สรรคที่ ๒๒

๏ คัจ์ฉ เกศินิ ชานีหิ ก เอษ รถวาหกห์

๏ นี่แน่เกศินีนงเยาว์ ตัวเจ้าไหวพริบทุกสิ่งสรรพ์ จงไปสืบสาวข่าวมาพลัน รัถพ่าห์ผู้นั้นคือผู้ใด โน่นแน่เขานั่งอยู่บนรถ เจ้าเห็นปรากฎอยู่หรือไม่ คนรูปพิการนั้นเปนไร แขนสั้นนั้นไซ้รเห็นฤๅยัง เออตัวเจ้าตัวดีจงไปหา อย่าให้เขาเคืองแค้นคั่ง ค่อย ๆ พูดจาอย่าตึงตัง อย่ารอรั้งรีบถามเอาความมา เจ้าผู้ฉลาดอาจปลอบ ให้เขาชอบถูกใจได้นะหวา ถามแล้วให้เขาตอบมา แต่ด้วยวาจาอันสัตย์จริง ตัวกูไม่วายสงกา แต่อกข้าเต้นตึกด้วยนึกกริ่ง หฤทัยสั้น ๆ ขันยิ่ง ฤๅพระนลแน่จริงใคร่แจ้งใจ แล้วเจ้าจงลองกล่าวสุนทร คำกลอนซึ่งกูสั่งให้ พราหมณ์ปรรณาทประภาษแล้วไซ้ร ดังนี้ทีจะได้เห็นชัด เจ้าเอวบางจงพลางสังเกตคำ จดจำคำตอบให้ถนัด จงจำแม่นมาสารพัต ไปเถิดจงรัดรีบไป ฯ ๑๔ คำ ฯ

ตตห์ สมาหิตา คัต๎วา ทูตี วาหุกัม์ อัพ๎รวีต์

๏ บัดนั้น เกศินีกัญญาอัชฌาไศรย ก้มเกล้าทูลลาอรไทย ไปหาวาหุกด้วยทันที รู้ว่าทมยันติบังอร ประทับแทบบัญชรปราสาทศรี นางจึ่งไม่รั้งรอจรลี ไปหาสารถีดังบัญชา ฯ ๔ คำ ฯ

ส๎วาคตํ เต มนุษ๎เยน์ท๎ร กุศลํ เต พ๎รวีม๎ยหัม์

๏ ครั้นถึงจึ่งกล่าวคำสุนทร ดูก่อนมิ่งมนุษแกล้วกล้า ข้าขอคำนับด้วยปรีดา ท่านมาครั้งนี้ด้วยดี ดูราบุรุษเลอสรร เราเปนข้าแจ่มจันทร์จำรัสศรี ทรงนามพระทมยันตี เธอมีเสาวนีสั่งใช้ ให้มาไต่ถามความร้ายดี ท่านนี้ลีลามาแต่ไหน เข้ามาธานีวันนี้ไซ้ร เพื่อประสงค์สิ่งใดจึ่งได้มา ขอท่านจงตอบข้อความ ที่เราถามตามจริงเถิดเจ้าข้า พระไวทรรภีศรีสุดา ตรัสใช้เรามาเพื่อเหตุนี้ ฯ ๘ คำ ฯ

ศ๎รุตห์ ส๎วยํวโร ราช๎ญา เกาศเลน มหาต๎มนา

๏ เมื่อนั้น วาหุกฟังคำมารศรี จึ่งตอบคำไปด้วยไมตรี บ่มิได้มีเกี่ยงงอน ว่าองค์สมเด็จพระบพิตร์ ผู้สถิตโกศลสโมสร ทรงทราบข่าวพิธีสยมพร แห่งบังอรองค์ทมยันตี พราหมณ์ทูลพระองค์ผู้ทรงขัณฑ์ ว่า วิทรรภ์สุดามารศรี จะเลือกคู่ใหม่กันวันพรุ่งนี้ ภูมีจึ่งรีบเสด็จมา เลือกม้าฝีเท้าอันยิ่งยวด เร็วรวดมาร้อยโยชน์กว่า ม้าวิ่งเร็วยิ่งกว่าวาตา ตูข้าสารถีพระภูบาล ฯ ๘ คำ ฯ

อถ โยเสา ต๎ฤตีโย วห์ ส กุตห์ กัส๎ย วา ปุนห์

๏ บัดนั้น นางเกศินีได้ฟังสาร จึ่งถามต่อไปมิได้นาน ขอท่านจงแถลงให้แจ้งใจ ชายคนที่สามซึ่งมาด้วย จงช่วยแก้ความสงสัย เขานั้นชื่อเรียงเสียงไร เปนชาวเมืองใดแจ้งคดี ส่วนตัวท่านเองชาวใด เหตุไฉนจึ่งเปนสารถี ขอท่านมีใจไมตรี ตอบถามข้านี้ด้วยเถิดนาย ฯ ๖ คำ ฯ

