ตอนที่ ๒ ท้าวพรหมทัตตรัสสั่งประหารพระมเหสีและพระราชโอรส แต่เพชฌฆาตปล่อยไป

๏ พระฟังถามความแค้นให้แน่นจิตดังปืนพิษปักทรวงให้สังขาร์
ก็เพราะเพื่อผลกรรมได้ทำมาพระโกรธากระทืบบาทตวาดไป
หญิงกาลีดีแต่จะล้างผัวนี่บุญตัวจึงได้รอดไม่ตักษัย
มึงเชื้อชาติอุสรีขินีไพรจะว่าไปเล่าก็อายแก่เสนา
เสียแรงหวังตั้งจิตพิศวาสไม่รู้ว่าชาติมึงเป็นหญิงแพศยา
ให้ยักษ์แกล้งแปลงเพศ[๑]เป็นกวางมาอสุราบอกกูจึ่งรู้ความ
นี่บุญช่วยจึงได้ม้วยแต่ม้าแก้วกูรู้แล้วมึงอย่าพักมาทำถาม
เลี้ยงไว้ไยหญิงใจกาลีลามจะเกิดความครหาทั้งธานี
พระตรัสพลางทางสั่งเพชฌฆาตไปฟันฟาดเสียที่ริมคิรีศรี
สงสารองค์นงนุชสุดสัตรีเจ้าโศกีสวมกอดพระบาทา
ประทานโทษโปรดถามเนื้อความมั่งเมียนี้ยังไม่รู้จักกับยักษา
แม้นพวกเพื่อนมีเหมือนพระบัญชาจะเข่นฆ่าแค้นเคืองก็ควรการ
พระเลี้ยงน้องไว้ในห้องปราสาทศรีทุกเดือนปีมิได้คลาดราชฐาน
เมียมิได้รู้จักกับยักษ์มารจงโปรดปรานสืบสอบให้สมควร ฯ
๏ พระฟังนางยิ่งระคางพระทัยแค้นพระทรวงแน่นเฉียวฉุนให้หุนหวน
ชะน้อยฤๅถ้อยคำเป็นนํ้านวลแต่แล้วล้วนไม่แจ้งว่าแกล้งพาล
กูรู้เช่นเห็นแน่กระนี้แล้วทั้งม้าแก้วก็บรรลัยอยู่ไพรสาณฑ์
ทั้งสมคำไม่ต้องนำสืบพยานไปประหารเสียอย่าไว้ใจกาลี
เยาวมาลย์ฟังสารโองการตรัสสองพระหัตถ์ข้อนทรวงนางโฉมศรี
อภิวาทวอนว่าพระสามีโอ้ครั้งนี้พระไม่อาลัยเมีย
น้องขอผัดตั้งสัตย์พิสูจน์ถวายแม้นเห็นร้ายแล้วจึงให้ประหารเสีย
ถึงดำนํ้าซํ้าลุยพระเพลิงเลียความสัตย์เมียจะถวายให้หายแคลง
แม้นยักษีว่ามณีอยู่ในท้องจะฟันน้องเอามณีไม่มีแหนง
นิจจาเอ๋ยพระไม่เคยระแวงแคลงเป็นกรรมแกล้งจะมาล้างให้วางวาย
นางกลิ้งเกลือกเสือกองค์ลงกับบาทภูวนาถมิได้ตรัสด้วยโฉมฉาย
นางวิงวอนพระยิ่งค่อนเคืองระคายพิโรธนายเพชฌฆาตไม่ฟาดฟัน ฯ
๏ สงสารลักษณวงศ์องค์กระษัตริย์เห็นท้าวตรัสจะให้ฆ่าแม่อาสัญ
วิ่งเข้ากอดมารดาแล้วจาบัลย์กันแสงศัลย์รํ่าไห้อยู่ไปมา
สะอื้นพลางทางถามพระบิตุรงค์ด้วยพระองค์ยังอ่อนพระชันษา
จะให้เขาสังหารพระมารดาพระแม่ข้าผิดพลั้งเป็นอย่างไร
