องก์ที่ ๑

ฉาก: ลานหน้ามุขเด็จแห่งวิมานของสุเทษณะเทพบุตร์, บนสวรรค์.

[ก่อนเปิดม่าน, ตัวละคอนเหล่านี้ต้องพร้อมอยู่บนเวที, คือ: สุเทษณะเทพบุตร์, เอกเขนกอยู่บนเตียงที่บนมุขเด็จ, มีนางอับสรอยู่งานพัดคน ๑; จิตระเสนนั่งอยู่หน้ามุขเด็จ, และมีบริวารของสุเทษณ์นั่งรายเปนแถวทั้ง ๒ ข้างเวที; กลางเวทีมีพวกคนธรรพสำรับ ๑, ถือช่อดอกไม้ทั้ง ๒ มือทุกคน. พิณพาทย์ทำเพลงโหมโรงจนถึงเวลาควรจะเปิดม่าน, จึ่งทำเพลงเหาะ. พอเปิดม่าน, พวกคนธรรพก็เริ่มร้องและรำอย่างแบบรำโคม, ดนตรีเล่นคลอเสียงไปตลอด, ไม่ต้องรับ.]

บทร้องของคนธรรพ์

(ลำเหาะ)

[ยานี, ๑๑.]

๏ ฃ้าบาทผู้ภักดีต่อธุลีพระบาทา
พร้อมกันถวายอา-เศียระพาทแด่เทวัน
๏ ขอจงเสวยสุขนิราศทุกข์ไร้โรคัน–
ตะรายแลภยัน-ตะรายาอย่ายายี
๏ พระองค์ทรงมีคุณกะตะบุญบาระมี
บำเพ็ญในอตี-ตะกาลดลผลไพบูลย์
๏ ชาติก่อนเปนสุกฺษัตร์เถลิงรัฐราไชสูรย์
ในวงศะประยูรสุระแมนแคว้นปัญจาล
๏ ทรงธรรมล้ำมะนุษฤทธิรุทมหาศาล
บำเพ็ญพะลีการทุกอย่างงามตามวิสัย
๏ ครั้นถึงเวลาควรภูมิศวรจากไผท
เสด็จสุราลัยเสวยสุขในแดนสรวง
๏ เหล่าฃ้าพึ่งพระเดชปกป้องเกศฃ้าทั้งปวง
จึ่งพร้อมณแดดวงภักดีหมายถวายพร
๏ สิ่งใดพระประสงค์จงสิทธินิรันดร
ใดองค์จอมอมรไม่โปรดปรานเร่งผ่านไป ฯ

[สุรางคณา, ๒๘.]

สุเทษณ์.เหวยจิตระเสน มึงบังอาจเล่น ล้อกูไฉน?
จิตระเสน.เทวะ, ฃ้าบาท จะบังอาจใจ ทำเช่นนั้นไซร้ ได้บ่พึงมี.
สุเทษณ์.เช่นนั้นทำไม พวกมึงมาให้ พรกูบัดนี้,
ว่าประสงค์ใด ให้สมฤดี? มึงรู้อยู่นี่ ว่ากูเศร้าจิต
เพราะไม่ได้สม จิตที่ใฝ่ชม, อกกรมเนืองนิตย์.
จิตระเสน.ตูฃ้าภักดี ก็มีแต่คิด เพื่อให้ทรงฤทธิ์ โปรดทุกขณะ.
สุเทษณ์.กูไม่พอใจ ! ไล่คนธรรพ์ไป บัดนี้เทียวละ.
อย่ามัวรอรั้ง
จิตระเสน.เอวํเทวะ! (หันไปสั่งคนธรรพ์.) เออพอแล้วนะ, พวกเจ้าจงไป.
(พวกคนธรรพถวายบังคมแล้วเข้าโรง.)
ฃ้าบาทได้เตรียม อับสรเสงี่ยม สง่างามไว้
เพื่อร้องและรำ บำเรอเทพไท, แม้โปรดจะได้ เรียกมาบัดนี้.
สุเทษณ์.เอาเถิดลองดู เผื่อว่าตัวกู จะค่อยสุขี.
จิตระเสน.(เรียก) คณาอับสร ผู้ฟ้อนรำดี, ออกมาบัดนี้ รำถวายกร.

(พิณพาทย์ทำเพลงเร็ว. คณะอับสรรำออกมาถึงกลางเวที, ลา, แล้วรำและร้องบทต่อไปนี้, และดนตรีเล่นคลอเสียงไปตลอด, ไม่ต้องรับ.)

บทร้องของอับสร

(ลำนางนาค.)

[ฉบงง, ๑๖.]

๏ เหล่าฃ้าคณาอับสรก้มเกศยอกร
บังคมพระเทพรังสรรค์ 
๏ พำนักเนาสุขทุกวันพระคุณอนันต์
อเนกประดุจโพธิ์ทอง 
๏ อันพระเมตตาเนืองนองประดุจลออง
วะรุณระรื่นรวยเย็น 
๏ พระกรุณาแน่เห็นดิประดุจเปน
วายุรำเพยชื่นใจ 
๏ พระมุทิตาแน่วในฃ้าบาทจึ่งได้
มานะเปนนิตย์ในงาน 
๏ พระอุเบกฃาสมานจิตให้เบิกบาน
บ่เสื่อมบ่สูญภักดี 
๏ เจ้านายองค์ใดในตรีโลกฤๅจะมี
เหมือนพระผู้นั่งเกศา 
๏ ขอพึ่งยุคลบาทาไปจนเวลา
ประจวบเมื่อกัลป์บรรลัย ฯ 

(เพลงเร็ว: อับสรจับระบำสักสามท่าแล้ว, สุเทษณ์ยกมือห้าม, จิตระเสนก็สั่งพวกนางให้เลิกการระบำ, และพวกนางถวายบังคมแล้ว, พิณพาทย์ทำลา, พวกอับสรเข้าโรง, พวกเทพบริวารก็คลานเข้าโรงไปด้วย.)

[ยานี, ๑๑.]

