พระราชหัดถเลขาฉบับที่ ๒๙

เมืองนาร์วิก

 

คืนที่ ๑๑๑

เรืออัลเบียน นาร์วิก

วันจันทร์ที่ ๑๕ กรกฏาคม ร. ศก ๑๒๖

หญิงน้อย

เมื่อคืนนี้ฝนตกจนได้ยินเสียงดัง พ่อกินเข้าเช้าในห้องนอน แต่กับเข้าแลเหลือเกิน ทำกันตามภาษาไม่มีอะไรจะทำ กร่อยๆ เฝื่อนๆ ก็กินไป เวลาเช้า ๓ โมง เรือถึงตำบลนาร์วิก นาร์วิกตำบลนี้เปนอาณาเขตรนอรเวที่แคบที่สุด ลูกคงจะรู้แล้วว่านอรเวกับสวิเดนเปนแหลมยาวแอบกันอยู่ คล้ายกันกับเมืองไทย กับเมืองญวน เขตรแดนก็กำหนดด้วยเขาสูงเปนเขาบันทัด เขาบันทัดที่ตรงนี้โอนออกมาข้างนอรเวจึงได้เปนที่แคบ ถ้าหากว่าเปนแต่ที่สำหรับจับปลาตามสามัญ ก็จะไม่เปนที่สำคัญอันใด แต่เดี๋ยวนี้ใน ๔ ปี ล่วงมาแล้ว มีกัมปนีตั้งขึ้นเรียกว่า โลสวารา กิรุนะวอรา อากติโชเล ฮุนดะเลน ชื่อสองชื่อแรกเปนชื่อภูเขาที่มีแร่เหล็ก ชื่อท้ายว่าเปนทุนจำกัด มันประดักประเดิดที่จะเรียก จนต้องจดไว้ ที่ซึ่งเกิดแร่นี้อยู่ในเขตรแดนสวิเดนพ้นจากนอรเวเข้าไป ทางร้อยกิโลเมเตอเศษ แผ่นดินที่ขึ้นไปนั้นสูงขึ้นไปโดยลำดับ จนถึงแนวเขาเขตรแดนในระหว่าง ๒ ประเทศ ๕๕๐ เมเตอจากพื้นทเล แล้วสูงขึ้นไปอิกสักเล็กน้อยจึงถึงเขาที่มีแร่ทั้งสองเขานั้น ข้อที่ว่าพื้นแผ่นดินสูง ๕๕๐ เมเตอนั้น อย่าหมายว่าเปนเขา เปนพื้นราบ แต่ไม่ใช่ดิน เป็นศิลาทั้งนั้น เขาสองเขาที่มีแร่นั้น สูงขึ้นไปจากพื้นราบอิก ๒๐๐ เมเตอ จึงเปนอันสูงกว่าทเล ๗๐๐ เมเตอ แต่เมื่อดูในที่ใกล้เขานั้นดูไม่สูงเท่าใด เพราะหนุนกี๋เข้าไปเสีย ๕๐๐ เมเตอแล้ว เขาสองเขานี้มีแร่เหล็กเดินไปในกลางเขา เปนแร่อย่างดี การที่จะทำแร่นี้เปนต้นเหตุให้เกิดมีทางรถไฟ ซึ่งสำหรับจะขนแร่ลงทางนาร์วิก ใกล้กว่าที่จะขนไปลงแห่งใดทางสวิเดน ทางรถไฟตั้งแต่นาร์วิกไปจนถึงพรมแดนชั่วโมงครึ่ง เข้าไปอิกก็ไม่เท่าใดถึงที่ทำแร่ ถ้าจะไปโดยรถไฟถึงสตอกโฮมเมืองหลวงสวิเดน ถ้าเปนรถพิเศษคืนหนึ่งกับวันครึ่งจึงจะถึง รถสามัญเดินสองคืนสองวัน เพราะเหตุฉนั้น การที่ขนแร่ลงทางนาร์วิกจึงเปนการสดวกกว่าไปทางสตอกโฮม

จะเล่าเรื่องเสียให้ตลอดก่อน แล้วจึงจะเล่าถึงที่พ่อไปดูแห่งใดก่อนแห่งใดหลัง จึงจะเข้าใจง่าย ดีกว่าที่จะเล่ากระโจนไปกระโจนมา เพราะเหตุที่เวลาไปดูต้องดูปลายไปหาต้น ที่จะเล่านี้ จะเล่าต้นมาหาปลาย ในประเทศนอรเวนี้ตรงกันข้ามกับเดนมาร์กเช่นที่ได้กล่าวมาแล้ว คือเดนมาร์กไม่มีเขาเลย ที่นี่หาที่ราบไม่ได้เลย เปนเขาไปทั้งนั้น กิงฮอกอนเคยพูดว่าอยากชลอเขาที่นี่ไปตั้งไว้ที่เดนมาร์กสักเขาหนึ่ง จะสนุกกันสักเพียงใด ที่นี่ถ้าจะทำทางไปแห่งไร ต้องย่อยต้องทุบศิลาทุกทาง ไม่ว่าทางรถม้าฤๅรถไฟ ข้างฝ่ายเดนมาร์ก ถ้าจะทำหนทางต้องมาบรรทุกศิลาถึงเมืองสวิเดนเอาไปทำถนน พวกชาวนอรเวเขากล่าวกันว่า ชาวเมืองมอนตินิโครพูดว่า เมื่อพระเจ้าสร้างโลก คิดจะให้มีเขาในประเทศต่างๆ จึงหยิบโปรยลงไปแห่งละเล็กละน้อย เมื่อถึงมอนตินิโครเหลือเท่าใดเทลงไปหมด จึงได้เปนเขาไปทั้งสิ้น ที่นอรเวนี้พระเจ้าคงจะได้โปรยลงมามากเหมือนกัน จึงได้เปนเขาไปหมด

