สรรคที่ ๒๓

๏ ทมยัน์ตี ตุ ตัจ์ฉ๎รุต๎วา

๏ ครานั้นโฉมทมยันตี ฟังคดีข้าหลวงมาทูลไข พระทรวงโศกสิ้นสนุกเปนทุกข์ใจ ราวกับไข้เร่าร้อนอุระรำคาญ นางรำพึงคำนึงดูยุบล เชื่อว่าชายนั้นคือนลผู้แกล้วหาญ นางใคร่รู้แน่ฤทัยมิได้นาน จึ่งตรัสแก่นงคราญเกศินี เจ้าจงกลับไปใหม่ไปแลดู เพื่อรู้จักวาหุกสารถี สังเกตดูกิริยาและท่าที จงจดจำให้ดีทุกสิ่งอัน เจ้าจงไปยืนเน่งและเพ่งพิศ อยู่ชิด ๆ วาหุกคนขยัน คอยดูลักษณ์เล่ห์กลคนสำคัญ ดูเขานั้นจะสำแดงมาอย่างไร นี่แน่แม่คนดีศรีสวัสดิ์ จงสังเกตให้ถนัดให้แน่ได้ แม้เขากระทำใด ๆ จำไว้เพื่อมาเล่าให้เราฟัง จงคอยมองจ้องตามหาความรู้ จงคอยดูยามเดินและยืนนั่ง มองทุกสิ่งให้ถนัดสัจจัง ให้รู้ทั้งสิ่งชั่วและสิ่งดี เจ้าจงระวังอย่าพลั้งเผลอ อย่ามัวเหม่อมองอื่นนะโฉมศรี แม้ว่าเขาประสงค์ซึ่งอัคคี เกศินีอย่าหาให้ตามใจ หรือแม้ว่าเขาจะเรียกขอนํ้า งามขำจงอย่าได้หาให้ คอยดูเขาว่าจะทำประการใด ดังนั้นไซ้รจะถนัดซึ่งอัศจรรย์ เมื่อเจ้าได้แลเล็งเพ่งพินิศ เห็นจริตวาหุกทุกสิ่งสรรพ์ จงอุตส่าห์จดจำซึ่งสำคัญ ทุกสิ่งอันเอามาเล่าอย่าอำพราง เจ้าอย่าได้เผอเรอเผลอจิต คอยสังเกตนิมิตไว้ทุกอย่าง จะเปนแบบเทวัญอันสำอาง ฦๅเปนอย่างมนุษสุดแต่การ เจ้าเห็นแล้วอย่าได้ลืมแต่สักอย่าง ดูตลอดท่าทางกำแหงหาญ แล้วและเจ้าโฉมเฉลาจงเอาภาร เก็บเอามาไขขานทุกสิ่งไป ฯ