จิตระเสน.อันนางอับสรศรีรำมิดีประการใด,
 ขอเทวะฤทธิ์ได้โปรดตำนิติประทาน.
สุเทษณ์.ดีแล้วทั้งการรำและลำนำขับร้องหวาน,
 ทั้งดนตรีประสานก็ฟังเพราะเสนาะดี;
 แต่กูที่ใจเศร้าและงึมเหงาอยู่เช่นนี้
 ตัวเจ้าก็รู้ดีว่าเหตุนั้นเปนฉันใด.
จิตระเสน.ฃ้าทราบและพลอยโศก,อันโรครักนี้หนักใจ;
 แต่ในสุราลัยสุรางค์ดีก็มีถม.
 ฃ้าเชื่อว่าพระองค์ประสงค์นางสะอางชม
 คงได้สัมฤทธิ์สมหทัยแท้ทุกนงคราญ

[อินทวงส์, ๑๒.]

สุเทษณ์.จริงอยู่นะเจ้าเอยผิจะเชยสมัคสมาน
 นางใดณแมนการก็จะสิทธิสมฤดี,
 เว้นเดียวก็แต่โฉมมะทะนาวิสุทธิศรี
 ผู้เลิศสุรางค์มีวรรูปวิเลขวิไลย.
 แต่เห็นอนงค์รา-มะประเสริฐวิเศษวิสัย
 ไม่มีอนงค์ใดนะจะเทียบจะเทียมจะทัน;
 งามผิวประไพผ่องกลทาบสุภาสุพรรณ,
 งามแก้มแฉล้มฉันพระอรุณแอร่มละลาน,
 งามเกศะดำขำกลน้ำณท้องละหาน,
 งามเนตรพินิจปานสุมณีมะโนหะรา;
 งามทรวงสล้างสองวรถันสุมนสุมา-
 ลีเลิดประเสริฐกว่าวรุบลสะโรชะมาศ;
 งามเอวอนงค์ราวสุรศิลปิชาญฉลาด
 เกลากลึงประหนึ่งวาดวรรูปพิไลยพะวง;
 งามกรประหนึ่งงวงสุระคชสุเรนทะทรง,
 นวยนาฏวิลาศวงดุจะรำระบำระเบง;
 ซ้ำไพเราะน้ำเสียงอรเพียงพิรมประเลง,
 ได้ฟังก็วังเวงบ่มิว่างมิวายถวิล.
 นางใดจะมีเทียบมะทะนาณฟ้าณดิน,
 เปนยอดและจอดจิน-ตะนะแน่วณอกณใจ.

(จิตระรถออก, ไปไหว้สุเทษณ์, แล้วหมอบคอยฟังรับสั่ง.)

[ฉบงง, ๑๖.]

สุเทษณ์.อ้อ, จิตระรถเจ้าไป ตามที่กูใช้, สำเร็จประสงค์ฤๅหวา?
จิตระรถ.เทวะ, ฃ้าบาทไคลคลา ตามองค์มหา ฤษีผู้นามนารท
 ไปทั่วทุกแดนสามหมด; ในฟากฟ้าจรด จนถึงขอบนะภาลัย;
 ไปทั่วแดนมนุษสุดไกล บ่เว้นแห่งใด, กระทั่งยังขอบจักกะวาฬ;
 ไปทั่วในแดนบาดาล, ทั่วทุกสถาน ทุกถิ่นจนจบภพไตร.
 ไปถึงซึ่งแคว้นแดนใด, ฃ้าบาทก็ได้ วาดรูปอนงค์งามงอน,
 มาเพื่อถวายมหิศร; ขอองค์อมร จงทอดพระเนตร์รูปา.
สุเทษณ์.มาเถิดนำรูปขึ้นมา, และจงเจรจา แถลงซึ่งลักษณ์ให้กู.

(จิตระรถเรียกคนใช้ให้นำรูปออกมา, แล้วเอาขึ้นไปถวายสุเทษณ์ทอดพระเนตรพลาง, จิตระรถแถลงลักษณะแห่งรูปไปพลาง.)

[อุปชาติ, ๑๑.]

จิตระรถ.ประถมก็รูปเท-วะธิดาสง่าตรู,
 มีนามะเรียกยู-วะสุมาลิโศภณ.
 งามเนตร์และเกศแก้มกลดอกกะมลสน
 ธิสิ่งประเสริฐปนกิริยาสง่าศรี.
 วธูวิเศษเปนวระเทพะนารี
 ฃ้าองค์อุมาศรีสุระอัคคะเทวิน,
 เนาคีริไกลาศ. 
สุเทษณ์. อ๊ะฉนั้นจะจงจิน-
 ตะนาจะราคิน,บ่มิควรคะนึงถึง.
จิตระรถ.ทุตียะรูปนางสิริร่างสอางซึ่ง
 แสนงามและหากถึงจะประเทียบบ่แพ้ใคร.
 นางชื่อวิเลขากละภาพพิเศษไซร้,
 วิโรจน์วิไลยใครยละร่านระตีพูน.
 สะขีพระเทวีมหิษีบดีสูร
 ผู้สิงณไวกูณฐ์. 
สุเทษณ์. อ๊ะมิควรจะมุ่งหมาย.
 หล่อนเปนกำนัลแห่งหริราชะนารายณ์,
 จะมุ่งณโฉมฉายก็จะทรงพระโกรธา.
จิตระรถ.ฉนั้นถวายรูปอระเทพะกัญญา,
 ชื่อเมนะกาภาสะวิเลขวิไลยวรรณ;
 ฃ้าเห็นณสวนกลางอมะราวดีสวรรค์,
 วิจิตรวิศิษฎ์สรร-พะสะกนธะชวนชม,
 นางช่างประเลงขับวรศัพทะเริงรมย์
 เปรอองค์สุโรดม. 
สุเทษณ์. ก็มิควรจะมุ่งมาด
 ท้าวศักฺระทรงฤท-ธิมหิทธิ์กำแหงกาจ,
 ผิทรงพิโรธอาจจะประหัดประลัยลาน.
จิตระรถ.ฉนั้นถวายรูปวรราชะนงคราญ
 หน่อนาถะผู้ผ่านวรเฃตตะกาศี;
 ปรากฎพระนามนางวิมะลาสุนารี,
 วิสุทธ์วิศิษฎ์ที่จะตินั้นบ่พึงหา,
 พระโฉมบ่แพ้โฉมสุระเทวะกัญญา.
สุเทษณ์.แพ้ยอดฤดีฃ้าดุจะกากะเปรียบหงส์.
จิตระรถ.นี่รูปธิดาท้าววรเกาศิกาพงศ์
 นรินทะราชทรงบุระกานฺยะกุพฺชา,
 ประกาศพระนามเรียกวรเรณุกาภา.
สุเทษณ์.เปรียบโฉมวิเลขามะทะนาบ่แพ้นาง
จิตระรถ.นี่รูปธิดารา-ชะวิทรรภะโศภางค์,
 พระนามอนงค์นางทมะยันติบังอร.
สุเทษณ์.จะมัวสำแดงรูปอระเนาณดินดอน,
 หวังหาสง่างอนฤจะเปรียบธิดาสรวง.
จิตระรถ.ฃ้าวาดวิเลขาอระงามณแดนปวง
 ถวายพระปิ่นสรวง,และก็สุดจะโปรดปราน
 และรูปธิดานา-คะและลูกอสูรหาญ,
 อันเห็นณบาดาล,ดนุวาดถวายไว้
 เพื่อทอดพระเนตรเล่นตละตนก็ผ่องใส;
 จะควรมิควรไซร้ฤก็สุดจะปราณี

