สรรคที่ ๘

๏ ทมยัน์ตี ตโต ท๎ฤษ๎ฏ๎วา ๏ ครานั้นนางทมยันตี เทวีเห็นแน่ถนัด อันจอมกษัตร์บุญโศลก ผู้ผดุงโลกนราธิบดี ท้าวเธอนั้นมีดวงจิต วิปริตวิกลไป หลงใหลราวเสียอารมณ์ ตระบมตระบึงเล่นสกา นางก็โศกาดูรพิลาป นางบ่มิทราบจะแก้ไฉน องค์อรไทยภีมสุดา ห่วงพระราชานั้นเปนยิ่งใหญ่ นางจินไตยด้วยกิจการ ทุกสถานอันควรแก่องค์ พระผู้ทรงปัถพี เปนที่พำนักแห่งประชากร บังอรตรึกนึกก็หวั่น ๆ ด้วยราชันท้าวเธอพะวง แต่นางก็คงจงใจ ให้ท้าวเธอโปรดเปนนิตย์ เมื่อเห็นบพิตร์นลรัตน์ เสียสมบัติพัสถาน นงคราญเหลือจะอดกลั้น เมื่อนั้นจึ่งมีวาจา แด่พฤหัตเสนาผู้ภักดี อันเปนนารีอยู่ใกล้ข้าง ทั้งเปนนางนมสนิท เข้าใจกิจสรรพการ นงคราญแน่ในความรัก ทั้งพูดมักเปนสุภาษิต มิ่งมิตร์จึงได้พาที ๏ ว๎ฤหัต์เสเน ๏ นี่แน่พฤหัตเสนา จงอย่าช้าไปประภาษ เรียกอมาตย์มาชุมนุมกัน อ้างทรงธรรม์นลให้หา ๏ อาจัก์ษ๎วยัท์ ธ๎ฤตํ ท๎รว๎ยัม์ ๏ แล้วกล่าววาจาแถลง แสดงราชทรัพย์สูญเท่าใด ๏ อวศิษ๎ฏํ จ ยัท์ วสุ ๏ อีกเท่าไรยังอยู่ดี คงมีเหลืออีกเท่านั้น ๆ ๏ ตตัส๎ เต มัน์ต๎ริณห์ สร๎เว ๏ อันทวยอมาตย์มนตรี ผู้มีจิตสวามิภักดิ์ จงรักแน่แด่นลราช ฟังพระประศาสน์ราชา ๏ อปิ โน ภาคเธยํ ส๎ยาท์ ๏ ต่างก็ว่าครานี้แล้ว เราจะไม่แคล้วความข้องขวาง พูดพลางต่างก็รีบเข้า ไปเฝ้าองค์พระนลบดี ๏ ท๎วิตียํ สมุปัส๎ถิตาห์ ๏ ครั้งนี้เปนคำรบสอง ซึ่งเขาทั้งผองผู้พศก แห่งนายกทรงธรรม์ พร้อมกันเข้ามาวันทา ๏ น๎ยเวทยัท์ ภีมสุตา ๏ จึ่งภีมสุดาเทวี ทูลพระภูบดีให้แจ้งเหตุ ๏ น จ ส ป๎รต๎ยนัน์ทต ๏ แต่ทรงเดชท้าวเธองวยงง จะฟังคำอนงค์นั้นก็หาไม่ ๏ วาก๎ยัม์ อป๎รตินัน์ทัน์ตัม์ ภร๎ตารัม์ อภิวีก์ษ๎ย สา ๏ ฝ่ายอรไทยอรรคชายา เห็นพระภรรดาบ่มิได้เฉลย บ่มิตรัสเลยแต่สักคำ ซํ้าบ่มิเอื้อเฟื้อไยดี ๏ ทมยัน์ตี ปุนร์ เวศ๎ม ว๎รีฑิตา ป๎รวิเวศ ห ๏ จึ่งทมยันตีโฉมฉาย เพื่อความอายแด่ชนนิกร บังอรรีบจรจรัล กลับคืนสู่ตำหนักจันทน์ นั้นแล ฯ