ภูมิประเทศของเมืองนอรเวนี้ น่าจะเปนเขาแท่งทึบเปนลูกๆ ตลอดหมด ข้อที่มีช่องแหวะเข้าไป ที่เรียกว่าฟยอดนั้น อาไศรยด้วยน้ำ สารพัดความเปลี่ยนแปลงของเขาแท่งทึบนั้นด้วยกำลังน้ำทั้งสิ้น เหตุด้วยประเทศนี้อยู่ข้างฝ่ายเหนือของโลก เปนที่หนาวเย็นมีสโนตกอยู่บนหลังศิลานั้นหนามากในฤดูหนาว เหตุด้วยอากาศเย็นคุมกันแขงอยู่ แล้วตกทับหนาหนักลงหนักลง เมื่ออัดแน่นหนักเข้าแล้วเปนกำลังที่จะระเบิดให้ศิลานั้นแตกออกด้วยแรงน้ำเบียด อิกอย่างหนึ่งเมื่อเวลาพอมีอากาศร้อนที่สโนจะละลายได้ ก็ละลายไหลหลั่งถั่งลงมาโดยแรงพัดศิลาก้อนที่ระเบิดออกนั้นเลอียดเปนจุณวิจุณ ไหลลงมาตามน้ำ น้ำนั้นกัดลงไปจนกระทั่งถึงพื้น เซาะเปนร่องลึกออกไปจนตกทเล กาลนานเข้า ร่องน้ำที่เซาะลึกเช่นนี้เปนลำธาร แล้วกลายเปนลำคลอง แล้วกลายเปนแม่น้ำกลายเปนทเล กว้างออกไปตามลำดับ ฟยอดหนึ่งยาวตั้งหลายกิโลเมเตอ ฤๅหลายสิบกิโลเมเตอ น้ำลึกตั้งสองร้อยสามร้อยเมเตอเข้าไปจนถึงที่สุดที่ลำธารตก เรือกำปั่นใหญ่น้อยอย่างไรอย่างไรเดินเข้าไปได้ในฟยอด ไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำตื้นกันเลย ฝั่งของฟยอดคงจะเปนน่าผาชันฤๅเขาสูงที่ศิลาแตกทลาย มีสายน้ำตกฤๅน้ำพุอาบรายเข้าไปตลอด จนกระทั่งถึงที่สุดที่ฟยอดจะตัน คงจะไปพบลำธารใหญ่ซึ่งโตเปนแม่น้ำ แต่ในฤดูแล้งเช่นนี้ เปนหาดกรวดฤๅหาดทรายเหมือนอย่างสันดอน มีร่องน้ำวกวนขึ้นไปจนกระทั่งถึงน้ำตกลงมาจากตลิ่งอันเปนศิลาล้วน อาจจะทนแรงน้ำกัดอยู่ได้นานๆ บางทีสายน้ำปัดมาเฉภาะในกลางฟยอด เทกรวดแลทรายขวางฟยอดเหมือนรอออกมาตั้งกันขึ้นเปนคันสูง เขาเรียกที่นี่ว่ามอเรล ถ้ามีมอเรลออกมาขวางเช่นนี้ ใช่ว่าจะทำให้น้ำตื้นได้ น้ำคงเดินนอกมอเรลเปนร่อง ลึกตั้งร้อยวา, ร้อยห้าสิบวา, เรือเดินได้อยู่เช่นนั้นเอง ซึ่งมอเรลไม่กั้นน้ำให้ตื้นเปนห้วงเปนตอนได้ ก็ด้วยอาไศรยสายน้ำแรงที่สุดอย่างเดียวเท่านั้น

ข้อซึ่งว่าสายน้ำจะแรงได้เพียงใดนั้น ควรจะคเนได้เช่นนี้ คือเวลาสโนจะละลายมีอยู่สามเดือน คือยูไล, ออคัสต์, เซปเตมเบอ, จำเดิมตั้งแต่เดือนออกโตเบอไปสโนก็ตกทวีขึ้น ปกคลุมที่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง ขาวแขงไม่ไหลมีแต่จะทวีมากขึ้น สิ้นเวลา ๙ เดือน น้ำที่ขังอยู่บนแผ่นดินโดยลำดับเช่นนั้นจะมากน้อยเท่าใด ไหลทลายลงมาในเวลาเดียวในระหว่างสามเดือนนี้ จะไม่มีแรงมากอย่างไร เพราะเหตุฉนั้นจึงทลายศิลาฝั่งฝาเปนจุณวิจุณไป ที่ว่านี้ว่าตามเวลาที่น้ำละลาย แต่ใช่ว่าสโนจะละลายหมดไม่มีเหลืออยู่เลยนั้นก็หาไม่ บางแห่งสโนอยู่เปนนิรันดร เวลาร้อนก็เปนน้ำไหลลงมาเปนน้ำพุน้ำตก เวลาหนาวมีหมอกมีควันมีฝน ก็มาขังแขงเกรอะกรังอยู่ต่อไปอีก เพราะฉนั้นน้ำตกที่ไหลพร่าๆ อยู่รอบฟยอดทั้งปวง ไม่มีเวลาที่สุด ไม่มีเวลาน้ำตกแห้งไปได้ เปนเครื่องที่จะให้เห็นชัดว่า กำลังน้ำมีแรงอย่างยิ่งซึ่งอาจจะเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แต่พื้นแผ่นดิน จนภูเขาก็เปลี่ยนได้

