก่มาเรียกข้าคู่ใจ
กระซิบความในด้วยความฉันทา
๏ ไก่ตายซ่อนไว้
เอาไก่เปนไปถวายอัคชายา
ทูลว่าทรงเดชโปรดเกศบัญชา
ทำเครื่องเวลาเช้านี้จงทัน
๏ สามาแลเหน
กุกกุฏเปนเปนจึ่งตรัสจำนัญจ์
ปิ่นเกล้าเจ้าเอ๋ยบเคยสักวัน
จะฆ่าแกงมันฉันใดอกอา
๏ มาทแม้นมิโปรด
จะให้ลงโทษจะรับอาชญา
ตรัสแล้วเทวีเข้าที่นิทรา
ไก่ซึ่งมัดมาให้แก้ปล่อยไป
๏ ครั้นเวลาเสวย
มาคัณฑีย์เคยคอยเฝ้าท้าวไท
ชม้อยคอยฟังรับสั่งภูวไนย
จะตรัสฉันใดจะแต้มเติมการ
๏ สมเด็จกรุงกษัตริย์
เสวยพลางทางตรัสถามไปบนาน
สั่งให้เอาไก่แต่งใส่เครื่องอาน
ไม่เห็นเยาวมาลย์ใส่มาว่าไร
๏ มาคัณฑีย์ทูล
ข้าแต่พระยูรยาตรเกล้าภพไตร
ความจริงจะกล่าวจักยาวความไป
สุดแต่พระไทยจะทรงวิจารณ์
๏ ได้ให้ไปถวาย
กำชับกับหมายโดยราชโองการ
บเปนธุระในพระสมภาร
เหมือนเหนื่อยหน่ายนานในเบื้องบาทบงสุ์
๏ ทรงฟังนางพราหมณ์
แซมเสริมเติมความตรัสตอบตามตรง
อันสามานี้ภักดีมั่นคง
จะเอาร้ายลงไม่เห็นท่วงที
๏ มาคัณฑีย์พราหมณ์
ซ้ำสนองเสนอความว่าเหตุที่มี
จะใคร่ให้ชัดรหัสเทพี
เพลาพรุ่งนี้เอาไก่เปนไป
๏ ถวายอัคกัลยา
ว่าทรงศรัทธาจำนงพระไทย
ทำของถวายพระสมณเลิศไกร
ดีร้ายฉันใดจะแจ้งจริงความ
๏ สมเด็จนฤบดี
ฟังมาคัณฑีย์ทูลสนองต้องตาม
ฝ่ายอัคอนงค์ทิชงค์เชิงงาม
นบนิ้วประณามแล้วลีลามา
๏ จึ่งให้สาวใช้
เอาไก่ตายไปถวายอัคกัลยา
ทูลว่าท้าวไทให้ทำสูปา
ถวายพระศาสดาสมณทั้งปวง
๏ ฝ่ายองค์สามา
วดียุพาปิ่นสุดาดวง
บรู้เขาแกล้งจะแว้งแหวะทรวง
ด้วยเลศล่อลวงเอาจิตต์วิญญา
๏ ชื่นชมโสมนัส
สำคัญว่าตรัสทรงพระศรัทธา
จึ่งทำสูปะเพียญชนะนา
แล้วส่งเข้ามาจบหัตถ์ด้วยไว
๏ ทรงทอดทฤษฎี
สมความพราหมณีคำนึงแหนงใน
ท้าวบโองการบรรหารสิ่งใด
เมินเฉยเลยไปบได้นำพา
๏ ธิดาพยารี
แลเหนเปนทีสรวลสันต์จัญจา
ความจริงนี้กล่าวย่อมยาวเห็นมา
ประจักษ์แก่ตาเห็นตัวชั่วดี
๏ โบราณาจารย์
โรคร้ายพิการพิกลอินทรีย์
ควรให้เยียวยารักษาทันที
ช้าวันพลันมีวิบัติแก่กาย ฯ
๑๖ ทรงฟังมาคัณฑียถวายทำเนียบเปรียบปราย
กระเหน็ดกระแหน่แนมนำ
๏ รังเกียจเอียดอิดใจดำบมิยินยังคำ
