พระราชหัดถเลขาฉบับที่ ๒

เสด็จลงเรือซักซัน

เสด็จลงเรือซักซัน

คืนที่ ๘

เรือนอทเยอรมันลอยด์ ชื่อซักเซนกำลังเดินทาง

วันพุฒที่ ๓ เมษายน

หญิงน้อย

พ่อต้องลงมือเขียนซ้ำวันนี้อิก เพราะที่มอบป้าภีไปเปนตอนเพียงจะมาจากเรือมหาจักรีเท่านั้น พอเขียนหนังสือฉบับนั้นเสร็จเวลาบ่าย ๓ โมงเศษ ก็มาลงเรือนี้ มีการส่งเสด็จที่เรือมหาจักรี แลรับเสด็จที่เรือลำนี้ แต่คนไม่ใคร่จะมามาก เพราะเขาเห็นจะเปนการรบกวน เช่นทูตเยอรมันมาจากบางกอกมาที่ท่าแต่ไม่มาหา เปนแต่สั่งเวสเตนกาดมาให้พร กลัวว่าจะเปนการรบกวน มาแต่กงสุลเยอรมัน มิสเตอแลมิสซิสแอนเดอสัน[๓๘] กับลูกชายคนหนึ่งลูกหญิงคนหนึ่ง สอนคำนับกันมาแขงแรงน่าเอนดูมาก ผู้หญิงให้ช่อดอกไม้พ่อช่อหนึ่ง ให้ป้าภีมาดูห้องจะได้ไปเล่าให้ฟัง จะพาดูเองก็ไม่ได้ เพราะต้องรับแขก คนพลุกพล่านมาก ให้ดุ๊กพาดู ดุ๊กรายงานว่าไม่เปนอันดู มัวแต่ร้องไห้แลจะขอเห็นพ่อจนไปลับอย่างเดียว ผู้ที่ส่งชั้นนี้มีอาภาเปนต้นร้องไห้กันอิกทุลักทุเลมาก เรือออกมีโห่กันตามตำรา พ่อลงมือจัดห้องแลเดินตรวจทั่วทั้งลำ

เรือซักเซนลำนี้เขาว่าเก่าไปเสียอิก เปนเรือที่ใช้มา ๑๓ ปีล่วงแล้ว ว่าดาดฟ้าแคบไปกว่าเรือชั้นใหม่ๆ แต่การตกแต่งนั้นยอมกันว่าวิจิตรจริง แต่งเสียจนเปนเรือใหม่ทีเดียว เรือเมล์นี้นอกจากได้เห็นแลได้อยู่ น่าจะเข้าใจยากว่ามันสบายบริบูรณ์เพียงใด สาระพัดจะมีที่สุดจนช่างตัดผม อาหารนั้นถ้ากินทุกเวลาเปนไม่หมด คือเช้าย่ำรุ่งครั้งหนึ่ง เปนน้ำชากาแฟแลผลไม้ เช้า ๒ โมงครั้งหนึ่งกินอาหารเช้า เช้า ๔ โมงครั้งหนึ่งมีน้ำมะนาวฤๅซุปกับแซนด์วิช บ่ายโมงครั้งหนึ่งกินอาหารกลางวัน บ่าย ๓ โมงครั้งหนึ่งน้ำชา ย่ำค่ำครั้งหนึ่ง ๒ ทุ่มครั้งหนึ่ง ๔ ทุ่มครั้งหนึ่ง เวลาเหล่านี้มีอาหารเรียกได้ตตอด แปลว่าคนมันมาก จะกินเวลาไรช้าเร็วได้ตามแต่ใจ เรือนั้นแบ่งเปน ๔ ตอน ตอนหัวไม่มีดาดฟ้าบนกราบเปนระวางบรรทุกของ ถัดมาอิกตอนจนกลางลำ ชั้นล่างเปนห้องคนอยู่ แลสลูนใหญ่กินเข้า ชั้นปากเรือมีห้องคนอยู่สองข้าง กลางเปนบันไดแลเครื่องจักร์ ชั้นดาดฟ้ามีห้องสลูนสำหรับเลดีแลห้องสูบบุหรี่ ชั้นบนสพานขึ้นไปเปนห้องกับตัน ในตอนที่ ๒ นี้เปนชั้นที่หนึ่ง คนชั้นที่สองเดินมาไม่ได้ ตอนที่ ๓ ต่อท่อนท้ายไม่มีดาดฟ้าบนกราบ เปนระวางบรรทุกของเหมือนข้างน่า ตอนที่ ๔ ตกท้ายเรือชั้นล่างเปนห้องนอนของพวกชั้นที่สอง เดินต่อกับชั้นที่หนึ่งข้างล่างได้ มีเขตรเปนประตูคั่น ห้องนอนมีห้องเปน ๔ แถว ขึ้นดาดฟ้าชั้นปากเรือเปนห้องกินเข้า ดาดฟ้าชั้นบนเปิดโถงสำหรับนั่งเล่น แลเห็นกันกับชั้นที่หนึ่ง แต่ดาดฟ้าขาดตอนกัน ชั้นล่างนั้นที่สองติดกันกับที่หนึ่งก็จริง แต่จะเดินล่วงประตูมาไม่ได้

