ตอนที่ ๖ ลักษณวงศ์พบพระมารดาที่เมืองมยุรา แล้วเชิญเสด็จหนีออกจากเมือง

๏ ปางสุวรรณอำภาสุดานาฏซึ่งเป็นราชมารดาพระทรงศร
จำเดิมแต่โอรสนิราศจรให้อาวรณ์โศกศัลย์พันทวี
ไม่เป็นอันบรรทมได้เต็มเนตรแสนเทวษกำสรดกันแสงศรี
เสวยแต่ชลนาทุกราตรีจนล่วงตียามสามจึงไสยา
เมื่อจะพบลูกเธอเสมอเนตรเยาวเรศโหยหวนรำจวนหา
พอตีถ้วนเก้าทุ่มนาฬิกาจอมสุดาแน่นิทรสนิทครัน
พอดาวเดือนเลื่อนลับลงอับหมองกระเหว่าร้องเสียงไก่สนั่นขัน
เทพเจ้าซึ่งเป็นเจ้าแห่งเทวัญถนอมขวัญดลดวงพระทัยนาง
ให้นิมิตว่าได้ทรงซึ่งแหวนเพชรแล้วเสด็จองค์เดียวให้อางขนาง
เที่ยวดำเนินเดินดงจนหลงทางแล้วโศกามากลางพนาลี
ยังมีเหลือบหินชาติฉกาจสัตว์บินมากัดนิ้วก้อยนางโฉมศรี
นางสะบัดหัตถาไปทันทีธำมรงค์วงนี้กระเด็นไป
เที่ยวแหวกหญ้าหาแหวนไม่เห็นแหวนก็ยิ่งแสนโศกานํ้าตาไหล
เที่ยวเดินดงหลงทางมากลางไพรเข้าอาศัยบรรพตาเอกากาย
นางเพ่งดูพระพายในพื้นฟ้าให้โหยหาแหวนก้อยที่ลอยหาย
ตั้งพระเนตรคอยวงธำมรงค์พรายพอพระพายพัดธำมรงค์มา
ดูลอยลมลิบลิบมาลิ่วลิ่วเข้าสอดสวมเอานิ้วพระหัตถา
ดีพระทัยเหลือที่จะปรีดาแล้วลินลามาพบหนทางตรง
เสด็จเข้าธานีบุรีราชขึ้นปราสาทนพรัตน์จำรัสระหง
พร้อมด้วยเหล่าสาวสนมบรมวงศ์บำเรอองค์บำรุงรักษ์อยู่เรียงราย
สุดสุบินพระยุพินสะดุ้งตื่นผวาฟื้นหวาดหวั่นพระขวัญหาย
ทรงสังเกตเหตุผลแต่ต้นปลาย[๑]เห็นเชิงชายช่องลาภจะเกิดครัน
เอะลักษณวงศ์พระลูกรักจะพบพักตร์ลูกแล้วเป็นแม่นมั่น
ขอเชิญแก้วแววตาแม่มาพลันให้เหมือนฝันวันนี้เถิดลูกยา
ธำมรงค์คงเป็นพระลูกรักอันเหลือบร้ายเปรียบศักดิ์ท้าวยักษา
ซึ่งเขาใหญ่เห็นจะได้แก่พาราพระพายพานั้นเห็นจะเป็นบุญ
เข้าพารานี้ว่าจะคืนเมืองพรหมทัตเธอจะเคืองพระทัยวุ่น
เห็นอาการลูกยาจะการุญแม่จะได้พึ่งบุญพระลูกรัก
โฉมสุวรรณครั้นคิดนิมิตแล้วพระทัยแผ้วเห็นแท้แน่ประจักษ์
เผยพระแกลแลคอยพระลูกรักวรพักตร์ผ่องเพียงพระจันทรี ฯ
๏ จะกล่าวหน่อหริรักษ์จักรพงศ์โฉมพระลักษณวงศ์ผู้เรืองศรี
ครั้งรุ่งแจ้งแสงทองส่องปฐพีก็เผ่นขึ้นพาชีเหาะทะยาน
สินธพพาคว้างคว้างมากลางเมฆแลวิเวกข้ามสมุทรไทแลไพรสาณฑ์
มาถึงเมืองมยุราพญามารเห็นสถานปรางค์มาศปราสาทไชย
แต่ล้วนแก้วแววไวอยู่พรายพร้อยละลิ่วลอยแลเทียมพระสุริย์ใส