แลหนึ่งคำนึงในใจ
๏ เพื่อสิเนหในนุชดั่งไนยเนตรดวงหฤไทย
ธิเบศรสุดแสนสงวน
๏ อเสวนาประมวญนิรันต์เรรวน
มโนมนุษย์บุถุชน
๏ เฉกเวรำพะวาตวิจลมหาศาลมณฑล
ก็ท่าวลัญโทลฤๅคง
๏ สมเด็จอดิศรสริยวงศ์ฤๅอาจดำรง
หฤทัยธหวนรวนเร
๏ ไตรตราหาหน้าคะเนแยบคายถ่ายเพ
ทุบายก็หลายเวรวัน
๏ บมิได้จริงโจทจำนัญจ์หาเหตุสำคัญ
อันใดบได้เปนดาย
๏ จรทกจรเทิ้นเอิ้นอายแค้นคิดเคืองคาย
ตรุณพราหมณบุตรี
๏ นางพราหมณ์หาความบมิมีไกล่เกลี่ยทำดี
ระวังระไวใช้สอย
๏ ซ่อนเงื่อนเกลื่อนกลบลบรอยเคียดแค้นเคืองคอย
อาฆาฏบขาดใจจอง
๏ หาผู้รู้ริร่วมตรองได้กลหนึ่งปอง
ก็สั่งแก่สาวบริจา
๏ นำสารการลับยังอาหากัณหสัปปา
จำเริญจำรายเขี้ยวคม
๏ ตระบัดได้โดยอารมณ์นางพราหมณ์ชื่นชม
ก็งำบพรายหลายหู
๏ สินบลคนปลอมปล่อยงูไว้ในพิณภู
บดินทรด้วยมายา
๏ พิณนี้ไว้ที่ไสยนาปราสาทสามา
วดีสุดาดวงมาลย์
๏ ซ่อนเงื่อนงำเงาเอางารฤๅให้รั่วราน
รหัสระมัดโดยดี ฯ
๑๔ ปางนั้นมเหศรมหามหิบาลธาตรี
เสด็จเสวยสุขารมณปรีดิสวัสดิ์ศวรรยางค์
๏ ด้วยสามาสุดาวิมลลักษณ์วรอัคอนงค์นาง
เวรเวียนจำเนียรรสวรางค์อนุกรมนิยมมา
๏ วันเวรนเรนทรผธมสุขรมย์ณปรางค์ปรา
สามาวดีรตนภาสกรสนธยากร
๏ โสรจสรงสุธารสสุคนธวิมลอาภรณ์
ทรงขรรค์วิเชียรวิชยบวรรัตนปาทุกาธาร
๏ มาคัณฑิย์พราหมณ์กมลโมห์ทุฐโทษสามาญ
แกล้งกล่าวกระลำภรวิการอภิวันททานทูล
๏ ข้าแต่พระเกล้านรจุฑาธิปไตยมไหสูรย์
ข้าบาทสุบินอุปัทวพูลประตยักษ์บวางใจ
๏ ขอโดยเสด็จธบริบาลบทมาลยปองไป
ใคร่เฝ้าพระอัคอรไทยทิพยลักษณโดยงาม
๏ ทรงฟังก็โสมนัสในมธุรายุพาพราหมณ์
ไป่อวยดำรัสวัจนปรามก็ยุบาทด่วนดล
๏ กานดาทิชาก็อนุพันธภิรุยหไหรญ
เมียงหมอบระเมียรยุบลกลประดิพัทธภักดี
๏ สามาวดีทฤศนาก็ปมาคะนัณฑีย์
ไป่เกี่ยงทุเผ่ากุลอรีปฏิภาณะสุนทร
๏ ฉันเชษฐภคินีสนิธมธุรจิตตเอมอร
แผ่ผ่อนอภัยอธิกรณ์บุรพภาคยภินทา
๏ มาคัณฑิย์พงศ์ปศวิปองจิตต์จองจำนงพา
ธาทอดเสน่ห์สนิธปรารภการและเห็นการ
๏ สมปองก็ร้องอสรพิษทุจริตสามาญ
ในพิณมลากจิตต์วิจารณกิจนี้จะใครทำ
๏ ทรงฟังบหวังยุบลเลศรำมเหตุสุดานำ