ในการที่จะเห็นไม่สบายก็แต่ที่นอน ถึงชั้นที่หนึ่งก็เต็มที ห้องนั้นเปนประตูเข้ากลางแล้วมีห้องสองข้าง ในห้องหนึ่งมีที่นอนซ้อนกันสองอัน คนหนึ่งต้องไปนอนบนลิ้นกลี่ข้างบน มีเก้าอี้ยาวแคบๆ อันหนึ่ง มีที่ล้างหน้าเปิดปิดคู่หนึ่ง ถ้ามีเข้าของต้องเอาไว้แต่เฉภาะ เหลือนั่นต้องเอาไปฝากเก็บในห้องระวาง ห้องน้ำมีร่วมกันแต่สอาดหมดจด แต่ที่เรามาเช่าทั้งลำแลมาน้อยคน คนหนึ่งตักเสียสองห้อง ไว้ของห้องหนึ่งนอนห้องหนึ่ง ลิ้นกลี่ที่ซ้อนข้างบนก็เอาออกเสียด้วย แต่กระนั้นห้องยังมีเหลือ เพราะเขารับได้ถึง ๖๐ คนเรามาไม่เท่าไร

แต่ส่วนห้องพ่อนั้น เขาเรียกว่าสเต๊ตรูม อยู่ดาดฟ้าชั้นที่สองปากเรือ อยู่หัวโต่งต่อน่าเรือ ได้กำไรน่าต่างเปิดออกไปทางในเรืออิกน่าต่างหนึ่ง เปนทางที่ลมพัดเย็นไม่ใคร่ขาด เขายังซ้ำเปิดห้องต่อกันให้อิกห้องหนึ่ง เปิดเลยไปถึงห้องน้ำด้วยอิกห้องหนึ่ง ถ้าจะประมาณกว้างยาวเห็นจะเท่าห้องเฉลียงที่พระที่นั่งวิมานเมฆ แต่ยาวกว่าหน่อยหนึ่ง ด้วยปันเปน ๓ ตอน ๆ ข้างหัวเรือ ๓ น่าต่าง ออกน่าเรือน่าต่าง ๑ ข้างเรือ ๒ น่าต่าง เปนน่าต่างกระจกกลม แต่มีม่านแพรบังข้างใน ฝาเปนห้องเฟี้ยมไม้ลายแลฝังไม้ลายมีลายสลักกรอบแลเสา งามหรูเหมือนเครื่องเฟอนิเช่อฝรั่งเศส มีตู้เขียนหนังสือสลักลายนอ[๓๙]มาก อันโตไม่ใช่เล็ก แต่ชั่งเหมาะใจเสียจริงๆ พ่อจัดหลังตู้ตั้งพระห้ามสมุทเมืองนครมุมหนึ่ง ต้นไม้ยี่ปุ่นปลูกกระถางกราบเขาจัดสำหรับเรือ ๒ กระถาง กับพระรูปทูลกระหม่อมปู่[๔๐] รูปลูกอ่านหนังสือ รูปปราสาทราชมณเฑียร ซื้อกรอบเงินเขาใส่อิกสามแผ่น มีชั้วรองลงมา พวกรูปในสมุดเงินเล็กๆ ปดิทินแลเครื่องเขียนหนังสือบรรดาที่ประจุกระเป๋าหิ้วมา ล้วงออกตั้งได้หมด หีบของ สมุดรายวัน แลอะไรๆ ไว้ลิ้นชักที่ ๓ จนนาฬิกา หีบเขียนหนังสือตั้งข้างซ้าย มีปลั๊กติดโคมตั้งบนตู้เขียนหนังสือได้ด้วย นั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือนี้รู้สึกเพลินใจเหมือนอยู่บ้าน เพราะเห็นหน้าคนที่เคยเห็นเฝ้าพร้อมมูลทั้งเย่าเรือน