ส่วนความลำบากของประเทศที่แผ่นดินเปนเช่นนี้ เปนต้นก็คือการเพาะปลูก ทำอะไรไม่ใคร่ได้ โดยปรกติต้นไม้ก็ไม่มี เว้นไว้แต่จะมาปลูกสร้างขึ้นในที่ซึ่งพอจะปลูกได้ ก็ต้องเปนไม้ที่ปลูกง่ายทนสาหัสจึงจะอยู่ได้ ที่สุดจนต้นหญ้าจะหาที่งอกก็แสนยาก เมื่อหาที่งอกได้ก็ได้มีสีเขียวงามอยู่ได้เพียงสามเดือน พ้นจากเวลานั้นก็ตายนึ่งแห้งหายสูญไป การที่จะทำทางรถไฟนั้นไม่ใช่การง่าย ไม่ใช่แต่เพียงตัดเขาลงเปนหนทาง ยังต้องจัดการป้องกันอิกหลายอย่าง คือทางคงจะต้องผ่านสายน้ำที่ตกจากเขาลงไปในฟยอด เปนน้ำพุใหญ่บ้างเล็กบ้างตกอยู่เปนนิจนิรันดร ต้องเปิดทางน้ำให้ไหลหลั่งลงไปเสียใต้หนทาง ใช่แต่เท่านั้นไม่ใช่ที่ที่น้ำตก เปนแต่น่าผาเฉยๆ ที่ทางรถไฟตัดไปเมื่อสโนกองขึ้นบนหลังน่าผานั้นสูงๆ อาจจะทลายเลื่อนลงมาทับทางรถไฟ ต้องตั้งรั้วกั้นกระดานเปนฝาฉนวน สำหรับกันไม่ให้น้ำแขงเลื่อนตลอดหนทาง แต่จะทำติดกันตลอดไปผืนยาวก็ไม่ได้ ทานกำลังสโนไม่อยู่ ต้องทำเปนตอนๆ เว้นระยะซึ่งเปนแอ่งทางน้ำตกมาก ให้สโนเลื่อนลงมาลงในแอ่งนั้นเปิดลงไปใต้ทาง ถ้าเปนน่าผาที่สูงชันใกล้ทาง ตั้งรั้วฉนวนเช่นนั้นก็ไม่อยู่ ต้องปลูกโรงครอบทางรถไฟปูกระดานข้างบน รับสโนอิกชั้นหนึ่ง ต้องเข้าถ้ำร่ำไป แต่ไม่ใช่ถ้ำศิลาทั้งหมด เปนถ้ำทำด้วยไม้หนาๆ แขงๆ สำหรับรับสโนไม่ให้ทุ่มเทลงมา แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ เพราะในท้องหนทางที่วางรางไปเองนั้น อาจจะมีสโนท่วมเต็มสูงตั้งสี่ศอกห้าศอก ต้องมีไถสำหรับติดน่ารถไฟ ไถสโนที่คลุมราง เปิดออกเปนปีกไปสองข้างพอให้รถเดินได้ ความประดักประเดิดของรถไฟในประเทศนี้มากถึงเพียงนี้ เพราะรถไฟสายนี้เปนสายเหนือที่สุดในโลก มีหลักซึ่งเขาได้หมายไว้กลางทาง ว่าเปนสูงที่สุดข้างฝ่ายเหนือ แลติดยูดเหนือ ๖๐ ดีกรี ๓๐ มินิต ความลำบากอื่นๆ ซึ่งรู้สึกแต่ชาวเรา เขาไม่สู้รู้สึก ยังมีอิกหลายอย่าง เช่นกับความหนาว ซึ่งเขารู้สึกว่าปรอดเซนติเกรต ๑๐ ดีกรี ฟาเรนไฮต์ ๕๐ เปนกำลังสบบาย เรารู้สึกหนาวเสียหนักหนาแล้ว เวลาเช่นนี้เขามีน้อย เขามีแต่ต่ำซีโร ๒๐ ฤๅ ๓๐ ดีกรี ว่าไม่สู้กะไร ร้อนพอใช้ ไม่สู้หนาวนัก เราเกือบจะรู้สึกว่า คำที่ว่าในโลกนี้มีความร้อนเปนที่ตั้ง เมื่อร้อนน้อยลงก็เรียกว่าเย็นนั้นจะตรงกันข้าม คือว่าในโลกนี้มีหนาวเปนที่ตั้ง เมื่อหนาวน้อยลงก็เรียกว่าอุ่น การมันเปนได้ถึงเพียงนี้

ส่วนประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากภูมิประเทศที่เปนเช่นนี้ คือประเทศนี้หันหน้าออกสู่มหาสมุทใหญ่อย่างยิ่ง คือแอตแลนติก อาจจะมีคลื่นลมที่แรงเกินประมาณ แลมีสัตว์ใหญ่ในน้ำเช่นปลาวาฬ ซึ่งกินปลาเล็กเปนอาหาร เมื่อพยุใหญ่หนักขึ้นฤๅปลาวาฬใหญ่กวนหนักข้างนอก ปลาเล็กๆ ก็หนีเข้ามาในฟยอด ซึ่งมีรายระไปตลอดเขตรแดน แลมีเกาะใหญ่น้อยนับด้วยร้อยด้วยพันยังอยู่ด้านน่า เมื่อปลาหลบเข้าไปอยู่ในฟยอดได้แล้วก็เปนน้ำสงบนิ่ง ใช่แต่เท่านั้น ยังได้กระแสน้ำซึ่งตกลงมาในฟยอด อันปลาโดยมากชอบจะว่ายทวนกระแสเปนอาหาร เหตุฉนั้นตามฝั่งทเลนอรเวนี้เปนที่ทำปลาบริบูรณ์อย่างยิ่งทั่วไปตลอดอาณาเขตร เปนทางทำกินของมนุษย์อันอยู่ตามเขตรแดนเหล่านี้เปนที่ตั้ง

