พระราชหัตถเลขาฉบับที่ ๕

เรือพระที่นั่งอุบลบุรทิศ ทอดที่ปากน้ำเมืองสงขลา

วันที่ ๑๕ มิถุนายน รัตนโกสินทร๒๓ศก ๑๐๙

ถึงที่ประชุมเสนาบดี ซึ่งรักษาพระนคร

ด้วยแต่ก่อนได้บอกข้อความย่อมาแต่เมืองสิงคโปร์ วันที่ ๗ ความแจ้งอยู่แล้ว วันที่ ๘ เวลาก่อนย่ำรุ่งได้กลับลงเรือที่ทางยอนซันเปียร์ รอรับน้ำและดูพวกแขกชาวเรือจนเวลาเช้าโมงเศษได้ออกจากเมืองสิงคโปร์ วันที่ ๙ มาถึงน่าปากอ่าวเมืองปาหัง เวลาเช้า ๔ โมง มายิสเตรตที่รักษาปากน้ำลงมาในเรือ เวลาบ่าย ๒ โมงขึ้นบก ดูโรงเลื่อยที่ปากน้ำ ซึ่งพึ่งจะตั้งขึ้นใหม่ทำงารได้ ๖ วิก แล้วออกจากโรงเลื่อยขึ้นไปตามลำน้ำถึงตำบลปะกันซึ่งเปนตัวเมืองทาง ๖ ไมล์ ขึ้นที่เรสิเดนซี่อังกฤษมีทหารรับและสลุด เลี้ยงน้ำชา ได้พบตนกูมหมุดลูกสุลต่านซึ่งยกขึ้นเปนรีเยนต์ เพราะตัวสุลต่านขึ้นไปอยู่ปุลูเตาวา ทางเหนือน้ำขึ้นไปร้อยห้าสิบไมล์ แล้วลงเดิรดูตามถนนที่ตัดไปใหม่ลงที่ท่าเรือเมล์จอด กลับลงมาเรือเวลาค่ำ เวลา ๘ ทุ่มออกเรือ วันที่ ๑๐ เวลาเช้าถึงตำบลขมามัน เปนตำบลบ้านใหญ่ในเขตรแดนเมืองตรังกานู พระยาตรังกานูเช่าเรือเมล์ลงมาคอยรับ ถึงแต่เวลาคืนนี้ เวลาบ่ายลงมาหาในเรืออุบลบุรทิศ ได้สนทนาด้วยข้อราชการต่างๆ พระยาตรังกานูเดี๋ยวนี้เปนคนละคนกับเมื่อมาคราวก่อนเกือบจะเหมือนเมืองแขกชั้นในเข้ามา เวลาบ่ายได้ลงเรืออุไทยราชกิจลงไปตรวจดูเขตรแดนเมืองตรังกานูต่อกับเมืองปาหังที่คลองเจอรติน นอกบูเกตสเตงเงาะ มีข้อความที่เกี่ยวข้องอยู่บ้างเล็กน้อย เรสิเดนต์เมืองปาหังมีหนังสือถามมาถึงพระยาตรังกานูด้วยเรื่องเขตรแดน พระยาตรังกานูเต็มใจให้เราเปนผู้แนะนำการที่จะโต้ตอบ ไปดูที่ตำบลนั้นแล้วกลับมาถึงเรือเวลาค่ำ วันที่ ๑๑ ขึ้นไปดูที่ตำบลบ้านขมามัน เปนหมู่บ้านใหญ่โตกว่าเมืองปะกันที่ปาหัง เวลาเย็นกลับลงมาออกเรือไปเมืองตรังกานู วันที่ ๑๒ เวลาเช้าถึงเมืองตรังกานู คราวนี้มีดาดปรำตั้งแต่ท่าขึ้นไปจนถึงเรือน คนมาดูมากกว่าแต่ก่อน เลิกเหน็บกฤช เดิรออกจากบ้านไปตามตลาด ลงเรือที่บ้านกับตันจีนแล้วขึ้นไปดูเหนือน้ำกลับมาเรือในเวลาเย็น