เด่นสง่าผ่าเมฆอยู่ไรไรพระบอกให้อัสดรดูพารา
บุรีเรืองเมืองยักษ์นั้นใหญ่กว้างคนข้างล่างแลล้วนแต่ยักษา
ปรางค์ปราสาทราชวังอลังการ์ชะรอยเมืองมยุราเป็นมั่นคง
อัสดรสอนสั่งพระทรงฤทธิ์พระจงคิดตรองความตามประสงค์
เที่ยวแสวงแปลงปลอมให้แปลกองค์เห็นมั่นคงพบแม่แล้วพามา
ให้พ้นมือขุนมารสำราญจิตจึงค่อยคิดฆ่าโคตรไอ้ยักษา
พระฟังคำพาชีเห็นปรีชาชวนพญากัณฐัศว์ลงปฐพี
เข้าหยุดร่มพระไทรใบสะบัดหน่อกระษัตริย์อธิษฐานถึงฤๅษี
เสกพญาม้าทรงได้สามทีรูปพาชีเล็กเท่าแมลงวัน
เอาซ่อนสอดขอดชายพระภูษิตแล้วทรงฤทธิ์เสกศรพระแสงขรรค์
เป็นไม้เท้าดาวบสปรากฏครันแล้วผูกพันโพกเกล้าเป็นโยคี
สวมประคำทำใส่สไบเฉียงก็พร้อมเพรียงพรหมจรรย์อันเรืองศรี
จากพระไทรสาขาเข้าธานีจรลีล่วงทางมากลางเมือง
ไม่แลเมินเดินเคร่งสำรวมจิตจะฟังกิจอนุสนธิ์ที่ลือเลื่อง
จะกล่าวถึงยักษ์มารในบ้านเมืองที่เดินเนื่องตามแนวถนนใน
ครั้นแลเห็นโยคีมุนีน้อยดูแช่มช้อยผิวพักตร์ก็ผ่องใส
ทั้งสาวแก่แลดูทุกคนไปบ้างกราบไหว้ต้อนรับด้วยศรัทธา
บ้างบอกเพื่อนเกลื่อนกลาดมาล้อมกลุ้มฤๅษีหนุ่มน่ารักเป็นหนักหนา
ที่ลางคนก็นิมนต์เข้าพูดจาเจ้าคุณจ๋าเข้ามาไยในบุรี ฯ
๏ พระกุมารฟังสารพวกรากโษสเห็นปราโมทย์มาดหมายว่าฤๅษี
รับนิมนต์อสุรินด้วยยินดีเข้านั่งที่อาสนะอันควรการ
จึงแย้มเยื้อนเอื้อนตรัสกับรากโษสรูปสันโดษเด็ดบ่วงห่วงสงสาร
แต่ผู้เดียวเปลี่ยวองค์ในดงดานภิกขาจารตามกิจจงกรมมา
เห็นกรุงไกรใหญ่โตรโหฐานน่าสำราญนคเรศของยักษา
จึงทรงกรมเข้ามาชมพระพาราโมทนาด้วยประสกสีกายักษ์
ซึ่งศรัทธามานิมนต์ให้รูปนั่งรูปนี้ยังสงสัยไม่ประจักษ์
อันพระองค์ซึ่งดำรงพิภพยักษ์ชรานักหรือว่ายังกำลังแรง
พระโอรสบุตรีมีหรือไม่ที่จะได้สืบสายเป็นศักดิ์แสง
รูปสงสัยใคร่จะรู้ที่คลางแคลงโยมจงแจ้งให้กระจ่างในทางความ ฯ
๏ พวกกุมภัณฑ์วันทาพระดาบสก็บอกหมดมิได้อำในคำถาม
อันพระมิ่งเมืองมารชาญสงครามได้นางงามมาแต่ป่าพนาลี
ชื่อสุวรรณอำภาเป็นมานุษย์[๒]พระรักสุดให้เป็นมิ่งมเหสี
ถนอมนางไว้ในปรางค์จินดาดียังไม่มีบุตราธิดาดวง
พระฟังบอกออกนามถนัดแน่รู้ว่าแม่ตกอยู่ในวังหลวง
เจ้าแข็งขืนกลืนโศกไว้กลางทรวงมโนหน่วงนิ่งนึกจำนรรจา