พรหมทัตมิได้ตรัสกับลูกรักพระวรพักตร์มัวหมองไม่ผ่องใส
ฝ่ายพวกเพชฌฆาตอนาถใจเห็นท้าวไทมิได้โปรดซึ่งโทษทัณฑ์
จะรอรังก็ระวังระแวงผิดจึงเข้าชิดเชิญองค์นางจอมขวัญ
กรรมของแม่แน่แล้วอย่าจาบัลย์จงตั้งมั่นภาวนาจะพาไป
นางฟังเพชฌฆาตเพียงขาดจิตเห็นสุดคิดแล้วก็ทรงกันแสงไห้
พระกรกอดลูกยาโศกาลัยพ่อจะไม่เห็นแม่แล้วลูกรัก
เพชฌฆาตเขาจะพาไปฆ่าฟันเป็นเวรามาทันเห็นประจักษ์
สองพระกรข้อนทรวงเข้าฮักฮักกอดพระลักษณวงศ์เข้ารํ่าไร
สะอื้นพลางทางทูลพระภัสดาพระจะฆ่าเมียเสียให้ตักษัย
เป็นเคราะห์กรรมก็จำจะบรรลัยขอฝากลูกน้อยไว้ใต้บาทา
แล้วกลิ้งเกลือกเสือกกายสายสมรสองพระกรกอดองค์โอรสา
ลักษณวงศ์สงสารพระมารดาเจ้าโศกากอดบาทพระบิตุรงค์
ลูกขอโทษโปรดชนนีไว้อย่าฆ่าให้แม่ม้วยเป็นผุยผง
แม้นแม่ตายลูกจะวายชีวาลงพระบิตุรงค์จงโปรดซึ่งโทษทัณฑ์
เจ้าวอนพลางทางทรงสะอื้นไห้ท้าวมิได้เบือนแลแต่ผินผัน
เพชฌฆาตกลาดกลุ้มเข้ารุมกันก็ผายผันพามายังคีรี ฯ
๏ แสนสงสารพระกุมารโอรสาเห็นเขาพาแม่ไปในไพรศรี
วิ่งผวามาตามพระชนนีเจ้าโศกีกอดนางไม่วางกร
ลูกขอโทษพระไม่โปรดปรานีให้จะบรรลัยด้วยพระแม่ในสิงขร
นางฟังคำลูกยายิ่งอาวรณ์ประคองกรกอดลูกโศกาลัย
เป็นกรรมแล้วแก้วตาของแม่เอ๋ยไม่เหลียวเห็นใครเลยจะแก้ไข
ชีวิตแม่นี้จะวางอยู่กลางไพรเจ้ากลับไปเมืองเถิดนะลูกน้อย
แต่แม่นี้มีกรรมจำจะม้วยอย่าตายด้วยแม่เลยนะยอดสร้อย
สั่งพลางทางกอดพระลูกน้อยชลเนตรหยดย้อยลงโซมองค์
พระโอรสกำสรดกันแสงไห้อนาถในหิมวาป่าระหง
สะอื้นอั้นกันแสงทั้งสององค์สลบลงยังพื้นพสุธา
เพชฌฆาตกลาดกลุ้มเข้าแก้ไขบ้างตกใจด้วยองค์โอรสา
บ้างเชิญนํ้าอมฤค[๒]ธารามาสรงสองกระษัตราก็ฟื้นกาย
เพชฌฆาตปลอบองค์นางนงลักษณ์แม่อย่าโศกเศร้านักเลยโฉมฉาย
เมื่อถึงกรรมแล้วก็จำจะวอดวายอันความตายนั้นไม่พ้นทั้งธรณี
แข็งพระทัยให้ประทังอย่าพลั้งผิดอุตส่าห์คิดถึงคุณพระชินสีห์
สุริยนสนธยาอย่าช้าทีเป็นกรรมมีแล้วนะแม่อย่าโศกา
เยาวมาลย์ฟังสารเพชฌฆาตนุชนาฏปลอบองค์โอรสา
แม่จะลาไปแล้วนะแก้วตาอย่าโศกาเลยลูกรักจงหักใจ
พระฟังสารมารดารำพันสั่งให้แค้นคั่งกลุ้มกลัดเพียงตัดษัย[๓]