เมื่อพิจารณาเหตุผลดีแลร้ายในที่ประเทศเหล่านี้แล้ว ยังน่าพิศวงความพยายามแลความเต็มใจของมนุษย์ที่อยู่แถบนี้เปนอันมาก เขาไม่ได้อิดหนาระอาใจ ในสิ่งซึ่งเปนความลำบากเปนสิ่งที่เสียของภูมิประเทศเลย ถือเอาแต่ส่วนข้างดีข้างเปนประโยชน์อย่างเดียว ไม่ได้ท้อถอยหลีกเลี่ยงฤๅเหนื่อยหน่ายเลย ใช่แต่เท่านั้น ยังพยายามที่จะหาประโยชน์ประกอบภูมิประเทศ ให้ได้ผลอันไพศาลอย่างยงได้ เช่นกับทำแร่เหล็กนี้ การทำแร่เหล็กนี้เปนความคิดอย่างใหม่ที่สุด เพียงแต่ขุดขนแร่ลงมา บรรทุกเรือส่งไปต่างประเทศอย่างเดียว สร้างทางรถไฟนี้ขึ้น อันเปนความลำบากอย่างยิ่งที่จะระวังรักษาดังเช่นกล่าวมาแล้ว ไม่มีสินค้าอื่นนอกจากแร่ เพราะมาทางเรือง่ายกว่าถูกกว่า มีคนมาเที่ยวบ้างแต่เฉภาะฤดูร้อนนี้ ฤดูอื่นไม่มีแลย นับว่าสร้างรถไฟขึ้นบรรทุกแร่อย่างเดียวเท่านั้น รถที่บรรทุกแร่นั้นทำเปนถังสี่เหลี่ยมรีก้นสอบ ตั้งขึ้นบนล้อเลื่อนสำหรับเข้าพ่วงรถไฟ ก้นถังนั้นเปิดได้ให้แร่รั่วลงทางก้น ที่ริมทเลเขาตั้งเขื่อน ก่อโค้งหนา เขื่อนนั้นต้องขุดลงไป ทำรากขึ้นมาในทเล พอเสมอหลังน้ำแปดเมเตอ หลังเขื่อนตั้งน่าร้าน แต่ก่อนใช้ด้วยเสาไม้แก่น เดี๋ยวนี้ได้ทำเหล็กขึ้นใหม่ ในตอนกลางพึ่งแล้วได้ปีเดียว ข้างหลังนั่งร้านมีเหล็กตาตรางเหนี่ยวสำหรับถ่วงน้ำหนัก ที่พื้นนั่งร้านมีพื้นเปิดปิดได้เฉภาะพอเท่ารถที่บรรทุกแร่ ฝาจับโพล่ที่เปิดปิดนั้นเปิดปิดด้วยเครื่องจักร ถ้าเวลาไม่บรรทุกก็ปิดขึ้นมาเสียเปนพื้นเต็ม ถ้าเวลาจะบรรทุกก็เปิดบานลงไปจดพื้นเปนตพาน เขาเรียกช่องที่สำหรับเทแร่นี้ว่าปอกเกต ด้านเขื่อนข้างริมน้ำมีราง พับขึ้นมาได้ทอดลงไปได้ เมื่อจะบรรทุก เอาเรือกำปั่นเข้ามาจอดริมเขื่อนเปิดระวาง ทอดตพานลงไปถึงปากระวาง มีเหล็กสำหรับกันน่าราง ติดกว้านที่จะให้หย่อนฤๅให้ตึง ถ้าหย่อนแร่ก็ไปตกท้องเรือด้านข้างนอก ถ้าตึงเข้าแร่ก็มาตกท้องเรือด้านข้างใน รางนั้นเขาเรียกว่าสเปาต เมื่อเลื่อนรถมาตรงช่องปอกเกต เปิดก้นถังให้แร่ร่วงลงไปในปอกเกต แล้วก็เลื่อนลงไปในสเปาต ลงในระวางเรือเอง ในการที่จะบรรจุแร่ลงท้องเรือนี้ ใช้คน ๕ คนเท่านั้น ใน ๗ มินิตบรรทุกได้ ๕๕๐ ตัน มันช่างย่นแรงคนลงได้เท่าหนึ่งเท่าไรเหลือที่จะประมาณ เขื่อนนั้นเขาเรียกว่ากี กีที่อยู่เดี๋ยวนี้พอจะบรรทุกเรือได้คราวละสามลำ เพราะมีปอกเกตแลสเปาตเรียงกันไปเปนแถว มีเรือที่มาบรรทุกอยู่ในเวลานี้ชาติต่างๆ รวม ๓๐ ลำ บรรทุกได้ปีละล้านห้าแสนตัน แต่กำหนดงานของเขาเอารถไฟเปนที่ตั้ง ว่ากำหนดจะบรรทุกแร่ลงมาได้ปีหนึ่งสามล้านตัน กำลังทวีงานทั้งปวงอยู่เสมอที่จะให้ขึ้นถึงอัตรานั้น เดี๋ยวนี้กำลังสร้างที่กองแร่อยู่ข้างบนบก ซึ่งจะขนเอามาพักไว้พลาง สร้างกีขึ้นใหม่สำหรับจะเอาถ่านขึ้น กีนั้นใช้ได้ทั้งขาขึ้นขาลง ขาขึ้นใช้เปนเครื่องดันให้ถังลอยขึ้นมาด้วยกำลังเครื่องจักร มีเปาเวอสเตชั่นสำหรับไฟฟ้า ใช้แรงไฟฟ้ามาก กัมปนีนี้ได้ตั้งขึ้นเปนไปรเวตกัมปนี แต่รถไฟมอบให้รัฐบาล กัมปนีออกเงินทุกอย่างในการที่จะใช้รถไฟ รัฐบาลได้ส่วนแบ่งในกำไรกึ่งหนึ่ง การที่ทำนี้ ในประเทศที่แลติดยูดสูงที่สุด ถ้าหากว่าเนเชอธรรมดาโลกไม่ช่วย เขาก็จะทำการไม่สำเร็จได้ ข้อที่ว่าเนเชอช่วยนั้น คือทเลซึ่งแลติดยูดสูงเช่นนี้ น้ำในทเลควรจะแขงเวลาน่าหนาวเหมือนอย่างเมืองอื่นๆ ถ้าหากว่าเช่นนั้นเขาจะทำงานได้แต่สักสามเดือนไม่คุ้มกันกับที่ลงทุนถึงเพียงนี้เลย แต่นี่เนเชอช่วยเขาอาไศรยสายน้ำร้อนที่ได้กล่าวมาแต่ก่อนแล้ว น้ำในทเลเหล่านี้ไม่แขง เขาทำงานได้ตลอดปีไม่ว่าน่าหนาวน่าร้อน ไม่ว่ากลางวันกลางคืน น่านี้ก็ไม่ต้องใช้ไฟเลย น่าหนาวก็ใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา เพราะเหตุฉนั้นจึงต้องมีเปาเวอสเตชั่นใหญ่ เปนอัศจรรย์ที่เขาใช้คนน้อยเหลือประมาณ ที่ทำงานอยู่ที่กีแลทำงานรถไฟ แลทำงานที่เวิกชอป รวมทั้งสิ้นคนสองร้อยเศษเท่านั้น นี่เปนข้อรวบยอดของคำที่ว่าเขาถือเอาแต่ส่วนข้างดี ได้ประโยชน์อย่างยิ่งถึงเพียงนี้