ท่านทั้งหลายชายหญิงจงอยู่เถิดประกอบเกิดลาภนั้นจงหนักหนา
ให้ภิญโญสุขังมังคลาแล้วสิทธาเยื้องย่างตามทางไป
ผู้ใดเห็นมิได้เว้นสวาทรักฤๅษีน้อยงามนักจะมีไหน
บ้างถวายบุปผาสุมาลัยพระรับใส่ผ้าห่อจรลี
พระสุริยาสายัณห์พอยํ่าคํ่าเสียงฆ้องยํ่าหึ่งหึ่งในกรุงศรี
พระหยุดยั้งนั่งหน้าศาลารีแล้วโศกีตรึกการถึงมารดา
แต่ชาวเมืองเลื่องลือระบือข่าวว่าแม่เจ้าหลงรักไอ้ยักษา
เหมือนกุมภัณฑ์บั่นเศียรลูกมรณาด้วยแม่มาปนศักดิ์กับยักษ์มาร
แต่ใจลูกผูกเชื่อพระแม่เจ้าเห็นทูนเกล้าจะไม่หลงปลงสมาน
แล้วคิดไปแม่ไม่อาลัยลานไหนขุนมารจะเอาไว้ในไพชยนต์
จำจะไปให้ถึงแม่ทูนหัวถึงดีชั่วก็จะแจ้งในเหตุผล
แม้นเหมือนคำไพร่ฟ้าประชาชนลูกจะด้นดำดินให้สิ้นปราณ
จึงปลดเปลื้องเครื่องแปลงแล้วปลุกม้าให้กายาโตใหญ่ด้วยใจหาญ
กุมพระขรรค์ศรทรงองค์กุมารเผ่นทะยานขึ้นพญาอาชาพลัน
อัสดรถอนกระทืบแล้วถีบโถมลอยโพยมเข้าในมไหศวรรย์
ถึงยอดปรางค์กลางวังท้าวกุมภัณฑ์ลงยืนยันเหยียบยอดปราสาทยักษ์
พระกุมารอ่านวิทยาเวทเดชะเดชพระมุนีผู้มีศักดิ์
สะกดพวกอสุราพญายักษ์ไม่ฟื้นพักตร์หลับเอนระเนนนอน
ทั้งวังเวียงเสียงกรนออกโครกครากเหมือนศพซากกลิ้งแข็งดั่งท่อนขอน
สงัดเสียงอสุราประชากรพระชักแก้วอัสดรลงปรางค์พลัน
จึงตรัสสั่งม้าทรงอันยงยิ่งพี่ยืนนิ่งอยู่แต่นอกอย่าผายผัน
พระสั่งพลางทางสะเดาะทวารพลันกรายพระขรรค์เยื้องย่างเข้าปรางค์ทอง
กระจ่างแจ้งแสงอัจกลับ[๓]แก้วดูผ่องแผ้วโสภีไม่มีสอง
เป็นชั้นชั้นกั้นสายวิสูตรทองกระหนาบช่องฉากตั้งกำบังไฟ
แกว่งพระขรรค์ฟันสายวิสูตรขาดเห็นนางนาฏนักสนมนอนไสว
ระเนนหลับทับกันเป็นหลั่นไปแสงโคมไฟส่องหน้าเป็นนวลคม
ขวดนํ้ามันคันฉ่องกระเหม่าไต้เจ้าเสี้ยมไม้น้อยน้อยไว้สอยผม
ที่ลางนางนอนสนิทลืมปิดนมทัดยาดมหลับอยู่กับหูนาง
บ้างเล่นเพื่อนเบือนกายให้เพื่อนกอดประสานสอดกรเกี่ยวไม่ไกลข้าง
นาสิกเสียดเบียดชิดอยู่ติดปรางจับนมนางบ้างหลับประทับกัน
บ้างละเมอเพ้อพูดถึงชายชู้น่าอดสูที่มันฉวยผ้าห่มฉัน
บ้างหลงกอดสอดคลำขยำกันจนผ้าพันหลุดเลื่อนออกจากตัว
บ้างละเมอเพ้อคว้าเที่ยวหาหวีไปเที่ยวลี้เพื่อนกันแล้วสั่นหัว
บ้างละเมอตื่นนอนใส่กลอนครัวจะแต่งตัวลายช่อไปล้อชาย
บ้างจับผ้าคลำคลี่แล้วตีอกเอะกระจกวางไว้ไปไหนหาย