จะสู้ม้วยด้วยมารดาไม่อาลัยมิขอคืนกรุงไกรด้วยบิดา
กันแสงพลางทางตรัสแก่เพชฌฆาตจะฟันฟาดชนนีให้สังขาร์
เราจะตายวายปราณด้วยมารดาจงเข่นฆ่าให้เราม้วยไปด้วยกัน
ว่าพลางทางกอดพระชนนีทั้งสองศรีโศกเศร้ากันแสงศัลย์
เพชฌฆาตมิอาจจะฟาดฟันปรึกษากันด้วยสงสารกุมารา
เจ้าสวมสอดกอดชนนีไว้ก็จนใจที่จะล้างให้สังขาร์
จำจะทูลทรงฤทธิ์อิศราจะเมตตาโปรดปรานประการใด
ปรึกษาพลางทางพากันมาพลันถึงทรงธรรม์ทูลแจ้งแถลงไข
ว่าบัดนี้พระโอรสยศไกรเจ้าตามไปว่าจะม้วยด้วยมารดา
เข้ากอดไว้ไม่วางนางโฉมยงแม้นฟันลงก็จะพลอยกันสังขาร์
นเรนทร์สูร[๔]ฟังทูลถึงลูกยายิ่งโกรธาตะละไฟ[๕]ประลัยกัลป์
กระทืบบาทสิงหนาทสนั่นก้องสะเทือนท้องพสุธาพนาสัณฑ์
มันรักแม่ให้มันม้วยลงด้วยกันกลับไปฟันเสียให้สิ้นทั้งสองรา ฯ
๏ เพชฌฆาตฟังสารสะท้านหนาวสยองเกล้ากลัวผิดเป็นหนักหนา
บังคมคัลผันผายขยายมาเวทนาพระลูกน้อยจะพลอยตาย
ครั้นถึงนางต่างคนคิดสงสารจะแจ้งการมิใคร่ได้ให้ใจหาย
นางโฉมงามถามขุนเสนานายท่านเคลื่อนคลายโปรดบ้างหรืออย่างไร
เพชฌฆาตฟังคำนางรํ่าถามจะบอกความกัลยาน้ำตาไหล
เธอกริ้วองค์โอรสยศไกรรับสั่งให้ล้างเสียทั้งสององค์
นางทรงฟังดังเศียรจะขาดสูญยิ่งเพิ่มพูนโศกเพียงจะผุยผง
สองพระกรข้อนทรวงนางโฉมยงเจ้ากอดองค์โอรสแล้วรํ่าไร
อนิจจากำพร้าของแม่เอ๋ยไม่ควรเลยที่จะพลอยมาตักษัย
แม้นแม่ผิดแต่สักนิดไม่น้อยใจยังซํ้าให้ลูกน้อยนี้พลอยตาย ฯ
๏ สงสารลักษณวงศ์องค์โอรสเห็นแม่ร่ำกำสรดก็ใจหาย
มานะหน่อกระษัตราปรีชาชายไม่กลัวตายทูลปลอบพระมารดา
พระทรงฤทธิ์มิได้คิดอาลัยแล้วพระแม่ทูลกระหม่อมแก้วอย่าโหยหา
จะเกิดไหนให้พบกันสองราเราก้มหน้ามอดม้วยลงด้วยกัน
อันเกิดมามีกรรมก็จำม้วยถึงร้องไห้ใครจะช่วยมาผ่อนผัน
ไม่ผิดพลั้งครั้งนี้ให้ฆ่าฟันก็ขาดกันเถิดอย่าได้อาลัยลาน ฯ
๏ นางโฉมยงทรงฟังโอรสราชสุดสวาทรํ่าว่าน่าสงสาร
ค่อยตั้งจิตคิดถึงจะวายปราณเยาวมาลย์ก้มกราบพระธรณี
ทั้งพรหมินทร์อินทราสุรารักษ์เทพเจ้าสิทธิศักดิ์ทุกราศี
ในเถื่อนทุ่งวุ้งเวิ้งเชิงคิรีในครั้งนี้จงเป็นทิพย์พยาน