รู้สึกใจฅอเบิกบานด้วยคิดสมบัติบ้า ตั้งแต่มาไม่เคยสบายใจเช่นวันนี้ ในเรือมหาจักรีห้องมันมากเกินไป รูปมันเดินตามเมื่อย้ายห้องไม่ได้ นี่มีห้องเดียวสมน้ำหน้าดีจริงๆ ข้างริมกราบเรือมีตู้ผ้านุ่งหรูมาก แขวนเครื่องครอง กล่าวคืออิวนิงเดรสที่ต้องแต่งทุกวัน แลเครื่องแต่งตัวกลางวันสำรับหนึ่ง ชั้นล่างยังเหลือลิ้นเปนกอง เพราะเอาหีบหนังเหลืองมาจุกไว้ใบหนึ่ง ต่อมาริมกราบเรือมีเก้าอี้ยาว เล็กกว่ากระดานอยู่ไฟสักฝ่ามือหนึ่ง แต่พอนั่งเอนได้ น่าเก้าอี้ยาวมีโต๊ะรีตัวหนึ่ง วางกล้องหีบหมาก กระโถน ซองบุหรี่ นาฬิการกพอใช้ แต่เก๋มาก ที่ฝาคั่นห้องนอนเปนฝาไม้ครึ่งหนึ่งม่านครึ่งหนึ่ง ที่ฝาไม้ตั้งตู้ บรรดาสมุดที่เอามาขึ้นตู้ชั้นบนได้หมด มีชานไว้ที่ชา ขวดยา หีบบุหรี่ของกระจุกกระจิก ในห้องนอน เตียงก้าไหล่เงินเขาตั้งมันเล็กไม่สะใจ ลากเอาเตียงแม่เล็กในเรือมหาจักรีมาตั้งอ้าซ่าได้ถึงที่ ดีที่ปลั๊กดับไฟแลเปิดไฟอยู่ข้างที่นอน ไม่ต้องพึ่งพระบารมีพวกมหาดเล็ก เปิดปิดได้เองตามใจ ตู้แต่งตัวอยู่ตรงปลายเตียง ตู้ล้างหน้าอยู่ริมกราบเรือ ตู้ล้างหน้านี้มีอ้ายหัวฟู่ล้างหัวได้เช่นพระองค์สาย[๔๑]ให้ ฝาห้องนี้บุด้วยแพรดวงงามวิจิตรสบายตา ห้องน้ำต่อไปก็กว้าง มีถังอาบน้ำโตแต่สั้น เปิดน้ำร้อนก็ได้น้ำเย็นก็ได้ มีที่ล้างมือเหมือนพระที่นั่งอัมพร ทั้งสามห้องนี้มีโคมที่มุมแลคอนนกที่เพดาน มีไฟห้องละสามดวงสองดวงทุกห้อง มีพัดลมติดฝาทั้งสามห้อง พัดนั้นจะให้เงยหน้าก็ได้ เหลียวซ้ายแลขวาได้ดังใจทุกอย่าง ให้บังเกิดความรักห้องเปนกำลัง จะจากไปน่าจะถึงเสียดายได้ พ่อชอบห้องเล็กๆ จัดอะไรให้เห็นทั่วแลหยิบง่ายอยู่แล้ว ช่างถูกใจเสียจริงๆ ขอให้วางใจเถิดว่าพ่อมาอยู่ในเรือนี้สบายมาก เปนอันเลิกยกเลดีสลูนข้างบนไว้เปนที่รับแขก ห้องนั้นเปนลายปั้นครืดไปทั้งนั้น หรูอย่างห้องฝรั่งเศส ห้องกินเข้าก็หรูเหมือนกัน ต้นไม้พระยานริศร[๔๒]จัดแต่งมาแต่ยี่ปุ่นมากทั้งในห้องนอนแลห้องกินเข้า ค่อยหายคิดถึงต้นไม้ลง ฝันว่าอยู่ในสวนได้