บ้างละเมอเพ้อว่ากับผู้ชายซัดแต่ลายแล้วจะล่อให้ใครตาม
บ้างนอนยิ้มริมฉากทำปากจุที่นอนดุป่ายปีนเอาตีนข้าม
บ้างกัดฟันกรอดเกรียวแล้วเคี้ยวกรามที่รูปงามหลงกล่าวเพลงยาวกลอน
บ้างพูดเพ้อว่าเพื่อนเขาเตือนเพลาะพานทะเลาะวุ่นวายตะกายหมอน
ที่ฝันเห็นว่าไปเล่นชโลทรละเมออ้อนว่าอย่าสาดเลยพ่อคุณ
บ้างยื่นให้บุหรี่ว่าพี่จ๊ะสูบเถิดคะดีขยันของฉันฉุน
บ้างละเมอเพ้อว่าได้การุญอย่าหวนหุนหักโหมประโลมลอง
บ้างบ่นเพ้อบอกเพื่อนว่าเบือนผันนางคนนั้นกับผู้ชายถวายของ
บ้างทะเลาะชิงชุ่นพี่ขุนทองวะหวีดร้องแล้วก็ด่าอีหน้านวล
ที่นางเคยเชยชายสบายจิตหลงนิมิตฝันเห็นว่าเล่นสวน
ละเมอชี้ให้ชู้ดูลำดวนตะกายข่วนเพื่อนกันสำคัญคิด
ลางอนงค์หลงดูว่าชู้ต้องทำปัดป้องชักผ้าเข้ามาปิด
บ้างหลงเพ้อเล่นเพื่อนเบือนเข้าชิดสะบัดบิดจนกระจกนั้นตกไป
ลางอนงค์หลงอยากเล่นหมากเก็บละเมอเปาะเคาะเล็บอยู่ไหวไหว
สบถทีว่าพี่เล่นอะไรไม่รักให้ดอกขี้ฉ้อเอาต่อตา
บ้างหลงชักจ้องหน่องน้องถนอมทำปากรอมมือชักพยักหน้า
ที่นักเลงเล่นสะแกแลสกาเสมอท้าเบี้ยรับแล้วกลับรุน
บ้างละเมอเล่นสนุกหมากรุกรบยกสินธพลงประพาดพิฆาตขุน
ก็ยกโคนขึ้นกระแทกแตกเป็นจุณทำมือวุ่นเลิกหลกหัวอกกัน
ฝูงอนงค์หลงละเมออยู่เกลื่อนกลาดพระหน่อนาถทัศนาเกษมสันต์
พระยิ้มพลางแย้มเพลินดำเนินพลันเข้าสุวรรณห้องแก้วอันแพรวพราย
แหวกวิสูตรรูดรอบทุกชั้นช่องประทีปส่องแสงสว่างกระจ่างฉาย
เห็นมารดรนอนแท่นพรรณรายพระวรกายแจ่มแจ้งด้วยแสงไฟ
พระเพ่งพิศยืนชิดอยู่ริมอาสน์พระหน่อนาถเศร้าจิตคิดสงสัย
แสนสงสารมารดาให้อาลัยชลนัยน์ไหลนองพระพักตรา
ซบพระเศียรโศกานิจจาเอ๋ยพระคุณเคยเชยลูกเสน่หา
เป็นกองกรรมวิบัติให้พลัดมาพระพักตราเศร้าซีดสลดลง
แล้วทรงฤทธิ์สะกิดยุคลบาทพระนางนาฏชนนีนวลหง
ทูลกระหม่อมจงตื่นฟื้นพระองค์ลูกนี้คงมาแล้วพระชนนี ฯ
๏ ปางพระเยาวยุพินได้ยินแว่วจะเจื้อยแจ้วจับจิตนางโฉมศรี
ผวาตื่นฟื้นสมประฤๅดีพระเทวีพิศดูกุมารา
ก็ประจักษ์ว่าเป็นอัครโอรสแสนกำสรดสวมกอดพระกัณฐา
ตรัสได้ดำเดียวว่าพ่อดวงตากัลยาก็สลบลงทันที
พระโอรสก็ระทดพระทัยหมองกรประคองพลางทรงกันแสงศรี
ให้กลุ้มกลัดอัดอั้นทั้งอินทรีย์แสนทวีทอดองค์กันแสงครวญ