ออกเรือจากเมืองตรังกานู วันที่ ๑๓ เวลาเช้าโมง ๑ ถึงกลันตัน ได้ให้หลวงปฏิพากย์ขึ้นมานัดไว้ก่อน ให้พระยากลันตันลงมาคอยหาที่เรือ เพราะจะไม่ขึ้นไปถึงบนเมือง พระยากลันตันลงมาคอยอยู่ที่ปากน้ำแล้ว แต่ผเอินมีคลื่น พวกเมืองกลันตันกลัวคลื่นไม่อาจออกมา มีแต่เรือออกมารับ ๔๐ ลำเศษ ครั้นจะให้ไปตามออกมาก็เห็นจะมาเมาคลื่นพูดจาอะไรกันไม่เปนเรื่อง จึงให้หลวงปฏิพากย์นำของฝากขึ้นไปให้ แล้วออกเรือจากกลันตัน วันนี้ฝนตกมืดมัวไม่มีแดดเลย เวลาค่ำแวะเข้าจอดที่ฮิลลิเคปเมืองสาย เวลาดึกสักห้าทุ่มพระยาสายให้ตนกูมุซูน้อง กับตนกูติงเงาะมาฟังราชการ มาแต่เมืองสายชั่วโมงเศษ เวลา ๓ ยามสามเสี้ยวออกเรือ วันที่ ๑๔ เวลาสี่โมงเศษถึงเมืองหนองจิกแวะรับน้ำรับฟืน พระยาหนองจิกลงมาหา เวลาค่ำพระยาตานี พระศรีบุรีรัฐพินิต พระพิพิธภักดีเมืองตานี้ พระโยธานุประดิษฐเมืองยะหริ่งตามขึ้นมาหาที่เรือ พระยายะหริ่งมาถูกพยุเวลาบ่ายหายไป เวลา ๘ ทุ่ม ๒๐ มินิตออกเรือ วันนี้เวลาเช้าถึงเมืองสงขลา ขึ้นดูเขาวงก์ที่แหลมสมีรา แล้วเข้ามาที่เมือง กำหนดจะได้ออกเรือในเวลาเย็น วันที่ ๑๖ ที่ ๑๗ และที่ ๑๘ เวลากลางวัน จะเที่ยวอยู่ในหมู่เกาะช่องอ่างทอง และเกาะสมุยเกาะพงัน หมายจะสรงสุริยอุปราคาที่น้ำตกธารเสด็จเกาะพงัน ต่อวันที่ ๑๘ เวลากลางคืนจึงขึ้นไปชุมพร วันที่ ๑๙ อยู่ชุมพร วันที่ ๒๐ ถึงสามร้อยยอด วันที่ ๒๑ จะออกจากสามร้อยยอดไปนอนที่ปากน้ำ วันที่ ๒๒ จึงจะได้ขึ้นไปถึงกรุงเทพ ฯ การที่มาเรียบร้อยดีตลอดมาทั้งไม่มีการป่วยไข้และไม่มีขัดข้องอันใด พระยาไทรบุรี พระยายุทธการโกศล ตามมาส่งถึงเมืองสงขลาแล้วจึงกลับไปทางบก หนังสือรายเลอียดไม่มีเวลาที่จะทำ ค้างถึงเดือนเศษ ที่ทำไว้ได้เพียงใดก็ได้ส่งมาด้วยกับหนังสือนี้แล้ว

สยามินทร์

  1. ๑. หลวงปฏิพากย์พจนกร (หมัด) ตำแหน่งล่ามมลายู ต่อมาได้เปนที่พระโกชาอิศหาก

  2. ๒. ได้ความภายหลังว่าหนีคลื่นเข้าไปแอบตลิ่ง มาไม่ได้

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