ทมยัน์ไต๎ยวัม์ อุก์ตา สา ชคานาถ จ เกศินี

๏ ครานั้นเกศินีศรีสมาน รับบรรหารจึ่งบังคมประนมไหว้ ทูลลาทมยันตีศรีวิไลย รีบคลาไคลไปอีกครั้งตามสั่งนาง สังเกตดูกิริยานายม้าต้น นฤมลจำไว้ได้ทุกอย่าง ทุกท่วงทีกิริยาท่าทาง สาวสุรางค์ก็รีบกลับคืนมา กราบบังคมพระนางทมยันตี ทูลคดีละเอียดละออเปนหนักหนา ทุก ๆ อย่างดังเช่นที่เห็นมา กัญญาเล่าทุกสิ่งตามจริงไป เล่าถึงปวงนิมิตโดยพิสดาร ทุกประการที่จดจำได้ ทั้งอย่างคนอย่างเทวดาไซ้ร ปรากฎในวาหุกทุกสิ่งอัน เขานั้นประพฤติพิเศษยิ่ง ทุก ๆ สิ่งเหลือประเสริฐเลิศเลอสรร ไม่เคยยินเคยยลเหมือนคนนั้น ทุก ๆ สิ่งอัศจรรย์เสียสุดใจ เมื่อยามเดินถึงประตูช่องกุฎ จะต้องมุดต้องก้มก็หาไม่ ประตูนั้นพลันหลีกสูงขึ้นไป เพื่อจะให้เขาลอดสดวกดาย อันสมเด็จพระบิดามหาราช ประศาสน์สั่งพนักงานห้องเครื่องทั้งหลาย หาเครื่องใหญ่เครื่องเคียงเรียงราย ไว้ถวายท่านท้าวฤตุบรรณ พร้อมขัชชะโภชนาสารพัต ทั้งเนื้อปลาเนื้อสัตว์จัดสรร ล้วนของดีจริง ๆ ทุกสิ่งอัน ทั้งนั้นเปนของควรแก่ขัตติยา เพื่อชำระภักษาทั้งหลายนี้ เขาตั้งหม้อดี ๆ ไว้คอยท่า พอเขาเดินมามองจ้องด้วยตา นํ้าก็เต็มขึ้นมาเอง ๆ พลัน ครั้นเสร็จกิจชำระภักษาไซ้ร นายวาหุกลุกไปจากที่นั่น เก็บเอาหญ้าแห้งมาหนึ่งกำพลัน แล้วบัดนั้นถือชูเชิดไว้ พอหญ้าแห้งถูกแสงตวันฉาน บ่มินานสักอึดใจหนึ่งได้ ก็ลุกโรจน์โชติช่วงเปนดวงไฟ ราวสับใครสีก่อขึ้นเร็วรา กระหม่อมฉันแลดูอยู่ที่นั้น ก็พลันพิสมัยเปนหนักหนา จึ่งตั้งใจจะรีบเข้ามา เพื่อทูลแถลงกิจจามิช้าที แต่ชงักเจียวเพคะขณะนั้น ยืนตลึงขึงงันอยู่กับที่ เห็นสิ่งอัศจรรย์อีกทันที คราวนี้น่าตระหนกตกใจ อันไฟลุกคึก ๆ พิฦกเหลือ จะไหม้เนื้อชายนั้นหามิได้ เอาเพลิงนั้นถือในมือไว้ ราวกับไฟนั้นเย็นเล่นสบาย เมื่อเขานั้นประสงค์ซึ่งนํ้าท่า นํ้าก็หลั่งไหลมาได้เหมือนหมาย ยามเสร็จชำระสระกาย นํ้าก็หายแห้งไปดังใจปอง ตามทูลโฉมฉายทั้งหลายไซ้ร ดูก็แปลกเหลือใจไม่มีสอง ทั้งได้เห็นหลากหลายเปนก่ายกอง ยังมองเห็นอัศจรรย์นั้นอีกราย คือเขาเก็บบุบผามาบัดนั้น แล้วค่อยปั้นค่อยบีบกลีบขยาย ดอกไม้แห้งจวนโรยทุก ๆ ราย ก็กลับกลายสดชื่นคืนดี มิหนำซ้ำกลับตั้งขึ้นได้หมด อีกทั้งเห็นปรากฎกลับสดสี และกลับหอม ออมอบตระหลบดี เหมือนมาลีแรกผลิพิฦกนัก หม่อมฉันเห็นแจ่มจริงทุกสิ่งไป จึ่งได้จดจำไว้แน่ตระหนัก รีบมาทูลอรไทยวิไลยลักษณ์ ขอพระนางทรงศักดิ์จงเมตตาฯ

๏ ทมยัน์ตี ตุ ตัจ์ฉ๎รุต๎วา

๏ ครานั้นพระนางทมยันตี ฟังคดีนางกำนัลมาสรรว่า แสดงเสร็จท่วงทีกิริยา แห่งราชาบุญโศลกบรรฦๅฤทธิ์ ยิ่งทราบกิจการทั้งหลายนั้น นวลจันทร์ยิ่งนึกแน่จิต ว่าแน่แล้วพระนลสวามิศร์ เธอสถิตอยู่ใกล้ในนคร เห็นเชิงแน่ภรรดามหายศ ผู้ปรากฎกำแหงศักดิ์สโมสร จำแลงเปนวาหุกสูตสุนทร ผู้ชำนาญอัศดรวิเศษดี คิดถึงองค์ทรงศักดิ์ผู้รักยิ่ง นางยอดมิ่งหม่นหมองไม่ผ่องศรี สอื้นพลางทางเผยพระวาที แด่นางเกศินีนงเยาว์ เจ้าจงไปอีกครั้งอย่ารั้งรอ คอยดูพอเขาเผลอเถิดนะเจ้า จงหยิบเครื่องที่วาหุกได้คลุกเคล้า มาให้เราชิมดูให้รู้ที ฯ