(จิตระรถส่งรูปถวายสุเทษณ์, และสุเทษณ์รับไปดูผาด ๆ, แล้วส่งคืนให้แก่จิตระรถ, จิตระรถส่งให้คนใช้นำเข้าโรงไป.)

[ฉบงง, ๑๖.]

สุเทษณ์.ปวงรูปเจ้าวาดมานี้ เปนรูปนารี ที่ล้วนประเสริฐเลิดงาม;
 แต่กูดูทุกนงราม ก็ยังเห็นทราม กว่านารีรัตน์มัทนา.
 ฉนั้นแม้ไม่อาจหา เทียมเท่ามัทนา ฤๅกูจะกล่าวชมเชย?
 เปนกรรมกูแล้วเจ้าเอย, จำต้องชวดเชย ที่รักสมัคจริงใจ.
จิตระรถ.ฉนั้นต้องคิดแก้ไข โดยอุบายให้ พระองค์ได้สมจินดา.
สุเทษณ์.จะแก้ฉันใดเล่าหวา? กูหมดปัญญา.
จิตระรถ.ฃ้าบาทขอทูลบัดนี้
 ยามฃ้าเที่ยวไปถึงที่ ขุนโขดคีรี ศรีมันทะระงามงอน,
 ได้พบหนึ่งวิทยาธร เรืองวิทยากร มีนามว่ามายาวิน,
 ผู้นี้มีความรู้ชิน เชิงชาญโยคิน และเชี่ยวอาถารรพ์วิทยา,
 รู้จักใช้โยคะนิทรา ไปผูกหทยา แห่งผู้ที่อยู่แม้ไกล,
 อาจร่ายมนตร์เรียกมาได้.
สุเทษณ์.อ๊อ ! จริงหรือไฉน?
จิตระรถ.ฃ้าบาทได้เห็นเองแล้ว
สุเทษณ์.ถ้าจริงเฃาก็เปนแก้ว !
จิตระรถ.ฃ้าบาททราบแล้ว จึ่งกล้านำตัวเฃามา.
สุเทษณ์.พามาด้วยแล้วหรือหวา?
จิตระรถ.หมอเอกนั้นมา คอยอยู่ข้างนอกพระลาน.
 ขอได้โปรดให้ทำการ ลองเวทชำนาญ ชำนิถวายสักครั้ง.
สุเทษณ์.เจ้าพูดชวนกูให้หวัง ! แม้ไม่สมดัง ปากว่าจะทำฉันใด?
จิตระรถ.ฃ้าบาทเชื่อแน่แก่ใจ อยู่แล้วจึ่งได้ กล้าพามาเฝ้าทูลเกศ.
 ขอโปรดทดลองดูเวท, เผื่อพระทรงเดช จะได้ดังพระจินตนา.
สุเทษณ์.ดีละ, เรียกเฃาเฃ้ามา ชั่วดีก็น่า จะลองให้เห็นประจักษ.

(จิตระรถถวายบังคมแล้วเข้าโรงไป.)

 

จิตระเสน.เทวะ ! ฃ้าสงสัยนัก, แต่ไม่อยากทัก อยากท้วงต่อหน้าสารถี.
 เวทมนตร์นั้นเฃาอาจมี จริงอยู่พอที่ จะเรียกเอาใครใครมา
 แต่จะบังคับหัทยา ให้รักนั้นฃ้า ยังนึกระแวงแคลงนัก.
 หากเรียกโฉมยงนงลักษณ์ มาแล้วไม่ภัก- ดิอยู่เปนฃ้าบทมาลย์,
 ก็จะกลับกลายเปนการ เสื่อมเกียรติวิศาล ขององค์พระจอมเทวัน.
สุเทษณ์.เจ้าพูดถูกทุกสิ่งอัน, แต่กูอัดอั้น อุระด้วยรักรึงใจ,
 ฉนั้นถึงอย่างไรๆ เพียงแต่ให้ได้ เห็นวรพักตร์เลิดงาม
 แห่งมัทนานงราม, ก็อาจมีความ ประโมทย์มนัสสมถวิล.

(จิตระรถพามายาวินออกมา มายาวินเปนวิทยาธร, นุ่งห่มหนังเสือ.)

 

จิตระรถ.เทวะ, นี่มายาวิน มาเฝ้าบดิน- ทะด้วยมะโนภักดี.
สุเทษณ์.ขอบใจที่มาครานี้; เฃาว่าท่านมี ซึ่งโยคะวิทยาชาญ.
 หากเราจะขอให้ท่าน ช่วยเปลื้องรำคาญ จะได้ละหรือว่ามา.
มายาวิน.เทวะ, อันเวทวิทยา ฃ้ารู้เรียนมา เต็มใจจะใช้ฉลอง
 พระเดชพระคุณลออง ธุลีบาทลอง จนเต็มสติปัญญา.
สุเทษณ์.ท่านมีเวทมนตร์คาถา อาจดลหัทยา ใครๆได้หมดฤๅไฉน?