คราวนี้จะว่าด้วยการที่พ่อขึ้น วันนี้เปนวันเคราะห์ร้าย ฝนตกมากบ้างน้อยบ้างเสมอไม่หยุด ตกมากจนถึงดังเปราะแประ จนถึงภูเขามืดไปด้วยหมอกด้วยควันแลด้วยสายฝน ประเดี๋ยวประเดี๋ยวก็สว่าง มีพระอาทิตย์แจ่มออกมา ต้องเลือกเอาช่องที่ดีที่สุด ขึ้นไปพอถึงฝั่งก็ถูกฝนอิก ผู้ที่จัดการที่นี่เปนสองคนคือ โอเดดับลยู ลุนด์ เปนผู้ดูการเรื่องบรรทุกแร่ทั่วไป กับ อี เอม ซี โยฮันน์เซน เปนผู้ดูการรถไฟ เขาเลื่อนรถลงมารับจนใกล้จะถึงตพาน พาไปดูที่กีก่อน ต้องลงเดินกางร่ม ร่มอย่างดีที่ซื้อจากบาเดนบาเดนเลยไม่ได้ใช้ ติดใช้ร่มซื้อที่ฮาเมอเฟสต์เปนร่มผ้า ก็พอดีกันกับฝนเปียก ดูประทุกแร่ แล้วกลับขึ้นรถ ออกจากนี้ไปตามทางรถไฟ ซึ่งผ่านไปตามหว่างตำบลนาร์วิก มีบ้านเรือนทั้งสองข้าง ต่อไปเลียบไปบนไหล่เขาริมฟยอด จนตลอดฟยอด ระยะทางเกือบชั่วโมงหนึ่ง มีที่พักบ้าง ทางไม่อิกเท่าใดจะถึงพรมแดนเมืองสวิเดน แล้วกลับลงมาลงที่ท่าเดิม รวมเวลาที่ขึ้นไปประมาณสามชั่วโมงเศษ เกือบ ๔ ชั่วโมง ฝนตกไม่หยุดจนกระทั่งกลับลงมา มากบ้างน้อยบ้าง รอให้บัตรให้ตรากันแล้วก็ออกเรือ วันนี้ได้รับเมล์ซึ่งเขาส่งตามๆ ขึ้นมา พึ่งจะได้รับหนังสือจำนวนวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ช้าถึง ๔๗ วัน แต่พ่อไม่มีความเดือดร้อนด้วยมาถึงสุดหล้าฟ้าเขียว ที่เขาส่งตามขึ้นมาให้ถึงได้นี้ก็เปนอย่างดี นึกแต่แรกว่าจะได้ไปรับพลั่กที่เบอลินทั้งหมดเสียอิก