สา คัต๎วา วาหุกัส๎ยาเค๎ร

๏ ครานั้นนางข้าหลวงรับ ๆ สั่ง รีบไปยังวาหุกสารถี คอยรอพอเผลอเหม่อดี นารีจึ่งค่อยย่องเข้าไป เห็นเครื่องต้นแต่งปรุงจรุงกลิ่น สมถวิลหยิบเอาชิ้นหนึ่งได้ ยังอุ่น ๆ รีบถือติดมือไป ถวายองค์อรไทยไม่รอรา ฯ

โสจิตา นลสิท์ธัส๎ย มางสัส๎ย พหุศห์ ปุรา

๏ ครานั้นโฉมงามผู้ทรามเชย เคยเสวยซึ่งสรรพมังสา ซึ่งพระนลเคยปรุงแต่ก่อนมา วนิดาจำรสได้แน่ใจ ครั้นนางลองทรงชิมซึ่งอาหาร ที่ข้าหลวงนงคราญนำมาให้ นางร้องกรีดหวีดขึ้นด้วยทันใด ว่าสูตราชนั้นไซ้รคือพระนล เสวยพลางทางคนึงถึงความเก่า นงเยาว์ขุ่นข้องหมองหม่น เสวยนํ้าบ้วนพระโอษฐด้วยนํ้ามนต์ ต้องตามโสภณประเพณี แล้วตรัสเรียกสองกุมารา ผู้สุดเสนหาทั้งสองศรี ตรัสใช้ให้นางเกศินี นำไปหาสารถีด้วยฉับพลัน ฯ

๏ อิน์ท๎รเสนาง สห ภ๎ราต๎รา สมภิช๎ญาย วาหุกห์

๏ ครานั้นวาหุกชำเลืองมา เห็นนางอินทรเสนาสุดาสวรรค์ อีกกุมารพี่ชายผู้พรายพรรณ มาพร้อมกันกับนางเกศินี ลุกขึ้นรับขวัญมิทันช้า สร้วมกอดกุมาราทั้งสองศรี ด้วยความรักเยี่ยมยอดจอดฤดี เหลือที่จะหักความรักลง พิศดูลูกน้อยผู้กลอยจิต จุมพิตชื่นชมสมประสงค์ แลดูกุมารทั้งสององค์ รูปทรงราวเทพบุตรา ดู ๆ ก็นึกสงสาร สองกุมารไร้พ่อเสนหา ทุกข์ถ่วงทรวงซํ้าชํ้าอุรา ก็ฟูมฟายชลนาโศกาลัย แต่พระจอมนิษัธขัตติเยนทร์ รู้สึกว่านางเห็นสอื้นไห้ จึ่งปล่อยสองลูกน้อยกลอยใจ แล้วตรัสไปแด่นางเกศินี ว่าฉันเห็นกุมารทั้งคู่ ดูคล้ายลูกฉันเองทั้งสองศรี เมื่อแลเห็นพี่น้องทั้งสองนี้ ฉันจึ่งมีความโศกโศกาลัย แต่ส่วนตัวหล่อนรุ่นดรุณี จะมานี่บ่อย ๆ หาควรไม่ ฉวยว่าคนสังเกตเห็นไซ้ร เครื่องจะให้กล่าวโทษนา ๆ หล่อนกับฉันแด่เดิมไม่เคยคุ้น จะเกิดความวามวุ่นขายหน้า เชื่อฉันเถิดอย่าได้โกรธา นงพงาจงไปเถิดด้วยดี ฯ

๏ เรื่องพระนลสรรคที่ ๒๓ ดังนี้ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