[ภุชงคัปปะยาตร์, ๑๒]

มายาวิน.จะทูลเทวะเกรงดูประหนึ่งตูทนงไป,
 จะงำเงื่อนบทูลไซร้ก็เหมือนปิดวิชาการ.
 พระจงโปรดประทานซึ่งอภัยฃ้าจะทูลสาร,
 และความจริงวิชาการก็มีอยู่ประจำตน.
 อถรรพ์เวทะเจนอยู่,และมนตร์ครูก็ได้สน
 มโนจำและซ้ำค้นคดีเพิ่มบเคลิ้มหลง.
 ฉนั้นอาจจะผูกจิต-ตะใครได้ประดุจจง,
 และใช้โยคะแล้วคงจะเรียกให้ตระบึงมา
 บนานแม้จะอยู่ถึงณเขาจักกะวาฬา,
 ฤอยู่สรวงฤอยู่นา-คะโลกต่ำณบาดาล.
 จะเปนหญิงฤเปนชายก็เรียกดายมิยากนาน,
 เพราะใครเลยจะทนทานพระอาถัพพะมนตร์ไหว.
 ฉนั้นแม้พระองค์มีประสงค์ให้ดนูไซร้
 ประชุมมนตระเรียกใครก็โปรดมีพระบัญชา.

[สุรางคณา, ๒๘.]

สุเทษณ์.อันตัวเรานี้ จิตจ่ออยู่ที่ โฉมมะทะนา,
 ผู้เลิดเลอสรร ในชั้นกามา พะจรฟากฟ้า บ่มีใครทัน.
 ตั้งแต่เรามา เกิดในฟากฟ้า พิภพภูมิสวรรค์
 เราเห็นต้องจิต คิดอยากเชยขวัญ แต่โอ้นางนั้น หล่อนไม่ปลงใจ.
มายาวิน.ฃ้าบาทเล็งดู ด้วยญาณก็รู้ นางนี้คือใคร,
 อีกทั้งรู้เลศ ว่าเหตุไฉน นงรามจึ่งไม่ ปลงใจยินดี.
สุเทษณ์.รู้ว่าอย่างไร?
มายาวิน.หากทูลความไซร้ จงโปรดปราณี.
สุเทษณ์.เอาเถิดอย่าเกรง, เร่งบอกบัดนี้ มีเหตุร้ายดี จงเล่ามาพลัน.

[อินทะวิเชียร, ๑๑.]

มายาวิน.เมื่อครั้งพระองค์เปนวรราชะราชัน
 ครองเฃตประเทศขัณ-ฑะวิสุทธิปัญจาล,
 ตรัสใช้อมาตย์เปนวรทูตะทูลสาร
 ถึงราชะผู้ผ่านนรชาติ์สุราษฎร์งาม,
 ขอองค์ธิดาชื่อมะทะนาวิไลยราม
 เปนราชินีตามวรราชประเพณี;
 แต่ท้าวสุราษฎร์ไซร้บมิยอมและยินดี
 ให้ซึ่งพระบุตรี,พระก็ทรงพระโกรธา.
 ตรัสเกณฑ์พหลกองจตุรงคะเสนา
 ยกไปประชิตรา-ชะบุรีวโรดม.
 โจมตีบุรีป่นบ่มิทนทลายล่ม,
 จับได้นโรดมนรนาถสุราษฎร์มา;
 จึ่งมีพระโองการจะประหารพระชีวา,
 แต่หากธิดามาและประนอมมโนฉันท์,
 ยอมเปนวะธูบาทบริจาริกานันท์,
 ไถ่โทษะชีวันก็จะงดพระอาญา.
 ฝ่ายนางก็ยอมตามวรราชะบัญชา,
 พ่อรอดพระชนมาก็เพราะลูกสิภักดี.
 ครั้นนางเสด็จถึงวรมาละกาศรี
 ก้มเกศและกราบที่ทวิบาทพระภูบาล,
 แล้วทูลแถลงโดยสิริสัจจะวาทหวาน
 ว่าองค์พระนงคราญบมิอยากจะขัดไท้,
 แต่ได้ปะฏิญญาวรสัจจะมั่นไว้
 ว่าจักมิยอมให้นรฝืนฤดีรัก.
 ครั้งนี้แหละสุดแสนจะประดักประเดิดนัก,
 เพราะว่าบิดารักจะบรอดพระชนมา,
 จึ่งยอมถวายตัวและก็ไถ่พระโทษา
 ขององค์ชนกนา-ถะบต้องมลายชนม์.
 เสร็จกิจจะการดีกรณียะเปนผล,
 กราบบาทยุคลตนมะทะนาจะลาตาย.
 ว่าพลางยุพาชักวรขัคคะแพรวพราย
 แทงตรงพระทรวงตายเฉพาะพักตร์พระภูมี.
 ตายแล้วกำเนิดในสุรภพพิศิษฎ์นี้;
 ฝ่ายองค์พระภูมีก็บำเพ็ญพะลีกรรม์,
 จนได้สำเร็จผลจรดลณแดนสฺวรรค์
 มาพบและรักกันเพราะวะเคยสิเนหา.
 แต่กรรมพระทำไว้ณพระชาติ์อดีตมา
 ข้องขัดและขวางหน้าบ่มิให้พระสมจินต์.
 อันถ้อยดนุทูลฤก็สัจจะทั้งสิ้น,
 ขอองค์พระผู้ปิ่นสุรเทวะปราณี.

[สุรางคณา, ๒๘]

สุเทษณ์.ที่ท่านเล่าไซร้ เราขอขอบใจ ที่ท่านไมตรี
 และเราขอเพียง เสี่ยงเคราะห์ดูที เผื่อโชคจะมี ดีได้สักครา.
มายาวิน.แล้วแต่จะโปรด, ไม่ทรงพิโรธ ก็บุญนักหนา;
 ขอประทานไฟ จะได้บูชา.
จิตระรถ.(ร้องตะโกนสั่งไปในโรง.) เอาของออกมา ตามที่สั่งไว้.

(คนใช้นำเครื่องทำพิธีออกมา, คือบายศรี ๑, หัวหมู, เป็ด, ไก่, มะพร้าวอ่อน, ขันเหมสำหรับจุดไฟ, และเทียนชะนวนจุดไฟพร้อม; ของเหล่านี้เอาไปตั้งตรงหน้ามายาวิน, และมีคนเอาหญ้าคามาทอดแล้วเอาหนังกวางปูบนหญ้าคาเปนอาสนะ. มายาวินขึ้นนั่งขัดสมาธิ์บนอาสนะ, จุดไฟในขันเหม, แล้วกล่าวคำบูชาต่อไปนี้.)

[สัทฺทุลฺลวิกฺกีฬิต, ๑๙.]