เวลา ๒ ทุ่มเรือถึงรัฟตซุนด์ อยู่ในหมู่โลโฟเตน ทอดในหว่างช่องนั้น แล้วลงเรือโมเตอลอนช์ ไปเข้าในตรอลฟยอด พระยาชลยุทธแปลว่าตรอลคำนี้คล้ายๆ กับเปรต ในรัฟตซุนด์นี้มีเข้าล้อมรอบ เหมือนอย่างกับก่อเขารอบปากอ่างรี กลางเปนน้ำนิ่งกว้างใหญ่เวิ้ง เขารอบนั้นเปนเขายอดแหลมๆ ตลอดทั้งนั้น มีสโนกองขาวดาดไปรอบข้าง ข้อที่เขายอดแหลมเปนเสี้ยมไปหมดทั้งนี้ ก็ด้วยอาไศรยแรงน้ำกัดเหมือนกัน ตัวศิลาเปนร่องน้ำพรุนไปหมด เหมือนศิลาที่ช่างก่อเขาของเราชอบใช้ในการก่อเขามอ หญ้าที่มีเกาะอยู่บ้างในที่น่าราบๆ ฤๅซอกเขาเปนสีเขียวคล้ำ เหตุด้วยมิใช่หญ้าเปนตะไคร่น้ำเกาะอยู่บนหลังศิลาเฉยๆ ไม่มีดิน แล้วแห้ง ตะไคร่ใหม่มาเกาะงอกขึ้นเขียวทับจึงเปนสีเขียวคล้ำพร้อยๆ ตะไคร่น้ำนี้พูดภาษาไทย แต่ไม่ใช่ตะไคร่น้ำอย่างบ้านเรา ตะไคร่น้ำที่แซะได้แผ่นโตๆ หนาๆ เช่นที่เรียกว่ามอส มีเขาลูกเตี้ยๆ ทับน่าริมปากอ่างอิกชั้นหนึ่ง เขาชั้นนี้มีหญ้าจริงๆ มีต้นไม้เตี้ยๆ ขนาดผักแซกแซม แต่ไม่ใช่จะหุ้มศิลามิด มีรายอยู่ตามซอกศิลา มีเรือนหาปลาตั้งอยู่สองหย่อมห่างกัน แลดูเหมือนว่าจะไม่มีทางออกไปแห่งใด แลเขานั้นดูเหมือนหนึ่งว่าไม่สู้ไกลนัก แต่เมื่อแล่นเรือโมเตอลอนช์ไป จนลิบลำเรือยอตช์ จึงแลเห็นเปนซอกแซกเข้าไปในหว่างเขา คือเปนฟยอดพรุนไป แต่ฟยอดที่เข้าไปที่ตรอลฟยอดนี้ ยังหายลับไม่เห็นช่องเลย พอเลี้ยวพันแหลมก็เห็นเปนช่องลำคลองกว้างกว่าคลองบางหลวง ข้างขวามือเปนเขาสูงเหมือนอย่างตัดผ่าซีก น่าผาชันไม่มีต้นไม้ แลแหงนฅอตั้งบ่า ข้างซ้ายเปนเขาต่ำลงมาหน่อยหนึ่งเปนรอยศิลาที่น้ำกัดเปนกลีบๆ แต่ละแท่งละแท่งโตเกินประมาณ เขาเหล่านั้นเปนน้ำพุไหลพร่าไปทุกหนทุกแห่ง สูงๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้าง ในที่สุดของฟยอดนั้นเปนภูเขายอดซับซ้อนกัน มีสโนดาดขาวเต็มไปทั้งสิ้น ข้างเขาที่ลงมาเปนแอ่งเปนกะพักก็มีสโนกองเรี่ยราดลงมาจนกระทั่งถึงทเล มีน้ำพุใหญ่ตกอย่างแรง ลงมาในโกรกหว่างเขา คิดจะถ่ายรูปแต่ถ่ายไม่ทัน ฝนตก ตกอย่างมากๆ ด้วย ต้องกางประทุน ที่แท้กางประทุนเสียอุ่นขึ้นอิกมาก เวลาขาไปเข้าในฟยอดลมพัดโกรกลงมาจากสโนยอดเขาเย็นเยือก ชายอุรุพงษ์บอกว่าเกือบสั่นแล้ว

เรือโมเตอสำหรับเรือยอตช์ลำนี้แล่นเร็วมาก รูปเปนเรือกระเชียง มีเครื่องตั้งอยู่ท้ายเรือเล็กนิดเดียว ตอนน่าตั้งแต่พ้นเครื่องมาจนกระทั่งถึงหัวเรือ นั่งได้กว่า ๒๐ คน ถือท้ายอยู่หัวเรือ วันนี้กับตันลงถือท้ายไปเอง ประทุนเปนประทุนผ้า มีแต่ตอนที่ถือท้ายแลตอนเครื่องจักร แต่ก็พอที่จะเบียดนั่งเข้าไปได้หมด ไม่มีใครเปียก ตั้งแต่ใช้มาไม่เคยเสียแต่สักครั้งเดียว มีคนสองคน ที่ใช้เครื่องจักรคนหนึ่ง ถือท้ายคนหนึ่งเท่านั้น ไม่เห็นต้องเอะอะอะไรกันเหมือนเรือในบางกอก ถ้าหากว่าไม่มีเรือโมเตอลำนี้ จะใช้เรือกระเชียงฤๅเรือสตีมลอนช์คงจะประดักประเดิดเสียเวลาอย่างยิ่ง ที่ตำบลนี้เปนที่เอมเปอเรอเยอรมันชอบเสด็จมาทอดเพราะเปนที่งามโดยรอบ แลเปนที่เที่ยวเล่นซอกแซกได้ เหมือนจอดเรืออยู่ในอ่างเขามอ เสียแต่เรื่องฝน ตั้งแต่มามีวันที่ปลอดโปร่งไม่มีฝน บริสุทธิ์แลปราศจากเมฆหมอกอยู่แต่วันที่ ๑๒ ซึ่งไปขึ้นนอทเคปนั้นวันเดียว ถึงที่เห็นพระอาทิตย์เวลาเที่ยงคืนวันแรก ในวันที่ ๑๐ ก็ให้เห็นพอทันอยากเท่านั้น วันที่ ๑๑ ก็เปล่า ไม่ได้เห็นดวงพระอาทิตย์ วันที่ ๑๒ นั้นเปนวันบริสุทธิ์ตลอดคืน แลเห็นพระอาทิตย์เที่ยงคืนแจ่มแจ้งจนเกินต้องการที่จะถ่ายรูป จนพระอาทิตย์เลื่อนกลับขึ้นไปเปนเวลาเช้าไม่มีหม่นหมองเลย ข้อที่เอมเปอเรอคิดตลีตลานจะขึ้นไปนอทเคป ก็เพราะเห็นว่าอากาศวันที่ ๑๒ นั้นดี ที่ ๑๓ คงจะดีต่อไปอิก แต่เรือโฮเฮนโซเลินจอดอยู่ตรอมซือ ถ้าจะรีบขึ้นไปนอทเคป คงไปถึงเวลาราวสัก ๕ ทุ่ม คงจะคิดดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่นอดเคปด้วย แต่เปล่า ขึ้นไปคงไม่ได้เห็น ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ที่ ๑๔ สองวันมา ไม่ได้แลเห็นพระอาทิตย์เวลาเที่ยงคืน ถึงวันนี้ก็เปล่า ฝนตกครึมอยู่เสมอ โทรเลขจรูญมีมาว่าได้ส่งหนังสือเมล์มาที่คริสเชียนซุนด์จะต้องแวะที่คริสเชียนซุนด์นอกจากโปรแกรมอิกแห่งหนึ่ง พรุ่งนี้คงจะเปนวันที่เดินทางมาก วันนี้เปนเสร็จสิ้นเรื่องกันเท่านี้ที