เวลากินเข้าเป่าแตร ๒ คราว แต่คราวหนึ่งถึง ๓ ครั้ง กับตันนั่งหัวโต๊ะ พ่อให้คงไว้ แต่วันนี้เรือมาในช่องไม่ลงมากิน ท้ายโต๊ะเปนที่หมอสำหรับเรือนั่ง อาหารทำดีมาก กินได้บริบูรณ์นับว่าไม่อด เว้นไว้แต่ลูกไม้เปนลูกไม้ฝรั่งกิน อ้ายลูกก่าหว่าต่างๆ เช่น แอบเปอลเปนต้น มันปอกสัปรศขันอยู่เอาเปลือกไว้หมดคว้านแต่ไส้ในออกมาหั่นเสียแล้วกลับบรรจุลงไป แต่โต๊ะหนึ่งนั่งกว่า ๒๐ มีน้ำท่าขวดเดียวเท่านั้น มีบาญชีเหล้า บาญชีบุหรี่ ต้องซื้อกินต่างหากทั้งนั้น เมนูตีพิมพ์ใหม่ในเรือทุกวัน พ่อได้ไปดูกำลังตีแลได้สั่งให้เก็บไว้ด้วย นึกจะส่งเข้ามาให้ดูเปนตัวอย่างบ้าง ในการที่มาคนน้อยเท่านี้แสนจะสบาย สบายกว่าเรือมหาจักรีมาก วันนี้ใจฅอโปร่ง พรุ่งนี้จะว่างจะส่งหนังสือมรืนนี้ จึงรีบเขียนจนมือออกแขงๆ เพราะเขียนในสมุดด้วย ขอลานอนเสียที แต่เดชะความตื่นเต้นสบายนี้จงช่วยป้องกันอย่าให้หลับตาลงแลเห็นบ้านให้คิดถึงเหลือเกินเลย จะได้นอนหลับให้สบายๆ

• • • • • • • • •

คืนที่ ๙

เรือซักเซน

วันพฤหัศบดีที่ ๔ เมษายน

เมื่อคืนนี้ใจฅอรุ่งโรจน์ เขียนหนังสือจน ๑๐ ทุ่มจึงได้นอน เสมหะอยู่ข้างจะทำความ นวดมันไม่ได้ดี เปนปัญหาที่ได้ถามกันในโต๊ะ ว่าบรรดาสัตวโลกอะไรมีกำลังมาก ตอบกันว่ามดตามแบบ ถามต่อไปว่า อะไรมีกำลังน้อย ตอบกันว่าช้าง พ่อว่าไม่ใช่ บุรุษที่เปนหมอนวด เฉภาะแต่ผู้ชาย มันช่างเปนพ่อถนิมสร้อยทุกๆ คน หาแรงสักครึ่งผู้หญิงไม่ได้ อะไรก็สบายร้ายแต่นวดได้ความเดือดร้อนเปนที่ล้นพ้น พ่อได้เก็บบาญชีกับเข้าที่มันเอามาให้เลือกเวลาเช้า พ่อสั่งอะไรมีแจ้งอยู่ในที่กาดินสอนั้น อิกแผ่นหนึ่งกลางวันอิกแผ่นหนึ่งกลางคืน อิกแผ่นหนึ่งเปนเรื่องเหล้าที่จะสั่งเรียกกิน เพราะเขาไม่มีเครื่องดื่มในการเหมา ต้องเรียกต่างหาก แต่ถ้ากินไม่หมดเอาจุกขวดเงินอุดไว้ เขาคงตั้งไว้ให้เรากินต่อไปจนหมดขวด เพราะฉนั้นกับเข้าที่กินไม่เหมือนกัน ตามแต่ใครจะเรียก ได้มาร้อนๆ ทั้งนั้น มันทำดีจริงๆ กลางวันวันนี้มีเข้า หุงเปนดีเต็มที มาในเรือนี้ต้องระวังอย่างเดียวอย่าตะกลามกินให้มากเกินไปเท่านั้น ค่ำมืดดึกดื่นจะกินอะไรมันได้ไปเสียทั้งนั้น ที่จะหาเวลาหิวอิกขยับจะยาก นั่งๆ อยู่ ๒ ชั่วโมงคงได้กินอะไรต่ออะไร เว้นแต่เราจะไม่กิน ถ้าคนไม่มีโรค ชั่วแต่เดินทางกินกับนอนอาจจะอ้วนท้องพลุ้ยกลับไปบ้านได้ พ่อช่างอยากให้ลูกมาจริงๆ