ปุณ๎ยโศ๎ลกัส๎ย ไว สูโต วาร๎ษ๎เณย อิติ วิศ๎รุตห์

๏ เมื่อนั้น วาหุกจึ่งตอบนางโฉมฉาย ข้านี้ยินดีจะบรรยาย ขยายข้อจริงทุกสิ่งไป เขาโน้นเปนนายสารถี แห่งภูมีบุญโศลกเปนใหญ่ มีนามว่านายวาร์ษไณย เขาไซ้รขึ้นชื่อฦๅชา เมื่อยามพระนลจากสมบัติ เขาไปจากนิษัธเวียงสง่า เข้าไปพึ่งบุญกรุณา แห่งท้าวภางคาสุรี ตูข้าทางม้าเชี่ยวชำนาญ ขึ้นชื่อในการขับขี่ สารถีฤตุบรรณภูมี อีกประกอบซึ่งศรีโภชนา ฯ ๘ คำ ฯ

อถ ชานาติ วาร๎ษ๎เณยห์ ก๎ว นุ ราชา นโล คตห์

๏ บัดนั้น เกศินีได้ฟังยังกังขา หวังได้ความพิสดารต่อมา จึ่งมีพจนาถามต่อไป อันนายวาร์ษไณยนั้นเล่า เขารู้ข่าวพระนลบ้างฤๅไม่ เธอเสด็จแห่งหนตำบลใด วาร์ษไณยไม่รู้หรือข้อนั้น อันพระผู้ผ่านแดนนิษัธ  สุขสวัสดิ์ฤๅเศร้าโศกศัลย์ วาร์ษไณยได้กล่าวอย่างไรกัน นายวาหุกบอกฉันบ้างเปนไร ฯ ๖ คำ ฯ

อิไหว ปุต๎เรา นิก์ษิป๎ย นลัส๎ยาศุภกร๎มนห์

๏ เมื่อนั้น วาหุกจึ่งถอนใจใหญ่ แลดูเกศินีศรีประไพ แล้วเฉลยคำไปด้วยสัจจัง เมื่อยามพระนลกมลเฟือน แชเชือนกลัดกลุ้มคลุ้มคลั่ง เขารับลูกเธอไปไม่รอรั้ง เพื่อหวังประโยชน์แห่งกุมาร ครั้นกิจเขาเสร็จสำเร็จแล้ว ก็คลาศแคล้วไกลจากราชฐาน ในส่วนพระไนษัธภูมิบาล เขาบ่รู้เหตุการณ์ต่อไป อันข่าวพระนลพลบดี จะได้มีใครทราบนั้นหาไม่ เธอเที่ยวคเนจรซ่อนไป ในที่ทั่วโลกโลกา ทั้งรูปทรงนั้นสิวิปริต แผกผิดบ่มีใครรู้หน้า พระนลรู้ผู้เดียวเท่านั้นนา เพราะว่าคงเหลือเก่าแต่ดวงใจ ฝ่ายองค์พระนลเองเล่า จะบอกเค้าแก่ใครนั้นหาไม่ พระจะสู้ทนกรรมกรำไป ตราบเท่ากษัยชีวิตตน ฯ ๑๒ คำ ฯ

โยสวโยธ๎ยาม์ ป๎รถมํ คตวาน์ พ๎ราห๎มณัส๎ ตทา

๏ บัดนั้น เกศินีรู้สึกนึกฉงน ได้ฟังระบอบเห็นชอบกล นฤมลจึ่งตอบพจมาน อันพราหมณ์ผู้แรกไปถึง ซึ่งอโยธยาไพศาล ได้กล่าวคำขององค์พระนงคราญ ท่านจำได้บ้างฤๅอย่างไร ฯ ๔ คำ ฯ

ก๎ว นุ ต๎วํ กิตว

๏ โอ้นักสกาของข้าเอ๋ย กระไรเลยดั้นด้นไปหนไหน แบ่งเอาผ้าข้าคลุมแล้วดุ่มไป ช่างกระไรไม่คิดเมตตากัน ช่างทอดทิ้งเมียขวัญอันสวาท ให้อนาถนอนร้างกลางไพรสัณฑ์ เมียซื่อตรงจงรักภักดีครัน นั่งคอยผัวอยู่นั้นเช่นสั่งไว้ แสนฟูมฟกอกผ่าวราวไฟผลาญ ให้ร้อนราญทรวงเริงเหมือนเพลิงไหม้ ห่มแต่ผ้ากึ่งผืนนั้นยืนไว้ พอจะได้ต่างหน้าพระสามี โอ้วีระบุรุษมกุฏเกศ จงสมเพชภรรยามารศรี ผู้โศกเศร้าทุกทิวาราตรี เชิญบดีมาปลอบประโลมนาง ฯ ๘ คำ ฯ