ข้าแม่ลูกสองศรีไม่มีผิดพระทรงฤทธิ์ตรัสสั่งให้สังหาร
จะตายตามสัจจาพยาบาลจงบันดาลเห็นด้วยทุกเทวา
แล้วหลับเนตรแน่นิ่งไม่ติงองค์ทั้งพระลักษณวงศ์โอรสา
เข้านั่งเรียงเคียงชิดพระมารดาภาวนาตั้งมั่นในขันตี
เดชะสัตย์อธิษฐานบันดาลถึงวิมานเมืองดาวดึงส์ท้าวโกสีย์
ทิพอาสน์ร้อนนักดั่งอัคคีแท่นมณีแข็งกระด้างดังศิลา
หัสนัยน์[๖]ไหวหวาดพระทัยหวั่นจึงเผยบัญชรรัตน์ชำเลืองหา
พิศเพ่งเล็งแลในโลกาเห็นสุวรรณอำภากับลูกรัก
พรหมทัตตรัสสั่งให้สังหารจึงบันดาลร้อนอาสน์ประหลาดหนัก
จำจะไปช่วยองค์นางนงลักษณ์กับลูกรักอย่าให้ม้วยด้วยเรื่องพาล
ท้าวตรีเนตรแจ้งเหตุแล้วรีบเหาะลงจำเพาะเขาใหญ่ในไพรสาณฑ์
เข้าเคียงลักษณวงศ์กับนงคราญจึงบันดาลมิให้ดาบนั้นฟันลง
ฝ่ายพวกเพชฌฆาตล้วนอาจหาญเห็นนิ่งนานสมจิตคิดประสงค์
ค่อยชักดาบย่องย่างมาข้างองค์แล้วคิดสงสารสองกระษัตรา
แต่เยื้องเยื้องแล้วก็ยั้งคิดสังเวชด้วยแจ้งเหตุว่าไม่มีที่โทษา
แล้วพรั่นตัวกลัวเกรงพระอาชญาแต่เงื้อง่าจะฟันก็งันไป
ข้างพวกเพื่อนเตือนกันให้ฟันฟาดก็มิอาจที่จะฟันลงไปได้
แต่เงื้อค้างง้างเปล่าทุกคราวไปด้วยอำนาจหัสนัยน์มาป้องกัน
เพชฌฆาตต่างคนก็จนจิตเป็นสุดคิดที่จะฆ่าให้อาสัญ
ลงนั่งแลดูตาปรึกษากันเมื่อเราฟันก็ชะงักเสียทุกที
ชะรอยบุญสองราจึงอาเพศให้เห็นเหตุเพราะสัตย์นางโฉมศรี
ไปทูลความหรือจะทำอย่างไรดีพระภูมีสั่งมาให้ฆ่าฟัน
จะทูลท้าวคราวเคืองกลัวจะเฆี่ยนให้วนเวียนมิรู้ที่จะผ่อนผัน
ฝ่ายมหาเสนาจึงว่าพลันอย่ากระนั้นเลยจะคิดให้มิดความ[๗]
ให้โฉมยงกับองค์โอรสราชเธอลีลาศไปในป่าพนาหนาม[๘]
ไปทูลว่าฆ่าแล้วก็สิ้นความแต่ห้ามปรามพวกเราอย่าพาที
ก็พร้อมจิตคิดเห็นด้วยกันหมดจึงเรียกองค์โอรสกับโฉมศรี
ให้สองลืมนัยนาแล้วพาทีอันครั้งนี้บุญแม่ไม่เคยตาย
แต่บรรดาข้าน้อยจะปล่อยปละตามแต่จะไปเถิดพระโฉมฉาย[๙]
จะทูลว่าฆ่าแม่เสียวอดวายจงผันผายรีบพากันคลาไคล
ทั้งสององค์ทรงฟังเพชฌฆาตนุชนาฏยินดีจะมีไหน
จึงเอื้อนอรรถตรัสตอบว่าขอบใจเราจะไปตามกรรมได้ทำมา
แม้นมิรอดก็จะมอดลงม้วยมิดมิให้ผิดถึงนายเมื่อภายหน้า
นางตรัสพลางทางชวนพระลูกยาทรงโศกาเดินไปในไพรวัน