ได้ส่งโปสก๊าดมามาก แต่ส่วนในนี้จะส่งมาตามธรรมดามันเปื้อนนัก พ่อจึงเอาสอดมาในซองนี้ด้วย ขอให้ช่วยแจกไป วันนี้ได้ซองทองคำลงยาเวสเตนกาดใบหนึ่ง แลให้นาฬิกาเยนตราเพราะแกเอื้อมาก เรือนที่ให้แต่ก่อนหาย ยังไม่ได้อ่านหนังสือถึงดื่มเพราะวุ่นต่างๆ ไม่ลงร่อง ตากับตันคนนี้ดีมากจะไว้เล่าต่อเมื่อได้สังเกตต่อไปอิก ให้นาฬิกาพระยาดำรงสุจริตเรือนหนึ่งด้วย

โปสก๊าดที่ส่งมานี้ไม่ต้องซื้อ เขาให้เปล่า เราเสียแต่ค่าส่งแผ่นละ ๓ เซนต์ อย่างสีนั้นขายราคาเล็กน้อย ส่งกระดาษสำหรับเรือแลกระดาษซับมาให้ดูด้วย วันนี้เวลาค่ำกินเข้าแล้วฝนตกเปนครั้งแรกตั้งแต่มาจากบางกอก ไม่สู้มากนัก ไม่มีคลื่นแลลมเลย

เรือมาถึงปินังยังไม่ทันจะ ๕ ทุ่ม สักครู่หนึ่งพระยารัษฎา[๔๓]กับข้าหลวง ๔ คน รายามุดา[๔๔] กงสุลนิวเบรานเนอ[๔๕] มิสเตอร์ดุ๊กที่ปฤกษาเมืองปลิศ หมอฮูปผู้แทนที่ปฤกษาเมืองไทร กับตันเรือสุครีพลงมาเปลื้องเครื่องเสียแล้วรับทั้งกางเกงเจ๊ก บนห้องสลูน เรือยังไม่เข้าเทียบท่า เพราะเขาจะรอให้น้ำกลับ จะหันแคมเรือข้างห้องนอนพ่อออกข้างนอก ถ้าจะเทียบเข้าไปเดี๋ยวนี้จะร้อนเวลานอน เขาเตรียมจะให้ขึ้นบกขี่รถเจ๊กเล่น แต่พ่ออืดขี้เกียจแต่งตัว รู้ว่าไปคงต้องกินเข้าต้มแล้วนอนไม่หลับ แต่ชายอุรุพงษ์[๔๖]นั่งอมยิ้มใจเต้นโครมๆ อยู่คนเดียว

• • • • • • • • •

คืนที่ ๑๐

บ้านจักรพงษ์เมืองปินัง[๔๗]

วันศุกรที่ ๕ เมษายน

เวลาเช้า ๓ โมงรับพวกที่ลงมา คือผู้แทนเรสิเดนต์เคาน์ซิลเลอ ต่อนั้นเจ้าพระยาไทร[๔๘] พระยาปลิศ[๔๙] หลวงอินทรวิไชย[๕๐] เมืองสตูล แลพวกตนกูเมืองไทรอิกหลายคน ข้าหลวงผู้ว่าราชการกรมการเมืองตวันตกมาก แล้วขึ้นบก แต่งตัวธรรมดาไปเยี่ยมตอบเรสิเดนต์เคาน์ซิลเลอ แล้วไปที่สวน ที่สวนนี้ยังรักษาดีมากแลทำร๊อกกะรีการ์เดนเติมขึ้นอิก มีต้นไม้ดีๆ มาก ดูซื้อต้นไม้ที่งามแลที่ไม่เคยมี ให้พระยารัษฎาส่งเข้าไปที่แม่ จะเล่าถึงต้นไม้ก็จะมีเวลาน้อย กล้วยไม้ขาวงามนัก ขอให้แม่จัดการรักษาให้ดี ได้ซื้อต้นไม้ไปมาก จะไปหาที่นอก กลับมาพบพระยายุทธการ[๕๑] แลรายามุดาที่บ้านจักรพงษ์ คือบ้านพระยารัษฎานี้ เรือนก็ทำนองบ้านระนอง แต่เล็กไปกว่า ผู้หญิงคือ เลี่ยนกี เมียพระยาดำรง เมียพระยาอัษฎงคต[๕๒] เมียพระยามนตรี ๒ คน มาคอยหา แล้วเขียนหนังสือฉบับนี้ ได้ถามหาของที่จะซื้อแลห้างที่จะไป ว่าไม่มีอะไรเลยร้อนป่วยการเวลาเปล่า จึงไม่ได้ไปไหน เรียกเอาเครื่องแต่งตัวมาซื้อที่นี่เอง เขียนหนังสือแล้วจะอาบน้ำกินเข้า แล้วไปเที่ยววัดเจ๊กซึ่งเปนการตามเคย ใครมาเปนต้องไป เขาว่าเปนสิ่งที่ควรดูแห่งเดียวเท่านั้น บ่ายจึงจะไปลงเรือ ออกจากที่นี่บ่าย ๔ โมงไม่ได้ถ่ายรูปเลย กรมประจักษ์เอากล้องไปกอดเสียไม่ยอมให้ใคร แล้วหลงหายไปข้างไหนไม่ทราบจนเดี๋ยวนี้ยังตามไม่พบ ดุ๊กก็นอนไม่หลับจ๋ามจิบ[๕๓] เหลือทนเกณฑ์ให้ไปตามกัน เลยหายไปด้วยกัน