ตัส๎ยาส๎ ตัต์ ป๎ริยัม์ อาข๎ยานัม์ ป๎รวทัส๎ว มหามเต

๏ ครั้นกล่าวกลอนตามสอนแห่งเทวี เกศินีคอยมองจ้องบ่ว่าง สังเกตดูกิริยาท่าทาง แล้วนางจึ่งพูดต่อไป ขอเชิญนายขยายซึ่งกลอนเก่า ซึ่งจะยังนงเยาว์ให้ปลื้มได้ อันพระไวทรรภีเทวีไซ้ร อยากใคร่ยินคำซํ้าอีกครา เมื่อครั้งพราหมณ์กล่าวกลอนสุนทรสาร นายได้ขานไขตอบชอบนักหนา พระไวทรรภีศรีสุดา อยากใคร่ยินวาจาซํ้าอีกที ฯ ๖ คำ ฯ

เอวัม์ อุก์ตัส๎ย เกศิน๎ยา

๏ เมื่อนั้น พระนลทรงสวัสดิ์รัศมี ทรงฟังคำนางเกศินี พาทีสิ้นศัพท์ก็จับใจ เศร้าส้อยละห้อยหวลคำนึง คิดถึงความหลังตั้งหม่นไหม้ อัสสุชลคลอคลองนองนัยน์ แทบจะกลั้นมิได้ในครานั้น ทุกข์นักหนักอกแสนฟกชํ้า แต่ทรงธรรมเงือดงดอดกลั้น เสียงเครือเหลือแก้ในครานั้น แล้วรำพรรณเผยพจน์บทกลอน ฯ ๖ คำ ฯ

ไวษัม๎ยัม์ อปิ สัม์ป๎ราป์ตา โคปายัน์ติ กุลัส๎ต๎ริยห์

๏ ถึงแม้ยามชอกชํ้าระกำใจ สัตรีใดเชื้อเลิศประเสริฐสมร ย่อมรู้จักข่มตนและทนร้อน จึ่งบังอรถึงฟ้าสุราลัย ถึงแม้ผัวทิ้งไปด้วยใจโฉด หล่อนจะโกรธภรรดาก็หาไม่ อันหญิงดีอยู่ดีไม่มีภัย เพราะความดีคุ้มได้ดังเกราะทอง ถึงแม้ผัวใจชั่วมั่วโมหัน และผัวนั้นล้างสุขสิ้นทั้งผอง ทั้งทอดทิ้งเมียไว้ไม่อยู่ครอง นางบ่ข้องเคืองผัวผู้ตัวทราม อันชายนั้นดั้นด้นค้นหากิน นกมันบินโฉบผ้าต่อหน้าหยาม จึ่งต้องเที่ยวทนทุกข์ทุกโมงยาม แม่งามขำบ่ได้โกรธสักนาที ถึงอย่างไรใจดีฤๅใจชั่ว เมื่อเห็นผัวคงเศร้าฤดีศรี โอ้ไร้เมืองไร้เครื่องบำเรอดี ทุกข์ทวีหิวโหยให้โรยแรง ฯ ๑๐ คำ ฯ

เอวัม์ พ๎รุวาณัส๎ ตัท์ วาก๎ยํ นลห์ ปรม ทุห์ขิตห์

๏ ตรัสเสร็จพระนลกมลเศร้า เพราะทุกข์เร้าทุ่มมาแสนกล้าแขง เหลือจะกลั้นชลนัยน์อันไหลแรง ก็สอื้นกรรแสงโศกา ฯ ๒ คำ ฯ

ตตห์ สา เกศินี คัต๎วา

๏ บัดนั้น เกศินีสังเกตท่วงท่า ทั้งฟังกลอนสุนทรวัจนา เห็นว่าสำคัญเปนมั่นคง จึ่งกล่าวคำอำลานายวาหุก ขอให้นายคลายทุกข์สุขส่ง พูดเสร็จทรามสงวนนวลอนงค์ ตรงเข้าไปยังวังใน ฯ ๔ คำ ฯ

ทมยัน์ไต๎ย น๎ยเวทยัต์

๏ ครั้นถึงจึ่งก้มอัญชลี กราบทมยันตีศรีใส แล้วทูลแด่องค์อรไทย ตามที่ตรัสใช้ไปสืบการณ์ ข้าไปพบวาหุกสารถี แห่งภางคาสุรีมหาศาล กล่าวกลอนสุนทรพจมาน ตามเช่นนงคราญเสาวนี วาหุกฟังคำที่รํ่าว่า ดูท่าเศร้าหมองไม่ผ่องศรี แล้วจึ่งกล่าวตอบวาที เช่นที่ทวิชานำมาทูล พูดเสร็จก็โศกสอื้นไห้ โศกมิใคร่ระงับดับสูญ เห็นแท้แน่ท่าเหลืออาดูร ข้าจึ่งรีบมาทูลด้วยฉับไว ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เรื่องพระนลสรรคที่ ๒๒ ดังนี้ ฯ

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ที่นี่ค่ะ