๏ นิศัม๎ย สตตํ จาก์ษาน์ ปุณ๎ยโศ๎ลกปรางมุขาน์ ๏ แต่เบื้องนั้นนางได้ทราบสาร เหตุการณ์เรื่องเล่นสกา ว่าพระราชาบุญโศลก ไร้โชคแพ้บ่มิเว้นวาย ๏ นลํ จ ห๎ฤตสร๎วัส๎วํ ๏ พระยอดชายนลกษัตร์ เสียสารพัตพัสดุดี ๆ ๏ ธาต๎รีม์ ปุนร์ อุวาจ ห ๏ เทวีร้อนอารมณ์ จึ่งตรัสแก่นางนมนั้นอีกครา ๏ ว๎ฤหัต์เสเน ปุนร์ คัจ์ฉ ๏ พฤหัตเสนาผู้ร่วมใจ แม่จงรับใช้ไปอีกหน ๏ วาร๎ษ๎เณยํ นลศาสนาต์ ๏ ออกนามพระนลจอมไผท เรียกวาร์ษไณยคนฉลาด ผู้เปนราชสารถี มาบัดนี้อย่าได้นาน ด้วยมีการกิจสำคัญ อันจะต้องใช้ไป่ควรช้า ๏ ว๎ฤหัต์เสนา ตุ ตัจ์ ฉ๎รุต๎วา ๏ พฤหัตเสนานางนม ได้สดับทมยันตี มีเสาวนีประภาษสั่ง บ่มิรอรั้งรีบออกไป ใช้ราชบุรุษผันผาย ไปตามนายวาร์ษไณย เข้าไปสู่ที่เฝ้า แห่งพระแม่อยู่หัวเจ้า ดังเสาวนี นั้นแล ฯ

๏ วาร๎ษ๎เณยัม์ ตุ ตโต ไภมี ๑๖ ครั้นเห็นวาร์ษไณยสารถี จึ่งรัตนนารี องค์ภีมราชสุดา ๏ ปราไศรยด้วยมธุวาจา จับใจนักหนา ไพเราะเสนาะนิ่มนวล ๏ รู้จักเทศะอันควร ทั้งกาลประมวล ประมาณช่างเหมาะเจาะจง ๏ ถึงกาละควรนวลอนงค์ กล่าวข้อความตรง จำนงให้กิจสัมฤทธิ์ดี ๏ ชานีเษต๎วํ ๏ ตรัสว่าดูราสารถี ตัวท่านรู้ดี อยู่แล้วเปนแน่แก่ใจ ๏ ยถา ราชา สัม๎ยัค์ว๎ฤต์ตห์ สทา ต๎วยิ ๏ ว่าองค์ราชายศไกร ไว้วางหฤทัย ในท่านผู้เปรื่องปรีชา ๏ วิษมัส๎ถัส๎ย ๏ บัดนี้ ย่อมเปนเวลา เดือดร้อนนักหนา ตูข้าก็พรั่นอันตราย ๏ ขอท่านจุ่งเปนสหาย เมื่อยามเคราะห์ร้าย จุ่งช่วยให้สมจินดา ๏ บัดนี้พระนฤปราชา ทรงเล่นสกา ก็แพ้แก่พระบุษกร ๏ ยิ่งแพ้ยิ่งพระภูธร ดูดังไฟฟอน ยิ่งอยากจะทรงร่ำไป ๏ อันว่าลูกบาตช่างกระไร ประหนึ่งมีใจ อันเจตจะแกล้งราชา ๏ ช่างพลิกช่างแพลงนานา ได้ดังจินดา แห่งบุษกรทุกที ๏ แต่ส่วนราชาธิบดี ลูกบาตอัปรี ทั้งกลอกทั้งกลับสับสน ๏ เหมือนมีชีวียินยล แกล้งทำพระนล ให้ป่นให้ยับย่อยไป ๏ สุห๎ฤต์ส๎วชนวาก๎ยานิ ยถาวัน์ น ศ๎ริโณติ จ ๏ แม้ผู้สนิทปานใด อันมีจิตใจ อันมุ่งจงรักภักดี พระองคบ่ฟังวาที พูดไปไยมี พระองค์บ่ฟังสักครา ๏ มมาปิ จ ตถา วาก๎ยํ ๏ แม้แต่ตัวเรานี้นา จักกล่าววาจา จะเตือนก็ปราศจากผล ๏ นาภินัน์ทติ โมหิตห์ ๏ พระบ่มิฟังสักหน จิตไท้มัวมล ด้วยโมหะมืดหนักหนา ๏ เราไม่ติโทษราชา ตามที่เปนมา จะเปนเพื่อเคราะห์แรงร้าย ๏ อันพระไนษัธฦๅสาย เธอเปนยอดชาย บ่เจตนาอาธรรม์ ๏ แม้ข้าตั้งจิตคิดขยัน ทูลเตือนราชัน ก็เปล่าประโยชน์โหดผล ๏ พระบ่มิฟังสักหน จิตไท้มัวมล ด้วยโมหะมืดหนักหนา ๏ สารเถ ๏ ดูราสารถีมีปัญญา ขอพึ่งสักครา พอคลายวิตกอกกรม ๏ ขอท่านอันเรานิยม จงช่วยให้สม ดังจิตที่คิดจินไตย ๏ ข้านี้หนักจิตเหลือใจ กลุ้มหฤทัย เพราะเกรงอุปัทว์ยายี ๏ เราเกรงหากพระสวามี คลุ้มคลั่งดังนี้ บางทีจะเกิดภัยพาล ๏ นลัส๎ย ทยิตาน์ อัศ๎วาน์ ๏ จงผูกมิ่งม้าอาชาชาญ ซึ่งนลภูบาล เธอโปรดเปนคู่หฤทัย ๏ คือสองมิ่งม้ามโนมัย อันรวดเร็วไว ประหนึ่งมโนชาญเชาวน์ ๏ อิทัม์ อาโรป๎ย มิถุนัม์ กุณ์ฑินํ ยาตุม์ อร๎หสิ ๏ จงรับลูกน้อยแห่งเรา ทั้งสองผู้เยา วลักษณ์วิไลยยศยง ๏ ขึ้นสู่พระราชรถทรง แล้วจุ่งพาตรง ไปส่งนครกุณฑิน ๏ อันที่สถิตภูมินทร์ ภีมะผู้ปิ่น วิทรรภราษฎร์ไพศาล ๏ ถึงแล้วจุ่งส่งสองกุมาร แด่พระภูบาล ผู้ผ่านวิทรรภสโมสร ๏ อีกทั้งราชรถงามงอน กับสองอัศดร จงฝากณที่เดียวกัน ๏ ส่วนตัวแห่งท่านเองนั้น จะอยู่เมืองขวัญ ก็แล้วแต่จิตจินไตย ๏ ฤๅชอบจะไปหนไหน ก็ตามแต่ใจ แห่งท่านจะมุ่งปราถนา ฯ