มายาวิน.โอมบังคมพระคเณศะเทวะศิวะบุตร์
 ฆ่าพิฆฺนะสิ้นสุดประลัย;
 อ้างามกายะพระพรายประหนึ่งระวิอุทัย,
 ก้องโกญจนะนาทให้สะหรรษ์;
 เปนเจ้าสิปปะประสิทธิ์วิวิธะวรรณ
 วิทยาวิเศษสรร-พะสอน;
 ยามฃ้ากอบกรณีย์พิธีมะยะบวร,
 จงโปรดประทานพรประสาท.
 โอมนารายะณะเทพเถลิงอุระคะอาสน์,
 ขี่ขุนสุบรรณ์ราชจรัล;
 ถือศังข์จักระคะทาธรณิผัน
 ปราบยักษะกุมภัณฑ์มลาย;
 เชี่ยวชาญโยคะวิธีพระพีระอภิปราย
 ดลกิจจะทั้งหลายสะมิทธิ์.
 ยามฃ้ากอบกรณีย์พิธีมะยะวิจิตร์
 จงสมมะโนสิท-ธิเทอญ.

(พิณพาทย์ทำเพลงสาธุการ. มายาวินไหว้บูชาสี่ทิศ,แล้วร่ายมนตร์ต่อไป.)

 

อ้าสองเทเวศร์โปรดเกศฃ้าบาททรงฟังซึ่งวาทที่กราบทูลเชิญ,
โปรดช่วยดลใจทรามวัยให้เพลินจนลืมขวยเขินแล้วรีบเร็วมา.
ด้วยเดขเทพไททรามวัยรูปงามจงได้ทราบความฃ้าขอนี้นา,
แม้คิดขัดขืนฝืนมนตร์คาถาขอให้นิทราเข้าสึงถึงใจ.
มาเถิดนางมาอย่าช้าเชื่องช้อยตูฃ้านี้คอยต้อนรับทรามวัย.
อ้านางโศภาอย่าช้ามาไวตูฃ้าสั่งให้โฉมตรูรีบจร.
โฉมยงอย่าขัดรีบรัดมาเถิดขืนขัดคงเกิดในทรวงเร่าร้อน,
มาเร็วบัดนี้รีบลีลาจรมาเร็วบังอรฃ้าเรียกนางมา.

(มายาวินประนมมือและนั่งบริกรรม. พิณพาทย์ทำเพลงตระสันนิบาต. ทุก ๆ คนตั้งตาคอยมองดู. พอรัวท้ายตระ มัทนาเดิรออกมา, ตาจ้องเป๋งไม่แลดูใครและกิริยาอาการเปนอย่างคนที่ยังหลับอยู่, และพูดหรือแสดงกิริยาอย่างคนที่ฝัน. สุเทษณ์ลุกจากบัลลังก์ลงมาต้อนรับด้วยความยินดี แต่ครั้นเห็นมัทนาจังงังอยู่ไม่ยิ้มแย้มก็ชงัก, แล้วหันไปพูดกับมายาวิน.)

[สุรางคณา, ๒๘.]

สุเทษณ์.นางมาแล้วไซร้ แต่ว่าฉันใด จึ่งไม่พูดจา?
มายาวิน.นางยังงงงวย ด้วยฤทธิ์มนตรา, แต่ว่าตูฃ้า จะแก้บัดนี้.

(พูดสั่งมัทนา.)

 

 ดูก่อนสุชาตามะทะนาวิไลยศรี,
 ยามองค์สุเทษณ์มีวรพจน์ประการใด,
 นางจงทำนูลตอบมะธุรสธตรัสไซร้;
 เฃ้าใจมิเฃ้าใจฤก็ตอบพะจีพลัน.
มัทนา.เฃ้าใจละเจ้าฃ้า;ผิวะองค์สุเทษณ์นั้น
 ตรัสมาดิฉันพลันจะเฉลยพระวาที.

[วสันตะดิลก, ๑๔.]

สุเทษณ์.อ้าโฉมวิไลยะสุปฺริยามะทะนาสุรางค์ศรี,
 พี่รักและกอบอภิระตีบมิเว้นสิเน่ห์หนัก;
 บอกหน่อยเถอะว่าดะรุณิเจ้าก็จะยอมสมัครัก.
มัทนา.ตูฃ้าสมัคฤมิสมัคก็มิขัดจะคล้อยตาม.
สุเทษณ์.จริงฤๅนะเจ้าสุมะทะนาวจะเจ้าแถลงความ?
มัทนา.ฃ้าขอแถลงวะจะนะตามสุรเทวะโปรดปราน.
สุเทษณ์.รักจริงมิจริงฤก็ไฉนอรไทยบ่แจ้งการ?
มัทนา.รักจริงมิจริงก็สุระชาญชยะโปรดสถานใด?
สุเทษณ์.พี่รักและหวังวธุจะรักและบทอดบทิ้งไป.
มัทนา.พระรักสมัคณพระหทัยฤจะทอดจะทิ้งเสีย?
สุเทษณ์.ความรักละเหี่ยอุระระทดเพราะมิอาจจะคลอเคลีย.
มัทนา.ความรักระทดอุระละเหี่ยฤจะหายเพราะเคลียคลอ?
สุเทษณ์.โอ้โอ๋กระไรนะมะทะนาบมิตอบพะจีพอ?
มัทนา.โอ้โอ๋กระไรอะมระง้อมะทะนามิพอดี !
สุเทษณ์.เสียแรงสุเทษณ์นะประดิพัทธ์มะทะนาบเปรมปรีย์.
มัทนา.แม้ฃ้าบเปรมปฺริยะฉะนี้ผิจะโปรดก็เสียแรง.
สุเทษณ์.โอ้รูปวิไลยะศุภะเลิดบมิควรจะใจแขง.
มัทนา.โอ้รูปวิไลยะมละแรงละก็จำจะแขงใจ.

(สุเทษณ์จ้องดูนาง, แต่นางยังคงตาลอยไม่จับตาอยู่ สุเทษณ์ออกฉงน, จึ่งลองพูดไปอีก.)

สุเทษณ์.หากพี่จะกอดวธุและจุม-พิตะเจ้าจะว่าไร?
มัทนา.ฃ้าบาทจะขัดฤก็มิได้ผิพระองค์จะทรงปอง.
สุเทษณ์.ว่าแต่จะเต็มฤดิฤหากดนุกอดและจูบน้อง?
มัทนา.เต็มใจมิเต็มดนุก็ต้องประติบัติ์ระเบียบดี.

(สุเทษณ์ไม่พอใจในคำตอบของนาง, จึ่งหันไปพูดกับมายาวิน.)