โอ้พระคุณทูลกระหม่อมของลูกเอ๋ยมาละเลยลูกไว้ให้โหยหวน
มาตัดรักหักใจไม่เห็นควรมาเด็ดด่วนสู่สวรรคครร่ไล
เสียแรงลูกได้พบประสบพักตร์ไม่ทันทักลูกเลยมาตักษัย
ได้ฟังตรัสแต่สักหน่อยไม่น้อยใจช่างกระไรตัดช่องแต่พอองค์
บังเกิดเหตุเพราะลูกนี้มาเฝ้าดูดั่งแกล้งทูนเกล้าให้ผุยผง
ลูกมิมามารดาอยู่เอองค์เห็นชีวงชนนีจะยืนนาน
คิดว่าบุญมาชุบอุปถัมภ์มิรู้กรรมกลับแกล้งมาสังหาร
พระแม่ข้ามาม้วยพระชนมานลูกไม่อยู่ยืนนานให้หนักดิน
เชิญมาตัดเศียรลูกเสียยังแล้วให้ลูกแก้วดับสูญชีวิตสิ้น
ไม่รักลูกแล้วหรือพระชนนินจึงไม่ผินพักตร์เผยพระเสาวนีย์
พระรํ่าพลางซบเกศลงกับบาทฝ่าเท้านาฏนวลหงผู้ทรงศรี
กันแสงกลิ้งเกลือกไปไม่สมประดีวิสัญญีเสือกซบสลบลง
ฝ่ายเทพเทวาสุราฤทธิ์อันสถิตปรางค์มาศเรืองระหง
แสนสงสารขัตติยาวราพงศ์ให้พิศวงสวาทเพียงขาดใจ
จึงบันดาลฝนฝอยให้ฟุ้งฟ้าในเพลาจวบจวนประจุสมัย
สองกระษัตริย์ฟื้นองค์ขึ้นทันใดอรไทรับขวัญพระลูกยา
โอ้พ่อเอ๋ยแม่นี้หมายว่าตายแล้วแต่พลัดพรากลูกแก้วเสน่หา
ทุกคืนคํ่าพรํ่ากินแต่นํ้าตาด้วยยักษาพาพรากมาจากกัน
จะปลุกเจ้าเท่าไรไม่ฟื้นองค์แทบจะปลงชีพไว้ในไพรสัณฑ์
ครั้นมารดาจะมิมาด้วยกุมภัณฑ์มันจะฟันลูกให้บรรลัยลาญ
จึงจำเป็นจำทิ้งเจ้ามิ่งแม่เป็นกรรมแท้จากไปให้สงสาร
ยักษ์มันพาแม่มาในดงดานแม่ปิ้มปานตายลงในพงพี
แม่มาพบวานรที่เชิงผาฝากภูษาผ้าทรงกระบี่ศรี
หวังว่าพ่อตามหาพระชนนีได้ภูษาผ้าสีจะตรงมา
พ่อเนื้ออุ่นบุญช่วยพ่อร้อยชั่งชีวิตยังคงคืนมาเห็นหน้า
พระลูกเอ๋ยน่าสงสารพระมารดามาอยู่ในหัตถาพญายักษ์
ไม่เป็นอันแต่งองค์สรงเสวยพระลูกเอ๋ยแม่วิตกเพียงอกหัก
ถึงสมบัติสักเท่าไรแม่ไม่รักพญายักษ์ยกให้พระมารดา
แล้วขุนยักษ์รักแม่จะอภิเษกให้เป็นเอกพระสนมทั้งซ้ายขวา
แม่ตั้งสัจอธิษฐานด้วยสัจจาอสุรามิได้ร่วมภิรมย์รัก
ไฉนเล่าเจ้าจึงมาถึงนคเรศพ่อดวงเนตรจงแถลงแจ้งประจักษ์
แต่มารดามาอยู่ในเมืองยักษ์เป็นทุกข์นักกลัวว่าพ่อจะมรณา ฯ
๏ ลักษณวงศ์ทรงฟังพระชนนีค่อยยินดีเล่าความที่โหยหา
เมื่อลูกตื่นฟื้นกายจากไสยาเที่ยวแลหาชนนีไม่เห็นเลย
อันยากแค้นแสนทุกข์ของลูกแก้วสุดอยู่แล้วเจ้าประคุณของลูกเอ๋ย
เมื่อมาทางกลางไพรไม่เสบยบุญไม่เคยบรรลัยในไพรพนม