อุบายฝ่ายอุรคจำจิตต์เนาณในพิณ
๏ หยากเหยื่อและหลายทิวัสวารดำริห์การจะไปกิน
ครั้นได้อุกาศอภยจินตนเลื้อยลิลาไป
๏ ทั่วหน้าคณานรกำนัลอัศจรรยภิตไภย
ราชาวะว้าจิตต์บใจสติตกบตื่นตน ฯ
๑๒ กษณองคอุทเยนทรนเรนศวรยล
สัปกัณหวิกล-วิรุธหฤไทยทัย
๏ ก็ดำรัสสิหนาททุรชาติชนใด
บมิย่านภยใจทุฐจิตต์ทรนง
๏ และฤนำอุรคาพิษมาและประสงค์
ชิวกูภุวะทรงยุติธรรมจำราย
๏ ดุระสามวดีมหิษีวิยสาย
จิตต์เจ้าและจะทายทุรลักษณใคร
๏ ธุระสรรพและการสิธิภารไฉน
บมิเมิลและบใจกิจปวงบมิปอง
๏ คณนาฏประจำงารบริบาลก็สำรอง
แต่ละเจ้าบมิหมองกลเลศลเลิง
๏ วิยเราขัติยาทุพลาฤทธิเริง
และฤหมิ่นพลเพลิงดุจเม่าจะมลาย
๏ ผิบได้ทุรคดทุรยศถวาย
คณนางก็จะวายชนมาบมิคง ฯ
๑๑ สามาจุลาลักษณสำนักอนงค์ยง
ฟังกรุงกษัตริย์ทรงบริภาษบรรหาร
๏ กริ้วกราดพิฆาฏโทษพิโรธฤทธิเพียงกาล
นาคราชพิษพาลก็พิลาปทูลสนอง
๏ ข้าแต่จุฑาธเรศวรเดชปกปอง
เพียงฉายฉัตรทองทำนุเกศการุญ
๏ ข้าไร้บิดรมาตุรอาทวาดุร
พระคุณอนันต์หนุนนุปการดำกล
๏ เปนอัคชายาวรายศโสภณ
คุโณตโมดลอธุทิศสุดสรวง
๏ หมายมั่นกตัญญูกตเวทิบาทบวง
โดยธรรมโดยคลวงสัตยสุจริตธรรม์
๏ ตรวจตราคณางารประจำการทั่วกัน
ไป่ได้ประมาทวันบริรักษไตรตรา
๏ พิณเทพยารักษตระศักดิเดชา
ฤๅทีฆะมายาทุจริตจัณฑาล
๏ อาไศรยณในพิณจิตต์จินตนาผลาญ
ข้าชีพเดียวดาลจะพินาศเนืองใน
๏ แท้เวรวิบากบรรพ์สารพันจะเปนไป
ความจริงบจริงใจจะพยานก็ยากความ
๏ การนี้ก็การตัวจะบชั่วจะใครตาม
สัจจาพยายามทิพยาจะหยั่งยล
๏ ข้อเคืองณเบื้องบาทนรนาถสากล
โทษาก็ควรชน-มม้วยด้วยอาชญา
๏ จงทรงวินิจไฉยวิไนยกษัตรา
เยี่ยงยุติธรรมาบุรพบทบรรยาย ฯ
๑๖ อุทเยนทรฟังสารสายสุดาดวงถวาย
นุสนธิเสร็จสารา
๏ เคืองขัดดำรัสบัญชาดูราสามา
อะสัตย์วิบัติแบบบรรพ์
๏ ร่วมจิตต์ร่วมคิดการกันกับเหล่ากำนัล
แลซ่อนซึ่งเงื่อนงำเงา
๏ ปล่อยงูอยู่ในพิณเราหวังใจจักเอา
ชีพิตม้วยด้วยแรง
๏ เสียแรงรักใคร่ไป่แคลงเล่ห์ลิ้นลมแสลง
มาพร้องก็เพราะเหมาะคำ
๏ การนี้จักชี้ใครทำโมงยามประจำ
รวังรไวเวลา