[สุรางคณา, ๒๘]

สุเทษณ์.แน่ะมายาวิน เหตุใดยุพิน จึงเปนเช่นนี้?
 ดูราวมะเมอ เผลอๆ ฤดี ประดุจไม่มี ชีวิตจิตใจ.
 คราใดเราถาม หล่อนก็ย้อนความ เหมือนเช่นถามไป,
 ดังนี้จะยวน ชวนเชยฉันใด ก็เปรียบเหมือนไป พูดกับหุ่นยนตร์.
มายาวิน.เทวะ, ที่นาง อาการเปนอย่าง นี้เพราะฤทธิ์มนตร์;
 โยคะอันขลัง บังคับได้จน ให้ตอบยุบล ได้ตามต้องการ
 แต่จะบังคับ ใครๆ ให้กลับ มโนวิญญาณ,
 ให้ชอบให้ชัง ยืนยังอยู่นาน ย่อมจะเปนการ สุดพ้นวิสัย.
 หากว่าพระองค์ มีพระประสงค์ อยู่เพียงจะให้
 นงคราญฉลอง รองพระบาทไซร้ ฃ้าอาจผูกใจ ไว้ด้วยมนตรา,
 มิให้นงรัตน์ ดื้อดึงขึ้งขัด ซึ่งพระอัชฌา,
 บังคับให้ยอม ประนอมเปนฃ้า บาทบริจา ริกาเทวัน.
สุเทษณ์.อ๊ะ ! เราไม่ขอ ได้นางละหนอ โดยวิธีนั้น !
 เสียแรงเรารัก สมัคใจครัน อยากให้นางนั้น สมัครักตอบ.
 ผูกจิตด้วยมนตร์ แล้วตามใจตน ฝ่ายเดียวมิชอบ,
 เราใฝ่ละโบม ประโลมใจปลอบ ให้นางนึกชอบ นึกรักจริงใจ.
 ฉนั้นท่านครู คลายเวทมนตร์ดู อย่าช้าร่ำไร,
 หากเราโชคดี ครั้งนี้คงได้ สิทธิ์สมดังใจ; รีบคลายมนตรา.
มายาวิน.เอวํ เทวะ

(มายาวินประนมมือแล้วร่ายมนตร์ต่อไปนี้)

(วิชฺชุมฺมาลา, ๘.)

มายาวิน.อันเวทอาถรรพ์ ที่พันธ์ผูกจิต แห่งนางมิ่งมิตร์ อยู่บัดนี้นา,
 จงเคลื่อนคลายฤทธิ์ จากจิตกัญญา คลายคลายอย่าช้า สวัสดีสวาหาย !

(พิณพาทย์ทำเพลงรัว. มายาวินยกมือไหว้แล้วเสกเป่าไปทางมัทนา. ฝ่ายมัทนาค่อย ๆ รู้สึกตัว, เอามือลูบตาเหมือนคนตื่นนอน, และพอจบรัวก็พอได้สติบริบูรณ์. บัดนี้นางเหลียวแลไปเห็นสุเทษณ์ก็ตกใจ, ตั้งท่าเหมือนจะหนีไป, แต่สุเทษณ์ขวางทางไว้.)

[ฉบงง, ๑๖.]

สุเทษณ์.อ้ามัทนาโฉมฉาย เฉิดช่วงดังสาย วิชชุประโชติอัมพร
 ไหนๆ ก็เจ้าสายสมร มาแล้วจะร้อน และรนและรีบไปไหน?
มัทนา.เทวะ, อันฃ้านี้ไซร้ มานี่อย่างไร บทราบสำนึกสักนิด;
 จำได้ว่าฃ้าสถิต ในสวนมาลิต และลมรำเพยเชยใจ,
 แต่อยู่ดีๆ ทันใด บังเกิดร้อนใน อุระประหนึ่งไฟผลาญ,
 ร้อนจนสุดที่ทนทาน แรงไฟในราน ก็ล้มลงสิ้นสมฤดี.
 ฉันใดมาได้แห่งนี้? หรือว่าได้มี ผู้ใดไปอุ้มฃ้ามา?
 ขอพระองค์จงเมตตา และงดโทษฃ้า ผู้บุกรุกถึงลานใน.
สุเทษณ์.อ้าอรเอกองค์อุไร พี่จะบอกให้ เจ้าทราบคดีดังจินต์;
 พี่เองใช้มายาวิน ให้เชอญยุพิน มาที่นี้ด้วยอาถรรพ์.
มัทนา.เหตุใดพระองค์ทรงธรรม์ จึ่งทำเช่นนั้น ให้ฃ้าพระบาทต้องอาย
 แก่หมู่ชาวฟ้าทั้งหลาย? โอ้พระฦๅสาย พระองค์บทรงปราณี.

(มัทนาร้องได้. พิณพาทย์ทำเพลงโอด สุเทษณ์ปลอบ.)

สุเทษณ์.อ้ายอดสิเหนามะทะนาวิสุทธิศรี,
 อย่าทรงพระโศกีวรพักตร์จะหม่นจะหมอง.
 พี่นี้นะรักเจ้าและจะเฝ้าประคับประคอง
 คู่ชิดสนิธน้องบ่มิให้ระคางระคาย.
 พี่รักวะธูนวลบ่มิควรระอาละอาย,
 อันนาริกับชายฤก็ควรจะร่วมจะรัก.
 รูปเจ้าวิไลยราวสุระแสร้งประจิตประจักษ์,
 มิควรจะร้างรักเพราะพะธูพิถีพิถัน;
 ธาดาธสร้างองค์อรเพราพิสุทธิสรรพ์
 ไว้เพื่อจะผูกพัน-ธนะจิตตะจองฤดี.
 อันพี่สิบุญแล้วก็พะเอินประสพสุรี
 แลรักสมัคมีมนะมุ่งทนุถนอม
 ขอโฉมเฉลาปลงพระฤดีประนีประนอม
 รับรักและยินยอมดนุรักสมัคสมาน.
 หากนางมิข้องขัดประดิพัทธ์ประสมประสาน,
 ทั้งสองจะสุขนานมนะจ่อบจืดบจาง.
 อ้าช่วยระงับดับทุขะพี่ระคายระคาง;
 พี่รักอนงค์นางผิมิสมฤดีถวิล,
 เหมือนพี่มิได้คงวรชีวะชีวิติน-
 ทรีย์ไซร้บ่ใฝ่จิน-ตะนะห่วงและห่อนนิยม.
 ชีพอยู่ก็เหมือนตาย,เพราะมิวายระทวยระทม
 ทุกข์ยากและกรากกรมอุระช้ำระกำทวี,
 อ้าฟังดนูเถิดมะทะนาและตอบวจี
 พอให้ดนูนี้สุขะรื่นระเริงระรวย.