ได้เจ็ดวันดั้นเดินในไพรสาณฑ์พบฤๅษีมีหลานอยู่อาศรม
ลูกอาศัยพระก็ให้เรียนอาคมแจ้งอารมณ์การรบได้ครบครัน
พระจึ่งให้พาชีอันมีฤทธิ์ประสาทประสิทธิ์ศิลป์ศรพระแสงขรรค์
บอกทิศาให้มาเมืองกุมภัณฑ์ลูกขึ้นกัณฐัศว์เหาะจำเพาะทาง
พบลิงไพรให้ผ้าในป่าชัฏก็เร่งรัดรีบมาในป่ากว้าง
ถึงเมืองยักษีชักม้าลงหน้าปรางค์จนถึงข้างบรรจถรณ์พระมารดา
จะแก้แค้นแทนทำให้หนำจิตล้างชีวิตเสียทั้งโคตรไอ้ยักษา
เยาวมาลย์ฟังสารพระลูกยาจึงวอนว่าห้ามปรามพระทรามเชย
พ่อจะด่วนหักหาญเข้าผลาญยักษ์ลูกยังเด็กเล็กนักเจ้าแม่เอ๋ย
จะรบพุ่งชิงชัยยังไม่เคยอย่าคิดเลยลูกรักจงหักใจ
ชาติก่อนกรรมทำไว้แก่เขานี่มาชาตินี้เขาจึ่งตามมาทำได้
ใช้ชาติกันแต่เท่านั้นเถิดดวงใจพ่อพาแม่หนีไปให้พ้นยักษ์
อันรากโษสโกฏิแสนทั้งกรุงศรีล้วนฤทธีเชี่ยวชาญเคยหาญหัก
แต่พ่อกับอัสดรเห็นอ่อนนักพระลูกรักฟังแม่อย่าหมิ่นความ
เจ้าประคุณทูนเกศของลูกรักถึงมาสักโกฏิแสนไม่เข็ดขาม
ลูกเรียนรู้ครูสอนการสงครามไม่ครั่นคร้ามยักษาอย่าอาวรณ์
ถึงมันมีฤทธิรงค์ทำองอาจเศียรจะขาดลงด้วยพระแสงศร[๔]
แต่ตัวข้ากับพญาอัสดรขอราญรอนรบรับกับกุมกัณฑ์
พ่อร้อยชั่งฟังแม่เถิดลูกแก้วแม่คิดแล้วยังไม่ควรจะหุนหัน
เป็นบุญเราแม่ลูกเคยผูกพันมาพบกันแล้วมิควรจะกวนใจ
แม้นแม่ห้ามเจ้าไม่ตามอารมณ์แม่เห็นเที่ยงแท้มารดาจะตักษัย
แม้นเอ็นดูมารดาจงพาไปให้พ้นภัยอสุรีมันบีฑา ฯ
๏ ลักษณวงศ์ทรงฟังพระแม่ห้ามขืนสงครามก็จะเคืองเป็นหนักหนา
เจ้าบังคมก้มกราบพระบาทาพระมารดาห้ามแล้วก็จนใจ
เชิญแต่งองค์ทรงเครื่องให้เสร็จสรรพจะรีบกลับอย่าให้ทันปัจจุสมัย
แต่ในจิตยังคิดจะชิงชัยเห็นแม่ไปแต่งองค์ทรงอาภรณ์
พระแฝงม่านมาหน้าบัญชรรัตน์หน่อกระษัตริย์จารีกเรื่องอักษร
ให้ยักษีรี้พลไปราญรอนจะหยุดหย่อนคอยอยู่พนาวา
ลงลิขิตสารเสร็จเสด็จกลับหวังจะรับพระชนนีพันวสา
ส่วนโฉมยงองค์เทพอำภาพระนางทอดทัศนาสนมใน
แต่ล้วนข้าสาวสนิทที่ชิดบาทเคยประภาษใช้ชอบอัชฌาสัย
พระนางนาฏทัศนายิ่งอาลัยสะอื้นไห้กันแสงแสนทวี
โอ้สาวสรรค์กัลยานิจจาเอ๋ยแม่ได้เคยใช้สอยเกษมศรี
จงค่อยอยู่เป็นสุขทุกนารีแม่จักจรลีอำลาไป
ลักษณวงศ์เห็นองค์พระมารดาแสนโศกาเศร้าสร้อยละห้อยไห้
เกือบอรุณเรืองฟ้าจะช้าไปทูลพิไรจะให้รีบเสด็จพลัน