๏ ทมยัน์ต๎ยาส๎ ตุ ตัท์ วาก๎ยํ ๒๘ ฟังพระเสาวนี แห่งทมยันตี อรรคราชชายา จึ่งวาร์ษไณย ไหว้ราชกานดา สารถีราชา ทูลลาออกไป ๏ สู่ที่ศาลา ลูกขุนสภา อมาตย์วุฒิวัย จึ่งเล่าแถลง แจ้งการณ์ขานไข ตามที่อรไทย ได้ตรัสสั่งมา ๏ จึ่งมุขมนตรี ฟังแล้วด้วยดี สามัคคีปฤกษา จึ่งอนุญาตดังประภาษมา ยินยอมให้พา สองกุมารไป ๏ นายสารถี บ่มิรอรี รีบผูกรถไชย เชิญพระบุตรา ธิดาทรามไวย รีบเร่งรถไป สู่เมืองวิทรรภ์ ๏ ครั้นถึงนิเวศน์ แห่งพระทรงเดช ผู้ครองเขตขัณฑ์ จึ่งส่งอัศดร สุนทรเลอสรร กับรถสุวรรณ บ่มิรอรา ๏ เข้าเฝ้าภูมินทร์ เชิญหน่อนรินทร์ อินทรเสนา กับอินทรเสน ราเชนทร์บุตรา ถวายราชา ผู้ปิ่นธรณี ๏ บังคมแทบบาท ท้าวภีมราช เคารพด้วยดี เศร้าโศกสลด รันทดทวี สงสารภูมี นลราชฦๅชา ๏ เสร็จกิจแล้วไซ้ร จึ่งวาร์ษไณย กราบบังคมลา จากกรุงกุณฑิน บุรินหรรษา สู่อโยธยา นครเกรียงไกร ๏ ทุกข์โทมนัศ โศกรึ้งรึงรัด หวังตัดอาไลย เฝ้าท้าวฤตุบรรณ อันเกียรติเกริกไกร สุรราไช ศวรรยาธิบดี ๏ ขอสนองพระเดช พระคุณธเรศร์ ด้วยจิตเปรมปรีดิ์ ท้าวฤตุบรรณ เธอพลันปราณี ให้เปนสารถี เปนที่พึงใจ นั้นแล ฯ

๏ เรื่องพระนลสรรคที่ ๘ ดังนี้ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