[วสันตะดิลก, ๑๔.]

มัทนา.ฟังถ้อยดำรัสมะธุระวอนดนุนี้ผิเอออวย
 จักเปนมุสาวะจะนะด้วยบมิตรงกะความจริง.
 อันชายประกาศวะระประทานประดิพัทธะแด่หญิง,
 หญิงควรจะเปรมกะมะละยิ่งผิวะจิตตะตอบรัก;
 แต่หากฤดีบอะภิรมจะเฉลยฉนั้นจัก
 เปนปดและลวงบุรุษะรักก็จะหลงละเลิงไป.
 ตูฃ้าพระบาทสิสุจริตบมิคิดจะปดใคร,
 จึ่งหวังและมุ่งมะนะสะในวรเมตตะธรรมา.
 อันว่าพระองค์กรุณะข้อยฤก็ควรจะปรีดา,
 อีกควรฉลองวรมหากรุณาธิคุณครัน;
 ดังนี้คะนึงฤก็ระบมอุระแห่งกระหม่อนฉัน,
 ที่ตนบอาจจะอภิวัน-ทะนะตอบพระวาจา
 ให้ถูกประดุจสุระประสงค์,ผิวะทรงพระโกรธา,
 หม่อมฉันก็โอนศิระณบา-ทะยุคลและกราบกราน.

[อินทวงส์, ๑๒.]

สุเทษณ์.ที่หล่อนมิยินยอมมะนะรักสมัคสมาน,
 มีคู่สะมรมานอภิรมย์ฤเปนไฉน?

[วสันตะดิลก, ๑๔.]

มัทนา.หม่อมฉันบมีบุรุษะผู้ประดิพัทธะใดใด,
 เปนโสดบมีมะนะสะใฝ่อภิรมฤสมรส.

[อินทวงส์, ๑๒.]

สุเทษณ์.เช่นนั้นก็เชิญฟังดนุกล่าวสิเนหะพจน์,
 เจ้างามประเสริฐหมดก็มิควรฤดีจะดำ.

[วสันตะดิลก, ๑๔.]

มัทนา.หม่อมฉันสดับมะธุระถ้อยก็สำนึกเสนาะคำ,
 แต่ต้องทำนูลวะจะนะซ้ำดุจะได้ทำนูลมา.

[อินทวงส์, ๑๒.]

สุเทษณ์.นี่เจ้ามิยอมรับรสะรักฉนั้นฤจ๋า?
 ตัวฉันจะเลวสาหะสะด้วยประการไฉน?

[วสันตะดิลก, ๑๔.]

มัทนา.อ้าองค์พระผู้สุระวิศิษฎ์,พระจะผิดสะฐานใด?
 หม่อมฉันสิทรามเพราะบ่มิได้อนุวัตน์พระบัญฑูร.

[อินทวงส์, ๑๒.]

สุเทษณ์.ยิ่งฟังพะจีศรีก็ระตีประมวลประมูล,
 ยิ่งขัดก็ยิ่งพูนทุขะท่วมระทมหะทัย !
 อ้าเจ้าลำเภาพักตร์สิริลักษะณาวิไลย,
 พี่จวนจะคลั่งไคล้สติเพื่อพะวงอนงค์.

(วสันตะดิลก, ๑๔.)

มัทนา.โอ้โอ๋ละเหี่ยอุระสดับวรศัพทะท่านทรง
 อ้อยอิ่งแสดงวรประสง-คะณตัวกระหม่อมฉัน;
 อยากใคร่สนองพระวรสุน-ทรคุณอเนกนั้น,
 จนใจเพราะผิดคติสุธรรม์สุจริตประติชฺญา.
 ขอให้พระองค์อะมะระเท-วะเสวยประโมทา,
 หม่อมฉันจะขอประณตะลาสุระราชลิลาศไป.

(มัทนากราบแล้วตั้งท่าจะไป, แต่สุเทษณ์จับข้อมือไว้ด้วยกิริยาออกจะโกรธ.)

(ฉบงง, ๑๖.)

สุเทษณ์.ช้าก่อน! หล่อนจะไปไหน?
มัทนา.หม่อมฉันอยู่ไป ก็เครื่องแต่ทรงรำคาญ.
สุเทษณ์.ใครหนอบอกแก่นงคราญ ว่าพี่รำคาญ?
มัทนา.หม่อมฉันสังเกตเองเห็น.
สุเทษณ์.เออ! หล่อนนี้มาล้อเล่น! อันตัวพี่เปน คนโง่ฤๅบ้าฉันใด?
มัทนา.หม่อมฉันเคารพเทพไท ทูลอย่างจริงใจ ก็บมิทรงเชื่อเลย,
 กลับทรงดำรัสเฉลย ชวนชักชมเชย และชิดสนิธเสนหา.
 พระองค์ทรงเปนเทวา ธิบดีปรา- กฎเกียรติยศเกรียงไกร,
 มีสาวสุรางค์นางใน มากมวลแล้วไซร้ ในพระพิมานมณี,
 จะโปรดปรานฃ้าบาทนี้ สักกี่ราตรี? และเมื่อพระเบื่อฃ้าน้อย
 จะมิต้องนั่งละห้อย นอนโศกเศร้าสร้อย ชะเง้อชะแง้แลหรือ?
 หม่อมฉันนี้เปนผู้ถือ สัจจาหนึ่งคือ ว่าแม้มิรักจริงใจ,
 ถึงแม้จะเปนชายใด ขอสมพาศไซร้ ก็จะมิยอมพร้อมจิต.
 ดังนี้ขอเทพเรืองฤทธิ์ โปรดฃ้าน้อยนิด, ฃ้าบาทขอบังคมลา.

[กมล, ๑๒.]