พระทูนเกล้าเล่าลูกนี้ทุกสิ่งก็เห็นจริงแล้วที่ทรงกันแสงศัลย์
หรือเคยเสวยสุขสว่างปรางค์สุวรรณจะไม่ครรไลแล้วลูกขอลา
ลูกจะคิดสงครามก็ห้ามไว้เห็นพระทัยแล้วที่ชังท้าวยักษา
เสด็จไปเถิดเป็นไรพระมารดาพระสุริยาจวนรุ่งจำรัสเรือง
พระเทพีได้สดับสะดุ้งจิตสว่างคิดที่กำสรดค่อยปลดเปลื้อง
จึงตรัสตอบปลอบไปมิให้เคืองพ่อขวัญเมืองเจ้าไม่แจ้งในใจเลย
แม่สงสารกำนัลจึ่งกันแสงพ่ออย่าแหนงข้อนั้นนะลูกเอ๋ย
อย่าให้ทรวงแม่ช้ำด้วยคำเคยพ่อทรามเชยชังแม่หรือจึ่งพาที
หน่อกระษัตริย์ฟังตรัสก็เกรงโกรธอ่อนศิโรตม์ลงประณตบทศรี
รับอภัยใส่เศียรด้วยเปรมปรีดิ์ประโลมดวงฤดีพระมารดา
แล้วเชิญชวนชนนีศรีสวัสดิ์นางกระษัตริย์รับขวัญโอรสา
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องอลงการ์ลินลามาจากแท่นสุวรรณพลัน
ถึงทวารพระกุมารร้องเรียกม้าบอกอาชาตามจริงทุกสิ่งสรรพ์
ฝ่ายพาชีดีใจด้วยแจ่มจันทร์เอาเศียรนั้นจบบาทนางเทวี
นางลูบเศียรอัสดรสุนทรปลอบแม่ขอขอบใจสินธพอันเรืองศรี
เจ้าเชื้อชายฝ่ายแม่เป็นสตรีจะขอขี่ลูกยาช่วยพาไป
อัสดรอ่อนเศียรลงจบบาทพระนางนาฏยิ้มแย้มอยู่แจ่มใส
ให้ลูกน้อยนั่งหน้าอาชาไนยนางทรามวัยนั่งหลังพระลูกยา
สินธพทรงเหาะตรงขึ้นกลางหาวพอเดือนดาวบ่ายคล้อยพระเวหา
คว้างคว้างดั่งวายุพัดพาอาชาม้าลับเมืองกุมภัณฑ์พลัน
พอรุ่งรางสว่างพื้นเวหาหนสุริยนเปล่งแสงในไพรสัณฑ์
ถึงเขาขวางกลางเนินพนมวันชื่อประจันตคิรีอร่ามงาม
กุมาราทัศนาเนินสิงขรพอจะผ่อนรับรองที่ท้องสนาม
ประกอบได้ชัยภูมิในสงครามพระโฉมงามชักแก้วกัณฐัศว์ลง
ถึงยอดเนินเชิญชนนีนาฏยัวรยาตร[๕]หยุดในไพรระหง
จึงทูลสารมารดาโดยจำนงลูกเห็นองค์อสุราจะมาตาม
ถึงจะไปไหนเลยจะพ้นยักษ์ด้วยเหนื่อยนักก็จะพลั้งลงกลางสนาม
จะผ่อนแรงแผลงฤทธิ์รับสงครามจะเข็ดขามอสุราก็น่าอาย
พระนางนาฎฟังราชโอรสให้ระทดหฤทัยนางโฉมฉาย
พระกรกอดยอดรักไว้แนบกายก็ฟูมฟายชลเนตรลงนองพักตร์
เจ้าโฉมงามทรามสวาทของแม่เอ๋ยพ่อทรามเชยลูกน้อยยังอ่อนศักดิ์
การณรงค์องค์เดียวเห็นเปลี่ยวนักพระลูกรักฟังแม่อย่าหมิ่นใจ
อันกุมภัณฑ์มันมาไม่มีน้อยล้วนนับร้อยหมื่นแสนอสงไขย
เหมือนวารีมีน้อยย่อมแพ้ไฟแม่หนักใจด้วยว่าเจ้าผู้เดียวมา