๏ ปรางค์ในใช่ใครไปมาในที่ไสยา
สรพรักสุรางค์นางใน
๏ จักควรปรึกษาเยียไฉนควรเจาะเอาใจ
มาผ่าออกดูดวงดี
๏ สรวงศาลเสื้อเมืองพลีปฐมกรรมวิธี
เสดาะเสดียดเสียขวง
๏ ซั้นสั่งแวงวังทั้งปวงอาญากระทรวง
แลนำพระอัคชายา
๏ อันเตบุริกบริจาห้าร้อยออกมา
ระเบียบยังฉานดาลดู
๏ ทรงสหัสสถามธนูกรก่งแล้วยู
รยาตรยังแก้วเกยทรง
๏ สมเด็จพระอาริยอนงค์สังขารธรรมปลง
อริยมรรคคัญญาณ
๏ โอวาทไวยาวัจการอนิจสันดาน
เปนองคเอกกัตมา
๏ เจริญพรหมวิหารเมตตาบรมขัตติยา
แลพราหมณมาคัณฑีย์
๏ อโหสิอไภยเพรีรำงับอินทรีย์
กำหนดอนิจสัญญา
๏ บัดท้าวสาดศรศักดาพันลึกโลกา
ก็เพี้ยงพิภพทำลาย
๏ ศรศาสตรบมิบาดบัดกลายประทักษิณสาย
สมรตรีวารวง
๏ ผินหน้าจะประหารองค์อุเทนทรทรง
ตระดกตระดาลอัศจรรย์
๏ ภิตภัยมจุราทัณฑ์ทันถ่อมองค์อภิวันท์
ประนมพระหัตถ์ตรัสขมา
๏ อ้าแม่จงมีเมตตาผู้พี่อภิชา
อันห้อมกมลโมห์มุนท์
๏ บมิรู้คุณแม่มีคุณประทุษฐทารุณ
แลแผลงซึ่งศรสังหาร
๏ ศรทรงอันอวิญญาณยังแสดงอาการ
อัจฉริยายิ่งยล
๏ แต่นี้พหน้าขอตนทำนักนฤมล
จงผ่อนแก่พี่พ้นตาย
๏ เทพีเห็นท้าวกระวายสังเวชใจหาย
ก็โอนอำนวยอธิกรณ์
๏ มธุรจิตต์ในองค์อดิศรลูกศรรอรอน
ก็ลงระเบียบโดยบรรพ์ ฯ
๑๕ นิกรนรอเนกนันต์มาตยาพรรค์พยารี
๏ นิกรนครคฤหบดีเวสเขวีพฤฒาจารย์
๏ สกลนิกรสบสถานแน่นณหน้าฉานสภาคม
๏ ทศนพระอระอุดมบุญภิเษกสมมหัศจรรย์
๏ นิกรนรอภิวันท์โฆษนาสรร-เสริญคุณ
๏ พระอรบวรอดุลย-สบจิตต์บุญก็บูชา
๏ นิกรนครโลกาโปรยสุมาลย์สาธุกาการ
๏ ธุชปฎกก็โบกบานสรวงพระสมภารถวายพร
๏ กุลหลนรศัพทสรทั่วทิศาดรกรเกริกไหว ฯ
๑๔ อุเทนทร์นเรนศรนรินทรปิ่นผไทไกร
ชื่นชมภิรมย์ฤทยในวนิดายุพาพาล
๏ ชวนเชิญดำเนิรนุชลิลาสณประสาทถกลกาญจน์
เกลากล่าวกถามธุรสารสุวภาพแก่กัน
๏ นางท้าวก็ขอพรนิมนต์ทศพลญาณอัน
กับสงฆ์ภุตากิจนิรันต์ธก็โดยมโนนาง
๏ สั่งสังฆการิยอำมาต-ยาราธนพุทธางค์
ห้าร้อยภิกษุสุทธิศิลางค์ภุตกิจณในวัง
๏ สามาวดีอริยวงศอนงคทั่วทัง
สรรค์สุปพยัญชนวรังรสเรกถวายทาน
๏ ราธนามหากรุณิฉันนิจรันต์ณราชฐาน
ใช่พุทธนิไสยบุรพกาลก็นุญาตพระอานนท