สุเทษณ์.(ตวาด) อุเหม่ ! 
 มะทะนาชะเจ้าเล่ห์ชิชิช่างจำนรรจา,
 ตะละคำอุวาทาฤกระบิดกระบวนความ.
 ดนุถามก็เจ้าไซร้บมิตอบณคำถาม,
 วนิดาพยายามกะละเล่นสำนวนหวล.
 ก็และเจ้ามิเต็มจิตจะสดับดนูชวน,
 ผิวะให้อนงค์นวลชนะหล่อนทนงใจ.
 บ่มิยอมจะร่วมรักและสมัคสมรไซร้
 ก็ดะนูจะยอมให้วนิดานิวาศสฺวรรค์,
 ผิวะนางพะเอินชอบมรุอื่นก็ฃ้าพลัน
 จะทุรนทุรายศัล-ยะบ่อยากจะยินยล;
 เพราะฉนั้นจะให้นางจุติสู่ณแดนคน,
 มะทะนาประสงค์ตนจะกำเนิดณรูปใด?
 ทวิบทจะตูร์บาทฤจะเปนอะไรไซร้,
 วธุเลือกจะตามใจและจะสาปประดุจสรร;
 จะสถิตฉนั้นกว่าจะสำนึกณโทษทัณฑ์,
 และผิวอนดนูพลันจะประสาทพระพรให้
 วนิดาจรัลกลับณประเทศสุราลัย;
 ก็จะชอบสะฐานใดวธุตอบดนูมา

[สาลินี, ๑๑.]

มัทนา.อ้าเทพศักด์สิทธิ์ซึ่งพระจะลงพระอาญา
 ฃ้าเปนแต่เพียงฃ้าบมิมุ่งจะอวดดี.
 หม่อมฉันนี่อาภัพและก็โชคบพึงมี,
 จึ่งไม่ได้รองศรีวรบาทพระจอมแมน.
 อันทรงเมตตาควรจะประจบและตอบแทน
 คุณท่านที่มากแสนคณนาประมวญมี.
 อันโปรดให้เลือกตามฤดิฃ้าณบัดนี้,
 ขอเปนซึ่งมาลีรุจิเรขวิไลยวรรณ,
 สุดแท้แต่จอมสรวงจะประสิทธิ์ประสาทพันธุ์
 ขอเพียงให้มีคัน-ธะระรื่นระรวยหอม.
 ด้วยกลิ่นของฃ้าบาทก็จะได้ประณตน้อม
 ใจนิตย์บูชาจอมสุระบ่มบำเพ็ญบุญ.
 ฃ้าขอแต่เพียงให้มรุทรงพระการุญ,

[ฉบงง, ๑๖.]

สุเทษณ์.ที่เจ้างอนง้อขอนั้น เราจะยอมสรร- พะสิทธิดังใจจินต์.
 ดูราท่านมายาวิน, นางนี้ถวิล จะถือรูปเปนมาลี.
 ก็บุปผาอย่างใดมี ที่งามทั้งสี อีกทั้งมีกลิ่นส่งไกล?
 แต่ต้องให้มีหนามไว้ ป้องกันมิให้ เหล่าเดรัจฉานผลาญยับ.
มายาวิน.เทวะ ! อันไม้งามสรรพ มีลักษณ์ต้องกับ พระองค์ดำรัสนั้นมี
 ในนันทะโนทยานศรี องค์พระศจี ธโปรดเปนยอดมาลา.
 เห็นมีแต่ในฟากฟ้า ในแดนคนหา ไม้นี้มิได้แห่งไหน.

[อินทะวิเชียร, ๑๑.]

มายาวิน.ไม้เรียกผะกากุพ-ชะกะสีอรุณแสง
 ปานแก้มแฉล้มแดงดรุณีณยามอาย;
 ดอกใหญ่และเกสรสุวคนธะมากมาย,
 อยู่ทนบวางวายมธุรสขจรไกล;
 อีกทั้งสะพรั่งหนามดุจะเข็มประดับไว้,
 ผึ้งเขียวสิบินไขว่บมิใคร่จะห่างเหิน.
 อันกุพฺชะกาหอม,บริโภคอร่อยเพลิน,
 รสหวานสิหวานเชอญนรลิ้มเพราะเลิดรส;
 กินแล้วระงับตรีพิธะโทษะหายหมด,
 คือลมและดีลดทุษะเสมหะเสื่อมสรรพ์;
 อีกทั้งเจริญกา-มะคุณาภิรมย์นันท์,
 เย็นในอุราพลัน,และระงับพยาธี.

[ฉบงง, ๑๖.]

สุเทษณ์.ดีละ, จะให้มารศรี เปนดอกไม้นี้ โฉมยงจะว่าฉันใด?
มัทนา.ไหนๆ จะเปนดอกไม้, หม่อมฉันพอใจ เปนดอกที่ออกนามมา.
 ฃ้าขอก้มเกศวันทา ที่จอมเทวา การุญให้เลือกเช่นนี้.
สุเทษณ์.ด้วยอำนาจอิทธิ์ฤทธี อันประมวญมี ณตัวกูผู้แรงหาญ,
 กูสาปมัทนานงคราญ ให้จุติผ่าน ไปจากสุราลัยเลิด,
 สู่แดนมนุษย์และเกิด เปนมาลีเลิด อันเรียกว่ากุพฺชะกะ,
 ให้เปนเช่นนั้นกว่าจะ รู้สึกอุระ ระอุเพราะรักรึงเข็ญ.
 ทุกเดือนเมื่อถึงวันเพ็ญ ให้นางนี้เปน มนุษย์อยู่กำหนดมี
 เพียงหนึ่งทิวาราตรี; แต่หากนางมี ความรักบุรุษเมื่อใด,
 เมื่อนั้นแหละให้ทรามวัย คงรูปอยู่ไซร้ บคืนกลับเปนบุปผา.
 หากรักชายแล้วมัทนา บมีสุฃา- ภิรมย์เพราะเริดร้างรัก,
 และนางเปนทุกข์ยิ่งนัก จนเหลือที่จัก อดทนอยู่อีกต่อไป,
 เมื่อนั้นผิว่าอรไทย กล่าววอนเราไซร้ เราจึ่งจะงดโทษทัณฑ์.

[จิตระปทา, ๘.]

 นางมะทะนา จุติอย่านาน จงมะละฐาน สุระแมนสวรรค์,
 ไปเถอะกำเนิด ณหิมาวัน ดังดนุลั่น วจิสาปไว้ !

(พิณพาทย์ทำเพลงคุกพาทย์, สุเทษณ์แผลงฤทธิ์, ฟ้าแลบแวบวาบตลอดเพลง พอถึงรัวท้าย มัทนาร้องกรี๊ดและล้มลมกับพื้น)

(ปิดม่าน.)

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