เพชฌฆาตแลไปเห็นไกลลับพากันกลับมาทูลขมีขมัน
ว่าลูกรักอัคเรศของทรงธรรม์กระหม่อมฉันฟันไว้ริมคิรี ฯ
๏ พรหมทัตฟังสารสำราญจิตประคองเชิญชวนชิดนางยักษี[๑๐]
ก็แห่ห้อมพร้อมพรั่งนางนารีให้เทวีขึ้นนั่งบัลลังก์รถ
ชักวิสูตรรูดรอบกำบังกั้นนางกำนัลแวดล้อมอยู่พร้อมหมด
ฝ่ายพระองค์ทรงช้างมาข้างรถให้เลิกทศโยธาแล้วคลาไคล
ทั้งฆ้องกลองก้องกึกพิลึกลั่นแตรสังข์ดังสนั่นเนินไศล
สุริยงลงลับเมรุไกรถึงเวียงไชยเชิญนางเข้าปรางค์ทอง
ขึ้นสู่แท่นแสนชื่นด้วยนางยักษีประคองพักตร์เชยชมประสมสอง
อียักษ์แปลงแกล้งประณามตามทำนองไม่ขัดข้องเชิงชั้นด้วยมารยา
พระหลงรักยักษ์ร้ายไม่วายสวาทลืมสนมนางนาฏทั้งซ้ายขวา
เฝ้าเคล้าคลึงนางมารจนนานมาอสุรามีครรภ์ขึ้นตันทรวง
เห็นมนุษย์สุดอยากด้วยชาติยักษ์แต่ลักหักคอกินในเรือนหลวง
นางสำหรับขับกล่อมทุกกระทรวงคนทั้งปวงมิได้แจ้งแห่งคดี
ไม่รู้ว่าอสุรินมันกินเล่นหาไม่เห็นแล้วก็ลงบัญชี[๑๑]หนี
สำราญจิตอสุราอยู่ธานีด้วยภูมีรักใคร่มิใคร่คลาย
กำหนดครรภ์ครั้นล้วนทศมาสก็คลอดราชบุตรีอันเฉิดฉาย
เป็นมนุษย์โฉมงามอร่ามพรายพรหมทัตมิได้วายสวาทชม
ถนอมเลี้ยงเพียงดวงหทัยท้าวพระจัดสาวสุรางค์นางสนม
ถนอมเลี้ยงพระธิดาเป็นอารมณ์ทั้งนางนมพี่เลี้ยงเคียงประคอง
ขนานนามตามศักดิ์จักรพรรดิชื่อนางทัศโกสุมไม่มีสอง
แสนเกษมเปรมจิตสนิทปองพระครอบครองเศวตฉัตรกับอสุรา ฯ


[๑] สมุดไทยเลขที่ ๒๕ ว่า “แปลงกาย...”

[๒] น้ำอำมฤค = น้ำอำมฤต

[๓] ตัดษัย = ตักษัย

[๔] นเรนทร์สูร แปลว่า พระผู้กล้าในนระ เป็นนามเรียกกษัตริย์

[๕] ตะละไฟ แปลว่า เปรียบดั่งไฟ

[๖] หัสนัยน์ = สหัสนัยน์ หมายถึง พระอินทร์

[๗] มิดความ แปลว่า ปกปิดไม่ให้รู้ความจริง

[๘] สมุดไทยเลขที่ ๒๕ ว่า “ให้โฉมยงกับองค์พระโอรสา        เธอลินลาไปใบป่าพนาหนาม”

[๙] สมุดไทยเลขที่ ๒๕ ว่า “แต่บรรดาข้าน้อยจะปล่อยแม่ ตามแต่จะไปนะโฉมฉาย”

[๑๐] สมุดไทยเลขที่ ๒๕ ว่า “ประคองชิดชวนเชิญนางโฉมศรี”

[๑๑] สมุดไทยเขียนว่า “บาญชี”

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