เจ้าประคุณทูนเกศของลูกแก้วรู้อยู่แล้วว่ายักษ์มันหนักหนา
สักโกฏิแสนแม้นมีให้มันมาลูกจะฆ่าเสียให้ยับระยำลง
ถึงเป็นเด็กเหล็กเพชรไม่ถอยหลังจะเจาะพังภูผาให้ผุยผง
เชิญเสด็จมารดรเข้าซ่อนองค์ในเวิ้งวงคูหาพนาลี
ลูกจะเสกแผ่นผาศิลาทับให้หลีกลับอยู่ในหว่างคิรีศรี
อย่าทัดทานการศึกจะเสียทีแค้นคราวนี้พ่างเพียงหัวอกพัง
นางฟังลูกผูกแค้นไอ้ขุนยักษ์จะหน่วงหนักห้ามปรามไม่ถอยหลัง
ให้สุดจิตสุดคิดสุดกำลังมิตามมั่งลูกน้อยจะน้อยใจ
นางกอดจูบลูบไล้ประโลมปลอบพ่อเห็นชอบแล้วก็ตามอัชฌาสัย
คิดว่าแล้วก็ให้แคล้วแล้วกันไปพ่อจะใคร่สงครามก็ตามที ฯ
๏ พระฟังสารมารดาไม่ข้องขัดหน่อกระษัตริย์ปรีดิ์เปรมเกษมศรี
ศิโรราบกราบบาทพระชนนีอย่าช้าทีกุมภัณฑ์จะตามมา
เจ้าทูลพลางทางจูงแก้วกัณฐัศว์สองกระษัตริย์เสด็จเข้าในคูหา
ดูกว้างขวางว้างเวิ้งเพิงศิลาทัศนาเพลิดเพลินเจริญใจ
ถึงกลางถํ้ามีแท่นแสนสะอาดดูโอภาสเพิงผาน่าอาศัย
เห็นชอบกลพ้นพวกอรินภัยสำราญใจเชิญชวนพระชนนี
ให้ทรงนั่งเหนือบัลลังก์ศิลาลาดเจ้ากราบบาททูลสั่งนางโฉมศรี
ลูกจะกลับออกไปรับอสุรีพระชนนีจงสถิตในถํ้าทอง
อย่าหวาดหวั่นพรั่นพวกไอ้รากโษสถึงแสนโกฏิมันจะมาให้กึกก้อง
เหมือนแมงเม่า[๖]เข้ากลางอัคคีกองให้เลือดนองลงเหมือนน้ำในลำธาร
นางรับขวัญรำพันพระพรให้เดโชชัยสุทธิแรงกำแหงหาญ
จงกำจัดสารพัดที่ภัยพาลให้หมู่มารม้วยมิดด้วยฤทธา
ชุลีกรรับพรขึ้นใส่เกล้าพระแม่เจ้าจงสำราญในคูหา
แล้วตั้งพักตร์ทักษิณพระมารดาได้สามคราตามธรรมเนียมประเพณี
เจ้าออกจากปากถํ้าที่สถิตเสกผนิด[๗]ด้วยพระเวทอันเรืองศรี
แล้วสำเร็จเสด็จมากับพาชีขึ้นอยู่ยอดคีรีสำราญกาย
ลมระเรื่อยเฉื่อยเชยมาชื่นชื่น[๘]ภิรมย์รื่นอยู่ริมเพิงศิลาผาย
กับพญาม้าแก้วผู้เพื่อนตายเขม้นหมายคอยท่าพญามาร ฯ


[๑] สมุดไทยเลขที่ ๑๓ ว่า “ทรงระลึกตรึกตรองทำนองทาย”

[๒] มานุษย์ = มนุษย์

[๓] อัจกลับ = ไฟชั้น โคมแขวนมีพู่ห้อย

[๔] สมุดไทยเลขที่ ๑๔ ว่า “เศียรจะขาดลงด้วยคมพระแสงศร”

[๕] ยัวรยาตร = ยวรยาตร แผลงมาจาก ยุรยาตร

[๖] แมงเม่า = แมลงเม่า

[๗] ผนิด แปลว่า ปิด

[๘] สมุดไทยเลขที่ ๑๔ ว่า “ลมระเรื่อยเฉี่ยวฉิวมาชื่นชื่น”

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