• • • • • • • • •

สวาร์ติเซน เบร

 

คืนที่ ๑๑๒

วันอังคารที่ ๑๖ กรกฏาคม

อ้ายการทนหนาวทนเย็นนี้มันค่อยทนได้มากขึ้นโดยลำดับ เมื่อแรกมาช่างหนาวเสียเหลือทนเหลือทาน มันชวนจะอยากให้ติดไฟร่ำไป ค่อยทนได้มากขึ้นทุกที จะเปนด้วยแต่ก่อนเลือดน้อย ภายหลังนี้เลือดมากขึ้น ฤๅจะเปนด้วยถูกหนาวๆ มันมากขึ้น พอพบอุ่นขึ้นหน่อยก็พอ เลยเห็นเปนไม่สู้หนาว ก็ไม่รู้แน่ แต่ปรอดนั้นต่ำมากกว่าตอนข้างล่างเปนแน่ ดูหนาวเท่าๆ กันกับที่มาจากข้างล่าง ไม่สู้แปลกประหลาดกันนัก เรือมาถึงเมื่อไรไม่รู้สึก เห็นจะเปนราว ๓ โมง ตื่นขึ้นแลเห็นจอดที่สวาร์ติเซนเสร็จแล้ว ตำบลสวาร์ติเซนนี้เปนที่สโนเทือกใหญ่ซึ่งเรียกว่าแคลเซียร์ ติดต่อกันลงมาจนถึงทเล เปนทาที่น้ำหักลงมาโดยแรง กัดทางกว้าง เพราะเปนที่ลาดไม่สู้จะชัน สโนจึงได้ขังอยู่ได้มาก ประมาณดูแผ่นสโนที่ริมทเล โดยกว้างเห็นจะเกือบ ๓ เส้น ที่กิ่วจะราวสักสองเส้นหน่อยๆ แต่ขึ้นไปข้างบนแลสุดสายตา ประมาณไม่ได้ เพราะที่เขาเช่นนี้หลอกตาเต็มที เห็นเตี้ยแต่สูง เห็นใกล้แต่ไกล เขาอวดว่าในโลกมีแห่งเดียวที่มีแคลเซียร์ตกถึงทเลโตถึงเท่านี้ จะเท็จจริงอย่างไรไม่รู้ ถ้าดูในรูปโฟโตคราฟฤๅรูปโปสต์ก๊าดจะเห็นเข้าใจง่ายกว่าที่จะเล่า

เมื่ออยู่เมืองคริสเตียเนีย ไม่ได้ไปซื้อของแห่งใดเลย อยู่แต่ในวังแลไปเที่ยวกับเจ้าแผ่นดินแลพระมเหษี แต่กระนั้นหนังสือพิมพ์ยังลงว่าพ่อไปเที่ยวห้าง เจ้าแผ่นดินบอกว่าได้เห็นหนังสือพิมพ์แล้วไม่เชื่อ เพราะอยู่ด้วยกันเสมอจะเอาเวลาไรไป ภายหลังได้ความว่ากรมสมมตกับชายอุรุพงษ์ที่อยู่โฮเตลได้พากันไปเที่ยว แล้วมารายงานว่าไม่มีอะไร มีแต่ร้านเหล้า, ร้านขนม, ร้านเครื่องแต่งตัวผู้หญิง, ร้านบุหรี่, ร้านหนังสือ, หมดเท่านั้น ซ้ำอยู่นั้นเอง หาซื้ออะไรไม่ได้ทีเดียว ครั้นขึ้นมาข้างเหนือ มาได้ซื้อของที่ทรอนด์เยม แต่ส่งไม่ได้ ยังเอาประทุกเรือมาจนเดี๋ยวนี้ เมื่อลงเรือแล้ว ซื้อได้ที่ฮาเมอเฟสต์แลที่นอทเคป นอกนั้นเหลือที่จะหาอะไรเปนที่รฦก มีแต่ปลา เอาไปไม่ไหว แลสู้ปลาเราก็ไม่ได้ จึงได้ซื้อสมุดโปสต์ก๊าด ตั้งพิธีเก็บโปสต์ก๊าด อาลเบอสเขาเปนผู้ช่วยเอาใจใส่มากในการเก็บ บริพัตรได้เปนผู้จดชื่อลงเปนไทย ใช่ว่าจะเลือกซื้อแต่น้อยๆ มันมีเรื่องที่รฦกถึงตำบลนั้นๆ ที่ไปถึง แต่อย่างละสามสี่แผ่น เมื่อสุดทางถึงกีลจะได้ส่งสมุดนี้เข้าไปเปนของฝากทีเดียว