๏ วันหนึ่งบุเรฉัตรอุไทยอุทเยนทร์ธราดล
อวยพัสตรสาฎกวิมลคณนาฏถ้วนนาง
๏ สามาสุรางค์คณพุพาปริยามโนตมางค์
จบเหนือศิโรตมก็วางปรตยาคจำนงถวาย
๏ แด่องค์พระองค์บวรพุทธอุปัฏฐากทุกกาย
อานนทรับหทยหมายนุเคราะห์กรุงกษัตรา
๏ ท้าวยลฉงนจิตต์ประภาษพจนาทบุจฉา
ว่าข้าแต่พระสมณอาริยบุตรรังธรรม์
๏ โยมยินนิไสยวินยกิจบรรพชิตเสลขกรรม์
ผู้เจ้าและเอาสัตรอนันตกิจนี้จะกลใด
๏ ขอถวายพระพรวรบพิตรมหิทธิเกรียติไกร
พุทธานุญาตสังฆวินัยดุชราชบรรหาญ
๏ ทายกบัติคาหกวราวิคหาพอควรการ
อาตมานุเคราะห์สาฎกทานบริสุทธิเอามา
๏ ไว้เพื่อจะเผื่อสมณพรรค์พรหมจรรยกัปนา
ขาดไตรจีวรและจะบูชาวรโพธิเจดีย์
๏ อีกอุทกานหศรบงและจะปลงที่เศษมี
เปนผ้าจะตรองอุทกชีบริสุทธศีลฉัน
๏ ถึงขาดอุจาดบพอจะเย็บก็จะเก็บประมวญกัน
สำหรับจะกวาดบวรคันธกุฎีวิหารลาน
๏ ยับเยินและเกินกลจะเอาก็จะเผาประกอบการ
รักทาผนังวรวิหารปฏิสังขรซ่อมแปลง
๏ แผ่ผลอุทิศกลปนานุปการดั่งแสดง
ใช่หวังวรามิษแสวงจะสะสมประสงค์ตน ฯ
๑๖ เสาวนาเถรวาทยุบลอรรถาวิมล
มโนวินิจเปรมปราณ
๏ เบญจางคภิวาทตรีวารสั่งภัณฑาคาร
กุษฐาพัสตราภักดี
๏ นำสาฎกส่วนซ้ำมีห้าร้อยสองที
ถวายด้วยใจศรัทธา
๏ อานนทก็ทำโมทนาถวายพระพรลา
นิวัตินิวาสครรไลย
๏ พร้อมหมู่พุทธบุตรเพไนยสำรวมโดยใจ
วิสุทธิศีลเสี่ยมสาร
๏ ปางเดือนรดูดวงมาลย์ชุมชุกตระการ
สกอเกษมสวนศรี
๏ สมเด็จจุฬาธาตรีอารภฤดี
ประพาสพฤกษ์สวนขวัญ
๏ ขุนพลเทียมพลสิบพรรค์ลั่งล่ำฉกรรจ์
ฉกาจอุกัษฐกำแหง
๏ ไล่ล้อมเสือสีหกลางแปลงกำลังรังแรง
สมรรถฉมวยหมายมนตร์
๏ จับช้างกลางเถื่อนด้วยพลแต่ตัวต่อตน
กระชากชงากงาหงาย
๏ บนเจ้าเอาเศิกมากลายข่าวเข็ญททาย
อาวุธถบองลองมือ
๏ แต่งตนต่างกันพันลือน้าวกุทัณฑ์ถือ
ธนูเสน่าง้าวงอน
๏ ทวนทองเขนทองคทาธรเสโลห์โตมร
กระบี่แลกฤชกรดไกร
๏ ขุนช้างผูกช้างเคยไชยเขนค่ำโจมไภย
แลแซรงสพัดพังคา
๏ ส่ำสารหาญศึกกล้างาบมิมันทกิริยา
ปปัดปป่วนหวนหัน
๏ ลางส่ำโตเติบตกมันท์ครหึมครึมครัน
ทลวงทลึ่งถึงแทง
ลางส่ำบำรูรณแรงถีบฉัตรวัดแวง
ทังขวาแลซ้ายส่ายเสย