อนึ่งลืมบอกเรื่องจันทิมา[๕๔]สึกแล้ว ลงไปหาในเรือคุกเข่าชูช่อดอกไม้ แรกไม่รู้จักเพราะไม่นึก ต่อเข้าไปใกล้จึงจำได้ อ้วนขึ้น นุ่งกางเกงขาว เสื้อราชแปตแตน พูดอังกฤษอย่างอิน[๕๕] ไมลอดแลอะไรต่างๆ ว่าไปไล่วิชาเปนหมอได้ที่กัลกัตตา มาหาพระยารัษฎาตกลงจะจ้างไว้เปนหมอเมืองระนอง แต่มีเงินเดือนๆ ละ ๘๐ บาท เท่านั้น

ขอจบไว้ครึ่งวัน จะส่งต่ออิกจากโกลัมโบ ขอฝากความรฦกถึงผู้ซึ่งเปนที่รักทุกคน แลลาอิกครั้งหนึ่งเปนครั้งที่สาม

จุฬาลงกรณ์ ป.ร.



[๓๘] เปนพระพิเทศพานิช ตำแหน่งกงซุลเยเนอราลสยามที่เมืองสิงคโปร์

[๓๙] นอ เปนคำแผลง หมายความว่ามีลวดลายที่ไม่จำเปน

[๔๐] พระบรมรูปพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไหนเคยมีติดพระองค์ไปด้วยเปนนิจ

[๔๑] พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสายสนิทวงศ์

[๔๒] พระยานริศรราชกิจ สาย โชฎิกเสถียร เปนราชทูตอยู่ประเทศยี่ปุ่น (เดี๋ยวนี้เปนพระยาวิสูตรสาครดิฐ)

[๔๓] พระยารัษฎานุประดิษฐ คอซิมบี้ ณระนอง สมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็จ

[๔๔] พระยาเสนีณรงคฤทธิ อับดูลอาสีส รายามุดาเมืองไทร

[๔๕] เปนพระทวีปสยามกิจ กุงซุลเยเนอราลที่ปินัง

[๔๖] พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอุรุพงศ์รัชสมโภช

[๔๗] บ้านจักรพงศ์ เปนบานของพระยารัษฎานุประดิษฐที่เกาะหมาก เมื่อทำแล้วได้รับเสด็จสมเด็จเจ้าฟ้า กรมขุนพิษณุโลกประชานาถ เปนเริ่มแรก จึงให้ชื่อว่าบ้านจักรพงศ์

[๔๘] เจ้าพระยาฤทธิสงคราม ฮามิด

[๔๙] พระยาวิเศษสงคราม เสดสะเปีย

[๕๐] ชื่อกูเด็น ต่อมาเลื่อนเปนพระแล้วเปนพระยาอินทรวิชัยผู้ว่าราชการเมืองสตูล (เดี๋ยวนี้เปนพระยาภูมินาถภักดี จางวางเมืองสตูล)

[๕๑] พระยายุทธการโกศล ไออุดิน อาว์พระยาไทร

[๕๒] พระยาอัษฎงคตทิปรักษา คอซิมขิม ณระนอง

[๕๓] จ๋ามจิบ เปนคำแผลง หมายความว่าหลงเลอะ

[๕๔] มหาจันทิมา เปนลูกจีนเรียนรู้ภาษาอังกฤษ บวชเปนพระภิกษุที่เมืองพม่า เข้ามาถวายตัวโปรดให้อยู่วัดเบญจมบพิตรหลายพรรษา ทรงตั้งเปนเปรียญยก แล้วจึงทูลลากลับไป

[๕๕] อิน เปนคำแผลง หมายความว่าแก่วัด

 

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