วันนี้ไม่มีเรื่องราวอะไรนอกจากที่กล่าวมาแล้ว เพราะเหตุที่เปนเวลาเดินทาง กลับมาทางที่ไปแล้ว ผ่านโบเดอแต่ตอนเช้า ตอนเย็นนี้ผ่านตอร์คแฮตเตน แล้วจะผ่านทรอนด์เยม ต่อพรุ่งนี้ตอนเช้าจึงจะได้แวะรับหนังสือคริสเชียนซุนด์แลไปโมลเด ตั้งแต่ทรอนด์เยมลงไปจึงจะเปนหนทางใหม่ที่ยังไม่เคยผ่าน คลื่นลมไม่มี เปนแต่ตอนเช้าฝนตก ตอนบ่ายก็ไม่มีฝน แต่อากาศมัวไม่แจ่ม หมดจากเขตรที่จะเห็นพระอาทิตย์ในเวลาเที่ยงคืน เปนพระอาทิตย์ตกช้าขึ้นเร็ว ไมมีมืดตามธรรมดา อากาศที่หนาวลดถอยลงปรากฎชัด กลางแจ้งเซนติเกรต ๑๖ ดีกรี ฟาเรนไฮต์ ๕๘ ดีกรี ในร่มเซนติเกรต ๒๑ ดีกรี ฟาเรนไฮต์ ๗๐ ดีกรี

เวลาว่างไม่ต้องเขียนรายวัน ได้เขียนหนังสือตอบที่ได้รับโดยเมล์เมื่อวานนี้ กับพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเรื่องลครเมอริวิโด ซึ่งอ่านค้างอยู่ หมายว่าจะส่งไปให้ลูกอ่านเลยลืมเสีย บัดนี้ได้ส่งหนังสือนั้นมาในซองนี้ด้วย กว่าจะค้นได้แสนจะประดักประเดิด ด้วยเจ้าพนักงานเขาเห็นเปนกระดาษเปล่า ต้องให้อุรุพงษ์ไปค้นจึงได้ได้

อนึ่งเรื่องกิงออฟสเปน เปนอันต้องงดไม่ได้พบ เพราะนัดเวลาว่าจะรับได้ตั้งแต่วันที่ ๑ ไปจนถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคมตอนหนึ่ง วันที่ ๖ เดือนกันยายนเปนต้นไปตอนหนึ่ง ตอนแรกได้ติดนัดที่บรานซวิกเสียแล้ว ตอนหลังติดนัดที่อื่น ต้องจดหมายบอกเลิกไปไม่ได้ การที่จะนัดพบปะกันลำบากมาก เหตุด้วยเวลาเราสั้น ข้างฝ่ายเขาเขาก็มีการซึ่งได้กำหนดไว้แล้วเหมือนกัน จึงผ่อนผันหากันไม่ใคร่จะได้

ขอเติมย้อยลงไว้ข้างท้ายอิกนิดหนึ่ง ว่าเรือผ่านริสวาร์ ตำบลนี้เมื่อเขียนรายวันแล้ว เปนช่องเกาะแคบจริงๆ บางแห่งแคบกว่าแม่น้ำเจ้าพระยา บางแห่งเท่าคลองบางกอกใหญ่เท่านั้น แต่น้ำลึกเรือเดินห่างฝั่งสักสองวาฤๅสามวาก็ได้ เกาะเหล่านี้เปนพื้นราบๆ ไม่ใช่เปนเขาสูงทั้งนั้น แต่อย่าหลงไปว่าเปนพื้นดินๆ เปนอันไม่มี ศิลาทั้งนั้น หญ้าขึ้นแซมตามซอกศิลา พึ่งจะขึ้นอ่อนๆ พอเปนสีใบโสกบ้าง แก่กว่าใบโสกบ้าง

ลืมที่จะได้เล่าแต่วานนี้ คือในทเลแถบนี้ ไม่มีข้อที่จะกลัวเลยว่าที่ไหนน้ำจะตื้น ในฟยอดตรอกเล็กตรอกน้อยน้ำลึกทั้งสิ้น ในการที่จะทอดเรือกำปั่นแห่งใด ไม่ต้องเลือกหาว่าให้น้ำลึก เผื่อน้ำลงขอดเรือจะติด การที่ตรงกันข้ามนั้น ต้องเลือกหาว่าที่ไหนน้ำจะตื้นพอทอดสมอได้ มันมีแต่ร้อยวาร้อยห้าสิบวาไปทั้งนั้น เหมือนเมื่อวานนี้ ถ้าเรือไปจอดที่ตรงปากช่องรัฟตฟยอดจะเข้าได้ประเดี๋ยวเดียว นี่เหตุใดจึงต้องไปทอดห่างเหลือเกิน จนเรือเล็กไปไม่มีอะไรบังเลย แลกลับมาก็ไม่เห็นเรือยอตช์ เพราะเหตุที่ตามปากช่องเหล่านั้นหาที่ทอดสมอไม่ได้ น้ำลึกเกินไปไม่มีสายโซ่พอ วันนี้เวลา ๒ ยามเปนสีน้ำเงินแปลว่าค่ำ เห็นจะไม่มืดไปกว่านี้

หนังสือฉบับนี้ ตัดรายวันลงไว้เสียวันหนึ่ง ส่วนวันนี้ เพราะเปนท่าใหญ่ที่ตำบลโมลเดนี้ เพื่อจะให้หนังสือได้ไปเร็ว รายวันจึงน้อยไปหน่อยหนึ่งดีกว่าช้า

จุฬาลงกรณ์ ป.ร.

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