๏ ผิดหมอจำคอขี่เคยสลัดห้อเลย
แลถอนชนักชักขา
๏ เครื่องมั่นกัลเม็ตตรึงตราขอรับขอลา
ประจำสำหรับรับรอง
๏ สองหูภู่งารัดทองข่ายแก้วปกตระพอง
ผ่านหน้าปคนซองหาง
๏ ยาบยาบแพนยูงแหย่งกลางเขนเขียนทองวาง
อาวุธแต่งต่างกัน
๏ นายหมอคุมขอคอยฟันควาญนั่งบังคัล
ใส่เกราะกระหมอกเขียนดำ
๏ นายกลางถือหางยูงรำอาวุธจำนำ
แลเงื้อฉง่าง่างอน
๏ นายม้าผูกอัศวาภรณ์ม้าแม้นอัสดร
สินธพอาชาไนย
๏ พ่วงพีขี่ขับว่องไวสงครามพิไชย
พิชิตอรินทรหลายปาง
๏ เท้าเบาเทียมเท่าบัวบางไวแว่นแล่นลาง
อสนีแวบวาบสาย
๏ นายทรงหมวกมาศเกราะกรายเศียรคตสพาย
ธนูถนัดทวนยอง
๏ บางหมู่หอกคู่เขนทองบ้างเงือดง้าปอง
สีหนาทแลเหน็บกฤชไกร
๏ นายรถเร่งเทียมเวไชยกงกำไกไว
ดั่งจักรอันกวัดแกว่งปาน
๏ โตกตั้งกระจังปริยานทูบเพลาแอกอาน
บัลลังก์กนกตรีเตริน
๏ บุษบกพิมานแมนเมิลงามงอนอ่อนเดิร
แลธงสบัดปลายงอน
๏ เทียมด้วยโกมุทอัสดรเทียบท่าภูธร
ยังเกยแลคอยเวลา
๏ รถประเทียบเรียบริ้วรัถยาแลล้นเหลือตา
สรทื้นสำเนียงหฤหรรษ์ ฯ
๑๔ รอนรอนทิพากรอุไทยอำไพพโยมพรรณ
โกกิลซรซั้นสรจำนัญจ์เสนาะเสียงจำเรียงโรม
๏ ย่ำรุ่งอรุณรัศมีนฤบดีผไทโกรม
วาสุละทัตรวิมลโฉมทิพลักษณเอกองค์
๏ ขัดศรีฉวีวรรณวิมลสวคนธ์สำอางสรง
แสนสาวสุรางค์คณอนงค์ชำนิในนักงารงาม
๏ สนับเพลาวิภูษิตวิเศษนิขเลชสังเวียนวาม
รัดองค์อลงกจุกะรามรัตพัสตรผจงทรง
๏ นางกษัตริย์ปรัดพักตรประไพวิไลยเพ็ญประพิมวง
ภูษิตสไบวิจิตรลงกฎกาญจนเกยูร
๏ ฉลองศอสังวาลวรกษัตริย์นวรัตนเรืองจรูญ
ทับทรวงและตาบทิศพิฑูริย์พาหุรัตน์ทองกร
๏ สร้อยสอิ้งสังวาลบวรเวทศิรเพฐกรรณเจียกจร
ธำมรงค์ประภัศรบวรวิยเทพเทพี
๏ อาภามหาพิชยมงกุฎรัตนรูจี
ธำมรงคทรงนัขธรีวรขรรคลีลา
๏ ยังเกยวิบุลยภิรุยห์รถรัตนาภา
ด้วยองค์วธูทิพยวาสุละทัตรพงางาม
๏ รถประเทียบอนงคนิกรบทจรระเบียบตาม
โยธาพลาพลพิรามก็สรล่มสล้ายสลอน
๏ ฆ้องกลองซซ้องสทประนังดุริยสังขแตรงอน
เครงครื้นสทื้นภพอำพรอรณพคนองฟอง
๏ มืดมัวโพยมพยุหพยับชระอ่ำอับธุลีลออง
แลพลและพาหนะตระกองกลสายชลาไหล
๏ หน้าถึงทวารอุยานยั้งพลหลังก็ยังไกล
เยียดยัดขนัดนิกรไกรระรวดรัถยาคลา
๏ ถั่นถึงก็เทียมรถประเทียบระเบียบเกยดั่งเคยมา
นำหมู่อำมาตยคณาพลเหล่าทหารหาญ
๏ เรียบรอบอุยานวนพิทักษ์บริรักษรอบการ
ปลงรถคชาอศวยานบริเวณระวังวง
๏ ปางองค์อุเทนทรมหาขัติยาทิพาพงศ์
ถึงสวนก็ชวนอรรคอนงค์และสุรางคนางใน ฯ
๑๑ ยุรยาตรประพาษชมรุขรมย์หทัยไท
นานาสุมาไลยกลแกล้งวิจิตรผจง
๏ การะเกดพิกุลกรร-ณิกาและกาหลง
สายหยุดประยงคุ์ยงรสเร้าตระอรอร
๏ สร้อยฟ้าสุรามฤตย์และสลิดสลับสลอน
นางแย้มแย้มเกสรสุรภินทรสคนธ์
๏ ลำดวนพิโดรดาษชุมนาดจำปีมณ
ฑาสาระภีปนมลิเลื้อยและลาวัณย์
๏ โกฎแก้วกระลำภักกุหลาบลักกจั่นจันทร์
อำภณอำภาพรรณและรำจวนลำเจียกจวง
๏ สรรพาผกาชาติรดะดาษระดูดวง
เคลื่อนผลผกาพวงวิยจิตรลดาวัน
๏ กำนัลอนงค์น้อยก็สั่นสอยและชิงกัน
ลางล่าบมาทันก็วอนง้อและขอชม
๏ สาวทรงก็วงชายชรเมียรม่ายชรเมียงคม
เด็ดดอกลำดวนดมกลแกมยแย้มยวล
๏ ชานเช่นและเห็นทีก็ระรี่ระริกสรวล
บุ้ยบ้ายกระบวรชวนสุขเกษมสรวลเส
๏ สายันหเพลาขัตติยาบราเม
วาสุละทัตรเทวยุพาพงางอน
๏ หยุดพักสำนักนั่งสมิบฝั่งสระโบษขร-
ณีแลชโลธรจรชลแลหลาย
๏ หมู่มัตสยานามคณาอเนกกาย
แฝงฝั่งสรพังชายชำเราะลางและเลมไคล
๏ แหทองท่องท้องชลลเวงวลและพ่นไพร
ชวาดชแวงไวฉวีแหวกลแวกเวียน
๏ สลิดสลาดแสลบและแป้นแปบตะพงเพียน
นนทรีกระดี่เดียรระดะดาและม้าหมู
๏ แก้มช้ำช้ำชายชอกคางเบือนบอกหมอมาดู
โห้เหวกระทิงทูขะเหม้าหมึกโหมงโกรยกราย
๏ ซ่อยซ่าซิวสูบเสือขาวเข็มเขือและข้างลาย
ด้องดุกชะโดสวายคละคล่ำคลาชลาสินธุ์
๏ บัวเบญจนาพรรณสตบรรณสลับลิน
จงสัตบงนิลลุสะบลอุบลบาน
๏ ตูมตั้งและบังใบระรำไรณในธาร
ยั่วแย้มผกากาญจน์รสเร้ารำเพยขจร
๏ แมลงภู่แมลงผึ้งคละคลอคลึงลอองอร
โกสุมภเกสรก็จำรายณสระสรง
๏ พระพายรำเพยคนธอุบลตระบอกบง
กชแก้วกำจรจรงมนนาถหฤหรรษ์
๏ เสร็จชมสโรชาสุริยาก็สายัณห์
ชวนองค์พอูลอรรควเรศสุดามาลย์
๏ สถิตยังพิมานมาศวรราชอุทยาน
สุรางคบริพารวิยอินทรอับสร ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